http://www.youtube.com/watch?v=wqV-MrFBlSo# (http://www.youtube.com/watch?v=wqV-MrFBlSo#)
Introduction
ดีไซน์คือ...
วิถีชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต มีความสัมพันธ์กับการออกแบบทั้งสิ้น เพราะในการดำรงชีวิตของเรา จะต้องกำหนดวางแผน ในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ต่อสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำการใดๆ หากขาดการวางแผนหรือขั้นตอนการออกแบบแล้วก็อาจทำให้กิจกรรม หรือ งานนั้นประสบความสำเร็จได้ยาก ถ้าการออกแบบเป็นเงาตามตัวของชีวิตเรา การออกแบบคืออะไร การออกแบบ คือศาสตร์แห่งการแก้ปัญหา ที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น โดยอาศัยความรู้ และหลักการของศิลปะ นำมาใช้ให้เกิดความสวยงามและมีประโยชน์ใช้สอย
ดีไซด์ คำนี้เกิดขึ้นเมื่อยุคปปฏิวัตอุตสาหกรรม ประมาณปี1900และเข้ามาในไทยประมาณ30-40ปีที่แล้วส่วนศิลปะเกิดก่อนนานมากดังนั้น คนจะชอบแยกไม่ออกระหว่าง design กับ art 2อย่างนี้มีส่วนที่เหมือนกันและก็มีส่วนที่ไม่เหมือนกันอยู่ด้วย
ดีไซด์จะทำ ตามความต้องการของลูกค้าจะมีการตลาดเข้ามามีส่วนในงานอยู่มากแต่ศิลปะ ทำเพื่อตอบสนองตามความต้องการของตัวเอง
ปล.ในเรื่องของศิลปะขอเอามานิดเดียวนะครับเพราะไม่ค่อยมีข้อมูลและส่วนในเรื่องข้อมูลของงานดีไซด์อ้างอิงได้จาก tcdcนะครับ
พรุ่งนี้พรีเซ้นทีสีสจบจะเอามาลงต่อ
ปล2.5โอซีดีอ่านความเป็นไทยอาทิตย์หน้าจะส่งไปให้นะครับขอโทษทีช่วงนั้นไม่ค่อยว่าง
โคตรน่าสนใจอ่ะ :25b:
ขอตัดเข้ามานิทรรศการเลยแล้วกันนะครับเพราะรายละเอียดอื่นๆพี่เก้อได้อธิบายละเอียดมากแล้ว
คอนเซปที่ทางtcdcทำก็คือการหาแรงบรรดาลใจจากท้องถ่นสิ่งที่อยู่รอบๆตัว
กระบวนการออกแบบได้รับแรงกดดันจากปัจจัยอันแตกต่าง ตั้งแต่สังคม ประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ ไปจนถึงภูมิศาสตร์และศาสนา
งานออกแบบจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสไตล์และแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
ของแต่ละชาติล้วนถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขที่หลากหลาย เช่น การแสดงออกของตัวตน ชนชั้น ภูมิประเทศ สงครามและคตินิยม
"ต้องมีอะไรถึงออกแบบได้" สำรวจผลงานออกแบบอุตสาหกรรมคลาสสิกแห่งศตวรรษ
ที่ 20 ที่สะท้อนกระบวนการตีความเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของ 10 ชาติ
(http://img3.f0nt.com/29/21fbfa2ce2281810d92d831ce7dfb27b.jpg)
แล้วก็มาเน้นย้ำคำว่าอัจฉิยภาพแห่งท้องถิ่นอีกทีนึง
อัจฉริยภาพแห่งท้องถิ่น
ความโดดเด่นทางวัฒนธรรมของแต่ละชาติสะท้อนผ่านแนวคิดที่เรียกว่า "อัจฉริยภาพแห่งท้องถิ่น" ('genius loci' หรือ 'talent of the place') ที่เกิดจากการหล่อหลอมของพลังต่างๆ ตั้งแต่
ทางกายภาพไปจนถึงจิตวิญญาณ
"อัจฉริยภาพแห่งท้องถิ่น" ถ่ายทอดผ่านงานออกแบบโดยผ่าน 4มุมมอง ได้แก่ การแสดงออกของตัวตน สังคมและชุมชน สิ่งแวดล้อมและประวัติศาสตร์
แต่จาการที่ไปคุยกับพรรณรักษ์ทำให้รู้สึกว่าไม่ประสบผลสำเร็จตาที่คาดหวังไว้ครับเพราะว่าคนมาดูน้อยและไม่ค่อยมีคนที่ไม่ได้เรียนทางด้านการออกแบบสนใจเท่าที่ควร
:25:
แปะไว้รออ่านค่ะ
:12:
:25:
แรงบรรดาลใจแรกมาจากสังคมครับประเทศที่แตกต่างกันก็ต้องมีสภาพสังคมไม่เหมือนกันดังนั้นเมื่อ
Social order or social pressure
สังคมกดดันคุณ หรือคุณกดดันสังคม
(http://img3.f0nt.com/29/3bd8855b21e32bd78f1a0d743e187527.jpg)
ฟินแลนด์: ออกแบบเพื่อส่วนรวม
จินตนาการของชาวฟินแลนด์ถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขการเอาชีวิตรอดในสภาพภูมิประเทศอันกระจัดกระจาย ผืนป่าครอบคลุมพื้นที่สองในสาม ทะเลสาบ 188,000 แห่ง และเกาะน้อยใหญ่อีก 30,000 เกาะวิถีชีวิตล่าสัตว์หาปลาแบบดั้งเดิมหล่อหลอมให้ชาวฟินแลนด์เป็นคนมัธยัสต์ เน้นประโยชน์ใช้สอย ยืดหยุ่นและมีทักษะ ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้งานออกแบบฟินแลนด์ถึงทุกวันนี้
งานออกแบบร่วมสมัยของฟินแลนด์ที่เน้นวัสดุและนวัตกรรมใหม่ๆ มุ่งตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ มากกว่าจะเป็นความฟุ่มเฟือยของคนส่วนน้อย
เยอรมนี: ตำนานแห่งเผ่าพันธุ์
การแสวงหาแรงบันดาลใจจากตำนานพื้นบ้านและจุดกำเนิดอันบริสุทธิ์ของเผ่าพันธุ์ ครอบงำความรู้สึกนึกคิดของชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 20
ความถวิลหาอดีตอันรุ่งเรืองของชาติพันธุ์เยอรมัน คือปฏิกิริยาตอบสนองต่อความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และการสูญเสียสถานะมหาอำนาจแห่งยุโรป
รถโฟล์คสวาเกน ('ประชายนต์') ถือกำเนิดในสมัยนาซีเยอรมันช่วงทศวรรษ 1930 โดยได้แรงบันดาลใจจากตำนานแห่งเผ่าพันธุ์เหล่านี้
เนเธอร์แลนด์: ประมาณตนเพื่อสังคม
ความอดทนและมุ่งประโยชน์ของชาวเนเธอร์แลนด์เป็นผลของสังคมที่ยึดหลักประมาณตนและไตร่ตรองในทุกการกระทำ
คุณลักษณะทางวัฒนธรรมนี้มีรากฐานมาจากจรรยาโปรเตสแตนต์ของชนชั้นกลางชาวดัตช์สมัยศตวรรษที่ 17 ผู้สร้างชุมชนเมืองอย่างอัมสเตอร์ดัม
ค่านิยมการค้าเสรีและศีลธรรมทางศาสนานี้ยังคงมีอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์ของชาวดัตช์ โดยสะท้อนผ่านงานออกแบบที่มีทั้งความยับยั้งชั่งใจทางความคิด และแนวโน้มที่จะประสานความแตกต่าง
สเปน: สีสันวัฒนธรรมปลดปล่อย
อสัญกรรมของนายพลฟรังโกเมื่อปี 1975 ปลดปล่อยสังคมสเปนจากการกดขี่ทางวัฒนธรรมและระบอบเผด็จการยาวนานถึง 4 ทศวรรษ
การเปลี่ยนผ่านสู่วิถีประชาธิปไตยมาพร้อมกับความหวังใหม่ทางการเมืองและวัฒนธรรม เสรีภาพหลังยุคฟรังโกส่งเสริมให้ศิลปวิทยาการรุ่งเรือง
แรงบันดาลใจจากผลงานของสถาปนิกและศิลปินอย่าง อันโตนี เกาดี และจวน มีโร ส่งเสริมให้บาร์เซโลนา นครหลวงของแคว้นกาตาลัน กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ทางวัฒนธรรมและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ขอต่อพรุ่งนี้นะครับพรุ่งนี้จะนำรูปและข้อมูลของผลงานการออกแบบของ5ประเทศที่ได้รับแรงบรรดาลใจจากสภาพสังคมมาลงต่อนะครับ
ปล.รูปใหญ่ไปไหมครับ
ปล.ใครมีข้อสงสัยหรือมีอะไรเพิ่มเติมบอกได้นะครับ
:12: รออ่านค่ะ
แปะๆ :56:
วู้ววว แปะๆ :25:
โห...เริ่มเห็นภาพของการแบ่งประเภท Art และ Design
ความรู้ล้วนๆ ขอบคุณมากๆที่เอามาโพส
มีประโยช์มากค่ะ ไม่เคยมองdesignในมุมมองแบบนี้เลย
:27:+
คำเตือน: กระจู๋นี้ร้างมากว่า 120 วันแล้วนะ
ตั้งสติก่อนขุดกระจู๋นะจ๊ะ
รออ่าน ๆ
:44:ลืมไปเลยครับอาทิตย์หน้านะครับ
:25:
ครับ :02:
หายไปซักพักเลยพอดีข้อมูลที่จะเอามาลงหายไปบางส่วนครับเดี๋ยวจะเอามาลงให้อ่านคร่าวๆก่อนนะครับ :56: จะได้ไม่ขี้เกียจ
อุดมการณ์ของรถเต่า (เยอรมนี: ตำนานแห่งเผ่าพันธุ์ )
(http://www.adclassix.com/images/63vwbeetle4963.jpg)
รถโฟล์คสวาเกนหรือ ที่คนไทยเรียกกันอย่างติดปากว่ารถเต่า (ชื่อเดิมคือ เคดีเอฟ) มาจากคำขวัญเยาวชนฮิตเลอร์ ที่ว่า kraft durch freude
หมายถึงแกร่งแต่รื่นรมย์
ได้แรงบรรดาลใจมาจากอุดมการณ์ทางการเมืองหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เชิดชูความยิ่งใหญ่ของชาติพันธุ์เยอรมัน
หลังได้รับเลือกให้ดำรงค์ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 1933 ฮิตเลอร์มอบหมายให้เฟอร์ดินาน พอร์ช ออกแบบรถประจำชาติที่ผลิตได้คราวละมากๆและใช้ต้นทุนต่ำ จึงได้นำเศษวัสดุเหลือใช้จากสงครามเช่นแผ่นเหล็กจากรถถัง มาทำเป็นที่รู้จักกันในนาม Volkswagen ซึ่งแปลว่า
ประชายนต์ และรถต้นแบบที่ได้แสดงต่อสาธารณชนในกรุงเบอร์ลิน เมื่อต้นปี 1939 แต่การผลิตต้องชะงักลงหลังเยอรมนีรุกรานโปแลนด์
หลังสงคราม โรงงานโฟล์คเหลือเพียงซาก กองทัพอังกฤษในฐานะผู้ยึดครองริเริ่มการผลิตรถยนต์รุ่นนี้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นการจ้างงาน และภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ รถโฟล์คเต่าไดไ้กลายเป็นเอกลักษณ์อันยืนยง ของงานออกแบบเยอรมนี
(http://img3.f0nt.com/14/fc57f02ba6fbbf91ed81ae6af3a8e37d.png)
อันนี้เป็นที่มาของโลโก้ Volkswagen นะครับดูจากขวาไปซ้าย
ปล.ขอเอาเยอรมนีขึ้นก่อนนะครับ
ปลจริงๆ. เรื่องการจัดวางขอเลื่อนไปอีกหน่อยนะครับพอดีตอนนี้ในเครื่องไม่มีโปรแกรมอะไรเลยเพิ่งformatเรื่องครับ
อ๊ะ มีสาระ :45: :45:
:30:เดือนนี้โบนัสออกครับอารมณ์ดีเลยมาทำต่อ
เรียบง่ายแต่เท่(เยอรมนี: ตำนานแห่งเผ่าพันธุ์ )
(http://www.furniturestoreblog.com/images/Marcel%20breuer%20Wassily%20Chair%20mid-century%20modern%20arm%20chair.gif)
(http://1.bp.blogspot.com/_XBaWI35FDgA/SbU3AC2Z3QI/AAAAAAAAAE0/9nkJy4Co4-o/s1600/wassily%2Bchair%2B2%2Bsketch.jpg)
มาร์เซล บรอยเออร์ปฏิวัตินิยามของเก้าอี้ที่ชาวยุโรปหลายคนคุ้นเคยในหลายแง่มุม ด้วยการออกแบบเก้าอี้วาสซิลี่ ซึ่งไม่เป็นเพียงเก้าอี้เท้าแขนตัวแรกที่สร้างจากท่อโลหะทรงกระบอก แต่ยังถือเป็นนวัตกรรมในหลายๆด้าน เช่น น้ำหนักเบา โครงสร้างที่ไม่ทับซ้อนและใช้ท่อโลหะสำเร็จรูปเชื่อต่อเข้าด้วยกัน
เก้าอี้นี้มีคุณสมบัติตามแนวคิดของวอลเตอร์ โกรเปียส ผู้ก่อตั้งบาวเฮ้าส์ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ใช่สอย ความทนทาน และเหมาะสำหรับการผลิตเชิง
อุตสาหกรรม สถาบันส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 20ล้านคนแห่งนี้ สะท้อนให้เห็นการไขว่คว้าหาระเบียบใหม่ของยุโรป
ขณะที่อุดมการณ์แบบรวมอำนาจเบ็ตเสร็จทั้งลิทธิคอมมิวนิสต์และเผด็จการทหารกำลังเฟื่องฟูในยุโรป บรอยเออร์รับหน้าที่บริหารโรงงานออกแบบ
เฟอร์นิเจอร์ของบาวเฮ้าส์ที่เมืองเดสเซา และสร้างสรรค์เก้าอี้หลายตัวที่ท้าทายขนบเดิมๆ สำหรับเก้าอี้วาสซิลี บรอยเออร์ใช้ผ้าใบ หรือหนังขึงตามโครงเหล็ก ช่วยป้องกันการสัมผัสกับโลหะเย็นๆ และยังนุ่มสบายโดยที่ไม่ต้องใช้สปริง
Bauhaus(บาวเฮาส์)ตั้งอยู่ที่ ที่เมืองไวมาร์ ประเทศเยอรมันนี ในปี ค.ศ. 1919 สำหรับคำว่า เบาเฮาส์ (building house)นั้น เป็นการสะท้อนถึงต้นตอกำเนิดในความคิดแบบสังคมนิยมที่เกี่ยวพันกับขบวนการ เคลื่อนไหวทางด้านงานศิลปะและงานฝีมือ ซึ่งไม่ใช่อย่างเดียวกันกับความพยายามในช่วงต้นๆในการรื้อฟื้นพลังเกี่ยวกับ ผลิตผลทางงานฝีมือขึ้นมาใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุด โปรแกรมต่างๆของเบาเฮาส์ได้เข้าไปอยู่ภายใต้วงแขนของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม
แต่ในช่วงทศวรรษที่ 1930s พรรคนาซีเยอรมันประสบชัยชนะทางการเมืองได้เป็นผู้ปกครองแอนฮอล์ท เบาเฮาส์ต้องย้ายไปอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน และได้ถูกปิดลงอย่างเด็ดขาดในเดือนเมษายน ปี 1933 (อันเป็นเดือนเดียวกันกับการก่อตั้งขึ้นมา) ซึ่งเป็นกาลอวสานของสถาบันแห่งนี้ในเยอรมัน สำหรับอาคารเรียนที่เมืองเดลซาได้ถูกพรรคนาซียึดไปเป็นที่อบรมทางการเมือง ระดับหัวหน้าพรรค
เมื่อสถาบันปิดลงนักออกแบบหลายคนก็ได้อพยพออกจากเยอร์มัน ไป สวิตส์ อเมริกา ฯลฯ และถือเป็นต้นกำเนิดของ สวิตว์ดีไซน์
ทริปเปิ้ลเบิ้ล จบแรงบรรดาลใจแรกมาจากสังคมของเยอรมนีแล้วครับจะเห็นได้ว่ายุคที่รุ่งเรืองที่สุดที่เป็นแรงบรรดาลใจส่วนมากเป็นยุคของนาซีครับ
อาจจะยังไม่เห็นความแตกต่างมากนักไว้ลงโปรแกรมในคอมสร็จจะเอาของอีก3ประเทศที่เหลือมาให้ดูเพื่อเทียบความแตกต่างของแต่ละประเทศนะครับนอกจากนี้ยังมีแรงบรรดาลใจจากสิ่งอื่นๆดังที่ได้บอกไว้แล้วด้วยครับ
อย่าเพิ่งจบของเยอรมันเซ่ :07:
อยากให้พูดถึงดีไซเนอร์ที่ออกแบบเครื่องแบบนาซีอ้ะ ชอบมาก :25:
สนุกดีจัง :25:
เยอรมันต้องไม่ลืม Walter Gropius คนตั้ง Bauhaus เนอะ :56:
เป็นคนคิดโครงสร้างแบบ curtain wall ซึ่งเป็นการปฏิวิติรูปด้านอาคารครั้งสำคัญเลยนะ :07: :07: :07:
ติดตามอ่านครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 15 ส.ค. 2010, 19:39 น.
เยอรมันต้องไม่ลืม Walter Gropius คนตั้ง Bauhaus เนอะ :56:
เป็นคนคิดโครงสร้างแบบ curtain wall ซึ่งเป็นการปฏิวิติรูปด้านอาคารครั้งสำคัญเลยนะ :07: :07: :07:
เล่ามาสิครับ :30:
ปล. ใครจะไปเข้าใจเคอเท่นวอลล่ะพี่พลัม :47:
น้าอ๋าห์ไงเข้าใจ :47:
จำรายละเอียดไม่ได้เหมือนกัน :30:
แต่ตอนเรียนรู้สึกว่าเค้าล้ำมาก ที่คนยุคนั้นคิดอะไรอย่างงี้ได้
แถมงานเค้า timeless มากๆดูตอนนี้ยังไม่เชยเลย :56:
ว่าแล้วก็ไปคุ้ยวิกิ.. ภาษาอังกฤษยาวยืด
พอภาษาไทย มันแทบจะบอกแค่วันเดือนปีเกิดอาชีพ :3005:
แปลเองเลยดิ
อย่าเล้ย.. เดี๋ยวผิด :47b:
แล้วจะเรียนอินเตอร์ให้เปลืองค่าเทอมทำไมเนี่ย :47:
ในทรานสคริปต์เท่ดีนะ :47b:
ปล. หลักสูตรภาษาอังกฤษไม่ใช่หลักสูตรนานาชาตินะ (อ้างไปเรื่อยน่ะ :3005:)
:37:ขยายความตามความเข้าใจนครับcurtain wall = ผนังกระจกโดยมีโครงสร้างเหล็ก
ปล.เรื่องเครื่องแบบชุดนาซีผมไม่มีข้อมูลเลยครับพี่บวบเล่าเลยๆ :25:
ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เหมือนเคยเห็นในสารคดีแว้บๆ แล้วคิดว่าเป็นชุดทหารที่เท่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นเท่านั้นเอง :25:
... :58:
:37:
ตัวอย่างงานออกแบบที่ได้แรงผลักดันของสังคมประเทศต่อไปครับ ฟินแลนด์: ออกแบบเพื่อส่วนรวม
(http://img3.f0nt.com/17/c9eaaa3192de0054a942a975a7d978cf.jpg)
รายละเอียดเผื่อใครมองไม่ชัดครับ
เมื่อรองประธานบริษัทฟิสการส์ได้รับรายงานการศึกษาเพียงหน้ากระดาษแผ่นเดียวจากมูลนิธิโรคข้ออักเสบ ที่บ่งชี้ว่าโรคข้ออักเสบเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประชากรวัยสูงอายุ พนักงานน้อยคน ในบริษัทเก่าแก่อายุ 357 ปีที่ถือกำเนิดใน ประเทศฟินแลนด์แห่งนี้ คาดคิดว่าจะนำไป
สู่การออกแบบกรรไกรที่คำนึงถึงสรีระผู้ใช้ และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้กับฟิสการส์ในปี 1989 บริษัทฟิสการส์เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงตลาดผู้บริโภคสูงวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้มือ จึงเป็นที่มาของ แนวคิด "กรรไกรวัยทอง" ที่เน้นการออกแบบกรรไกรให้มีน้ำหนักเบา เหมาะกับทั้งคนถนัดมือซ้ายและมือขวา และมีด้ามจับขนาดใหญ่เหมาะมือมากขึ้นไม่นานหลังจากนั้น ฟิสการส์เล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้มีคุณสมบัติทางการยศาสตร์ (Ergonomics) กว้างขวางเหมาะกับทั้งผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ ผู้สูงวัย และบุคคลทั่วไป จึงเปลี่ยนชื่อกรรไกรรุ่นนี้ว่า "ซอฟทัช" และเริ่มสายการผลิตตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา
ถ้าใครมีงานออกแบบอันอื่นๆ เอามาเสริมได้เลยนะครับ
รออ่านๆ..
จู๋ดีมีสาระ :25: