ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => ห้องคอม => โพสต์ถูกเริ่มโดย: sandyslides เมื่อ 22 ก.พ. 2010, 23:44 น.

ชื่อเรื่อง: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: sandyslides เมื่อ 22 ก.พ. 2010, 23:44 น.
คือว่าเจ๊พอจะแหล่มในการใช้ความรู้ด้านการทำ powerpoint เอามาแชร์เผื่อจะมีประโยชน์กับสมาชิกท่านอื่นๆอ่ะค่ะ
ลองเข้าไปติชมนะคะ

http://sandyslides.blogspot.com (http://sandyslides.blogspot.com)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 22 ก.พ. 2010, 23:52 น.
หูย เจ๋งดีครับ ชอบๆ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: sandyslides เมื่อ 22 ก.พ. 2010, 23:54 น.
ขอบพระคุณมากๆนะคะ ดีใจจัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 00:03 น.
ขอบคุณครับ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 01:48 น.
 :25: แหล่ม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 10:03 น.
โอ้ววว  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 10:08 น.
แหล่มเลยๆ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: sandyslides เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 20:55 น.
ติชมกันได้นะคะ เจ๊ชอบบบบบบบบ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: sandyslides เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 21:13 น.
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ การนำเสนอแบบมืออาชีพมาฝากค่ะ


เมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2005 วอร์เร็น  บัฟเฟ็ตต์  และบิลล์ เกตส์ ไปบรรยายให้นักศึกษาคณะ บริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยเนบราสก้าฟัง  มีคำถามจากนักศึกษาคนหนึ่งถามว่า วอร์เร็นจะแนะนำอะไร สำหรับนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาเข้าสู่โลกธุรกิจ พวกเขาควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ

วอร์เร็นตอบว่าการพูดในที่สาธารณะเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็น ถ้ามีทักษะการนำเสนอที่ดีมันก็จะ เป็นสินทรัพย์ หากไม่มีก็เสมือนเป็นหนี้สิน เพราะว่าทักษะนี้มันจะอยู่กับเราไปห้าหกสิบปีในชีวิตทำงาน  สำหรับเขาแล้วเคยอบรมทักษะการพูดในที่สาธารณะของเดลคาร์เนกี้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1951 เมื่อทักษะนี้สำคัญ  แต่ปรากฏว่าในโลกแห่งความเป็นจริงกับตรงกันข้าม

ในดีวีดีเรื่อง  Conquering Death by PowerPoint ของ J. Douglas Jeffereys เขาได้แสดงสถิติที่น่า สนใจจากผลการสำรวจลูกค้าของเขาในช่วง มิ.ย. ค.ศ. 2001 ถึง ธ.ค. ค.ศ. 2004  พบว่า  60% ของ คนทั่วไปพบว่าการนำเสนอในทางธุรกิจน่าเบื่อ  34%  บอกว่าทรมานที่ต้องนั่งฟัง  มีเพียง 19% บอกว่า มีประสบการณ์การฟังการนำเสนอที่น่าสนุกและประทับใจ

จากหนังสือ Presenting to Win by Jerry Weissman มีการประมาณการว่าในแต่ละวันทั่วโลกมีการนำ เสนอโดยใช้ PowerPoint กว่า 30 ล้านครั้ง คิดดูว่าแต่ละวันมันเป็นความสูญเสียทางธุรกิจขนาดไหน  หากการนำเสนอส่วนใหญ่เป็นอย่างที่สถิติบอกไว้ ที่จริงความเสียหายไม่ใช่แต่เพียงความน่าเบื่อหรือความทรมานจากการทนฟังการนำเสนอที่ไม่น่าสนใจเท่านั้น  ความไม่ชำนาญในทักษะการจัดทำ PowerPoint อาจจะฆ่าคนตายได้

Edward Tufte  ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการนำเสนอ  ซึ่งได้รับการยกย่องจาก New York Times ว่าเป็น "ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ ทางด้านข้อมูล" ระบุว่าทักษะในการนำเสนอที่ไม่เก่งของวิศวกร จากองค์กรหนึ่งผนวกกับสไลด์ PowerPoint ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล  ทำให้ผู้บริหาร NASA ไม่สามารถ เชื่อและเข้าใจว่ากระสวยอวกาศโคลัมเบียมีความเสี่ยงด้านเทคนิค ในที่สุดโคลัมเบียก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น เมื่อวันที่  1  กุมภาพันธ์  ค.ศ.  2003 เป็นเหตุให้ลูกเรือนักบินอวกาศทั้งเจ็ดคนต้องเสียชีวิต  ทั้งนี้หาก วิศวกรจากบริษัที่ว่ามีทักษะในการนำเสนอที่ดีและสไลด์ที่สื่อความได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว โศกนาฏกรรมครั้งนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่แล้วการนำเสนอทางธุรกิจมักจะพลาดท่าเสียทีอยู่สองเรื่องคือ  ในตอนที่ออกแบบ หรือใน ตอนที่นำเสนอ  ผมอยากแชร์ประสบการณ์ที่อาจจะช่วยทำให้การออกแบบทำได้ดีขึ้น
เวลาที่เราจัดเตรียมการนำเสนอนั้น  เราควรตอบคำถามนี้ให้ได้ ผลลัพธ์สุดท้ายที่เราต้องการให้เกิดกับ ผู้ฟังการนำเสนอคืออะไร  เราอยากให้เขาคิดอะไร  หรือทำอะไรหลังจากการนำเสนอครั้งนี้ 

โดยทั่วไปการนำเสนอมีสามเป้าหมายใหญ่ๆคือ  ทำให้คนเข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอ หรือทำให้เชื่อหรือ คล้อยตามในสิ่งที่เรานำเสนอ  หรือทำให้ลงมือทำตามที่เรานำเสนอ 

ตัวอย่างที่ดีคือภาพยนต์เรื่อง  An Inconvenient Truth by Al Gorr  อดีตรองประธานาธิบดีของอเมริกา  ในหนังเขาเริ่มตั้งแต่การอธิบายให้เรื่องภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องง่ายๆโดยใช้สื่อที่น่าสนใจตั้งแต่กราฟฟิคไปจนถึงการ์ตูน  หลังจากนั้น เขาก็ทำให้คนดูเชื่อและคล้อยตามด้วยข้อมูลและสถิติทาง วิทยาศาสตร์  ตลอดจนหลักฐานด้วยภาพและภาพยนต์  จนกระทั่งตอนจบเขาก็มีการ  Call for actions  โดยมีรายการกว่ายี่สิบข้อให้คนที่ชมภาพยนต์เรื่องนี้เลือกไปปฏิบัติ ที่น่าเสียใจคือว่านักธุรกิจอย่างพวกเราจำนวนมาก  ตกม้าตายตั้งแต่การทำให้คนเข้าใจ มีข้อมูลที่เราควรตระหนักไว้ในการออกแบบการนำเสนอดังต่อไปนี้

จากหนังสือ  Listening – The forgotten skill by Madelyn Burley- Allen เขาบอกว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ประสิทธิภาพในการฟังของคนทั่วไปอยู่ที่ประมาณ  25%

ในหนังสือ  Developing Effective Training by Tony Pont  แนะนำไว้ว่า พยายามทำให้การนำเสนอ ของคุณสั้นเพียง  15-20  นาที  เพราะว่านั่นเป็นระยะเวลาที่ฟังที่เป็นผู้ใหญ่(Adult)ทั่วไปสามารถจะรับ ฟังการนำเสนอได้  หากเกินกว่านั้น มักจะไม่สามารถดึงสมาธิของเขาไว้ได้
นอกจากนี้  David L. Sousa กล่าวไว้ในหนังสือ  How the brain learn  ว่า หลังการเรียนรู้ไปยี่สิบสี่ ชั่วโมง  เราจะรักษาความรู้ได้เพียง 5%  เท่านั้นหากเป็นการรับฟังการบรรยาย หากให้ระดมความคิด และทำงานกลุ่มจะขึ้นมาถึง  50%  หากใช้วิธีลองฝึกฝนทักษะและความรู้นั้นจะเพิ่มขึ้นถึง 75%  และ หากนำไปใช้งานทันที  หรือนำไปสอนต่อ  จะสูงถึง  90%

หากเราตระหนักถึงธรรมชาติของมนุษย์ในการสื่อสารแล้ว เราน่าจะออกแบบการสื่อสารได้ดีขึ้น  อย่าง ที่  Ludwig Mies van Der Rohe (เกิด 27 มีนาคม ค.ศ. 1886 เสียชีวิต 17 สิงหาคม ค.ศ.1969)  ซึ่ง เป็นสถาปนิกที่โด่งดังและได้รับการยกย่องว่าเป็น Modern Architecture  กล่าวไว้ว่า More is Less  หรือ  ยิ่งให้มากคนยิ่งรับได้น้อย ดังนั้นเราต้องระมัดระวังอย่าอัดข้อมูลมากเกินไปในการนำเสนอ
มีคำแนะนำในการออกแบบลำดับของสไลด์ใน PowerPoint ดังนี้


จัดทำสไลด์ตามลำดับของเนื้อหา
เป็น Bullet point  ไม่ใช่  Word point นี่เป็นข้อผิดพลาดใหญ่เลยสำหรับคนทั่วๆไป  อย่าลืม ว่า  PowerPoint  ออกแบบมาเพื่อช่วยสื่อความ  หากมีข้อมูลที่ต้องนำเสนอมากมายแบบกรณีกระสวยโคลัมเบีย อย่าอัดข้อมูลลงในสไลด์  ให้ แจกเป็นเอกสารประกอบที่เป็น  Word Document  หรือมีตารางข้อมูลโดยละเอียด ไม่ใช่นำไปยัดใส่ ในสไลด์ทั้งหมด
ในแต่ละ  Bullet  ควรจบในบรรทัดเดียวกัน ควรจะอยู่ระหว่างหกถึงแปดคำในภาษาอังกฤษ  หรือ ไม่เกินสิบคำในภาษาไทย  ให้นึกง่ายๆว่าเป็นการพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นประโยคที่ สมบูรณ์  ตัวอย่างเช่น  "ปูนใหญ่โกอินเตอร์"  "แอมเวย์ดับเบิ้ลยอดขายในห้าปี" "โฆษิต:กระตุ้น เศรษฐกิจพอแล้ว"
ไม่ควรเกินหก Bullet  ในแต่ละหน้า  หรือไม่ควรเกินหกบรรทัดในแต่ละสไลด์
ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ 
ใช้สีตัวอักษรตัดกับพื้น Background ของสไลด์
ใช้ภาพประกอบ  อย่างที่สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า  ภาพหนึ่งภาพบอกได้มากกว่าหมื่นคำพูด
อย่าให้เทคนิคของ PowerPoint  ขโมยซีน ผู้นำเสนอคือศูนย์กลางความสนใจไม่ใช่เทคนิคที่ มากจนเกินพอดี

ยาวไปนิดนะคะ แต่เจ๊อยากให้รู้ว่า  มันคือศาสตร์แขนงหนึ่งจริงๆค๊า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 21:38 น.
เคยเข้าหลักสูตรการนำเสนอนี่แหละ

หัวข้อการจัดการ Presentation นี่ใหญ่มาก เยอะมากกกกก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 22:27 น.
ขอบคุณครับ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 22:28 น.
นึกถึงเว็บนี้ > http://www.presentationzen.com/ (http://www.presentationzen.com/)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: sandyslides เมื่อ 23 ก.พ. 2010, 22:36 น.
ใช่ค่ะ  หลักการเดียวกันเลย แนว presentationzen นี่ล่ะ เข้าทางเลย เป็นแรงบันดาลใจของเจ๊แซนเลยอ่ะ
ขอบคุณนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 ก.พ. 2010, 16:41 น.
:12:


พรีเซนเทชั่นเด็ด! (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17046.0.html)
(ขอเนียนโฆษณาอีกกระจู๋ :30:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ขอเอาเทคนิคการทำ powerpoint มาแชร์ค๊า
โพสต์โดย: sandyslides เมื่อ 24 ก.พ. 2010, 16:59 น.
มันช่างเจ๋งจริงๆเลยอ๊า
เด็ดค่ะ เด็ด