อันนี้จำมาจาก matrix ตอนนีโอจะเลือกว่าจะทำตามระบบหรือทำด้วยตัวเอง
ผลสุดท้ายก็คือ happy ending (ถึงจะตายตอนจบก็เถอะ)
แต่ชีวิตจริงก็ไม่ใช่หนัง
สมมุติว่า
ตอนนี้ต้องเลือกเส้นทางของชีวิตที่มันสำคัญมากๆ ตัดสินใจได้ครั้งเดียวและไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้
1. ทำตามผู้ใหญ่
เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดแทนให้ ทุกอย่างถูกต้องดีงาม ถ้าสามารถทำตามที่เค้าคิดให้ ก็จะมีอนาคตที่ราบรื่น สดใส เป็นที่ยอมรับ
แต่
เป็นสิ่งที่ทำด้วยแล้วไม่มีความสุข ไม่ชอบ ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการ รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางที่จะเอาดีกับมันได้
2.ทำตามใจเรา
เป็นที่สิ่งที่เรา happy ถูกศีลธรรม เราจะโดดเด่นที่สุดเมื่ออยู่กับสิ่งนี้ และสามารถทำได้ดีที่สุดในชีวิต ที่สามารถทำได้
แต่
ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการและสนับสนุน ทุกอย่างต้องด้นรื้อด้วยตัวเอง อนาคตไม่แน่นอน
เพื่อนๆจะเลือกอย่างไหนครับ ?
////
มันเป็นปัญหาของผมเองนั้นแหละ เครียดมากๆ คิดไม่ออก
เป็นผม ผมเลือกตามใจเรานะ
อย่างน้อย ถ้าเกิดว่าผิด หรือคิดว่าไม่ใช่ ก็จะได้ไม่ต้องโทษใคร
ไม่ต้องโทษว่า เห้ย เพราะแกชักนำ เพราะนู่นนี่
แต่ผิดเพราะ เราได้เลือกเอง
แต่ถ้าถูก ก็สบายใจเรา
ได้ทำที่ชอบ ที่ใช่ และเข้ากับเรา :40:
ไม่ต้องย้อนกลับมาแก้ไข
เดินตามทางที่ผุ้ใหญ่เลือกให้ ด้วยวิธีการเดินแบบของเรา
เพราะทางที่เราเลือกที่จะเดินจะเดินตอนไหนทางมันก็มีมาเองแหละ ต่อให้ต้องข้ามเขาก็เถอะ
ง่ายจะตาย
ลองทำอะไรที่มันฝืนๆ ยากๆ ดู
จะได้รู้รสชาติของชีวิตจริงๆ
โตไปยังมีอะไรที่ต้องฝืนอีกเยอะ
ตัดสินใจลำบากนะ
ทำตามที่เราเลือก เอาจริงๆเข้าแล้วผู้ใหญ่น่าจะเข้าใจเองแหละ เค้าก็เคยเด็ก
ถ้าทำตามใจเรามันก็ดีที่มีความสุข เราเลือกเอง พิสูจน์ให้เค้าได้เห็นสิ่งที่เราเลือกทำ
แต่วันนึงเราโตเป็นผู้ใหญ่เกิดอยากจะแนะนำชี้แนะเด็กๆบ้าง... ก็ลองคิดถึงจุดนั้นดู
:45:
ส่วนตัวนะ
ตูเคยผ่านการเลือกโดยผู้ใหญ่มาแล้่ว
ก่อนที่ผู้ใหญ่จะไว้ใจจนให้เราเลือกด้วยตัวเอง
ตอนนั้นคือเมื่อท่านเห็นว่าเราพร้อมจะเลือกเองแล้ว
ดังนั้นกระบวนการมากมายจึงเกิดขึ้นหลังกินยาเม็ดแรก
เพื่อให้ได้กินอีกเม็ดที่ตามใจเรา
บางทีมันต้องเลือกกินยาทั้งสองเม็ดเลยนะ
แต่เม็ดนึงก่อนอาหาร อีกเม็ดหลังอาหาร แล้วนอน
ตอนนี้เลือกทำตามใจอยู่
โดยรายงานให้ผู้ใหญ่รับรู้ถึงใจของเราเป็นระยะๆ
แม้ว่าเขาจะไม่ happy ไปกับเราด้วยสักเท่าไหร่
แต่ก็ปล่อยเรา และเฝ้าดูเราอยู่ห่างๆ
แม่เป็นจำพวกตามใจทุกอย่าง
พ่อนิสัยเหมือนเรา เมื่อก่อนพ่อก็เลือกทำตามใจ
ถ้าไม่ได้มีฝันที่แน่วแน่ ก็ทำตามผู้ใหญ่ไปเถอะครับ
ต้นทุนมีอยู่แล้ว ง่ายกว่าเยอะ
แต่ถ้าเชื่อมั่นในฝัน ก็ทำตามใจไปเลยครับ
สุดท้ายไม่ว่ายังไง มีแค่เราเองเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของชีวิต และวิญญาณ
ผมไม่เคยผ่านการเลือกโดยผู้ใหญ่ มาเลย
และผมเลือกแบบนี้
2.ทำตามใจเรา
เป็นที่สิ่งที่เรา happy ถูกศีลธรรม เราจะโดดเด่นที่สุดเมื่ออยู่กับสิ่งนี้
และสามารถทำได้ดีที่สุดในชีวิต ที่สามารถทำได้
แต่
ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการและสนับสนุน ทุกอย่างต้องด้นรื้อด้วยตัวเอง อนาคตไม่แน่นอน
เลือกแล้ว ก็ต้องยืนหยัดด้วยนะครับ
และ อย่าร้องขอ เมื่อพ่ายแพ้ต่อสิ่งที่ตัวเองเลือก
สู้ต่อ
ผมคิดเท่านี้
และกระทำด้วยนะครับ
ไม่ใช่ผมจะมาพิมพ์เอาเท่ เอาโก้
ทางนี้เจ็บปวด แต่เราเลือกเอง
พลาดไปจะได้ไม่โทษ พ่อ แม่ ผู้ใหญ่
:37:/ เห็นควรด้วยพี่โอ๋ครับ
+ ทุกท่านครับ
เห็นควรพี่โอ๋ด้วยครับ
เหมือนละครเวทีที่ไปดูมาเมื่อวาน :53:
เป็นผม ผมอยากให้ทั้งสองเส้นทางที่เราต้องเลือก
เป็นเส้นทางเดียวกัน
จะได้ทำให้ทั้งเราและก็คนอื่นสบายใจได้ด้วย :52:
บังเอิญที่บ้่านไม่เคยบอกให้เลือกอะไรครับ
บอกแค่ว่า ให้รับผิดชอบที่ตัวเองเลือกด้วย :30:
ปัญหา จริงๆ ต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์
บุคลิกตัวตนของตัวเองด้วยมั้งครับ
ว่า เรา (คนเลือก) จะยืนหยัดทัดทาน
ได้แค่ไหน ในกรณีเลือกข้อ 2
เพราะ ข้อนี้เหมือนนั่ง เรือไปหักร้างถางพงในป่าดง
ที่มีแต่ไข้มาลาเรียเลยนะ
โอกาสตาย 65 โอกาสรอ 35
ถ้าข้อแรก
โอกาสตายอาจจะเหลือสัก 15
โอกาสรอดเยอะและโอกาสสำเร็จก็เยอะอีก
แต่สำหรับบางคน
มันอาจจะไม่ภาคภูมิใจเต็มเม็ด เต็มหน่วย
ต้องชั่งใจ
ปัจจัยแวดล้อมในโลกแห่งความจริง
มันไม่ได้เหมือนในห้องทดลองอยางที่ชอาร์ปตั้งกระจู๋นี้ขึ้นมานะครับ
ลองดูอะไรหลายๆ อย่างประกอบด้วย แล้วจะรู้ว่าเหตุผลของยาแต่ละเม็ดคืออะไร
เออใช่ ที่แอนว่าก็ถูกเลย
เพราะ ชีวิตคนมันไม่มีสองข้อ นะ
เหมือนผม มีลูก
คิดเผื่อเขาตอนโตเหมือนกันว่า
ผมจะพยายามสร้าง ทำ โรงเรียนศิลปะ( อาจจะอย่างอื่นด้วย)
ไว้รองรับโอกาสของเขาในชีวิต
แต่ถ้าเขาไม่เลือกไม่เอา
จะไปเป็นนักโบราณคดี
ก็ไ่ม่เป็นไร
แต่มันก็ยังเป็นทางที่คล้ายๆกันอยู่นะครับ
อาจจะมีประโยชน์ในอนาคตก็ได้
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 14:19 น.
เออใช่ ที่แอนว่าก็ถูกเลย
เพราะ ชีวิตคนมันไม่มีสองข้อ นะ
เหมือนผม มีลูก
คิดเผื่อเขาตอนโตเหมือนกันว่า
ผมจะพยายามสร้าง ทำ โรงเรียนศิลปะ( อาจจะอย่างอื่นด้วย)
ไว้รองรับโอกาสของเขาในชีวิต
แต่ถ้าเขาไม่เลือกไม่เอา
จะไปเป็นนักโบราณคดี
ก็ไ่ม่เป็นไร
ป้าหน่อยจบโบราณคดี ยังไปทำงานไอทีเลยนะครับ :30:
ทำตามใจตัวเองดีกว่าอ่ะค่ะ
อย่างน้อยตัวเราก็มีความสุขที่ได้ตัดสินใจ ไม่ได้ทำเพราะถูกบังคับ
แต่ถ้าเกิดทุกข์ขึ้นมา อย่าเสียใจกับสิ่งนั้นเพราะนั่นเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจเอง คิดจะทำมันเอง
ให้สู้ ๆ เข้มแข็งและฝ่าฟันมาให้ได้
ทำให้คนอื่นยอมรับเรื่องที่เราตัดสินใจได้ และทำให้ตลอดรอดฝั่ง ให้สำเร็จลุล่วง
นั่นแหละสุดยอด!! :12:
ส่วนตัวรู้สึกอิจฉาคนอื่นที่ได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ในชีวิต
เช่น การเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ
เพราะกวางก็เพิ่งมาตัดสินใจเองเมื่อช่วงที่จะเลือกเรียนมหาวิทยาลัยเอง
ที่ผ่านมาพ่อแม่เป็นคนขีดเส้นให้ตลอด
และก็พบว่าการเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากเรียน
มันเป็นความทุกข์ และความเครียดก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งของนักเรียนเลยแหละ
ส่วนเรื่องที่ตอนนี้ประสบพบเจออยู่คือ เรื่องงานค่ะ
ตอนนี้อย่างที่รู้ ๆ กันว่ากวางทำงานบริษัทเอกชนอยู่ที่หนึ่ง
ที่บ้านก็บ่นร่ำ ๆ ว่าให้ไปทำงานราชการ "เช้าชามเย็นชาม"
(เกลียดคำนี้จัง รู้สึกมันแสดงถึงความไม่อยากพัฒนาต่อ คนไทยเป็นแบบนี้หรอ? คงไม่ใช่เรานะ)
คือกวางไม่ได้ว่าราชการไม่ดีนะ
แต่กวางคิดว่าถ้าจะเข้าราชการด้วยเหตุผลที่ว่า
"จะได้ทำงานสบาย ๆ เช้าชามเย็นชาม"
กวางอยากได้เหตุผลอื่นที่ดูดีกว่านี้อ่ะ..
แบบนี้มันเกินไปหน่อย เหมือนมานั่งเอาภาษีประชาชนมากินเล่น
แต่เราไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้มันดีขึ้นมาเลย
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 14:30 น.
ป้าหน่อยจบโบราณคดี ยังไปทำงานไอทีเลยนะครับ :30:
แล้วไงต่อ บวบ :09:
อ๋อ บวบเล่ยมุก
เป็นคนตลก นี่เอง :54:
:30: :30:
ก่อนจะเลือกอะไร ขอให้รู้จักตัวเองก่อนละกัน
ของผมโดนให้ตัดสินใจตอนเรียน
เคยคิดว่า ทำไปตามทางผู้ใหญ่เค้าบอก แล้วเอาสิ่งที่เราชอบไปเป็นงานอดิเรกเอา
เพราะถ้าชอบยังไงก็เรียนรู้เองได้
แต่มันก็ใช้ไม่ได้กับทุกรณี
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 14:31 น.
แล้วไงต่อ บวบ :09:
อ๋อ บวบเล่ยมุก
เป็นคนตลก นี่เอง :54:
ผมเอาเรื่องจริงมาพูด ไม่ใช่คนตลกแต่อย่างใด
(นี่.. โพสต์ไม่มีอีโมด้วย จะได้ดูจริงจัง)
ใจเย็นๆครับ :56:
กลับมาประเด็นหลักกันเถอะ
คงเหมือนกินข้าวมั้งครับ
มีคนชี้ให้กินสเต๊ก ร้านที่อร่อยที่สุดในโลก (ทั้งๆที่เราจะอ้วก)
กับเราเลือกกินผัดกระเพราป้าต๋อยปากซอย (เพราะเราชอบ ถึงแม้บางวันอาจจะอ้วกก็ตาม)
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 14:36 น.
ใจเย็นๆครับ :56:
กลับมาประเด็นหลักกันเถอะ
ผมว่ายังไม่มีใครไป เบี่ยงนะครับ
มันก็อยู่ที่ทางเลือกอยู่นะครับ
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 14:32 น.
ก่อนจะเลือกอะไร ขอให้รู้จักตัวเองก่อนละกัน
นี่ละครับสำคัญ
ของผมตอนนี้เส้นตายอยู่ที่ หลังเมษายน
ไม่แน่
จะลองเลือกทาง 1 ก่อนแล้วดูก่อนก็เป็นข้อ 2
จริงๆกะฟอนต์คุยเรื่องเต็มๆเลยก็ได้เนอะ
- ผมไม่ได้เรียนมหาลัย จบม.6 แล้วมาช่วยงาน อาสาสมัครที่วัด // จริงๆที่วัดจะอนุญาตเฉพาะคนจบ ป.ตรี
- กะว่ามาช่วยสักพักแล้วออกไปเรียนต่อ
- ผมเป็นคนบุกเบิกทำ animation flash ในวัด แล้วงานก็ hot มากๆ จนได้รับอนุญาตให้อยู่ได้เป็นกรณีพิเศษ
- หัวหน้าคนที่ช่วยเรื่องให้ผมอยู่ได้ติดภารกิจพิเศษ ไปอยู่ที่อื่น
- หัวหน้าคนใหม่ ไม่ชอบขี้หน้าผม เอาเปรียบในการทำงาน
- โดนหัวหน้าฟ้องกับต้นสังกัดใหญ่เอาเรื่องผม
- บัดซบ เลยโดดงานไปทำงานกับที่อื่น
- ย้ายหน่วยงาน รอพิจารณาว่าจะเอายังไงดี
- ทางผู้ใหญ่ในวัด+ที่บ้าน ให้บวช+เรียนสายพุทธศาสตรบัณฑิต
- ไม่ได้ซีเรียสเรื่องบวช แต่เซ้งเรื่องเรียน เพราะผมมันสาย เด็กนิเทศ ทำงานด้านนี้มาตลอด จะให้ไปเรียนสายพุทธศาสตร์ -..-
- จริงๆมีสาย พุทธศาสตร์การเผยแผ่ ก็คือ พุทธศาสตร์+นิเทศ แต่ผมมองว่าถ้าอยากให้เรียนจริงๆไปเรียนข้างนอกก่อนแล้วมาบวชดีกว่า
- เล็งไว้ ม.กรุงเทพ หรือ ม.อะไรก็ได้ที่มันมีเกี่ยวกับถ่ายรูป
- กะจะทำงานกับที่วัดไปด้วย+เรียนไปด้วย // ตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่วัดอยู่แล้ว
- อยากถ่ายรูป + ช่วยงานวัดไปด้วย ไม่ได้บวชไม่เป็นไร
- ถ้าไม่ได้เรียน ก็จะทำงานด้านถ่ายรูป+ช่วยงานวัดอยู่ดี
- ถ้าเรียนจบป.ตรี ก็จะมาบวชช่วยงานอยู่ดี แต่ที่บ้านดันงี่เง่า ไม่เข้าใจ
- เป็นอาสาสมัครอยู่ที่วัด ที่บ้านปลื้มมาก เพราะไม่ต้องเปลืองเงินเลี้ยงดู // ผมเกลียดพ่อ+แม่(เลี้ยง)มากไม่ติดว่าบาป ก็ด่าไปแล้ว
- ไม่มีเงิน ไม่มีกล้อง
- อยากถ่ายรูปจริงๆ แต่กังวลเรื่องฝีมือ และอุปกรณ์ เพราะฝีมือก็งูๆปลาๆ+ทุนไม่มี
ประมาณนี้มั่งครับ
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 15 คนแน่ะ
โอ้วววว :07:
ผมเป็นคนยอมคนนะ โดยเฉพาะถ้ายอมให้คนที่ผมเคารพนับถือ ญาติผู้ใหญ่ หรือแม้แต่คนที่ผมรัก
ถ้าสิ่งที่เค้าเลือกให้ มันทำให้เค้ามีความสุข เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย หรือแม้แต่ว่า จะทำให้เค้าสบายขึ้น
ผมเลือก ข้อ 1 ครับ ผมยังสามารถมีชีวิตของผมเองต่อได้ หลังจากที่เค้าจากไปแล้ว
ผมมอบชีวิตผมส่วนแรกให้เค้าครับ (แต่ทางเลือกนี้ ผมอาจจะแฮปปี้ในตอนหลังก็ได้นะ ไม่มีใครรู้อนาคตจริงๆ)
แต่ถ้าเค้าอยากเลือก ตัดสินใจให้ เพื่อชีวิตผม เพราะห่วงผม หรืออยากให้ผมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อตัวผมเอง
ผมเลือก ข้อ 2 ครับ ผมเลือกเส้นทางผมเองได้ ถึงจะอดมื้อกินมื้อ หรือไม่มีเงินก็ตาม
ผมจะไม่ปริปากบ่นหรือขอความช่วยเหลือสักคำ
แต่ผมว่า จะัยังไงก็เถอะครับ ความสุขคนเราอยุ๋ที่ใจจริงๆนะ ถึงเส้นทางมันจะย่ำแย่ เฮงซวย หรือคิดว่าจะไม่ีมความสุขก็ตาม
แต่ถ้าเราทำอะไรก็ได้ให้เรามีความสุขกับชีวิต ตรงนั้น มันก็ไม่มีอะไรมากไป ทนไม่ได้ หรือไม่มีความสุขหรอกครับ
อดีตผมเป็นคนหัวชนฝากับคำว่า "งานประจำหรือมนุษย์เงินเดือน" มากๆ
เคยทำตอนฝึกงาน แล้วรู็สึกว่า มันเป็นสิ่งที่ ฆ่าผมทั้งเป็น
ผมจะไม่มีวันทำงานแบบนี้เด็ดขาด และไม่เคยสมัครงานในบริษัทไหนเลยสักครั้งเดียว
แต่ปัจจุบันผมเป็นมนุษย์เงินเดือนจะเข้าปีที่สามแล้ว ผมว่าโลกมันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ผมวาดไว้ตอนแรก
ผมมีความสุขในทางลุ่มๆดอนๆอันนี้เองได้ โดยไม่ต้องให้ใครมาช่วยบิวท์
เป้าหมายไกลๆต่างหากที่สำคัญกว่า ขึ้นอยู่กับว่า เราจะมองอะไรอยู่ ในเสน้ทางนั้นน่ะครับ
เอาใจช่วยในการตัดสินใจนะ ชีวิตเราเอง กำไว้เองนะ..
อ่านแล้วเครียดเหมือนกันนะเนี่ย
บางครั้งการเลือกข้อ 2 มันอาจจะฟังดู Ideal มากๆ
คือได้ทำสิ่งที่รัก แต่ไม่รู้อนาคต แค่ได้ทำสิ่งที่รักก็พอแล้ว ( แปลตามที่ผมเข้าใจน่าจะเป็นแบบนี้ )
แต่บางทีการเลือกข้อ 1 ถ้ามันจะเป็นหลักประกันให้เราในอนาคตได้
เมื่อถึงตอนนั้นเราได้เบนมาทำในสิ่งที่ชอบก็อาจจะยังไม่สายนะครับ
มีเคสตัวอย่าง
มีน้องคนนึงเจอที่บริษัทเก่า ตอนนั้นผมเข้าไปทำงานใหม่ๆอายุซัก 22 แต่น้องคนนี้ทำงานมาก่อนผมสองปี และมันอายุ 19 ถามไปถามมา น้องมันหนีออกจากบ้านตั้งแต่ ม.ต้น ปากกัดตีนถีบ จนหางานพอทำเงินได้เลี้ยงตัวเองและเข้าเรียนโรงเรียนพาณิชย์ แต่มันดันไปชอบการเขียนโปรแกรมและระบบ network หลังจากนั้นมันก็สู้จนได้ทำงานที่บริษัท net-design ในฐานะคนคุมระบบและ web programmer ปัจจุบันมันมีรถของตัวเอง มีหออยู่เลี้ยงแฟนได้ และเปิดบริษัททำเว็บของตัวเองด้วยอายุ 20 ปี
ส่วนผม ผมเลือกทางแรก เพราะผมยังไม่มั่นใจว่าจะไปคนเดียวรอด และยังเกรงใจพ่อแม่อยู่ ก็พอมีเวลามาทำสิ่งที่ชอบบ้าง จากเมื่อก่อนเค้าเคยมองว่าสิ่งที่เราทำเหลวไหล ปัจจุบันก็พอจะเอาไปคุยกับเพื่อนบ้านได้บ้าง ถึงแม้มันยังไม่เต็มร้อย แต่ผู้ใหญ่เขาอาบน้ำร้อนมาก่อน เค้ามองบางอย่างขาดกว่าที่เราคิด
ที่เหลือแล้วแต่ชาร์ปแหละ
หนักแน่นในผลลัพธ์ครับ
ขอบคุณค้าบทุกท่าน :46:
มองเห็นอะไรหลายๆอย่างมากขึ้นละ
ถ้าผมไปถ่ายรูป พี่อู๋ช่วยป้อนงานหน่อยนะ :37:
พี่ยังไม่มีงานเลยชาร์ป :37:
ใครไม่มีงาน บอกผมครับ
ผมจะได้รู้
ต้องลองตั้งสติคิดดี ๆ นะคะ
ให้ถามคำถามกับตัวเองหลาย ๆ ครั้ง
1. เลือกตามใจที่บ้าน
ถ้าเลือก ทำไมถึงเลือก ไหวไหม ถึงขนาดต้องฝืนใจมาก ๆ เลยหรือเปล่า
ถ้าไม่เลือก ทำไมไม่เลือก ไม่ชอบตรงไหน ตรงต้องบวช หรือไม่อยากตามใจที่บ้าน หรืออะไร
2. เลือกตามใจตัวเอง
ถ้าเลือก ทำไมถึงเลือก ไหวไหม คิดว่าจะสู้ด้วยตัวเองได้หรือเปล่า
ถ้าไม่เลือก ทำไมไม่เลือก สู้ไม่ไหว ไม่แน่ใจ ไม่อยากให้ที่บ้านเสียใจ หรืออะไร
หาคำตอบให้ตัวเองให้ชัดก่อน คิดให้ดี ๆ บางทีถ้าเราตอบตัวเองได้คำตอบก็จะชัด
แต่อยากแนะนำนะ คนเราสิ่งที่ต้องทำ กับสิ่งที่รัก บางทีมันไม่ได้มาพร้อมกัน แต่เราสามารถทำให้มันเดินไปด้วยกันได้ซึ่ง
สิ่งที่ต้องทำบางทีมันมี 100 แต่เราอาจทำสัก 80 เหลือ 20 ไว้ทำในสิ่งที่รักก็ได้
ชีวิตคนมันไม่มีถนนแค่ 2 เส้นหรอกนะจ๊ะ ยังไงเอาใจช่วยละกันนะ :22:
ไม่ระบุรายละเอียด ก็ตอบลอยๆ หน่อยนะ
ทั้งหมดนั้น เป็นหลักการกว้างๆ เชิงอุปมา
พูดมุมไหนก็ถูกหมด เพราะเราเลือกที่จะพูด
ผมเลยขอเสนอทางใหม่ เป็น 'ทางไม่เลือก'
ถ้าปัญหามันอยู่ที่ ทางเลือก
เลือกนักมักได้แร่ ตอนไม่เลือกมันก็ดูดี
พอเลือก ดันผิดทั้งคู่ ผิดทุกทาง
ปัญหาที่ใหญ่กว่า
คือ มัน 'มัน...นั่นแหละ'
อย่า อย่าเพิ่งระบุ ถึงระบุรายละเอียดแห่งมัน..
ผมก็ตอบลอยๆ อยู่ดี :43:
..
โลกมันลอย อยู่เสมอ ในระบบสุริยะ
ไอ้มันตัวนี้ มันคือเรา หรือมันคือใคร
เราต้องการเป็นคนเลือก มากกว่าคนที่ถูกเลือก
มันให้ความรู้สึกถึงกลิ่นแห่งเสรีภาพ จริงหรือ?
ดาวไม่เคยเลือก มันถูกเลือก โดยแรงโน้มถ่วงและสิ่งแวดล้อม
เราชอบเลือกสรร เราชอบคิดมาก เราชอบคาดคำนวณ เราเลือก?
คำตอบมีโปรยไว้ในระหว่างทาง มากกว่าทางเลือกในจุดเริ่มต้น
ผมเลือกได้ แต่ไม่ค่อยเลือก ไม่เกี่ยง ไม่จับจด ไม่คิดมาก เมื่อคิดแม่น ทำเลย ไปเลย ทางไหนไม่เกี่ยง
เราเลี้ยวได้เสมอ เมื่อมีลู่ทาง มัวแต่เลือก พลังใจถูกตรึงให้โย้ไปอีกทางที่ไม่ได้เลือก เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
ทางเลือก มีปัญหาที่ "มัน" มัน..นั่นแหละ หลับหูหลับตาจิ้ม แล้วกรุยทางนั้น ไปสู่ "ทางของเรา" เ สี ย ที ..
..
ก้าวไปยังดินแดนไหนก็ได้ ถามด้วยการกระทำที่เด็ดเดี่ยวว่า ตรงนั้นเขาต้องการค่าของเราจริงหรือ
เปล่าประโยชน์ถ้าเราเลือก เราอยากทำ แต่เขาไม่ต้องการเรามากนัก เพราะมีคนอื่นทำได้ดีกว่า
อย่าบอกว่าอะไรเหมาะกับเรา อะไรจะเป็นประโยชน์แก่เรา
หากจงอุทิศตัวเราให้แก่คนอื่น สิ่งที่เราเห็นว่ามีค่าควร
มองไปเบื้องหน้า แล้วสร้างประโยชน์ในทางไหนก็ได้
คำตอบมีอยู่แล้ว ในคำถามที่ว่า เลือกทางไหนเพื่อใคร
เลือกน้อยลง ทำให้มากขึ้น ทางที่ชอบจะทอดมาถึงเอง
ทางเลือกที่ถูก คือ ทางที่ถูกเลือก โดยสิ่งที่ใหญ่กว่าเรา
ซึ่ง ไม่ ใช่ ผู้ ใหญ่ ซึ่ง ไม่ ใช่ ตัว เรา
..
ใครงง อย่าแสดงออก ฮ่า
เพราะผมจะตอบแบบไม่เลือก
สู้ ๆ บักชาร์ป
คนในฟอนต์เป็นกำลังใจให้เราอยู่แล้ว :12:
ดีแล้วหละชาร์ปที่ยังไม่ผ่านจุดนั้นมา
ยังอยู่ในช่วงที่เราหาตัวเลือก+ประสบการณ์ เพื่อชั่งใจได้
ถ้าผ่านจุดๆนั้นไป ด้วยการเลือกที่เรา ก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเราเลือกทำไม
มันอาจจะส่งผลเสียใจอนาคต
มันอยู่ที่เราจริงๆ
การเอาชนะตัวเองได้ คือ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
อันนี้มันพิสูจน์นะว่าถ้าเรามีความเพียรพยายาม เราก้สามารถทำได้ทุกอย่างบนโลกนี้
หากแต่ต้องงัด และฝืน เพื่อให้ถึงเ้ป้าหมาย
เกิดมาทำอะไรง่ายๆอย่างเดียว มันไม่ค่อยเกิดความภูมิใจในชิ้นงานนะว่ามะ
ผมไม่ได้จะบอกว่าการเลือกตามใจตัวเองนั้นผิด หรือ การเดินตามเส้นที่ผู้ใหญ่ขีดไว้มันผิดนะ
มันอยู่ที่ตัวเราจริงๆ
case study:
เอาตัวเองเลยแล้วกัน
ครอบครัวผมไม่ได้รวยมากมายอะไรเลย เป็นคนบ้านนอกขนานแท้ เลี้ยงควาย ทำไร่ ไถนา ก็ผ่านมาแล้ว
แต่นี่ทางบ้านเค้าก็ไม่ได้จะมีความรู้อะไรมากว่าต้องขีดเส้นให้ลูกเรียนงั้นโง้นงี้ เห็นว่าเราหัวดีเรื่องการเรียน เค้าก็เลยส่งเสริมผมให้เรียนต่อ โดยที่ผมอยากจะเรียนอะไรก็เรียนไปเลย ตรงนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกมากๆ ขณะที่กำลังมองเพื่อนโดนพ่อแม่ไปเรียนพิเศษทุกวันเพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนดีๆ
เหยียบพลาดครั้งที่ 1 คือ ม.ปลายครับ ช่วงนั้นหัวเลี้ยวหัวต่อ เออวะตามเพื่อน เพราะว่ามีเพื่อนเรียน พอเรียนๆไป
มันชักไม่เข้าท่า หลังๆมาในความเป็นจริง เพื่อนก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย เพราะมันคือตัวเราเองต่างหาก บวกกับใจที่ไม่ให้ด้วยแล้ว ผลออกมาไม่น่าพอใจเท่าไหร่
เหยียบพลาดครั้งที่ 2 คือ ตอนเรียน มหา'ลัยครับ คิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษคือสิ่งที่เราชอบ แต่กระนั้นแล้วมันก็ไม่ใช่ มันคือความถนัด ซึ่งคามถนัดมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องชอบเสมอไป กลับอยากเรียนสายนิเทศมากกว่า
เพิ่งมาทำถูกต้องตอนทำงานครับ ทำงานสายนิเทศ แต่สิ่งที่เราได้เลือกมาในอดีต มันทำให้เราทำงานได้ไม่เต็มที่
เพราะเลือกพลาดด้วยตัวเอง
เพราะเลือกปฏิบัติด้วยตัวเอง
แต่ยังไงทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดี ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ก่อนจะเหยียบพลาดครั้งที่ 3
ต้องตั้งมั่นนะชาร์ป
ถ้าเราเลือกอะไร เราก็เอาใจใส่สิ่งนั้นด้วย
มันอยู่ที่ตัวเราจะเลือกทำให้ดี หรือทำให้แย่
เพราะสิ่งที่เราได้รับ มันก็ผลจากการกระทำ
ชาร์ปเก่งอยู่แล้วหละ
ถ้ายิ่งตั้งใจ และมั่นใจในทางเลือก
ความสำเร็จมันก็อยู่แค่เอื้อม
ยาววุ้ยย
สู้! :12:
ผมอ่านโจทย์ทั้งสองข้อจากชาร์ปแล้ว
รู้สึกได้เลยว่าอ่านแล้วต้องเลือกข้อสอง
แค่ชาร์ปตั้งโจทย์ ชาร์ปก็เอียงไปข้อสองแล้วล่ะ
เลือกแล้วทำให้ดีที่สุดครับ
ปัญหาค่อนข้างเครียด
เเต่ถ้าเป็นอัยย์ อัยย์ก็จะเลือกข้อ 2. เพราะ
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 13:57 น.
2.ทำตามใจเรา
เป็นที่สิ่งที่เรา happy ถูกศีลธรรม เราจะโดดเด่นที่สุดเมื่ออยู่กับสิ่งนี้ และสามารถทำได้ดีที่สุดในชีวิต ที่สามารถทำได้
แต่
ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการและสนับสนุน ทุกอย่างต้องด้นรื้อด้วยตัวเอง อนาคตไม่แน่นอน
ไม่รู้นะ ถ้าเราคิดว่าเราทำในสิ่งที่เรารักเราชอบ มันจะสบายใจกว่า การที่ต้องถูกบีบบังคับ
อธิบายเป็นภาษาเขียนไม่ออก เเต่อัยย์เป็นพวกไม่ชอบให้คนอื่นมาบังคับนู้นนี้
อีกอย่างดีที่บ้านอัยย์ไม่เคยบังคับอะไร อยากเรียนสายไหนก็เรียน แค่ขออย่างเดียวให้ตั้งใจ
เเม่ไม่เคยมาสั่งให้ไปเรียนพิเศษ หรือกวดขันอะไร ไม่เอ็นท์ก็ไม่เอ็นท์ (ทั้ง ๆ ที่ติดแน่นอน)
จะเข้า ม.กรุงเทพ ก็ให้เข้า เเต่เราก็ต้องไม่เหลิงไปกับสิ่งยั่วยุต่าง ๆ นะ
คือเรียกง่าย ๆ ว่าไม่ชอบอยู่ใต้บังคับใคร แต่ก็จะไม่ทำตัวให้เสียหายและออกนอกกรอบจนเกินงาม
ไม่รู้สิ อะไรที่ทำเเล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ คนเราเกิดมามีแค่ชีวิตเดียวนะ
เลือกทางไหนก็ได้ที่หลังจากเลือกไปแล้ว เราห้ามมาเสียดายตอนหลัง
อ่านแล้วเครียดมากๆ ปวดหัว :48:
เอาเป็นว่าจะเลือกทางไหนก็แล้วแต่ หากเลือกแล้วต้องมั่นใจ
และทำให้ดีที่สุด หากผิดพลาด :55: ก็จะได้ไม่เสียดายเพราะเราทำดีที่สุดแล้ว
แต่ถ้าตัวเองยังไม่มั่นใจหรือยังไม่มีทางที่ตัวเองคิดไว้ :34:
จะทำตามผู้ใหญ่ไปก่อนก็ไม่เสียหาย บางครั้งการเริ่มต้นอย่างเดียวกัน
ก็ไม่ใช่ว่าคุณจำเป็นจะต้องจบแบบเดียวกับเขาเสมอไป
เพราะสถานการณ์ต่างกัน คนต่างกัน ความคิดต่างกัน การกระทำต่างกัน
ผลที่ได้ก็อาจจะต่างกัน ดังนั้นไม่ต้องคิดมากค่ะ เชื่อมั่นตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด :12:
สู้ สู้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ :25:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 13:57 น.
สมมุติว่า
ตอนนี้ต้องเลือกเส้นทางของชีวิตที่มันสำคัญมากๆ ตัดสินใจได้ครั้งเดียวและไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้
1. ทำตามผู้ใหญ่
เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดแทนให้ ทุกอย่างถูกต้องดีงาม ถ้าสามารถทำตามที่เค้าคิดให้ ก็จะมีอนาคตที่ราบรื่น สดใส เป็นที่ยอมรับ
แต่
เป็นสิ่งที่ทำด้วยแล้วไม่มีความสุข ไม่ชอบ ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการ รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางที่จะเอาดีกับมันได้
2.ทำตามใจเรา
เป็นที่สิ่งที่เรา happy ถูกศีลธรรม เราจะโดดเด่นที่สุดเมื่ออยู่กับสิ่งนี้ และสามารถทำได้ดีที่สุดในชีวิต ที่สามารถทำได้
แต่
ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการและสนับสนุน ทุกอย่างต้องดิ้นรื้อด้วยตัวเอง อนาคตไม่แน่นอน
ผมไม่ค่อยเห็นด้วยในการแบ่งเป็นสองแบบแบบนี้และตรงที่เป็นสีแดง ผมคิดว่าก็เป็นส่วนที่ชาร์ปเชื่อว่ามันเป็นแบบนั้น
- ผมก็ไม่คิดว่าของพวกนี้ตัดสินใจได้ครั้งเดียว พอไปได้ระยะนึงเราก็เปลี่ยนทางเลือกได้
- เราไม่มีทางรู้อนาคตได้ว่าสิ่งใดเหมาะที่สุดกับเรา ต่อไปสิ่งที่เราคิดว่าไม่ดี อาจจะดีที่สุดกับเรา ... สิ่งที่เราคิดว่าดี อาจจะไม่ดีที่สุดกับตัวเราก็ได้
- เมื่อเราเลือกทางเลือกของเราไปแล้ว ต่อไปผู้ใหญ่ก็อาจจะช่วยเหลือเราได้ ไม่จำเป็นว่าเราเลือกทางเลือกเราแล้วผู้ใหญ่จะลอยแพ
สรุปแล้วเห็นด้วยกับของพี่โอ๋ครับ
ใช้ต่อจุดแบบลุงจ๊อบว่าสิ
ผมไม่เกี่ยงว่าจะเป็นทางผีบอก หรือว่าคิดเอาเอง
แต่ผมชอบที่จะคอยลุ้นว่า สิ่งที่ทำๆวันนี้มันจะมาประสานต่อกันในอนาคตแน่ๆ
อืม
ที่บ้านเดือนดีตรงที่แม่ไม่ได้บังคับว่าจะให้เป็นอะไรไปทางไหนน่ะ
หาทางมีชีวิตอยู่ได้ ก็เรื่องของแกละ :37:
ส่วนชาร์ป (อยู่ๆ ก็ไม่อยากเรียกพี่ละุถึงชาร์ปจะแก่กว่า เป็นเพื่อนละกันนะ)
ไม่รู้เหมือนกันว่าชาร์ปจะไปทางไหน
แต่ที่ค่อนข้างแน่ใจคือ ชาร์ปเป็นคนที่มีดี และมีฝีมือ
สู้ๆ เข้าละกัน ผ่านไปได้ก็สบายละ :37:
อ้างคำพูดจาก: คนไร้ราก เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 17:35 น.
ใช้ต่อจุดแบบลุงจ๊อบว่าสิ
ผมไม่เกี่ยงว่าจะเป็นทางผีบอก หรือว่าคิดเอาเอง
แต่ผมชอบที่จะคอยลุ้นว่า สิ่งที่ทำๆวันนี้มันจะมาประสานต่อกันในอนาคตแน่ๆ
หมายถึงการพูดที่Stanfordชิมิ :47:
มีคนรู้จักกันเป็นวิศวกร เขาเล่าว่า เรียนโยธา บางทีก็มีไปต่อโท สถาปนิกได้
พวกออกแบบอะไรบางทีก็ก๊อบๆเขามั่วๆของคนอื่นได้บ้าง
แต่สถาปนิกจะมาต่อโยธาอันนี้จะยากหน่อย เพราะวิชาคำนวณมันก๊อบกันยาก
เท็จจริงเป็นยังไงอันนี้ผมไม่รู้
แต่งานทุกงานมีมิติในทางกว้างทางลึก และเชื่อมโยงกับงานในสาขาอื่นๆ
อยู่ที่เราแล้วละว่าจะเลือกลึกตื้นอย่างไร
การไหลต่อไปในทางที่ชอบ มันง่ายกว่าฝืนไปทางที่ไม่ชอบ ง่ายๆ แบบนี้แหละ
สถาปนิก ไม่จำเป็นต้องย้อนศร เพราะได้ไปทางที่ชอบกว่า สนุกกว่าอยู่แล้ว ..
วิศวกรทำแบบนั้นได้ง่ายกว่า แต่ผมไม่เคยเห็นคนที่สร้างงานดีๆ จากวิธีนี้เลย
นั่นไง พออ่านคำอธิบายโจทย์เพิ่มจากชาร์ปปั๊บ
ก็เลยรู้เลยว่าประเด็นมันไม่ได้มีแค่ 2 ข้ออย่างที่โจทย์ว่าไว้ตั้งแต่แรกจริงๆ ด้วย
ลองย้อนกลับไปอ่านคำตอบของลุงอ๋าห์กับหมอแมวอีกครั้งนะครับ
บางทีด้วยความเป็นคนเลือดร้อนเพราะฮอร์โมนวัยรุ่น
มันอาจจะบิดเบือนความจริงอะไรไปก็ได้
อ้างคำพูดจาก: กำนม. };oO= เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 18:51 น.
การไหลต่อไปในทางที่ชอบ มันง่ายกว่าฝืนไปทางที่ไม่ชอบ ง่ายๆ แบบนี้แหละ
สถาปนิก ไม่จำเป็นต้องย้อนศร เพราะได้ไปทางที่ชอบกว่า สนุกกว่าอยู่แล้ว ..
วิศวกรทำแบบนั้นได้ง่ายกว่า แต่ผมไม่เคยเห็นคนที่สร้างงานดีๆ จากวิธีนี้เลย
ยังมีสถาปนิกชื่อดัง ที่เคยเป็นนักมวยมาก่อนเลยนะครับ :30:
:44: เรื่องใหญ่อยู่นะ
เอาไงเอากันชาร์ป ชีวิตเราเราเลือกเอง และอย่างที่อู๋บอก
"หนักแน่นในผลลัพท์" :37:
เอาใจช่วยอยู่นะ
สมัยเด็กๆพ่อกับแม่พยายามจะขีดเส้นให้เดินเหมือนกัน ก็สู้รบตรบมือกับที่บ้านมาโดยตลอด
ในที่สุดก็เลือกทางเดินของตัวเองทุกครั้งและทุกเรื่อง โดยมักจะเอาประโยคเดิมๆมาอ้างกับที่บ้าน (และบอกให้ตัวเองฟัง) อยู่เสมอๆว่า
ชีวิตนี้เป็นของเรา จะผิดจะถูก ก็ขอเลือกเดินในทางตัวเองเลือก
....เพราะถ้ามันเกิดผิดพลาดขึ้นมา หรือไม่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องโทษใคร ถ้าจะพังก็ขอให้พังเพราะตัวเองเลือกดีกว่า
แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นหนทางของผู้ใหญ่นะ คือก็ตกลงกันว่า ถ้าเราข้ามไปสู้ทางที่เราเลือกไม่ได้ (ส่วนใหญ่ก็วัดที่ผลสอบเข้า กับผลการเรียนแหละ)
เราก็ต้องเดินตามเส้นทางที่ผู้ใหญ่ขีดไว้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะเค้าให้โอกาสเราเลือกและทำมาก่อนแล้ว
เป็นโชคดี ที่ข้ามสะพานมาได้ทุกครั้ง :52: แต่ก็ไม่รู้ว่า ทุกวันนี้เรียกว่าชีวิตประสบความสำเร็จรึเปล่า เพราะมันก็ลอยไป ลอยมาพิกลนะ :42:
เพียงแต่พ่อกับแม่จะบอกว่า เค้าภูมิใจในตัวเรา ภูมิใจในวิธีคิด วิธีเลือกในชีวิตของเรา
แต่ก็นั่นแหละ แต่ละบ้าน แต่ละชีวิตมันไม่เหมือนกัน คำตอบก็คงลอกกันไม่ได้หรอก ...ใช่มั้ย?
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 05 พ.ย. 2008, 14:44 น.
ของผมตอนนี้เส้นตายอยู่ที่ หลังเมษายน
ไม่แน่
จะลองเลือกทาง 1 ก่อนแล้วดูก่อนก็เป็นข้อ 2
จริงๆกะฟอนต์คุยเรื่องเต็มๆเลยก็ได้เนอะ
- ผมไม่ได้เรียนมหาลัย จบม.6 แล้วมาช่วยงาน อาสาสมัครที่วัด // จริงๆที่วัดจะอนุญาตเฉพาะคนจบ ป.ตรี
- กะว่ามาช่วยสักพักแล้วออกไปเรียนต่อ
- ผมเป็นคนบุกเบิกทำ animation flash ในวัด แล้วงานก็ hot มากๆ จนได้รับอนุญาตให้อยู่ได้เป็นกรณีพิเศษ
- หัวหน้าคนที่ช่วยเรื่องให้ผมอยู่ได้ติดภารกิจพิเศษ ไปอยู่ที่อื่น
- หัวหน้าคนใหม่ ไม่ชอบขี้หน้าผม เอาเปรียบในการทำงาน
- โดนหัวหน้าฟ้องกับต้นสังกัดใหญ่เอาเรื่องผม
- บัดซบ เลยโดดงานไปทำงานกับที่อื่น
- ย้ายหน่วยงาน รอพิจารณาว่าจะเอายังไงดี
- ทางผู้ใหญ่ในวัด+ที่บ้าน ให้บวช+เรียนสายพุทธศาสตรบัณฑิต
- ไม่ได้ซีเรียสเรื่องบวช แต่เซ้งเรื่องเรียน เพราะผมมันสาย เด็กนิเทศ ทำงานด้านนี้มาตลอด จะให้ไปเรียนสายพุทธศาสตร์ -..-
- จริงๆมีสาย พุทธศาสตร์การเผยแผ่ ก็คือ พุทธศาสตร์+นิเทศ แต่ผมมองว่าถ้าอยากให้เรียนจริงๆไปเรียนข้างนอกก่อนแล้วมาบวชดีกว่า
- เล็งไว้ ม.กรุงเทพ หรือ ม.อะไรก็ได้ที่มันมีเกี่ยวกับถ่ายรูป
- กะจะทำงานกับที่วัดไปด้วย+เรียนไปด้วย // ตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่วัดอยู่แล้ว
- อยากถ่ายรูป + ช่วยงานวัดไปด้วย ไม่ได้บวชไม่เป็นไร
- ถ้าไม่ได้เรียน ก็จะทำงานด้านถ่ายรูป+ช่วยงานวัดอยู่ดี
- ถ้าเรียนจบป.ตรี ก็จะมาบวชช่วยงานอยู่ดี แต่ที่บ้านดันงี่เง่า ไม่เข้าใจ
- เป็นอาสาสมัครอยู่ที่วัด ที่บ้านปลื้มมาก เพราะไม่ต้องเปลืองเงินเลี้ยงดู // ผมเกลียดพ่อ+แม่(เลี้ยง)มากไม่ติดว่าบาป ก็ด่าไปแล้ว
- ไม่มีเงิน ไม่มีกล้อง
- อยากถ่ายรูปจริงๆ แต่กังวลเรื่องฝีมือ และอุปกรณ์ เพราะฝีมือก็งูๆปลาๆ+ทุนไม่มี
ประมาณนี้มั่งครับ
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 15 คนแน่ะ
โอ้วววว :07:
สมมติถ้าผมเป็นชาร์ป และชาร์ปคือคนที่โตมาแบบ ผมนะครับ
ผมจะ(นี่คือการสมมตินะๆ :22:)
ผมจะเรียน คือยังไงผมก็จะเรียน
แล้วถ้าเรียนแล้วไม่มีคนส่งเสีย
ผมก็ยังจะเรียน นั่นแหละ ผมจะหาตังค์เอง
และ ถ้า ม.กรุงเทพมันแพงไป ผมก็จะมองไป ม. อื่นๆ
กรองออกเป็นชั้นๆไป ในความเป็นได้
และ หมุดที่ตอกไว้คือ
ผมจะเรียน- ก็ได้ช่วยวัด
- ก็ได้เรียน
- แต่ดูเหมือนดึงดัน ดื้อๆ แปลกๆ
แต่ถ้าผมเลือกผมเลือกเท่านี้นะ
ปัจจัยอื่นผมไม่ค่อยเอามาคิดเลย(นี่อาจจะเป็นจุดไม่ดีเท่าไหร่)
เวลาผมคิดอะไร ผมเอาที่หมาย วางไว้แล้วลงมือกระทำในสิ่งนั้น
ให้ไปถึง แต่นี่เป็นผมนะ โตมาแบบผม โดนเลี้ยงมาแบบผม
สภาพแวดล้อมเราต่างกัน มุมคิดก็จะแผกกันไป
ส่วนข้อกังวล
- อยากถ่ายรูปจริงๆ แต่กังวลเรื่องฝีมือ
และอุปกรณ์ เพราะฝีมือก็งูๆปลาๆ+ทุนไม่มี
ผมไม่มีคำแนะนำอะไรมากหรอก
เพราะผมผ่านการกังวลมาเยอะไปหมด
สุดท้ายก็ได้แต่กังวล โดยไม่ได้ทำอะไร
ฉะนั้น เมื่อผ่านจุดวิตกกังวลมาได้แล้ว
ผมเลยลงมือทำอย่างรอบคอบก่อน
เมื่อกังวลอีกก็ คิดว่า เราทำดีที่สุด ที่สุด ที่สุด
ให้ได้ก่อน ถ้ายังเป็นกังวลอีก ก็ค่อยหาทางแก้ไข
อนาคตไม่เคยมีใครมองเห็น แต่อดีตสามารถทำนายอนาคตได้บ้าง
ต้องลองครับ
ขอบคุณมากครับผมเดี๋ยวกลับจากเชียงใหม่ จะมาคุยต่อครับ
ขอบคุณมากๆครับ
โอว.. ด้วยความอายุเยอะ อยากช่วยตอบ แต่คิดว่าคงตอบไม่ได้เรื่องแน่เลย..
สำหรับตัวแอ้เองเจอปัญหาทางเลือกด้านอาชีพ ตอนนั้นมันดูใหญ่โตมากเลย และหลังจากผ่านจุดนั้นมา
สิบกว่าปี มันก็ใหญ่จริงแหละ ต้องคิดให้ดีๆ นะคะ พ่อไม่ชอบอาชีพที่แอ้ทำอยู่ตอนนี้เลย แถมทั้งทางเลือกของพ่อ
และทางเลือกของตัวเอง ดันเป็นงานเฉพาะทางทั้งคู่ ไม่สามารถ เรียนไปก่อนแล้วไปเปลี่ยนอาชีพเอาทีหลังได้
หลังจากเครียดมาตลอด (ประมาณ 3 ปีก่อนตัดสินใจ) แล้วในนาทีสุดท้ายก็เลือกตามใจตัวเองค่ะ
ทุกวันนี้ยังพยายามทำอาชีพที่เราเลือกให้ได้ดี ให้พ่อเห็น (ส่วนแม่เขาตามใจอยู่แล้ว)
ก็ยอมรับว่ายังลุ่มๆ ดอนๆ อยู่ แต่มั่นใจมากๆ ว่าดีกว่าทำในสิ่งที่เราไม่ถนัด ซึ่งคงไม่รอดแน่ๆ..
ถ้ามั่นใจว่าสิ่งที่เลือกเป็นสิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นข้อไหน คิดให้ดี แล้วก็ตัดสินใจทำให้เต็มที่ค่ะ
เอาใจช่วยนะคะ :22:
อ่านของชาร์ปตอนแรกผมเลือกข้อสองนะ แต่พอดูปัจจัยโดยรวมกลับเอนเอียงไปข้อหนึ่งแฮะ
คงจะเป็นเพราะผมคิดไปอีกขั้นนึงด้วยหน่ะ :56:
ข้อหนึ่งที่ว่ายอมอยุ่กับหมีก่อนใช่มั้ยครับ