กำลังทำโปรเจ็ค การค้นหาตัวตนในกราฟิกแบบไทยไทย
ใครมีงานกราฟิกแบบไทยไทย เอามาโชว์กันหน่อยครับ
ขอเพียงให้มีองค์ประกอบที่เป็นไทย
จะเป็นงานของตัวเองหรือของคนอื่นที่พบเจอก็ได้
จะโพสในนี้หรือส่ง mail ให้ผมก็ได้ tc8z@hotmail.com
ขอบคุณล่วงหน้าทุกคนนะครับ
แหม ในนี้นี่ไทยเยอะเลยครับ
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 22 ก.ย. 2008, 14:30 น.
แหม ในนี้นี่ไทยเยอะเลยครับ
มีเยอะก็จัดมาครับ รอดูอยู่นา :01:
ผมว่าลองเข้าไปในแสดงงาน จากนั้นกดดูงานของแต่ละคน(ยกเว้นของผม)
ส่วนใหญ่ที่เป็ฯกราฟฟิก ก็เป็นแบบไทยๆครับ
ขอลองพูดอะไรหน่อยนะครับ
" ความเป็นไทยคืออะไร " ผมเชื่อว่าเราหลายๆคนก็คงเคยได้ยินคำถามนี้กันบ่อยๆ
ตำตอบก็จะเป็นประมาน ลายกนก อักษรไทย ลายไทย ผ้าไหม
ผมว่าคำตอบทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่ผิด
แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าความเป็นไทยไม่ได้มีแค่เพียงเปลือกนอกเหล่านั้น
ถ้าเราจะมองความเป็นไทยนั้นควรจะมองที่ "แก่น" ด้วย
แก่นของความเป็นไทยคืออะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะ
แต่ผมคิดว่าแก่นนั้นคือ วิธีการดำเนินชีวิต คือ เรากินอะไร เรานอนยังไง เรามีความคิดอย่างไร
แล้วบริบททั้งหลายเหล่านั้นแหละจะเป็นตัวที่สร้างเปลือกทั้งหลายที่เราเห็นกัน
เป็นที่แน่นอนว่าแก่นของความเป็นไทยในสมัยนี้กับสมัยอยุธยานั้นต่างกัน (แต่ก็ยังคงมีจุดร่วมบางอย่าง)
ในสมัยก่อนนั้นเราอาจจะเป็นชาติที่ความเป็นชาตินิยมสูง แต่ในสมัยนี้อาจถูกลืมเลือนไป
ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างเช่น การรุกล้ำเข้ามาของต่างชาติ การที่โลกทั้งใบแคบลง ค่านิยมต่างๆที่เข้ามาใหม่
จนอาจทำให้คนไทยสมัยนี้เหมือนตุ๊กตาตัดแปะ คือ หยิบของคนอื่นมาอย่างละนิดละหน่อย อะไรที่เห็นว่าดีก็เอามาใช้
(โดยไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีต่อบริบทของสังคมไทย)
แต่ที่ผมพูดคือไม่ได้บอกว่าการหยิบยืมนั้นๆเป็นสิ่งไม่ดี มันจำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องมีแก่นของความเป็นไทยแท้ๆ
หยิบยืมสิ่งดีๆของคนอื่นมามันก็ไม่ใช่ความผิดซักหน่อย ผมกลับเห็นว่ามันเป็นสิ่งดีที่เราพยายามพัฒนาสังคมของเราซะอีก
แต่ก็อีกนั้นแหละการที่ผมจะพูดว่าอะไรดีไม่ดี อะไรมีคุณธรรม ไม่มีคุณธรรม นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า
ผมได้ผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากสิ่งๆนั้น (ยกตัวอย่างกรรมการฟุตบอลเป่าจุดโทษ
ให้ทีม ก. ทีม ข. ที่เสียจุดโทษนั้นก็ต้องเห็นว่ามันไม่ดี แต่ทีม ก. ก็เห็นว่าเป็นสิ่งดี ตัวอย่างที่ยกนั้น
อาจจะทำให้พอเข้าใจได้บ้าง แต่พอมาในสังคมจริงๆแล้วมันจะมีอะไรมากกว่านี้ )
จากที่อ่านมาคงจะดูเหมือนว่าความดี หรือ คุณธรรมนั้นช่างเลือนลางเสียเหลือเกิน
งั้นเราจะใช้อะไรตัดสินดีล่ะ อันนี้ผมเชื่อว่าเราเป็นคนเหมือนๆกัน อยู่ประเทศเดียวกัน
รับข่าวสารคล้ายๆกัน มันคงจะมีจุดร่วมบางอย่างที่ทำให้เราเห็นความดีและความยุติธรรมอันเดียวกัน
แล้วก็ต้องถามอีกอย่างด้วยละว่า "คุณเลือกที่จะยืนอยู่จุดไหน"
ก่อนที่จะออกประเด็นไปมากกว่านี้ผมของพูดสรุปว่า
"ความเป็นไทยอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราสวมใส่ แต่ต้องถามว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร"
ปล.เหนื่อยโม้มันไปหน่อย
เอาแล้ว เริ่มสนุกแล้ว :12:
อ้างคำพูดจาก: แสนชื่น เมื่อ 22 ก.ย. 2008, 23:28 น.
ขอลองพูดอะไรหน่อยนะครับ
" ความเป็นไทยคืออะไร " ผมเชื่อว่าเราหลายๆคนก็คงเคยได้ยินคำถามนี้กันบ่อยๆ
ตำตอบก็จะเป็นประมาน ลายกนก อักษรไทย ลายไทย ผ้าไหม
ผมว่าคำตอบทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่ผิด
แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าความเป็นไทยไม่ได้มีแค่เพียงเปลือกนอกเหล่านั้น
ถ้าเราจะมองความเป็นไทยนั้นควรจะมองที่ "แก่น" ด้วย
แก่นของความเป็นไทยคืออะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะ
แต่ผมคิดว่าแก่นนั้นคือ วิธีการดำเนินชีวิต คือ เรากินอะไร เรานอนยังไง เรามีความคิดอย่างไร
แล้วบริบททั้งหลายเหล่านั้นแหละจะเป็นตัวที่สร้างเปลือกทั้งหลายที่เราเห็นกัน
เป็นที่แน่นอนว่าแก่นของความเป็นไทยในสมัยนี้กับสมัยอยุธยานั้นต่างกัน (แต่ก็ยังคงมีจุดร่วมบางอย่าง)
ในสมัยก่อนนั้นเราอาจจะเป็นชาติที่ความเป็นชาตินิยมสูง แต่ในสมัยนี้อาจถูกลืมเลือนไป
ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างเช่น การรุกล้ำเข้ามาของต่างชาติ การที่โลกทั้งใบแคบลง ค่านิยมต่างๆที่เข้ามาใหม่
จนอาจทำให้คนไทยสมัยนี้เหมือนตุ๊กตาตัดแปะ คือ หยิบของคนอื่นมาอย่างละนิดละหน่อย อะไรที่เห็นว่าดีก็เอามาใช้
(โดยไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีต่อบริบทของสังคมไทย)
แต่ที่ผมพูดคือไม่ได้บอกว่าการหยิบยืมนั้นๆเป็นสิ่งไม่ดี มันจำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องมีแก่นของความเป็นไทยแท้ๆ
หยิบยืมสิ่งดีๆของคนอื่นมามันก็ไม่ใช่ความผิดซักหน่อย ผมกลับเห็นว่ามันเป็นสิ่งดีที่เราพยายามพัฒนาสังคมของเราซะอีก
แต่ก็อีกนั้นแหละการที่ผมจะพูดว่าอะไรดีไม่ดี อะไรมีคุณธรรม ไม่มีคุณธรรม นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า
ผมได้ผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากสิ่งๆนั้น (ยกตัวอย่างกรรมการฟุตบอลเป่าจุดโทษ
ให้ทีม ก. ทีม ข. ที่เสียจุดโทษนั้นก็ต้องเห็นว่ามันไม่ดี แต่ทีม ก. ก็เห็นว่าเป็นสิ่งดี ตัวอย่างที่ยกนั้น
อาจจะทำให้พอเข้าใจได้บ้าง แต่พอมาในสังคมจริงๆแล้วมันจะมีอะไรมากกว่านี้ )
จากที่อ่านมาคงจะดูเหมือนว่าความดี หรือ คุณธรรมนั้นช่างเลือนลางเสียเหลือเกิน
งั้นเราจะใช้อะไรตัดสินดีล่ะ อันนี้ผมเชื่อว่าเราเป็นคนเหมือนๆกัน อยู่ประเทศเดียวกัน
รับข่าวสารคล้ายๆกัน มันคงจะมีจุดร่วมบางอย่างที่ทำให้เราเห็นความดีและความยุติธรรมอันเดียวกัน
แล้วก็ต้องถามอีกอย่างด้วยละว่า "คุณเลือกที่จะยืนอยู่จุดไหน"
ก่อนที่จะออกประเด็นไปมากกว่านี้ผมของพูดสรุปว่า
"ความเป็นไทยอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราสวมใส่ แต่ต้องถามว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร"
ปล.เหนื่อยโม้มันไปหน่อย
เยี่ยมครับชอบๆ ขอไอเดียอย่างนี้ด้วยอ่ะ
มีผรั่งผู้เชี่ยวชาญไทย กล่าวว่า คนไทนเหมือนน้ำที่มีความอ่อนต้ว ไหลไปเรื่อยไม่อยู่นิ่ง
เมื่อเจอทางแคบก็บีบตัวเล็กรอดไปได้อย่างง่ายดาย ละลายสสารได้ดี สามารถรับทุกสิ่งมาไว้ในตัวได้ดี
มีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็สามารถคงความเป็นน้ำที่สะท้อน และเปล่งประกายในตัวเอง
หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนความเป็นไทยได้ดีเหมือนกัน
(หรือจะบอกว่าไทยนี่มั่วก็ถูก)
ผมมีข้อสรุปไว้หลายประเด็นแล้วเหมือนกัน กำลังเรียบเรียงและจัดทำ website
คงจะเสร็จเร็วๆนี้
ขอขอบคุณแสนชื่น
และขอความคิดเห็นท่านอีกนะครับ :45:
ของผมเคยเขียนไว้เกือบสองปีแล้วครับ
http://iannnnn.com/2006/118 (http://iannnnn.com/2006/118)
ส่วนอันนี้ของสำนักพิมพ์ของเพื่อนเต้ย (ก็ art4d นี่แล)
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 03 ก.ย. 2008, 18:27 น.
(http://img2.f0nt.com/03/3b20876b0e94893e66b3a78ac276cf17.jpg)
101 thai form
หนังสือภาพและบทความนิดหน่อย
ของพี่วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร
ที่รวบรวมเอางานดีไซน์แบบไทยๆเอาไว้เต็มเลย
ใครไม่รู้จัก "จวัก" ก็จะได้เห็นในเล่มนี้ละ
จะว่ามาโฆษณาก็ได้นะ
แต่มันเป็นเล่มเดียวของที่ออฟฟิศทำเลย ที่เราอ่านรวดเดียวจบ ต่างจากเล่มอื่น
ที่ขนาดว่าทำเองแล้ว บางเล่มยังอ่านไม่จบเลย :05:
เขียนลายไทยเป็นไหมครับ
จะบอกว่า มันจะมีจังหวะของมันนะ ไม่ใช่ง่ายๆ
ผมเคยเห็นคนพยายามจะเอาพวกลายไทยไปทำกราฟฟิคแวคเตอร์หลายหน เห็นทีไร จังหวะมันไม่ได้ทุกทีเลย
เป็นเพราะฝึกฝนมาไม่มากพอ
ไม่ใช่จะให้เขียนลายไทยอะไรยังไงหรอกนะ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะมีจังหวะของมัน พยายามศึกษาแล้วพยายามเข้าถึงมันครับ
ศึกษาให้กว้าง พยายามอย่าจมอยู่กับการทำงานที่ง่ายๆ หรือซ้ำๆ
จริงๆ คนไทย มานั่งถกถึงความเป็นไทย
นี่แหละเป็นประเด็นที่แปลก :22:
ประหนึ่ง เหมือนว่า เราละเลยตัวตน
กันจนหลงลืมว่า ตัวเราเป็นเช่นไร
หรือ เคยเป็นเช่นไร
ที่แอนพูดน่าจะคล้ายๆกับหนังสือ Very Thai
แต่เรื่องของมันที่ต้องตัดสิน มีคำอยู่ 2 คำ ที่คาบเกี่ยวกันนิดดดดเดียว
เอกลักษณ์-อัปลักษณ์
สุนทรีย-มักง่าย
ออกแบบ-มั่วๆวางๆกันไป
(มาคุยเรื่องซีเรียสกันหน่อย เลือดไทยได้สูบฉีดแรง แต่อย่างทะเลอะ และโกรธกันน๊า)
จริงมันเป็นปัญหามานานแล้วละ ว่าไอ้ไทยๆนี่มันเป็นไง
ขนาด มรว.คึกฤทธิ์ ท่านยังออกตัวเองเลยว่าท่านไม่กล้าฟันธง
และเคยคิดกันไม๊ว่า!!!
ดูงานกราฟิกญี่ปุ่น สไดล์มันจะส่งกลิ่นออกมานุ่มนิ่ง ตลบอบอวน
ดูงานกราฟิกจีน สไดล์มันจะส่งกลิ่นฉุน เยอะๆ แดงเถือก
ดูงานกราฟิกอเมริกา สไดล์มันจะส่งกลิ่นรุนแรงมั่นใจซะเหลือเกิ้นนน
แล้วดูงานกราฟิกไทย มันจะส่งกลิ่นออกมาหรือเปล่า (ผมว่าสุนัขตำรวจยังดมไม่เจอเลย)
หมายเหตุ : เอางานกราฟิกทั้งประเทศในปัจจุบันมาขยำๆแล้วดมนะ
เลยเป็นที่มาว่า "ตื่นเถิดกราฟิกไทย"
(จริงแล้วต้องเป็น "ตื่นเถิดเลขนศิลป์ไทย" ตื่น ตื่น)
มีหนังสือ 2เล่มของฝรั่งที่ผมคิดว่าจับเอาสันดานดิบคนไทยออกมาได้ดีมากๆ
1. very thai
2. thailand same same but difference
(http://img2.f0nt.com/23/b05d2181351783fbad6f77b46af8aa85.jpg)
(http://img2.f0nt.com/23/58268307774a02c474daf26ba29156bd.jpg)
เค้าพูดรวมๆถึง lifestyle คนไทยเลยนะครับ (ซึ่งรวมไปถึงกราฟิก แบบที่เราไม่รู้ตัวว่ามันคือกราฟิกดีไซน์)
แล้วก็มีอีกอันเป็นนิทรรศการของศิลปินเยอรมันชื่อ คริสเตียน พงษ์พิศ (อ่านถูกแล้วละครับ เพราะเค้าย้ายโอนสัมโนครัวมาเป็นคนไทยเรียบร้อยแล้ว)
เค้าก็จับประเด็นเรื่องกราฟิก (รวมถึงงานดีไซน์) แบบไทยๆ ซึ่งมันเกิดจากความสามารถของคนไทยที่เอาโน่นนี่มาดัดแปลงให้เข้ากับกิจวัตรประจำวัน ซึ่งฝรั่งเค้าทึ่งกับความ "ขี้เล่น" ตรงนี้มากๆ
คงจะได้กลิ่นตุๆขึ้นมาแล้วนะครับ
เราบอกได้ว่านี่หรั่ง
นี่ยุ่น
นี่ตี๋ หมวย
งั้นหรั่ง หรือมองจากข้างนอก
ก็มองไทย เป็นไทย ชัดเจนกว่าเรา ไหม :09:
"กลิ่นตุๆ" ชอบๆคำนี้
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 23 ก.ย. 2008, 10:51 น.
เราบอกได้ว่านี่หรั่ง
นี่ยุ่น
นี่ตี๋ หมวย
งั้นหรั่ง หรือมองจากข้างนอก
ก็มองไทย เป็นไทย ชัดเจนกว่าเรา ไหม :09:
ให้คนอื่นมองชัดกว่า
ที่เรามองตัวเองหรือเปล่า
บางที่ญี่ปุ่นอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ว่างานเค้ามีเอกลักษณ์เป็นแบบไหน (คิดเอาเอง)
ผมมีหนังสืออีกหลายเล่มเหมือนกัน ที่ฝรั่งมองไทย
1. Thai Form (ที่ในหนังสือ Thai Fome ของไทยอ้างถึง)ของชาวฝรั่งเศส รูปคมสวยโคตะระ
2. Thing Thai
3. 50 Symbol of Thailand (อยูในหนังสือฉลองครองราชครบ 60 ปีในหลวง เป็นภาษาอังกฤษ)
4. Thailand a Traveller Companion
5. Thai Chic
6. Very Thai
7. Contemporary Thai
คนแต่งเป็นฝรั่งหมดเลย
แปลกๆๆ
ไทยมองฝรั่งก็มีนะ
design & culture ไง
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 23 ก.ย. 2008, 11:27 น.
ไทยมองฝรั่งก็มีนะ
design & culture ไง
พี่ประชาคนเขียน design & culture แกก็กำลังหาความเป็นไทยในงานออกแบบกราฟิกไทยเหมือนกัน
ผมว่าที่แกเขียนๆ (ในดีไซน์+คัลเจอร์) นั่นก็ชัดเจนมาตลอดนะครับ
ชัดเจนในประวัติศาสตร์+อารมณ์ของความร่วมสมัยนั่นแล
งานตื่นเถิดกราฟิกไทยที่เดคจัดเมื่อวันก่อนโน้นผมก็ไปครับ
อันนั้นก็เว้รี่ไทยจัง (มีงาน อ.โรจี้ด้วย)
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 23 ก.ย. 2008, 12:00 น.
ผมว่าที่แกเขียนๆ (ในดีไซน์+คัลเจอร์) นั่นก็ชัดเจนมาตลอดนะครับ
ชัดเจนในประวัติศาสตร์+อารมณ์ของความร่วมสมัยนั่นแล
งานตื่นเถิดกราฟิกไทยที่เดคจัดเมื่อวันก่อนโน้นผมก็ไปครับ
อันนั้นก็เว้รี่ไทยจัง (มีงาน อ.โรจี้ด้วย)
งานนั้นผมเป็นคนดำเนินรายการและเป็นผู้จัดครับ
โอ้ว กรี๊ดดดดดดดดดดด :25:
อ่านในประวัติตอนแนะนำตัวจำได้ว่าลุงเป็นผู้จัด
แต่เป็นพิธีกรด้วย เท่ไปเลย :27:
จะมีอีกมั๊ยครับลุงตึ๋ง
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 23 ก.ย. 2008, 13:19 น.
จะมีอีกมั๊ยครับลุงตึ๋ง
อยากจะจัดอีก เพราะเจอใคร ก็จะถามว่าสรุปได้หรือยัง แต่ไม่มีทุนน่ะ
เลยจะเขียนหนังสือ และทำ website แทน
ก็เลยต้องมาของานในนี้ประกอบการวิเคราะห์เพิ่มละครับ (มีอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ไม่มีงานใหม่ๆเลย)
ใครมีก็ส่งมาเร้ววว
:46: สวัสดีลุงตึ๋งก่อน
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 23 ก.ย. 2008, 13:38 น.
:46: สวัสดีลุงตึ๋งก่อน
หวัดดีก๊าบบบ
ทุกคนด้วยนะก๊าบบบ
มาแปะไว้ตามอ่านครับ :46:
งานผมก็ไม่รู้มันไทยตรงไหน รู้แต่ว่าเหมือนนั่นเหมือนนี่ไปหมดน่ะครับ :42:
:47: มีแต่ลุงๆ มาถกกัน
ปล. เคยเปิดดูเวรี่ไทย ชอบมากกกก :25:
ไม่มีตังซื้อ :52:
(http://img2.f0nt.com/thumb/52008ddf0e39b44669dca36c0e504f0a.jpg) (http://img2.f0nt.com/23/52008ddf0e39b44669dca36c0e504f0a.jpg)
ชอบโลโก้ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ผมว่ามันมีกลิ่นไทยนะ
ใครรู้บ้างว่าใครออกแบบ
นี่ครับ :47:
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,11654.msg998632/topicseen.html#msg998632 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,11654.msg998632/topicseen.html#msg998632)
อ้างคำพูดจาก: Cre8man เมื่อ 23 ก.ย. 2008, 20:06 น.
(http://img2.f0nt.com/thumb/52008ddf0e39b44669dca36c0e504f0a.jpg) (http://img2.f0nt.com/23/52008ddf0e39b44669dca36c0e504f0a.jpg)
ชอบโลโก้ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ผมว่ามันมีกลิ่นไทยนะ
ใครรู้บ้างว่าใครออกแบบ
รู้สึกจะมาจากงานประกวดนะฮะ
แล้วรัฐบาลก็ให้เอามาแก้ โดยให้บริษัทpractical นำมาแก้ไขอีกที
โดย อ.สันติ ลอรัชวี (ติ๊ก) อ.ผมเอง
ตอนแีรกดูตั้งนานว่ามันคืออะไร จนเพื่อนมาบอกว่ามันตัดทอนมาจากำแพงวัดพระแก้ว
อ.ประชาเคยมาเป็นวิทยากร ที่มหาลัย ผมมาไม่ทัน แต่เพื่อนบอกว่าอ.พูดน่าเบื่อมาก พูดวนๆน้ำเสียงระดับเดียวตลอด
ฟังแล้วง่วง
ผมเองมาไม่ทันเลยไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า
(http://img2.f0nt.com/23/729d12a07db99fb6244f5dcb0488dd0b.jpg)
เออ...ผมว่าผมชอบอันก่อนปรับมากกว่านะ กลิ่นไทยมันมาเลย และน่าจะได้รางวัลเพราะเหตุนี้ด้วย
คนปรักสักแต่ปรับดูแต่องค์ประกอบไม่คำนึงความหมายหรือเปล่า
พี่โรจน์สยามรวยเคยเอามาให้ดู(ตอนก่อนปรับ) และให้คำจำกัดความกราฟิกไทยว่า แหลมๆ มียอดแหลม เพราะมีลักษณะร่วมหลายๆอย่าง
โลโก้นี่เป็นการสะท้อนได้ดี และร่วมสมัยมากมาก
ผมก็ชอบสีทองๆ ของแท้ดั้งเดิมมากกว่าเหมือนกันครับ
แต่ตัวอักษร การจัดวางของอันใหม่นี่สวยแล้วครับ
อันนี้ต้องขอพูดอีกนิด
โดยส่วนตัวนะผมรู้สึกว่าอันใหม่หรืออันเก่ามันก็กลิ่นไทยพอๆ กันและ
แต่ประเด็นมันอาจจะอยู่ตรงที่ความเป็นโลโก้ ความเป็นอัตลักษณ์ของหอศิลป์กรุงเทพมากกว่า
การที่หอศิลป์เปิดการประกวดออกแบบโลโก้นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าการที่เราจะประกวดโลโก้ได้นั้น
ทางผู้บริหารระดับสูงนั้นต้องกำหนดจุดยืน และภาพลักษณ์ที่ได้ซะก่อน เมื่อประกวดและได้ตัวโลโก้ที่ชนะเลิศแล้ว
ผู้บริหารดันกำหนดภาพลักษณ์ซะใหม่ ซึ่งตัวโลโก้ที่ได้นั้นก็ไม่ใช่แบบที่ผู้บริหารกำหนดใหม่ (ในที่นี้ไม่ได้ว่าๆ โลโก้นั้นไม่สวย )
การที่เราจะมองอะไรสวยไม่สวยนั้นผมว่าเป็นเรื่องที่พูดกันยาก ลองถามว่าความสวยนั้นคืออะไร
ถ้าเปรียบเทียบเป็นผู้หญิง ผู้หญิง "สวย" ใน300ปี ก่อน แตกต่งจากผู้หญิง "สวย" ในปัจจุบันนี้
ถ้าให้ผมตอบผมคงตอบว่า สิ่งที่เราพบเราเห็นในปัจจุบันนั้นแหละคือตัวกำหนดค่ามาตราฐาน
คือ ใน300 ปีก่อนนั้นโลกยังไม่เชื่อมต่อกันมากถึงปัจจุบันนี้ คนเราเลยเห็นแต่พวกเดียวกัน
และก็เข้าใจว่านั้นคือความสวย แต่พอเมื่อโลกทั้งใบอยู่ในแค่หน้าจอ14นิ้ว มาตราฐานของคนเราก็เปลี่ยนไป
(นี่เป็นหลักการในการกำหนดความสวยของทีวี หรือ นิตยสาร คือ เอาแต่หน้าแบบนี้ลงหนังสือ ออกทีวี
ทำให้คนเห็นมากๆ คนก็จะเข้าใจว่านี่คือความสวย)
กลับมาที่เรื่องโลโก้ต่อ
ตัวโลโก้นั้นมันไม่ใช่แค่ต้องแสดงความเป็นไทยอย่างเดียว จริงอยู่ที่ว่าตวโลโก้นั้น
ต้องแสดงออกถึงจุดยืนของสิ่งนั้นๆ แต่มันก็ยังมีลายละเอียดยิบย่อยออกไปอีกว่า
โลโก้ที่ละเอียดมาก เวลาย่อลงนามบัตรจะไม่เห็นลายละเอียด โลโก้จะเป็นตวกำหนด
กราฟฟิกต่อๆมา เช่นโปสเตอร์ การตกแต่งภายใน บลา บลา บลา
คราวนี้ปัญหามันอยู่ที่คนกลาง
นั้นคืออ.ติ๊ก
โลโก้ก็ได้มาแล้ว แต่มันไม่เข้ากับภาพรวมขององค์กรที่กำหนดใหม่
จะไม่ใช้โลโก้ก็ไม่ได้
ชิบหายทำไงดีเนี่ย ?
ก็เลยแก้ได้เท่าที่แก้ได้คือตัวอักษร และ จัดองค์ประกอบใหม่
โดยส่วนตัว(อีกแล้ว)
ผมว่าโลโก้ลงเป็นสีทองทีเดียวก็สวยดีหรือ แต่พอเป็นหลากสี
แล้วสีหวานๆนี่เหมือนกับ พวกเกี่ยวกับเด็กเลย
ยิ่งโปสเตอร์เป็นจุดๆ สีหวานๆนะ เหมือนกับขนมเลย
ในความคิดผมแล้วหอศิลป์กรุงเทพถ้าเป็นคนก็จะออกมา
ชายอายุ25-30 ใส่สูทมีสไตล์ (ไม่ใช่สูทแบบนักการเมือง)
เท่ๆ ดูดีมีระดับนิดนึง
แต่ตอนนี้หอศิลป์เหมือนกับเด็กเล็กๆ มากกว่า
แต่ก็นะมันเป็นแค่ในความคิดผม
ผมว่าโลโก้นี้มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมายจนถึงขั้นที่ว่าต้องเปลี่ยนใหม่หมด
ส่วนเรื่องคุณประชานั้น
เค้ามาพูดที่มหาลัยผม
เนื้อหาและประเด็นที่พูดผมว่าดีมาก สามารถคิดต่อยอด หรือ ไปคิดร่วมกับสิ่งอื่นได้
แต่บังเอิญพวกผมสันดารเสีย ไม่ค่อยฟังมั่งล่ะ นอนมั่งล่ะ ซักพักก็มีเสียงมือถือ เสียงเร็นเดอร์งานยังมีเลย
ถึงคุณประชาจะพูดเรื่อยๆเนือยๆ ไงก็เหอะ
เสียดายหวะมาฟังไม่ทันวันนั้น แต่อ่าน Design+culture แล้วสนุกมาก
ผมชอบสีกับ typo อันใหม่มากกว่า เพราะอันของจริงสี ฟ้า ชมพูดูหวานมาก
อันเก่าผมว่ามันดูเคร่งครึม เกินไป
ตามความเห็นผมนะ
โลโก้ หอศิลป์ฯ ส่วนตัวคิดว่าสีทองแบบเดิม มันลงตัวกว่าอันสีลูกกวาดนะ
ส่วนเรื่องความเป็นไทย ถ้าจะว่ากันจริงๆนี่จะคุยได้ยาวเลยครับ เดี๋ยวเอาไว้เคลียร์งานเสร็จจะมาถกด้วยคนละกัน :25:
เห็น โลโก แล้วคิดถึง
เวลาพระมาเจิม ประตูบ้าน
มาวิเคราะกันที่ฟอร์มดีกว่า เรื่องสีหรือความงามมันก็นานาจิตตังอะนะ ไม่มีผิดไม่มีถูก มันก็สวยทั้ง2นั้นแล
ผมว่าลักษณะฟอร์มแบบนี้อันเก่า มันก็มีลักษณะร่วมอีกหลายอย่างจากลักษณะไทย
เช่น สถาปัตยกรรม เจดีย์ หน้าจั่ว ฯลฯ
ลายไทย เปลว พุ่มทรงข้าวบิณฑ์ ฯลฯ
ชฎา เศียรพระพุทธรูป ซุ้มเรือนแก้ว ดอกบัว มือพนม ยันต์ฯลฯ
เวลาดูรวมๆมันเลยคุ้นๆ มันจะเป็นจากที่เป็นฐานขึ้นไปแหลมด้านบน
แต่พอมีการปรับแล้วใช้อันควำ่แหลมมาใช้มากกว่า มันก็เลยสงสัย
หรือไม่คุ้นเคย ดูเป็นบอลลูน ลูกโป่ง พลุ หรือเปล่า
แต่ก็ได้จินตนาการไปอีกแบบ จริงๆแล้วโดยรวมก็โอเคยังมีกลิ่นอยู่ ถ้าไม่ได้บอกว่าแก้มาก็ไม่รู้หรอก
มาลงชื่อเกาะขอบจอดูผู้อาวุโสคุยกัน :25:
มาเกาะกระแสเด็กด้วยคน :25:
อ้างคำพูดจาก: Cre8man เมื่อ 25 ก.ย. 2008, 21:51 น.
มาวิเคราะกันที่ฟอร์มดีกว่า เรื่องสีหรือความงามมันก็นานาจิตตังอะนะ ไม่มีผิดไม่มีถูก มันก็สวยทั้ง2นั้นแล
ผมว่าลักษณะฟอร์มแบบนี้อันเก่า มันก็มีลักษณะร่วมอีกหลายอย่างจากลักษณะไทย
เช่น สถาปัตยกรรม เจดีย์ หน้าจั่ว ฯลฯ
ลายไทย เปลว พุ่มทรงข้าวบิณฑ์ ฯลฯ
ชฎา เศียรพระพุทธรูป ซุ้มเรือนแก้ว ดอกบัว มือพนม ยันต์ฯลฯ
เวลาดูรวมๆมันเลยคุ้นๆ มันจะเป็นจากที่เป็นฐานขึ้นไปแหลมด้านบน
แต่พอมีการปรับแล้วใช้อันควำ่แหลมมาใช้มากกว่า มันก็เลยสงสัย
หรือไม่คุ้นเคย ดูเป็นบอลลูน ลูกโป่ง พลุ หรือเปล่า
แต่ก็ได้จินตนาการไปอีกแบบ จริงๆแล้วโดยรวมก็โอเคยังมีกลิ่นอยู่ ถ้าไม่ได้บอกว่าแก้มาก็ไม่รู้หรอก
ถ้าพูดถึงงานสถาปัตยกรรม ที่มันต้องแหลมขึ้น เพราะข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยีการก่อสร้างด้วยรึเปล่าครับ?
หรือว่าเพราะคติความเชื่อทางศาสนา พุทธ / ฮินดู?
อันนี้สงสัยเอง พูดเองเออเองนะครับ
ว่าแล้วก็ไปหยิบหนังสืออ. เสนอมาดู
อย่างอินเดียโบราณมันก็ไม่แหลมนี่นา.. เออหรือแหลมจะมีแต่ไทย?
นึกไปนึกมา ไอเฟลมันก็แหลมนะครับ โกธิกก็แหลม เปอร์เชียก็แหลม
แล้วยังไงดีครับ :30:
สรุปว่าคงไม่แหลมอย่างเดียวแล้ว
แต่คำตอบไม่รู้ครับ มาเพิ่มข้อสงสัยให้เท่านั้นเอง :37:
ไอ้ตัวรูปภาพผมดูๆแล้วไม่ถึงกับเห่ยมาก แต่ก็ไม่โดดเด่น
เทียบเล่นๆกับอันนี้(http://www.art-centre.su.ac.th/pic2000/logo1.jpg)
ผมว่าคนละชั้นกันเลย
มานั่งฟังด้วยคน...
กราฟิกดีไซน์ :52: :52:
สนุกจังค่ะ อยากจะร่วมเล่าอะไรนิดหน่อย :33:
ไม่รู้จะเกี่ยวมั๊ยเพราะมันค่อนข้างไปทางงานโฆษณาหน่อยนะคะ
เคยได้ยินพี่ๆเค้าคุยกันบอกว่า
งานโฆษณาที่ได้รางวัลๆ ในไทย คนไทยดูกันแล้วชอบนักชอบหนา ฮือฮาทั้งบ้านทั้งเมือง
ส่งไปประกวดเมืองนอกมักไม่ค่อยรุ่ง
เพราะเอาเข้าจริงมันเป็นมุกภายใน ที่คนไทยเท่านั้นจะขำ จะดูแล้วน้ำตาไหล
(อย่าให้ยกตัวอย่างนะ ที่แอบฟังนั่นนานมาแล้ว) แต่ชาวต่างชาติเค้าไม่เข้าใจมุกเรา
เพราะงั้น งานที่ได้รางวัลอินเตอร์ก็มักจะมุกอินเตอร์ เข้าใจได้ทุกชาติ (เห็นม้ะๆงานเราชาตินิยมเกินไป) :47:
หรือมีชาวต่างชาติเคยมาทำงานในไทยก็ลำบากใช่ย่อย เพราะเข้าไม่ถึงมุกของคนไทยนี่หล่ะ
อย่างงานกราฟฟิกเนี่ย ที่นึกออกเลยตอนนี้ก็เรื่อง ของชำร่วยปีใหม่อะค่ะ
ปกติชาวไทยเราๆ ก็จะใช้เรื่องปีนักษัตรเป็นสัตว์ประจำแต่ละปีเรามาออกแบบแจกกันไป เราไทยๆเข้าใจกันหมด
เอาไปแจกให้ฝรั่งทีไร เค้างงกันทุกปีเลยหล่ะคะ (รู้สึกว่าปีนักษัตรจะมีเฉพาะเราๆชาวเอเชีย)
เคยมีปีนึงนายฝรั่งเค้าบอกว่าจะทำเอง ออกมารู้เลยว่าไม่ใช่คนไทยออกแบบ
แล้วงานออกแบบของเราๆชาวไทย มันมักจะมีความเกรงใจแทรกมาด้วยนะคะรู้ตัวกันมั๊ยเอ่ย
เกรงใจโรงพิมพ์ เกรงใจลูกค้า เกรงใจช่างภาพ เกรงใจกฏหมาย เกรงใจเจ้าของงานคนก่อน สารพัดให้เราเกรงใจได้
ค่านิยมในชาติมันสอดแทรกมาในงานออกแบบ แบบไม่รู้ตัวได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องมีรูปทรงไทยๆซ่อนอยู่หรอกค่ะ
อย่ารู้สึกน้อยอกน้อยใจ ว่าเราไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของงานออกแบบเลยค่ะ
แค่เราอ่านหนังสือจากซ้ายมาขวา นี่ก็มีความเป็นไทยอยู่นิดๆแล้วหล่ะค่ะ :52:
เพ้อเจ้อมามาก คิดไปเองป่าวก็ไม่รู้จบดีกว่าค่ะ :46:
โอ้ เท่มากครับ ขอบคุณๆ
อะเดย์เล่มล่าสุด โมเดิร์นด็อกอัลบั้มล่าสุดนี่
ไทยแบบเว้รี่ไทยมากเลยนะครับ
ลองไปหาซื้อมาพินิจดู
อ้อ ตอนนี้ชอบปกซีดีของคุณไทร (คนที่ทำเหมือนเงินซื้อไม่ได้เอาใจยาก (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,5697.msg737508.html#msg737508)) มั้กๆ
เอาให้บักอู๋ดู บอกว่าตูชอบแนวการถ่ายภาพแบบนี้แหละ
ไอ้อู๋ส่ายหน้าดิกๆ :48:
:30:
แล้วก็หยิบกล้องไปพันธมิตด้วยกัน :30:
อ่านแล้วก็งงๆ กำลังปั่นงานไฟแล่บ สมองล้ามากๆ
ผมว่าลักษณะไทยนี่มันเกี่ยวข้องกับมุกภายในเยอะมากเลยนะครับ
เรื่องโกอินเตอร์นี่ไม่น่าจะเกี่ยวกันนัก
เพราะมันเป็นลักษณะไทยไงครับ ต่างชาติก็เลยไม่เก็ต
เหมือนๆว่าเราจะทำต้มยำกุ้ง
หรือ เราจะทำอาหารหน้าตาเหมือนต้มยำกุ้ง แต่รสชาติไม่แซ่บ ไม่ถึง
เพื่อที่เชฟฝรั่ง ญี่ปุ่นเขาจะได้กินได้อร่อย
อะไรประมาณนี้น่ะครับ
งงมั้ยล่ะ
:30:
กราฟิกไทยมันจะต้องมีกาลเทศะมาประกอบกันด้วยน่ะครับ (ที่ชาติอื่นเค้าไม่ค่อยมี) เช่น
- ของที่เกี่ยวกับหมวดศาสนา หรือหมวดพระมหากษัทย์ หรือหมวดชาติ (บางอัน)
จะเอาไปใช้ในงานกราฟิกต้องระวังอาจติดคุกได้ หรืออาจถูกประนามจากสังคม หรือผิดจริยธรรม
เช่นเอาลายไทยไปทำลายรองเท้าฟองน้ำ ซึ่งลายไทยเป็นสัญลักษณ์มาจากพุทธศิลป์ทั้งสิ้น
เอาสัญลักษณ์ประจำพระองค์ หรือพระบรมฉายาลักษณ์ ไปประกอบโฆษณาหรือเอาไปทำเล่นไม่ได้ทั้งสิ้น
(ไม่เหมือนอังกฤษเอาภาพ Queen มาทำภาพล้อเยอะเยะ)
หรือเอาธงชาติไปใส่ชื่อก็ไม่ได้ :09: เป็นต้น
เพราะเนื่องจากความรู้สึกคนไทยของเหล่านี้เป็นของสูง ที่เทิดทูน อย่างยิ่ง
ศิลปของหมวดศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงวิจิตร ระยิบระยับ ปราณีตอย่างมาก เพราะถือว่าว่าต้องถวายแต่สิ่งที่ดีที่สุด จึงจะได้บุญ
หรือควรค่าตอบแทนในสิ่งที่รักที่สุด
ศิลปเหล่านั้นอาจจะมาจากชาติอื่น แต่เมื่อมาถึงมือคนไทย มักจะทำให้มันละเอียด ปราณีตขึ้นไปอีก (อาจเรียกว่าสไตล์ มากมาก ตรงข้ามกับสไดล์น้อยน้อย)
ชึ่งก็มีการปรับมาจนถึงจุดอิ่มตัว (หรือสูงสุด) จนมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย หรือถึงจุดหยุดนิ่งในยุคปัจจุบัน
มีสีสันอันเป็นเอกลักษณ์แน่นอน ตัวหนังสือก็มีเอกลักษณ์ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นตัวหนังสือมีหัว และตัวหนังสือแบบอาลักษณ์
- ส่วนหมวดประชาชน ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน (ไอที่เรียกกันว่า VeryThai หรือ ไทไทย หรือ ไท้ไทย) มันก็จะเเป็นอะไรที่มีความ
สนุกสนาน ฮาฮา เมาเมา ปาร์ตี้ ผสม มัวมัว มั่วมั่ว ผสมผสาน สีสัดจัดจ้าน (จนถึงสีสะท้อนแสง) ไม่ยึดติด
รับทุกสิ่งมาแล้วปรับเข้ากับตัวเองได้หมด ซึ่งมันก็มาจากนิสัยคนไทยด้วย เช่นดอกไม้กับรถถังที่ฝรั่งยังงง
หรือแต่งงานในพันธมิตร (เจ้าตัวบอกไปฮาฮา (อ่ะล้อเล่นหน่อยนะ)) นี่ละนิสัยคนไทย "เอาฮา" เอกลักษณ์ของไทย
และก็ปรับไปตามยุคสมัย ตามเหตุการ์ณบ้านเมือง
รูปแบบและเอกลักษณ์จะเปลี่ยนไปค่อนข้างไว และเรื่องของกาละเทศะก็จะไม่ค่อยต้องคำนึงมาก
ซึ่งกราฟิกไทยเวลาเราจะเอาไปใช้ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยครับ
และจากการแบ่งเป็นหมวดอย่างนี้ทำให้กราฟิกไทย มีหลายอารมณ์ (ตามหมวด) ที่มีความแตกต่างโดยชัดเจน
ไม่ได่มีแบบอารมณเดียว แบบนิ่งๆปล่อยสเปสแบบเซนของญี่ปุ่น เป็นต้น
และไม่ได้บอกว่าหมวดไหนดีกว่ากัน แต่ต้องประกอบกันไปอย่างนี้ละครับเพื่อความหลากหลาย
อืม
แสดงว่าคนไทยเป็นคนฮาใช่ไหมครับ
ฮาแบบไทยๆ นี่แหละ ที่เรียกเว้รี่ไทย
ครั้งนึง นานมากแล้ว ผมเคยเขียนการ์ตูนลายเส้นแบบไทยๆ แล้วเพื่อนผมมันก็ลองอ่านดู
เพื่อนผมบอกว่า เฮ้ย ลายเส้นหยั่งกะหนังสือขายหัวเราะเลยว่ะ
ผมก็ เฮ้ย มึงนี่ ไม่รู้จักคำว่าแนวเอาซะเล้ย มันเหมือนตรงไหนเนี่ย มึงดูดีๆเซ่ 555
ตอนนี้กำลังทำ "เตซิส" เรื่อง "เล่าเรื่องราวของประเทศไทยในมุมมองของนักออกแบบ"
เรื่องนี้ก็คิดว่าจะทำมาตั้งกะปีที่แล้วครับ เพราะได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่ขัดหูขัดตาในประเทศไทย
แต่ปัญหาคือ "ความเห็นของนักออกแบบ" นี่สิ
พอไปถามนักออกแบบหลายๆสาขา หลายๆอายุ ความเห็นเริ่มตีกัน
ก็ค่อยยังชั่วที่เริ่มมองเห็นภาครวมแล้ว
ถ้า "เตซิส" แสดงแล้วจะมาชวยกันไปดู ( ถ้าผ่านนะ - -" )
-------- ทีซิส เตซิส เดอะซิส Thesis ----------
คณะอะไรเหรอครับ?
คณศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพครับ
เพื่อนร่วมsection ก็มี โม่ ผม แล้วก็ไอ้ชื่น นี่แหละครับ ที่อยู่ในบอร์ดนี้
เอ้า ถ้าได้หลายความเห็นยิ่งดี
เวลาเอาไอ้ที่หลากๆ มาเกลาเป็นความเห็นตัวเอง
นั่นแหละครับ ได้แนวแล้วก็ลุยไปเลย
อ้างคำพูดจาก: แสนชื่น เมื่อ 22 ก.ย. 2008, 23:28 น.
ขอลองพูดอะไรหน่อยนะครับ
" ความเป็นไทยคืออะไร " ผมเชื่อว่าเราหลายๆคนก็คงเคยได้ยินคำถามนี้กันบ่อยๆ
ตำตอบก็จะเป็นประมาน ลายกนก อักษรไทย ลายไทย ผ้าไหม
ผมว่าคำตอบทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่ผิด
แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าความเป็นไทยไม่ได้มีแค่เพียงเปลือกนอกเหล่านั้น
ถ้าเราจะมองความเป็นไทยนั้นควรจะมองที่ "แก่น" ด้วย
แก่นของความเป็นไทยคืออะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะ
แต่ผมคิดว่าแก่นนั้นคือ วิธีการดำเนินชีวิต คือ เรากินอะไร เรานอนยังไง เรามีความคิดอย่างไร
แล้วบริบททั้งหลายเหล่านั้นแหละจะเป็นตัวที่สร้างเปลือกทั้งหลายที่เราเห็นกัน
เป็นที่แน่นอนว่าแก่นของความเป็นไทยในสมัยนี้กับสมัยอยุธยานั้นต่างกัน (แต่ก็ยังคงมีจุดร่วมบางอย่าง)
ในสมัยก่อนนั้นเราอาจจะเป็นชาติที่ความเป็นชาตินิยมสูง แต่ในสมัยนี้อาจถูกลืมเลือนไป
ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างเช่น การรุกล้ำเข้ามาของต่างชาติ การที่โลกทั้งใบแคบลง ค่านิยมต่างๆที่เข้ามาใหม่
จนอาจทำให้คนไทยสมัยนี้เหมือนตุ๊กตาตัดแปะ คือ หยิบของคนอื่นมาอย่างละนิดละหน่อย อะไรที่เห็นว่าดีก็เอามาใช้
(โดยไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีต่อบริบทของสังคมไทย)
แต่ที่ผมพูดคือไม่ได้บอกว่าการหยิบยืมนั้นๆเป็นสิ่งไม่ดี มันจำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องมีแก่นของความเป็นไทยแท้ๆ
หยิบยืมสิ่งดีๆของคนอื่นมามันก็ไม่ใช่ความผิดซักหน่อย ผมกลับเห็นว่ามันเป็นสิ่งดีที่เราพยายามพัฒนาสังคมของเราซะอีก
แต่ก็อีกนั้นแหละการที่ผมจะพูดว่าอะไรดีไม่ดี อะไรมีคุณธรรม ไม่มีคุณธรรม นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า
ผมได้ผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากสิ่งๆนั้น (ยกตัวอย่างกรรมการฟุตบอลเป่าจุดโทษ
ให้ทีม ก. ทีม ข. ที่เสียจุดโทษนั้นก็ต้องเห็นว่ามันไม่ดี แต่ทีม ก. ก็เห็นว่าเป็นสิ่งดี ตัวอย่างที่ยกนั้น
อาจจะทำให้พอเข้าใจได้บ้าง แต่พอมาในสังคมจริงๆแล้วมันจะมีอะไรมากกว่านี้ )
จากที่อ่านมาคงจะดูเหมือนว่าความดี หรือ คุณธรรมนั้นช่างเลือนลางเสียเหลือเกิน
งั้นเราจะใช้อะไรตัดสินดีล่ะ อันนี้ผมเชื่อว่าเราเป็นคนเหมือนๆกัน อยู่ประเทศเดียวกัน
รับข่าวสารคล้ายๆกัน มันคงจะมีจุดร่วมบางอย่างที่ทำให้เราเห็นความดีและความยุติธรรมอันเดียวกัน
แล้วก็ต้องถามอีกอย่างด้วยละว่า "คุณเลือกที่จะยืนอยู่จุดไหน"
ก่อนที่จะออกประเด็นไปมากกว่านี้ผมของพูดสรุปว่า
"ความเป็นไทยอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราสวมใส่ แต่ต้องถามว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร"
ปล.เหนื่อยโม้มันไปหน่อย
ชอบความเห็นคุณจัง :12: น่าอ่านมากคะ :P
ขอแจมด้วยคนนะ.... พอดีกำลังทำงานให้ลูกค้าเสร็จ เกี่ยวกับความเป็นไทย อารมณ์ยังติดพัน ขอสักนิดนะคะ 555 หวังว่าคงพอจะมีประโยชน์กับเจ้าของกระทู้บางสักนิดนะคะ
เรื่อง ความเป็นไทย คงไม่พูด เพราะต่างคนต่างคิด ต่างจิต ต่างใจ หลากหลายความเห็น คนไทยแต่ละคนก็มองความเป็นไทยต่างกัน ฝรั่งก็มองเราเป็นไทยในแบบเค้ามอง ฯลฯ เหมือนที่หลายๆ คนตอบไป
ขอเข้าเรื่องให้ตรงคำถามเลยนะคะ คือวัตถุประสงค์ที่จะสร้างงานที่มีความเป็นไทยออกมา... หากเป็นคงานลูกค้าซึ่งก็ต้องเข้าใจกันว่ามันเป็นธุรกิจเค้าจ้างเราทำ ลูกค้าดีหน่อยก็ ให้เรามีโอกาสนำเสนอในความคิดเราได้มากหน่อย ลูกค้าแย่ๆ ก็เหมือนจิตนาการมาให้หมด แค่จ้างหยิบมือเรามา วาดๆเขียนไป ซึ่งตรงนี้ต้องตีโจทย์ให้ได้ว่า สิ่งที่เราจะทำ มันเสนอให้ผู้บริโภคกลุ่มใด และควรนำเสนอความเป็นไทยในมุมมองไหน เพราะว่าความเป็นไทย มันมีมากมายเหมือที่ คุณ "แสนชื่น"ได้บอกไป วิถีความเป็นไทย ดำเนินชีวิตแบบไทย จิตใจไมตรีแบบไทย บร๊า บรา บรา ฯลฯ
แต่ยังไงพื้นฐานที่ทุกคนจะพูดถึงไทย คือลายไทยทั้งหลาย ซึ่งมีหลากหลาย รูปแบบ หลายยุค สมัย หลายระดับชั้น ดูอย่างลายไทยชั้นสูงก็ ตามผลงานต่างๆของราชวงค์ (ดูจากงานที่เพิ่งผ่านมาก็จะเห็นว่า ทีวีเค้าก็ไปซูมให้เราเห็นลวดลายไทยชั้นสูงของราชวงค์) ทำให้เราได้เห็นลายไทยที่บางคนอาจยังไม่เคยเห็น หรือลายไทยที่ใช้กันทั่วไป ลายกนกต่างๆ ก็มีเยอะ
ยิ่งพิมพ์ยาวยิ่งมั่ว.... สรุปค่ะ ตีโจทย์ลูกค้าว่า(ให้ตีไปที่ลูกค้าของลูกค้า ไม่ใช้ลูกค้าที่จ้างเรา) ว่าเค้าเป็นกลุ่มประเภทไหนที่จะมีความสนใจ หรืออะไรก็ตามกับสิ่งที่เราจะทำ ยกตัวอย่างเช่น โลโก้ของหลิน เค้าจะขายของที่เป็นไทย ให้ฝรั่ง... พื้นฐานฝรั่งก็มองไทยเป็น ไท๊ย ไทย ลวดลายไทย อะไรพวกนั้นเพราะเป็นสิ่งที่เค้า จับต้องบ่อยๆ เห็นบ่อยๆตามสื่อต่างๆ นั่นคือสิ่งที่ง่ายที่สุดที่่จะทำให้เค้าเห็นโลโก้ของลูกค้าแล้ว คิดได้ทันทีว่าเป็นอะไร ซึ่งโลโก้เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องเห็นปุ๊บรู้ปั๊บ ง่ายที่สุด
ส่วนเรื่องสีก็อย่างที่ เห็นด้วยกับคุณแสนชื่ อีกแล้วค่ะ :)
สีเดียวก็สวยได้ แต่หลายๆคนชอบทำอะไรที่เป็นเป็นสีทอง ก็เราถูกปลูกฝั่งและเห็นวัฒนธรรมต่างๆ อะไรในความเป็นไทย เป็นแบบนี้ตลอด โดยเฉพาะ ความเป็นไทย มักจะไปโผล่ในวัดวาอาราม มานานแล้ว สีทองเป็นสีที่เปร่งประกาย สื่อถึงความอลังการณ์ของมัน ไม่ว่าจะเรื่องศาสนา วิธีของแต่ละยุคสมัย เลยทำให้คนติดกับสีนี้ จะทำสีอื่นก็คงไม่แปลก แต่คงไม่ชินตามากกว่า แต่ไม่แนะนำให้โลโก้มีสีหลายๆสี เลยคะ จดจำได้ยาก เอาสีน้อยๆ แต่ไล่เฉดสีก็ดีกว่านะค่ะ ดูมีชีวิตชีวากว่าเยอะ
ความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ ผิดถูกประการใดขอ อภัยด้วยเจ้า....
ลิงค์ตัวอย่างงาน แบบไทยคะ่ เผื่อมีประโยชน์ในการออกแบบงานอื่นๆ
http://emitcreation.com/thaimelody/index2.php (http://emitcreation.com/thaimelody/index2.php)
http://emitcreation.com/thaimelody/ (http://emitcreation.com/thaimelody/)
โอ้ว งานสวยครับ ทำ "ไทย" ได้ไทยจ๋ามากๆ :25:
ขายความเป็นไทยให้ฝรั่งดู ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็นึกไม่ออกจริงๆ ครับว่าจะออกไปแนวไหน
มันอยู่ที่การตีความจริงๆ นั่นแหละ ว่าลูกค้าคิดแบบเดียวกับเราหรือเปล่า
ถ้าไม่ เราจะจูนกันลงตัวที่ตรงไหนดี
เหมือนถ้าให้พูดเรื่องโลกของเรา ออกมาเป็นงานดีไซน์อะไรสักอย่าง
วินาทีนี้แวบแรกก็คงคิดถึงพวกโลกร้อนอะไรแบบนี้แหละครับเป็นโจทย์แรก
ดูร้อนแรงดีนะครับ
จริงๆผมว่างานไทยเรา ถ้าไม่นับเอาเรื่องของ ลายเส้นหรือรูปแบบที่เป้นไทยจ๋ามาเล่น
การเอาโทนอารมณ์ของสีมาเล่น ก็ไม่เลวนะ
อย่างในลิงค์แรก ผมชอบรูปแรกนะ ดูไทยๆแบบละมุนละม่อมด้วยสีและองค์ประกอบง่ายๆดี
เหมือนนั่งดูแม่พลอยนั่งร้อยมาลัยอยู่บนชานริมน้ำ ยังไงยังงั้น
ส่วนรูปหลังๆ ดูมันร้อนแรงมีพลัง + กับรูปแบบของลายไทย (อันนี้ผมขออนุญาตรู้สึกขัดๆนิดๆนะครับ :46:)
ทำให้งานดู ขลัง มีพลัง และจัดจ้าน ดูคึกคักขึงขัง แบบไทยๆดีนะครับ
เหมือนนั่งดูนายจันทร์หนวดเขี้ยวใส่เสื้อยันต์ลงอาคมเตรียมไปออกรบบ แบบนั้นแหละ
แต่โดยรวมงานเจ๋งดีครับ สากลแบบไทยๆที่ฝรั่งน่าจะเข้าถึงได้ง่ายทีเดียว
อ้างคำพูดจาก: นายแอน เมื่อ 06 ธ.ค. 2008, 14:05 น.
โอ้ว งานสวยครับ ทำ "ไทย" ได้ไทยจ๋ามากๆ :25:
ขายความเป็นไทยให้ฝรั่งดู ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็นึกไม่ออกจริงๆ ครับว่าจะออกไปแนวไหน
มันอยู่ที่การตีความจริงๆ นั่นแหละ ว่าลูกค้าคิดแบบเดียวกับเราหรือเปล่า
ถ้าไม่ เราจะจูนกันลงตัวที่ตรงไหนดี
เหมือนถ้าให้พูดเรื่องโลกของเรา ออกมาเป็นงานดีไซน์อะไรสักอย่าง
วินาทีนี้แวบแรกก็คงคิดถึงพวกโลกร้อนอะไรแบบนี้แหละครับเป็นโจทย์แรก
นั่นแหละคะ คุณแอน การออกแบบงานมันไม่ได้อยู่ที่ตัวนักออกแบบเองเท่านั้น มันขึ้นอยู่กับหลายๆองค์ประกอบ สุดท้ายก็ต้องหยุดคำตอบที่ผู้ว่าจ้าง เราทำได้ดีที่สุดคือนำเสนออะไรให้ดีต่อการออกแบบที่สุด และให้ลูกค้าพึ่งพอใจ โดยอยู่บนบรรทัดฐานที่ไม่เอาใจลูกค้า จนผลิตงานออกแบบคุณภาพต่ำออกมา เพื่อเงิน มีไม่มากงานนักที่จะสามารถสร้างสรรค์งาน ที่ไม่ใช้โลกร้อน แต่เป็นแนวคิดใหม่ๆ โดยผ่านการยอมรับของผู้ว่าจ้าง คงต้องหวังให้ผู้ว่าจ้างในความคิดที่เปิดกว้างขึ้นเยอะๆคะ และนักออกแบบก็ออกแบบงานคุณภาพกัน มองกันไกลๆขึ้นเยอะๆ ก็จะทำให้เรามีงานที่หลากหลายมากขึ้น ทุกวันๆ สาธุ ฮ่าๆๆ :43:
อา...ถ้าลองอ่านกาตูนเรื่อง เจ้สาวเจ้าตำหรับ น่าจะเชื่อมแนวคิดได้ ว่าพื้นฐานของญี่ปุ่น มาจากอะไรบ้าง แนวคิดนี้เอามาใช้กับบ้านเราได้แม้จะไม่หลากหลาย โชตะ คิคุจิ ค่อนข้างถ่ายทอดมันออกมาได้ลึกซึ้ง +บิ้ว เว่อๆ ช้าไปใช่มั๊ย แต่อยากตอบหน่ะ
ผมเคยมีโอกาสฝึกงานที่ Practical ครับ
ที่ต้องปรับโลโก้หอศิลป์นี่ไม่ใช่ว่าอยากปรับอะไรหรอกครับ
ผมคิดว่าไม่มีใครอยากปรับงานที่ชนะการประกวดมาหรอกครับ เข้าใจอารมณ์คนชนะเลิศนะ
- ปรับไม่ดีก็จะมีคำวิจารณ์ว่า ปรับทำไม ของเดิมดีกว่า
- ปรับมากก็ไม่ได้ โดนวิจารณ์ว่าไปปรับของเขาทำไม
- ปรับแล้วห่วยกว่าเดิมด็โดนอีก ว่าปรับยังไงให้แย่ลง
- บลา บลา
แต่ที่ต้องปรับเพราะผู้ว่าจ้างน่ะครับ มันปฏิเสธบ่ได้ :05:
ผมก็เคยลองออกแบบตัว Type ข้างล่างครับ แต่ว่าไม่ได้ใช้ :52:
(http://img3.f0nt.com/14/1d326a8e602106d58ffa03f7b6ef350d.png)
แก้นิโหน่ย
:25: :25: สวยย
กระจู๋นี้คุยกันหนุกมาก :45:
คำถามเรื่องความเป็นไทย เป็นประเด็นยอดฮิตตั้งแต่ตอนเรียนจนกระทั่งจบมาทำงาน ต่างกรรมต่างวาระ
เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นทำนิตยสารประกวดกะเพื่อนๆ (i-mag ธีมคือ รักษ์ไทย) ก็คุยกันวนไปวนมา งานออกมาก็..ฮ่าๆ สุดท้ายด้าน visual มันก็ไปอิงกับลวดลายมรดกบรรพบุรุษน่ะครับ ซึ่งก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในใจคนทำสักเท่าไหร่
ส่วนเรื่องเนื้อข้างใน ยิ่งเราคุ้ยลงไปในบุคลิกลักษณะ การกิน การอยู่ เรายิ่งรู้สึกว่ามันพันธ์ผสมนะ เหมือนยิ่งไปเค้น 'สัจจะหนึ่งเดียว' ก็ยิ่งหาไม่เจอ
พักเรื่องไทยๆ ไปก่อน
เมื่อปีสองปีก่อน มีโอกาสได้ไปแบกเป้เที่ยวพม่า แล้วก็พบว่า เอกลักษณ์พม่าที่เรารับรู้กันเช่น ผู้ชายนุ่งโสร่ง ผู้หญิงทาแป้งตะนะคาที่หน้า กินหมาก มันเป็นภาพเหมารวมมากๆ เพราะจริงๆ แล้วพม่าประกอบด้วยชนเผ่าเป็นสิบกลุ่ม แต่ละกุล่มก็มีเอกลักษณ์ต่างๆ กันไป สรุปว่าภาพจำที่เราคิดว่าเป็น 'เอกลักษณ์' นั้นค่อนข้างจะมายา
พอผมมองกลับมาที่ประเทศไทย เมื่อก่อนก็ไม่ได้ฉุกคิดอะไรมาก แต่พอทำงานถึงรู้สึกว่า สังคมไทยมันถ่างห่างออก จนบางทีคุย เข้าใจ กันไปคนละเรื่อง ผมคิดว่างานออกแบบ มันสนองความต้องการตลาดของคนกลุ่มเล็กๆ (ซึ่งมีกำลังซื้อ) นั่นก็คือชนชั้นกลางขึ้นไปในเมือง นักออกแบบร่วมสมัยจากมหาวิทยลัย ก็หล่อหลอมความคิดด้วยหลักสูตรที่อิงจากโลกซีกโน้น (อย่างโรงเรียนผมเอง อาจารย์ก็พูดชัดๆ เลยว่าเรารับก้อนสมองมาจาก bauhaus)
แล้วคนไทยในภาคส่วนอื่นๆ ล่ะ บางทีเราไม่นับพวกเขาในหมวดคำว่า 'ออกแบบ' หรือเปล่าหว่า ถึงต้องมีรายการ สหเฮ็ด (ช่อง TPBS) เอานักออกแบ๊บออกแบบ มานั่งคุยกันในสตูดิโอเก๋ๆ ว่าจะ redesign กระติ๊บใส่ข้าวเหนียวยังไงดี
ผมเองเริ่มงงละครับ :48:
สรุป สิ่งที่คิดในตอนนี้
1 ถ้าตีกรอบงานออกแบบ ในกรอบแบบหนึ่ง ความคิดเรื่องความเป็นไทยในงานออกแบบ ก็จะได้ผลลัพธ์แบบหนึ่ง
2 ผมเริ่มสงสัยนอกกรอบข้อแรกนั่น
ไปดีกว่า
:49:
ช่วงปีนี้เอาตัวให้รอดอย่างเดียว อย่าเพิ่งมาถามไทยไม่ไทยเลย 555
เตซิสเรื่องประเทศไทยที่ทำอยู่ใกล้จะเสร็จแล้ว เลยเอามาแพลมๆ ให้ดูนิดนึง
(http://img3.f0nt.com/17/ac9c70546f465125544c0d0363b1bdee.png) (http://img3.f0nt.com/17/05eb6683a4095e800a0295c3ba68e08e.png)
ปล. ทำเรื่อง
"โครงการออกแบบภาพสัญลักษณ์ของประเทศไทยเพื่อนำเสนอวัฒนธรรมและวิถีชีวิต"
โอ้ว ตำปู :25:
ขวานด้ามหัก ถ้าคติบ้านๆ ของหักไม่ดีนะเออ
แหมๆ งามนะยะ :56:
ขวานหักนี่โดนมาก :02:
แสลงใจมากกว่า :08:
ต๊าย ขวานบ้านไหนกันน่ะหน้าตาเป็นแบบนั้น :11:
(ขวานแถวบ้านตูหน้าตามันบ้านนอกกว่านั้นเยอะเลย :30:)
แต่ตำปูน่ารักห้าดาวเลยครับ
ชอบขวานเหมือนกันครับ ออกแนวเสียดสี :45:
ไทยแท้ต้องตำปลาร้านะครับ :30:
ตามอ่านค่ะ