วันนี้ จะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าสถานีสีลม เพื่อกลับบ้าน
ตรงที่มันเป็นสถานีรถไฟใต้ดินด้วย ที่เป็นฝั่งตรงข้ามสวนลุมหน่ะครับ
มันจะมืดๆหน่อย พอเดินๆอยู่ มีฝรั่งผู้หญิง เข็นรถใส่เด็ก เดินเข้ามาหา แล้วพูดอะไรไม่รู้ ฟังไม่ค่อยออก
จับใจความได้ว่า ไป help คนตรงนั้นที มัน do something อะไรกันซักอย่าง :08:
ก็มอง ตามสายตาของฝรั่งคนนั้นไป คือมันมืดๆ มองไม่ออก
ตอนแรกนึกว่า จะให้ เดินไปบอกทางใคร ก็เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ (ยังไม่ใกล้มาก)
แต่เห็นลางๆว่า เป็นคนสองคน ล็อกผู้ชายแก่ๆไว้
พอเห็น ก็เลยงงๆ ทำอะไรไม่ถูก มือล้วงโทรศัพท์มากะโทรหาตำรวจ
แล้วก็ยืนดู ให้รู้ว่า ตกลงมันทำอะไรกันแน่ (มันมืดจริงๆ มองไม่ค่อยเห็น)
ไอ้สองคนนั่น มันเหมือนเห็นว่าผมหยุดยืนดู แล้วมันล้วงของในกระเป๋ากางเกงลุงคนนั้นได้พอดี
มันเลยปล่อยลุงแล้วหยิบของในกระเป๋าไป แล้วมันก็มองดู เข้าใจว่าคงล้วงไปเจอแต่พวกบัตร
มันเลยขว้างใส่ลุงคนนั้น แล้วด่าลุงว่า มีแต่เหี้..อะไรของมึงเนี๊ยะ ไอ้สันดาน
ดูมัน จี้เค้า แล้วยังด่าอีก โคตรเลว
ตอนนั้นคิดอะไรไม่ทันจริงๆ นึกอะไรไม่ออก ได้แต่คิดว่าจะโทรหาตำรวจ
จะเข้าไปสู้เลยคงไม่ไหว มันมากันสองคน ตัวโคตรใหญ่
จะวิ่งไปตามคนช่วย ก็ต้องวิ่งผ่านมันไป ทางมันแคบด้วย โดนมันซัดก่อนแน่ๆ
แต่คิดว่า ถ้าเห็นมันทำร้ายลุงคนนั้น คงเข้าไปช่วย
สุดท้าย พอเห็นว่า มันไม่ได้เอาอะไรของลุงคนนั้นไป ก็หันไปดูว่ามันจะทำอะไรผู้หญิงฝรั่งคนนั้นหรือเปล่า
แต่เห็นมันเดินผ่านไป ผมก็เลย เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าต่อ
จริงๆผมควรแจ้งตำรวจ หรืออะไรต่อไหมครับ
แล้วจังหวะนั้น ควรทำยังไงดี จะตะโกนเรียกคนช่วย ก็ไม่มีคน
แล้วก็ยืนใกล้คนร้ายมากแล้วด้วย ประมาณสองก้าวก็ถึงตัวแล้ว
ยังดี ที่มันคงตกใจที่ผมยืนดู แล้วเหมือนจะเข้าไปช่วย มันเลย รีบเดินหนีไป :07:
ถ้ามันเห็นว่าไม่ได้ตังค์จากลุง แล้วมาเอากะผมต่อนี่ซวยเลย สู้ไม่ไหวเหมือนกัน :05:
แล้วตอนนั้นทำไงครับ :55:
แต้งเจ้าหน้าที่หรืออะไรหรือเปล่า
ที่สถานีใต้ดินเขามีกล้องวงรปิดนะ
ไม่ใช่ในสถานีครับ ข้างๆ สถานี เป็นทางเดินข้างนอก มืดมาก
ผมไม่ได้แจ้งครับ ตอนนั้นนึกไม่ออก แต่เห็นว่าปลอดภัยแล้วก็เดินออกมา
คิดว่าจะโทรแจ้ง 191 แต่กว่าตำรวจจะมา โจรก็คงกลับไปนอนที่บ้านแล้ว
แต่ก็เจ็บใจนะที่ทำอะไรมันไม่ได้ คิดแล้วแค้น แต่ตอนนั้น ตกใจ ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ
ตรงหน้าโรงแรมที่เป็นหลืบเล็กๆ ใช่ไหมครับ
โอย ตรงนั้นน่ากลัวมากๆ เลย
ใช่ๆ ตรงนั้นแหละครับ
ต้องเดินเข้าไปใกล้ๆเลย กว่าจะเห็นว่าทำอะไรกัน มืดมาก
น่าจะติดไฟซักดวง
ไม่เคยลองโทร 191 แต่เท่าที่ฟังมา บอกว่าโทรติดยาก ติดไปก็นานมากกว่าจะมีคนรับ
ที่บ้านเพื่อนดาก็เลยเมมเป็นเบอร์ของสถานีที่อยู่ใกล้บ้านไว้เลย (แต่ยังไม่เคยลองใช้บริการนะคะ ว่าจะรวดเร็วกว่าหรือเปล่า)
แต่ถ้าเป็นดาเจอคนกำลังโดนปล้นอยู่ คงเดินไปให้พ้นรัศมีสายตาที่คนร้ายจะมองเห็นเรา
แล้วโทรแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่อ่ะค่ะ
ป.ล. ไม่รู้ว่าถ้าโทรแจ้งแล้วตำรวจจะออกมาช่วยหรือเปล่านี่ดิ :39:
โอ๋ย ตัดหน้าหลายคนมาก
กว่าจะมา ไอ้โจรกระจอกนั่นกลับบ้านแล้วแหละ ช้าจะตาย ตร. ไทย :42:
ตอนที่มีนักเลงมาก่อเรื่องในร้านเน็ตที่ตูเฝ้า (http://iannnnn.com/2005/100)เมื่อ 3 ปีก่อน
ตอนนั้นก็โทร 191 ครับ ปรากฏว่ากว่าสายตรวจจะผ่านมาก็ปาเข้าไป 20 นาทีแล้ว
พี่ถลอกเปิดหน้าต่างดูนอกบ้านรึยังคะ
มันตามมารึปล่่าว :47:
ถ่ายรูปใส่เข้าไปเลยครับ แล้ววิ่งหนีไปหาฝูงคน
ตอนนั้น ทำอะไรไม่ถูกจริงๆนะ จะเดินผ่านมันไปเรียกคนอื่น ก็ห่วงลุงนั่น ไม่รู้ว่า ไอ้คนข้างหลังที่มันล็อกอยู่ใช้มีดจี้หรือเปล่า
แต่พอหยุดยืนดูใกล้ๆ มันก็ปล่อยลุงคนนั้นนะ มันเร็วมาก นึกอะไรไม่ออก
ปล. คิดเหมือนเอเลย พกกล้องไปถ่ายรูปพอดี กะยิงแฟรชใส่เลย แต่กล้องอยู่ในกระเป๋า เก็บไว้มิดชิดมาก
ล้วงออกมาไม่ทัน :05:
พี่ถลอกจำรูปพรรณ สัณฐานคนร้ายได้หรือปล่าวคะ
แจงรายละเอียดไว้เลยค่า :25:
จริงๆ แล้วจังหวะนั้น ตะโกนไปเลยครับ เห้ย ทำอะไรน่ะ ดังๆ เข้าไว้
มันจะตกใจ
อย่างน้อย มันก็เบี่ยงเบนเป้าจากลุงมาได้
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 00:39 น.
จริงๆ แล้วจังหวะนั้น ตะโกนไปเลยครับ เห้ย ทำอะไรน่ะ ดังๆ เข้าไว้
มันจะตกใจ
อย่างน้อย มันก็เบี่ยงเบนเป้าจากลุงมาได้
ไอ้ตัวสีแดงนี่เป็นคำขยายที่น่ากลัวมากๆ ครับ
มองหน้าไม่เห็นครับ มันมืดจริงๆ แต่เป็นผู้ชายสองคน ตัวใหญ่ๆเลย สูงน่าจะซัก 175 มั้ง ใส่เสื้อโชว์กล้าม คล้ายๆเกย์แถวๆนั้นเลย
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 00:40 น.
ไอ้ตัวสีแดงนี่เป็นคำขยายที่น่ากลัวมากๆ ครับ
ในกระเป๋าไม่มีเงินเหมือนลุงเหมือนกัน :30:
โจรคงเซ็งเป็นสองเท่า
เจอจริงๆ คงหาท่อนอะไรสักอย่าง (ถ้ามีปืนก็อีกเรื่อง เอาง่ายๆ ว่าถ้าไมใช่อาวุธยิงระยะไกล ไงก็พอไหว)
ตะโกนแล้วเดินเข้าไปว่า "เห้ย ทำอะไรว่ะ"
:47: ทริกก่อนเดินกร่างเข้าไป "โทรแจ้งตำรวจให้เรียบร้อยก่อนนะครับ"
ถ้าไอ้โจรนั่นก็มีปืนล่ะ
ไม่ยิงสวนตั้งแต่เข้ามาแล้วเหรอ :47:
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 00:41 น.
เจอจริงๆ คงหาท่อนอะไรสักอย่าง (ถ้ามีปืนก็อีกเรื่อง เอาง่ายๆ ว่าถ้าไมใช่อาวุธยิงระยะไกล ไงก็พอไหว)
ตะโกนแล้วเดินเข้าไปว่า "เห้ย ทำอะไรว่ะ"
:47: ทริกก่อนเดินกร่างเข้าไป "โทรแจ้งตำรวจให้เรียบร้อยก่อนนะครับ"
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 00:33 น.
ตอนที่มีนักเลงมาก่อเรื่องในร้านเน็ตที่ตูเฝ้า (http://iannnnn.com/2005/100)เมื่อ 3 ปีก่อน
ตอนนั้นก็โทร 191 ครับ ปรากฏว่ากว่าสายตรวจจะผ่านมาก็ปาเข้าไป 20 นาทีแล้ว
ตำรวจมาถึง คงพบศพผมนอนกอดอยู่กับลุงคนนั้นแล้วหล่ะครับ :30:
ตำรวจบ้านเรามาช้ากว่าพิซซ่าอีกนะครับ
เอ่อ เป็นฟ้าก็คงงงทำไรไม่ถูก
แต่ถ้าฟ้าเป็นผู้ชายก็คง ถอยไปตั้งหลัก แล้วตะโกน "เฮ้ย!! ทำไรกัน" ดังๆ :07:
ต้องไปเป็นตำรวจเอง
จะได้ไปได้เร็ว :25:
ทั้งคุณลุง แล้วก็พี่ถลอกถือว่าโชคดีมากนะคะ ที่ไม่เป็นอะไร :46:
พฤติกรรมโจรน่าจะเคยทำมาก่อนเนอะ
แต่เลือกเหยื่อเป็นคนชรา จะได้ไม่กล้าสู้รึปล่าว
จริงๆอีกฝ่าย อาจจะกลัวพี่ถลอกก็ได้นะ เลยรีบหนีไป :30:
วันหลังพี่ถลอกลองตะโกนไปว่า "หยุดนะ นี่ตร." ดูนะครับ :37:
กลัวว่าซักวัน จะโดนเองกับตัวนี่แหละ
เดินกลับตรงนั้นทุกวันเลย :16:
ปล. มันยืนใกล้มากเลยนะ :05:
ถ้าตรงนั้น เป็นพื้นที่หากินของโจรสองคนนั้น
นั่นแย่เลยพี่
จริงๆ ไปลงบันทึกประจำวันไว้ใช่ปล่าวหว่า
ที่สถานีก็ดีนะคะ ไปบอกกล่าวไว้ก่อนว่ามันเคยเกิดขึ้น :27:
วานสายตรวจคอยตรวจตรา ดีกว่าเพิกเฉยไม่ทำอะไรเลย
บางทีอาจจะช่วยใครได้หลายคนเลยค่ะ
ถามตอนนี้ก็ตอบว่าตะโกนดังๆไว้ก่อนเหมือนกันครับ
แต่ถ้าเจอกะตัวแบบไม่มีใครบอกล่วงหน้า
ก็คงเยี่ยวแตกนิดนึงก่อน แล้วก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันครับ
...
ใจมันจะช่วยจริงๆนะ แต่สมองมันตีบขึ้นมากระทันหัน :16:
โอ้ว :07: ต่อเจ๋งโคตร
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:07 น.
:47: อ่อ ผมแจ้งไว้เผื่อไว้น่ะ (รู้อยู่แล้วว่ามาช้า อาจจะเป็นชม. ด้วยซ้ำไป)
เพราะเคยเจอเคสแบบนี้สมัยตอนมาอยู่ กทมใหม่ๆ ผมเคยโดนจี้ (ตอนเที่ยงคืนเลิกงานมาพอดีครับ) ตรงทางเดินขึ้นห้าง mbk นะครับ (ฝั่งที่ทะลุเข้าไปเจอร้าน Sony กับ เซเวนเซ่นได้)
กำลังเดินขึ้นบันไดมาจะเดินข้ามไปฝั่งสยาม มันก็มากอดคอ(เหมือนเพื่อนกอดคอกัน) ลากขึ้นไปด้านบนเลย
ดอกแรกที่โดนคือ หมัดมาจากไหนไม่รู้โดนเข้าไปเต็มๆ เบ้าตาเลย (ใครไม่เคยเห็นดาว ดวงใหญ่ๆ สีขาว + เสียงวิ้งๆ ในหัว นี่เป็นอีกทางเลือกนึงครับ)
ผมก็ถอยไปพิงกับเสา (ยังอยู่ในบริเวณบนสะพานลอย ระหว่างทางเข้าห้างกับทางไปสยามนะครับ) จากนั้นก็จำได้ว่า โดนไปอ่วมเหมือนกันทั้งเท้าทั้งหมัด
จนสุดท้ายต้องยอมให้มันไป ก็บอกไปว่าพอแล้วๆ ให้แล้วๆ ก็หยิบตังในกระเป๋าให้มันไป + เอาเป้ที่สะพายลงเพื่อที่จะเอาของในเป้ให้มันอีก
เปิดออกมาเป็นชามแก้วไมโครเวฟ (บอกได้เลยว่าเป็นแบบหนามากๆ บ้านใครมีจะรู้ครับที่ไว้ทำไก่อบ)
ผมก็เริ่มยื่นของต่างๆ ให้มัน มีมือถือ SonyT28 (คงรู้นะว่าสมัยไหน) นาฬิกาGshockรุ่นวัดอุณหภูมิ เครื่องเล่นmp3 ครีเอทีฟสีส้มๆ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรนอกจากกระเป๋าเอ้าดอร์ ที่มันก็ยังจะเอาไป - - ฮ่วย
แต่จากนั้นไม่ถึง 1 หรือเสี้ยววินาทีได้ ในใจลึกๆ ผมโกรธนะ มาจากไหนไม่รู้ มันเริ่มโกรธ โกรธจริงๆ
(ประมาณอารมณ์โกรธเปิดห้องเข้าไปเจอแฟนอยู่กับชู้บนเตียง - - คงเข้าใจระดับอารมณ์เนอะ)
ผมจับที่หูชามแก้วลุกแล้วฟาดไปที่หัวคนที่ถือของผมเยอะที่สุด
มันนิ่งไปเลยครับ แล้วก็ทรุดไปเหมือนหมอนข้างที่จับตั้งแล้วปล่อยมือ
อีกคนก็เข้ามาชกผมต่อเลยครับ อารมณ์นั้นคือตายก็ช่าง ผมไม่สนใจอะไรแล้ว จริงๆนะ ก็ฟาดชามไปจนมันแตก
ที่เด็ดๆ ของไอ่ชุลมุลคนหลังนี่จำได้ว่า จับหัวมันโขกกับราวเหล็กไปด้วยทีนึง (ใครไปเดิน ลูบๆ ดูนะ ถ้าเค้าไม่ซ่อม ก็น่าจะยังบุบอยู่ ข้างไหนอันนี้จำไม่ได้)
สุดท้ายจบด้วยการของผมยังอยู่ครบ แต่ ชามแตก มือถือพัง(คงโดนเหยียบ) กระเป๋าเละเป็นผ้าขี้ริ้วเพราะเช็ดเลือดผมตอนขากลับ ของได้คนแถวนั้นเอา ถุง 7-11 มาใส่ให้
ยังครับ ยังไม่กลับบ้านไปแจ้งความก่อน เช้าอีกวันก็ไปตรวจร่างกาย กีระดูกคิ้ว หรือเบ้าตานี่แหละ แตก ที่เหลือก็เจ็บฟกช้ำทั่วไป
ใบแจ้งความยังอยู่ แต่จับไม่ได้ (ตอนคุยกับตำรวจเค้าก็บอกว่าจับไม่ได้หรอก แต่มีบ่อย จับได้ก็หน้าเดิมๆ วนเวียนๆ กันไป)
โอ้ว ห้าวหาญมาก :07: :12:
แต่อันตรายมากเลยนะ ถ้ามันพกอาวุธเช่นมีดมาด้วยนี่ ซวยเลยนะ
:07: ต้องเจอแบบนี้สักดอก
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:07 น.
:47: อ่อ ผมแจ้งไว้เผื่อไว้น่ะ (รู้อยู่แล้วว่ามาช้า อาจจะเป็นชม. ด้วยซ้ำไป)
เพราะเคยเจอเคสแบบนี้สมัยตอนมาอยู่ กทมใหม่ๆ ผมเคยโดนจี้ (ตอนเที่ยงคืนเลิกงานมาพอดีครับ) ตรงทางเดินขึ้นห้าง mbk นะครับ (ฝั่งที่ทะลุเข้าไปเจอร้าน Sony กับ เซเวนเซ่นได้)
กำลังเดินขึ้นบันไดมาจะเดินข้ามไปฝั่งสยาม มันก็มากอดคอ(เหมือนเพื่อนกอดคอกัน) ลากขึ้นไปด้านบนเลย
ดอกแรกที่โดนคือ หมัดมาจากไหนไม่รู้โดนเข้าไปเต็มๆ เบ้าตาเลย (ใครไม่เคยเห็นดาว ดวงใหญ่ๆ สีขาว + เสียงวิ้งๆ ในหัว นี่เป็นอีกทางเลือกนึงครับ)
ผมก็ถอยไปพิงกับเสา (ยังอยู่ในบริเวณบนสะพานลอย ระหว่างทางเข้าห้างกับทางไปสยามนะครับ) จากนั้นก็จำได้ว่า โดนไปอ่วมเหมือนกันทั้งเท้าทั้งหมัด
จนสุดท้ายต้องยอมให้มันไป ก็บอกไปว่าพอแล้วๆ ให้แล้วๆ ก็หยิบตังในกระเป๋าให้มันไป + เอาเป้ที่สะพายลงเพื่อที่จะเอาของในเป้ให้มันอีก
เปิดออกมาเป็นชามแก้วไมโครเวฟ (บอกได้เลยว่าเป็นแบบหนามากๆ บ้านใครมีจะรู้ครับที่ไว้ทำไก่อบ)
ผมก็เริ่มยื่นของต่างๆ ให้มัน มีมือถือ SonyT28 (คงรู้นะว่าสมัยไหน) นาฬิกาGshockรุ่นวัดอุณหภูมิ เครื่องเล่นmp3 ครีเอทีฟสีส้มๆ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรนอกจากกระเป๋าเอ้าดอร์ ที่มันก็ยังจะเอาไป - - ฮ่วย
แต่จากนั้นไม่ถึง 1 หรือเสี้ยววินาทีได้ ในใจลึกๆ ผมโกรธนะ มาจากไหนไม่รู้ มันเริ่มโกรธ โกรธจริงๆ
(ประมาณอารมณ์โกรธเปิดห้องเข้าไปเจอแฟนอยู่กับชู้บนเตียง - - คงเข้าใจระดับอารมณ์เนอะ)
ผมจับที่หูชามแก้วลุกแล้วฟาดไปที่หัวคนที่ถือของผมเยอะที่สุด
มันนิ่งไปเลยครับ แล้วก็ทรุดไปเหมือนหมอนข้างที่จับตั้งแล้วปล่อยมือ
อีกคนก็เข้ามาชกผมต่อเลยครับ อารมณ์นั้นคือตายก็ช่าง ผมไม่สนใจอะไรแล้ว จริงๆนะ ก็ฟาดชามไปจนมันแตก
ที่เด็ดๆ ของไอ่ชุลมุลคนหลังนี่จำได้ว่า จับหัวมันโขกกับราวเหล็กไปด้วยทีนึง (ใครไปเดิน ลูบๆ ดูนะ ถ้าเค้าไม่ซ่อม ก็น่าจะยังบุบอยู่ ข้างไหนอันนี้จำไม่ได้)
สุดท้ายจบด้วยการของผมยังอยู่ครบ แต่ ชามแตก มือถือพัง(คงโดนเหยียบ) กระเป๋าเละเป็นผ้าขี้ริ้วเพราะเช็ดเลือดผมตอนขากลับ ของได้คนแถวนั้นเอา ถุง 7-11 มาใส่ให้
ยังครับ ยังไม่กลับบ้านไปแจ้งความก่อน เช้าอีกวันก็ไปตรวจร่างกาย กระดูกคิ้ว หรือเบ้าตานี่แหละ แตก ที่เหลือก็เจ็บฟกช้ำทั่วไป
ใบแจ้งความยังอยู่ แต่จับไม่ได้ ตอนนี้หมดอายุความไปแล้ว (ตอนคุยกับตำรวจเค้าก็บอกว่าจับไม่ได้หรอก แต่มีบ่อย จับได้ก็หน้าเดิมๆ วนเวียนๆ กันไป)
เวลามีเรื่องอะไร อย่าไปหวังพึ่งตำรวจเลยครับ
จัดการด้วยตัวเองได้ยังงี้ดีกว่าครับ
ตำรวจเอาไว้ ตอนดมกลิ่นพิสูจน์หลักฐาน กับจับไฟแดง
ถ้าได้แบบ NYPD นี้ก็น่ากลวดีนะ
เข้าใจเลยค่ะ อารมณ์ฺโมโหเดือด
สุดยอดมาก :07:
เป็นเฟิร์นคงจับคนร้ายไปขังไว้ในห้องร้าง เอาโซ่ล่ามขา แล้วทิ้งเลื่อยไว้ให้
จงเข้าไปเรียนรู้คุณค่าชีวิตในนั้นซะ
ไม่ตามมันแล้วครับตร.น่ะ
ตามพี่ต่อนี่แหละ :07:
จะบ้าเรอะ :07:
เคยเจอคนยิงกัน ยังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่เลย
ห่วงกิน :30:
โหยต่อสุดยอดคัรบ
นี่เอาไปเล่นมุกต่อต่อยได้เลยนะ
เท่าที่ผ่านๆตาคดีทำร้ายร่างกายมา ตำรวจตามจับคนที่ป้องกันตัวได้มากกว่าคนลงมือนะ :55:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:19 น.
เท่าที่ผ่านๆตาคดีทำร้ายร่างกายมา ตำรวจตามจับคนที่ป้องกันตัวได้มากกว่าคนลงมือนะ :55:
:30: คนป้องกันตัวต้องร้อง แบร๊~
มิจฉาชีพเยอะจริงๆ :48:
เรื่องของต่อสอนให้รู้ว่า ควรพกชามไมโครเวฟไปไหนมาไหนด้วยทุกครั้ง :12: :37:
อ้างคำพูดจาก: ดาดา ยัง เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:21 น.
เรื่องของต่อสอนให้รู้ว่า ควรพกชามไมโครเวฟไปไหนมาไหนด้วยทุกครั้ง :12: :37:
ตูรู้เหตุผลที่คนเราควรเรียนต่อโทและ :37:
เรียนปริญญาโทมีประโยชน์จริงๆ เสียดายตูไม่มีโอกาสอย่างนั้น
ไม่เข้าใจ :05:
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:24 น.
ไม่เข้าใจ :05:
เห็นมะ ไม่เรียนโท คิดอย่างดาไม่ได้เลยนะเนี่ย :37:
ถ้าเป็นต่อ ต่อไม่โทรแจ้งตำรวจ ต่อกระทืบเลย
..
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:26 น.
ถ้าเป็นต่อ ต่อไม่โทรแจ้งตำรวจ ต่อกระทืบเลย
ถ้าเป็นต่อผมว่าโทรตามพี่ยม กี่อู๊ด แล้วก็ไอ้วอกก่อนครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:28 น.
ลืมอ้างที่มาชามไมโครเวฟ เป็นของที่แลกได้จาก คาร์ฟูร์นะครับ (ถ้าจำกันได้ สมัยที่มันโฆษณาออกทีวีด้วย ชามคริสตัล 12 ใบ)
ผมแลกมาใบนึง ให้แมสเซนเจอร์ที่ออฟฟิศไปแลกให้ เพราะเพิ่งย้ายมาอยู่กทม ผมไปเดินซื้อของเข้าห้องที่คาร์ฟูร์หมดไปหลายพันเหมือนกัน ตั้งแต่กระป๋องน้ำ ไม้ถูพื้นยันชั้นวางของต่างๆ ผมก็เลยเก็บๆใบเสร็จไว้ไปแลก พอดีวันนั้น (ผมเดาว่าน่าจะวันศุกร์) ผมเลยเอาชามอันนั้นใส่เป้เอากลับไปด้วย
เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าใครจะโชคดีเหมือนผมทุกคนนะครับ ผมว่ามันอยู่ที่ "สติ" มากกว่า ทุกวันนี้คิดถึงก็ยังเสียวๆนะครับ แต่สะใจมากกว่า(เพราะมันรอดมาได้)
:47: ส่วนเบอร์โทรฉุกเฉินผมว่ากด 191 จะไวกว่ากดเบอร์ผม 10 หลักนะฮะ
เซฟเป็น speed dial ครับ :37:
คนไม่เคยดูอย่างตูนี่พอจะเก็ตไหมเนี่ย :07:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:29 น.
คนไม่เคยดูอย่างตูนี่พอจะเก็ตไหมเนี่ย :07:
หูย ซีรี่ส์ระดับประเทศ ไม่ดูนี่โคตรเชยเลย :37:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:28 น.
ถ้าเป็นต่อผมว่าโทรตามพี่ยม กี่อู๊ด แล้วก็ไอ้วอกก่อนครับ :37:
แล้วกี่อู๊ดถึงจะพอล่ะครับ
ชม.นี่พี่แหวง ตลกที่สุดแล้วล่ะค้าบ :30:
พี่แหวง :30b:
นึกถึงอู๊ดแล้วนึกถึงลุงอ๋าห์
อ้างคำพูดจาก: นัทจ๊ะ เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:31 น.
พี่แหวง :30b:
เห็นมั้ยๆ พี่แหวงหนาวนี้ไม่เหงาแล้ว :30:
:47: ยิ่งกว่าโดนจี้อีกนะนั่น
:07: อีนี่ ไม่ใช่เซ่
ขำเฉย ๆ เฟ้ย ไม่ได้หวังแก้หนาว :07:
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:33 น.
:47: ยิ่งกว่าโดนจี้อีกนะนั่น
:34:
จู๋นี้ฮอตมาก โดนตัดหน้าตลอดเลย :05:
ถ้างั้นต่อเอก เผื่อว่าจะทำทีสิสหาวิธีพกจานไมโครเวฟเพื่อปกป้องตัวเองจากอันตรายอย่างไรโดยที่ไม่หนัก แต่มีประสิทธิภาพ :37:
โดนตัดหน้าอีก 6 คน เลิกๆๆๆๆๆ
โอเค แหวงก็ได้ อู๊ดก็ดี
:30: ลุงอ๋าห์
:05: ลุงอ๋าห์ หนูฮาเฉยๆ นะคะ หนูมิบังอาจ
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 01:36 น.
งานเข้าแล้วครับ เจอเจ๊นัทฮาสองครั้งซ้อน
:30: :30: :30:
นี่ถ้าวันไหนตูบอกว่าตูมีแฟนแล้ว จะเป็นไงกันนะ :50:
คงจะไม่มียั้ง ปล่อยมุกกันปู้ดป้าด
ฮากันขี้แตกขี้แตน
ขอบคุณลุงอ๋าห์นะคะ ช่วยนัทได้เยอะเลยทีเดียวเชียวแหละ :07:
นั่นไม่ใช่ลุงอ๋าห์นะครับ นั่นลุงแหวงอู๊ดส์ ตัวละครใหม่ในเรื่องเป็นตูด
เป็นตูด คนที่โดนเพื่อนแอนที่เป็นหมอตอนหมูล้วงก้นน่ะ
:30:
:30: :30:
โอย ตาย
มีโดนจกตูดด้วย
น่าเกลียด :30:
ผมเคยโดนมากกว่าจี้อีกครับ
ผมโดนแหวนเพชร กับโดนสร้อยทอง แค่โดนนะไม่ได้ได้เป็นเจ้าของ TT
:30: :30: :30:
จักรี ถ้าตอนนี้ยังไม่มีแฟน รีบมีซะนะ
:39b:
ช่วยไปน่ารักไกลๆหน่อย :30:
เคยเจอกรณีคล้ายๆ กันนะ แต่ว่าเป็นกรณีการล้วงกระเป๋า
เห็นคนพยายามล้วงกระเป๋าคนที่เบียดเสียดจะขึ้นรถเมลื ผมอยู่บนรถเมล์
เห็นชัดเจนว่ามันเอาเสื้อตัวหนึ่งคล้องแขนไว้ใช้พรางตาคนอื่นไม่ให้เห็น
ตอนนั้นคิดในใจว่าจะเอายังไงดี จะตะโกนบอกหรือว่าจะทำไงดี
คนเยอะกลัวก็กลัว ไม่รู้มันทำงานเป็นทีมหรือมาคนเดียว
รถก็ติดด้วย
ระหว่างตัดสินใจ คนที่กำลังจะโดนล้วงก็รู้ตัวก่อน
เอากระเป๋ามากอดไว้ แล้วหันไปมองหน้าคนที่จะล้วง
แล้วไอ้มือล้วงมันก็เดินหนีไป :55:
ของส้มโดนกระชากกระเป๋า ใจกลางเมืองพัทยาเลย
โดยเด็กวัยรุ่นชายหญิง 2 คน คนนึงคนขับเป็นผู้ชาย
คนซ้อนเป็นผู้หญิงผมยาว โดยมอเตอร์ไซค์ ไม่มีเลขทะเบียน
บอกได้คำเดียว ใจร้ายมาก เท่าที่ดูด้านหลัง ก็ดูดีด้วย
ตูตะโกนเสียงแหบ แต่... เสียงตูก็โดนกลบไปด้วย เสียงกรี๊ดของสาวบาร์เรียกแขก
ส้ม : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ช่วยด้วย
สาวบาร์ : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฮัลโลวววว เวลคัมมมมมมม
:05:
ขอเจ๊ตลกร้ายอ่ะ :30:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม ♥ เมื่อ 23 พ.ย. 2008, 12:16 น.
ของส้มโดนกระชากกระเป๋า ใจกลางเมืองพัทยาเลย
โดยเด็กวัยรุ่นชายหญิง 2 คน คนนึงคนขับเป็นผู้ชาย
คนซ้อนเป็นผู้หญิงผมยาว โดยมอเตอร์ไซค์ ไม่มีเลขทะเบียน
บอกได้คำเดียว ใจร้ายมาก เท่าที่ดูด้านหลัง ก็ดูดีด้วย
ตูตะโกนเสียงแหบ แต่... เสียงตูก็โดนกลบไปด้วย เสียงกรี๊ดของสาวบาร์เรียกแขก
ส้ม : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ช่วยด้วย
สาวบาร์ : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฮัลโลวววว เวลคัมมมมมมม
:05:
:30: นึกภาพออกเลยพี่ส้ม
เวลาผมไปไหนมาไหน ผมมีกระเป๋าสะพายข้างอ่ะครับ ตอนคนเยอะๆ ผมก็ไม่ไขว้มันไปไว้ข้างลังนะ
กลัวโดนกรีดกระเป๋า ไม่งั้นก็ลืมปิดซิป
เลยไขว้ไว้ข้างหน้าตลอด :56:
:30: ตลกร้ายจริงๆ
แม่พี่ก็เคยโดนแบบส้มนี่เลย
แต่โชคดีไม่มีเงิน มีมือถือเครื่องเดียว
แต่แม่พี่เงียบล่ะ อึ้งๆ :08:
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ ขำว่ะส้ม :30:
ตรงสะพานเชื่อมระหว่างทางไป MRT ศาลาแดง กับ BTS สีลม นี่ก็โจรชุมเยอะนะครับ
เพื่อนเคยโดนฉกกระเป๋าวิ่งไปต่อหน้าต่อตาก็มี แบบเอามีดจี้ก็มี
พักหลัง ๆ รู้สึกว่าจะให้ยามมานั่งเฝ้าตรงกลางสะพานเลย
แต่ว่า ... ยามมานั่งหลับ และน้อยมากที่ยามจะนั่งอยู่(เหลือทิ้งไว้แต่เก้าอี้กับเสบียงนิดหน่อย)
เป็นไปได้อย่าเดินบริเวณนั้นคนเดียว หาคนที่ไปเส้นทางเดียวกันเดินไปด้วยน่าจะดี (แต่ต้องหาคนที่ไว้ใจได้นะ)
--------------------------------
แฟนเคยโดนโจรขี่รถจักรยานยนต์ฉกกระเป๋ากลางสยามเลย
ตอนนั้นบ่ายกว่า ๆ คนชุกชุมด้วย
แฟนเลิกเรียนกำลังเดินกลับกับเพื่อนอีก 2 คน
โจรมันขี่จักรยานยนต์มาโฉบกระเป๋าแฟน
แต่โจรมันดันพลาด ทรงตัวไม่อยู่ รถล้มตรงทางเลี้ยวพอดี
พอดีที่ว่ากลับจากเลิกเรียน นั่นคือกลับจากเลิกเรียนคาราเต้น่ะครับ :42:
ก็เลยโดน 3 สาวรุมยำเละเทะได้ซักพัก มีเพื่อนโจรมันวิ่งมาช่วยครับ (คงเป็นพวกดูต้นทางให้เพื่อนมัน ไอ้พวกนี้มันทำงานเป็นทีมน่ะ)
แต่เพื่อนมันก็ไม่รอด โดนยำเหมือนกัน (แถมหนักกว่าด้วย เพราะไม่มีหมวกกันน็อคกัน) :42:
คนที่เดินไปเดินมามุงดูซักพัก(โดยไม่ช่วยอะไรเลย) ก็เริ่มเข้ามาช่วย หามโจรในสภาพบอบช้ำไปส่งตำรวจ
แต่ไอ้พวกนี้เข้าคุกได้ไม่นาน ออกมามันก็ทำอีก ไม่หยุดไม่หย่อน เป็นวัฏจักรอย่างนี้เรื่อยไป
เรื่องจริงนี้อาจเป็นคุณ :55:
เจ้าทุกข์หนีตำรวจทันไหมครับ :55:
:55: สุดยอด 3 สาวคาราเต้
ยังไม่เคยโดนจี้ หรือเห็นเหตุการณ์แบบถลอกแฮะ
เคยแต่โดนขโมยรถที่บ้าน (เล่าไว้นานแล้ว)
จังหวะนั้น ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน แม่บอกว่าทำไมไม่ตะโกน หรือทำไรซักอย่าง
ตอนนั้นได้แต่อึ้ง ไป 10 วิได้มัง คือ ไม่แน่ใจกับภาพที่เห็นว่า
ไอ้รถที่ขับออกไปเนี่ย มันรถที่บ้านจริงมั้ย
ถ้าสติดีกว่านี้ ได้มีซิ่งรถตามกันมั่งล่ะ :42:
:30:
เคยโดนไป 140 บาทอ่ะครับ จะเข้าไปซื้อหนังสือแล้วคนเยอะมาก ถึงมากๆ มุดชุลมุนกันฉุดๆ
ผมก็กำเงินไว้ในมือในลักษณะแบงค์ไม่พับอ่ะครับ แล้วปลายมันจะยื่นออกมา
ปรากฎโดนดึงไปหายวับ หันไปก็เนียนกันทุกคนเลย :07:
แต่ 140 เอง ช่างมัน - -"
ไม่เกี่ยวกับโดนจี้ใช่มั๊ยเนี่ย :43:
:30: แฟนน็อตซึ สุดยอด :30: :30: :30b:
เคยโดนไถเงินแต่ไม่เคยโดนจี้เป็นกิจจะลักษณะ
ตอนช่วงมัธยมต้น โดนไอ้พวกเกเรในโรงเรียนเดียวกัน หรือไม่ก็เด็กช่างกลไถตังค์แถวป้ายรถเมล์ประจำ โดยมากโดนช่วงเลิกเรียน (สงสัยหน้าตาเราตอนนั้นมันน่าไถตังค์มั๊ง) เหลือตังค์แค่บาทสองบาทมันก็ยังเอา แต่โดยมากเหลือตังค์วันนึงไม่เกิน 5-10 บาทอยู่แล้ว ไม่กล้าสู้คนเท่าไหร่ กลัวตาย กลัวเจ็บ
พอมาเรียน ปวช. โดนบ้างบางครั้ง ถ้าไปไหนคนเดียว ผิดถิ่น แล้วเจอไอ้พวกเด็กช่างกลเลวๆ นอกจากมันจะไถตังค์ ปล้นจี้ของที่มีแล้ว มันกระทืบซ้ำอีกตังหาก ..ถ้าดูแล้วไอ้พวกนี้ไม่ได้พกปืน พกมีด พกของมาด้วย ก็จะสู้ เพราะไม่สู้ก็เจ็บตัวอยู่ดี เอาให้มันเจ็บตัวไปด้วยดีกว่า ....บางทีเจอไอ้พวกไม่น่าไว้ใจมันเดินเข้ามาแบบไม่หวังดี ไอ้เราชิงต่อยก่อน หรือหยิบอะไรใกล้ตัวเช่นหิน ไม้ ก่อนอิฐ ซัดมันสักที แล้วโกยสุดชีวิตก็เคย (ดูแล้วว่ามันไม่มีของมาแน่ๆ ไม่งั้นจะมาแบบกร่างสุดๆ) ....ไอ้การเจอเหตุการณ์พวกนี้บ่อยๆช่วง ปวช. ทำให้หายป๊อดขึ้นมาเยอะมาก จากเมื่อก่อนเป็นเด็กติ๋ม โดนแกล้งตลอด ....เดี๋ยวนี้ถ้าเจอจิ๊กโก๋ หรือวัยรุ่นห่ามๆ ไม่ค่อยจะกลัวมันสักเท่าไหร่ มาก็สู้แค่นั้นเอง (ถ้ามันไม่มีของนะ) ...แต่ที่จะกลัวนี่คือพวกโจรแท้ๆ โหดๆ มากกว่า พวกนี้นี่ถ้าไปหือ มันเอาถึงตาย
ไอ้พวกที่จะดักจี้ หรือไถเงินชาวบ้าน (โจรสมัครเล่น) มันมักเลือกเล่นงานเหยื่อที่อ่อนแอ สังเกตุว่าคนที่โดนโดยมากจะเป็น ผู้หญิง เด็ก คนแก่ หรือไม่ถ้าเป็นผู้ชายก็เป็นคนที่ดูเรียบร้อย และไม่สู้คน ....ส่วนใครที่หน้าเจนโลก ไอ้พวกนี้มันจะไม่ค่อยยุ่ง ....และถ้าเหยื่อคิดจะสู้แบบหมาจนตรอกขึ้นมา บางทีไอ้พวกนี้มันจะกึ่งสู้กึ่งหนีด้วยซ้ำไป
ล่าสุดที่ตัวเองโดนไถตังค์ รู้สึกจะเป็นสักปีก่อน ไปถ่ายรูปคนเดียวช่วงดึกๆ แถวๆวัดสุทัศน์ ตรงนั้นนี่จะเป็นมุมมืดๆ ....เป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ท่าทางเหมือนเมายา ....มันเดินมาทักแบบนักเลงๆ
ไอ้ขี้ยา: "พี่มีตังค์รึเปล่า สัก 100 นึง"
ผม: "อ่า ไม่มีครับ"
ไอ้ขี้ยา: "โอย ไม่เชื่อหรอกพี่ กล้องที่ถือดูออกจะแพง" (ดูไม่น่าจะปลอดภัยแล้ว)
ผม: "ไม่มีจริงๆครับ.."
(ระหว่างเจรจาดูเชิง พิจารณาดูแล้ว ไอ้นี่ไม่น่ามีของมา แถมถ้าต่อยกันเราสู้มันได้+อาวุธของเราคือขาตั้งกล้อง ...จัดแจงเตรียมตัวสะพายกล้องแบบไพล่ข้าง พร้อมซัดกับมัน)
ไอ้ขี้ยา: "แถวนี้มืดนะพี่" (แม่งข่มขู่อีก)
ผม: "...แล้วมึงจะเอาไง" พร้อมๆกับเอาขาตั้งกล้องทิ่มเข้าหน้ามันเต็มแรงแบบไม่ให้ตั้งตัว+เตะมันเต็มแรงที่ชายโครง 1 ผัวะ มันก็พยายามคว้าเสื้อ คว้ากระเป๋าเรา เลยเอาขาตั้งกล้องทิ่มกระแทกหน้ามันไปอีกที พอมันผงะ ไอ้เราก็วิ่งหนีไปทางศาลาว่าการ กทม. ที่มันสว่างๆหน่อย (รู้สึกจะหันไปด่ามันว่า "คว..." ทีนึงระหว่างวิ่งหนีด้วย เพราะได้ยินมันด่า "ไอ้สราด" "ไอ้เฮีย" ไล่หลังมาก่อน)
....ไม่รู้ว่ามันเจ็บ วิ่งไม่ทัน หรือไอ้เราวิ่งเร็วก็ไม่รู้ แต่หันไปไม่เห็นเงาไอ้ขี้ยานั่นแล้ว ...รีบโบกแท็กซี่กลับบ้านทันที (กลัวว่าเดี๋ยวไอ้ขี้ยานั่นมันจะไปเรียกพวกมา) :30:
เอามาเล่าทีหลังแบบนี้ฮานะคะ :30: :30: :30:
:30b: :30b:
สะใจ สะใจ ได้ใจมาก
เกศเคยแต่โดนกรีดกระเป๋าบนรถเมล์ (เบียดๆแน่นๆ) แถวๆประตูน้ำ
แต่รู้สึกว่าข้างในกระเป๋าคงรกมาก..เค้าเลยเอาอะไรไปไม่ได้ซักอย่าง :30:
ได้แต่ทิ้งรอยแผลกรีดยาวราวๆ 8 นิ้วไว้ให้บนกระเป๋าเป็นที่ระลึก :05:
เบอร์ที่ควรโทรนอกจากพี่ต่อ คงต้องมีเบอร์พี่ฉึ่งอีกคนแล้ว :47:
เรื่องพวกนี้พูดยากนิ .. เวลาเจอกับตัวมันตกใจค่ะ
ทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง ยิ่งอย่างแอ้เวลาตกใจแล้วจะเงียบนิ่งไปเลยเหมือนช็อค
ร้องว่า "ช่วยด้วย" สักคำยังไม่ร้องเลย :05:
ต่อกับพี่ฉิ่งเท่ห์มากๆ แล้วก็สามสาวคาราเต้ด้วยค่ะ
อยากมีสติได้อย่างนี้บ้างจัง..
:12:
ปล. งงกับมุกชามไมโครเวฟมาหลายจู๋ละ .. ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ
เฮียฉึ่ง :07: สุดยิด :12:
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 24 พ.ย. 2008, 20:13 น.
เฮียฉึ่ง :07: สุดยิด :12:
พี่ก็ไม่แพ้กันหรอก :07:
ของแอน ก็ นั่งรถเมย์ จำได้ วันนี้คุณแม่ ไม่ได้มารับ !
.
ขึ้นไปกับเพื่อนชื่อ กิ๊ก แล้วก็เพื่อนกระเทย ชื่อ มิน *
แล้วแอนก็ยืน เพราะที่นั่งเต็ม มี ผู้ชายคนนึง ใช่ชุดพนักงาน อ๊อฟฟิศด้วย
.
เดินมาใกล้ๆ แล้วผู้ชายคนนั้น ก็แบบ เบียดๆ เค้าก็จับ สะโพกแอน แล้วลงมาเรื่อยๆ
แอนก็เกรงๆ ,, แล้วกระซิบ กิ๊ก เพื่อนแอนว่า ' เห้ย ! เจอดีแล้วว่ะ ' กิ๊กมันก็มอง มันก็รู้ว่าเจออะไร
.
เพื่อนแอนที่เป็นกระเทยที่ชื่อ ' มิน ' มันเลย กระชากแอนไปยืนที่มัน * มันมายืนแทนที่แอน
แล้วมันก็พูดกับผู้ชายคนนั้นว่า '' ไม่จับหรอค่ะ ! อุตส่าห์ไห้จับแล้วน้ะ '' แล้วมันพูดดังมากเลย
.
คนในรถเลยมองกันเต็ม ! มันก็รีบกด ออด ลงไปป้ายหน้าเลย . แถว กระเป๋ามันอ่ะ
ไม่รู้ว่า ไปจก ! ชุดชั้นใน ใครมารึเปล่า ? เพราะมัน ตุง มากกก !
.
ก็อยากให้ระวังกันนะค่ะ . แอนก็ยังกลัว ทุกวันนี้ ต้องให้แม่มารับทุกวันเลยค่ะ
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,6191.0.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,6191.0.html) :56:
:14: โหยยยย เมืองหลวง ทำไมมันน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆเนี่ย
พวกกระเป๋าสะพายข้างนี่ ชักไม่กล้าจะหิ้วแล้ว ถึงมันจะสวยและไม่ค่อยปวดไหล่ก็เถอะ
สงสัยต้องเปลี่ยนกระเป๋าแบบไว้แล้วล่ะ แล้วก็ไม่เดินคนเดียวเปลี่ยวๆอ่ะ :05:
กระชากกระเป๋านี่โดนกันบ่อยนะ เอาแค่คนรู้จัก ในรอบปีนี้ก็โดนกันไป 2 ราย
คนแรกนี่เป็นเพื่อน โดนกระชากกระเป๋าถือแถวๆหน้าเอ็มโพเรียม ยืนรอรถแท็กซี่กับแฟนอยู่ดีๆ มีมอไซค์ลึกลับวิ่งมาปาดแล้วกระชากไป ...แต่เป็นเรื่องที่จะเรียกว่าฮารึเปล่าไม่รู้ เพื่อนผมดันไม่ยอมปล่อยมือจากกระเป๋า เลยโดนมอไซค์ลากไปสักประมาณ 4-5 เมตร ถูลู่ถูกังอยู่ตรงฟุตบาท โจรมันเห็นว่าอีนี่ไม่ยอมปล่อยมือ เลยปล่อยกระเป๋าถือคืน แล้วบึ่งมอไซค์หนีไป ....สรุปคือได้ของคืนแต่เหวอะหวะทั้งตัว :01: (คุ้มรึเปล่าไม่รู้ ของในนั้นมีตังค์ไม่ถึงพันบาท มือถือ กับ เครื่องสำอางค์สุดรักของมัน)
คนที่สองนี่เป็นรุ่นน้อง โดนกระชากกระเป๋าในซอยมืดๆ บริเวณแถวบ้านเรานี่เองป้าแป้ง ....ไอ้ซอยหลังฟอร์จูนที่มืดๆนั่นแหล่ะ (ซอยอยู่เจริญ2 ที่ตัดระหว่างห้างโลตัส ฟอร์จูน กับ รัชดาซอย 3) ซอยนี้ไม่มีไฟส่วาง แต่เป็นทางเดินผ่านของคนทำงานออฟฟิศทั่วไป ผู้หญิงโดนกระชากกระเป๋าในซอยนี้บ่อยมาก โดยมากมามุกใกล้เคียงกัน คือ โจรมันจะขี่มอไซค์วิ่งมาทางด้านหลังของเหยื่อ แล้วกระชากบึ่งมอไซค์หายวับไปในชั่วพริบตา .....รุ่นน้องพึ่งจะโดนอีกคนเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี่เอง ....ซอยนี้คนรู้จักเคยโดนกระชากกระเป๋าในลักษณะนี้มา 3 คนแล้ว (น้องสาวตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) ดีที่ซอยมันไม่เปลี่ยว ไม่งั้นน่าจะมีข่าวข่มขืนกระทำชำเราด้วยแน่ๆ
ส่วนของน้องแอน ..... เจอพวกโรคจิตขนาดนั้นกับตัวเลยเหรอ ท่าทางไอ้พวกนี้มันจะเก็บกดหนัก
.....โดยมากผู้ชายเห็นผู้หญิงแล้วมักจะแค่จินตนาการไปเรื่อยเปื่อย แต่ลงมือทำแบบที่คิดนี่คงจะไม่กล้าทำกัน
แต่ไอ้พวกลงมือกระทำการโรคจิตในรถเมล์หรือที่สาธารณะถือว่าไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่
ถ้ากล้าประจานหรือตอบโต้มันตรงนั้นทันที ไอ้พวกนี้มันโกยแน่บอย่างที่รู้ๆกันนั่นแหล่ะ
:14: ซอยนี้แหละค่ะ ที่ป้าเพิ่งโดนกระจากกระเป๋าไปแบบ งง งง เมื่อวันที่ 13 ที่ผ่านนี่เอง :07: มันเลวมาก
ที่สำคัญ โดนตอนเที่ยง 45 คือจะบ่ายโมงอ่ะค่ะ ตอนนั้นอยากมีพลังแบบซูเปอร์ฮีโร่มากๆ จะกระโดดถีบให้มอไซด์คว่ำเลย :07: แล้วแบบเหยียบซ้ำๆๆๆๆๆๆ ให้มือขาพิการไปเลยอ่ะ หากินบนความทุกข์ของคนอื่นนักใช่มั้ย งั้นอย่าทำมาหาแด๊กอีกต่อไปเลยมึ๊งงงงงง :07:
ปล. ที่โดนเนี่ย ไม่ได้มาจากด้านหลังนะคะ คือมันขี่สวนมา แล้วดึงไปง่ายๆเลย ตอนแรกนึกว่าโดนมอไซด์เฉี่ยวซะอีกอ่ะค่ะ
ที่ไหนได้ อ้าวกระเป๋าหายนี่หว่า (มันเป็นถุงผ้าใบเล็กๆแบบมีหูเป็นเชือกสีขาวรูดๆอ่ะค่ะ)
ตอนนี้ทำบัตร ATM ใหม่แล้ว แต่ก็กังวลว่ามันจะฉลาดพอเอาอะไรไปทำหลักฐานเท็จเบิกเงินหรือว่าทำรายการกู้ยืมอะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ
เพราะว่าในถุงนั้นมี บัตรทุกอย่างตั้งแต่บัตรประชาชน เอทีเอ็ม เครดิท ประกันสังคม ประกันสุขภาพ บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร :05:
แถมมีสลิปบัตรเอทีเอ็มด้วย เต็มไปหมดเลย
....โดนแบบที่รุ่นน้องกับน้องสาวโดนเปี๊ยบ ผิดกันก็แต่ว่ากรณีป้าแป้งโดนกลางวันแสกๆ
ไอ้ซอยนี้เนี่ยโดนกันแบบว่าบ่อยมาก ตอนช่วงที่น้องสาวโดนกระชากกระเป๋านี่
โทรไปทั้งที่ว่าการเขต, กับทาง กทม. เลยนะว่า ทำไมไม่มาติดไฟข้างทางบริเวณนี้ ก็เล่าเรื่องคนโดนกระชากกระเป๋าที่เกิดขึ้นบ่อยๆนี่แหล่ะ
เห็นทางเขตบอกว่ามันเป็นพื้นที่ของเอกชนไม่ใช่ของรัฐ เลยเข้าไปติดไฟไม่ได้ (แต่ปัญหามันเกิดบ่อยขนาดนี้ ประสานงานกันไม่ได้เหรอ)
โหย ร้องทุกข์ไป ก็ไม่มีใครดำเนินการ
ไม่ไหวเลย :07:
ถามจริงๆ ครับ ไม่ได้กวนตีน ใครตอบได้บ้างว่า
ถ้ากทม. เอาไฟแสงสว่างไปติดในที่เอกชน เพื่อปชช. เนี่ย..
เจ้าของที่เคยมีใครฟ้องร้องแบบ บุกรุก หรืออะไรเงี้ยมั้ยครับ :08:
น้องพี่ฉึ่งโดนตอนกี่โมงคะ ปกติ (2ปีที่ผ่านมา) เลิกงานดึกๆ ก็เดินกลับแบบไม่คิดอะไร เอาแค่ไม่ให้เกินเที่ยงคืนเป็นพอ เพราะว่าถ้าเลยเที่ยงคืนประตูรั้วตรงโลตัสมันจะปิด ที่เดินๆอยู่ก็กลัวๆแต่ไม่มาก ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดอะไร ไม่คิดว่ามันจะไม่ปลอดภัย
แต่หลังจากที่โดนกระชากกระเป๋าไป ถึงเหตุการณ์มันจะเป็นตอนเที่ยง แต่ตั้งแต่นั้นมาเวลาเดินกลับ ถึงแม้จะแค่ 2-3ทุ่มกว่าๆก็รู้สึกว่ามืดมากแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็เดินมองๆและรู้สึกเหมือนกันว่า เออ ซอยนี้มืดเว้ย ต่อไปนี้จะพยายามกลับห้องโดยเส้นทางนี้ไม้ให้เกิน ทุ่มแล้วค่ะ ภัยใกล้ตัวมากๆ
แต่ถ้าเกินทุ่มนึง จะยอมนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้าง 15บาท (มาแค่7-11อันแรกเองนะ ทำไมแพงจัง :07: )
แต่พอคิดว่า 15 บาท แลกกับอาการขวัญหนีเพราะโดนกระชากทรัพย์นี่มันเป็น 15 บาท ที่อยากจ่ายมากๆเลย
กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย :55:
ที่บวบถาม อันนี้ไม่รู้แฮะ
แต่ว่าที่บ้านยะลา เมื่อก่อน (10กว่าปีมาแล้ว) ถนนหน้าบ้านมันมืดมาก พ่อเลยแจ้งให้เค้ามาติดไฟถนนให้ เค้าก็มาติดให้เลยนะ อย่างรวดเร็ว เป็นไปได้ว่าตอนนั้นพ่อยังอยู่ในตำแหน่งข้าราชการ อะไรอะไรมันเลยสะดวกง่ายดายไปหมด :08: ประเทศไทย ไชโย
ที่หมู่บ้านดา ตอนแรกถนนเป็นของหมู่บ้าน เพราะงั้น ทางการเลยมาทำอะไรไม่ได้อ่ะค่ะ
ไฟถนนในหมู่บ้านก็คือให้แต่ละบ้าน ติดไฟไว้ที่เสาไฟฟ้าหน้าบ้านตัวเอง รับผิดชอบปิดเปิดกันเอง
วันไหนไปเที่ยวต่างจังหวัด คนอื่นก็อยู่กันไปแบบมืดๆ
พอยกถนนให้(ให้ใครหว่า) เค้าก็มาติดไฟถนนให้เลยนะคะ ลูกบ้านไม่ต้องเปลืองไฟกันอีกต่อไป
แถมมาต่อท่อระบายน้ำให้ด้วย
หมู่บ้านตู ก็จัดตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านกันเองนะ
แล้วลงขันซื้อไฟ
ให้ค่าช่างไฟซึ่งเป็นช่างทหารที่รู้จักกัน ก็เลยไม่เท่าไหร่ :37:
แล้วค่าไฟใครจ่ายอ้ะ
หู้ย พี่ฉึ่งสุดยอดครับ
คราวหน้าจะพกขาตั้งกล้องอันควายๆ ไว้เป็นอาวุธแบบนี้มั่ง
:21: ไม่กลัวเมียว่าเหรอ
แมคมีเรื่องของ พี่สาวของแมค ครับ (ไม่รู้เคยเล่าหรือยัง)
เป็นเรื่องเกิดเมื่อหลายๆปีก่อนล่ะ
ตอนนั้นมือถือแพงมากๆ แค่โทรศัพท์ที่มีกล้องมัวๆ อันใหญ่ควายๆ ราคาก็ถึงกับ หมื่นสองหมื่น
ตอนนั้นพี่เรียนอยู่มหาลัยปกติ
แล้วมีอยู่วันนึงพี่ก็ไปเดินซื้อรองเท้า กับเพื่อนคนนึงที่เป็นเกย์
ก็มีเดินเบียดเสียดกันบ้าง พอเข้าร้านรองเท้า
พี่ก็จะลองใส่ โดยที่ฝากกระเป๋าไว้กับเพื่อนคนนี้
เดินๆลองๆไปมาแหละครับ พอกลับมาบ้านปรากฏว่า กระเป๋าถูกกรีด !
ทุกอย่างอยู่ปกติสุขดี มือถือหายแค่อย่างเดียว
ตอนแรกพี่ก็กลับมาร้องไห้ แล้วก็อาลัยให้แก่มือถือ
พอเกือบสัปดาห์ต่อมา เพื่อนของพี่คนเดิมนี่แหละ ซื้อมือถือใหม่มา จากมาบุญครอง
เป็นรุ่นเดียวกันกับของพี่ เพราะเพื่อนเห็นว่ารุ่นนี้มันสวยดี
พี่ก็เลยกลับมาบอกพ่อแม่ พ่อแม่ก็เริ่มเอะใจนิดนึง
และพอมาดูกระเป๋าที่ถูกกรีด ก็เห็นว่ารอยกรีดมันเล็กมาก เล็กจนแมคยังยัดมือเข้าไปไม่ได้เลย
คราวนี้พ่อแม่เริ่มเอะใจมากขึ้นแล้ว
แต่พี่ก็บอกว่าเพื่อนคนนี้ดีมาก ไม่มีทางจะขโมยมือถือไปได้หรอก
พอเวลาผ่านๆไป หลังจากลองถามญาติพี่น้อง เกี่ยวกับมือถือ ให้ช่วยบอกวิธีพิสูจน์ว่าเพื่อนคนนี้เค้าขโมยไปหรือเปล่า
ญาติก็บอกให้ลองเช็คเลข อีมี่ โดยที่ดูเลขจากบนกล่อง แล้วเทียบกันกับตรงส่วนแถวๆใต้แบตในมือถือ
แถมเค้าบอกถ้าจะดู อีมี่ แบบไม่ต้องแงะแบตมาดู ให้กด *#06# ในมือถือก็เช็คได้เลย (ลองดูได้นะครับ)
วันต่อมา พี่ก็เลยลองไปเนียนๆขอดูมือถือของเพื่อนดู แล้วกดตามที่ญาติเค้าบอก
พบว่าเลขอีมี่ตรงกันเป๊ะ คราวนี้แน่ใจแล้วแหละว่า ไอ้นี่ขโมยไปแน่ๆ
พอแน่ใจแล้ว สุดท้ายก็เอามือถือคืน
โดยพ่อกับตำรวจที่ถูกจ้าง 2-3 คน เข้าไปถามเพื่อนคนนี้ที่กำลังจะกลับบ้านเลยว่า มือถือซื้อมาจากไหน
เค้าก็ยอมรับว่าขโมยมาจริง แล้วก็คืน พ่อก็ไม่เอาเรื่อง หมดกรรมหมดเวรกันไป
:25: โอ้ว
ออกแนวเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนะเนี่ย :08a:
ความไว้ใจนี่น่ากลัวจริง ๆ :08:
เพื่อนเลว