คือได้การบ้านให้ออกแบบกล่อง cd ของนักร้องอะไรก็ได้อ่ะครับ
แต่ต้องมีคอนเซปหน่อยๆ
งานนี้ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะหาเว็บอ้างอิงอันไหนดู
ใครมีลิ้งค์หรืองาน cd คอนเซปๆ ช่วยแนะนำหน่อยครับ :05:
...
อยากได้พวกลูกเล่นด้วยอ่ะครับ :05:
ของฝรั่งเยอะมากแต่ไม่รุ้จักเลยเพราะโหลดแต่ mp3 :05:
ลูกเล่นที่ว่านี่ยังไงเหรอ? แบบป๊อปอั๊พไรงี้ปะ? :37:
อ่าใช่ครับ พวกป็อบอัพ พวกกล่องที่แตกต่างจากปก cd dvd ทั่วๆไป
รูปแบบการพับปกแปลกๆ อะไรแบบนี้อ่ะครับ
คิดว่าน่าจะมีเว็บรวบรวมไว้ แต่ผมหาไม่เจอ
เอาปกไว้นอกกล่องครับ
ไม่ก็เอาซีดีไว้นอกกล่อง :25:
:05:
อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเชี่ยวชาญมากเลยล่ะครับ
แต่ก็อันตรายอยู่ เพราะที่ผมชอบนี่ จะค็อนเส็ปเสียจนกำ้กึ่งระหว่าง
การออกแบบ กับการไม่ได้ทำอะไร แต่ก็เป็นที่ยกย่องกันทั่วโลกน่ะนะ
บุคคลผู้นั้นคือ Peter Saville นี่คือไอดอลของผมและเป็นแรงบันดาลใจตั้งแต่ตอนมัธยม
ที่ทำให้อยากเรียนพวกออกแบบเลยล่ะ และเค้าก็เป็นไอคอนของวงการออกแบบปกแผ่นเสียง
มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้เลย
จริงๆแล้วงานออกแบบที่ดีทุกชิ้น มันก็ต้องมีคอนเส็ปอยู่แล้วนะครับ
ไม่งั้นก็ถือว่ามั่ว ส่วนที่บอกว่าเรื่องพับ เรื่องอะไรพวกนั้น เป็นเรื่องของเทคนิค
อันนี้เลยงงว่า ชาร์ปตีความหมายคำว่าคอนเส็ปยังไง
แนวที่พี่เก้อพิมพ์แหละครับ ใช่เลย :46:
ออกแบบให้เอาปกไปใส่เครื่องแล้วฟังได้เลยชาร์ป :25:
เจอพวกบ็อกซ์เซ็ตของซีรีส์ทีวีอะชาร์ป ก็เหมือนเอาอะไรสักอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ในเรื่องมาใช้
อย่างอันนี้ A-TEAM :47:
(http://larryfire.files.wordpress.com/2010/03/031210_ateam_1.jpg)
Simpsons :47:
(http://s10.thisnext.com/media/400x400/The-Simpsons-Movie-Limited_F59D3B80.jpg)
ER :47:
(http://www.unifiedmanufacturing.com/blog/wp-content/uploads/2010/09/DVD-packaging-ER.jpg)
มีอันนี้พับน่าสนใจ :25:
(http://gooddesigner.org/wp-content/uploads/2010/04/160802AWY.jpg)
ดูต่อที่นี่ :27:
http://gooddesigner.org/category/books-media/page/3 (http://gooddesigner.org/category/books-media/page/3)
http://www.thedieline.com/blog/2009/2/24/wu-sheng-poems-songs.html (http://www.thedieline.com/blog/2009/2/24/wu-sheng-poems-songs.html)
แบบนี้เลยๆ :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 00:27 น.
จริงๆแล้วงานออกแบบที่ดีทุกชิ้น มันก็ต้องมีคอนเส็ปอยู่แล้วนะครับ
ไม่งั้นก็ถือว่ามั่ว ส่วนที่บอกว่าเรื่องพับ เรื่องอะไรพวกนั้น เป็นเรื่องของเทคนิค
อันนี้เลยงงว่า ชาร์ปตีความหมายคำว่าคอนเส็ปยังไง
ประโยคนี้โดนใจ :37:
พอดีอันนี้ชอบส่วนตัวเพราะได้เห็นของจริงและนั่งดูพิจาราณากับมันพักให้
ของ pet shop boy โดย เฮียแฟรโรวเจ้าประจำ
(http://img3.f0nt.com/23/f07112f54ed1b66a86c6e03cbbb58875.jpg)
(http://img3.f0nt.com/23/69b36277d7b2516168d21386c21fd82d.jpg)
(http://img3.f0nt.com/23/d7807cb12072c227dda5e7b2e90a9abe.jpg)
(http://img3.f0nt.com/23/a43bec8836bb23a70f6db75d8e467e35.jpg)
อธิบายหน่อยดิชื่น :25:
:25a: :25a: :25a: :25a: :25a:
คือเหมือนแบบอาจารย์อยากให้ออกแบบกล่อง cd ที่เห็นแล้วน่าซื้อเก็บ
โดยที่ไม่ต้องสนใจศิลปินว่าเป็นใครอะครับ
ตอนแรกเอา cd ของ slur ให้อาจารย์ดู
ก็เพราะเห็นออกแบบสวยดีนู้นนี่นั้นแต่อาจารย์บอกน้อยไป ขายศิลปินมากไป :44:
ก็เลยไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี หาอ้างอิงไม่ถูกด้วย
อันนี้อีกวง เป็นรุ่นพี่ที่สาธิต slow reverse อันนี้ผมมี
(http://img3.f0nt.com/23/ebb66b20ded3780b0ea9b62841a794e4.jpg)
(http://img3.f0nt.com/23/5df839e4d8ecf551017b5eeed2fb2889.jpg)
(http://img3.f0nt.com/23/586929fa375303563c2edb3c1041a864.jpg)
ตัวอย่างเพลง
http://www.youtube.com/watch?v=jr3uGdXjC64&feature=player_embedded# (http://www.youtube.com/watch?v=jr3uGdXjC64&feature=player_embedded#)!
สวยดีทั้งปก ทั้งคนร้อง :51:
จะว่าไปคนผู้ชายหน้าตาคล้ายพี่บวบแฮะ :37:
คือมันอาจจะต้องเกิดจากการวิเคราะห์ก่อนว่าวงที่เราทำนั้นน่ะ เพลงแบบไหนอะไรยังไง
แล้วภาพที่มันจะสื่อสารเข้ากับเพลงมั้ย คือเห็นปกซีดีแล้วรู้ว่าแนวเพลงเป็นแบบไหน
อันนี้คงต้องให้พี่เก้อพูดขนายความอีกนิดนึง ผมไม่อินเรื่องเพลงเท่ากับพี่เก้อ
ส่วนเรื่องเทคนิกที่จะมารองรับนี่ก็อีกเรื่องนึงครับ แล้วแต่จะใช้ แล้วแต่ไอเดีย
(คอนเซปกับไอเดียไม่เหมือนกันนะ)
อันนี้เป็นคุยกันของพี่ๆที่ทำปกซีดีเบเกอรี่ยุคแรก
http://www.designpaibonpai.com/2009/12/15-waroot-and-bakery-graphic/ (http://www.designpaibonpai.com/2009/12/15-waroot-and-bakery-graphic/)
อาจจะฮาไปหน่อย แต่ผมว่าได้แนวคิดหลังฟังจบนะ
พี่ทอม วรุฒ ปันยารชุนนี่ล่ะครับ คือปีเตอร์ ซาวีลลย์ของเมืองไทย
ถ้าทุกวันนี้ก็คงเป็น บริษัท SlowMotion ครับ ที่ทำได้ในระดับความคิดนั้น
(แก็งค์ Dude Sweet นั่นแหละ) แต่ก็อย่างว่าครับ
คนกลุ่มนี้นี่ ใช้เซนส์และรสนิยมนำเลยครับซึ่งกว่าจะได้มาซึ่งรสนิยมกลุ่มนี้ (คือกลุ่มออกแบบเพื่อดนตรีเนี่ย)
มันเป็นเรื่องที่จะว่าโชคช่วยก็ได้ คือต้องโตมากับมันเสพของพวกนี้มาน่ะครับ
ถ้าอยู่ดีๆมาคิดมาทำเอานี่ ยังไงก็ไม่เวิร์ค กลุ่มคนที่ผมชอบพวกนี้คือบางอันไม่ได้คิดอะไร
รู้สึกยังไงก็ทำเลย เอารสนิยมมาจับ ซึ่งอันนี้มันสายมารสุดๆ ถ้าเราเกิดมาไม่ได้เป็นยังงั้น
คือโตมากับเพลงแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ก็ต้องใช้เวลาสะสมอีกนานล่ะครับ
พอพูดเรื่องการออกแบบเกี่ยวกับดนตรี รสนิยมนี่แทบจะต้องมาเป็นหลักเลย
เพราะดนตรีมันเกี่ยวพันกับยุคสมัย แฟชั่น ทำยังไงให้วงนั้นมันเจ๋งในสายตาคน
ทำให้คนอยากหยิบอยากซื้อ มันไม่ได้เป็นความงามที่ตั้งอยู่โดดๆ
มันต้องเข้าใจความรู้สึกคนที่ชอบเพลงด้วย ซึ่งถ้าเราไม่มีส่วนนี้
สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ หาตัวอย่างไอ้ที่เราคิดว่าดี เจ๋ง น่าหยิบ
เพื่อกำหนดกรอบ"กลุ่มรสนิยม"ให้แคบเข้ามา ดูด้วยว่าอยู่ในวิสัยที่เราพอจะทำได้
แล้วเอาไอ้สิ่งนั้นเป็นแกนทางความคิด แล้วก็พยายามทำให้เหมือน
นี่เหมือนจะพูดสนับสนุนให้ลอกนะครับ ก็ถูก :37:
คืองานออกแบบมันต้องมีเข็มทิศนั่นแหละครับ
เหมือนตอนเด็กเราต้องเริ่มด้วยการลอกโงกุนจาดโทริยาม่านั่นแหละ
เราถึงจะรู้ว่าลายเส้นที่ดีคือยังไง ถ้าเราไม่รู้ความต้องการของตัวเอง ไม่รู้สิ่งที่ตัวงานต้องมี
(เพราะมันต้องอาศัยความเข้าใจเฉพาะด้านหลายอย่าง)
เราก็ต้องใช้ทางลัดด้วยการดูงานที่มีของพวกนี้ครบอยู่แล้ว
แล้วดำเนินตามวิธีคิดนั้น เพราะยังไงรับรองว่าสุดท้ายก็ออกมาไม่เหมือนเค้าหรอก :30:
ไม่เหมือนแน่ๆ :30:
:25: :25: อ๊าง
อ้างคำพูดจาก: iSharp เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 00:48 น.
คือเหมือนแบบอาจารย์อยากให้ออกแบบกล่อง cd ที่เห็นแล้วน่าซื้อเก็บ
โดยที่ไม่ต้องสนใจศิลปินว่าเป็นใครอะครับ
ตอนแรกเอา cd ของ slur ให้อาจารย์ดู
ก็เพราะเห็นออกแบบสวยดีนู้นนี่นั้นแต่อาจารย์บอกน้อยไป ขายศิลปินมากไป :44:
ก็เลยไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี หาอ้างอิงไม่ถูกด้วย
ถ้ามันเป็นคอนเส็ปว่าขายศิลปิน ก็จะอธิบายอะไรอีก
คือถ้าเรารู้ว่าจะทำอะไร แล้วจะออกมายังไง อาจารย์ก็คงติได้แค่ว่า ที่ทำออกมามันไม่ตรงคอนเส็ป
โอ้ว ตั้งกระทู้ได้ตรงกับที่อยากรู้มากเลยตอนนี้
เพราะมิดเทอมโปรเจคก็ต้องทำ booklet CD เพลงเหมือนกัน ต้องไม่ธรรมดา แต่คงไม่ขนาด pop up คงแบบพับเท่ๆ
เอาจริงๆอย่างที่พี่เก้อบอก งานดนตรีมันต้องอิงรสนิยมจริง ละเลือกวงเอง ก็ต้องเอาวงที่ชอบ
อย่างที่เลือกทำ ก็เลือก Two door cinema club เพราะชอบวงนี้มาก และน่าจะตอบโจทย์วงนี้ได้มากกว่าำทำวงอื่นๆ
เพราะเพิ่งมีแค่อัลบั้มเดียว กับ 1 ep คิดว่าน่าจะง่ายหน่อย ไม่เหมือนเอาพวก U2 , blur ,oasis มาทำ ไอพวกนี้มันตายตัวอยู่แล้ว
สไตล์ชัดเจน เอามาทำใหม่ ถ้าไม่ดีงี้มีหวังตกม้าตายเอาง่ายๆ
จะว่าไป งานส่ง 28 นี้แล้ว ยังไม่เริ่มสเก็ตเลย :05:
โจทย์เดียวกันเลยป่ะเนี่ย :30:
ตอนนี้เลือกวง the bottom blue (อาจารย์บังคับเอาวงในไทย)
ชอบสไตล์นุ่มๆ softๆ เรโทนิดๆ น่าจะไปรอด :16:
เลือกกระดาษกับสเกตบ้างแล้ว กำลังดูไอเดียทำกล่อง cd หลายๆแบบอยู่
คือจานให้ทำ booklet อะไรก็ได้แหละ แต่เลือกที่จะทำ cd เอง ดูท้าทายและทำอะไรได้เยอะีดี
โปรเจคนี้เปลืองตังค์มาก :05:
อ้อ คาดว่าจะโดน booklet ด้วยเร็วๆนี้เหมือนกัน :05:
จริงๆเวลาเราพูดคำว่ารสนิยม กับคนอื่นๆทั่วๆไป
คำนี้มันบรรจุความหมายในแง่ลบ ในแง่ของการดูถูกไว้ด้วย
แต่พูดกันในการเรียนออกแบบ ถ้าจะต้องให้คะแนนกันเนี่ย
ต้องถกกันยาวเลยนะครับ เพราะมันเป็นประเด็นที่ไม่มีคำตอบตายตัว เป็นค่าสัมพัทธ์ เป็นภวะวิสัย
ไม่มีใครรู้แน่ว่าอันไหนถูกต้องที่สุด แต่บังเอิญว่า มันก็มีค่าเฉลี่ยพอให้อ้างอิงอยู่บ้าง
มีงานระดับมาสเตอร์พีซที่เป็นที่ยอมรับพอให้เป็นหลักเกี่ยวอยู่บ้าง
แล้วพอทำงานจริงๆเยอะๆ ก็จะยิ่งรู้ว่า มันวัดกันที่ตรงนี้จริงๆ
เรื่องของเรื่องคือ เรื่องคอมโพส สี กริด ไทโป ทุกอย่างเราเรียนรู้ได้หมด
แต่ไอ้รสนิยมนี่ล่ะ ไอ้ของยังงี้มันเรียนกันแทบไม่ได้ ไม่มีใครสอนกันได้
มันมาจากสิ่งที่เราเสพมาตลอดชีวิต เราคือผลลัพธ์ของเพลงที่เข้าหูเราทุกวัน
ของหนังที่เราดู ของงานกราฟิกแบบที่เราชอบ หญิงแบบที่เราปิ๊ง มันอยู่ในของพวกนั้น
ของพวกนั้นมันมาฟอร์มและกล่อมเกลารสนิยมเรา แล้วทีนี้ ตั้งแต่เกิดจนโต เราจะไปควบคุมมันได้ไหมล่ะ
หรือเราจะรู้ตัวไหมล่ะ ว่าต้องเอามันมาประกอบอาชีพตอนโต ถ้ารู้ตั้งแต่เด็ก
ป่านนี้ฟังแมนิคส์สตรีทพรีชเชอร์ตั้งแต่ ม.1 แล้ว
ถึงจะมีหลายคนที่สุดท้ายมาประกอบสร้างมันได้
อย่างตอนเรียนของผม ก็มีหลายคนมากที่ตอนเข้ามายังคอมโพสแบบงานประกวดภาพวาดประจำจังหวัดอยู่เลย
แต่จบออกมาด้วยรสนิยมที่ดี และปัจจุบันก็ทำงานรีทัชแบรนด์ยักษ์ๆ
ด้วยสังคมที่ข้นคลั่กหล่อหลอม พูดให้เห็นภาพง่ายกว่านั้นคือ ตอนเรียนมันโดนล้อจนเสียหมา
เรื่องที่มันเปิดเพลงเจมส์ฟัง (อันนี้พูดแบบไม่สนใจว่าใครจะเป็นแฟนเพลงเลยนะ)
ก็ทำนองนี้ล่ะครับ ของมันหล่อหลอมกันได้ เอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมทางสุทรียศาสตร์แบบไหน
เราก็กลายเป็นคนแบบนั้นล่ะ ตอนนี้โตแล้ว เราควบคุมมันเองได้ เรียนรู้มันเองได้
แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลงแบบนั้นล่ะก็ ก็บ๊ายบายเลยครับ
เพราะผมแทบไม่เคยเห็นใครที่เกิดมาเป็นยังไงแล้วมาเปลี่ยนรสนิยมความชอบกันตอนโตได้จริงเลย
คนที่ทำอะไรเชยๆก็จะทำอยู่ยังงั้น เพื่อนในห้องคนที่มันไม่ได้สนใจสังคม
ทำอะไรเชยๆมาแต่แรก จนจบ จนทำงาน ก็ยังทำเชยมาจนทุกวันนี้
ออกจะเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่ แต่พอตอนเราประเมินคุณค่างาน
มันใช้เวลาน้อยที่สุดแล้วครับ ที่จะบอกว่างานไหนเชยชิบหาย กับงานไหนล้ำสุดๆ
เป็นสิ่งที่โคตรจะคอมม่อนเซนส์จนไม่ต้องการคำอธิบายอะไรเสริมเลย
ช่วยเรื่องทำปกซีดีได้มั่งไหมเนี่ย :30:
ถกกันยาวจริงๆ เรื่องรสนิยมนี่ เอาจริงๆ รสนิยมปลั๊กแต่ก่อนกับตอนนี้นี่ต่างกันสุดขั้ว
เมื่อก่อนเหรอ ฟังเบเกอรี่ นี่ถือว่าชิคนำหน้าเพื่อนๆสุดๆแล้ว ในขณะที่เพื่อนๆกำลังอินอยู่กับบอดี้สแลม
อินดี้คืออะไรยังไม่รู้ แต่เราฟังสครับบ์ สเลอ นั่นโน่นนี่ แต่พอเข้ามหาลัยปุ๊ป รสนิยมเปลี่ยนไปอีกละ
เริ่มแอนตี้ความเกร่อ เกลียดโรคนี้มาก เห็นใครชอบอะไรที่เราชอบมากๆปุ๊ป ร่างกายก็จะหลั่งสารเกลียดสิ่งที่ชอบไปโดยพลัน
ใครเคยเป็นบ้าง? :08:
จนตอนนี้ฟังเพลงเยอะมาก ฟังเยอะแยะไปหมด ฟังกันแทบจะครอบจักรวาลเลยทีเดียว
เพราะเพลงสมัยนี้มันหาฟังง่าย โหลดง่าย และที่รสนิยมฟังเพลงเปลี่ยนไป เพราะสังคมมันหล่อหลอมจริงๆ
ไม่ใช่สังคมที่เรียนนะ แต่คงเป็นกลุ่มคนที่เราเข้าไปคบหา บางทีเฟซบุ๊คก็มีส่วนทำให้ รสนิยมเปลี่ยนไปเหมือนกัน
เด่วนี้ เพลงไทยโดนๆนี่ชอบเยอะนะ แต่จะฟังก็ต่อเมื่อต้องการที่พึ่งทางใจ อกหัก อะไรประมาณนั้น
ส่วนเพลงที่ชอบฟัง ก็เอาไว้ฟังสนุกๆมันส์ๆไป
รสนิยมนี่ส่งผลมาถึงงานจริงๆนะ แต่ก็ยังอิงแฟชั่นอยู่ดี :05:
ถ้าถามว่างานปลั๊กเชยมั้ย คงไม่ใช่ แต่คงเปลี่ยนไป ปรับตัวตามกาลเวลามากกว่า
เดี๋ยวนี้ผมก็ยังเป็นนะ
แบบว่าชอบอะไรอยู่แล้วเฮ้ย ทำไมไม่มีใครชอบ ไม่มีใครรู้จักวะ
กุไม่สน กุแนว กุฟัง กุชอบ พอคนเริ่มรู้จัก คนเริ่ม พวกนี้เห่อ พวกนี้เกร่อ เลิกฟัง ไปฟังอย่างอื่น
บางทีก็เกรียนโดยไม่รู้ตัว :30:
paperdisc ของ smallroom เนี่ย นัดซื้อโดยไม่ดูนักร้องเลยนะ มันน่าเก็บอะ
(http://www.songburi.com/UserFiles/Image/Scoop/Paperdisc/Paperdisc01.jpg)
เฮ้ย อยากได้ :25:
ปก+กล่องใส่ ซีดี
ถ้าคนไทย นึกถึง พวกเพลงลูกทุ่งแฮะ
น่าจะทำสนุก ฉีก ลุค เดิมๆ เค้าได้เยอะเลยนะ
แต่ต้องหาศิลปินที่มีเอกลักษณ์หน่อย มาเล่น
กรณีปลั๊กเนี่ยเป็นจัดๆ ตอนมัธยมครับ
ตอนนี้ไม่สนครับ ที่ตูชอบเพราะตูจะชอบ ไม่เกี่ยวกะใครจะฮิตหรือไม่ฮิต ฮิตเหรอๆ ฮิตเลอร์ เลย :30:
ช่วยได้ๆ พี่เก้อ
ตอนนี้ผมอยากแค่เห็นงานเจ๋งๆไว้เป็นไอเดียตอนทำงานอะครับ
สำหรับผมตอนนี้ฝีมือกราฟิก ค่อนข้างเลวร้ายมาก เพราะรู้สึกตัวเองจะชอบทางด้านถ่ายรูปมากกว่า
ล่าสุดเพิ่งรบกับไอ้ dingbat font มา :16:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 23 ธ.ค. 2010, 11:37 น.
กรณีปลั๊กเนี่ยเป็นจัดๆ ตอนมัธยมครับ
ตอนนี้ไม่สนครับ ที่ตูชอบเพราะตูจะชอบ ไม่เกี่ยวกะใครจะฮิตหรือไม่ฮิต ฮิตเหรอๆ ฮิตเลอร์ เลย :30:
เป็นตอน ม.ต้นเหมือนกัน ก็น่าตลกนะ
จริงๆไอ้แนวไม่แนว ถ้าพยายามมากไป มันจะยิ่งตลก ยิ่งเฟค
คำถามนี้เค้าเลิกถามกันมานานแล้วนี่นะ แต่ตอนผมเรียนนี่
คำถามนี้มันจัดมาก เพราะเป็นช่วงแรกที่มีคำว่าแนวเกิดขึ้น
ทั้งที่คนแถวนั้นก็ทำตัวแบบนั้นมานานเป็นปกติ อยู่ดีๆก็เกิดคำถามนี้มาได้ยังไงไม่รู้
ยกตัวอย่างเรื่องนึง มีเพื่อนในห้องคนนึงเขียนคอลัมน์วิจารณ์เพลงในิตยสารเครือเด็กแนวอินดี้เล่มนึง
แล้วมีครั้งนึง มันเลือกเขียนอัลบั้มของวง N.I.N. หรือ เทร็นท์ เร็ตชเนอร์
พอเอาไปส่ง บก.ให้เปลี่ยน บอกว่ามันนอกกระแสเกินไป มันเล่าให้ผมฟังยั้งนั้นแล้วผมก็ต้องตกใจ
เพราะว่าเทร็นต์ เร็ตชเนอร์เนี่ย เคยถึงขนาดถูกจัดอันดับผู้ทรงอิทธิพลในโลกในช่วงยุค 90 ที่จัดโดยไทมส์เลยนะ
เป็นต้นแบบนึงของวงการดนตรีโลกเลย มันนอกกระแสตรงไหนฟะ :07:
แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าเราจะมามัวคิดว่าอันไหนนอกกระแส ในกระแส
ของงี้มันต้องอิงบริบท เพลงของ Snow Patrol โคตรเท่ ในอังกฤษผมก็เห็นเปิดในร้าน 1 Pound Shop
คือร้านในห้างขายของกะโหลกกะลาทั่วไป แล้วทีนี้เราจะบอกว่าอะไรเท่ อะไรอยู่ในกระแส นอกกระแสได้อีกล่ะ
เราก็ไล่ตามได้แค่เงาของความเท่เรื่อยไปนั่นแหละ จนกว่าเราจะหยุดไล่ตามเงาแล้วมองหาสิ่งที่เราต้องการเจอจริงๆ
แต่ก็นั่นล่ะครับ ผมยังเชื่ออยู่ว่า ของยังงี้
ถ้าเราไม่ได้เกิดมาเป็นงี้ ให้ตายมันก็ไม่เป็น
มันไม่ใช่แค่เรื่องการฟังเพลงหรือรสนิยมละ มันเป็นเรื่องของคน :30:
ใช่เลยๆ
นึกแต่ว่าจะมีรสนิยมอย่างนู้นอย่างนี้ แล้วไม่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตนี่
คงจะลำบากน่าดู :30:
ผมชอบปกซิงเกิ้ล/รวมอัลบั้ม ของพวกอินดี้ญี่ปุ่นนะคับ
มีวงนึง Ketsumeishi ปก6อัลบั้มแกถ่ายตรงที่เดิม ยืนตำแหน่งเดิม แค่เปลี่ยนเสื้อผ้ากะแอค
(แนวหรือว่าขี้เกียจก้ไม่รู้)
วง GReeeeN เค้านี่ปกก้ประหลาดๆดี
เห็นชื่อกระจู๋ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกะปกซีดี :0705:
http://www.delicious.com/iannnnn/cd+inspiration (http://www.delicious.com/iannnnn/cd+inspiration)
พอมีกรณีศึกษาให้ดูครับ ลองจิ้มดูเอานะ