ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 12:38 น.

ชื่อเรื่อง: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 12:38 น.
เงินทองแพร่หลาย จนอาจกล่าวได้ว่า เงินมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในอากาศ
10 ต.ค. ที่ผ่านมา Black Friday ราคาหุ้นโดยรวมดิ่งรุนแรง ต่อเนื่อง
เป็นความต่อเนื่องที่ไหลรูด จากอเมริกา ยุโรป เอเชีย และ ไทย
ลงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี มูลค่ารวมหลายพันล้านล้านบาท
ความมั่งคั่งตกวูบ การเชื่อมต่อนี้สร้างความตื่นตระหนกให้คนมีเงิน
นี่รวมถึงคนที่ไม่มีเงิน แต่รู้สึกว่าเงินมีความสำคัญในชีวิตในระดับต่าง ๆ
..
Financial Innovation Crisis นวัตกรรมการเงินถล่มโลก
ผมไม่เรียกว่าวิกฤติการเงินโลก หรือวิกฤติการเงินของประเทศใดเฉพาะ
แต่มันเป็นนวกรรม กรรมใหม่ ๆ ที่สืบเนื่องมากจากนวัตกรรมความโลภโดยแท้
ความโลภของมนุษย์และการตลาด ที่มีอเมริกันเป็นต้นแบบ เนื่องจากเป็นตลาดเสรี
ภาษากำนัน เรียกว่า เสรีฉิบหายเลย จ้ะ สินเชื่อเสรีเพื่อแสวงกำไรสูงสุด
ซื้อบ้าน ด้วยหลักค้ำประกันที่ต่ำมาตรฐาน หรือ "ซับไพรม์" จนฟองสบู่แตก น้ำบาน
หลักประกันหนี้เป็นลังหมาเน่า ๆ หนึ่งอัน แทนที่จะเป็นคฤหาสถ์แห่งชีวิตนิรันดร์
ธนาคารขนาดยักษ์ล้มระเนนระนาด และส่งผลโดยตรงถึงจิตมนุษย์ตัวน้อย ๆ
..
ผมตั้งประเด็นไว้ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อมูล รายงานผลกระทบ และแผนรับมือ
ใครเดือดร้อน มาเอาตังค์ที่นี่ได้ ทีละสิบบาท ยี่สิบบาท ก็ค่าแบงค์ร้อยมันเหลือเท่านี้เอง  :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 12:40 น.
ไม่ต้องร่วงดิ่งลงมากมาย ผมก็กรอบเป็นข้าวเกรียบแล้วครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 12:45 น.
ฮุ่ย .. ขนาดนั้น เรียกข้าวเกรียบเรอะ
งั้นผมขอเป็น ข้าวเม่าป่น  :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 12:48 น.
ช่วงนี้กำเงินในมือแน่นเหมือนกันครับ เข็มขัดรัดไว้กิ่วเลย ไม่มั่นใจอนาคตข้างหน้าจริงๆ
ยิ่งเค้าว่า ปีหน้านี่จะสนุกสนานกว่านี้ ยิ่งเตรียมรัีบแรงกระแทกไว้เต็มที่เลยครับ

ตั้งใจจะสร้างเงินทุนสำรองส่วนตัวให้ทันก่อน ธันวาปีนี้
ไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินเผื่อปีหน้าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีก
ฟองแตกคราวก่อน บ้านผมฉิ_หายกันเลยทีเดียว กลัวซ้ำีรอยอีก  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 12:51 น.
แล้วผมเรียนจบปีหน้างี้.. ไม่อยากคิดเลย :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 12:59 น.
วิกฤติการเงิน มาสู่วิกฤติตัวเองเรียบร้อยแล้ว
เดือนนี้แกลบอร่อยจริงๆ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 13:07 น.
เงินร่วง ทำให้น้ำมันลดใช่หรือเปล่าครับ?????
ถ้าใช่ ผมว่าดีนะ  :05:

น้ำมันแพ๊งแพงตอนเมื่อเงินแรงๆ เติมทีน้ำตาไหลพราก
:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 13:13 น.
ช่วงนี้เจออย่าแตะโดนตัวนะ เดี๋ยวจะเป็นผง  :56:


(จนกรอบจนจะเป็นผงแล้ว)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 13:34 น.
เงินร่วง น้ำมันลด
น้ำลด มดกินซาละเปา
เหมือนไม่เกี่ยว แต่มันทำให้เกิดผลย้อนกลับทางอ้อมได้
เมื่อค่าเงินลด ของแพง คนบริโภคลดลง หรือหันไปใช้ทางเลือกอื่น
เคลื่อนที่อาจจะไม่ต้องเร็วนัก กระเถิบลอยตุ้บ ลอบตุ้บ ให้บทเรียนแขกอาหรับบ้างก็ดี
น้ำมันแพงถึงจุด แล้วโดนเบรค ขืนขึ้นไม่หยุด อัดอั้นกันมาก เราก็คงเคลื่อนย้ายก้นด้วยลมตด
..
ให้กำลังใจ คนที่เคย Lost Chip ชิปหาย ผมก็เป็น
นี่เป็นเหตุให้แยกแยะออก และดื่มด่ำกับการทิ้งดิ่ง
บวบ ยังมีงานสารพัด แค่อย่าเกี่ยง และขยี้ขี้ไก่ให้ฝ่อ
ยุคหนึ่งนั้น ผมถึงขนาดรับจ้างออกแบบไร่นาสวนผสมเลยทีเดียว
ได้ค่าแบบเป็นไก่ผอม ๆ หนึ่งตัว กินไม่ลง เพราะมือที่ยื่นให้มันผอมเกร็ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 13:57 น.
หรือขอตังแม่โดยอ้างว่าเรียนต่อดี :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:07 น.
ไม่มีตังค์ซื้อแกลบกินครับ :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:13 น.
อ้างคำพูดจาก: Sunny Bay เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 13:57 น.
หรือขอตังแม่โดยอ้างว่าเรียนต่อดี :37:
เป็นความคิดที่ดี เจตนาบริสุทธิ์ดี
ในการซื้อเวลาด้วยเงินแม่  :43:
ทำงานอย่างเดียวก่อน แล้วค่อยเรียนอีก
เรียนก็ดี ทำงานก็ดี เรียนด้วยทำงานด้วยก็ดี
แต่จะพลาดโอกาส และรสชาติอีกแบบของชีวิต
เว้นวรรคบ้างสิ เห็นตอนเรียนก็เบื่อแทบอ้วก ไม่ใช่เรอะ
..
ผมเห็นว่า การเรียนจากงานจริง ให้ประโยชน์หลายทาง
เพียงแต่มันไม่มีหน่วยกิต มันไม่มีกระดาษโชว์สถานะ
ผลงานดี ๆ มักไม่ค่อยมีมาจากงานเรียน ไม่รู้เพราะอะไร
เด็กดราฟท์เก่าของผม ออกแบบได้ดีกว่าพวกปริญญาเอก นี่ด๊อกบอกเองเลยนะ

อ้างคำพูดจาก: มัม เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:07 น.
ไม่มีตังค์ซื้อแกลบกินครับ :05:
เป็นเพราะขาดแคลนแกลบ..
ที่จะไปแลกเป็นตังค์ มาซื้อแกลบอีกทีล่ะสิ
ก่อนอื่นต้องหาวิธีหยุดวงจรนี้ก่อน ด้วยการผลิตแกลบจากกรอบวิสัยทัศน์
เขาเรียกกรอบอันนี้ตามหลักวิชาว่า "กรอบแกรบ"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:30 น.
กรอบเกลียวเคี้ยวมาม่า


เดี๋ยวนี้คนใช้เงินคิดแล้วคิดอีก ลำบากนะคนค้าขายแบบฟ้าอ่ะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:37 น.
อ้วกสิครับ เกิดมา 25 ปี อยู่มหาลัยเสีย 7  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:41 น.






ดัชนีร่วงกราว กองทุนขาดทุนไปหูตูบ

ถือเสียว่าเปิดบัญชีฝากประจำอีกสัก 5 - 10 ปี :22:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:43 น.
อ้างคำพูดจาก: Sunny Bay เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:37 น.
อ้วกสิครับ เกิดมา 25 ปี อยู่มหาลัยเสีย 7  :08:


พี่บวบเรียนแพทย์  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:46 น.
ข้อสังเกต คือ ลูกคนรวย จะขวนขวายต่ำ
มักเรียนต่อโท เอก อีกสัก สิบสองถึงสิบแปดปี ไม่จบก็จ้างได้
ทำงานจริงจังสักสี่ปีพอ ที่เหลือหายใจยาว ๆ เข้าพรรคการเมือง
แล้วหากิจการสบายๆ รายได้ไม่เกี่ยง นั่งเลี้ยงลูกกันไป มีชู้กันไป ...
..
ที่ฟ้าบอก เข้ากับบวบมาก กรอบเกลียวเคี้ยวเงินแม่ เย้ ..
บวบ ผมทำนายว่า อาจได้งานเมืองนอก แถบอบูดาบี ไปกันไหมล่ะ :)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:49 น.
อบูดาบี เงินเดือนสถาปนิกเริ่มที่หลักแสน :25:
แต่ไม่ได้กินเหล้านะ :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 14:54 น.
ไม่จริง ไม่จริง มีที่ทางจัดไว้ให้พวกนอกรีต ทุกหนแห่งบนโลกนี้
แต่จะขอวันละแปดสิบ แล้วกินเหล้าได้ทุกเวลาที่อยาก ก็มีนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 15:20 น.
 :30: งั้นเอาเดือนละแสนดีกว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 16:27 น.
โชคดีที่ผมไม่ค่อยจจะมีเงิน ให้น่าห่วง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 16:28 น.


ดีแล้วครับ ถ้าอยู่หลังห่วงชู๊ตลำบาก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 16:31 น.
เล่นมุกซะงั้น  เพิ่มรายได้ด้วยการไปเล่นตลกคาเฟ่กันดีมั๊ย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 16:38 น.
ไม่ละครับ เพราะผมเกิดมาเพื่อเป็นพระเอก ....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: icez เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 16:52 น.
 :48: :48: :48: :48:




กำลังประเมินอยู่ว่าเราได้รับผลกระทบอะไรบ้าง....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 17:01 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 16:38 น.
ไม่ละครับ เพราะผมเกิดมาเพื่อเป็นพระเอก ....

อืมเห็นว่าเป็นแจ๊คกี้นะเนี่ย เลยจะแนะนำวิธีเป็นพระเอกให้

วิธีที่ 1 เปลี่ยนชื่อ แล้วค่อยไปบวช
ส่วนวิธีที่สอง ไปบวชก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนชื่อ

สองวิธีให้ผลเหมือนกันเลือกเอาตามสะดวก

หลังจากนั้นหากอยากเป็นพระเอกตลอดกาลก็ต้องบวชไม่สึก
หรืออยากเป็นพระเอกขึ้นหิ้ง ก็ต้องหมั่นสร้างวัตถุมงคลเยอะๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 18:53 น.
 :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 19:37 น.
มาตรการเงินอัดฉีดจากรัฐบาลไทย ที่ผมได้กลิ่นจางๆ แว่วข่าวมาแต่ไกล
จำนวน 1.2 ล้านล้านบาท 1,200,000,000,000 บาท โอยเขียนถูกถ้วนไหมนี่
หารง่าย ๆ หกสิบล้านคน 60,000,000 คน
ได้คนละเท่าไร? สองหมื่น!!! ใช่ไหม
ผมฝันเอง ด้วยทฤษฎีง่าย ๆ ข้างกองฟาง ว่า
ผมยินดีสละเงินนี้ ให้คนที่เดือดร้อนมากกว่า
ในสี่คนปกติ จะมีคนเดือดร้อนสมควรทุ่มเทให้คราวละคน
ถ้าจับกลุ่มกันสี่คน สามคนคงยินดียกเงินให้คนที่สาหัสที่สุด
ประเมินว่า มีคนย่ำแย่จริง ๆ ยี่สิบล้านคน แบ่งกันโดยตรงก็ได้เงินคนละหกหมื่น!!
เดี๋ยวค่อยคิดต่อดึกๆ...


ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 21:38 น.
ลุงกำนันเจ๋งมากครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: iKoch เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 21:45 น.
ปกติผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามเศรฐกิจซักเท่าไหร่

แล้วบังเอิญมีพี่คนนึงมาบอกผมว่า

คราวนี้เขาเรียกว่า วิกฤติการแฮมเบอร์เกอร์ (เพราะมันเกิดในอเมริกา)

(เมื่อปีที่บ้ารเราเกิดฟองสบู่แตกเขาเรียกกันว่า วิกฤติการต้มยำกุ้ง)

เลยมาถามว่าจริงรึเปล่า (หรือว่าผมโดนอำ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 22:17 น.
จริงครับ :37:

ลองหาใน กก. ว่า Tom Yum Kung Disease (http://www.google.co.th/search?hl=th&client=firefox-a&rls=org.mozilla:en-US:official&hs=0g4&sa=X&oi=spell&resnum=0&ct=result&cd=1&q=tom+yum+kung+disease&spell=1) ดูนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 00:28 น.
มันมีเรื่องเล่าจากคราวนั้น
มิเห็นโลง มิหลั่งน้ำตา มิเห็นหมา มิวิ่งหนี
ก่อนเกิดเหตุ หลายคนเงินทองอู้ฟู่เพราะงานสะพัด เงินเดินดี
อันที่จริง มันมีสัญญาณบอกเหตุมาก่อน ที่จะปล่อยค่าเงินลอยตัว
มนุษย์นี้ก็ประหลาด คิดกันสารพัดทาง แต่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะต้องตายวันนี้
ทั้ง ๆ ที่ชีวิตเป็นสิ่งบอบบาง และข้อเท็จจริงคือ คนเราสามารถตายได้ทุกเวลา
เพราะ เรากลัว เรามีความกลัว จึงชอบเลี่ยงคิดไปเชิง บวก บวก และบวบ บวบ
เอ่อ พอได้คิดถึงบวบบ้างค่อยสมดุล นะบวบนะ อย่าบวกมาก
พอเงินหายวูบ เหมือนขาดอากาศหายใจ สมองไม่ทำงาน
หลายคนถึงขนาดฆ่าตัวตาย ฆ่าครอบครัวของตัวเองก็มี  :05:
..
ทฤษฎีที่ว่า มองทุกอย่างในแง่บวก คงไม่ได้หมายถึงแค่แบบนั้น
บวกอย่างเดียว ไม่ใช่กำลังใจถาวร เพราะเผลอบวกโลภเข้าไปด้วยเยอะ
การเหลือบมองหายนะ และทางหนีทีไล่ คือการลบความโลภออกไปบ้าง
ใครก็อยากรวย เงินทองมีความหมายจริง แต่อะไรคือ รอยยิ้มในภาวะยากจน

เอ้า ไม่รู้ใครจะทำอาชีพอะไรกันมั่ง แบบที่ไม่ต้องฟอร์มากเรื่องมาก ในภาวะนั้น
แต่ผมจะขายข้าวเหนียวร้อน ๆ หน้าหมูทอดเนื้อทอดที่ผมทำเอง ห่อกระดาษ
เช้า ๆ ก่อนเรียน หรือทำงาน นี่คืออาหารทิพย์ ไปกินที่หาดใหญ่ ยังติดใจอยู่เลย
แต่ของผมจะมี จิ้มแจ่วในกระทงใบตองน้อยๆ แถมให้ด้วย ซร้วบ ๆ น้ำลายไหล

(http://img2.f0nt.com/14/adf33b1e1a78cf4e70ab5a2f48f7516b.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:57 น.
แค่เห็นหอมเจียวก็ :54:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ดาราริกา เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 02:06 น.
ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นนะคะ :46:

ในสถาณการณ์ราคาน้ำมันทั่วโลก ณ วันนี้ถือว่าดีขึ้นมาก และมีแนวโน้มว่า จะลดลงอีกในต้นปีหน้า

แต่ .... ไทยคงไม่ค่อยเห็นจุดนี้เท่าใหร่ เพราะ ราคาน้ำมันจะถูกตีเป็น ดอลล่า สหรัฐ เท่านั้น

ทีนี้พอค่าเงินเราอ่อน (ซึ่งกว่ามันจะแข็งคงอีกนาน) พอค่าเงินอ่อน มันก็เหมือนว่าจะช่วย แต่ก้ไม่ได้ช่วย

ไทยจึงเหมือน เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อน จากผลของการเมืองซึ่งเป็นเหตุสำคัญ

ในขณะที่บางประเทศ เช่น ไอ้สแลนด์ ได้ล้มละลายไปแล้วทั้งประเทศ ยังไม่มีใครให้ความช่วยเหลือได้เลยค่ะ

ส่วนไทยเอง กำลังจะกลับไปติดหนี้ ไอเอ็มเอฟ อย่างเดิม แต่จำนวนคงไม่มากเท่าเดิมค่ะ

ตลาดหุ้นวันจันทร์ คือวันนี้ ภาพโดยรวม คือ หุ้นพุ่งขึ้นสูง เพราะคนซื้อคิดว่า อเมริกาจะมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย

ความจริงแล้ว ใช่เพียงแค่ อเมริกาเท่านั้นที่มีปัญหา ทุกประเทศก็ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ เฮดฟัน มาปั่นตลาด

..........
ตอนนี้ คงขึ้นอยู่กับผู้นำของแต่ละประเทศแล้วค่ะ ว่าเขาจะนำพาบ้านเมืองข้ามไปได้อย่างไร

อเมริกา สร้างหนี้สูญจาก สินเชื่อ และ อินชัวร์แร้นส์ อย่างมหาศาล นั่นทำให้ ยูนิตทรัส ของเขาไม่มีเงินมาหมุนเวียน

เอ่อ......ดาราก็ดำดินมานะคะ
:46:

หุ้นวันนี้ ผลการซื้อ มาจาก สถาบัน แต่กระนั้นก็ยัง ร่วง ในส่วนของประเทศไทยนะคะ
ส่วนต่างชาติ ก็เริ่มซื้อเล็กน้อย ตามกระแส โลก

ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 02:08 น.
ศัพท์ยากครับ :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ดาราริกา เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 02:15 น.
อ้างคำพูดจาก: Sunny Bay เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 02:08 น.
ศัพท์ยากครับ :05:

:05: :05:  ก็คิดเหมือนกันเลยค่ะ

ครั้นจะเขียนแบบ คุณ กำนัน ก็เขียนไม่เป็น

:46:  ทนๆ อ่านหน่อยนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 02:23 น.
อืม ตอนแรก ว่าจะซื้ออุปกรณ์ให้ความบันเทิงด้านคอมพิวเตอร์ซะหน่อย
แต่พอมาอ่านจู๋นี้ ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว สงสัยต้องดูลู่ทางอีกทีแฮะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 03:28 น.
มามะ ผมจะช่วยแปลความสับสน
ให้กลายเป็น..ความวกวน อีกทีแล้วกันจ้ะ
มิได้โต้แย้งในข้อเท็จจริง แต่ต่อเติมเองตามสภาวะผวนผัน  :43:
..
ตามที่ดาราริกาว่ามานั้น ตกลงว่ามันมีทั้งอ่อนและแข็ง
ทั้งสองอย่างนี้ล้วนดีทั้งนั้น ในมุมอับชื้นอุดมไปด้วยเชื้อราของผม
อ่อน พับเก็บง่าย ค้าขายส่งออก บอกราคาไม่แพง คนมีแรงซื้อ
แข็ง แกร่งไม่ถอย เอาไว้สอยของนอก ดึงมาให้อยู่ในระยะเอื้อมถึง
การพาชาติอันอ้วนท้วนสมบูรณ์ข้ามพ้น คงหวังพึ่งผู้นำที่เป็นเป็ดง่อยไม่ได้
คนอเมริกันไม่มีวันนึกจินตนาการออก ถ้าไม่ได้มาเดินคลองหลอดกินข้าวไข่เจียว
สภาวะของแต่ละชาติ ไม่เหมือนกัน การแก้ปัญหาแตกต่างกัน ทั้งในแง่ปริมาณเงินและวิธีการ
แต่สาระ คือ ฟื้นฟูระบบความเชื่อใจ กำลังใจ และ กำลังซื้อ เพื่อให้การเงินการคลังกลับมาฟูดังเก่า
..
มีคนพยายามใช้เครื่องสังคโลกอันมีค่า เป็นภาชนะใส่อาหารต้อนรับแขกเหรื่อคนสำคัญ
อย่างถนุถนอมและกลัดกลุ้ม เพื่ออยากอวดอารยธรรมในการบริโภค และฐานะทางสังคม
ต่อเมื่อมันหล่นแตก เพราะแขกทำพลัดหลุดมือไปแล้ว นั่นแหละ ความกลัดกลุ้มก็จบลง
ไม่ต้องห่วงค่านั้นอีกต่อไป คำถามมีง่าย ๆ ตอนนี้ว่า ข้าวยังเหลือพอกินกันไหม  :44:

บางทีผมก็คิดนะว่า ถ้าเงินมีค่าจริงหรือเห็นค่ามันมาก ทำไมไม่เก็บกันไว้เล่า
จะเอาเงินมาใช้ เอาเงินให้คนอื่นทำไม การลงทุนอะไรที่ไม่มีความเสี่ยง?
ให้ค่าเงินตามที่มันเป็นจริง โดยสำนึกเรื่องความเสี่ยง และไม่ประมาท
กรณีอเมริกันนี้ ผมเห็นว่า กรรมของจ๊อดที่ดันเห็นแต่เงิน ๆ ๆ
จ๊อดตีฟูและบริโภคทรัพย์ของโลก มาตั้งแต่ยุคสร้างประเทศ
ฝันแบบอเมริกันทำให้คนพิชิตดวงจันทร์ได้..เพื่ออเมริกันเอง
เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องตามเหตุตามผล มีเหตุผลล้วน ๆ
การเงินที่มีปัญหา เป็นผลมาจากวิธีคิด และพฤติกรรม
บางเรื่องมันห่างจากปัญหาพื้น ๆ ติดดินของคนริมคลอง
ผมไม่ห่วงคนจน เพราะเขาคุ้นเคยกับคำว่าฉิบหาย มันคุ้นมาก
แค่ห่วงคนช่างฝัน แบบตัวผมเองนี้แหละ ว่าเวลาท้องหิว ฝันมันจะหด
กระบวนการฟื้นฟูฝัน และการแข็งค่าของความงามในจิตใจ (อย่าถือสาในคำอธิบายจ้ะ  )
มันไม่เกี่ยวกะการเงิน ตราบใดที่ยังมีเงินให้เรายืมบ้าง รักนะที่ยืมทีละยี่สิบน่ะ เงินน้อยแต่รักบ่อยมาก :43:
..
ป.ล. อธิบายความเพิ่มเติมข้อเท็จจริงเรื่อง Iceland ล้มละลาย ส่วนหนึ่งเพราะโลกร้อน
ตอนแรกมันก็เยิ้มทางการเงินก่อน พอเยิ้มคงมีคนหาเหตุมายึด หวังกำไรขายทอดตลาด
เรื่องจริงคือ คนน้อย พื้นที่มาก แมวน้ำไม่ใช้เงิน ทรัพย์ใต้นั้นยังมีเยอะ เอาน้ำแข็งไปทอด..ตลาด มันก็คงได้แต่น้ำเค็ม

ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 07:06 น.
เช้า ๆ ไม่มีใครตื่นมาคั่น ขอซ้ำอีกทีแบบมีเหตุผลประกอบ  :46:
...
การเมืองไม่ควรจะครอบงำชีวิตมาก จนหมดพื้นที่ทางสมอง
การเมืองคือตัวอย่างหนึ่ง ในเรื่องของการตีฟองให้ฟู และพร้อมแตกฟุบ
ทุกอย่างพอฟูแล้วก็มียุบมีเหี่ยว จังหวะที่เหี่ยวคนจะหดหู่ เรียกว่าวิกฤติ
เรื่องการเงินก็เช่นเดียวกัน เบื้องหลังปัญหาใหม่ จะมีปัญหาเก่าที่ตกทอดมา
ในข้อเขียนนี้ยกตัวอย่างเรื่องการเมืองให้เห็นก็จริง แต่ข้อคิดมีเนื้อหาต่อวงกว้างมาก
ผมขอแปะข้อคิดที่เห็นว่า ใกล้เคียงภาพรวมแห่งความจริงในทุกเรื่อง เป็นเรื่องของโลกแท้ ๆ
และที่นำเอามาแปะตรงนี้ เพราะเห็นว่ามันมีประโยชน์ต่อเรื่องอื่น ที่สำคัญกว่าเรื่องการเมืองหรือยุบสภา
ผิดกับความจริงชั่วคราวบางชุด ความจริงชุดนี้ได้รับการตีพิมพ์หลายครั้ง อ่านกี่ที ก็ยิ่งเห็นจริงขึ้นเรื่อยๆ
...
:46:
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1223905956&grpid=05&catid=01 (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1223905956&grpid=05&catid=01)
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เวลา 20:50:25 น
ทางออกจากวิกฤต .... โดย นพ.ประเวศ วะสี

๑.สาเหตุของการออกจากวิกฤตไม่ได้

วิกฤตการณ์ต่างๆ ในโลกที่หาทางออกไม่ได้ เกิดจากความขัดแย้งระหว่างสภาพความจริงใหม่กับวิธีคิดเก่า สภาพความจริงใหม่ คือ สังคมปัจจุบันเป็นระบบซึ่งซับซ้อนสุดประมาณไม่เหมือนสังคมโบราณ ระบบที่ซับซ้อนนี้จะผลิตวิกฤตการณ์ด้านต่างๆ ออกมาตลอดเวลา ซึ่งเข้าใจได้ยาก แก้ไขได้ยาก หรือแก้ไขไม่ได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง ทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นวิกฤตการณ์คลื่นลูกที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ผมพูดถึงมา ๑๐ กว่าปีแล้ว หรือรวมเรียกว่า มหาวิกฤตการณ์สยาม เป็นวิกฤตที่ไม่มีรัฐบาลใด หรือใครแก้ได้

วิธีคิดเก่า คือวิธีคิดแบบตายตัว แยกส่วน ง่าย และเป็นเส้นตรง

ปัญหาของมนุษย์อยู่ที่วิธีคิดแบบนี้ ที่นำมนุษย์เข้าไปสู่ความขัดแย้ง รุนแรง วิกฤตจนจะอยู่รอดไม่ได้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จึงกล่าวว่า "เราต้องการวิธีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้" วิทยาศาสตร์เก่าที่มีมา ๕๐๐ ปี ก็ส่งเสริมวิธีเก่าแบบตายตัวแยกส่วน พระพุทธองค์ทรงค้นพบวิธีคิดใหม่ ที่มองสรรพสิ่งทุกอย่างล้วนเชื่อมโยง สัมพันธ์กันอย่างเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (อนิจจัง) วิทยาศาสตร์ใหม่ที่ค้นพบมาประมาณ ๑๐๐ ปี แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเห็นว่า สรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตรงกับที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบมาเมื่อกว่า ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว

ถ้าเอาทัศนะและวิธีคิดแบบพุทธ หรือวิทยาศาสตร์ใหม่เข้าไปมองสภาพความเป็นจริงก็จะเข้าใจความซับซ้อน ความเชื่อมโยง ความเป็นพลวัตร ความโกลาหล (Chaos) ความไม่มีทางออกด้วยทัศนะ และวิธีคิดแบบเดิม ทัศนะและวิธีคิดแบบเดิม ทำให้ทะเลาะกันมากขึ้น ขัดแย้งกันมากขึ้น และรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ เพราะขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริง ที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งหมดทั้งสิ้น อย่างซับซ้อนและอย่างเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง

๒.การเห็นทั้งหมดตามความเป็นจริง

ระบอบทักษิณมีอยู่จริง ขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) มีอยู่จริง

แต่ไม่ใช่เท่านั้น ทั้งหมดมีความหลากหลายมากกว่านั้นมาก ภายในที่เรียกรวมว่า ระบอบทักษิณก็มีความหลากหลายมาก ภายใน พธม. ก็มีความหลากหลายมาก ที่รวมกันเพราะความรู้สึกร่วมคือ ต่อต้านระบอบทักษิณ แต่ในสังคมยังมีอื่นๆ ที่ทั้งไม่ใช่ระบอบทักษิณ และไม่ใช่ พธม. อีกมากมายซับซ้อน การมีพวกนิยมกษัตริย์บ้าง ไม่นิยมกษัตริย์บ้างนี้ ก็เป็นธรรมดาของความหลากหลาย เราไปปฏิเสธความหลากหลายไม่ได้ เพราะเป็นธรรมชาติที่มีอยู่จริง

ตัวอย่างของระบบที่ดีที่สุดคือ ระบบร่างกายของเราซึ่งมีความหลากหลายสุดประมาณ เซลล์สมอง เซลล์หัวใจ ตับ ไต หัวแม่เท้า ฯลฯ ไม่เหมือนกันเลย หัวใจ ตับ ไต ต่างมีอัตลักษณ์ของตัว หัวใจกับตับ จะไปเหมือนกันไม่ได้ แต่อวัยวะจะมีอัตโนมติ (Autonomy) หัวใจจะไปรอให้ใครสั่งให้เต้นไม่ได้ ปอดจะไปรอให้ใครสั่งให้หายใจไม่ได้ มันจะตายเสียก่อน เราจึงเห็นทั้งความหลากหลายและความเป็นอิสระ แต่ทั้งหมดเชื่อมโยงกันอย่างเป็นเอกภาพโดยมีจิต หรือจิตจำนงเดียวกัน ถ้าสมองไปทาง หัวใจไปทาง ตับไปทาง เราก็เป็นคนอยู่อย่างนี้ไม่ได้

ฉะนั้น โจทย์ของเราไม่ใช่ไปปฏิเสธความหลากหลายที่มีอยู่จริง ไม่ใช่ไปปฏิเสธอิสรภาพ หรืออัตโนมติของแต่ละอวัยวะของสังคม แต่โจทย์ของเราอยู่ที่ทำอย่างไรที่องคาพยพของประเทศไทยอันหลากหลาย และมีอัตโนมตินั้น จะมีความเป็นเอกภาพ คือมีจิตร่วม

เอกภาพไม่ได้อยู่ที่การคิดมนุษย์แต่ละคนคิดต่างกัน  จะไปบังคับให้คิดเหมือนกันไม่ได้ นั่นเป็นเผด็จการ คิดต่างกัน จิตจำนงร่วมเป็นคนละเรื่อง จิตจำนงร่วมเกิดขึ้นได้ และที่จริงทุกคนทมีอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ แต่เราไปไม่ถึงเพราะมัวไปทะเลาะกันในส่วนที่ตื้นกว่า ถ้าเราสามารถสร้างจิตจำนงร่วมท่ามกลางความหลากหลายและอัตโนมติ เราจะเกิดพลังสร้างสรรค์มหาศาล เพราะฉะนั้น การทะเลากันแบบแยกส่วนจะยังทะเลาะกันไปก่อนก็สุดแล้ว แต่เหตุปัจจัยและความเป็นไปได้ แต่ทุกฝ่ายควรระลึกรู้ว่าทางออกจากวิกฤตที่แท้จริงนั้นคือ การเห็นทั้งหมด คิดอย่างเชื่อมโยงสัมพันธ์ที่มีพลวัตร คือปรับเปลี่ยนได้ตามเหตุปัจจัย ไม่ตายตัวแยกส่วน และสร้างจิตจำนงร่วมของประเทศ

๓.ต้องเอาใจเป็นตัวตั้ง

เราคุ้นเคยกับการที่ว่าทำอะไรๆ ต้องเอาความรู้นำ ความรู้แยกเป็นส่วนๆ และปรากฎอยู่ใต้อำนาจของกิเลสได้ง่าย จึงไม่มีพลังพอที่จะพาออกจากสภาพวิกฤต ถ้าใช้ใจนำความรู้ตามจะพบทางออก การใช้ใจนำทำให้เปลี่ยนมุมมอง มุมมองเก่าทำให้ติด มุมมองใหม่ทำให้หลุด

มุมมองเก่าคือ ต่างฝ่ายต่างมองฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู ความจริงก็คือ คนทั้งหมดไม่ว่าจะคิดอย่างไร หรือผิดถูกดีเลวอย่างไร ล้วนเป็นเพื่อนมนุษย์กับเรา ถ้าเรามีความรักความเมตตาต่อคนทั้งหมด โดยไม่ตั้งเงื่อนไขแบบที่พ่อแม่รักลูก และลูกรักพ่อแม่ จิตจะหลุดจากความบีบคั้นทันที ทดลองดูเดี๋ยวนี้ก็ได้ รักและเมตตาคนทั้งหมดโดยไม่ตั้งเงื่อนไขจะพบว่า จิตหลุดพ้นจากความบีบคั้นทันที มีความสุขและมองเห็นทางออก

การเยียวยาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะเปิดพื้นที่ในหัวใจให้ทำสิ่งดีๆ ได้สุดๆ อย่างเหลือเชื่อ การเยียวยาต้องไม่เลือกข้าง เลือกขั้ว ไม่ตั้งคำถามหาผิดหาถูก เอาแต่ใจ...ของความเป็นมนุษย์มาสัมผัสกัน ตามหลักการผู้ตกเป็นเหยื่อ ไม่ได้มีเฉพาะผู้ถูกกระทำเท่านั้น ผู้กระทำก็ถือเป็นผู้ตกเป็นเหยื่อด้วย เหยื่อของความบีบคั้นอะไรที่ทำให้ทำ และความบีบคั้นอย่างสาหัสภายหลังกระทำ ฉะนั้นต้องไม่ลืมว่าผู้กระทำก็ต้องการการเยียวยาด้วย ยามที่ฝ่ายถูกกระทำ กำลังมีความแค้นพุ่งสูงยากที่จะยอมรับว่า ผู้กระทำก็ต้องการการเยียวยาด้วย แต่ก็อยากจะฝากไว้ ซึ่งถ้าทำได้คนทั้งหมดจะร้องไห้กันระงม เพราะความสูงส่งของความเป็นมนุษย์เข้าจับมโนวิญญาณ ความสมานฉันน์หลังจากนั้นเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

๔.ทางออกเฉพาะหน้า  โดยทางสันติ หรือโดยทางนองเลือด

ทางออกเฉพาะหน้าอาจสรุปเหลือสองเส้นทาง คือเส้นทางสันติวิธี กับเส้นทางนองเลือด

ก.เส้นทางสันติวิธี

(๑)      ด่วนที่สุด หากเหตุการณ์รุนแรง เมื่อ ๗ ตุลาคม เป็นเรื่องของคุณสั่งมา เพื่อล้มกระด้านการตัดสินคดีของอดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ลอนดอนในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ก็จะมีการสร้างสถานการณ์รุนแรงอีกจากวันนี้ไปถึงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ต้องประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกัน และช่วยกันระวังระไว อย่างเต็มที่ป้องกันไม่ให้มีสถานการณ์รุนแรง กทม. และกรมป้องกันสาธารณภัยต้องระดมอาสาสมัครรักษาพระนครอย่างเต็มที่ จะวางใจตำรวจแต่เพียงฝ่ายเดียวเห็นจะยังไม่ได้

(๒)    หากฝ่ายการเมืองและตำรวจที่รับผิดชอบสามารถเอ่ยคำว่า "ผมเสียใจ ผมขอโทษ ผมขอแสดงความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ ....." จะลดดีกรีความร้อนแรงของความแค้นลงอย่างทันทีทันใด

(๓)    ดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็วทันใจจะช่วยถอดชนวนความรุนแรงลง เพราะความยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของมนุษย์ มนุษย์ยอมตายเพื่อความยุติธรรมได้

ความยุติธรรมที่ยุติธรรมจะช่วยให้มีทางออกด้วยสันติ ความยุติธรรรมที่ไม่ยุติธรรม หรือความยุติธรรมปลอมจะไม่ได้รับความเชื่อถือ ผบ.ตร.จะเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้มีคนเชื่อถือได้ อย่างไร ในเมื่อตำรวจเป็นคู่กรณี ความเกเรกับความยุติธรรม เป็นเหตุให้วิกฤตและออกจากวิกฤตไม่ได้ของสังคมเรื่อยมา ในอนาคตต้องช่วยกันทำให้ระบบยุติธรรมแข็งแรง ซึ่งรวมถึงการปฎิรูปโครงสร้างของระบบตำรวจด้วย มิฉะนั้นตำรวจจะตกเป็นเหยื่อของการตกเป็นผู้ทำไม่ถูกต้องตลอดกาล สังคมไทยต้องรักตำรวจไทย เหมือนสังคมอังกฤษต้องรักตำรวจอังกฤษ

(๔) ถ้ารัฐบาลและรัฐสภาหมดความสามารถในการแก้วิกฤต ควรขอเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ เพื่อเปิดช่องว่างให้ทรงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้

(๕)  ถ้ายังทำอะไรๆ ก็ไม่ได้ ก็ทะเลาะกัน กดดันกันต่อไป แต่อย่าใช้ความรุนแรง รัฐควรเปิดโอกาสให้ใช้การสื่อสารของรัฐ อย่างเท่าเทียมกันให้แต่ละฝ่าย พิสูจน์ตัวเองต่อสาธารณะว่าใช้ความจริง ใช้เหตุผล ใช้สัมมาวาจา เมื่อสาธารณะเข้ามากำกับ ความแตกต่างสร้างสรรค์มากขึ้นเรื่อยๆ ความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ต่างหาก ที่จะพาเราออกจากความติดขัดที่ยาก การปะทะของขั้วตรงข้าม ทำนองเดียวกับฟ้าผ่าจะมีการทำลายสูง และอาจก้าวไปข้างหน้าไม่ได้อีกนาน

(๖)  การเจรจาหาข้อยุติร่วมกันเป็นเรื่องสำคัญ ความขัดแย้งทุกชนิดยุติด้วยการเจรจา ขัดแย้งรุนแรงเท่าใดๆ ก็สามารถยุติได้ด้วยการเจรจาหาข้อยุติร่วมกัน

รัฐไม่พึงเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการใช้ความรุนแรง เพราะจะเพิ่มจำนวนผู้ต่อต้านมากขึ้น ทำนอง "ตายสิบเกิดแสน" แต่ต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาดัวยสันติวิธี บุคคลและองค์กรต่างๆ ควรเข้ามาส่งเสริมการเจรจาหาข้อยุติร่วมกัน

ข. เส้นทางรุนแรงนองเลือด

ถ้าหากสันติวิถีดังกล่าวข้างบนไม่มีใครปฏิบัติหรือไม่ได้ผล แล้วหลุดเข้าไปสู่การปะทะนองเลือด กองทัพไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเข้ามาระงับยับยั้งความรุนแรง และยึดอำนาจรัฐอย่างสั้นที่สุดเพื่อสลายขั้ว แล้วนำความขึ้นกราบบังคมทูลว่า บัดนี้ระบบการเมืองสุดความสามารถในการแก้ วิกฤตแล้ว เกิดสูญญากาศทางอำนาจแล้ว ขอพึ่งพระบารมี ขอพระราชทานนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลาง มีศักยภาพสูงในการยุติวิกฤตการณ์ และประสานให้ทุกฝ่ายในสังคมมาร่วมสร้างระบบอารยะประชาธิปไตย ที่ทุกฝ่ายยอมรับ และร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคมไทยที่มีความเป็นธรรม เมื่อมีความเป็นธรรม ความขัดแย้งลดลง ความร่วมมือก็จะมากขึ้น ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์เป็นไปได้

ความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์จะทำให้เกิดสิ่งดีใหม่ที่ดี

สิ่งใหม่ที่ดีเป็นอย่างไรพยากรณ์ไม่ได้ เพราะเป็นสังคมที่มีคุณสมบัติใหม่โดยสิ้นเชิง ไม่เหมือนสังคมเก่าๆ อย่างที่เรารู้จักกัน

..
ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้าเห็นไม่เหมาะ ก็ย้ายทั้งกระทู้ได้นะครับ
ผมเห็นเป็นแตกฟอง เลยน่าจะแตกฟองทางความคิด โยงจากการเมืองมาเรื่องแนวอื่นๆ ดูบ้าง
ที่ว่ามานี่ กำลังจะโยงมาที่วิกฤติโดยรวม เพราะผมดูการเดินไปมาโต้วาที ระหว่าง แมคเคนและโอบามาม่า แล้วนึกนิยมวิธีการ
วิธีการที่เหมาะสม เข้าท่า ใช้แก้ปัญหาได้ก่อนที่มันจะเกิดเหตุด้วยซ้ำ นี่คือวิธีคิดและแสดงออกอย่างมีพัฒนาการ
ขอยืนยันว่า ยังอยู่ในประเด็นเรื่อง ฟองเงินแตก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ดาราริกา เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 09:54 น.
ป.ล. อธิบายความเพิ่มเติมข้อเท็จจริงเรื่อง Iceland ล้มละลาย ส่วนหนึ่งเพราะโลกร้อน
ตอนแรกมันก็เยิ้มทางการเงินก่อน พอเยิ้มคงมีคนหาเหตุมายึด หวังกำไรขายทอดตลาด
เรื่องจริงคือ คนน้อย พื้นที่มาก แมวน้ำไม่ใช้เงิน ทรัพย์ใต้นั้นยังมีเยอะ เอาน้ำแข็งไปทอด..ตลาด มันก็คงได้แต่น้ำเค็ม


:33: :33:

ลุงกำนันคิดมาก็ คิดมาด้ายยยยย   :54:

:46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 10:45 น.


บทความเจ๋งมากครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:17 น.
ดาวริกาว ดาริกา ดาราริเกา เอ๋า เดาเอาว่า ดาราริกา  :44:
ในข้อความโปรยท้ายนาม ...
ที่ถูกน่าจะเป็น exist การมีอยู่จริง ตรงตัวแดง ๆ นะ ไม่น่าจะใช่ exit ที่แปลว่าทางออก

More than exist................ Dead
ยิ่งกว่าสถิตชีวิตมี อยู่ที่ตาย

อันนี้แปลแบบสำนวนมิ๊บ ๆ กำนม.

More than dead..................Forgotten!
ยิ่งกว่าชีพสลาย คือการหายจากความทรงจำ

ทำให้คิดถึงหัวอกของเจ้าหนี้ ตายเสียดีกว่าที่จะถูกลืม แต่ทว่า...

More than forgotten..................Remembered!
ยิ่งกว่าการเลือนหาย คล้ายจะเป็นเช่นความจำ

ลูกหนี้ไม่ชอบจดจำ และไม่ชอบการถูกจดจำ (จำไว้ ๆ)

จง จำ ไว้ ลึกแกมงงทางการเงิน มั้ยล่ะนั่น
ทะเลลึกย่อมมีควัน เมื่อความทรงจำกระดิกตัว

เล่าถึงเหตุการณ์ใหม่ที่ยังมาไม่ถึง มันจะคล้ายหมอดู
มันมีความทรงจำสีสด สดแต่เศร้า เกี่ยวกะเรื่องทางการเงิน
ผมยกให้เห็นชัด สิบห้าวันที่ผ่านมา ไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้มาก่อน
ไม่มีลูกค้าเลยสักรายเดียว ในทุกสาขาที่ผมทำ รถ เมล์ เรือ ลิเก ท่องเที่ยว ออกแบบ
ด้วยเหตุจากภาวะหดตัวกระตุกรุนแรง ของต่อมกระตือ ไร้กระสันต์ คนเก็บกระสุนกันหมด
เข้าช่วงไฮซีซั่นแล้ว ใครอยากเที่ยวจงเที่ยว ดีกว่าตกเป็นเป้านิ่ง ให้ความหดหู่มันจู่โจม
การท่องเที่ยวไม่ใช่การลงทุน เป็นการเติมทุนต่อชีวิต และเปิดรับซับซึมทัศนะใหม่ ๆ
เงินไม่เกี่ยงหรอก ถ้าเราใช้ให้เหมาะ ห้าร้อยบาท ผมก็เคยไปอยู่เกาะมาแล้ว
อันที่จริง เรื่องการใช้เงินทำให้สำเร็จนี่ แผนสำคัญที่สุด ยิ่งกว่าปริมาณเงิน
มีเงินน้อย จะทำอย่างไรให้พอเพียง เราจะฉลาด รู้จักใช้ เมื่อมีข้อจำกัด
มีสัมมาปัญญาในการเพิ่มรายได้ ในช่องทางที่คนรวยไม่มีวันนึกออก
ความจนไม่ใช่สิ่งน่ารังเกียจ ความไม่พอน่าเกลียดน่ากลัวกว่าเยอะ
ทุกข์ที่เห็นกันชัดในสังคมเรา ไม่ใช่ความจน แต่เป็นเรื่องหนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:19 น.

เราจะอารยะขัดขา

ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ดีมั้ยครับ

:47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:39 น.
คิดแบบมีแผน อันลึกซึ้ง
ต้องตอบว่าไม่ดี๊ ไม่ดี ผิดหลักการ
..
ตานี้ อนารยะสมยอมขัดถู มันก็มี มันเป็นได้แบบเงียบ ๆ จึงอารยะงอนจริง หญิงชำนาญ
การประกาศนั่น คงเพื่อสื่อสารกับสังคม หาแนวร่วมให้มีพลัง และบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมปั่น
คือในภาวะจำเป็น มันเป็นไปได้เองโดยปริยายอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นไปตามคำประกาศของใคร
มีบทฝึกการประกาศเจตจำนง วิธีการไม่ยาก ยืนริมหน้าต่างเวลาฝนฟ้าคะนอง แล้วเปล่งวาจาว่า ฟ้าจงผ่า
ฝึกบ่อย ๆ เข้า แล้วจะประกาศเรื่องอื่น ๆ น้อยลง ประกาศแถลงการณ์มันเยอะ เสียจนหาใบบอกธรรมดา ๆ ไม่เจอ
รักนะ อีแต๋วตายแล้ว อีติ๋มขาดขาไพ่ กูปวดขี้ นี่ผมปรารถนาจะอ่านอะไรแบบนี้ ตามฝาผนังส้วม เวลาไม่มี ไม่หนี ไม่ตด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:45 น.
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:19 น.
เราจะอารยะขัดขา

ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ดีมั้ยครับ

:47:

ไม่ได้ครับ เดี๋ยวโดนแก๊ซน้ำตา ทำให้ ขาขาดได้



พอขาขาด จะไม่สามารถเล่นไพ่ได้ เมื่อเล่นไพ่ไม่ได้ เศรษฐกิจจะฝืดเคือง
คนที่กู้หนี้ยืมสินมาเพื่อเล่น จะไม่มีเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ ทำให้เป็นหนี้ nsl
ระบบจะรวนมากๆ จากระบบเศรษฐกิจที่ทรงตัว จะต้องปรับเปลี่ยนเป็น
ระบบ 4-4-2 ให้นายกยืนหน้า คู่กับรมต.กระทรวงการคลัง
เวลาบุกใช้ รองนายกขึ้นทางปีกซ้าย เพื่อชะลอราคาน้ำมัน
ส่วน รมต.กระทรวงเกษตรให้เป็นแดนกลาง เพื่อเพิ่มรายรับในการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร
และสั่งจ่ายเงินไปแดนหน้า ให้ นายก ทำประตู



ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:53 น.
นายกฯ ทำประตูยาก เพราะชอบปืนออกทางหน้าต่าง
จักรี ท่าทางจะเพลินนะ อ๊ะ เดาะบอลส่งมา
แล้วเอาหัวโหม่ง...โลก

จินตนาการผมเริ่มทำงานแล้ว
ถ้าขึงตาข่าย ไว้ภายในลูกฟุตบอล
มันมีกี่วิธี ที่จะเตะเปลือกนอกให้ตุงตาข่ายนั้นได้ ?
ปัญหานี้ เป็นปัญหาทางการเงินของทีม เลยเชียว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 13:06 น.
วันนี้หุ้นเขียวไปทั่วกระดานเลย

คนเล่นหุ้น กรี๊ด กันใหญ่  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: icez เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 13:11 น.
หลังจากแดงเถือกมาเป็ฯสัปดาห์

คิดตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วว่าวันจันทร์น่าซือ้เก็บไว้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 17:59 น.
พอร์ทยังแดงอยู่เลย ลบไปสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ลมพัดเย็นสบาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 19:05 น.
หุ้นปตท.ตก  :05:

เมื่อไหร่จะได้สร้างบ้านใหม่ซักทีนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 19:52 น.
ขนาดหมียังต้องฝากฝันไว้กับดัชนีราคาหุ้น
เกิดเป็นหมีอย่าหมุนมาก มันเวียนวุ้น หุ้นหมี
..
ประดิษฐ์กรรมทางการเงิน ที่ผมขอแนะนำคือ สวิง
อันนี้จากประสบการณ์ตรงเท่าที่เคยเห็น คนมีสวิงเท่านั้นที่รวยอู้ฟู่
ในยามที่น้ำกลับมาหลากใหม่อีกครั้ง แต่ตอนน้ำลดน่ะ ไม่ควรใช้สวิง
และไม่ควรระเริงเดินไกลออกจากฝั่งนัก เวลาคลื่นมาจะตายกันเยอะ
เพราะกิเลสจะชักนำให้เดินจับปลาเพลินห่างฝั่งขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำลดอย่างผิดปกติ มักจะเป็นสัญญาณก่อนการเกิดสึนามิ
วิ่งอย่างไรก็เอาชีวิตไม่รอด ได้แต่เน่าไปพร้อมซากปลาอันมีค่าเมื่อเทียบกับอะไร?
..
ไม่ขัดลาภจ้ะ รวยก็แบ่งปัน จนก็คิดถึงกันได้
บันยะบันยัง ในความคิดที่ว่า..รู้งี้ ทำแบบนี้ดีกว่า
เพราะมันอาจหลงในวังวน รู้งี้..แบบการแทงหวย  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ดาราริกา เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 19:59 น.
อ้างคำพูดจาก: กำนม. };oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:17 น.
ดาวริกาว ดาริกา ดาราริเกา เอ๋า เดาเอาว่า ดาราริกา  :44:
ในข้อความโปรยท้ายนาม ...
ที่ถูกน่าจะเป็น exist การมีอยู่จริง ตรงตัวแดง ๆ นะ ไม่น่าจะใช่ exit ที่แปลว่าทางออก

More than exist................ Dead
ยิ่งกว่าสถิตชีวิตมี อยู่ที่ตาย

อันนี้แปลแบบสำนวนมิ๊บ ๆ กำนม.

More than dead..................Forgotten!
ยิ่งกว่าชีพสลาย คือการหายจากความทรงจำ

ทำให้คิดถึงหัวอกของเจ้าหนี้ ตายเสียดีกว่าที่จะถูกลืม แต่ทว่า...

More than forgotten..................Remembered!
ยิ่งกว่าการเลือนหาย คล้ายจะเป็นเช่นความจำ

ลูกหนี้ไม่ชอบจดจำ และไม่ชอบการถูกจดจำ (จำไว้ ๆ)

จง จำ ไว้ ลึกแกมงงทางการเงิน มั้ยล่ะนั่น
ทะเลลึกย่อมมีควัน เมื่อความทรงจำกระดิกตัว

ขอบพระคุณค่ะ สะกดผิดจ้าาาา  :46:  เดี๋ยวไปแก้ไขนะคะ
:46:  + ให้ลุงก่อนนะคะ


ป.ล. วันนี้หุ้นขึ้นทั่วโลกค่ะ ยกเว้น จีน
เพราะ จีนควบคุมกระแสเงินเองค่ะ เดี๋ยวเงินจะเฟ้อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 22:22 น.
ได้น้ำมันเติมเพิ่ม แต่เครื่องยังกระตุกอยู่ เพิ่งเริ่ม ยังไม่พ้น
เหมือนเป็นอาการทำนองนั้น แล้วก็ยักแย่ยักยัน มองหาอู่ซ่อม
..
ตอนนี้ผมแทบจะใช้บอร์ดนี้ เป็นกระดาษบันทึกความเห็น
ไปพลาง ๆ ก่อน สะดวกดี มีคนแวะคุย พอให้น้ำลายไม่ล้นปาก
ราคาทอง มีผลกับหนุ่มสาวในฤดูกาลสมรส ปลายปีนี้ไหมหนอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 16 ต.ค. 2008, 14:25 น.
ข่าวล่า ด่วน และรุนแรง
ฐานใหญ่ของพันธมิตร ถูกจู่โจม
จีนตีของกลับมหาศาล เพื่อกดราคา
วิกฤติราคายาง ตกต่ำอย่างรวดเร็ว
อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
จาก 80.- เหลือ 40.-กว่าบาท
แปดสิบเปอร์เซนต์ของชาวสวนยาง คือชาวใต้
..
ความเศร้าตัวจริง เริ่มมาเยือนแล้ว
จากเหตุที่เกิด อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดของฝ่ายไหน
แต่ให้ดูที่กลไกวิธีการจากซีกรัฐบาล ในการเยียวยา แก้ไข หาทางออก
ถ้ารัฐเฉยเมยหรือไม่เต็มที่กับกรณีนี้ เท่ากับยิ่งเติมไฟในกองเพลิง
..
ตอนราคายางแพง ท่านก็สมอ้างสร้างเท็จ ว่าเป็นผลงานรัฐบาล
ตอนนี้พวกเดิมกลุ่มเดิมก็ยังบริหารอยู่ จะว่ายังไง มันไม่ใช่ผลงานรัฐบาลสักอัน
ไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรก็ตาม อย่ามัวชี้โทษโน่นนี่ คนเขาดูที่น้ำใจความจริงใจในการปฏิบัติมากกว่า
เรื่องนี้ผมว่าเหตุมันมาจาก ความตื่นตระหนก เกมกลของตลาด ของผู้ซื้อของระบบทุน ในยามที่จิตร่วงผลอย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 28 ต.ค. 2008, 23:42 น.
เศรษฐกิจโลกทรุดต่อเนื่อง เส้นเชือกโยงยาว ร้อยรัดไทยเข้าสู่วังวนตกต่ำจนรู้สึกได้
บางจังหวะจะกระตุกรุนแรง ทุนหายกำไรหดวาบ ปีหน้าที่กำลังมา คนตกงานไม่ต่ำกว่าล้าน
ผมไม่ห่วงบัณฑิตใหม่ เพราะยังคุ้นกับการพึ่งพิงคนอื่น ส่วนคนที่ไร้ที่พึ่งก็คงไม่เกี่ยงงานจึงมีงาน
พร้อมหรือยังที่จะอด เคยอดอาหารได้นานที่สุดกี่วัน ผมเคยสามวัน คิดว่าคราวนี้เจ็ดวันก็ยังไหว
การบอกกล่าวความจริง ไม่ใช่การมองโลกแง่ร้าย เพราะเมื่อเราต้องเผชิญ เราจะพร้อมรับมือ
..
นี่ไม่ใช่การถดถอยแบบปกติ ตามวัฏจักร มันเป็นความโลภเสรีที่คุมยาก
มันคือจุดเริ่มต้นของความเสื่อม เป็นเสื่อมที่เป็นผลมาจากความเจริญแบบหนึ่ง
ปีหน้าจะได้อ้างกันไม่ได้ว่าไม่รู้ตัวมาก่อน แค่สัญญาณยังมาไม่ถึง ไม่ได้แปลว่ามันดีขึ้น
นับเป็นบุญ ที่ทำให้เราเกิดมาร่วมทุกข์กันในชาตินี้ จงฝึกจิตไว้รอด้วยความรัดกุมยิ่ง
มันก็แปลกที่ผมมักจะมองเห็นการเพิ่มรายได้ จากความตกต่ำแบบนี้อยู่เสมอ เมื่อถึงเวลานั้นค่อยว่ากัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:02 น.


ค่ารถเมลล์ลดลงแล้วนะครับ สาเหตุอะไรก็ไม่รู้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:14 น.
ตอนที่ขึ้น เผลอขึ้นเกินมั้งครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:17 น.


มิน่า แทบไม่มีที่ยืนเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:17 น.
อื้ม.... :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:18 น.


:30: ขำตัวเอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:19 น.






เฮ่อ~


ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:25 น.
กำไรลดลง 55 บาทต่อหน่วย
เพราะทุนเพิ่มแต่เพิ่มราคาตามไม่ได้ เฮ้ ...  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 00:26 น.
น้ำมันแพง ไม่ใช่ตัวทำเศรษฐกิจทรุด
แต่เศรษฐกิจทรุด ทำให้น้ำมันมีราคาถูก
เพราะผู้ผลิตยังจำเป็นต้องผลิต
แต่การบริโภคน้ำมันลดลง
ราคาน้ำมันจึงดิ่งเหว
ต่อให้ทุกอย่างถูกลงกว่านี้อีก ราคาถูกก็มีจุดผกผัน
แต่เมื่อเงินหายไป และหายากมากขึ้น หายไปในสัดส่วนที่มากกว่า
เมื่อนั้น ด้ชนีความมั่งคั่ง และความสุขต่างๆ จะหายไป
ทำนองว่า ถูกแค่ไหนก็ไม่มีปัญญาจะซื้อ :(
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: 8e88 เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 02:51 น.
ระบบการเงินโลกมันเจอปัญหาเรื่องการตีฟองสบู่ครับ สาเหตุหลักก็คือเงินดอลล่าห์ที่ก่อนหน้านี้ ชาติต่างๆตีราคามันแบบเกินตัว
ทำให้อเมริกาพิมพ์แบ็งค์ดอลล่าห์ออกมาเหมือนคล้ายกับการผลิตแบ็งค์กงเต๊ก เพราะพิมพ์ออกมาเท่าไหร่ก็ขายได้
มันก็เลยส่งผลให้ค่าเงินอเมริกามีค่ามากกว่าค่าเงินสกุลอื่น ....ส่วนชาวอเมริกันก็อาศัยเงินอนาคตกันเยอะ (เครดิตและหนี้)
คิดดูเอาเองว่าประชากรอเมริกาทั้งหมดคิดเป็น 5% ของจำนวนประชากรโลก แต่บริโภคทรัพยากรไปถึง 25% ที่ทั่วทั้งโลกผลิตได้
เรียกได้ว่าบริโภคเกินตัว แถมขาดดุลการค้ากับหลายๆประเทศ ....ที่การเงินอเมริกายังคงอยู่มาได้เป็นเพราะว่าประเทศที่มีเงินคงคลังมากอย่างญี่ปุ่นและจีนช่วยกันอุ้มไว้ไม่งั้นคงกว่านี้ด้วยซ้ำ ....แต่อเมริกาเหมือนเด็กที่กินจุ มีเท่าไหร่ก็กินไม่พอ เลยเจอปัญหาเป็นลูกโซ่ โดมิโนในตอนนี้ ประเทศอื่นๆเลยซวยตามไปด้วย

......จะว่าไปถึงเรื่องการบริโภคทรัพยากร จีนที่บริโภคทรัพยากรเยอะเป็นอันดับต้นๆของโลก เพราะประชากรเขาเยอะอยู่แล้ว สัดส่วนในการบริโภคผมจำไม่ได้ว่ามันเป็นอัตราส่วนเท่าไหร่ แต่ไม่น่าแปลกกับจำนวนประชากรที่มากที่สุดในโลก

ไม่รู้นะ ผมมองว่าไอ้ระบบการเงินโลกนี่มันอาจจะด้อยประสิทธิภาพและมีช่องโหว่มากขึ้นเรื่อยๆ
ในอนาคตอีกสักร้อยปี โลกอาจจะเปลี่ยนระบบจากเงินไปเป็นอย่างอื่นก็ได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 29 ต.ค. 2008, 07:49 น.
เห็นว่าหลายที่เริ่มใช้ระบบ"จิตพิสัย" แล้วนะ
และเราอาจจะได้ยินเสียงรำพึง ดังแปลกๆ ว่า น่าจะเปลี่ยนเป็นเงิน  :43:
..
ต้นเหตุของเรื่องทั้งมวล คือ ความเพลินและความโลภ
วิธีแก้ไม่ใช่แค่ระบบ เพราะยิ่งแก้ ระบบยิ่งซับซ้อน พอกพูน เพลิดเพลิน
กินโปรตีนมากก็แบบนี้แหละ ถนัดบริโภค กินน้อยก็ผอมแห้งมันสมองกรอบ
เรื่องแบบนี้เรายังล้าหลังอเมริกัน ทั้งดีและร้าย เลยยังพอมองเห็นทางชะลอ
..
จริงอยู่ ที่ปริมาณมีผลทำให้คุณภาพเปลี่ยนทั้ง+/-
ความพอเพียง เรียนรู้ยากจากตัวหนังสือหรือทฤษฎี
ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ถ้าจะนอนฝันถึงเรื่องนี้ โดยไม่เคยทำ
ในระบบนิเวศน์ สิ่งมีชิวิตในภาวะคลาดแคลนจะปรับท่าที
ชีวิตบริหารจัดการความโลภได้ ไม่ใช่ด้วยความรู้หรือทุนวัตถุ
แต่ด้วยแรงชีวิต ความทุกข์ ความรู้สึกสัมผัสอันเป็นจริง ผิวสู่ผิว
ได้เวลาเข้าสู่บทเรียนใหม่ ในตำราเดิม ของชีวิตที่หลงในอำนาจ บนดาวดวงนี้แล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 30 ต.ค. 2008, 08:41 น.
อยุธยา และระยอง มีนิคมอุตสาหกรรมเพียบ
ผมเคยเข้าไปรับงานออกแบบแถบนั้น ยกเว้นโรงงานผ้าซับน้ำตา
ทุกโรงงานมีสัญญาณส่อ เตรียมลดกำลังการผลิตลง แปลว่าเตรียมโละคนงาน
ไม่ใช่หลักหมื่น แต่เป็นหลักแสน แสนคนเต็มราชมังคลาวันเดียว ยังใช้เงินเป็นร้อยล้าน
..
ปีหน้าให้ระวังทั้งโจรใหญ่และโจรเล็ก ความหิวทำให้คนสิ้นคิดกลายเป็นโจรได้ง่ายๆ ทั้งในและนอกประเทศ
โจรในคราบคนดีก็มี โจรในคราบกำนันก็มาก โจรจิ้มลิ้มก็เยอะ ยังไม่ต้องฝึกวิชาการรบแบบกองโจรหรอกจ้ะ
วลีเก่าจะกลับมาอีกครั้ง .. "ไอพ่อดเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง" อดีตเสนาบดีเกษตรกล่าวไว้ทำนองนั้น
"ความรักคือมายา พ่อตาสิของแท้" ปรารถนาของบางคนในการไต่เต้าทางการเมือง บันไดขั้นแรกอยู่ที่พ่อตา
..
ปัญหาหลายเรื่อง อยู่ที่ระบบทุนนายหน้าและการลงทุนนั่นแหละ แสวงหากำไรจนเกินพอดี
ชาวไร่ข้าวโพดหวาน ได้ฝักละสองบาท พ่อค้าบวกอีกห้าบาท คนปิ้งข้าวโพดบวกอีกสามบาท
ห้างที่ขายบวกสิบบาท (เป็นค่าแอร์และดอกเบี้ย แปดบาท) คนซื้อกินฝักละยี่สิบบาทสบายไป
..
ปีหน้าไม่ได้ไม่ดี ผมจะลองปลูกข้าวโพดหวานดูมั่ง แล้วเอามาส่งให้ถึงมือพ่อค้าต้มปิ้งย่างข้าวโพด
กำลังฝึกหมาให้ตะกุย ผมหยอด มันกลบ และเยี่ยวซ้ำ มีสี่ตีนก็ต้องช่วยกันทำมาหากินบ้างสิ ลิ้นยาวกินเยอะ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 30 ต.ค. 2008, 12:11 น.
ผู้หญิงส่วนใหญ่ พอใจกับตัวเลขที่ลดลง  :25:


แต่ราคาหุ้น  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วิกฤติการเงิน = ฟองเงินแตก
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 30 ต.ค. 2008, 16:20 น.
นมลด มดกินเมลามีนเรอะ