คือ นัดเป็นคนที่อ่อนด้วยภาษาอังกฤษอย่างแรงครับ
ส่วนนึงเพราะรู้ศัพท์น้อย(ที่จริงเป็นส่วนใหญ่ๆ เลยแหละ)
พอดีเมื่อกี้
มีคนจีนคนนึง มาพูดภาษาอังกฤษใส่(ฟังไม่ทัน) แล้วยืนมือถือกับรหัสเติมเงินมือถือมาให้
ก็เลยเข้าใจว่าให้กดให้
ก็ทำให้ไป เสร็จแล้วเค้าก็มานั่งชวนคุย. . . :05a:
(ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าไอ้ที่ให้เติมเงินนี่เป็นมุกเพื่อชวนคุยรึเปล่า)
คุยไปก็แบบ พูดไม่ออกแต่ฟังรู้เรื่อง จะตอบกลับก็นึกศัพท์ไม่ออกอีก
ซักพักเค้าก็เข้าเรื่อง
ถามว่าเชื่อในพระเจ้ามั้ย
นับถือศาสนาพุทธใช่มั้ย
รู้จักไบเบิลมั้ย
เชื่อในพระพุทธรึเปล่า ฯลฯ
แล้วเค้าก็ชวนไปนั่งคุยเป็นงานเป็นการ
ก็ตกลงไป(กะว่าจะลองว่าจะสื่อสารกับเค้าได้มั้ย ด้วยภาษาอังกฤษง่อยๆ เนี่ย)
ก็นั่งฟังเค้าเล่าเรื่อง บลาๆ
ทีนี้มีปัญหา
จะตอบ แล้วนึกศัพท์ไม่ออกเยอะมาก
ก็เลยได้แต่ yesๆ ไป
เอ๊ะ แล้วประเด็นของจู๋นี้คืออะไรหว่า??
อ๋อ กะว่าจะเอาไว้ถามศัพท์อะไรแบบนี้อะครับ จะได้สื่อสารกับเค้ารู้เรื่อง(แลกเมล์กันไปแล้ว)
คำถามแรก
ถ้าอยากบอกประมาณว่า
ตอนนี้ผมไม่ได้นับถือพระเจ้า แล้วถ้าผมไปนับถือ อะไรมันจะต่างกันหรอ? ทุกอย่างก็ยังดำเนินต่อไปอยู่ดีนี่นา
(เค้าบอกว่าพระเจ้า อยู่ตลอดมาและตลอดไป เลยกะจะถามว่าแบบ ถึงจะไม่มีคนไปนับถือ พระเจ้าก็ยังอยู่เหมือนเดิมนิ แล้วจะไปนับถือทำไม)
เดี๋ยวมาถามต่อครับ ตอนนี้นึกออกแค่นี้
โอ้ว ทีแรกคิดว่าจะฮา แต่จบด้วยดราม่า
น่าสนใจครับ เดี๋ยวขออ่านความเห็นละกัน
เพราะถ้าของตูนี่คงเป็นพวกจมอยู่ใต้โคลนเกินกว่าจะมาชวนเข้าศาสนาหรือลัทธิอะไรง่ายๆ แล้วล่ะ
ถ้าจะฝึกภาษาก็โอเคครับ
ถ้าจะเรื่องศาสนา็แล้วแต่ชอบครับ
ที่มหาลัยก็มีมาสอน มาจัดกิจกรรม อยู่บ่อยๆ :25:
เคยไปเรียนล่ะ
เลิกเรียนเย็นๆ ไปนั่งเรียน
เค้าเอาพวกหนังสือสอนศาสนาสำหรับเด็ก
ประเภทประวัติพระเยซูมาสอน
ตัดประเด็นเรื่องศาสนาออก
ได้ภาษา ได้สำเนียงมาพอควร
แต่เรียนไปเรียนมากลายเป็น
เราต้องไปสอนภาษาไทยให้เค้า :31:
จะเปลี่ยนไปนับถืออะไรก็ไม่น่าแปลก
ศาสนามีไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ
จะนับถือพุทธ คริสต์ อิสลาม
ศาสนาไหนก็ดีถ้าทำดี
นับถืออะไรก็ไม่ดี ถ้าทำเลว (แหม้ สาระไม่น่าเจื้อ)
เอาจริงๆ คือ
นัดนับถือพุทธตามทะเบียนบ้าน
นัดไหวพระพุทธรูป
นัดเคารพศาสดา และผู้เผยแพร่ของทุกศาสนา
แต่นัดไม่นับถือศาสนาไหนเลย
หมายถึง นัดไม่เชื่อในคำสอนของซักศาสนา
ไม่ว่าจะเป็น ไบเบิล พระไตยปิฎก(พระธรรม) หรือคัมภีร์ต่างๆ
เอีะช่างมันเถอะ เอาไว้คุยเรื่องภาาาดีกว่า
ว่ากันไปทั้งหมดอยู่ที่เรา คนเดียวเด่โด่ นี่แล :25:
ผมชอบอ่านไบเบิล นะ :22:
:25: รออ่าน
มารอเก้อตอบ ทำไมไม่รู้ แต่คิดว่าน่าจะมีอะไร :30a:
แน่ะ พวกรู้ทัน :37:
ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ พอดีว่าเคยเจอคนแก่ๆชาวอังกฤษนี่ล่ะ
เขาเดินไปตามท้องถนน แล้วเที่ยวถามคนว่าท่านรักในพระเจ้าไหม
ชวนคนทุกคนคุยเลยนะครับ ตามละแวกบ้านนี่ล่ะ แล้วชักชวนคนเข้าโบสถ์
อายุลุงๆป้าๆที่มาเดินนี่ ผมว่าสัก 60-70 นี่ล่ะ แก่จนเดินง่กๆเงิ่นๆ
พอแกเดินมาเจอผม ก็ถามว่ามาจากไหน ผมก็ตอบไปว่าแจแปน :37:
สนทนาไปสักพัก พอรู้ว่าเรามาเรียนภาษา ก็เลยชวนไปนั่งเรียนภาษา
ผ่านเรื่องราวของพระเจ้า บอกว่าศัพท์ง่ายๆนะ เข้าใจไม่ยาก
ซึ่งแกก็พยายามพูดเน้นทุกคำ พยายามให้เราเข้าใจ(เหมือนพูดกับเด็กน่ะ)
แล้วก็เอาแผ่นพับต่างๆมาให้ผมอ่าน ถามว่าอ่านเข้าใจไหม
ซึ่งมันก็แผ่นพับเขาทำไว้แจกคนทั่วไป อ่านไม่เข้าใจก็ง่าวแล้ว
แกเลยว่า โอ้ย ยังงี้เก่งแล้ว(คงชมไปงั้นแหละ) ยังงั้นไปนั่งคุยกับแกที่โบสถ์เฉยๆก็ได้
พอดีโบสถ์มันอยู่ตรงข้ามบ้าน
ผมเลยว่า วันหลังจะไปนั่งคุยด้วยนะครับ
แกใจดียิ้มแย้มเหมือนสุภาพบุรุษผู้ดีในหนังเลย
แถมด้วยท่าเดินง่กๆเงิ่นๆแก่งำ ทำให้รู้สึกว่าศรัทธาเนี่ยมันมีพลังจริงๆ
สัมผัสได้เลยว่าลุงป้าแกคุยด้วยความหวังดีทุกประการ
รู้สึกว่าเขาศรัทธาจนมันสะอาด ไม่มีอะไรแอบแฝงเคลือบแคลง
รู้สึกว่าถึงตัวเองจะไม่ได้มีศรัทธาทั้งต่อพระเจ้าและต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไร
แต่พอเห็นคนลุกมาชวนผู้คนแปลกหน้าสนทนา(ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ ที่จะเกิดขึ้นในท้องถนนอังกฤษ)
ทำเอาเข้าใจขึ้นมาว่า เออ ศาสนา มันมีไว้บนโลกเพราะยังงี้นี่เอง
ทีบ้านนี่มาบ่อยมากพวกสอนศาสนาคริสต์ mormon แรกๆก็ดีนะ กะว่าเออ ก็คุยๆกับมันไปจะได้ภาษาด้วย
พอมันมาครั้งที่ 2-3 (มาที่บ้านนะ คนพวกนี้ตั้งใจมาก) เค้าจะแบบว่าให้ลองขอพรพระเจ้า
ไอ้เราก็เห้ย มันไม่ใช่แล้วล่ะ ให้เราลองสารภาพบาป นี่แหม่งไม่ใช่ฝึกภาษาแล้ว
พอมากันหลังๆนี่(มาถี่มาก) ผมก็จะบอกว่าไม่ว่าง ทำงานมั่ง
พอสุดท้าย น่าสงสารเค้าเหมือนกัน มาคิดๆดู บอกมันไปว่า
I don't wanna change my religion. I am Buddhist even I die, I am Buddhist. :56:
You cannot change my mind. Sorry
แล้วก็ปิดประตูบ้านไป :31:
จริงๆแล้วพวกนี้ที่มา บางคนเป็นนักเรียนอยู่เลย มาสอนศาสนา น่าสงสารเค้า หลังจากนั้นมันไม่เคยมาอีกเลย
คนที่ไม่นับถือศาสนาอะไรเลย
ผมว่ามันก็ไม่ผิดอะไร
เพื่อนสนิทผม มันก็ไม่นับถือศาสนา
มันบอกว่า ถ้าเราไม่นับถือศาสนาอะไรเลย เราก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง เกิดมาแล้วก็จบไป ไม่ต้องไปลงนรกขุมไหนๆ ไม่ต้องไปรวมเป็นหนึ่งกะพระเจ้า ไม่ต้องไปนั่นไปนี่ เพราะไม่ได้นับถืออะไรเลย
แล้วมันก็ถามย้อนว่า ถ้ามันนับถือหลายศาสนา ยมทูตจะแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบยังไง :08:
--------
ถ้าได้ดูเรื่องเดอะ มิสต์ (เรื่องนี้สุดยอดมาก)
ตอนนึงใจความ บอกว่า โดยพื้นฐานของมนุษย์เป็นคนดี แต่ ถ้าจับมนุษย์มารวมกัน ก็จะเริ่มมีการแบ่งแยก แบ่งฝ่าย แล้วก็ห้ำหั่นกัน
แล้วถ้า อยู่ด้วยความกลัว จะให้มนุษย์ ทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าปลอดภัย
เพราะเหตุนี้ มนุษย์จึงต้องมีศาสนา และการเมือง
แต่นัดว่า พาสตาฟาเรียน (http://repentant.exteen.com/20080920/ahoy-there-matey)นี่เจ๋งดีนะ :52:
ละโว้แน่นอนเพราะเอามาจากแถวนี้เมื่อนานมาแล้ว
อ้างคำพูดจาก: Nutto erotic เมื่อ 27 ส.ค. 2009, 09:49 น.
แต่นัดว่า พาสตาฟาเรียน (http://repentant.exteen.com/20080920/ahoy-there-matey)นี่เจ๋งดีนะ :52:
ละโว้แน่นอนเพราะเอามาจากแถวนี้เมื่อนานมาแล้ว
:30a: เออ.. เจ๋งจริง
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 26 ส.ค. 2009, 13:17 น.
ผมชอบอ่านไบเบิล นะ :22:
เหมือนกันค่ะ
แต่ก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยน
ศาสนานะค่ะ
จริงๆ ในคัมภีร์ (เรียกงี้ได้ป่าว?) ของทุกศาสนา ก็มีตำนานที่สนุกดีนะครับ อ่านแล้วเหมือนอ่านนิทานเลย :37:
ตบกับเข้าเรื่องนิดนึง
ศาสดา นี่ใช้คำว่าอะไรหรอครับ
แล้วคนเผยแพ่ศาสนาด้วย(แบบพระสงฆ์เนี่ยแต่เป็นคำเรียกแบบกลางๆ)
หมายถึงสรรพนามเหรอ?
ปล. "เผยแผ่" นะครับ
เอ่อ..
คำนามแหละครับ
ที่ไม่ใช่ บุดดาหลอด หรือ จีซัส แต่เอาคำที่สามารถสื่อได้ถึงของทุกศาสนาอะ มีป่าวหว่า
ปล.กะจะพิมพ์ว่าเผยแพร่แหละ(พิมพ์ตก) แต่มันใช้เผยแผ่นี่หว่า :03:
ก็ใช้ว่าศาสดานี่ครับ :37:
มิชชันนารีอ๊ะเปล่า :09:
พระอัญญาโกณฑัญญะ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B0)ก็เป็นนะครับ
เป็นคริสตัง ที่เข้าวัดไทยบ่อยที่สุดในสามโลก :30:
ไม่ได้อคติกับศาสนาใด และไปได้กับทุกศาสนาและความเชื่อ
เพราะจริงๆแล้วก็แค่เชื่อในสิ่งที่ทำให้ตัวเองสบายใจเท่านั้นแหละ :22:
ศาสดา (สาดสะดา)
n.a savant, a religious prophet, the Enlightened One, namely the Buddha
ตูก็ชอบมันทุกศาสนาแหละ
ใครๆ หลายคนที่นี่ก็เป็น คงรู้ๆ กันอยู่ว่ามันน่าสนุกที่จะรู้
แต่ไม่ชอบให้มาจูง โดยเฉพาะศาสนาธรรมกาย :08:
ธรรมกายนี่ก็สนุกนะครับ ทำให้เรารู้ว่าการแปลงศาสนาพุทธให้เป้นอีกรูปแบบนึง มันทำเงินได้มากขนาดไหน 555
น่าจะเป็นคนเกาหลีรึป่าวครับ
สมัยผมเรียนอยู่จะเจอบ่อยมากๆ จะมีอาสาสมัครเกาหลีบินมาไทยเพื่อเผยพระวจนะแทบตลอดทั้งปีเลย
แต่ก่อนก็จะมีฝรั่ง 2-3 คน มาที่บ้าน ตอนนั้นยังเด็ก ๆ อยู่เลย
แม่ก็โอเคยินดี ยอมให้เข้าบ้านมาสอน เอาหนังสือมาให้อ่าน เหมือนเล่านิทานให้ฟังนั่นล่ะ
รร.ก็รร.คริสต์ ก็ชิน ๆ + ชอบ ๆ แต่พักหลัง ๆ ไม่ไหว
พี่เค้ามาถี่เหลือเกิน มาชนิดที่ว่าตื่นเช้ายังไม่ทันไรมาแล้ว แล้วก็อยู่ยาววว
จะไปว่ายน้ำ จะไปไหนไม่ได้ไปกันเลยทีเดียว
ตอนหลังก็เลยล๊อกบ้าน ปิดม่าน ทำเหมือนไม่อยู่
หรือไม่ก็ให้แม่ไปบอกเค้าว่าลูกไม่อยู่ เห็นหน้าเค้าผิดหวังแล้วก็รู้สึกสงสาร
แต่ตอนนั้นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เราอยากพัก อยากไปไหนกันบ้างอ่ะนะ
ปล. ที่มีคนกลุ่มพวกนี้คอยเผยแผ่ศาสนาก็คงคล้าย ๆ กับที่เราทำบุญอย่างนึง
เช่น ที่เราพิมพ์หนังสือสวดมนต์แจก ชวนกันไปวิปัสสนาที่วัด อะไรแบบนี้ละ่มั้ง
ของเค้าก็คือ เผยแผ่ศาสนา ชวนคนมานับถือศาสดาของศาสนา
ให้คนรับรู้ถึงความเสียสละของพระเยซูคริสต์ ที่มีต่อมนุษย์
ในสมัยเด็ก ผมเคยมีความคิดสับสนวุ่นวายเกี่ยวกับศาสนา
โดยเฉพาะแถวบ้านผมนั้นมีมิชชั่นนารีมาเผยแพร่อยู่มาก มีประกาศติดตามเสาไฟฟ้าและผนังต่างๆ
และในทุกศาสนาก็เป็นเหมือนกันหมด คือ มีศาสดา มีคำสอน และศาสดาจะรักคนที่เชื่อในพระองค์
แต่ผมก็พบว่าศาสนาหนึ่งที่ไม่เป็นเช่นนั้น คือ พระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาเพียงแต่ในนาม แต่โดยเนื้อแท้คือหลักความจริงของธรรมชาติ
เป็นศาสนาเดียวที่มี หลักธรรมคำสอน เป็นศาสดาของศาสนา
คุณไม่จำเป็นต้องนับถือหรือเชื่อในพระพุทธเจ้า เพราะเมื่อคุณศึกษาพุทธประวัติอย่างเข้าใจแล้วก็จะพบว่าพระพุทธเจ้าก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง
ที่ชาวพุทธเคารพนับถือและศรัทธาในพระพุทธเจ้า ก็เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งการประพฤติปฎิบัติ
เป็นตัวอย่างที่ดีของมนุษย์ธรรมดาแต่สามารถพัฒนาเป็นผู้ประเสริฐได้ และทุกคนก็สามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้เช่นเดียวกัน
มิใช่นับถือเพราะพระองค์สามารถดลบันดาลสิ่งใดให้แก่เราได้ หรือทำให้เราไม่แก่ ไม่เจ็บ และไม่ตาย
ที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือ พระพุทธศาสนาไม่เคยบังคับใครให้มานับถือศาสนา
หรือทำการช่วยเหลือโดยการสร้างเงื่อนไขให้มานับถือพระพุทธศาสนา
คุณอาจจะนับถือศาสนาอื่นก็ได้ ขอเพียงคุณอยากจะเป็นคนดี และเชื่อว่าธรรมะตามหลักของพระพุทธศาสนาทำให้คุณเป็นคนดีได้
ที่สำคัญที่สุด คือ คุณต้องลงมือปฎิบัติด้วยตัวของคุณเองเสียก่อน
ธรรมะย่อมรักษาผู้ปฎิบัติธรรม (ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี : พุทธพจน์)
มีหลายคนมากมายที่ยังไม่ทันได้นำธรรมะมาปฎิบัติ อย่างจริงจังและเข้าใจ แล้วด่วนสรุปว่า ธรรมะล้าสมัย ใช้งานไม่ได้จริง
ธรรมะหัวข้อเดียวก็มีค่า ถ้าเราทำ แต่ธรรมะเป็นพันหัวข้อก็ไร้ค่า ถ้าเราไม่ทำ
ต้นไม้มีทั้งเปลือก กระพี้ และแก่น ฉันใด พระพุทธศาสนาก็มีทั้งเปลือก กระพี้ และแก่น ฉันนั้น
อยู่ที่ว่าเราเลือกจะศึกษาหรือจับเอาเปลือก กระพี้ หรือว่าแก่น เท่านั้นเอง
ปล.แก้ไขเพื่อให้อ่านง่าย
:12:
ถามภาษาอังกฤษครับ ลืมบอก :3005:
โห คุณขาจอห์นเขียนดีมากๆ :18: