ถ้าเป็นตู (ซึ่งไม่ได้เล่นเกมอะไรเลย --- อ้อ ไม่สิ ตอนนี้เห่อ World of Goo อยู่)
เลือกการ์ดจออะไรสักเจ้าก็ได้ครับที่มันต่อสองจอ (DVI) ได้
นอกนั้นก็ไม่รู้จะเอาไปทำไมแล้ว
การ์ดจอเดี๋ยวนี้ ระดับ mid-range ก็ลื่นสบายบรื๋อแล้วครับ
ส่วนการดูระดับการ์ดจอตามเลขรุ่น จะเป็นอย่างงี้ครับ
(อ้างอิงจาก wikipedia แต่เอามาพิมใหม่ เพื่อความสะดวกครับ)
รู้แต่ของ nvidia นะครับ :30:
อ้างอิง
ระดับเริ่มต้น
ซื้อหาได้แบบสบายกระเป๋า
3 หลักท้ายอยู่ในช่วง : 0-450
ตัวอักษรประกอบท้ายคือ : LE, GS, GT (ความเมพเรียงจากซ้ายไปขวา)
ตัวอย่างในรุ่นนี้เช่น : GeForce 7300GS
ระดับกลาง
เหมาะสำหรับเล่นเกมให้ลื่น โดยที่ยังสบายกระเป๋า
3 หลักท้ายอยู่ในช่วง : 500-750
ตัวอักษรประกอบท้ายคือ : LE, GS, GSO, GT, GTS (ความเมพเรียงจากซ้ายไปขวา)
ตัวอย่างในรุ่นนี้เช่น : GeForce 7600GT
ระดับเมพ
แรงและแพง แถมยังกินไฟ (บางตัว)
3 หลักท้ายอยู่ในช่วง : 800-950
ตัวอักษรประกอบท้ายคือ : GS, GT, GTS, GTO, GTX, Ultra, GX2 (ความเมพเรียงจากซ้ายไปขวา)
(GX2 จะเป็นรุ่นพิเศษ แบบที่มีชิบ 2 อันบนการ์ดใบเดียวครับ)
ตัวอย่างในรุ่นนี้เช่น : GeForce 8800GTX
บางทีเราอาจจะเห็นตัวอักษรประกอบท้ายพิศดารขึ้นมาครับ
ซึ่งผู้ประกอบการ์ดจอเป็นผู้ตั้งขึ้นมาขายสินค้าตัวเอง
เช่นของ XFX จะมีพวก XXX หรือ + ซึ่งเราคิดว่า จะทำให้ดูหนังโป๊ลื่นขึ้น
แต่ไม่ใช่ครับ XFX เค้าอาจ overclock core/mem มาให้ เลยใส่ XXX เพิ่มไป และคิดราคาเพิ่มขึ้่น
ทำให้เป้นทางเลือกให้ลูกค้าเห็นว่า ของฉันเมพกว่าค่ายอื่นนะ
ตอนนี้มีรุ่นใหม่ออกมา (รู็สึกว่าจะเป้นรุ่นที่เมพอย่างเดียวละเปล่า ไม่แน่ใจครับ) และเปลี่ยนวิธีนับชื่อใหม่ครับ
คือเอาตัวอักษรมาไว้ข้างหน้า เปลี่ยนเลขเป็น 3 หลัก
โดยหลักหน้าเป็นเลข series และ 2 หลักท้ายเป็นเลขความเมพ เหมือนเดิมครับ
เช่น GeForce GTX285 เป็นต้น
ซึ่งเมื่อตัวใหม่ออกมา ราคาของรุ่นเมพๆที่ตกยุคไป กลับไปราคาเท่าๆรุ่นกลางๆ
จึงทำให้อาจจะคิดหนัก ตอนเลือกรุ่นกลางกะรุ่นสูงที่ตกรุ่นไปครับ
เพราะราคามันห่างกันไม่มากสักเท่าไหร่ (1000-2000)
ข้อมูลผิดพลาดตรงไหน ก็ขออภัยมา ณ มานีด้วยครับ :33: