ฟอนต์ฟอรั่ม

สำหรับคนใช้ฟอนต์ => ถามตอบฟอนต์ไทย => โพสต์ถูกเริ่มโดย: iannnnn เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:20 น.

ชื่อเรื่อง: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:20 น.
พอดีมีคนเมลมาถามเยอะเลยครับ
เกี่ยวกับข้อตกลงในการใช้งานฟอนต์ DB ว่าตกลงอะไรได้ อะไรไม่ได้
เพราะ(บอกตามตรงว่า)ในเว็บเขาเขียนออกมาค่อนข้างกำกวมครับ
ก็เลยเมลไปถามเขามา และได้คำตอบที่เคลียร์
จึงขอเอามาแปะเผยแพร่ให้รู้ทั่วๆ กันครับ


อันนี้ที่ตูถามไป
อ้างอิงสวัสดีครับ

       ผมอุดหนุนฟอนต์ของ DB ไปได้พักนึงละครับ :D
       ทีนี้ตัวเองก็ทำเว็บเกี่ยวกับฟอนต์อยู่ด้วย
       และมีคนถามถึงลักษณะการอนุญาตใช้งานฟอนต์ของ DB อยู่บ่อยๆ
       ก็เลยจะขอรบกวนนำมาถามเป็นกรณีศึกษาครับ

       1.
       ถ้าคนที่เปิดร้านรับทำป้าย    ซื้อฟอนต์ไปใช้แล้วลูกค้าที่มาจ้างทำ ป้ายร้าน หรือเมนูอาหาร ขอใช้ฟอนต์  DB นี้ สามารถใช้ได้เลยไหมครับ (ซื้อใน license 5,350 บาท)    แล้วลูกค้าต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วยรึเปล่า

       2.
       กรณีที่ผมเองทำเว็บไซต์และมีการเขียนบทความ มีภาพกราฟิกประกอบบทความที่ใช้ฟอนต์ DB จะสามารถใช้ได้เลยโดยไม่ผิดเงื่อนไขใช่ไหมครับ แล้วถ้าเป็นแบนเนอร์โฆษณาล่ะ อันนี้ครอบคลุมไหมครับ

       ผมจะนำคำตอบที่ได้ไว้เป็นกรณีศึกษาเผื่อมีคนมาซักถามในเว็บครับ
       (มีมาบ่อยๆ และผมก็ส่งลิงก์ของ DB ไปให้บ่อยๆ ครับ)


       ขอบคุณครับ
       แอน

และทาง DB ก็ตอบมาดังนี้

อ้างอิง

2010/9/8 DB designs Co.,Ltd. <dbdesign@ksc.th.com>

   เรียน คุณแอน

   ก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนฟอนท์ดีบี
   และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับโอกาสต่อๆไปค่ะ
   สำหรับกรณีที่สอบถามมานั้น ขอเรียนดังนี้

   สำหรับผู้ประกอบการรับจ้างออกแบบสื่อ
   (ไม่ว่าจะเป็น Agency, Design Firm, Web design, Freelance, ร้านป้าย ฯลฯ)
   ที่ซื้อฟอนต์ในราคา 5 พันกว่าบาท/5เครื่อง
   (ซื้อตามศักยภาพองค์กรโดยใช้จำนวนเครื่องสะท้อนขนาดองค์กร)
   สามารถรับงานออกแบบสื่อต่างๆ ให้กับลูกค้าได้ทันที
   โดยลูกค้าไม่ต้องชำระค่าลิขสิทธิ์เพิ่มแต่อย่างใด

   ยกเว้นกรณีดังนี้ที่ต้องแจ้งให้ลูกค้ารับทราบก่อนที่จะเริ่มงาน

   - ออกแบบนิตยสาร, วารสารที่มีรอบการเผยแพร่ประจำ (เช่น
   แมกกาซีน/วารสาร/Newsletter รายเดือน, รายปักษ์, รายสัปดาห์)
   ต้องชำระค่าลิขสิทธิ์ ตามข้อ 2.1 ที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์

   - ออกแบบและเลือกใช้ฟอนท์ใดฟอนต์หนึ่ง เป็นประจำให้กับลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
   เพื่อสร้างเอกลักษณ์จดจำ ต้องชำระค่าลิขสิทธิ์ ตามข้อ 2.2 ที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์

   ดังนั้นตามที่คุณแอนสอบถามมาทั้ง 2 กรณี
   สามารถใช้ออกแบบได้ โดยลูกค้าไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อีก
   (เพราะงานจบเป็นอาร์ตเวิร์ค create outline แล้ว
   แต่ถ้าหากลูกค้าต้องการแก้ไขงานเองโดยใช้ฟอนต์เดิม
   ลูกค้าต้องซื้อลิขสิทธิ์เองค่ะ)


โดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้ายเป็นคำตอบที่หลายๆ คนอยากรู้ครับ
ขอบคุณ DB จ้ะ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: mp3wizard เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:23 น.
แล้วถ้าในอนาคต เราสามารถใช้ font-face css3 ได้ เราจะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เพิ่มตามข้อไหนอีกหรือเปล่าครับ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:26 น.
อันนี้ตอบให้เลยครับว่าถ้าเป็นของ DB เนี่ย "ไม่ได้"
เพราะฟอนต์ที่ embed ไปมันติดไฟล์ฟอนต์ไปด้วย
ไม่ใช่เกิดจากการแปลงเป็น vector outline
ที่หมดคุณสมบัติการเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์แล้วครับ

แต่ถ้าฟอนต์ของฟอนต์.คอมนี่เอาไปเหอะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: mp3wizard เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:28 น.
งั้นแสดงว่า ถ้าผมแปลงเป็น svg ซะหรือ export เป็น ttf ที่ใช้ได้เฉพาะ web only ก็ไม่มีปัญหา ถูกต้องหรือเปล่าครับ?

อ้างอิงตาม เว็บนี้เลย http://www.fontsquirrel.com/fontface/generator (http://www.fontsquirrel.com/fontface/generator)

(กด expert ก่อนนะ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:32 น.
อันนี้น่าจะเข้าข่ายว่ามันยังมีคุณสมบัติการเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์นะครับ
ไอ้คำว่า ปกคพตฟ เนี่ย คือ มันยังเอามาจับโยกย้ายถ่ายเทผสมคำได้ มีเส้นโค้ง มีช่องไฟอยู่
ซึ่งต่างจาก vector outline ตรงที่มันเอาไว้พรินต์อย่างเดียว

ในกรณีนี้คงต้องสอบถามทาง DB เพิ่มครับว่าถ้าจะเอามาใช้เพื่อการนี้เนี่ย กี่บาท!

แต่เรื่องจำนวนเครื่องคอมสะท้อนความใหญ่ของบริษัทเนี่ย
อย่างตอนนี้ที่ตูทำงานอยู่ก็เคยโทรไปจะขอซื้อลิขสิทธิ์มาทำงานเหมือนกัน
ปรากฏว่า DB เรียกมา 50000(+7%) :55:

ก็นะ องค์กรใหญ่ :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: mp3wizard เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:34 น.
ที่มาถาม เพราะช่วงนี้เริ่มใช้ font-face เยอะมาก จะได้เตรียมใจถูก 555+ แต่ก็พยายาม export เป็น format web-only ไว้ก่อน

งานนี้สงสัยจะ rate เดียวกับทำสิ่งพิมพ์แน่ๆเลย  :03:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:36 น.
:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:39 น.
บ. ตูมี 2 คนทำไมเรียกตั้งแสนกว่าละ  :55:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 ก.ย. 2010, 13:44 น.
ลองถามเขาดูว่ามีเกณฑ์พิจารณายังไงนะพี่เจน
เพราะตูเคยโทรถามเขาเลย ทางเขาก็ตอบเคลียร์นะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 31 ธ.ค. 2010, 12:55 น.
พี่พัชร (@iPattt) เคยเล่าให้อ่านเรื่องการทำเว็บให้รัฐบาล
แล้วทาง DB เมลมาตรวจสอบเรื่องลิขสิทธิ์ครับ

ลองอ่านดู (http://www.ipattt.com/2009/font-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C/)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: sertsiri เมื่อ 01 ก.ค. 2013, 11:02 น.
อยากทราบว่าถ้าผมใช้ NP Naipol Template แล้ว ในช่อง Font info ผมต้องกรอกข้อความยังไงครับ โดยเฉพาะในช่องที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: sertsiri เมื่อ 01 ก.ค. 2013, 11:04 น.
อยากทราบว่าถ้าผมใช้ NP Naipol Template แล้ว ในช่อง Font info ผมต้องกรอกข้อความยังไงครับ โดยเฉพาะในช่องที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์  (ผมใช้แต่ template ส่วน design ผมออกแแบบเอง)

ป.ล. ขอโทษนะครับ คำถามที่โพสท์ไปครั้งแรก ยังพิมพ์รายละเอียดไม่ครบ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 01 ก.ค. 2013, 14:02 น.
ให้คงเครดิตคนสร้างเทมเพลตขึ้นมาไว้ครับ
ส่วนชื่อของคุณก็ใส่เพิ่มเข้าไปได้เลยในฐานะดีไซเนอร์จ้ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: sertsiri เมื่อ 26 ส.ค. 2013, 18:27 น.
ขอบคุณมากครับ :)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: adamy01 เมื่อ 07 ก.ย. 2013, 07:38 น.

ฟอนต์ไทย สมบัติของใครกันแน่ ?


เรื่องลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่พูดกันมานาน โดยพื้นฐานแล้วก็นับว่า เป็นแนวคิดที่ถูกต้อง และเหมาะสม แต่ทว่ายังมีคนบางคน หรือบางกลุ่มที่นอกจากจะไม่เห็นด้วย แล้วยังฉวยโอกาสมาคิดหาประโยชน์ใส่ตัว และในครั้งนี้ผมจะมาว่าด้วยเรื่องลิขสิทธิ์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา รวมไปถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมในอนาคต



เป็นข่าวคราวที่สร้างความฮือฮากันพอสมควรสำหรับช่วงนี้ เกี่ยวกับข่าวการเก็บลิขสิทธิ์ฟอนต์ภาษาไทย PSL Smart letter หลังจากที่มีการไล่ล่าเก็บค่าลิขสิทธิ์กันแบบเลือดกระฉูดกันไปหลายต่อหลายยกแล้ว วันนี้ก็มาถึงบทพิสูจน์ถึงความถูกต้องกันแล้วละครับ

ผมจะขอสรุปคร่าวๆ ให้คนที่ยังไม่ทราบที่มาที่ไปของเรื่องนี้ได้ทราบก่อน ก็คือ ฟอนต์ภาษาไทยในชื่อว่า PSL Smart Letter นั้นได้มีการคิดค้นดัดแปลงทำฟอนต์ภาษาไทยขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2541 โน่นแล้ว และฟอนต์ที่ว่านี้ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในงานสิ่งพิมพ์ สำหรับการออกแบบตัวอักษรภาษาไทยให้ดูเลิศหรูวิจิตรขึ้นมา อะไรประมาณนั้น

เท่าที่ทราบมาก็คือ เขาทำขายออกมาในแบบแพ็กเกจ ในราคาหลายพันบาท หลายคนฟังแล้วอาจจะรู้สึกสะดุ้ง หรืออาจจะมีคำถามตามมา (ในใจ) ว่า เขาเอาต้นทุนอะไรมาคิดขายในราคาแพงระดับนั้น เพราะโดยปกติแล้วถ้าเป็นเรื่องของฟอนต์ เขาจะไม่มีการคิดเงินกันด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเอามารวมกับวินโดวส์ เพราะถือว่านั่นเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับซอฟต์แวร์ แม้แต่ฟรีแวร์ที่ต้องใช้ความคิดและระบบโปรแกรมการออกแบบดีๆ จำนวนมากเขายังให้ดาวน์โหลดกันฟรีๆ อะไรประมาณนี้

เอาละครับ ใครจะคิดตังค์อย่างไรก็ไม่ว่ากัน เพราะคนที่อยากทำธุรกิจด้วยการนำภาษาไทยมาดัดแปลง เพื่อนำออกขายนั้นก็ถือเป็นสิทธิ์ที่ใครๆ ก็ทำได้

แต่ก็มีเรื่องตามมา คือหลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ก็เริ่มมีคนใช้กันหลากหลาย สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งเล็กและใหญ่จำนวนมาก ได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะคิดว่าต้องการช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ประกอบกับเป็นช่วงที่ตอนนั้นปัญหาลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญากำลังได้รับความสนใจและมีการพูดถึงกันมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพลง ซอฟต์แวร์ หรือเกมต่างๆ ทาง PSL ก็เลยถือโอกาสช่วงนั้นดำเนินการเรื่องลิขสิทธิ์ขึ้นมา

PSL เริ่มต้นด้วยการพยายามเข้าไปขอจดลิขสิทธิ์กับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ เพราะเขาถือว่า การจะนำตัวอักษรภาษาไทยไปจดทะเบียนเป็นของใครคนใดคนหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวอักษรไทยเป็นทรัพย์สินของชาติ ที่เริ่มต้นบัญญัติมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และคนไทยได้ใช้กันมาหลายต่อหลายรุ่นจนถึงทุกวันนี้ เว้นเสียแต่ว่า คุณจะนำตัวอักษรที่เป็นภาษาไทยเหล่านั้นมาร้อยเรียงเขียนเป็นบทกลอน หรือว่าแต่งเป็นหนังสือให้อ่านกัน อันนี้ถึงจะสามารถจดลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้

ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ที่ทำให้ทาง PSL ยังอ้างสิทธิ์ที่ว่านั้น หรืออาจจะคิดว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ หรือเปล่า ? แถมยังตั้งทีมทนาย เข้าไปดำเนินการเก็บลิขสิทธิ์ฟอนต์ PSL กันอย่างชนิดที่ไม่เกรงกลัวใคร บางคนก็ต้องพลอยโดนหางเลข เพราะไม่รู้ว่าเครื่องพีซีที่ซื้อไปเขาติดตั้งฟอนต์นี้มาให้ฟรี ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนต่างจังหวัดซะด้วย ก็เป็นที่น่าเห็นใจสำหรับคนที่ต้องมาเป็นเสียรู้ไป




แต่โชคก็ไม่ได้เข้าข้างคนประเภทนี้เสมอไป เมื่อวันหนึ่งบังเอิญไปในร้านเกมที่เจ้าของกิจการที่มีความรู้ทางกฎหมายอยู่บ้าง และรู้ว่าเรื่องนี้ที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร ก็เลยนำเรื่องนี้ขึ้นร้องเรียนต่อกระทรวงพาณิชย์ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่าด้วยรายละเอียดของการเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้น

ล่าสุด ผลก็ปรากฏออกมาว่า ทาง PSL ไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น เพราะตัวอักษรไทยเป็นทรัพย์สินของประเทศชาติ ไม่มีใครมีสิทธิ์เป็นเจ้าของโดยส่วนตัวได้ ดังที่ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาเคยได้ประกาศไปแล้ว พร้อมกับมีข่าวดีมาบอกอีกว่า ใครที่โดนเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์ไปแล้ว ขอให้ไปเรียกร้องเอาคืนทางกฎหมายได้ ซึ่งก็น่าดีใจที่รูปการณ์เปลี่ยนไปในทางที่คุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น ก็นับว่าเป็นการยุติเรื่องฟอนต์ PSL อันวุ่นวายได้อย่างสวยงามทีเดียว
เหตุการณ์นี้บอกอะไรได้มากมาย
ต้องบอกว่าเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคะแนนนิยมขึ้นมาอย่างมาก เพราะถ้าเรื่องนี้ปล่อยผ่านไปให้ผู้ใช้ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างที่ผ่านๆ มา ต่อไปปัญหาการเก็บค่าลิขสิทธิ์ในเมืองไทย จะเป็นในลักษณะที่จับฉ่ายอย่างแน่นอน

ทำนองเดียวกันกับที่เราเอาภาษาอังกฤษเขามาใช้ ทั้งพยัญชนะและสระ ถ้าเกิดสมมติว่า คนที่คิดค้นภาษาอังกฤษนั้นเขาเก็บค่าลิขสิทธิ์กันอย่างทุกกระเบียดนิ้วอย่างนี้ เราก็คงไม่รู้จักภาษาต่างด้าวนี้ ไม่รู้จักเพลงฝรั่ง หรือวัฒนธรรมของพวกเขากันเลยสิครับ นี่ยังไม่นับถึงเครื่องมือสำหรับเขียนซอฟต์แวร์ ภาษาต่างๆ หรือว่าภาษาคอมพิวเตอร์ที่เป็นรากเหง้าของการเขียนโปรแกรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Pascal หรือว่าภาษา C ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็คงไม่ใครนำมาพัฒนากันต่อเป็นแน่ เพราะติดเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์ แล้วอย่างนี้โลกของการพัฒนาเทคโนโลยีคงหยุดชะงักไป

บางคนอาจจะกำลังนึกถึงไมโครซอฟท์ ว่าจะเข้าข่ายนี้บ้างหรือเปล่า ?

แต่หากพิจารณาดีๆ จะเห็นว่าไมโครซอฟท์เขาก็เป็นการนำมาพัฒนา คิดสร้างสรรค์ และทำซอฟต์แวร์ในลักษณะที่ว่าให้ใช้งานได้จริง เรียกว่าเกิดจากรากเหง้าทางความคิดของการเขียนโปรแกรมจริงๆ เป็นการนำเอาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านตรรกทางคอมพิวเตอร์มาทำเป็นซอฟต์แวร์ จึงทำให้เขาสามารถจดลิขสิทธิ์และสามารถนำออกมาขายในตลาดโลกได้

สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ผมว่าถ้าทาง PSL ต้องการเก็บลิขสิทธิ์จริงๆ ทางเจ้าของ PSL ก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมดให้กับ Tool ware หรือซอฟต์แวร์เครื่องมือที่ทางคุณพัลลภนำมาใช้สำหรับเขียนโปรแกรมสร้างตัวอักษร แปรรูปตัวอักษรทั้งหมดด้วยเช่นกัน



ทุกวันนี้ประเทศทางเอเชียค่อนข้างจะมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันเยอะ แม้แต่ฝรั่งเองยังต้องทำใจยอมรับกับมัน เพราะเขาหวังในเรื่องฐานผู้ใช้ในเอเชีย ซึ่งเป็นดัชนีตัวหนึ่งที่บอกความสำเร็จของซอฟต์แวร์ในด้านการขายของตลาดยุโรปหรือในทวีปอื่นๆ มันก็เหมือนกับซอฟต์แวร์เกมที่ระบาดไปทั่วโลก แต่ว่าเจ้าของเครื่องคอนโซลชั้นนำ อย่างโซนี่ นินเทนโด หรือแม้แต่ไมโครซอฟท์ เขาก็ไม่แคร์อะไร เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ขายเครื่องได้ และก๊อบปี้ตัวเครื่องไม่ได้อีกต่างหาก แล้วก็ออกเครื่องรุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ ควบคู่กับอุปกรณ์ต่อพ่วง นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของการทำธุรกิจที่ยักษ์ใหญ่เหล่านั้นต้องการ

แต่เผอิญว่าทาง PSL ใช้แนวทางในการเก็บลิขสิทธิ์อย่างผิดพลาดไปหน่อย คือเน้นใช้ความรุนแรงนำหน้า แทนที่จะเริ่มต้นจากการตักเตือน หรือแจ้งเป็นจดหมายบอกกล่าวกันก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าพิจารณาถึงผลกระทบในระยะยาว ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเจ้าของ PSL เลย เพราะต่อไปผลิตสินค้าอะไรออกมา ก็คงไม่มีใครกล้าใช้กันอีก เพราะเกรงว่าประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยได้
ทางออกของเรื่องนี้คืออะไร
บทเรียนจากเรื่องของ PSL ในครั้งนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า สังคมไทยยังพอจะมีความถูกต้องยุติธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง เรียกว่าก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ใครบางคนกำลังคิด และผมเชื่อว่าตราบใดที่คนเราถูกบีบถูกต้อนเข้ามุมอับมากๆ เมื่อถึงเวลานั้น พลังก็ย่อมเกิดขึ้น และในที่สุด ความจริงจะปรากฏออกมา

ตามความเป็นจริงแล้ว คำว่าลิขสิทธิ์ ที่หมายถึงกรรมสิทธิ์ทางวรรณกรรมและศิลปกรรมนั้น เขาบัญญัติขึ้นมาเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ที่คิดค้นอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เป็นการลอกเลียนแบบใคร สามารถนำมาเป็นจดลิขสิทธิ์ของตนเองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยเรานั้นยังมีจุดที่เป็นช่องโหว่อย่างมากในเรื่องนี้ เรียกว่ายังต้องมีการปรับปรุงพัฒนากันต่อไปอีกพอสมควร แต่ถ้ามองในแง่ดีก็ต้องบอกว่า เป็นการเริ่มต้นในทางที่ถูกที่ควรแล้วละครับ



ไม่เพียงแค่นั้น ผลกระทบของ PSL ยังทำให้วงการซอฟต์แวร์ฟอนต์ไทยปั่นป่วนยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเจ้าของซอฟต์แวร์ฟอนต์รายอื่นๆ ก็ขายลำบากยิ่งขึ้น เพราะผู้ใช้เริ่มกลัวกันมากขึ้นจนแทบจะไม่มีใครกล้าใช้ซอฟต์แวร์ Made in Thailand กันอีก

ผมอยากถามว่าใครเคยเห็นราคาซอฟต์แวร์ฟอนต์ราคา 5 พันบาทไหมล่ะ? ถือว่าแพงกว่าโปรแกรมวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ซะอีก นี่ถ้าฝรั่งรู้มันคงหัวเราะเพราะไม่เชื่อว่าคนไทยเราจะก้าวไปไกลขนาดนี้

ถ้าถามความคิดเห็นผมกับการหาทางออกปัญหานี้ก็คือ ผมคิดว่า เรื่องนี้ควรจะมีหน่วยงานกลางเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องของการจับกุมผู้ละเมิดทั้งหมดตามกรอบของกฎหมาย ไม่ต้องให้ทางเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้กำหนดเงื่อนไขการจับกุมด้วยตัวเอง หรือตั้งศาลเตี้ยกันเอง ที่สำคัญ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องกำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการละเมิดลิขสิทธิ์เอาไว้ให้ชัดเจนด้วย เช่น สินค้า A ที่ผลิตออกมาสู่ท้องตลาด จะต้องมีการกำหนดออกมาเลยว่า มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่หมายถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยยกออกมาเป็นข้อๆ อย่างชัดเจน ไม่ใช่บอกแต่เพียงว่าจดลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่อะไรคือการละเมิดก็ไม่รู้ รวมไปถึงต้องมีการกำหนดเงื่อนไขของการจับปรับด้วยว่า ผิดแค่ไหนถึงจะถูกปรับ และถ้าถูกปรับก็ต้องมีระดับของการปรับด้วย ว่าจะต้องประมาณไหนถึงจะเหมาะสม

อีกทางหนึ่ง เพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น ทางกรมฯ จะต้องให้ผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหาไปรับการปรับ และถูกปรับกันที่หน่วยงานกลาง มีพยานรับรู้ มีการทำบันทึกหลักฐานอย่างถูกต้อง แบบนี้จะเป็นที่สบายใจทั้งสองฝ่าย แถมยังโปร่งใสไร้มลทินอีกด้วย และผมคิดว่าทางกระทรวงพาณิชย์ต้องรีบดำเนินการอย่างรีบด่วนด้วย เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ผู้เสียหายจะยิ่งมาก

สำหรับทางผู้ผลิตสินค้าซอฟต์แวร์ ต่อไปก็ควรจะมีการจดลิขสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะได้ไม่มีปัญหาตามมา พร้อมกับให้มีการระบุเงื่อนไขของการกระทำที่ผิดกฎหมายของการละเมิดลิขสิทธิ์ติดเอาไว้กับสินค้าอย่างละเอียดทุกชิ้น ตามข้อกำหนดของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ผู้บริโภคจะได้เข้าใจในสินค้าลิขสิทธิ์มากยิ่งขึ้น

ผมว่าจริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้มันไม่ได้ยากเกินที่จะทำ ถึงแม้ว่าอาจจะใช้เวลาไปบ้าง แต่ถ้ารีบจัดการแก้ไขอย่างจริงจังกันเสียที กรณีศึกษาอย่าง PSL ก็คงจะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 07 ก.ย. 2013, 07:42 น.
ก็อปมากี่รอบ อธิบายแย้งกันมากี่รอบแล้วครับบทความนี้ :30:
ถ้าสนใจจะคุยด้วยบอกได้นะครับ ไม่ใช่ก็อปปี้บทความมั่วๆ มาแปะ(รอบที่ร้อย)แล้วชิ่งไป ขี้เกียจฉายซ้ำบ่อยๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 พ.ย. 2013, 12:24 น.
เพิ่มเติมครับ เรื่องสัญญาอนุญาตของฟอนต์ดีบี
อันนี้คัดลอกมาจากที่ออฟฟิศเก่าไปซื้อมาเพิ่ม เห็นว่ามีประโยชน์เลยขอนำมาแบ่งปันนะครับ

อ้างอิงข้อกำาหนดและเงื่อนไขของสัญญาอนุญาตให้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์นี้
(1) อนุญาตให้ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์เฉพาะภายในองค์กร สำาหรับคอมพิวเตอร์พีซีและแมคอินทอช รวมกันไม่เกิน 5 เครื่อง เป็นฟอนต์ประเภท Unicode Fonts ใช้งานได้ในโปรแกรม Adobe CS2-CS6, MS Office (PC) ที่รันบนเครื่อง MacOSX, WinXP, WinVista, Win7 (32bit)

(2) อนุญาตให้ใช้สำหรับออกแบบงานสื่อประชาสัมพันธ์หลายประเภทของบริษัทที่จัดทำาโดยหน่วยงานองค์กรเท่านั้น (ยกเว้นการออกแบบนิตยสาร/วารสารที่มีรอบการเผยแพร่เป็นประจำา, Packaging, Application, Signage หรือการใช้เพื่อมุ่งสร้าง Identity ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งหมายถึงการเจาะจงเลือกใช้ฟอนต์ รุ่นใดรุ่นหนึ่งเพื่อเป็นมาตรฐานประจำา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายจดจำา โดยให้ปรากฏบนสื่อประชาสัมพันธ์หลากหลายประเภท ซึ่งการเจาะจงนั้นอาจมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบอกกล่าวด้วยวาจาหรือไม่ก็ตาม ต้องชำระค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม)

(3) ห้ามเผยแพร่ต่อให้บุคคล / Agency / Supplier ภายนอกโดยเด็ดขาด หากมีการระบุให้ supplier ใช้ฟอนต์ DB, Supplier มีหน้าที่ซื้อลิขสิทธิ์ฟอนต์นั้นเอง

(4) ได้รับสิทธิ์การใช้ฟอนต์โดยไม่จำากัดเวลา ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

(5) ไม่อนุญาตในการทำาเว็บไซต์ที่ทำาเป็น webfont (CSS@font-face)

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 พ.ย. 2013, 19:31 น.
เบิ้ล

ทราบราคามาละครับ จากเว็บ ผจก
เลยเอาไปแปะไว้ในเพจฟอนต์ครับ และก็อปมาอีกที
ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151946883672954&set=a.386654887953.169002.99005207953&type=1&theater (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151946883672954&set=a.386654887953.169002.99005207953&type=1&theater)

(https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn2/s720x720/1466303_10151946883672954_477573544_n.png)

อ้างอิงอยากรู้ไหมครับว่ามูลค่าของฟอนต์ลิขสิทธิ์ที่มีการซื้อขายสิทธิ์เพื่อการใช้งานกันนั้น เป็นราคาเท่าไหร่?

ลองดูสกู๊ปข่าวจากเว็บผู้จัดาร ASTV โดยคุณกิตตินันท์ นาคทองครับ
(ที่มา http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000140631 (http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000140631))

"...แบบอักษรที่ใช้สำหรับไทยรัฐทีวีนั้น เป็นฟอนท์ลิขสิทธิ์ราคาแพง อย่างแบบอักษร DB Ozone X ตัวหนา ที่ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์นำมาใช้นั้น ราคาลูกค้าองค์กรที่นำมาใช้กับหลากสื่อ ค่าลิขสิทธิ์ฟอนท์คิดชุดละ 107,000 บาท ส่วนแบบอักษรสำหรับขึ้นซีจีนั้นใช้ PSL Kanda Extra ซึ่งค่าลิขสิทธิ์นั้นจะถูกกว่าตระกูลดีบี

แต่เมื่อพิจารณาถึงการใช้แบบอักษร และการออกแบบซีจี ก็ต้องบอกว่า ไทยรัฐทีวีพยายามเปลี่ยนภาพของความเป็นหนังสือพิมพ์หัวสีแบบชาวบ้าน ที่ต้องมีแบบอักษรไทยรัฐพาดหัว (เป็นตระกูลเจเอส ชื่อ JS Kobori Allcaps) กลายมาเป็นทีวีที่มีภาพลักษณ์ของความเป็นกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่างจังหวัดมากขึ้น โดยการใช้แบบอักษรที่สื่อถึงความทันสมัย..."

เห็นไหมครับว่าแบบอักษรนั้นมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ในระดับที่ไทยรัฐยินดีจ่ายในราคาเท่านี้ ดังนั้นใครที่ใช้ฟอนต์เถื่อนอยู่ก็ให้รู้นะครับว่าเวลาเขาฟ้องเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์นี่ก็ ต้องกระเป๋าฉีกกันทุกราย ถ้ายังไงเงินไม่พอ ใช้ของฟรีหรือเลือกฟอนต์ที่ราคาไม่แพงก็ได้ครับ วินวินทุกฝ่ายทั้งไทยกัมพูชา (ไม่เกี่ยว!)

ขอบคุณที่มาจากทวิตเตอร์ @tpagon ครับ
ภาพหน้าจอจับมาจาก http://www.thairath.co.th/feed/29-Preah-Vihear (http://www.thairath.co.th/feed/29-Preah-Vihear)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 14 พ.ย. 2013, 19:50 น.
" อักษรไทยเป็นของคนไทย "


เดี๋ยวก็จะมีมางี้อีกชัวร์  :30: :30:
แล้วก็ขุดข่าวในตำนานมาอ้างอิงอีก เก่าจนตอนนี้แกไปทำเรื่องฟุตบอลแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: Watsana Phetlam เมื่อ 28 ก.ค. 2022, 17:22 น.
สามารถนำฟ้อน 4815 kwangmd ไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ไหม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ตอบข้อสงสัย: ลิขสิทธิ์ฟอนต์ DB
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 28 ก.ค. 2022, 21:56 น.
ได้ครับ อ่านสัญญาอนุญาตกลางของเว็บเลย