ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: ฟลุ๊คม้วน(รักเด็ก) เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 01:20 น.

ชื่อเรื่อง: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงและห่
โพสต์โดย: ฟลุ๊คม้วน(รักเด็ก) เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 01:20 น.
คือก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่าที่ตั้งกระจู๋นี้ขึ้นมาก็เพื่ออยากจะทราบความคิดเห็นหรือความรู้จากเพื่อนๆพี่ในฟอนต์
ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้

อย่างที่ชื่อกระจู๋บอกคือ ผมเชื่อว่าทุกคนก็เข้าใจความหมายของคำว่าทางโลกและทางธรรมไม่มากก็น้อย
ถ้าจะให้พูดง่ายๆ เข้าใจแบบเด็กๆโดยไม่มีหลักการแยกประเภทใดๆ ก็คือ เรื่องราวในศาสนาและเรื่องราวนอกศาสนา

โดยคำว่าห่างที่ผมพูดถึงก็จะหมายความในทางที่ว่าห่างไกลกัน ไม่มาคิดรวมกัน ยกตัวอย่างก็เช่น
วัฒนธรรมของทางบ้านเรากับชาวตะวันตก ถามว่าตามกายภาพแล้วอยู่ไกลกันไหมก็ไกล แต่ทำไมวัฒนธรรมในสมัยนี้
มีหลายๆอย่างที่เราได้รับมาจนแทบจะเรียกได้ว่าคล้ายกันในหลายๆด้าน จนเรารู้สึกว่าใกล้กัน ซึ่งอาจจะได้รับอิทธิพลใน
หลายๆทางก็ตามที แต่เรื่องของวัฒนธรรมก็เป็นอะไรที่ประกอบไปด้วยที่แนวความคิดการปฏิบัติและหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่เรื่องราวอย่างเช่น ธรรมะนี่ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนาโดยตรงและมีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็อีกแหละ มันก็เป็นเรื่องของความคิด และถ้าผมไม่คิดไปเองคนเดียว จะรู้สึกว่าในทางโลกนั้น ทุกวันนี้มันช่างจะห่างไกล
กับทางธรรมไปมากโดยสาเหตุหลักก็ยังไม่รู้แน่ชัด แต่ถามว่าคนเราทุกวันนี้ 24 ชม. คิดอะไรกันอยู่ในหัวบ้าง

ทางโลกคือการคิดเกี่ยวกับเรื่องอะไร และทางธรรมคิดการคิดเกี่ยวกับเรื่องอะไร การที่เราจะนำความคิดของสองทางนี้มาคิด
พร้อมๆกันจะรู้สึกได้ว่ามันไม่เข้ากันและออกจะต่างกันด้วยซ้ำ ตามความคิดของทางโลกเป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไร
ทำงาน หาเงิน แต่งงานมีลูก มีบ้าน มีรถ ลูกโต ลูกทำงาน แก่ลง ตัวไหนคือเป้าหมาย แต่กลับมาคิดในทางธรรมแล้วมีชัดเจน
แต่ยากมากๆที่จะนำมาคิดในชีวิตประจำวัน แค่เอาเข้ามาใส่หัวก็รู้สึกแปลกๆแล้ว นี่รึเปล่าคือความต่าง แล้วต่างกันแค่ไหน
ต่างกันในขนาดที่ว่า ถ้าเอาเรื่องราวทางธรรมจริงๆมาพูด รอบข้างจะรู้สึกว่าแปลก และเหมือนกับว่าผู้พูด แตกต่างออกไป
ในขณะที่พูด นี่รึเปล่าคือความห่าง...ของสองคำนี้

แน่นอนผมเชื่อว่าทุกคนที่มีศาสนา รู้และเข้าใจดีถึง คำว่าทางธรรม
และหลายคนก็เข้าใจดีว่ามันไม่ใช่เรื่องของนักบวชเพียงอย่างเดียวแต่มันทั้งเกี่ยวข้องและสอดคล้องกับตัวเราอย่างจัง
แต่ก็พยายามที่จะลืมไปเพื่อดำเนินชีวิตทางโลกให้ได้อย่างปกติสุข ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เราคิดว่าเราไม่ได้ลืมมันเราเชื่ออย่างนั้น
 
นั่นจึงทำให้ผมมาคิดว่า อะไรล่ะเป็นสาเหตุที่ทำให้คำว่าทางโลกและทางธรรม มันทั้งต่าง และห่างกันในปัจจุบันมากถึงเพียงนี้
แน่นอนว่าผมไม่ใช่คนที่มีอดีตยาวนาน เพราะตอนนี้ก็แค่ 20 แต่สิ่งที่ได้รับรู้มา ประสบการณ์ต่างๆ เรื่องราวบอกเล่า
สั่งสอนทุกอย่าง มันทำให้ผมอดคิดถึงสิ่งนี้ไม่ได้ ผมไม่ได้เรียนโดยตรงกับเรื่องราวข้างต้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถามใครได้
เพราะรู้สึกเหมือนกับว่าคนเราอยู่ระหว่างกลางของสองทางนี้ไม่ได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ต้องมีการแบ่งเวลาให้ทั้งสองทาง
แต่อย่าลืมว่าถ้ามันเป็นเส้นทาง และชีวิตของเราคือการเดินทาง เมื่อไหร่หรือเหตุผลอะไรที่จะทำให้เราเลือกเดินไปทางใดทาง
หนึ่งและจริงหรือที่มีคนบอกว่าถ้าเดินทางสองทางโดยต่างเวลา ก็จะทำให้ไปไม่ถึงจุดหมายนั้น เพราะชีวิตเรามันสั้นนัก

สุดท้ายนี้ต้องบอกก่อนว่าทางธรรมที่กล่าวถึงไม่ใช่เป็นธรรมะของศาสนาใด ไม่ใช่หลักธรรม แต่พูดถึงเรื่องราวของทางธรรม
ในทุกๆศาสนาเลยก็ว่าได้ ไม่ได้แบ่งแยก และก็อยากมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกคน หรือแม้กระทั่งความรู้จากผู้รู้จริง
มีประสบการณ์ในด้านนี้ เชื่อว่าบางคนอาจจะเคยคิดเหมือนกัน(มั้ง) ผมออกแนวว่าอยากรู้อยากเห็นน่ะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 01:28 น.


เขาถึงมีสองทางให้เลือกไงครับ

แม้ทางจะร่วมทางกันได้บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว มันก็แยกไปคนละซอย
อุปมาดั่งนั่ง BTS ไปสยาม ทางโลกก็เดินเข้า MBK ทางธรรมก็อยู่พาราก้อน

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: Kums เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 01:30 น.
เอเปรียบเทียบซะ อยากลงไปกิน MK เทรนดี้เลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 06:24 น.
หากแยกธรรมบางชนิดออกไป คงไม่ใช่ธรรมที่พูดได้
ธรรมมีอยู่ในโลกธรรมดาทุกแห่ง ไม่แบ่งแยก
เป็นโลกทางวาจา เท่านั้น
โคน หรือ ปลาย
ก็ยังอยู่บนขนเส้นเดียวกัน
เมื่อพ้นไปจากเส้นที่ว่านี้แล้ว
ไร้วาจาใดจะกล่าวถึงได้
ไร้ขน ก็ ไร้คำ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 11:51 น.
คำว่าทางโลกกินความหมายแค่เรื่องของมนุษย์ ส่วนทางธรรมกินความหมายทั้งจักรวาล และ จักรยาน 555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 11:58 น.
มันก็คงเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตเหมือนกัน
แต่จะต่างกันแค่เป้าหมายที่จะมุ่งไปทางไหนแค่นั้นเองแหละครับ

ลองไม่แยกมันออกจากกันด้วยเส้นแบ่งเส้นใหญ่ๆดูสิครับ
จริงๆมันก็ เหมือน ขาว เทา ดำ ที่อยู่กลืนๆกันนั่นแหละ
เราเอาธรรมมาใส่ในโลก และเอาโลกมาใส่ในธรรม ได้เสมอนะครับ กับกิจกรรมต่างๆ

ลองเริ่มจาก
ใช้ชีวิตทางโลก โดยเอาธรรมเป็นเครื่องนำทาง
แล้วก็ใช้ชีวิตทางธรรม โดยเอาชีวิตทางโลกเป็นพื้นฐาน
ก็ไม่เลวนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 22:44 น.
อ้างคำพูดจาก: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 11:51 น.
คำว่าทางโลกกินความหมายแค่เรื่องของมนุษย์ ส่วนทางธรรมกินความหมายทั้งจักรวาล และ จักรยาน 555


ฮ่าๆ ใช่   ยกเว้น จักรยาน


ธรรมก็คือ ธรรมชาติอะครับ  ธรรมแบบไหน ใครเป็นคนอธิบายก็ต้องเลือกที่จะเชื่อเอา ด้วยธรรมของเรา (ธรรมชาติของเรานั่นแหละ)


การที่ฟลุ๊ค คิดว่าธรรมะ มันต้องศาสนาอย่างเดียว ทางธรรมมันต้องเป็นอย่างนุ้น ทางโลกมันต้องเป็นอย่างนี้ ก็เพราะเราถูกปลุกฝังมา
สิ่งที่ช่วยในการปลูกฝังเราก็วัฒนธรรม นั่นแหละ และสิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะเป็นอุปกรณ์ในวัฒนธรรมของเราส่วนใหญ่แล้ว มันเป็นรูปธรรม
ที่ทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ สัญลักษณ์ บัญญัติต่างๆ ที่ทำให้มนุษย์ในสังคมเห็นภาพ จึงถูกนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นคำสอนต่างๆ
ก็ล้วนเป็นการอธิบายธรรมชาติ เหมือนกัน  ในตัวมนุษย์นี้ถือว่ามีธรรมอยู่เหมือนกัน นั่นคือธรรมชาติของเราเอง
ซึ่งบ้างครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจนักแต่ เมื่อเกิดอะไรขึ้นที่ขัดต่อธรรม จิตใต้สำนึกของเราก็จะรับรู้ได้ มากน้อยหรือลางเลือน
มันก็ขึ้นอยุ่กับว่าเราถูกปลุกฝังมาอย่างไร ในสังคมแบบไหน
ดังนั้นคำว่าทางโลก หรือทางธรรม เป็นเรื่องของบัญญัติ แต่ในทางปฏิบัติมันก็ไม่ใช่เรื่องแน่นอนแบบนั้นเสมอไป
เมื่อศาสนาที่แท้จริงมันมากเกินกว่าบัญญัติหรือคำสอน เป้าหมายของแต่ละคนจึ่งต่างกัน เพราะคำสอนก็ยอมมี
จุดประสงค์สูงสุดของมันต่างกัน เหมือนสุภาษิต ก็ยอมใช้ในกาลต่างกัน ศาสนาก็เหมือนกัน คนที่นับถือก็เหมือนกัน
บางคน เพื่อนิพพาน บางคนเพื่อสวรรค์  บางคนเพื่อนำมาประยุคต์ใช้กับชีวิตประจำวัน บางคนก็เพื่อสงบจิตใจ
หรือบางคนก็เพื่อฝึกตน  ก็แล้วแต่คนจะเลือกหยิบมาไว้ให้เหมาะกับตนและคำสอนที่เราหยิบจับมาเป็นหลักชัย
ถ้าดีจริง ย่อมสอนให้คนเป็นคนดี ~~ 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: บิ๊กเล็ก เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 23:00 น.
ทางโลก: คนเรายังมีกิเลส ตัณหา อยากชนะ อยากได้นั่น ได้นี่ และอีกหลายๆ ความยาก


ทางธรรม: สิ่งที่ต้องเป็น ต้องมีอยู่ มีแล้วดับไป ไม่มีความแน่นอน
ถ้าเราเข้าใจความเป็นธรรม(ชาติ)ของมนุษย์ ของสังคม
เราก็จะไม่ต้องไปนึกถึงความอยากมี อยากดัง อยากเด่น ฯลฯ

อยากให้หลายๆคนลองเ้ข้าไปนั่งในโบสถ์สักสิบถึงสิบห้านาที
(ไม่ใช่เป็นกราบพระแล้วกลับนะ)

ช่วงมีเรื่องเครียด ๆ ผมก็ไปนั่งบ่อยครับ รู้สึกสงบดี  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 23:01 น.
บางคนก็เอาวิธีคิดทางโลก ไปคิดเรื่องทางธรรม
เช่นการได้กำไร ขาดทุน ได้บุญ เป็นบาป อะไรอย่างนี้
ก็เลยทำให้สับสนกันไปเรื่อย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 23:39 น.
+ กำนัน จักรี พี่อ๋าห์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 20 ธ.ค. 2008, 12:33 น.
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 23:01 น.
บางคนก็เอาวิธีคิดทางโลก ไปคิดเรื่องทางธรรม
เช่นการได้กำไร ขาดทุน ได้บุญ เป็นบาป อะไรอย่างนี้
ก็เลยทำให้สับสนกันไปเรื่อย

:20:  อ๊ะ.... ศิษย์พี่ใหญ่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: ฟลุ๊คม้วน(รักเด็ก) เมื่อ 20 ธ.ค. 2008, 22:58 น.
 :46:

ขอบคุณสำหรับคำตอบและความคิดเห็นจากทุกคนมากครับ

เปิดมุมมองให้กว้างขึ้นได้เยอะเลย :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ทางโลกและทางธรรม ต่างกันยังไงแ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ม.ค. 2009, 18:42 น.
อ้างคำพูดจาก: ออฟปองศักดา เมื่อ 19 ธ.ค. 2008, 01:30 น.
เอเปรียบเทียบซะ อยากลงไปกิน MK เทรนดี้เลย

เดี๋ยวนี้เขาเต้นท่าใหม่แล้วนะครับ