ในทางไทโปวิทยา เราพบผู้ป่วยที่ได้รับความทรมานเนื่องจากโรคไทโป (Typographic Diseases) ด้วยอาการต่างๆ
หนักบ้าง เบาบ้าง บางคนก็เป็นเรื้อรังมานาน เพราะไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
บางคนโชคดีที่รู้ตัวเร็ว ตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงสาหัส และได้รับคำแนะนำจากไทโปแพทย์
จึงหายขาดจากโรคดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะติดโรคทางไทโปสายพันธุ์อื่นๆ ต่อไปหรือไม่
ณ วันนี้ ไทโปแพทยสภา รู้สึกเป็นห่วงประชาชนชาวดีไซน์ อยากให้รู้ทันโรค เพื่อไกลจากโรค
จึงขอนำเสนอข้อมูลพื้นฐาน ในโรคที่เกี่ยวข้องกับไทโปต่างๆ ดังนี้ :42: :42:
เอ้าอ่านผิด กดมานึกว่าเรื่องโทโป (topography) :30:
งั้นปูเสื่อรอเลยแล้วกัน
มารอรับการบำบัด :30b:
โรคไทโปฟีเลีย (Typophilia)
ไทโปฟีเลีย เป็นโรคที่ผู้ติดเชื้อ (Typophiliacs) จะมีอาการหลงไหลได้ปลื้มกับรูปแบบอักษร
อาการขั้นแรกคือจะมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อได้รับรู้ถึงรูปทรงและองค์ประกอบต่างๆ ของตัวอักษร
จะฝักไฝ่อยู่กับการแยกแยะและจดจำตระกูลของตัวพิมพ์ทั้งหลาย สามารถท่องชื่อแบบตัวพิมพ์ได้อย่างคล่องแคล่ว
และสามารถระบุแบบตัวพิมพ์ที่พบเห็นได้อย่างแม่นยำ
อาการขั้นต่อมาผู้ติดเชื้อจะไม่ยอมปลีกตัวจากหนังสือ Type Specimen คือ ต้องพกติดตัวเพื่อใช้อ้างอิงกับแบบตัวพิมพ์ที่ตนเองพบเจอเสมอ
ไม่ว่าจะเป็น เสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ คัทเอ้าท์เหนือทางด่วน บางรายจะต้องใช้โทรศัพท์แบบมีกล้อง ถ่ายภาพตัวพิมพ์ที่พบเจอเพื่อสนองความรู้สึกสงสัย
และประทับใจ อาการขั้นรุนแรงคือผู้ติดเชื้อจะแยกตัวอยู่คนเดียว หมกมุ่นอย่างหนักกับตัวหนังสือ หยิบโบรชัวร์ทุกแผ่นที่เก็บมาจากทุกสารทิศ
จ้องมองเป็นเวลานานจนไม่ยอมรับประทานอาหาร ใช้เวลาทั้งวันเพื่อการช็อปปิ้งแบบตัวพิมพ์ออนไลน์ และหากลุ่มผู้ที่ติดเชื้อเหมือนกันเพื่อเป็นหุ้นส่วน
สั่งซื้อแบบตัวพิมพ์ บางรายใช้จ่ายเกินอัตราจนไม่มีเงินซื้ออาหารสำหรับตนเอง และอดอาหารถึงแก่ชีวิตในที่สุด
แนวทางการรักษา
ขณะกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาวัคซีน ผู้ป่วยทุกคนต้องเข้าสู่สถานกักกันโรคเป็นเบื้องต้น เพื่อรอวินิจฉัยอย่างละเอียดจากไทโปแพทย์อีกครั้ง
:30:
โรคไทโปโฟเบีย (Typophobia)
ไทโปโฟเบีย (Typophobia) เป็นโรคที่ผู้ป่วย (Typophobe) จะมีอาการทุกอย่างตรงข้ามกับผู้เป็นโรค ไทโปฟีเลีย (Typophilia)
โดยผู้ได้รับเชื้อจะมีอาการหวาดผวา เกลียดกลัว หรือ ขยาดในความงดงามของรูปทรงและโครงสร้างของอักษร หรือแบบตัวพิมพ์สร้างสรรค์ต่างๆ
ผู้ป่วยมักจะเลือกรับและจดจำเพียงแค่สัญรูป (Icon) ดิงก์แบตส์ (Dingbats) และขั้นร้ายที่สุด จะเลือกรับรู้เพียงแค่เม็ดบุลเล็ต (Bullet)
ที่ใช้นำหัวข้อรายการ (List) เท่านั้น
แนวทางการรักษา
อาการของผู้เป็นโรคนี้สามารถทำให้ทุเลาลงได้ (ไม่หายขาด) โดยการใช้ฟอนต์ เฮลเวติกา และ ทามส์ โรมัน อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ
ไทโปคอนเดรีย (Typochondria)
โรคไทโปคอนเดรีย ผู้ได้รับเชื้อเข้าไปจะมีอาการคือ เบื่อหน่ายและเกียจคร้านในการเลือกแบบตัวพิมพ์ในงาน
โดยจะใช้แบบตัวพิมพ์ที่เลือกได้ง่ายที่สุด ไม่ต้อง Install เพิ่มเติมใดๆ อีก แบบตัวพิมพ์ไหนที่มีชื่อลำดับต้นๆ ใน System
ก็จะเลือกตัวนั้นเอาไว้ก่อน ไม่ได้คำนึงถึงความสอดคล้องกับอารมณ์ของงาน เป็นการใช้แบบอักษรอย่างส่งๆ ไม่พิถีพิถัน
โรคนี้มักจะมีอาการร่วมคือ เคิร์นนิ่งวิบัติ คือไม่ยอมเลือกระบบเคิร์นนิ่งแบบเฉลี่ยระดับสายตา (Optical Kerning) กับชุดตัวอักษรโรมัน
ทำให้ระยะห่างคู่อักษรของตัวโรมันไม่สวยงาม และต้องได้รับการปรับแก้อย่างด่วน
แนวทางการรักษา
1 ทำการติดตั้งชุดตัวพิมพ์คุณภาพสูง ในปริมาณพอเหมาะในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ป่วย
2 ถอดถอนการติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์จำพวกที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A B และ C แต่มีรูปลักษณ์ไม่สมประกอบทุกฟอนต์ออกไปจากเครื่อง
3 ติดตั้งโปสเตอร์แสดงรูปแบบและชื่อแบบตัวพิมพ์คุณภาพไว้ ณ จุดที่ผู้ป่วยใช้คอมพิวเตอร์
4 ตั้งค่า wallpaper เป็นรูปคำว่า Optical Kerning เพื่อเป็นการกระตุ้นความทรงจำของผู้ป่วย
สำหรับโปสเตอร์รูปแบบตัวพิมพ์ ที่ทางไทโปแพทยสภารับรองแล้ว คือ
(http://behance.vo.llnwd.net/profiles/50666/projects/193759/506661236547081.png)
ภาพขนาดใหญ่ เชิญ http://www.squidspot.com/Periodic_Table_of_Typefaces/Periodic_Table_of_Typefaces_large.jpg (http://www.squidspot.com/Periodic_Table_of_Typefaces/Periodic_Table_of_Typefaces_large.jpg)
ไทโปเธอร์เมีย (Typothermia)
โรคนี้มีอาการโดยทั่วไปคือไม่จดจ่ออยู่กับแบบตัวพิมพ์หลักๆ ชุดใดชุดหนึ่ง มักจะคลั่งกลับแบบตัวพิมพ์ออกใหม่
อะไรก็ตามที่ได้มาใหม่ก็จะโหมประโคมนำมาใช้กับงานออกแบบแต่ละชิ้นอย่างบ้าคลั่ง
บางรายอาจใช้มากกว่า 6 รูปแบบ ใน 1 ชิ้นงาน ผู้ติดโรคนี้ (Typothermiac) ส่วนใหญ่ชอบโหลดฟอนต์ฟรีที่ออกใหม่
(บางรายก็คัดลอกหรือดาวน์โหลดโดยละเมิดลิขสิทธิ์) มาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์
Install ทุกฟอนต์ที่ได้มา และทดลองใช้อยู่เสมอ เป็นเหตุทำให้ชุดโปรแกรมออกแบบทำงานได้ช้ากว่าที่ควร
แนวทางการรักษา
ต้องบำบัดด้วยการจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์จำพวก ดาฟอนต์ ฟ๐นต์ดอทคอม ฯลฯ
และ ป้องกันการเข้าถึงบิตทอร์เร้นต์
ท่านเข้าข่ายผู้ป่วยโรคอะไร
:30: :30:
เจ๋ง :30:
เยี่ยมเลย :30:
เจ้าของจู๋
เป็นคนป่วยด้วย
หรือเป็นคนจะรักษา
ท่าจะเป็นโรคแรก
:22:
:30: ตูเป็นโรคขี้เกียจ
^
^
น่าจะเป็นโรค MiaAntiTypographic มากกว่า
เห็นตั้งกะมีเมีย ปล่อยฟอนต์ออกมาน้อยมาก :30:
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 07 ธ.ค. 2010, 15:16 น.
^
^
น่าจะเป็นโรค MiaAntiTypographic มากกว่า
เห็นตั้งกะมีเมีย ปล่อยฟอนต์ออกมาน้อยมาก :30:
กด Like
:30:
:05:
ไทโปมาเนีย
อาการไทโปมาเนีย (Typomania) คืออาการของผู้นิยมเสพสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นชีวิตจิตใจ เช่นจำพวกนิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง ที่มีการจัดวางรูปแบบสวยงาม
มีการใช้ฟอนต์อย่างหรูหรา โดดเด่น ถึงแม้ว่าผู้มีอาการนี้จะไม่รุนแรงเท่าผู้เป็นโรค Typophilia ที่สามารถจดจำชื่อแบบฟอนต์ได้หมด
แต่ผู้เป็นไทโปมาเนีย ก็สามารถแยกแยะตัวพิมพ์จำพวกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยอาศัยความจดจำจากสิ่งพิมพ์ เท่าที่เขามีในครอบครอง
และส่วนใหญ่มักจะชอบวิจารณ์ หากไม่พึงใจในความเปลี่ยนแปลงในเชิงลบของสิ่งพิมพ์ที่เขาชื่นชอบ บางรายหงุดหงิดจนถึงขั้นอาละวาดกับสำนักพิมพ์
อาการข้างเคียงของผู้เป็นไทโปมาเนียคือ ปวดล้าดวงตา เนื่องจากการเพ่งมอง Serif และ Ligature ของตัวพิมพ์ขนาดเล็กในระยะใกล้เป็นเวลานาน
Anti-typography
แอนทายไทโปกราฟี คืออาการปฏิเสธการใช้ตัวพิมพ์อย่างสิ้นเชิง ผู้มีอาการนี้มักจะไม่ยอมใช้ตัวพิมพ์ใดๆ ทั้งสิ้นในงานของตัวเอง
ชอบงานที่เล่นกับแสง สี เสียง องค์ประกอบทางทัศนศิลป์ที่เป็นเรขาคณิต แทน มักจะมีอคติกับผู้นิยมในตัวพิมพ์ โดยถือความคิดของตนเอง
ที่ว่า ภาพเดียวมีความหมายมากกว่าคำนับพัน ชื่นชอบในการตีความภาพที่ไร้ซึ่งข้อความ หรือ ข้อมูลตัวอักษร เป็นกลุ่มวิจิตรศิลป์โดยสุจริต
อาการที่พบเห็นคือ สื่อสารกับคนจำนวนมากให้เข้าใจตรงกันไม่ได้ เนื่องจากมีจินตนาการเฟื่องฝันสูงเกินระดับ ทำให้ผู้ที่ต้องการสื่อสารด้วยสับสน
ตะละโรค :30:
:30: เถียงไม่ออก