กติกา
เขียนอะไรก็ได้คนละ 2-3 บรรทัดตามแต่จินตนาการ เขียนต่อจากความคิดเห็นข้างบนต่อๆ กันไปเรื่อยๆ
ความยาวไม่จำกัด(แต่ขอไม่ยาวละกัน เยอะแล้วขี้เกียจอ่าน) ไม่จำกัดสไตล์การเขียนหรือแนวเรื่อง
เอาแค่ต่อกับข้างบนไปเรื่อย ๆ...
การเดินทางมักตื่นเต้นเสมอสำหรับผม ทุกครั้งที่การเดินทางเริ่มต้นขึ้น ผมมักตรวจตราความเรียบร้อยทุกอย่าง เมื่อเริ่มต้นการเดินทาง จิตใจระล่ำระสาย ประหม่าและพรั่นพรึงในบางเรื่องราว...และจะสงบลงอย่างปกติเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก...
ผมมักจะใส่ใจในรายละเอียดก่อนการเดินทางเสมอ เพื่อให้พร้อมเจอสิ่งต่างๆ ระหว่างทางเดินทาง ในแต่ละครั้งที่ผมออกเดินทาง ไม่ใช่ทุกครั้งไปที่มีจุดหมายอย่างแน่ชัด บางครั้งระหว่างทางมันน่าตื่นตาตื่นใจกว่าปลายทางเสียอีก
ก่อนการเดินทางแต่ละครั้ง ผมต้องกวาดบ้านถูบ้าน ให้สะอาดเอี่ยม เพียงเพื่อเวลาที่กลับมาแล้วบ้านจะสะอาดแวววับ
แต่นั้นอาจจะเป็นเพียงข้ออ้างของคนที่ ไม่ชอบความรู้สึกก่อนที่จะออกเดินทางมากนัก ความรู้สึกที่ไม่อยากจะออกไปเผชิญโลกใบใหม่
ผมเลียดความรู้สึกนี้ ทุกครั้งที่ผมจะต้องออกเดินทาง
แต่คงไม่ใช่สำหรับการเดินทางครั้งใหม่นี้แน่ๆ การเดินทางครั้งต่อไปของผมจะเปลี่ยนวิถีเดิมๆ เหล่านั้น
จนอาจจะเรียกว่าเปลี่ยนไปตลอดกาล
ก่อนก้าวออกจากบ้าน ผมประหม่าเล็กน้อย แหงนหน้ามองฟ้า
แดดแรงผ่านก้อนเมฆสีขาวบนฟ้าสีสวย
ผมรู้สึกชื้นๆที่มือ ไม่เคยเป็นมาก่อน
ลองยกมือขึ้นมามองเส้นลายมือช้าๆ
มีคนบอกว่า มือขวาฟ้าลิขิตสินะ
แต่ผมเชื่อในมือซ้ายมากกว่า
เพราะชีวิตและการเดินทางครั้งนี้
ผมจะลิขิตมัน ด้วยตัวของผมเอง
เอาล่ะ พร้อมจะเดินทางกันแล้วใช่ไหมครับ
แต่ผมยัง ขอแว้บไปขี้ก่อน เดี๋ยวกลางทางจะลำบาก
ไหนๆ ก็เข้าไปแล้วกำลังหิวพอดี
กินไปสองก้อนอร่อยใช้ได้
ควักถุงพลาสติกในกระเป๋าออกมา
เอาไปเผื่อหิวระหว่างทางซักก้อนละกัน
ผมหมายถึง ก้อนขนมปังที่อยู่ในตู้เย็นนะครับ อย่าเพิ่งตกใจ การเดินทางของผมครั้งนี้ ผมเดินทางอย่างไม่มีแผนการณ์
ผมล็อกประตูบ้าน และ ตรวจตราความเรียบร้อยทุกอย่างเสร็จ ผมเดินออกไปหน้าหมู่บ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
หนึ่งใบ ผมกวักเรียกรถจากคนที่ไม่รู้จัก และการเดินทางครั้งนี้ผมก็หวังไว้ว่าจะเดินทางไปเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนที่นั่น...
แต่อะไรๆ มักไม่เป็นใจเสมอ เมื่อการเดินทางโดดเดี่ยวของผม เริ่มต้นขึ้นที่ข้างถนนหน้าหมู่บ้าน
จู่ๆ รถกระบะคันเก่าก็จอดกึกลงตรงหน้า เมื่อประตูเปิดออกจนสุด ผู้ที่ก้าวลงมากลับเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดคนหนึ่งในชุดยีนส์ทะมัดทะแมง
เธอเอ่ยปากถามผมว่า..
ห้องน้ำไปทางไหนค่ะ
ผมตอบด้วยความตื่นเต้นว่า
ผมก็ไม่รู้ครับ แฮ่ก แฮ่ก ...
ผมใจเต้นไม่เป็นส่ำ
ตัวเกร็ง
อย่างอื่นก็เกร็งไปด้วย
ใช่ครับ ผมปวดขี้อีกแล้ว
ผมอยากจะร้องไห้
หลายครั้ง ผมพยายามจะทำอะไรดีๆ
หลายครา ผมคิดจะเริ่มต้นใหม่
แต่สุดท้ายก็เจอขี้ผจญทุกที :05:
ผมเดินกลับไปขี้ที่บ้านอีกครั้ง
ระหว่างที่นั่งเบ่งอยู่นั้น ผมก็เหม่ออยู่ในห้วงคำนึงของตัวเอง
"แล้วเมื่อไหร่การผจญภัยของผมจะได้เริ่มขึ้นซะทีนะ"
ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ที่ผมกินไปเมื่อเช้า
นึกแล้วผมก็หิว
นึกอีกผมก็จำได้ว่าวัตถุดิบทำอาหารในครัวของผมหมดแล้ว
ผมนึกไปอีกที เรื่องการนรีไซเคิ้ล
ผมนึกอีกครั้งจึ้งทำการหยิบเครื่องเทศต่างๆ ที่ยังไม่ย่อยสลายหมด ออกมาล้างเก็บไว้ใช้
บรรยากาศมันช่างผิดเพี้ยนดูพิกล
ผมนี่น่ะหรือกำลังรีไซเคิลขี้ของตัวเองอยู่ เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็ตื่นขึ้นมาจากความฝัน
เพื่อพบว่าที่จริงแล้ว การเดินทางของผม กำลังจะเริ่มต้น นับตั้งแต่ก้าวเท้าแรกลงจากเตียง ณ ขณะนี้เป็นต้นไป
ลองใช้นิ้วหัวแม่ตีนแตะพื้นกระเบื้องข้างเตียงดู อืม... เย็นยะเยียบ
เปลี่ยนใจเป็นซุกตัวนอนซ่อนกายในผ้านวมหนาอุ่นอย่างเดิมดีกว่า
[สองหน้าแล้ว ยังไม่ถึงไหนเลย] :30:
ขณะที่ผมกำลังหลับสบายอยู่นั้น ก็มีหน่วยสวาทบุกเข้ามาที่บ้านกระชากหัวผมให้ลงจากเตียง
แล้วเอาผ้าคลุมหัวหลังจากนั้น ผมก็รู้สึกเหมือนอยู่ในรถตู้ เสียงที่ได้ยินเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย
เห้ย นี้ตัวตนของเราถูกเปิดเผยแล้วหรือนี้ ...
มันพาผมไปยังที่ๆ หนึ่ง เหมือนใต้สะพานข้ามคลองที่ไหนสักแห่ง ที่นี่ทั้งมืด และน่ากลัว
มันเปิดผ้าที่คลุมหัวผมออก กระชากหัวผมขึ้นมา แล้วถามว่า "มึงร็อคมั้ย" ผมใจชื้นขึ้นมาทันที
แล้วตอบกลับไปพร้อมกับสะบัดหัวว่า "กูร็อค"
:30:
หลังจากถูกปล่อยตัว ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า บวกกับผลของความตกใจ ทำให้ผมรู้สึกยากที่จะประคองตัวอยู่ได้ เข่าเริ่มอ่อน เหงื่อเริ่มแตก ใจสั่นและเต้นรัวราวกลองเพล แล้วสติของผมก็ขาดผึง พร้อมกับร่างที่ลงไปนอนกองกับพื้น แบบที่ไม่สนใจแบคทีเรียรอบข้างเลยทีเดียว
ไม่รู้ผมสลบไปนานเท่าไหร่ หลังจากรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที
ผมก็ยังนอนกองบนแบคทีเรียอยู่ที่เดิม และไม่มีที่ท่าว่าใครจะผ่านมาเห็นเลย
ขณะที่สติผมค่อยๆ กลับคืนมานั้น สุนัขจรจัดตัวหนึ่งก้มลงมาดมๆ แล้วเดินจากไป
สายลมวูบหนึ่งที่พัดมาเย็นเฉียบทำให้ผมค่อยมีกำลังวังชา ผมลุกขึ้นสำรวจตัวเอง เมื่อไม่พบว่าได้รับบาดเจ็บร้ายแรงอะไร
จึงค่อยๆ ยันตัวขึ้น ในสมองเต็มไปด้วยความสงสัย ว่าไอ้พวกที่จับผมมานั้นมันเป็นใครกันแน่
[ขอฮาอย่างเดียวได้ไหมเนี่ย :30: :30: :30:]
ผมเริ่มตั้งสติ แล้วเดินไปที่ร้านขายของชำตรงหัวมุม เพื่อจะหาซื้อบุหรี่มาสูบแก้เซ็ง
ขณะที่ผมก้าวขา จู่ๆ ก็มียายแก่เข้ามาทักผมว่า ชะตาของโลกนี้ขึ้นอยู่กับเอ็งแล้ว
พ่อหนุ่ม
ผมคิดในใจ "แค่จะสูบบุหรี่แค่นี้ต้องแบกรับภาระชะตากรรมของโลกเลยเหรอ O_o"
ผมควักเงินขึ้นมาจ่ายค่าบุหรี่
เหลือบดูรูปมะเร็งปอดนิดหน่อย
แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ
อยู่ๆลมแรงๆก็พัดมา
ไฟแช็คผมดับแล้ว ดับอีก
ต่อบุหรี่ยังไงก็ไม่ติด
สักแป๊บ ไฟแช็คลอยตามลมไป
ตามด้วยซองบุหรี่
แม่งเอ้ย ยังไม่ได้ดูดสักตัว เสียดายเงินชิบหาย
ผมบ่นอุบ
แต่ลมมันชักจะแม่งๆ
แรงจนพัดถังขยะกลิ้งขลุกๆ ละลอยขึ้นไปบนอากศ
อ้าว คุณป้าที่ทักว่าผมจะเปลี่ยนโลกลอยไปด้วยแล้ว
ชิบหาย ผมสบถ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย
แต่ผมกลับเอะใจ ทำไมลมแรงขนาดนั้นไม่มีผลอะไรกับเราเลย
รู้สึกเพียงแค่สายลืมเอื่อยๆ ทั้งๆ ที่สิ่งต่างๆ รอบตัวต่างปลิวไปตามลมที่แรงดั่งพายุ
ความประหลาดใจนี้ ทำเอาผมปวดขี้ขึ้นมาอีกแล้ว ผมจะทำยังไงดี
(ถ้าขี้มาอีกทีเลิกละนะเวัย วนรอบถังขี้มาสามรอบละ :07:)
[โทษพี่แอนคนจุดประเด็น :30: ]
ทบทวนความรู้สึกจากร่างกายส่วนล่างอีกครั้ง
ผมพบว่าความรู้สึกนั้นใกล้เคียงกับอาการปวดขี้ แต่เมื่อพิจารณาดูอีกทีก็ต่างออกไปเล็กน้อย
เหมือนกับว่าร่างกายของผมมีพลังบางอย่างอยู่ภายใน พลังนั้นหมุนวนรอบๆ ลำไส้ใหญ่
ทำให้ผมนึกไปถึงหลายวันก่อน ก่อนที่ผมตัดสินใจจะออกเผชิญโลกกว้างเพียงไม่กี่วัน
วันนั้นที่ผมทำสบู่ตก ...
[ :30: :30: :30:]
ผมลองกำมือแน่น
ย่อขาเล็กน้อย
พยายามไหลเวียนพลังไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย
แล้วตะเบ็งเสียง
ซุเปอร์ไซย่า!!!!
ร่างกายผมก็เหมือนกับมีออร่าแผ่รังสี
เสื้อผ้าผมเปลี่ยนไปเป็นเกราะห่อหุ้มร่างกาย
ทำไมผมต้องทำท่าอะไรต่อมีอะไรที่ผมไม่เคยทำ ตอนที่ผม "แปลงร่าง" ด้วยนะ
ผมพาลคิดถึงที่คุณยายคนนั้นบอกผมว่า "ชะตาของโลกนี้ขึ้นอยู่กับเอ็งแล้ว พ่อหนุ่ม"
ตอนนี้ผมคิดอยู่ว่า "ชะตาชีวิตของผม มันยังเป็นของผมอยู่รึเปล่า?"
[แหวกแนวเข้าไปเรื่อย ๆ :30: :30: :30:]
ผมรู้สึกว่าทุกครั้งที่ผมลองตะเบ็งเสียง "ซุปเปอร์ไซย่า" ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าก่อนแปลงร่าง
ทำไมตูต้องตะเบ็งเสียงด้วยนะ ขณะที่กำลังครุนคิดอย่างล่องลอยอยู่นั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ผมรีบผูกผ้าเพื่อวิ่งไปรับโทรศัทพ์ที่ดังขึ้น
ผม : สวัสดีครับ ชิน พูดสายครับ (ขึ้นหน้า 3 เพิ่งจะรู้ชื่อ :08:)
สายปริศนา : สวัสดี รีบๆ เซ็นสัญญาให้เสี่ยเร็วๆ สิโว้ย
ผม : แต่เสี่ยอู๊ดทำผิดข้อตกลงกับทางบริษัทแล้วนี่ครับ แล้วอีก 3 วันผมก็จะเดินทางไปต่างจังหวัด
สายปริศนา : อ๋อ..แกคงกะเล็กตุกติกกับเสี่ยใช่ไหม แล้วจะได้เห็นดีกัน
ผม : อ่ะ..ไม่ใช่นะครับ..
ผมพููดยังไม่ทันขาดคำก็โดนตัดสายซะแล้ว
ผมวางหูโทรศัพท์กลับเข้าที่ของมัน
เมื่อครั้งที่ไปตกลงในข้อสัญญากับผู้มีอำนาจนั้น อะไรๆ มันก็ดูจะไม่ยากและไม่มีเหลี่ยมปม
ใครจะเชื่อว่าเรื่องแค่ทำสัญญาจ้างเหมากรอกน้ำยารักษาหูดหงอนไก่ลงขวด และปิดฉลากแพ็คใส่กล่องเพียงแค่นี้
จะเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ชักนำเรื่องวุ่นวายเข้ามาหาผม ไม่ได้หยุดหย่อน
ผมลืมไปแล้วว่าผมแค่จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเพราะอกหักรักคุด :08:
เพราะผมมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น :12:
ผมจะไปกู้ชาติ :07: :07: :07:
[ plot เรื่องเหี้ยมาก :30: ]
ผม ตั้งใจจะไปกู้ชาติจริงๆ เพราะผมดักเอาไว้นานแล้ว ถ้าชาติมาติด คงเน่า แล้วด้วย
พูดดังนั้น ผมจึงมุ่งหน้าไปยังที่อุปกรณ์ดักชาติทันที เพื่อจะไปกู้ชาติให้ได้ในวันนี้!~~
ตึ๊งโปีะ !!
ผมคิดในใจ "แหม มุขตลกที่ผมคิดเนี้ย มันก็ตลกใช้ได้นะเนี้ย"
ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย ภูมิใจกับมุขที่คิดออกมา แล้วก็กระชับกระเป๋าที่หายไปตอนไหนก็ไม่รู้ ให้เข้าที่
เพียงเพื่อที่จะ ...
เพื่อที่จะพบว่า กระเป๋าหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
ถึงตอนนี้ผมเริ่มนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดอีกครั้ง ว่าผมเผลอไปทำกระเป๋าหายไว้ตอนไหน
[กลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่หน้าแรก]
อา ใช่แล้ว
ตอนที่หญิงสาวคนนั้นถามทางไปส้วมกับผม ผมรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงกระเป๋า
อา หรือผมจะได้พบกับหญิงสาวคนนั้น
...
ตื่นเต้าจัง ปวดขี้อีกละ
หญิงสาวแสนสวย หมวยๆเอ๊าะๆ ฮ่อเจ๊าะน่าเจี๊ยะ
อ๊ะ ทำไมจู่ๆ ผมคิดเป็นคำคล้องจองทำนองลื่นไหลได้อย่างนี้ ...
[ ใครสรุปพล็อตให้หน่อยครับ ว่าตอนนีเรื่องย่อเป็นยังไงแล้ว :3005: ]
ระหว่างที่ผมคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องกระเป๋าหาย
ผมก็เลยสรุปได้ว่า
ทำไมวันชีวิตผมมันวุ่นวายเหลือเกิน
มวนท้อง ปวดขี้ ไปส้วม ปวดท้อง วกไปวกมาแต่กับขี้
พอจะพ้นไปกู้ชาติ ไอ้เสี่ยอู๊ด เจ้าพ่อถังขี้ก็โทรมาอีก
หรือธรรมชาติกำลังบอกผมว่า!!!
:05:
'โอ้ว ธรรมชาติมันชวนกูไปเล่นเกมด้วยนี่เอง' ผมคิดในใจ สงสัยมันคงจะเหงาเนอะ
เกิดมาเป็นสิ่งที่ผู้คนพยายามจะทำความเข้าใจ แต่ก็เข้าใจมันไม่หมดซะที
อยู่ดีๆมาชวนกูเล่นเกมอีกต่างหาก เอ๊ะ? ว่าแต่ทำไมธรรมชาติต้องพูดภาษอังกฤษ หรือว่า..
[ :30: :30: :30:]
ธรรมชาติจะเคยเรียนเมืองนอก เมืองนา แล้วร้อนวิชา เอ๊ะ..ในกระเป๋าเป้ตูมีวุ้นแปลภาษาไหมเนี่ย
ตูยิ่งโง่ประกิตอยู่ด้วย อาการท้องเสียเป็นลางบอกเหตุก่อนที่ผมจะเจอฝรั่งรึเปล่านะ จะไปถาม
หมอแมวก็ดู พี่เค้าจะไม่สะดวกหรือเปล่า เกรงใจด้วยสิ แล้วกระเป๋าตังค์ที่หายไปนี่..ใช่แล้ว หรือว่า
ที่เค้าชอบพูดกันว่า "ธรรมชาติลงโทษ.." ถ้าผมไม่เล่นเกมนี้ ผมจะถูกธรรมชาติลงโทษไหม ?
ผมเลยตัดสินใจที่จะ..
[ผมก็ตาม พล็อตเรื่องนี้ไม่ทันเหมือนกันครับพี่แอน :05:]
[ฮาพี่ปุก :30: :30: :30:]
อ๋อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง ผมคิดในใจ
เออ กุไม่ไปไหนแล้วก็ได้ จบ :58:
"มันไม่จบง่ายๆ อย่างนั้นหรอก"
เสียงหนึ่งดังอยู่ในจิตสำนึก เอ๊ะ หรือดังอยู่ในหัวของผมกันนะ ผมรู้ว่ามีคนพูดประโยคนี้กับผม
แต่ผมไม่สามารถหาต้นตอของเสียงนี้ได้ว่ามาจากทิศทางไหน พลันเหลียวกายหาที่มาของเสียง
ผมก็...
ตกใจแทบสิ้นสติ!!
คุณป้าหน้าร้านบุหรี่ หันมายิ้มมุมปาก สายตาเยาะเย้ย
"จะไปเชื่ออะไรไอ้โตนมัน สามเดือนโผล่มาที จะมาตัดจบ
้ต้องป้าสิ ของแท้ มาทุกวัน"
ณ วันนี้ หน้าห้องของผมเอง
แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซ็นส์สว่างมากกว่าวันฟ้าครึ้มหลายเท่าตัว
ผมค่อยๆก้าวขามาใกล้ๆคุณป้าคนนั้น
ค่อยๆเพ่งพิศเคร้าโครงหน้าอันคุ้ยเคย
"เฮ้ย นี่มันป้าหน่อยนี่หว่า!!"
"ช้างกูอยู่ไหน" ป้าหน่อยกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นและจริงจัง
ผมว่าเรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่
ก็ป้าหน่อยน่ะมีช้างตั้งแต่เมื่อไหร่กันเล้า.. ถ้าเป็นลุงอ๋าห์มาตามหา "ควายกูอยู่ไหน" ก็ว่าไปอย่าง
ห้วงเวลาขณะนั้นทำให้ผมเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป่ากางเกง และหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา
มันคือสากกระเบือจิ๋วที่ผมพกติดตัวไว้ตลอดตั้งแต่ได้มันมาจากร้านขายของฝากที่อ่างศิลา ชลบุรี
มันคือโทเท็มของผม..
[รอเห็นตอนมันรวมเล่ม]
[ อย่ารวมเลย ขอร้อง :05: ]
ผมเริ่มตั้งวงล้อมสายสิญจ์ เพื่อบริกรรมคาถามที่สืบทอดมาจากคุณพ่อที่ได้มาจากคุณปู่
ผมขอเอาชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน ผมจะปลุกเสกโทเทมของผม ออกไปหาสาเหตุที่ทำให้ผมไม่ได้ออกไปไหนซักที
จงออกมา ควายกะเบือ !!!
[อยากจะแจมมาก แต่ไอ้โทเทมนี่มันคือไรฟะ :30: ไปไม่ถูกเลย]
[มาจาก Inception จ้ะห์ :56:]
[อยู่ที่นั่นไททานิกเพิ่งเข้า :56:]
ทรอนเข้าละนะ วันก่อนดูโปรแกรมมา :30: