อยากทราบว่าเป็นฟอนต์อะไร :09::09: น่านำไปใช้งานมาก มีรูปแนบมาด้วยนะครับ
(http://img3.f0nt.com/26/598a09cb3b8f02d66c513e9cf305d008.jpg)
ลายมือจ้ะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 มี.ค. 2012, 13:14 น.
ลายมือจ้ะ
ชื่อเต็มของฟอนต์ชื่ออะไรครับ ในเว็บ F0nt.com มีให้โหลดไหมครับ
หมายความว่ามันเป็นลายมือ เขียนด้วยปากกาจ้ะ ไม่ใช่ฟอนต์
งั้นใครเป็นเจ้าของลายมือครับ :37:
อ๋อ ชื่อแหวว เป็นลูกสาวคนโตของป้าเอิบ
ช่วงนี้ป้าเอิบแกต้องตื่นเช้าหน่อย มาทำข้าวมันไก่ที่ร้านเฮียพจน์
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนไอ้บัติ ลูกชายคนเล็กไปโดนหมาบ้านตาส่งกัดเข้า
เลยโดนค่าหมอไปหลายบาทหน่อย ป้าแกเลยต้องตื่นมาทำโอแต่เช้าน่ะ
ส่วนน้องแหววนี่เรียนอยู่ราชภัฏพระนคร ได้ไปฝึกงานที่ค่ายเพลงพอดี
เนี่ยถ้าปีนี้ไม่ดรอปสองวิชาคงได้จบอีกสองเทอมแล้ว เสียดายแทนเหมือนกัน
พี่แอนเมพ :25:
อ้าว ยังไม่ได้เล่าเรื่องไอ้เม้งที่ส่งไก่ร้านเฮียพจน์เลย..
เล่าต่อๆ :25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 มี.ค. 2012, 00:27 น.
อ้าว ยังไม่ได้เล่าเรื่องไอ้เม้งที่ส่งไก่ร้านเฮียพจน์เลย..
รอฟัง :30:
เอ้า มาเล่าต่อเซ่ :07:
อย่าตัดจบเหมือนป๋านักเขียนการ์ตูนนะ :30:
พอแล้ว อีบ้า :30:
น่าจะเป็นไอ้วาวน้องสาวไอ้แหววมากกว่านะครับ ดูจากการตวัดหาง เห็นมันเป็นคนชอบเล่นหาง บ้างก็เล่นหัว บ้างก็เล่นหูเล่นตา
เคยได้ยินเรื่องตำนานของเฮียพจน์ครับ สมัยก่อนเฮียพจน์ไม่ได้ขายข้าวมันไก่หรอครับ มีคนลือกันว่าสมัยก่อนแกเป็นโจรป่ามาก่อน
บ้างก็บอกว่าแต่ก่อนแกเป็นพวกฝั่งซ้าย พวกกู้ชาติอะไรเทิอกนี้แหล่ะ ซึ่งไม่มีใครรู้จริงๆซักคน แต่ผมเชื่อว่าแกน่าจะเป็นทหารป่าเก่านะครับ
อย่างเรื่องความเข้มงวด ตรงเวลา ป้าเอิบแกต้องตื่นเช้าแบบไปที่ร้านตรงเวลาเป๊ะๆเลย สายเป็นไม่ได้ เพราะไม่งั้นเฮียพจน์จะหักเงินแก
มีเรื่องเล่าว่าหมาบ้านตาส่งที่ว่าดุๆ ลองคิดดูครับ หมาบ้านธรรมดาแต่มันเล่นงับคนยังกับไอ้ล๊อตไวเลอร์เลย ไอ้บัติมันก็ซวยตรงที่มันนึกว่าหมาไม่กัด
ที่ไหนได้ล่ะคุณ มันกัดเสียจนไม่มีชิ้นดีเลย น่าสงสารมันมาก ไอ้เจ้าหมาตาส่งนี่แหล่ะที่ว่าดุๆ มีวันนึงเฮียพจน์เข้าไปที่บ้านตาส่ง ปกติไม่ว่าใครก็ตาม
ที่เข้ามาในบ้าน มันกัดหมด เฮียส่งเดินเข้ามาบ้าน หมามันกลับครางหงิงๆ ยังกับเจอสัตว์ใหญ่เลยล่ะคุณ ว่ากันว่าเฮียพจน์มีของดี บ้างก็ว่าเขี้ยวหมูตัน
บ้างก็ว่าฟันฉลาม ที่ลืมกันเยอะๆหน่อยก็คงเป็นเขี้ยวเสือเจ้าพ่อ แต่ไม่มีใครเห็นหรอก เพราะอยู่ในเสื้อ มองไม่เห็น
เรื่องเสือเจ้าพ่อที่ก็เล่ากันตั้งแต่สมัยปู่เลยนะ ว่าเสือเจ้าพ่อตัวนี้มันหนังเหนียว โหดเหี้ยม ถึงกับต้องไปจัางพรานมาตั้งสิบ เพื่อที่จะฆ่ามัน แต่สุดท้ายพรานตายหมด โดนมันตะปบเอา เหลืออยู่คนนึง คล้ายๆมันต้องการจะบอกชาวบ้านว่า อย่าริส่งใครมาฆ่ามันอีก ไม่งั้นมันจะฆ่าไม่เลี้ยงแน่ยังไงยังงั้น
ส่วนพรานที่รอดชีวิตมา กลับมาก็เป็นบ้าเลย น่าสงสารยิ่งนัก
เขี้ยวเสือ อันเท่าไหนครับ :55:
อันเท่าเนี๊ยะ อยู่ในเสื้อ มองไม่เห็น
:30:
มันมาได้เว้ย :30:
ยังไม่ได้พูดถึงเจ๊หยกใช่มะ
ต้องย้อนกลับไปสมัยที่ยังไม่มีแปะเหงียน
ช่วงนั้นบางปลาม้าสงบมาก สงบจนไม่คิดว่าวันนึงพอแปะแกถ่อเรือมาถึงที่นี่เพื่อตั้งรกราก
แล้วก็พกอุปกรณ์ไฮโลมาเปิดเล่นกันเป็นล่ำเป็นสัน
ใครจะเชื่อว่าอีกแค่ไม่ถึงสิบปี ที่นาแถวนั้นสี่ร้อยกว่าไร่จะตกเป็นของแปะแก
ตอนนั้นนักการเมืองแซ่เบ๊ยังเรืองอำนาจอยู่ฝั่งเหนือ แล้วฝั่งตะวันออกนี่แหละที่แปะเหงียนแกคุม
มีลูกน้องเป็นนักเลงนับร้อย ต่อยตีกับชาวบ้านเขาไปทั่ว
จนวันนึงแกมีลูกสาว คุณหนูหยก..
ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป แกเหมือนจะหันหลังให้วงการ
และปล่อยให้สุพรรณกลายเป็นพื้นที่ของตระกูลเบ๊ไปเลย
ยี่สิบปีต่อมา คุณหนูหยกที่ไปเรียนมหาลัยที่ปักกิ่งกลับมาถึงบ้าน บางปลาม้าก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว
แต่เพราะเชื้อพ่อของคุณหยกคงแรงไม่เบาแหละ บ่อนพนันแบบใหม่เลยเกิดขึ้นตรงท้ายตลาด
คราวนี้หนักกว่าเก่า เขาลือกันว่าตำรวจกี่ ส.น.ก็บริการให้ถึงที่ เพราะลูกชายนักการเมืองระดับประเทศจ้องจะคั่วคุณหยกอยู่
(อันนี้เขาลือนะ ไม่รู้จริงแค่ไหน อยากรู้เพิ่มให้ถามท่านรองประมาณ แกเกษียณแล้ว ไปหาที่บ้านก็ได้ อยู่ตรงหัวสะพาน)
ที่แน่ๆ คุณหยกตอนนี้เลยกลายเป็นเจ๊หยก เจ้าของตลาดบางปลาม้า
ที่เบื้องหน้าคือตลาด แต่เบื้องหลังใครๆ ก็รู้ว่าคืออะไร
และเฮียพจน์ก็กำลังลำบาก..
แล้วเฮียพจน์ก็ควักเขี้ยวเสืออกมา :07:
อันเท่าไหน :07:
อันเท่านิ่ :07:
:52:
ย้อนไปเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน เด็กสาวคนหนึ่งจะรีบตื่นเช้าเพื่อมองไปที่รั้วหน้าบ้าน เพื่อรอคอยอะไรบางอย่าง
บ้านของเด็กสาวใหญ่โต มีบริวารมากมาย และในแถบบางนั้น ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเชื่อของพ่อเธอ แปะเหงียน ผู้ยิ่งใหญ่แห่งบางปลาม้า
ทุกวันพจน์จะเฝ้ามาเกาะที่รั้วหน้าบ้านหนังหนึ่ง บ้านหลังนั้นใหญ่โต เขามองด้วยความฝันที่ว่า ถ้าโตขึ้น ข้าอยากมีบ้านใหญ่โตแบบนี้ ชีวิตคงจะสุขสบาย
ไม่ต้องลำบากแบบนี้ ทันใดนั้น เด็กชายได้มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่้ง ใบหน้ารูปไข่ได้เค้าคม ผมยาวสลวยได้ได้รับการดูแลอย่างดีรวมตึงอย่างเป็นระเบียบ กระโปรงสีชมพูที่พริ้วไสวประดุจทุ่งดอกไม้ที่เอนไสวเหนือทุ่งหญ้า แรกพบสบตาก็เจอหน้าเธอ อดคิดมิวายฤทัยสับสน
นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกันของทั้งสอง เรื่องนี้ยังอีกยาว ไว้มีเวลาจะมาเล่ากันต่อ