ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 11:09 น.

ชื่อเรื่อง: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 11:09 น.
ผมเป็นคนชอบ คิดจากประโยคหรือคำพูดของคนอื่น
ไม่ว่า sms ทวิสเตอร์ หรือหนังสือที่อ่านพบ
อาจจะเป็นประโยคสั้นๆทางหนังสือพิมพ์

จะเอาไปพิมพ์ไว้ที่ระบายใจ ก็อาจจะไม่เข้ากัน(ในความคิดของผม)
ลองเอามาตั้งดู ใครอยากจะร่วมสนุกมั่งก็ยินดี
..........................................................

เมื่อวานผมอ่านเจอทวิสเตอร์
(คนที่ไม่รู้จักทวิสเตอร์ อธิบาย คือ เหมือน sms สั้นๆ ที่ขึ้นตามหน้าจอทีวี
ว่า ลำปางหนาวมาก หรือ เด็กผีเก่งสุดหงส์นะกาก)

ในทวิสเตอร์นั้น (ใครก็ไม่รู้ เดาว่าเขาอาจจะเป็น วมต ของบล็อกเอ๊กซ์ทีน)
เขาพิมพ์มาว่า(เอาที่จำได้โดยประมาณ)

เป็นห่วงเด็กไทยที่จะเติบโตมาท่ามกลางสังคมแบบนี้ เช่นเหลืองแดง
ผมอ่านแล้วคิดว่า เออนะน่าคิด
ผมเลยถามเขากลับไปว่า
แล้วผู้ใหญ่เฮงซวย นักการเมืองเฮงซวย
ที่ปกครองบ้านเมืองตอนนี้ละเขาโตมาแบบไหน
เขา(ผู้ทวิสต์) คงไม่ได้รับข้อความผม
และมันก็หายไปแต่ผมยังคิดต่อ
ว่าคนโตๆเหล่านั้นเขาผ่านอะไรมาบ้าง
ทำไมโตมาแล้วเลวกันได้ขนาดนี้
แล้วคนรุ่นผมละ ผ่านอะไรมาบ้าง
ถ้าโตไปได้ปกครองบ้านเมืองบ้าง
จะเลวได้อย่างเขาไหม หรือดีมากกว่าเขา
ผมพยายามคิดต่อ
แต่ก็คิดไม่จบว่า เด็กเยาวชนที่จะโตต่อไป
ในระหว่างทางที่บรรยากาศเป็นแบบนี้
เขาทั้งหมดจะเป็นแบบไหน
คิดได้เท่านี้แต่ก็เป็นเรื่องที่ค้างๆ ในใจอยู่
(ไหนจะ โอเน็ตอีก)



ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 11:15 น.
ต่ออีกเรื่อง

เจ้าของทวิตเตอร์คนเดิม
ทวิสต่อว่า
ฝากบอกงานหนังสือคราวนี้ขออย่าตะโกนขายกันอีก(เท่าที่จำได้นะครับ)
ผมก็ตอบเขาไปว่า ที่ฝากนะฝากใคร

ผมสงสัยเช่นนั้นจริงๆ
เขาฝากใครหรือ
แล้วคนที่จะรับฝากเขาจะเชื่อไหม
เขาอาจจะฝากไปถึง สนพ ทั้งหลาย
หรือคนขายหนังสือทั้งหลาย

แต่ เมื่อหนังสือเป็นสินค้า ที่มีทุน
เมื่อลงทุนก็ต้องทำให้ได้เยอะกว่าทุน
นั่นหมายถึงกำไร เมื่ออยากได้กำไร
ก็ต้อง ขาย เมื่อจะขายก็ต้องหาวิธีประชาสัมพันธ์
การตะโกนแข่งกัน มันก็เป็นการตลาดแบบหนึ่งในหลายๆแบบ
ใครชอบไม่ชอบนี่อีกเรื่อง คนทวิสก็คงไม่ชอบ
ถามผม ผมก็ไม่ชอบแต่เข้าใจได้
ทำไมเข้าใจได้ ก็เพราะผมคลุกคลีตีโมงอยู่ในแวดวงนี้เกือบยี่สิบปี
แต่ถ้าเลือกได้ ก็คิดว่า ไม่ตะโกนแข่งกันก็ดี สงบดี
แต่ตะโกนก็คึกครื่นดีอีกแบบ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 11:35 น.
โอ้ว ประเด็นน่าสนใจครับ

งั้นผมฝากพี่โอ๋ไปคิดสักประโยค


"ถ้าจะบิน จงบินให้ได้อย่างปลาทอง"


อ้าว อ้าว อ้าว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 11:45 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 11:35 น.
โอ้ว ประเด็นน่าสนใจครับ

งั้นผมฝากพี่โอ๋ไปคิดสักประโยค


"ถ้าจะบิน จงบินให้ได้อย่างปลาทอง"


อ้าว อ้าว อ้าว

ปลาทอง
บ้าเร๊อะ ปลาที่ไหนบินได้
(อ๊ะ โยนประเด็นกลับให้แอนคิด)

ทำไมไม่บินแบบนกหรือเครื่องบินละ
ปลาทองความจำสั้น หรือว่าอดีตเลยเป็นได้
พอมันความจำสั้นว่ามันเคยบินได้
มันก็จำไม่ได้ว่ามันเคยบินได้
วันนึงเผลอลองว่ายน้ำดู มันว่ายได้
กลายเป็นว่าลืมไปว่าเคยบินได้
ฉะนั้น ประโยคนี้อาจจะจริงนะ
"ถ้าจะบิน จงบินให้ได้อย่างปลาทอง"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 11:53 น.
:25: กรี๊ด จ้อบ จ้อบ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 12:20 น.
ผมยังติดค้างประโยคนึงอีก พยายามคิดมาหลายรอบ
และทุกรอบที่ได้ยินเพลงนี้ด้วย
เป็นประโยคในเพลง "อีกนาน" ของ พงษ์พัฒน์
ประโยคที่ผมติดใจคือ
หากเธอมีหัวใจเป็นอื่น
เท่านี้เองนะครับ

ผมคิดว่า ถ้าหัวใจเธอเป็นอื่น
แสดงว่า หัวใจของเธอเคยเป็นอีกแบบนึง
แล้วเจ้าของหัวใจละ คิดว่าหัวใจเธอเป็นแบบไหน
ไอ้ที่เขาว่า เป็นอื่นนี่ เจ้าของหัวใจจะคิดไหม
ว่าหัวใจตัวเองเป็นอื่นไปแล้ว หรือหัวใจฉัน
มันก็เป็นปกติ แต่ระหว่างที่ไปอยู่กับเธอต่างหาก
หัวใจฉันเป็นอื่น
ผมก็คิดวนไปวนมาแบบนี้ ว่า หัวใจเป็นอื่น นี่เป็นแบบไหน

ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 12:22 น.
 :25: :25: :25:

เจ๋งๆ อ่านเพลิน พี่โอ๋เมื่อไหร่เขียนหนังสืออีกพี่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 12:23 น.
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 12:22 น.
:25: :25: :25:

เจ๋งๆ อ่านเพลิน พี่โอ๋เมื่อไหร่เขียนหนังสืออีกพี่

นั้นสิ อันนี้ผมพิมพ์(จิ้ม) อยู่  :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 13:12 น.
พี่โอ๋ มีอะไรให้เล่นอีกแล้ว  :56:

เคยเป็นเหมือนกัน ว่าได้ยินหรือได้อ่านประโยคอะไรบางอย่างแล้วก็เก็บมาคิดต่อ
มันเหมือนไม่จบ จนบางครั้ง ลืมเรื่องอื่นๆไปซะหมด เพราะมัวแต่นั่งคิดอะไรพวกนี้
จนบางทีเหมือนเพ้อเจ้อ  :49:

ล่าสุด ผมติดใจกับคำประมาณนี้ครับ "รักแท้ คือรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง"
จะเป็นไปได้เหรอ ที่รักของคนเราจะไม่เปลี่ยนแปลง มันจะไม่มากขึ้น น้อยลง หรือกลายสภาพบ้างหรือ
รักแรกของคนเราเวลาพูดคำนี้ขึ้นมา กับรักที่ผ่านการอยู่กินร่วมสุขทุกข์มาสิบยี่สิบปี
มันจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงแตกต่างกันเลยหรือ

ผมว่า รักเรา มันเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันนะ ...
เพียงแต่ว่า เราและเราจะรู้ตัวกันเองหรือเปล่า
ว่าวันนี้ เรารักคนรักของเรา แบบไหน

เคยเห็นใครหลายๆคู่ ที่เลิกรากันไป ด้วยเหตุผลว่า มันเบื่อ
เบื่อเพราะ รู้สึกมันจำเจ และเดิมๆกับความรัก...
อ้าว ... เป็นงั้นไป

โดนส่วนตัว ผมเองไม่อยากให้คนอื่นรักผม โดยไม่เปลี่ยนแปลง
ผมเมื่อห้าปีก่อน กับผมเมื่อตอนนี้ มันก็คงต่างกัน
ถ้าคุณยังรักผมแบบที่ผมเป็นเมื่อห้าปีก่อน ในปีนี้เราออาจจะอยู่ด้วยกันยากไปก็ได้
ผมอยากใ้ห้รักของคุณ อัพเดททุกวัน แม้ว่าวันนี้ รักที่ให้ จะไม่ใช่รักแบบคนรักแล้วก็ตาม
และผมเองก็ตอบคุณได้เลยว่า ผมไม่ได้รักคุณเหมือนเมื่อห้าปีก่อนแล้วเช่นกัน
ผมรักคุณต่างจากเมื่อวาน ด้วยซ้ำไป..
แต่สุดท้ายแล้ว ผมรักคุณ...

เอ๊ะ หรือนี่แหละ คือความหมายของคำว่า รักแท้ คือรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง
รัก ยังไงก็คือ รัก...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 13:26 น.
ผมคิดและสรุปของผมเอาเองว่า
รักแท้ มีอยู่จริง
แต่
จริงเฉพาะกับบางคน
เท่านั้นนะ เพราะมีอีกหลายคนไม่เคยเจอ
ถ้าเจอคงเชื่อ แต่ไม่เจออาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อ
แต่คิดว่า มันต้องมีอยู่จริงแหละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 13:33 น.
 :25: อ่านเพลินมากเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 13:36 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 13:33 น.
:25: อ่านเพลินมากเลย

หาเรื่องเตะบอลกันเหอะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 13:40 น.
คนที่พร้อมจะเตะกันจริง ๆ มันมีกี่คนละครับ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 21:06 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 13:40 น.
คนที่พร้อมจะเตะกันจริง ๆ มันมีกี่คนละครับ  :47:

ไม่มีเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 21:07 น.
เห็นกระจู๋แล้วนึกถึงเพลงน้าทิวา
ที่ร้องว่า
รู้เท่าที่คิด คิดเท่าที่เห็น ร้าาากเท่าที่เป็น ไม่มากมาย อะไรประมาณนี้ 555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 ก.พ. 2010, 21:09 น.
ผมแฟนน้าทิวา แต่ไม่เคยฟังเพลงแกเล้ย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 26 ก.พ. 2010, 18:27 น.
อ๊ะ ชอบกระจู๋นี้  :25:

ไว้ถึงคราว จะมาร่วมคิดครับ

แล้วก็ผมเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริงเหมือนกันนะ  :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Princekun เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 01:49 น.
ไม่รู้ว่าจะเหมาะรึเปล่า แต่มีประโยคนึงที่คิดขึ้นมาได้...

เลยอยากถามว่าคิดยังไงครับ ถ้าจะบอกว่า...

"ความทุกข์ มักมาเมื่อเราต้องการได้ แต่ความสุข มักมาเมื่อเราต้องการให้"

อยากรู้คำจำกัดความ ตามความคิดแต่ละคนครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 13:30 น.
ครึ่งแรก "ความทุกข์ มักมาเมื่อเราต้องการได้ ..."
นึกถึงประโยคที่ว่า "ถ้าไม่อยากผิดหวัง ก็อย่าคาดหวัง"
เมื่ออยากได้ ก็อาจได้หรือไม่ได้ ได้ก็อาจสุข ไม่ได้ก็อาจทุกข์
แต่ที่แน่ๆ ตอนอยากไปแล้วนี่ล่ะ มันจะเรียกว่าทุกข์ได้เต็มปากไหมหนอ
เพราะบางอารมณ์เหมือนจะสุขในการใฝ่ฝันถึงสิ่งที่อยากได้
อันนี้พูดในลักษณะอารมณ์ปุถุชนนะ
เพราะแน่นอนว่าที่จริงมันคือทุกข์
เพราะทุกสิ่งมัน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
เอามาทำไม ได้มาก็อยู่ไม่ตลอดไปหรอก
มีก็คือทุกข์ สุขคือไม่มี

แต่อีครึ่งหลังนี่สิ "...แต่ความสุข มักมาเมื่อเราต้องการให้"
มันก็"ต้องการ"เหมือนกันนะ จะให้แล้วเค้าไม่เอานี่มันจะทุกข์ไหม
สมุติว่าเรามีความหวังดี เจตนาดี คำแนะนำดีๆ ที่เราอยากเตือนคนคนนึง
แต่ว่าเขาไม่รับ ไม่ฟัง และเรารู้ว่าถ้าเขาไม่ฟังแล้วมันจะเกิดอะไรไม่ดีกับเขา
นี่แหละ ความ"ต้องการ" แม้มันจะเป็นการต้องการให้ มันจะทำให้เราทุกข์หรือไม่
ตรองดูเถิดสาธุชนทั้งหลาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 16:10 น.



ความคาดหวังเกิดมาพร้อมกับทุกข์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 16:33 น.
พอมีคำว่า "มัก" เลยกลายเป็นว่า มันก็ไม่เสมอไปหรอกนาย สินะ
เพราะมีคนอยากได้อยากมี แล้วก็ได้ก็มีอยู่เยอะไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:11 น.
บางครั้งได้มาก็ทุกข์นะโยม  :47:
มีแฟนสวย มีแต่คนมาชอบ
ถูกหวยร้อยล้านมีแต่คนมาขอ ญาติโผล่มาเพียบ
ได้การงานใหญ่โต ไม่มีเวลาให้คนรอบข้าง
เป็นนายกฯ แล้ว.....

อามิตตาพู้ด อามิตตาพุทธ

ดูอวตารตูแล้วเข้ากันจัง  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:14 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:11 น.
ดูอวตารตูแล้วเข้ากันจัง  :30:

:30: เห็นด้วย


อ่านอะเดย์เล่มจีนแล้วเจอสุภาษิตอันนึงชอบมาก
เขียนว่า มะระขมแค่ไหนต้องกลืนลงท้อง .... อ้อยหวานแึค่ไหนก็ต้องคายชาน

อยากอ่านความคิดเห็นของลุงๆด้วยค่ะ  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:19 น.
แล้วถ้าตูคายมะระล่ะ  :47:
ขมมาก ไยต้องกลืนด้วย


จริงๆ น่าจะเป็น "มะระแม้ขมแต่ก็กินแล้วอิ่มท้อง อ้อยนั้นหวานแค่ไหนแต่ก็ไม่อิ่ม"
แต่มันก็ให้พลังงานนะ :47:


รู้สึกแปลกๆ กับสุภาษิตนี้ชอบกล หรือเพราะมันเป็นบริบทจีนหว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:27 น.
นานาเข้าใจประมาณว่าอุปสรรคเหมือนยาขมมั้ง แต่สงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องฝืนกินด้วย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:29 น.
หวานเป็นลม ขมเป็นยานั่นเอง :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: icez เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:38 น.
หวานเป็นลมแล้วทำไมไม่พาไปปฐมพยาบาล?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:42 น.
 :47: จักกรี๊จักกรี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: icez เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:54 น.
ผมขออนุญาตงดปั่นนะครับ ขอตรวจสอบก่อนว่าใครแอบมาใช้ user
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 01 มี.ค. 2010, 00:23 น.
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:42 น.
:47: ทักกี๊ทักกี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 01 มี.ค. 2010, 21:56 น.
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 28 ก.พ. 2010, 22:14 น.
:30: เห็นด้วย


อ่านอะเดย์เล่มจีนแล้วเจอสุภาษิตอันนึงชอบมาก
เขียนว่า มะระขมแค่ไหนต้องกลืนลงท้อง .... อ้อยหวานแึค่ไหนก็ต้องคายชาน

อยากอ่านความคิดเห็นของลุงๆด้วยค่ะ  :27:

ผมเห็นเหมือนพี่ร่ม มะระขม ไม่คายและไม่กินตั้งแต่แรก :22:
แต่อ้อย ชานมันก็หวานเคี้ยวกันจนจืด ถ้ากลืนได้ก็กลืน
แต่นี่ไม่ได้มันก็คาย

ส่วนของจริง คงเป็น ภาษิตสอน
แต่สอนอะไรแบบไหน ไม่รู้เหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 10:01 น.
ส่วนตัวผมคิดไปถึงว่า

เรื่องที่เป็นของเรา ถึงจะเลวร้ายลำบากยังไง สุดท้ายมันก็ต้องเป็นของเรา
แต่เรื่องไหน ที่มันไม่ใช่ของเรา ถึงมันจะหอมหวานและมีความสุขแค่ไหน สุดท้ายเราก็ไมไ่ด้มันมาอยู่ดี

เหมือนมะระ มันกินได้ ถึงมันจะไม่อร่อย แต่มันก็ต่อชีวิตเราได้ กินได้ เคี้ยวได้ กลืนได้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา
แต่อ้อย ถึงจะหวานและพยายามกลืนแค่ไหน ชานมันก็ต้องเป็นชาน กินลงไปไม่ได้ติดคอตายอีกต่างหาก
สุดท้ายก็ต้องปล่อยมันไปตามเรื่องของมัน หลังจากตักตวงผลประโยชน์จากมันถึงท่สุดแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 11:33 น.
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 10:01 น.
แต่อ้อย ถึงจะหวานและพยายามกลืนแค่ไหน ชานมันก็ต้องเป็นชาน กินลงไปไม่ได้ติดคอตายอีกต่างหาก
สุดท้ายก็ต้องปล่อยมันไปตามเรื่องของมัน หลังจากตักตวงผลประโยชน์จากมันถึงท่สุดแล้ว

หมายถึงกิ๊กสินะ :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 13:39 น.
คำในเพลงที่ติดใจผมมานานอีกคำหนึ่ง
เป็นเพลงในโฆษณา รู้สึกจะเป็น น้าแอ๊ดคาราบาว และพี่ป้อม อัสนี
ร้องกันไว้ ผมจำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาอะไร
ของการท่องเที่ยวหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจอีก

ประโยคที่ชอบคือ

เป็นส่วนลึกของความในใจ
ให้เธอสอน เธอจะสอนได้ไหม
ให้เธอคิด เธอคิดอะไร
ให้เธอทำ เธอจะทำอะไร
(ผมยกมาทั้งท่อนเพื่อ อาจจะพอนึกเพลงกันออก)

ด้วยศรัทธา อย่างแรงของอาชีพครู
พอได้ยินว่า
ให้เธอสอน เธอจะสอนได้ไหม
ผมก็คิดเลยว่า ให้เราสอนคนเราจะสอนได้ไหม
แล้วจะสอนอะไร และ และ อีกหลายและตามมาเยอะมาก

เพลงนี้ผมจะฮำทุกครั้งเมื่อคิดถึงเวลาต้องไปสอน

ให้คุณสอนคุณจะสอนได้ไหม
ให้ผมสอนผมจะสอนได้ไหม
ให้เธอสอนเธอจะสอนได้ไหม

ก็บอกเล่าเท่าที่คิดนะครับ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 13:56 น.
ผมสอนไม่ได้ครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 15:21 น.
ผมว่าผมสอนคนอื่นไม่ได้
เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอจะสอนใคร
แต่ถ้าจะให้ช่วยแนะนำให้ทำได้ทำเป็น ผมยินดีที่จะช่วย
เพราะผมจะรู้สึกมีค่า ที่ได้มีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้าง

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 11:33 น.
หมายถึงกิ๊กสินะ :47:

แหม พี่นี่ก็เชี่ยวชาญดีจริงๆเลย  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 22:21 น.
มีลูกศิลป์ ที่ทอศิลป์คนนึง ชื่อ ดาวศรัทธา อายุ 8 ขวบ
ผมชื่นชมคุณพ่อและคุณแม่ของน้อง ดาวศรัทธามาก
ชื่อของลูกทำให้คิดและจินตนาการ
ไปถึงอุดมคติในชีวิตของเขาได้ดี

วันนี้ผ่านมาเจอเพลงนี้ เอามาฝากให้ฟัง
ชอบท่อนนี้ครับ
...ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้อง
บนปลุกหัวใจ ปลุกคนอยู่มิวาย...


ศรัทธา จะเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นพละกำลัง
ให้เราทำอะไรในสิ่งดีดี ตลอดไป

เพลง แสงดาวแห่งศรัทธา ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=-SePxWPaSsA&feature=player_embedded# (http://www.youtube.com/watch?v=-SePxWPaSsA&feature=player_embedded#)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 23:50 น.
บุ๋มชอบเพลงนี้มากแหละ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 มี.ค. 2010, 16:23 น.
ผมไปรับลูกกลับจากโรงเรียน
และจะกลับถึงบ้านพร้อมอาหาร
เล็กๆน้อยๆ อย่างนึงหรือสองอย่างเสมอๆ
นั่งกินกันแก้หิวช่วงเวลาบ่าย
ลูกกิน ผมกิน ระหว่างกินก็ชวนคุย
คุยเรื่องโน่น เรื่องนั้น เรื่องนั่น เรื่องนี่
ไปตามประสา

ผมถามลูกว่า อาหารอร่อยไหม
(มื้อนั้นเป็นไก่ทอดสมุนไพร และข้าวเหนียว)
ลูกก็บอกว่าอร่อยมาก
ผมก็ถามไปอีกว่า ตรงไหนอร่อยมาก
น่อง หรือปีก หรือสะโพกหรือเนื้อตรงอก
ลูกเคี้ยวตุ้ยๆ ยังไม่ตอบจนเคี้ยวหมด
และกลืนเสร็จก่อน ถึงตอบว่า
คำนี่แหละอร่อยที่สุด

ผมฟังแล้ว เออนะใช่จริงด้วย
เลยถามต่อว่า แล้วคำอื่นละไม่อร่อยหรือ
คำก่อน คำก่อนๆ คำก่อนๆๆๆ
เขาก็ตอบว่าอร่อยทุกคำแหละ
แต่คำที่กำลังกินนี่แหละอร่อยมาก
เพราะได้กินอยู่ ส่วนคำหน้าไม่แน่ใจ
อาจจะอร่อยหรือไม่อร่อยแล้วเพราะอิ่ม

ผมคิดว่า สิ่งที่ลูกพูดนี่จริงแท้แน่นอนเลยทีเดียว
อาหารคำที่เรากินอยู่นี่แหละอร่อยที่สุด
ประสบการณ์ตรงที่สุด จริงๆ คำก่อนอาจจะอร่อยกว่า
แต่มันผ่านไปแล้วรสอร่อยก็จางไปแล้ว

เราอยู่กับปัจจุบัน และทำให้ดีที่สุด
มันจะเหมือนกับที่ลูกบอกว่า
คำนี่แหละอร่อยที่สุด
ไหมนะ
ผมคิดว่าคงคล้ายๆ กันแหละ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 04 มี.ค. 2010, 16:28 น.

ขอบคุณค่ะ น้องวาดเขียน  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 04 มี.ค. 2010, 16:32 น.
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น  :25:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 04 มี.ค. 2010, 16:55 น.
 :25: :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 05 มี.ค. 2010, 00:52 น.
ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก     สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป    แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน

เป็นนิราศภูเขาทอง ของสุนทรภู่
ผมว่าใครๆก็คงท่องบทนี้ได้
ผมก็ท่องได้ แต่ก็จะติดๆขัดๆ คาๆ
ในใจเสมอ
ท่อนที่ว่า
ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก     สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
เราจะเอาอะไรจากคนเมาได้จริงหรือ
เมาเหล้า ก็เมา
เมาม้าก็เมา
เมายาอี ยาเลิฟก็เมา
ถ้าเมารัก มันก็แค่เมา
รักของคนเมา มันจะดีจริงเหรอนี่
เชื่อได้หรือวะ(ฮา)
ไม่เมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก
ก็คิดต่อว่า ถ้าพี่สร้างเมาแล้ว
พี่ยังจะรักเขาไหมครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 05 มี.ค. 2010, 01:29 น.
เมาก็คือสติลดประสิทธิภาพน่ะครับ
เมาเหล้า หรือ เมารักมันก็เลยคือๆ กัน

ความดีความงามทั้งหลายที่ทำมา
เห็นเมาเหล้าเป็นหมามาก็เยอะ เมารักเป็นตัวเฮี่ยมาก็มาก

ส่วนภาษาเหนือนั้นเรามีคำว่า "ฮักเมา"
ฮัก ก็คือ ลัก
เมา ก็คือ หลงไหล
ก็คือแอบชอบเขานั่นเอง

คำว่า"เมา" ยังใช้ในความหมายว่า "มัวแต่"ก็ได้ด้วยนะครับ

ไม่ว่าอย่างไร"เมา"นั้น ก็ต้องมีเวลาสร่างจนได้ครับ
และแน่นอนครับว่าสร่างแล้วก็หมดรักแน่ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 16 มี.ค. 2010, 12:03 น.
หลายคืนก่อนเพิ่งได้มีโอกาสดูหนัง รักแห่งสยาม
มีฉากนึง กล่าวกันตอนใกล้จบ
ตัวละครเอก ที่สับสน และตัวละครเอกอีกตัวที่ชอบผู้ชาย
เจอกันหนท้ายๆ และกล่าวลากันว่า
โชคดีนะ

เป็นคำพื้นฐานทั่วไปที่ใครๆก็กล่าวให้แก่กัน
เวลาต้องลาจากกันไปนานๆ และไม่รู้จะได้เจอกันอีกไหม

ผมชื่นชอบอารมณ์ของคำคำนี้มาก
ไม่รู้เหตุผลของการชอบเหมือนกัน
เมื่อครั้งลาจากเพื่อนมัธยม ผมก็ได้แต่บอกว่าโชคดีนะ
แล้วก็เหมือนว่าพูดได้เท่านี้จริงๆ
เพราะคิดว่าความหมายของคำนี้ครอบคลุม
ไปหมดแล้วทุกเรื่อง
คิดไปว่าถ้าเราโชคดีแล้ว เราน่าจะทำอะไร
มีชีวิตแบบไหนก็คงดี แหละ

โชคดี เคยปรากฏตัวบนถุงกระดาษ
ครั้งหนึ่งเคยถือกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตอนนี้หายากแล้ว

พอได้ยินคำนี้ในหนัง ก็สะกิดกระตุกต่อมความหลัง
มาให้คิดทบทวนได้หลายเรื่อง
แต่ละเรื่องแต่ละครั้ง ผมเห็นภาพตัวเอง
กล่าวคำว่าโชคดีนะ ให้แก่ทุกๆคน ทุกๆครั้ง
ทุกๆ เรื่องราวเสมอๆๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 16 มี.ค. 2010, 12:18 น.
วันที่พ่อผมเข้าโรงพยาบาล ผมเข้าเมือง
จอดรถแล้วเดินลงมา เจออาจารย์ที่สอนตอนผมอยู่มอห้า
ถามว่า ภูกระดึงไปไหน
ผมบอกว่า พ่อผมเข้าโรงพยาบาล จะไปเยี่ยมพ่อครับ
อาจารย์บอกว่า โชคดีนะ


ไม่มีอะไรครับ บังเอิญว่าถ้าเจอคำนี้ ผมจะนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น
เท่านั้นแหละครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 16 มี.ค. 2010, 14:32 น.
อาจเป็นเพราะสิ่งที่รออยู่ไม่อาจรู้ได้
ถึงอาจรู้ ก็อาจทำอะไรไม่ได้
และ ทุกคนมีเรื่องราว เส้นทางของตัวเองที่ต้องไป
สิ่งที่เราทำได้จึงมีแค่พูดว่า"โชคดีนะ"


ในแสงแดดบ่าย บ้านเมืองวุ่นวาย
หลายคน หลายเรื่อง เข้ามาในหัว
บ้างเป็นเพื่อนเก่าสมัยเด็กที่จากกันไปนาน
บ้างเป็นคนที่ทำหน้าที่เสี่ยงอันตราย
คนเหล่านี้ล้วนมีความหมายกับชีวิตเรา
บางทีข้อความที่เราส่งไปถึงเขาได้ก็แค่ "โชคดีนะ"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 11:34 น.
ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังไทยเรื่อง เฉิ่ม
ในเรื่องนี้ผมชอบหลายอย่าง ชอบดารานำชาย
ชอบดารานำหญิง(มาก)เป็นการสวนตัว
ในหนังเอ่ยถึง อาว์ธรรมรงค์ เพชรสุนทร ดีเจเพลงลูกทุ่ง
มีคลื่นเอเอ็มเป็นฉากประกอบพร้อมนิยายวิทยุ

ในเนื้อหนังผมคงไม่เขียนถึง
แต่เมื่อดูแล้ว ก็คิดถึงคำว่า คิดถึง
คำนี้จะว่าไปก็แปลกเหมือนกัน
ถ้าใช้มันไม่ดี โอกาสที่คนได้รับคำนี้ไป
จะมีการเข้าใจในเชิงอย่างอื่นก็ได้
เช่น เชิง รัก เชิง ชู้สาวอะไรไปโน่น
แต่คำอื่น เช่น ระลึกถึง ก็เป็นทางการไปอีก
บ่อยไปผมใช้คำว่านึกถึง ทั้งๆที่จริงก็คิดถึงนั่นแหละ

ถ้าเราคิด และถึง ได้จริงอย่างที่คำ คำว่า คิดถึงบอก
คงดีไม่น้อย

บางวันผมคิดถึง เพื่อนที่จากลาไปไกล
แล้วก็ได้แต่คิดถึงอยู่แบบนั้น
คิดถึงแบบที่ไม่ได้อยากบอก อยากส่งข่าว
อยากโทรไปหรืออะไรเลย
อยากให้คิดถึงเป็นคลื่นอะไรสักคลื่น
พอเราคิดถึงใครเขาจะรู้สึกจี๊ด นึง
แบบนี้น่าจะพอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 11:49 น.

เพราะคิดถึง จึ่งคิดถึง
และเฉิ่มก็เจ๋ง
นวลนางปรางหมอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: Boo!! เมื่อ 26 มี.ค. 2010, 09:02 น.


อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 13:39 น.
คำในเพลงที่ติดใจผมมานานอีกคำหนึ่ง
เป็นเพลงในโฆษณา รู้สึกจะเป็น น้าแอ๊ดคาราบาว และพี่ป้อม อัสนี
ร้องกันไว้ ผมจำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาอะไร
ของการท่องเที่ยวหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจอีก

ประโยคที่ชอบคือ

เป็นส่วนลึกของความในใจ
ให้เธอสอน เธอจะสอนได้ไหม
ให้เธอคิด เธอคิดอะไร
ให้เธอทำ เธอจะทำอะไร
(ผมยกมาทั้งท่อนเพื่อ อาจจะพอนึกเพลงกันออก)


คือบางส่วนของเพลง " เพื่อเมืองไทยด้วยใจและใจ" คะ  :40:
ซึ่ง อยู่ในอัลบั้ม เวิล์ด-โฟล์คเซ็น 2534 ของ ยืนยง โอภากุล
ก่อนหน้านี้เพลง นี้ถูกใช้ประกอบโฆษณาน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่ง
....เพื่อ....เรียกร้องให้คน หนุ่ม-สาวในยุคนั้นหันมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า
"พวกเค้าคิดและปรารถนาที่ จะทำอะไรบ้างเพื่อบ้านเมืองที่ตนอาศัยอยู่"

ภาพยนต์ โฆษณาชุดนี้สร้างความน่าสนใจด้วยการผูกเรื่องราว
ของหนุ่ม-สาวที่ค้น พบกับคำตอบของชีวิต ด้วยเสียงเพลง

เปิด ประตู....ประตูบานไหน

ทำให้แอบสงสัย อยู่ลึกๆกับเนื้อเพลงบางท่อนว่า...
"การเดินทางของชีวิตคนเรามันมันเหมือนการเปิดประตูหรือเปล่า.....แล้วมันอยู่ที่เราจะเลือกเปิดประตู บานไหน?(ใช่ไหม)"


ชื่อเรื่อง: ตอบ: คิดเท่าที่รู้
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 26 มี.ค. 2010, 09:46 น.
ประตูแต่ละบานเหมือน ทางแยกที่ต้องเลือก
เปิดแล้วก็กลับมาได้ หรือไม่กลับมาเลย