จู๋บันทึกความโก๊ะ
ด้วยความที่ผ่านโลกมานาน (แก่) ทำงานที่ทำให้สมาธิแตกซ่าน หลังๆ มาเริ่มโก๊ะแบบบ้าบอขึ้นเรื่อยๆ คนรอบตัวก็เป็นกันเยอะ
กะว่าแค่ในแผนกที่ทำงานนี่น่าจะรวมเล่มได้เลยทีเดียว ก็เลยจะบันทึกไว้เรื่อยๆ เดี๋ยวลืมเรื่องเด็ดๆ
แต่ไหนๆ ก็บันทึกแล้ว เอามาเล่าด้วยเลยแล้วกัน คิดว่าแนวนี้ ยังไงต้องมีเจ๊จอยที่น่าจะแจมเรื่อยๆ ปะ :30:
"วันนี้เลย ตอนบ่าย กินซูชิที่โต๊ะทำงาน น้องมันซื้อมาฝากจากวิลล่า
กินเสร็จจะเอาขยะไปทิ้งแล้วไปห้องน้ำ ต้องตื๊ดบัตรออกจากโซนออฟฟิศออกไปที่โถง
พอทิ้งขยะเสร็จ เดินไปถึงประตู.. เอ่อ บัตรไปไหน รู้สึกตัวว่ากำลังจะเอาขยะไปตื๊ดประตู
หันกลับมาพบว่าบัตรอยู่ในถังขยะ (ทำหายปรับ ๕๐๐ บาท) บัตรเปื้อนเลอะเทอะไปหมด"
"ที่แผนกเราจะต้องใช้ตรายางอันใหญ่ แสตมป์ตรวจงาน ของกลางใช้ร่วมกัน
เพื่อนที่ทำงานแสตมป์งานเสร็จก็เอาตรายางไปเก็บตู้ส่วนกลาง
หันมาทำงาน พบว่าคลิกเมาส์แล้วมันแปลกๆ
รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า เอาเมาส์แบบไร้สายไปเก็บใส่ตู้แล้วพยายามจะคลิกตรายาง"
ขอสติจงอยู่กับท่าน :46:
:30: กลั้นขำไม่อยู่แล้วครับ
:47:
เอาไว้จะมาเล่าของตัวเองบ้างนะครับ ขอไปเรียบเรียงก่อน
:30: วางศพเหยื่อแล้วตั้งสตินะครับพี่แอ้
"หลายเดือนที่แล้ว เย็นวันศุกร์วันหนึ่ง น้องผู้ชายที่ทำงานซึ่งกลับบ้านไปแล้วกลับขึ้นมาที่แผนกใหม่
เดินงุ่นง่านบอกว่า หากุญแจรถไม่เจอ เราก็ช่วยคิด เฮ้ย ค้นในกระเป๋าดีแล้วยัง ค้นหมดแล้วพี่ไม่เจอเลย
แล้วนี่เอ็งจะทำยังไง น้องก็เดินหาทุกที่ที่ไป ทุกห้องประชุมที่ไปชุมมา
เราก็เสนอไอเดียว่าน้องต้องเอารถออกไปให้ได้นะ เพราะเป็นเย็นวันศุกร์ ที่ SCB นี่คิดค่าจอดโหดมากถ้าข้ามไปถึงวันจันทร์
ละถ้ากุญแจหายแน่ๆ ยังไงก็ต้องทำกุญแจใหม่ ยังงั้นทำซะเลย จะได้ไม่เสียค่าจอดอีก บ้านมันไกลมากด้วย
ก็เลยกุ๊กเกิ้นหาร้านเปิดล็อครถให้น้องเลือกหลายร้าน น้องเห็นด้วยแล้วติดต่อได้ร้านนึง
ตั้งราคามาสามพันห้า เพราะมี Locktech เป็นแท่งเหล็กล็อกเกียร์อีกชิ้นที่ต้องตัด
ระหว่างช่างกำลังเดินทางมา อยู่ๆ น้องก็ควานในกระเป๋าแล้วเจอกุญแจซะงั้น อีบ้า!
สรุป เสียตังค์ค่าเสียเวลาให้ช่างไปพันนึง สวยๆ"
โอ้ยฮาาา
ผมเคยแค่คิดว่าทิ้งกุญแจบ้านไว้ในรถ ซึ่งจอดหน้าบ้าน
พ่อแม่ไปทำงานกันหมดแล้ว ต้องปีนรั้วออกไปเอากุญแจในรถมาล็อคบ้าน แต่ในรถดันไม่มี
สุดท้ายต้องปีนกลับมาเพื่อเจอมันวางอยู่ที่ที่วางประจำนั่นแหละ :47:
เรื่องกุญแจบ้านยังมีอีก ขับรถจากพุทธมณฑล ถึงออฟฟิศที่บางพลี เพื่อพบว่ากุญแจออฟฟิศไม่ได้อยู่ในกระเป๋า
ขับรถกลับไปพุทธมณฑล เพื่อพบว่าจริงๆ แล้วกุญแจมันแอบอยู่ในกระเป๋าใบที่หาแทบตายนั่นแหละ :59:
นี่ยังไม่นับที่ไขกุญแจเข้าบ้าน ทิ้งกุญแจเสียบคาไว้ที่ประตู ตกดึก ล็อกบ้าน ขึ้นนอน สบายใจเฉิบ :37:
ไอ้ที่ขับรถกลับไปกลับมานั่นเจ็บใจมั้ย :30:
เรื่องลืมกุญแจนี่ลืมบ่อย ลืมจริงๆ แล้วก็หาไม่เจออีกเลย
ด้วยความที่อยู่คนเดียว เพื่อความปลอดภัย (และเราเป็นช่างด้วย) ก็เปลี่ยนกุญแจห้องหมด
ที่ตึกก็ไม่มีกุญแจสำรองของเรา ลูกบิดก็ถอดเปลี่ยนหมด คือในโลกนี้ต้องไม่มีใครมีกุญแจสำรองห้องกูว่างั้นเหอะ
เวลาทำกุญแจหายที.. มีทางเดียวค่ะ ตัดสายยู + ตัดลูกบิดทิ้ง
ชีวิตนี้ทำสิ่งนี้มาแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 3 ครั้ง ทุกวันนี้ยังระแวงตลอดว่าจะทำอะไรหายมั้ย
เดินเปิดๆ ปิดๆ กระเป๋าอยู่นั่นแหละ
ที่เล่าว่าคีย์การ์ดออฟฟิศ ถ้าหายเสีย 500 บาทนี่คือ หายครั้งที่ 2 นะ ครั้งแรกให้ฟรีอีกอัน
ส่วนของเดี๊ยน ถ้าหายอีกครั้งน่าจะเป็นครั้งที่ 5 ได้สนับสนุนกิจการของบริษัทไปแล้ว 1000 บาทจ้ะ เพราะอีการ์ดอันเล็กๆ เนี่ย
แต่แจ้งหายไปแล้ว 7-8 ครั้ง มีคนเก็บได้เอามาคืนให้ตลอด
HR ก็ไม่ยอมเอาตังค์แล้วออกอันใหม่ให้ บอกว่า พี่โดนปรับหลายทีแล้ว สงสาร :30:
แหม อายก่อนเล่า :30:
ปกติเวลาใส่กระโปรงจะใส่กกน สปีด แล้วถึงจะสวมกระโปรง
วันนี้ก็แต่งปกติ พอเข้าห้องน้ำก็ถอดตามเสตปขาไม่ค่อยดีก็ถอดค้างๆ คาๆ ไว้ที่ขาข้างนึง :52:
ตะนี้พอใส่กลับดันข้ามไปสเตปนึง ใส่สปีดแล้วกระโปรงเลย :56:
กลับมานั่งทำงานก็สงสัยนะว่าอะไรนูนๆ ที่ขาซ้ายแต่มิได้นำพา 55+
จนสอนเสร็จเข้าห้องน้ำอีกรอบ
ชิบหาย กกน. ไปไหนวะ ๆๆๆๆๆๆ
หันซ้ายหันขวา คิดซักพัก ต๊ะเอ๋ อยู่ที่ขาซ้าย สวัสดีอีกครั้งค่ะ คุณกกน :05:
รอบละร้อยกว่าโลเองพี่ :05:
ปล. เจ๊จอยยย :30:
ตัวแม่มาแล้ว :30: :30: :30:
อันนี้เคยเล่าไว้ไหนไม่รู้ จำไม่ได้ ไม่ในฟอนต์ก็ต้องเฟซบุ๊คเนี่ยแหละ
คือเช้าวันทำงานวันหนึ่งตื่นมา รีบแปรงฟันอาบน้ำจะมาทำงาน ก็สะลึมสะลือแปรงฟัน
แล้วก็แบบ เฮ้ย ลิ้นมันไม่รู้รสว่ะ ทำไมมันฝาดๆ เฝื่อนๆ มีกลิ่นประหลาดๆ ไม่เชิงว่าเหม็นแต่ก็ไม่ปรกติล่ะวะ
ก็กะว่า แปรงๆ ไปก่อนเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง คือส่วนตัวเนี่ยคิดว่าการที่ลิ้นไม่รู้รสนี่คือมึงป่วยหนักละนะ
ก็เริ่มนอยด์ กูดูแลตัวเองน้อยไปมั้ยวะ นี่กำลังเป็นอะไรที่แย่ๆ อยู่ใช่มั้ย คือนอยด์มากอะ
พอบ้วนปากเสร็จก็จะล้างหน้า ก็หยิบโฟมมาบีบ อ้อ.. เมื่อกี้กูเอาโฟมมาใส่แปรงนี่เอง
ปริศนาคลี่คลายแล้ว :30:
หลังจากไปโพสต์ไว้ (ที่ไหนซักแห่ง) เจ๊จอยก็มาเม้นว่า
โฟมอีกยี่ห้อนึง รสชาติแย่มาก
คือนางก็เคย บีบโฟมใส่แปรงสีฟันเนี่ย
ถึงได้ยกให้เป็นตัวแม่ :30:
ตั้งแต่มีลูก ผัวเมียเมืองทองสมงสมองไปหมดแล้วเหมือนกัน
ทั้งเรื่องลืมของ, เรียงลำดับเหตุการณ์/จำเหตุการณ์ไม่ได้ว่าเกิดวันนี้หรือวันก่อน
2 อันนี้เป็นประจำเกือบทุกวัน :05:
ล่าสุด เมื่อวาน
ติ๊กจะอาบน้ำ ก็ถอดเสื้อผ้าปกติ แล้วก็โยนชุดชั้นในลงถังขยะก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ :3005:
โยนไปไว้กับแพมเพิร์สเปื้อนอึด้วยป่าว :30:
มันใช่เลยอะพี่เจน ที่แบบ เรียงลำดับเหตุการณ์ไม่แม่น
จำไม่ได้ว่าเรื่องนี้พูดกับใครไว้วะ
นี่ประคองสติไว้ได้ด้วยเมโมต่างๆ นะ ถ้าไม่จดนี่ไม่เหลือ
ทุกครั้งที่โก๊ะเสร็จต้องบอกตัวเอง สมาธิๆๆๆ :3005:
ลืมของ ลำดับเหตุการณ์ผิด จำไม่ได้ว่าเรื่องนี้พูดกับใคร
เรื่องพวกนี้มันอยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นปกติของสมองเรา :3005:
ที่เหลือก็เรื่อยๆ ตามกำลังสติ
บีบโฟมแทนยาสีฟันบ้าง
อาบน้ำลืมถูสบู่ ลืมแปรงฟัน
เอาครีมนวดมาล้างหน้าบ้าง เอามาสระแทนแชมพูบ้าง
เอาโลชั่นมาอาบน้ำแทนสบู่เหลว
ซักผ้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม 2 ช่องแต่ลืมใส่น้ำยาซักผ้า ผ้าไม่ค่อยสะอาดแต่นุ่มและหอมมาก :37:
ซื้อครีมนวดผมสองขวดแต่ลืมซื้อแชมพู
ลืมกุญแจบ้าน ไปตลาดขับรถไปแต่ขากลับกลับรถประจำทาง
กำเงินกะสลิปจะไปทิ้งสลิปที่ถังขยะ แต่ทิ้งเงินแทน ไรเงี้ย
มีให้เห็นอยู่เนืองๆ
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 29 ม.ค. 2015, 18:08 น.
ไปตลาดขับรถไปแต่ขากลับกลับรถประจำทาง
อันนี้เลิศ :30:
มีครั้งนึงค้าบบบ ไปเที่ยวป่า ไปนอนช่องเย็น
กะถ่ายรูปเต็มที่ แบกขาตั้งกล้องกันไปอันเบ้อเริ่ม หนักแต่ก็สู้ อยากได้รูปสวย
โห แสงเย็นมาลงสวยมาก เดินเข้าไปตามทางเดินในป่า บรรยากาศนี่สุดยอด เอ้ากางขาตั้งกล้อง
พอจะเอากล้องไปประดิษฐานเท่านั้นแหละ..
อ้ะ.. ลืมเอาอิแป้นที่ไขๆ เข้ากับตูดกล้องมานี่หว่า :05:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 29 ม.ค. 2015, 18:08 น.
ซักผ้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม 2 ช่องแต่ลืมใส่น้ำยาซักผ้า ผ้าไม่ค่อยสะอาดแต่นุ่มและหอมมาก :37:
ตอนแรกว่าอันนี้พีคแล้วนะ
แต่พอเจอ
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 29 ม.ค. 2015, 18:08 น.
ไปตลาดขับรถไปแต่ขากลับกลับรถประจำทาง
แม่งสุดมากๆ :30:
:30: หัวเราะเสียงดังมาก โอย
อันนี้เล่าไว้ที่จู๋ซวยแล้ว จริงๆ มันโก๊ะก่อน หลังจากนั้นเลยพาซวย :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 07 มิ.ย. 2013, 14:59 น.
เหตุการณ์ตอนผ่านด่าน Denpasar ที่บาหลี
วาดอย่างกากอะ วาดบนเครื่องบินด้วย :30:
(http://img3.f0nt.com/07/e0552bf6a2ebc82aa2da2cd1c540b51a.jpg)
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 07 มิ.ย. 2013, 17:04 น.
(http://img3.f0nt.com/07/ba6dd4cb8d95057074305b5a799dd771.jpg)
อารมณ์แบบ แม่งผ่านได้ไงวะ โอ้ว ชิบๆๆๆ ทำไงดี๊ :48: :07a: :3005:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 07 มิ.ย. 2013, 17:15 น.
(http://img3.f0nt.com/07/e1d7daa82c7975dc0630990407ae1cb7.jpg)
จริงๆ มีดีเทลฮาๆ อีก วาดไม่เป็น :30:
เพื่อนน่ะไม่รู้ตัวเลย ส่วนเราก็ไม่ได้ระแวงเลยว่าพาสปอร์ตจะสลับกัน
พอเพื่อนผ่านไปเสร็จ เราเพิ่งเห็น ก็กวักมือเรียกมันว่าอย่าเพิ่งไป ให้รอก่อน
มันทำหน้างง ถามว่าอะไร ? ก็เลยกระดิกๆ พาสปอร์ตในมือให้มันก้มดู
(ไม่กล้ากระโตกกระตากมาก เพราะเราก็หัวแถว ยืนอยู่ตรงหน้า ตม. แล้ว)
มันดูเสร็จก็ตาเหลือก พยายามบอกว่าจะสไลด์พาสปอร์ตมาตามพื้นให้ (ซึ่งโคตรฮา แต่จุดนั้นฮาไม่ออก)
แต่มันไม่ได้ไง เพราะเล่มของเรามันแต๊มแล้ว เราทำได้อย่างเดียวคือแต๊มเล่มของมันให้ได้
ส่วนสารภาพตามตรงนั้นไม่อยู่ในทางเลือก เพราะกลัวเขาจะโกรธ
ผลปรากฏว่ามุกแอ๊บสวยนี่.. ผ่านว่ะ !!
ผ่านซะงั้น :30: :30: :30:
:59: อันนี้นี่อาชญากรรมเลยครับ
ชีวิตไม่เคยเฉียดคุกขนาดนั้นมาก่อน :30:
ผมเคยจะไปปากซอย ด้วยการปั่นจักรยานออกไป (ตอนนั้นเป็นรถล้อ 20 นิ้ว)
- เตรียมจักรยาน
- เตรียมตัว ใส่หมวก ใส่แว่น มือถือ เป๋าตังค์
..มีสายเข้า รับสาย
- คุยๆๆ เดินๆๆ
- เดินออกจากบ้าน
- คุยไปเรื่อยๆ
จนถึงร้านกาแฟ
แม่ง ลืมจักรยานไว้ที่บ้าน
:08:
:30: :30: :30:
ใส่หมวกใส่แว่นไปด้วยรึเปล่าครับ :30:
อ่านไม่ดีเอง เอ้า ใส่ไปนี่หว่า :30: :30:
ใส่หมวก ใส่แว่นเดินไปปากซอย :30: :30:
ตะกี้เองครับ จะกินกาแฟ แกะซองเทใส่แก้วกาแฟละแล้วมีโทรศัพท์เข้าไปรับสายเคลียร์เสร็จ หยิบแก้วกาแฟไปกดน้ำที่ตู้ทำน้ำเย็น :47: เอาวะกินกาแฟเย็นก็ได้ :05:
พูดถึงมือถือทำให้นึกถึงเรื่องนี้
ช่วงนึงติด Candy Crush มากๆ ตอนเที่ยงพักกินข้าวนี่จะก้มหน้าเล่นในโน้ตไปเรื่อยๆ
จานข้าวอยู่ตรงกลาง โน้ตวางซ้ายมือ เขี่ยๆๆ กินๆๆ
พี่ที่กินข้าวด้วยกันบอกว่า แอ้ไลน์ตามน้องอีกคนมากินด้วยกันดิ๊
ก็เงยหน้าขึ้นมาบอกว่า ค่ะพี่ แล้วก็ก้มลงหาโน้ตตัวเองจากด้านขวาใหญ่เลย เปิดปิดกระเป๋าฉุบฉับ
ทำหน้าหงุดหงิดที่หาไม่เจอด้วย :30:
วันสองวันนั้นเป็นไรไม่รู้ หาไม่เจอแบบนี้สองสามที
สุดท้ายโดนเพื่อนจับได้ว่าโก๊ะ เพื่อนทักว่า หาโน้ตอยู่เหรอพี่ ตรงหน้านั่นไง :30:
เมื่อวานขี่รถมาทำงานครับ
แต่เลิกงานแล้วเผลอเดินกลับ.....
สุดท้ายเดินกลับมาเอารถแล้วขี่กลับไปใหม่ :56:
ไปกะเจ๊จอยได้เลยเนี่ย :30:
ผม : สวัสดีครับ น้องเป็นอะไรมาครับ
แม่เด็ก : เป็นหวัดค่ะ งั้นงี้โง้น กินยาละก็ไม่ดีขึ้นเลย
ผม : ให้กินยาอะไรบ้างครับ -จดๆๆๆ-
แม่เด็ก : พาราค่ะ ละก็ซีเทค
ผม : พารากับดูเร็กซ์นะครับ -จดๆๆๆ-
แม่เด็ก + อาจารย์ : @#*$^#
:47:
น่าจะติดคอเด็กอยู่นะหมอ :30:
มีเยอะครับ เรื่องแบบนี้ :30:
-เดินไปดูคนไข้ตอนเช้า-
ผม : หวัดดีครับ วันนี้คุณลุงเป็นไงบ้าง
เพื่อน : เดี๋ยวนะ มึงอยู่วอร์ดหญิง
:52:
:30:
:30:
บ่อยที่สุด
-- ที่พระราม 9 --
เอาบัตรฟิตเนสตื๊ดประตูทางเข้าใต้ดิน
ไม่ก็ ยื่นบัตร mrt ให้พนักงานที่เคาท์เตอร์ fitness first
ล่าสุด
ปกติเวลามาออฟฟิศ ขนของเยอะ ก็จะขับรถมาจอดที่ซอยลาดพร้าว 20
แต่วันนั้นคือ นอนน้อยติดๆกันมาหลายคืน มาถึงที่หมายก็คือ 5 ทุ่มละ ขนของเสร็จ
เอารถไปจอด ก็มองป้าย เออวันนี้วันคู่ ก็จอดฝั่งที่เค้าห้ามจอดวันคี่
แต่ลืมไปว่า ถ้าจอดข้ามคืนเป็นวันถ้ดไป ต้องจอดฝั่งตรงข้ามไง ถ้าจอดตรงนั้น นั่นคือผิดฝั่ง
แล้วก็ลืมไปเลย ประชุมทั้งวัน ตกกลางคืนสามทุ่ม เดินไปที่จอดรถกะจะมาเลื่อนรถไปจอดอีกฝั่ง ปรากฎ รถหายไปไหน!! :07:
เดินดูทั้งซอย ก็ไม่มี ก็ปลดเกียร์ว่างไว้นะ
พอถาม รปภ ที่คุมตึกฝั่งตรงข้ามที่เราจอด ก็ได้ความว่า รถสีนี้ยี่ห้อนี้ เมื่อตอนกลางวันตำรวจเพิ่งลากไป สน. สุทธิสาร
ผิดปกติตรงที่ ปกติเค้าจะล็อคล้อ ใช่มะ
ปรากฎว่า ที่เค้าลากรถไปเลยเนี่ย คือมันมีรถใหญ่เข้าซอย แล้วติดรถเรา
พี่แกก็เลื่อนรถ พอรถใหญ่เข้าได้อีกที รถเราอยู่กลางซอยแล้ว :3005:
แล้วซอยนั้นอะ ถ้าจอดรถสองฝั่ง รถจะสวนกันไม่ได้ เลยกลายเป็นรถเราผิดที่กีดขวางการจราจรเขาอย่างหนัก
จนมี ปชช ร้องเรียนให้มาลากรถออกไป เอวังฯ
โดนค่าปรับไป 500 (ดีไม่โดนค่ารถยกด้วย)
ตั้งแต่นั้นมาเลยต้องมานั่งคิดว่าถ้าจะขับมาอีกจะเอารถไปจอดไหนดีเนี่ย :59:
ส่วนมากจะพวกบัตรตื๊ดๆ นี่แหละ เอาบัตร MRT ไปแตะ BTS บ้าง บัตรพนักงานแตะบ้าง
บางทีเข้าโลตัสดันเอาบัตรบิ๊กซีให้ยิงบาโค้ด พนักงานก็สงสัยทำไมมันยิงไม่ได้ รับบัตรไปพลิกดู พี่คะ :30:
ตอนคนมาต่อคิว BTS เยอะๆ แล้วเอาบัตรโลตัสไปตื๊ดนี่ แม่เอ๊ย :05: อับอายมากครับ
ตูนี่ประจำ bts ไปแตะ mrt
mrt ไปแตะ ประตูบริษัท
บัตรพนักงาน ไปแตะ bts มั่วไปหมด
โอ้ย ฮาๆทั้งนั้น :30:
อยากเล่าบ้าง แต่จำไม่ได้ว่ามีไรมั่ง
ไว้นึกออกแล้วจะมาเล่าครับ :05:
อันนี้แหละแรงสุด
ช่วงนี้มีเรื่องกับธนาคารบ่อยมาก
คือจะเปิดบัญชีธนาคารไว้เก็บตังค์ เพราะอีกยี่ห้อใช้รูดบ่อยมาก กลัวโดนสกิมบัตร
วันแรกไปธนาคารเพื่อนัดเปิดบัญชี (ไม่ใช่ไปถึงแล้วเปิดได้เลยเหมือนบ้านเรา นัดอย่างน้อยอาทิตย์นึง)
แถมสาขาในมหาลัยต้องรอเป็นเดือนเพราะคิวยาวมาก เลยต้องไปเปิดในเมือง
พนักงานชมว่าเราเตรียมเอกสารได้ดีมาก พร้อมมาก วันเปิดบัญชีก็เตรียมแบบนี้เลยนะคะ เปิดได้แน่นอน ชั่วโมงเดียวก็เสร็จ
ถึงวันจริง นั่งรถเมล์เข้าเมือง ค่าตั๋วเกือบสองร้อยบาท
ด้วยความมั่นใจมาก เดินเข้า royal bank of scotland ว่านัดไว้ตอน 11 โมง
พนักงานรับเอกสารไปดู เงยหน้ามาพร้อมทำหน้าเอือม คือยูมาผิดแบงค์
ยูต้องไป bank of scotland ย่ะ
สรุปว่าต้องเดินไปอีกเป็นกิโล แถมถึงเวลานัดแล้ว ต้องรีบวิ่งอีก :39:
ไปถึงธนาคารแล้วเพิ่งรู้ตัวว่า ลืมพาสปอร์ต ..จบเลย จบ
นัดใหม่อีกที คราวนี้ไม่ไปในเมืองแล้ว รอสาขาในมหาลัย
ถึงวันนัด ดันจองใช้แล็บไว้ ต้องรีบทำแล็บแล้วแวบไปธนาคาร
ถึงเวลา วิ่งอีกแล้ว วิ่งไปก็มั่นใจไปว่าเอกสารอยู่ในกระเป๋า
แต่เอกสารอยู่ในออฟฟิศ
ดีที่มันใกล้ กลับมาเอาเอกสารได้ใน 15 นาที
คราวนี้มั่นใจมาก
แต่ที่อยู่ในจดหมายรับรองสำหรับเปิดบัญชีธนาคารผิดค่ะ
รหัสไปรษณีย์ต้องเป็น AB25 แต่ดันเป็น 24
ผิดแค่นี้จริงๆ เจ็บใจตัวเองมาก
นัดครั้งสุดท้าย ถอนเงินออกมาเพื่อเปิดบัญชี
แต่เปิดบัญชีที่นี่ไม่ต้องใช้ตังค์สักบาท ยังไม่ต้องฝาก
และอย่าเพิ่งฝากจนกว่าบัตรจะส่งมาถึงที่บ้านจะได้ปลอดภัย
ต้องเดินเอาเงินที่ถอนมาไปฝากที่ธนาคารเดิม ซึ่งต้องเดินไปอีกยี่สิบนาที
กระเป๋าหนักเลยทิ้งไว้ออฟฟิศ
เดินไปถึงธนาคาร ไม่มีบัตร ฝากไม่ได้
:58:
เรื่องนี้โทษใครไม่ได้เลย ต้องโทษตัวเองล้วนๆ
อ่านยังเหนื่อยเลย :30:
จานดา :30:
จากเรื่องที่ไม่รู้ตัวว่าเอาเงิน ๕๐๐ ดอลลาร์ไว้ไหน แล้วเดินทางไปทั่ว จึงไม่รู้ว่าโดนโจรกรรมหรือไม่
(ซึ่งยังส่งผลกระทบต่อค่ากับข้าวอยู่ทุกวันนี้ และคงส่งผลไปอีกประมาณสองเดือนถึงจะลืมตาอ้าปาก)
ตอนนี้เพื่อนที่แผนกยกให้เป็นสุดยอดเดอะโก๊ะแล้ว เพราะวีรกรรมแม้จะไม่ฮาด้วยซ้ำ
แต่ในด้านความเสียหายแล้ว ตอนนี้ทำสถิติสูงสุดในแผนก :05:
พี่แอ้สู้ๆ เราจะกรอบไปด้วยกัน
ขอปั่นงานก่อนเดี๋ยวกลับมาเล่าเรื่องกระเป๋าตังค์หาย :56:
สาเหตุเดิมๆ โทษใครไม่ได้ โทษได้แต่ตัวเอง
โทรหารุ่นน้อง
ล. ฮัลโหล ไอ้แมนเหรอ 15 นี้ว่างเปล่า มีคิวถ่าย mv
แมน(กำลังเบลอๆเพราะกินยาแก้หวัดและเพิ่งตื่น) . ก็พอว่างนะ แต่ถ่ายอะไรนะ
ล. ถ่าย mvไง แต่มึงคงไม่รู้จักศิลปินหรอก
แมน อา วันไหน..นะ
ล. เฮ้ยแมนนี่มึงไหวปะเนี่ย ดูเบลอๆนะ
แมน . เออๆ ไหวๆ โอเคเดี๋ยวคุยอีกทีนะ
ล. ได้ๆ
วางสาย
.....
ปรากฎว่าเป็น แมน ที่เป็นลูกค้า .... จบกัน
เรื่องโทรผิดนี่ ผมก็มีเหมือนกันเลย
...
ผม : เห้ยตอง วันอาทิตย์มึงวางมั้ยวะ กูจะให้ช่วยขนของหน่อย
ตอง : ครับผม ขนของทีไหนนะครับ (เสียงสุขุมมากๆ ดูเป็นผู้ใหญ่)
ผม : เห้ย ไอ้ตอง .....
(จำไม่ได้ว่าพูดอะไรมั่งแต่รู้ว่าคุยกันแบบเพื่อน มึงๆ กูๆใส่ไป ตอนนั้นรู้สึกแปลกๆละ
ว่าทำไมมันน้ำเสียง การคุยมันไม่เหมือนเพื่อนเราคนเดิม เลยดูรายชื่ออีกทีระหว่างคุย
..... ชื่อหมายเลข = ตอง (เพื่อนพ่อ) ......
ผม : ขอโทษนะลุงตองครับผมโทษผิดคร้าบบบ :05:
พอดีผมมีเพื่อนชื่อตอง และ พ่อผมก็มีเพื่อนชื่อตอง เหมือนกันน่ะครับ
วันเสาร์ก่อน
เป็นเสาร์ที่นอนเต็มอิ่มมาก ตื่นสายมาก จนไปคลาสบอดี้บาลานซ์และชาบัมไม่ทัน
และเบี้ยวนัดอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟกับเพื่อนด้วย
เพราะงั้นมันเป็นเสาร์ที่โคตรจะไม่รีบร้อน
บ่ายสองมีนัดไปช่วยวัดจัดงานสงกรานต์ เลยชวนแฟลตเมทไปช่วยกันใช้แรงงาน
ปกติจะพกเงินในกระเป๋าไม่ถึงสิบปอนด์ เพราะอยู่ที่นี่รูดปรี๊ดๆ ได้ทุกที่
แต่วันนี้ตั้งใจว่าจะไปในเมือง เลยหยิบเงินที่เพิ่งได้จากทำงานพิเศษเพิ่มไปอีกยี่สิบปอนด์
และหยิบกิฟท์การ์ดสปอร์ทไดเร็กที่มี 15 ปอนด์ใส่ไปด้วย
ออกจากบ้านพร้อมรูดซิปกระเป๋าสะพาย
บอกแฟลตเมทให้ล็อคประตูเพราะเราขี้เกียจเปิด
เดินออกจากบ้านไม่ทันรถเมล์ เลยเดินไปอีกป้ายขึ้นสายอื่น
พอเห็นรถเมล์มาไกลๆ ก็ล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทเตรียมเงิน เอ๊ะไม่เจอ
เปิดกระเป๋าหา ก็ไม่เจอ สงสัยจะลืมไว้ที่บ้าน (แต่ก็ตงิดๆ ว่าเมื่อกี้เพิ่งเตรียมตังค์ ไม่น่าลืมนะ)
บอกเพื่อนว่าให้ขึ้นรถเมล์ไปก่อน เดี๋ยวขอกลับไปเอากระเป๋าตังค์แล้วจะนั่งรถตามไป
เพื่อนบอกว่าจะกลับทำไม เดี๋ยวให้ยืม
เราเลยสำนึกว่าไม่ควรทิ้งให้เพื่อนขึ้นรถไปคนเดียวทั้งๆ ที่เราเป็นคนชวนเค้า
แล้วก็ใช้ตั๋วรถเมล์ในโทรศัพท์มือถือแทน
นั่งรถเมล์ไปก็คิดไปว่าเราลืมไว้ที่บ้านจริงเหรอ
ตัดฉากกลับมาที่บ้าน เหนื่อยมาก แต่นึกถึงกระเป๋าตังค์
หาในห้องก็แล้ว ตามทางเดินในบ้านก็แล้ว ในครัว ในตู้ ตู้เย็น
กลับมารื้อในห้องนอนทุกซอกทุกมุม ก็ยังไม่เจอ
เลยออกไปเดินหาตามทางที่เดินไปป้ายรถเมล์เมื่อเช้า
(แต่มันก็ผ่านไปหลายชั่วโมงมากแล้ว คงจะเจอหรอก)
แน่นอนว่าหาไม่เจอ
ในกระเป๋ามีตังค์ประมาณสามสิบหน่อยๆ + กิฟท์การ์ดอีก 15
บัตรเดบิตสองใบ (ใบนึงเพิ่งได้มาไม่ถึงอาทิตย์ จำพินโค้ดยังไม่ได้เลย)
บัตรนักเรียน (ทำใหม่ราคา 10 ปอนด์)
บัตร nus student (ค่าทำใหม่ 5 ปอนด์)
วีซ่า (40 ปอนด์)
และที่เจ็บใจสุดคือบัตรสะสมสแตมป์ร้านกาแฟ
เพิ่งกินครบเมื่อวันศุกร์ กะว่าวันจันทร์จะได้กินแก้วฟรี แต่มันหายไปแล้ว :05:
จากการที่กระเป๋าตังค์หายเลยได้โทรไปแจ้งความ
ที่นี่มีสองเบอร์ 999 สำหรับเหตุด่วนเหตุร้าย
กับ 101 สำหรับแจ้งเหตุที่ไม่ด่วน
แต่ถึงจะโทร 101 ก็รับโทรศัพท์เร็วมาก รอไม่ถึงนาที
แถมได้เลขคดีมาเลยไม่ต้องเดินไปสถานีตำรวจให้ซ้ำซ้อน
เค้าบอกว่าถ้าเจอกระเป๋าจะโทรกลับมา (อยากได้บัตรคืนมาก ขี้เกียจทำใหม่)
แจ้งบัตรเดบิตหาย จะโทรไป หรือว่ากดผ่านเว็บก็ได้ ง่ายมั่กๆ ไม่เสียตังค์ค่าบัตรด้วย
น้องจั๊วะมาบอกว่าเราสามารถทำประกันพ่วงกับบัตรเดบิตได้
- ได้ประกันการเดินทาง
- ประกันโทรศัพท์พังหรือหาย
- ประกันกระเป๋าหาย
- ประกันรถเสีย
ปัจจุบันจ่ายเดือนละประมาณ 10 ปอนด์
ซึ่งตอนไปเปิดบัญชีใหม่ พนักงานธนาคารก็ถามว่าจะทำประกันมั้ย
เราไม่ทำ :05: พลาดมั่ก
ช่วงนี้เบลอมากถึงมากที่สุด
เวลาเตรียมสารเคมีเค้าห้ามนั่ง แต่ก็นั่ง แล้วพอกรดหกก็กระเด็นใส่ขาเพราะหลบไม่ทันมั่ง
เดินขึ้นบันไดแล้วล้ม แทนที่จะเอามือข้างที่ว่างลงพื้นก็เอาข้างที่ถือโทรศัพท์ลงจนจอเป็นรอยมั่ง
เรื่องพวกนี้ทำให้สำนึกได้ว่า
แก่แล้วควรคำนึงถึงสังขาร และพักผ่อนให้เพียงพอนะฮระ
เออ พี่ทำตังค์หายนี่อารมณ์เหมือนน้องดาเลย
คือมันน่าจะเป็นอะไรที่รูทีนนะ ไม่น่ามีอะไรหาย
แต่พอมันหาย ก็ไม่รู้มันหายไปตรงไหนวะ มันเบลอๆ แบลงค์ๆ
รู้สึกตัวอีกทีก็.. ยาจกไปซะละ :05:
กรดหกรด :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 06 พ.ค. 2015, 11:53 น.
เออ พี่ทำตังค์หายนี่อารมณ์เหมือนน้องดาเลย
คือมันน่าจะเป็นอะไรที่รูทีนนะ ไม่น่ามีอะไรหาย
แต่พอมันหาย ก็ไม่รู้มันหายไปตรงไหนวะ มันเบลอๆ แบลงค์ๆ
รู้สึกตัวอีกทีก็.. ยาจกไปซะละ :05:
ของดามันเป็นกระเป๋าเหรียญอะค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าความเสียหายไม่มากหรอก
มาคิดๆ ดูแล้ว ดันเยอะ :05: ร้องไห้แป๊บ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 06 พ.ค. 2015, 12:02 น.
กรดหกรด :30:
กางเกงใหม่ด้วย ทุกวันนี้ยังมีร่องรอยที่โดนสารหกใส่ :05: เจ็บใจตรงนี้
วันนี้ตื่นแต่เช้าเอากระทิงแดงไปแช่ช่องฟรีซ
สายๆ ไปหยิบออกมาจะกิน
แต่มองไปเห็นแมกนั่มเอสเพรสโซ่ เลยเปลี่ยนใจกินไอติมดีกว่า
จนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอว่ากระทิงแดงอยู่ไหน
เอาไปวางไว้ไหนไม่รู้ :05:
ทำไมกินกระทิงแดงด้วย คือแทนกาแฟเงี้ยเหรอ :55:
ก็ร่างกายต้องการคาเฟอีน :56:
อีกอย่างกระทิงแดงที่นี่อร่อยอ้ะ เปรี้ยวๆ หวานๆ ซ่าๆ อร่อยกว่าสไปรท์เยอะ :12:
ใหม่สด
ที่ SCB จะมีบัตรจอดรถสองแบบคือบัตรแข็ง เหมือนจอดได้ตลอด กับบัตรกระดาษเหมือนตามห้าง
ซึ่งส่วนมากเป็นบัตรกระดาษกันเพราะเขาไม่ค่อยให้โควต้าบัตรแข็ง
ที่นี่กฏเขาเคร่งมาก ถ้าทำบัตรจอดรถหายต้องทำเรื่องยืนยันตัวเองแล้วจ่ายค่าปรับเยอะอยู่
พี่ที่ทำงาน มาถึงออฟฟิศแต่เช้าแล้วก็พบว่าตัวเองทำบัตรจอดรถหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
แกคิดว่า เพิ่งมาถึงแป๊บเดียวเองต้องหาให้เจอให้ได้ แกเดินย้อนรอยหาทั่วไปหมด
เดินไปถามยามที่ลานจอดรถทุกมุมที่คิดว่าแกมีโอกาสจะทำตกไว้
หลังจากทุ่มเทหาอย่างบ้าคลั่งแล้วก็ไม่เจอ แกถอดใจ.. กลับขึ้นมาบนออฟฟิศ
เตรียมเอกสารยืนยันตัวเอง ถ่ายสำเนาเรียบร้อย ถือไปจะไปติดต่อแผนกความปลอดภัย
(รีบทำแต่เช้าไม่รอเย็น เพราะว่าเผื่อมีค่าจอดค่าปรับ อาจจะไม่โดนเยอะ นี่แกหวัง)
ขณะกำลังกดลิฟต์จะลงไปชั้น รปภ.
แกก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ทันทีทันใดว่า....
วันนี้แกไม่ได้เอารถมา
โอว TvT
หักมุมสำลัก :30:
:30: ที่สุดละ
:30:
:30: ตึ่งโป๊ะ!
แน่ใจว่าพี่ที่ทำงาน ไม่ใช่ประสบการณ์ตรง :30:
เฮ้ย คนอื่นจริงจริ๊ง
นี่สมองยังดี เฟี้ยวฟ้าวสุด :30:
:30: :30: :30: :30:
มันมาอีกแล้วครับ สดๆ ร้อนๆ เบื่อตัวเองว่ะ
อาทิตย์ที่แล้วพี่ที่ทำงาน (เพื่อนของท่านที่ลืมไปว่าตัวเองไม่ได้เอารถมานั่นแหละ) แกจะบินไปต่างจังหวัดหลายวัน
พร้อมภรรยาและลูกเล็กๆ กระเป๋าใหญ่ๆ แกไม่อยากเอารถไปจอดดอนเมือง
แกเลยฝากรถไว้กะเรา แล้ววันแกกลับก็คือเมื่อวาน ให้ขับไปรับด้วย
ไอ้เราความรู้ต่ำเตี้ยมากเรื่องเทคโนโลยีรถ แล้วตัวเองก็ขับดีแมกซ์แมนนวลทุกอย่างยกเว้นเกียร์
พอเจอสวิฟต์ที่ไม่ต้องเสียบกุญแจเข้าไป เครียดเลย คิดอยู่ว่ากูต้องไม่พลาดๆๆ นะ
ตลอดเวลาหลายวันที่รถอยู่กะเรา ก็เอากุญแจใส่กระเป๋าถือ รูดซิป เวลาจะขับก็เอากระเป๋าใบนี้คล้องแขนไว้ ไม่มีปัญหา
เมื่อวานค่ำๆ ขับไปรับพี่แกที่สนามบิน ทุกอย่างราบรื่น เปลี่ยนมือขับ แกขับมาส่งเราแล้วไปบ้านต่อ
ตื่นเช้าวันนี้มาทำงานด้วยความรื่นเริง พอเปิดกระเป๋าก็พบ..
นั่นแหละ กุญแจรถแกแม่งยังอยู่ในกระเป๋า :05: :05: :05a:
ผมก็แอบชอบไอ้กุญแจแบบนี้เหมือนกัน เคยเห็นอะเมร่าของเพื่อนใช้กุญแจแบบนี้
เลยสงสัยสัยว่าตอนลงรถ กุญแจออกนอกรถแล้วเครื่องไม่ดับเหรอครับ ? มันจะเช็ค
ตอนสตาร์ทครั้งแรกใช่ไหมครับ :09:
เดี๋ยวๆๆ ระบบกุญแจนี่มันยังไงนะครับ
มันมีแค่ก้อนๆ สวยงามให้เราเก็บไว้ในกระเป๋า มีปุ่มล็อคกับปลดล็อคแค่นั้น
แต่เอาจริงๆ ไม่ต้องใช้ คือถ้าใช้รถคนเดียวนี่นะ เอาก้อนนี้ใส่กระเป๋ากางเกงพอ
พอไปยืนข้างรถก็เปิดประตูได้เลย เข้ารถไปก็กดปุ่มสตาร์ต ขับไปเลย
ตอนจอดก็กดปุ่มดับเครื่อง ลงรถ แล้วกดปุ่มที่มือจับที ล็อคเลย
แต่ดันพลาดที่รถไม่ดับเครื่อง แต่กุญแจลงรถไปแล้ว ดันไม่เตือนไม่อะไรเลย บ้าที่สุด
นึ่คุยเล่นกับเพื่อนว่า สมมติ เจ้าของรถเดินมาที่รถ แต่เพื่อนเรียกคุย หันไปคุยกับเพื่อน
คนยืนตรงนั้นสามารถโดดเข้าไปในรถและขับหนีไปได้เลยนะ ไปได้ไกลมากๆ ด้วย ขออย่างเดียวอย่าดับเครื่อง
ตายๆๆๆ :30:
เคยใช้เทียน่าของเจ้านายอยู่สองสัปดาห์ มันเตือนที่หน้าจอคนขับเลยนะ
ถ้าเกิดว่าติดเครื่องอยู่ แล้วกุญแจออกไปไกลจากรถ ไม่รู้ว่าสวิฟท์มีเตือนมั้ย
ตอนซื้อรถก็ไม่คิดจะไปอยากได้อะไรนะ แต่พอได้ใช้จริงจังแล้วเฮ้ยชอบมากๆ สะดวกสุดๆ
ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาทะลึ่งเปิดประตูนะ
เพราะระบบมันออกแบบมาให้เปิดได้เฉพาะประตูที่อยู่ใกล้คนถือกุญแจเท่านั้น
กลัวก็แค่ ถ้าเสียคงซ่อมแพงกว่ากุญแจธรรมดาเยอะเลย
โอ้วๆ ความลับเปิดเผยแล้ว เพิ่งได้คุยกับพี่เค้า
คือแกมีกุญแจสำรองอยู่ในกระเป๋าแกเอง แกบอกว่าถ้าไม่มีกุญแจมันจะร้องเตือน
แต่นี่มีอีกก้อนอยู่ในกระเป๋าเลยขับได้ตามปกติ
โถ่แล้วก็ไม่บอก ตูตกใจแทบตาย เห็นเค้ามีลูกเล็กด้วย เกิดมีช็อตทิ้งลูกไว้ในรถแล้วเปิดไม่ได้งี้ :3005:
ยังติดการใช้กุญแจแบบเก่าอยู่เลย
แบบใหม่นี่ถ้าใช้คงยุ่งตายชัก (สำหรับตัวเอง) :05:
keyless รู้สึกมันทำให้ระบบใช้รถเรารวน
จากต้องกดปุ่มเปิดรถ เสียบกุญแจ
กลายเป็นไม่ต้องทำอะไรเลย
เดินไปที่รถ กดปุ่มเปิดประตู กดปุ่มติดเครื่อง
คือแบบ จะเสียบกุญแจทุกทีที่ขึ้นรถ
รถหรือตู้เย็นเนี่ย :25:
พี่ไม่ชอบนะ มันคอมพ์เกิ๊น
ยังไงก็ขอให้มีกุญแจไว้กับมือดีกว่ามั้ยอะ
พอจอดรถนี่ก็โคตรระแวงนะ กูล็อคยังวะ
วันแรกนี่ต้องจอดซ้อนคัน เหงื่อตกเลย มันเข้าเกียร์ว่างดับเครื่องแล้วรถไม่ยอมล็อค
ต้องเข้าเกียร์ P ดับเครื่อง, กดปุ่ม Shift lock แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ N ถึงจะยอมล็อครถได้
หมุนคว้างอยู่นาน สุดท้ายกุ๊กเกิ้นจ้ะ :42:
:30: นึกภาพนั่งเปิดมือถือเหงื่อแตกหาวิธีออกจากรถอย่างสงบ
จริงๆ ที่ว่ามันไม่เกี๋ยวกะกุญแจนะครับ รถกุญแจธรรมดา เข้า N ก็ดึงกุญแจออกไม่ได้นะครับ :30:
จริงดิ คืออยู่ ตจว.อะ ไม่เคยมีความจำเป็นต้องจอดซ้อนคันเลย
ทุ่งโล่งตลอดเวลา
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 12 พ.ย. 2015, 22:33 น.
:30: นึกภาพนั่งเปิดมือถือเหงื่อแตกหาวิธีออกจากรถอย่างสงบ
แบบนั้นแหละ เป๊ะเลย :30:
อย่างนี้เรียกเก่งเลยฮะ :) ผมได้รถมาครั้งแรกมานั่งงมไอ้ของเล่นพวกนี้อยู่ครึ่งวันกว่าจะรู้ว่าต้องทำยังไง :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 13 พ.ย. 2015, 10:18 น.
จริงๆ ที่ว่ามันไม่เกี๋ยวกะกุญแจนะครับ รถกุญแจธรรมดา เข้า N ก็ดึงกุญแจออกไม่ได้นะครับ :30:
Mazda 2 ทำได้นะครับ
ดึงพรวดดดด :52:
อ้างคำพูดจาก: Vikz เมื่อ 13 พ.ย. 2015, 10:50 น.
Mazda 2 ทำได้นะครับ
ดึงพรวดดดด :52:
ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นเลว :30:
จะไปหวังอะไรกะรถที่ไฟเก๋งมันยังไม่แถมเล้ยยย :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 13 พ.ย. 2015, 16:10 น.
ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นเลว :30:
จะไปหวังอะไรกะรถที่ไฟเก๋งมันยังไม่แถมเล้ยยย :30:
ใช่ซี้ :05:
ไปจอดที่การไฟฟ้า มีทีนึงลองไม่ดึงเบรกมือแล้วใส่เกียร์ N ปรากฎว่าพอจะลงรถ รถไหลจะขึ้นสนามหญ้า
วันนี้ผมตื่นเช้ามาทำงาน ปกติ
- ภรรยาฝากขนมไว้ให้ (ไปขาย) ที่ทำงาน 4 กล่อง
- ถุงขนมผมหยิบมาวางไว้บนห้องเองแหละ
- มันวางไว้ข้างๆ แบงค์ 500 (เติมน้ำมัน+กินข้าว)
ถ้าหยิบเงินก็ต้องเห็นถุงขนม
อาบน้ำ แต่งตัว ฯลฯ เก็บของ (นึกถึงขนมอยู่)
เดินลงจากบ้าน สตาร์ทรถ ...
แวะซื้อข้าวเหนียวปากซอย 30 บาท (หาเศษเหรียญจากในรถ)
ออกมาถนน เติมน้ำมันปั๊มปากซอย 400 บาท (จากแบงค์ 500 ที่หยิบมา)
เหลือ 100 (เดี๋ยวกูขายหนมได้อีก 200 สบายล่ะ)
ขับมาเรื่อยๆ - นึกได้ ชิบหาย ลืมหยิบขนม (ไม่เป็นไร โทรบอกแม่ให้ช่วยเอาไปขายแทนที)
ขับๆๆๆ คุยไลน์กับภรรยา ว่าลืมๆๆๆ แต่เค้าให้แม่ไปขายแทนละ โชคดีมีไหวพริบ
คุยๆๆๆ มีเงินแค่ 100 แต่ซื้อกับข้าวได้ น่าจะพอละ เดี๋ยวซื้อปากซอยเข้าเอแบค
ขับๆๆ คุยๆๆๆๆ
....เลยร้าน ลืมแวะซื้อกับข้าว
บ่ายนี้ลำบากเดินอีกรอบ
:41:
มีลืมอะไรอีกไหมครับ :21:
เมียตูด่าเรื่องแบบนี้ประจำ :05:
ว้าย ไม่ไหวเลอ :37:
กล้าคอมเม้นต์เพื่อนเนาะ :56:
:56: