ตอน ๑...........
มือข้างซ้ายป่ายปีนจับราวบันไดรถสองแถวหกล้อมีหลังคา
มือข้างขวาถือสมุดเปล่า ตราโรงเรียน ประจำอำเภอชื่อดัง
เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนที่เสื้อผ้าเหมือนไม่ได้รีดฉุดตัวขึ้น
เหนือหลังคารถโดยสารประจำหมู่บ้านคันเก่าๆ
"ลุงเปี๊ยกๆ จอดก่อนๆ "
เสียงตะโกนลั่นคัน ทำเอาสนิมที่ติดอยู่ในรถกะเทาะร่วง
ประจวบเหมาะกับคนขับรูปร่างทรงมะขามป้อมเหยียบเบรคฝุ่นตลบลอยฟุ้งขึ้นมาบนหลังคา
นักเรียนหัวเกรียนต่างเอาหนังสือป้องหัวกันจ้าละหวั่น~
~~~
ขอนอนพักก่อนนะครับ เดี๋ยวลุกขึ้นมาพิมพ์ใหม่ ~~
ให้ไว :58:
กดดัน :30:
ตอนจบพระเอกตาย
จบ ๆ เลิกๆ
ไม่ไหวๆ ป่วยมาก เลยตอนนี้
เอาเป็นว่า ใครก็ได้เล่าก่อน ได้นะครับ
ตอนนี้ สภาพผม เพ้อ พอดูเลย :30:
ตอน ๒...........
ลุงเปี๊ยกโซเฟอร์รถสองแถวหกล้อเหลือบดูกระจกมองข้างซักครู่
ก็ชะโงกหัวออกมานอกประตูรถแหงนขึ้นดูบนหลังคา
"มีอะไร ให้จอดทำไม?"
เสียงของลุงเปี๊ยกได้ยินตั้งแต่คนข้างหน้าเรียงมาถึงคนข้างหลัง ผู้เป็นเจ้าของเสียง
เป็นเด็กชายเสื้อเหมือนไม่ได้รีดคนนั้นที่เพิ่งขึ้นมาบนหลังคารถเป็นคนสุดท้าย
ทุกคนหันมองดูเขาเป็นตาเดียว เหมือนเวลาหยุดลงไปช่วงอึดใจหนึ่ง
เด็กชายเจ้าของเสียง ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะหันหลังมองไปยังรถสองแถวหกล้ออีกคัน
รถคันนั้นวิ่งเอื่อยตามมา หน้ารถเบาะข้างคนขับมีเด็กนักเรียนหญิงผมหยักศกโซก
หน้าตาจิ้มลิ้มนั่งนิ่งมองไปข้างหน้าโดยไม่สนใจสายตาของเด็กชายบนหลังคา
เด็กชายมองตามรถหกล้อสองแถวอีกคันขับแซงรถหกล้อสองแถวที่ตนนั่งไปเรื่อยๆ
หันมาจนกระทั่งปะทะเข้ากับสายตากองทัพหัวเกรียนบนหลังคา เด็กชายผิวเข้มวัย 15
ในชุดพละศึกษา พยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมขบฟันเป็นสัญญาณอันตราย ไม่ทันจะตั้งตัว
เด็กหนุ่ม วัย 14ผู้ก่อเรื่องก็ถูกฉุดเข้าไปในดงเกรียน โดนบรรดาเพื่อน เบิร์ดกระโหลกกันคนละทีสองทีอย่างเฮฮา
ก่อนจะช่วยกันตะโกนบอกลุงเปี๊ยก ว่าไม่มีอะไร ออกรถไปได้เลย ......
และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำอะไรแบบนี้ เพื่อใครซักคนหนึ่ง.............
ผม "หยักศก" นะ ไม่ใช่หยักโศก หรือ โซก
"พยักหน้า" ด้วย ไม่ใช่ "พยัค"
จะได้ไม่ต้องพิสูจน์อักษรเวลาเอาไปพิมพ์รวมเล่ม :27:
อ้อ โพสต์แรกมี"ลุงเปียก"ด้วย :30: :30:
แล้ว "ทำเอาสนิมที่ติดอยู่ในรถกะเถอะร่วง" อันนี้อะไรน่ะ ศัพท์ท้องถิ่นหรือไง :09:
อ๋อ กะเทาะ ครับ :30:
:46: ขอบคุณครับ
จักรีนี่เขียนดีนะ แต่เขียนผิด(เยอะมาก)
:30:
:56:
ตอน ๓...........
แสงตะวันเดือนพฤษภาปล่อยแสงลงมาต้อนรับวันเปิดภาคเรียน
.......
...
เด็กผู้หญิงคอซอง ม.3 ผมของเธอหยักสลวยต้องกับแสงตะวัน
ปลายผมขนานไปกับติ่งหูขาวชมพูที่ดูนุ่มนวล
แววตาที่ใสและไร้เดียงสาเป็นประกายวับวาวดั่งท้าสู้กับแสงตะวันอันเจิดจ้าและร้อนแรง
ริมฝีปากบางชมพูยามเธอขยับพูดดั่งดวงดาวกระพริบแสง
และยามเธอแฉล้มยิ้มแก้มเธอพริ้มเหมือนลูกตำลึงสุก....
กระเป๋าสะพายหลังสีเทาถูกมือเล็กเรียวจับขยับบนบ่า
ครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนสายอีกด้านจะหลุดออกจากบ่าที่เล็กบาง
ข้างกายของเธอเป็นเพื่อนของเธอเด็กผู้หญิงตัวเท่าๆ กัน
ที่มีบางอย่างใกล้เคียงกัน นั่นคือทรงผมที่ฟูฟ่อง
ต่างกันก็แค่ไม่ได้หยักสลวยแต่เป็นหยิกยุ่งเหยิง~~
หน้าเบิน ปากหนา ตัวดำ ตาห้อย คิ้วขมวด แต่สะพายกระเป๋าสีเทาเหมือนกัน ~~
เพื่อนเธอคนนี้ชื่อ ว่า "หยอง" หรือ "สีไพร"
ตามแต่ใครจะเรียก ชื่อของหยองเป็นที่รู้จักกัน
ไปทั้งโรงเรียนในนามของความ
"ปากหมา" และ "ปากจัด" ..........
อุปสรรค์ของคนขี้อายคือคนปากร้ายและชอบเสียงดัง
หยองคงเป็นศัตรูของผมนับตั้งแต่วันที่ผมรู้กิตติศัพท์ ของเธอ
ปูเสื่อนั่งรออ่านครับ
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองสมัยหัวเกรียน :30:
อุปสรรค และ กิตติศัพท์ นะครับ :56:
มีแฉล้ม อีกคำหนึ่ง..
ช่วยกันๆ .. แต่อ่านแล้วเพลินเชียวแหละ.. :56:
ฝ่ายพิสูจน์อักษรทำงานแข็งขันมาก :30:
นั่นน่ะสิ ตอนแรกตูก็จับผิดอยู่ แต่เลื่อนลงมาก็พบทีมงาน :30: :30: :30:
:05: ทราบซึ้ง
ซาบซึ้ง :07:
เจนตัดหน้า :07:
:30: :30: :30:
เศร้าใจ :05:
เส้าใจ :07:
ขอร้องละขอให้ผมเป็นคนเดียวและคนสุดท้ายเถอะที่ชอบพิมพ์ผิด :05:
ต้องบอกว่า "เศร้าใจ" น่ะถูกแล้วเซ่ :07:
ไม่อะ หาพวก :30:
คงจะดีไม่น้อยนะ ถ้าเป็นแบบนี้ไปจนถึงโพสต์สุดท้าย
แล้วโพสต์สุดท้ายของผมคงเป็นโพสต์ที่ไม่มีคำไหนผิดเลย :25:
แล้วมันจะผิดคำง่ายๆ ต่างหาก :30: :30:
รอรูปประกอบ "สิ่งรักๆ ที่เรียกว่า "เล็ก" ครับ :25:
รออ่านต่อจักรี :27:
รอนานเลย กว่าจักรีจะอ่านจบ :58:
"ต่อ"
อะ อ่านซิ
ซิ :53: :53: :53:
ออยไม่อัดเสียงมาลงเลยวะ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 07 ก.ย. 2010, 15:37 น.
"ต่อ"
อะ อ่านซิ
นี่ไง ไม่ผิดเลย :25:
พี่กรีเขียนน่าอ่านดี :22:
อ้างคำพูดจาก: Rubberduck เมื่อ 07 ก.ย. 2010, 16:03 น.
ออยไม่อัดเสียงมาลงเลยวะ :30: :30:
เกือบไปไม่ถูกเหมือนกัน โดนจักรีต้อนมุก :05:
ภาษาน่ารักมากจักรี ชอบๆ :25:
แต่สงสัยอย่างเดียว
เป็นครั้งแรก ที่ผมได้ทำอะไรให้ใครสักคนหมายความว่าอะไร
ตูอ่านวนไปวนมา แปดรอบละ
สงสัยภาษาไทยไม่แข็งแรง
รอเบิ่งต่อค่ะ :33:
ลุ้นตามไปด้วยอีกคน
น่ารัก กุ๊กกิ๊ก จึ๊กกึ๋ยมากเลยค่ะพี่
วิ๊ดวิ้วววว ว!
อ้างคำพูดจาก: ChubbyPook เมื่อ 07 ก.ย. 2010, 18:29 น.
ภาษาน่ารักมากจักรี ชอบๆ :25:
แต่สงสัยอย่างเดียว
เป็นครั้งแรก ที่ผมได้ทำอะไรให้ใครสักคนหมายความว่าอะไร
ตูอ่านวนไปวนมา แปดรอบละ
สงสัยภาษาไทยไม่แข็งแรง
มันหมายความประมาณว่า เป็นครั้งแรกเลย ที่ได้ทำอะไรสักอย่างหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ให้กับคนคนหนึ่ง
แบบนี้หรือเปล่าค่ะ มุกว่าน่าจะใช่ค่ะ
ตาม คุณข้างบนว่าเลย พี่ปุก :40:
รู้สึกว่าผม จะ ใช้คำว่า เป็นครั้งแรกที่ทำอะไรแบบนี้เพื่อใครซักคนหนึ่ง นะครับ
ไอ้ตรง อะไรแบบนี้นี่แหละครับ ที่เป็นใจความสำคัญ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร :30:
*อธิบายอีกนิดหนึ่ง ว่าผมก็นั่งเรียบเรียงความหมายของมัน เหมือนกัน
อย่างถ้าใช้คำอย่างเจ๊ปุก บอก ว่า "เป็นครั้งแรกที่ได้ทำอะไรให้ใครซักคนหนึ่ง"
มันจะกลายเป็นว่าก่อนหน้านี้ผม ไม่เคยทำอะไรเพื่อใครเลยอะดิ :05: มันเศร้าไป :37:
ผมเลยเติมคำว่า อะไรแบบนี้ เข้าไป....
มันจะหมายถึงเป็นสิ่งที่พิเศษที่ไม่เคยทำให้กับใคร ~ อะไรทำนองนี้ครับ
เข้าใจความหมายของจักรีนะ.. :56:
อ้อ.. ข้างบนนี่พิมพ์ถูกหมดเลย.. เย้ๆ
ตูหมายถึงว่าทำอะไรเหรอ
เช่น ให้รถจอด แล้วผู้สาวขึ้นรถก็ไม่ใช่
เพราะน้องผู้หญิงคนนั้น อยู่รถอีกคันนึง
สงสัยว่า ที่ทำอะไรน่ะ ทำอะไร
งงมะ :30:
เออว่ะ ไม่ได้ทำอะไร "ให้" เค้าเลยนี่หว่า :30: :30:
เค้ารู้รึเปล่าก็ไม่รู้ :30: :30:
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้ทำอะไรเพื่อคนที่ไม่ใช่ครอบครัว :56:
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้ทำอะไรเพื่อคนใกล้ตัว :42:
นี่คงจะเป็นเสน่ห์ของภาษา กระมังครับ ^^
แต่ต้องอ่านทำความเข้าใจให้ดีๆ (ถึงผมจะพิมพ์ผิดเยอะมากก็ตาม :05:)
แต่ ประโยคนั้น ฝ่ายพิสูจน์อักษรไม่ได้ติติงอะไร ชิมิชิมิ
รู้สึกผมจะใช้คำว่า "เพื่อ" ไม่ใช่คำว่า "ให้" นะ
เพราะผมรู้ดีว่า มันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับเขาเท่าไร
แต่ก็ยังแอบคิดว่า ถ้าเขารู้ว่าเรายอมเสียงโดนคนทั้งรถกระทืบ เพราะเขา เขาคงจะปลื้มบ้างซักนิดดดดดดดดดดดดสสสละน่า
แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่กล้าทำอะไรแบบนี้ จริงๆ
ดังนั้นประโยคที่สงสัยนั่น จะขยายความหมายมันก็จะได้ว่า
"นั่น เป็นครั้งแรกที่เราได้ทำให้รถหยุดเพื่อที่จะได้ดู เธอ" (ประมาณว่าทำเพื่อเธอเลยนะเนี่ย ไม่ได้ทำเพื่อใคร)
และนั่นเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ได้ทำอะไรที่เข้าใกล้ ความรัก มากที่สุดของชีวิต นั่นเองครับ
อ๋อออ :25: :25: :25:
โอเค เก็ตละๆ
แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่กล้าทำอะไรแบบนี้ จริงๆ
ชอบคำนี้ !!
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 ก.ย. 2010, 00:19 น.
ถ้าเขารู้ว่าเรายอมเสียงโดนคนทั้งรถกระทืบ
ผิดอีกแล้ว :07:
ไปคัดคำว่าเสี่ยงมา 10 หน้า :58:
:30: :30: :30:
:05:
อย่าเพิ่งร้องไห้ครับ จักรี ผมรออ่านต่อนะครับ :40:
ผิดไม่กลัว กลัวช้า :47:
ใกล้ แล้วครับๆ :30:
เว้นวรรคทำไม ไปคัด "ใกล้แล้วครับๆ" มา 5 หน้า :07:
:30: :30:
สงสารพี่จักรี
เอ้าพี่
อย่าลืมคัดนะ
:39:
ตอน ๔...........
๗ โมงเช้า ที่ศาลเจ้าตัวเมืองกระโทก ล้อรถสองแถวสีน้ำเงิน มีป้ายหน้ารถว่า "หนองต้อ"
หยุดหมุน เด็กนักเรียนพากันลงจากรถ ประตูหน้าเปิดออก เด็กคอซองผมหยักศกก้าวลงมาพร้อมเป้สะพายหลังสีเทา
รถสองแถวรูปร่างคล้ายกัน ด้านบนหัวรถมีกระดานไม้เก่าๆ พ่นเป็นตัวหนังสือว่า "บึงไทย"
มาจอดประชิดอยู่ด้านหลัง ข้างบนมีกองทัพเกรียนกว่าสิบคนหัวคลอนไปมาพร้อมโยกตัวไป
ข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงเมื่อลุงเปี๊ยกโชเฟอร์ตัวเล็กเหยียบเบรค....
ทุกคนรีบกรูกันลงจากหลังคาเพราะรู้งานว่าการเข้าตัวเมืองแล้วจะมารีรอให้ตำรวจเห็น
คนบนหลังคารถโดยสารที่ต่อเติมไว้สำหรับนั่งไม่ได้เด็ดขาด....
ตัวผม กับเสื้อผ้าใหม่ที่ไม่ได้รีด ก็ขอลงเป็นคนสุดท้าย
นั่งมองเธออยู่บนนั้นจนเธอเดินอ้อมสวนสาธารณะไปในทิศทางตรงข้ามกันโรงเรียน
ผมรู้ดีว่า เธอทำแบบนี้ทุกเช้า เพราะเพื่อนของเธอ แม่สีไพรของผม บ้านเธออยู่ไม่ไกลจากนี่
ทั้งสองจึงนัดพบกันที่บ้านแล้วเดินออกมาเพื่อไปโรงเรียนด้วยกันทุกเช้า
พฤติกรรมนี้ ผมแอบดูมาเป็นปี ตอนนั้นผมอยู่ ม.๓ ไม่เคยแสดงออก ไม่เคยกล้ามองนาน
และไม่เคยให้ใครจับพิรุธได้ และวันนี้ เป็นอาทิตย์แรกของการเปิดภาคเรียนใหม่
ชั้นเรียนใหม่ก็ทำเอาผมกล้าขึ้นบ้างแล้ว ผมก้าวเข้าสู่ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ พร้อมเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม
และใจที่ตระเตรียมไว้สำหรับเรื่องแบบนี้โดยเฉพาะ ......
.... จะกล่าวย้อนกลับไปในช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมาเวลาประมาณ
สองทุ่ม ณ หมู่บ้าน บึงไทยที่ผมอาศัยอยู่ มันเป็นหมู่บ้านที่ห่างตัวอำเภอออกมาค่อนข้างไกล
ก่อนจะถึงหมู่บ้าน เป็นทางที่วิ่งผ่านบึงขนาดใหญ่ที่มีตำนานเล่าขานต่างๆ นานา
ไอ้ตูม ไอ้จุก ไอ้แอล เป็นสามรุ่นพี่ที่อยู่ในกลุ่ม วันนี้พวกมันถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่สุดในหมุ่บ้าน
เพราะเป็นรุ่นพี่ ม.๖ ที่โรงเรียน ที่เรียนสาขาอุตสาหกรรม ที่ถือว่าเป็นรุ่นที่ถูกกล่าวขานว่าเกเรที่สุด
แต่ผมรู้จักพวกมันดี ทุกคนล้วนเป็นคนจิตใจดี ถึงจะดูเกเร หรือกร่างไปบ้าง แต่ทุกคนก็ตั้งใจเรียน
การตั้งวงกินเหล้ากันของพวกผม ก็เหมือนการสังสรรค์ที่ไม่มีอบายมุขอื่นมาเจือปนนอกจากสุรา
เพราะพวกเราต่างเห็นพ้องกันว่า บรรยากาศในวงเหล้าเป็นเสน่ห์ที่หาใดมาเปรียบได้
และคืนนี้ ในศาลากลางหมู่บ้านเป็นคืนที่ ไอ้ตูม รุ่นพี่ตัวโย่งของเรารำพึงรำพันถึงเรื่องคนรักของตน
มันเศร้าและพวกเรารู้ ในกลุ่มนอกจากผมที่เป็นน้องสุดแล้วยังมีรุ่นพี่ที่เพิ่งขึ้น ม.๕ อีกสามคน
คือไอ้โบ้ ไอ้น้อย และไอ้หนุ่ย เรา ๗ คนมักจะมาหาเวลากินเหล้ากันแบบนี้อยู่บ่อยๆ เมื่อเหล้าที่กระเดือกเข้าไป
ออกฤทธิ์กรุ้มกริ่ม บทเพลงของคนเศร้า เพื่อปลอบประโลมเพื่อนในกลุ่มก็ดังโหยหวนทวนลมเป็นครั้งคราว
บรรยากาศ ก็ชวนให้น่าหลงไหลพวกเราแหงนมองท้องฟ้า ดูดาว พร้อมเสียงเพลงของพีเสกบ้าง ลาบานูนบ้าง ก็เวียนมาไม่จบสิ้น
เรื่องราวของแต่ละคนที่พูดถึงเรื่องรักของตนเอง ก็ทำเอาผมคิดถึงหน้าเธอทำหน้าบึ้งอยู่บนรถสองแถวตลอดเวลา
เมื่อบทเพลงเวียนมาถึงตาที่ผมจะต้องเล่าบ้าง ทุกคนที่เกือบจะเจอหน้ากันอยุ่ทุกวัน คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่า เราจะไปมีความรักได้ที่ไหนกัน
ถึงมี จะรอดหูรอดตาพวกเขาไปได้อย่างไร เมื่อครั้งไอ้น้อยเจอเด็กพลับพลายกพวกมาตี
พวกเราก็แทบจะอยู่กินด้วยกันเป็นเดือนๆ กว่าจะเคลียร์เรื่องจบสิ้น
มันเป็นเดือนที่ทรมานจากการไม่ได้เจอหน้าเธอเลย เพราะต้องหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งไปและกลับโรงเรียน
ผมนั่งมองท้องฟ้ารอเพลงจบ ทุกคนรู้ว่าผมไม่มีแฟน แต่ก็ยังยัดเยียดให้ผมเล่าถึงความรักของตัวเอง
พวกมันชอบแกล้งผม ก็นั่นแหละ ถึงได้รู้สึกว่า ตัวเองคงเป็นที่รักของรุ่นพี่ในกลุ่ม ไอ้จุก ตัวต้นเรื่องให้เล่า ก็พยายามกระเซ้าถาม
ว่า ผมแอบชอบใครบ้างหรือเปล่า เหมือนมันจะรู้ หากเป็นตอนปกติที่ยังไม่เมาผมคงบอกมันไปว่า "ไม่มี"
แต่นี่ บรรยากาศมันชวนให้เล่า ไหนๆ ทุกคนก็เล่าเรื่องของตัวเอง อย่างน้อยไอ้หนุ่ยมันก็เล่าว่ามันแอบชอบใคร ที่ทำให้อึ้งไปทั้งกลุ่ม ไปแล้ว
ผมก็อยากจะเล่าบ้าง แต่ก็ช่างใจอยู่เพราะ คนที่ผมแอบดูอยู่นั่น เป็นคนที่ชอบเดินกับคนที่ทุกคนไม่อยากยุ่งด้วย พอคิดถึงจุดนี้
ก็ทำเอาผมไม่อยากจะเล่าอะไรเลย แต่ผมก็เล่าออกมาแบบเฉไฉ อย่างไงซะ ก็คงรู้แค่ผมคนเดียว ไอ้ตูมตบกระโหลกผมหนึ่งที
ทำเอาตาสว่างวาปขึ้นชั่วขณะ พวกมันหัวเราะผม เพราะทุกคนรู้จักผมดี ในนามตัวเพ้อเจ้อแห่งกลุ่ม .... ไม่มีใครคิดถึงว่าผมจะพูดจริง
แต่นับจากนั้นมา ผมก็อยากมีเรื่องที่จับต้องได้ เอาไว้เล่าเหมือนใครๆ เขาบ้างจัง.....
"แต่นับจากนั้นมา ผมก็อยากมีเรื่องที่จับต้องได้ เอาไว้เล่าเหมือนใครๆ เขาบ้างจัง....."
โดน :05:
สนุกนะเนี่ย :25:
จักรีเขียนระวังขึ้นใช่มะ ไม่ค่อยผิดเลย.. อ่านเพลินมาก :53:
ก็ระวังขึ้นครับ :30: แต่รู้สึกจะยังมีแอบๆ ผิดอยู่บ้าง เดี๋ยวบทต่อไปเอาใหม่
(แต่นี่เปลี่ยนแนวเล่า ใหม่เลยนะ ไม่สร้างตัวละครมาเพื่อเป็นตัวเองแล้ว พูดถึงตัวเองเลย เพราะไหนๆ ก็รู้กันหมดแระ :30:)
อ้าว อันนี้เรื่องจริงเลยเหรอ.. นึกว่าเรื่องแต่ง :30:
งั้นต้องจินตนาการว่าคนรับบทเป็นตัวเอกเนี่ย เป็นจา พนม ละกัน :56:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 19 ก.ย. 2010, 23:56 น.
ทำเอาตาสว่างวาปขึ้นชั่วขณะ
ยังผิดอยู่ :07: :07: :07: :07:
ที่ถูก ต้องเป็นอย่างไง อะ
วาบ เฉยๆ จ้ะ
:25: ขอบคุณครับ
http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp (http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp)
อ่ะเอานี่ไป :30: :30:
เช็กทุกคำไม่ไหวมั้ง มาช่วยกันนี่แหละดีแล้ว
เดี๋ยวช่วยเป็นฝ่ายพสอษ.ให้
สะดุดอยู่สองคำ
ชั่งใจ, ยังไงหรือ อย่างไร
ตอนนี้อ่านเพลินเลยพี่กรี
ชอบๆ มาเล่าต่อไวๆ นะ :12:
:05: น่ารักกันทั้งนั้นเลย
เข้ามาดู :37:
Mr. Fission :25:
อ้างคำพูดจาก: B o o k เมื่อ 20 ก.ย. 2010, 20:30 น.
เช็กทุกคำไม่ไหวมั้ง มาช่วยกันนี่แหละดีแล้ว
เดี๋ยวช่วยเป็นฝ่ายพสอษ.ให้
สะดุดอยู่สองคำ
ชั่งใจ, ยังไงหรือ อย่างไร
ตอนนี้อ่านเพลินเลยพี่กรี
ชอบๆ มาเล่าต่อไวๆ นะ :12:
ชั่งใจถูกแล้ว :25:
ส่วนยังไง กะ อย่างไร
ถ้าใช้ในการเขียนนิยายที่ไม่เป็นทางการเนี่ย ยังไง ก็ใช้ได้นะ
อาจารย์ภาษาไทยก็ยอมรับกันแล้ว จริงๆ มันก็ใช้ต่างกันด้วยแหละนะ :12:
โอ้วเจ๋ง
ตอน ๕...........
..........
บนระเบียงหน้าห้องชั้นสามตึกห้าเพื่อนร่วมห้องของผมต่างทยอยกันมารอท่าเวลาเรียน
เรื่องราวในชั้นเรียนที่ดูจะแปลกตา เพื่อนใหม่ แต่โรงเรียนเก่า
บางคนก็ดูเหมือนจะหน้าใหม่บางคนก็หน้าเดิม
แต่ส่วนใหญ่จะหน้าใหม่กันทั้งนั้นเลย มีหลายคนคงคิดเหมือนผม
....เสียงแวดแว่ววี้ดว๊าดมาแต่ไกล เผยให้เห็นอ่าองค์อนงนาง
ย่างกายมาพร้อมเสียงอันเป็นเอกลักษณ์อันฉงักงัน
เด็กหญิงเสื้อใหม่ไร้คอซองขาวอวบอึ๋มเธอเดินมาสะดุดจุดสดับที่เงียบตับยังกับเสียงเงากระทบกัน
เจ้าหล่อนหันมาทางผมผมมองดูหน้าเธอ พร้อมกับยิ้มเฝื่อนๆ ให้หนึ่งที
"จักรี๊!!!.... ในที้สุด แรวก็ได้อยู่ห้องแดวแกรนอีกแล้นน้า..."
เสียงลิ้นที่เธอกระดกฟังยังกับเสียงรถแข่งเป็นสิบคันที่วิ่งบนสะพานไม้ที่ไม่ได้ตอกตะปู
แต่กระนั้นยังไม่สู้น้ำเสียงและท่าทางที่เธอโบกป่ายบ้ายบ่ายมือทั้งสองข้าง
และฟัดเหวี่ยงบั่นท้ายไปมายังกับเฮลิคอปเตอร์ที่เพิ่งสตาร์ทเครื่อง
ผมไม่รอให้เครื่องเธอติด จึงรีบตัดบท "เออ จุ๋ม รู้สึกเราจะเห็นไก่ นั่งอยู่ฝั่งนู้นหน่ะ"
ผมพูดพร้อมชี้มือ
"ว๊ายยย.....จริงเหรอจักรี๊ ... อีไก่ก็อยู่ห้องแดวกับแรวเหรอนี่ ไปหาอีไก่ก่อนแนะจักรี๊ เดี๋ยวเจอกันใหม่นะแจ้ะ"
"แดะๆ เอ้ย!! ได้ๆ"
เจ้าหล่อนรีบปรี่ไปอย่างรวดเร็ว เหมือนหื่นกระหายคู่สนทนาที่ถูกใจมาแรมปี.....
วันแรกที่ได้เจอเพื่อนเป็นวิชาเคมีของเด็กวิทย์คณิตห้องสุดท้าย ที่ดูรายชื่อ ยังไง้ ยังไง เกรดก็ไม่มีใครเกิน 3.2
เรียกว่าเด็กวิทยคณิตห้องบ๊วยก็ว่าได้ ...
ยัยคนนี้ใครกั๊น :30b:
มาๆ พสอษ ทำงานหน่อย
วี้ดว๊าด --> วี้ดว้าด เน้อ อักษรต่ำไม่มีไม้ตรีจ้ะ
ย่างกาย น่าจะเป็น ย่างกราย ไม่ได้เล่นคำใช่ปะ
ฉงักงัน --> ชะงักงัน
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 22 ก.ย. 2010, 04:31 น.
เด็กหญิงเสื้อใหม่ไร้คอซองขาวอวบอึ๋มเธอเดินมาสะดุดจุดสดับที่เงียบตับยังกับเสียงเงากระทบกัน
ชอบตรงนี้อะ คิดได้ไง สุดยอด :30:
ชอบสำนวนจักรี :45:
ขอบคุณที่ติดตามอย่างไม่ลดละนะครับ เดี๋ยว เขียนจบแล้วจะเอาไปลงเฟสบุ๊คไว้
แต่ก่อนจะเอาไปลง คงต้องแก้ ตามที่ ฝ่ายพสอษ. แก้ให้ก่อน
ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวพิมพ์เป็นหนังสือ แล้วจะให้เครดิตทุกคนเลย
แต่เรื่องนี้มันยาวนานอาจจะพิมพ์กันเป็นปีๆ เลยก็ได้
เพราะมันยิ่งกว่ามัคทายกไหว้(มหากาพย์) ซะอีก
ปูมาตั้งนานเพื่อจะเล่นมุกเดียวนี่แหละ
มุกนี้อึ้งไปห้าวิ.
:30:
อนงค์นาง :56:
อึ้งมุกนั้นไปเหมือนกัน
แต่แค่สามวิ :30:
เอาล่ะ เพิ่งได้มาอ่านดีๆ :37:
เริ่มทำงานละนะ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 22 ก.ย. 2010, 04:31 น.
....เสียงแวดแว่ววี้ดว๊าด(ว้าด-แอ้แก้แล้ว)มาแต่ไกล เผยให้เห็นอ่าองค์อนง(ลืม ค์ -บุ๊ก แก้แล้ว)นาง
ย่างกาย(กราย-แอ้แก้แล้ว)มาพร้อมเสียงอันเป็นเอกลักษณ์อันฉงัก(ชะงัก-แอ้แก้แล้ว) งัน
เด็กหญิงเสื้อใหม่ไร้คอซองขาวอวบอึ๋มเธอเดินมาสะดุดจุดสดับที่เงียบตับ (อันนี้ไม่ผิดแต่ไม่เคยได้ยิน :30:)ยังกับเสียงเงากระทบกัน
แต่กระนั้นยังไม่สู้น้ำเสียงและท่าทางที่เธอโบกป่าย(โบกบ่าย?)บ้ายบ่าย(บ๊ายบาย?)มือทั้งสองข้าง
และฟัดเหวี่ยงบั่นท้าย(บั้นท้าย)ไปมายังกับเฮลิคอปเตอร์ที่เพิ่งสตาร์ทเครื่อง
เรียกว่าเด็กวิทย(ลืมการันต์)คณิตห้องบ๊วยก็ว่าได้ ...
ไปคัดคำผิด คำละหนึ่งหน้ามาเดี๋ยวนี้ :37:
เงียบตับนี่มัน เงียบสงัดป่าว
รู้จักแต่ เงียบฉี่ :42:
ลุงร่มไม่ปล่อยผ่านซักกะตัว :30:
พสอษ.ดีเด่นแห่งปี+
ดูไว้นะเดือน :25:
ลุงร่มสุดยอดดดด :30:
:53:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 20 ก.ย. 2010, 10:05 น.
"แต่นับจากนั้นมา ผมก็อยากมีเรื่องที่จับต้องได้ เอาไว้เล่าเหมือนใครๆ เขาบ้างจัง....."
โดน :05:
เช่นกัน ^^ เป็นประโยคที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเจ๋งจริงๆ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 22 ก.ย. 2010, 04:31 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 22 ก.ย. 2010, 04:31 น.
....เสียงแวดแว่ววี้ดว๊าดมาแต่ไกล เผยให้เห็นอ่าองค์อนงนาง
ย่างกายมาพร้อมเสียงอันเป็นเอกลักษณ์อันฉงักงัน
เด็กหญิงเสื้อใหม่ไร้คอซองขาวอวบอึ๋มเธอเดินมาสะดุดจุดสดับที่เงียบตับยังกับเสียงเงากระทบกัน
เล่นคำซะ :53:
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 22 ก.ย. 2010, 22:40 น.
เงียบตับนี่มัน เงียบสงัดป่าว
รู้จักแต่ เงียบฉี่ :42:
น่าจะเป็น "เงียบตั๊บ" <--- อันนี้โทนเสียงปรับเปลี่ยนได้
ศัพท์แถวบ้าน หมายถึง เงียบสงัดในทันใด
มีความหมายเหมือน มิดจี่หลี่
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 02 ต.ค. 2010, 10:28 น.
ศัพท์แถวบ้าน หมายถึง เงียบสงัดในทันใด
มีความหมายเหมือน มิดจี่หลี่
แถวบ้านคือ ภาคไหนหรอครับ ขอเดาว่า ภาคเหนือหรือเปล่า? :40:
อิสานค่ะ
บ้านใกล้เรือนเคียงกับเก้อกะจักรี
ภาษาจักรีโคตรมันอะ :25:
จักรีเขียนสนุก ติดตรงคำผิดเยอะนี่แหละ
ถ้าเขียนผิดบ่อยๆจะรู้สึกอายๆ เพราะเหมือนกับว่าเราเป็นคนอ่านหนังสือน้อย
หรืออ่านเยอะ แต่ดันไม่รู้จักสังเกต ไม่รู้จักจำ
อะ ให้เลือก ระหว่างอ่านน้อย กับไม่รู้จักจำ!
อูย สะใจ :30:
:07: อ่านน้อยแล้วไม่รู้จักสังเกตด้วยครับ
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 05 ต.ค. 2010, 20:49 น.
อิสานค่ะ
บ้านใกล้เรือนเคียงกับเก้อกะจักรี
ภาษาเหนือ กับภาษาอีสาน น่ารักพอกันแต่ภาษาใต้ฟังไม่ทัน :22:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 09 ต.ค. 2010, 14:16 น.
:07: อ่านน้อยแล้วไม่รู้จักสังเกตด้วยครับ
ยังไงก็รอติดตามครับ^^ (รู้สึกเหมือนติดละคร :56:)
ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะเร่งออกตอนต่อไปในเร็วๆ นี้ ^^
...ตอนที่ ๖....
ไม่รู้ว่าเปิดเทอมมานานแค่ไหนแล้ว ผมที่เคยเกรียนตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นรองทรง
สั้นที่ปล่อยข้างหน้าไว้หวีตั้ง เสื้อผ้าใหม่เริ่มเก่าลมร้อนค่อยๆ พัดผ่าน .. ลมฝน
พัดมาแทนที่ หลังคารถคันเดิมไร้กองทัพนักเรียนบ้านนอกถูกแทนที่ด้วยความเปียกปอน
และขังนองไปด้วยน้ำฝนที่พรมลงมาตลอดทั้งวัน การเคลื่อนพลลงมาอัดกันอยู่ในรถสองแถวหกล้อ
ก็ทำให้หายหนาวไปได้เยอะแต่คงไม่มีใครคิดถึงประโยชน์ข้อนี้เท่ากับความอึดอัดคับแคบ
ที่ได้รับจากการเบียดเสียดกันเป็นปลากระป๋อง....ความโชคดีของผมคงมีไม่น้อยเมื่อบ้านอยู่ปากทางของหมู่บ้านพอดี
รถลุงเปี๊ยกเคลื่อนรับเด็กนักเรียนมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าบ้านของผม ผมซึ่งอยุ่*ซุมบ้านเดียวกันกับไอ้ตูมและไอ้หนุ่ย
ต่างพากันวิ่งขึ้นรถ พวกเราเป็นกลุ่มสุดท้ายทุกวันที่ได้ขึ้นรถ สำหรับไอ้ตูมกับไอ้หนุ่ยแล้ว มันคงเป็นโชคร้ายที่จะต้องรั้งท้ายคัน
เพราะแน่นอนว่าจะต้องโดนฝนสาดใส่ไม่มากก็น้อย แต่สำหรับผมนั้น นี่เป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสโผล่หัวออกมา
นอกรถมากกว่าคนอื่นนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่เหตุผลหนึ่งก็คือ ผมได้มีโอกาสอยู่ในระนาบเดียวกันกับสายตาของเธอคนนั้นซักที
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เทพผู้ขี่ไอ้เข้นามพระพิรุณทำงานอย่างขยันขันแข็งตั้งแต่เช้าตรู่
แต่คงเพราะวันนี้พระพิรุณของเราเลือกไอ้เข้เป็นพาหนะสายฝนจึงปรอยๆ
ไม่ได้เม็ดเป้งๆ เหมือนตอนขี่พญานาคมา....
แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตของคนเราก็ต้องดำเนินไปตามวิถีของมัน โดยไม่สนใจฟ้าฝน
พวกเราทั้งสามรีบวิ่งออกมาจากโรงสีเก่าที่อยู่ปากทางเข้าซุมบ้าน หลังได้ยินเสียงรถที่คุ้นเคยของลุงเปี๊ยก
ล้อหยุดหมุนครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากหมู่บ้าน ผมเป็นคนก้าวขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย เอามือรั้งเหล็กจับท้ายรถอย่างเหนียวแน่น
หมุ่นตัวออกเพื่อให้มองหารถคันหลังที่ตามมา....
หน้ารถคันเป้าหมายโผล่มาอย่างช้าๆ ทิ้งระยะห่างไม่ไกลนัก ผมสังเกตเห็นถึงเด็กผู้หญิงหัวหยิกนั่งหน้าตายอยู่ในรถ
เมื่อรถใกล้เข้ามาความเฉยชาของเธอก็ยิ่งชัดเจนขึ้น การกระชั้นของรถถทั้งสองคันทำเอาผมหน้าแดง
จนไม่กล้าจะมองต้องก้มหน้าก้มตาด้วยความเขินอายและกลัวว่าจะมีคนรู้...
เมื่อแหงนหน้าขึ้นมาอีกที รถของลุงเปี๊ยกก็ถูกแซงไปซะแล้ว ความสุขของคนเรามันมาไวไปไวซะจริงๆ....
เข้ากับบรรยากาศฝนตกตอนนี้ซะจริงๆ ^^
แถวบ้านผมพระพิรุณก็ขี่ไอ้เข้เหมือนกัน :40:
โดยรวม คำผิดดีขึ้นมาก แต่ต้องมาดูเรื่องเคาะวรรค จัดบรรทัดนะ :58:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 16 ต.ค. 2010, 02:04 น.
...ตอนที่ ๖....
ไม่รู้ว่าเปิดเทอมมานานแค่ไหนแล้ว ผมที่เคยเกรียนตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นรองทรง
สั้นที่ปล่อยข้างหน้าไว้หวีตั้ง เสื้อผ้าใหม่เริ่มเก่าลมร้อนค่อยๆ พัดผ่าน .. ลมฝน(เอาลมฝนไปไว้บรรทัดล่าง ความมันขาด)
พัดมาแทนที่ หลังคารถคันเดิมไร้กองทัพนักเรียนบ้านนอกถูกแทนที่ด้วยความเปียกปอน
และขังนองไปด้วยน้ำฝนที่พรมลงมาตลอดทั้งวัน การเคลื่อนพลลงมาอัดกันอยู่ในรถสองแถวหกล้อ
ก็ทำให้หายหนาวไปได้เยอะ(เคาะวรรคหน่อย)แต่คงไม่มีใครคิดถึงประโยชน์ข้อนี้เท่ากับความอึดอัดคับแคบ
ที่ได้รับจากการเบียดเสียดกันเป็นปลากระป๋อง....
(เอามาบรรทัดใหม่)ความโชคดีของผมคงมีไม่น้อยเมื่อบ้านอยู่ปากทางของหมู่บ้านพอดี
รถลุงเปี๊ยกเคลื่อนรับเด็กนักเรียนมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าบ้านของผม ผมซึ่งอยุ่*ซุม (นี่อะไร)บ้านเดียวกันกับไอ้ตูมและไอ้หนุ่ย
(ความมันต่อเนื่องมาจากข้างบน ใส่ - ดีมั้ย)ต่างพากันวิ่งขึ้นรถ พวกเราเป็นกลุ่มสุดท้ายทุกวันที่ได้ขึ้นรถ สำหรับไอ้ตูมกับไอ้หนุ่ยแล้ว มันคงเป็นโชคร้ายที่จะต้องรั้งท้ายคัน
เพราะแน่นอนว่าจะต้องโดนฝนสาดใส่ไม่มากก็น้อย แต่สำหรับผมนั้น นี่เป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสโผล่หัวออกมา
(นี่ก็ตัดบรรทัดได้นรก)นอกรถมากกว่าคนอื่นนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่เหตุผลหนึ่งก็คือ ผมได้มีโอกาสอยู่ในระนาบเดียวกันกับสายตาของเธอคนนั้นซักที
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เทพผู้ขี่ไอ้เข้นามพระพิรุณทำงานอย่างขยันขันแข็งตั้งแต่เช้าตรู่
แต่คงเพราะวันนี้พระพิรุณของเราเลือกไอ้เข้เป็นพาหนะสายฝนจึงปรอยๆ
ไม่ได้เม็ดเป้งๆ เหมือนตอนขี่พญานาคมา....
(ความท่อนนี้แปลก ตอนแรกบอกขี่ไอ้เข้ แต่วันนี้ตกไม่แรงเพราะน่าจะขี่ไอ้เข้แทนที่จะเป็นพญานาค
สรุปว่าปกติขี่ไอ้เข้หรือพญานาค(รู้นะว่าเป็นไอ้เข้)
แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตของคนเราก็ต้องดำเนินไปตามวิถีของมัน โดยไม่สนใจฟ้าฝน
พวกเราทั้งสามรีบวิ่งออกมาจากโรงสีเก่าที่อยู่ปากทางเข้าซุม(ศัพท์พื้นบ้านสินะ)บ้าน หลังได้ยินเสียงรถที่คุ้นเคยของลุงเปี๊ยก
ล้อหยุดหมุนครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากหมู่บ้าน ผมเป็นคนก้าวขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย เอามือรั้งเหล็กจับท้ายรถอย่างเหนียวแน่น
หมุ่น(ศัพท์พื้นบ้านอีกแล้วเรอะ)ตัวออกเพื่อให้มองหารถคันหลังที่ตามมา....
หน้ารถคันเป้าหมายโผล่มาอย่างช้าๆ ทิ้งระยะห่างไม่ไกลนัก ผมสังเกตเห็นถึงเด็กผู้หญิงหัวหยิกนั่งหน้าตายอยู่ในรถ
เมื่อรถใกล้เข้ามาความเฉยชาของเธอก็ยิ่งชัดเจนขึ้น การกระชั้นของรถถ(เบิ้ล ถ ถุง ทำไม)ทั้งสองคันทำเอาผมหน้าแดง
จนไม่กล้าจะมองต้องก้มหน้าก้มตาด้วยความเขินอายและกลัวว่าจะมีคนรู้...
เมื่อแหงนหน้าขึ้นมาอีกที รถของลุงเปี๊ยกก็ถูกแซงไปซะแล้ว ความสุขของคนเรามันมาไวไปไวซะจริงๆ....
วันหลังใช้ศัพท์พื้นบ้าน ใส่เชิงอรรถด้วย แล้วไปคัดคำว่ารถมา 10 หน้า :58:
ลุงเป็ดน่ารักมาก :46:
น่ารักทั้งคนเขียนทั้ง พสอษ. เลยค่ะ.. + ไป
จักรีเขียนให้รวมเล่มได้ไปเลยนะ :25:
ได้ครับพี่แอ้ เป็นการรวมเล่มสอนภาษาวิบัติ :52:
ผมตั้งชื่อหนังสือผมแล้วนะครับ
"สอนเกรียนเขียนเรื่องรัก"
แล้วซุมบ้าน กับ หมุ่น นี่แปลว่าอะรั้ย :30: :30:
สไตล์อุทิศ เหมะมูล, คำพูน บุญทวี ฯลฯ ไง้..
ไม่ต้องมีซัพไตเติ้ล ใส่มาเต็มๆ เลย :56:
อ๋อๆ เขียนผิดๆ หมุ่น ก็ หมุน นั่นแหละ :30:
ส่วน ซุม ความหมายเดียวกับ ชุมโจร และ ซุ้มมือปืน ครับ
นี่ ผมแยกไม่ออก ระหว่างภาษาพื้นบ้านกับภาษากลาง เลยนะนี่ :05:
:30: เอ๊า.. อุตส่าห์แก้ต่างแทน
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 16 ต.ค. 2010, 21:49 น.
นี่ ผมแยกไม่ออก ระหว่างภาษาพื้นบ้านกับภาษากลาง เลยนะนี่ :05:
นึกถึงเพื่อนสนิทที่เป็นคนเชียงราย
ตอนมากรุงเทพฯ แรกๆ (ทั้งเราและมัน) ต้องคอยเช็คสำเนียงให้ตลอด ว่าเหน่อเชียงรายคำไหนบ้าง
เวลาจีบสาวจะได้ไม่พลาด :30:
ปล. คนเชียงราย ไม่ว่าจะพูดภาษากลางชัดขนาดไหน จะเหน่อคำนึง คือ ยิ่มสิบ
งั้นเวลาซื้อของ ควรซื้อให้เกินยี่สิบไว้ก่อนครับ
ประมาณว่า ถ้ามันยังไม่ถึง 30 นี่ต้องเพิ่มจำนวนสินค้าไปเรื่อยๆ
มันลำบากชีวิตไปไหมเนี่ย!!!
:30: