เมื่อกี้ ดูข่าว เรื่องนี้พอดี
รู้สึกแปลกๆ ความคิดยังไม่ตกตะกอนเท่าไร แต่มาตั้งเอาไว้ก่อน
แต่ที่รู้สึกได้แว๊ปแรก คือใจเสีย จากข้อมูล ที่ว่า แนวโน้ม พื้นที่เกษตรภาคกลางถูกนายทุนต่างชาติกว้านซื้อ
โดยมีคนไทยเป็นนอมินี่ ปัญหาเรื้อรังจากอะไร
เกษตรกร ไม่มีความรู้ เห็นแก่เงิน หรือถูกทอดทิ้ง จนน้อยเนื้อต่ำใจจนถึงขั้นอิจฉาวงการอุตสาหกรรม
ที่ถูกเอาใจมาเนิ่นนานจากรัฐบาลมากกว่า...
ข้อมูลนายทุนต่างชาติ ทั่วโลกให้ความสนใจภาวะการขาดแคลนอาหารของโลกจึงมองเห็นความสำคัญของการเกษตร
และมองเห็นถึงความน่าสนใจของวิธีการทำนาแบบไทย คราดว่าจะเข้ามาศึกษาและจ้างงานชาวนา ประมาณ 2 ปี หลังจากนั้น
จะนำเครื่องไม้เครื่องมือ มาใช้แทนคน
มีกฏหมายมาควบคุมในส่วนนี้ คร่าวๆ แต่ในทางปฏิบัติก็น่าจะยากพอตัว เพราะแค่ยื่นเงินให้เยอะๆ
ในภาวะแบบนี้ชนชั้นที่คนไทยเรียกว่ารากหญ้า คงง่ายต่อการรับเงินไว้แล้วขายไป
สถานการณ์แบบนี้จะโทษใครได้ ข้าวที่เราทานอยุ่ทุกวัน มันถูกกว่าของฟุ่มเฟือยต่างๆ เยอะเลยนิ
อุตสาหกรรมของฟุ่มเฟือย มันเลยเติบโตกว่าอุตสหกรรมการเกษตร เรื่องขายนาไปเป็นสาวโรงงาน
มันเลยเป็นทางเลือกที่ชาวนาส่วนใหญ่เขาทำกัน ทิ้งการทำนา ทำไร่ ที่ มันเป็นวัฒนธรรม
วิถี ประเพณีของเรามาช้านาน จะเรียกได้มั้ยว่า คนไทยทุกคนก็มีพื้นฐานมาจากสิ่งนี้ด้วยกันทั้งนั้น
แต่เรากำลังจะถอดทิ้งมัน เรากินข้าวทุกวัน คอยเตือนใจเอาไว้ไปงั้นเอง ทำอะไรได้บ้างเน้อ
จะโทรบอกพ่อว่า จะยากจนแค่ไหนอย่างไง ก็ขอให้ทำนาต่อไปนะพ่อจ๋า จะอดมื้อกินมื้อ
เพราะซอสมันแพง แต่กินข้าวเปล่าก็อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครเคยกินข้าวเปล่า จะรู้สึก
กลิ่นมันหอมถึงจมูกเลยนะครับ เมื่อก่อนตอนออกมาจากบ้านนอกใหม่ๆ คิดถึงข้าวเปล่าที่กลิ่นหอมแบบนั้น
แต่ก็ได้กินแค่ข้าวเปล่าที่มีแต่กลิ่นน้ำตาตัวเอง ต่อไป ก็กลัวว่าคนไทยจะต้องกินข้าวแพงเกิน
จนหันมากินแต่น้ำตาตัวเองเหมือนกัน ในขณะที่ฝรั่งมัน ซื้อข้าวเราไปถูกๆ
เอาไปกินฟุ่มเฟือยจนเราเห็นอาจจะต้องรุ้สึกกล้ำกลืนกันถ้วนหน้า...
น่ากลัวนะครับ..
ข้าวสมควรจะแพงนะครับ
เพราะเรากินไอพอดไม่อิ่ม ดำรงชีวิตไม่ได้
ตั้งแต่(ภรรยา)หุงข้าวเองนี่
ค่าข้าวถูกลงเยอะเลยครับ
เหมือนประเทศญี่ปุ่นสินะ
อาหารจะแพงมาก
เดี๋ยวสักวันพี่ไทยก็จะไม่มีข้าวไทยกินหรอก :11:
แต่ถ้ามีปลามากุโร่กินทั้งเดือน ตูยอมนะ
อ้างคำพูดจาก: ☼อภิเอเดรียน☼ เมื่อ 09 ก.ค. 2009, 13:21 น.
ข้าวสมควรจะแพงนะครับ
เพราะเรากินไอพอดไม่อิ่ม ดำรงชีวิตไม่ได้
นั่นสิ.. เมื่อไหร่ชาวนาบ้านเราจะรวยมั่ง
ถ้าข้าวใช้แทนน้ำมันรถได้ ก็จะแพงเหมือนกับข้าวโพดในเม็กซิโกไง
แต่.. คนจนไม่มีปัญญาซื้อกิน เอาไปขายแพงๆทำเชื้อเพลิงดีกว่า :37:
คนจนส่วนใหญ่คือแรงงานเกษตรนะเจ๊
ที่เห็นคนจนๆ อยู่ในเมืองนะ เพราะทำนาที่บ้านจนกว่า
:18:
นั่นสิ ทำไม
เคยดูลุงที่เป็นปราชญ์ชาวนาที่ทำนาแบบเกษตรอินทรีย์
ไม่ต้องพึ่งยา พึ่งปุ๋ย ข้าวก็ได้ปริมาณดี คุณภาพดี
แล้วเค้าก็เปิดสอนด้วย
เห็นลุงอะไรซักอย่างที่ปักษ์ใต้ที่ปลูกกล้วยคว่ำหัวแล้วออกสี่ต้น
ภูมิปัญญาไทยด้านเกษตรนี่มากมายเลยนะ
แถมศูนย์พัฒนาของในหลวง มีหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรของรัฐอีกบานเลย
ทำไม
ไม่อยากโทษการวางแผนพัฒนาของส่วนกลาง และกลไกตลาดนะ
(อีกนัยหนึ่งการคอรัปชั่นของนักการเมือง ข้าราชการ โดยมีนายทุนสนับสนุน)
แ่ต่ก็ยังหาอะไรที่เป็นสาเหตุที่ดีกว่านี้ไม่ได้
เพราะวัฒนธรรมอู่ข้าว อู่น้ำของเราไงละครับ
เราไม่เคยขาดแคลนของกิน กินทิ้งกินขว้างก็ยังไหว
ข้าวมีตั้งเยอะแยะ จะขายแพงทำไม
ผลไม้เหลือเป็นเข่งๆ เอามาเททิ้งขวางถนนก็ยังได้
เพราะมันถูกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มองว่ามันถูกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มันมีเยอะมีแยะ
อันนี้คือแนวคิดที่ว่าทำไมพวกยุโรป รวมทั้งมองโกล (เมืองหนาว) ถึงขยันล่าอาณานิคมเพื่อหาทรัพยากรณ์
แล้วพวกอยู่เขตอบอุ่นชื้นอย่างเราถึงเป็นฮอบบิทอยู่กับบ้านสินะ
แต่ที่จริงการมีทรัพยากรณ์มาก กับการไม่เห็นคุณค่ามันต่างกันนะ
เมื่อก่อนถึงแม้ว่าคนไทยจะปลูกข้าวเอง และมีเหลือเฟือ แต่ก็มีระบบการจัดการ การจัดเก็บนะ
การปลูกฝังค่านิยมมันผิดมาตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติแล้วมั้ง
จอมพล ป. ยังกสิการแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม กันอยู่เลย
แล้วสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของเราก็ยังเป็นเกษตรอยู่นะ
ไม่ใช่พวกชิป อะไหล่คอม โรงงานอะไรที่ยุค นิคส์ เคยสร้างวาทกรรมอยู่
ถ้าใช้จุดแข็งด้านเกษตรเป็นการต่อรองตลาดโลก แล้วส่งเสริมภาคเกษตรอย่างถูกวิธีเนี่ย ชาติเราก็เจริญในแบบนี้ได้
แต่ที่ผ่านมารัฐบาลส่งเสริมยังไงล่ะ เงินทุนและการประกันราคาขั้นต่ำ
ซึ่งเป็นเรื่องของเงินเท่านั้น ไม่ได้พัฒนากระบวนการจัดการ และ ตลาดเลยนะ
ลำไยราคาตกที่ จา พนมก็มากินลำไยช่วยชาติกันที
ไม่ได้ทำให้อาชีพเกษตรมันมั่นคงแต่อย่างใด
คนที่จะรวยกับการเกษตรก็มีนายทุนอุตสาหกรรมที่เอามาป็นวัตถุดิบ
พ่อค้าคนกลางที่หาลู่ทางตลาดได้ ตั้งแต่ระดับประเทศ ถึง นานาชาติ
อ้อ แล้วขายปุ๋ย ขายยา ขายเครื่องมือการเกษตร ที่จริงๆ แล้วทำให้ไปผิดทางอยู่ (แล้วก็ไม่มีใครออกมาทำอะไร)
วัฒนธรรมโดยรากเหง้าของเรา พี่ว่ามันไม่ได้เป็นสาเหตุซะโดยตรงนะ
แต่อยู่ที่การสร้างวาทกรรมของรัฐมากกว่า ที่ชี้นำความคิดคนนน่ะ
ผมก็เห็นด้วยนะครับ เรื่องการชี้นำของรัฐ
ผมลองมองแบบเพ้อๆ ดูว่า
ถ้าเรายอมจมกันทุกคนปิดประเทศแล้วเริ่มต้นกันใหม่จากเกษตรกรรมเราจะอยู่กันได้หรือเปล่า
น่าจะดีมั้ย ลองกลับสู่สามัญ ชำระซะทุกอย่าง ธุรกิจก็ให้เป็นแบบที่พ่อหลวงเราว่าไว้ กินไม่หมดจึงค่อยขาย
วัฒนธรรม การเกษตรแบบเก่า มันจะพาวิถีแบ่งปันแบบเดิมๆ กลับมาได้หรือเปล่า
ปิดประเทศทำให้คนทั้งประเทศมองเรื่อง การแข่งขัน และเงินทอง เป็นเรื่องลองๆ ลงมา
แล้วตั้งต้นกันใหม่ เลย ใครก็ได้ช่วยไปปิดสนามบินที แล้ว ผมจะกลับบ้านไปทำนา
ทำกินกันเองจะไม่ขายเลย ให้คนที่ไม่มีนำทำ หาข้าวซื้อกินลำบาก จนหันมาส่งเสริมพวกเราเยอะๆ หน่อย
คงจะเจ๋งดี ว่าแล้วก็สะดุ้งตื่นซะงั้น!!
ที่ญี่ปุ่นที่ว่าเกษตรกรรวยนี่ จริงๆไม่ได้รวยเพราะขายได้แพงหรอกนะครับ
รวยเพราะรัฐฯอุดหนุนเองเลย ถึงรวย
แต่ถามว่า ถ้าเลือกได้ ไม่นับพวกลุงป้าน้าเอา ที่ยังทำอยู่เพราะรักในท้องถิ่นนะครับ
ถามลูกหลานเขา ก็ตอบเหมือนกันทุกว่า อยากทำอย่างอื่น
รวย สบาย ความสุขวัตถุนิยม มันดึงดูดกว่ามาก
ไอ้ที่รวยจริงๆน่ะ ที่ไหนๆ ก็เหมือนกันคือ
พ่อค้าคนกลาง ที่เป็นมือที่สองจากแหล่งผลิตโดยตรง
ผมคิดว่าไม่ต้องให้คนหันไปทำนากันหรอก
แต่ลองไม่ให้มีพ่อค้าคนกลาง ผูกขาดแค่รัฐฯกับเกษตรกรล่ะ ได้ไหม?
รายได้ตรง ต่อหัวน่าจะเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพการผลิต และอื่นๆ ก็คงสู้แบบปัจจุบันไม่ได้
ว่าไปว่ามา สะดุ้งตื่นเหมือนพี่จักรี :47:
พ่อค้าคนกลางนี่ส่วนใหญ่ผู้มีอิทธิพลนะครับ จะตัดยังไง :3005:
แต่เวลาไม่มีนี่สบายกันทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภคนะ
มีใครเคยเดือนตลาดศาลายาบ้าง? ของบ้างอย่างถูกกว่าโลตัสเสียอีก ไม่อย่างจะคิดว่า discount store กำไรขนาดไหนเลย :37:
นั่นไง :37:
เหมือนผับ ร้านเน็ต ติดสินบนตำรวจเพื่อเปิดดึกขึ้น รับเด็กเข้าร้าน
จ่ายเงินสนับสนุนนักการเมืองเพื่อไปเคลียร์กฎหมาย
จนเข้ามาแก้กฎหมายเสียเอง และทำอะไรได้มากกว่านั้น
จะจ่ายเงินให้นักการเมืองทำไม ถ้ากูเข้ามาเป็นได้เอง (เช่น..คนที่คุณก็รู้ว่าใคร)
โอ บ้านเมืองเราช่างคล้ายอิตาลี อันมีปัญหาหลักคือ คอร์รัปชั่น และ มาเฟีย
ไอ้ผมก็คิดว่า มีลีกฟุตบอลเหมือนกับ กัลโซ่ ซีรี่อาร์ ซะอีก :37:
เว็บเรามีคนทำอาหารแล้วแยกไม่ออกว่า สปาเก็ตตี้ หรือ ขนมจีนด้วยนะ :37:
ยิ่งเราก้าวหน้าด้านวัตถุมากเท่าไร สังคมเกษตร ก็เหมือนว่าจะค่อยถูกกลืนไปเท่านั้นเลย
ถ้าแค่นั้นยังไม่เท่าไร แต่น้ำจิตน้ำใจ ก็ถูกเปลี่ยนไปด้วย ถ้าไม่เปลี่ยนก็อยู่ยากในสังคม
จนไม่รุ้จะโทษใครเลยเชียว.....
เค้าขายนาซื้อแมงกะไซค์กันมาสักพักแล้วนี่
แถวบ้านผมก็ทำนากันอยู่นะ ต้องทำด้วย ไม่ทำไม่ได้
เห็นได้จากช่วงดำนา ช่างก่อสร้างจะไม่มาทำงาน
ทิ้งครัวตูไว้เป็นเดือนแล้ว
:3005:
น้าอ๋าห์ต้องเสียสละไม่มีครัวซักระยะเพื่อประเทศชาติมีข้าวกินครับ :37:
เมืองไทยเป็นอย่างนี้ต้องโทษรัฐบาลแต่ละยุคสมัยมีการชี้นิ้ว นำทิศทางการเติบโตของประเทศแบบสะเปะสะปะตลอด
แล้วถ้าจะโทษรัฐบาลก็ต้องโทษประชาชนเองที่เลือกเขาเข้าไปทำงาน
ในมุมมองของปาล์มประเทศไทยทำตลาดโลกได้ลำบากมาก ตีบตันไปหลายทางแล้ว
โดยเฉพาะการเกษตรตอนนี้เราสู้เวียดนามกับจีนไม่ได้เลย
ต่อหลับฝันว่า เราทุกคนยอมปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูการเกษตรขึ้นมาใหม่
ก็บอกได้ว่าการเกษตรของเราเข้าสู่ตลาดโลกได้ยากมาก
ด้วยกลไกเรื่องราคาเราไม่อาจสู้จีนได้
ด้วยเรื่องคุณภาพตอนนี้เราเป็นรองเวียดนามและลาว.........อันนี้ต้องยอมรับเลย
ปาล์มทำธุรกิจร้านอาหารที่ออสฯ ข้าวที่ใช้เป็นข้าวจากเวียดนามกับลาว
ถามว่าข้าวไทยไม่ดีหรอ...เกรดดีๆก็มี แต่ราคาแพงกว่าผู้ค้ารายอื่นซึ่งก็คือลาวกับเวียดนาม
เคยตรวจสอบข้าวในราคาที่เท่ากันคุณภาพข้าวของไทยก็สู้เวียดนามกับลาวไม่ได้เช่นกัน
ถามว่าทำไมไทยถึงสู้เขาไม่ได้
เพราะคนไทยไม่มีมาตรฐานที่เป็นมาตรฐาน :37:
อย่างข้าวเกรดเอ ยังแบ่งเป็น ข้าวเกรด A AA AAA งงมั้ยล่ะ
และข้าวเกรดเอของแต่ละยี่ห้อคุณภาพยังไม่เหมือนกันเลย :37:
แล้วคนไทยชอบยัดไส้อย่างข้าวเจ้าชอบปนข้าวเหนียวมา
กุ้งก็ยัดตะกั่ว...เห็นมากับตา แงะเองกับมือ
นี่แหละมาตรฐานการส่งออกของไทย.....ภูมิใจมั้ย ครัวไทยครัวโลก
ทุกวันนี้ในอุตสาหกรรมอาหารการกิน ต้องยกให้จีนกับเวียดนามเขาเป็นเจ้าตลาดขนานแท้
จีนดีที่ราคา เวียดนามดีที่ราคาและคุณภาพ
ต้องยกนิ้วให้รัฐบาลเวียดนามเลย ของเขาแรงจริงๆ :12:
ในมุมมองส่วนตัว ตอนนี้ประเทศควรผลักดันด้านการออกแบบ ศิลปะของไทยมีความโดดเด่นในตัวเอง
การออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทยยังไปได้ไกล
ศิลปะเป็นอะไรที่ไม่มีวันตาย แถมเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
เอาจริงๆ ไอ้ร้านขายของแต่บ้านดังๆในออสฯ (อย่าง Bay swiss) ตูไปเดินเล่นทีแรกนึกว่าคนไทยมาเปิดขาย สินค้าจากไทยหลายชิ้นเลยที่วางขายเป็นจุดเด่นในร้าน
จริงๆ ถ้าปาล์มมีเงินทุนเยอะยังคิดจะนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้จากไทยเลย...ติดที่ว่าตูไม่มีเงินนี่แหละ :30:
ปล. อุตสาหกรรมโรงพิมพ์ของไทยที่นี่ พี่ไทยก็เปิดตลาดได้ถึงพริกถึงขิง
คือที่ซิดนีย์มีคนไทยเปิดโรงพิมพ์2รายใหญ่ๆ ราคาพี่ท่านเฉือนซะจนพี่จีน อินโด ออสซี่ตกเก้าอี้ตาย
อย่างล่าสุดตูสั่งพิมพ์take away menu แสนใบ ไปเช็คราคาร้านออสซี่ให้$8,000 จีนให้ราคา$7,000 อินโดให้ $5,800 คนไทยให้ $5,200 แถมคนแจกเมนูให้ด้วย :30:
มีใครรู้สึกเรื่องอย่างที่ปาล์มบอกตลอดเวลามั่งนะ :37:
พูดกันทีสะดุ้งกันที ทั้งการตลาดที่แพ้เวียตนามแล้ว หรือ เรื่องของมาตรฐานที่ไม่ได้เรื่องของเรา
แล้วก็เงียบๆ กันไป
จริงๆ การตอกย้ำมันน่าจะดีนะ ถ้าจะทำให้รู้สึกตัวกัน
แต่ว่าถ้าตอกแล้วตอกเล่ามันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็ตอกประตูฝาโลงกันไปซะ
ฟังแล้วก็ชอบคำว่า"เพราะคนไทยไม่มีมาตรฐานที่เป็นมาตรฐาน"นี่แหละ
ไม่มีมันทุกวงการ
ดับเบิ้ลสแตนดาร์ดก็ใช่ อุปถัมภ์ก็ใช่ เด็กเส้นก็ใช่
ทุกนโยบายก็สร้าง ก็ประกาศมันเข้าไป แต่ก็ไม่ทำกันจริงๆ ซะที
ไม่ใช่ทำไม่ได้นะครับ ประกาศแล้วไม่ทำจริงๆ กัน
กี่โครงการณ์แล้วล่ะที่ประกาศ ที่รณรงค์ ที่สร้างเป็นแผนแม่บท เป็นเมกกะโปรเจค
แล้วก็หายไป...
+ ปาล์ม :3005:
นึกภึงไอ้โฆษณา ที่ครอบครัวนั่งกินข้าว แล้วจานข้าวบินได้
สรุปที่ว่า อยากให้คนไทยได้กินข้าวที่ดีๆของไทย เหมือนกับที่เมืองนอกเค้าได้กิน
เอ๊ะ ..... :47:
ถ้ามองในแง่ดี
คือพื้นฐานนิสัยของคนไทยเป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ขี้สงสาร ขี้เกรงใจและชอบอลุ่มอล่วย
ซึ่งนิสัยที่ว่ามาทั้งหมด เป็นดาบที่สังหารเราเอง
ทำให้คนไทยกลายเป็นคนที่ขาดระเบียบวินัย
ดูอย่างเรื่องตรงต่อเวลาสิ....มาช้า มาสายจนเป็นวัฒนธรรม จนกลายเป็นความเคยชิน เป็นสิ่งไม่ผิดแปลกอะไรกับสังคมไทย
ลองตอบกันตามตรง ถ้าเพื่อนนัดเจอกันสิบโมง สิบโมงของแต่ละคนหมายความถึงอะไร
ก. สิบโมงค่อยตื่น
ข. สิบโมงค่อยออกจากบ้าน
ค. มันนัดสิบโมงเผื่อเลท ไปสิบโมงครึ่งก็ไม่สาย
ง. ออกจากบ้านตอนไหนก็ได้ ก็รถมันติด ไม่ก็แค่โทรบอกเพื่อนว่าเราจะสาย
จ. ถูกทุกข้อ
เกษตรข้าวชาติเราก็มัวโอ้เอ้เสียเวลา จนทำให้ชาติอื่นเขาแซงหน้าไปได้ (แถเข้าเรื่อง :43:)
แหม เจอมาทุกข้อเลยสิ :47:
โดยเฉพาะไอ้เพื่อนชั่ว นัด 10 โมง แล้วมันตื่นตอน 10 โมงเนี่ย
ใช่ๆ นัดว่าจะมาแล้วก็ไม่ตื่นเนี้ย :47:
:47:........
เปลี่ยนเรื่องคุยซิ ตบเข้าจู๋น่ะ
ที่ทำเป็นอ้างว่าซื้อขนมไว้ให้เยอะแยะด้วยใช่มะ :47:
แล้วก็ทำเป็นถ่ายรูปมายืนยันด้วยนะ :47:
แล้วก็ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย :47:
อย่ามาว่าเจ๊ส้มนะ :07:
มึงน่ะ .. จุดชนวนเหตุตัวแรกเลย เอ :05:
:30:
การปิดประเทศนี่หมายถึง
เก็บกินคนเดียวไม่หวังจะโตอย่างที่คนทั้งโลกเขาเรียกว่าโตอะนะ
ลองดูซิว่า เราจะอยุ่กันได้มั้ย เลยต้องมีคำว่า ต้องให้คนทั้งประเทศ จมเป็นกันก่อน
อย่าเพิ่งหวังโต อะไรประมาณนั้น
แต่จริงๆ มันก็ค่อนข้างจะเพ้ออะนะ ธุรกิจ ทุกอย่างมันก็จำเป็นต้องดำเนินไปพร้อมกัน
แต่พอดีว่า ไอ้เกษตร นี่มันถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของเรา ความเพ้อเจ้อของผมก็คือ
ลองดร๊อปทุกภาคส่วนเอากำลังมาทุ่มให้การเกษตร แล้วมามีสังคมแบบเกษตรๆ
เพราะผมมองว่าสังคมเกษตร มันปลูกฝังคุณธรรมได้ง่ายกว่า ไม่ต้องแข่งขันกันที่จะโต
ไม่ต้องแข่งขันกับนานาประเทศเพื่อเป็น 1 ทางธุรกิจกับใคร อย่างที่เราเป็นเรา
เหมือนลาว ผมยอมรับ ประเทศลาวอย่างหนึ่งคือ เขาไม่ได้เน้นว่าเขาจะโตทัดเทียมประเทศไหน
ซึ่งมันต่างจากเรามากเลยตรงนี้ ความค่อยเป็นค่อยไปของลาว มันทำให้ภาวะเศรษฐกิจที่ทั้งโลกกำลังเผชิญอยู่
ลาวไม่ได้รับผลกระทบเลย แถมดุลการส่งออกโดยเฉพาะการเกษตรของลาวยังไม่ติดลบเหมือนประเทศอื่นๆอีกด้วย...
ผมลองมองภาพสังคมลาว ดูเขาไม่กระตือรือล้นอะไรเลย
แต่ไทยนี่นับวันยิ่งเป็นสังคมแห่งการแข่งขัน และแอ็คทีฟขึ้นเรื่อยๆ ..
ดูแล้วก็ภูมิใจในคนไทยอยุ่ไม่น้อย
แต่ในความแอคทีฟของคนไทยนั้นนับวันเราก็เริ่มทิ้ง
คุณธรรม จริยธรรม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้โทษว่าเป็นเพราะคนเพียงอย่างเดียว
แต่เข้าใจ เพราะภาวะการแข็งขันมันบีบให้เราต้องทำ
สังคมที่มันไม่แอคทีฟ อย่างลาวมันก็มีข้อดีอยุ่ตรงนี้แหละ
การจะปลูกฝังอะไรมันก็เป็นไปได้ง่าย
รถตู้ก็ไม่ต้องแย่งกันขึ้น พอไม่ต้องแย่งกันขึ้น การเสียสระให้กับเด็ก คนชรา และ สตรี ก็ทำได้ง่าย
พอทำได้ง่าย มันก็เป็นสังคมที่น่ารักน่าอยู่ได้ง่าย...
แต่เราก็คงต้องเป็นเรากันต่อไป... แต่ถ้ากลับสู่สามัญได้เมื่อไร ก็อยากให้เริ่มพัฒนาให้มันถูกที่ถูกทางกว่านี้หน่อย
ไม่ต้องเอาชนะใครเขา ก็เอาชนะใจตัวเองก็พอ พอมองกลับแบบนี้แล้ว ประเทศที่มันพัฒนาแล้ว
ไม่ได้น่าอภิรมณ์เลย เพราะมันวัดกันแค่ วัตถุ จีดีพี อะไรของมันก็ไม่รู้ ไม่อยากเจริญเลยซักนิด...
น่าจะจัดโซนนิ่งเนอะ
ที่ลาวก็มีโซนแก่งแย่ง ไร้จริยธรรมนะ
เวียงจัน หลวงพระบาง มีหลายที่มากที่กลายเป็นแหล่งที่ไม่น่าเข้าไปยุ่ง
เพราะไอ้ความเจริญ ที่มากับการท่องเที่ยวนั่นแหละ
บางทีก็น่ากลัวกว่าบ้านเราอีก
ซ่องที่เปิดกลางวันแสกๆ บ่อนคาสิโน การโก่งราคาสินค้า ฯลฯ
ที่ยกตัวอย่าง คนขึ้นรถตู้นั่น พอดีวันนี้ไปรอรถตรงเซนทรัลลาดพร้าวฝั่ง วิภาวดี
คนกรู ชิงกันขึ้น ผมก็วิ่งไปกับเขาด้วยแต่พอไปถึงแหงะข้างหลังเห็น ป้า ก็เลยให้แกขึ้นก่อน
พอคันถัดมา ก็กรูกันขึ้นอีก แหงะดูข้างหลังเห็นเด็ก ผมก็ให้ขึ้นก่อน
พอคันต่อมา ตูไม่แหงะแล้ว วิ่งขึ้นไปเลย พอมองออกมา มีป้า ยืนอยู่นอกรถทำตาละห้อย :30:
ในใจก็สงสาร แต่ทำไงได้ละวะ ถ้าไม่ขึ้นคันนี้มีหวัง ถึงเช้าพอดี :05:
ประเทศประเทศนึงมันมีกราฟที่มองไม่เห็นเป็นแสนเป็นล้านตัว วิ่งขึ้นวิ่งลงรอลๆ ตัวเราน่ะ
ดังนั้นที่เราเห็นว่าลาวไม่แอกทีฟ จริงๆ เขาก็แอกทีฟอยู่นะ
กราฟบางตัวนี่ดิ่งขึ้นเผลอๆ แซงไทยไปแล้วด้วยเหมือนกัน (ดูอย่าง 3G สิ)
ของเราซะเองตะหากที่เป็นตัวนิ่ง ทำเนียน รอพระเอกขี่ม้าขาวมาเป็นรัฐบาล
แล้วพวกเราก็งอมืองอตีน รอถูกหวย (รู้สึกชินหูไหมกับคำว่า ถ้ากูถูกหวยงวดนี้นะ กูจะ......)
เออ เรื่องนิกส์ที่ลุงร่มพูดใช่มะ
เมื่อตอนเด็กๆ ตูเคยได้ยินคำนี้ครั้งแรกว่าประเทศไทยจะเป็นนิกส์!!
โอ้ว ตูรีบเปิดขายหัวเราะแล้วอ่านใหญ่เลย เผื่อวันนึงจะเป็นต่ายเป็นต้อมมั่ง :05: (จริงๆ)
ประเทศไทยจะเป็นนิค :30: :30:
หยิบสิบกันทั้งประเทศ :47:
บุคคลลึกลับ
เริ่มบ่งบอกอายุ :47:
คนที่เกิดทันยุคเมืองไทยจะเป็นนิกส์ .... ต้องอายุ 25 Up
ยุคนิกส์ อุตสาหกรรม คือตำส้มตำบรรจุกระป๋อง~~
เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า :25:
เปลียนสนามการค้าให้กลายเป็นสนามความรัก :25:
เปลี่ยนABACให้กลายเป็นทรวงสวรรค์ :25:
เปลี่ยนฉันให้กลายเป็นคนใหม่ :25:
เปลี่ยนใจให้กลายเป็นดอกกุหลาบ :25:
เปลี่ยนคำสาปให้กลายเป็นคำอวยพร :25:
เปลี่ยนจากง้องอน เป็นเพนาพนอ... :25:
พะเน้าพะนอ :25:
:25: น่ารัก
น้องเดือนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเกษตรมาก
เพราะไม่มีเดือนน้ำก็ไม่ขึ้น ชาวนาก็ไม่มีน้ำสูบเข้านา
แถกลับจู๋หน้าด้านๆ แบบได้จีบน้องเดือนด้วย
:30: อะไรก๊านนนนนน
:30:
นึกออกแล้วเดียวทำติวเตอร์ การทำนา มาแปะไว้ดีกว่า
ชวนลุงอ๋าทำด้วยดีกว่า
หรือว่า เราจะ ออกตังค์กันซื้อนาซํกแปลง แล้วลองทำกินกัน แบ่งกัน
ปีหนึ่งได้คนละกระสอบ นี่ก็ไม่ต้องซื้อข้าวกินแล้วนะครับ :30:
น้องเดือนสีเขียว
ทำให้ใบข้าวเขียว
พี่หมอคะ :05:
ต้องขอบคุณตาโน้ตอุดม
เลยได้ไอเดียไปบอกพ่อให้ปลูกผักสลัด (ผักกาดหอม)
ผ่านไปเดือนครึ่ง ตัดขายได้สามแสน :53: :53: :53: :53:
อุว้าว ว้าว ว้าวววววว
ลาออกไปทำสวนที่บ้านดีกว่า :50:
น้องเดือนต้องไปอีสาน เพราะจะทำให้อีสานเขียว :25:
งั้นเรามาปลูกน้องเดือนกัน ประเทศไทยจะได้เป็นสีเขียว
อ้างคำพูดจาก: สันในตั้ม เมื่อ 11 ก.ค. 2009, 06:44 น.
ต้องขอบคุณตาโน้ตอุดม
เลยได้ไอเดียไปบอกพ่อให้ปลูกผักสลัด (ผักกาดหอม)
ผ่านไปเดือนครึ่ง ตัดขายได้สามแสน :53: :53: :53: :53:
อุว้าว ว้าว ว้าวววววว
ลาออกไปทำสวนที่บ้านดีกว่า :50:
จริงเหรอพี่ :18:
หากเราเปลี่ยนมาทำไร่เลื่อนลอย
ทุนกระโดดข้ามมา ก็ไม่โดน
ไร่เราลอยหนีได้
เช่นเดียวกับ
ความรัก
อันลอยเลื่อน
นี่ไง จิ๊กโก๋แถวบ้าน จึงเรียก ฟามรัก
ฟาร์มรัก เลื่อนลอย ดีมั้ย จักรี
อ้างคำพูดจาก: สันในตั้ม เมื่อ 11 ก.ค. 2009, 06:44 น.
ต้องขอบคุณตาโน้ตอุดม
เลยได้ไอเดียไปบอกพ่อให้ปลูกผักสลัด (ผักกาดหอม)
ผ่านไปเดือนครึ่ง ตัดขายได้สามแสน :53: :53: :53: :53:
อุว้าว ว้าว ว้าวววววว
ลาออกไปทำสวนที่บ้านดีกว่า :50:
เลิกเป็นกราฟฟิก ไปปลูกผักกาดหอมดีกว่า :07: