เทอมนี้ลงวิชาเลือกการตลาดไปครับ
การบ้านชิ้นแรกมาแล้ว
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/400924_10150651174148018_572993017_11904678_634310081_n.jpg)
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/390492_10150651174343018_572993017_11904681_1600818245_n.jpg)
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/399478_10150651174903018_572993017_11904689_306046001_n.jpg)
ปัญหาคือ
- ยังไงคือแปลกใหม่ครับ คือไม่เคยรู้เลยว่าวงการนี้เค้าทำอะไรกันไปบ้างแล้ว
- อะไรที่นับว่าเป็นการตลาดบ้างครับ เพราะคิดว่าถ้ามองดีๆ ทุกอย่างก็คือการตลาด? ศาสนา หาแฟน ฯลฯ
- ไม่มีตัวอย่างครับ เลยไม่รู้ว่าต้องใช้ภาษาระดับไหน แค่ไหน ใครพอดีไฟล์ให้แกะดูบ้าง
ขอบคุณครับ :46:
โจทย์ข้อแรก ที่บอกให้จับคู่สองคนนี่ เอาให้แปลกใหม่สุดๆเลยไหมหล่ะ :25:
การเพิ่มประชากรเพื่อมาเรียนการตลาดในอนาคต :51:
หัวข้อที่สอนคือเรื่องอะไรอะคะ ดูน่าจะเป็น Social Network Marketing รึเปล่า :09:
เอาการบ้านการตลาดตัวเองมาถามด้วยได้มั้ยอะ :47:
การตลาดของเว็บเหรอ หรือการตลาดของอะไรก็ได้
การตลาด บน internet หรือ การตลาดทั่วไป ?
จับคู่สองคนนี่บอกว่าขอแบบสามได้มั๊ยอยากลองอะไรแปลกใหม่ :10:
กำหนดให้ส่งไฟล์เป็น MS Word นั่นแหละ เหยื่อการตลาดเต็มๆ :59:
การตลาดของอะไรก็ได้ครับ
สุดท้ายถ้ามันดูไกลเกินจะต้องสรุปให้อาจารย์ว่ามันเป็นการตลาดยังไง
เท่าที่คิดไว้
เอาแปลก: ทำไมวัยรุ่นไม่ชอบเข้าวัด (ก็ต้องมาสรุปตอนได้ว่าจะ โยงกับการตลาดยังไง)
แบบทั่วไป: ทำไม Brand loyalty ของ Apple ถึงดี
โอ้ อย่างนี้ก็ต้องลองคิดเองก่อนว่าแปลกของเราคืออะไร
ลองเลือกเองมาก่อนแล้วค่อยขยายความแล้วกัน
พูดง่ายๆคือการตลาดคืออะไรที่ขายของได้ แต่เว็บฟอนต์ เฟล นี่โคตรจะฉีกตำราเลยว่ะ
ถ้าพูดว่าได้ก็คือได้เหมือนกัน แต่อีตาเจ้าของไม่อยากได้เยอะ มันติส :30:
หัวข้อมันอย่างกว้างปัญหาอยู่ที่ว่าจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาให้มันอธิบายหัวข้อแบบการตลาดยังไง :05:
ง่ายกว่านัั้น ก๊อบบทความจากแบรนด์เอจ มาร์เก็นเทีย มาเลย จบ !! :30:
- ทำไม fail.in.th ถึงดัง ทั้งๆ ที่มีเว็บแบบเดียวกันอยู่มากมาย
จะเอาเรื่องนี้จริงๆเหรอ :30:
จะบอกว่า ตูได้ยินว่าอีเรื่องนี้มีอาจารย์เอาไปสอนหลายคลาสแล้วนะครับ อย่าเอ็ดไป :30:
วิธีการทำวิจัย
สัมภาษณ์เจ้าของเว็บ :30:
ไม่ต้องสัมภาษณ์ยังได้เลย เพราะมีน้องๆสัมภาษณ์ไว้ให้แล้วในจู๋โชว์งานพี่แอน :30:
เสี่ยเส็งเอาจริง :30:
สรุปว่ามันจบยังไงนะ :47:
เอาจริงๆ ละ
เล็งเรื่อง ทำไมเด็กชาวพุทธไม่เข้าวัด นั่นแหละ
วันปีใหม่(วันอาทิตย์)ตามเพื่อนไปโบสถ์มาตกใจมาก
เด็กจนถึงวัยรุ่นเยอะมาก
ที่ตามผู้ปกครองไปก็มี แต่ที่มาเอง พาเพื่อนมาก็เยอะ
ต่างกับวัด(พุทธ) ไปดูวันพระได้เลย เด็กที่มาคือตามผู้ปกครองมาเกือบทั้งหมด
เท่าที่คิดคือการตลาดเค้าดีนั่นแหละ(เป็นคำชมนะ)
โบสถ์เค้าสวย เพลงเค้าเพราะ ฟังรู้เรื่อง(แปลเป็นไทย)
พระของเค้าดูเข้าถึงง่าย ผู้หญิงยืนล้อมได้ คุยกันเองลูบหัวเด็ก
คือจะทำเรื่องการตลาดของโบสถ์คริสต์ หรือ วัดไทย :09:
วัดไทยๆ (ว่าทำไมคนไม่ชอบเข้า มันเชยมันโบราณ มันชวนหลับยังไง)
ส่วนเรื่องโบสถ์คริสต์นั่นเอาไว้เขียนเป็นแรงบัลดาลใจในการเลือกหัวข้อเฉยๆ
ส่วนอิสลามนั่นเดาเอาเองว่าเค้าเคร่งกันอยู่แล้ว ด้วยตัวศาสนา
เค้าก็ยังวัยรุ่นอยู่นะ :05a:
ปีใหม่ยังไปวัด ไหว้พระคนเดียวเลย
แต่ไม่ชอบฟังเทศน์ ฟังธรรมอะไรเท่าไหร่
ไปวัดก็ไหว้พระ ทำบุญ เดินเล่นสงบๆ อยู่คนเดียว เท่านั้นแหละ
ความรู้สึกเวลาไปโบสถ์ก็เหมือนกัน
ไม่ชอบฟัง Priest เท่าไหร่
คือ ถ้าไปก็จะไปเดินดู architecture กับ art ตามโบสถ์มากกว่า
สงบดี ชอบที่สงบๆ เงียบๆ เวลาต้องการสมาธิ หรือคิดงาน
แต่โบสถ์ไทยยังไม่เคยเข้านะ
ถ้าให้เดาคงเป็นเพราะกิจกรรมรึเปล่า
เด็กที่ไปโบสถ์คริสต์ถึงเยอะกว่า
ไปวัด ส่วนใหญ่นอกจากฟังพระพูด กิจกรรมอย่างอื่นก็ไม่ค่อยมี
แต่ไปโบสถ์ มันมีกิจกรรมอะไรให้ทำเยอะกว่ารึเปล่า
อันนี้เดาล้วนๆ นะ -*-
ไปโบสถ์มี ยืน นั่ง คุกเข่า กินหนมปัง :47b:
ยืนนั่งบ่อยๆ ข้อเข่าเสื่อมหมด แก่แล้ว :30:
เลือกเรื่องที่ง่ายกว่านี้มั้ย อธิบายให้ได้คะแนนดียากนะเรื่องนี้ :30:
นั่นสิ :47b:
เอาไว้ก่อนละกัน อ่านหนังสือสอบดีกว่า
เดตไลน์งานอังคารเที่ยงคืน แต่สอบอังคารเช้า :3005:
เลือกทำไม่ถูกเลย
โดนตัดหน้า T^T
กิจกรรมที่โบสถ์ที่เคยทำคือ มันเป็นกลุ่มใน community อะ
วัยรุ่นรวมกลุ่มกัน ไปดูหนัง ไป hang out ทำนู่นทำนี่
มันเหมือนได้รู้จักคนเยอะขึ้น ได้เพื่อนใหม่ เลยน่าไปกว่าวัดปะ
วัดไทยที่เคยไปก็คือฟังเทศน์ กินข้าว แยกย้ายกัน จบ
เพราะกลุ่มคนที่ไปวัดส่วนใหญ่คือคนมีอายุ จะคุยกับใคร ก็ยาก
แต่วัดไทยในต่างประเทศหลายๆ ที่ ชอบมากเลยนะ
นั่งคุยกับพระ แบบไม่ต้องพิธีรีตรองมาก
จำได้ว่าโฮสต์เคยพาไปตอนวันเกิด แล้วก็คุยเรื่องทั่วๆ ไป เป็นล่ามให้โฮสต์กับพระคุยกันด้วย
บอกพระว่า มาอยู่เมืองนอกได้ 6 เดือนแล้ว คิดถึงเมืองไทย
พระบอกว่า อาตมามานานแล้ว คิดถึงเมืองไทยเหมือนกัน
ให้ความรู้สึกน่าไปมาก คือเป็น community เล็กๆ ของคนไทยในต่างแดนเลย
มีทีวีช่องไทย มีสอนหนังสือไทย มีอะไรที่มันไทยๆ เยอะเลย
เจอคนไทยด้วยกันแล้วรู้สึกดี :30:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 07 ม.ค. 2012, 20:10 น.
เสี่ยเส็งเอาจริง :30:
สรุปว่ามันจบยังไงนะ :47:
แถลงการณ์ครั้งสุดท้ายจากเสี่ยเส็ง (http://www.youtube.com/watch?v=jBy0rQ5S2lI#)
อันนี้ตอนเกือบจบครับ เพิ่งปล่อย
ประเด็นวัดที่พูดมานี่มันประเด็นสังคมนะ การตลาดอยู่ตรงไหนอ่ะ :08:
ถ้าจะเล่นเรื่องวัดเรื่องวัยรุ่นที่ฟังแล้วแรงต้องตอบพวกนี้ให้ได้ก่อนว่า
อะไรคือคนขาย อะไรคือคนซื้อ อะไรคือสินค้า อะไรคือยุทธวิธี
ฟังแล้วเป็นนามธรรมจับต้องยากไปนิดนะครับ จะเล่นก็พอเล่นได้แต่จะตันเร็วเท่านั้นเอง
ไม่แตกครับ !! ยัง :30:
นั่นล่ะ ถึงสงสัยว่าอะไรนับเป็นการตลาดมั่ง :3005:
อยากเห็นหัวข้อที่เค้าเคยทำๆ กันมาอะ :05:
งั้นต้อง
- มีคนขาย
- มีคนซื้อ
- มีสินค้า
ประมาณนี้ป่ะครับ :46:
ปล.ถ้าถามว่าวัดเป็นการตลาดยังไง สำหรับนัดคือ ทำไมกลุ่มวัยรุ่นถึงไม่เข้าวัด อะไรคือประเด็นที่กลุ่มวัยรุ่นไม่ชอบ ถ้าเราจะเจาะกลุ่มวัยรุ่นเราต้องทำแบรนของเราไม่ให้มีลักษณะเหล่านั้น
SME ตีแตก ปี2 ธุรกิจที่3 Fasttechno (18-02-11) 4-4 (http://www.youtube.com/watch?v=Ks1YiTnCBXY#ws)
วิธีวิเคราะห์ ดูที่ตอนเขาวิจารณ์ได้เลยฟังพวกอาจารย์ๆนะ
เอ๊ะ ว่าแต่อยู่ๆอาจารย์ให้งานแบบนี้เฉยเลยเหรอ ไม่สอนให้วิเคราะห์หรือการมองอะไรก่อนเหรอ โหดนะ :55:
อีกอย่างคือมองผิดจุด คือไปมองที่ปัญหาสังคม และจะแก้ปัญหาก่อน
จริงๆแล้วต้องมองว่า
ใคร จะขายอะไร กับใคร ยังไง และมามองว่าอะไรจะเป็นตัวปัญหา
พึ่งเรียน Research Plan ไปนี่แหละครับ
แล้วก็ให้มาออกแบบ Plan ตามที่เรียน ใช้วิธีอะไรเก็บข้อมูล กลุ่มตัวอย่างคือใคร(แต่ยังไม่ให้ทำจริง)
เอาหัวข้อตามที่สนใจ
อ่า เลือกเรื่องที่มีอยู่แล้วจะดีกว่าครับ
เขาน่าจะให้อ่านเกมที่คนอื่นเดินมาก่อนให้ออก มากกว่ามานั่งเดินเกมเองครับ
ส่วนอีเว็บฟอนต์ เฟลนี่ นักวิชาการหลายคนจะใบ้กินตรงที่ว่าเขาจะเอากำไรจากตรงไหน
เอ๊ะ อยู่ได้จริงๆเหรอ ซึ่งตรงนี้เขามักจะเลี่ยงไม่พูดกัน :30:
เคยเห็นแอนสัมภาษณ์หลายที เรื่องนี้ พอแอนตอบว่า ไม่มีครับ กำไรเป็นกำลังใจเรา อะไรประมาณนี้
พิธีกรแม่งนิ่งไปสามวิ (http://www.varasarn.net/board/Smileys/heha/k001a.gif)
แล้วก็ผ่านคำถามนี้ไปอย่างเร็ว ถึงบอกว่าฉีกตำราไง :30: :30: :30:
ไปดูวิธีการทำให้เว็บดังมากกว่า ผลประกอบการ :12: ไอดอลตูนะคนเนี๊ย
ที่จริงตอนไปเข้าค่ายฟอนต์เป็นครั้งแรกที่ตูพูดเรื่องกำไรนะครับ :30:
อยากให้อ่านหนังสือเรื่อง FREE ของ Chris Anderson มีแปลไทยให้อ่านง่ายๆ ด้วยของ สนพ เนชั่น
เขาว่ากันด้วยการตลาดแบบแจกฟรี (แทนที่จะขายแล้วจบ) นี่แหละ
ตูอ่านแล้วเออว่ะ ที่ผ่านมา กูนี่ใช้สูตรเดียวกะอีตานี่มาตลอดเลย :30:
คือไอ้การแจกฟรี และทำเว็บแบบไม่ได้หวังอะไรจากมันนี่แหละ
คือการสร้างมูลค่าอย่างแรงนะครับ แม้เราจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
โคตรได้อะไรเลยนะครับ อยากให้อ่านๆๆ
มาเฟิร์มว่าหนังสือการตลาดแบบฟรีอ่านสนุก :12:
:21:
อ้างคำพูดจาก: I'm Nut เมื่อ 07 ม.ค. 2012, 23:46 น.
นั่นล่ะ ถึงสงสัยว่าอะไรนับเป็นการตลาดมั่ง :3005:
อยากเห็นหัวข้อที่เค้าเคยทำๆ กันมาอะ :05:
งั้นต้อง
- มีคนขาย
- มีคนซื้อ
- มีสินค้า
ประมาณนี้ป่ะครับ :46:
ตอบตอนนี้ยังทันมั้ย? :09:
การตลาดมันเป็นอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องมีคนซื้อ คนขาย มีสินค้า
คือไอ้ที่มีคนซื้อ คนขาย มีสินค้าทั้งแบบจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ มันเป็นนิยามการตีกรอบให้เป็นเป็นรูปธรรมน่ะ
:09: ลองมาดูว่าการตลาดมันเกิดจากอะไร?
:58: มันเกิดจากความต้องการ (need=จำเป็น. want=ต้องการ, desire=ปราถนา,อยาก)
:58: แล้วในโลกใบเนี้ยคนดันกำหนดตัวเงินขึ้นมาใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน
มันเลยเกิดคำว่า demand (ความต้องการแบบมีกำลังในการซื้อ)
:58: พอมีความต้องการปั๊บ คนเราก็จะหาทางสนองความต้องการก็ผลิตนั่นนู่นนี่ออกมาสนองความต้องการ ไอ้นั่นนู่นนี่ก็คือสินค้าหรือบริการ
:09: จะอธิบายยาวไปไหนครับ ตบเข้าเรื่องเลยดีกว่า
:58: ขอยาวต่ออีกหน่อยนึงดิ
:58: ทีนี้ในโลกของการผลิตบางคนแม่มไม่สนหรอกว่าคนเขามีความต้องการจริงหรือป่าว ดูแค่ว่าตูทำไอ้นี่เป็นกูจะทำอ้ะ
เช่นว่า กูเป็นเจ้าของลัทธิ "ชิงหมาเกิด" ต้องการขยายอนาจักรให้คนมาอยู่ในลัทธิตูได้มากที่สุด หรือตูจะเอาลัทธิชิงหมาเกิดเข้าครองโลก
:58: อันนี้เรามองเป็นว่ามีSupply แต่ยังไม่มีdemandมาสนอง ทีนี้ทำไงดี? เรียกกันง่ายๆว่าทำไงให้ขายได้? ขายไม่ออกตูเจ๊งนะ ขายขี้หน้าประชาชีฉิบหายเลย
:58: คำตอบคือ การตลาดช่วยคุณด้าย(อ้ายๆๆๆๆ)
:09: ช่วยยังไง
:58: ก็ไปกระตุ้นต่อมให้คนมันอยากสิเดี๋ยวคนมันก็วิ่งหาเอง คนเราน่ะโรคจิตชอบไหลตามกระแสชอบอุปทานหมู่ บางทีไม่ได้อยากมีอยากเป็นหรอก พอเห็นคนอื่นเขามีเขาเป็นเลยอยากมั่ง บางคนมีneed มีwant แต่ไม่มีตังค์(ไม่มีdemandเพียงพอ) อีนักการตลาดชั่วร้ายก็จะมีข้อเสนอมายั่วมันอีก ดาวน์น้อยผ่อนสบายเจ็ดชั่วโคตร....โอ้ว ชาบูๆ มนุษย์โลกทั้งหลายจงตกเป็นทาสของการตลาด
หมายเหตุ..... ลองดูการตลาดของธรรมกายสิของเขาไม่ธรรมดาเลยนะ
ปล. ถ้าตูเป็นอาจารย์ นร.คนไหนที่ไปลอกมาจากแม็กกาซีนการตลาดทั้งหลาย แบรนด์อ่งแบนด์เอจ มาร์เก็ตเทียไรเทือกนั้นตูจับกดคะแนนก่อนเพื่อนเลย....แต่ถ้าเอาข้อมูลที่มีไปแตกต่อยอดอีกทีค่อยน่าสนใจ
เบิ้ลโพสต์
ดูจากโจทย์บนกระดาน ไม่ต้องไปซีเรียสอะไรมากหรอก
เน้นว่าเราสนใจอะไรและจับมาใส่กระบวนการทำวิจัยให้ได้
ตอบให้ครบทุกข้อ เลือกเครื่องมือให้เหมาะสมก็พอแล้ว
ส่วนคะแนนเบ็ดเตล็ด1แต้ม เหมือนแถมให้ประมาณว่า เฮ้ย ประเด็นนี้มันเอาไปทำวิจัยได้จริงๆนะ ไม่ใช่แค่ฟุ้งๆออกมาแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ไรไม่ได้
อ๋อ สรุปง่ายๆ การตลาดคือการสนองนี้ดเลยใช่ไหมครับ
ช่ายๆ อาจารย์ใช้คำว่า satisfy need
ถูกค่ะ รวมถึงการกระตุ้นและสร้างความต้องการด้วย
อารมณ์ประมาณเกิดมาชาตินี้ก็ไม่เคยคิดอยากจะมีจั๊กกุแร้ขาวนะ
การตลาดเอาเครื่องมืิอที่เรียกว่่าโฆษณามาสร้างและกระตุ้นต่อมให้คนอยากจั๊กกุแร้ขาว
เพื่อให้สินค้าขายได้
ส่วนการสนองความต้องการ เช่น อยากกินข้าวแต่ออกไปกินที่ร้านไม่ได้ การตลาดก็สร้างบริการจัดส่งถึงที่(delivery)ขึ้นมาเพื่อสนองนี้ดค่ะ
งี้ถ้าใครเก่งการตลาดก็จีบสาวเก่งสิครับ :56:
:59:
ตกวิชการตลาดแน่ๆ :04: เอ้ย :05:
ตูจบการตลาดยังจีบหนุ่มไม่ติดซักคนเลย :39:
งั้นช่วยสอนการตลาดตูหน่อย :56:
เป็นแฟนกับพี่มั้ยน้อง พี่มีบ้าน มีรถ มีกิจการ มีงานประจำ ถ้ายังไม่พอ....ลูกเมียพี่ก็มีนะ :47:
พี่ปาล์มเจ๋ง :25:
เจ๋งที่จีบหนุ่มไม่ติดน่ะนะ :58:
เข้ามาอ่าน ความรู้ๆ :25:
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 15:16 น.
เป็นแฟนกับพี่มั้ยน้อง พี่มีบ้าน มีรถ มีกิจการ มีงานประจำ ถ้ายังไม่พอ....ลูกเมียพี่ก็มีนะ :47:
มีพร้อมขนาดนี้คงต้องบอกว่า "พี่ดีเกินไป" ค่ะ :30:
โอ้ย ไม่ต้องกังวลข้อนี้หรอก :12:
อย่างพี่ร่มน่ะนะเรียกว่าดี
ทำเรื่อง k-pop เลย :30:
ช้าไปแล้ว ส่งไปเมื่อคืน :30: มีการบ้านใหม่จะมาถามอีก
จริงๆ ตอนฟอนต์แคมป์ล่าสุดมีประเด็นการตลาดด้วยนี่นา
ใช่ฮะ
มันเจ๋งตรงที่คนแนะนำ อย่างพี่แอนพี่โบว์ป๋าเลย์พี่พลอยงี้ แนะนำเป็นธรรมชาติดี เหมือนเป็นคนทำการตลาดมาจนชิน
(ปกตินักมาร์เก็ตติ้งที่เคยเจอ จะชอบโม้ทฤษฎีศัพท์แสงหรูๆๆ เยอะๆ ไรงี้ :47:)
ดูเฉพาะโจทย์แล้วเหมือนเป็น Marketing Research มากกว่าวิชา Marketing เฉยๆ เลย :47b:
แต่ถ้าให้พี่เลือกทำ พี่จะเลือกอะไรที่คนน่าจะพอคุ้นเคยแต่ไม่เกร่อจนเกินไป
เช่น Virtual QR Code Supermarket ของ Lotus เกาหลีถึงจะไม่ใหม่มาก แต่ก็เป็นการตลาดที่ดีนะ
สามารถพรีเซ้นต์งานคาบเกี่ยวกับเรื่องของการโฆษณา, การใช้สื่อ, และช่องทางแบบใหม่ได้
อีกส่วนคือจากการเป็น QR มันกำหนดลักษณะการใช้งานมาที่ focus group ที่จำกัด
และดูแล้วไม่ค่อยยากเวลาหาข้อมูลทำ data collection จะเอาไปพรีเซนต์งานด้วย
:56:
วิชาชื่อ Principal of Marketing อะ
เอาที่ทำมาแปะซะหน่อย
ทำไปมั่วมากอะ เปิดเลกเชอร์มีอะไรก็ใส่ๆ ไป :05:
อ้างอิงความนิยมใน Line messenger ของกลุ่มวัยรุ่นไทย
Background
ในปัจจุบันมีโปรแกรม messenger ในตลาดอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้ง Windows Lives Messenger ซึ่งเป็นเจ้าตลาดเดิม Facebook Messenger ซึ่งมีฐานผู้ใช้อยู่เป็นจำนวนมาก Blackberry Messenger ที่เน้นความรวดเร็วในการส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ Blackberry หรือกระทั่ง WhatsApp ที่เน้นการติดต่อสื่อสารบนมือถือข้ามแพลตฟอร์ม แต่ Line ซึ่งเป็นผู้เล่นใหม่ในตลาดกลับสามารถชิงส่วนแบงตลาดจาก messenger อื่นได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตามปกติแล้วความนิยมของ Social media มักจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้เดิม หรือกลุ่มคนรู้จักของผู้ใช้ว่านิยมใช้อะไรอยู่ และจะไม่ค่อยเปลี่ยนค่านิยมนั้นง่ายๆ อะไรเป็นสิ่งที่ Line สามารถทำได้เหนือกว่าคู่แข่ง จุดแข็งของ Line คืออะไร จึงเป็นที่มาของความสนใจในการทำวิจัยนี้
Objective
1. เพื่อศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งของ Messenger แต่ละตัวที่กำลังได้รับความนิยมในตลาด
2. เพื่อศึกษาสิ่งที่กลุ่มวัยรุ่นต้องการจากโปรแกรม Messenger
3. เพื่อศึกษาสิ่งที่ Line สร้างขึ้นมาให้มีความแตกต่างกับโปรแกรมอื่น
Research Approach
Exploratory research
วิธีที่จะใช้
สัมภาษณ์ เพราะสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าแบบสอบถามแบบให้ผู้ใช้กรอก ได้ข้อมูลที่ยืดหยุ่นกว่า ใช้เวลาไม่มาก
Sampling plan
วิธีเลือกสุ่มให้เลือกสุ่มตามพื้นที่ที่กลุ่มวัยรุ่นที่ใช้โปรแกรม Messenger นิยมไป เช่นศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ สยาม โดยถามเจาะจงไปที่กลุ่มวัยรุ่นนักเรียน/นักศึกษา เพราะความน่าจะเป็นที่จะรู้จักโปรแกรมเหล่านี้มีเยอะกว่าผู้อื่น
อ้างอิงความนิยมใน Line messenger ของกลุ่มวัยรุ่นไทย
Background
ในปัจจุบันมีโปรแกรม messenger ในตลาดอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้ง Windows Lives Messenger ซึ่งเป็นเจ้าตลาดเดิม Facebook Messenger ซึ่งมีฐานผู้ใช้อยู่เป็นจำนวนมาก Blackberry Messenger ที่เน้นความรวดเร็วในการส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ Blackberry หรือกระทั่ง WhatsApp ที่เน้นการติดต่อสื่อสารบนมือถือข้ามแพลตฟอร์ม แต่ Line ซึ่งเป็นผู้เล่นใหม่ในตลาดกลับสามารถชิงส่วนแบงตลาดจาก messenger อื่นได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตามปกติแล้วความนิยมของ Social media มักจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้เดิม หรือกลุ่มคนรู้จักของผู้ใช้ว่านิยมใช้อะไรอยู่ และจะไม่ค่อยเปลี่ยนค่านิยมนั้นง่ายๆ อะไรเป็นสิ่งที่ Line สามารถทำได้เหนือกว่าคู่แข่ง จุดแข็งของ Line คืออะไร จึงเป็นที่มาของความสนใจในการทำวิจัยนี้
อันดับแรกที่จะทักคือตอนแรกเหมือนพูดถึงการใช้งานแบบไม่เจาะจงว่าเป็น Messenger ประเภทไหน (เพราะ Windows Lives ก็มีทั้งบนมือถือและบนคอมพิวเตอร์) ในส่วนโจทย์น่าจะพูดถึงไปเลยว่าเรากำลังตั้งเป้าไปที่การวิจัยตลาดของ" Messenger ที่ใช้บนมือถือ"
ไม่รู้จะได้คะแนนเพิ่มไหม แต่เวลาพรีเซนต์ถ้าจะให้น่าเชื่อถือต้องอ้างอิงในเชิงสถิติมากกว่าการกล่าวลอยโดยทั่วไป.. อาจารย์บางคนจะให้คะแนนในการทำ background research ด้วยน่ะ ก็ทำ pie graph สัดส่วนการใช้งานก่อนมี Line กับหลังมี Line กี่เดือนๆ ก็ว่าไป.. มันจะชี้ได้ชัดว่ามันเติบโตจริงนะ แล้วถ้าได้ demographic กับ region ของการใช้งานมาประกอบนี่ก็ยิ่งไฮโซเลย แต่คงยากนิดนึงน่ะเนอะ
Objective
1. เพื่อศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งของ Messenger แต่ละตัวที่กำลังได้รับความนิยมในตลาด
2. เพื่อศึกษาสิ่งที่กลุ่มวัยรุ่นต้องการจกโปรแกรม Messenger
3. เพื่อศึกษาสิ่งที่ Line สร้างขึ้นมาให้มีความแตกต่างกับโปรแกรมอื่น
Research Approach
Exploratory research
วิธีที่จะใช้
สัมภาษณ์ เพราะสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าแบบสอบถามแบบให้ผู้ใช้กรอก ได้ข้อมูลที่ยืดหยุ่นกว่า ใช้เวลาไม่มาก
ตัวพี่เองกลับชอบการใช้ระบบแบบสอบถามทั้งออนไลน์และแบบลงกระดาษนะ เพราะว่าปัจจัยในการตอบบางอย่างสามารถควบคุมได้ และสามารถจัดหมวดหมู่ได้ง่ายกว่าการต้องมาคัดกรองจากการสัมภาษณ์... แค่ตัวแบบสอบถามต้องกระชับไม่ยาวเวิ่นเว้อเท่านั้นเอง
นอกจากนี้การทำแบบสอบถามยังสามารถได้ข้อมูลเชิง ranking ด้วย.. มันจะช่วยตอบ objective ข้อสองได้ว่าอะไรเป็นปัจจัยหลักในการเลือกใช้ messenger แต่ละตัวอะไรอย่างนั้น
Sampling plan
วิธีเลือกสุ่มให้เลือกสุ่มตามพื้นที่ที่กลุ่มวัยรุ่นที่ใช้โปรแกรม Messenger นิยมไป เช่นศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ สยาม โดยถามเจาะจงไปที่กลุ่มวัยรุ่นนักเรียน/นักศึกษา เพราะความน่าจะเป็นที่จะรู้จักโปรแกรมเหล่านี้มีเยอะกว่าผู้อื่น
ไม่รู้ว่าอาจารย์วิชานี้จริงจังแค่ไหน แต่ sampling plan ต้องอ้างอิงกับข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดด้วยน่ะ ถ้าอาจารย์จริงจังมากก็ต้องกำหนดกลุ่มอายุและเพศของผู้ใช้งานโปรแกรมเหล่านี้ แล้วไปสัมภาษณ์อะไรแระมาณนั้น (ถ้าอาจะไปคุยกับใครก็คุย)
เยอะไปไหมไม่รู้นะ :4605:
เยอะดีแล้วครับขอบคุณครับ :46:
คืองานนี้ได้มาแบบงงๆ ไม่มีตัวอย่างว่าต้องทำเยอะแค่ไหน
พอถามอาจารย์ อาจารย์บอกว่าเขียนอธิบายมาพอเข้าใจ เลยไม่เยอะละกัน(เป็นวิชาเลือก gen-ed)
ประกอบกับมีสอบเมื่อวานกว่าจะกลับถึงหอก็สามทุ่ม เดตไลน์เที่ยงคืน นั่งทำง่วงๆ แล้วก็ส่งไปเลย :3005:
(ข้ออ้างแหละ)
ทีแรกกะว่าจะทำมาให้คนในนี้ตรวจ แต่ไม่ทันแล้วอะ :30:
ไว้งานหน้ามาถามใหม่ครับ :46:
ปล. คือเทียบกับ Messenger ทั้งหมดถูกแล้วครับ ไม่ได้เน้นมือถือ
ปลย. ไม่มีพรีเซนต์ครับ งานนี้แค่นี้แหละ แต่ไม่รู้ว่าจะให้ทำต่อ หรือให้งานใหม่เลย
เอ็งเรียนคณะอะไรกันแน่เนี่ย :59:
วิดยาคอมครับ :30:
แต่เค้ามีวิชาเลือกนอกคณะให้เรียนด้วย
นัดก็เรียนมาทั้งปรัชญา ออกแบบบรรจุภัณฑ์ กฎหมายเบื้องต้น บัญชส่วนบุคคลี การจัดค่าย ฯลฯ
มีอยากเรียนอีกตั้งหลายตัวแน่ะ :47:
ตูเลือก อาชญวิทยา เพราะคิดว่าสืบสวนแต่ได้การละครแทน งงมะ
มีเรียนอาชญวิทยาเหมือนกันนะ แต่ต้องขึ้นคลินิกก่อน
เรียนปืนเรียนมีดเรียนระเบิดด้วย :25:
หมอ :3005:
ของพี่ไปดูคุก กลับมาให้เล่นละคร 1 เรื่องเกี่ยวกับอาชญกรรม จบและ :30:
ในหัวตอนที่คิดจะลงเรียนนี่แบบ ภาพ CSI ลอยมาเลยนะ
ถ้าอยาก CSI ต้องเรียนนิติเวชค่ะพี่เลย์ ประเภทแผล ตัวอย่างการเสียชีวิต
ดูว่าเสียชีวิตมานานแค่ไหนอะไรยังไง แล้วก็เรื่องของ DNA นิดๆ หน่อยๆ
มีไปข้ามไปดูศพที่ศิริราชด้วย :56:
บอกช้าไปและ :30:
วันก่อนตื่นมาเรียนนึกถึงพี่เลย์เลย ว่าจะมาเล่าให้ฟัง
กำลังง่วงๆ คาบแรกยังไม่ตื่นดี
อาจารย์เอาขี้มาให้ดูเจ็ดสเต็ป
โอเค ตูนอนต่อก็ด้ายย :59:
เรียนเรื่องท้องเสียน่ะ :30:
:28: ขี้
ขุดๆ การบ้านมาอีกชิ้นแล้ว
ได้แบบสอบถามมาทำล่ะ
ได้มา 8 ชุด ช/ญ 20-29/30-39/40-49/50-59 :3005:
ใครพอว่างให้โทรสัมภาษณ์ ได้บ้างครับ :56:
ทำไมได้มาเหมือนกันเลย :09:
ทำเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้ารึเปล่าคะ :05:
สืบมาละ เราเรียนวิชาเดียวกันครับ :30:
แต่ได้เรื่องผิวกายมาอะ :4705:
ได้ความรู้ เยอะเลยครับ :12:
ต้องโทรสัมภาษณ์เลยเหรอ hang out ไม่ได้เหรอ เสียดายค่าโทรแทน
พี่ว่างนะ สำพลาดได้ แต่จะเป็นประโยชน์รึเปล่า อีกเรื่องนึง
อะไรก็ได้แหละครับ
แต่คิดว่าพี่ปิ๊กคงอายุอยู่ช่วงแรก(20-29)แน่เลย อันนี้ได้เพื่อนไปละอะ :30:
ช่วงหายากน่าจะเป็น 40-49 เนี่ย
ก็ยังไม่ถึงพี่ณตอยู่ดี
ก็ว่าอยู่ ทำไมมันคล้ายกันจัง :47:
ผิวกายนี่แยกสองแบบเหมือนผิวหน้ามั้ยอะ (ดูแลผิวหน้า/ล้างหน้า)
คนตอบมันจะไม่เบื่อหรอ ถามแบบเดิมสองรอบเนี่ย :05:
แล้วนี่แบบได้คะแนนหรือได้ตังอะคะ :09:
เซคนิ้งไม่ได้คะแนนอยู่เซคเดียวมั้ง(ไม่ได้งกคะแนนนะ แต่รู้สึกว่าทำไมไม่ทำให้เหมือนกันทุกเซค)
จริงๆมันไม่ต้องสัมภาษณ์โดยตรงก็ได้มั้งคะ ส่งใบให้เค้าก็พอ ถ้าทางเว็บก็ลงแบบฟอร์มเอา(ยุ่งยากอะ)
เพราะที่จำเป็นต้องสัมภาษณ์มีข้อเดียวเอง เรื่อง Brand awareness แต่ยังไงดูจากรายชื่อ มันก็ตอบใกล้ๆกันหมดอยู่ดี :08:
งั้นถามงานอื่นหน่อยนะคะ
เรียนเรื่องวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์อยู่อะค่ะ มีอยู่ 4 ช่วง
1.ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์
2.ช่วงตลาดเติบโต
3.ช่วงตลาดอิ่มตัว
4.ช่วงตลาดถดถอย
คิดว่ามีผลิตภัณฑ์ไหนอยู่ในแต่ละช่วงนี้บ้างอะคะ เอาแค่ชื่อมาก็ได้ เดี๋ยวไปวิเคราะห์ต่อเองค่ะ
เพราะอยู่ๆมาถามแบบนี้มันนึกไม่ออก แถมอ.ก็เล่นยกตัวอย่างแต่ที่นึกได้ไปหมดแล้ว :05:
อ้างคำพูดจาก: นิ้ง เมื่อ 11 ก.พ. 2012, 19:53 น.
งั้นถามงานอื่นหน่อยนะคะ
เรียนเรื่องวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์อยู่อะค่ะ มีอยู่ 4 ช่วง
1.ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์
2.ช่วงตลาดเติบโต
3.ช่วงตลาดอิ่มตัว
4.ช่วงตลาดถดถอย
คิดว่ามีผลิตภัณฑ์ไหนอยู่ในแต่ละช่วงนี้บ้างอะคะ เอาแค่ชื่อมาก็ได้ เดี๋ยวไปวิเคราะห์ต่อเองค่ะ
เพราะอยู่ๆมาถามแบบนี้มันนึกไม่ออก แถมอ.ก็เล่นยกตัวอย่างแต่ที่นึกได้ไปหมดแล้ว :05:
ข้อ1.....นึกที่ไทยไม่ค่อยออกแล้วแฮะ ไม่รู้ว่าตอนนี้มีอะไรใหม่ๆบ้าง
ข้อ2....คริสปี้ครีม (ยังต่อแถวซื้อกันอยู่ป่าว? ขยายสาขาเป็นดอกเห็ดมั้ย?), กาแฟสด (เปอร์เซนต์คนไทยบริโภคกาแฟสูงขึ้นทุกปี หาตัวเลขมาอ้างอิงได้จะดีมาก)
ข้อ3....ชาเขียว
ข้อ4....talking dict, dictionaryแบบเล่ม (สินค้าพวกนี้กำลังจะถูกแทนที่ด้วย application บน smart phone, tablet)
1.ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์ - Uniqlo เพิ่งเจาะตลาดไทย ใช้กลยุทธ์ลดราคาสินค้าอยู่ น่าจะได้นะ
2.ช่วงตลาดเติบโต -พวกร้านชานมไข่มุก กลับมา growth อีกรอบ เปิดกันเป็นดอกเห็ดเลย
3.ช่วงตลาดอิ่มตัว - ยังคิดไม่ออกติดไว้ก่อนนะ
4.ช่วงตลาดถดถอย - CDเพลง? หรือ blackberry มั้ย ? คนขายทิ้งเลิกใช้กันเยอะแล้วเพราะไม่ตอบโจทย์เหมือน smartphone อื่นๆ แล้วยี่ห้ออื่นก็ติดต่อหากันแบบบีบีได้แล้ว กึ่งๆถดถอยเหมือนกัน
40-49....ป้าหน่อยไง
หรือเลยไปแล้วนะ :47:
ขอถามลุงก่อนเลยละกัน :47b:
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 11 ก.พ. 2012, 22:20 น.
ข้อ1.....นึกที่ไทยไม่ค่อยออกแล้วแฮะ ไม่รู้ว่าตอนนี้มีอะไรใหม่ๆบ้าง
ข้อ2....คริสปี้ครีม (ยังต่อแถวซื้อกันอยู่ป่าว? ขยายสาขาเป็นดอกเห็ดมั้ย?), กาแฟสด (เปอร์เซนต์คนไทยบริโภคกาแฟสูงขึ้นทุกปี หาตัวเลขมาอ้างอิงได้จะดีมาก)
ข้อ3....ชาเขียว
ข้อ4....talking dict, dictionaryแบบเล่ม (สินค้าพวกนี้กำลังจะถูกแทนที่ด้วย application บน smart phone, tablet)
คริสปี้ึครีมกับกาแฟสดนี่ยังเติบโตอยู่หรอคะ ทำไมรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงอิ่มตัวแล้วหว่า คนพูดถึงน้อยลงไปเยอะแล้ว กาแฟสดตอนนี้ก็เห็นพูดถึงกันแต่สตาร์บัค แล้วสตาร์บัคนี่ยังเรียกเติบโตใช่มั้ยคะ คือไม่ค่อยอินกะสตาร์บัคเลยไม่รู้เรื่องเท่าไหร่อะค่ะ
ส่วนข้อ3-4 นี่พูดแล้วนึกออกเลย ขอบคุณมากค่ะ :46:
อ้างคำพูดจาก: จั่วจั๊ว :) เมื่อ 11 ก.พ. 2012, 22:51 น.
1.ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์ - Uniqlo เพิ่งเจาะตลาดไทย ใช้กลยุทธ์ลดราคาสินค้าอยู่ น่าจะได้นะ
2.ช่วงตลาดเติบโต -พวกร้านชานมไข่มุก กลับมา growth อีกรอบ เปิดกันเป็นดอกเห็ดเลย
3.ช่วงตลาดอิ่มตัว - ยังคิดไม่ออกติดไว้ก่อนนะ
4.ช่วงตลาดถดถอย - CDเพลง? หรือ blackberry มั้ย ? คนขายทิ้งเลิกใช้กันเยอะแล้วเพราะไม่ตอบโจทย์เหมือน smartphone อื่นๆ แล้วยี่ห้ออื่นก็ติดต่อหากันแบบบีบีได้แล้ว กึ่งๆถดถอยเหมือนกัน
1.น่าจะได้นะคะ เพราะเพิ่งเข้ามา
2.เพื่อนติดเพียบเลย แบบนี้น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Style (ลดลงแล้วกลับขึ้นมาใหม่) เดี๋ยวไปนึกวิธีอธิบายดีๆก่อน :44:
4.CDนี่ถดถอยจนนึกถึงตอนอิ่มตัวไม่ออกแล้วอะ :30: ส่วนBBเหมือนอ.จะยกตัวอย่างไปแล้วค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ในช่วงอิ่มตัวหรือถดถอย
ถ้างั้นโนเกียนี่นับว่าถดถอยได้รึเปล่า? เพราะตอนนี้แทบไม่มีใครสนใจโนเกียยิ่งกว่าอีก (แม่แทบไม่มีของจะสั่ง :08:)
ขอบคุณมากนะคะ ช่วยได้เยอะเลย เดี๋ยวต้องลองหาข้อมูลแล้ววิเคราะห์ดูค่ะ :46:
อ้างคำพูดจาก: นิ้ง เมื่อ 11 ก.พ. 2012, 19:53 น.
ก็ว่าอยู่ ทำไมมันคล้ายกันจัง :47:
ผิวกายนี่แยกสองแบบเหมือนผิวหน้ามั้ยอะ (ดูแลผิวหน้า/ล้างหน้า)
คนตอบมันจะไม่เบื่อหรอ ถามแบบเดิมสองรอบเนี่ย :05:
แล้วนี่แบบได้คะแนนหรือได้ตังอะคะ :09:
เซคนิ้งไม่ได้คะแนนอยู่เซคเดียวมั้ง(ไม่ได้งกคะแนนนะ แต่รู้สึกว่าทำไมไม่ทำให้เหมือนกันทุกเซค)
สองรอบเหมือนกัน ได้ทั้งคะแนนทั้งได้ตังอะ
(5 คะแนน กับ 100 ต่อแปดชุดมั้ง)
นั่นไง ไม่ได้คะแนนอยู่เซคเดียวแน่ๆ แต่ได้ตัง200 :39:
แปลว่ามีงานอื่นที่ได้คะแนนแทนสิ
อยากได้แบบนั้นนะ จะได้ไม่ต้องทำ
คนมันหายากจริงๆ :05a:
งานนี้ทำทุกคนค่ะ :08: งานอื่นอะไรไม่มีหรอกค่ะ มันก็มีคะแนนจากการบ้านทุกอาทิตย์เท่านั้นเอง
(แปลว่าคะแนนเราจะน้อยกว่าเซคอื่น 5 คะแนน :59:)
อ่อ แปลว่า 5 คะแนนมาจาก การบ้านทุกอาทิตย์นั่นล่ะ :30:
เซคพี่มี การบ้านแรกที่มาถามไป 5 คะแนน มิดเทอมเก็บ 45
งานนี้ 5 คะแนน ไฟนอลอีก 45
ไม่มีการบ้านอื่นแล้ว
แปลว่าเซคนิ้ง เอา 5 คะแนนไปคิดกับงานอื่นล่ะ
งานสัมภาษณ์อาจารย์บอกไม่ทำก็ได้ แค่ไม่ได้คะแนนกับตัง
ถ้าไม่มีคะแนนมาเกี่ยวก็จะไม่ทำแล้วเนี่ย :3005: หายาก
อาจเพราะอันนั้นเป็นเซคแบบวิชาเลือกรึเปล่าคะ เลยไม่มีการบ้านทุกอาทิตย์
อันนี้เซควิชาแกน :05:
แต่ไม่เคยถามเพื่อนเซคอื่นเหมือนกันว่ามีการบ้านทุกอาทิตย์รึเปล่า เพราะเพื่อนที่รู้จักก็อยู่เซคเดียวกันหมด :47:
ไม่อยากทำเลยอะ 200บาทไม่เห็นจะคุ้มเลย :3005:
แต่เค้าบอกจะมาเก็บแบบสอบถามรวมเป็นกลุ่มๆ(กลุ่มทำรายงาน) แล้วเค้าก็คงนับจำนวนชุดไว้แล้ว ไม่ทำก็คงโดนตามทวง :59:
คริสปี้ครีมนี่ไม่แน่ใจล่ะ ไม่ได้ติดตามข่าวสารเลยไม่รู้ว่ายังเทรนด์อยู่มั้ย
ส่วนตลาดกาแฟสด พี่มองเป็นภาพรวมๆทั้งประเทศนะ สังเกตจากหัวเมืองใหญ่ๆหรือตามตจว.จะมีร้านกาแฟผุดขึ้นมากกว่าเดิม อาจเป็นกระแสจากสตาร์บั๊คหรือกาแฟแบรนด์ดังอะไรก็ตามแต่ส่งผลให้คนสนใจเปิดร้านกาแฟหรือคาเฟ่กันมากขึ้น โดยเฉพาะตจว.
ถ้าจะเอาให้ชัดก็คงต้องดูว่าอะไรที่เทรนด์กำลังมา คือธุรกิจเขาเกิดแล้วและกำลังพุ่งเลย
จากที่ดูรายการsmeตีแตกหลายๆธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงเติบโต เช่น ข้าวมันไก่โก๊ะตี๋
Iphone4s ที่ไทยก็ยังอยู่ในช่วงเติบโต
คริสปี้นี่น่าจะอิ่มๆ แล้วมั้ง คนไม่ต่อแถวแล้ว แต่ก็มีสาขาเพิ่มมาสาขานึง
Iphone4s นี่ตัวอย่างแรกที่อ.ยกเลยค่ะ :05:
คือพวกแนวเทคโนโลยีนี่อ.พูดไปเยอะมากในทุกช่วง ซึ่งเราก็นึกออกแต่แนวๆนี้แหละ ก็เลยตันไปหมด :08:
อาหารล่ะ
อิชิตัน โออิชิ ฟูจิ ชาคูลซ่า โอวัลตินซอย น้ำเปล่าช้าง
LCD TV LED TV
กล้อง morror less กล้อง compact
ฟิล์ม กับ กล้องฟิลม์ - ถดถอย
รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ECOขนาดเล็ก - เติบโต
:47:
เรื่องกล้องอ.ยังไม่ได้พูด นอกนั้นพูดไปหมดแล้ว :31:
รถไฮบริดกับECO นี่อ.ถือว่าเป็นช่วงแนะนำ เพราะมันยังไม่ได้ทำกำไร และเผยแพร่สู่วงกว้าง
ถึงจะมีเข้ามานานพอสมควร เพราช่วงต่างๆไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลา
แต่เกี่ยวกับการที่ผลิตภัณฑ์สร้างคุณค่าและทำให้ลูกค้าสนใจได้แค่ไหน
อ.บอก E-Book บ้านเราเข้ามาตั้งหลายปีก็ยังอยู่ช่วงแนะนำอยู่อย่างนั้นน่ะแหละ :59: