เรื่องเล่าอาจจะยาวซักหน่อย เหตุเพิ่งเกิดเมื่อเช้าค่ะ
ปาล์มไปจับนาธาน2 ณ ซิดนีย์ (หน้าคล้ายๆชิอดีตผจก.นาธานเลย)
เรื่องคือ พี่สาวปาล์มปล่อยห้องพัก(อพาร์ทเมนต์)ให้คนเช่า
ลักษณะเป็นยูนิตมี3ห้องนอน2ห้องน้ำ ก็แบ่งห้องนอนให้เช่าเป็นห้องๆไป
โดยที่2ใน3ห้องเป็นเพื่อนที่งานร้านปาล์มพักอยู่
ทีนี้มีคนนอก(นามสมมติว่าJ)เพิ่งทำการเช่าห้องเล็กสุด และย้ายเข้ามาได้ไม่ถึงสัปดาห์
นังJ(เลยรู้เลยว่าเป็นตุ๊ด) ก็ได้ทำการพาบุคคลภายนอกเข้ามาในห้องพัก เพื่อเยี่ยมชมประหนึ่งว่าเป็นบ้านตน
เท่านั้นยังไม่พอนังJลงประกาศในบอร์ดน้าตุ๋ย ซึ่งเป็นศูนย์รวมคนไทยในแดนจิงโจ้ว่า มีห้องนอนเล็กๆว่างให้เช่า
เพื่อนปาล์มไปเจอประกาศนั้นประกอบกับเอะใจตั้งแต่นังเจพาเพื่อนมาดูบ้านและพูดทำนองว่าจะให้เข้ามาอยู่แทนตน
จึงโทรแจ้งให้พี่สาวและปาล์มรับทราบ
พี่สาวกับปาล์มเริ่มวางแผนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เริ่มจากปาล์มโทรไปยังเบอร์ที่ลงไว้ในเว็บบอร์ดเพื่อขอนัดดูห้องพัก
พอนังเจนัดเวลาดูห้องปาล์มกับพี่สาวก็ติดต่อไปหาเพื่อนที่ห้องนั้นเพื่อเตี๊ยมกันว่าให้ทำเป็นไม่รู้จัก
ไปถึง....นังเจสาธยายเป็นตุเป็นตะว่า "น้องครับห้องนี้ดีมากเลยนะพี่ตกแต่งเองกะมือ ห้องโปร่ง ลมเข้าตลอด เนี่ยลองมานั่งตรงนี้ดู น้องเอาม่านขึ้นอย่างนี้นะ ลมจะยั้งงี้ๆๆ บลาๆๆ.....เฟอร์นิเจอร์ครบครัวตู้เสื้อผ้าของไอเกียอย่างดี มีทีวีจอเบ้อเร่อให้ด้วย โต๊ะข้างเตียง ...ฟูกที่นอนสองชั้น บลาๆๆ"
ในใจปาล์มนี่ของขึ้นสุดๆ "นังหอยหลอด!! ตอแหลหน้าด้านๆ ของทั้งหมดนั่นเงินพี่สาวตูเฟร้ย! ตูช่วยขนมาเองกะมือ ตูจำได้ทุกชิ้น มรึงน่ะตอแหลสิ้นดี" .....นี่คือเสียงก่นด่าในใจ ใบหน้ายังยิ้มและทำใสซื่อต่อนะเพื่อซักถามข้อมูลทั่วไป
:17: ห้องราคาเท่าไรคะ
:36: ห้องเนี่ยแต่งเองกะมือ ของครบครันขนาดนี้ น้องหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย ถ้าอยู่คนเดียวคิด$175ต่อweek ถ้าอยู่สองคนกะแฟนคิด$210 per week
:37: (ในใจปาล์มได้แต่กรีดร้อง......กรี๊ดๆๆ นังหน้าด้าน พี่สาวชั้นปล่อยห้องละ$150 มึงมาเอาเปรียบคนไทยด้วยกันได้ไง)
:17: มีminimum stayมั้ยคะ แล้วย้ายเข้าได้เมื่อไร
:36: ย้ายเข้าได้วันจันทร์นี้เลย พี่จะไปเมลเบิร์นพอดี จะไปดูเมลเบิร์นคัพ ส่วนเรื่องระยะเวลาที่อยู่ไม่มีปัญหาถ้าน้องแฮปปี้ก็อยู่ยาวได้เลย พี่ไปเมลเบิร์นประมาณสามเดือน ถ้าถึงเวลานั้นน้องยังอยากอยู่ต่อพี่ก็จะย้ายไปอยู่second roomกับเพื่อน
:37: (อ้าวเชี่ยแล้วไง...เมื่อวานเมิงบอกพี่ตูว่าเมิงจะไปเมลเบิร์นแค่เดือนเดียว จะให้เพื่อนเมิงมาอยู่แทนชั่วคราวระหว่างที่เมิงไม่อยู่)
:17: แล้วถ้าปาล์มสนใจจะเอาห้องนี้ต้องจ่ายอะไรยังไงบ้าง ทั้งหมดเท่าไรคะ คงอยู่คนเดียวแหละ
:36: น้องก็ต้องจ่ายให้พี่มัดจำ2weeks จ่ายค่าอยู่ล่วงหน้า3weeks มัดจำคีย์การ์ด100 ทั้งหมดก็($175x5)+100 = $975 นี่คือก้อนแรกที่ต้องจ่ายให้พี่ก่อน หลังจากนั้นปาล์มก็โอนค่าที่พักเข้าบัญชีพี่ทุกๆ2weeks ....ถ้าเราจะเอาห้องจริงเดี๋ยวพี่ให้รายละเอียดอีกทีนึง
:37: (พ่องเมิงดิ...พี่ตูเก็บมัดจำ2weeks ล่วงหน้า2weeks นี่เมิงยังจ่ายพี่ตูไม่ครบเลยนะ คิดจะหากินกันงี้เลยหรอ)
:17: ยังไงขอคิดดูก่อนแล้วจะโทรหาพี่อีกทีนะคะ
:36: ได้ๆ ยังไงก็รีบโทรหน่อยละกันเพราะมีเพื่อนพี่เค้าก็อยากได้ เค้าจะให้คำตอบพี่พรุ่งนี้ แต่รายนั้นเค้ามาเป็นคู่ ถ้าเป็นไปได้พี่ก็อยากได้คนมาอยู่แค่คนเดียว บ้านนี้อยู่กันน้อยคน อยู่กันง่ายๆ สบายๆ สงบไม่รบกวนใคร
:37: (เออ..ก็ใช่สิพี่ตูไม่ได้ทำบ้านเช่าเอากำไร พี่ตูทำเพราะอยากได้ที่จอดรถเพิ่มเว้ย)
:17: อ้อ..ค่ะ งั้นเดี๋ยวปาล์มติดต่อกลับวันนี้เลย
ถ้าเพื่อนๆเจอกับตัวจะทำอย่างไรกับนังคนนี้คะ?
พรุ่งนี้จะมาเล่าภาคต่อว่าปาล์มกับพี่สาวจัดการยังไง
ตบล้างน้ำเลยค่ะคุณน้อง :07:
ได้ค่ะคุณพี่ :07:
ตีสี่แล้ว ไปนอนจริงๆล่ะ :05:
มีรถด้วยต้องจับตบแล้วถอยรถเหยียบ ราดด้วยน้ำปลาคะ :07:
โห ว่าที่กระจู๋ฮ็อต
รอตามติดครับ :30:
โอ้ว ท่าจะมัน :30:
ดีนะเนี่ยที่รู้ตัวก่อน
อย่างนี้ต้องค่อยๆคิดให้แสบๆ
:30:
เช้าแล้ว..มาสาธยายต่อค่ะ
ว่าด้วยการอยู่ต่างแดนค่าครองชีพแพงแสนแพง โดยเฉพาะที่หลับที่นอนถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายหลักๆเลย
เด็กกระเหรี่ยงอย่างเราๆ ดิ้นรนทำงานด้วยเรียนด้วย บางคนหัวการค้าก็คิดหารายได้เสริมด้วยการไปเช่าบ้านเช่าห้องพักจากเอเจนท์เพื่อนำมาปล่อยเช่าอีกที พี่สาวปาล์มก็เป็นหนึ่งในนั้นประเด็นที่ทำคือ อพาร์ตเมนท์ที่พักอยู่เค้าให้ที่จอดรถห้องละคันเท่านั้น ครั้นจะไปเช่าที่จอดรถคิดดูในระยะยาวมันก็เป็นเงินก้อนที่มากเอาการ เลยคิดว่าหาเช่าห้องในอพาร์ทเมนต์เดียวกันดีกว่าเราจะได้ไม่ต้องเสียค่าจอดรถ แล้วเด็กที่ร้านก็จะได้มีที่พักในราคาไม่แพง ไม่ต้องอยู่กันแออัดด้วย
คืออพาร์ทเมนต์ในเมืองนอกโดยทั่วไปนับว่าเป็นสลัมดีๆนี่เอง สภาพดีกว่าที่พักbackpackerนิดหน่อย
ยูนิตนึงมักอยู่กันประมาณ7-12คน โดยแบ่งเป็นประมาณ...
- master room แชร์กัน 3-4คน
- second room แชร์กัน 2-4คน
- sunny room หรือบางบ้านอาจเป็น study room อยู่กัน 1-2คน
- living room แชร์กัน 1-3คน <-----อ่านไม่ผิดหรอก มันคือห้องนั่งเล่นนั่นแหละ เอาม่านมากั้นๆแบ่งเป็นห้องให้พอยัดเตียงได้ก็นับว่าเป็นที่ซุกหัวนอนได้แล้ว
ที่จริงมันมีกฎนะว่ายูนิต2ห้องนอนจะอยู่ได้ไม่เกิน4คน ยูนิต3ห้องนอนอยู่ได้ไม่เกิน5-6คน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการใช้ลิฟท์ของตึก
แต่ที่เป็นมันเกิดจากค่าเช่าที่แพงแสนแพง+คนส่วนมากต้องการอยู่แบบประหยัด+หลายคนจะทำเรื่องเช่าโดยตรงกับเอเจนท์หรือเจ้าของบ้านก็ลำบาก เพราะต้องแสดงฐานะทางการเงินที่ดูน่าเชื่อถือ ประกอบกับเอกสารมากมาย
โดยทั่วไปค่าห้อง3ห้องนอน2ห้องน้ำ1จอดรถในตัวเมืองซิดนีย์จะตกราวๆ $700-$1,000ต่อสัปดาห์
ถ้าจะเช่ากับเอเจนท์โดยตรงต้องมีเงินไปวางมัดจำ+จ่ายล่วงหน้าประมาณ6-8สัปดาห์ คำนวนออกมา..ติ๊ดๆๆๆ....$4,200-$8,000
โอ้วแม่เจ้าเด็กทั่วไปใครจะมีปัญญาจ่ายได้อย่างนั้น
แต่ก็ยังมีส่วนนึงที่ทางบ้านมีฐานะ ส่งเงินมาsupportได้เพื่อให้ลูกอยู่กันชิวๆ....จัดว่าเป็นส่วนน้อยละกัน
วกเข้ามาที่ปัญหานังเจ......
หลังจากพิสูจน์อะไรๆเป็นที่เรียบร้อย ปาล์มกับพี่สาวกลับเข้าไปห้องนั้นอีกครั้ง
:36: กลับมาแล้วจะมาเอาห้องพี่หรอ
:17: ป่าวค่ะ
:33: ....พี่สาวปาล์มไม่ตอบ แต่เดินเลยไปหาพี่แบงค์(เพื่อนร่วมงานที่อยู่บ้านนั้น)
:36: ...นังเจมองตามด้วยสายตาแปลกใจ
พี่สาวปาล์มคุยกับพี่แบงค์แป๊บนึงก็ออกมาคุยกับนังเจ
:33: คืองี้นะคะ พี่ทำบ้านเช่าก็จริง แต่พี่ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจเอากำไรอะไรมากมาย คนที่อยู่บ้านนี้ส่วนมากก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น พี่อยากให้เค้าอยู่กันแบบสบายใจ
:36: นี่พวกพี่เซตฉากมาเทสต์เจหรอ
:37: (อ้าวนังนี่จะโบ้ยมาเป็นความผิดตูใช่มั้ย)
:36: เจไม่ว่าไม่โกรธอะไรนะที่พี่มาเทสต์เจ เจเข้าใจ
:33: พี่ไม่ได้เทสต์อะไรเจทั้งนั้น เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะ เจย้ายเข้ามาได้ไม่กี่วัน เจก็พาคนนั้นคนนี้มาดูห้องทำเหมือนเป็นบ้านเจ เปิดให้ดูห้องนั้นห้องนี้ ซึ่งพี่ว่ามันไม่สมควร คนที่อยู่ด้วยเขารู้สึกไม่ปลอดภัย
:36: อ้าว...แต่เจก็โทรบอกพี่เปิ้ลทุกครั้งนะครับ เจบอกน้องเค้าทุกครั้งด้วย
:33: เจบอกแค่ครั้งเดียวแล้วพาคนนอกเข้ามาตั้ง3กลุ่ม มาเปิดบ้านดู3ครั้ง แล้วเปิดห้องคนอื่นให้ดูด้วย
:36: ยังงี้ไงที่เจบอกพี่เปิ้ลว่าเจจะไปเมลเบิร์นคัพเดือนนึงนะ และระหว่างที่ไม่อยู่เพื่อนเจจะมาอยู่แทน ซึ่งเพื่อนเจเค้าจะมาอยู่เป็นคู่ถูกมั้ยครับตามที่เจแจ้งพี่เปิ้ลไป เจคิดว่าถ้าได้คนที่มาอยู่แทนเจแค่คนเดียวก็คงจะดี มันจะได้ไม่วุ่นวายอะไร ก็พอดีน้องปาล์มติดต่อมาเจก็ให้น้องเขามาดู
:37: (เออ..นังนี่โง่ด้วยเว้ย ยังดูไม่ออกว่าตูกับพี่เปิ้ลเป็นพี่น้องกัน)
:33: ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้น เอาเป็นว่าพี่ปรึกษากับทุกคนในบ้านนี้แล้ว พี่เอาความรู้สึกสบายใจของคนในบ้านเป็นหลักนะ เจแจ้งว่าจะไปเมลเบิร์นวันจันทร์ใช่มั้ยคะ พี่จะขึ้นเงินถึงแค่วันอาทิตย์ที่เจอยู่ พี่คิดเอาตามจริงที่เจพักอยู่อาศัยไม่เอาเปรียบกัน
:36: อ้าว...แล้วข้าวของเจจะเอาไปไว้ที่ไหน เจตั้งใจจะอยู่ที่นี่จริงๆถึงได้ขนของมามากมาย ขนวันเดียวไม่หมดพี่ก็เห็น เนี่ยแล้วเจทำผิดอะไรเจจะไปเมลเบิร์นก็บอกตามตรง
:17: คุณจะไปอยู่ไหนก็เรื่องของคุณค่ะ
:36: พูดอย่างนี้เจเสียใจนะ เจทำผิดอะไร เจบอกน้องปาล์มตามตรงทุกอย่างว่าเจคิดค่าห้องอย่างนี้ๆนะ คือพี่เปิ้ลเข้าใจใช่มั้ยว่าเจไม่ได้รวยมีเงินก้อนมาจ่ายได้ในช่วงที่เจไปเที่ยว เจก็ต้องหาคนมาสวมแทนเพื่อกลบช่วงที่เจไม่อยู่ แล้วทีนี้ในเชิงธุรกิจเจก็อยากได้ค่าตบแต่งนิดหน่อยก็เป็นธรรมดา
:17: ตบแต่งอะไรของคุณ "ตู้เสื้อผ้าอย่างดี ฟูกที่นอน ทีวีนั่นนู่นนี่ของเจ....ของคุณหรอ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทีวี ชั้นวางของ ฟูกที่นอนของพี่เปิ้ลทุกอย่าง ทีวีก็ของเอที่อยู่second room" ..........ของขึ้นอารมณ์เดือดปุดๆเลยตู
------------------------แล้วพี่สาวคนโตก็โผล่เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย------------------------
:22: มันอะไรยังไง
:36: คืองี้นะเจแค่หาคนมาพักในช่วงที่เจไม่อยู่
:17: หาคนมาพักโดยที่ค่าห้องเปิ้ลเก็บเจ150 เจเอาไปปล่อยต่อ ถ้าอยู่คนเดียวคิด 175 สองคน210 เนี่ยนะ
:36: ก็อย่างที่เจบอกไงครับ คิดในแง่ธุรกิจเจก็อยากได้อะไรนิดหน่อยพอเป็นค่าผ้าม่าน
:37: (อ้าวอิหอย...ตะกี๊ของแต่งห้องมันเยอะกว่านี้นะ ตอนนี้ลดเหลือแต่ผ้าม่านแล้วหรอ)
:22: ประเด็นมันคือว่าการที่เจพาคนนอกเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้านพี่ว่ามันไม่ถูก คนในบ้านเองเค้าก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย
:36: เจแจ้งพี่เปิ้ลแล้วนะ บอกคนในห้องนี้ด้วย
:22: เจพาคนเข้ามาก่อนแล้วค่อยโทรบอกเปิ้ลและคนอื่นๆถูกมั้ยคะ ซึ่งมันทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี เขารู้สึกไม่ปลอดภัย พี่กับปาล์มไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ ฉะนั้นแล้วการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่พี่เปิ้ล
:33: ก็เอาอย่างนี้ ตามที่พี่บอกว่าพี่ให้อำนาจการตัดสินใจกับผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก แม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลยพี่ก็ต้องถามคนในบ้านอยู่ดีว่าสมาชิกใหม่ที่เข้ามาอยู่เป็นอย่างไร แฮปปี้กับเขามั้ย ซึ่งทุกคนลงความเห็นว่าเขาไม่สบายใจที่จะอยู่กับเจ
:36: กระทันหันอย่างนี้แล้วเจจะขนของไปไว้ไหน ต้องบินไปเมลเบิร์นแล้วด้วย
:17: ก็ไปอยู่ห้องsecondกับเพื่อนตามที่คุณอ้างมาสิ
:36: เจไม่รู้เจทำผิดอะไร แล้วทำไมน้องปาล์มต้องโกรธเจขนาดนี้ พูดแรงขนาดนี้ เจเสียใจนะ พี่ให้คนมาเซ็ตฉากอย่างนี้ เทสต์เจ เจไม่โกรธอะไรนะ เจเข้าใจ
:37: (อ้าว...อีกแล้วพยายามโยนขี้ให้ตูใช่มั้ย)
:17: คุณบอกเองว่าถ้าปาล์มจะอยู่long termก็ได้ เพราะคุณก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่เมลเบิร์นนานแค่ไหนอาจจะสามเดือน ทั้งที่คุณแจ้งพี่เปิ้ลว่าไปเดือนเดียวด้วยซ้ำ
:36: คืออย่างนี้ไงครับ ว่ากันตามธุรกิจ เจก็ต้องพูดให้น้องปาล์มรู้สึกว่าตัวเป็นเป็นชอยส์ที่มีโอกาสถูกป่าวครับ แล้วทีนี้พอถึงเวลาเดือน เดือนครึ่ง เจก็แจ้งกับน้องปาล์มว่าไม่ได้นะต้องย้ายออกเพราะเจ้าของบ้านไม่ยอม เจต้องย้ายกลับเข้ามา
:37: (อีนี่เลวโดยเนื้อในเลยนี่)
:36: เนี่ยแล้วมาบอกกับเจกระทันหันอย่างนี้เจจะทำยังไง เจตั้งใจจะอยู่ที่นี่จริงๆ พี่ก็เห็นเจแต่งห้องมากมาย
:37: (ผ้าม่านผืนเดียวของเมิงเนี่ยนะ)
:36: ยังไงเจก็ต้องกลับมาอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เจต้องเรียน เจตั้งใจจะอยู่ที่นี่ระยะยาวจริงๆ เจถึงได้ซื้อโน๊ตบุค ลงทุนซื้อของมากมาย พี่จะให้เจเอาของไปไว้ไหน จะให้จ่ายค่าเช่าสองที่ทั้งที่นี่และเมลเบิร์นเจก็ไม่ไหว ไม่ได้รวยมีเงินถุงเงินถังจากไหน เราคนไทยด้วยกัน.......บลาๆๆๆๆ......
:33: ได้เวลาที่ทุกคนต้องไปทำงานแล้ว เอาเป็นว่าพี่คิดเงินเจวันต่อวัน เอาตามจริงที่เจพักอยู่ เจคืนกุญแจพี่วันไหน พี่จะคืนเงินมัดจำทั้งหมดให้กับเจ
:36: ถ้าพี่ตัดสินอย่างนั้นแล้วก็ต้องตามนั้น แต่เจไม่เข้าใจว่าเจทำผิดตรงไหน เจขอโทษที่ทำให้น้องปาล์มโกรธ เจยังงงอยู่นะว่าทำอะไรให้น้องไม่พอใจ
:17: ไม่ได้โกรธหรอกค่ะ แค่หงุดหงิด พี่สาวปาล์มเขาดีเกินไป...แค่นี้ดีกว่าต้องไปทำงานแล้ว
----------------------จบ-----------------------------
ไม่รู้เขาจะจำกับเรื่องนี้มั้ย หรือจะตามไปกินค่าน้ำค่าหัวคิวอะไรกับใครที่ไหนอีก........คนอย่างนี้ก็มีหน้าด้านจริงๆ ให้ตายสิ :23:
อ่านมันส์มาก :07:
เลวโดยเนื้อใน :30:
สุดยอด :07:
:25:
มันน่าจับไปประจานแบบนี้ :07:
ปีหน้าขอเพิ่มรางวัลเจ้าแม่ดราม่าด้วย :30:
เอาหวายแช่เยี่ยวโบยมันเลยเจ้าค่ะ :07:
ปาล์มไม่อยากให้มันจบง่ายๆอย่างนี้เลย มันติดใจตรงที่เขาบอกให้โอนเงินค่าบ้านเข้าบัญชีเขา ซึ่งปกติแล้วพี่สาวปาล์มจะเข้าไปเก็บค่าเช่าบ้านเองเป็นเงินสด อาจจะคิดมากไปเองก็ได้นะว่านังเจอาจเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกเอาเงินคนอื่น
จริงๆ แล้วถ้ามันหมดเวรหมดกรรมก็เอาไม้เขี่ยให้พ้นบ้านเราก็พอ
แต่.. มีเว็บหรือมีอะไรที่ใช้ป่าวประกาศให้ระวังพฤติกรรมเหล่านี้ได้ไหม
เอาไว้เป็นกรณีศึกษาเผื่อมันจะไปทำอะไรใครอีกก็ดีนะ
ตอนนี้พยายามหาชื่อนามสกุลเขา ว่าจะไปโพสต์ให้เวบน้าตุ๋ยให้เป็นกรณีศึกษา
หาหลักฐานอะไรไม่ได้เลย แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้อยู่3เบอร์ก็ไม่ใช่เบอร์จริงของเขาซักเบอร์
ทำตัวลึกลับมาก :07:
:08:
น่ากลัวแฮะ
อาจไม่ต้องถึงกับประจานชื่อโจ่งแจ้งก็ได้ปาล์ม
แต่บอกเล่าประสบการณ์ พร้อมคำแนะนำว่าควรตรวจสอบอะไรยังไง
ให้ระวังเรื่องการให้เช่าช่วง แบบที่ไม่ใช่แชร์ห้อง หรือแชร์ฟลอร์อ่ะ
ชีอาจจะ (อาจจะนะ อาจจะ)
ไม่ได้ตั้งใจจะโกงคนที่มาเช่าต่อ
แต่แบบว่าเป็นคนขี้โม้ โอ้อวด
อยากดูเฟิร์มในสายตาคนอื่น คนแบบนี้มีโคตรเยอะ
ตัวเองอาจจะไม่ค่อยมีเงิน เลยปล่อยห้องต่อในราคาสูงขึ้น
เอาค่าห้องจ่ายพี่ปาล์ม เอาส่วนต่างเก็บไว้ใช้จ่ายอีกเมือง
มันก็ดูเป็นเหตุเป็นผล (ไม่พูดถึงความถูกผิดนะ)
ถ้าเป็นพี่ พี่ก็ฉุนนะ
คือถ้าใครมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทรัพย์สินในปกครองของเรา
แล้วเอาไปให้คนอื่นยืม หรือเอาไปใช้ ก็ไม่พอใจเหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 08 ม.ค. 2011, 16:30 น.
เอาหวายแช่เยี่ยวโบยมันเลยเจ้าค่ะ :07:
เจ้ากรุงจริงๆ :30:
ในสัญญาห้องเช่า มันจะมีระบุไว้ว่า
ห้ามให้คนอื่นเช่าต่อเด็ดขาด
เช่น ผมกะ ก. เป็นเพื่อนกัน ตอนแรกผมอยู่ แล้วผมจะย้ายออก แล้วให้ ก. ย้ายเข้ามาอยู่เลย
มึงจ่ายค่าห้องไปละกัน ค่าประกัน กุเอาแค่ สามพันจากห้าพันพอ ค่าล่วงหน้ามึงก็ไม่ต้องจ่าย ค่าประกันเสียแค่ครึ่งเดียวเอง
เดี๋ยวตอนออกมึงก็ได้คืน มึงอยู่ไปนะ บ๊าย บาย สบายแฮ...
แบบนี้ยังผิดเต็มๆเลยครับ เจ้าของห้องมีสิทธิ์เชิญออกเดี๋ยวนั้นเลยเพราะไม่ใช่บุคคลในสัญญา
(ถ้าจับได้น่ะนะ้)
จบง่ายไป๊ :07:
พี่ปาล์มปล่อยเช่าช่วงลำดับที่ 1 นาบักตั้งเอย :47:
แต่เมืองนอกเค้าทำงั้นกันอย่างที่ปาล์มอธิบายมาแล้ว
ถ้าพูดเรื่องผิดถูก ยังไงเขาก็ผิดเต็มๆอยู่แล้วล่ะ
เขาไม่สิทธิ์เอาห้องไปให้คนอื่นเช่าต่อ
สิ่งที่ติดใจปาล์มคือเขาไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลย แถมยังดราม่าตีหน้าเศร้าว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ทำไมปาล์มถึงพูดแรงกับเขา
ความรู้สึกมันหลายอย่างปนกันน่ะ ไม่พอใจที่เขาเอาของๆพี่ไปหากินโดยไม่คำนึงถึงผลจะตามมา
แน่นอนว่าถ้าโดนbuilding managerตรวจห้องขึ้นมา เขาไม่ได้ซวยไปกับพี่เรา
และยิ่งไม่พอใจที่เขาไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด....เขามองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา
อาจจะเหมือนใครหลายๆคนที่หากินกันง่ายๆกับเด็กนักเรียนต่างด้าว
เด็กที่ไม่มีปากมีเสียงอะไรในสังคมต่างแดน
หลายคนไปสมัครทำงานทำความสะอาด
ยอมทำงานฟรี2สัปดาห์ โดยหัวหน้างานอ้างว่าเทรนด์งานไม่ได้ตังค์
ทั้งๆที่ต้องได้ตังค์แต่ไอ้หัวหน้าตัวดีมันเอาไป
หลังจาก2สัปดาห์เด็กที่ผ่านงานแล้วก็จะโดนหัวหน้างานหักเงินกินเปอร์เซนต์ค่าแรงอีก
เช่นว่าเขาจ่ายจริงชม.ละ$17-$19 supervisorจ่ายให้กับเด็กจริงแค่$10-$11 แล้วค่อยขยับให้เด็กเป็น$12-$15ทีหลังทำเป็นว่ากูขึ้นเงินให้มึงนะ
ไอ้เรื่องอย่างนี้หลายคนยังมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา!
รวมถึงการกินหัวคิวกับเด็กรับจ้างแจกเมนู ใบปลิว
ปกติจ้างกันที่ 1000ใบให้ $45 คนหัวหมอก็ไปรวมเพื่อนๆหรือเด็กมาใหม่ที่ยังหางานไม่ได้ตามรร.ภาษาต่างๆแล้วก็กินหัวคิวไป$5 ให้เด็กแค่$40 โดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย ปล่อยเด็กไปเดินขาลาก ยืนขาแข็ง ตากแดดทำงาน...............มีคนมาติดต่อกับปาล์มหลายคน บอกว่า "คนไทยด้วยกันอยากช่วยเหลือให้เด็กๆมีงานทำ" ไอ้คำว่าคนไทยด้วยกันแล้วไปกินหัวคิวเขาเนี่ย ปาล์มโคตรเกลียดเลย ถ้าคิดว่าคนไทยด้วยกันจริงไม่ช่วยกันด้วยใจล่ะ
รีบเข้ามาแก้ตัว เค้าปล่าวทำฟอนต์ล่มนะ :05:
ของเค้าแรง :30: :30: :30: :30:
เหตุคือ ฉันอยากมีเงินใช้โดยไม่เหนื่อย
ผลคือ ฉันหาช่องให้ได้มาซึ่งรายได้แบบจับเสือมือเปล่า
ไม่ได้เอาเปรียบใคร ธุรกิจมันก็แบบนี้
บางคนหนักถึงขั้นคิดเข้าข้างตัวเองว่า win win (ตรงไหนวะ) :58:
อาจคิดว่าพี่ปาล์มก็ทำ เค้าก็ทำแบบเดียวกัน ผิดตรงไหน :58:
ไม่ต้องถึงกับประจานหรอก ชื่อจริงอะไรก็ไม่ต้องลง
เอาไปเล่าบอกในเว็บน้าตุ๋ยแบบที่เล่าในนี้ก็พอ
แต่มันจบง่ายไปจริงๆ คนแบบนี้มันไม่เข็ดหรอก :37:
พูดถึงเรื่องทำนาบนหลังคนนี่
ไม่รู้ทำไมคนไทยที่อยู่เมืองนอกทำกันเยอะแฮะ
โดยเฉพาะที่ออส น้องตูเคยเรียนที่นั่นบอกว่าทำกันแบบหน้าด้านๆ เลย
ร้านไทยหลายๆ ร้านก็ตัวดี กดขี่ค่าแรงเด็ก
ไปใหม่ๆ สมัครงานก็บอกให้มาเทรนงานก่อน
ช่วงเทรนงานไม่จ่ายตังค์ แต่ให้กินข้าวฟรี
เทรนงานสองอาทิตย์ แล้วหักค่าประกันอีกสองอาทิตย์
สรุปว่าเดือนแรกทำงานฟรี แถมเดือนแรกให้ทำงานเยอะมาก
พอเดือนที่สองก็ลดชิฟ บอกว่าร้านขายไม่ดีซะงั้น :08:
แต่ก็ยังหาเด็กมาฝึกงานอยู่เรื่อยๆ :58:
จริงๆ แล้วจ่ายค่าแรงเป็นชิฟ ก็ถือว่าเอาเปรียบแล้ว
ตามกฎหมายต้องจ่ายเป็นชั่วโมง ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ
แต่เหมาจ่ายเป็นชิฟ ส่วนมากพอมาหารดู ก็ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำทั้งนั้น
นี่ไม่นับเรื่อง Holidays Pay หรือทำสามชั่วโมงต้องให้พักด้วยนะ
ทำร้านไทยส่วนใหญ่ก็ลืมเรื่องพวกนี้ไปได้เลย
ตอนนี้มีใครมาถามตู ตูก็แนะนำให้ไปทำร้านฝรั่ง KFC แม็คโดนัลด์ สตาร์บัคส์
ร้านขายเสื้อผ้า ซูปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ เพราะมันแฟร์กับเรามากกว่า
อีกทั้งมัวทำร้านไทยก็จะไม่ได้ภาษาสักที ร้านไทยให้เอาไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายเลย
ร้านฝรั่ง ฝึกงานเขาก็จ่ายเงิน ยกตัวอย่างง่ายๆ
เด็กล้างจาน ไปทำที่ไหนที่ไม่ใช่ร้านไทย วันแรกเขาก็จ่ายค่าแรงทั้งนั้น
เจ้าของร้านไทยเคี่ยวๆ มักจะบอกว่าไม่เคยทำงานมาก่อนไม่จ่ายค่าแรง
แต่จานที่ต้องล้างในแต่ละวันมันก็เท่ากันอยู่ดี
ไม่ใช่ไปเทรนงานล้างจาน
แล้วจานที่ต้องล้างมันน้อยลง หรือไม่ต้องล้างซะที่ไหน
ได้ยินน้องเล่าให้ฟังว่า หลังๆ ที่ออส ร้านไทยพวกนี้ก็จะหาคนมาทำงานยากขึ้น
เพราะวีซ่าก็ขอยากขึ้น แล้วกฎหมายก็ทำงานได้น้อยลง
ที่สำคัญ เด็กก็จะบอกต่อๆ กันไปว่่า ร้านนี้ทำนาบนหลังคน
นี่ยังไม่นับพวก ทำคีย์การ์ดเข้าตึกปลอม นายหน้าโรงเรียนเถื่อน
ปลอมสเตทเม้นท์ ปลอมแอดเทนแดนซ์หรือจดหมายโรงเรียนอีกนะ :58:
คนไทย :01:
ไปพูดเหมารวมว่าเป็นคนไทยทั้งหมดก็คงไม่ได้
เพราะความเลว จริงๆ แล้วมันไม่ได้เลือกสัญชาติ
ทุกชาติทุกภาษา มีดีมีเลวหมด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะไปเจอแบบไหน :58:
รู้สึกเสียชื่อคนไทยนะ
ที่โหดกว่าร้านไทยคือร้านจีนค่ะ ใช้งานโหดมากให้แค่แรงตกชม.ละ$7-$8
เด็กไทยส่วนมากยังชอบทำร้านไทยเพราะรายได้ต่อสัปดาห์มั่นคงกว่าไปทำร้านฝรั่ง
แน่นอนว่าแทบทุกคนทำงานเกิน20ชม.ตามที่กฏหมายระบุไว้ เพราะถ้าทำตาม20ชม.จริงคงไม่พอยาไส้
ร้านฝรั่งจ้างเป็นชม. ถ้าตามกฏหมายขั้นต่ำต้องได้ชม.ละ$18-$19
แต่ส่วนมากร้านฝรั่งจ้างกันที่ชม.$12-$15 ถ้าเจอเจ้าของร้านเป็นชาวกรีกนี่สุดๆ
จ้างชม.ราคาต่ำแล้วไล่กลับบ้านโดยไม่แคร์อีกนะ
สมมติ เปิดร้านห้าโมงเย็น จ้างให้เด็กเข้างานตอนหกโมงเย็น ซักพักฝนตกดูท่าทางจะขายไม่ค่อยดีไล่เด็กกลับบ้านเลย
กลายเป็นว่าวันนั้นนั่งรถเมล์ไปกลับเสียตังค์ประมาณ$6เพื่อไปรับค่าแรง $11
นี่เป็นสาเหตุหลักที่เด็กไทยชอบร้านไทย อย่างน้อยไม่มีไล่ให้กลับบ้านก่อน (เดี๋ยวนี้บางร้านเริ่มมีแล้ว)
ช่วงร้านไม่ยุ่งก็ยังได้นั่งพัก ไม่เหมือนร้านฝรั่งใช้งานคุ้มมากไม่มีเวลาออกไปดูดบุหรี่ ไม่มีเวลามานั่งเมาท์มอย
ทำร้านไทยจบสัปดาห์ก็เงินตายตัว ถ้าวันไหนยุ่งมากก็อาจได้ค่าแรงเพิ่มพิเศษตามแต่เจ้าของร้าน
อันนี้เอาร้านตัวเองมาพูดให้ฟังเลย
เริ่มทำงานใหม่ๆจะได้น้อยรู้สึกว่าไม่คุ้ม
เทรนด์งานปาล์มให้$50 มีสวัสดิการรับส่งถึงบ้านเด็กจะได้ไม่เสียค่าเดินทาง
วันไหนยุ่งเป็นพิเศษมีแจกextraตามยอดขาย
พอเป็นงานมากขึ้นค่าแรงจะขยับไปตามความสามารถ
เฉลี่ยต่อชม.ของคนที่เป็นงานแล้วจะได้$12-$15
ถ้าเก่งจริงเป็นหัวหน้ารับผิดชอบงานได้มากก็ได้ตกชม.$18-$25
อ้อ...KFC Mcที่นี่ให้ชม.ละ $11-$12 กฏหมายกำหนดขั้นต่ำ$18ค่ะ
ร้านปาล์ม น่าทำมาก :25:
ยิ่งมีสวัสดิการรับส่งนี่ดีมาก
เพราะไม่ต้องเสียค่าเดินทาง
แล้วเวลากลับบ้านเลิกงานดึกๆ ก็ปลอดภัย :12:
(รู้สึกดีใจที่รู้ว่า ยังมีเจ้าของร้านไทยดีๆ อยู่ ++)
สงสัยอยู่อย่าง :09: ปกติพวก แมคหรือเคเอฟซี
พวกนี้มันจะทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดนี่นา
ถ้าค่าแรงขั้นต่ำกำหนดไว้เท่าไหร่มันก็ต้องจ่ายตามนั้น
เข้าใจว่า ค่าแรงขั้นต่ำ $15 ที่กำหนดนั่นคือยังไม่หัก Tax และ NI
พอหักแล้วเลยเหลือแค่ $11-$12 หรือเปล่า
ค่าแรงขั้นต่ำตูดูจากเว็บนี่น่ะ http://en.wikipedia.org/wiki/Minimum_wage_law#Australia (http://en.wikipedia.org/wiki/Minimum_wage_law#Australia)
เรื่องทำงานเกินตามกฎหมายระบุ ตูว่าน่าจะเป็นสาเหตุหลักเลยล่ะ
ที่เด็กไทยยังชอบทำงานร้านไทยอยู่
ถึงแม้จะโดนเจ้าของร้านบางร้านเอาเปรียบก็ยอม
แต่ก็นะ จุดมุ่งหมายในชีิวิตคนเรามันต่างกัน
บางคนอยากมาทำงานเก็บเงิน อันนี้ก็ไม่ว่ากัน
แต่บางคนตั้งใจมาเรียน แต่ดันมาหลงทาง
จนเสียการเรียน พอถึงเวลาต้องต่อวีซ่า
ก็ไปโดนพวกเอเจนซี่เถื่อน หลอกเอาตังค์ที่อุตสาห์อาบเหงื่อต่างน้ำไปอีก
แต่ไอ้พวกทำนาบนหลังคนนี่มันก็เยอะ
อย่างเช่น ทำตัวเป็นนายหน้าตลาดนัดก็มี
บอกว่ามีแผงให้เช่าเอาไว้ขายของ สนใจจ่ายเงินมัดจำค่าโน่นนี่
ถึงเวลาหิ้วของมา โดนไล่อย่างกับหมูกับหมา
ไอ้นายหน้านี่ได้เงินก็หายตัวไปเรียบร้อย
หรือพาไปดูบ้าน เปิดบ้านให้ดูห้องอย่างดี
ถึงเวลาจ่ายเงินให้มันเสร็จสรรพ
ปรากฎว่ากุญแจเปิดไม่ได้
หรือไอ้ที่หนักกว่านั้นก็มีคือ เปิดเข้าไปได้
แต่คนในบ้านเหวอ เพราะไม่รู้มาก่อนว่าจะมีคนมาอยู่ด้วย
แล้วห้องก็ไม่ได้ว่างให้เช่าด้วย
(นายหน้าตัวแสบเคยเช่าห้องนี้
แอบปั๊มกุญแจไว้ก่อนเลิกเช่า
แล้วพาคนมาดูบ้านตอนไม่มีใครอยู่บ้าน
เพราะรู้ว่าใครจะอยู่ ไม่อยู่บ้านตอนไหน
เก็บค่าเช่าค่าประกันล่วงหน้าเองเสร็จสรรพ
แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ)
หรือไม่ก็เอเจนซี่ปลอม เก็บเงินค่าเรียนเองในราคาถูกกว่าปกติ
แต่ปลอมจดหมายโรงเรียน ปลอมเสตทเม้นท์ให้เด็กเอาไปขอวีซ่า
บางคนโดนจับได้ว่าใช้จดหมายโรงเรียนปลอม
ไปขอวีซ่าไม่ผ่าน เลยติดแบล็คลิสต์
บางคนขอวีซ่าได้ บินมาถึงโดนลอยแพไม่มีใครไปรับ
ต้องดั้นด้นไปถึงโรงเรียน โรงเรียนบอกว่าไม่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียน
และจดหมายนี่เป็นจดหมายปลอม ก็ยืนร้องไห้อยู่หน้าโรงเรียนนี่แหละ
ทั้งหมดนี่ฝีมือคนไทยล้วนๆ :58:
ไปต่างบ้านต่างเมือง ยังเล่นกันเองแบบนี้อีก :05:
คิดถูกแล้วซินะ ที่ไม่ไปซานฟราน :08:
ไม่ว่าชนชาติไหน มนุษย์หรือสัตว์ก็เล่นงานคนที่อ่อนแอกว่าทั้งนั้น
รู้แล้วก็อย่าทำซะเอง รู้แล้วก็ตักเตือนกันให้หลีกเลี่ยง ระวังตัว
แล้วก็คงต้องใช้สติให้มากกว่าสัญชาตญาณในการดำรงชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นMc, KFC, Pizza Hut, krispy kreme ไม่มีที่ไหนทำถูกต้อง100%ค่ะ
ทั้งเรื่องค่าแรง เรื่องการทำบัญชีแจ้งยอดขายจ่ายภาษี หลบเลี่ยงกันทั้งนั้น
ส่วนมากเลี่ยงด้วยการจ่ายcash on hand
แล้วก็ไปแต่งบัญชีค่าแรง+ชม.ทำงานกันทีหลัง
เพื่อให้สอดคล้องกับยอดขายที่ปรับแต่งเพื่อเลี่ยงภาษี
อันนี้รู้มากจากเจ้าของร้านOportoจากตอนเข้าไปศึกษาดูงานพวกระบบต่างๆของเขา
ส่วนเรื่องค่าแรงมันจะแบ่งเป็นแบบพนักงานประจำกับcasual อัตราค่าจ้างจะต่างกันcasualจะได้ค่าแรงต่อชม.สูงกว่าพนักงานประจำ
โดยทั่วไปcasualจะได้ชม.$18-$20 ส่วนพนักงานประจำก็ชม.$15 ปาล์มไม่แน่ใจเรื่องกฏหมายเท่าไร จำได้คร่าวๆจากตอนปรับบัญชีส่งภาษีค่ะ
ค่าแรงที่Mcจ่าย$11-$12ให้เพื่อนปาล์มเขาจ่ายเป็นเงินสดค่ะ ปาล์มเข้าใจว่าน่าจะเป็นส่วนที่เขาพยายามเลี่ยงในทางบัญชี
ปล. ไอ้เรื่องเอเจนท์ไทยหลอกคนไทยด้วยกันฟังกี่ทีก็หดหู่ :05:
เหมือนเพื่อนที่รู้จักตั้งแต่ตอนเรียนภาษาโดนเอเจนท์หลอกฟันค่าเรียน
หลอกให้ไปอยู่ที่พักไกลๆและก็แพง แถมมีบังคับminimum stay
พอมาถึงนี่ก็ติดต่อเอเจนท์ไม่ได้ เหมือนโดนลอยแพเคว้งเป็นเดือน
โชคดีที่คนไทยใจดียังมีอีกเยอะ เพื่อนๆกันก็ช่วยๆกันไปค่ะ
แนะนำกันไป พากันไปปรึกษาทนายบ้าง ช่วยกันหาที่พักใหม่บ้างอะไรบ้าง
แต่เงินที่เสียไปแล้วก็ยากที่จะได้คืน
ยังมีเรื่องเจ้าของบ้านโกงเงินค่ามัดจำค่าประกันตอนย้ายออกอีกนะ
แบบว่าหาเรื่อง บอกว่าทำสกปรกบ้าง ของเสียหายบ้างอะไรบ้าง
ก็หาเรื่องหักเงินไม่จ่าย
หรือบางบ้านเจ้าของบ้านใจดีไม่ได้เก็บค่าประกัน หรือเก็บหลักฐานว่าเป็นใคร
ตอนย้ายออก แม่มเลยขนของคนในบ้าน นาฬิกา แล็บท็อบ อุปกรณ์คอม
หรือแม้กระทั่งทิชชู่ในห้องน้ำ :58:
หลายคนกลับมาจากเมืองนอก
เพื่อนฝูงแอบบ่นว่าเดี๋ยวนี้นิสัยมันเปลี่ยนไป
จริงๆ แล้ว ตูเข้าใจเลยนะ ก็เพราะไปเจอไอ้คนไทยพวกนี้มากๆ เข้า
มันทำให้ศรัทธาในคนน้อยลงจริงๆ :05:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 11 ม.ค. 2011, 09:26 น.
หรือบางบ้านเจ้าของบ้านใจดีไม่ได้เก็บค่าประกัน หรือเก็บหลักฐานว่าเป็นใคร
ตอนย้ายออก แม่มเลยขนของคนในบ้าน นาฬิกา แล็บท็อบ อุปกรณ์คอม
หรือแม้กระทั่งทิชชู่ในห้องน้ำ :58:
อ่านอันนี้แล้วเสียววาบ ปาล์มไม่เก็บค่าประกัน ไม่เก็บค่าเช่าล่วงหน้าด้วยอ้ะ
ปาล์มเป็นคนไซน์บ้าน แล้วก็มีเพื่อนที่ร้านกับแฟนเพื่อนแล้วก็เพื่อนแฟนมาอยู่ด้วย
หวังว่าแฟนเพื่อน เพื่อนแฟนคงไม่ทำกะปาล์มนะ
ถ้าโดนยกเค้าเนี่ยหมดตัวกันเลยทีเดียว :03:
เชื่อใจไว้ใจ แต่ก็ทำให้มันเป็นระบบระเบียบดีกว่ามั้ยปาล์ม
มีเรื่องต้องคิดต้องทำเยอะ ไม่เปิดช่องว่างให้ปัญหามันผุดคงดีกว่า
บางคนพอเวลามีปัญหาเรื่องการเงิน อะไรๆ มันก็เปลี่ยนนะ :58:
แต่มาเรียกเก็บหลังนี่ก็แปลกๆ นะ เหมือนอยู่ดีๆ มาไม่ไว้ใจกู :37:
แต่ทำสัญญาอะไรไว้แล้วใช่มะ ว่าเค้ามาเช่า...เอ๊ะ หรือมันให่เช่าต่อแล้วทำสัญญาไม่ได้หว่า :47:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 11 ม.ค. 2011, 10:46 น.
แต่มาเรียกเก็บหลังนี่ก็แปลกๆ นะ เหมือนอยู่ดีๆ มาไม่ไว้ใจกู :37:
แต่ทำสัญญาอะไรไว้แล้วใช่มะ ว่าเค้ามาเช่า...เอ๊ะ หรือมันให่เช่าต่อแล้วทำสัญญาไม่ได้หว่า :47:
หมายถึงในอนาคตดิ่วะ
ส่วนที่ผ่านมาก็ขอให้โชคดี
ความตั้งใจดีคงส่งผลดีให้ครอบครัวปาล์มล่ะ :46:
ปาล์มเป็นคนดี คงไม่เจออะไรแบบนี้หรอก :46:
จะว่าไปไอ้ที่โดน ก็คนดีทั้งนั้นเลยนะ :05:
แต่ถ้ารู้ที่มาที่ไป ทำงานที่เดียวกัน
มันก็น่าจะหาหลักฐานการยืนยันตัวได้ไม่ยาก
ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ
เพียงแต่มันจะวุ่นวาย เพราะคนพวกนี้ไม่ได้มีชื่ออยู่ในสัญญาเช่า
แลนด์ลอร์ดหรือเจ้าของตึก ก็จะหาเรื่องปรับยึดเงินประกันได้ง่ายๆ :58:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 11 ม.ค. 2011, 10:49 น.
หมายถึงในอนาคตดิ่วะ
เข้าใจแล้วก๊าบ :05:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 11 ม.ค. 2011, 10:56 น.
ปาล์มเป็นคนดี คงไม่เจออะไรแบบนี้หรอก :46:
ก็เจออีกะเทยไปแล้วนี่ไง :47:
ก็ยังไหวตัวทัน ก่อนอีกระเทยมันทำอะไรนะ
นี่ถ้าเกิดมันแอบปั๊มกุญแจ แล้วพาคนมาดูบ้าน
หรือแอบมายกเค้า แล็ปท็อป กล้องถ่ายรูป นาฬิกา ก็ค่อยว่ากันอีกเรื่อง :58:
จริงๆ ตูว่าทั้งหมดทั้งปวงที่เล่ามา ยังสู้ประสบการณ์ตรงของบักเก้อไม่ได้หรอก
รายนั้นไปเช่าบ้านอยู่กับผู้ก่อการร้ายชาวลิเบีย
วันดีคืนดี ตำรวจหน่วยสวาทพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ามาใน Flat
อันนั้นนี่ถือเป็นประสบการณ์สุดยอดแล้ว :07:
โอ้แม่เจ้า น่ากลัวมาก :3005:
ส่วนของปาล์มนี่ถือว่าแคล้วคลาดไปล่ะนะ :46:
//เรื่องปัญหาการเงินทำให้คนเปลี่ยนนี่ควรระวัง
มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน แล้วเราก็ไม่รู้ว่าใครกำลังถังแตก
มีคนรู้จักเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ดีอ่ะนะ
ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่พอมีปัญหาเรื่องเงินก็เปลี่ยนไป
โกหก หลอกลวง เล่นเอาหลายคนยังฝังใจอยู่
แทบทุกคนก็เข้าใจนะว่าไม่ตั้งใจจะโกง
แต่เสียความรู้สึกที่ถูกหลอกยืมเงิน
แล้วก็โดนเบี้ยวนัดใช้หนี้อยู่เรื่อยๆ
เขายังไม่มีเงินมาคืนให้ จะด่าจะว่า
จะขุดคุ้ยไปถึงครอบครัว ยังไงก็ไม่ได้เงินคืน
หลักฐานการกู้ยืมก็ไม่มี ดีที่เขาหาเงินมาใช้คืน
แต่ก็ใช้เวลานานเป็นปีอ่ะนะ ตอนนี้เขาก็ยอมรับผิด แล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่
หลายๆ คน ก็ให้อภัยนะ แต่ก็ยังฝังใจอยู่ ไม่สนิทใจเหมือนก่อน
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 11 ม.ค. 2011, 11:02 น.
ก็ยังไหวตัวทัน ก่อนอีกระเทยมันทำอะไรนะ
นี่ถ้าเกิดมันแอบปั๊มกุญแจ แล้วพาคนมาดูบ้าน
หรือแอบมายกเค้า แล็ปท็อป กล้องถ่ายรูป นาฬิกา ก็ค่อยว่ากันอีกเรื่อง :58:
จริงๆ ตูว่าทั้งหมดทั้งปวงที่เล่ามา ยังสู้ประสบการณ์ตรงของบักเก้อไม่ได้หรอก
รายนั้นไปเช่าบ้านอยู่กับผู้ก่อการร้ายชาวลิเบีย
วันดีคืนดี ตำรวจหน่วยสวาทพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ามาใน Flat
อันนั้นนี่ถือเป็นประสบการณ์สุดยอดแล้ว :07:
อันนั้นสุดยอด ยังกะในหนัง
อย่างลุงร่มพูดเลย ปาล์มคงไม่เรียกเก็บตังค์เค้าหรอก
ขอบคุณพี่ติ๊กที่เตือนค่ะ ทำให้ปาล์มนึกขึ้นได้ว่าอย่างน้อยเราควรจะมีเอกสารซักหน่อย คงจะขอถ่ายสำเนาพาสปอร์ตไว้ซักแผ่นหล่ะ
อย่างน้อยก็ต้องเอาไปแจ้งกับทางตึกว่าห้องเรามีใครอยู่บ้าง บ้านปาล์มอยู่กันเกือบถูกกฏนะ อยู่กัน4-5คน
เรื่องเงินเนี่ยเข็ดหลาบแล้ว เพื่อนที่เคยสนิทกันยืมเงินปาล์มกะแฟนไป$2000 ตอนนั้นต้องบินกลับไทยกระทันหัน เราก็เห็นใจเค้าให้ยืมไป เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างมีระเบียบวินัยการเงินดี ตอนนั้นเขาสัญญาว่าจะใช้คืนภายในหนึ่งเดือน ....นี่ผ่านมาครึ่งปีใช้คืนมา$750 ไอ้$750นี่ก็ทยอยคืนทีละ$250 คิดซะว่าดีกว่าไม่ได้คืนเนอะ
ขอให้ความตั้งใจดีไม่สูญเปล่า
ขอให้ได้รับสิ่งดีๆ ความรู้สึกดีๆ กลับคืนไปเยอะๆ นะ :25:
ชื่นชมมากๆ :12:
บางเรื่องอ่าน ๆ ดูแล้วคิดถึงหนีตามกาลิเลโอ :38:
เป็น 1 ในประสบการณ์ที่บันเทิงมากของชีวิตครับ คือบันเทิงสำหรับผู้ฟังมาก :37:
ไม่แน่ใจว่าเล่าอะไรแค่ไหนบ้างแล้ว เล่าไว้ในนี้อีกทีแล้วกัน
ถือว่าเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับการเช่าบ้านในต่างแดน
อยู่กับคนลิเบีย เจอมาจากที่เค้าไปแปะประกาศที่บอร์ดในห้างแห่งหนึ่ง
หาคนมาแชร์บ้าน(ซึ่งทำกันทั่วไป) เลยไปดูก็เจอชายหนุ่มวัยเท่าๆกัน เรียนโทวิศวะอะไรสักอย่าง
และคุยกันเข้าใจเป็นอย่างดี บ้านก็น่าอยู่ จนวันที่ไปจ่ายค่ามัดจำ ถึงได้ถามว่าเป็นคนอะไร
เพราะเดาไม่ออกจริงๆ เหมือนจะฝรั่งแต่ก็ไม่ใช่ มันเลยบอกว่าลิเบียแล้วก็หัวเราะ
ก็เลยบอกมันไปว่าเราเป็นคนไทยแล้วก็หัวเราะบ้าง
อยู่มาได้เกือบๆปีนี่ล่ะ เดือนที่ 9 ก็เจอกันบ้างไม่เจอบ้าง ติดเน็ต ทำนู่นนี่กับบ้านด้วยกันหลายอย่างกะอยู่ยาว
ในห้องมันก็จะมีเพื่อนมาเยอะๆบ่อยๆ ช่วงเดือนรอมาฎอนถือศีลอดงี้ มารวมกันทำอาหาร ละหมาดกันเต็ม
แต่ทุกคนก็นิสัยดีนะครับ บางคนเครายาวๆใส่ชุดขาวๆ(นึกถึงบินลาเดน แต่วัยรุ่นหน้าฝรั่งๆและรองเท้าเป็นไนกี้)
บางทีผมเมากลับมา แล้วก็เจอมันนั่งสุมหัวกันทั้งแก๊ง แล้วก็อธิบายว่าทำไมมันต้องอดอาหารกัน
เพราะว่าจะทำให้ร่างกายแข็งแรงอดทน จะได้ทำอะไรก็ตามที่พระเจ้าสั่งให้ทำ เพราะมันคือนักรบของพระเจ้า
บอกงี้เลย Soldier of God ชีวิตมันเกิดมาเพื่อพระเจ้า
และพอมันเล่าอะไรๆเกี่ยวกับลิเบียให้ฟัง ผมก็ว่ารู้จักแต่กัดดาฟี(ประธานาธิบดีและนายพล ที่เป็นผู้นำมาเป็นสิบๆปี)
มันว่าลิเบียนี่เป็นที่รู้จักในอังกฤษจากเมื่อ 30 ปีมาแล้ว ที่มีการจี้เครื่องบินแล้วเครื่องมาตกคนตายทั้งลำที่ภาคเหนือของอังกฤษ
มันว่าลิเบียมีอะไรพวกนี้มาก่อนพวกประเทศอาหรับไหนๆในโลกที่ฮิตๆก่อการร้ายกันตอนนี้ด้วยซ้ำ
พูดไปผมก็หัวเราะ คิดว่าเป็นบทสนทนากับเพื่อนฮาๆทั่วไป ล้อเลียนประเทศตัวเอง
และเจอหน้ากันทุกวัน ใครจะไปคิดอะไร แต่ก็พูดเล่นๆกับเพื่อนคนไทยว่านี่แม่งผู้ก่อการร้ายป่าววะ
จนกระทั่งมุกกลายเป็นจริงเมื่อมีตำรวจมาเคาะบ้าน แล้วกรูเข้ามา 5 - 6 คนเต็มบ้าน
แล้วก็มีหมายค้น ค้นอยู่หลายชั่วโมงมากด้วย และห้ามผมออกมาจากห้องของตัวเอง
ห้ามใช้อุปกรณ์สื่อสาร ขอเข้าไปเข้าห้องน้ำทีนึง ก็เจอว่ามันมีแผนที่ทางอากาศและแล็ปท็อป 3 เครื่อง
จำได้ว่าตอนนั้นมาโพสที่ระบายอารมณ์ในฟ็อนต์นี่ล่ะว่ามีตำรวจมาค้นบ้าน :30:
ตำรวจถามผมหลายอย่าง รู้จักกันยังไง มันเป็นคนยังไง เคยคุยกันไหมว่ามันมีมีทัศนคติยังไงเกี่ยวกับประเทศนี้
และพอจากไป ฝั่งห้องนอนมันก็ข้าวของเละไปหมด เตียงยังถูกรื้อ
หลังจากนั้นก็โดนเจ้าของให้ออกภายใน 3 วัน เค้าไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ
และทุกวันจะมีเพื่อนของมันมาด้อมๆมองๆและขอเข้ามาเอาของ (คุ้ยในซอกลึกๆในครัวแล้วเอากล่องอะไรออกมาไม่รู้)
แล้วทุกคนที่มาจะทำสีหน้าเคร่งเครียดระแวงตลอดเวลา มาเกาะหน้าประตูแล้วมองซ้ายมองขวาเข้ามาข้างใน
และมีคนนึงบอกว่าไอ้ยูซูฟประสบอุบัติเหตุโดนจับข้อหาไม่มีใบขับขี่ที่เบอร์มิ่งแฮม(คิดว่าเราควยหรือไง ตำรวจมาพังบ้านซะขนาดนั้น:07:)
แล้วผมก็ว่าจะให้ทำไง โดนเจ้าของไล่และค่ามัดจำห้องผมอยู่กับไอ้ยูซูฟ มันก็ว่าจะหามาให้แทน
จริงๆอันนี้เป็นดราม่ายาวมาก มีแก๊งชาวลิเบียและอาหรับเพื่อนมันเกี่ยวข้องหลายคน
เพราะว่าค่ามัดจำห้องเป็นอะไรที่แพงมาก ผมไม่ยอมเลยตามหลายวิธี สุดท้ายมันอ้างพระเจ้าว่ามันไม่โกงแน่นอน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถึงทุกวันนี้ :37:
ผมขนของออกไปในคืนนึง ขณะที่ของๆมันไม่มีใครมาเอาเลย มีเพื่อนมันคนนึงโทรมาบอกว่า
ห้ามให้เค้าเข้ามา เรามีสิทธิ์ในบ้านนั้น ผมบอกว่าให้ทำไง ฟ้องเหรอ(พอดีอยู่ในช่วงดราม่ายาวๆนั่น)
จนสุดท้ายก็มีเจ้าหน้าที่ของบ.เช่าบ้าน มาเปลี่ยนกุญแจอะไรทั้งหมด ในขณะที่ของผมยังอยู่เต็มเพราะย้ายไม่ทัน
เค้าก็เข้าใจปัญหาแล้วก็ให้ผมเม้าแก็งคนลิเบียนั่นให้ฟังว่ามันเป็นไง อยากรู้ เลยชวนคุย
และสุดท้ายมันถามผมว่าเป็นคนที่ไหน ผมก็ว่าคนไทย มันเลยหันไปถามเพื่อนเจ้าหน้าที่อีกคน ว่าเอ้ย ดูต้มยำกุ้งยัง
เพื่อนมันก็ว่า ดูแล้ว โคตรเจ๋ง โทนี่ จา สุดยอด ผมเลยทำฮาชวนคุยเรื่องต้มยำกุ้ง มวยไทยไป
สุดท้ายเค้าก็เลยให้กุญแจมาและบอกว่าให้เวลาอีกคืน เห็นว่าผมคุยรู้เรื่อง และอย่าให้ใครรู้ มาย้ายดึกๆก็ได้
เดี๋ยวเค้าโดนไล่ออก ก็สรุปว่ารอดมาได้เพราะพี่จา พนม :05:
ส่วนของของไอ้ยูซูฟเจ้าของต้องโยนทิ้งหมด ทีวี อะไรพวกนี้
ผมเลยบอกให้คนไทยที่รู้จักที่เค้าผ่านๆมาคืนนั้น มาขนเอาของที่ขนได้เอาไปซะเลย เป็นมหกรรม :30:
พูดตอนนี้แล้วฮานะครับ แต่ตอนนั้นนี่หดเลย มากล้าเถียงอีกทีก็ตอนโดนโกงตัง
พี่จาฯ ช่วยไว้แท้ๆ :30:
ชีวิตคนไทยในต่างแดนช่างแสนลำบาก :05:
เดี๋ยวผมเอาไปเล่าให้พี่จาฟังให้นะ :30:
เล่าให้เท่ๆกว่านี้ด้วยนะครับ
เอาเป็นว่าผมกระโดดเตะก้านคอเจ้าหน้าที่เอเจนท์บ้านพวกนั้น
ด้วยแม่ไม้มวยไทยที่เรียนมาจากในหนังของพี่จา :37:
ของจริงนี่ซีดเป็นไก่ต้มเลยใช่ไหม :30:
ให้เล่าว่าก้านคอลิเบีย หรือช่วยพวกลิเบียก้านคอตำรวจดีครับ :47:
ระทึกมากๆ :25:
เออ เรื่องนี้เหมือนเก้อเคยเล่าไว้นานแล้ว :30:
นึกถึงคนที่กลับมาจากเกาหลี หรืออินโดเนี่ยแหละ
มีคนที่นั่นมาถามว่ายูน่ะชาติอะไร พอมันบอกว่ารู้จักเมืองไทยไหม ปรากฏว่าไม่มีใครรู้จัก
เลยต้องบอกว่า "ช้างกูอยู่ไหน" เท่านั้นแหละกรี๊ดกันสนุกสนาน
ตูเคยไปเดินในตลาดเมืองมาราเกซ ประเทศโมร็อคโค
พ่อค้าก็ทัก คอนนิจิวะ ตูบอกว่าไม่ใช่คนญี่ิุปุ่น
ก็ทายกันใหญ่ ว่าเกาหลี จีน
พอบอกว่าตูมาจากประเทศไทย
ก็นิ่งไปพักขมวดคิ้วเหมือนคิดอะุไรอยู่
แล้วจู่ๆ ก็ทำท่า กระทืบขามาข้างหน้า
ยกแขนขึ้นการ์ด ร้องว่า ซ้างกูอยู่ไส :07:
จากนั้นก็ตะโกนเรียกคนทั้งตลาด
ประมาณว่า เฮ้ยนี่เขามาจากเมืองไทย
เป็นคนชาติเดียวกับ โทนี่จา นะ
ผู้คนจากไหนก็ไม่รู้เต็มไปหมด เข้ามาขอจับไม้จับมือ :05:
นี่ถ้าจักรีไปอยู่ตรงนั้น เผลอๆ โดนขอลายเซ็น
:30:
:30: :30: :30:
:30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 13 ม.ค. 2011, 05:39 น.
นี่ถ้าจักรีไปอยู่ตรงนั้น เผลอๆ โดนขอลายเซ็น
:30b: :30b:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 13 ม.ค. 2011, 05:39 น.
นี่ถ้าจักรีไปอยู่ตรงนั้น เผลอๆ โดนขอลายเซ็น
:30: :30a: :30b:
ที่ญี่ปุ่น จาพนมก็ดังนะ
ทั้งคนญี่ปุ่นเอง แล้วก็คนฟิลิปปินส์
อินโด ลูกค้าที่ร้านหลายๆชาติ
แต่ส่วนมาก เค้าชอบองค์บากกัน
ใครมาก็ชอบถาม องบักกุ องบักกุ