มีใครมีคำแนะนำเรื่องการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยมั๊ยจ๊ะ :18:
เค้ากำลังตื่นเต้น แต่จะสอบตรงศิลปกรรมจุฬาฯอ่ะ(เอก exhibition)
ทุกวันนี้ยังเรียนวาดรูปถาปัตย์ :08: พื้นฐานมันคือๆกัน
มีใครมีประสบการณ์เวิร์คๆมั่ง :52:
คงช้าไปสำหรับสูตรพี่ คือ อ่านมันประมาณปีนึง ค่อยๆ อ่าน
ถึงเวลาจะสอบเหลือแต่โน้ตสั้น ที่ย่อเองมาสี่ห้ารอบแล้ว และ เล่นเกมในขณะที่เพื่อนๆ อ่านกันหัวแตก :30:
ไม่อ่าน
วัดไปเลยว่าสามปีที่เรียนมาได้อะไรแค่ไหน :47:
อ้างคำพูดจาก: I'm Nut เมื่อ 14 พ.ค. 2012, 23:42 น.
ไม่อ่าน
วัดไปเลยว่าสามปีที่เรียนมาได้อะไรแค่ไหน :47:
ส่วนใหญ่ก็ยึดทฤษฏีนี้กันไม่ใช่รึ :51:
ของพี่ร่มกำลังดีนะ
ของพี่ก็สุดไปอีกขอบนึง คือเริ่มติวตั้งแต่ปิดเทอม ม.๓
ติวจริงๆ ไม่ได้เดินห้างด้วยนะ ต่างจังหวัดติวเสร็จกลับบ้านเลย ไปนั่งอ่านต่อที่บ้าน
ชีวิตวัยรุ่นของชั้น :05:
ตอนนั้นสอบโควต้า มช. คะแนนเฉลี่ยขั้นต่ำที่จะเข้าได้อยู่ที่วิชาละ 75
ตอนแรกคิดในใจกูจะฉลาดขนาดนั้ยเลยเหรอวะ :3005:
ก็เลยตั้งใจอ่านมาก แล้วก็ตั้งเป้าแปลกๆ ไว้ เช่น จะวาดแผนที่ประเทศไทยพร้อมจังหวัด พร้อมแม่น้ำภูเขาทะเลให้ได้ :30:
ของเค้าดันจะเรียนวิศวะไง แล้วพ่อแม่ไม่มีตังค์ส่งเรียนเอกชน คือถ้าเอนท์ไม่ติดต้องมีขายควายกันบ้างอะ
รู้เลยว่าจำเป็นต้องเอนท์ให้ติด ม.รัฐจริงๆ เลยเรียนเป็นบ้าเป็นหลัง
เป้าหมายวิชาคำนวณต้อง ๙๐% ขึ้นไป เลขกะฟิสิกส์
เคมีขอ ๖๐ ขึ้น อังกฤษเอาแค่พอผ่าน ไทยด้นไปเท่าที่รู้
วิชาท่องทิ้งหมด ไม่คุ้มไปอ่านเพราะอ่านไปก็ไม่เก็ต สังคมมั้ง กาตรงๆ ยาวๆ ลงมาเลย
โชคดีไม่ต้องเอาชีวะไปสอบด้วย ตัวนี้ไม้เบื่อไม้เมามาก ตกตลอด ตกจนครูเกรงใจกันเลยทีเดียว :30:
ตอนเอนท์ ก็อ่านสามเดือนก่อนสอบ แต่อ่านจริงๆ จังๆ ก็เดือนสุดท้าย
แต่ระหว่างเรียนจะทำโน้ตย่อไว้เรื่อยๆ เลยไม่ต้องมานั่งอ่านทั้งหมด
ถ้ารู้แน่นอนแล้วว่าจะเข้าคณะอะไร มองหาที่สอบตรงไว้เยอะๆ ครับ
ถ้าโรงเรียนอยู่นอกเขตกทม. ก็มีโควต้าให้อีกเยอะด้วย
เอ๊ะนี่มันไม่ใช่วิธีอ่านหนังสือสอบนี่นา :30:
ตอนเอนต์กามั่วเลข ได้ 60 กว่า ภูมิใจมาก :52:
ตูได้ 24 ต่ำกว่าลิงอีก :39:
ไม่เคยเอนท์ :52:
สละสิทธิ์โควตามาอ่านสือสอบก่อนเอนทรานส์ 7 วัน ก่อนหน้านั้นไม่อ่าน
ผลจากการกามั่ว คะแนนติดอันดับรองโหล่พอดี
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว ไหว้พระเยอะๆ :12:
เรามาแนวๆ ลุงร่ม
ติวทั้งที่โรงเรียนจัดให้และโรงเรียนกวดวิชา 7 วันไม่มีหยุด เป็นเวลา 1 เทอม
(เบื่ออาหาร และผอม ไปด้วยเลย)
แล้วพอดีได้โควต้า ก็เลยปิดจ๊อบตรงนั้น
ม. 6 เทอมสุดท้ายไปโรงเรียนแบบเหงาๆ เพื่อนมันอ่านหนังสือหมด ไม่มีใครเล่นด้วย (คนอื่นเค้าสละสิทธิ์โควต้ากัน)
ว่างก็เลยเล่นจะเข้ ตีแบด บ้าดาราญี่ปุ่น ดูบอล
เคล็ดลับอ่านหนังสือสอบจริงๆ คือ
เราอ่านตรงจุดที่ตัวเองทำได้ เอาให้เป๊ะ กะฟันคะแนนเต็มๆ
ส่วนที่พอได้ก็ อ่านอีกหน่อยให้ดีขึ้น
ตรงไหนที่อ่อน ไม่เข้าหัว ไม่ไหว ก็อ่านผ่านๆ พอให้มีหลักเกรฑ์ในการมั่วก็พอ
ข้อไหนไม่รู้หมดหนทางจริงๆ ก็ดิ่งควาย
:52:
หลักการณ์เหรอ ทำใจ แล้วกลับมาที่พื้นฐานใหม่หมดอีกครั้ง รื้อตั้งแต่เริ่ม
ภาษาไทยก็เริ่มตั้งแต่ ก ไก่ สระ เสียงวรรณยุกต์ เครื่องหมายต่างๆ เอาให้รู้จริงๆ
ติดตรงไหนไปถามครู แล้วก็รู้สึกว่า ทำไมไม่ตั้งใจเรียนแบบนี้ตั้งแต่แรกวะ :30: :30:
ต้องไปดูแนวโน้มครับ
ยึดหลักตามแนวตรรกกะ
ว่าจะทิ้ง ก ข ค ง หรือ จ ดี :3005:
ผมนี่คนละอย่างกะพี่ร่มเลยนะ
คือสอบสองรอบเนี่ย ดูว่าใช้คะแนนวิชาไหนบ้าง คะแนนวิชาไหนต้องได้ผ่านเกณฑ์เท่าไหร่บ้าง
แล้วอัดมันทุกวิชาเลยในครั้งแรก เพื่อที่จะดูว่าอันไหนรอดไม่รอด (ตอนเอนท์เลือกคณะเดียว วิชาไหนไม่ใช้ก็ไม่สอบเลย)
พอผลสอบรอบแรกออกมาก็จะพอประเมินตัวเองได้แล้ว
เช่น
ความถนัดทางสถาปัตฯ 38 มีสอบปีละครั้ง ผ่านเกณฑ์แล้ว ก็โอเค (ยุคนั้นเกิน 50 มีแค่ 100 คนทั้งประเทศนะ :59:)
ไทย/สังคม ได้คะแนน สูง (สองวิชานี้รวมกันต้อง 30+) แต่ไม่เอามารวม ก็ช่างมัน ไม่ต้องเสียเวลาไปอ่านแล้ว
เลขได้ 24.5 แต่แม่งเอา 25 :3005: อันนี้ต้องติวจริงจังละ
ฟิสิกส์ได้ 32.5 ฝ่านเกณฑ์ ไปแล้ว แต่รู้สึกยังขุนได้อีก ขุนได้มากกว่าเลขแน่
ภาษาอังกฤษ คะแนนโอเค 69 ตัวนี้ก็น่าจะขุนขึ้น
ผลคือ ต้องเอาเลขขึ้นมาให่ผ่าน เพราะงั้น ติวเฉพาะเรื่องที่รู้เรื่อง และจะทำได้ชัวร์ๆ นอกนั้นกามั่วให้ตายไงก็ต้องผ่านวะ
ฟิสิกส์ก็คล้ายๆ กัน แต่ไม่ได้ไปกดดันมาก เพราะผ่านอยู่แล้ว
ส่วนอังกฤษนี่คาดหวังเลย เพราะจากการวิเคราะห์แล้ว ไม่ใช่วิชาที่เด็กถาปัดจะทำได้คะแนนดีกันด้วย เรียกว่าคู่แข่งน้อยแหละ
สรุปติดที่เลือกไว้อันดับสาม และตัดสินใจเอาสอบตรง แต่หลักจากนั้นสองปีก็ระเห็ดไปเรียนที่ที่เอ็นติดอยู่ดี.. ด้วยวิธีการสอบตรง :30:
เค้าสอบตรงศิลปกรรมจุฬาแหละ :33:
เอาคะแนน ไทย สังคม อังกฤษ อย่างละ 10
ประวัติศาสตร์ศิลป์ 20
ออกแบบ 50
คนอื่นเค้าไม่อ่านสามัญกัน จะมั่วแล้วสอบวาดรูปไป เค้าไม่เอาอ่ะ เค้าจะอ่าน ><
พูดเีรื่องเอ็นแ้ลวรู้สึกแต่ละคนจะผ่านมาหลายปีสินะคะ :21:
ใช่ ไม่เข้าใจระบบสมัยนี้แล้วด้วย :3005:
ด้วย :30:
ผ่านมาไม่กี่ปียังขี้เกียจจะเข้าใจเลย เปลี่ยนตลอด :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 16 พ.ค. 2012, 12:18 น.
ความถนัดทางสถาปัตฯ 38 มีสอบปีละครั้ง ผ่านเกณฑ์แล้ว ก็โอเค (ยุคนั้นเกิน 50 มีแค่ 100 คนทั้งประเทศนะ :59:)
จริงเหรอ ตอนเอ็นต์ไม่เคยถามเพื่อนในคณะเลยว่าได้คะแนนความถนัดกันเท่าไหร่
เพิ่งรู้ว่าได้เกิน 50 ไม่กี่คนเฉพาะปีบวบป่ะ :30:
ตอนนั้นได้ 50 ปลายๆมั้ง ไม่กล้าบอกใครเลยว่าความถนัดได้เท่านี้ เพราะคิดว่าน้อยมาก :07: :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: HyoPlum เมื่อ 17 พ.ค. 2012, 00:38 น.
จริงเหรอ ตอนเอ็นต์ไม่เคยถามเพื่อนในคณะเลยว่าได้คะแนนความถนัดกันเท่าไหร่
เพิ่งรู้ว่าได้เกิน 50 ไม่กี่คนเฉพาะปีบวบป่ะ :30:
ตอนนั้นได้ 50 ปลายๆมั้ง ไม่กล้าบอกใครเลยว่าความถนัดได้เท่านี้ เพราะคิดว่าน้อยมาก :07: :07: :07:
รุ่นผม (ปีการศึกษา 45) สถิติเป็นงั้นจริงๆ พี่ แต่พอสักปี 47-48 แม่งมีเต็มร้ยด้วยอะ งงไปเลย เปลี่ยนกติกาการตรวจมั้ง :30:
พูดถึงเรื่องเอนท์ นึกขึ้นได้ตอนไปนั่งรถไฟใต้ดินแล้วเจอเด็กมัธยมสามพี่น้อง นั่งข้างกัน นามสกุลเดียวกัน เป็นเด็กคอนเวนต์
ตอนแรกมองเพราะน่ารักดี :04: เห็นน้องอ่านหนังสือเรียน บางคนก็ทำการบ้าน
เหลือบไปเห็นหนังสือเรียนของน้องแล้วตกใจ
โหยย น้องแกเล่นเลคเชอร์ใส่ในหนังสือเต็มหน้าเลยครับ แบบเยอะมากๆ จนแทบจะไม่มีที่ว่างเลย
เลยรู้สึกว่า เด็กขยันมันเป็นอย่างนี้สินะ สมัยผมคนขยันสุดยังไม่ขนาดนี้เลย (ยิ่งผมด้วยยิ่งไม่มีทางทำอย่างนั้นเลย)
เห็นแล้วรู้สึกอายเด็กจัง
ตอนเรียนติดโควต้าขอนแก่นครับ เลยไม่ได้เอนท์เลย เลยไม่ค่อยรู้เรื่องการคิดคะแนน หรือพวกการเลือกคณะ
อดมีโอกาสเครียดตอนเลือกคณะเลย
มีเพื่อนคนนึงมันชอบโน๊ตต่างๆ นาๆ ไว้เต็มหน้าหนังสือเหมือนกัน
ยืมหนังสือมันอ่านนี่ได้ประโยชน์มาก ละเอียดยิบเลยทีเดียว
แต่มันก็เป็นคนเดียวในห้องที่เรียนไม่จบ :47b:
อ้างคำพูดจาก: HyoPlum เมื่อ 17 พ.ค. 2012, 00:38 น.
จริงเหรอ ตอนเอ็นต์ไม่เคยถามเพื่อนในคณะเลยว่าได้คะแนนความถนัดกันเท่าไหร่
เพิ่งรู้ว่าได้เกิน 50 ไม่กี่คนเฉพาะปีบวบป่ะ :30:
ตอนนั้นได้ 50 ปลายๆมั้ง ไม่กล้าบอกใครเลยว่าความถนัดได้เท่านี้ เพราะคิดว่าน้อยมาก :07: :07: :07:
ตูได้ 56 มั้ง ไปสอบโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย (มันเป็นวิชาคลายเครียดน่ะ)
มีข้อนึงให้วาดเปรียบเทียบวัตถุขนาด 10 เซ็นต์ ตูวาดหน้าเด็กลงไป แม่งอายมาก ตอนนั้นไม่รู้เรื่องสเกลจริงๆ :3005:
จำได้ว่าตอนเอ็นท์ ความถนัดตูได้ 60-70 มั๊ง
แต่วิชาอื่นนี่กากมาก พวกฟิสิกส์ เคมี เลข สุดท้ายเลยเอ็นท์ไม่ติด :16:
ได้คณิตนี้ทำได้ข้อนึง นอกนั้นทิ้งดิ่ง ค เลยได้มา 24 (เลข ก)
อีกวัน สอบคณิต ข ทิ้งดิ่งอีกเช่นกัน ได้เลข ข มา 27
สรุปว่า ทิ้งดิ่งเถอะ เฉลี่ยปีผม คณิตได้กันแค่ 23 นะ :52:
ผมว่าจะเอ็นท์เข้าแพทย์ :52:
รุ่นมิ้นสอบความถนัดไป 3 ตัว
ครู ได้ประมาณ 80 กว่าๆ คนที่ได้สูงสุดได้ 90 นิดๆ แต่ไม่ยื่นคะแนนนะ ถ้าเป็นครูแล้วสงสารเด็ก :30:
วิศวะ ได้ 30-40 เนี่ยแหละ อันนี้ได้น้อยสุด แต่ไม่ได้ใช้ยื่นนะ ที่มิ้นเคยเรียนมันรับตรงอย่างเดียว
สถาปัตย์ ได้ 50 นิดๆ เข้าไปมั่ว แบบไม่มีความรู้อะไรเลย
จำได้ว่าสอบติดที่อยากเรียน เลยไม่ได้แอด มาลุ้นแอดก็ปีนี้ของน้อง สนุกดี ลุ้นกันใจหาย
น้องข้างบ้าน คนโตติดรับตรงนิติ จุฬาฯ คนรองติดรับตรงศิลปกรรม จุฬาฯ คนเล็กตอนนี้อยู่ ม. 4 แม่ก็คงให้อยู่สถาปัตย์ จุฬาฯ
เมพ :59:
ข้อสอบมันมีสี่ชอยส์
ความน่าจะเป็นที่จะถูก 0.25
100 ข้อกามั่วต้องได้ 25
ถ้าดวงดีขึ้นมาก็เยอะกว่านี้อีกเยอะ
บอกแล้วใช้ดวง :47:
ใช้วิธีทิ้งวิชาที่ไม่ชอบครับ :30:
เวลาเค้าออกข้อสอบ
เค้าบังคับรึเปล่าว่าคำตอบที่ถูกต้องเฉลี่ยกันไปทั้ง 4 ช้อยส์
มันคือความจริงหรือสิ่งที่เราเชื่อกันมาเอง
ไม่น่าบังคับนะ
จากปสก.พิมพ์ข้อสอบให้แม่ เมื่อยี่สิบปีก่อน.. พบว่า เฉลี่ยชอยส์จริง :37:
เค้าบังคับ หรือแม่เฉลี่ยเอง
=[]=
ความวาดฝันของหนูเลยนะ คือทำข้อสอบเลขให้ได้น้อยที่สุดแล้วยังเอ็นติด (ฮา)
เพราะเราตอบตรง ไม่มีเลขอยู่แล้ว
ว่าถ้าติดตรงเลยจะไปมั่วเลขเล่น
รุ่นพี่ศิลปะเก่งๆมักจะโง่เลข เลขสวยของคนส่วนใหญ่คือ 24 เต็ม 100 กัน
อยากได้บ้าง :56:
เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงตระกูล :18:
ไม่รู้ว่าเฉลี่ยไหม แต่ตอนติวอาจารย์ก็บอกให้กาเท่าๆกันนะ
ไม่จริงหรอกมีเพื่อนตูเรียนถาปัดนี่แหละ โคตรเก่งเลข สอบได้เต็มตลอด ติวตูจากเอฟเป็นบี
แต่.. โง่อังกฤษแบบไม่รู้จะขุนยังไงเลยล่ะ :30:
ของมันแพ้ทาง :30:
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 18 พ.ค. 2012, 00:52 น.
เวลาเค้าออกข้อสอบ
เค้าบังคับรึเปล่าว่าคำตอบที่ถูกต้องเฉลี่ยกันไปทั้ง 4 ช้อยส์
มันคือความจริงหรือสิ่งที่เราเชื่อกันมาเอง
รุ่น Entrance รุ่นหลังเขาไม่เฉลี่ยแล้วนะ มีปีนึงทิ้ง ก. เยอะมาก 35+
รุ่นน้องได้เลข 54 เพราะทิ้งดิ่ง เข้าวิศวะไฟฟ้าได้ สุดท้าย ทิ้งเพราะเรียนไม่ไหว :30:
สอบวิชาสุขขะม.ปลาย ได้เต็มเกือบยกห้อง เพราะตอบ ง. ทุกข้อ
คนที่ได้ไม่เต็มคือคนที่ได้คะแนนน้อยไปเลย เพราะไม่มั่นใจว่าตอบแบบนั้นจริงๆ :47:
เดี๋ยวนี้ดาว๊องคอร์ส ติวระห่ำนั่นยังมีอยู่ไม๊อ่ะ?
มันย่นระยะเวลาการอ่านสอบได้ดีมากเลยนะ
อีสมุดที่เค้าสรุปให้มานั่นคัมภีร์ไบเบิลแท้ๆเลย
จำได้ว่าตอนปีอิ่มไทย สังคม บางข้อนี่หลุดมาจากในหนังสือเป๊ะๆ :37:
สนับสนุนให้เรียนนะ สำหรับพวกที่คิดว่าอ่านหนังสือแล้วจะตาย
นี่สรุปให้เลย ชิวๆ
น่าจะมีอยู่มั้งอินเทนซีพ
จะนับว่ากวดวิชาก็นับดาวองก์นี่แหละได้จริงๆ 1 อัน
คณิตเดอะเบรนอย่าไป
ลงแค่สองอย่างนี่แหละ เดอะเบรนสอนห่วย เลยโดดตลอดเลย :47:
เค้าเพิ่งจบดาว๊องอินเทนซีพเนี่ย :53:
น่าจะเวิร์คอยู่นะคะ
จริงเลย สรุปของดาว๊องเทพมากเลยนะ เป็นผู้เป็นคนได้ส่วนหนึ่งเพราะดาว๊องแหล่ะ
ดาว๊องคืออะไร
รู้จักแต่ว๊องเฉยๆ :51:
(มาสเตอร์เบชั่นชาย) :56:
เพิ่งติดหมาดๆ ไปอยู่วิศวะ เป็นรุ่นน้องแมค กับจานวี :47:
ตอนนั้นรับตรงวิศวะ ฬ ใช้แค่ pat 1 (ความถนัดทางคณิตศาสตร์) pat3 (ความถนัดทางวิศวกรรม) Gat (ความถนัดที่วไป)
เลยสบายแฮ อ่านแต่เลขกับฟิสิกส์ ทำโจทย์ๆๆๆ จบ :53:
เจ๋งอะ ไม่ต้องสอบวิชาที่ไม่ถนัดด้วย :07:
อ้างคำพูดจาก: pop_rj108 เมื่อ 14 พ.ค. 2012, 20:26 น.
มีใครมีคำแนะนำเรื่องการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยมั๊ยจ๊ะ :18:
เค้ากำลังตื่นเต้น แต่จะสอบตรงศิลปกรรมจุฬาฯอ่ะ(เอก exhibition)
ทุกวันนี้ยังเรียนวาดรูปถาปัตย์ :08: พื้นฐานมันคือๆกัน
มีใครมีประสบการณ์เวิร์คๆมั่ง :52:
อ่านข้ามคอมเม้นลุงๆแล้วรีบมาตอบเลยเพราะเกิดไม่ทัน :30:
ปีที่แล้วเราไปสอบศิลปกรรม ฬ มาค่ะ (เรขศิลป์นะ)
ตอนไปสอบ เรามีเวลาอ่านหนังสือสอบประมาณเดือนเดียว เพราะพึ่งกลับมาจากแลกเปลี่ยน
อ่านหนังสือเอง ไม่เคยเรียนพิเศษมาเลยทั้งชีวิต (ไปติวก็เพิ่งเริ่มไปติว)
คะแนนเราจัดว่าดีเลย ฆ่าคนทิ้งไปเยอะมาก :30:
แต่ไม่ได้สอบปฏิบัติเพราะชนกับศิลปากร ฮ่าๆ
ศิลปกรรม ฬ ภาคทฤษฏีสอบอะไรบ้าง
- ภาษาอังกฤษ
ตั้งแต่สอบตรงมาสามที่ (ฬ มศก มศว) ภาษาอังกฤษของจุฬายากที่สุด ยากกว่าโอเนต
ต้องเป๊ะทั้ง reading , vocab (ยากเชี่ยๆ) , error , cloze test เฉลี่ยกันไป
มันก็ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษธรรมดาอะ ไม่รู้จะแนะนำยังไงดีเพราะก็เหมือนๆกันหมด
- ทักษะสื่อสาร (ไม่ออกในหลักสูตรค่ะเป็น logic) ความยากระดับพ่องตาย
ข้อสอบเป็น Logic แปลว่าไม่ต้องเตรียมตัว ไม่ต้องเรียนพิเศษอะไรมาเลยค่ะเพราะไม่ออกทฤษฏีแบบในหลักสูตร
คือเค้าจะมีพารากราฟมาให้ 5-8 พารากราฟ พรารากราฟละ 3-6 บรรทัด แล้วให้เราเอามาเรียงให้เป็นบทความ
ซึ่งมีประมาณ 2-3 บทความ :3005: ยากมากๆ เพราะต้องเรียงลำดับให้ถูกต้อง
คนได้คะแนนหมาตรงนี้เยอะเลยเพราะถ้าผิดก็ผิดทั้งยวง
เป็น sense ส่วนตัว เช่นกัน
ข้อสอบนี้ใครไม่ชอบอ่านหนังสือจะตายกันหมด เพราะต้องอ่านจับใจความ และตัวหนังสือเยอะ
ถ้าเป็นคนขี้เกียจอ่านหรืออ่านช้าขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ตายแน่ๆ
- สังคม
ข้อสอบสังคมทั่วไป อ่านๆไปเถอะ หว่านๆแห เอาอะไรไม่รู้มาออก ถ้าอ่านโดนมันก็ออก :30:
ปีที่แล้วคะแนนเต็ม 100 ทอปสอบตรงทุกคณะได้แค่ 58 ค่ะ
สามวิชานี้ ในหนึ่งเดือนเราไม่ค่อยได้เตรียมตัวเลย
เราทำแต่ข้อสอบภาษาอังกฤษทั่วๆไป อันไหนไม่ถนัดก็ฝึก
ส่วนสังคมเราอ่่านแค่ข้อสอบเก่ากับหนังสือสรุป minibook คือเตรียมตัวน้อยมากแหละ ๕๕
เหลืออีกวิชา ไม่รู้เรขศิลป์กับนิทรรศการศิลป์เหมือนกันมั้ย เดี๋ยวมาพิมพ์ค่ะ
อีกหนึ่งวิชาที่เหลือคือ ทฤษฏีนฤมิตศิลป์ สอบเหมือนกันทุกสาขาในส่วนทฤษฏี
เราใช้เวลาเตรียมตัวหนึ่งเดือน ได้ 71/100 (ทอปได้ 80)
ภูมิใจมากกกก เพราะถึงแม้คุณจะมีเวลามากหรือน้อย ถ้าคุณตั้งใจก็ทำได้ค่ะ :27:
ทฤษฏีนฤมิตศิลป์ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
เนื้อหาที่จะออกใน้ขอสอบ จะแบ่งเป็นสามส่วน คือ
ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย , ประวัติศาสตร์ศิลปะสากล , ทฤษฏีศิลปะทั่วๆไป
ถามว่าต้องเตรียมตัวยังไง นานาหาหนังสือมาเลยอย่างละเล่ม
ให้อ่านอย่างละเล่มไปเลยเพราะดีเทลมันเยอะเหี้ยๆๆๆๆ ควบคู่ไปกับการทำข้อสอบความถนัดทางศิลป์ (เก่า)
อ่านแล้วต้องทำความเข้าใจกับศิลปะประเภทต่างๆ และคำศัพท์เฉพาะทาง
ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ออกมาตั้งแต่ยุคเก่ามาถึงปัจจุบัน นานาอ่านหมดเลยทั้งลายไทยแต่ละประเภทมีชื่อเรียกว่าอะไร
การใช้สีเอกรงค์ เบญจรงค์ เป็นอย่างไร จำกระทั่งชื่อเรียกส่วนต่างๆของเจดีย์ :30: อ่านให้เยอะที่สุดค่ะ
ที่อยากให้อ่านอีกคือพวกสถาปัตยกรรมที่สำคัญของไทย
วัดไทยแบบกอธิคชื่อวัดอะไร ใครเป็นคนออกแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
พระที่นั่งที่มีสมญานามว่าฝรั่งใส่ชฏาชื่อเรียกว่าอะไร ประมาณนั้น :37:
ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ก็อ่านมาเรื่อยๆตั้งแต่ยุคหินเลย
ทำความเข้าใจว่าศิลปะในแต่ละยุคมีจุดเด่นอย่างไร ศิลปินชื่ออะไร ใครเด่นๆ
ถ้าเค้าให้เราวาดภาพที่สื่อถึง op art , สื่อถึง mondrian เราก็ต้องวาดได้
สถาปัตยกรรมในยุคใดที่มีลักษณะทึบตันเป็นป้อมปราการ หน้าต่างแคบ
งานชิ้นเด่นๆ ใครเป็นคนทำ ก็จำแม่งให้หมด :37:
อีกอันเป็นทฤษฏีศิลปะทั่วๆไป ประกอบไปด้วยสองสามหัวข้อใหญ่คือ
- ทัศนธาตุ (จุดเส้นรูปร่างรูปทรงพื้นผิวน้ำหนักอ่อนแก่สี)
- หลักการศิลปะ (สมดุล ที่ว่าง จังหวะ ขนาดและสัดส่วน การเคลื่อนไหว การเแปรเปลี่ยน คอนทราส) *
- ทฤษฏีสี ไม่ยาก
ให้ไปทำความเข้าใจมาว่า คำศัพท์แต่ละคำคืออะไร
หลักการศิลปะนี่ก็ทำความเข้าใจทั้งชื่อไทยและชื่อฝรั่ง
แบบสมมุติข้อสอบเค้าอาจให้เราวาดภาพที่แสดงถึง จังหวะที่เกิดจากการต่อเนื่องแบบก้าวหน้า (Progressive Rhythm)
เราก็ต้องวาดได้ว่า มันเป็นยังไง :27:
ข้อสอบวิชาทฤษฏีมีสองส่วน คือส่วนข้อเขียน กากบาท
กับส่วนที่ให้วาดรูป ไม่ต้องเตรียมอะไรไปมากเอาไปแค่ปากกาดำก็พอ (เพราะเค้าไม่ให้ใช้สี :37:)
บริหารดีๆเพราะอาจจะวาดไม่ทัน มันเป็นโจทย์เล็กๆหลายๆโจทย์
แบบว่า จงออกแบบสัญลักษณ์ห้องน้ำ จงวาดภาพที่สื่อถึงมอนเดรียน
ออกแบบตัวอักษร ก ไก่ ออกแบบป้ายหยุดระวังหินตก
ก็เพลินๆ ทำเรื่อยๆอะ โดยส่วนมากคนที่มีกึ๋นมาด้านศิลปะอยู่แล้วจะทำได้
แต่ที่ปราบคนเก่งๆมามากคือส่วนทฤษฏีค่ะ :22:
อ้างคำพูดจาก: pop_rj108 เมื่อ 16 พ.ค. 2012, 22:41 น.
คนอื่นเค้าไม่อ่านสามัญกัน จะมั่วแล้วสอบวาดรูปไป เค้าไม่เอาอ่ะ เค้าจะอ่าน ><
ดีแล้วๆ เพราะปีที่เราสอบ คนที่ไม่อ่านสามัญเท่าที่รู้จัก ไม่มีใครติดเลยค่ะ :3005:
ต่อให้วาดรูปเก่งแค่ไหน ก็สู้คนที่วาดรูปเก่งแล้วขยันอ่านสามัญไม่ได้แน่นอน
อีกอย่างเราสอบติดเพราะวิชาสามัญช่วยไว้ค่ะ :22:
ปล.เรื่องอ่านทฤษฏี อย่าพึ่งที่ติวอย่างเดียวนะคะ
ของเราก็มีวันที่พี่ติวติวให้ แต่เค้าติวกันวันสองวัน ติวแบบผ่านๆ เอาแค่เนื้อหาหลักๆ
มันสู้อ่านเองเป็นเดือนๆ อ่านแบบละเอียดไม่ได้หรอกจ้า :27:
คุณพระช่วย นีี่มันคือที่ต้องการเลย!!!!!!!!!!!!!!
:46: :46: :46: :46: :46: :46:
พี่นานาคะ รักพี่สุดหัวใจนะคะ T^T
ช่องว่างระหว่างวัยสินะ... :47b:
อ้างคำพูดจาก: pop_rj108 เมื่อ 19 พ.ค. 2012, 00:50 น.
คุณพระช่วย นีี่มันคือที่ต้องการเลย!!!!!!!!!!!!!!
:46: :46: :46: :46: :46: :46:
พี่นานาคะ รักพี่สุดหัวใจนะคะ T^T
ว่าแต่ไม่สอบศิลปากรเหรอ :47: (หรือนิทรรศการศิลป์มันมีแค่ที่เดียวหว่า)
มีแค่ที่เดียวค่ะพี่
ตอนแรกเค้าก็อยากเรียนศิลปากรนะคะ แต่พอดีตอนนั้นไปเจอพี่จุฬา
แล้วพี่สาวคนนั้นดันเท่มาก!
เลยฝันอยากเป็นเหมือนพี่เค้า :56:
มศก ก็คนเท่ๆเยอะนะ :56:
สมัครหลายๆที่เผื่อไว้ก็ดีเน่อ
อ้างคำพูดจาก: Boss'fany เมื่อ 18 พ.ค. 2012, 15:06 น.
เพิ่งติดหมาดๆ ไปอยู่วิศวะ เป็นรุ่นน้องแมค กับจานวี :47:
ตอนนั้นรับตรงวิศวะ ฬ ใช้แค่ pat 1 (ความถนัดทางคณิตศาสตร์) pat3 (ความถนัดทางวิศวกรรม) Gat (ความถนัดที่วไป)
เลยสบายแฮ อ่านแต่เลขกับฟิสิกส์ ทำโจทย์ๆๆๆ จบ :53:
ดีใจด้วยค่ะ เจอกันทักด้วยนะ :25:
จานวี :25:
ทำไมเด็กแถวนี้มันเมพๆ กันทั้งนั้นเลยวะ :59:
ตะกี้เพื่อน (รุ่นพี่) เพิ่งขอให้ติวเลขผ่านเน็ตให้ลูกสาวหน่อย เห็นว่าเป็นวิศวะ
ลูกสาวจะสอบตรง แต่เรียนเลขไม่รู้เรื่องมาตั้งแต่ ม.๓ !!
ตอนนี้จะสอบ !!
คำขออะไรวะเนี่ย เอาเวลาดูหนังตูคืนมานะ แม่มมมมม :05:
ตั้งแต่มอสาม อูย รู้สึกตัวช้าไปนะครับเนี่ย... :44:
แล้วนี่มันกลางดึกวันจันทร์อันเหน็ดเหนื่อยของพี่ด้วยนะ
พี่บอกช่วยไม่ได้ สายไปแล้ว ก็ไม่ยอมว่ะ :05:
หา มันไม่ได้มีที่เรียนกันหมดแล้วเรอเรอะปีนี้
ไม่รู้อะ อยู่ๆ มันก็ถามเนี่ย
แม่มันหนีไปนอนแล้วเนี่ย ทำไมเหลือแต่ตู๊.. :3005:
พ่อแม่กากๆ :37:
บอกไปตรงๆ ละ ว่ากระชั้นขนาดนี้ติวให้ไม่ได้หรอก
แต่จะแนะนำเทคนิคเตรียมตัวให้ (เด็กไม่รู้อะไรเลย)
เฮ่อ... บางทีก็แปลกใจนะ ทำไมชอบมีคนมาขอให้ช่วยอะไรแปลกๆ กันนัก
เห็นตูเป็นคนใจง่ายรึไง :23:
ตอนนี้มันน่าจะมีที่เรียนกันหมดแล้วนะคะ :08:
(ที่เหลืออยู่ก็น่าจะไม่ต้องสอบเข้าแล้ว)
จะสอบปีหน้ารึเปล่า
แต่จะให้สอนตั้งแต่เลขม.3ภายใน1ปีนี่มันก็โหดไปมั้ยอะ :59:
เออนิ ตอนนี้จะเปิดเทอมกันแล้วนี่นา แต่เหมือนเด็กมันบอกว่ากำลังจะสอบ :55:
ยังมีเหลือรอบรับเพิ่มค่ะ
เหลืออยู่ไม่กี่ที่ไม่กี่คณะแล้ว
ความจริงเวลาหลักเดือนหลักปีนี่ทำอะไรได้เยอะนะคะ
แต่ถ้าไม่ชอบเลขแล้วอยากเข้าวิศวะนี่ เค้าจะจบมั๊ยอ่ะ?
ก็เห็นอยู่ว่าบ้านนี้ไม่ได้คิดอะไรไกล :58:
หลอกแม่มาป่ะเนี่ย :30:
ญาติเรา คะแนน 12000 นิดๆ จาก 3 หมื่น
หลอกพ่อว่าคะแนนกลางๆ
ยื่นภาคพิเศษ มก กำแพงแสนไป ก็ไม่ติด
พอรอบรับเพิ่ม ต้องช่วยมันหาที่เรียนอีก
พอบอกไปว่า มีที่ไหน รับคณะอะไรเพิ่มบ้าง
(ช่วงสอบไฟนอลด้วยนะ ม๊าโทรมาว่าให้ช่วยหาให้มันหน่อย ญาติมิ้นเครียดมาก)
มันกลับบอกว่า คิดว่ามันไม่ใช่อะ ไม่ชอบคณะนี้ ไม่อยากเรียนนี่
คิดว่าที่มันปฏิเสธเพราะต้องไปเรียนที่สุพรรณแหละ
หอยหลอดเอ๊ย เลือกไม่ได้ ยังจะเรื่องมากอีก
ม๊ามิ้นเลยโทรไปคุยเรื่องนี้ ถามว่า ไม่ติดสักที่ จะไม่ยื่นรับเพิ่ม แล้วจะทำไง
มันบอกว่า ก็เรียนเอกชน เหมือนอาเฮียมัน
.. หารู้ไม่ว่า เงินที่ส่งเรียน กับเงินค่าหอ ไม่ใช่เงินพ่อตัวเอง
แล้วทีนี้ก็จะทำคนอื่นลำบากอีก ต้องให้ญาติส่งเรียนเพิ่ม
มันก็เงียบไป ไม่ได้ติดตามผลว่ายังไงต่อ ยื่นหรือไม่ ก็ไม่รู้
เด็กคนนี้ ก่อนสอบไม่อ่านหนังสือ สอบ GAT/PAT อะไรก็ไม่รู้เรื่องกับคนอื่น
หลังยื่นคะแนน มันยังถามเพื่อนอยู่เลยว่าแต่ละคณะ รับจำนวนจำกัดรึเปล่า
ไม่รู้จะทำยังไงกับเด็กแบบนี้ดี ม๊าก็ชอบไปเครียดแทนญาติอีก (ต่อจากในญาติเยอะ)
:08:
มันก็เรื่องของเขานะ :30:
มิ้นก็อย่าไปเครียดแทนม้าอีกคนสิ :47b:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 22 พ.ค. 2012, 18:44 น.
เออนิ ตอนนี้จะเปิดเทอมกันแล้วนี่นา แต่เหมือนเด็กมันบอกว่ากำลังจะสอบ :55:
เด็กม.หก กำลังเตรียมตัวสอบตรงครับ เดือนหน้ามั้งไม่แน่ใจ เห็นหลานผมก็เตรียมตัวอ่านหนังสือเหมือนกัน
พูดถึงเรื่องโรงเรียนที่บ้าน ผมว่าดีมากเลย คือช่วงปิดเทอม เค้าให้เด็กเรียนต่อ ไม่ให้ปิดเทอม แต่พอเปิดเทอมมาปุ๊บ ก็ให้เด็กเตรียมตัวสอบ ไม่ต้องมาเรียนก็ได้
เพราะมีเวลาเรียนครบตั้งแต่ปิดเทอมละ โคตรดีเลย
เออ เค้ากำลังไปเรียนเนี่ย กะว่าจะไปหมกห้องสมุดแล้ว
เดือนหน้าเริ่มสมัครสอบตรงค่ะ เด็กที่อยากว่างครึ่งปี(ไม่รอเอ็น)จะเครียดที่สุดในชีวิตเลย
ช้านเอง
ในฟร้อนไม่มีใครสอบรุ่น 56 เป็นเพื่อนเค้าเลยเร๊อออ
ถ้ามันไม่ติดแล้วไม่เดือดร้อนมิ้น มิ้นก็ไม่สนหรอกพี่
นี่ไม่ติดแล้วเดือดร้อนต้องเป็นธุระหาที่เรียนใหม่ให้มันอีก ญาติขอร้องมา
จบมัธยมมาตั้งหลายปีแล้ว ยังไม่พ้นต้องเข้าเว็บ dek-d :05:
เดือดร้อนตรงที่ม๊าต้องจ่ายค่าหอให้มัน (กรณีมันต้องอยู่หอ) อีกนั่นแหละ
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 23 พ.ค. 2012, 04:39 น.
เด็กม.หก กำลังเตรียมตัวสอบตรงครับ เดือนหน้ามั้งไม่แน่ใจ เห็นหลานผมก็เตรียมตัวอ่านหนังสือเหมือนกัน
เค้าสอบกันช่วงนี้หรอคะ ไม่เคยสอบตรงสักที่เลยไม่รู้ :47:
อ้างคำพูดจาก: pop_rj108 เมื่อ 23 พ.ค. 2012, 05:43 น.
เออ เค้ากำลังไปเรียนเนี่ย กะว่าจะไปหมกห้องสมุดแล้ว
เดือนหน้าเริ่มสมัครสอบตรงค่ะ เด็กที่อยากว่างครึ่งปี(ไม่รอเอ็น)จะเครียดที่สุดในชีวิตเลย
ช้านเอง
ในฟร้อนไม่มีใครสอบรุ่น 56 เป็นเพื่อนเค้าเลยเร๊อออ
ไม่รู้ดิ สมมติสอบตรงติด ทำตัวชิล แต่ถ้าเข้าไปเรียนแล้วไม่ชอบ คะแนนจะยื่นใหม่มันจะกากมากนะ
อย่าไปชิลเลย ตั้งใจเรียนน่ะแหละ ใช้ชีวิตแบบเด็กมัธยมให้ถึงที่สุด
ไม่งั้นจะมานั่งเสียดายเวลาที่ไม่ตั้งใจเรียนมาก่อน
ประสบการณ์จากของเพื่อนนะ
แต่คือมันเรียนคณะเดียวกันนี่แหละ(บริหาร ฬ) แล้วที่ผ่านมามันปล่อยเลขมาตลอด
พอคณะนี้มีแคลที่มันไม่เคยจะเรียน มันก็ลดวิชาออกเลย รอเรียนซัมเมอร์
ตอนนี้ก็ต้องมานั่งทำโจทย์แคลหัวหมุน เพราะที่ผ่านมามันไม่เคยทำมาก่อน
แล้วมันก็บ่นตลอดว่า รู้งี้ตั้งใจเรียนเลขตั้งแต่แรกดีกว่า
(แต่เราก็ถอนมานั่งเรียนใหม่กับมันเหมือนกัน :05:)
สรุปว่า สม่ำเสมอดีกว่านะจ๊ะ อย่าไปหวังชิลตอนสุดท้าย ระวังจะชิลจนติดนิสัย พอเข้าไปเรียนมหาลัยอาจจะลำบากได้
ตั้งใจเรียนแบบชิลๆไง ครึ่งปีหลังติดแล้วนี่คือว่างโคตรๆๆๆๆๆ
ไปนั่งเรียนเก็บเกรด ไม่มีความเครียดอะไรเลย แต่เทอมนั้นเกรดดีสุดตั้งแต่เรียนมาหกเทอม :30:
เหมือนกันเลย :30: ม.6 นี่เกรดพุ่งกระฉูดมาก
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 23 พ.ค. 2012, 18:41 น.
ตั้งใจเรียนแบบชิลๆไง ครึ่งปีหลังติดแล้วนี่คือว่างโคตรๆๆๆๆๆ
ในห้องเห็นแบบติดแล้วชิลไม่มีตั้งใจแล้วอะ (ปล่อยเลขตกเลย) :48:
สงสัยสังคมต่างกันเกินไป :30:
แต่เอาจริงๆไม่เห็นเคยเครียดสักปีตอนมัธยม :30:
ขนาดตอนจะแอดก็อ่านหนังสือพอเป็นพิธี ไม่ได้ติวอะไรเลย
(นอกจากอังกฤษพี่แนนเพราะเพื่อนชวนไป+อยากฟังเพลง :49:)
เน้นตั้งใจเรียนในห้องมากกว่า ก็ไม่เห็นต้องเครียดอะไรเลย
การเรียนโดยไม่มีความกดดันมันเห็นผลมากกว่านะ ในความรู้สึก
แต่แค่เตือนเอาไว้หน่อย เพราะถ้าชิลจนติดนิสัยพอต้องกลับไปขยันแล้วมันทำยากอะ
อ่านแล้วรู้สึกดีใจที่ผ่านช่วงเวลานั้นมา(นาน)แล้ว :30: :30:
ความจริงกะเอาให้ติดก่อนเพราะคณะที่เค้าอยากได้ที่สุดเปิดตรงอย่างเดียวด้วย
ไม่รู้เหมือนเมื่อก่อนป่าวถ้าเกิดติดตรงก่อนเค้าสิทธ์แอดมิดชั่นเลยนะเธอว์
แต่คนที่ตั้งใจเรียนมาตลอดอย่างเค้า ก็คงปล่อยทิ้งเทอมสุดท้ายไม่ได้หรอก มันไม่ชิน กร๊ากกก
แต่ก็อยากจะไปเดินช้อปปิ้งสบายๆในคณะที่คนอื่นเค้าอ่านหนังสือกันหัวแตกอ่ะ =w=
อ้างคำพูดจาก: pop_rj108 เมื่อ 22 พ.ค. 2012, 21:38 น.
ความจริงเวลาหลักเดือนหลักปีนี่ทำอะไรได้เยอะนะคะ
ใช่ๆ :25:
ตอนมอหก โรงเรียนมีค่ายวิชาการ เอาไปนอนค่าย 10 วัน แล้วเชิญพวกติวเตอร์มาจัดหนัก
ออกค่ายมาพักหายใจ 1 วันก็สอบเลย ทำข้อสอบแล้วยิ้ม ทั้งๆ ที่ก่อนหน้า 10 วันยังเครียด :30:
แต่สุดท้ายก็คือการเรียนไปสอบ เอามาใช้แทบไม่ได้ สอบเสร็จก็ลืมหมดทันที :16:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 23 พ.ค. 2012, 18:41 น.
ตั้งใจเรียนแบบชิลๆไง ครึ่งปีหลังติดแล้วนี่คือว่างโคตรๆๆๆๆๆ
ไปนั่งเรียนเก็บเกรด ไม่มีความเครียดอะไรเลย แต่เทอมนั้นเกรดดีสุดตั้งแต่เรียนมาหกเทอม :30:
เหรอ ทำไมเกรด ม หก เทอมสุดท้ายเหี้ยที่สุดในทุกเทอมตั้งแต่เรียนหนังสือมา คาบเรียนโดดไปเล่นดนตรี ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
ม.3 เทอมสอง กับ ม.6 เทอมสอฃเกรดผมดีตลอด
ซึ่งมันไม่มีผลต่อการยื่นเรียนต่อเล้ยยยยยย
แต่มารู้สึกเสียใจเรื่องคะแนนก็ตอนที่กะจะสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น
เอาเกรด 3.8 ขึ้นไป คือจริงๆถ้านานาจะทำก็ทำได้แหละ
แต่ตอนนั้นคิดว่าสอบตรงไม่เกี่ยวกะเกรดอยู่แล้วเลยชิวๆ เลยอดสอบ :3005:
เอาเรื่องจริงคือตอนนั้นขี้เกียจอ่าน กะว่ารามก็ได้ล่ะถ้าไม่ติดอะไรเลย
ที่เหลือคือ เอาโอลิมปิกไปยืนรับตรง เลยไม่ได้อ่าน
คะแนนโอเน็ตต่ำมากจริงเฉลี่ย 65 มั้ง เอเน็ตสอบเลขวิชาเดียวได้ 35 :30:
ถ้าหลุดไปถึงแอดคงได้รามสมใจ
ซึ่งมามีผลต่อการเรียนฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัยชะมัด
แบบไม่มีฐาน ม.5-6 เลยในโรงเรียนฟิสิกส์ได้ 1.5 เจอมหาลัยเข้าไปตายสนิท
พึ่งมาผ่านฟิสิกส์ตอนปีสี่เทอมสองนี่ล่ะ เกือบไม่จบละ :47b:
เมื่อวานพี่สาวโทรไปถามหมอดูมา! เค้าบอกว่าช่วงนี้ป๊อปดวงไม่ค่อยดี แต่ถ้าอ่านหนักมากเครียดมากก็อาจจะได้
อื้ม...
ความจริงแค่อยากได้ยินอะไรแบบ ติดอยู่แล้วจ้า อะไรแบบนั้น =w=
ม.6 ยังนั่งปั่นเลเวล Ragnarok อยู่เล้ย :3005:
เอนท์แต่ละครั้ง คะแนนยื่นคะแนนสายวิทย์ได้หมด ยกเว้นหมอ :52:
อ่านเก็บวันละหน่อย ดีกว่านั่งอ่านเครียด ๆ ทั้งวันทั้งคืนนะ โดยเฉพาะช่วงก่อนสอบ
ก่อนสอบหมอตูยังนั่งตอกดอทอยู่เล้ย :30:
อ้างคำพูดจาก: pop_rj108 เมื่อ 25 พ.ค. 2012, 06:18 น.
เมื่อวานพี่สาวโทรไปถามหมอดูมา! เค้าบอกว่าช่วงนี้ป๊อปดวงไม่ค่อยดี แต่ถ้าอ่านหนักมากเครียดมากก็อาจจะได้
อื้ม...
ความจริงแค่อยากได้ยินอะไรแบบ ติดอยู่แล้วจ้า อะไรแบบนั้น =w=
อ่านหนัก เครียดมาก็อาจจะได้ ห่า ไม่ต้องดูหมอก็ได้ ถามคนกวาดถนน วินมอไซค์ก็ได้คำตอบแบบนี้ :30: :30:
แต่ถ้าไม่อ่าน ดวงลัคนาดาวศุกร์ซึ่งเป็นดาวในเรื่องของความก้าวหน้า โคจรผ่านเส้นหรดี จุดนี้อาจจะมีขลุกขลักทำให้มีโอการในการติดยากมากนะครับ
ควรแก้ด้วยการอ่านหนังสือเยอะๆ เพราะดาวอังคารจะผ่านเข้าสู่ดาวเทียมพอดี จึงจะสอบได้
ฟันธง
อ้างคำพูดจาก: freeclub เมื่อ 25 พ.ค. 2012, 13:30 น.
แต่ถ้าไม่อ่าน ดวงลัคนาดาวศุกร์ซึ่งเป็นดาวในเรื่องของความก้าวหน้า โคจรผ่านเส้นหรดี จุดนี้อาจจะมีขลุกขลักทำให้มีโอการในการติดยากมากนะครับ
ควรแก้ด้วยการอ่านหนังสือเยอะๆ เพราะดาวอังคารจะผ่านเข้าสู่ดาวเทียมพอดี จึงจะสอบได้
ฟันธง
ปกติไม่เคยผวน :30:
:59: :59: :59:
โวยยยย ลุงร่มมมม
อ้างคำพูดจาก: pop_rj108 เมื่อ 25 พ.ค. 2012, 06:18 น.
เมื่อวานพี่สาวโทรไปถามหมอดูมา! เค้าบอกว่าช่วงนี้ป๊อปดวงไม่ค่อยดี แต่ถ้าอ่านหนักมากเครียดมากก็อาจจะได้
อื้ม...
ความจริงแค่อยากได้ยินอะไรแบบ ติดอยู่แล้วจ้า อะไรแบบนั้น =w=
อ่านเท่าที่อยากจะอ่าน ไม่ต้องไปฟังคำใครมากหรอก
แต่ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ก็ขอให้ยอมรับการติดสินใจตัวเองให้ได้ก็พอจ้ะ
ไม่มีใครรู้ความสามารถเราเท่าตัวเราเองหรอกเนอะ
สอบเอนท์น่ะ ไม่เครียดหรอก
ไทย สังคม ทำเสร็จมีเวลาให้เช็กถมเถไป
ขึ้นอยู่ว่า เราพร้อมไม๊ ถ้าพร้อมอ่านมาดี ยังไงก็ทำได้
เครียดทำม๊ายย :37:
ใช่ ไม่เคยเครียดเลยตอนทำข้อสอบ
ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็พยายาม แต่ถ้าพยายามไม่ได้ก็เดา :30:
ตอนสอบ Pat เลขอะ เครียดน้อยสุดในชีวิตของการทำข้อสอบละ
ฝึกทักษะการเดาอย่างเดียว(ทำได้จริงไม่ถึง10%) :30:
ครั้งสุดท้าย ใช้หลักเดาเลข2 (ส่วนเติมคำตอบ) ที่อ.เลขบอกมา
ได้คะแนนเยอะขึ้นด้วยล่ะ :49: