ขอถามความเห็นสองข้อค่ะ
1. เมื่อพูดถึง Facebook จะนึกถึงอะไรบ้าง
2. เมื่อพูดถึง twitter จะนึกถึงอะไรบ้าง
จะเก็บไปเขียนบล็อกอ่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะค้าาา :25:
เมื่อพูดถึง Facebook : นึกถึงเพื่อน
เมื่อพูดถึง twitter : นึกถึงข่าว
อันแรก เข้าไปคุย
อันสอง เข้าไปอ่าน
1. facebook - นึกถึงการคุย การติดต่อกับเพื่อนเก่า ดูรูป
2. twitter - นึกถึงการติดตามข่าว ความรู้ใหม่ๆ หรืออะไรขำๆ อ่าน / การค้นพบเพื่อนใหม่ๆ
เฟสบุคคือการแซวและประจานเพื่อนออกสู่สาธารณะ ไม่ใช่แค่ในกลุ่มเพื่อน
ทวิตเตอร์เอาไว้ตรวจหวย
1. Facebook เพื่อน - ความเคลื่อนไหว ปัจจุบัน อดีต
2. twitter (ไม่ค่อยได้ตามอ่าน) เพราะคนใช้ Facebook ในแบบ twitter
คำถามกว้างมาก งั้นลองตอบกว้างๆ ละกัน
1. เมื่อพูดถึง Facebook จะนึกถึงอะไรบ้าง
- ป้าหน่อยก้มหน้างุดๆ / มากซักกะเบิก / สีน้ำเงิน / พวกนักการตลาดขี้อวด / ปุ่มไล้ / คนยกพวกด่ากัน
2. เมื่อพูดถึง twitter จะนึกถึงอะไรบ้าง
- มือถือ / Tweetdeck / เวิร์ดเพรส / ข่าวอียิปต์ / คนด่ากันลอยๆ
1. Facebook - เอาไว้เล่น
2. Twitter - เอาไว้บ่น
แต่บนลงทวิต มันก็มาขึ้นบนเฟซอยู่ดี :30a:
เอาจริงๆ
1. เมื่อพูดถึง Facebook จะนึกถึงอะไรบ้าง
- like, game on web, logo รูปตัว f, ระบบเครือข่ายหาเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ และเพื่อนของเพื่อน
2. เมื่อพูดถึง twitter จะนึกถึงอะไรบ้าง
- RT, logo รูปตัว t, logo รูปนก, การบ่น
เฟซบุ๊ก:
เอาไว้ถ่ายรูปแล้วอั๊พโหลดอวดชาวบ้าน ไม่ว่าจะของกิน กิจกรรม แฟน ฯลฯ
ดีสุดคือเจอเพื่อนเก่าที่ขาดการติดต่อกันไปนานเยอะมาก
ทวิตเตอร์:
เอาไว้บ่น คือใครรำคาญก็อันฟอลโล่วไป มันเลือกเองได้ ไม่เหมือนเฟซบุ๊ก..
เพราะงั้น อะไรพร่ำเพรื่อจะขึ้นทวิตเตอร์ อะไรที่ต้องการการโต้ตอบกะขึ้นเฟซบุ๊ก
บางอารมณ์ก็เอาไว้อวด โควตเท่ๆ 555
ข้อดีที่สุดคือใช้แทน sms ได้
เฟสบุคเอาไว้เสาะหาทางติดต่อสาวๆ ที่อยากรู้จักได้ด้วยการหาชื่อมา ถ้าเป็นสาวแบงค์จะได้ชื่อมาง่ายมากๆ เลยแหละนะ
ตอนปีใหม่นัดเจอเพื่อนๆสมัยมัธยม อาศัยคุยทาง Facebook นี่แหล่ะ
ไม่ไ่ด้เจอหน้ากัน10กว่าปี :12:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 16:55 น.
เฟสบุคเอาไว้เสาะหาทางติดต่อสาวๆ ที่อยากรู้จักได้ด้วยการหาชื่อมา ถ้าเป็นสาวแบงค์จะได้ชื่อมาง่ายมากๆ เลยแหละนะ
พร้อมกับชวนทำบัตรเครดิตรึป่าว :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 16:49 น.
คำถามกว้างมาก งั้นลองตอบกว้างๆ ละกัน
1. เมื่อพูดถึง Facebook จะนึกถึงอะไรบ้าง
- ป้าหน่อยก้มหน้างุดๆ / มากซักกะเบิก / สีน้ำเงิน / พวกนักการตลาดขี้อวด / ปุ่มไล้ / คนยกพวกด่ากัน
2. เมื่อพูดถึง twitter จะนึกถึงอะไรบ้าง
- มือถือ / Tweetdeck / เวิร์ดเพรส / ข่าวอียิปต์ / คนด่ากันลอยๆ
อย่างนี้แหละๆ ต้องการแบบนี้ อยากรู้ว่าจะใช้เครื่องมือพวกนี้ไว้ทำอะไร หรือเห็นแล้วจินตนาการว่าอะไรไรเงี้ยะ :25:
เออใช่ๆ ฟบ เอาไว้คุยกับคนที่รู้จักอยู่แล้ว
ส่วน ทวต เอาไว้คุยกับคนในเน็ต
//ตัดหน้า
อ้าว ที่ตูตอบมั่วๆ นี่ดันถูกอีกเหรอ :3005:
อ่า
1. facebook : เล่นเกม / ดูรูป / เล่น app+quiz / แอบสอดส่องชีวิตชาวบ้านแบบลับๆ :30:
2. twitter : บ่นกระจัดกระจาย / หาแรงบันดาลใจ / บล็อกฝรั่งเปี่ยมสาระ
รู้สึกว่าใช้ทวิตเตอร์แบบมีสาระกว่าเฟซบุคเยอะิเลยแฮะ
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 16:58 น.
พร้อมกับชวนทำบัตรเครดิตรึป่าว :30:
ก็สมัครไปอะนะ
แต่ขอโทษเธอจริงๆ
สเตทเมนทืเราไม่ผ่าน :16:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 17:00 น.
เออใช่ๆ ฟบ เอาไว้คุยกับคนที่รู้จักอยู่แล้ว
ส่วน ทวต เอาไว้คุยกับคนในเน็ต
//ตัดหน้า
อ้าว ที่ตูตอบมั่วๆ นี่ดันถูกอีกเหรอ :3005:
:30: เยส ไม่ได้ต้องการคำตอบชี้เฉพาะอ่ะ เพราะเดือนจะเอาที่เซอร์เวย์นี่ไปทำต่ออีกทีนึง เดี๋ยวคงปรึกษาพี่แอนแหละ :27:
ขอบคุณทุกความเห็นมากๆ ค่ะ อ่านสนุกดีฮิ
ป.ล. 1 เดือนลองถามในกูเกิ้ลทอล์ก มี 3 คนบอกว่า นึกถึงทวิตเตอร์แล้วนึกถึง "บ่น" เป็นคำแรกเลยแฮะ :30:
เอาของเดือนมั่งนะ
Facebookเฟซบ๊อก, แิอป, แท็กสแปม, ซักกะเบิก, แท็กรูป, อวยพรวันเกิด, ไม่รู้จักไม่แอด, เกม, ควิซ, เซียมซีเพนกวิน, แฟนเพจ
พฤติกรรมการใช้งาน
- ไม่รู้จักไม่รับแอด
- เอาไว้เล่นเกม, เล่นเซียมซีเพนกวิน
- ไว้ศึกษาการเจริญเติบโตของมันแล้วมาเขียนลง faceblog.in.th (http://faceblog.in.th) (แอบโฆษณา)
- ศึกษาเชิงพัฒนา (เขียนแอป แฟนเพจ นู่นนี่นั่นแล)
เอาจริงๆ เดือนไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กถึงขั้นติดนะ
(ขั้นติดคืออ่านทามลายบ่อยๆ และรู้ว่าวันนี้ใครโพสต์อะไรไปบ้าง ซึ่งเพื่อนเดือนหลายคนเป็นล่ะ)
ความมหัศจรรย์ของเฟซบุ๊กอย่างนึงก็คือการนัดเจอเพื่อนเก่าสมัยมัธยม :12:
twitterhashtag, ดราม่า, เซเหลบ, ม้วนหางสิลูก, RT, การตลาด, อ๊อดฟัก, อินฟุเอนเซ่อ :27:
การใช้งาน
- บ่นงุงิ
- ทวีตแปะลิงก์บ้าง
- อ่านสิ่งที่ชาวบ้านแปะเอาไว้
ช่วงนี้รู้สึกแปลกๆ กะทวิตเตอร์นิดหน่อย
(มันมีเรื่องนั่นนี่นู่นเต็มไปหมด แล้วก็บ่นน้อยลงกว่าเดิมแล้วด้วยนะ เกรงใจคนมาตาม ก็เลยเกร็งๆ แหละ :05:)
อะไรประมาณนี้อ่ะนิ นึกอะไรได้จะมาเพิ่มต่อนะฮิ
ขอบคุณทุกฟามเห็นอีกครั้งนะคร้าบบบบบ :56:
อันเนื่องมาจากพี่เล่นแต่เฟซบุ๊คอย่างเดียว ไม่ได้เล่นทวิตเตอร์
Facebook
เพื่อนเก่า/เพื่อนใหม่/กลุ่มลับๆ/เกม/ฆ่าเวลา/ออกแนวไร้สาระแต่ก็มีคุณค่าทางใจ/
อัพรูปโชว์รูปก็ดีนะเหมือนได้เห็นอีกมุมของคนที่เรารู้จัก ผ่านการแท็กรูปนี่แหละ /
บางคนในลิสต์ฟลัดบ้าง แต่ก็โอเคไม่ได้น่ารำคาญอะไรแค่แบบ เฮ้ย เอาอีกแล้วเหรอ :30:
พฤติกรรมการเล่นก็ รับแอดเฉพาะคนที่เลือกแล้วเท่านั้น คนที่รู้จักแต่ไม่อยากคุยก็ไม่รับแอดด้วย
ประมาณว่ากันไว้เป็นพื้นที่ส่วนตัวนิดนึง :56:
Twitter
มุมมองจากคนไม่ได้เล่น คือรู้สึกว่า เหมือนบ่นตามลม/ทำให้ข่าวสารในชีวิตเร็วขึ้น บางทีรู้สึกว่าเร็วไปนิด
(รู้สึกเอาเองว่า) การจำกัดตัวอักษร ทำให้ความละมุนละไมในการสื่อสารหายไป เหลือแต่ประเด็นหลักๆ
เลยไม่อยากติดทวิตเตอร์ อยากให้จังหวะหมุนช้าๆ และแง่มุมส่วนตัวๆ ของชีวิตยังดำเนินต่อไป
Like เกม สสวก. กวิ้น แถก แอดเพื่อนเก่าๆ
มั่นใจว่าคนไทยเกินหนึ่งล้านคนมั่นใจว่าไม่มีเพจใหนที่ขึ้นต้นด้วยมั่นใจว่าคนไทยเกินหนึ่งล้านคน...จะมีคนไทยเกินหนึ่งล้านคนไปกดLike
อันนี้ขอยังไม่อ่านของคนอื่นนะ เดี๋ยวโดนล้างสมอง :30:
Facebook
- ตัว F สีขาวบนพื้นน้ำเงิน (กลายเป็นสากลแล้ว)
- ซักกะเบิร์ก
- หนัง The Social Network
- Like Share
- เชื่อมโยงเครือข่ายเก่า สร้างเครือข่ายใหม่ = แอดเพื่อนเก่า เอาไว้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่
- การสอดแนม profile และ timeline คนอื่น
- งงๆ เวลามีคนชื่อแปลกๆแบบ.. "เจ้าหมาบ้าแห่งชิซึโอกะ อามากิง" มาขอแอด
- สงสัยว่ากำลังจะโตไปเป็น Hi5 รึเปล่า
- การเปิดช่องทางการหาเงินในรูปแบบของการตลาดและการโฆษณาที่มีแบบแผน
- แสดงตัว / โชว์ / แสดงออกให้สังคมรับรู้ในเชิงวัตถุ ควบคู่ไปกับภาพ
- โฆษณาแฝง และ Spam "สวัสดีค่ะ ชื่อมดคร่ะ.. แค่เล่นเฟซบุ๊คก็หาเงินได้เดือนละ 20,000 แน่ะคร่ะ"
- Fanpage ที่เอาไว้โปรโมทและแสดงรายละเอียดกิจกรรม/ผลิตภัณฑ์ ..มีประโยชน์เชิงลดต้นทุนการเปิดเว็ปใหม่ต่อการจัด event หนึ่ง event และสามารถเชื่อมโยงถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลายกลุ่ม เพราะเปิดให้คนที่ "ใช้ Facebook" เข้าถึงได้
- ในขณะเดียวกัน.. การร่วมกิจกรรมก็ทำให้แสดงผลใน timeline ทำให้รับสื่อแบบเลี่ยงไม่ค่อยได้.. expand connection ไปได้หลายกลุ่ม
- เล่นเกม สังสรรค์ออนไลน์ App
- รวมพลกลุ่มคนรัก / คนเกลียด ...อย่างมั่นใจ
// เอ้อ นึกถึง FaceBlog เดือนด้วย :27:
Twitter
- ตัว t สีขาวบนพื้นสีฟ้า
- นกสีฟ้า
- นกสีฟ้าแบกปลาวาฬ
- คำว่า tweet, twit
- 140 ตัวอักษร
- Follow
- Taksinlive
- รู้สึกแปลกเวลาคนพูด "ทวิสเตอร์"
- การแพร่ข่าวแบบไม่กรอง และโดนแปลงสารง่ายสุดๆ
- แสดงตัว / โชว์ / แสดงออกให้สังคมรับรู้ในเชิงความคิด (verbally)
- ปะปนระหว่างคำพูดที่เรียบเรียงอย่างดี กับการบ่นแบบไ่มีแบบแผน
- Tag RT QT
- ช่องทางใหม่ในการติดต่อแบบรวดเร็ว
- เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่
- รวดเร็วทันใจ
- เข้าถึงง่าย
// นึกถึงพี่แอนเข้าห้องน้ำไปทวีตไปด้วย :3005:
ที่เหมือนๆกันระหว่างสองอย่างคือ..
- Social Network
- ของเล่นทางการตลาดชิ้นใหม่
- Blue Ocean Strategy
- การหลอกด่า
- อวดฉลาด อวดเท่
- ช่องทางใหม่ในการขอความช่วยเหลือ
- โปรแกรมที่มีในบีบีแทบทุกเครื่อง
เยอะไปไหม.. จริงๆอยากเขียนเยอะกว่านี้ในเรื่องการใช้งานทางตลาด แต่ไม่ค่อยมีความรู้ :3005:
FB นึกถึง สังคม เพื่อน เกมส์ พูดคุยเมาท์มอย อัพรูป อวดรูป ดูรูป อัพเดทข้อมูลตัวเอง และเสือกเรื่องชาวบ้าน
Twitter นึกถึง เพจเจอร์ที่คอยรายงานข่าว, อัพเดทข่าวสาร, ตามอ่านเรื่องของชาวบ้าน
facebook :
- นึกถึงเพื่อนสมัยเรียน (มีตั้งแต่ มัธยมต้น ปวช มหาลัย)
- เพื่อนของแฟน (กลายเป็นเริ่มสนิทกัน)
- เพื่อนที่ออฟฟิศ (ทั้งที่ลาออกไปแล้วและก็ยังไม่ได้ลาออก)
- เพื่อนในเว็บบอร์ดที่เคยเจอกันแล้ว
- ใครที่ไม่รู้จักหรือแปลกหน้าก็ไม่แอด (เพราะสแปมมากับพวกนี้เยอะ)
- แท็กรูปทั้งหลายแหล่
- farmville :30:
twitter :
- เอาไว้อ่านข่าว หรือตามข่าวแบบรวดเร็ว (ทั้งที่ยังไม่รู้่ว่าจริงหรือเปล่า) จส.100 บ้าง และสำนักข่าวอื่น ๆ ที่ follow ไว้
- ตรวจหวย
- เซเลบ
- บ่นนิด ๆ หน่อย ๆ (ยังไงก็ไปโผล่บน facebook อยู่ดี)
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 18:28 น.
มั่นใจว่าคนไทยเกินหนึ่งล้านคนมั่นใจว่าไม่มีเพจใหนที่ขึ้นต้นด้วยมั่นใจว่าคนไทยเกินหนึ่งล้านคน...จะมีคนไทยเกินหนึ่งล้านคนไปกดLike
:30b:
facebook เอาไว้อู้
twitter เอาไว้บ่น
:30:
Facebook คือ หนีติ่ง หนีเกรียนจาก Hi5มาเล่น หาสาวตึงๆดูรูป คนนี้แจ่ม แอดไว้ๆ เก็บผักๆๆ ไอ้เชี่ยยย ขโมยผักกรู
Twitter ไม่รู้เอาไว้ทำไม เวลาทำอะไรต้องบอกชาวโลกทุกๆชั่วโมงเลยเหรอ
จู๋นี้ทำให้รู้สึกประทับใจว่ายังมีคนไม่รู้จักทวิตเตอร์อีกเยอะ
ไว้จัดเนิร์ดแคมป์กันไหมเดือน จะมาล้างสมองด้วยข้อดีของทวิตเตอร์กัน :30: (และความเลวของเฟซบุ๊กงี้ โดนรุมตีนแน่ตู)
เฟซบุ๊ก เอาไว้อัพเดตเกี่ยวกับเพื่อน
ทวิตเตอร์ เอาไว้บ่น
อ้อ พูดเรื่องการใช้งานมั่งดีกว่า
เฟซบุ๊ก:
เอาไว้ไปเที่ยวกะเพื่อน(ที่ใช้ชีวิตในเฟซบุ๊ก) แล้วกลับมาอัปรูปให้พวกมันดู
แล้วก็นานๆ ทีก็กดเข้าไปดูจากเมล ว่ามีใครแท็กอะไรกูอยู่ได้วะ
ทวิตเตอร์:
เอาไว้ใช้งาน ติดต่อ สื่อสารเป็นช่องทางหลักจ้ะ
แล้วก็เอาไว้อ่านข่าวที่เกิดขึ้นกับโลก + เฮฮาไร้สาระก็ไม่น้อย
สรุปว่าเสพติดนั่นเอง เป็นระดับสาวกที่คอยเถียงแทนเลยแหละ จบแข่ว
ส่วนในมุมของการทำเว็บ เฟซบุ๊กเอาไว้แชร์ เอาไว้ไอ้นั่นไอ้นี่สารพัดประโยชน์มาก
ส่วนทวิตเตอร์ก็อย่างที่รู้ๆ กัน เอาไว้กระจายออก แล้วมอนิเตอร์มัน
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 23:22 น.
จู๋นี้ทำให้รู้สึกประทับใจว่ายังมีคนไม่รู้จักทวิตเตอร์อีกเยอะ
ไว้จัดเนิร์ดแคมป์กันไหมเดือน จะมาล้างสมองด้วยข้อดีของทวิตเตอร์กัน :30: (และความเลวของเฟซบุ๊กงี้ โดนรุมตีนแน่ตู)
เอาดิ เพราะตูเป็นคนนึงที่ไม่ได้ใช้ทวิตเตอร์...กลัวติดไปอีกอย่าง :30:
บอกเดือนในกกท.ไปแล้ว
เฟซบุ๊คเอาไว้
เสือกเรื่องชาวบ้านติดตามข่าวสารเพื่อนๆ เล่นเกม ลิงค์อะไรที่แชร์ในเฟซบุ๊คส่วนใหญ่จะละโว้กว่าทวิตเตอร์
ทวิตเตอร์
เอาไว้งั้นแหละ ทำอะไรก็ไม่รู้ อ่านคนโน้นบ่น คนนี้บ่น ข่าวบ้าง คำคมบ้าง จะคมอะไรกันนักกันหนา มีอะไรผ่านตามาให้อ่านก็อ่านไปเรื่อย
ในเฟซบุ๊ค
ต้องสร้างภาพ เพราะมีแต่คนรู้จัก บ่นมากไม่ได้ งุงิมากไม่ได้ ติ่งหูมากไม่ได้ เล่นเกมมากก็ไม่ได้
จะอัพอะไรก็ต้องคิดก่อน(นิดนึง) โพสบ่อยมากก็ไม่ได้ อะไรนักหนาเนี่ย แต่ก็เล่น :37:
ในทวิตเตอร์
อยากบ่นอะไรก็บ่น อยากอัพอะไรก็อัพ อยากแชร์อะไรก็แชร์ :53:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 02 ก.พ. 2011, 00:03 น.
เอาดิ เพราะตูเป็นคนนึงที่ไม่ได้ใช้ทวิตเตอร์...กลัวติดไปอีกอย่าง :30:
ทวิตเตอร์ไม่ได้เหมาะกับทุกคนครับ
เช่นเดียวกะเฟซบุ๊กนั่นแหละ
อยู่ที่นิสัยว่าเราเป็นคนยังไง ระหว่าง
- ชอบเสือกเรื่องคนอื่น
- ไม่สนคนอื่น ชอบอวดเรื่องตัวเอง
แล้วพวกที่ติดทั้ง 2 อย่างล่ะ :30: :30:
ฟบ
อยากประกาศให้เพื่อนๆ รู้
ทวต
อยากประกาศให้โลกรู้
และแน่นอน โลกไม่ใช่เพื่อนของเรา
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 02 ก.พ. 2011, 00:18 น.
แล้วพวกที่ติดทั้ง 2 อย่างล่ะ :30: :30:
ก็เป็นสัตว์สังคมไงครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 ก.พ. 2011, 23:22 น.
จู๋นี้ทำให้รู้สึกประทับใจว่ายังมีคนไม่รู้จักทวิตเตอร์อีกเยอะ
ไว้จัดเนิร์ดแคมป์กันไหมเดือน จะมาล้างสมองด้วยข้อดีของทวิตเตอร์กัน :30: (และความเลวของเฟซบุ๊กงี้ โดนรุมตีนแน่ตู)
(ยังไม่ได้อ่านโพสต์หลังจากนี้ ขอตอบอันนี้ก่อน)
เอาดิๆ เสนอไอเดียแล้ว ฝากทั่นผู้มีจำนวนปีแก่กล้ากว่าช่วยเกลาๆ ให้หน่อยจินะ :05:
พี่แอนหาข้อดีทวิตเตอร์ได้ เดี๋ยวเดือนจะพูดข้อเสียทวิตเตอร์มั่ง :02:
อ้อ ส่วนตัวก็ย้ำอีกว่าไม่ได้เกลียดทวิตเตอร์และไม่ได้รักเฟซบุ๊ก ส่วนไหนของระบบมันกาก ก็ด่าชิบหายเหมือนกัน
แต่จำต้องศึกษาเฟซบุ๊กเยอะหน่อยเพราะกะจะหาตังค์กะมันน่ะนะ :05: (หาตังค์ด้วยการแท็กสแปมไปวันๆ..ไม่ใช่ละ)
อ๋อ ในมุมของคนเล่น(อย่างตู) ก็ด่าเฟซบุ๊กแหลกแหละ :30:
คือจริตตูไม่ตรงไง อ่านที่เอโพสต์ก็ฉุนขึ้นมากึ๊กนึง
แต่ก็หายไปทันที เพราะไม่ได้เป็นสาวกระดับปกป้องขนาดนั้น :30:
ส่วนในมุมของคนทำเว็บ ก็ด่าเหมือนกันนะ
มันกากส์มาตลอด และชักเข้าชักออก ไม่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระยะยาว
แต่หลังๆ มานี่ (ตั้งแต่ F8 เป็นต้นมา) ก็เริ่มดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อยๆ
ติดอย่างเดียวคือมันจะทำอะไรก็ทำเลย
เคยอ่านบทความนึงที่บอกว่า ฟบ เนี่ยโปรแกรมเมอร์ทุกคนคือเจ้าของเว็บ
อยากทำอะไรทำเลย ไม่ต้องง้อฝ่ายการตลาด
ข้อดีมากๆ คือมันเร็ว เปิดฟีเจอร์ใหม่ได้แทบจะทันที
แต่ข้อเสียก็คือนึกอยากทำอะไรก็ทำ (เช่นเลิก FBML / เปลี่ยน Groups หรืออะไรแนวๆ นี้ที่มีมาตลอด)
ไหนๆ ก็พูดถึงเอแล้วขอแอบอ้างมาหน่อย
อ้างคำพูดจาก: Submit เมื่อ 02 ก.พ. 2011, 00:19 น.
ฟบ
อยากประกาศให้เพื่อนๆ รู้
ทวต
อยากประกาศให้โลกรู้
และแน่นอน โลกไม่ใช่เพื่อนของเรา
อันนี้คนที่ "ไม่ได้เล่นทวิตเตอร์" ก็จะเข้าใจว่าเข้าไปเพื่อไปพูดกะใครก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ
แต่ถ้าคนที่เล่นปั๊บ มันก็ไม่ต่างจากเว็บบอร์ด หรือให้แคกว่านั้น มันก็คือ MSN เลย
อยู่ที่ว่าเราตามใคร และใครตามเรา ดังนั้นนิยามของทวิตเตอร์ร้อยล้านคน ก็
ไม่ซ้ำกันเลยสักคนตรงนี้สำคัญ เพราะเป็นประเด็นหลักที่ตูใช้อธฺบายว่าทวิตเตอร์คืออะไรอยู่เสมอๆ
ง่ายที่สุดก็คือสำหรับแม่ยายตู (@nalinfa) ทวิตเตอร์คือโปรแกรมส่งข้อความ
มีอะไรก็คุยกะลูกสาวลูกเขยที่นี่ ดังนั้นนิยามที่เอว่ามาก็ใช้กะป้านลินฟ้าไม่ได้ :30:
ซึ่งต่างจาก ฟบ ตรงที่ผู้นำรัฐสามารถสร้างกรอบกติกาทุกอย่าง
ให้ราษฎรปฏิบัติตามอย่างไม่มีการก่อธรรมเนียมหรือนวัตกรรมใดๆ เพิ่มจากฝั่งผู้ใช้เอง
(จงเป็นราษฎรที่ดี เล่มเกม เล่นควิซ แท็กเพื่อน และอ่านโฆษณาของเรา นั่นแหละ ดีมาก)
สำหรับตู ถ้ามองในมุมของ "เพื่อน" และ "โลก" ตามที่เอนิยามไว้
ทวิตเตอร์ก็เป็นแหล่งข่าวที่เร็วและดีที่สุดในโลก และมาจากโลก ไม่ได้มาจากเพื่อน :12:
(ที่กว่าจะผ่านโลกมาถึงเพื่อนจนมาถึงเราก็หลายสเต็ปละ)
ฟบ
สีน้ำเงิน / เสือกเรื่องชาวบ้าน / อัพรูป / สร้างกระแส / กรุ๊ปแชท
ทวิตเต้อ
บ่นลอยๆ ไม่ค่อยได้อ่านอะไรชาวบ้านเค้านัก :30:
ไม่ได้เล่นทวิตเตอร์ แต่เคยอ่านและรู้สึกผิดธรรมชาติการอ่านฉิบเป๋ง อ่านจากล่างขึ้นบน :37:
แล้วก็ไม่ชอบทวีตเตอร์ที่มาพ่วงโพสในFB รู้สึกเหมือนสิ่งผิดปกติในFB (อ่ะสาวกเฮียมาร์คนี่หว่ากู :3005:)
แต่ก่อนเฟซบุ๊กกากส์ก็จริงๆ (เอาจริงๆ ก็อาจจะกากส์น้อยกว่าเพราะพี่แอนมีจริตไม่ตรงกับพฤติกรรมเฟซบุ๊กอ่ะเนอะ :27:)
แต่ด้วยความที่กำลังเงินและกำลังคนของเฟซบุ๊กมีเยอะมาก
และตอนนี้จุดแข็งของมันคือ "จำนวนผู้ใช้"
และมันจะเอาไอ้จำนวนผู้ใช้นี่แหละไปทำอะไรอีกหลายๆ อย่าง
เช่น ทำตัวเป็นตลาดให้นักพัฒนาเอาแอปมาลง เอาเกมมาลง
หรือจะเอาปุ่มไลค์ไปติดเว็บไซต์ ก็เอาไปสิ :like:
จะมาลงโฆษณา มาสิ จะเอาไปทำ single sign-on ให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกด้วยปุ่มเดียว เอาไปสิ :12:
ผลที่ตามมาก็คือมันพัฒนาเชิง dev ไปแบบก้าวกระโดดฟึ้บฟั้บมาก
(มันเปลี่ยน API เป็นครั้งที่สามละ :01: แต่น่าจะสุดท้ายละล่ะครั้งนี้)
ส่วนทวิตเตอร์ ถ้ามองในเชิง dev นี่มันเอาไอเดียแอปที่มีคนทำไว้ไปทำเองก็หลายอันละนะ
อ่านเพิ่มเติมจากบล็อกนี้เลยละกัน การเขียน application บน facebook และ twitter (http://www.mooling.com/?p=899)
ตอนนี้ที่ไม่ชอบบางอย่างของทวิตเตอร์คือ
- หน้าเว็บกากส์มาก อืด เวลาจะโพสต์ new tweet บางทีก็เจ๊ง
- หน้าเว็บแบบใหม่ไม่โชว์จำนวน official RT
- ตอนนี้เล่นกิจกรรมนับ RT อะไรพวกนี้ไม่ได้แล้ว เพราะดูย้อนหลังไม่ได้เลยว่าใคร RT ไปมั่ง :05:
อรเป็นคนที่ติดทวิตเตอร์มากกว่าเฟซบุ๊คนะ
พูดถึงในแง่ของการเป็น Mobile Application แบบง่ายๆและการใช้งานทั่วไป
ซึ่งกับทวิตเตอร์บนบีบี (มือถืออื่นไม่รู้นะ บอกไว้เลย) ใช้งานไม่กี่อย่างคือ
"อ่าน เขียน ตอบ"
มันจบง่ายๆในตัวแบบนั้นเลยล่ะ ไม่ต้องการสื่อสารอะไรไปมากกว่านั้น :30:
เอ้อ.. รู้สึกแอบอยากเช็คล่ะค่ะ ว่าใช้เฟซบุ๊คมานานแค่ไหนแล้ว
จำได้ว่าน่าจะตอนปี 2549 แต่กำลังตกใจว่ามันนานขนาดนั้นแล้วเหรอ
เมลล์ที่ใช้สมัครก็เมลล์มหาวิทยาลัย ซึ่งหายหมดตอนเค้าปรับระบบ
เลยดูไม่ได้ว่า Registration Confirmation มันมาวันไหน.. โถ่ะ.. :3005:
//อรตัดหน้าพอดี :05:
นี่แหละๆ ที่บอกว่าทวิตเตอร์น่ะ ล้านคนล้านนิยาม
จะเอาแบบมาร์เค็ดทิ่งสุดๆ หรือตาสีตาสาที่สุดก็ยังได้ (อย่าไปเชื่อพวกพูดอะไรยากๆ)
เพราะข้อดีของมันคือ ใช้เป็นแค่ไหนก็ใช้ไปแค่นั้น แล้วจะยิ่งทึ่งขึ้นเรื่อยๆ ค้นพบความสามารถจากอากาศขึ้นเรื่อยๆ :12:
//ทีนี้มาตอบเดือน
อ้อ ถ้ามองแบบนั้น ตัวทวิตเตอร์เอง "หน้าเว็บ" คือ Twitter.com เนี่ยกากส์จริงๆ
เว็บทวิตเตอร์ เป็นสิ่งเดียวที่ตูไม่ชอบของทวิตเตอร์ งงไหม :30:
ดังนั้นตรงนี้ถ้าจะเล่นให้เป็นก็ต้องมีเครื่องมือ มี Client มารองรับ เยอะแยะตาแป๊ะเขียนการ์ตูน
ทีนี้ทวิตเตอร์เองมันคือก้อน API ที่มีพลังยืดหยุ่นอย่างมหาศาล
จนหน้าเว็บไม่มีความสำคัญอะไรเลย
เรียกว่าเวลาเราฟังข่าวว่ามีคนเล่น "เว็บไซต์ทวิตเตอร์" จะรู้สึกแปร่งหู นั่นแหละๆ
ไอ้ API สุดยอดแห่งความยืดหยุ่นและมินิมัลนี่เอง มันเหมือนเนื้อมากุโร่ชั้นดี
เชิญเอาไปปรุงได้เลยครับคุณฮายาชิดะ (แต่ถ้ามากินเป็นตัวๆ นี่ไม่ได้เรื่องเลยนะ)
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจุดขายของทวิตเตอร์เองคือมันเป็น "แพลตฟอร์ม" บินอยู่เหนือ "เว็บ" (www) ทั้งปวง
ซึ่งคอนเซปต์นี้ตรงข้ามกับเฟซบุ๊ก
ที่ในแง่ผู้ใช้เองแล้วมันต้องการรวมศูนย์ให้เข้าไปที่ตัวเฟซบุ๊กเอง ..คือรวมศูนย์เข้าไป ดูดทุกอย่างเข้ามา
คอนเซปต์นี้ในระยะสั้นมันชนะแน่นอนครับ ดึงทุกอย่างเข้าไปหามันเอง และเปลี่ยนโลกให้เข้าไปหามัน
แต่ระยะยาวไม่ใช่ เพราะเฟซบุ๊กเป็นเอกชน (ที่เอาข้อมูลผู้ใช้ไปขายโฆษณา)
ไม่ใช่องค์กรกลางสากลอะไรสักอย่างที่จะมีอยู่และจีรังยั่งยืน (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17398.msg1394605.html#msg1394605)ไปอีกแสนนาน
ดังนั้นการดำเนินคอนเซปต์นี้มันคือฟองสบู่ ที่วันนึงก็มีโอกาสแตกครับ
เพียงแต่ทุกวันนี้ฟองสบู่กำลังเบ่งบานดั่งขุมทอง ใครๆ จึงรีบเข้ามาขุดกันในช่วงไม่กี่ปีนี้เอง
เรื่องนี้ทางซักกะเบิกเองทำไมจะไม่รู้
วันหนึ่งเราคงจะได้เห็นการประกาศนโยบายอะไรที่โอเพ่นๆ มากขึ้นไปอีกเยอะๆ
สำหรับมุมนักพัฒนา เฟซบุ๊กมันกำลัง "แบ่งโลกของเว็บออกเป็นส่วนๆ"
ก็ด้วยไอ้พวก OpenGraph อะไรนั่นแหละครับคือการขยับตัว
ตูคุยกะเดือนบ่อยๆ ว่าเฟซบุ๊กมันเกิดขึ้นมาโดยไม่ได้มีวิสัยทัศน์แบบยี่สิบปีข้างหน้ามารองรับ
(พอไปดูหนังก็ยิ่งร้องอ๋อ จริงด้วย มันสร้างขึ้นมาเพื่อจับความต้องการของมนุษย์จริงๆ)
ในขณะที่ทวิตเตอร์นั้นกว่าแม่งจะปล่อยความสามารถอะไรออกมาทีก็ช้ายังกะเต้าเป็นเหน็บ
แต่ปล่อยปั๊บ มันคือนวัตกรรมอยู่เรื่อยไป ให้คนเอาไปต่อยอดได้สารพัด โดยที่มันไม่ต้องทำเอง แน้..
อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 02 ก.พ. 2011, 01:54 น.
แต่ก่อนเฟซบุ๊กกากส์ก็จริงๆ (เอาจริงๆ ก็อาจจะกากส์น้อยกว่าเพราะพี่แอนมีจริตไม่ตรงกับพฤติกรรมเฟซบุ๊กอ่ะเนอะ :27:)
อันนี้ไม่เชิง ขอเถียงนิดนึง
เมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมาตูพยายามใช้เฟซบุ๊ก :3005: (ใช้คำว่าพยายามจริงๆ นะ)
ใช้ในระดับที่เป็นผู้ใช้ตาสีตาสาทั่วไป ไม่ใช่ใช้แบบนักพัฒนา หรือไปล้วงไปจิ้มอะไรที่มันยากๆ
แต่ก่อนก็บ่นว่าหาไอ้นั่นไอ้นี่ไม่เจออยู่บ่อยๆ แต่สามสี่ปีผ่านไปมันก็ลบคำด่าพวกนั้นลงไปเยอะ
เลยรู้สึกได้เลยว่าพัฒนาการของมันดีขึ้นจริงๆ
จากแต่ก่อนที่ไม่ได้มีการเตรียมอะไรไว้รองรับอนาคตเลย หลังๆ ก็มีแล้ว (อันนี้พูดซ้ำ)
แต่มองในแง่ของจิตวิทยาผู้ใช้แล้ว แม้กระทั่ง พ.ศ.นี้ เฟซบุ๊กก็ยังปกครองด้วยระบอบเผด็จการ
ที่ประชาชนมีหน้าที่ใช้ตามเครื่องมือที่มันโยนมาให้เท่านั้นเอง สงสัยอะไรไปถามเพื่อนเอา!
ที่เคยสงสัยมานานมากแต่วันึงก็หาเจอ แต่เจอจากเอกสารอื่นที่ไม่ใช่จากตัวเฟซบุ๊กเองนะ
- กรุ๊ป เพจ อะไรพวกนี้คืออะไร
- จะทำ URL เป็นชื่อของตัวเองทำยังไง
- ขยายขนาดฟอนต์ยังไง
- กดดูอัลบั้มภาพทั้งหมด/แชร์ออกนอกจักรวาลเฟซบุ๊กยังไง (ที่ไม่ต้องไปจิ้มลิงก์เล็กๆ 1 2 3 4 5 Next นั่น)
- ปิดการแจ้งเตือนทำยังไง อ๋อ เข้าตรงนี้ๆ นะ.. อีกสามเดือนแม่งเปลี่ยนอีกแล้ว ย้ายไปเข้าตรงนี้ๆ นะ
- ตั้งชื่อเป็น iannnnn ยังไง (อันนี้ยังหาวิธีไม่ได้จนปัจจุบัน เอาจริงๆ คือเพราะเผด็จการมันห้ามไว้)
- สืบค้นย้อนหลังได้ยังไง (อันนี้พึ่ง App ที่ 3rd Party เขียนให้ได้)
ป.ล.เดือนลองเล่นเฟซบุ๊กในอุปกรณ์พกพาสิ ดีนะ ใช้เหมือนทวิตเตอร์เลย แถมครบเครื่องกว่าด้วย อันนี้ชมจริงๆ :12:
ป.อ.
เชื่อสิว่าการเปลี่ยน API ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่อาจจะนานหน่อย
ที่แน่ๆ วันนึงจะมีการรื้อโครงสร้างภาษาใหม่อีกทีแน่นอน แล้วก็จะไม่ compat กับของเก่าด้วยล่ะ
ไม่ค่อยมีความรู้ด้าน API หรือด้าน development หรืออะไรเลย อ่านก่อนละกันนะคะ
จะพิมพ์ๆ แล้วรู้สึกยาวและไม่ค่อยเกี่ยวเลยไม่กล้าพิมพ์ :3005:
Facebook
- Group
คือกรุ๊ปสุมหัวประจำเมเจอร์ ทุกคนจะมาออนไลน์รวมกันตรงนี้ คุยกันสัพเพเหระ ตอบเกือบจะเรียลไทม์ คุยทุกอย่าง ตั้งแต่นินทาอาจารย์ ยันคุยการบ้าน (หมายถึง ลอกการบ้าน :30:)
- อาจารย์
อาจารย์คณะผมเล่นเฟซบุคทุกคน ใครบังอาจขาดเรียน จะโดนจิกถึงบน wall, ใช้ปรึกษากันเป็นประจำ, ประกาศ+สั่งการบ้านก็มี
- เวทีแสดงทัศนะ
เป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบโชว์พราว ก็ได้ไอ่นี่แหละให้ปลดปล่อย :08:
---
Twitter
ไม่ได้ทำไรเลย มีไว้ตามกระแส มีความรู้สึกว่ามันไม่จีรัง ไหลไปเรื่อยๆ ติดตาม topic เดิมยาก เมื่อเทียบกับเฟซบุคที่ดูจะเป็นหลักเป็นแหล่งกว่า
(ตอบพี่แอน)
เปลี่ยนเป็น iannnnn > Account Settings > Username > Change ใช่อันนี้อ๊ะป่าว :37:
ก็อย่างที่พี่แอนว่าแหละ ตอนนี้เฟซบุ๊กมันติดปีกมาจุดที่มีกำลังคน กำลังเงิน
ขอแค่มีวิสัยทัศน์ การอุดอะไรกากส์ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอยู่แระ
ตอนนี้จะไม่ชอบเฟซบุ๊กก็เรื่องมันจะเอาข้อมูลผู้ใช้ไปขายโฆษณานี่แหละ :08: ทำให้ดีนะมึ้งงง
ถ้าจะล่มยังไงก็อย่าเพิ่งล่มตอนนี้นะเฟร่ยยย :07: ขอหาตังค์ก่อน :05:
- เดือนชอบแอปเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในโมบายนะ (iOS)
- (อันนี้ขอเป๋) เฟซบุ๊กมันทำ API กะระบบใหม่นี่เขียนแอปง่ายมั่กๆ เลยนะ ลืมที่ไปเรียนกันมาได้เลยแหละพี่แอนนนนน :05:
นี่แหละข้อดีของเว็บที่เจ้าของไม่ใช่นักธุรกิจ แต่เป็นเนิร์ด :30:
กูเกิลก็อีกบริษัทที่น่าสนใจ คือคิดอะไรล่วงหน้าไปเลยยาวๆ
วิสัยทัศน์ระยะไกลสุดยอดมาก แต่ระยะใกล้ต้องมาสู้กะอะไรพวกนี้แหละ
เจ๊งไปก็เยอะ :08:
เอ๊ะเราควรจะเป๋กลับนะครับนี่
FB ไว้บ่น ไว้พูดคุย รับข่าวสาร จากเพื่อนๆ จากครอบครัว คนรู้จัก หรือ บางสิ่งบางอย่างที่สนใจ
TWT เอาไว้บ่น ในเรื่องต่างๆ อ่านชีวิตชาวบ้าน อ่านเรื่องต่างๆ ที่สนใจ ซึ่ง แยกเป็นคนละกลุ่มกับเพื่อนใน FB (โอเค อาจมีบางคนที่เป็นกลุ่มเดียวกับใน FB) บางคนที่ฟอลโลว์ อาจไม่รู้จักเลยก็ได้ แต่อ่าน TL แล้วน่าสนใจ ก็เท่านั้น
เรื่องบางเรื่องพิมพ์ใน FB ได้ แต่ไม่เหมาะที่จะลงบน TWT
ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายแยกกันชัดเจน
มองมุมลบ :21:
เฟสบุ๊ค คนขี้อวด
ทวิตเตอร์ ก็คนขี้อวด
โลกกำลังเป็นพวกขี้อวด
บางคนก็อวดขี้นะครับ :21:
โลกเป็นพวกขี้อวดมานานแล้วครับ แค่เปลี่ยนวิธีในการอวด
เออวะ เจนพูดไปก็ถูกอีกเนอะ
บางคนขนาดขี้ก็ยังอวด :21:
:47b:
เคยอ่านมาว่า
ต้องขอบคุณเทคโนโลยีล้ำยุคสมัยใหม่
ที่ให้เราสามารถเผยแพร่สันดานเ่ก่าออกมาได้เพียงปลายคลิก
Twitter = บ่น
Facebook = สร้างภาพ :52:
Twitter = สร้างภาพ :52:
Facebook = สร้างภาพ :52:
Twitter = บ่น+สร้างภาพ :52:
Facebook = บ่น+สร้างภาพ :52:
twitter = ความเป็นสาธารณะแบบฉับพลัน / ความคิดเห็นของคนแปลกหน้า / ข่าวสาร ข้อมูล ความบันเทิงที่เป็นไปในโลก /
รู้จักกันแค่เพียงชื่อก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันจริงๆ / สังคมกว้าง กว้างมาก / ดราม่าเกิดได้ง่าย แค่ปลายนิ้ว / จุดก่อกระแสสังคม
จำนวน follower คือสิ่งที่ทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการพิมพ์ (ถ้าแคร์เรื่องดราม่า) / บ่นอะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่ต้องแคร์อะไร
facebook = สังคมจะปิด จะกว้างหรือแคบอยู่ที่เราที่เป็นเจ้าของ / portfolio, ที่เล่นเกม ของบางคน /
ข่าวสาร ข้อมูล ความบันเทิงที่เกิดขึ้นในโลก แบบไม่จำเป็นต้องรวดเร็วทันท่วงทีก็ได้ /
จุดร่วม จุดต่อยอดของสังคม / time machine / กล่องความทรงจำ / ที่หาเพื่อนเก่า / จุดรวมพลคนคิดเหมือน /
แหล่งเก็บ หรือเผยแพร่ภาพ วิดีโอ / จุดก่อกระแสสังคม
twitter = ใคร ทำอะไร ที่ไหน
facebook = ทำ. . .อย่างไร
Twitter ถ้าฟอลโลว์ใครก็ไม่รู้ดะัไปหมด = เสียเวลาอ่านข้อมูลขยะ
Facebook ถ้ารับแอดใครก็ไม่รู้ดะไปหมด = เสียเวลาอ่านข้อมูลขยะ
เออจริง ทุกอย่างมันก็มีแบบใช้เป็นกับใช้ไม่เป็นนี่นะ :ann:
จริงมันก็เรื่องของสัตว์สังคมทั้งคู่อ่ะ
เพราะหนูชอบเรื่องชาวบ้าน ก็ใช้ทั้งเฟสบุ๊คกับทวีตเตอร์นี่แหละ
ยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบ สวยๆ :30:
ถ้าอยู่นอกบ้าน ดูทวีตมากกว่าเฟสบุ๊ค
เพราะแอปเฟสบุ๊คมันไม่ยอมให้ย้ายลงเมม ทำให้เข้าไปดูรูปที
ดาต้าพอกพูนหลายสิบเม็ก จนรอมดีไซร์ที่มีอยู่น้อยนิดเต็ม
ต้องมาคอยลบออก แล้วก็ต้องมาล็อกอินใหม่
ทำให้เวลาอยู่นอกบ้านแล้วใช้ทวีตเตอร์มากกว่าอยู่บ้าน
เพราะอยู่บ้านเปิดเฟสบุ๊คจากคอมได้
ถ้าเปลี่ยนมือถือใหม่ที่รอมให้มาเยอะ ก็คงเปิดดูเฟสบุ๊คบ่อยขึ้น :30:
แต่มีผู้ชายมาช่วยตอบปัญหาเรื่องโปรแกรมให้หนู บนทวีตเตอร์บ่อยมากนะคะ :56:
จริงๆนิยามมันขึ้นอยู่กับคนใช้เลยนะ
เวลาอยู่ข้างนอกนี่ติดทวีตมากเลยนะ ไม่ได้ชอบทวีตนะ ชอบอ่าน
มันเป็นข้อมูลที่ย่อยมาทีนึงแล้ว เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างตู
ที่ขี้เกียจไปตามอ่านข่าวตามเว็บต่างๆ มันเหมือนดูดฟีด แต่พอดีไม่ใช้ฟีดไง :30:
ฟอลโลว์ไว้เยอะๆเวลารออะไร นั่งอ่านเพลินดี
ประหยัดค่าโทรด้วย เพราะใช้โปรเน็ตอันลิมิตอยู่แล้ว
นัดกับแอนกับโบว์หลังๆ นี่ผ่านทวีตตลอด โทรหาน้อยมาก :30:
เออ นั่นสิ ตูเองก็แทบไม่ได้ใช้มือถือไว้โทรเหมือนกัน
เดี๋ยวว่าจะซื้อรุ่นที่โทรไม่ได้ละ มีอะไรจง text มา :58:
ตอนนี้ใช้โทรศัพท์โทรคุยเรื่องงานอย่างเดียวเลย :30:
คุยกับที่บ้านใช้ กกท.
คุยกับแฟนใช้ whatsapp เคยพยายามหัดให้ทวีตแล้ว ไม่ขึ้น :30:
คุยกับเพื่อนใช้ทวีตเตอร์
เหมือนจะมีปฏิสัมพันธ์น้อยลง แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าเท่าเดิมนะ
แค่เปลี่ยนวิธีการสื่อสาร ไม่ได้แปลว่าพูด+เข้าใจกันน้อยลง :56:
ป.ล. คุณแม่ตูดูละติจูดแล้วถามว่า ไปทำอะไรที่นี่จ๊ะ :30: (พี่ชายเทรนให้)
เออแฮะ ผมอยู่นอกบ้านนี่อ่านและทวีตตลอด เพราะมันสะดวก
อยู่บ้านไม่เคยทวีตเลย ออนแต่เฟสบุ๊ค
แม่ยายตูเอาหมด จับคอมครั้งแรกก็ใช้ทวิตเตอร์เลย (หัดพิมพ์เอาที่นั่น)
ทุกวันนี้คุยกะลูกค้าในเฟซบุ๊กด้วย แถมใช้เป็นด้วยนะ คือรู้จักธรรมเนียม มารยาทในนั้น
เผลอๆ ต่อไปโบว์อาจจะหัดใช้บอร์ดฟร้อนด้วย :3005: ฉิบหายละทีนี้
:30: :30:
:30: ชักแม่ยายเข้าบอร์ด
สำหรับผมนะ
Facebook = สร้างภาพ / อัพสเตตัสนานๆ ทีั / ประกาศเรื่องต่างๆ / คุยกับเพื่อน / ครูสั่งงาน / ทวงงานเพื่อน / แชท / Like! :like:
Twitter = อัพเดทชีวิตประจำวัน / บ่น / ด่า / #petdo / อ่านข่าว / อัพข่าวและตอบเรื่อง #TheStar (http://twitter.com/thestarupdate) / อ่านสร้างแรงบันดาลใจ / ตามแท็ก #aroi / เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ / Tweetdeck บน Google Chrome ฯลฯ
ส่วนใหญ่ชีวิตผมจะติด Twitter มากกว่า Facebook เพราะขี้เกียจสร้างภาพ :30: และบางทีบ่นถึงคนใกล้ตัว
เพราะเพื่อนๆ คุณครู ส่วนใหญ่ไม่เล่นทวิตเตอร์ เลยบ่นแบบเต็มที แล้วก็ไม่ค่อยแคร์กับคน Follower เท่าไรด้วย :37:
เพราะ Follow ไป ก็ไม่เห็นทักกลับเลย งอน~ :58:
ส่วน Facebook จะใช้ติดต่องานกับคุณครูและเพื่อนๆ ไม่ว่าจะถูกสั่งงาน ทวงงาน หรือไม่ก็อัพเดทข่าวของโรงเรียน (http://www.facebook.com/talktopkc), TheStar (http://www.facebook.com/pkcthestar) ผ่านทาง Fanpage
และก็ Share เรื่องต่างๆ ที่นี่สนใจ หรือกด Like! :like: ในเรื่องที่ชอบ
เวลาอยู่นอกบ้านส่วนใหญ่ ผมก็ใช้แต่ Twitter นะ :56:
แหม มีเชียร์เดอะสตาร์ตัลหลอด
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 ก.พ. 2011, 01:27 น.
แหม มีเชียร์เดอะสตาร์ตัลหลอด
ก็นะครับ :02:
เพราะทำแบบนี้ทำให้รู้จักพี่ทีมงานใน Exact และทำให้ได้สิทธิพิเศษเยอะแยะเลย ฮุฮุ :42:
ฟบ. มันสร้างภาพยังไงหว่า ก็เพื่อนๆกันทั้งนั้นนิ :08:
สร้างภาพกับคนรู้จักไงครับ :30:
อ้าว ไม่ต้องเฟซบุ๊กหรอก
ลองหันไปมองเพื่อนรอบๆ ตัว ต้องมีอีพวกทำอะไรสร้างภาพอยู่เสมอๆ แน่นอน
แต่จะว่าไปตอนนี้ก็มีเพื่อนคนนึงสร้างภาพตัวเองเป็นเจ้าพ่อคำเลี่ยนๆเหมือนกัน :30: โพสต์อยู่นั่น จะเอว้ก :41:
1. เมื่อพูดถึง Facebook จะนึกถึง.. เกมส์
2. เมื่อพูดถึง twitter จะนึกถึง.. ข่าวสั้นๆ กับเพื่อนสนิท
facebook
-คุยกับเพื่อน หาข่าวคราวเพื่อน
-สีฟ้า
-โชว์รูป แชร์รูป
-ที่ประกาศข่าว (แต่งงาน บวช ฯลฯ)
-ที่สำหรับวางแผนไปเที่ยว (ก็ที่คุยนั่นแหละ)
twitter
-ไว้ตามข่าว
-ไว้บ่นบ้างเป็นบางเวลา
ตอบช้าไปมั้ย :56:
Facebook - นั่งล้อมวงคุยกับคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว และแชร์ชีวิตประจำวันให้คนรู้จักได้รับรู้ว่าวันๆเราทำอะไรบ้าง
Twitter - ประชาสัมพันธ์พูดประโยคหรือบ่นสั้นๆออกไมค์ ประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ (นึกถึงโทรเลขเมื่อก่อน เพราะมันจำกัดคำ)
จริงๆไอ้เรื่องสร้างภาพนี่ Twitter จะมีเยอะกว่านะ โดยส่วนตัวมองว่า Facebook มันใช้คุยกับคนที่รู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้ว
เวลาใครไปทำหล่อหรือสร้างภาพใน Facebook แล้วขัดกับบุคลิกจริงๆของตัวเอง มักโดนเพื่อนเข้ามาอำหรือแฉให้เสีย Self กันเป็นประจำ