ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: จักรี เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 13:18 น.

ชื่อเรื่อง: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 13:18 น.
ใครเคยเห็นคนที่กำลังจะขาดใจตาย บ้างอ่ะครับ แล้วรู้สึกไง แล้วทำอย่างไง กันบ้างอ่ะ 
ในช่วงนั้นในหัวสมองคิดอะไรกันอยู่เหรอ
หมอแมวคงมีเรื่องมาเล่าเยอะแน่เลย

ส่วนผม  ไม่เคยเห็นตอนขาดใจนะ เคยเห็นแบบว่า ตายแปปนึงถึงหันไปเจอไรงี้
แล้วก็เมื่อกี้ไปยืนซื้อส้มตำ มีป้าคนหนึ่งมากับหลาน อยู่ดีๆ ก็ล้มลงตาค้าง ผมยืนอยู่ข้างๆ
งง ทำอะไรไม่ถูก คือไม่รู้แกเป็นอะไร พอคืนสติได้ ผมก็รีบพยุงตัวแกขึ้นมาทำการสังเกตว่า
เป็นอะไรหรือเป็นลมเฉยๆ คิดว่าแกกัดลิ้นเตรียมจะง้างปากเลย
แต่ดูแกไม่ได้กัดลิ้นหรือชักนะ เห็นแค่ตัวเกร็งๆ
ดูทรมานพิลึก โ ชคดีที่ร้านส้มตำนั่นไม่ได้มีแต่ป้าๆ มากินกัน
ยังมีพี่ผู้ชายอีกคนหนึ่งมาช่วยผมพยุงเอาไว้
และดูเหมือนว่าผมจะ งง ว่าผมควรทำอะไร 
พี่ผู้ชายคนนั้นก็เลยช่วยรีบปฐมพยาบาล จับนอนแล้วให้ผมช่วยยกขาแทน
ค่อยยังชั่วที่ไม่ได้มั่วปฐมพยาบาลอยุ่คนเดียว
ป้าที่ร้านส้มตำ แก้ก็ไปหายาดงยาดม มาให้ 
โล่งอกตอนที่ป้าคนนั้นคืนสติกลับมาได้ ส่งสัยอาการจะหนักมาก
เพราะไม่เหมือนเป็นลมปกติซักเท่าไำร

โชคดีนะ ที่มีพี่ผู้ชายคนนั้นมาช่วยไว้
งั้นผมคงไม่รู้ว่าจะทำให้ป้าแกอาการแย่กว่าเดิมหรือเปล่า  :44: 
ถามไถ่กันอีกที ดีที่พี่ผู้ชายแกเป็นครู เลยพอรุ้วิธีปฐมพยาบาลมาบ้าง
เออ จริงๆ ผมก็พอรู้นะเคยเรียนตอนเด็กๆ แต่เอาเข้าจริงก็
ไม่รู้จะงัดไม้ไหนมาใช้ งัดมาใช้ใช่ว่าจะถูกต้องซะด้วย

ช่วงวินาทีนั้น คงเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก เจียนอยู่เจียนไปแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกันบ้างเน้อ....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 13:42 น.
เคยแต่ไปศิริราชไม่ทันตอนน้องตาย
ตอนนั้นพี่โทรมาบอกว่า อีกไม่เกินชั่วโมงนะ
ก็เลยรีบบึ่งรถไป แต่ไปยังไม่ถึงครึ่งทาง พี่ก็โทรมาบอกว่า


... ไม่ต้องรีบแล้ว




ก็เลยแวะเตรียมเสื้อผ้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆ
ก็อปภาพเตรียมทำภาพหน้าศพเอาไว้เลย มีเวลาเหลือเฟือ
เรื่องราวการตายแบบไทยๆ นี่มีอะไรให้ต้องทำเต็มไปหมดเลย
พอไปถึงโรงบาลก็เห็นน้องนอนเหลืองอยู่บนเปลแล้ว
และแม่กับพี่ๆ ก็เดินไปเดินมาอยู่ข้างๆ
แม่คงร้องไห้เสร็จไปเรียบร้อยแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็ร้องไห้มาตลอด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 13:50 น.
ครั้งแรก
เกิดขึ้นกับแม่ผม  ตอนนั้นแม่ดมยาแก้หอบอยู่ที่โรงพยาบาลกับน้องชาย
แม่นั่งบนเตียงผู้ป่วย สูดยาตั้งแต่เช้ายันเย็นเกือบ 20 หลอดเพื่อระงับอาการหอบ
แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น

จนเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ก็ย้ายเตียงมาติดกับวอร์ดพยาบาล เพื่อสังเกตุอาการ
ผมอยู่กับน้องสองคน พ่อไปนครศรีธรรมราช พี่สาวท้องแก่อยู่โรงพยาบาลเปาโล
ที่เตียงผู้ป่วย ซ้ายมือแม่คือน้องชาย ขวามือคือผม
จำได้ว่าคำสุดท้ายที่แม่พูดคือ "ไม่ไหวแล้วนะ"
แล้วก็ค่อยๆ เอนหลังลงไปนอน ผมกับน้องก็ทำอะไรกันไม่ถูก
ได้แต่เรียกพยาบาลมาเพื่อปั๊มหัวใจเท่านั้นล่ะ แต่หลังจากนั้น 5 นาที
แม่ก็ฟื้น

หลังจากนั้นแม่ก็เล่าให้ฟังว่า ตอนจะหมดลม มันรู้สึกโล่งๆ เย็นๆ

ครั้งที่สอง
อันนี้เจอกับตัวเอง ไม่ถึงกับตาย แต่แค่ช๊อค
ผมไปมีตติ้งกับเพื่อนที่โลตัสเลียบด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์
จำได้ว่าซื้อขนมปังฟาร์มเฮาส์จากเซเว่นที่ปั๊ม ปตท ก่อนถึงโลตัส
มาเพื่อกินแทนข้าวเย็น

ไส้สังขยากับถั่วแดง อย่างละอัน ก็ซัดเข้าปากทันทีเพราะหิว
กินหมดไปสองอัน อาการคันก็เริ่มถามหาที่ข้อมือ ข้อศอกของผม
ก็นึกว่าโรคประจำตัว (ภูมิแพ้) เริ่มอีกแล้ว เลยความหายาเพื่อดักทางมันไว้ก่อน

แต่คราวนี้แปลกกว่าเดิมคือ มันเป็นเร็วมาก คือไม่ถึง 1 นาทีขึ้นผื่นเต็มตัว
ผมควานหายาจากกระเป๋าได้แล้ว มันก็เริ่มแสดงอาการที่ปากคือชา
หลังจากยาลงกระเพาะไปก็ยังไม่ดีขึ้น

ตาลืมแต่มองอะไรไม่เห็น ได้ยินเสียงแต่ดันพูดไม่ได้ ลิ้นแข็ง
ผมยังพยายามโทรหาพ่อ แต่พ่อมาบอกทีหลังว่าฟังไม่รู้เรื่อง
ซัก 20 นาทีที่ผมเป็นแบบนั้น แต่พอยาแตกตัว ทุกอย่างก็กลับเข้าที่
นกมารับยังงงว่า ตกลงไม่ได้เป็นอะไรเลยเหรอ

จำได้ว่าก่อนที่จะไม่รู้เรื่อง และหมดสติ ภาพมันดำๆ รู้สึกเย็นๆ สบายๆ แบบแปลกๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 13:55 น.
ใกล้เคียงได้มั๊ยครับ เคยเห็นหน้าตลาดสันป่าสักครับ  รถชนกันบ่อยมาก (หน้่าตลาดเป็นสามแยกมรณะ)

มีครั้งนึง รถเครื่องล้มไถลหน้าผากชนเสาไฟฟ้ายุบหาย สมองไหลเยิ้ม

ตายแล้ว  :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 14:48 น.


ยังงั้นมีด้วย

ตอนนั้นนั่งเล่นอยู่ที่บ้านครับ แม่ขี่มอไซค์กลับบ้านแล้วเหมือนโดนตัวอะไรต่อยที่เหนือตา
ม้าบอกปวดๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร ดูไปดูมาซักพักหน้าเริ่มบวมครับ  :08:

รีบพาขี่มอไซค์ไปหาหมอที่ รพ ศิขรินทร์ แถวบ้าน
ตอนนั้นม้าเหมือนจะเบลอๆ แล้ว ให้นั่งซ้อนมอไซค์มาเสียวๆ จะหล่น
จนในที่สุดพามาหาหมอปลอดภัยกลับบ้านได้  :25:

มีอีกตอนม้าทะเลาะอะไรกับป๊าไม่รู้แล้วขี่รถกลับมาที่บ้านคนเดียว
ไอเราก็นั่งเฝ้าร้านอยู่ ป๊าเห็นว่านานไปแล้วเลยให้ตามมาดู
กลับมาบ้านเงียบๆ มีแต่รถจอดอยู่
ขึ้นไปหาที่ห้องนอน เจอครับ ม้านอนอยู่ แต่ตาเหลือกแบบช๊อกเสียสติ  :08:
แบบสมองน๊อคเพราะความเครียดอะไรนี้แหละ ตกใจมากตอนนั้น
เพราะม้าเจ็บยังไงก็ไม่มีอาการยังงี้มาก่อน  :05:
เลยปลอบๆ แล้วดูท่าแล้วว่าถ้าอยู่ยังงี้คงไม่มีอะไรดีขึ้น
เลยให้ม้าขึ้นมอไซค์มาแล้วขี่พาไปหาญาติ ที่เป็นเสาหลักของฝั่งม้า
ให้เค้าดูให้หน่อย
อารมณ์ตอนนั้น โกรธเกลียดทุกคนที่ทำให้ม้าเป็นแบบนั้นเลยนะ แบบสุดๆ
แต่พอพาม้ามาหาญาติเรียบร้อยญาติปลอบๆ ซักพักม้าก็หายเอ๋อ
ก็ดีใจ  :25:

แล้วก็ดอนที่โดนตีหัว  :37:
ก็บอกให้เพื่อนพาไป รพ ที่มีประกันสังคม แต่ตอนแรกเพื่อนๆ มันบอกอาการหนักไป รพ ใกล้ๆ แหละ
พอไปแล้วพยาบาลก็ถามนู้นนี้ ไอเราก็สวนถามไปว่า ใช้ ประกันสังคมได้มั้ย หมอบอกว่าไม่ได้นะ เพราะไม่ใช่ รพ ที่ทำประกันไว้
ก็เลยถามราคา หมอบอกว่า สี่ห้าพัน ก็เลยบอกเพื่อนไป รพ ที่ทำประกันสังคมไว้เถอะ แพง  :37:
ความรู้สึกตอนนั้นคือเฉยๆ มากเลยนะ รู้สึกเหมือนตอนบริจาคเลือดที่มันจะหวิวๆ หน่อยนึง  :55:
เหมือนท้องเสียเดินได้แต่ไม่ค่อยมีแรง มือไม้อ่อน  :30:

แต่ภาพที่คนอื่นเห้นคือ เลือดเต็มหัวไปหมดแล้ว ไหลลงมาที่ตัวแดงไปหมด
ยืนตรงไหนเลือดก็ท่วมที่ที่ยืน เพราะขาโดนบาดลึกเหมือนกัน

นึกได้เท่านี้ครับ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 14:54 น.
กับคนยังไม่เคยเห็นคนตาย เคยแต่แบบเกือยตาย
แต่นาทีที่เห็นนี่คิดว่าตายไปแล้ว เพราะ ตาเหลือกหัวเลือดอาบ
จะเป็นลม ครั้งรกในชีวิตเลยตอนนั้น

อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนา กะ หนูบี เมื่อ 22 ต.ค. 2007, 14:35 น.
เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปร่วมเ่ล่นแรลลลี่กับทางนิตยสารฉบับนึง
เดินทางไป พัทยา ฮะ ก็มีเข้าฐานต่างๆ กันไป ก็มีอยู่ฐานนึงที่เป็นเรื่อง
คือที่พัทยาปาร์ค ใครที่เคยไปน่าจะเคยเห็น Tower สูงๆ ของเค้า
ซึ่งในภารกิจ คือให้ส่งตัวแทนขึ้นไป 1 คนแล้วเลือกว่าจะลง มาจาก Tower แบบไหน มี 3 แบบ
1. ลงมาเป็นคู่ เป็นกระเช้าแบบยืน
2. ลงมาแบบกระเช้าใหญ่ๆ เหมือนชิงช้าสวรรค์
3. ลงมาแบบคนเดียว เหมือนโดดหอ
เห็นแล้วหวาดเสียวมาก ถามกับคนคุม เค้าก็บอกไม่เคยมีอุบัติเหตุเลยนะ ตั้งแต่เปิดมา

แล้วมันก็เป็นเรื่องจนได้ มีเด็กคนนึง เล่นแบบสาม คาดว่าน่าจะเป็นเด็ก ม.ต้น ตัวไม่ใหญ่มาก+หัวเกรียน โดดลงมาตามปกติ
แต่พอจะถึงพื้น กลับไม่มีการเบรค เกิดขึ้นกับรอก (ดูจากคนอื่นจะมีกระชากจังหวะนึงก่อน)
เด็กก็ถลาไปชน เชือกที่เค้ากั้น แต่ก็เอาไม่อยู่ ทะลุเชือก ไปจนหัวไปมุดกับรอกแล้วโดนรอกปั่นหัว  :38:
ดีที่พนักงาน ปิดเครื่องทัน หัวเลยหลุดออกมา (จากรอก) พร้อมกับร่างที่ตาลอย ไม่มีปฎิกิริยาอะไรเลย
พนักงานรีบไปช่วยกันปลด ร่างน้องเค้าลงมา เขย่าเรียกซักพัก

น้องเค้าก็ฟื้น ร้องไห้แต่เลือดอาบหัว หัวด้านหลังฉีกเป็นรูปตัววาย เลย เห็นเนื้อขาวๆ
หลังจากนั้นก็พาส่งโรงบาล ส่วนตาคิ้วหนาตอนนั้น นั่งนิ่งครับ หน้ามืด ลมจะใส่ (ครั้งแรกในชีวิต)  :30:
เพื่อนผู้หญิงที่ไปด้วยเป็นลมไปแล้ว เพื่อนอีกคนลากไปนั่งในรถ

หลังจากเหตุการณ์ ผู้จัดก็เลยสั่ง แคนเซิลหมด ให้คนที่จะโดดลงมาให้หมด
รอดไป เพื่อนผมที่ขึ้นไป อีก ราวๆ 2 คิว ถัดจากน้องเค้า
หลังจากนั้นก็เอะใจ มาพลิกดูบัตรที่ต้องซื้อตอนขึ้น หาข้อตกลง ก็พบว่า
ทางเค้าจะไม่รับผิดชอบกับอุบัติเหตุ ใดๆ ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นกับคนเล่น
โดยมีลายเซ็นต์เพื่อนผม เซ็นต์กำกับไว้แล้วตอนขึ้น เพราะพนักงานบอกให้เซ็นต์
ถามเพื่อนมันก็บอกว่า กำลังตื่นเต้น เค้าให้เซ็นต์ก็เลยเซ็นต์ไปโดยไม่ได้อ่าน  :08:

มาเล่าให้ฟังไว้เผื่อใครคิดอยากจะโดด ก็อย่าเลยครับ ไม่คุ้มเลย
ดีที่น้องคนนั้นไม่ถึงตาย และ ยังไม่อยากคิดว่าถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่หัว ลอดช่องว่างระหว่างรอกไม่ได้
หรือถ้าเป็นผู้หญิงผมยาว มันจะเกิดอะไรขึ้น  :38:

ส่วนถ้าเห็นที่ตายตรงหน้า ตายในอ้อมกอดผม ก็เจ้าหมั่นโถว
เพราะหมั่นโถวป่วย เป็นโรคเลือด จำได้ว่าตอนนั้นกำลังจะพาไปหาหมอ
เพราะเห็นท่าไม่ดีแล้ว พาออกจากกรง เจ้าตัวก็ไม่ยอมท่าเดียว จะกลับเข้ากรงนอนตลอด

แล้วซักพัก ก็ล้มตัวลงนอน หายใจถี่ๆ อยู่ 3-4 แล้วเฮือกสุดท้าย ก็จบ
ผมเขย่าเรียกอยู่นานเลย เพราะไม่อยากเชื่อสายตาว่า เค้าจะจากผมไป
ทั้งๆ ที่ก็มาอยู่ด้วยกันไม่นาน ทั้งกอดทั้งเขย่าเรียกทั้งน้ำตา หวังว่าจะมีปาฏิหาิริย์เกิดขึ้น

แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เค้าจากไปอย่างสงบ โทรหาบีร้องไห้กับบี
บีก็ปลอบจนหายร้อง เลยโทรหานัทต่อพอพูดปั๊บน้ำตาก็ไหลพราก
ขอโทษนัทที่ดูแลเค้าได้ไม่ดีพอ ฝากนัทขอโทษใบไม้ ตอนนั่งพิมพ์นี่ก็น้ำตาคลอ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 15:38 น.
 :05:   เอ๋า พี่สัก พี่สักเล่าหนูก็จะร้องอีกนั่นแหละ 


ไม่เป็นไรนะคะ  มันเหตุสุดวิสัยค่ะ  ไม่ใช่ว่าพี่สักเลี้ยงไม่ดีสักหน่อย 


ส่วนใบไม้ พอรู้ว่า ทั้งพ่อและแม่ของไข่ต้ม และตัวอื่น เป็นพาหะ 

ตอนนี้ก็เลยพยายามผสมกันให้น้อยครั้งที่สุดอ่ะค่ะ 

นี่ได้ข่าวจากใบไม้มาว่าออกมาอีกกี่ตัวก็ไม่รู้



อย่างน้อยหมั่นโถว อยู่กับคนที่มันรักจนวินาทีสุดท้ายนะคะ 

อย่าร้องค่ะ   เดี๋ยวหนูน้ำตาแตกอีก   :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: IM เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 15:42 น.
เมื่อก่อนเคยเป็นอาสาสมัครกู้ภัย
การได้เห็นคนเจ็บ คนตาย เหมือนกับเป็นเรื่องปกติ
แต่การที่เห็นคนรู้จัก หรือญาติตัวเองเสียไปต่อหน้าต่อตานี่นับครั้งได้เลย (น้อยมาก)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 16:01 น.
ลูกหนูในกรงดักหนู มันคงโดนขังนานจนหลับไป ผมก็นึกว่ามันตายแล้ว สักสองชั่วโมงต่อไปผมเดินมาก็ได้ยินเสียงแอ๊บๆ นึกว่าอะไร ที่แท้ลูกหนูเพิ่งขาดใจตายไปเมื่อครู่นี้เอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 16:08 น.
ตอนเด็กๆประมาณ 8-9 ขวบ
หลังเลิกเรียน กำลังจะข้ามถนนพร้อมเพื่อนไปฝั่งตรงข้าม เพื่อหาอะไรกิน
ระหว่างที่กำลังข้ามจะเลนแรกได้ เพื่อนผมก็ดึงมือให้วิ่งข้ามเลยสองไปพร้อมกันไวๆ
แต่ผมไม่เอาด้วย มันเลยปล่อยมือวิ่งข้ามไปคนเดียวก่อน..

เพื่อนผมโดนรถชนต่อหน้า ระยะห่างแค่ช่วงเอื้อมมือถึงได้ เห็นเป็นภาพช้าชัดๆเลยว่า
เพื่อนค่อยๆตัวเอียง แล้วก็หมุนกระเด็นไปประมาณ 10 เมตรได้ กลิ้งโคโล่นอนเลือดอาบอยู่
รู้สึกว่าในหัวไม่มีอะไรเลย มือไม้เย็นเฉียบ ขยับตัวไปไหนไม่ได้
จนมีคนมาพาข้ามไปหลังจากที่คนอื่นๆ วิ่งไปช่วเพื่อนผมแล้ว
ตอนนั้น ไม่กล้าแม้จะหันไปมอง ว่าเพื่อนผมรอดมั๊ย แต่โชคดี ที่ไม่เป็นอะไรมาก แค่ขาแข้งหัก หัวแตก
ตอนนั้น ผมเรียนโรงเรียนที่แม่ผมเป็นครูอยู่ จำได้ว่าเห็นแกรีบวิ่งมาดูอย่างเร็ว มาถึงก็กอดผมร้องไห้โฮ
เพราะรุ้ข่าวแค่ว่า เด็กผู้ชายถูกรถชน และโรงเรียนนี้ ก็มีเด็กผู้ชายอยู่ไม่กี่คนนับหัวได้
เค้าก็เลยกลัว ว่าผมจะม่องตั้งแต่ยังเด็ก

ผมเลยฝังใจกับการวิ่งข้ามถนนมาจนถึงบัดนี้...

------------------------------------------------

อีกเรื่อง
แม่ผมเคยท้องเสียอย่างหนัก พร้อมกับเป็นไข้ขึ้นสูง
แต่ก็เหมือนจะดีขึ้นแล้ว แม่ก็เลยพยายามจะไปทำงานตอนเช้า ลูกๆห้ามก็ไม่ฟัง
ระหว่างที่แม่กำลังแปรงฟัน ได้ยินเสียงแม่ร้องว่า ช่วยด้วย พร้อมทั้งได้ยินเสียงคนล้มดัง พลั่ก

แม่ผมหัวฟาดขอบอ่างล้างหน้า ลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น
ผมจำได้ว่า ผมร้องเสียงหลงแล้ววิ่งเข้าไปดูแม่
ตอนนั้น แม่ไม่หายใจแล้ว...
เห้ย ภาพในหัววิ่งมาเต็มไปหมด ภาพความทรงจำถึงเมื่อก่อนตอนอยู่กับแม่
มือไม้ชา ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะช่วยยังไงดี ทั้งพี่ชายพี่สาว วิ่งมาดูทีหลัง แน่นอน ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
ได้แต่เขย่าตัวเรียกแม่ ผายปอดก็ไม่เป็น ปั๊มหัวใจก็ไม่เป็น
คิดไว้แค่อย่างเดียวแล้วว่า แม่ตายแล้วแน่ๆ น้ำตาไหลพรากไป เขย่าตัวเรียกชื่อแม่ไป
ถึงตอนนั้น พี่ชายวิ่งไปสตาร์ทรถแล้ว ผมกับพี่สาวกำลังจะอุ้มแม่ไปขึ้นรถ พาไปโรงพยาบาล
สักพักแม่ก็เหมือนสำลัก แล้วก็หายใจได้อ่อนๆขึ้นมา รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังไม่สบายใจมากนัก
เลยรีบไปโรงพยาบาลกันทั้งชุดนอนแบบนั้น ผมเองก็ใส่เสื้อขาดๆตัวประจำไปด้วย นึกทีหลังก็นะ อายเหมือนกัน  :16:
ไปถึงโรงพยาบาล หมอดูอาการแล้วบอกว่า คงช๊อคเพราะขาดน้ำและพักผ่อนไม่พอ แต่ไม่น่าจะถึงขนาดหยุดหายใจ

เค้าบอกว่า พวกผมคงตกใจเกินกว่าเหตุไป  :07:

พี่น้องค๊าบ แม่ล้มหัวฟาด ใครไม่ตกใจก็บ้าแล้วค้าบ
แต่ช่างเถอะ แม่ผมไม่เป็นอะไรมากก็สบายใจแล้ว ใครจะว่าพวกผมยังไงก็เถอะ
เรื่องนี้ผมติดตาติดใจที่สุดเลย หลังจากนั้น พยายามอ่านพยายามศึกษาวิธีปฐมพยาบาลอยู่เรื่อยๆ เผื่อวันนึงจะได้ใช้
ผมว่ามันจำเป้นมากเลยนะ กับการที่เราควรรู้ว่า จะต้องทำยังไงเวลาฉุกเฉินน่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 16:19 น.
ผมเคยเห็นตาของแฟนก่อนตาย
เพราะป่วยเป็นมะเร็ง ผมเฝ้าอยู่กับแฟนจนตาของแฟนตาย
ตายคาตา เวลานั้นนานมาแล้ว
ก็จำความรู้สึกไม่ได้

เมื่อสองปีที่แล้ว ยายผมออกจากห้องผ่าตัด
แล้วนอนรักษาตัวไม่นานก็ตาย
ผมยืนจับมือจนยายตายไปต่อหน้าเหมือนกัน
ยังคิดว่า ยายไปไหนนะ ตายแล้วดับหายวาบไปเลยไหม

หลังจากยายตายหกเดือน
ตาก็ป่วยตายอีกคน ผมไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล
แกมองหน้าผมแล้วบอกโอ๋ มาแล้วเหรอ
และพยักหน้าให้หนนึง ไม่นานชั่วโมงก็ตาย
ผมยืนมองอยู่แบบนั้น มองแบบทำอะไรไม่ถูก

ส่วนเรื่องใกล้ตายของผม ผมไม่อยากพิมพ์อีก
ผมเคยเขียนไว้ในบันทึกวันลูกสาวเกิด

...
      « Reply #1 เมื่อ  03/05/2003 , 17:45:42 »  Edit   31 มีนาคม 2546
13.16 น.

1.
กริ้งๆๆๆ
กริ้งๆๆๆ

"สวัสดีครับ"
"สวัสดีคะ ลูกสาวคุณคลอดแล้วนะค๊ะ เมื่อเวลาบ่ายโมงสิบหกนาทีคะ น้ำหนักสามพันสามร้อยยี่สิบกรับนะค๊ะ แข็งแรงดีทั้งคุณแม่และลูกคะ สามารถไปดู เด็กได้ที่ห้องเด็กอ่อนชั้นเก้านะคะ"
เสียงพยาบาลบอกข่าวที่รอคอยตามสาย
"ขอบคุณครับ สวัสดคีครับ(ตื่นเต้น)"
"สวัสดีคะ"

2.
เราไม่ได้เข้าห้องผ่าตัดไปกับภรรยาด้วย ตามที่ใครๆหลายคนเข้าไปให้
กำลังใจกัน เราลูกผู้ชายทั้งแท่งแต่กลัวเลือดจำนวนเยอะๆ
เห็นแล้วพาลจะหน้ามืดเดี่ยวจะยุ่งยากไปทั้งห้องผ่าตัดกันปล่าวๆ
เนื่องเพราะเป็นความหลัง
เมื่อสิบกว่าปีก่อน เกิดเหตุทะเลาะวิวาทบนรถประจำทางสาย 113
รถเมล์สายนี้วิ่งจากไหน ปลายทางไปไหนไม่รู้เลย รู้แต่ว่าเราขึ้นจาก
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่มุ่งสู่รามคำแหง และเราโดนทำร้ายร่างกายทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลย
บนรถสายนั้น
เลือดท่วมตัวเหมือนเอาน้ำแดงราดบนน้ำแข็งใส
เป็นตายเท่าๆ กัน แต่เราไม่ตาย(โชคดี)
มองจากหน้าต่างห้องพักในโรงพยาบาง รถเมล์สาย 113 ยังคงวิ่งไปวิ่งมา
นั่นเป็นความฝังใจ (หวาดกลัว)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 16:41 น.

สมัยเรียน

เพื่อนรถคว่ำ พวกส้มก็แห่กันไปเยี่ยม บางคนหลับ บางคนอยู่ห้องไอซียู

บางคนที่ยังมีสติลุกขึ้นมาถามว่า... คนอื่นเป็นยังไง จากนั้นมันเอง ก็หลับ..ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

บางคนที่อยู่ในวินาทีที่ต้องตัดสินใจ เนื่องจากช่วงล่วงโดนทำลายหนักมาก ทนพิษบาดแผลไม่ไหว

พวกส้มดูทั้งสภาพตอนที่อยู่ห้องฉุกเฉิน และก่อนเข้าห้องไอซียู จน.. ห้องเย็น

หน้าพวกมันเหมือนคนหลับธรรมดาเอง เลือดก็มีน้อยมาก ไม่มีแผลเหวอะหวะให้เห็นกันแม้แต่คนเดียว

แล้วทำไม ...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 17:13 น.
เคยเห็นก็พ่อผมเองน่ะครับ
ก็จะ อึ๊กๆ สองสามทีแล้วก็จะนิ่งไปครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: HateMonday เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 17:48 น.
เคยมีกระต่ายตามคาอ้อมกอด

เรื่องของเรื่องคือ กระต่ายของแม่แฟน มันไม่สบายมาก
เราเลยพาไปหาหมอแล้วก็ให้มันนอนบ้านเราก่อน
เพราะบ้านใกล้คลีนิค
เช้าวันต่อมา อยู่ดีๆมันก็ร้องอุ๊กๆๆ
เราก็เดินไปอุ้มขึ้นมา งงๆว่าเป็นอะไร
แล้วมันก็ชัก ซัก3-4ที ตัวเกร็ง แล้วก็คอพับยวบไปเลย
ตอนนั้นคืออึ้งมาก มากที่สุด
ไม่เคยเห็นใคร หรืออะไรตายจะๆต่อหน้า แถมยังกอดอยู่ด้วยอะ
ร้องไห้ไป2วัน ความรู้สึกมันบอกไม่ถูกเลยทีเดียว  :05: :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 18:08 น.

เข้าใจเลย

แมวตูก็ป่วยหนัก เอาไปคลีนิค หมอบอกว่าไม่รอดคืนนี้ จะฉีดยาให้มันตายมั้ย จะได้ไม่ทรมาณ

ตูก็เอากลับ ไปนอนกอด ทั้งๆที่มันหายใจรวยริน หอบ และร้องเมี้ยวเบาๆ อย่างทรมาณ

จนมันสิ้นใจคาอ้อมกอดตูนั่นแหละ  ตูก็ได้แต่ขอโทษมัน ที่เห็นแก่ตัว แค่อยากให้มันมีชีวิต หายใจข้างๆตู นานอีกนิด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 18:14 น.
คิดเหมือนตูเลย 



ตอนที่หมาที่บ้านตูตาย ตูก็คิดอย่างนี้ แค่อยากกอด

อยากหอม อยากคลุกข้าวให้มันกินเหมือนเดิม

ทำไมแค่นี้ถึงรอตูกลับบ้านไม่ได้



ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 19:48 น.
เห็นคนตายเยอะ มีหลายแบบ บางเรื่องน่าเล่า บางเรื่องไม่น่าเล่า
เรื่องที่จำติดตาติดใจจนถึงตอนนี้คือ เรื่องตอนสมัยเป็นแพทย์ใช้ทุนปี1
วันนั้นอยู่เวรกลางวันที่ห้องฉุกเฉิน หมอคนอื่นก็มีมากมายหลายคนกระจายในโรงพยาบาล
ผมกำลังเดินไปเดินมาในนั้น ตรวจคนไข้รายอื่นอยู่
ก็ได้ยินเสียงดัง "ปัง" ที่หน้าโรงพยาบาล ซึ่งตอนแรกไม่รู้ว่ามีอะไร มีพี่พยาบาลคนนึงวิ่งไปดู จากนั้นเขาก็วิ่งกันไปและกลับมาพร้อมร่างโชกเลือดของเด็กผู้หญิงอายุ15-16คนนึง
ผมใส่ท่อช่วยหายใจในปากที่ฉีกขาดและชุ่มเลือด
คลำไปที่ตรงคอและไหล่มีเสียงกรอบแกรบ เป็นลักษณะลมรั่วจากหลอดลมและปอด
ผมเอาเข็มแทงไปที่ปอดทั้งสองข้างและประเมินดู น่าจะมีลมรั่วออกมา เลยผ่าใส่ท่อเข้าไปเพื่อเอาเลือดและอากาศที่ขังออกจากปอด
บอกพยาบาลให้ตามแพทย์แผนกศัลยกรรมมาช่วยดู เพราะว่าช่วยทุกวิถีทางเท่าที่สมองของผมจะนึกออกแล้วแต่เด็กก็ยังไม่ดีขึ้น
น้ำเกลือที่จะให้ก็ไม่รู้จะแทงเข็มที่ตรงไหน เพราะแขนขาหักหมดจนไม่มีที่แทงน้ำเกลือ
ในที่สุดเพื่อนคนนึงก็เข้ามาดู ตรวจดูพักนึงแล้วก็บอกว่า "คอหักไปแล้ว จะช่วยไปทำไม"
แต่ก็ยังช่วยต่อไป จนครู่นึง พี่หมอศัลย์มาถึง ก็ช่วยประเมินดูและก็ลงความเห็นคล้ายๆกันว่าไม่รอดแน่นอน
ต่อให้ผ่าตัดช่วยเหลือได้ ก็คงตายในไอซียู
ถึงผ่านไอซียูได้ ก็คงไม่ฟื้น

ผมก็ให้ยาอีกหน่อย และก็คุยกับญาติที่เพิ่งมาถึง คุยกับแม่เด็กที่เพิ่งมาถึง
ผ่านมาไม่กี่ปีนี้ แต่จำไม่ได้แล้วว่าตอนที่ญาติมาถึง หัวใจหยุดเต้นไปแล้วหรือยัง ...
จำได้แต่ว่าผมอยู่ดูจนกระทั่งคลื่นหัวใจหยุดเต้นเป็นเส้นราบเรียบ

....
ในปีแรกของการเป็นหมอ วินาทีสุดท้ายของชีวิตคนไข้สอนอะไรผมเยอะ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 20:07 น.
มีแต่เรื่องเศร้าๆ ..  :05:

แอ้มีประสบการณ์แบบวินาทีชีวิตไม่เยอะนัก คงเพราะพยายามเลี่ยงค่ะ
* ย่าเป็นมะเร็ง เป็นนานเลย แอ้ก็ทำเต็มที่แล้วล่ะ สำหรับการเป็นหลานคนหนึ่ง ก่อนย่าจะเสีย ไม่รู้สึกตัวอยู่สามเดือน
แต่อาทิตย์เดียวก่อนจะเสีย อยู่ๆ ก็มีสติขึ้นมา ก็คุยกัน ย่าถามว่า ย่านอนอยู่นานแค่ไหน แอ้บอกว่า ทายซิย่า ย่าบอกว่า
สามเดือนได้ไหม.. แปลกมากๆ เลยค่ะ เพราะตลอดเวลาเขาไม่รู้สึกตัวเลยนะ ย่าก็ถามว่าเสียเงินทองไปเยอะล่ะสิ
เนี่ยย่ามีตังค์อยู่นะ ที่หัวเตียงที่บ้าน กองทุนเล่นหวยของแกอ่ะค่ะ ย่าบอกว่า เอามาจ่ายสิ .. ซึ้งดีค่ะ อีกไม่กี่วันแกก็จากไปอย่างสงบ

* น้องชายประสบอุบัติเหตุ ตอนที่น้องมันเป็นวัยรุ่น ที่บ้านไม่ค่อยจะใจสงบกันเท่าไหร่ เพราะว่าน้องแอ้มันซิ่งเหลือเกิน
ในที่สุด วันนั้นก็มาถึง (เหมือนจะรอเลยเนอะ แต่มันเป็นอะไรที่รู้สึกได้เลยว่า ห้ามเท่าไหร่ไม่ฟัง จะต้องเกิดเรื่องเข้าสักวัน)
น้องหายไปครบ 48 ชม. พร้อมมอเตอร์ไซค์ .. โทร.ตามกันทุกที่ยกเว้นวัด สุดท้ายก็พบว่าไปแอ้งแม้งอยู่ รพ.มหาราช นครราชสีมา
(บ้านอยู่ อ.สีคิ้วค่ะ) แอ้ลางานกลับบ้านไปเยี่ยมน้อง พอเห็นสภาพ ไอ้เราก็แทบจะกองอยู่ตรงนั้นเลย .. แบบว่าชนหนักมาก.. ไม่รู้ตัวเลย
เนื่องจากเขาหาญาติไม่พบ (ตำรวจเอากระเป๋าตังค์น้องไป แต่ไม่ได้แจ้งมาทางบ้าน) เขาเลยปล่อยนอนอยู่อย่างนั้น ไม่เช็ดเลือด ไม่ตัดเล็บที่ฉีก
แต่เจาะปอดเอาเลือดออก แล้วก็ใส่เครื่องช่วยให้ยังมีชีวิตอยู่.. คุณพยาบาลเดินมาพูดเสียงดังว่า.. อย่างนี้ไม่รอดแน่ๆ ถึงรอดก็กลายเป็นผัก
ไม่มีทางรู้ตัวได้อีก
.. ก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่เขาอบรมมาให้ปลอบใจคนไข้อย่างนั้นหรือ..

น้องชายหายเจ็บค่ะ เท่าที่หมอจะเย็บซ่อมแซมได้ แต่ตากับหูเสียอย่างละข้าง กับเสียโฉมพอสมควรเลย นอกนั้นก็ปกติดีค่ะ
แต่วินาทีนั้นที่มองเห็นเขานอนจมกองเลือดแห้งอยู่บนเตียง หัวบวมขึ้นมาสองเท่าได้มั้ง (เอาเป็นว่าเหมือนศพเลย)
ตอนนั้นภาพมันวิ่งวุ่นวายเต็มหัวไปหมดเลย..

ถ้าเป็นไปได้แอ้ไม่อยากเห็นใครเป็นอะไรอีกเลย สวดมนต์ให้ทุกคนบ่อยๆ ค่ะ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 20:29 น.
โอ้ว  อ่านแล้ว ปลงได้ก็ปลงไป ไอ้ที่ปลงไม่ได้นี่ก็ใจห้ายใจหาย

ของหมอแมวนี่เด็กคนนั้นไปโดนอะไรมาครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 20:55 น.
เด็กคนนั้นนั่งจยย. ซ้อนเพื่อนอีกคนนึง
คนขับขับออกจากโรงเรียนเทคนิกแล้วก็ขับไปที่แยกหน้าโรงพยาบาล จากนั้นก็วิ่งออกไปโดยคิดว่าจะพ้น
รถปิคอัพที่วิ่งมาตามปกติก็เลยเสยท้าย
คนขับ มีแต่แผลถลอกนิดหน่อย ... ไม่ต้องทำแผลด้วยซ้ำ แต่คนซ้อน โดนรถปะทะเต็มๆ ลอยไปหลายเมตร
(http://img2.f0nt.com/15/e6e18b8554c2894c12fed594e187b0c1.jpg)
แยกนี้มีปัญหามาก เพราะจริงๆเป็นจุดที่ห้ามกลับรถ
ตำรวจก็โดนตำหนิหลายครั้ง จนไม่รู้จะทำอย่างไร

ตำรวจเคยเอาบล๊อคปูนมาปิด ... ก็โดนร้องเรียนว่าเข้าโรงพยาบาลไม่สะดวก
พอตำรวจเอาบล๊อคปูนออก ติดแต่ป้ายห้ามกลับรถ ก็โดนร้องเรียนว่าเด็กที่มากลับรถตรงนี้โดนรถเฉี่ยวชน น่าจะปิดไปซะ
พอตำรวจเปลี่ยนเป็นจับคนที่กลับรถ ก็เจอร้องเรียนว่าทำไมไม่ปิดไปเลย จงใจหาเงินหรือเปล่า

ปัจจุบัน เปิดไว้ตามปกติ ... ติดป้ายไว้ตามปกติ ... จะร้องเรียนก็ร้องไป ผู้ใหญ่ในจังหวัดรับทราบปัญหาไปแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:08 น.
หมอแมวคะ 

หมอแมวทำงานเผชิญความตายอยู่บ่อย ๆ จนน่าจะเป็นเรื่องที่เคยชิน

เคยรู้สึกอยากร้องไห้กับคนไข้ที่เสียไม๊คะ   :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:11 น.
เคยครับ
:31: แต่หลังจากที่รู้ว่าการร้องไห้ทำให้เสี่ยงต่อการโดนฟ้อง ผมก็เลิกร้องไห้
เพราะหมอร้องไห้ ไปถามใครเค้าก็หาว่าเราทำพลาด
ถ้าไม่พลาดหมอจะร้องไห้ทำไม  :31:

หลังๆก็ไม่ร้อง เพราะยึดหลักว่า
ช่วยเต็มที่แล้ว ผมไม่มีอะไรให้เสียใจแล้ว
ถ้าคนไข้ตายจากเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับผม ผมก็ไม่รู้จะร้องไห้ทำไม  (แต่ก่อนSensitiveเกิน ร้องไห้บ่อย) คนที่ควรร้องไห้ควรจะเป็นคนที่เป็นสาเหตุ
ถ้าผมร้องไห้ แล้วคนไข้ที่นั่งรอตรวจอยู่จะว่าไง  :31:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:17 น.
นั่นสิเนอะ   :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:24 น.
หมอแมวสู้ๆ นะคะ อย่าท้อถอย
หมอจะช่วยคนได้อีกเยอะแยะมหาศาลค่ะ ..  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:28 น.
หมอแ มว หรือหมอที่ช่วยคนด้วยความตั้งใจจริง รวมทั้งพวกคนที่ช่วยชีวิตคนนี่  สำหรับผม มันยิ่งใหญ่มากๆ เลยละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:29 น.

มีหมอแมวเยอะๆ โลกเราคงจะอบอุ่นขึ้นเยอะนะครับ  :25:
แต่ศรัทธาในหมออย่างหมอแมวทุกคนนะครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:30 น.
แอบมาเชียร์หมอแมวด้วยคนะนคะ    :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: •--Nui--• เมื่อ 16 ก.ย. 2008, 06:41 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 20:07 น.
มีแต่เรื่องเศร้าๆ ..  :05:

แอ้มีประสบการณ์แบบวินาทีชีวิตไม่เยอะนัก คงเพราะพยายามเลี่ยงค่ะ
* ย่าเป็นมะเร็ง เป็นนานเลย แอ้ก็ทำเต็มที่แล้วล่ะ สำหรับการเป็นหลานคนหนึ่ง ก่อนย่าจะเสีย ไม่รู้สึกตัวอยู่สามเดือน
แต่อาทิตย์เดียวก่อนจะเสีย อยู่ๆ ก็มีสติขึ้นมา ก็คุยกัน ย่าถามว่า ย่านอนอยู่นานแค่ไหน แอ้บอกว่า ทายซิย่า ย่าบอกว่า
สามเดือนได้ไหม.. แปลกมากๆ เลยค่ะ เพราะตลอดเวลาเขาไม่รู้สึกตัวเลยนะ ย่าก็ถามว่าเสียเงินทองไปเยอะล่ะสิ
เนี่ยย่ามีตังค์อยู่นะ ที่หัวเตียงที่บ้าน กองทุนเล่นหวยของแกอ่ะค่ะ ย่าบอกว่า เอามาจ่ายสิ .. ซึ้งดีค่ะ อีกไม่กี่วันแกก็จากไปอย่างสงบ

* น้องชายประสบอุบัติเหตุ ตอนที่น้องมันเป็นวัยรุ่น ที่บ้านไม่ค่อยจะใจสงบกันเท่าไหร่ เพราะว่าน้องแอ้มันซิ่งเหลือเกิน
ในที่สุด วันนั้นก็มาถึง (เหมือนจะรอเลยเนอะ แต่มันเป็นอะไรที่รู้สึกได้เลยว่า ห้ามเท่าไหร่ไม่ฟัง จะต้องเกิดเรื่องเข้าสักวัน)
น้องหายไปครบ 48 ชม. พร้อมมอเตอร์ไซค์ .. โทร.ตามกันทุกที่ยกเว้นวัด สุดท้ายก็พบว่าไปแอ้งแม้งอยู่ รพ.มหาราช นครราชสีมา
(บ้านอยู่ อ.สีคิ้วค่ะ) แอ้ลางานกลับบ้านไปเยี่ยมน้อง พอเห็นสภาพ ไอ้เราก็แทบจะกองอยู่ตรงนั้นเลย .. แบบว่าชนหนักมาก.. ไม่รู้ตัวเลย
เนื่องจากเขาหาญาติไม่พบ (ตำรวจเอากระเป๋าตังค์น้องไป แต่ไม่ได้แจ้งมาทางบ้าน) เขาเลยปล่อยนอนอยู่อย่างนั้น ไม่เช็ดเลือด ไม่ตัดเล็บที่ฉีก
แต่เจาะปอดเอาเลือดออก แล้วก็ใส่เครื่องช่วยให้ยังมีชีวิตอยู่.. คุณพยาบาลเดินมาพูดเสียงดังว่า.. อย่างนี้ไม่รอดแน่ๆ ถึงรอดก็กลายเป็นผัก
ไม่มีทางรู้ตัวได้อีก
.. ก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่เขาอบรมมาให้ปลอบใจคนไข้อย่างนั้นหรือ..

น้องชายหายเจ็บค่ะ เท่าที่หมอจะเย็บซ่อมแซมได้ แต่ตากับหูเสียอย่างละข้าง กับเสียโฉมพอสมควรเลย นอกนั้นก็ปกติดีค่ะ
แต่วินาทีนั้นที่มองเห็นเขานอนจมกองเลือดแห้งอยู่บนเตียง หัวบวมขึ้นมาสองเท่าได้มั้ง (เอาเป็นว่าเหมือนศพเลย)
ตอนนั้นภาพมันวิ่งวุ่นวายเต็มหัวไปหมดเลย..

ถ้าเป็นไปได้แอ้ไม่อยากเห็นใครเป็นอะไรอีกเลย สวดมนต์ให้ทุกคนบ่อยๆ ค่ะ  :46:

รู้สึกเหมือนกันเลย โดยเฉพาะที่คุณพยาบาลบอกว่า "สงสัยเลือดคั่งในสมอง อาจจะต้องผ่าตัดสมอง ไม่รู้จะพิการหรือเปล่า" อะไรทำนองนี้
จำไม่ได้และก็ไม่อยากจำด้วย  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 16 ก.ย. 2008, 10:39 น.
ของกวางนี่คือ.. พี่ป้องอ่ะค่ะ

:05:


อ้างคำพูดจาก: กวางกวาง เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 00:09 น.
11 กุมภาพันธ์ 2546
พี่ป้องประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ถูกรถอัดก๊อปปี้ อาการโคม่า

12 กุมภาพันธ์ 2546
วันนั้นกวางไปเยี่ยมพี่ป้องที่นอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลรามาธิบดี
กวางร้องไห้ แต่พี่ป้องเคยบอกกวางไว้ว่า


"ถ้าอยู่มาวันหนึ่ง พี่ป้องไม่อยู่แล้ว สัญญากับพี่นะว่า.. กวางต้องดูแลตัวเอง เปิดใจให้คนอื่น และมีชีวิตอยู่ต่อไป.."
"ทำไมพี่ป้องพูดแบบนี้อ่ะคะ"
"เพราะพี่ไม่รู้ว่าอนาคต เราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ชีวิตคนเรามันสั้นนะกวาง สัญญากับพี่นะคะ"
"ค่ะ สัญญา"




กวางเห็นเส้นคลื่นหัวใจพี่ป้อง อ่อนลง ๆ เรื่อย ๆ
กวางเลยบอกพี่ป้องว่า พี่ป้องคะ กวางจะมีชีวิตอยู่ต่อ
กวางจะดูแลตัวเอง กวางจะไม่ร้องไห้แล้ว ไม่ต้องห่วงกวางนะคะ






----------------------------------------------ตี๊ด-------------------------------------------------------------


เสียงเครื่องตรวจวัดคลื่นหัวใจแบบนี้ มันเหมือนมีดกรีดใจกวางออกเป็นชิ้น ๆ เลย
กวางหลีกทางให้พี่ ๆ พยาบาลช่วยกัน CPR ให้พี่ป้อง กวางเดินออกมาจากห้อง ICU มายืนอยู่กับแม่พี่ป้อง
สักพักคุณหมอก็ออกมา บอกว่า























เสียใจด้วยนะครับ..













พี่ป้องจากกวางไปเดินเล่นอยู่บนสวรรค์ ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ในเวลา 14.03 น.











ทุกครั้งที่กวางนั่งรถผ่านแถว ๆ นั้น กวางจะคิดถึงพี่ป้องทุกครั้ง
คิดถึงวันคืนดี ๆ ที่กวางกับพี่ป้องเคยมี ภาพมันจะวนขึ้นมาในหัวตลอด



พี่ป้องยังอยู่ในใจกวางเสมอนะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 16 ก.ย. 2008, 15:01 น.
กรณีของเพื่อนส้ม ก็เจอหมอพูดแบบนี้แหละ

เพราะตอนนั้นมันยังไม่ตาย แต่ช่วงล่างโดนทำลายหมด

ส้มจำเรื่องราวไม่ค่อยได้ แต่สรุปว่าช่วยไปก็เท่านั้น

อยากให้หมอ ช่วยคนไข้เหมือนช่วยญาติของตัวเอง ทำทุกทางเท่าที่ทำได้ ถึงแม้ว่าผลมันจะไม่ดีขึ้นก็ตาม

ไม่อยากให้ชินกับการคาดคะเนที่ว่า ช่วยไปก็ไม่รอด  :05:

ส้มนับถือพี่หมอแมวว มากๆเลยค่ะ :46:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: หงุมหงิม เมื่อ 16 ก.ย. 2008, 17:48 น.
อ่านไป ก็สยองไป


ของตัวเอง นี่เคยแต่หอบจนหายใจไม่ออกค่ะ
คือว่าเป็นภูมิแพ้ แล้วก็หอบด้วยเป็นบางครั้ง
วันนั้นไม่รู้ไปโดนอะไรมา
หอบมาก หายใจไม่ออก
ยาพ่นก็ไม่ได้เอาไปด้วย
มันอยากหายใจ แต่มันหายใจไม่ได้น่ะ พยายามสูดลมหายใจ แต่ก็ไม่เป็นผล
อารมณ์นั้นแบบว่าทรมานสุดๆ
มันแน่นไปหมด ตาลาย แล้วก็มืดไปหมด เดินไม่ไหว
ดีที่พี่ๆ ที่ไปด้วยเป็นพยาบาล
ช่วยกันจนดีขึ้นมาได้

ถ้าอยู่คนเดียว ตูตายแหงมๆ คิดแล้วก็สยอง ตายแบบทรมานด้วยสิ
ที่สำคัญ ควรพกยาพ่นไว้ตลอด ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรตอนไหน เฮ้อ.........
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: เฟอร์นิเจอร์ ซิ้ม เมื่อ 16 ก.ย. 2008, 22:57 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 21:11 น.
เคยครับ
:31: แต่หลังจากที่รู้ว่าการร้องไห้ทำให้เสี่ยงต่อการโดนฟ้อง ผมก็เลิกร้องไห้
เพราะหมอร้องไห้ ไปถามใครเค้าก็หาว่าเราทำพลาด
ถ้าไม่พลาดหมอจะร้องไห้ทำไม  :31:

หลังๆก็ไม่ร้อง เพราะยึดหลักว่า
ช่วยเต็มที่แล้ว ผมไม่มีอะไรให้เสียใจแล้ว
ถ้าคนไข้ตายจากเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับผม ผมก็ไม่รู้จะร้องไห้ทำไม  (แต่ก่อนSensitiveเกิน ร้องไห้บ่อย) คนที่ควรร้องไห้ควรจะเป็นคนที่เป็นสาเหตุ
ถ้าผมร้องไห้ แล้วคนไข้ที่นั่งรอตรวจอยู่จะว่าไง  :31:



มันเหมือนเป็นเรื่องของ กำลังใจนิดนึงใช่มั้ยคะหมอแมว
เพราะน้องชายเคยป่วย แล้วเราถามว่าทำไมไม่ร้องเลย
น้องบอกว่า ถ้าน้องร้อง คนอื่นก็คงรู้สึกแย่กันไปหมด
แต่ถ้าน้องยิ้ม ทุกคนก็จะยิ้มให้น้องคืน มันดีกว่าเยอะ

(เท้าความ อนุญาติให้ข้ามได้ เพราะเรื่องค่อนข้างยาว)




เพราะตอนมัธยม เราอยู่ ม.6 น้องอยู่ ม.3
น้องชายมารับที่หน้าโรงเรียน ( เบญจมราชาลัย )
หลังจากไปแข่ง บาส กับเพื่อนที่ สวนกุหลาบ

น้องก็โทรมาบอกว่าถึงหน้าโรงเรียนแล้วนะ
เราก็บอกว่า นั่งรอแป๊ปนึงนะ
ขอเล่นบาส 10 นาที
น้องเลยบอกว่า งั้นไปรอตรง อู่รถเมล์นะ ( สาย 42 จะอยู่ข้างวัดสุทัศน์ เยื้องๆ รร.)

เราก็เล่นบาสไป เล่นเสร็จกลับมาดูมือถือ
มีเบอร์ miss call จากแม่ 20 กว่าครั้ง และมีของน้อง 1 ครั้ง เป็นครั้งแรกสุด
(เปิดสั่น แล้ววางไว้เพราะไปเล่นบาส)

ตกใจ รีบโทรหาแม่ แม่ร้องไห้แล้วบอกว่า น้องโดนรุมตี
มีคนพาส่งโรงพยาบาลแล้ว ให้ไปหาน้องด่วนที่สุด

เชื่อมั้ยว่า ไม่เกิน 15 นาทีจากน้องชายโทรมาจริงๆนะ
ร้องไห้ตรงนั้นเลย
ก่อนจะขึ้นแท๊กซี่ไปโรงพยาบาล วิ่งไปดูตรงที่น้องโดนตี

หน้าอู่รถเมล์ สาย 42 เจอกองเลือดเยอะมาก
เหมือนในละครเลย ภาพน้องตัดไปตัดมา ในหัว

ขึ้นรถไปหาน้องที่โรงพยาบาลหัวเฉียว
ตอนเจอน้อง น้องไม่ได้หลับ แต่มองเราไม่เห็นแล้ว
หน้าปูดบวม ตาปิดทั้งสองข้าง ส่วนปากเห็นได้ว่าผิดรูป
มีรอยฉีกจากเบ้าตา เลือดเต็มกกหู
แล้วก็แผลตามตัว

ร้อง โฮ ทันทีที่เห็นสภาพน้อง ไม่กล้าจับตัวน้องเลย
กลัวน้องเจ็บ ได้แต่ถอดรองเท้าที่เหลืออยู่อีกข้างให้

แล้วถามน้องว่าเจ็บมากมั้ย เจ็บตรงไหน
(ตอนพิมพ์ เนี่ยเชื่อมั้ยว่า จะร้องไห้ทุกทีที่นึกถึง)
น้องไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่บีบมือเราเบาๆ

เราก็เฝ้าพูดกะน้องกลัวน้องหลับ ขอโทษน้องต่างๆนานา
รู้สึกผิดที่สุด ที่ไม่รีบออกมาหาน้อง
( น้องนอนรอเข้าห้อง x-ray )
ป๊ากับม๊า มาทันก่อนทาง รพ. พาน้องไปทำแผล
ได้เห็นสภาพเหมือนกัน

น้อง กระดูกเบ้าตาแตก
กระดูกโหนกแก้มแตก
เบ้าตาฉีก
กรามเบี้ยว
คางแตก

คือหน้าเละเลยตอนเย็บออกมา
วันแรก เย็บปิดแผลก่อน
ยังไม่ได้ทำอะไรกะกราม

หลังจากนั้น3วันหมอเข้ามาผูกลวด
ที่ฟัน คืออ้าปากไม่ได้ ตลอดสองเดือนเต็มๆ
กินอาหารปั่น แบบโจ้กปั่น แล้วให้น้องดูด
สงสารน้องมากๆ

วันแรกที่น้องออกจากห้องผ่าตัดมา
ป๊ากะม๊าน้ำตาซึม แต่เราร้องไห้
ป๊าเลยเรียกไปคุยว่า เราต้องอย่าร้องไห้
ถ้าเราเป็นพี่แล้วเราร้องไห้ต่อหน้าน้อง
น้องจะคิดว่าเป็นหนัก เดี๋ยวน้องใจเสีย

ก็เลยเดินเข้ามา สะฮื้น ฮึกๆ ไปนั่งข้างเตียงน้อง
น้องเขียนกระดาษว่า " หยุดร้องได้แล้ว เค้าไม่เจ็บแล้ว"
อ่านเสร็จเลย โฮ อีกรอบ น้องเขียน ยิกยักๆ
" จ้อนร้องไห้น่าเกลียด พอเหอะ " เลยขำทั้งน้ำตา

น้องร้องไห้ให้เห็นครั้งเดียวตอน ม๊านั่งตัดเล็บให้น้องแล้วร้องไห้
น้องร้องตาม เลยร้องกันทั้งบ้าน

(http://photos4.hi5.com/0024/131/759/3EtgaY131759-02.jpg)

(http://photos3.hi5.com/0034/895/478/OiGAE6895478-02.jpg)

ผ่านมา 5-6 ปีแล้ว
เค้ารักตัวเองนะ  :40:
ขนาดแค่นี้ ไม่ถึง เฉียดตาย เราที่เป็นแค่พี่สาว ยังเกือบตาย
แล้วถ้าคนที่เป็น พ่อเป็นแม่ล่ะ
ใจหาย จนเจ็บอก มันเป็นเรื่องจริง
นึกภาพไม่ออกเลย

ถ้าวันนึงเกิดอะไรขึ้นมากกว่านี้ มันจะเป็นยังไง....


ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 16 ก.ย. 2008, 23:35 น.
สองพี่น้องน่ารักจัง ดูแลกันและกันตลอดไปนะคะ ..  :22:

(หน้าเหมือนกันมากเลย..)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 16 ก.ย. 2008, 23:42 น.
ไม่เหมือนพี่น้องบ้านเรา ไม่ค่อยจะดูแลกันเท่าไหร่ ออกจะตัวมันตัวเผือก -*-"





ดูแลกันดี ๆ เด้อ รักกัน ๆ  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 08:58 น.
น้องชายมีแฟนยังคะ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: เฟอร์นิเจอร์ ซิ้ม เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 00:23 น.
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 08:58 น.
น้องชายมีแฟนยังคะ  :37:

แฟนน้องชาย แก่กว่าพี่สาวอีก  :21:
สเปกสาวเค้าแบบนั้นอ่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 16:39 น.
โอ่ย อ่านแล้วจะร้องด้วย
น้ำตาปริ่มแล้ว  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: หมอแมว! เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 16:42 น.
อ้างคำพูดจาก: ปอน ปอน เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 00:23 น.
แฟนน้องชาย แก่กว่าพี่สาวอีก  :21:
สเปกสาวเค้าแบบนั้นอ่ะ
อ้างคำพูดจาก: แอนค่ะ เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 16:39 น.
โอ่ย อ่านแล้วจะร้องด้วย
น้ำตาปริ่มแล้ว  :05:
ผู้ชายไม่ไร้เท่าใบพุทราหรอกหลานเอ๊ย  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 17:05 น.

  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 17:07 น.
เพิ่งเห็นจู๋นี้
:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 19 ก.ย. 2008, 11:30 น.
 :56: ไอ้ส้ม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 20 ก.ย. 2008, 23:18 น.
เคยเห็นตอนตาเสียค่ะ

         ยายโทรมาบอกว่าตาอยู่โรงพยาบาล มีคนมาบอกให้ตามไป

แต่ปกติตาเข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก เพราะเป็นโรคหอบเลยไม่ค่อยตกใจนัก

ขับรถกลับบ้านไปรับยาย โทรบอกแม่ให้เตรียมกระเป๋ามาเฝ้าตา

แต่ยายดูร้อนรนผิดปกติ  ซึ่งก็ไม่ได้เอะใจอะไร  แอบโมโหนิดๆ ด้วยว่าไรเนี่ย ทำหงุดหงิดไปได้

         พอไปถึงโรงพยาบาล  มัววนหาที่จอดรถ  เลยให้ยายขึ้นไปก่อน

พอตามขึ้นไป  เห็นยายยืนหน้าซีดคุยกับพยาบาลอยู่  แต่ก็ยังไม่สะดุดใจอะไรทั้งนั้น

เดินไปถามว่าตาอยู่ไหน  ยายไม่ตอบ  แต่เดินมาจับมือไว้แน่น...บีบ  แล้วบอกว่า

"ลูกทำใจดีๆนะ  ตาไม่มีแล้ว..."  ความรู้สึกตอนนั้นยังจำได้จนวันนี้

ตัวชาวาบ  ยืนนิ่งไปเลย ... เงียบ  ..มองหน้ายาย ...เงียบ  จนยายเขย่ามือ

ถึงเหมือนรู้สึกกลับมา  แล้วก็ปล่อยน้ำตาไหล  ร้องแบบพรากกกกกก  พรากกกกกกก

           จะเดินไปดูตา  แต่ยายไม่ให้ไป  เพราะกลัวเราเป็นลม  (ต้องบอกก่อนว่าผูกพันกับตายายมาก

เหมือนพ่อกับแม่อีกคู่หนึ่ง เพราะเลี้ยงเรามาตั้งแต่เกิด แทนพ่อแม่เลย  เรียกตาว่า "พ่อ" ด้วยซ้ำ)

เลยหยิบโทรศัพท์โทรหาแม่  เพราะต้องเอาตาออกจากโรงพยาบาลก่อนหกโมงเย็น ตอนนั้นก็ห้าโมงแล้ว

           ทันทีที่แม่รับ   รู้สึกพูดไม่ออก  กลั้นสะอื้นจนเสียงเป็นห้วงๆ แล้วถามว่าแม่อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร

แม่บอกว่าอยู่กับป้า...(ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่)  เลยบอกแม่ว่าให้รีบมา  แม่ก็ถามแต่ว่า ตาเป็นไงลูก ตาเป็นไงลูก

เราก็เลยต้องบอกว่า ตาเสียแล้ว... ซึ่งผิดพลาดมาก  มารู้ทีหลังว่าแม่ยืนรอป้าเค้ามารับอยู่คนเดียวริมถนน

พอฟังเราพูดปุ๊บ ทรุดฮวบลงไปนั่งบนถนนเลย  จากนั้นแม่ก็ตัดสายไปเลย  พูดไม่ออก

          วันที่ตาเสีย  ขึ้นรถแล้ววิทยุเปิดเพลง "รักเธอทั้งหมดของหัวใจ"  ของพอส  น้ำตาไหลพรากไม่ยอมหยุด

จากนั้นเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลง  ที่ไม่อาจทนฟังได้  โดยน้ำตาไม่ไหล  กลับบ้านไปเอาผ้าห่มกับหมอนให้ตา

เอาผ้าแพรสีแดงที่รักที่สุด  ซึ่งเป็นของที่หอบหิ้วติดตัวตั้งแต่ไปเรียนปัตตานี  จนมากรุงเทพฯ จนหอบกลับบ้านอีกรอบ

ใช้มาเกือบสิบปี  ใส่ให้ตาไปด้วย  ตอนที่เอาตามาวัดเตรียมรดน้ำ  ก่อนสวด.. ไม่อยากเชื่อเลยว่าไปแล้ว

นอนหลับตาพริ้ม จนอยากเรียกว่า "พ่อๆ ตื่นเถอะ  กลับบ้านดีกว่า"

ชื่อเรื่อง: ตอบ: วินาทีแห่งชีวิต
โพสต์โดย: ross เมื่อ 21 ก.ย. 2008, 01:02 น.
 :05: