หลังจากสมัครงานอย่างบ้าคลั่งมาหลายเดือน :38:
ตอนนี้ได้งาน 2 งาน เป็นงานที่อยากทำทั้งคู่ คือ
1. อาจารย์
2. นักวิจัย
ขอเล่าก่อน อาจจะยาวซักนึดหนึง
ช่วงแรกอยากเป็นอาจารย์มาก เพราะอยากจะทำงานวิจัย เพราะงานวิจัยสนุกดี ได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ
เลยอยากเป็นอาจารย์ เพราะจะได้ทำงานวิจัยที่ชอบ งานก็ไม่น่าจะหนักมาก ขึ้นอยู่กับตัวเรา ขยันขอทุนวิจัย
แต่อาชีพอาจารย์ก็อย่างที่หลายคนรู้ เป็นอาชีพที่เงินเดือนน้อย แล้วตอนนี้มีนโยบาย ต่อสัญญาจ้างงาน
ทุกๆ 5 ปี คือต้องถูกประเมินคุณภาพงานวิจัย ถ้าไม่ผ่านเค้าก็ไม่ต่อสัญญา ก็เลยกังวล
ส่วน :21: ก็เป็นบริษัทที่น่าทำมา งานก็ดี เงินก็ดี งานก็ได้ทำวิจัยที่เราชอบ แถมได้ใช้งานจริง ได้เห็นของจริง
ได้งบทำวิจัยที เป็นสิบเป็นร้อยล้าน ซึ่งในมหาลัยไม่มีทางทำได้แน่นอน สวัสดิการก็ดี แต่ก็เงินที่มากขึ้น
ก็ต้องทำงานที่มากขึ้น ตามเงินที่ได้
ทีนี้ชาวฟร้อน ช่วยวิเคราะห์ที ว่าที่ไหนข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
จะได้เอาข้อมูลมาตัดสินใจ ก่อนวันจันทร์นี้ครับ
ปล. ห้ามบอกว่าเลือกที่อยากทำ :11: เพราะอยากทำทั้งคู่เลย
เชียร์ ปตท :07: :07:
เป็นพนง.ปตธ. งานดีเงินดีสวัสดิการดี ส่งผลไปถึงยันลูกหลาน (รวมถึงพี่สาวสบายด้วย :49:)
แล้วไปสมัครเป็นอาจารย์พิเศษ ค่าจ้างเป็นคลาส คิดแล้วเยอะกว่าอาจารย์ในคณะ
เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานจริง ได้เครดิตเป็นอาจารย์ ไม่ถูกประเมินเพราะไม่ใช่ลูกจ้าง
ถ้าอยากทำทั้งคู่ก็ ปตท เถอะครับ
เงินเยอะกว่าก็ดีกว่า
อ้างคำพูดจาก: ☼บวบงัฟ☼ เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 11:24 น.
เป็นพนง.ปตธ. งานดีเงินดีสวัสดิการดี ส่งผลไปถึงยันลูกหลาน (รวมถึงพี่สาวสบายด้วย :49:)
แล้วไปสมัครเป็นอาจารย์พิเศษ ค่าจ้างเป็นคลาส คิดแล้วเยอะกว่าอาจารย์ในคณะ
เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานจริง ได้เครดิตเป็นอาจารย์ ไม่ถูกประเมินเพราะไม่ใช่ลูกจ้าง
ถูกใจที่สุด บวกๆ :30:
ปตท เลยครับพี่โบว์จะได้เลิกบ่นว่าเงินไม่พอใช้ :56:
ต๊าย อีเลือกได้ อีฉลาด :1105:
อ้างคำพูดจาก: เบลซ่าป่วนโลก เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 11:28 น.
ปตท เลยครับพี่โบว์จะได้เลิกบ่นว่าเงินไม่พอใช้ :56:
บวกๆ ค่ะ แนวคิดดีที่สุด :30:
ต่อไปก็ไม่ใช่แค่กล้องแล้วนะ รถสักคัน+บัตรเครดิตน้ำมัน :56:
ปตท ครับ
พอมีประสบการณ์การทำงานจริงสักหลายๆ ปี
แล้วค่อยมาเป็นอาจารย์ก็ยังไม่สาย
ถึงตอนนั้นน่าจะทำให้เรารู้รอบและลึกกว่า
การเป็นอาจารย์ที่ไม่เคยทำงานจริงมาก่อน
ส่วนเรื่องงานหนัก คงไม่หนักไปกว่าตอนทำวิจัยให้ได้ Ph.D. หรอกมั๊งครับ :42:
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ปตท. เลยค่ะ :30: :30:
เบียร์ไปช่วยแม่ขายขนมในตลาดเหมือนเดิมเถอะ เริ่มสงสารละ :44:
แฟนอยากให้เปิดที่สอนพิเศษ มันก็กลัวว่าถ้าทำ ปตท จะไม่มีเวลามาทำที่คิดวานฝัน กันไว้
แล้วถ้าทำ ปตท แล้วมาเป็นอาจารย์จะยากไหมว่า เพราะกว่าจะงานอาจารย์ก็ไม่ได้กันง่ายๆ
เค้าเล่นกำลังภายในกันเยอะ
มาทำอาร์เอส :45:
เป็นอาจารย์ กด undo ยาก
เป็นนักวิจัย จบโปรเจกต์ปั๊บ มีตังค์แล้ว ออกได้เลย
ระหว่างนั้นหาช่องเอาไว้เตรียมเป็นอาจารย์ได้ตลอดเวลาเลยนะ
แถมมีเครดิต ปตท มาแล้วด้วยเอ้า
(ยังไม่ได้ให้รายละเอียดใช่ไหมว่างาน ปตท นี่ตรงสายกับ thesis ที่จบมามากๆ :12:)
:30: :30: :30:
ปตท ซิ ทำซักปีสองปีแล้วจะออกมาทำตามฝันก็ไม่สายหรอก มีเงินใช้สบายด้วย :58:
ทำ ปตท ได้เงินเก็บๆๆแล้วก็ออกมาเป็นอาจารย์ จบ ดร. ด้วยนิ รวยเละ :07:
ทั้งเป็นคนสอน ทั้งเป็นวิทยากรณ์ เดือนนึงหลายแสนเลย
แต่ ปตท เถอะนะ :30:
สิ้นปีที รอโบนัสเข้า :40:
อ่านแล้วเหมือนพี่เบียร์อยากเป็นอาจารย์เลย
ถ้าเป็นครูแล้วได้สวัสดิการแบบรัฐ เต็มเม็ดนี่ เชียร์ครู
ให้เหตุผลไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม สงสัยที่บ้านผมออกแนว
ทำงานแนวรัฐๆ กันหมดมังครับ :42:
ปตท ครับ
เมื่อมีความรู้และประสบการณ์ มากมาย
เราอยากจะไปเป็นอาจารย์ที่ไหน อย่างไร
ก็สามารถทำได้ครับ
เอกฉันท์ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: เบียร์ซาบซ่า ! เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 11:44 น.
สิ้นปีที รอโบนัสเข้า :40:
ซื้อเครื่องวีออสได้อีกตัวเลย :58:
ปตท ค่ะ
ทำงานเก็บเงินก่อน
พยายาม ตัดขาดครอบครัวสักห้าปีสิบปี โดยเฉพาะฝั่งพี่สาว
รับรองมีเงินเก็บตรึม :30:
อ้าวๆ
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 11:46 น.
อ่านแล้วเหมือนพี่เบียร์อยากเป็นอาจารย์เลย
ถ้าเป็นครูแล้วได้สวัสดิการแบบรัฐ เต็มเม็ดนี่ เชียร์ครู
ให้เหตุผลไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม สงสัยที่บ้านผมออกแนว
ทำงานแนวรัฐๆ กันหมดมังครับ :42:
จริงสวัสดิการ มศว เค้ากำลังมีเรื่องมีราวกัอยู่ครับ เพราะเดี๋ยวนี้ มหาลัยต้องการออกนอกระบบ
ถึงต้องต่อสัญญาจ้างงานทุกๆ 5 ปี ไม่ได้ต่อตลอดชีพเหมือนเมื่อก่อน แล้วต้องทำผลงานทางวิชาการให้ได้
ตามเป้าของมหาลับ เช่น ต้องได้ ผศ รศ เมื่ออายุงานได้กี่ปี
แต่พวกการรักษาพยาบาล นี่ที่ ปตท รู้สึกจะดีกว่า ที่ มศว อีกนะ
อ้างคำพูดจาก: ChubbyPook เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 11:58 น.
ปตท ค่ะ
ทำงานเก็บเงินก่อน
พยายาม ตัดขาดครอบครัวสักห้าปีสิบปี โดยเฉพาะฝั่งพี่สาว
รับรองมีเงินเก็บตรึม :30:
น่าคิด :30:
โบว์ให้มาเล่าชีวิตอาจารย์ :37:
เป็นลูกอาจารย์ แล้วเพื่อนๆ น้องๆ ก็เป็นอาจารย์เยอะ
จริงๆ ต้องถามตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกว่ารักทำงานเป็นอาจารย์จริงๆ ไหม เพราะเริ่มแรก งานหนัก เงินน้อย แน่นอน
นอกจากต้องสอนหนังสือ ก็ต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ทำวิจัย และเผยแพร่งานค้นคว้าของตัวเองให้เป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะเขียนบทความ หรือเขียนหนังสือ
หลังจากเป็นที่รู้จักของสังคม ไม่ว่าจะแวดวงวิชาการ หรือในสาธารณะ ชื่อเสียงและงานก็จะวิ่งเข้ามาหาเอง
ก็จะเริ่มได้รับเชิญไปทำงานในองค์กรต่างๆ เป็นกรรมการ เป็นที่ปรึกษา เป็นวิทยากร เป็นอาจารย์พิเศษมหาลัยอื่นทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ (ทั้งที่ได้เงินดี ได้เงินพอกิน และการกุศล)
นอกจากเงินเดือนอาจารย์ ได้ค่าผู้เชี่ยวชาญเพิ่ม แล้วก็มีเงินเพิ่มจากการเป็นวิทยากร เป็นกรรมการต่างๆ
เดี๋ยวค่อยมาเล่าว่าคุณพ่อทำงานอะไรบ้าง... ไปกินข้าวก่อน
โอว เปิดตำนานป้าหน่อย :25:
แล้วถ้าผมอยากทำงาน ปตท. จะต้องไปที่ไหนอย่างไงเหรอครับ เห็นคนเชียร์กันจัง ป.ตรี ที่ ปตท.จะได้กี่แสนครับ :25:
เชียร์ปตท.ฮร่ะ
เป็นอาจารย์เรื่องเยอะจริงอะไรจริง
1. ไหนจะต้องสอน ทำแผนการสอน เตรียมแล็บให้เด็ก ตรวจการบ้าน รายงาน ออกข้อสอบ ตรวจข้อสอบ รวมคะแนน คิดเกรด ทำผลงาน
2. แล้วก็ต้องทำมาตรฐานนั่นโน่นนี่ หลายสิ่งหลายอย่างมาก
3. มีงานบริการสังคมอีก ต้องจัดค่าย ใช้เวลาเสาร์อาทิตย์อันสุดแสนมีค่า แล้วก็ต้องสรุปรายงานโครงการ เพื่อให้มีผลงานเอาไปทำมาตรฐานในข้อ 2
4. ต้องโดนบังคับไปอบรมการทำสารพัดมาตรฐาน (เปลี่ยนทุกปี)
5. ทุนวิจัย มหาวิทยาลัยมีให้ไม่เยอะ ถ้าอยากได้ก็ต้องขอข้างนอก เขียน proposal แล้วรอผลสามชาติกว่าจะได้ทำ
แล้วเวลาเบิกตังค์มาใช้ก็ไม่ได้อิสระ ต้องเขียนว่าเบิกอะไร เอาไปทำอะไร ใช้งบส่วนไหน เท่าไหร่อย่ามาตุกติกถึงแม้ว่าจะเป็นเงินทุนของเรา
6. ไปอบรมหรือสัมมนา เบิกค่าที่พักได้ไม่เกินคืนละ 1000 บาท เบี้ยเลี้ยงได้วันละ 180 บาท โอทีชั่วโมงละ 50 บาท
เสาร์อาทิตย์ไหนได้หยุดนั้นสุดแสนจะมีค่า ใครว่างานอาจารย์สบาย :07:
ไปทำงานปตท. แล้วมาเป็นอาจารย์พิเศษรายชั่วโมงดีกว่า ได้ค่าวิทยากรดีกว่าเป็นอาจารย์สอนทั้งอาทิตย์อีก :07:
รู้สึกทุกคนเชียร์ ปตท
แต่ผมก็คิดเหมือนกัน ไปเจองานของจริงก่อน ถ้าอยากมาเป็นอาจารย์ก็จะมองเห็นอะไรที่กว้างกว่า
เพราะเป็นอาจารย์เลย มุมมองก็ไม่ต่างกับเรียนเอกซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็มาจากตำราท้ังสิ้น
ไม่มีการเห็นของจริง งานจริง
ปตท.
ตึกใหม่สวยดี :37:
ตกกะใจที่อ่านของดาแล้วเจอว่า ต้องเตรียมทำเล็บให้เด็ก :30:
กลับไปดูอีกรอบเลย นึกว่าพิมพ์ผิด :37:
ปตท.หน่วยวิจัยเค้าอยู่ที่ไหนอะคะ กทม.ป่าว
อ้างคำพูดจาก: ดาดี๊ด๊า เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 12:24 น.
กลับไปดูอีกรอบเลย นึกว่าพิมพ์ผิด :37:
ปตท.หน่วยวิจัยเค้าอยู่ที่ไหนอะคะ กทม.ป่าว
ที่ศูนย์วิจัย ปตท วังน้อยครับ
บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้มองลึกอะไรนะคะ
ส่วนที่บอกว่าการเป็นอาจารย์ต้องใช้กำลังภายใน
จริงๆอรว่ามันก็มีกันในเกือบทุกที่ ทุกสายงานล่ะค่ะ
ถ้ามองในแง่ว่าจะทำงานที่ตัวเองรัก ไม่ห่วงเงินเดือน ก็เป็นอาจารย์
แต่ถ้าได้สวัสดิการกับตำแหน่งข้าราชการที่บ้านก็สบายไปด้วย
กรณีที่ผลงานดี ก็อาจจะได้หลายๆอย่างเพิ่มเติมในชีวิต
(ชื่อเสียงในแวดวงงานวิจัย ความน่านับถือ)
แต่ถ้าอยากได้ประสปการณ์ ได้เงินเลี้ยงครอบครัว ก็ปตท.
ดีไม่ดีจะได้คอนเนคชั่นกับคนที่ทำงานในนั้นให้ช่วยเหลือในอนาคตด้วย
ต่อไปจะทำอะไรก็น่าจะสะดวกสบายในระดับหนึ่ง
แต่ในแง่ชื่อเสียงอาจจะไม่ได้มาง่ายเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายเราก็คือนักวิจัยของบริษัท
เครดิตอาจจะไม่ดีเท่าอาจารย์นัก เพราะมันเป็นงานวิจับทำให้บริษัท
ลุงของอรทำงานกับบริษัทปิโตรเคมีเหมือนกัน
(จำรายละเอียดไมไ่ด้ว่าบริษัทไหนยังไง)
แต่เหมือนตอนหลังได้ย้ายไปทำงานที่อเมริกา
ตอนนี้ก็กลับมาทำงานที่ระยอง (แต่ได้เงินเดือนเป็นดอลล่าห์)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น... ทั้งสองงานอาจจะทำให้มีเวลากับครอบครัวน้อยลง
สรุปเชียร์ปตท.เหมือนกันนะ.. มันน่าจะได้หลายอย่างกว่า
แล้วจะย้อนกลับมาเป็นอาจารย์ก็คงไม่ลำบากอะไร
(ต่อให้ไม่ได้เป็นเต็มตัว ก็ได้เป็นอาจารย์พิเศษอย่างที่คนอื่นว่ากันแล)
มันต้องเจอของจริงครับ
ถึงจะมัน :30:
เอาจริงๆ คือตอนเรียนกับอาจารย์ที่เคยทำงานในอุตสาหกรรมเทือกนี้มาก่อนแล้วค่อยออกมาสอนเนี่ย
สนุกกว่าอาจารย์ที่เป็นอาจารย์มาตั้งแต่จบ
ประสบการณ์บางอย่างมันเอามาโยงกับเนื้อหาในคลาสได้
ปตท. เถอะครับ แค่ ป.ตรีก็ได้เยอะแล้ว นี่ ดร. จะได้ซักเท่าไหร่นะเนี่ย :30:
โดนตัดหน้าสาม
อาจารย์มหาลัยเดี๊ยวนี้ไม่ได้เป็นข้าราชการแล้วนะ :05:
ผมเชียร์ ปตท.สผ.เลยครับ เบียร์
ไปอยู่อ่าวไทย น่าจะได้เจอของจริง รับรองกลับมากล้ามเป็นมัดๆ :30:
เป็นครูพละ ได้สบายเลย
เป็นอาจารย์เล้ย :07:
ช่วงนี้กำลังอินกับการทำอะไรเพื่อสังคม :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 12:51 น.
เป็นอาจารย์เล้ย :07:
ช่วงนี้กำลังอินกับการทำอะไรเพื่อสังคม :30: :30:
นั่นสิ :12:
อยู่ปตท.ก็ทำอะไรเพื่อสังคมได้
อย่างน้อยก็เอาเงินมาให้พวกอาจารย์จัดกิจกรรมเพื่อสังคม
ปตท.สผ.ให้มร.กำแพงปีละหลายแสน :25: ใช้อาทิตย์เดียวเกลี้ยง :30:
อ่านเบียร์หน้าแรกแล้วกระโดดข้ามมาเลย :30:
"ปตท" โล่ด :07:
อาจงอาจารย์ยังไม่ต้องเป็นตอนนี้ก็ได้
อยากช่วยเหลือสังคมก็เป็นวิทยากรบรรยายการกุศลตามสถาบันการศึกษาก็ได้มั้ง
ทำเพื่อสังคมในขณะท้องอิ่ม มันสุขกายสบายใจนะพี่ว่า
ตอนนี้เอาตัวเองและครอบครัวให้รอดก่อนดีกว่ามั้ย
พอปีกกล้าขาแข็งแล้วค่อยอุ้มคนอื่นข้ามถนน
จะได้ไม่มีใครเจ็บตัวเจ็บใจ
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 13:10 น.
ตอนนี้เอาตัวเองและครอบครัวให้รอดก่อนดีกว่ามั้ย
พอปีกกล้าขาแข็งแล้วค่อยอุ้มคนอื่นข้ามถนน
จะได้ไม่มีใครเจ็บตัวเจ็บใจ
โดนใจมากพี่ :12:
ปตท. ชนะเลิศ :07:
ผมยังอยากไปทำเลย แต่ไม่รู้จะสมัครตำแหน่งไหน :16:
เชียร์ ปตท.ครับ จากนักเคมีเหมือนกัน
แต่เอ็งเป็นอาจารย์ไม่ใช่เร้ออออ :07: :30: :30: :30:
ในฐานะที่อยู่บริษัทที่เป็น Subcontract ของ ปตท.
ขอเชียร์ ปตท. ค่ะ งานสายนี้นอกจากเงินดีแล้วยังสนุกสนานท้าทายอีก
(เสียดายแอ้เป็นผู้หญิง ไม่งั้นไปอยู่แท่นแล้ว..)
ผ่าน ปตท. แล้ว จะเป็น reference ที่ดีมากๆ สำหรับการไปทำอะไรอย่างอื่นต่อด้วยค่ะ
อย่างที่บริษัทแอ้ ถ้าใครได้ไป ปตท. หรือมาจาก ปตท. ทุกคนจะยำเกรงเป็นพิเศษเลย
:25:
ดงมาเฟียรึไงเนี่ย ใครๆ ก็ยำเกรง :30:
ก็ใช่อะดิ :37:
ต่อ
เริ่มจากอาจารย์เด็กๆ ก่อน
เพื่อนสนิทเป็นอาจารย์ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์เด็กๆ ก็ทำงานหนักแหละ เพราะไหนจะต้องสอน ทำวิจัย ปริญญาเอกเหลือวิทยานิพนธ์ที่ต้องรีบทำให้จบ แล้วก็ต้องมีงานคุมนักศึกษาทำกิจกรรม ออกต่างจว. บ้าง รับน้อง และอื่นๆ (เป็นงานที่อจ. ผู้ใหญ่มักจะโยนให้อาจารย์ผู้น้อยทำ) เพิ่มเริ่มมีชื่อในวงวิชาการ แต่ก็มีเชิญไปประชุมวิชาการต่างประเทศเรื่อยๆ
เพื่อนอีกคน เป็นอจ. คณะวิทยาศาสตร์ ศิลปากร มีชื่อในเน็ตพอสมควร นอกจากงานสอน ทำวิจัย คุมเด็กทำวิจัย รับจ้างบรรยาย เป็นวิทยากรหลายแห่ง เป็นอาจารย์พิเศษ เป็นกรรมการหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ โดนดึงเข้าไปเป็นทีมที่ปรึกษาที่สำนักนายกฯ (มั้ง... ไม่รู้หน่วยงานย่อยตรงนั้นเรียกว่าอะไร) เขียนบทความให้หนังสือต่างๆ แล้วก็ได้ทุนจากบางบริษัทให้ไปดูงานต่างประเทศ
ส่วนของคุณพ่อ คุณพ่อพี่เป็นนักเรียนทุนฯ ท่านถือว่าต้องทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทด้วยการทำงานเพื่อประเทศชาติก่อนเป็นอันดับแรก หลายๆ งานอาจจะเป็นงานการกุศล
งานก่อนที่จะเกษียณ นอกเหนือจากงานสอน ทำวิจัย เป็น อจ. ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และสอบวิทยานิพนธ์
- พัฒนา และเขียนบทเรียนฟิสิกส์ทั้งมัธยมปลาย จนถึงระดับมหาลัย ของหลายมหาลัย
- ออกข้อสอบ และตรวจข้อสอบ ทั้ง entrance, ข้อสอบ กพ. ข้อสอบคัดเลือกพิเศษของบางมหาลัย โดย กพ. หรือ ทบวง หรือ กระทรวงศึกษา เป็นผู้ว่าจ้าง ช่วงหลังๆ ก็ สทศ เป็นผู้ว่าจ้าง
- วิทยากร บรรยาย workshop รู้สึกงานนี้จะเยอะ บรรยายทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศด้วย แต่อย่างที่บอก บางที่เค้าถือว่าเป็นการทำงานเพื่อประโยชน์ของชาติ อาจจะเป็นงานการกุศล แต่อย่างไร (ครอบครัว) ก็ได้เที่ยวฟรี
- งานตรวจสอบ พวกเป็นกรรมการตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐ หรือได้รับแต่งตั้งจาก unesco ให้ตรวจสอบโครงการที่ unesco ให้ทุนในเมืองไทย ตรวจประเมินคุณภาพโรงเรียนจุฬาภรณ์ ฯ
- เป็นกรรมการหรือประธานองค์กรต่างๆ มีตั้งแต่ ราชบัณฑิตยสถาน ทุนอานันทฯ บางองค์กรใน unesco โครงการต่างๆ ของรัฐบาล โครงการต่างๆ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เช่น พสวท. สอนโอลิมปิกวิชาการ ฯ สมาคมต่างๆ
นอกเหนือจากได้รู้จักคนในแวดวงวิชาการและหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก ก็เป็นที่เคารพนับถือของลูกศิษย์และคนทั่วไป ซึ่งกระจายไปอยู่ในที่ต่างๆ มากมาย เดินไปทางไหนก็จะมีคนไหว้ อยู่ดีๆ ก็มีคนเอาขนม ของกิน ของขวัญมาให้
เดินทางต่างประเทศบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องได้ทุนดูงานต่างประเทศ ไปประชุมของยูเนสโกฯ (ครอบครัวเปรมปรีดิ์มาก ได้เที่ยวต่างประเทศ โดยค่าที่พักฟรี หรือจ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อย :56:)
ตอนนี้เกษียณแล้ว เดินทางน้อยลงแต่ก็ยังทำงานให้กับหลายองค์กรอยู่ รับแต่งานที่ไม่ต้องเดินทางออกจากบ้านมากนัก
เป็นมุมมองว่างานอาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นไงนะ
ถ้าถามพี่ ถ้าตั้งเป้าหมายว่าอยากเป็นอาจารย์ แต่อยากไปเอาประสบการณ์การทำงานที่ ปตท. ก็ต้องดูงานที่่ ปตท. ว่าจะให้ประสบการณ์ที่สามารถจะเอาไปสอนนักเรียนได้หรือเปล่า ระหว่างที่อยู่ ปตท. อาจจะต้องหมั่นเขียนงานวิชาการออกมา เพื่อให้ชื่อไม่หายไปจากวงวิชาการ เพราะถ้าไปอยู่ในสายที่ไม่เกี่ยวกับวิชาการ หรือหลุดไปงานบริหาร โอกาสที่จะกลับไปสายงานวิชาการก็คงยากขึ้น หรือไม่งั้นก็ไปเร่ิมงานเป็นอาจารย์เด็กๆ แทนที่จะได้ค่าประสบการณ์เพิ่มเติม
เพื่อนรุ่นเดียวกันก็เป็น ดร. อยู่ ปตท. เหมือนกัน ตรีวิศวะ ไปต่อ bio-chem
แต่คนนั้นน่าจะหลุดเข้าไปอยู่งานทางด้านบริหารไปแล้ว
ปล. เพิ่งเห็นว่าอยู่แตกฟอง เอาชื่อเพื่อนออกดีกว่า :37:
มาเฟียมีสีด้วย :56:
บวกพี่ติ๊ก ความคิดเห็นโดนใจ
เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่านะเบียร์
เวลาเรามีกำลังพอ
จากช่วยได้หนึ่ง จะกลายเป็นร้อยเป็นพัน
มีพี่คนนึง เรียนนิติธรรมศาตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เรียนเนติบัณฑิต จบแล้ว
เหลือเพียงสอบผู้พิภาคษา แต่ไม่ยอมสอบ (คือสอบยังไงก็ได้แน่ๆ) ไม่แม้กระทั่งไปสอบ
ท่ามกลางกระแสและแรงกดดันจากสังคม รวมทั้งครอบครัว ว่าทำไมไม่ไปสอบผู้พิภาคษา เลือกที่จะเป็นอาจารย์ ม.ธรรมศาตร์
หรือแม้แต่พี่แอน พี่โบว์ เองก็ยังเลือกที่จะออกมาทำงานอิสระ (ในอนาคต)
ทั้งที่พี่สองคนนี้ ถ้าอยู่ต่อ จะได้เลื่อนขั้น เติบโต ก้าวหน้าอีกมากมาย
ทุกอย่างมีดีอย่าง และเสียอย่าง
ในชีวิตข้างหน้า อีกสามสิบปี ที่พี่จะต้องทำงานไปจนเกษียณ
ก็ควรจะเป็นการตัดสินใจอย่างมั่นคง และแน่ใจโดยไม่นึกเสียใจภายหลัง
ซึ่งก็คือ....
เลือกทำงานที่ ปตท.นั่นเอง
เลือกทางที่เงินเยอะเลยครับ :47:
ประสบกงประสบการณ์พอโตๆ มันก็มาเอง
ขอบคุณมากครับทุกๆคน
หลังจากคุยกับหลายๆคน ทั้งอาจารย์ที่มหาลัย ทั้งคนที่ทำงาน ปตท
แล้วก็ความเห็นของหลายๆคน ผมก็คิดเหมือนกันว่าทำงานให้เห็นของจริงก่อนน่าจะดีกว่า
เพราะงาน ปตท มันท้าทายดี ถึงจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็ได้ใช้งานจริง ไว้ถ้าจะกลับมาเป็นอาจารย์ ก็ไม่สาย
ทำงานเอกชนก็ได้ความรู้มาอีกแบบ แต่ก็นั่นแระ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที ความคิดอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้
สรุป: ปตท พลังงานเพื่อไทย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (ของตัวเราและครอบครัวด้วย :02:)
ดีมาก จัดไป ขอโบนัสครึ่งนึงนะ :37:
ยังไม่ทันได้ทำงาน ขอแบ่งโบนัสแล้วเหรอ :37:
อ้างคำพูดจาก: ChubbyPook เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 11:58 น.
ปตท ค่ะ
ทำงานเก็บเงินก่อน
พยายาม ตัดขาดครอบครัวสักห้าปีสิบปี โดยเฉพาะฝั่งพี่สาว
รับรองมีเงินเก็บตรึม :30:
ท่าจะจริง :47:
ไม่ต้องทำงาน ปตท.
เอาแค่บรรทัดที่ 3 พอ เงินเก็บตรึม :47:
สำเนาถูกต้อง :47: