สมัยเรียนที่คณะสถาปัตย์ ได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม
เป็นรายวิชาที่ต้องเรียนเลยนะครับ
ตอนเรียนก็ไม่ได้สนใจนัก แต่พอทำงานก็พยายามตามอ่าน ตามเรียนเรื่อยๆเท่าที่มีโอกาส
ผมเข้าใจว่านักเรียนศิลปะ "ต้อง"มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสาขาตัวเองบ้าง
เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการงานตัวเองเป็นอย่างมาก
วันนี้มานั่งนึกๆดู ถ้าเรียนแพทย์ เรียนวิทยาศาสตร์ เรียนทันตแพทย์ หรืออะไรอื่นที่เป็นสายวิทย์
มีเรียนประวัติศาสตร์กันไหมครับ
เช่น วิธีคิดของชาร์ลส์ ดาร์วิน ลำดับและการพัฒนาความคิดเรื่องวิวัฒนาการ อะไรอย่างนี้
หรือเรียนสายอื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ มีเรียนประวัติศาสตร์เครื่องใช้ไฟฟ้า สมองกล อะไรอย่างนี้ด้วยไหมครับ
หรือว่ายังไงกัน
เห็นเพื่อนที่เรียนออกแบบอุตสาหกรรม มันก็เรียนนะครับ
เหมือนจะเน้นไปเริ่มตั้งแต่ยุคปวฏิวัติอุตสาหกรรม เน้นไปทางผลิตภัณฑ์ - เฟอร์นิเจอร์ อะไรงั้น
อืมม
คือผมกำลังคิดว่า
ทำไมไม่มีวิชา ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ ให้เรียนในมหาวิทยาลัยบ้างน่ะครับ
ทั้งๆที่น่าจะสำคัญนะ
ที่แน่ๆ น่าจะสนุกมากๆ
(อันนี้อ่านประวัติย่อของเกือบทุกสิ่ง แล้วรู้สึกว่า อ๊ะ ทำไมไม่สอนกันตั้งแต่ตอนเรียนประถมวะเนี่ย :30:)
คอมพิวเตอร์เรียนแค่ใครสร้าง พัฒนาการคอมเป็นอย่างไรครับ (ผมเรียนวิศวะซอฟต์แวร์นะ)
แต่ถ้าถามว่าประวัติศาสตร์สำคัญไหม
ผมว่าสำคัญนะครับ - ฐานความรู้หลายๆอย่าง ถูกบันทึกอยู่ในเหตุการณ์สำคัญๆในประวัติศาสตร์
เพื่อนที่เรียนประวัติศาตร์บอกว่า เรียนไป เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ทุกวันนี้ประโยชน์ที่ดีที่สุดของมันก็คือเอาไว้คุยอวดกันครับ
ถ้าพูดกันจริงๆ ประวัติศาสตร์แบบหลักสูตรเก่าๆ
ที่เราเคยเรียนมาตอนมัธยมในวิชาสังคม มันคงไม่ได้อยู่ในบทสนทนานี้
("เรา" ในที่นี้เอาเป็นเราในรุ่นๆ เดียวกันนะครับถ้าจะให้ครอบคลุมถึงลุงอ๋าห์นี่คงกว้างเกินไป)
เพราะถ้าตามพระราชเสาวนีย์ของพระราชินีที่ทำให้กระทรวงศึกษาฯ เร่งสร้างหลักสูตรประวัติศาสตร์กันใหญ่นี่
เดาว่าเพราะมันจะช่วยตอบคำถามว่า เราคือใคร
แล้วไอ้ศาสตร์ความรู้ที่ต่อไปเราจะได้เจอเนี่ย มันมีกำพืดยังไงครับ
เอาง่ายๆ อย่างอาชีพทำเว็บเนี่ย
ได้รู้ประวัติศาสตร์ปั๊บก็ทำให้รู้แล้วว่าทำไมเราถึงต้องเพียรด่า IE :13: ขนาดนี้
//ตัดหน้า 2 คน เลยขอเพิ่มซะหน่อยว่า
ไอ้ปิงเป็นคนที่ตกประวัติศาสตร์คนแรกของคณะเรานะครับ อาจารย์ที่สอนแกบอกมา
หลังจากนั้นก็เลยมีรุ่นน้องที่ F ตามมาเรื่อยๆ อันนี้ต้องขอบคุณพี่ปิงที่ทำให้อาจารย์ค้นพบทางสว่าง
อ้างคำพูดจาก: iceannnnn เมื่อ 25 ธ.ค. 2008, 22:53 น.
//ตัดหน้า 2 คน เลยขอเพิ่มซะหน่อยว่า
ไอ้ปิงเป็นคนที่ตกประวัติศาสตร์คนแรกของคณะเรานะครับ อาจารย์ที่สอนแกบอกมา
หลังจากนั้นก็เลยมีรุ่นน้องที่ F ตามมาเรื่อยๆ อันนี้ต้องขอบคุณพี่ปิงที่ทำให้อาจารย์ค้นพบทางสว่าง
เป็นประวัติศาสตร์ของคณะ :47:
อ้าว ปิงเอ๊ย :30:
ผมว่าสำคัญตรงวิธี และ ลำดับวิธีคิดน่ะครับ
การเรียนรู้จากลำดับวิธีคิดของคนที่เก่งมากๆ (เป็นบิดาของนู่นนี่)
น่าจะช่วยให้มีวิธีคิดที่ดี เป็นประโยชน์ได้น่ะครับ
โบว์เนี่ย อักษรเอกประวัตินะคร้า :27:
ปล.แต่อย่ามาถามเรื่องนี้นะคะ :39:
อ้างคำพูดจาก: iceannnnn เมื่อ 25 ธ.ค. 2008, 22:53 น.
ไอ้ปิงเป็นคนที่ตกประวัติศาสตร์คนแรกของคณะเรานะครับ อาจารย์ที่สอนแกบอกมา
หลังจากนั้นก็เลยมีรุ่นน้องที่ F ตามมาเรื่อยๆ อันนี้ต้องขอบคุณพี่ปิงที่ทำให้อาจารย์ค้นพบทางสว่าง
แต่พี่ปิงเอาอนาคตอันก้าวหน้ามาทำให้จบได้นะครับ :30:
จำได้ว่าตอนนั้นก่อนสอบ 2 วัน มันพักหยุดใช่มะ
เรารวมกลุ่มกันได้ 5-6 คน ก็เลยขับรถไปเที่ยวจอมเทียนกัน 1 คืน
มีบักปิงคนเดียวที่เอาประวัติศาสตร์ไปอ่าน ไม่ยอมไปเล่นที่ชายหาด
แล้วเจ้าพ่อจอมเทียนก็แช่งให้ตก :30:
:30:
อรก็ต้องเรียน
เรียนนิเทศ อยากจับกล้อง ทำหนัง ทำโฆษณา
ยังจะต้องมาเรียนว่า ใคร คิดอะไร ปีอะไร ตั้งเทอมนึง :05:
ตั้งเทอมนึงแน่ะ
ความจริงเรียนเพื่อให้รู้พอหอมปากหอมคอน่าจะพอนะ
นี่แบบว่า ถามจะเป็นจะตายว่า คิดปีพ.ศ. อะไร ใครคิด คิดอะไร เพื่อ... :07:
ไปๆมาๆ เรียน ปี 1 ยัน ปี4เลย เรียนวนไปวนมา
สุดท้ายก็จำไม่ได้ :05:
ของหมอ ... (อย่างน้อยก็ผม) ประวัติศาสตร์การแพทย์สำคัญครับ
1. ถ้าเราใช้ความรู้ดิบที่หมอรุ่นก่อนๆทำมา เราก็ได้ประมาณนึง
แต่ถ้าเราใช้วิธีคิดของหมอรุ่นเก่าๆ เราจะได้อะไรมากมาย
2. ปัญหาบางอย่าง หรือวิธีการบางอย่าง เราทำต่อๆกันมาโดยลืมไปแล้วว่าทำไมเราทำอย่างนั้น ... การเรียนรูปประวัติศาสตร์ทำให้เรารู้และเข้าใจในสิ่งที่เราทำอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น
3. การแพทย์ปัจจุบันพึ่งพาเทคโนโลยีอย่างมากมายมหาศาล แต่บ้านเรา เทคนิกเก่าๆถูกคิดค้นเพื่อตอบสนองกับความขาดแคลน
ถ้าเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์การแพทย์ในไทย เราก็พร้อมกว่าคนอื่นในสถานการณ์ที่ขาดแคลนหรือคับขัน
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ทำให้เราไม่ลืมว่า ทำไมเราต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีนั้น
จริงแฮะ
ในสายงานคอมพิวเตอร์(อย่างน้อยๆก็สายงานซัพพอร์ต) ก็จำเป็นมากนะครับที่จะต้องรู้ อย่างพวกสถาปัตยกรรม หรือหลักการที่อุปกรณ์ต่างๆถูกสร้างขึ้นมา รวมไปถึงพวกซอฟต์แวร์ด้วยอ่ะ แนวคิดพื้นฐาน หลักการสร้าง
ถ้ารู้หลักการพื้นฐาน การต่อยอด หรือแก้ปัญหาก็จะทำได้ตรงจุด และเร็วมากขึ้น
พวกซอฟแวร์ก็ต้องเข้าใจพื้นฐาน dos กับพวก command นะ
บางอย่างไม่ได้ตั้งใจจะย้อนกลับไปศึกษา แต่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปูพื้นฐาน
เพราะมันมักถูกใช้ในการอ้างอิงอยู่บ่อยๆ
dir
dir/p
dir/w
cd
cd.
cd..
cd\
ren
md
:37: ตอนที่เครื่องที่โรงพยาบาลเจ๊ง ... เคยเข้าไปทำตรงCommand แล้วเจ้าหน้าที่คอมงงว่าทำไมหมอใช้เป็น
dir/w |more
อ๊ะ เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยหมอ :30:
ใช้อยู่เลยตอนคอมเจ๊ง :05:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 25 ธ.ค. 2008, 23:33 น.
ของหมอ ... (อย่างน้อยก็ผม) ประวัติศาสตร์การแพทย์สำคัญครับ
1. ถ้าเราใช้ความรู้ดิบที่หมอรุ่นก่อนๆทำมา เราก็ได้ประมาณนึง
แต่ถ้าเราใช้วิธีคิดของหมอรุ่นเก่าๆ เราจะได้อะไรมากมาย
2. ปัญหาบางอย่าง หรือวิธีการบางอย่าง เราทำต่อๆกันมาโดยลืมไปแล้วว่าทำไมเราทำอย่างนั้น ... การเรียนรูปประวัติศาสตร์ทำให้เรารู้และเข้าใจในสิ่งที่เราทำอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น
3. การแพทย์ปัจจุบันพึ่งพาเทคโนโลยีอย่างมากมายมหาศาล แต่บ้านเรา เทคนิกเก่าๆถูกคิดค้นเพื่อตอบสนองกับความขาดแคลน
ถ้าเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์การแพทย์ในไทย เราก็พร้อมกว่าคนอื่นในสถานการณ์ที่ขาดแคลนหรือคับขัน
อย่างนี้ ถ้าพี่หมอไปในที่กันดาร ก็สามารถเพาะเชื้อทำเพนนิซิลินได้เลยสิคะ :25:
เอาเถอะ ตูทำไม่เป็น :25:
หัดไว้เถอะครับ เผื่อย้อนยุคแบบในการ์ตูน (JIN) จะได้กลับไปช่วยชาวอโยธยา :25:
ประวัติศาสตร์โดยเนื้อหา คือ บันทึกศึกษาและอ้างอิง
ระบบการบันทึกที่มั่วและหลักลอย ไร้การอ้างอิงรอบด้าน
ทำให้ประวัติศาสตร์มันอ่อนยวบ และทำลายความสำคัญของตัวเองลง
ที่สำคัญกว่าประวัติศาสตร์ คือการดึงประโยชน์มาใช้ให้เหมาะ ไม่ใช่ตัดตอนสร้างเรื่องขึ้นมาเอง
หลายเรื่องที่สำคัญ มันกลายเป็นตำนานที่รับใช้วัตถุประสงค์ด้านเดียว มันกลายเป็นกฤษดาภินิหาร
เรื่องเล่า และความพร้อมที่จะเชื่อ กลายเป็นมนต์ดำคุณไสย เสียมากกว่าข้อเท็จจริงที่มีประโยชน์
อันที่จริง เราก็เขียนประวัติศาสตร์แห่งอนาคตกันอยู่ทุกวัน ด้วยความจริงในปัจจุบัน และข่าวสารที่ไหลบ่า
นี่ขนาดไฮเทคแล้ว ยังบิดเบือนได้ขนาดนี้ ผมว่าถ้าเหลือบ่ากว่าแรง และยากนักที่จะชำระอดีต
ก็ควรมีแนวทางที่เป็นสากล ในการบันทึกและชำระ "ประว้ติศาสตร์แห่งอนาคต" ให้ถูกต้องและมีหลักการเสียที
แล้วเมื่อนั้นแหละ ประวัติศาสตร์โดยตัวมันเองจะมีความสำคัญในทุกมิติ ทั้งแง่ศรัทธาและการอ้างอิง
เอาง่ายๆ แค่ระบบโค้ทคำพูด หรือข้อความ เรายังไม่ใส่ใจแหล่งที่มา
นี่เรียกว่า ประวัติศาสตร์อันสำคัญ แบบข่าวลือและโคมลอย
..
สรุปความว่า ประว้ติศาสตร์ควรจะเป็นวิทยาศาสตร์แห่งการศึกษาบันทึก หลักฐาน และการค้นคว้าอ้างอิง
ประวัติศาสตร์สำคัญ เฉพาะที่บันทึกอย่างถูกต้อง และมีคุณค่าเพื่อศึกษาเหตุผลโดยลำดับ
(บันทึกไม่ใช่จะมีแต่ตัวหนังสือ ในโมเลกุลก็มีบันทึกฉบับเล็กๆ อยู่ในนั้น อย่างมากมาย)
สำหรับตัวเองคิดว่าสำคัญนะ
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องคร่ำครึ แต่เป็นการเรียนรู้สิ่งที่มนุษยชาติรุ่นก่อนได้เคยทำมา
รู้ข้อดี-ข้อเสีย เพื่อเอามาเปรียบเทียบกับปัจจุบันให้เราก้าวเดินไปแบบผิดพลาดน้อยที่สุด
กรณีสงครามเย็นช่วงทศวรรษ '80 ที่มันไม่บานปลายเกิดเป็นสงครามนิวเคลียร์ใหญ่โต
เหตุนึงก็เพราะโลกเราได้ผ่านบทเรียนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กันมาก่อน จนเข็ดขยาดในการทำสงคราม
อย่างพวกประวัติศาสตร์ศิลป์ มันก็ทำให้เรารู้ว่าความสมบูรณ์หรือข้อดี-ข้อด้อยของศิลปะในแต่ละยุคเป็นยังไง
เพื่อเอามาต่อยอดสร้างสิ่งใหม่ๆที่มันสวยงามให้กับโลกมากขึ้น
ประวัติศาสตร์สำคัญค่ะ :12:
เบลล์เรียนID ออกแบบอุตสาหกรรม ก็ต้องเรียนทั้งประวัติศาสตร์ศิลป์
พอย้ายเข้าภาคก็มาเรียนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม แยกมาเป็นหนึ่งวิชาใหญ่ๆเลยค่ะ
ตอนเรียนก็ไม่ชอบเท่าไหร่ค่ะ เรียนแล้วง่วงๆ แต่บางทีก็สนุกดีเหมือนกัน
ตอนเด็กๆเคยแอบน้อยใจคนรุ่นเก่าๆที่เนื้อหาเรียนประวัติศาสตร์คงน้อยกว่าที่รุ่นเราเรียนมากนัก
ทำไมนะจะต้องมาท่องอะไรมากมาย ชื่อก็จำยาก อย่าว่าแต่ชื่อศิลปินเลย ชื่อผลงานยังจำไม่ได้
และสงสารเด็กรุ่นหน้าๆที่ต้องเจอกับเนื้อหาประวัติศาสตร์ที่มากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป :30:
แต่พอโตมาก็พอจะเข้าใจว่าทำไมต้องเรียน แม้จะเรียนไปหลับไปก็เถอะ :30:
ตอนนี้เรียนโคตรจะประวัติศาสตร์คอมเลยครับ เลขฐาน
สงสารรุ่นน้องที่จะต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นเราควรอยู่เฉยๆ ห้ามสร้างประวัติศาสตร์อะไร เพิ่มอีกนะ
สงสารรุ่นหลังบ้าง ศิลปงศิลปิน ก็อย่าพยายามเป็นให้มากนัก เดี๋ยวต้องลำบากคนรุ่นหลังมานั่งท่องชื่อและผลงานเราอีก :37:
:46:
สาธุ...จักรี
จักรี จ่ายกระโทก
19xx -
ตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อินเตอร์เนท มีงานมุกคาเฟ่มากมาย
เป็นผู้ริเริ่มการใช้มุก "ตรึ่งโป๊ะ" ครั้งแรกในแตกฟอง หลังจากนั้นได้ร่วมกับศิลปินญี่ปุ่นในการใช้มุกนี้ในนามกลุ่ม "ปูทันมารู"
ปัจจุบันบุกเบิกการเล่นมุกในระบบอินเตอร์เนทเวอร์ชั่วไลส์ในยานเดินทางระหว่างโลกและดาวอังคาร
:30: :30:
หมอแมวเอาลง wiki เลย :30:
:30:
หมอแมว
ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ จักรี
น่านเป็นไง ว่าไปว่ามา ก็ได้ตัวประวัติศาสตร์มาสองแล้ว โธ่ สงสารรุ่นหลังจริงๆ
ไม่ใช่ทางผมเลยครับ :30: :30:
ผมไม่ค่อยจะสนประวัติศาสตร์เท่าไหร่ รู้ไอ้ที่เค้ารู้ๆกัน อาทิ มีสงครามโลกสองครั้ง ลีโอนาโด้วาดรูปโมนาลิซ่า
แต่ลึกๆไม่รู้อะไรเลยครับ เป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันอย่างเดียว ไอ้ที่จะศึกษาก็เฉพาะเรื่องที่ต้องใช้กับงานในปัจจุบัน
ซึ่งไม่ดีเอามากๆ อยากรู้นะครับแต่เวลาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มันไม่ไหวจริงๆ ที่รู้มาเพราะมีคนมาบริฟให้ฟัง
หมอแมว
ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ จักรี
จักรี
ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ หมอแมวที่บันทึกประวัติศาสตร์ จักรี
หมอแมว
ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ จักรี ที่บันทึกประวัติศาสตร์ หมอแมวที่บันทึกประวัติศาสตร์ จักรี
จักรี
ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ หมอแมวที่บันทึกประวัติศาสตร์ จักรี ที่บันทึกประวัติศาสตร์ หมอแมวที่บันทึกประวัติศาสตร์ จักรี
....
....
....
Syntax Error // 404 not found //
อ้างคำพูดจาก: เป็ก ผนำโชค เมื่อ 26 ธ.ค. 2008, 12:47 น.
ไม่ใช่ทางผมเลยครับ :30: :30:
ผมไม่ค่อยจะสนประวัติศาสตร์เท่าไหร่ รู้ไอ้ที่เค้ารู้ๆกัน อาทิ มีสงครามโลกสองครั้ง ลีโอนาโด้วาดรูปโมนาลิซ่า
แต่ลึกๆไม่รู้อะไรเลยครับ เป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันอย่างเดียว ไอ้ที่จะศึกษาก็เฉพาะเรื่องที่ต้องใช้กับงานในปัจจุบัน
ซึ่งไม่ดีเอามากๆ อยากรู้นะครับแต่เวลาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มันไม่ไหวจริงๆ ที่รู้มาเพราะมีคนมาบริฟให้ฟัง
ไม่จริง ... อยู่กับแม่พลอยชัดๆ :07:
มาฮา จักรี กับ หมอแมวนี่แหล่ะ :30:
ปูทัน :30:
ถ้าจักรีรณรงค์การอยู่เฉยๆ ให้ทุกคนอยู่เฉยๆ กันหมดเป็นผลสำเร็จ
นี่แหละจะเป็นประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในอนาคต
เพราะโลกเราไม่เคยมีอะไรยิ่งใหญ่
ขนาดที่จะอยู่เฉยๆ กันทั้งโลกสำเร็จเลยสักครั้ง :25:
เออเนอะ เอะ สรุปเราจะทำอะไรก็ย่อมกลายเป็น ประวัติศาตร์ได้ทั้งนั้นเลยนี่นา ดังนั้นจงทำดีไว้นะครับ หนูๆ
มีสาระกันไปหมดแล้ว :05:
ครับรู้ว่ามีใครทำอะไรไปแล้วทำแล้วเป็นยังไง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
แล้วจะได้ทำ หรือไม่ทำอีก
แต่ประวัติศาสตร์ไทยมันถูกเอามารับใช้อุดมการณ์บางอย่างครับ
ก็มีคนพยายามว่าเจ้าเขียน หรือ รัฐบาลชำระ แล้วก็เอามาครอบประชาชน
นักวิชาการหลาย ๆ คนก็ออกมาแย้งประวัติศาสตร์ชาติอยู่ รวมทั้งพวกสีแดง ๆ ด้วย
แต่ก็ต้องมองจริง ๆ นะครับว่าเราเขียนประวัติเข้าข้างตัวเอง
อยากอ่านประวัติศาสตร์พม่าดู เค้าบอกคนละเรื่องกับเราเลย
อันนี้เป็นประวัติศาสตร์อีกแง่นึง เหมือนเดอะแมทริกซ์ สร้างภาพมาให้รู้สึก
ก็ต้อง thesis / anti-thesis และ / synthesis ดูละครับ อย่างน้อยก็ไม่ได้เริ่มอะไรจากศูนย์
อะไรที่ออกจากมือคน มันก็ต่างกันทั้งนั้นแหละครับ
อยู่ที่ว่า คนเขียน อยากสื่ออะไรให้คนรุ่นหลังได้รู้นั่นแหละครับ
ผมชอบนะ เรื่องของประวัติศาสตร์ ตอนเรียน ประวัติศาสตร์ศิลป์นี่วิชาโปรดเลย
อยากรู้ว่าเมื่อก่อน อะไรเป็นมายังไง แต่มันมาถึงตรงจุดนี้ได้อย่างไร
แต่อาจารย์เค้าก็บอกไว้เสมอนะครับ ว่าเรียนไว้เป็นตัวอย่างให้รู้ แต่อย่าคิดว่ามัน 100%
ของจริงเป็นยังไง ไม่มีใครบอกได้ถูก แม้จะมีบันทึกไว้ แต่ก็นั่นแหละ คนบันทึกเค้าบันทึกได้ถูกแค่ไหนก็ไม่รู้
ชอบค่ะ ชอบประวัติศาสตร์ (แต่เป็นประวัติศาสตร์ไทยนะ)
ไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงชอบค่ะ
ลงเรียนที่รามไว้ด้วย :30:
คือถ้าไม่เรียนประวัติศาสตร์ ก็คงไม่มีประสบการณ์นะครับ คนไม่มีประสบการณ์ก็เหมือน เริ่มต้นจากศูนย์และผมชื่อว่า เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์กันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้ตัว
อ่านกระจู๋ไม่ทั่ว่ดี ก็จะตั้งอะไรละโว้ ๆ ขึ้นมา ยังงั้นใช่มั้ย :47:
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,14652.0.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,14652.0.html)
ของพี่น่ะเรียกว่าพลาด :47:
ก็ถือว่าลุงร่ม เริ่มต้นจากประวัติศาสตร์ไงครับ ยังดีแค่ละโว้ ไม่ไปถึงบ้านเชียงก็ดีแล้วนะครับ :42:
ของพี่เรียกว่า ยุคเมโสโปเตเมียร์ ล่ะมั้ง :47:
ไม่ใช่ นีอันเดอธัลเหรอ :47:
ความเก่าพอกันไม๊คะป้าหน่อย :47:
neanderthal ยังไม่เข้าสมัยประวัติศาสตร์ ยังค่อนข้างเป็นลิงอยู่ :21:
:30:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ซ์แอนนนนน เมื่อ 26 ธ.ค. 2008, 01:17 น.
หัดไว้เถอะครับ เผื่อย้อนยุคแบบในการ์ตูน (JIN) จะได้กลับไปช่วยชาวอโยธยา :25:
ตูนึกจากเรื่องนี้เลยแหละ ว่าแต่เอ็งอ่าน หมอจินด้วยเรอะ :25:
อ่านสิจ๊ะ :25:
ประวัติศาสตร์ เรียนทีไร พอสอบเสร็จก็ลืมหมด :08:
เราเกิดมาบนโลกนี้ ก็ต้องรู้ประวัติของโลก ของที่ที่เราอยู่ซินะค่ะ จริงไหม ?
แต่,,,ทำไมต้องให้รู้เยอะขนาดนี้ด้วย!! :05: :07:
สำคัญสำหรับการเรียนจบมากๆ ครับ ถ้าติด 0 ร มผ นี่ ไม่จบแน่ๆ :05:
ประวัติสาดนี่สำคัญมากๆ ครับ
ถ้าไม่มีก็เล่นสงกรานต์ไม่ได้
ว้าย มุก :05:
จักรีลืมถอดล็อกอิน :07:
:30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 21 ต.ค. 2009, 12:25 น.
จักรีลืมถอดล็อกอิน :07:
:30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30:
ผมจะขอหยุดปั่นบอร์ดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างเพราะมีบางคนพยายามเข้ามาในล็อคอินของผม
:30:
อ้างคำพูดจาก: Nutto Keroro เมื่อ 21 ต.ค. 2009, 22:53 น.
ผมจะขอหยุดปั่นบอร์ดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างเพราะมีบางคนพยายามเข้ามาในล็อคอินของผม
WIN :30:
อ้างคำพูดจาก: Nutto Keroro เมื่อ 21 ต.ค. 2009, 22:53 น.
ผมจะขอหยุดปั่นบอร์ดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างเพราะมีบางคนพยายามเข้ามาในล็อคอินของผม
ระวังตัวนะครับ :08:
เอ่อ..
ขอเข้าเรื่องประวัติศาสตร์หน่อยนึงนะครับ ห่ะๆ
ผมชอบมากเลยอ่ะวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมอ่ะ
ที่พึ่งเรียนจบไปนี่เหมือนจะถึงยุคโมเดิร์น
พึ่งมารู้ว่าสนุกตอนที่ต้องอ่านแบบสามสี่วันก่อนสอบ
แล้วก็ค้นเพื่อทำรายงานนี่แหละ
ชอบยุคโมเดิร์นมากเลย ตอนทำรายงานนี่ทำเรื่อง Paul Rudolph
อ่านๆไปแล้วก็นึกสงสารสถาปนิกยุคนั้นเหมือนกัน
ทำตึกรูปทรงแปลกๆตอนยังไม่ตายก็โดนด่า
พอมายุคปัจจุบัน เหลือเป็นตึกคอนกรีตเขรอะๆ ดำๆ ราขึ้น
ก็โดนทุบทิ้งหมด
แต่ผมว่ามันโคตรสวยเลยอ่ะ ทั้งตอนนั้นและตอนนี้ :25:
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 25 ธ.ค. 2008, 22:51 น.
อืมม
คือผมกำลังคิดว่า
ทำไมไม่มีวิชา ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ ให้เรียนในมหาวิทยาลัยบ้างน่ะครับ
ทั้งๆที่น่าจะสำคัญนะ
ที่แน่ๆ น่าจะสนุกมากๆ
(อันนี้อ่านประวัติย่อของเกือบทุกสิ่ง แล้วรู้สึกว่า อ๊ะ ทำไมไม่สอนกันตั้งแต่ตอนเรียนประถมวะเนี่ย :30:)
ขอตอบข้ามปีครับ เพิ่งเห็น :55:
คณะวิทยา ม.เกษตร
มีเรียนครับ ชื่อ ว่าแนวคิดทางวิทยาศาสตร์กับปรัชญา( Concept of Science and Philosophy)
เป็นการเรียน ประวัติศาตร์วิทยาศาสตร์ แบ่ง เป็นสี่พาร์ทในหนึ่งวิชา
เคมี จะเรียนตั้งแต่ยุคการเล่นแร่แปรธาตุ ความพยายามที่จะสกัดทองจากฉี่ เพราะร่างกายมนุษย์ คือสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น แต่สุดท้ายกลับได้แอมโมเนียมา พยายามเปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทอง ว่าไปเรื่อยๆ อาจาร์ยให้อ่าน เมื่ออนาคตไล่งับหัวคุณ (http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=5207.msg40414)
เพราะจะออกสอบ แต่ตอนนั้นผมอ่านไม่รู้เรื่อง :3005:
ชีวะ ก็จะเรียนเรื่องกำเนิดสิ่งมีชีวิต จู่ๆ มันมาเป็นเซลล์ได้ไง เซลล์มันมารวมๆกันเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญได้ไง ทฤษฎีดาร์วินชง ดาร์วินชี ไปนั่น
ฟิสิกส์ ก็เรียนเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพ กำเนิดจักวาล ตอนแรกๆสนุก ตอนหลังๆ สมการเป็นตับ
คณิตศาตร์ พิสูจน์หัวแตกถึงที่มา ว่าไอ้ พายเนี่ย มันมาได้ไง ปิธากอรัสเอย อะไรเอย จริงเท็จ เท็จจริง ถ้าฝนตกแล้วถนนเปียก ถ้า้ถนนเปียกแล้วฝนตก เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ สูตรคณิตที่ใช้ๆกันอยู่ มีที่มายังไง ศูนย์หารศูนย์ ทำไมได้หนึ่ง
จุด คืออะไร ไปนู่นนน
ข้อสอบข้อนึงจำได้ติดหัว จากหลายๆข้อ คือ
"จงรวยด้วย สาขาวิชาของท่าน"
แล้วก็เว้นไว้หนึ่งหน้าเอสี่ ทิ้งท้าย
.......
.....
...
ที่คณะมนุษย์ศาสตร์ มช. มีวิชา "Thai Society" กับวิชา "Man and the Modern World"
เป็นวิชาบังคับ อันแรกคือสังคมไทย อันสองคือสังคมโลก
เป็นวิชาจากภาควิชาประวัติศาสตร์
เปิดกะลาได้ดีทีเดียวว่าโลกทีอยู่กันเนี่ยมันมีมิติทางประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่าที่เคยเรียนมา
(ประวัติศาสตร์ท่องจำ) ก็ไม่ได้เป็นประวัติศาสตร์ล้วนๆ นะ แต่มันสอนวิเคราะห์ที่มาที่ไป
แล้วก็การเอาทฤษฎีมาอธิบาย(หรือพยายามอธิบาย)ปรากฏการณ์ทางสังคม
ดั่งปรัชญาของวิชาประวัติศาสตร์ที่ว่า เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อเข้าใจปัจจุบัน
เวลาสั่งงาน รายการ หรือสอบ อัตนัยล้วนๆ :3005:
ตัวแรกได้เรียนกับอ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ด้วย ได้ A ด้วยนะ :52:
ตัวที่สองแอบไปเรียนกับอ.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ (ใครรู้จักกะตูมั่ง) ชอบมากแต่ได้ C (ก็วันสอบเมาไปสอบ :47:)
ประวัติศาสตร์ เรียนมาตลอด 4 ปี
ไม่เคยมีเทอมไหนหนีพ้นซักเทอม (ก็โท ประวัติศาสตร์)
ตอนเรียนง่วงมาก.. แต่อิ่มว่าขึ้นอยู่กับคนสอน
อาจารย์บางคนชอบเอาวีดีโอมาเปิดไป สอนไป ก็ฟังมากหน่อย จดน้อย
บางคนเน้นพรีเซนเทชั่น ก็จดมากน้อย ฟังน้อย
แต่สรุปปลายเทอมตอนใกล้สอบ จะเอาทุกอย่างที่จดๆมาโมรวมกัน
จดแยก สรุปเท่าที่เข้าใจไม่เกิน 2 A4
แล้วก็มักจะมานั่งสนุกอยู่คนเดียวปลายเทอม
ประวัติศาสตร์ถ้าเข้าใจมันสนุกจริงๆนะ มันคิดอะไรได้อย่างแง่มากเลย
อิ่มเรียนทั้ง ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป พม่า เขมร เรียนหมด วิเคราะห์หมด
(ถ้าเอาที่เขียนๆส่งอาจารย์ไป รวมเล่มขายได้เลยนะเนี่ย)
ถ้าถามว่า เรียนไปแล้วได้ใช้อะไรไม๊ ตอบว่า ได้แต่เกรด เพราะมันเอามาหากินไม่ได้
แต่ประวัติศาสตร์มันช่วยฝึกการวิเคราะห์ สังเกต ความเป็นเหตุเป็นผล
ซึ่งตรงนี้แหล่ะ เอามาใช้ได้ตลอดชีวิตเลย
ตอนนี้เวลาฟังวิทยุบางทีเค้าเล่าประวัติศาสตร์ (พวกสมัย 14ตุลา)
ฟังแล้วภูมิใจลึกๆ ก็เรารู้มาก่อน เรียนมาแล้ว (ภาพก็ดูมาแล้ว)
ก็ปลื้มแค่นี้แหล่ะ ว่าเราก็เป็นคนสืบทอดประวัติศาสตร์เหมือนกัน :22:
มันอยู่ที่คนสอน และสื่อจริงๆ
ตอนประถมเรียนพวกประวัติศาสตร์ไทย อาจารย์สอนสนุก ก็เรียนอย่างเพลิดเพลิน
แต่พอมัธยมเป็นการเรียนประวัติศาสตร์ที่น่าเบื่อมากๆ มีแต่จด จด จด จด จด :01:
พอขึ้นมามหา'ลัย มีวิถีไทย กับวิถีโลก ก็เรื่อยๆ ดี ไม่ถึงกันน่าเบื่อ
ถ้าอาจารย์สอนดี มันก็เหมือนว่าวิชามันสนุก เหมือนเราได้ผจญภัยไปกับกาลเวลาเลย :40:
ตอนเรียน มีวิชา ประวัติศาสตร์ไทยในช่วง14ตุลา (จำชื่อวิชาไม่ได้ละ)
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อาจารย์ต่อต้านสุดๆ เวลาสอนเลยใส่อารมณ์เต็มที่ นอกเรื่องก็เยอะ
ประมาณว่าเค้าก็เป็น 1 ในกลุ่มนักศึกษา ลยสามารถฉแได้อย่างสนุกปาก
เอาวีดีโอมาเปิดด้วย อาาจารย์เรียกวีดีโอต้องห้าม เพราะมันไม่เซ็นเซอร์ซักอย่าง ศพเศิพ..เต็มไปหมด
แถมบางวันเรียนไป ต้องล๊อกห้องไปด้วย เพราะมันต้องห้ามจริงๆ :30:
เรียกว่า ถ้าอยู่ในสมัยนั้น ก็โดนจับแขวนคอยกห้องไปเลย :30: :30:
แต่สอบทีก็ร้องไห้ที ยากมาก :05:
สนุกแน่ๆ เลยอ๊ะ :25:
เทอมที่ผ่านมาก็เรียนสนุกนะ แต่ตอนสอบนี่อยากตาย
ประวัติศาสตร์อารยธรรมโบราณจากลุ่มแม่น้ำใหญ่ 4 แห่ง
(จีน กรีก อียิปต์ เมโสโปเตเมีย) แล้วก็โดดมาเรื่องคลื่นลูกที่สาม :28:
เทอมนี้จะต้องสอนเรื่องคอนกรีต
ตอนนี้เลยค้นใหญ่เลยว่า ทำไมอยู่ดีๆคนเราก็นึกใช้คอนกรีตกันนะ
ถ้าไม่มีวิชาประวัติศาสตร์คงไม่รู้ที่มาที่ไปของวัฒนธรรมต่างๆแน่ๆ
พูดถึงคอนกรีต ผมเพิ่งรู้ว่าใบหยกสอง คือตึกโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่สูงที่สุดในโลก
ไม่รู้จะดีใจดีมั้ย :3005:
ทำไมอ้ะ :09:
ถามแบบโง่ๆ เลย แล้วตึกสูงอื่นๆ มันไม่ได้เสริมเหล็กกันเหรอ :06:
อ้อ ตึกสูงทั่วโลกเขาใช้โครงสร้างเหล็กกันครับ :37:
พี่เจนลองสังเกตตึก ค.ส.ล. ที่สร้างไม่เสร็จดูนะครับ เสาชั้นล่างจะใหญ่กว่าชั้นบน
ไม่อยากจะนึกเลยว่าเสาชั้นล่างสุดของใบหยกสองจะใหญ่แค่ไหน :47b:
คือที่เขาเลือกใช้โครงสร้างเหล็ก เพราะเป็นโครงสร้างที่เบาที่สุดครับ ถ้าเทียบกับการรับแรงที่เท่ากัน
นอกจากนี้ก็ใช้ร่วมกับ ระบบโครงถัก หรือระบบ เฟรม หรือหลายๆ ระบบร่วมกัน เพื่อถีบให้ตัวอาคารสูงขึ้นไปให้ได้มากที่สุดน่ะครับ
พอจะนึกออกมะ :37:
อ้อ สรุปว่าเป็นตึกสูงที่โลวเทคอันดับต้นๆ ของโลก ว่างั้น :3005:
อ้อ.. ว่าลืมอะไร
บ้านเราเหมือนจะยังไม่มีช่าง ที่ชำนาญโครงสร้างแบบนี้มากเท่าฝรั่งด้วยครับ :3005:
เอาน่า เผลอๆ พ่วงตำแหน่งตึกสูงที่หนักที่สุดในโลกด้วยมั้ง :30a:
//
มาเพิ่มเติมนะครับ
จริงๆ ตอนนี้ใบหยกกำลังจะถูกล้มแชมป์ล่ะ
ด้วยตึกนี้ http://en.wikipedia.org/wiki/Guangzhou_TV_%26_Sightseeing_Tower (http://en.wikipedia.org/wiki/Guangzhou_TV_%26_Sightseeing_Tower)
ขอให้คลิกเข้าไปดูรูปนะ วิศวกรรมคนละเรื่องกันเลย :3005:
จริงๆ แล้วมันแค่ใช้วัสดุที่มาทำโครงสร้าง เป็นคอนกรีตเหมือนกันเท่านั้นแหละ
แต่ระบบโครงสร้างมันคนละระบบกัน เทียบไม่ได้หรอก :11:
โอยย :30:
ที่สุดในโลกแบบไทยๆ อีกแล้ว :3005:
ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ยืนยันความถูกต้อง แต่เข้าใจว่าถูกต้องแล้ว:
จริงๆ แล้วมันมีความน่าภาคิภูมิใจอยู่นะครับ
เพราะใบหยกสองเนี่ย รู้สึกว่า จะถูกออกแบบ และก่อสร้างด้วยทีมงานชาวไทยครับ
ซึ่งตึกระฟ้าระดับโลกเนี่ย ถ้าไม่ใช่อเมริกา ก็อาศัยอิมพอร์ตสถาปนิก และวิศวกรระดับอินเตอร์ฯ กันมาทั้งนั้นแหละครับ
เพราะงั้นถ้าเทคโนโลยีมาถึง โอกาสเหมาะ แรงงานมีความชำนาญมากขึ้น ที่สำคัญ มีคนกล้าลงทุน
ผมว่าคนไทยก็น่าจะทำได้นะครับ :12:
เห็นอาจารย์บอกว่าถ้าเครื่องบินบินมาชนตึกใบหยก2 ตึกจะไม่พังลงมาเหมือนWTC
WTCที่มันถล่มลงมาหมดเพราะเหล็กโดนความร้อนจนละลาย
แต่ใบหยก2จะหักเป๊าะตรงกลางแล้วล้มลงมา ข้างล่างรอด :08:
นึกภาพตาม ถ้าโดนชนประมาณชั้น 25 มันก็คงพังทลายเหมือนกันแหล่ะมั้ง :44:
อ้างคำพูดจาก: จ๊อบ เมื่อ 28 ต.ค. 2009, 00:28 น.
เห็นอาจารย์บอกว่าถ้าเครื่องบินบินมาชนตึกใบหยก2 ตึกจะไม่พังลงมาเหมือนWTC
WTCที่มันถล่มลงมาหมดเพราะเหล็กโดนความร้อนจนละลาย
แต่ใบหยก2จะหักเป๊าะตรงกลางแล้วล้มลงมา ข้างล่างรอด :08:
แต่มหาชนชาวโบ้เบ้จะโดนเศษอิฐเสษหินร่วงใส่หัวอย่างไม่หยุดยั้ง
ตอนนี้รอดูตึก มหานคร โดย OMA
(http://img3.f0nt.com/28/b98cecea28d9e0acb8156e9b65f43318.jpg)
คุณโอเล่ (สถาปนิก) เค้าก็ใช้ประวัติศาสตร์มาช่วยในการออกแบบนะ
มีโอกาสได้ไปนั่งฟัง
เค้าค้นหาฟอร์มตึกเด่นๆที่เป็นเอกลักษณ์ในกทม.มาประมาณ 20 ตึก
แล้ววิเคราะห์ดูช่วงเวลาที่ตึกแต่ละตึกมันเกิดขึ้นมา พวกตึกยุคโมเดิร์น (หมายถึงมันเชยแล้วนะ)ก็เกิดประมาณปี 10-20 ทรงโดมสีทองบนยอดก็เกิดในยุคเศรษฐกิจดี ช่วงปี 30 ตึกเรียบดีเทลน้อยก็ประมาณปี 40 ตึกมหานครเลยเซฟตัวเอง ไม่อิงเรื่องเวลา (เรียกเท่ๆว่า Timeless) ฟอร์มหลักเลยเรียบเป็นกล่องใส่หลอดไฟนีออนเลย แต่ทำเก๋ใส่ลายเซ็นหน่อยด้วยการเอาพญานาคมาเลื้อยขึ้นตึก ดูแล้วเป็นงาน OMA จริงๆ
ถ้าเสร็จทันปี 2555 ก็จะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยละ
ทั้งนี้ ที่พักอาศัยของโครงการมหานครกำลังถูกขายในราคา 900,000-8,800,000 ดอลลาร์สหรัฐ (32,400,000-316,800,000 บาท) ตามสัญญาครอบครองนาน 99 ปี . :38:
ผมอยากได้แม้ว่ามันจะเหมือนโดนปลวกแทะ :49:
เหมือนตึกมันยืดขึ้นนะ :47:
น่าซื้อสักห้องนะครับ ไม่น่าจะมียุงด้วย :30:
316,800,000 บาท ได้ครอบครองนาน 99 ปี
เท่ากับเช่าอยู่ ปีละ 3.2 ล้านบาท :08:
พอถึงปีที่สามสิบ เงินสามล้าน ก็เท่ากับเงินสามแสน
ปีที่หกสิบเหลือสามหมื่น
ปีที่เก้าสิบ สามพัน
คุ้ม
จริงด้วย :30: :30:
คิดบวก :30b:
:05: แพงเกิ๊นนนนนนน
ออ รู้สึกว่าถ้าตามกำหนดการ ตึก MahaNakorn นี่จะสูงสุดได้แค่ 2 ปีนะครับ
แล้วจะโดนตึก The Ocean One ที่พัทยากลบรัศมี
http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_tallest_buildings_in_Thailand (http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_tallest_buildings_in_Thailand)
http://www.ocean1tower.com/#home (http://www.ocean1tower.com/#home)
(http://images.thaiza.com/34/34_20071002094107..jpg)
ตึกสูงขนาดนั้นมันอ้างว้ากรีนได้ด้วยเรอะ ?
เปลืองชิหอยตั้งแต่ผลิตวัสดุ ไปยันการขนส่งแล้ว :30:
คิดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ต้องเปรียบค่าก่อสร้างและพลังงานที่ใช้ต่อพื้นที่ใช้สอยสิ
ไม่งั้นสลัมคลองเตยนี่โคตรกรีนเลย ใช้ป้ายหาเสียงทำผนัง ประหยัดสุดๆ :30:
แหม พี่ก็เปรียบเกินไป นั่นมันกรีนในแง่การใช้ซ้ำ แล้วก็เป็น available material ไงพี่ แต่ตัวชุมชนมันไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ตึกกรีนจริงๆ มันก็ควรจะคิดตั้งแต่ต้นเลยครับ รวมไปจนถึงการใช้งานด้วย ซึ่งตึกระฟ้าแม่งไม่มีทางใช่
ต่อให้สร้างด้วยวิธีที่กรีนสุดๆ แต่การใช้งานก็ไม่มีทางกรีน ไหนจะลิฟต์ ไหนจะงานระบบอื่น
คิดยังไงก็แม่งกรีนเพื่อโปรโมต ไม่ได้กรีนจริงๆ ซะหน่อย
ตอนแรกอ่านที่คุยกัน นึกว่ากรีนกอล์ฟ
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 28 ต.ค. 2009, 12:45 น.
:05: แพงเกิ๊นนนนนนน
ออ รู้สึกว่าถ้าตามกำหนดการ ตึก MahaNakorn นี่จะสูงสุดได้แค่ 2 ปีนะครับ
แล้วจะโดนตึก The Ocean One ที่พัทยากลบรัศมี
http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_tallest_buildings_in_Thailand (http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_tallest_buildings_in_Thailand)
http://www.ocean1tower.com/#home (http://www.ocean1tower.com/#home)
(http://images.thaiza.com/34/34_20071002094107..jpg)
โอเชี่ยน วัน .. มันจะขึ้นได้จริงๆน่ะรึ :37:
ส่วนมหานคร .. ตูนับถือพี่คนนึง ชื่อพี่หลวงหนึ่งในผู้บริหาร เจ้าของวลีเด็ดที่ตูชอบ ม๊ากมาก
(http://img3.f0nt.com/28/7d06d5fbc31bf7b4dabe7269f5012274.png)
" ส้มเอ๊ยย..พี่น่ะไม่ได้เก่งหรอก .. แต่ก่อนพี่ก็เป็นมังกร ตอนนี้เป็นปลาไหลติดเสก็ต นี่แหละเคล็ดลับความสำเร็จ" :30:
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 28 ต.ค. 2009, 08:02 น.
แต่มหาชนชาวโบ้เบ้จะโดนเศษอิฐเสษหินร่วงใส่หัวอย่างไม่หยุดยั้ง
ตอนนี้รอดูตึก มหานคร โดย OMA
(http://img3.f0nt.com/28/b98cecea28d9e0acb8156e9b65f43318.jpg)
คุณโอเล่ (สถาปนิก) เค้าก็ใช้ประวัติศาสตร์มาช่วยในการออกแบบนะ
มีโอกาสได้ไปนั่งฟัง
เค้าค้นหาฟอร์มตึกเด่นๆที่เป็นเอกลักษณ์ในกทม.มาประมาณ 20 ตึก
แล้ววิเคราะห์ดูช่วงเวลาที่ตึกแต่ละตึกมันเกิดขึ้นมา พวกตึกยุคโมเดิร์น (หมายถึงมันเชยแล้วนะ)ก็เกิดประมาณปี 10-20 ทรงโดมสีทองบนยอดก็เกิดในยุคเศรษฐกิจดี ช่วงปี 30 ตึกเรียบดีเทลน้อยก็ประมาณปี 40 ตึกมหานครเลยเซฟตัวเอง ไม่อิงเรื่องเวลา (เรียกเท่ๆว่า Timeless) ฟอร์มหลักเลยเรียบเป็นกล่องใส่หลอดไฟนีออนเลย แต่ทำเก๋ใส่ลายเซ็นหน่อยด้วยการเอาพญานาคมาเลื้อยขึ้นตึก ดูแล้วเป็นงาน OMA จริงๆ
ถ้าเสร็จทันปี 2555 ก็จะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยละ
อยากไปฟังมั่งจัง!!!
พูดถึงโดมสีทองแล้วมันคือตึกที่เหมือนเม็ดข้าวโพดแถวเจริญกรุงป่ะครับ
ที่ตึกนึงเจ๊งตึกนึงไม่เจ๊ง
สูงมองเห็นแต่ไกลเลยหล่ะ
อยากไปลองยืนบนระเบียงตึกโดมทองนั้นบ้าง มันจะรู้สึกยังไงฟะ สูงฉิบหาย
ปลาไหลติดสเก๊ต :30:
น่าจะเอามาเพิ่มยศในฟอรั่ม "ปลาไหลติดเสก็ต" 10000 โพส :55:
อ้างคำพูดจาก: go-went-กร เมื่อ 28 ต.ค. 2009, 18:44 น.
น่าจะเอามาเพิ่มยศในฟอรั่ม "ปลาไหลติดเสก็ต" 10000 โพส :55:
:30: :30: :30:
อ้างอิงตึก มหานคร โดย OMA
นั่น เราชอบนะ เราว่ามันสวยดีอ่ะ
ถึงแม้ว่า มันเหมือนตึกในแมทริกที่กำลังพังทะลายก็เถอะ :39: จินตนาการไม่ค่อยเป็นมงคลเลย
สงสัยจังว่า ตึกสูงๆงี้ ถ้าเมืองไทยแผ่นดินไหวแรงๆขึ้นมาจะทำไงอ่ะ :09: ไม่น่ากลัวแย่เหรอ :09:
กลับเข้าจู๋ :27:
เราชอบวิชาประวัติศาสตร์นะ เราว่าสนุกดี ยิ่งถ้ามาเจออาจารย์ที่เล่าเก่งๆนะ เหมือนนั่งนิทานเลย :25:
มิน่าละ นิทานจึงมักจะขึ้นต้นด้วย.....กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ประวัติศาสตร์นี่สนุกนะ
อย่างน้อยที่สุดสำหรับหลายๆคน มันสนุกกว่าคณิตศาสตร์แน่ๆ
(ตอนเล่าประวัติไอแซค นิวตัน กับไลบ์นิสต์ เด็กตั้งใจฟังกว่าตอนสอนวิธีหาอนุพันธ์ อันนี้ชัวร์)
บางครั้งประวัติศาสตร์ก็ใช้ในการศึกษาอดีต เพื่อให้รู้ปัจจุบัน และวางแผนอนาคต
จะว่าไปว่ามา มันก็เหมือนกับการจะคบแฟนซักคนน่ะแหละ (เอ๊ะยังไง :15:)
ถ้าจะมีแฟนซักหลายๆ คนละครับ คงต้องศึกษาประวัติศาสตร์กันเยอะเลย
จู๋นี้อ่านสนุกอ้ะ :25:
คือทีแรกคิดว่าจะคุยกันเรื่อง ปวศ แบบเชยๆ
ทำไปทำมามีเรื่องตึกรามบ้านช่องด้วย
มันต้องเรียนกันแบบนี้ซี้ถึงจะสนุก :12: