หลังจากที่ค่าย X ได้จบลงไปด้วยดี ก็เหลือค่ายรับน้องอะไรอีกต่าง ๆ มากมายที่ต้องใช้เงิน กลุ่มของข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้หาทุนเป็นจำนวนเงิน 24000 บาทให้ได้ก่อนสิ้นปีมาตั้งแต่ก่อนค่าย ซึ่ง ณ บัดนี้ก็หาได้เพียงห้าร้อยกว่าบาทเท่านั้น และหมดเขตหาสปอนเซอร์ไปตั้งนานแล้ว จึงต้องใช้วิธีอื่นอย่างเช่นขายเสื้อ เดินรับบริจาค เป็นต้น เวลาหาทุนจะอ้างว่าทำค่าย X ก็ไม่ได้ เพราะค่ายจบไปแล้ว ข้าพเจ้าขอถามผู้มีความรู้หน่อยครับว่าควรจะทำอย่างไร :47: :47: :47:
เงินเงินเงิน :47: :47: :47:
ตายล่ะ กลุ่มของข้าพเจ้าก็ยังหาเงินได้ไม่ครบ :47:
เอาการ์ตูนไปขาย เอาบ้านไปจำนอง :47: :47: :47:
เอาห้าร้อยนั่นไปแทงบอลเรื่อยๆ จนครบ
เคยทำแหละ :30:
เจี้ยม :30b:
สมัยตะก่อนนู้น..
หาเงินรับน้อง เดินหาสปอนเซอร์ พิมพ์สมุดขาย ปิดเทอม เดินกันอยู่เกือบเดิน
รวมเงินที่ได้ทั้งหมด ยังไม่เท่าเงินที่เสียเป็นค่ารถค่ากินขนม แฮงเอ๊าอยู่ด้วยกันเลยอะ :30:
เจี้ยมแม่งสุดตลอด :30:
พี่เจี้ยม :30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 11:46 น.
เอาห้าร้อยนั่นไปแทงบอลเรื่อยๆ จนครบ
เคยทำแหละ :30:
จนครบ หรือจนหมด :30:
เออ ถ้าเจี้ยมทำห้าร้อยให้เป็นสองหมื่นได้นะ
พี่ออกให้พันนึงเลย ได้สี่หมื่นมะไหร่ เอาไปครึ่งครึ่ง :53:
ถ้าเจี้ยมมันทำได้ มันจะไปทำงานเหรอพี่แอ้ :47:
บริษัทเจ๊งเพราะเรื่องนี้รึเปล่า :47:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 11:46 น.
เอาห้าร้อยนั่นไปแทงบอลเรื่อยๆ จนครบ
เคยทำแหละ :30:
:30: :30: :30: :30:
ได้ห้าพันตูก็หยุดแล้วครับ
มีการขอค่าเหนื่อยเป็นเบียร์ด้วยนะ :52:
พี่เจี้ยมสุดยอดเลย :30:
เคยทำแต่ขายสมุด ขายเสื้อ ขายเข็มกลัด
ตอนนี้ที่คณะหาเงินไปบริจาค เค้าจัด event อะ
อย่างช่วงนี้เป็น Halloween ก็จัดงาน แล้วก็เก็บค่าเข้าคนละ 500
ฟรีมิกเซอร์ตลอดงาน เหล้าเอาไปเอง
เอ๊ยย เออ จัด event นั่นแหละ
ระดมเงินซื้อหวยจนกว่าจะถูกรางวัลที่หนึ่ง :37:
เขียนจม.ขอตังง่ายสุดล่ะ :47:
1 เปิดหมวกครับ
หาคนเล่นกีตาร์ ดนตรี เคาะถ้วยถังกาละมังหม้อ ร้องเพลงค่าย หรือ เพื่อชีวิต หรือเพลงสนุกๆ สกาเรกเก้ ก็ว่าไป
หานักศึกษาหน้าตาจิ้มลิ้ม เป็นตัวชูโรงถือกล่องตัง ซักสองสามคน เน้นทุกคนให้ใส่เครื่องแบบ
และ คนเยอะ สิบกว่าได้ยิ่งดี ทำให้ดูภูมิฐานน่าเชื่อถือ ทอระข่ง โทรโข่ง ขนไปให้หมด
ไปจุดหลักๆ เช่น BTS จตุจักร สยาม BTS สาวรีย์อย่าไป ได้น้อย ทำรูปผลงานติดบอร์ดไป
เคยทำยอดมากที่สุดวันนึง สองหมื่นบาท
หาคนพูดเก่งๆ สโลแกนเจ๋งๆ อย่างตอนนี้ก็ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อะไรก็ว่าไป และ อย่าลืมบอกว่าเราเป็นนักศึกษาที่ไหน
"สวัสดีครับ พวกผมเป็นนึกศึกษาจากมหาวิทยาลัย... มาเปิดหมวกรับบริจาค ไปทำค่าย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม รับรองว่าเงินในมือของท่านทุกบาททุกสตาค์ ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง ขอเชิญทุกท่านมาร่วมทำบุญและเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเราได้ครับ "
ว่าไป
แบบที่เห็นสองสามคน ยืนนิ่งๆบื้อๆ แหม..เห็นแล้วอยากจะไปเป็นโปรดิวเซอร์ให้
2 บูมพี่รับปริญญา ลงทุนน้อยใช้แรงแลก เคยทำวันนึงได้สี่หมื่น
3 ขายอาหาร น้ำ ในวันงานมหาลัย
อันนี้กินกันเองหมด ได้กำไรมา สองร้อย
รู้สึกไม่ชอบกับการที่เห็นนักศึกษา ไปยืน ขอรับบริจาคอะไรตามสะพานลอย หรือตามที่สาธารณะอื่นๆ นะ
เพราะเห็นเยอะมากไม่สมกับการที่เราเป็นนักศึกษาที่น่าจะมีความคิดที่ดีกว่านั้น
การสมทบทุนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นสิ่งที่ดีนะ แต่เมื่อคนสมทบทุนเป็นถึงนักศึกษา
น่าจะสร้างอีเว้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับน้ำใจคนมาให้หน่อย
อย่างเมื่อวานเย็น ถ้าใครผ่านไปแถวอนุสาวรีย์ จะเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งตีขิมในจังหวะเร้าๆ
คือฟังแล้วมันสนุก ดูและก็ภาคภูมิใจในความสามารถ ผรั่งก็มายืนดู ถ่ายรูปกัน น่าให้เงิน น่าสนับสนุน
และ ถ้าเด็กกลุ่มนั้นเป็นนักศึกษาที่จะมาสมทบทุนเพื่อช่วยส่วนรวม
จะยิ่งเป็นอะไรที่เวิร์คที่สุด แต่น่าเสียดาย ที่ เด็กกลุ่มนั้น แต่งตัวรุ่มร่าม
หรือแว้นเกินกว่าจะเป็นนักศึกษา แต่ในขณะเดียวกันที่นักศึกษาแต่งตัวดีได้แต่ยืนประกาศขอเงินปาวๆ
เคยอ่านการ์ตูนเพื่อนพี่แอนแล้วเห็นภาพเลยอะ :47:
คิดเหมือนจักรี เพราะตูไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกบังคับ เหมือนกับถ้าใครไม่ให้แล้วเป็นคนเลว
อีกอย่างคือ เอาค่ารถค่าน้ำที่มายืนหนวกหูนี่ไปบริจาคเสียเองก็ได้โขอยู่
ตูเป็นคนนึงที่ทำกิจกรรมตลอดตอนอยู่กิจกรรม และเลือกที่จะเขียนจม.ขอการสนับสนุน คือถึงจะไม่ได้เป็นตัวเงินก็จะได้เป็นสิ่งของแทน
ถ้าของพวกนั้นไม่สามารถเอาไปใช่ได้เลย ก็หาวิธีเอาไปเปลี่ยนเป็นเงินอีกที เท่านั้นเอง
เคยของตังค์แล้วได้ชาเีขียวขวดลิตรมาห้าลัง
ยังไม่ทันได้เอาไปขายเลย :30:
ไม่ได้ทำนานแล้ว
แต่ว่ามันมีช่วงปิดงบบริษงบริษัทอะไรซักอย่างนี่แหละ
ช่วงนั้นอด
ไม่รู้โดนหลอกว่าปิดงบรึปิดจริงๆ :30:
ผมว่ามันก็เป็นทางเลือกที่โอเคออกนะครับ
การร้องเพลงขอทุนทำค่าย ตามจตุจักรที่เห็นกันบ่อยๆ ผมก็ว่าน่ารักดี
ผมว่าการเขียนจดหมายขอ ดูไม่ลงทุนอะไรมากกว่าด้วยซ้ำ
อันนี้น่าจะได้ฝึกหลายอย่าง ได้เจอผู้คน สังคม และคนที่อยากจะให้จริงๆ
คนละนิดคนละหน่อย ฝึกความอดทนด้วย นักศึกษาเป็นชนชั้นกลางมีเงิน
คงอายที่จะมาทำอะไรแบบนี้ ลองทำดู ลองทำตัวจนๆขอกันตรงๆแบบนี้ ผมว่าแฟร์ดีออก
อยากให้ก็ให้ ไม่อยากก็ไม่ให้ ทั้งนี้ไม่นับพวกแอบอ้างทั้งหลายนะครับ อันนั้นคนละปัญหา
บูมรับปริญญาผมว่าก็ดี เห็นเค้าได้เยอะกัน คือเป็นวันเรียนจบ
แล้วน้องก็เป็นรุ่นน้อง เอาไปทำงานคณะ ก็น่าให้
แต่ที่ว่ามาทั้งคู่ ก็ไม่เคยทำ ไม่เคยมีด้วยแหละ คือศิลปากรดันไม่มีบูม แล้วก็ไม่มีค่ายชนบทอะไรทั้งนั้น :30:
ปกติคณะจะมีงาน 3 อย่าง ที่หากินใช้กับทุกกิจกรรมได้ทั้งปี
คือปี 1 จัดงานแต๊ง ปี 2 จัดติว 7 วัน แล้วก็ปี 3 จัดงานกิฟต์ นอกนั้นก็ขายของงานจานศิลป์ ก็มีเท่านี้
จริงๆแค่งานกิฟต์ก็ได้เยอะพอทำไรทุกอย่างแล้ว แล้วทั้งหมดที่หามา ก็จะมาลงตอนปี 4 กับซ่อมน้อง+มีตติ้ง เป็นอันจบพิธี
อันนี้แล้วแต่ว่าแต่ละรุ่นจะบริหารได้แค่ไหน อย่างรุ่นผม ยังเหลือเงินหลายหมื่นมาจนจบไปแล้ว
เหของรุ่น ก็เอาไปโปะช่วยงานน้องบ้าง อะไรบ้าง จบมา 5 ปีก็ยังเหลืออยู่ สุดท้ายก็เลยเอาไปบริจาค
แล้วถ่ายรูป ฟอร์เวิร์ดเป็นเม็วบอกเพื่อนๆว่า จบมานานแล้ว กูขี้เกียจจะเก็บแล้ว กูเอาไปบริจาคละนะ :37:
เก้อนั่งแท็กซี่ คงไม่เคยเดินลงบันไดตรงอนุสาวรีย์ แล้วมี นศ. ตั้งแถวล้อมซ้ายขวา
เป็นความรู้สึกที่แย่มากสำหรับคนเดินผ่านแบบตู ไม่ต่างกะที่มีเด็กนร.นั่งทำการบ้านข้างเครื่องช่างนน. :58:
แล้วขอเถียงด้วยว่าการเขียนจม.ขอสปอนเซอร์ ถึงจะลงทุนน้อย (ซึ่งควรจะเป็นข้อดี) แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย
อย่างน้อยก็ได้ฝึกการสื่อสาร การแสดงเหตุผล การโน้มน้าว และการนำเสนอแน่ๆ
จากที่อ่านมาได้หลายแนวคิดเลยครับ ก็คงต้องทำเข้าซักอย่าง ไม่งั้นต้องออกเงินเอง( :3005:)
สงสัยเรื่องการขอสปอนเซอร์ ได้เงินมาแล้วต้องให้เครดิตเขาสักทางนึงไหมครับ เห็นมีช่วงนึงในคณะจะให้โทรหาสปอนเซอร์กัน ถ้าได้ก็จะเอาชื่อสปอนเซอร์ใส่ในสมุดรุ่น เห็นว่าตอนนี้หมดเขตไปแล้วเพราะพิมพ์สมุดรุ่นไปแล้ว :37:
แนบโครงการไปเลยครับ เวลาจัดกิจกรรมเนี่ยมันต้องเขียนโครงการให้คณะอนุญาตใช่มะ อันนั้นแหละ
แล้วถ้าโครงการนี้เคยจัดมาก่อนหน้านี้แล้วก็เอาเรเฟอเร้นส่งไปด้วย
แน่นอนว่าเขาจ่ายตังเขาต้องการอะไรตอบแทนแน่นอน ซึ่งเป็นไปได้หลายอย่าง
เช่น เอาซุ้มไปตั้ง เอาธงไปติด เอาของเขาไปแจก อันนี้ต้องคุยกับเขาดู
ปล. เลือกผลิตภัณฑ์ด้วยนะ ตูเคยของสิงห์ แล้วเขาไม่ให้ (งานคอนเสิร์ต) ด้วยเหตุผลว่าเป็นงานมหาลัย เลยได้บีอิ้งแทน (อดเลย :30:)
ปล.2 ฤดูนี้เหมามากกะการขอสปอนเซอร์ เพราะเพิ่งขึ้นปีงบประมาณ :52:
สำหรับตูก็ไม่ชอบการมาตะโกนพร้อมๆ กันเพื่อขอเงิน
และยิ่งเกลียดการจัดทีมบูมรีดไถบัณฑิต
ดอกจันไว้หน่อยว่ากรุณาดูสีหน้า ความยินยอมของบัณฑิตเองด้วย
ถ้าโอเคก็บูมไป หนุกๆ กัน แล้วก็ไถเงินจากผู้ปกครองได้ตามสะดวก วินวิน
อ้อ ส่วนเรื่องการตั้งซุ้มดักหน้าสถานีรถไฟฟ้าเนี่ย
บักปิงเพื่อนตูเคยเดินผ่านแล้วน้องมันมาตื๊อ ก็ควักเงินหยอดใส่กล่องไปใบนึง
เสี้ยววินาทีก่อนจะปล่อยมือลงกล่องนั้น ก็พบว่าเป็นแบงก์พัน..
ไม่ทันแล้ว..
ถือเป็นตำนานมาจนทุกวันนี้ :30:
ไม่บอกให้น้องทอนล่ะ :30:
ผมเป็นนศ.พวกนั้นผมกลับบ้านนอนเลย :30:
ปล. เรื่องบูมนี่เฉยๆ นะถ้าเป็นน้องคณะตัวเอง.. ไอ้น้องคณะอื่นนี่จะแบบว่า กูไปรู้จักมักจี่กะมึงตอนไหน ตีสิสกูมึงก็ไม่ได้ช่วยสักแอะ จะมาเอาตังกู // ถาปัดศิลปากรไม่มีบูม แต่หาเงินจากศิษย์เก่าได้ง่ายกว่า จากการขายเหล้าเบียร์ :30:
อ้างคำพูดจาก: คาโปเอ็มร่า เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 22:21 น.
ไม่บอกให้น้องทอนล่ะ :30:
ประเด็นคือน้องก็ไม่ทันเห็น :30:
ก็ขอบคุณพองามเหมือนคนให้ 20 บาททั่วไป ใครจะเชื่อล่ะ :30:
ปิดทองหลังพระ :25:
ป๋า :25:
บังเอิญไม่เคยมีประสบการณ์อะไรที่ว่ามาเลย
คนที่มาขอตามสะพานลอย ก็เคยเจอบ่อยนะครับ
แต่ว่าไม่รู้สึกอะไรแฮะ เพราะปกติไม่เคยให้ตังใครในที่สาธารณะเลย
ส่วนบูมนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เคยเห็นแต่ตามงานรับปริญญาเพื่อน ไม่รู้เลยว่าเค้าทำกันยังไง :37:
คือไม่ว่าจะเปรียบยังไง การทำให้คนเค้าอยากให้ตังโดยที่เค้าไม่รู้สึกถูกบีบบังคับเนี่ย
ก็คงมีแต่การขายเบียร์อย่างที่ว่านั่นล่ะครับ ซึ่งไอ้งานๆทั้งหลายของคณะผมที่ว่ามา
เกินครึ่งของรายได้ ก็มาจากค่าขายเหล้าเบียร์ในมหาลัยนี่ล่ะ
เอกสิทธิ์เฉพาะซึ่งที่อื่นไม่อาจลอกเลียน(ความเหี้ย :30:)
เรื่องเปิดหมวก ไม่ใช่แค่ มาตะโกนรับบริจาคครับ
มันมีอะไรมากกว่านั้น
เป็นการบอกสังคมให้รู้ว่า มีชนกลุ่มเล็กๆ กำลังทำงานเพื่อสังคมอยู่
ถ้าคุณเห็นดีเห็นงาม อยากมีส่วนร่วม หรือ ที่เรียกว่าทำบุญในอีกรูปแบบที่ไม่ใช่ทำบุญในวัด
ก็มาจอยกับเรา ไม่จำเป็นต้องให้เป็นเงินก็ได้ คนที่สนใจ ขอเบอร์ติดต่อแล้วส่งเสื้อผ้า หนังสือ ฯลฯ กลับมาที่ชมรมก็มี
หรือบางคน ตามค่ายไปเลยก็มี
คนที่เดินผ่านเพราะอะไรถึงไม่สบายใจ หย่อนเงินลงกล่องซักบาท แค่นี้น้องๆเค้าก็ดีใจกันแย่แล้ว
เงินที่ได้ ไม่ได้เอาไปใช้เองด้วยซ้ำ
งบประมาณมหาลัยมีมาให้ แต่โดนตัดงบแหลก ขอไปหมื่นนึง ได้กลับมาห้าพัน
กับคน สี่สิบกว่าชีวิต ในเวลา 10กว่า วัน
คนทำค่ายอาสา อนุรักษ์ ไม่โดดเด่นเหมือนพวกกิจกรรม ศิลปะวัฒนธรรม การแสดง อะไรนั่นหรอก พวกแบบนั้นขอเท่าไรไปก็ได้ ไม่ต้องไปวิ่งหาเงิน
จม.ขอ เราก็จม.ขอสนับสนุนไป แต่บางทีก็ไม่ได้
อาหารการกินเราก็กินกันอย่างประหยัด โดยไปขอข้าวสารอาหารแห้งนม มาม่าปลากระป๋อง จากวัด
เรียก ว่าเวลาไปค่ายนี่หมู ไก่ เนื้อ นี่ไม่ได้กินกันเลยนะ กินโปรตีนเกษตร กับปลากระป๋อง
เพียงเพื่อ หล่อหลอมจิตสำนึกซักเสี้ยวหนึ่งในชีวิต ว่ายังมีคนที่ลำบากกว่าเรา
ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็หย่อนเงินลงไป เถอะครับ ซัก1บาท หรือ ไม่ก็อย่าดูถูกดูแคลน คนเปิดหมวก ทำค่ายกันเลย
จะมีสักกี่ครุย...ที่ลุยโคลน
ศึกษาปัญหา
พัฒนาบุคคล
พัฒนาสังคม...
ค่ายอาสาพวกผมขอวัสดุก่อสร้างเลยครับ ได้ง่ายมากกว่าขอเงินมากๆ แล้วก็ไม่ต้องโฆษณาให้เขาด้วย
ลำบากตอนไปเอาของเท่านั้นแหละ แต่ก็มีวิธีคือไม่รับที่กรุงเทพครับ ไปรับที่ตัวเมืองที่ใกล้ที่สุดเลยแทน
วิธีไปรับ ก็ใช้รถของครูตชด.นั่นแหละครับ
ผมเข้าใจเรื่องที่ตั้งพยายามจะบอกนะ แต่ผมรู้สึกไม่ดีทุกครั้ง ที่ถูกทำให้รู้สึกว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจ่ายเงินครับ
การทำค่าย ไม่ใช่ เป็นการเอาของไปให้ มอบ ถ่ายรูป เฮ จบ
เราเข้าไปศึกษาปัญหาท้องถิ่น อย่างปัญหา ช้างเร่ร่อน
ชมรมผมทำกันมากว่าสิบกว่าปี
ชาวบ้านบอกว่า ช้างไม่มีอาหารกิน จึงต้องเอาช้างเข้ากรุงเทพ เราก็ประสานงาน นักวิชาการ
เลยทำเรื่อง ปลูก หญ้าแฝก หญ้ากล้อง หญ้าปากหวาย ซึ่งเป็นหญ้าที่เจริญเติบโตเร็ว เพียงแค่เอาไปปลูกในไร่ของตัวเอง หลังบ้าน ช้างก็จะมีอาหารกิน
แต่พอเราไปทำแปลงสาธิต ชาวบ้านก็แค่มาตัดๆ เอาไปให้ช้างกิน
ไม่ยอมเอาไปปลูก แล้ว ก็พาช้างเข้ากรุงเทพเหมือนเดิม
แต่ทางชมรมก็ไม่ลดละ ทำมาสิบปีแล้วไม่สำเร็จ ปีที่11 12 จะพยามต่อไป เราจะเข้าถึงชาวบ้าน เพื่อให้ปลูกหญ้าให้ช้างกิน
เพื่อจะได้กำจัดปัญหาช้างเร่ร่อนนี้ให้จงได้
:46: ขนาดนี้นี่ขอแสดงความนับถือ
แต่ยังรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่โดนล้อมหน้าล้อมหลังให้จ่ายเงินจริงๆ :37:
ถ้าตามที่ตั้งพูด เรื่องที่ว่า เป็นเรื่องดีที่จะให้คนในสังคมรู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งทำอะไรดีๆ อยู่ ผมอยากให้เปลี่ยนวิธีการนำเสนอจริงๆ นะ
เอ้อ ผมก็เข้าใจอย่างที่ตั้งอธิบายนะ
ความไม่ชอบของเราที่มีคนมาตะโกนขอ หรือถูกคุกคามอะไรแบบนั้น
มันไม่น่าจะสำคัญพอจะไปบั่นทอนความตั้งใจของเขานะครับ โดยที่เราไม่เข้าใจข้อจำกัดของเขา
(ในกรณีคนที่ตั้งใจจริง ซึ่งก็ดูออกไม่ยากหรอก) คนที่จะลุกมาทำแบบนี้มันน้อยยิ่งกว่าน้อยอยู่แล้ว ไม่ควรไปบั่นทอน
อย่างที่ว่า ชนชั้นกลางแบบนักศึกษาต่อให้ใช้วิธีอะไร แต่ถ้าออกมาทำอะไรที่เปื้อนๆอายๆแบบนี้มั่งยังไงมันก็ดี
เอาจริงๆแล้วมันคงไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะมันปัญหาเชิงโครงสร้างเหมือนที่ตั้งว่า
จะว่ามันเป็นการแก้ปัญหาแบบเข้าข่ายสลิ่มก็พอรู้นะ (หมายถึงการออกค่ายช่วยโรงเรียนหนึ่ง
แต่ปัญหาทั้งมวลของสังคมที่ทำให้โรงเรียนทั้งหลายขาดแคลนยังคงอยู่อย่างเดิม)
แต่เงินที่จ่าย น่าจะเรียกว่าไปสร้างคนดีๆ มีความตั้งใจดีๆให้สังคมมากกว่า
จริงๆก็ไม่น่าต้องไปกังวลเรื่องสลิ่มหรืออะไรหรอก ถ้าเราคิดว่าสิ่งนี้ดีแล้วพิจารณารอบคอบแล้ว
ก็ทำๆไปนั่นแหละ ไม่ต้องไปฟังคำคน อย่าสนใจใคร อย่าเปลี่ยนแนว :12:
ความคิดเห็นดี ๆ ทั้งนั้นเลย :25:
แต่ที่ผมกับบักเคนต้องหาเงินไปนี่ แค่ค่ายรับน้องเองครับ :47: :47:
คือชาวบ้านไม่ยอมปลูกจริงๆนะ แล้วก็บอกว่าช้างไม่มีอาหารกิน
ติดต่อผ่านผู้ใหญ่บ้าน อบต. ไม้แข็ง บังคับ ทุกวิถีทางแล้ว
ไม่รู้รุ่นน้อง จะสานงานต่อไปยังไงบ้าง :16:
มาเซ็นสำเนาถูกต้อง คห.บักเก้อ :47:
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 23:54 น.
คือชาวบ้านไม่ยอมปลูกจริงๆนะ แล้วก็บอกว่าช้างไม่มีอาหารกิน
ติดต่อผ่านผู้ใหญ่บ้าน อบต. ไม้แข็ง บังคับ ทุกวิถีทางแล้ว
ไม่รู้รุ่นน้อง จะสานงานต่อไปยังไงบ้าง :16:
ผมนึกถึงโฆษณาขอโทษปท.ไทยเลย
คนบางคนรอความช่วยเหลืออย่างเดียว
อ้างคำพูดจาก: ต๊อป เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 23:54 น.
แต่ที่ผมกับบักเคนต้องหาเงินไปนี่ แค่ค่ายรับน้องเองครับ :47: :47:
จัดงานโฮมแล้วขายเหล้าครับ จะได้ตังพอทำกิจกรรมยิบย่อยไปเกือบทั้งปี :47:
งานค่ายรับน้องของคณะตัวเองไปสนุกกันนี่นะ
วุ้ย เผลอสาธยายไปตั้งเยอะ :07:
นั่นแหละ งั้นกลับไปที่หลอกตังรุ่นพี่ครับ
ง่ายสุดคือขายเหล้าเบียร์ แน่นอนว่าต้องน้องๆ เอ๊าะๆ สาวๆ เท่านั้น :51:
อ้างคำพูดจาก: อนินทรีย์แดง เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 23:54 น.
จัดงานโฮมแล้วขายเหล้าครับ จะได้ตังพอทำกิจกรรมยิบย่อยไปเกือบทั้งปี :47:
กลัวจะขายไม่ได้สิครับ
เพราะมีงานโฮมไปแล้ว :47: :47:
ถ้าค่ายรับน้อง เก็บตังค์กันเองนั่นแหละง่ายสุด :58:
อ่านเจอที่ไหนไม่รู้จำไม่ได้ มีควาญช้าง มาเร่ขายอ้อย ตามร้านอาหาร
พี่คนนี้แก ก็ถามว่า อ้อยถุงเท่าไร
ควาญช้าง ก็ตอบว่า ถุงละยี่สิบ
งั้นผมให้พี่ห้าสิบ แต่ผมไม่เอาอ้อย แล้วผมให้พี่อีกร้อยนึง ฝากซื้อ แตงโม ที่ร้านผลไม้ให้พังน้อย ด้วย
กินแต่อ้อยทั้งวัน เดี๋ยวมันก็เยี่ยวเป็นน้ำตาลหรอก
:12:
อ้า่ว งานรับน้องเหรอ
โห่
อุตส่าห์ดราม่า
ไปเก็บตังกันเองเหอะ ไม่ต้องไปเปิดหม่งเปิดหมวกร๊อก ร้อน เสียเวลา เดือดร้อนคนผ่านไปผ่านมาด้วย เกะกะขวางทาง
อ้างคำพูดจาก: ต๊อป เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 00:01 น.
กลัวจะขายไม่ได้สิครับ
เพราะมีงานโฮมไปแล้ว :47: :47:
จัดใหม่แบบลับๆ จ้างโคโยตี้ด้วย.. :47:
ที่กลัว นศ มาตะโกนดักตามทางขึ้น BTS นั้น มี 2 ประเด็น
1. กลัวมิจฉาชีพ อันนี้คนรู้จักเจอมากับตัว ก็เลยกังวลไว้แล้วด่านนึง
2. เอ็งน่าจะทำอะไรฮาๆ ขึ้นมาสักหน่อยนะ ไม่ใช่มายืนพูดพร้อมๆ กันแบบนี้
เหมือนกรณีวณิพกกับขอทานนั่นแหละครับ
ถ้าเป็นดนตรีตาบอดท่าช้างเวลาเดินผ่านแล้วเขาเล่นเพลงโลโซ ตูจะให้ เป็นค่าดนตรี
แต่ถ้าแบบขอทานนั่งขอเปล่าๆ อันนี้ไม่มีนโยบายจะให้
(นี่ไม่ได้เปรียบ นศ เป็นขอทานนะ เดี๋ยวยดราม่ากันอีก)
อ้อ เคยไปเดินตลาดอัมพวา เด็กศิลปากรไปพูดพร้อมๆ กันธรรมดาๆ ทื่อๆ นี่แหละ
คือธณรมดามากๆ แต่ก็ให้ไปร้อยนึงเพราะมันศิลปากร :30: ไม่มีเหตุผลอะไรเลย
ถ้าแต่งตัวแบบเด็กจิตรกรรมตอนชนช้างนะ ไปยืนเฉยๆ ผมก็ให้ได้ ไม่ต้องคิดเลย จะเอาตังไปกินเหล้าก็ไม่ว่า :30:
เกษตร กะหล่งป๊งมา ผมก็ไฮ้ :30:
อ้างคำพูดจาก: ต๊อป เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 00:01 น.
กลัวจะขายไม่ได้สิครับ
เพราะมีงานโฮมไปแล้ว :47: :47:
ขายบุหรี่ที่ IC สิ
ขายดีแน่ :37:
มอ นี้ร่อนจดหมายอย่างเดียวเลยแหะ เปิดหมวกก็เปิดในมหาลัยกันเองขำๆ
เพราะเด็ก มอ. กินน้ำชา กินข้าวที่ไหนนี้ ไปขอสปอนเซอร์หมดเลย :47:
ผมไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการที่นักศึกษาทำค่ายเพื่อสังคมนะครับ
แต่ผมรู้สึกว่าที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นความพยายามที่น้อยเกินไป
ใครจะว่า นี่เป็นการพยายามที่เยอะแล้วสำหรับลูกคุณหนูในรั้วมหาลัย
หรืออะไรก็ตาม แต่ระดับความความรู้สึกของสัมคม ผมว่าก็ยังน้อยเกินไป
ไม่ต้องถึงกับการแสดงก็ได้ครับ ถ้ามีความคิดดีๆ ก็ครีเอทกันซักหน่อย
รวมกันทำการ์ดหรืออะไรก็ได้เป็นของที่ระลึกให้คนให้ก็ยังดี ดีกว่าถือกล่อง ประกาศตัวปาวๆ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 14:49 น.
ผมไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการที่นักศึกษาทำค่ายเพื่อสังคมนะครับ
แต่ผมรู้สึกว่าที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นความพยายามที่น้อยเกินไป
ใครจะว่า นี่เป็นการพยายามที่เยอะแล้วสำหรับลูกคุณหนูในรั้วมหาลัย
หรืออะไรก็ตาม แต่ระดับความความรู้สึกของสัมคม ผมว่าก็ยังน้อยเกินไป
ไม่ต้องถึงกับการแสดงก็ได้ครับ ถ้ามีความคิดดีๆ ก็ครีเอทกันซักหน่อย
รวมกันทำการ์ดหรืออะไรก็ได้เป็นของที่ระลึกให้คนให้ก็ยังดี ดีกว่าถือกล่อง ประกาศตัวปาวๆ
กฎหมู่ครับพี่จักรี
"ผมว่าเราน่าจะทำการ์ดทำของที่ระลึกให้คนที่มาบริจาคให้เราหน่อยนะ แล้วไปหาที่นั่งกันเป็นหลักเป็นแหล่งเลยก็ได้" :42:
"จะลำบากเดือดร้อนขนาดนั้นไปทำไม ยืนตามบีทีเอสอะไรแค่นี้ก็โอเคแล้วนี่แก" :22:
หนึ่งในสิบล้านตัวอย่างที่ผมและเพื่อนที่ มธ. เจอมากับตัว :08:
มันเป็นวัฒนธรรมนิสิตไทยแล้วใช่ไหม :08:
ตอนเรียนตูก็เซ็งระบบประชาธิปไตยเหมือนกัน
จบออกมาได้เห่ยทุกที
สตรีธิปไตยครับ เดี๋ยวนี้
ไม่กดบีบีแล้วเงยหน้ามาไม่รู้อะไรเลย :09:
ก็คุยกะเพื่อนเรื่องสัพเพเหระเล่นมุขภายในไปเรื่อย แล้วก็ "โอเคงั้นเอาอย่างนี้นะ" แล้วก็พูดๆ เพื่อนทุกคนเห็นด้วยเอ้าจบแยกย้ายไปยกของได้ไอ้พวกผู้ชายทั้งหลาย :05:
นี่แหละที่ผมกำลังคิดว่า นักศึกษาที่คิดง่ายทำง่ายแบบนี้มีใจหรือมีจิตสำนึกที่จะช่วยสังคมแรงกล้าแค่ไหน
ถ้าเป็นนักศึกษาอย่างที่ตั้งว่า ผมเห็นว่า พวกเขาเหล่านั้นทำได้แน่ และ กฏหมู่ที่กิ้งว่า ก็จะไม่ออกมาง่ายๆ
สมัยตูไปทำที่อื่นครับ คณะไม่เวิร์ค ไปหาชมรม ไปคณะอื่น ไปหาเอ็นจีโอจริงๆ
ไม่เวิร์คซักอัน ไม่ทำแม่งละค่ายอาสา ทำละครวาดรูป สายลมแสงแดดดีกว่า :58:
ผมก็หวังว่าน้องเคนจะได้ข้อคิดไปคิดกับเพื่อนๆ เยอะๆ นะ ถ้าจะทำกล่องบริจาคตามสะพานลอยจริง
ขอความครีเอทีฟให้สมกับที่เป็นนักศึกษา นิดนึ่ง ไม่ได้จะให้ลำบากมาก ก็ดูเอาละกันนะ
ว่าสมควรจะพิจารณาในแง่ไหน ถึงจะเหมาะ พี่ก็เสนอ ว่า ถ้าจะทำจริงๆ มีเรื่องให้ สร้างสรรค์เยอะอยู่นะ
เช่น ทำสมุดลงนาม ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ได้เขียนให้กำลังใจเด็กๆ ในชนบทที่เราจะไป หรือ อะไรก็แล้วแต่ จะให้ของที่ระลึกกับเขาหน่อย หรือไม่ก็แล้วแต่อีก แล้วก็เอา ข้อความเหล่านั้นทำเป็น สคส. มอบให้ โรงเรียนที่เราจะไปให้เขาเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรืออาจจะทำเว็บ(หรือเว็บมหาลัย) เก็บผลงานและก็อาศัยเป็นช่องทางในการช่วยเหลือต่อเนื่องก็ยังได้ ดีกว่าไปให้ๆ แล้วก็กลับ คนที่เขาให้ของบริจาค ก็จะได้ตามไปติดตามผลงานในเว็บด้วย ตามไปส่งกำลังใจหรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างไงซะ ก็ยังดูเป็นระบบและก็สื่อถึงความตั้งใจจริง ได้ดีด้วยครับ ....
แล้วเวลาเขียนขอสปอนเซอร์ ยังทำได้ง่ายอีกด้วย
อ้างคำพูดจาก: ต๊อป เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 23:54 น.
ความคิดเห็นดี ๆ ทั้งนั้นเลย :25:
แต่ที่ผมกับบักเคนต้องหาเงินไปนี่ แค่ค่ายรับน้องเองครับ :47: :47:
เป็นจู๋ที่เป๋ไปทางซีเรียสเฉยเลย เป็นเว็บอื่นดราม่าไปแล้ว :30:
ปล. เวลาทำงานรุ่นตูไม่ให้โวตครับ ตูใช้ระบบสรุปกันมาก่อนแล้ว แล้วมาแจ้งให้ทราบง่ายดี
ถ้าจะค้านก็ค้านตรงนั้น แต่ส่วนใหญ่ตูดีเฟนได้เกือบหมดแหละ :30:
เอาเป็นว่า เสนอความเห็น เผื่อคนอื่นจะทำละกันนะ แถไปเลย ฮ่าๆ
ว่าแต่ การขอทุนรับน้องนี่ มันมีด้วยเหรอครับ คือ
ไม่ใช่อะไร คืออยากรู้ว่าการขอทุน หรือหาทุนรับน้อง
นี่มันยืนขอตามสะพานลอยหรือที่สารธารณะกันด้วยเหรอ
แล้วใช้เหตุผลอะไรให้คนบริจาคอ่ะ หรือว่าจริงๆ แล้วไม่มี
ส่วนถ้ามีวิธีการเขียนขอสปอนเซอร์นี่ ก็อยากรู้เหมือนกันว่า ทำได้จริงหรือเปล่าอ่ะ
ถ้าวิธีการจริงๆ ที่มองเห็นน่าจะเป็นขายของ หรือไม่ก็ใช้วิธีการบักเจี้ยมน่าจะเวิร์คสุดละ
ใช้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้มชายฝั่งบังหน้า
ขอสปอนเซอร์ร้านรวงต่างๆ ตามคอนเนคชั่น
ให้เท่าไหร่ก็เอาหมด
แปะป้ายโฆษณาร้านให้ตามรถราและในคณะ
และแล้วเราก็จะได้ปุ๋ยใส่โคนต้นไม้ริมชายฝั่ง :25:
ตอนเป็นรุ่นพี่ เคยหาเงินโดยการ ขายของ
กับเก็บเงินสมาชิกกรุ๊ป เพื่อหาเงินมารับน้อง
คือก่อนหน้านี้มันทีค่ายอยากเป็นหมอของคณะครับ
แต่ค่ายจบไปแล้ว เอาตรงนั้นไปเขียนขอไม่ได้แล้ว
แต่ยังต้องหาเงินต่อ เพราะ เรื่องค่ายอยากเป็นหมอเงินของหลาย ๆ กลุ่ม ยังไม่ได้จ่าย เพราะได้ยังไม่ครบ
แล้วก็ยังมีค่ายรับน้องอีก :47:
อ้างคำพูดจาก: เจี้ยม เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 17:45 น.
ใช้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้มชายฝั่งบังหน้า
ขอสปอนเซอร์ร้านรวงต่างๆ ตามคอนเนคชั่น
ให้เท่าไหร่ก็เอาหมด
แปะป้ายโฆษณาร้านให้ตามรถราและในคณะ
และแล้วเราก็จะได้ปุ๋ยใส่โคนต้นไม้ริมชายฝั่ง :25:
อย่าลืมถ่ายรูปนะ
รูปตอนไปถึง เป็นรูปหลังพัฒนาชายหาดแล้ว
รูปตอนก่อนกลับ ให้เป็นรูปตอนยังไม่ถูกพัฒนา :30:
อย่าว่าแต่ค่ายนักสึกษาที่ไม่ค่อยมีตังค์เลย
ขนาดค่ายของเอกชนหรือรัฐที่งบหนาๆ หลายๆ โครงการ
ยังทำห่าอะไรเป้นชิ้นเป็นอันไม่ได้
แล้วสุดท้ายก็ถ่ายรูป
อ้างคำพูดจาก: ต๊อป เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 18:01 น.
คือก่อนหน้านี้มันทีค่ายอยากเป็นหมอของคณะครับ
แต่ค่ายจบไปแล้ว เอาตรงนั้นไปเขียนขอไม่ได้แล้ว
แต่ยังต้องหาเงินต่อ เพราะ เรื่องค่ายอยากเป็นหมอเงินของหลาย ๆ กลุ่ม ยังไม่ได้จ่าย เพราะได้ยังไม่ครบ
แล้วก็ยังมีค่ายรับน้องอีก :47:
อ้างเรื่องงานแสดงละคร X ดราม่าได้มั้ย :47:
(งานนี้คนในคณะจะแสดงละครเวทีกันจริง ๆ ขายบัตรกันจริง ๆ ทำชุดเอง ทำฉากเอง ทำทุกอย่างเองหมด แต่ไม่รู้เขาจะให้เวลาไปขอทุนให้งานนี้ทีหลังหรือเปล่า)
มันทำตอนปีสามเนี่ยซิ :47:
เออลืม :47: :47: :47: