อย่างพลัมว่า ถ้าใครอยู่สถาปนิกสายหลัก เงินเดือนง่อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณงาน :59:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 26 ก.ค. 2013, 10:21 น.
อย่างพลัมว่า ถ้าใครอยู่สถาปนิกสายหลัก เงินเดือนง่อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณงาน :59:
ผมว่ามันน่าหงุดหงิดนะ พอคิดว่าเจ้าของบริษัทก็เป็นสถาปนิก แต่ให้ค่าของสถาปนิกด้วยกันในราคาที่ต่ำมาก
เคยเจอเคสที่เจ้าของบริษัทไปบีบคอเพื่อนที่เป็นสามัญสถาปนิก เซ็นงานพิพิธภัณฑ์ให้.. ในราคาไม่กี่พันบาท เวรกรรมจริงๆ
มันเริ่มตั้งแต่ค่าแบบบ้านเราถูกมากด้วยแหละ จะได้เงินทีก็ยาก
ต้องมีหลายๆงานไว้เบิกสลับไปมามันถถึงจะอยู่ไหว
ผมว่าการโยกเงินระหว่างโปรเจ็ค แม่งเสี่ยงเจ๊ง เหมือนเอาบัตรเครดิตใบนึง ไปรูดใช้หนี้อีกใบนึงเลยนะพี่
เหมือนซื้อหวยนั่นแหละ ถ้าได้ลูกค้าวินัยดีก็สบายใจ
ถ้าลูกค้าผลัดไปผลัดมาก็บรรลัย
บางออฟฟิศเลยเหมือนเป็นวงจรอุบาศท์ที่ว่าต้องหางานได้ได้เยอะๆ
แล้วก็ต้องจ้างคนไว้เยอะๆเผื่อหมุนเงินให้ทันกับที่จะจ่าย
เงินเดือนก็น้อยไปซะ จะได้เอาอยู่
เอาเด็กจบใหม่ให้เงินเดือนสักหมื่น-หมื่นห้าทำงานสักปีก็สบายละแล้วก็โละชุดไป
ฆ่ากันเองชัดๆ เลย
สุดท้าย สถาปนิกเลยไปพับเสื้อให้เมียกันหมดละเนี่ย
โอ้ย ถ้าเมียมีงานให้ทำ แล้วเงินเข้าบ้านเดือนเป็นแสน ผมยอมปัดกวาดเช็ดถูก ทำกับข้าวให้ด้วยเลยเอ้า
ไม่เป็นมันละ สถาปนิก :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ก.ค. 2013, 13:47 น.
โอ้ย ถ้าเมียมีงานให้ทำ แล้วเงินเข้าบ้านเดือนเป็นแสน ผมยอมปัดกวาดเช็ดถูก ทำกับข้าวให้ด้วยเลยเอ้า
ทำกับข้าว ไม่น่าใช่จุดขายเอ็งนะมิ้ม :47:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ก.ค. 2013, 13:47 น.
โอ้ย ถ้าเมียมีงานให้ทำ แล้วเงินเข้าบ้านเดือนเป็นแสน ผมยอมปัดกวาดเช็ดถูก ทำกับข้าวให้ด้วยเลยเอ้า
โปรโมชั่นแถมล้างรถ :56:
ตูไม่คิดจะเป็นสถาปนิกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว :12:
ไม่ใช่อินดี้หรืออะไรหรอก แม่งเรียนยังจะเอาตัวไม่รอดเลย หนีตายมาก่อน
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 ก.ค. 2013, 14:01 น.
ทำกับข้าว ไม่น่าใช่จุดขายเอ็งนะมิ้ม :47:
เดี๋ยวไปซื้อให้กิน :30:
ทำกับข้าว แล้ว ยังต้องเลี้ยงเมียอยู่ดีแหละ :48:
ถ้าเอาจริงๆ ปัจจุบันถามเป้นสถาปนิกชอบมั๊ย ชอบ สนุกดีเรื่องที่ทำก็ไม่ได้ขัดใจอะไร
แต่เกลียดระบบการทำงานเป้นสถาปนิกแบบนี้มากกว่า
สถาปนิกบ้านเราเป็นอาชีพที่ไม่ได้รับการยอมรับเลยในวงกว้าง
ต้องคนอีกยุคนึงจริงๆที่จะพอเข้าใจว่า สถาปนิกไม่ใช่หัวหน้าช่าง หรือ นายช่างใหญ่
คนยุคเก่าจะชอลถามว่า ในเมื่อเอ็งก่ออิฐก็ไม่ได้เซ็นโครงสร้างก็ไม่ได้ แล้วจะจ้างเอ็งทำเตี่ยอะไร
ไปหาผู้รับเหมาที่เป็นวิศวะในตัวดีกว่า
สถาปนิกมีไว้เลือกสีบ้าน เลือกเฟอร์นิเจอร์กับสีพื้นก็พอแล้ว
ค่าตัวแสนนึงแพงไป สามหมื่นได้มั๊ย...
ถ้าเลือกได้นะ อยากมีอะไรทำแบบแอนแล้วรับงานเฉพาะที่ทำไหวไปเรื่อยๆน่ะ
การใช้สมองดูแลงานแบบนี้หลายๆงานพร้อมกันและต้องดูเรื่องยังชีพนี่
มันเหี้ยมากเลยนะ :30:
จารย์โอครับ
ผมไม่ได้จะกวนจารย์นะครับ
แต่ถามจริง ๆ เพราะผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน และไม่มีเพื่อนอยู่สายนี้เลย
สถาปนิก จริง ๆ เค้ามีหน้าที่อะไรครับ
:46:
บ้านเรายังไม่พัฒนาถึงขั้นอยู่สบาย อยู่สวยอะดิ แค่อยู่ได้ ก็พอแล้ว
วิศวะงานเล็กๆ ก็ไม่ต้องการนะ บ้านต่างจังหวัดนี่ก็ใช้ ผรม. สร้างๆ ไปแบบที่เคยๆ ทำนั่นแหละ
อย่าว่าแต่บ้านใครเลย บ้านพี่เองเนี่ย พ่อยังไม่ฟังพี่เลย เชื่อแต่ ผรม. จ้า
จริงๆเรามีหน้าที่ทุกอย่างในการออกแบบบ้านล่ะครับ
เรากำหนดแบบ กำหนดหน้าตา คิดเรื่องโครงสร้างเบื้องต้นว่าอะไรเหมาะ ควรจะอยู่แค่ไหนยังไง กฏหมายว่าไงบ้าง
ตรงนี้วิศวะโครงสร้างจะเข้ามาช่วยเราตรงการคำนวนเป๊ะๆว่ามันได้ไม่ได้ แล้วก็ทำรายการคำนวนเซ็นต์แบบ
แล้วเราจะมาคิดเรื่องภภายในละ ฝ้าสูงเท่าไหร่ ไฟตรงไหนควรเป้นยังไง มีไฟตกแต่งมั๊ย มีปลั๊กตรงไหนดีตามการตกแต่งภายใน
ตรงนี้ วิศวะไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยคำนวนเรื่องโหลดไฟฟ้า ขนาดสายไฟ เบรคเกอร์ ทำรายการคำนวนและเซ็นต์แบบ
หลังจากนัน้เราก็จะดูเรื่องสีสัน กระเบื้องไม้อะไรพวกนี้ว่าจะแต่งไงให้สวย มีดีเทลติดตั้งยังไงบาง
ทำแบบก่อสร้างทั้งเล่ม รวมงานจากวิศวะทั้งหมดมาเข้าเล่ม ทำเรื่องขออนุญาตก่อสร้างกับที่เขตหรือเทศบาล
ทำราคากลาง ปริมาณงานส่งให้เจ้าของไปหาคนรับเหมา
ช่วงก่อสร้าง เราก็มีหน้าทีตรวจงานให้เจ้าของบ้านว่ามันทำตามแบบเรามั๊ย โกงอะไรรึเปล่าจนเสร็จ ครึ่งปี ปีึนึงก็ว่าไป
ตรวจรับงานทั้งหมดให้เจ้าของบ้าน ก่อนจะเข้าไปอยู่
สโคปงานเราก็มีประมาณนี้ล่ะฮะ
พูดง่ายๆ วิศวะจะเป็นคนคำนวณรายละเอียดทางเทคนิค(เรื่องภายในโครงสร้าง) ส่วนสถาปนิกจะเป็นคนออกแบบหน้าตา(ภายนอก)
อารมณ์หมอศัลย์
ขอบคุณอาจารย์โอ และ คุณไอซ์ครับ
:46:
งานสถาปนิก จริงๆถ้าลูกค้าเจ๋งๆ งานมันก็คิดได้ลึกไม่ต่างกับงาน installation art เจ๋งๆ
หรืองานโฆษณาที่เจ๋งๆเลย พวกงานเต็กตัวพ่อนี่ถ้าไปดูกระบวนการคิดนี่แทบจะก้มกราบถอยหลังห้าตลบเลย :30:
อย่างตอนนี้ด้วยความที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศเค้าเลยลดเงินเดือนลงแล้วไปให้เปอร์เซนต์จากค่าแบบแทน
ได้ที่ 30% แสนนึงก็ได้ 30000 ซึ่งค่าแบบที่ออฟฟิศก็ไม่ค่อยต่ำกว่าแสนนะ
ที่ออฟฟิศโชคดีอย่างมีงานเข้ามาเรื่อยๆ แถมชอบได้ลูกค้าแบบที่ไม่คิดว่าน่าจะได้
แบบเจ้าของห้างมาคุยเอง เจ้าของแบรนด์เสื้อใหญ่ๆมาคุยตรง แบบฟลุ้คๆ :30:
เงินเดือนสถาปนิกมันน้อย เลยต้องพึ่งสามีค่ะ ที่บ้านสอนมา :30:
นี่ยังแพ้พี่ชายนะ แฟนพี่ชาย(ผู้หญิงนะไม่ได้เป็นตุ๊ดทั้งบ้าน)
บ้านแฟนพี่แม่งหลังอย่างกับวัง มีพอร์ช บีเอ็ม เบ็นซ์ โฟล์คตู้เอาไว้ไปเที่ยวเองอีก
ถ้าเลือกได้ก็อยากได้ซักเท่านี้อ่ะค่ะ :30:
ป.ล. ที่บ้านก็รู้แล้วนะว่ามีผัว พาเข้าบ้านไปไหว้พ่อแม่ละเป็นที่รับรู้ :30:
บ้านนี้เค้าเลี้ยงลูกยังไง ได้แต่แฟนดีๆ
ขอไปเป็นลูกบ้านนี้สักแป็บสองแป็บได้มั้ย :30:
ถามพ่อได้ไหมกินอะไรก่อนปั่มปั๊ม
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 26 ก.ค. 2013, 16:53 น.
พูดง่ายๆ วิศวะจะเป็นคนคำนวณรายละเอียดทางเทคนิค(เรื่องภายในโครงสร้าง) ส่วนสถาปนิกจะเป็นคนออกแบบหน้าตา(ภายนอก)
อารมณ์หมอศัลย์
กว้างกว่านั้นเยอะแหละไอซ์ เพราะอีหน้าตาเนี่ย คนมีเซนส์ออกแบบก็ทำได้อยู่นะ
หลักๆ คือต้องใช้งานได้ดี มีความต่อเนื่อง เหมาะสมกับผู้ใช้ ยังรวมไปถึงเหมาะกับสภาพภูมิอากาศ
ถ้าเป็นอาคารสาธารณะ ก็ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ในบริบทที่กว้างออกไปอีกด้วย.. นี่ยังไม่นับเรื่องกม.อาคาร กม.ผังเมือง กม.สิ่งแวดล้อม ประกาศกระทรวงทรัพฯ ฯลฯ
เคยมีอาจารย์คนนึงจำไม่ได้ว่าใคร (แต่คงไม่พ้น อ.หนอย / เรียนถาปัดมศก. ต้องรู้จัก :30:) แกบอกว่า
สถาปัตยกรรม คือสิ่งก่อสร้างที่คนต้องเข้าไปใช้งาน และงานใช้งานนั้นต้องส่งเสริมคุณภาพชีวิต
คือถ้าใช้ดี แต่มันสวยมันก็โอเค แน่นอนว่าดีที่สุดคือใช้งานได้ดีและสวย ส่วนไอ้พวกสวยแต่ใช้งานไม่ได้ หรือทั้งไม่สวยและใช้งานไม่ดี อย่าเป็นสถาปนิกเลย (จริงๆ เรื่องนี้คงใช้กับงานออกแบบได้ทุกประเภท)
สรุปว่าสถาปนิกแม่งต้องรู้จับฉ่ายมาก
ถ้าให้ผมสรุปคร่าวๆ สถาปนิกคือคนกำหนดรูปแบบทั้งด้านการใช้งาน และความงามของตัวอาคารครับ
มีหน้าที่ทำให้เจ้าของบ้านได้บ้านที่ตอบโจทย์กับพฤติกรรมตนเองมากที่สุด รวมถึงต้องดูดี และอยู่ในงบประมาณที่กำหนดด้วย
รู้สึกว่าพูดวนไปวนมาแฮะ :30:
ถ้าให้ไอซ์เข้าใจ สถาปนิกดูแลทุกอย่างเกี่ยวกะ UI + UX
แล้วมีวิศวกรเป็น Dev อีกที
ทีนี้ตูเลยไม่เข้าใจซักอย่าง
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 11:21 น.
ทีนี้ตูเลยไม่เข้าใจซักอย่าง
:30:
พี่เลย์พูดแทน
:30:
:30:
จะเล่าถึงเคสบ้าน(แม่)นัดที่พึ่งสร้างไปไม่กี่ปีนี่
ตอนนั้นคุยกับวิศวะ ก็เป็นทั้งคนเขียนแบบ เซ็นต์แบบ แล้วก็แนะนำช่างให้
อ้างอิงเรากำหนดแบบ กำหนดหน้าตา คิดเรื่องโครงสร้างเบื้องต้นว่าอะไรเหมาะ ควรจะอยู่แค่ไหนยังไง กฏหมายว่าไงบ้าง
ตรงนี้วิศวะโครงสร้างจะเข้ามาช่วยเราตรงการคำนวนเป๊ะๆว่ามันได้ไม่ได้ แล้วก็ทำรายการคำนวนเซ็นต์แบบ
เรื่องหน้าตาแบบบ้าน แม่นัดจะมีหนังสือแบบบ้านเป็นตั้งเลย
แล้วก็เอามานั่งเปิดดูหาแรงบัลดาลใจซักสองสามอันที่ชอบ เอามายำรวมกันคร่าวๆ ในกระดาษ
แน่นอนว่าไม่ได้เขียนตามหลักเป๊ะๆ แต่คือบอกได้ว่าบ้านมีกี่ห้อง ตรงนี้ห้องไม้ ระเบียงไม้ ผนังอิฐเปลือย
อ้างอิงแล้วเราจะมาคิดเรื่องภภายในละ ฝ้าสูงเท่าไหร่ ไฟตรงไหนควรเป้นยังไง มีไฟตกแต่งมั๊ย มีปลั๊กตรงไหนดีตามการตกแต่งภายใน
ตรงนี้ วิศวะไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยคำนวนเรื่องโหลดไฟฟ้า ขนาดสายไฟ เบรคเกอร์ ทำรายการคำนวนและเซ็นต์แบบ
เรื่องฝ้านี่ก็คุยกับวิศวะมั้ง ว่ามีแบบไหนมั่ง แล้วก็เลือกเอง ส่วนไฟโหลดเท่าไหร่ วิศวะจัดการ
อ้างอิงหลังจากนัน้เราก็จะดูเรื่องสีสัน กระเบื้องไม้อะไรพวกนี้ว่าจะแต่งไงให้สวย มีดีเทลติดตั้งยังไงบาง
ทำแบบก่อสร้างทั้งเล่ม รวมงานจากวิศวะทั้งหมดมาเข้าเล่ม ทำเรื่องขออนุญาตก่อสร้างกับที่เขตหรือเทศบาล
ทำราคากลาง ปริมาณงานส่งให้เจ้าของไปหาคนรับเหมา
เรื่องสีบ้านนี่ประเด็น นัดว่าเจ้าของบ้านน่าจะอยากเลือกสีบ้านตัวเองนะ ขอบจะมีไม่มีก็น่าจะตัดสินใจเอง
แม่นัดเลือกเองหมดเลย ห้องไหนของใครเจ้าของห้องเลือกสีห้อง สีผ้าม่าน
อ้างอิงช่วงก่อสร้าง เราก็มีหน้าทีตรวจงานให้เจ้าของบ้านว่ามันทำตามแบบเรามั๊ย โกงอะไรรึเปล่าจนเสร็จ ครึ่งปี ปีึนึงก็ว่าไป
ตรวจรับงานทั้งหมดให้เจ้าของบ้าน ก่อนจะเข้าไปอยู่
เรื่องโกงนี่ก็อีกประเด็น เราจะจ้างคนคนนึงมาดูว่าคนอีกคนไม่โกงเรา แล้วจะรู้ได้ไงว่าไม่ร่วมกันโกง
ทางแก้น่าจะเป็นหาผู้รับเหมาหรือวิศวะกรที่น่าเชื่อถือได้มากกว่า แต่ถ้าไม่มีจริงๆ แต่มีสถาปนิกที่เราเชื่อถือก็อีกเรื่องนึง
นั่นคืองานทั้งหมดในบ้านหนึ่งหลัง จากมุมคนมองข้างนอกว่าจะมีสถาปนิกมาทำอะไร
หาวิศวะเก่งๆ ซักคนที่ไว้ใจได้ ที่ให้ราะเอียดให้เราเลือกได้ ที่เหลือเราตัดสินใจก็น่าจะจบแล้ว
ความเห็นผมคือ สถาปนิกเป็นอาชีพไฮโซครับ
ผมเปรียบเทียบกับช่างตัดเสื้อนะ
เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่เราซื้อใส่กัน มันคือเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซื้อตามห้าง ตามตลาดนัด ตามเว็บ หรืออะไรที่มันจ่ายตังค์ปุ๊บแล้วได้ของปั๊บ สะดวก ราคาไม่แพงมาก (หรือแพงแต่ก็พอใจที่จะซื้อ) อันนี้ก็จะเปรียบได้กับบ้านจัดสรร หรือบ้านสร้างเอง แต่งเอง ขาดเกินนิดหน่อยก็ต่อเติมเอา
แต่มันก็มีอาชีพตัดเสื้อ ที่คอยตัดชุดตามขนาดของคนใส่ ใส่แล้วดูดีเลย สวยงาม ราคาก็อาจจะสูง คนที่จะใส่เสื้อผ้าแบบนี้ก็ต้องมีอันจะกินหน่อย
สถาปนิกเหมือนช่างตัดเสื้อนี่แหละครับ ที่ต้องทำหน้าที่วัดตัวเจ้าของบ้าน สอบถามความต้องการ รสนิยม และแปลงข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นแบบบ้าน
แต่พอถามเรื่องรายได้...ตอนนี้ก็กำลังหาสามีเหมือนพลัมมิกาอยู่เหมือนกัน :30:
เอาเข้าจริงต้องมีรายได้จากทางอื่นมาช่วยครับ เป็นสถาปนิกอย่างเดียวไม่รอดแน่ๆ
จะหาเงินให้ได้เยอะๆก็ต้องมีงานเยอะๆ ก็ต้องมีคนมาช่วยเยอะๆ ตามที่จานโอบอก ...แต่สุดท้าย โคตรเครียดเลย
เออ เคยเปรียบเทียบแบบนี้ไว้ตอนที่คุยเรื่องเว็บขายแบบบ้าน
ซึ่งจริงๆ แล้วจ้างสถาปนิกไปแพงหรอกเชื่อดิ :30:
ก็พอๆกะซื้อแบบบ้านนั่นแหละ แต่ขายแบบบ้านดูเป็นมิตรกว่าปะ ... :30: ปะ ทำแบบบ้านขายกัน
อืม อาชีพสถาปนิกมีไว้เพื่อตอบสนองด้านรสนิยม
ทำอาหารเป็น (มีรสนิยม) หรือเป็นพวกกินอะไรก็ได้ (ไม่มีรสนิยม) ก็ไม่ต้องไปกินที่ร้าน
ตัดเสื้อผ้าเป็น (มีรสนิยม) หรือใส่อะไรก็ได้ (ไม่มีรสนิยม) ก็ไม่ต้องไปจ้างช่างตัด
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 15:16 น.
อืม อาชีพสถาปนิกมีไว้เพื่อตอบสนองด้านรสนิยม
ทำอาหารเป็น (มีรสนิยม) หรือเป็นพวกกินอะไรก็ได้ (ไม่มีรสนิยม) ก็ไม่ต้องไปกินที่ร้าน
ตัดเสื้อผ้าเป็น (มีรสนิยม) หรือใส่อะไรก็ได้ (ไม่มีรสนิยม) ก็ไม่ต้องไปจ้างช่างตัด
:25:
เดี๋ยวได้แตกหน่อ :30:
เคยมีเพื่อมาให้แต่งห้องให้ ก็บอกว่าแต่งๆไปเหอะยังไงก็เลือกแต่ของที่ชอบมาแต่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
ความสุขมันน่าจะแค่ได้อยู่ในบ้านที่มีแต่ของที่ตัวเองชอบนี่
สะตงสไตล์ช่างแม่งเหอะ คิดกันไปเองทั้งนั้น มินิม่งมินิมอล :30: :30: :30:
ป.ล. บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็จ้างสถาปนิกนะ แม่จ้าง สร้างมาจะสามสิบปีแล้ว
ลองมองย้อนไปว่า เมื่อสามสิบปีที่แล้วจ้างสถาปนิกมาออกแบบบ้านนี่ดูราชนิกูลมากๆ :30:
อยากจะบอกว่า บ้านที่ใช้กับไม่ใช้สถาปนิกนี่ต่างกันมากเลยนะ เรื่องฟังก์ชั่น
โดยเฉพาะเรื่องสเปซกับช่องเปิด ถ้าได้เข้ามาใช้จะรู้สึกเลย
เทียบกับบ้านอาข้างๆอีกสองหลังที่ไม่ได้ใช้สถาปนิก
เหมือนชุดตัดกับชุดแบรนด์เนมอย่างที่เต้ยว่าอ่ะ ชุดสำเร็จใส่ได้มั้ยใส่ได้แต่มันต่างกับชุดตัดมั้ย
ต่าง ต่างมากด้วย
ป.ล.2. ตอนปีสองเอาบ้านตัวเองเป็นแบบไปส่งงานดีไซน์บ้านเดี่ยวด้วย
อาจารย์ที่ตรวจแบบชมว่า เธอมีเซนส์ในเรื่องของสเปสมาก สเปสภายในแยกฟังก์ชั่นแต่ต่อเนื่องกันมาก :30: :30: :30:
เออ แล้วไปคุยอย่างงี้กะลูกค้า ใครจะไปเข้าใจวะ สะป๊งสะเปซ :30:
แตกหน่อเรื่องสถาปนิกไปที่นี่ละนะครับ
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,21549 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,21549)
โอ้ย แตกซ้ำซาก :30:
เรียกว่า "แตกหลายที" จะสุภาพกว่านะครับ
:25: หูย ชอบๆ อาชีพในฝัน
ถ้าเรามีบ้านเราก็อยากจ้างสถาปนิกนะ
อ้างคำพูดจาก: toeytoeytoey เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 15:15 น.
ก็พอๆกะซื้อแบบบ้านนั่นแหละ แต่ขายแบบบ้านดูเป็นมิตรกว่าปะ ... :30: ปะ ทำแบบบ้านขายกัน
เอาจริงๆ นะ :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 15:16 น.
อืม อาชีพสถาปนิกมีไว้เพื่อตอบสนองด้านรสนิยม
ทำอาหารเป็น (มีรสนิยม) หรือเป็นพวกกินอะไรก็ได้ (ไม่มีรสนิยม) ก็ไม่ต้องไปกินที่ร้าน
ตัดเสื้อผ้าเป็น (มีรสนิยม) หรือใส่อะไรก็ได้ (ไม่มีรสนิยม) ก็ไม่ต้องไปจ้างช่างตัด
เนี่ยๆๆ ก็บอกว่าไม่ใช่ๆ :11:
ผมว่าเพราะคนส่วนใหญ่คิกว่า ต้องกรณีอยากมีบ้านแบบในนิตยสารเท่านั้นถึงต้องการสถาปนิก
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่หน้าตา หรือรสนิยมนะพี่ มันอยู่ที่เราเรียนมาเพื่อให้เข้าใจการใช้งานพื้นที่ รวมถึงภูมิอากาศภูมิประเทศ (จริงๆ แม่งก็ฮวงจุ้ยนั่นแหละ)
เรียนจบมาได้ไงเนี่ย :37:
อ้างคำพูดจาก: HyoPlum เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 16:25 น.
เดี๋ยวได้แตกหน่อ :30:
เคยมีเพื่อมาให้แต่งห้องให้ ก็บอกว่าแต่งๆไปเหอะยังไงก็เลือกแต่ของที่ชอบมาแต่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
ความสุขมันน่าจะแค่ได้อยู่ในบ้านที่มีแต่ของที่ตัวเองชอบนี่
สะตงสไตล์ช่างแม่งเหอะ คิดกันไปเองทั้งนั้น มินิม่งมินิมอล :30: :30: :30:
ป.ล. บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็จ้างสถาปนิกนะ แม่จ้าง สร้างมาจะสามสิบปีแล้ว
ลองมองย้อนไปว่า เมื่อสามสิบปีที่แล้วจ้างสถาปนิกมาออกแบบบ้านนี่ดูราชนิกูลมากๆ :30:
อยากจะบอกว่า บ้านที่ใช้กับไม่ใช้สถาปนิกนี่ต่างกันมากเลยนะ เรื่องฟังก์ชั่น
โดยเฉพาะเรื่องสเปซกับช่องเปิด ถ้าได้เข้ามาใช้จะรู้สึกเลย
เทียบกับบ้านอาข้างๆอีกสองหลังที่ไม่ได้ใช้สถาปนิก
เหมือนชุดตัดกับชุดแบรนด์เนมอย่างที่เต้ยว่าอ่ะ ชุดสำเร็จใส่ได้มั้ยใส่ได้แต่มันต่างกับชุดตัดมั้ย
ต่าง ต่างมากด้วย
ป.ล.2. ตอนปีสองเอาบ้านตัวเองเป็นแบบไปส่งงานดีไซน์บ้านเดี่ยวด้วย
อาจารย์ที่ตรวจแบบชมว่า เธอมีเซนส์ในเรื่องของสเปสมาก สเปสภายในแยกฟังก์ชั่นแต่ต่อเนื่องกันมาก :30: :30: :30:
เออ เวลามีคนจะให้ช่วยตกแต่ง ไม่เคยรับนะ แต่จะบอกว่าให้ไปดูข้อมูลในนี้ๆๆ แล้วไปเดินดูของที่นี่ๆๆ
นี่แม่งเรื่องความชอบ ไม่ต้องใช้นักออกแบบหรอก / แต่ก็แนะนำเรื่องคุณสมบัติวัสดุ กับการจัดวางได้นะ ส่วนเรื่องสไตล์ เลือกที่ชอบเถอะ
"มินิมัลพ่องงง" กับ "โมเดิร์นพ่องงง" เป็นคำที่เพื่อนผมคนนึงชอบพูด :30:
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 20:20 น.
:25: หูย ชอบๆ อาชีพในฝัน
ถ้าเรามีบ้านเราก็อยากจ้างสถาปนิกนะ
แถวนี้เยอะแยะ ดูพี่เต้ยดิ๊ ได้ค่าแบบเป็นเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อที่ชุมพร (ค่าน้ำมันรถจ่ายเอง) :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 22:34 น.
เนี่ยๆๆ ก็บอกว่าไม่ใช่ๆ :11:
ผมว่าเพราะคนส่วนใหญ่คิกว่า ต้องกรณีอยากมีบ้านแบบในนิตยสารเท่านั้นถึงต้องการสถาปนิก
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่หน้าตา หรือรสนิยมนะพี่ มันอยู่ที่เราเรียนมาเพื่อให้เข้าใจการใช้งานพื้นที่ รวมถึงภูมิอากาศภูมิประเทศ (จริงๆ แม่งก็ฮวงจุ้ยนั่นแหละ)
เรียนจบมาได้ไงเนี่ย :37:
อ้าว ทีอธิบายเรื่อง UI+UX ละไม่ quote :05:
:30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 22:57 น.
อ้าว ทีอธิบายเรื่อง UI+UX ละไม่ quote :05:
งั้นก็มาอธิบายด้วยเซ่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ทิ้งไว้ให้คาแบบนี้สเปซมันจะเซปเพอรเหรต ทำให้โซหลิตและวอยด์มันไม่เป็นยูนิตี้นะคะ
เมนเอนแทรนซ์มันเลยแอปโพรชไม่ได้ ไม่อิมแพ็คเลยนะคะ :23:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 22:34 น.
แถวนี้เยอะแยะ ดูพี่เต้ยดิ๊ ได้ค่าแบบเป็นเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อที่ชุมพร (ค่าน้ำมันรถจ่ายเอง) :30:
ได้นัดเลี้ยงข้าวที่ภาคใต้เหมือนกัน แค่ค่ารถก็กินไม่คุ้มแล้ว :05:
อ้างคำพูดจาก: HyoPlum เมื่อ 27 ก.ค. 2013, 23:22 น.
งั้นก็มาอธิบายด้วยเซ่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ทิ้งไว้ให้คาแบบนี้สเปซมันจะเซปเพอรเหรต ทำให้โซหลิตและวอยด์มันไม่เป็นยูนิตี้นะคะ
เมนเอนแทรนซ์มันเลยแอปโพรชไม่ได้ ไม่อิมแพ็คเลยนะคะ :23:
:59: :30:
มันก็อย่างที่แอนว่าล่ะครับ สถาปนิกเหมือนเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย :30:
มันเลยทำให้วงการเราถูกมองว่า ต้องสร้างตึกใหญ่ๆ ค่อยไปจ้างมัน ยิ่งตามต่างจังหวัดนี่
แทบไม่มองเลยว่าจะต้องมีเหมือนที่ณัฐบอก ดูแบบเอาแล้วจ้างสร้างเลยก็ได้
เอาจริงๆ ในเชียงใหม่ ลูกค้าเป็นฝรั่งนี่จะแตกต่างจากลูกค้าคนไทยโดยสิ้นเชิง
กับฝรั่งสถาปนิกนี่ยังกะพระเจ้า พูดไปก็โอเคไอเชื่อยูทำเลยตลอด
กับลูกค้าไทย ต้องไปถามผู้รับเหมาก่อนว่ามันจริงรึเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ผหู้รับเหมาก็จะเอาวิธีง่ายเข้าว่าแทน
หลังๆเลยรับงานพวกเขียนแบบ ทำ3D อะไรพวกนี้ร่วมด้วยสบายใจกว่า
นี่เลยพยายามเพิ่มมูลค่าตัวเองด้วยการเรียนฮวงจุ้ยอยู่
ซินแสจะมากินแบบตรูง่ายๆไม่ได้แล้ว :30:
รับเรนเดอร์งานให้ฝรั่ง สามรูปก็มากกว่าเงินเดือนแล้วครับ :30:
จริงๆ ฝรั่งก็ไม่ได้จะเปิดกว้างไปหมดนะครับ แต่โดยรวมแล้ว เขาให้เกียรติวิชาชีพนี้มากกว่าคนไทย ทั้งระดับผรม. เจ้าของบ้าน หรือเดเวลอเปอร์
คือ เค้าจะให้ค่าเราเหมือนหมอน่ะครับ ยูคือผู้เชียวชาญทางนี้ไอจะให้น้ำหนักยูมากกว่าผู้รับเหมา
ถึงจะไม่เชื่อทั้งหมดก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด
เห็นเต้ยแชร์อันนี้มา เจ๋งดี บวบน่าแปลไทย
107 Reasons Why You, Architect, Matter | Architects 2Zebras
http://architects2zebras.com/2010/06/25/107-reasons-why-you-architect-matter/ (http://architects2zebras.com/2010/06/25/107-reasons-why-you-architect-matter/)
ยากไป :05:
เออ ตูก็แชร์ไปงั้นๆแหละ แปลไม่ออกเหมือนกัน
วันนี้ได้คุยกะน้องคนทำเว็บบ้านไอเดีย.คอม ได้ฟังมุมกลับของคนทั่วไปที่มีต่อสถาปนิกว่า..
(http://img3.f0nt.com/07/988aa2ee7b47b1a149f36385f560f9a7.jpg)
มันก็ก็ถูกเสียทีเดียวนะครับ
ผมเห็นด้วย เรื่องไม่รู้จะไปหาสถาปนิกที่ไหน
แต่ทำไมเหตุผลถึงกลายเป็นว่า พอเห็นบ้านหลังนี้สวยแล้วถามหาผู้รับเหมา ไม่ถามหาคนออกแบบ
จริงๆ แล้วกรณีข้างบน น่าจะเกิดจากไม่เข้าใจหน้าที่ และประโยชน์ของสถาปนิกมากกว่าครับ
เพราะเอาจริงๆ ผู้รับเหมานี่ก็ไม่ได้หาง่ายไปกว่าสถาปนิกหรอกครับ เชื่อสถาปนิกสิ :30:
มีใครรณรงค์ เรียกร้องให้เปลี่ยนข้อกฎหมายโบราณๆ นั่นหรือยังอะ
มีอีกเสียงน่าสนใจ
http://www.selectcon.com/extra_edtorial_6.asp (http://www.selectcon.com/extra_edtorial_6.asp)
หันมาเอาดีทาง PR สถาปนิกไทยดีกว่ามั้ยเนี้ย 55
:12:
อ๋อ ที่ว่าห้ามโฆษณานั่นคือจรรยาบรรณ ไม่ใช่กฎหมาย?
นั่นแสดงว่าถ้ามีใครหัวก้าวหน้า ไม่สนใจจรรยาบรรณนั้น จะผิดอะไรไหม
เช่น ถูกเพิกถอนใบสักอย่างของสมาคมหรือเปล่า
คืออยากให้มี มันติดคอขวดมานานแล้ว
เด็กถาปัดจบมาก็หนีไปพับเสื้อกันหมด
ผมเข้าไปเอาเอง ไม่รู้ว่าถูกมั้ยนะ ว่าเขาห้ามอวดอ้างไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ห้ามพรีเซนต์ตัวเอง?
จรรยาบรรณสถาปนิก ฉบับอ่านง่าย
จาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=baansuansabuy&month=09-2009&date=02&group=7&gblog=2 (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=baansuansabuy&month=09-2009&date=02&group=7&gblog=2)
1. ต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ทิ้งงานโดยไม่มีเหตุอันควร และต้องทำงานของตนเองให้เป็นผลดีต่อ
สังคม และรวมถึงกฏหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อย่างเคร่งครัด
2. ต้องไม่ทำอะไรที่เสื่อมเสียแก่ จรรยาบรรณห่งวิชาชีพ
3. ห้ามโฆษณาใดๆ ซึ่งการประกอบวิชาชีพสถาปนิก
4. ห้ามใช้แบบที่ออกแบบให้คนอื่นแล้ว ยกเว้นแต่เจ้าของแบบเดิมอนุญาต
5. ไม่ตรวจเช็คงานสถาปนิกอื่น เว้นแต่ทำตามหน้าที่และสถาปนิกอื่นนั้นรับทราบแล้ว
6. ไม่กระทำการใดๆที่เป็นการแย่งงานสถาปนิกอื่น
7. ไม่หางานโดยการลดหรือประกวดค่าแบบ
8. ไม่ใช้ตำแหน่ง หรืออิทธิพล และการจ่ายเงินเพื่อให้ได้งานออกแบบ
9. ต้องปกปิดความลับของลูกค้า และไม่ลอกแบบผู้อื่น
10. ไม่ทำความเสื่อมเสียชื่อเสียงของสถาปนิกอื่น
11. ห้ามรับผลประโยชน์ หรือค่าสเปก
12. ไม่รับเหมาก่อสร้าง
ข้อที่เถียงๆกันนี่คือข้อ 3
ฉบับเต็มว่าดังนี้
(http://img3.f0nt.com/07/744b0a5477d02442de84418ef467ce9e.jpg)
ถ้าสมมติบักบวบมันโฆษณาในเว็บตัวเองว่ารับออกแบบ สไตล์โมเดิร์น สวยแน่นอน
ผมรู้สึกอิจฉา ก็โฆษณาบ้าง แต่เป็นรับออกแบบ สไตล์ tropical อยู่สบายแน่นอน (ไม่ได้ไปบลัฟบักบวบนะ)
ต่างคนต่างอยู่ ต่างแสดงไอเดียที่เรามั่นใจว่าเหมาะสม เจ้าของบ้านก็มีสิทธิ์เลือก ว่าชอบแนวไหน ทำทุกบริษัทยิ่งดี ตัวเลือกยิ่งเยอะ
แบบนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาครับ
ตอนนี้เลยคุยๆกับน้องที่ทำเว็บบ้านไอเดีย ว่าจะทำยังไงที่จะช่วยให้เจ้าของบ้านกับสถาปนิกได้มาเจอกันซะที
กำลังปั้นโครงการนี้กันอยู่ ใครมีไอเดียมาแจมได้เลยครับ
เออ จริงๆ ถ้ามันเป็นแค่จรรยาบรรณ(ที่ถูกเขียนขึ้นมา) ไม่ได้มีผลอะไรทางกฎหมาย
ก็ช่างแม่ง ไม่ต้องไปสนใจอะไรมันเลยได้มั้ย :30:
ตลาดนัดสถาปนิก :37:
ปล. ห้ามรับเหมา.. เพิ่งรู้นะเนี่ย ก็จนกันตายห่าต่อไปสิงั้น :47:
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 07 ส.ค. 2013, 13:37 น.
เออ จริงๆ ถ้ามันเป็นแค่จรรยาบรรณ(ที่ถูกเขียนขึ้นมา) ไม่ได้มีผลอะไรทางกฎหมาย
ก็ช่างแม่ง ไม่ต้องไปสนใจอะไรมันเลยได้มั้ย :30:
มันมีผลอยู่บ้างไงพี่ เกิดคนหมั่นไส้ไปร้องเรียน โดนยึดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เซ็นแบบไม่ได้ รายได้ขายไปประมาณนึงเลยนา
โอ้ ถ้ามีเขียนงี้แสดงว่ามีข้อบังคับของสมาคมฯ กำหนดไว้ ยังงี้ยาก
ประหลาดดีอ่ะ เรียนมาแทบตาย แต่จบมาห้ามโฆษณาว่ากูทำอะไรได้บ้าง :3005:
ยกตัวอย่างเว็บไซท์ของออฟฟิศสถาปนิกใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ผมยกให้เป็นตัวอย่างของการ PR ออฟฟิศเลย
http://www.a49.com/en/index.html (http://www.a49.com/en/index.html)
http://www.planarchitect.com/index.html (http://www.planarchitect.com/index.html)
http://www.d103group.com/home.htm (http://www.d103group.com/home.htm)
ในเว็บก็บอกถึง profile ของบริษัท แสดงงานที่เคยทำ บอกแค่ information ของงาน
หรือเล็กลงมาหน่อย แบบที่ไม่ได้จ้างทำเว็บเป็นเรื่องเป็นราว อาศัยฟรีบล็อกเผยแพร่งานก็มีเพียบ
http://supermachine.wordpress.com/ (http://supermachine.wordpress.com/)
https://www.facebook.com/idin.architects (https://www.facebook.com/idin.architects)
https://www.facebook.com/noneotherthandesignstudio (https://www.facebook.com/noneotherthandesignstudio)
https://www.facebook.com/officeat (https://www.facebook.com/officeat)
https://www.facebook.com/VinVaravarnArchitectsLimited (https://www.facebook.com/VinVaravarnArchitectsLimited)
https://www.facebook.com/pages/Hed-design-studio/203065123151482 (https://www.facebook.com/pages/Hed-design-studio/203065123151482)
ฯลฯ
พวกนี้ผมว่าไม่มีปัญหาเลยนะ เจ๋งดีด้วยยิ่งมีเยอะๆยิ่งดี
แต่ทำยังไงเจ้าของบ้านถึงจะเข้าถึงตัวคนพวกนี้ได้
แต่เดี๋ยวก่อน...
แล้วพวกนี้ละ
http://korn-house.blogspot.com/ (http://korn-house.blogspot.com/)
http://www.srangsookjai.com/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html (http://www.srangsookjai.com/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html)
http://www.thaihomeplan.com/ (http://www.thaihomeplan.com/)
http://www.planbandd.com/ (http://www.planbandd.com/)
(http://img3.f0nt.com/07/bd1aa963eb7fbb0656f3b77b076694f9.jpg)
:59:
ถ้าคนขายไม่ได้เป็นสถาปนิก...ไม่ผิดจรรยาบรรณสถาปนิกชัวร์ ....แล้วสภาสถาปนิกจะช่วยสถาปนิกยังไงดี เกี่ยวกะเรื่องนี้
และสุดท้าย คนติดงอมแงมกันทั้งประเทศ ...
http://www.homeloverthai.com/ (http://www.homeloverthai.com/)
วงการถ่ายภาพเค้ามีเว็บรวมช่างภาพ
http://www.flophr.com/ (http://www.flophr.com/)
https://www.facebook.com/flophr (https://www.facebook.com/flophr)
(ซึ่งไม่รู้ดีรึเปล่านะ)
อารมณ์เหมือนคิวรถแท๊กซี่สุวรรณภูมิ
วงการสถาปนิกเอาด้วยมั้ย ถ้าเอาเดี๋ยวจัดเลย
เอาเลยๆ :25:
เออ นึกถึงสรยุทธ์ ที่ไม่ได้อยู่ในสมาคมนักข่าว
แน่นอนว่าไม่ได้ถือจรรยาบรรณนักข่าว
(โดนถอนใบประกอบวิชาชีพนักข่าวด้วยเหอะ)
แต่ก็เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดในประเทศ ในฐานะนักข่าวเบอร์ 1
อ้าว ดันไปเจอของสมาคม โปรแกรมค้นหาสถาปนิก เป็นเวอร์ชั่นเบต้า
http://architectsearch.asa.or.th/index.php (http://architectsearch.asa.or.th/index.php)
คือห้ามโฆษณา แต่มีพอร์ตได้ แต่ห้ามโฆษณา แต่บอกได้ว่าเคยทำอะไร แต่ห้ามโฆษณา
:30: :30: :30:
และสุดท้าย ..โฆษณาได้ แต่ห้ามโฆษณา!
ผมไม่เดือดร้อน เพราะไม่มีงานให้โฆษณา :30:
เอาแบบซีเรียสคือ มันก็ไม่ง่ายไม่ยากทั้งสองด้าน
คนสนใจงานออกแบบอยู่บ้าง อย่างน้อยก็คงซื้อนิตยสาร พออยากทำก็ขอช่องทางตอกต่อจากทางนิตยสารได้เลย
ชาวบ้านทั่วไป หลายๆ คนผมว่ารู้ความต้องการของตัวเองดีกว่าพวกคนเมืองอยากได้บ้านตามนิตยสารเสียอีก
กลุ่มนี้ก็คงไม่ได้ต้องการสถาปนิก เพราะเรื่องความงามไม่ได้จำเป็น ส่วนเรื่องการใช้งาน มันถูกปรับมาจนลงตัวแล้ว
สรุปว่าช่างแม่ง มักง่ายดีป้ะล่ะ :30:
แสดงว่าการกระทำแบบ อ.เชี่ยวก็โอเคสินะ
เรื่องไหนล่ะครับ :30:
เรื่องอวดว่าทำนู่นนี่ได้ แต่ทำได้จริงแค่ไหนไม่รู้ ผมว่ามันไม่เสื่อมสถาปนิกเท่าไหร่หรอก มันเสื่อมตัวเขาเอง
เรื่องเป็นพรีเซนเตอร์คอนโดนี่ผมว่าทุเรศ เพราะมันมีผลต่อการตัดสินใจของคนได้
มันงงๆแฮะ ตกลงโฆษณาสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้
แล้วมันจะสื่อให้ชาวบ้านทั่วๆไปรู้ได้ไงล่ะว่าเชี่ยชาญแบบไหน
และควรจะเลือกใครมาออกแบบให้เหมาะกับที่อยากได้
:59:
ถ้าทำสื่อแล้วเผยแพร่แนวคิดดี เช่น บ้านราคาประหยัดเพื่อช่วยคนรายได้ไม่สูง อันนี้ดี ชอบเลย คล้ายๆโครงการหมอบ้านของอ.ยอดเยี่ยม
แต่ออกรายการทีวี รีวิวโครงการคนอื่นที่เจ๋งๆ แล้วจบด้วย หากใครสนใจก็ติดต่อผมมาได้เลย.. แบบนี้ไม่โอเค (อันนี้แหละที่เค้าด่ากัน)
ซึ่งถ้าจบด้วย ท่านใดอยากทราบรายละเอียด หรือปัญหาเกี่ยวกับอาคาร ก็ติดต่อสถาปนิกทุกท่านที่ท่านรู้จัก หรือ สมาคมสถาปนิกสยาม หรือ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทุกแห่ง อันนี้แกจะเท่มากขึ้นอีกล้านเท่า
ปล.เพจรวมสถาปนิกจะชื่ออะไรดีอะ ..ช่วยคิดหน่อย
เพจนี้จะเป็นตัวแทนสถาปนิก ที่จะออกมาพูดว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง
satapanick
ถุ๊ย :30:
(http://www.bwmag.in/wp-content/uploads/2011/10/This-is-Sparta.jpg)
This is satapaaaaaa (nick) :30: :30: :30:
:30: :30: :30: เอาๆ
:30b:
เอาเลยๆ :30: :30:
นี่เนียนมาจากสะโต๊ดเป้อใช่มะ :30:
:30: ไอ้บ้าเอ๊ย
สถาปนิกคืออะไร
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1379665370&grpid=no&catid=02&subcatid=0200 (http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1379665370&grpid=no&catid=02&subcatid=0200)
อธิบายเป็นงานเป็นการเลยนะ เพิ่งรู้เหมือนกัน เรียนมายังไง :05:
ยาวขนาดนี้จะมีคนอ่านมั้ย :05:
ไม่ยาวนะ ดราม่ายาวกว่านี้เป็นสิบเท่า :30:
ช่วงนี้ที่ศิลปากรกำลังฮิตอะไรแบบนี้ เอามาให้ชาวฟ้อนดู เผื่อจะรู้จักสถาปนิกมากขึ้น :30:
รายการแรก "ตีซี้พี่เก่า"
พาไปเจอ รุ่นพี่ศิษย์เก่า ว่าชีวิตสมัยเรียนเป็นไง ตอนนี้เป็นไง อันนี้ฮาแบบซอฟท์ เพราะรายการค่อยข้างพับบลิก
ตีซี้พี่เก่า กุ้ง รุ่น39 (1) (http://www.youtube.com/watch?v=CdnLa-kHSNc#)
ตีซี้พี่เก่า กุ้ง รุ่น39 (2) (http://www.youtube.com/watch?v=_OgYUeCMmkk#)
ตีซี้พี่เก่า กุ้ง รุ่น39 (3) (http://www.youtube.com/watch?v=yG1YfR_nJDA#)
รายการที่สอง "จับหัวคุย"
อันนี้คอนเซ็ปต์เดียวกัน แต่ฮาร์ดคอร์กว่า เป็นของรุ่นน้อง (รหัสปี 47)
DJ TUP จับ-หัว-คุย EP.1 (http://www.youtube.com/watch?v=ZfL0m3xscdI#)
ทำไมคลิปแรกไม่ขึ้นอ้ะ :37:
ถ้าไฟล์บนยูทูบมีเครื่องหมาย - มันจะไม่ขึ้น เป็นบั๊กของปลั๊กอินบอร์ดนี้ แต่แบบ ไม่มีใครแก้ได้แล้วเพราะปลั๊กอินเว็บบอร์ดตัวนี้มันเลิกพัฒนาแล้ว :59:
ทำไมคลิปแรกขึ้นแล้ว.. แต่คลิปสุดท้ายหายอ้ะ :37:
เมื่อคืนลองลงปลั๊กอินใหม่ดู เลยอาจจะแก้ได้บ้าง
แต่ไอ้ที่ขึ้นต้นด้วย https นี่ บางทีก็ได้ บางทีก็ไม่ได้ :30:
ไอซ์ก็แก้ไม่หาย :05:
ไปแก้เอา s ออก ก็หายละ :37: