ขออนุญาตบอกข่าวครับ... สำหรับผู้ที่สนใจและใช้งาน Ajax ทั้งผู้เริ่มต้น-กลาง มีหนังสือ Ajax ออกมาใหม่หนึ่งเล่ม ผมเอาบทสรุปคราวๆ มาให้อ่านกัน น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ :52:
หนังสือ "พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันด้วย Ajax ภาคปฏิบัติ" เล่มนี้ นำเสนอเทคนิคในการใช้ Ajax ถึง 60 เทคนิคซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best practice) โดยนำเสนอควบคู่ไปกับตัวอย่างที่ชัดเจน และโค้ดที่อธิบายอย่างละเอียด ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริง ตัวอย่างทั้งหมดนี้นำเสนออยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายสม่ำเสมอตลอดทั้งเล่ม เนื้อหาในเล่มจะเริ่มต้นด้วยการอธิบายความรู้พื้นฐานที่จำเป็น ซึ่งรวมไปถึงเฟรมเวิร์ก Ajax ที่สำคัญๆ และภาษา JavaScript เชิงวัตถุ (ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ ถ้าคุณต้องการจะเขียนโค้ด Ajax ที่สเกลไปใช้ในแอปพลิเคชันที่มีขนาดใหญ่หรือซับซ้อนขึ้น) เนื้อหาหลังจากนั้นจะอธิบายให้คุณเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงวิธีการจัดการอีเวนต์ การตรวจสอบค่าในฟอร์ม และการจัดการสถานะ แต่ละตัวอย่างจะมีการวิเคราะห์อย่างละเอียด ทำให้คุณเข้าใจได้อย่างชัดเจน และเห็นถึงวิธีการนำแต่ละเทคนิคมาใช้ร่วมกัน และต่อเติมความสามารถออกไปได้อีก
ในหนังสือเล่มนี้ คุณจะได้เรียนรู้
* วิธีทำแดร็กแอนด์ดร็อปอย่างถูกวิธี (บทที่ 9)
* วิธีควบคุมการเผยแพร่อีเวนต์ในทรีของ DOM (บทที่ 5)
* วิธีสนับสนุนการใช้ปุ่มแบ็กและการอันดู (บทที่ 8)
* วิธีการทำเนวิเกชันที่ดี (บทที่ 7)
* วิธีอ่านข้อมูลล่วงหน้าเพื่อช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น (บทที่ 11)
* วิธีสร้างแมชอัพที่รวม Yahoo! Maps กับ Flickr เข้าไว้ในหน้าเดียวกัน (บทที่ 13)
"เป็นหนังสือ Ajax ยุคที่สองที่กลั่นกรองวิธีปฏิบัติมาจากประสบการณ์จริง แม่นยำและครบถ้วน!"
Ernest J. Friedman-Hill, Sandia National Laboratory
"จะเป็นประโยชน์ต่อนักพัฒนาที่ใช้ Ajax ไปอีกนาน"
Curt Christianson Microsoft MVP
(http://img2.f0nt.com/08/265f7a98f2e15e6edbdc8ec9480f1ac1.jpg)
เล่มนี้ เชียร์ครับ :12: :12:
สมต้น ขายหนังสืออย่างเดียวเลยว่ะ :21:
:30: กำลังว่าจะแซวพอดี
:30:
เอิ๊กๆๆ ... เขินอะ
คือว่าถ้ามีหนังสือเล่มไหนออกใหม่ ดีๆ ก็จะมาประชาสัมพันธ์ให้ชาวฟอนต์ได้รู้กัน ส่วนจะชอบเนื้อหาหรือไม่อย่างไร อันนี้สุดแล้วแต่นะครับ อย่างน้อยที่สุดก็ได้รุ้ว่ามีหนังสือใหม่ออกมาอีกแล้วครับท่าน....
:43:
ฮั่นแน่ ๆ
สมต้นไม่ยอมมาเตะบอลตอนเที่ยง :27:
เมื่อวานยังไปเลย หอบแดดเลย เหนื่อย ไม่ได้ไปเตะซะหลายวัน
หนักมั๊ยคะ หอบแดด :47:
:49:
น่าจะเบากว่า หอบบุ๋ม :43:
:30: บุ๋มไม่น่าเล่นเลย เข้าตัวซะงั้น
อ้างคำพูดจาก: สมต้น เมื่อ 08 ต.ค. 2008, 11:02 น.
น่าจะเบากว่า หอบบุ๋ม :43:
ดูตัวพี่ส้มต้นดิ เล็กกระเปี๊ยกเดียว บุ๋มยังตัวโตกว่าอีก :30:
อ้างคำพูดจาก: ศอส (ศรีราชา) เมื่อ 08 ต.ค. 2008, 11:06 น.
:30: บุ๋มไม่น่าเล่นเลย เข้าตัวซะงั้น
:30: ลืมคิดจุดนี้เลยค่ะพี่ศักดิ์
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 08 ต.ค. 2008, 10:26 น.
เล่มนี้ เชียร์ครับ :12: :12:
ได้ใจๆๆๆ เอาหนังสือไปเลยฟรีๆ 1 เล่ม :52:
:25: จริงเหรอครับ
ซาบซึ้ง :05a:
ว่าแต่ว่าใช้งาน Ajax อยู่หรือเปล่าครับ เดี๋ยวส่งไปแล้วไม่ได้ใช้
บอกมาโล้ดว่าจะส่งไปให้ที่ไหน
ตึกเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 20
แผนกหนังสือทั่วไปครับ
ส่งมาได้เลย :56:
มีที่งานหนังสือมั๊ยครับ :09:
:56: พี่สมต้น แจกฟรีด้วยเหรอเนี่ย
มีครับ ลด 15% ไปที่บูธซีเอ็ดเลย...
อ่านดูแล้ว ช่วยคอมเมนต์ด้วยนะครับ ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร อ่านรู้เรื่องมั้ย แปลเป้นอย่างไร หรืออะไรก็ได้บ่นมาเลยเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ :43:
อ๊ะแจกฟรี :25c:
อ้างคำพูดจาก: อู แบล็คเฮด เมื่อ 08 ต.ค. 2008, 11:33 น.
ตึกเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 20
แผนกหนังสือทั่วไปครับ
ส่งมาได้เลย :56:
เดี๋ยวส่ง EMS ไปให้ :15:
ส่งไปแล้วนะครับ :27:
ส่วนนี้ review แรกๆ ครับ
roofimon official blog (http://roofimon.wordpress.com/2008/10/04/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ajax-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/)
โอ.. ขอบคุณมากครับ ไปอ่านแล้วละ คุณศิรสแปลออกมาได้ใจจริงๆ
น่าสนใจมากครับ กะจะซื้อพร้อม flash ActionScript ที่งานหนังสือ
ป้าบนหน้าปกคนนั้นเป็นใครครับ :44:
คุณป้า ที่อยู่ปกคือ "Sultana" หมายถึงผู้หญิงในครอบครัวของสุลต่าน อาจหมายถึงภรรยาหรือมารดาก็ได้ครับ...
ภาพนี้มาจากหนังสือชุดรวมภาพวาดเครื่องแต่งกายของจักรวรรดิออตโตมัน ตีพิมพ์เมื่อปี 1802 โน้นครับ พอดี บก. ของสำนักพิมพ์ Manning ไปเจอที่ตลาดนัดซื้อขายของเก่าที่เมืองแมนฮัตตัน แล้วรู้สึกปิ๊ง เลยซื้อมา
หนังสือของค่าย Manning จะใช้ภาพวาดเครื่องแต่งกายจักรวรรดิออตโตมันมาขึ้นปกทั้งนั้นเลยครับ ผมเข้าใจว่าทาง บก. Manning เขาอยากเล่าเรื่องราวประเพณีและธรรมเนียมการแต่งกายที่สวยงามของคนสมัยโบราณเมื่อสองศตวรรษที่แล้วให้หวนกลับมาอีกครั้ง โดยผ่านภาพวาดครับ
และที่สำคัญมันดันมาอยุ่บนปกหนังสือเกี่ยวกับ "โปรแกรมมิ่ง" นะซิ ซึ่งดูแล้วมันอยู่คนละด้านกันเลย "เทคโนโลยี" กับ "ประเพณี"
แวะไปดูหนังสือของค่าย Manning ได้ที่
www.manning.com (http://www.manning.com)
แนว ดีนะคะ :02:
แสดงว่าปกนี้ ทำเหมือนปกของ สนพ ต่างประเทศ ใช่ไหม
:09:
จริงๆ น่าถามทาง สนพ เขาว่ามีแนวคิดอะไร
ในการนำเรื่องราวของ จักรวรรดิออตโตมัน
มาลงปกแฮะ
ผมรู้จัก จักรวรรดิออตโตมัน ผ่านสารคดี เส้นทางสายไหม
เล่มนี้เป็นหนังสือแปล เขามีเงื่อนไขว่าให้ใช้ปกตามเขาครับ...
ทาง สนพ. Manning เขายกย่องการประดิษฐ์คิดค้น การริเริ่ม สร้างสรรค์ ซึ่งทำให้ สนพ. นี้ ได้นักเขียนที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ และผลงานเขียนของ สนพ. นี้ได้รับกล่าวขานกันมากในหมู่โปรแกรมเมอร์ทั่วโลก...
ประเด็นสำคัญผมว่า... เขาพยายามถึงความแตกต่างของสองยุคให้มาอยู่ด้วยกัน สมัยนั้นถือว่ารุ่งเรื่องสุดๆ ประเพณีวัฒนธรรมอันสวยงามกลับหายไปตามกาลเวลา ไม่สามารถยืนยงได้ เทคโนโลยีวันนี้ที่ว่าสุดยอดแล้ว ถ้านับไปอีก 50 ปีข้างหน้า มันก้ต้องถูกลืมไปอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับประเพณีการแต่งตัวตามภูมิภาคต่างของโลก เอาง่ายๆ แค่ไทยเราก็ได้ มันหายไปหมดแล้ว... นึกไม่ออกว่าเมื่อ 100-200 ปี คนไทยแต่งตัวกันอย่างไร หาดูยากขึ้น
แต่ภาพการแต่งตัวของจักรวรรดิออตโตมันเมื่อ 200 ปีก่อน กลับมาอยู่บนปกหนังสือโปรแกรมเเมอร์ในปัจจุบัน...
:56:
อยากเขียนเป็น เอาไว้เขียน PHP กับ Java ให้เป็นก่อนแล้วเดี๋ยวอุดหนุนครับ
ผมรอเวอร์ชันภาษาไทยมานานแล้วครับ :25:
มีแจกฟรีไหมพี่ :46:
เร็วๆ นี้คงได้จับจองเป็นเจ้าของซักเล่มหนึ่งแน่นอนครับ :12:
ซื้อ :25:
วันนี้ไปซีเอ็ดคาร์ฟูร์ (เชียงใหม่)
ก็ไปจับๆดูทีนึงแล้วครับ แต่รู้สึกว่าคงอ่านไม่รู้เรื่อง เลยหยิบ PHP มาศึกษาก่อน
กะลังเริ่มโค้ดกลาง :01: :30:
เขียนไม่เป็น แต่จะซื้อ :56:
ใครที่ต้องการส่วนลด 15% ไปหาซื้อได้ที่บูทซีเอ็ด ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติได้เลยนะครับ
:25:
ถ้าต้องการส่วนลด 100% ไปหาซื้อได้ที่ไหนคะ :25:
ซื้อตามร้านขายยาทั่วไป แฮะๆๆๆ... อะอะ ล้อเล่นนนนน...
ว่าแต่ว่า ตุ๊กตาถักเสร็จยังเถอะ
:15:
:53: ยังค่ะ
เจอแหล่งข่าวจาก narisa อีกที่นึงครับ
http://www.narisa.com/forums/index.php?showtopic=25445&hl= (http://www.narisa.com/forums/index.php?showtopic=25445&hl=)
เล่มนี้ราคาเท่าไหร่ครับ :47:
จะเอาไปคำนวณงบรวมตอนลุยงานหนังสือ
ได้ซื้อใช้งานแน่ ๆ เลยอ่ะ :56:
วันก่อนไปดูจำไม่ได้แล้วครับ259 หรือ 299 มั๊งครับ
อ๊ะ เจอแล้ว 299 ครับ
http://www.se-ed.com/eshop/Book/BookDetail.aspx?No=9789742127831&TypeMCode=BK&ProdMCode=%A4%B5 (http://www.se-ed.com/eshop/Book/BookDetail.aspx?No=9789742127831&TypeMCode=BK&ProdMCode=%A4%B5)
ไปเดินงานหนังสือ เหลือราวๆ250ครับ สอยมาเรียบร้อยแล้ว ฮี้กับๆ :25:
ราคาปก 299 บาท ลดในงาน 15% เหลือ 254 บาทครับ
เพิ่งเข้าไปอ่านที่
http://www.narisa.com/
คนสนใจ Ajax กันมากจริงๆ
สวัสดีครับ
แวะมาเยี่ยมครับ
ขอบคุณที่สนับสนุนครับ และ ดีใจที่ชอบหนังสือกันครับ :52:
อ้างคำพูดจาก: siros เมื่อ 15 ต.ค. 2008, 07:40 น.
สวัสดีครับ
แวะมาเยี่ยมครับ
ขอบคุณที่สนับสนุนครับ และ ดีใจที่ชอบหนังสือกันครับ :52:
สมต้น เชิญ นักแปล มาเองเลยหรหือ นี่ :09:
:21: :21: :21:
เฮ่ย ถามจริงครับ ใครล็อคอินมาเนียนเปล่า :30:
สวัสดีครับ :46: คุณศิรส
เป็นผู้เขียนของผมเองครับ คุณศิรส ตัวจริง เสียงจริง .... :52: :52:
เล่มนี้ติดอันดับหนังสือขายดี 20 อันดับแรก ของหนังสือคอมพิวเตอร์ แล้วนะครับ
ยังงงๆ อยู่เลยว่า มันติดอันดับได้ยังไง นานๆ จะเห็นหนังสือโปรแกรมมิ่งติดอันดับ แสดงว่าคนสนใจ Ajax เยอะนะเนี่ย
แล้วอันดับ 1 มันอะไรเหรอครับ
รวมลิงค์เว็บโป๊ครับ
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 15 ต.ค. 2008, 21:17 น.
รวมลิงค์เว็บโป๊ครับ
:30:
ถ้าพี่บิ๊กคงไม่ซื้อเล่มนี้ เพราะแอดFavorites ไว้หมดแล้ว :35:
พี่บิ๊ก แก้ตัวด้วยครับ :30:
ผิด!
ที่ 1 คือ
รวมคลิป :11:
:50: ไม่เคยเข้าเวบโป๊ ปรกติโหลดแต่บิต
ขอๆๆๆ ด้วยคน
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 16 ต.ค. 2008, 08:30 น.
ผิด!
ที่ 1 คือ
รวมคลิป :11:
หนังสือจะมีรวมคลิปยังไงละคร๊าบบ :35:
รวมรูปก็ว่าไปอย่าง :47:
แถมซีดีๆ
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 16 ต.ค. 2008, 10:20 น.
แถมซีดีๆ
:26: เล่นเป็นกระบวนการกันเลยนะ
รู้ดีนะเอิร์ธ :30:
จุ๊ๆๆ :30:
อย่าเปิดโปงครับ
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 15 ต.ค. 2008, 15:40 น.
เฮ่ย ถามจริงครับ ใครล็อคอินมาเนียนเปล่า :30:
สวัสดีครับ :46: คุณศิรส
สวัสดีครับ :46: (ไหว้เลยเหรอครับ ตกใจ)
ขึ้นต้นเป็น Ajax .. ลงท้ายเป็น โป๊มั้ยพี่ ซะแล้ว
อ้างคำพูดจาก: siros เมื่อ 16 ต.ค. 2008, 20:30 น.
สวัสดีครับ :46: (ไหว้เลยเหรอครับ ตกใจ)
ขึ้นต้นเป็น Ajax .. ลงท้ายเป็น โป๊มั้ยพี่ ซะแล้ว
แซวกันสนุกสนานนะครับ
สมต้นไปจัดการเองนะ :22:
อ้างคำพูดจาก: ภาณุพันธุ์ เมื่อ 16 ต.ค. 2008, 21:13 น.
แซวกันสนุกสนานนะครับ
สมต้นไปจัดการเองนะ :22:
อ้าว แซวกันเฉยๆ เหรอครับ .. นึกว่าแถมซีดีจริงๆ :52:
:30:
:43:
ใครสนใจ Ruby บ้างมั้ย
มารีวิวคร่าวๆ ก่อนครับ ยังอ่านไม่จบ
จากการที่ได้อ่านมาสองบทแล้ว เรื่องเนื้อหาคงไม่มีอะไรพูดถึงเพราะมาจาก manning
แต่ที่อ่านๆ ไปแล้วสะกิดใจก็คงจะมีเรื่องภาษาไทย-ภาษาอังกฤษนี่ละครับ
เพราะเอคิดว่าคนที่ซื้อมาอ่านเนี้ย อย่างน้อยต้องรู้ศัพท์ในวงการเว็บมาพอสมควร
เช่น response ในหนังสือใช้คำว่า "เรสพอนส์" อึ้งไปนิดนึงครับ แต่ยังพอเข้าใจและนึกความหมายออก
แต่สำหรับมือใหม่ และไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยจริงๆ
มาอ่านแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วสงสัยการทำงานของ เรสพอนส์
จะเอาคำนี้ไป search google ต่อนี่เอว่าลำบากเพิ่มขึ้นอีกนิดนึงนะครับ
บางคำเหมือนเป็นคำเฉพาะในวงการโปรแกรมมิ่งด้วย
(ซึ่งหาคำไทยมาใส่ลำบากแน่ๆ เพราะตอนเขียนโค๊ดก็เขียนภาษาอังกฤษตลอด)
เช่น
อินคลูด include
คัปปลิ้ง coupling
คิวรีสตริง query string
เรเฟอเรนซ์ reference
ออบเจ็กต์ object
สตริง string
อาร์กิวเมนต์ argument
เป็นต้นครับ
รีวิวส่วนแรกแค่นี้ก่อนนะครับ จะอ่านแล้วมารีวิวเรื่อยๆ ครับผม :46:
สนใจครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: สมต้น เมื่อ 27 ต.ค. 2008, 13:40 น.
ใครสนใจ Ruby บ้างมั้ย
สนครับ :52:
สำหรับเรื่องการใช้คำ ขออนุญาตแก้ตัว .. เอ้ย เล่าให้ฟังนิดนึงละกันครับ
จริงๆ แล้ว เรื่องการเลือกใช้คำว่าจะใช้คำทับศัพท์ หรือจะแปลเป็นคำไทย หรือจะใช้เป็นคำอธิบายแทน หรือะจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษโต้งๆ ไปเลย ตอนแปลและตอนตรวจแก้ ผมก็ลองพิจารณาเปรียบเทียบ ชั่งน้ำหนักกันดู และปรึกษากับทางบรรณาธิการดูแล้วครับ (ขออนุญาตหาจำเลยร่วม)
คำบางคำที่แปลเป็นคำไทย หรือใช้คำอธิบายแทนแล้วไม่สับสน และไม่ยืดยาวเยิ่นเย้อเกินไป ผมก็พยายามจะใช้คำไทยครับ
แต่ กรณีอย่างเช่น เรสพอนส์ (ซึ่งจริงๆ แล้ว หมายถึง HTTP response) จะแปลเป็นคำว่า ผลลัพธ์ ก็อาจจะทำให้สับสนได้ว่าเป็น ผลลัพธ์บนหน้าจอ หรือ ผลลัพธ์ของการทำงานของโปรแกรม (คำอื่นๆ อย่าง คำตอบ ผลตอบสนอง ผลตอบกลับ ฯลฯ ก็จะยิ่งสับสนไปใหญ่ และที่สำคัญ ต้องหาคำแปลที่สอดคล้องหรือล้อกับคำแปลของ request ด้วย)
คือ ภาษาอังกฤษ โครงสร้างมันเอื้อต่อการอธิบายที่ชัดเจนด้วยครับ .. เช่น ขึ้นต้นย่อหน้ามาว่า HTTP response บลา บลา บลา ... ประโยคต่อมาเขียนว่า the response เราจะเข้าใจทันทีว่าหมายถึง HTTP response ที่พูดถึงไปเมื่อกี้นี้ (ตามที่เราเรียนกันมาตอน ป.4 .. the เป็น definitive article ใช้นำหน้าคำนามเพื่อระบุเฉพาะเจาะจงว่าตัวไหน อันไหน)
ถ้าแปล the response ว่า ผลลัพธ์ ก็อาจจะไม่ชัดเจนว่าหมายถึงความหมายไหน .. ครั้นจะแปลว่า ผลลัพธ์ดังกล่าว ก็ฟัง(อ่าน)ดูพิกล ยิ่งถ้าใช้บ่อยๆ จะยิ่งงงไปกันใหญ่
แต่ถ้าทับศัพท์ไปเลย น่าจะไม่ทำให้สับสน (ในหนังสือเล่มนี้ ผมจะใช้คำว่า "เรสพอนส์" สำหรับ HTTP response และใช้คำว่า "ผลลัพธ์" สำหรับผลลัพธ์ของการแสดงผลหรือการทำงานในโปรแกรม)
อีกเหตุผลที่ผมคิดว่าสำคัญอย่างยิ่งคือ ชีวิตประจำวันของชาว developer เราพูดไทยปนอังกฤษกันเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะศัพท์เทคนิค
ไม่มีใครเรียก syntax ว่า วากยสัมพันธ์ .. ไม่มีใครเรียก expression ว่า นิพจน์ .. ไม่มีใครเรียก object ว่า วัตถุ
สำหรับคนที่อยู่ในวงการอยู่แล้ว การใช้คำทับศัพท์ โดยทั่วไปน่าจะทำให้อ่านเข้าใจได้ง่ายกว่า .. และสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น การใช้คำที่ชาวบ้านเข้าใจกันอยู่แล้ว น่าจะช่วยให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้เข้าใจง่ายกว่าครับ
สำหรับเรื่องคำหรือหลักการที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ อันนี้ต้องทำใจนิดนึง เพราะคนเขียนตั้งสมมติฐานว่าคนอ่านมีพื้นฐานมาแล้วค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะได้เขียนถึง Ajax ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเสียพื้นที่ไปในการอธิบายพื้นฐานของ programming หรือ web application
Footnote ที่อยู่ในหนังสือ หลายๆ อันผมก็เป็นคนเขียนใส่เข้าไปเอง ในต้นฉบับไม่มี เช่น คำว่า coupling หรือ inversion of control ในหนังสือต้นฉบับแค่พูดขึ้นมาเฉยๆ แล้วก็ผ่านไปเลย
ตรงนี้ ต้องยอมรับจริงๆ ครับว่า มันเป็นข้อจำกัด ถึงจะใส่ footnote ได้ แต่ก็ยังอธิบายได้ไม่เต็มที่ เพราะ ถ้ามัวมาอธิบายคำอย่าง coupling อย่างละเอียด (ซึ่งหนังสือทาง object-oriented อธิบายกันเป็นสิบๆ หน้า หรือทั้งบท) เนื้อหาและหนังสือก็จะยาวขึ้นอีกมากโดยไม่จำเป็น (ซึ่งเท่านี้ ผมก็ว่าก็ยาวจนจะขี้เกียจอ่านแล้ว)
ตรงนี้คงต้องขอให้เป็นการบ้านของคนอ่าน ถ้าสนใจก็คงจะต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเองครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำ มีประโยชน์กับผมมากครับ จะได้รู้ว่าจุดนี้ควรจะระวัง ครั้งหน้า(ถ้ามี) จะได้ระวังให้มากขึ้น
และต้องขออภัยด้วยครับถ้าตรงไหนขาดตกบกพร่องไป ทำให้อ่านแล้วติดขัด เข้าใจได้ยาก
สำหรับใครที่อ่านแล้วติดขัดตรงไหน คิดว่าน่าจะแปลผิด หรือมีปัญหา ... ให้เอาหนังสือไปเปลี่ยนเล่มใหม่ได้ที่ร้านครับ :17:
พูดเล่นนะครับ .. ติดตรงไหน เมลมาถามได้ครับ (มีอีเมลอยู่ในหนังสือ .. แต่ไม่มีใครเมลมาเลย ไม่รู้ว่าแปลดีมากจนไม่มีข้อสงสัย หรือว่าไม่ได้อ่านหน้านั้นกัน)
(ตอบยาวเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ... ขอบคุณสำหรับพื้นที่ครับ)
โอ้ว :25:
ประเด็นอยู่ที่พี่เล่นทับศัพท์มาเลยมากกว่าครับ
อยากให้เป็นภาษาอังกฤษไปเลยมากกว่า แทนที่จะทับศัพท์หรือแปลไทย
เพราะอ่านอย่างนี้แล้วชวนงงกว่า ไทยคำอังกฤษคำ ซะอีก
จริงๆ นี่เป็นหนึ่งในปัญหาอมตะของการเขียนหนังสือแนวโปรแกรมมิ่งเลยนะครับ
ทางแก้ไขที่เคยเห็นก็คือ อาจจะทำเป็นเชิงอรรถ หรือเป็นหมายเหตุก่อนอ่าน
เพื่อเทียบคำทับศัพท์ภาษาไทยที่จะใช้ในเล่มก็ได้นะครับ
สวัสดีครับ
ผมเห็นด้วยนะครับ ว่าการเขียนคำเป็นภาษาอังกฤษเลย น่าจะทำให้เข้าใจคำคำนั้นได้ง่ายกว่าการเขียนคำทับศัพท์เป็นตัวอักษรไทย
แต่การใช้คำทับศัพท์เป็นวิธีที่ยอมรับกันในการเขียนที่เป็นทางการ ดังนั้นผมคิดว่าการทำตามหลักที่มีอยู่แล้ว น่าจะทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ดีกว่า
ในความเห็นของผม การเขียนด้วยคำทับศัพท์เหมาะสมกว่าการเขียนคำด้วยภาษาอังกฤษใน 2 ด้านคือ
ด้านแรก ทำให้คนที่ไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษ (หรือรู้ แต่ไม่ดีนัก) ยังสามารถอ่านออกเสียงคำนั้นได้ใกล้เคียงกับภาษาต้นทาง
เช่น คำว่า VARCHAR เคยได้ยินคนพูดว่า "วา-ชา" มั้ยครับ? จริงๆ มันควรจะต้องอ่านว่า "วา-คา" เพราะ CHAR มันมาจาก character (คา-แร็ก-เตอร์)
แต่ด้วยความที่เราชินว่า CH มันน่าจะต้องออกเสียงเป็น ช ช้าง เลยทำให้ออกเสียงเป็นอย่างนั้นกัน
ด้านที่สอง คือ ปัญหาเรื่องการเว้นวรรค
การเขียนคำภาษาอังกฤษ จะต้องเว้นวรรคหน้าและหลังคำนั้น เพื่อให้อ่านแยกเป็นคำได้
แต่ ภาษาไทยเราอาศัยการเว้นวรรค เพื่อแบ่งวรรคตอนว่าประโยคหรือวลี เริ่มต้นและสิ้นสุดตรงไหน ไม่เหมือนกับภาษาอังกฤษที่มีเครื่องหมาย . , ; มาใช้เพื่อแบ่งวรรคตอนเลย
ถ้าต้องเขียนประโยคที่ต้องใช้คำภาษาอังกฤษเยอะๆ ก็จะมีเว้นวรรคเต็มไปหมด อ่านแล้วจะงงว่าตรงไหนมันคือเริ่มต้นประโยค อ่านแล้วควรจะต้องหยุดตรงไหน
ลองนึกภาพ สมัยนึงที่วัยรุ่นเวลาโพสต์อะไรบนเว็บบอร์ดแล้วเว้นวรรคทุกคำน่ะครับ อ่านแล้วปวดหัวยิ่งนัก
ผมคิดว่าเรื่องเว้นวรรคค่อนข้างสำคัญ เพราะถ้าเว้นวรรคไม่ดี อ่านแล้วจะจับใจความได้ยากว่า อันไหนเป็นเหตุ อันไหนเป็นผล วลีนี้เชื่อมกับประโยคไหน
จริงๆ ผมก็ขัดแย้งกับตัวเองครับ เพราะ ถ้าผมเขียนในเว็บบอรืด หรือ blog ผมก็เขียนคำภาษาอังกฤษไปเลย ไม่ทับศัพท์ (อ้าว)
เพราะ เวลาเขียนแบบนี้ รูปแบบมันไม่เป็นทางการ ... และส่วนใหญ่เวลาเขียนจบหนึ่งประโยค จะขึ้นบรรทัดทัดใหม่กันทันที (ลองย้อนอ่านคำตอบก่อนๆ หน้า ก็จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ นิยมทำแบบนี้)
ดังนั้น ปัญหาเรื่องวรรคตอน ก็จะไม่มี
แต่พอเขียนอะไรที่มันเป็นทางการแล้ว ก็คงต้องเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ครับ (ต้องเขียนเป็นย่อหน้า จะขึ้นบรรทัดใหม่ตามใจชอบไม่ได้)
ถามว่า ทำไมหลักการเค้าวางไว้อย่างนี้ .. อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ .. คุณสมต้น น่าจะตอบได้ดีกว่าผมนะครับ :35: (เริ่มโบ้ยละ)
แจ่มเลย...
ที่คุณศิรสอธิบายมาตรงประเด็นเปะเลยครับ :45:
เพราะฉะนั้น เราต้องมีกรอบของการทำงาน มีแกนหลักให้ยึดปฏิบัติครับป๋ม "ถ้าอ่านแล้วเข้าใจเนื้อหาโดยรวมทั้งหมด แม้ว่าบางคำอาจจะทำให้สะดุดไปบ้าง ผมว่า OK แล้วละ"
***
เว็บ Font เริ่มคึกคัก มีนักเขียนมาร่วมแจมด้วย OK เลย ว่ามั้ยครับ แอน :43: :43: :43:
ตัดปัญหาเรื่องคำ เขียนคำไทย พร้อมวงเล็บอังกฤษไว้เลยดีกว่าไหมคะ :42:
ตัดปัญหาเรื่องการออกเสียงผิด แถมได้ศัพท์ ตรงกับความหมาย ไม่งงด้วย
ได้ประโยชน์ทั้งคนรู้ศัพท์และไม้รู้ศัพท์ :27:
โอ้ว
ผมซื้อมาแล้วยังไม่ได้เปิดอ่านเลยแฮะ
แต่ปกติผมไม่ชอบคำทับศัพท์อยู่ด้วยกันเยอะๆ เลยแฮะ
อ่านแล้ววิงเวียน
ไว้จะลองอ่านดูนะครับ
อ้างคำพูดจาก: บุ๋ม เมื่อ 07 พ.ย. 2008, 11:12 น.
ตัดปัญหาเรื่องคำ เขียนคำไทย พร้อมวงเล็บอังกฤษไว้เลยดีกว่าไหมคะ :42:
ตัดปัญหาเรื่องการออกเสียงผิด แถมได้ศัพท์ ตรงกับความหมาย ไม่งงด้วย
ได้ประโยชน์ทั้งคนรู้ศัพท์และไม้รู้ศัพท์ :27:
ปกติ ก็จะทำอย่างนั้นครับ .. คือ ในตอนที่พูดถึงครั้งแรก จะมีวงเล็บคำนั้นเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้ (ครั้งแรกครั้งเดียว)
แต่ถ้าไม่มี ก็แปลว่า .. หลุด ครับ :47:
แต่กรณีที่คนอ่านไม่ได้อ่านทุกๆ หน้า ทุกๆ บท ก็คงต้องอาศัยดรรชนีท้ายเล่ม เปิดหาว่าคำนี้พูดถึงครั้งแรกที่หน้าไหนครับ
พอดีเลย
อ่านถึงบทห้าเจอพิมพ์ผิด พิมพ์ตกสองที่ครับ
หน้า 163 กลไล
หน้า 176 ฐานข้องมูล
โห เออ่านละเอียดมากอะ :30: