ไปซื้อ ประวัติย่อของหลุมดำมาแล้ว
แล้วไปเจอหนังสือชุดเดียวกันด้วย เล่มนี้ :25: น่าอ่านมาก
ถ้าอยากรู้เค้าทำอะไรกัน (ไอ่เครื่องเร่งอนุภาคข้างบนน่ะ) อ่านเล่มนี้ครับ
(http://www.vcharkarn.com/uploads/81/82072.jpg) :06:
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 07 ก.ย. 2008, 12:01 น.
ไปซื้อ ประวัติย่อของหลุมดำมาแล้ว
แล้วไปเจอหนังสือชุดเดียวกันด้วย เล่มนี้ :25: น่าอ่านมาก
ถ้าอยากรู้เค้าทำอะไรกัน (ไอ่เครื่องเร่งอนุภาคข้างบนน่ะ) อ่านเล่มนี้ครับ
(http://www.vcharkarn.com/uploads/81/82072.jpg)
มีแปลไทยไหมครับ
อ้างอิงหลุมดำ
เรื่อง นี้จริงๆไม่ใช่ประเด็นหลักของการทดลองในครั้งนี้ แต่มีหลายคนคิดไปว่าพลังงานของ LHC อาจจะสูงมากพอจนทำให้เกิดหลุมดำขนาดจิ๋วดูดกลืนโลกเข้าไป ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มีดังต่อไปนี้
- ทฤษฏีที่ได้รับการยอมรับและพิสูจน์แล้วในปัจจุบันนั้นเชื่อว่าระดับพลังงาน ของ LHC ไม่น่าจะสูงพอให้เกิดหลุมดำได้ แต่ก็มีทฤษฏีใหม่ๆที่ถูกเสนอขึ้นมาที่เชื่อว่ามีกลไกพิเศษบางอย่างที่อาจจะ ทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น บางทฤษฏีเสนอว่ามีมิติเสริม (นอกเหนือไปจาก 3 มิติของอวกาศ และ 1 มิติของเวลา) ที่สามารถช่วยให้หลุมดำเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ทฤษฏีใหม่ๆเหล่านี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ (หากเกิดจริงก็จะเป็นการพิสูจน์ไปในตัว)
- หลุมดำจิ๋วนี้ต่างจากหลุมดำที่เราคุ้นเคย หลุมดำที่เราคุ้นเคยและนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีอยู่จริงคือหลุมดำขนาดใหญ่ ในใจกลางกาแลกซี่ มีมวลมหาศาลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา หากเรายุบดวงอาทิตย์ให้เล็กลงจนเหลือขนาดเท่ากำปั้น มันก็จะกลายเป็นหลุมดำที่ดูดทุกสิ่งทุกอย่างได้ ดังนั้น หากเริ่มต้นจากอนุภาคเล็ก หลุมดำจิ๋วที่อาจจะเกิดขึ้นก็ต้องมีขนาดเล็กมาก โดยขนาดเล็กสุดที่เกิดขึ้นได้คือ 10-35 เมตร (หนึ่งในล้านล้านล้านล้านล้านล้านเท่า ของ 1 เมตร) วัตถุต้องอยู่ในระยะประมาณ 10-35 เมตร จากใจกลางหลุมดำจิ๋ว จึงจะโดนดูดเข้าไป ด้วยขนาดที่เล็กมากทำให้มันสามารถเคลื่อนที่ทะลุวัตถุต่างๆ (รวมถึงตัวเรา) โดยไม่ส่งผลใดๆ และหากมันอยู่นิ่งกับที่ก็จะใช้เวลาหลายพันล้านปีกว่ามันจะเริ่มสะสมมวลจนมี ขนาดใหญ่ขึ้นขนาดสามารถดูดโลกเข้าไปได้อย่างที่หลายคนกลัว
- หลุมดำจิ๋วที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเสถียรและควรหายไปภายในพริบตา (ต่างจากหลุมดำขนาดใหญ่ในใจกลางกาแลกซี่) กลไกที่ทำให้หลุมดำจิ๋วสลายตัวคือการแผ่รังสีของฮอร์กิ้ง (Hawking's Radiation) ที่ปลดปล่อยพลังงานและอนุภาคออกมาหลุมดำ หากเกิดหลุมดำขนาดจิ๋วจริงก็จะเป็นการพิสูจน์ทฤษฏีของฮอว์กิ้งไปในตัว และจะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้ตรวจวัดอนุภาคที่แผ่ออกมาจากหลุมดำ
- รังสีคอสมิก (cosmic ray) หรืออนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศมีพลังงานสูงกว่า LHC มากและตกกระทบโลกอยู่ตลอดเวลา หากมีกลไกที่ทำให้เกิดหลุมดำจิ๋วจริง มันก็ควรเกิดอยู่ตลอดเวลาในชั้นบรรยากาศโลกเนื่องจากการชนของรังสีคอสมิก แสดงว่าหากมันเกิดขึ้นได้ มันก็ไม่เป็นอันตราย
สรุปหลุมดำเกิดขึ้นได้และอันตรายถ้า...
ถ้าที่ 1. ถ้ามีกลไกพิเศษนอกเหนือไปจากทฤษฏีที่ยอมรับกันในปัจจุบัน ทำให้มันเกิดได้ที่ระดับพลังงานของ LHC
ถ้าที่ 2. ถ้าทฤษฏีของฮอว์กิ้งผิด หลุมดำจิ๋วเกิดแล้วไม่สลายตัวไป
ถ้าที่ 3. ถ้ามีกลไกพิเศษที่ช่วยให้หลุมดำเกิดขึ้นในปริมาณมากๆ (ไม่ใช่แค่หลุมเดียว)
ถ้าที่ 4. ถ้าหลุมดำที่เกิดขึ้นยังวนเวียนอยู่ในอาณาบริเวณของโลกของเราเป็นเวลานานๆ หลายพันล้านปี ไม่เคลื่อนที่ทะลุออกไปเสียก่อน
ทั้งหมดทั้งปวงจึงทำให้เชื่อว่าอันตรายจากหลุมดำฝีมือมนุษย์นั้นไม่มี
อ่ะ เสริมเรื่อง หลุมดำสักหน่อย (ชงเอง กินด้วยคน)
อ่ะ ไหนๆ ชงเรื่อง หลุมอุ่น เอ้ย หลุมดำ มาแล้ว (หลุมอุ่น เอามาจากซับนรก เรื่อง The one ที่ยืมร้านวีดีโอมาดูนานแล้ว)
ต้องแสดงภูมิปัญญาชาวบ้านสักกระหน่อย :37:
อ่อ ไม่ใช่ใครที่ไหน ชาวบ้านที่ว่า ก็ ผมเองเนี้ยแหละ (ก็เป็นชาวบ้านจริงๆ อยู่หมู่บ้านด้วย)
ทุกอย่างมัน "มี" ภาษาไทยเห็นว่าบัญญัติว่า โลกธาตุ(โลก-กะ-ทาด / Physical Universe)
ไอ้พวกที่ สรรพสิ่งมีๆทั้งที่เห็นรับรู้ได้ทางประสาทสัมผัส ทั้งหลายแหล เนี้ย อยู่ใน โลกธาตุ นี้หมด
(คำเดิม เอกภพ) คนไทยเราดีนะมีพุทธศาสนาสร้างคำมาใช้ได้ไม่หมดพอค้นไรได้ใหม่ก็เอามาใช้ อ๋อ กัน
ว่าไปหลุมดำ นี่น่าจะเทียบได้กับ นิรวาน(ที่ๆสูญ) ก็ต้องรอให้คนส่วนใหญ่ยอมใช้คำไทยต่อไป
วันนี้ ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ตามความเข้าใจว่า อินเตอร์เน็ต คือห้องสมุดที่ทำให้เราซวยได้ ตามประสา
ไปเจอบทความของ ศาสนาวิทยาศาสตร์ เข้า (ศาสนา Scientology ไม่รู้เรียกไรได้)
เกี่ยวกับเรื่องของ Dynamics พอเลาๆว่า Dynamics ที่ว่านี้น่าจะเป็น กฏแห่งกรรม ภาค ศาสนาวิทยาศาสตร์
อ้างอิงThe Dynamics are:
1. Self
2. Family etc.
3. Groups
4. Mankind
5. Life-forms as such
6. Physical Universe (Matter, Energy, Space, Time)
7. Spirituality
8. God, Creator, Eternity
9. Aesthetics
10. Ethics
11. Technology to free Players stuck in the Game
12. Administration and Evaluation of the Game
ลำดับที่ว่านี้ มาจากเขาตั้งสมมุติฐานว่า...
อ้างอิง
-If we assume that we are spiritual beings.
-If we assume that we are in a very big "game" or "universe".
-If we assume that the spiritual being is immortal.
-If we assume, that we are playing this game already for an eternity.
-Why are we stuck in it? What keeps us in the game?
-Why is it that we hardly have any awareness about this game?
-Why is it that we are not "perfect players", after playing already for an eternity?
-Why is it that we are so slowly improving in the game, or not improving at all?
-Why don't we have a perfect civilization in which everyone wins?
-What is the hidden interference which keeps us stuck here?
อ้างอิง _www.freezone.de
ถามคำเดิมนะครับ
ใครเชื่อบ้างปล. :05: ฟังเยอรมันไม่ออก (แต่เขามีอังกฤษให้อ่านนะครับ)
ผมเคยจินตนาการเรื่อง มิติ เอาไว้ที่กระจู่นี้ (วันนี้ก็จินไปไกลกว่าวันนั้นเยอะแล้ว แต่ก็ว่างๆค่อยจินฯ)
เลยเอาที่ฝรั่งเขาจินนาการมาให้ดูบ้าง :53:
ไม่รู้ชอบจินตนาการกันหรือเปล่า หรือ เน้นที่ข้อเท็จจริงกันมากกว่า
แต่ผมเชื่อว่า ความเป็นจริง และ ข้อเท็จจริง มีเส้นบางๆกั้นอยู่ด้วยจินตนาการนะ
http://revver.com/video/99898/imagining-the-tenth-dimension/ (http://revver.com/video/99898/imagining-the-tenth-dimension/)
อย่าเพิ่ง เชื่อ ว่าจริงหรือเท็จ จนกว่าจะลองด้วยตัวเองเท่าที่ทำได้
ไม่ต้องรอ ให้ใครมาบอกด้วย เรามีเสรีภาพทางความคิด
//แถม เรื่องมิติ
จาก ศาสนาวิทยาศาสตร์
http://video.google.com/googleplayer.swf?docId=-1796690994044327455&hl=de (http://video.google.com/googleplayer.swf?docId=-1796690994044327455&hl=de)
ปล.ผมไม่ได้เป็น สมาชิกของศาสนาวิทยาศาสตร์นะ แต่ศึกษาวิทยาศาสตร์ได้ ไม่มีปัญหา
ตอนนี้ข่าวCERNถูกกลบด้วยกระแสข่าวนี้แล้วครับ
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106021 (http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106021)
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 08 ก.ย. 2008, 19:26 น.
ตอนนี้ข่าวCERNถูกกลบด้วยกระแสข่าวนี้แล้วครับ
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106021 (http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106021)
เชื่อครับ!!! :07:
// พรุ่งนี้วันที่ 10 กันยา CERN
ถ้าเกิดหลุมดำขึ้นแล้วปฏิกริยาลูกโซ่ไม่ทำให้มันหายไป
จะประมาณนี้
http://www.youtube.com/watch?v=BXzugu39pKM (http://www.youtube.com/watch?v=BXzugu39pKM)
อยากดูถ่ายทอดสดจัง :05:
ไม่เห็นมีโทรทัศน์ไทยสนใจเลย การก้าวหน้าของมนุษย์ชาติระดับใกล้เคียงพระเจ้า
คนไทยสนแต่ทำไงถึงจะเกลียดกันมากๆ... :05:
ผมว่าคนทำ CG คงไม่ได้เรียนทฤษฎีสัมพัทธภาพ :53:
ข้อมูล งม หาเอามั่วๆ ใครรู้ข้อมูลที่ชัดเจนช่วยบอกทีนะครับ
พรุ่งนี้เขาจะยิงทั้งหมด 4,532,012 ครั้ง เร่ง LHC 100 ล้านเท่า
LHC มีอุณหภูมิ ระหว่าง -271c (ขั้วโลกใต้ -80)
ถึง 10 พันล้านล้าน c (ดวงอาทิตย์ 20 ล้านc)
ดูถ่ายทอดสดได้ที่
_http://webcast.cern.ch/
:53: (ได้ดูแล้ว)
ลุ้นว่า ไอ้ที่จะเกิดความเสียหายต่อโลก 11% ถึง 25% อันไม่เป็นการ"เสี่ยง"ของนักวิทยาศาสตร์ เป็นยังไง
แล้วอยากดูว่าเขาจะค้นพบอะไรบ้าง จะทำให้ฟิสิกซ์เดินหน้าไปทางไหน
อย่าให้เกิดเรื่องแบบในหนังเรื่อง the mist ก็แล้วกันครับ
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 09 ก.ย. 2008, 13:09 น.
ผมว่าคนทำ CG คงไม่ได้เรียนทฤษฎีสัมพัทธภาพ :53:
เท่าที่ผมจำได้ ตามทฤษฏี แล้ว สรรพสิ่งสัมพันธ์ด้วยแรงโน้มถ่วง นี่ครับ
คิดเล่นๆ
สมมุติว่า ไมโครแบล็คโฮล 10^-35 เนี้ย เิกิดทะลึ่งดูดอนุภาคใดๆในรัศมี 10^-35 เข้าไปสักตัวนึง
แล้วเจ้าอนุภาคตัวนั้นก็ลากอนุภาคที่อยู่ใกล้ๆกับมันตามมา ตามมา ตามมา ...
อ่ะ แน่นอนว่า ไมโครแบล็คโฮล มีอายุสั้นตามเวลามนุษย์ แต่นับว่านานพอตามเวลาในระดับควานตัมนะครับ
อย่าลืมว่า บิ๊กแบง เกิดได้ภายใน t=0 ดังนั้น มันนานพอที่จะเกิดอะไรแปลกๆมากมาย
ขนาดบิ๊กแบงยังได้ แล้วอื่นๆหลังบิีกแบงทำไม่เป็นไปไม่ได้ (ความเป็นไปไม่ได้ ไม่มีอยู่ในระดับควานตัม เช่นเดียวกับจิตใจคน)
อะไม่ต้องนานขนาดนั้นก็ได้ หากอณุภาคที่ถูก ไมโครแบล็คโฮล ดูดเข้าไป เป็น โปรตรอนสัก2ตัว แล้วไปวิ่งวนอยู่ระหว่าง
เขตที่ไม่หวนกลับของแบล็คโฮล เข้าใจนะครับว่า โปรตรอนเป็นบวก ย่อมพลักกัน
เข้าค่าย แบล็คโฮลแบบหมุน ไหมครับ จริงอยู่ไม่มีทฤษฏียอมรับ แต่กฏในควานตัมนี่มัน เป็นไปได้ทุกอย่าง
เช่น ทฤษฏี แมวของชเรอดิงเก้อร์ ที่ไอสไตสต์ เองก็ตอบไม่ได้(บ้างว่าตายก่อนตอบ)
:05: เสียใจจัง ชอบเรื่องแบบนี้ แต่เรียนจบป.ตรี อาชีพขายหนังสือ ความรู้น้อยเท่าหางอึ่ง แถมยังนอกวงการ
ใครก็ได้มาถกกัน ถือว่าเอาบุญ
เท่าที่ทราบมา หลุมดำ มีข้อจำกัดของมันอยู่
ถ้าไม่เช่นนั้น ทำไมหลุมดำที่มีในเอกภพ จึงไม่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆแบบอนันต์ตั้งแต่แรก ทำไมจึงคงสภาพอยู่ในจุดเดิม
เคยได้ยินมาเลาๆ ว่า หลุมดำคือรูหนอนของจักรวาลครับ ดูดเข้าไปแล้ว โผล่ออกอีกที่หนึ่ง :47:
ที่ไม่ขยายก็เพราะน่าจะเพื่อคงสมดุลของตัวหลุมดำเองละมั่งครับ
หรือไม่ก็ดูดไม่ทันจักรวาลที่ขยายออก
เรียกว่า white hole
คิดเอามันส์ กระตุ้นสมอง+ความจำเละๆ
ผมเข้าใจว่า CERN ต้องการหา พื้นฐานของสรรพสิ่ง ที่มาจากทฤษฏีสนามฮิกก์
คือ อณุภาคทุกชนิดอยู่ในสนามนี้ สนามฮิกก์เกิดมาพร้อมกับบิีกแบง
ดังนั้น ถ้าสนามฮิกก์นี้มีจริง วิธีพิสูจน์คือ หา อณุภาคฮิกก์
แต่เจ้ากรรม เจ้าอณุภาคฮิกก์นี้ มันอยู่ในทุกสิ่ง เป็นฐานของสรรพสิ่ง
การที่จะได้เห็นมันจำต้อง ผมเรียกว่าฉีก สนามฮิกก์ นี้เสีย
อารามว่า ให้อณุภาคที่เล็กที่สุดชนกัน แล้วอนุภาคฮิกก์หลุดออกมาให้เห็น
เป็นจบการทดลอง
สนามขาด เป็นรู หลุมดำ ขนาดเล็ก
และใหญ่ได้พอๆกับโปรตรอน(คว๊าก และ กลูอ้อน อยู่ในโปรตรอน พอหลุมดำเกิดแน่นอนโปรตรอนตัวนั้น เน่าแน่นอน)
เอาล่ะ ผมคิดเล่นๆ
เกิดหลุมดำขนาดพอๆหรือเท่ากับโปรตรอน ดึงโปรตรอนข้างๆมา2ตัว พร้อมกัน
โปรตรอนพลักกันเองด้วยแรงแม่เหล็กไฟฟ้าย่อมชนะแรงโน้มถ่วง(แรงโน้มถ่วงเป็นแรงห่วยสุดใน4แรงหลัก)
แล้วมาหมุนวนรอบกันเองเพราะพลักกันและดูดด้วยหลุมดำ
โปรตรอน2ตัวไม่ได้พุ่งเข้าหากันตรงๆแต่กลิ้งไหลลงหลุมดำ
และดันพลักกันด้วยแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงดูดของหลุมดำก็แค่แรงโน้มถ่วง
ขนาดพอๆกันทั้งนั้น ดังนั้นโปรตรอน2ตัวไม่มีวันหายไปในหลุมดำ วนกันอยู่อย่างนั้น
และแรงโน้มถ่วงระหว่างกันก็ทำให้หลุมดำหุบไม่ลง
พอโปรตรอน2ตัววนกันถึงจุด เขตที่ไม่มีวันหวนกลับ ของหลุมดำ
คราวนี้ปั้นกันกระจาย ต่างฝ่ายต่างออกแรงกัน ยิ่งกว่าทวีคูณอีก
หลุมดำหมุน อย่างใจกลางทางช้างเผือกก็แค่โปรตรอน2ตัวหมุนวนกันนะ
หลุมดำมี3อย่าง หลุมดำนิ่ง หลุมดำหมุน หลุมดำจิ๋ว
สรุปว่า การหาฮิกก์ย่อมเกิดหลุมดำ จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจสร้างหลุมดำ จะหาฮิกก์อย่างเดียวหลุมดำเป็นผลพลอยได้
ซึ่งไม่รับผิดชอบ ต้องการหาฮิกก์เท่านั้น หลุมดำมันเดี๋ยวก็หายไปเอง(ใครเคยได้ยินว่าหลุมดำหายไปแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไหม? BANGไง)
ลี อีแวน โปรเจคเมเนเจ้อร์เซิรน บอกว่า เกิด(อะไร?)ได้แค่ 11%ถึง25% เท่านั้น
ในการทดลองวิทยาศาสตร์ไม่ถือว่าเป็นการเสี่ยง จึงเชื่อได้แน่นอนว่ามีความปลอดภัยรัดกุมที่สุด
กรูจะดูวันจริง แม่นยิง 4 ล้านครั้ง กะว่าสร้างความสำเร็จให้ได้ :08:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 09 ก.ย. 2008, 16:33 น.
เคยได้ยินมาเลาๆ ว่า หลุมดำคือรูหนอนของจักรวาลครับ ดูดเข้าไปแล้ว โผล่ออกอีกที่หนึ่ง :47:
ที่ไม่ขยายก็เพราะน่าจะเพื่อคงสมดุลของตัวหลุมดำเองละมั่งครับ
หรือไม่ก็ดูดไม่ทันจักรวาลที่ขยายออก
จะเข้าไปยังไงล่ะ ให้มันดูดเหรอ? ถ้าปลอดภัยจากวัตถุอื่นที่เบียนตามเข้ามาไหวนะ
หรือกาลอวกาสอาจยืด จนตัวยาวฉีกเละเทะ (เขาว่ายืดจริงแต่ไม่รู้สึกเพราะกาลอวกาศในเซลก็ยืดตาม)
แล้วอีกด้านนึงกำหนดได้ปะ ว่าที่ไหน? แรนด้อม? แล้วถ้าแรนด้อมไปคู่ขนานที่กฏธรรมชาติไม่เหมือนกันทำไง
ไปเจอเอกภพที่ แสงมีความเร็วต่างจากที่เอกภพเรา ก็มองไรไม่เห็นแล้วไม่มีทางเลย(ความถี่เปลี่ยน)
แต่ไปเจอที่ต่างเล็กน้อย เช่น เอกภพคู่ขนานเหตุการณ์ใกล้เคียง ก็ไม่รู้เรื่องอีกเพราะงง(เราเข้าแล้วออกมารึเปล่าวะ-ที่เดิม)
ถ้าจริงจะนำวิถีปลายทางยังไง?
นั่นละครับ ประเด็น ใครก็ตามที่โดนดุดเข้าไปได้ ไม่เคยกลับออกมา :47:
หรือไปเข้าอีกหลุมนึงในอีกมิติหนึ่งแล้วฟลุ๊คมาโผล่มิติเรา ก็คงจะอยู่ห่างโลกเราไปหลายปีแสง
ลงทุนสร้างไปแล้ว ถ้าไม่ทดลองก็คงไม่ได้ใช่ไหมครับ นึกถึงศูนย์ซิงโครตรอนเลย
อ้างคำพูดจาก: CeeKay เมื่อ 09 ก.ย. 2008, 17:38 น.
ลงทุนสร้างไปแล้ว ถ้าไม่ทดลองก็คงไม่ได้ใช่ไหมครับ นึกถึงศูนย์ซิงโครตรอนเลย
ผมเดาว่าไม่มีไรหรอก(มั้ง)
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 09 ก.ย. 2008, 15:56 น.
เท่าที่ผมจำได้ ตามทฤษฏี แล้ว สรรพสิ่งสัมพันธ์ด้วยแรงโน้มถ่วง นี่ครับ
คิดเล่นๆ
สมมุติว่า ไมโครแบล็คโฮล 10^-35 เนี้ย เิกิดทะลึ่งดูดอนุภาคใดๆในรัศมี 10^-35 เข้าไปสักตัวนึง
แล้วเจ้าอนุภาคตัวนั้นก็ลากอนุภาคที่อยู่ใกล้ๆกับมันตามมา ตามมา ตามมา ...
อ่ะ แน่นอนว่า ไมโครแบล็คโฮล มีอายุสั้นตามเวลามนุษย์ แต่นับว่านานพอตามเวลาในระดับควานตัมนะครับ
อย่าลืมว่า บิ๊กแบง เกิดได้ภายใน t=0 ดังนั้น มันนานพอที่จะเกิดอะไรแปลกๆมากมาย
ขนาดบิ๊กแบงยังได้ แล้วอื่นๆหลังบิีกแบงทำไม่เป็นไปไม่ได้ (ความเป็นไปไม่ได้ ไม่มีอยู่ในระดับควานตัม เช่นเดียวกับจิตใจคน)
อะไม่ต้องนานขนาดนั้นก็ได้ หากอณุภาคที่ถูก ไมโครแบล็คโฮล ดูดเข้าไป เป็น โปรตรอนสัก2ตัว แล้วไปวิ่งวนอยู่ระหว่าง
เขตที่ไม่หวนกลับของแบล็คโฮล เข้าใจนะครับว่า โปรตรอนเป็นบวก ย่อมพลักกัน
เข้าค่าย แบล็คโฮลแบบหมุน ไหมครับ จริงอยู่ไม่มีทฤษฏียอมรับ แต่กฏในควานตัมนี่มัน เป็นไปได้ทุกอย่าง
เช่น ทฤษฏี แมวของชเรอดิงเก้อร์ ที่ไอสไตสต์ เองก็ตอบไม่ได้(บ้างว่าตายก่อนตอบ)
:05: เสียใจจัง ชอบเรื่องแบบนี้ แต่เรียนจบป.ตรี อาชีพขายหนังสือ ความรู้น้อยเท่าหางอึ่ง แถมยังนอกวงการ
ใครก็ได้มาถกกัน ถือว่าเอาบุญ
ขอแก้ตรงนี้หน่อยครับ ณ เวลาที่เกิดบิ๊กแบง เวลาเป็น 0 เพราะ
บิ๊กแบงมาจากสมมิตฐานว่าคือหลุมดำขนาดจิ๋วซึ่งมีมวลอภิมหึมาโคตรมหาศาลมากสลายตัวออก(ระเบิดนั่นแล่ะ)
ดังนั้น เวลาจึงเป็น 0 เพราะในหลุมดำเวลาเป็น 0 ครับ
//
เพิ่มเติมว่าทำไมต้องเร่งให้มันวิ่งไวขึ้น
เพราะอนุภาคพวกนี้ อายุสั้นมากๆครับ การศึกษาเลยเป็นไปได้อย่างยากลำบาก
แล้วทำไงล่ะ?
ตามทฤษฎีสัมพัทภาพแล้ว วัตถุจะมีอายุมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนที่ (เอ้า วิ่งกันเยอะๆ :43:)
แต่ก็ไม่เห็นผลขนาดสังเกตได้ในชีวิตปัจจุบัน(นั่นเ้ป็นเหตุผลว่าทำไมกลศาสตร์นิวตันถึงยังยืนยงคงกระพันมาได้นับศตวรรษ)
แต่อณุภาคพวกนี้ มีความไวขนาดเกือบเท่าแสง ทำให้อายุของมันยาวขึ้นได้อีกเยอะเลยครับ
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 09 ก.ย. 2008, 18:50 น.
ขอแก้ตรงนี้หน่อยครับ ณ เวลาที่เกิดบิ๊กแบง เวลาเป็น 0 เพราะ
บิ๊กแบงมาจากสมมิตฐานว่าคือหลุมดำขนาดจิ๋วซึ่งมีมวลอภิมหึมาโคตรมหาศาลมากสลายตัวออก(ระเบิดนั่นแล่ะ)
ดังนั้น เวลาจึงเป็น 0 เพราะในหลุมดำเวลาเป็น 0 ครับ
//
เพิ่มเติมว่าทำไมต้องเร่งให้มันวิ่งไวขึ้น
เพราะอนุภาคพวกนี้ อายุสั้นมากๆครับ การศึกษาเลยเป็นไปได้อย่างยากลำบาก
แล้วทำไงล่ะ?
ตามทฤษฎีสัมพัทภาพแล้ว วัตถุจะมีอายุมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนที่ (เอ้า วิ่งกันเยอะๆ :43:)
แต่ก็ไม่เห็นผลขนาดสังเกตได้ในชีวิตปัจจุบัน(นั่นเ้ป็นเหตุผลว่าทำไมกลศาสตร์นิวตันถึงยังยืนยงคงกระพันมาได้นับศตวรรษ)
แต่อณุภาคพวกนี้ มีความไวขนาดเกือบเท่าแสง ทำให้อายุของมันยาวขึ้นได้อีกเยอะเลยครับ
หลุมดำจิ๋ว ไม่มีมวลครับ หลุมดำนิ่ง หลุมดำหมุน โดยตัวมันเองไม่มีมวล ไม่มีอะไรเลย จินตนาการยากมาก
พอจินตนาการถึงความไม่มีมันก็มี "ความไม่มี" เท้งเต้งในสมองนั้นแหละ จึงตามมาด้วยชื่ออณุภาคที่ดูเหมือนไม่มีตัวตน
นับหมื่นชื่อไงครับ นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลยังเคยพูดไว้ว่า "ถ้าฉันจำชื่ออณุภาคได้หมดฉันไปเป็นนักพฤกษาศาสตร์ดีกว่า"
หลุมดำ โดย ตัวตนของมันเอง ว่าไปก็ไม่มีตัวไม่มีตน แต่ดันมีพิกัด หรือ ตำแหน่ง ไปหามันได้ รับรู้ได้ มีอย่างอื่นบ่งบอก
โดยมากเราจะได้ผลการวิจัยทฤษฏีของขอบหลุมดำในระยะต่างๆ และปรากฏการณ์ที่วัตถุอวกาศ(รวมรังสี) กระทำต่อมัน
เคยอ่านเจอมาว่า เอกภพเราเปรียบเหมือนแผ่นอะไรสักอย่างแผ่นนึงตัวเราและดวงต่างๆต่างผูกกันด้วยกฏแรงโน้มถ่วงเป็นเบื้องต้น
ไอ้แผ่นๆนี้ถูกตรึงออกด้วย อำนาจมืด (มวลมืด รังสีมืด ข้อมูลมืด) ตึงเปรียะ เอาเข็มมาจิ้มที รูแหก กว้างกระทบทั้งแผ่น
ดีไม่ดีขาด
วัตถุมวลยิ่งยวด เกิดในภาวะความเร็วเทียบแสง ดังนั้นการเร่งอณุภาคใกล้เคียงแสง ย่อมเกิดหลุมดำได้เสมอ
อะไรก็ตามที่เดินทางได้ด้วยความเร็วเท่าแสงย่อมฉีกฐานของสรรพสิ่งออกได้ เกิดหลุมดำ ยิ่งเร็วเท่าแสงได้มากเท่าไหร่
โอกาสเกิด หลุมดำมวลยอดยิ่ง(หลุมดำตัวมันเองไม่มีมวล มวลของเขตหลุมดำต่างหาก) ยิ่งมีความเป็นไปได้สูง
เหตุที่หลุมดำไม่เกิดในโลกมาก่อน(แต่เกิดตามธรรมชาติไกลโพ้น) เพราะ ในโลกมีแรงแม่เหล็กเหนี่ยวนำซึ่งแรงโน้มถ่วงแบบหลุมดำ
ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า เหนือกว่า แรงโน้มถ่วง ดังนั้นในเขตบรรยากาศของดวงอาทิตย์ที่ครอบไปถึง
แนวไคลเปอร์ ไม่เกิดหลุมดำ ชัวร์ เว้นแต่คนทำขึ้นในเครื่องแม่เหล็กเข้มกว่านี้ (LHC ?)
คือถ้าใครเล่นอเมริกันฟุตบอลแล้วสามารถเคลื่อนที่เร็วเท่าแสงได้ ดาวเคราะห์ที่สนามนั้นตั้งอยู่หายแวบ ดูดหายไปในตัวผู้เล่น
ยิ่งถ้าเร็วกว่าแสงด้วยแล้ว แทนที่จะย้อนเวลาได้ กลับฉิบหายไปทั้งเอกภพ เพราะเวลาเป็นมิติที่ไม่มีค่าลบ
เป็นสายน้ำที่ไหลกลับไม่ได้ ไหลสวนกลับก็ไม่ใช้ย้อนกลับ เร็วกว่าแสงจะเกิดวัตถุมวลตรปัต ขยายตัวใหญ่แทนที่เอกภพ
มีขนาดอนันต์ แต่เกิดขึ้นไม่ได้เพราะวัตถุเคลื่อนที่เท่าแสงไม่มีให้สังเกต
(ถ้ามีก็ถูกทดจำนวนไปที่มิติอื่นที่ครอบมิติ3+1ที่เรารู้ (ไอสไตล์ตายก่อนรู้) แล้วค่อยไปเห็นอีกทีเมื่อความเร็วลดลง)
วัตถุไม่ได้มีอายุยืนครับ อายุขัยมันเท่าเดิม แต่เวลาในการเคลื่อนที่เท่าแสง ยาวขึ้น ตามกาลอวกาศ
อ่านจาก เด็กชายอัลท่องอวกาศของอัลสไตล์(ใช่ป่าวว้า)
ปล.มามะ ถกกันเรื่อง ศาสนาวิทยาศาสตร์ นิกายฟิสิกส์ ให้สนุกกัน เพราะผมเองก็ไม่ได้รู้จริงอะไรเลย มั่วล้วนๆ :37:
คิดเองว่าการวาร์ป เป็นแค่การมุดเข้าไปในรูมิติที่ 8 รึเปล่า :09: จากคลิปที่ได้ดู เพื่อไปออกอีกรูนึง
และสมดุลของพลังงานเองก็จะปิดรูดังเดิม เพราะเป็นหลุมดำที่ไม่มีมวลฉะนั้นการยึดเหนี่ยวจึงมีนิดเดียวและจะส่งผลได้ก็ต่อเมื่อมีพลังงานมาส่งต่อให้เรื่อยๆ แต่พอวาร์ปไปแล้วพลังงานหายไป มวลคายพลังออกมาและกลับสภาพเดิม
เหมือนเรื่อง spider man นั่นแหละครับ
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 09 ก.ย. 2008, 22:04 น.
หลุมดำจิ๋ว ไม่มีมวลครับ หลุมดำนิ่ง หลุมดำหมุน โดยตัวมันเองไม่มีมวล ไม่มีอะไรเลย จินตนาการยากมาก
พอจินตนาการถึงความไม่มีมันก็มี "ความไม่มี" เท้งเต้งในสมองนั้นแหละ จึงตามมาด้วยชื่ออณุภาคที่ดูเหมือนไม่มีตัวตน
นับหมื่นชื่อไงครับ นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลยังเคยพูดไว้ว่า "ถ้าฉันจำชื่ออณุภาคได้หมดฉันไปเป็นนักพฤกษาศาสตร์ดีกว่า"
หลุมดำ โดย ตัวตนของมันเอง ว่าไปก็ไม่มีตัวไม่มีตน แต่ดันมีพิกัด หรือ ตำแหน่ง ไปหามันได้ รับรู้ได้ มีอย่างอื่นบ่งบอก
โดยมากเราจะได้ผลการวิจัยทฤษฏีของขอบหลุมดำในระยะต่างๆ และปรากฏการณ์ที่วัตถุอวกาศ(รวมรังสี) กระทำต่อมัน
เคยอ่านเจอมาว่า เอกภพเราเปรียบเหมือนแผ่นอะไรสักอย่างแผ่นนึงตัวเราและดวงต่างๆต่างผูกกันด้วยกฏแรงโน้มถ่วงเป็นเบื้องต้น
ไอ้แผ่นๆนี้ถูกตรึงออกด้วย อำนาจมืด (มวลมืด รังสีมืด ข้อมูลมืด) ตึงเปรียะ เอาเข็มมาจิ้มที รูแหก กว้างกระทบทั้งแผ่น
ดีไม่ดีขาด
วัตถุมวลยิ่งยวด เกิดในภาวะความเร็วเทียบแสง ดังนั้นการเร่งอณุภาคใกล้เคียงแสง ย่อมเกิดหลุมดำได้เสมอ
อะไรก็ตามที่เดินทางได้ด้วยความเร็วเท่าแสงย่อมฉีกฐานของสรรพสิ่งออกได้ เกิดหลุมดำ ยิ่งเร็วเท่าแสงได้มากเท่าไหร่
โอกาสเกิด หลุมดำมวลยอดยิ่ง(หลุมดำตัวมันเองไม่มีมวล มวลของเขตหลุมดำต่างหาก) ยิ่งมีความเป็นไปได้สูง
เหตุที่หลุมดำไม่เกิดในโลกมาก่อน(แต่เกิดตามธรรมชาติไกลโพ้น) เพราะ ในโลกมีแรงแม่เหล็กเหนี่ยวนำซึ่งแรงโน้มถ่วงแบบหลุมดำ
ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า เหนือกว่า แรงโน้มถ่วง ดังนั้นในเขตบรรยากาศของดวงอาทิตย์ที่ครอบไปถึง
แนวไคลเปอร์ ไม่เกิดหลุมดำ ชัวร์ เว้นแต่คนทำขึ้นในเครื่องแม่เหล็กเข้มกว่านี้ (LHC ?)
คือถ้าใครเล่นอเมริกันฟุตบอลแล้วสามารถเคลื่อนที่เร็วเท่าแสงได้ ดาวเคราะห์ที่สนามนั้นตั้งอยู่หายแวบ ดูดหายไปในตัวผู้เล่น
ยิ่งถ้าเร็วกว่าแสงด้วยแล้ว แทนที่จะย้อนเวลาได้ กลับฉิบหายไปทั้งเอกภพ เพราะเวลาเป็นมิติที่ไม่มีค่าลบ
เป็นสายน้ำที่ไหลกลับไม่ได้ ไหลสวนกลับก็ไม่ใช้ย้อนกลับ เร็วกว่าแสงจะเกิดวัตถุมวลตรปัต ขยายตัวใหญ่แทนที่เอกภพ
มีขนาดอนันต์ แต่เกิดขึ้นไม่ได้เพราะวัตถุเคลื่อนที่เท่าแสงไม่มีให้สังเกต
(ถ้ามีก็ถูกทดจำนวนไปที่มิติอื่นที่ครอบมิติ3+1ที่เรารู้ (ไอสไตล์ตายก่อนรู้) แล้วค่อยไปเห็นอีกทีเมื่อความเร็วลดลง)
วัตถุไม่ได้มีอายุยืนครับ อายุขัยมันเท่าเดิม แต่เวลาในการเคลื่อนที่เท่าแสง ยาวขึ้น ตามกาลอวกาศ
อ่านจาก เด็กชายอัลท่องอวกาศของอัลสไตล์(ใช่ป่าวว้า)
ปล.มามะ ถกกันเรื่อง ศาสนาวิทยาศาสตร์ นิกายฟิสิกส์ ให้สนุกกัน เพราะผมเองก็ไม่ได้รู้จริงอะไรเลย มั่วล้วนๆ :37:
ขอโทษนะครับ ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจเรื่องหลุมดำถูกหรือเปล่า
ผมเข้าใจว่าหลุมดำคือ สสารมวลมหาศาล เส้นผ่าศูนย์กลางวิกฤติ เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อวัตุมีมลมหาศาลและเส้นผ่าศุนย์กลางวิกฤติแล้ว ความเร็วหลุดพ้นจะต้องใช้ความเร็วมากกว่าหรือเท่ากับแสง ทำให้แสงหลุดรอดออกมาจากดาวมืดเหล่านั้นไม่ได้ (สมัยนิวตันเรียกดาวมืด สมัยไอน์สไตน์เรียกหลุมดำ)
// เพิ่มเติม มากจากสูตร รากที่สองของมวลสสารหารด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางกำลังสอง
ลองเทียบกับโลกเรา โลกเราหากจะยิงยานอวกาศออกไป ต้องใช้ความเร็ว 11,000 m/s (ถ้าจำไม่ผิด) ยานถึงหนีแรงโน้มถ่วงโลกออกจากเส้นขอบฟ้าไปได้
แต่ถ้าเกิดเป็นหลุมดำแล้วล่ะก็ ต่อให้มีความเร็วเท่าแสง ก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้ เพราะความเร็วหลุดพ้นไม่พอ
ดังนั้นผมจึงเข้าใจว่า หลุมดำ
มีมวลครับ รวมทั้งหลุมดำจิ๋วด้วย เพราะหนังสือประวัติย่อของหลุมดำ เขียนไว้ชัดเจนในบทแรกๆเลยครับ (จำไม่ได้บทไหน :44: น่าจะบทแรกเลย)
แล้วทฤษฎีรูมดละครับ
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 09 ก.ย. 2008, 22:04 น.
วัตถุไม่ได้มีอายุยืนครับ อายุขัยมันเท่าเดิม แต่เวลาในการเคลื่อนที่เท่าแสง ยาวขึ้น ตามกาลอวกาศ
อ่านจาก เด็กชายอัลท่องอวกาศของอัลสไตล์(ใช่ป่าวว้า)
ปล.มามะ ถกกันเรื่อง ศาสนาวิทยาศาสตร์ นิกายฟิสิกส์ ให้สนุกกัน เพราะผมเองก็ไม่ได้รู้จริงอะไรเลย มั่วล้วนๆ :37:
ครับ ขอโทษที่เขียนไม่เคลีย ผมพยายามสื่ิอว่าเวลายืดออกนั่นแล่ะครับ ไม่ได้หมายความว่าตัวมันอายุยืนขึ้นแต่อย่างใด (งงกับคำพูดเอง :30:)
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 09:39 น.
แล้วทฤษฎีรูมดละครับ
คนละอย่างกับหลุมดำครับ อันนั้นเป้นการบิดเบี้ยวของ spacetime (หรือ timespace เนี่ยแล่้ะครับ :30: ที่แปลว่าอวกาศสามมิติ+เวลา)
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 09:22 น.
อ่าน วาร์ปแล้ว นึกถึงเรื่อง วอลอี :22:
วันนี้แล้ว ที่เขาทดลอง
ช่างเถอะ รอผลการทดลอง
ตอนนี้ผมสนุกกับ หว้ากอกระทู้นี้
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6905732/X6905732.html (http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6905732/X6905732.html)
:07: ชาวอีหยิบ !!!
อารยธรรมของมนุษย์บนโลก ณ.ยุคนึง
อ่าว อย่างนี้ มนุษย์บนดาวอังคาร ก็ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวสิ :44:
หลักฐานคือ รุปปั้นโฮโมเซเปี้ยน เดิมๆ
ที่แท้แค่ชาวอียิปซ์ โธ่ :08: (ผมคิดว่าอารยธรรมที่เลือนหายของโลก มีเทคโนก้าวหน้ากว่าสมัยนี้หลายเท่าอยู่แล้ว)
มนตด ต้องเดิน3ขา ตา3ตา ปาก6ปาก ผิวสีม่วง ร้องอูว๊อล อูว๊อล สิครับ อย่างนั้นมันก็โฮโมซาเปียน เดิมๆ :37:
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 09:34 น.
ดังนั้นผมจึงเข้าใจว่า หลุมดำมีมวลครับ รวมทั้งหลุมดำจิ๋วด้วย เพราะหนังสือประวัติย่อของหลุมดำ เขียนไว้ชัดเจนในบทแรกๆเลยครับ (จำไม่ได้บทไหน :44: น่าจะบทแรกเลย)
หลุมดำ ไม่มีมวลครับ แต่เจ้ามวลต่างๆมาจากสิ่งที่กำลังจะหล่นลงไปในหลุมดำ ตัวหลุมดำ(ซึ่งเป็นจุดโคตรเล็กไร้กว้าง*ยาวนึงๆ)
ไม่มีมวล คือสงสัยเรานิยาม หลุมดำต่างกัน แหะ ผมนิยามหลุมดำคือ มิติ0 จุดไร้กว้างยาว หากมีก็ไม่ใช่เรื่องของหลุมดำเพราะมีมวลย่อมมีมิติมากกว่า0 แล้วถ้าไม่0 จะเรียกหลุมดำทำไม
คำนิยมของหลุมดำที่ว่า หลุมดำเป็นสสารมวลมหาศาล เส้นผ่าศูนย์กลางวิกฤติ คือสสารที่ใกล้กับจุดหลุมดำมากที่สุด ตัวหลุมดำเป็นรูฉีกของพื้นฐานสรรพสิ่ง ในทฤษฏีฮิกก์
ถ้าบอกว่าหลุมดำเป็นสสารมวลมหาศาล เส้นผ่าศูนย์กลางวิกฤติ ก็ใช่อีกแหละครับ ไม่ผิดเลย เพราะปรากฏการณ์นั้นๆเกิดในเขตหลุมดำเท่านั้น
ตัวหลุมดำ ณ.ตำแหน่งจริงไม่มีมวล รอบๆประกอบไปด้วยแรงทั้ง4กระทำต่อกันยิ่งยวด ทฤษฏีของไอสไตล์ใช้ไม่ได้กับเขตนี้
ฮอกกิ้น เลยเป็นคนสืบทอดออกมาอธิบายให้ใกล้พิกัดนั้นที่สุด ได้เท่านั้น (ชาวบ้านเราๆไปทำสมการคณิตศาสตร์ได้ที่ไหนล่ะ)
หากมีใครบอกว่าหลุมดำคือ "ไม่มีอะไรเลย" แน่นอนว่าต้องอธิบายได้ว่า"ไม่มีอะไรเลย" "มีอะไร"บ้าง นี่คือ
ทางตันเราจึงมี LHC ขึ้นมาในโลกนี้ไง เราต้องอธิบายว่า "ไม่มีอะไรเลย" มัน "มีอะไร" ไม่งั้นจบเห่...วิทยาศาสตร์จบเห่ ใครไปยอม
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 09:39 น.
แล้วทฤษฎีรูมดละครับ
ในเชิง มด ที่เคลื่อนที่ ซ้ายขวาหน้าหลัง ขึ้นลงไม่เป็น(สมมุติ)
รูมดคือทำให้ไปตำแหน่งนึงโดยไม่ต้องรอการเคลื่อนที่เดิมๆ เรียกว่า กระโดด
วาร์ปแบบมด คือ มดตัวนึงลมพัดจากเพดานหล่นมาที่พื้นต่อหน้ามดอีกตัว
แน่นอนย่อมเป็นเรื่องสุดยอดในสายตามดอีกตัวที่เห็น
"เอ้ย ตูเดินทางมาตั้งนานทำไมแกมาอยู่หน้าฉันได้!!!"
ถ้าเราหาได้ว่ามิติที่มากกว่า3+1 มีอะไรบ้างได้แน่นอนเราก็ "กระโดด"อย่างมดได้
มิติที่5ถึง11 คืออะไร?
แสงคือกุญแจไข :37:
เพราะโฟตอนน่าจะมาจากมิติอื่น (เขาว่ามา)
ปล. ถึงลุงโอ๋ที่เคารพ
เนื่องจากสำนึกผิดที่กระทำการเป๋กระจู่ไปบ้าง
แต่เนื่องจากเห็นว่า
เรื่องพวกนี้เป็นเพียงความเชื่อ ตามๆกันมา และ ตามๆกันไป อะไรยอมรับกันมากถือว่าจริง
ซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งหมด ผมจึงนำมาลงในจู๋นี้ด้วย
อีกทั้ง กระจู๋ ความเชื่อ ก็ดูเหมือนหักข้อศาสนาเกินไป
เดี๋ยวจะสะดุดกัน ไม่ดีอย่างยิ่ง
ขอบคุณครับ
แน่จริงเป๋กลับให้ได้ดิ :37:
http://webcast.cern.ch/ (http://webcast.cern.ch/)
ใกล้แล้ว
เว็บถ่ายทอดสด
แต่ผมดูไม่ได้แฮะ
ผมก็ยังดูไมไ่ด้นะครับ พี่โอ๋
เลยคิดว่ามันอาจจะเปิดกล้องตอน บ่าย 2 พอดี
ตามเวลาที่มันเขียนไว้น่ะครับ รอดูอยู่เหมือนกัน :42:
ได้ยินมาว่าช่องสามจะฉายครับ
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 13:35 น.
ผมก็ยังดูไมไ่ด้นะครับ พี่โอ๋
เลยคิดว่ามันอาจจะเปิดกล้องตอน บ่าย 2 พอดี
ตามเวลาที่มันเขียนไว้น่ะครับ รอดูอยู่เหมือนกัน :42:
ถ้าดูได้ รายงานสดด้วย :22:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 12:29 น.
ปล. ถึงลุงโอ๋ที่เคารพ
เนื่องจากสำนึกผิดที่กระทำการเป๋กระจู่ไปบ้าง
แต่เนื่องจากเห็นว่า เรื่องพวกนี้เป็นเพียงความเชื่อ
ตามๆกันมา และ ตามๆกันไป อะไรยอมรับกันมากถือว่าจริง
ซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งหมด ผมจึงนำมาลงในจู๋นี้ด้วย
อีกทั้ง กระจู๋ ความเชื่อ ก็ดูเหมือนหักข้อศาสนาเกินไป
เดี๋ยวจะสะดุดกัน ไม่ดีอย่างยิ่ง
ขอบคุณครับ
แน่จริงเป๋กลับให้ได้ดิ :37:
เป๋ ช่างมันครับ
:21:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 13:37 น.
ได้ยินมาว่าช่องสามจะฉายครับ
บ่ายสอง หกนาที
เห็นว่างั้น
:25: โอ้วว ช่อง 3 (เพิ่งรู้)
มันน่าสนใจตอนที่เขาเร่งเครื่องเร่งอณุภาคเป็น 5 TeV น่ะครับ
100 เท่า
นี่คือภาพการทดลอง 1%
http://www.youtube.com/watch?v=hjX3BqGWKQA (http://www.youtube.com/watch?v=hjX3BqGWKQA)
ก็ใหญ่เท่าหัวคนแล้ว :14:
และถ้าวันนี้ไม่สำเร็จจะยิงไปเรื่อยๆ 10 ปี หรือจนกว่าจะได้(หลุมดำ/ฮิกก์)
//เพิ่มเติม คลิปนี้เชื่อไม่ได้นะครับ ไร้อ้างอิงจริงจัง :08:
(ฝรั่งว่ามา) มนตดกำลังติดต่อกับเซิรน ให้หยุดการทดลอง...
ยิงไปตั้งนานแล้ว
อนุภาค มันชนกันหรือยัง
รายงานหน่อย พี่น้อง
ยิงไปแล้วครับแต่ไม่ชนกัน
แถมมีปัญหาเครื่องขัดข้องอีก
BBC
เอ๋า เครื่องขัดข้องเหรอ :08:
หาดูที่ไหนไม่ได้เลย เน็ทก็เน่่า
ใครมีอะไรรายงานเพิ่มเติมกันบ้างนะครับ อยากรู้ :05:
รับชมสดๆได้ที่ _http://thailandtvonline.com/
กดที่ช่องสกายนิวส์ นะครับ
จาก พันทิพ
โทรทัศน์ไทย ไม่นิยมวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้า
เน้นลุ่มหลงและเกลียดชัง อย่าไปดูมันเลย(เคืองนะเนี้ย)
*ฟังแล้ว แปลงูๆปลาๆ*
//โดนแล้ว :25: [แก้นะครับ แค่ยิงแล้วได้ครบวงจร]
///ยิงต่อไปเรื่อยๆ แว่บ แว่บ แว่บ :25: :25: :25: (เมื่อไหร่จะมีหลุมดำน๊าาา...)
//// หรือว่าเรามาอยู่อีกด้านนึงของหลุมดำกันแล้ว :30:
/////กำลังประชุมว่าเอาไงต่อดี (ตรูก็ไม่รู้ ลุ้นอย่างเดียว)
//////ข้อมูลมากมายต้องรอผลสรุปอีกหลายปี
โทษนะครับ ขอทฤษฎีฮิกสแบบย่อๆหน่อยครับ ไม่เคยได้ยิน ได้ยินก็แค่ซูเปอร์สตริง
เคยอ่านแค่ว่า นิวตันใช้ได้ในชีวิตประจำวัน สัมพัทธภาพใช้ได้ทุกแห่งยกเว้นถายในหลุมดำ(ภาวะเอกฐาน)
และตอนนี้มีทฤษฎีใหม่ที่พยายามอธิบายเหตุการณ์ในหลุมดำเหรอครับ :09:
มันว่าไงมั่ง
เดี๋ยวค่อยว่ากันนะ เอิร์ธ
5 โมงเย็น กำลังจะยิงเส้นที่2
กำลังตามติดการทดลองวันนี้น่ะ
รีเฟรทสนุกเลย หลายแท็บ :08:
ตึ๊งไว้ก่อน :37:
ชนกันเมื่อไหร่ น่าจะตื่นเต้นกว่านี้ :33:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 17:07 น.
เดี๋ยวค่อยว่ากันนะ เอิร์ธ
5 โมงเย็น กำลังจะยิงเส้นที่2
กำลังตามติดการทดลองวันนี้น่ะ
รีเฟรทสนุกเลย หลายแท็บ :08:
ตึ๊งไว้ก่อน :37:
ชนกันเมื่อไหร่ น่าจะตื่นเต้นกว่านี้ :33:
ไอ่ผมก็อยากดู แต่เน็ตดันห่วย เอาไว้ก่อนก็ได้ครับ
ตะกี้เพื่อนบอกดูทีวีมา บอกว่าสร้างหลุมดำจิ๋วได้สำเร็จแล้วเหรอครับ
ยังไม่เกิดนิครับ
ทำไปทำมาแค่ ซ้อมเครื่อง
:22:
ไม่ใจเลย
:21:
เห็นยิงๆ ทำการทดลองแบบนี้ แล้วนึกถึงเรื่อง The Mist แฮะ :55:
เห็นยิงๆ ทำการทดลองแบบนี้ แล้วนึกถึงเรื่อง Half Lifeแฮะ :55:
ที่เกี่ยวกับเวลาในการสลายตัวไปครึ่งหนึ่งของสารที่ไม่เสถียรนะหรอครับ :09:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 19:00 น.
เห็นยิงๆ ทำการทดลองแบบนี้ แล้วนึกถึงเรื่อง Half Lifeแฮะ :55:
(http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6985152/X6985152-0.jpg)
อิงแอบ _http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6985152/X6985152.html
อันนี้ใช่มะ :30: มันส์แน่
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 17:03 น.
โทษนะครับ ขอทฤษฎีฮิกสแบบย่อๆหน่อยครับ ไม่เคยได้ยิน ได้ยินก็แค่ซูเปอร์สตริง
เคยอ่านแค่ว่า นิวตันใช้ได้ในชีวิตประจำวัน สัมพัทธภาพใช้ได้ทุกแห่งยกเว้นถายในหลุมดำ(ภาวะเอกฐาน)
และตอนนี้มีทฤษฎีใหม่ที่พยายามอธิบายเหตุการณ์ในหลุมดำเหรอครับ :09:
มันว่าไงมั่ง
นายปีเต้อร์ ฮิกก์ บอกว่า มวลของอณุภาคมาจากสนามฮิกก์ เพราะมวลของพวกคว๊าก(รวมๆ) กวนตรีนมาก
เดี๋ยวมีเดี๋ยวไม่มี(เอาค่าที่ยอมรับว่ามีไว้ก่อน) นายฮิกก์เลยเสนอทฤษฏีนี้
ทำให้ พื้นฐานของสรรพสิ่ง เป็น ฮิกก์ โบซ่อน (ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นกลางแน่ๆ สมชื่อโบซ่อนเลย)
ทุกสรรพสิ่ง นะครับ ทุกสรรพสิ่ง แล้วคิดว่า หลุมดำจิ๋วที่เกิดขึ้นตอน q และ -q และ ฮิกก์ หลุดจากกัน
ทำไมจึงเกิดหลุมดำ หลุมดำเอามวลมาจากไหน ฮิกก์ไปโน้นแล้ว
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 19:39 น.
ที่เกี่ยวกับเวลาในการสลายตัวไปครึ่งหนึ่งของสารที่ไม่เสถียรนะหรอครับ :09:
หมายถึง แมวของชเรอดิงเก้อร์ รึเปล่า?
นั้นหมายถึง
แมวจะมีสภาวะ ตาย และ เป็นเท่าๆกัน จะเกิดสภาพใดสภาพนึงได้ก็ต่อเมื่อมีผู้สังเกต
ดังนั้น การสังเกตเป็นปัจจัยในการทำให้การทดลองมีผลอย่างใดอย่างนึง
:01:ถ้าทดลองไปทดลองมาแล้วมันเกิดควบคุมไม่ได้จะทำยังไงคับ เราต้องตายกันใช่ไหม :16: ยังไม่อยากตายนะ :44:
นี่อย่าเพิ่งคิดมากดิ :08:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 19:52 น.
หมายถึง แมวของชเรอดิงเก้อร์ รึเปล่า?
นั้นหมายถึง
แมวจะมีสภาวะ ตาย และ เป็นเท่าๆกัน จะเกิดสภาพใดสภาพนึงได้ก็ต่อเมื่อมีผู้สังเกต
ดังนั้น การสังเกตเป็นปัจจัยในการทำให้การทดลองมีผลอย่างใดอย่างนึง
เปล่าครับ :30: แซวเรื่อง Half-Life (ครึ่งชีวิตของกันมตภาพรังสี)
อ้างคำพูดจาก: -:PiNtAkU:- เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 19:58 น.
:01:ถ้าทดลองไปทดลองมาแล้วมันเกิดควบคุมไม่ได้จะทำยังไงคับ เราต้องตายกันใช่ไหม :16: ยังไม่อยากตายนะ :44:
ถ้า เกิดขึ้นจริง จะไม่รู้สึกอะไรเลยครับ อย่าเรียกว่าตายเลย เรียกว่า หายไปด้วยความเร็ว เสี้ยวของเสี้ยววินาที
ถ้าเป็น หลุมดำแบบปั่น นะ(โปรตรอน2ตัว)
แวบ หายหมด และใจกลางทางช้างเผือกเราจะซวยด้วย
แต่ถ้าเป็นแบบ หลุมดำนิ่ง (ธาตุหนักอุดรู) คงไม่มีทาง เพราะคงไม่มีอะไรใหญ่ขนาดนั้น
หรือ หลุมดำจิ๋ว หมดอายุลงเองด้วยแรงแม่เหล็กดวงอาทิตย์ ก็ รอด คับป๋ม :12:
เพราะถ้ามันไม่ติดตรงไหน มันจะทะลุออกมาภายนอก โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วหายไปเอง(ซึ่งส่วนมากเป็นอย่างนั้นในธรรมชาติ)
ยังไงๆก็ไม่เรียกว่าตายหรอก หายไป น่ะใกล้เคียงกว่า เหมือนแฟลตถ่ายรูปแว่บเดียว
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 20:06 น.
เปล่าครับ :30: แซวเรื่อง Half-Life (ครึ่งชีวิตของกันมตภาพรังสี)
แมวของชเรอดิงเก้อร์ ก็เรื่องครึ่งอายุ นะ
จริงเราอาจประเมินผิดไป
หมอ อาจต้องการสื่อถึงเรื่องผู้สังเกตเป็นปัจจัยการทดลองก็ได้ เป็นไปได้ทุกอย่าง
ทฤษฏีมีอยู่ว่า ให้เราเอา แมวอะตอมกัมมันตรังสีตัวนึง ยาพิษ1ขวด เครื่องตรวจ กลไก1ชิ้น ใส่ลงไปในกล่องปิดมิดชิด
ถ้ากัมมันตรังสีแผ่รังสี กลไกจะตีขวดยาพิษ ขวดยาพิษแตก แมวตาย100% ถ้าไม่แผ่รังสีแมวรอด 100%
ถามว่า แมวในกล่องจะตายหรือไม่ ?
คำตอบคือ แมวจะอยู่ในสภาวะเป็นตายเท่ากัน จนกว่าจะมีคนเปิดกล่องออกดู
ซึ่งจะพบ แมวตาย และ แมวร้องแง้ว ก็ได้
ดังนั้น ผู้สังเกตการทดลองคือปัจจัยในผลทดลอง !!!???
ล้ำลึกๆ
ปล. แต่ที่ผมสงสัยมากกว่าเรื่องอะไร คือ คนไทย ไม่ค่อยสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์เลย
ก็คงกับที่เด็กไทยดำนากับตอนกิ่งต้นไม้ไม่เป็นเยอะแยะ :52:
.... ว่าแต่หลุมดำนี่ ถ้ามีจริงเราจะหายไปในแว้บเดียวเหรอ ....
หรือว่าหายไปเร็วในสายตาคนนอก แต่รู้สึกยาวนานสำหรับคนที่โดนดูดเข้าไป
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 20:52 น.
ก็คงกับที่เด็กไทยดำนากับตอนกิ่งต้นไม้ไม่เป็นเยอะแยะ :52:
.... ว่าแต่หลุมดำนี่ ถ้ามีจริงเราจะหายไปในแว้บเดียวเหรอ ....
หรือว่าหายไปเร็วในสายตาคนนอก แต่รู้สึกยาวนานสำหรับคนที่โดนดูดเข้าไป
ก่อนอื่นใดๆ ผมขอบอกเลยว่า หมอแมวล้ำลึกมากเลยครับ
คืออ่านแล้วเกิดคำถามให้สมองหมุนคิดตอบเลยจริงๆ ไม่ง่ายเลยครับ
เพราะ แว่บหาย จริง คงเร็วมาก มันจะไปเกี่ยวกับการเดินทางด้วยความเร็วสูง สุดยอดโจทย์เลยครับ :07:
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมอยากทราบว่าใครที่เคยโดนดูดแล้วจะมาให้คำตอบได้บ้าง
เพราะเงื่อนไขมีอยู่ว่า เมื่อกาลอวกาศเป็นหลุม แน่นอนว่ามันยืดตามแนวพุ่งเข้าหลุม
แต่เมื่อถึงจุดนึง แนวการยืดจะเป็นอนันต์
แล้วเราหายไปในสายตาผู้สังเกตแวบเดียว แต่เป็นอนันต์ถ้าเรามีชีวิตอยู่ เพราะเวลารอบข้างยืด
ป่าวเลยครับ :37:
ถ้าสโลภาพช้าๆ ผู้สังเกต(ถ้ามีหมอนั้นนะ) จะเห็นทุกอย่าง ยืดออกไหลลงหลุม(ไม่รู้ใช้คำไหนดี)
แต่วัตถุที่ถูกกระทำจะไม่ได้เป็นวัถุเดิมแล้วครับ ประจุไฟฟ้าในอณุภาคจะเร่งแรงยิ่งยวดภายในเวลารวดเร็ว
เราจะวูบกลายเป็นก๊าซข้นเหนียวยิ่ง ไปแล้วครับ ทันทีที่แวบ ดังนั้นไม่รู้สึกอะไร นี่คือ แวบ เดียว
แต่ไอ้ตัวเราที่กลายเป็นอะไรแล้วไม่รู้ คงถูกดูดไปเวลาอนันต์น่ะครับ นานมาก แต่ไม่รู้สึกแล้ว
แต่ถ้าเป็นทางโลกจิตวิญญาณ ไม่แน่ใจ ยังไม่เคยแน่ใจ เพราะทำบาปเยอะ :30:
//เพิ่มเติม
นี่เป็นแบบ หลุมดำปั่น นะครับ ถึงแวบเดีียว
แรงแม่เหล็กไฟฟ้าจะกลายเป็นรังสี และกลายเป็น "เจ็ท" พุ่งหนีหลุมดำได้บางส่วน (แรงแม่เหล็กหนีแรงโน้มถ่วงได้มากกว่า)
แต่เรากลายเป็นอะไรไปแล้วไม่รู้ แน่ๆไม่ใช่ตอตะโก เพราะร้อนกว่านั้น ในแวบเดียว
สรุปว่า เราตายในแวบเดียวด้วยประจุไฟฟ้าก่อน แล้วไหลลงหลุมแวบเดียว
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 20:36 น.
ปล. แต่ที่ผมสงสัยมากกว่าเรื่องอะไร คือ คนไทย ไม่ค่อยสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์เลย
ขอเป็นตัวแทนเด็กกลุ่มเล็กๆกลุ่มนึง
เพื่อนๆผมสนใจกันเยอะนะ ส่วนผู้ใหญ่ไม่ค่อยเจอครับ (จะว่าไปเจอแต่อาจารย์ :30:)
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 20:52 น.
ก็คงกับที่เด็กไทยดำนากับตอนกิ่งต้นไม้ไม่เป็นเยอะแยะ :52:
.... ว่าแต่หลุมดำนี่ ถ้ามีจริงเราจะหายไปในแว้บเดียวเหรอ ....
หรือว่าหายไปเร็วในสายตาคนนอก แต่รู้สึกยาวนานสำหรับคนที่โดนดูดเข้าไป
หายไปในสายตาคนนอก เพราะแสงไม่ลอดออกมากระทบตาครับ มันจะพั่บ ไปเลย
ถ้าสมมติเรามีชีวิต เราจะเหมือนถูกแช่แข็งครับ เวลาจะหยุดไป แต่ภายนอกดำเนินปกติ ถ้าอีกล้านปีเราหลุดออกมาได้ เวลาเราถึงจะเดินต่อ และเราก็จะไม่รู้เรื่องเลยด้วย ว่าเราถูกแช่แข็งไว้ตั้งล้านปี (เหมือนนั่งไทม์แมชชีนเลยครับ)
แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะยังมีชีวิตอยู่ เพียงแค่เข้าใกล้เราก็จะโดนกระแสน้ำ ฉีก หัวกับขาออกจากกันแล้วครับ (ขนาดยังไม่ต้องเข้าไปในหลุมดำ)
และยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ เราจะถูกกระแสน้ำแยกเราออกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยลงเรื่อยๆ จนถึงระดับอนุภาคครับ
ป.ล. แรงกระแสน้ำคือ ความแตกต่างของแรงดึงดูด ถ้าต่างกันมากๆ เช่นในกรณีนี้หัวเรามีแรงดึงดูดน้อยกว่าที่ขา เพราะขาเข้าใกล้หลุมดำกว่า ขาจะโดนดึงด้วยแรงที่มากกว่าหัว จนตัวเราฉีกครับ
ป.ล.2 โลกเราก็มีแรงกระแสน้ำ แต่ที่หัวกับขา ต่างกันน้อยๆมากๆ จะมีผลก็ต่อเมื่อเราเป็นยักษ์ อาจจะพอเห็นผลบ้าง
// แก้ไขดักมุก ยักษ์ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับยักษ์แอนหรือยักษ์โอ้เอ้แต่อย่างใด
อีกที
ถ้ามีชีวิตอยู่ได้ เราคงอยู่ในสภาพคล้ายพลาสม่า(บีบอัด) มั้ังครับ
แล้วถ้าเกิดการย้อนกระบวนการ(แตกไฟล์)
คงมาเป็นอย่างเดิม
นึกถึงกรวย2อันเอาปลายต่อกัน
เอาเป็นว่าผมคิดว่า เราถูกแม่เหล็กไฟฟ้าของโต๊ะ ตู้ เตียง ฆ่าก่อนแหละครับ :47:
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 21:46 น.
ขอเป็นตัวแทนเด็กกลุ่มเล็กๆกลุ่มนึง
เพื่อนๆผมสนใจกันเยอะนะ ส่วนผู้ใหญ่ไม่ค่อยเจอครับ (จะว่าไปเจอแต่อาจารย์ :30:)
หายไปในสายตาคนนอก เพราะแสงไม่ลอดออกมากระทบตาครับ มันจะพั่บ ไปเลย
ถ้าสมมติเรามีชีวิต เราจะเหมือนถูกแช่แข็งครับ เวลาจะหยุดไป แต่ภายนอกดำเนินปกติ ถ้าอีกล้านปีเราหลุดออกมาได้ เวลาเราถึงจะเดินต่อ และเราก็จะไม่รู้เรื่องเลยด้วย ว่าเราถูกแช่แข็งไว้ตั้งล้านปี (เหมือนนั่งไทม์แมชชีนเลยครับ)
แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะยังมีชีวิตอยู่ เพียงแค่เข้าใกล้เราก็จะโดนกระแสน้ำ ฉีก หัวกับขาออกจากกันแล้วครับ (ขนาดยังไม่ต้องเข้าไปในหลุมดำ)
และยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ เราจะถูกกระแสน้ำแยกเราออกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยลงเรื่อยๆ จนถึงระดับอนุภาคครับ
ป.ล. แรงกระแสน้ำคือ ความแตกต่างของแรงดึงดูด ถ้าต่างกันมากๆ เช่นในกรณีนี้หัวเรามีแรงดึงดูดน้อยกว่าที่ขา เพราะขาเข้าใกล้หลุมดำกว่า ขาจะโดนดึงด้วยแรงที่มากกว่าหัว จนตัวเราฉีกครับ
ป.ล.2 โลกเราก็มีแรงกระแสน้ำ แต่ที่หัวกับขา ต่างกันน้อยๆมากๆ จะมีผลก็ต่อเมื่อเราเป็นยักษ์ อาจจะพอเห็นผลบ้าง
// แก้ไขดักมุก ยักษ์ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับยักษ์แอนหรือยักษ์โอ้เอ้แต่อย่างใด
แดงท่อนแรก อันนี้ ใช่เลย เห็นด้วยๆ
แดงท่อน2
เปรียบกับกระแสน้ำไม่ได้มั้ง กาลอวกาศ ไม่ได้บิด แน่นอนตัวฉีก
ในแง่ หลุมดำ ตัวเราไม่ฉีกนะ แต่ทุกๆอณูเราจะยืดปลายชี้ลงหลุม
ถ้าไม่มีแรงแม่เหล็กไฟฟ้าผกผัน(พลาสม่า *ฟิสิกส์ = สถานะสสารที่ 4 ประจุสุทธิ=0)ตามแรงโน้มถ่วง เราไม่ตาย
แต่ถ้าหลุมดำเป็นกรวยต่อกัน ก็เท่ากับ บีบไฟล์ แตกไฟล์ ดีๆนี่เอง
เข้าเรื่อง วาร์ป มนตด มาได้ยังไง :52:
กรรม ไม่ได้เปรียบครับ เค้าเรียกแรงกระแสน้ำจริงๆ (นิวตันเป้นคนให้ชื่อมั๊งถ้าจำไม่ผิด)
นิวตัน ไม่รู้จัก ทฤษฏีสัมพัทธภาพ :48:
ไม่เกี่ยวกับสัมพัทภาพครับ แค่ความแตกต่างของแรงดึงดูดระหว่างหัวกับขาเท่านั้น
มันต้องเป็นรูไปสู่สวรรค์ครับ :04:
เพราะเข้าแล้วไม่มีใครอยากออก
งั๊นแสดงว่าเรารู้จักรูนั้นกันมานานมากแล้วล่ะครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 22:11 น.
ไม่เกี่ยวกับสัมพัทภาพครับ แค่ความแตกต่างของแรงดึงดูดระหว่างหัวกับขาเท่านั้น
ตามภาพ
ใน กาลอวกาศ (3+1+7?) ที่เราอยู่
(http://startswithabang.com/wp-content/uploads/2008/05/spactime.jpg)
ไอสไตล์ถูกฉีกหรือเปล่า?
แล้วไอสไตล์รู้สึกอะไรไหม?
ติ๊กต๊อกๆๆ (อย่าตอบแรงนะ ผมกลัว :39:)
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 22:22 น.
มันต้องเป็นรูไปสู่สวรรค์ครับ :04:
เพราะเข้าแล้วไม่มีใครอยากออก
ผมเข้าๆ ออกๆ อะ เข้าแล้วไม่ออก นี่มีปัญหาเรื่อง สมัครถภาพ นะ :49:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 22:45 น.
ตามภาพ
ใน กาลอวกาศ (3+1+7?) ที่เราอยู่
(http://startswithabang.com/wp-content/uploads/2008/05/spactime.jpg)
ไอสไตล์ถูกฉีกหรือเปล่า?
แล้วไอสไตล์รู้สึกอะไรไหม?
ติ๊กต๊อกๆๆ (อย่าตอบแรงนะ ผมกลัว :39:)
ครับพอเข้าใจละ (แต่ก็งงว่างงอะไรอีกไม่รู้ แต่คิดว่าเข้าใจเพราะหาข้องงไม่ได้ :30:)
พอดีไปอ่านเจอในบทแรกของประวัติย่อของหลุมดำน่ะครับ (ลองอ่านดูนะครับ) สงสัยเข้าใจกันคลาดนิดนึง (ซึ่งผมงงเนี่ยว่าคลาดกันตรงไหน :30: ช่วยด้วยครับ)
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 22:45 น.
ผมเข้าๆ ออกๆ อะ เข้าแล้วไม่ออก นี่มีปัญหาเรื่อง สมัครถภาพ นะ :49:
เป็นยังไงครับ ตอนแรกก็นึกว่าเขียนผิด :30:
ป.ล. เน็ตเน่า พรุ่งนี้มาคุยต่อครับ สนุกดีได้ความรู้ ขอบคุณครับ
:16:แล้วถ้าเกิดข้อผิดพลาดที่คาดไม่ถึงทำให้พวกเราที่เปมนุษย์ูกหลุมดำดูดไปแล้วไปโพล่(เขียนไงคับ)ที่ดาวดวงอื่น (ไปกันทั้งโลกเลยนะคับ) แล้วพวกเราจะมีวิวัฒนาการที่จะอยู่รอดได้ไหมคับ เพราะจากที่เรียนมาสัตว์มีการวิวัฒนาการ (ใช่ป่าว? :09: แล้วมนุษย์เป็นสัตว์รึป่าว?) หรือว่าเราจะตายกันก่อนที่จะได้วิวัฒนาการ??
ถ้าพวกเราไม่ตาย(ก็ผมนี่แหละยังไม่อยากตายคนนึงแหละ :16:) แล้วเราเกิดวิวัฒนาการเป็นเอเลี่ยน และจากการทดลองครั้งนี้ก้อทำให้้พวกเราค้นพบการเดินทางข้ามเวลา เราก้อเลยย้อนเวลากลับมาเพื่อพยายามบอกพวกเราในปัจจุบันว่าอย่าทำเลย เพราะฉะนั้นรูปยานบินพวกนั้นอาจจะเป็นพวกเราในอนาคตก็ได้มั้ง..
อ้างคำพูดจาก: -:PiNtAkU:- เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 09:45 น.
:16:แล้วถ้าเกิดข้อผิดพลาดที่คาดไม่ถึงทำให้พวกเราที่เปมนุษย์ูกหลุมดำดูดไปแล้วไปโพล่(เขียนไงคับ)ที่ดาวดวงอื่น (ไปกันทั้งโลกเลยนะคับ) แล้วพวกเราจะมีวิวัฒนาการที่จะอยู่รอดได้ไหมคับ เพราะจากที่เรียนมาสัตว์มีการวิวัฒนาการ (ใช่ป่าว? :09: แล้วมนุษย์เป็นสัตว์รึป่าว?) หรือว่าเราจะตายกันก่อนที่จะได้วิวัฒนาการ??
ถ้าพวกเราไม่ตาย(ก็ผมนี่แหละยังไม่อยากตายคนนึงแหละ :16:) แล้วเราเกิดวิวัฒนาการเป็นเอเลี่ยน และจากการทดลองครั้งนี้ก้อทำให้้พวกเราค้นพบการเดินทางข้ามเวลา เราก้อเลยย้อนเวลากลับมาเพื่อพยายามบอกพวกเราในปัจจุบันว่าอย่าทำเลย เพราะฉะนั้นรูปยานบินพวกนั้นอาจจะเป็นพวกเราในอนาคตก็ได้มั้ง..
ยังไม่ขนาดนั้นหรอกครับ
:21:
แถมเมื่อวานเขาแค่ทดสอบ และประกาศให้โลกรู้ว่า
ฉันจะทำแล้วนะเท่านั้นเอง และถ้าทำแล้ว เราๆ ท่านๆ ก็ไม่ไปไหนหรอกครับ
คิดมาก ไปทำไม๊ เกิดก็รู้เองแหละ :37:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 21:18 น.
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมอยากทราบว่าใครที่เคยโดนดูดแล้วจะมาให้คำตอบได้บ้าง
เพราะเงื่อนไขมีอยู่ว่า เมื่อกาลอวกาศเป็นหลุม แน่นอนว่ามันยืดตามแนวพุ่งเข้าหลุม
แต่เมื่อถึงจุดนึง แนวการยืดจะเป็นอนันต์
แล้วเราหายไปในสายตาผู้สังเกตแวบเดียว แต่เป็นอนันต์ถ้าเรามีชีวิตอยู่ เพราะเวลารอบข้างยืด
ตรงนี้คือจุดที่สงสัยครับ
เพราะว่าถ้าเป็นการวิ่งเข้าไปหาหลุมดำ หรือการ
ค่อยๆนำยานเข้าใกล้สนามโน้มถ่วงขนาดสูงๆ อย่างนั้นเราจะตายจากสภาพทางกายภาพของร่างกายอย่างแน่นอน
แต่นี่หลุมดำหากมาเกิดบนโลก สนามที่เกิดขึ้นเกิดอย่างฉับพลันในเวลาอันสั้น เราน่าจะเปลี่ยนไปทั้งตัว (รึเปล่า)
ไม่รู้แล้วก๊าบ :05:
ปล. +1 :12:
ปอ. แต่ตอนที่ตอบไป ผมลืมเรื่องร่างกายมนุษย์ :30:
อ้างคำพูดจาก: -:PiNtAkU:- เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 09:45 น.
:16:แล้วถ้าเกิดข้อผิดพลาดที่คาดไม่ถึงทำให้พวกเราที่เปมนุษย์ูกหลุมดำดูดไปแล้วไปโพล่(เขียนไงคับ)ที่ดาวดวงอื่น (ไปกันทั้งโลกเลยนะคับ) แล้วพวกเราจะมีวิวัฒนาการที่จะอยู่รอดได้ไหมคับ เพราะจากที่เรียนมาสัตว์มีการวิวัฒนาการ (ใช่ป่าว? :09: แล้วมนุษย์เป็นสัตว์รึป่าว?) หรือว่าเราจะตายกันก่อนที่จะได้วิวัฒนาการ??
ถ้าพวกเราไม่ตาย(ก็ผมนี่แหละยังไม่อยากตายคนนึงแหละ :16:) แล้วเราเกิดวิวัฒนาการเป็นเอเลี่ยน และจากการทดลองครั้งนี้ก้อทำให้้พวกเราค้นพบการเดินทางข้ามเวลา เราก้อเลยย้อนเวลากลับมาเพื่อพยายามบอกพวกเราในปัจจุบันว่าอย่าทำเลย เพราะฉะนั้นรูปยานบินพวกนั้นอาจจะเป็นพวกเราในอนาคตก็ได้มั้ง..
ไปกันทั้งโลกนี่เราจะไปโผล่ที่อะไรใดๆก้ได้ครับ
มีกฎของจิ๊กซอร์อยู่(ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ยังใหม่) เปลี่ยนทุกอย่างเป็นจิ๊กซอร์ เมื่อมีชิ้นนึงย่อมมีอีกชิ้นนึง และต้องครบทุกชิ้นเสมอ
ไม่ว่าเราจะเดินทางข้ามเวลา หรือ ข้ามคู่ขนาน ข้ามเอกภพ
ยกตัวอย่าง กรณีข้ามเวลา
ถ้าผมอยากให้อดีตนายกคนนึงตาย เพื่อว่าจะได้เปลี่ยนแปลงให้คนไทยวันนี้รักกัน
ผมเลยเดินทางกลับไปวันที่อดีตนายกคนนี้ยังเด็กแล้วฆ่าซะ แล้วเดินทางกลับ
ปรากฏว่า ปัจจุบันอดีตนายกคนนี้ก็ยังอยู่ดีมีสุข ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
มีปัญหาพาราด๊อกซ์อีกชิ้นนึงที่ว่า
นางA(นามสมมุติ) เป็นเด็กกำพร้า ต้องการรู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริงของตน จึงเดินทางย้อนเวลากลับ
หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เครียดมาก จึงไปก๊งเหล้าที่บาร์แห่งนึงแล้วเสียที ชายแปลกหน้า จนตั้งครรภ์
เธอคลอดเด็กหญิงออกมาแล้วรีบกลับสู่ช่วงเวลาของเธอ ด้วยพิษชีวิตเธอจึงแปลงเพศเป็นชาย
ไม่อยากเป็นหญิงอีกต่อไป เขาย้อนเวลากลับ เพื่อไปเจอตนเองในบาร์แห่งนั้นแล้วมอมเหล้าตัวเธอ
เด็กกำพร้า ต้องการรู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริงของตน....
(ที่ถูกต้องจริงๆคงต้องอ่านเองนะครับ ผมเล่าเท่าที่จำไหว)
คำถาม
1.ใครคือพ่อแม่ของ เธอ
ถ้าตอบแบบทฤษฏีจิ๊กซอร์
1. นางA(นามสมมุติ) สามารถเจอตนเองที่ต่างออกไปได้ เกิดกรณีดังกล่าวได้ แต่จะไม่มีลูกที่เป็นตัวเอง100%ได้
2. ปัจจุบันของนางA จิ๊กซอร์จะต่างกัน3แบบ จะมีนางA ที่ไม่ย้อนเวลา นางA ที่ไม่ตั้งครรภ์ และ นางA ที่ไม่แปลงเพศ ชิ้นที่พอดีกับเหตุการณ์จะ
เข้าสู่กระดานจิ๊กซอร์ความจริง คือถ้ามีจิ๊กซอร์ข้างๆรูปร่างยังไงบ้าง ชิ้นที่เข้าไม่ได้ก็หายไปหรือไปสู่แผ่นอื่นๆ
กล่าวคือ จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ซ้ำ หรือซ้ำๆ ก็ได้แต่ต่างกันและตรงกัน ขึ้นอยู่กับว่ารอยตัดของตัวจิ๊กซอร์เข้ากับตัวอื่นๆได้ไหม
3. ตัวเธอเองเป็นพ่อแม่ของตัวเธอเอง เหมือนการโคลนนิ่งที่ใช้เซลตัวเอง ลูกที่เกิดมาอยู่ได้ไม่นานเพราะจิ๊กซอร์ซ้ำมากเกินไป(แต่ต่างกัน)
4. ไม่เป็นพาราด๊อกอีกต่อไป อนาคตจะมีแค่ นายA(นามสมมุติ)
งั้นมาดูเรื่องของ -:PiNtAkU:- กันบ้าง (นอกเรื่องไปไหนไม่รู้ตู)
ตามจิ๊กซอร์
1.โลกทั้งใบจะไปในที่มีส่วนใดๆรองรับได้เท่านั้น แน่นอนว่า คืออาจเป็นคู่ขนาน เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย รอดครับ
2. ของแปลกๆที่ว่า ถ้าเอกภพมีอยู่แล้ว ก็เจอครับ ตามหลักจิ๊กซอร์แล้ว แค่เอามาต่อใหม่
3. ถ้าเราพบยานข้ามเวลา แล้วย้อนกลับมาเพิื่อบอกว่า อย่าสร้างมันเลย = จะไม่เกิดบนจิ๊กซอร์ ครับ แต่จะเป็นชิ้นไปเข้ากับแผ่นอื่นแทน
เท่ากับ คนในอนาคตไม่สามารถมาที่นี่ได้เพราะไม่ปรากฏช่องให้ลงเลย และเราก็ไปได้เท่าที่มีช่องให้ลงเท่านั้น(เราก็เป็นชิ้นจิ๊กซอร์นะ)
สรุป เขาคาดไปแล้วจ้า :42:
มันจะเป็นแบบ butterfly effect ไม่ใช่เหรอครับ พี่การเปลี่ยนแปลงใดๆ
แม้เพียงซักเล็กน้อยสามารถทำให้เกิดเหตุการณ์อื่นๆ ต่างๆ กันไปเป้นโลกคู่ขนานกันได้
โดยที่ปัจจุบันที่เราจากมามันก็ยังเป็นแบบนั้นต่อไป
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 11:34 น.
มันจะเป็นแบบ butterfly effect ไม่ใช่เหรอครับ พี่การเปลี่ยนแปลงใดๆ
แม้เพียงซักเล็กน้อยสามารถทำให้เกิดเหตุการณ์อื่นๆ ต่างๆ กันไปเป้นโลกคู่ขนานกันได้
โดยที่ปัจจุบันที่เราจากมามันก็ยังเป็นแบบนั้นต่อไป
ทฤษฏีผีเสื้อยุ่งหยิง น่ะ เป็นเบื้องต้นของ ทฤษฏีจิ๊กซอร์
จิ๊กซอร์อธิบายว่า ระหว่างโลกคู่ขนานต่างๆมี "ชิ้นส่วน" ย่อยๆมากมายอยู่ด้วย
ในแต่ระนาบขอความจริง คือ จิ๊กซอร์ครบเท่านั้น
ยกตัวอย่าง
วันนี้ เอ คิดว่าวันพรุ่งนี้จะไปหาสาว < เป็นชิ้นจิ๊กซอร์ลอยมาแล้ว อีกทั้งมีคู่ขนานที่เป็นไปได้ทั้งไปหา และ ไม่ได้ไปหา รออยู่
เอ แอบไปหาสำเร็จ ตามที่ตั้งใจ < จิ๊กซอร์ตัวที่สำเร็จเข้าสู่ระนาบความจริงที่ เอ อาศัย ส่วนตัวจิ๊กวอร์อื่นๆไปหาระนาบที่อื่น
ปล.แอบแปลไทยในใจตัวเอง
ผีเสื้อยุ่งหยิง = อิทัปปัจยตา
จิ๊กซอร์ = ปฏิจจสมุปบาท
พาราด๊อก = อจินไตย - ตั้งโจทย์ผิด
ถ้าพวกเราไปแล้วตามกฏของจิ๊กซอร์ ช่องของเราก็ต้องหายปใช่ไหมคับ แล้วถ้ามันหายไปแล้วเกิดมีมิติคู่ขนานของเรามาลงแทน...จะเกิดอ่ะรัยขึ้นคับ... :09:
กลับมาแล้วครับ พี่แน็ค ผมไปทบทวนแล้วก็รู้แล้วว่างงอะไร
ตกลงโดนหลุมดำดูด เราจะยืดออก? หรือ ถูกแยกออกเป็นอนุภาคกันแน่ครับ
ชักงงๆ หรือว่าทั้งยืดทั้งถูกแยก (ตอนแรกเข้าใจแบบนี้)
แต่ถ้ามีการแยกอนุภาคนี่เกี่ยวข้องกับทฤษฏีกระแสน้ำหรือเปล่า
ถ้าไม่ใช่ ทำไมมันถึงแยก มีแรงอะไรอีกเหรอครับ
เพราะผมเริ่มเข้าใจว่า ผมสนใจเรื่องการแยกออกเป็นโมเลกุล แต่พี่แน็คอยากชี้ให้เห็นการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศด้วย
ทำให้เข้าใจกันคลาดเคลื่อน? ถูกมั๊ยครับ (ถ้าไม่ใช่คงงงต่อ :30:)
// เหมือนว่ารูปบนอธิบายเกี่ยวกับการโค้งงอของกาลอวกาศรอบๆดาวดวงใหญ่ๆหรือเปล่าครับ รวมหลุมดำด้วยอันนี้เข้าใจ แต่หลุมดำอาจบิดเบี้ยวกว่า และอาจบิดเบี้ยวถึงขนาดที่ว่า กาลอวกาศบิดจนปิดมิด (ทำให้หลุมดำไม่อยู่ในสี่มิติ เพราะมิติทั้งสี่บอกจนปิดทับไป)
ผมเข้าใจว่ามันเป็นคนละเรื่องกันกับการแยกออกของชิ้นส่วนร่างกายเมื่ออยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงสูง ซึ่งผลอีกอย่างหนึ่งของแรงโน้มถ่วงสูงก็คือการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศด้วย
อ้างคำพูดจาก: -:PiNtAkU:- เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 12:22 น.
ถ้าพวกเราไปแล้วตามกฏของจิ๊กซอร์ ช่องของเราก็ต้องหายปใช่ไหมคับ แล้วถ้ามันหายไปแล้วเกิดมีมิติคู่ขนานของเรามาลงแทน...จะเกิดอ่ะรัยขึ้นคับ... :09:
1.ช่องของเราไม่หายไปครับ แต่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่สอดคล้องกับชิ้นอื่นๆที่มีอยู่แทน
2.เป็นไปได้ว่าเราจะไปโผล่ที่คู่ขนานอื่นจริง แต่ถ้าจริงเราจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ
เพราะว่าส่วนอื่นๆมีรอยต่อเข้ากับเราหมด คือ เหมือนเดิมเป๊ะ
แต่ ถ้ามีอะไรสักอย่างหลุดหายไประหว่างนั้น พูดง่ายๆ ไม่ได้ออกมาครบ มีเพื่อนเราติดอยู่ในหลุมดำคนนึง
เราจะลืมเขาไปเลย และ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขาจะหายไป แล้วถ้าเขาเป็นส่วนที่สำคัญกับประวัติศาสตร์
แน่นอน โลกเปลี่ยนไป นึกถึง นายกสมัครติดอยู่ในหลุมดำ ก็จะมีนายสหมวกเหมือนเป๊ะต่างเล็กน้อยด้วยประวัติมาแทน
เพื่ออ้างอิงให้กับคนอื่นๆตามประวัติศาสตร์
3. ดูเหมือนว่าอยากให้มีอะไรแปลกๆเหมือนในหนังสินะ :40: เช่น สิ่งที่ยังไม่เข้าใจต่างๆในปัจจุบัน มนตด สัตว์ประหลาด
เป็นไปได้ครับ ถ้าการเปลี่ยนระนาบความจริงไปสู่คู่ขนานอื่นแล้วมีอะไรติดอยู่ เช่น ประวัติศาสตร์ ลิงตัวนึง เมื่อล้านปีก่อน
(ย้ายกันไปหมดแม้
มิติที่สมบูรณ์ของเวลา ดังนั้น ไดโนเสาร์เป็นๆ ตามมาด้วยแต่จะไม่อยู่เวลาเดียวกันกับเรา)
ถ้างั้น สบายใจได้ครับ เพราะ เราก็ไม่รู้สึกแปลกเลยเพราะประวัติศาสตร์ของคู่ขนานใหม่บอกเราว่า เราวิวัฒนาการมาจากอย่างอื่น
ตัวเราจะไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ตาย แต่เป็นอย่างอื่นไปแทน
3.1 สมมุติว่า ปู่ของเราหายไป ตัวเราก็ไม่มี แต่จะมีคนอื่นอยู่แทนเรา ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆส่งผล ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน
3.2 ลิงตัวนึงเมื่อ5แสนปีก่อนหายไป เลยทำให้ไม่ลงจากต้นไม้ มนุษย์ชาติ อาจมาจากสัตว์อื่นแทน หรือไม่มีเลยก็ได้
3.3 เกิดมีไดโนเสาร์ตัวนึงมาอยู่ในสนามหลวง เพราะดีเลย์(?)ออกมา อันนี้ซวยหนัก เพราะประวัติศาสตร์จะพยายามปรับเปลี่ยนให้
สมเหตุผล(ตามจิ๊กซอร์) เราจะลืมไปเลยว่าไม่มีมันอยู่ร่วมกับเรา หรือไม่มีเราอยู่เลยตั้งแต่โบราณ ทันที
4. ทั้งหมดของข้อ3 เป็นไปได้ ถ้า มิติของเวลาสมบรูณ์ (ไม่รู้เรียกไง เพราะเวลาเป็นแค่ส่วนนึงของมิติของมัน) มาหมด
แล้วดันมาไม่พอดีกัน เกิดอะไรสักอย่างในรูย้าย (ซึ่งเราไม่รู้ว่ามีไหม) ที่แน่นอนเราไม่รู้สึกแปลกเมื่อถึงตอนนั้น (เพราะอดีตเปลี่ยน)
ยังอยู่บนความเป็นไปได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับผู้สังเกตเช่นเดิม
แต่สรุปได้ว่า ตราบใดที่เราอยู่ที่นี่ ถ้าเราจะวิตก แต่เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่เกิด เมื่อเกิดขึ้นกลับเห็นเป็นเรื่องปรกติ (เหตุ และ ผล)
แต่ผมว่า เรื่องแปลกๆทั้งหลายหากมีขึ้นมาตอนนั้นเรากลับเห็นว่าไม่แปลก แน่นอน :47:
//แก้ไข เพิ่มเติม มิติที่สมบรูณ์ของเวลา เห็นว่ารวมคู่ขนานเข้าไปด้วยนี่น่า ดังนั้น เราจะไปออกที่ไหนนะ???
อ่าว เอิร์ธมา อ่านก่อน....
รินทร์ลองไปดูเรื่อง The sound of Thunder ดูอ่ะ แล้วจะเข้าใจเรื่องทฤษฎีจิ๊กซอว์มากขึ้น (อาจจะไม่จริงทั้งเรื่องนะ มันนิยายวิทยาศาสตร์)
เรื่องมันคือเราสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีเพื่อไปเที่ยวได้
และมีบริษัทที่หากินโดยการพาย้อนเวลาไปล่าไดโนเสาร์ ด้วยวิธีที่รัดกุมมากๆ เช่นยิงด้วยกระสุนไนโตรเจนใส่เหยื่อซึ่งยังไงต้องโดนภูเข้าไฟระเบิดเผาอยู่แล้ว (พูดง่ายๆ มันจะไม่ส่งผลต่อเหตุการณ์ในอดีต)
แต่ทีนี้ดันมีอุบัติเหตุ เดินไปเหยียบผีเสื้อตายไปตัวนึง (โดยไม่รู้ตัว) เมื่อกลับมาโลกจึงเปลี่ยน
จิ๊กซอว์ใหม่โผล่มา โดยธรรมชาติพยายามทำให้ทุดอย่างสมเหตุสมผล (นี่แล่ะคีย์เวิร์ด) ลองดูนะ สนุกดี
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 15:18 น.
อจินไตย
นะจ๊ะ :21:
มนตด ดีกว่า
:30:
มนตด ก็ อจินไตย ซะเยอะ พี่ :07:
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 15:07 น.
กลับมาแล้วครับ พี่แน็ค ผมไปทบทวนแล้วก็รู้แล้วว่างงอะไร
ตกลงโดนหลุมดำดูด เราจะยืดออก? หรือ ถูกแยกออกเป็นอนุภาคกันแน่ครับ
ชักงงๆ หรือว่าทั้งยืดทั้งถูกแยก (ตอนแรกเข้าใจแบบนี้)
แต่ถ้ามีการแยกอนุภาคนี่เกี่ยวข้องกับทฤษฏีกระแสน้ำหรือเปล่า
ถ้าไม่ใช่ ทำไมมันถึงแยก มีแรงอะไรอีกเหรอครับ
เพราะผมเริ่มเข้าใจว่า ผมสนใจเรื่องการแยกออกเป็นโมเลกุล แต่พี่แน็คอยากชี้ให้เห็นการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศด้วย
ทำให้เข้าใจกันคลาดเคลื่อน? ถูกมั๊ยครับ (ถ้าไม่ใช่คงงงต่อ :30:)
// เหมือนว่ารูปบนอธิบายเกี่ยวกับการโค้งงอของกาลอวกาศรอบๆดาวดวงใหญ่ๆหรือเปล่าครับ รวมหลุมดำด้วยอันนี้เข้าใจ แต่หลุมดำอาจบิดเบี้ยวกว่า และอาจบิดเบี้ยวถึงขนาดที่ว่า กาลอวกาศบิดจนปิดมิด (ทำให้หลุมดำไม่อยู่ในสี่มิติ เพราะมิติทั้งสี่บอกจนปิดทับไป)
ผมเข้าใจว่ามันเป็นคนละเรื่องกันกับการแยกออกของชิ้นส่วนร่างกายเมื่ออยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงสูง ซึ่งผลอีกอย่างหนึ่งของแรงโน้มถ่วงสูงก็คือการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศด้วย
แรงหลักมี 4อย่าง เด้อ
1. แรงโน้มถ่วง (หรือแรงดึงดูดฟะ งง กะ 2อย่างนี้จัง)
2.แรงแม่เหล็กไฟฟ้า
3.แรงเข้ม
4.แรงอ่อน
จริงๆ ถ้าเราถูกดูดกันจริง ไม่ฉีกหรอกแว่บเดียว แหละ พอดีคุยถึงว่า สมมุติว่าสโลโมชั่นกันได้
งั้นผม ขอบอกว่า ภายในเวลาเศษเสี้ยวของแว่บเดียว(เร็วแสง) ทั้งเอิร์ธ และผม คงตายไม่ต่างกันแน่ๆ(เวลา) :30:
ไอ้แรง4อย่างข้างต้นนั้นแหละ พอดีไม่มีอย่างใดอย่างนึงกระทำอย่างเดียวนี่น่า เวลาถูกดูด จริงมะ :37:
4แรงหลัก เนี้ยแหละ จะตั้งนิยาม1เดียวว่าอะไร ปัจจุบันเขาพยายามหาคำตอบอยู่ นะเออ
เปลี่ยนชื่อกระจู๋เป็น อจินไตย ซะเลย ดีมะ ครบทั้ง UFO+เอกภพ ความตื่นรู้ กฎฟิสิกส์ ความรู้ของผู้รู้ ไปเลย
ตอนนี้มีแว่วๆว่ามีแรงนิวเคลียร์เย็นด้วยครับ รายละเอียดไม่แน่ชัด ปวดหัวจริงๆ :39:
แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ประกาศเป็นแรงใหม่อย่างเป็นทางการครับ
ทฤษฏีสรรพสิ่งห่างไกลออกไปอีกก้าวนึงแล้ว :44:
อ่านจู๋นี้แล้ว :32:
:18: Cold fusion เป็นแรงอ่อนไม่ใช่เหรอ อุณหภูมิ ไม่เกี่ยว
เดี๋ยว ต้องค้นซะแล้ว เคยรู้มาอย่าง อาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ ฟิสิกส์กับ อุปกรณ์คอมพ์นี่มันอัพเดททุกวัน :41:
//อะ ได้ข้อมูลมาแล้ว (ขอให้ภาษาให้เข้าใจแบบบ้านๆ)
ใช่ที่นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น สามารถทำให้ อณุภาคเกิดการ ร่วมรัก(fusion) กันได้ป่ะ
อ้าย ร่วมรัก นี่เป็นพลังงานบริสุทธิ์นะ เกิดในสถาวะ ร้อนแรง เช่นดวงอาทิตย์
มีข้อเสียน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย พลังรัก เนี้ย ต่างจากพลังงาน เลิกลา (fision) อันเกิดจาก
การแยกทาง ทางใครทางมันของอณุภาค เกิดข้อเสียสารพิษให้โทษมากมาย
ยังไงๆ พลังรัก ก็เป็น แรงอ่อน(โยน) อยู่ดี ถึงแม้จะเป็นที่บรรยากาศแบบไหน
ร่วมรักแบบเร้าร้อน เราจะเห็นได้ชัดที่ดาวฤกษ์ต่างๆ เป็นแบบอย่าง เราเลยคิดว่ามันน่าจะมีแค่นั้น(ต้องเร่าร้อนรุนแรงเผ็ดมันส์ถึงดี)
วันนึง ใครก็ไม่รู้(ไม่รู้จริงๆ) บอกว่า แบบลุ่มลึก สบายๆ ก็มี ไม่ต้องถึงใจขนาดนั้นก็ได้
เพราะ "น้ำ" น่ะก็คือแบบอย่าง ลีลาแบบ "ไฟ" บางทีก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ร่วมรัก = แรงอ่อนโยน - อณุภาคทั้ง2(?)กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ปลดปล่อยพลังแห่งความสะอาดใสบริสุทธิ์มีประโยชน์ต่อผู้คนทั้งโลก
ดังนั้นฟันธง การร่วมรักแบบลุ่มลึกสบายๆ เป็นแรงอ่อน(โยน) น่ะ เอิร์ธ น้าแน็ก ฟันเธอ !!! :37:/
ปล. ห้ามงงกับศัพท์ นะ อุตส่าห์พยายามให้ย่อยง่ายๆ กัน :37: :37: :37:
(จำได้ว่า "การอธิบายฟิสิกส์ที่ดี ต้องให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายที่สุด ถึงจะเรียกว่า ถูกต้อง")
อ้างคำพูดจาก: แอนค่ะ เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 15:57 น.
อ่านจู๋นี้แล้ว :32:
เรื่อง
ความเชื่ออะนะ :37:
///
อ่ะ แปลให้แนวแล้ว
ขอโทษนะครับ จะแก้ข้างบนอีกทีก็กระไรอยู่
แรงมี3ชนิดนะครับ ที่มีผลการทดลองและ ยืนยันแล้ว
1.แรงโน้มถ่วง (Gravity)
2.แรงเข้ม (Strong)
3.แรงไฟฟ้าอ่อน (Erectroweak)
หากรวมแรงให้เป็น 1 เดียวได้เมื่อไหร่ เราจะสามารถตอบได้ทุกปัญหาทั้งหมด(จริงๆ)
ภาษาไทยน่าจะเรียก ว่า สัจธรรม เมื่อนั้นเราจะไม่มีกรอบใดๆเหลืออยู่เลย
ไม่ว่า ไทม์แมชชีน วาร์ป การเดินทางสู่ดวงดาวไกลโพ้น (อาจจะได้เป็น มนตด ในสายตาดาวนั้นบ้าง)
ล่าสุดการทดลองที่ FermiLab รวมแรงเหลือ 2 ได้แล้ว (เข้ม+ไฟฟ้าอ่อน) กำลังทำการตรวจสอบผล ทดลองซ้ำ
แต่ปัญหาใหญ่มากๆ คือ จริงๆแล้วเราแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับ แรงโน้มถ่วง (CERN จะหาอยู่)
เรื่องแรงน่าจะล่าสุดแล้วมั่งครับ
อ่อ เขาต้องอธิบายสมมุติฐานด้วยคณิตศาสตร์น่ะครับ เลยนาน
นิวเคลียร์ชนิดอ่อนไปรวมกับอันไหนครับ แรงทางไฟฟ้า?
เพิ่งได้อ่านที่แก้ใหม่ :30:
ผมว่าแบบเดิมก็ได้นะครับ ฟังแล้วสยิวโดยเฉพาะ น้าแน็คฟันเธอ :38:
ถามใหม่ ตอนนี้ทฤษฎีไหนมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นทฤษฎีแห่งสรรพสิ่งบ้างครับ
Superstring?
งงเรื่องอนุภาคแบบมีสปินที่หมูนสองรอบถึงได้รูปเดิมด้วยครับ (ไอ่บรรดาสปินจำนวนเต็ม)
มีตัวอย่างวัตถุที่หมุนสองรอบถึงกลับมาเหมือนเดิมมั๊ยครับ
แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน+แรงแม่เหล็กไฟฟ้า ครับ การแผ่กัมมันตรังสี กับ
พฤติกรรมของอิเล็กตรอนสําหรับโลกในระดับที่เล็กกวาอะตอมจริงๆแล้วรวมกันได้ค่าอนันต์
จนเกิด ทฏษฏีเกจ ค่าอนันต์เลยลงได้(คอมพ์คำนวนนะเป็นคนคำนวน ตายก่อน) อย่างสวยงาม
รับโนเบลไปกอดสมใจ(อยากรู้จริงๆ ว่าค่าอนันต์มันคำนวนยังไงให้ลงตัวได้ฟระ)
ทฤษฏีเส้นลวดพิเศษ นี่เขาเปรียบทุกอย่างคือ เสียงโน๊ต จากสายไวโอลิน 10 มิติคือไวโอลิน 10ตัว สี ฮี๊แอ๋ๆ
M-theory คืออีก1มิติ อธิบายว่า ไอ้คนสีไวโอลิน10คนน่ะ(เราเป็นคนดู) ยังมีอีกคนอยู่หลังเวที(1มิติ)
ถามว่า M คืออะไร เจ้าของทฤษฏี ตอบมาสั้นๆว่า MATRIX พออีกคนตกใจ(คงคิดว่าหมอนี่บ้าหนัง)
"มันคืออะไรก็ได้ อะไรก็ได้นี้มีไว้ปิดท้ายเฉยๆ" ไม่งั้น อาจมี N มิติอย่างคณิตศาสตร์(เท่าไหร่ก็ได้)
เข้าคำถาม
ตอนนี้ทฤษฎีไหนมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นทฤษฎีแห่งสรรพสิ่งบ้างครับ
ก็ Super string น่ะแหละเพราะเท่าที่ลึกลงไปเล็กเท่าที่มนุษย์รู้ตอนนี้ (ผิวของ ระดับคว๊าก)
มันเต้นเหมือน อีควอไลเซอร์ ของวิทยุเลย แถมมีแปลกกว่านั้นอีกมากมาย ไร้ความแน่นอน
มีอีกทฤษฏีนึง เป็น 12 (เอาจนได้) 11นี่คือคนหลังเวทีใช่มะ เจ้า 12 เนี้ยคนอยู่หลังเรา :07:
คุมเราอีกที และไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากเรา
และไม่อยู่ในกฎใดๆใน11มิติแรกเลย มิติที่12นี่ไม่ใช่ บร๊ะเจ้า ที่ไหนด้วย
ออกมาจากทฤษฏีกำเนิดเอกภพของกามอฟ ที่ว่า
เอกภพเกิดในเอกภพ เอกภพจริงเกิดจากเอกภพเทียม เอกภพลูกเอกในเอกภพแม่(มันจะซ้อนกันไปถึงไหน)
กามอฟบอกว่า "ระหว่างยอดเขา2ลูกในหุบเขา ก็จะให้กำเนิดเอกภพทั้งเอกภพได้" (CERN ?)
อีกทั้ง เอกภพทั้งหลาย(เยอะมาก) อยู่บนแผ่นๆนึง(นึกถึงผิวน้ำไหวๆ) แผ่น2แผ่นชนกัน
ก่อเกิด มหาเอกภพ(ไอ้ที่เยอะมากน่ะ) ฉนั้น สรรพสิ่งไม่มีจุดเริ่ม และ จุดจบ ของมันจริงๆ
ขยายออกมาอีกเจ้าแผ่นบางๆที่ว่า ก็มีอีกมากมาย เป็นริ้ว
ขยายไปเรื่อยๆจะเจอว่าไม่ใหญ่ไปกว่าอณุภาคพื้นฐานของสรรพสิ่ง(วนแล้ว)
และบอกทิ้งท้ายว่า เมื่อ พบพื้นฐานแล้วจะพบว่าไม่รู้อะไรอีกมากมาย(วนกันอีกรอบ)
แต่ที่เขาหาๆกัน ไม่ไปบวชกันซะปลงเสีย เพราะ "พลังงาน" และ เทคโนโลยี
มันมีเรื่องมาจาก นิยายเรื่องนึง(นักวิทยาศาสตร์ถือนิยายวิทยาศาสตร์เป็นแรงบันดาลใจ) ที่ว่า
เทคโนโลยี่ระดับ1 สามารถใช้พลังงานจากสิ่งรอบข้าง (T1 - ลิง)
เทคโนโลยี่ระดับ2 สามารถใช้พลังงานจากดาวเคราะห์ที่อาศัย (T2 - คน - เริ่มหมด)
เทคโนโลยี่ระดับ3 สามารถใช้พลังงานจากดาวแม่(ดวงอาทิตย์) (T3 - คน - กำลังเริ่ม)
เทคโนโลยีระดับ4 สามารถใช้พลังงานจากกาแลคซี่ (T4 - มนตดที่แค่ออกไปตั้งอาณานิคมใกล้ๆ)
เทคโนโลยี่ระดับ5 สามารถใช้พลังงานจากเอกภพ(การเดินทางข้ามมิติต้องใช้ เราก้าวกระโดดมาหามันเลย
พื้นฐานสรรพสิ่ง เข้าใจบ่ มันเลยยิ่งใหญ่มาก CERN เนี้ย ล้ำสุดๆ)
เราเลยพัฒนาเทคโนโลยี่กันไม่หยุดไง ยังมีอะไรอีกมากมายที่เราต้องทำ(แต่ตูรอใช้อย่างเดียว)
ปล. ทฤษฏีสำหรับทุกสรรพสิ่ง เราเรียกสั้นๆว่า หัวแม่ตีน (TOE - Theory of everything)
ปอ. สงสัยต้องเลิกแล้วล่ะ เพราะเข้าข่ายคุยกัน2คนเหมือนเอ็ม เดี๋ยวเจ้าที่ด่า :16:
ไม่ได้คุยกัน 2 คนนะคะ
มาตามอ่านตลอดเลย
พยายามทำความเข้าใจอยู่ค่ะ
แต่มัน งง ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้
ก็เลยไม่มีความเห็นใดๆ ค่ะ :25:
ไม่ขอออกความเห็นค่ะ แต่ตามอ่านอยู่
แต่งงอยู่ดี :05:
ตามอ่านอยู่เหมือนกันค่ะ
งงด้วย
ยิ่งตกฟิสิกส์อยู่ :30:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 22:42 น.
แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน+แรงแม่เหล็กไฟฟ้า ครับ การแผ่กัมมันตรังสี กับ
พฤติกรรมของอิเล็กตรอนสําหรับโลกในระดับที่เล็กกวาอะตอมจริงๆแล้วรวมกันได้ค่าอนันต์
จนเกิด ทฏษฏีเกจ ค่าอนันต์เลยลงได้(คอมพ์คำนวนนะเป็นคนคำนวน ตายก่อน) อย่างสวยงาม
รับโนเบลไปกอดสมใจ(อยากรู้จริงๆ ว่าค่าอนันต์มันคำนวนยังไงให้ลงตัวได้ฟระ)
ใช้แผนภาพของฟายแมนช่วยหรือเปล่าครับ เรื่องค่าอนันต์
อ้างคำพูดจาก: หงุมหงิม เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 10:32 น.
ไม่ได้คุยกัน 2 คนนะคะ
มาตามอ่านตลอดเลย
พยายามทำความเข้าใจอยู่ค่ะ
แต่มัน งง ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้
ก็เลยไม่มีความเห็นใดๆ ค่ะ :25:
ลองเริ่มศึกษาจากเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพก่อนก็ได้ครับ (เผินๆเอาแค่ทฤษฎีก็พอครับ)
ถ้าติดตรงไหนลองเข้ามาถามก็ได้ครับ
ถ้าเข้าใจเรื่องเวลายืด วัตถุหด อาจเห็นภาพได้ง่ายขึ้นครับ
เอ๊ะ ตกข่าวอะไรไปรึเปล่าเนี่ย :55:
:15: :15:
:30: :30: :30:
ชื่อ กระจู๋ มันคำประชดของตูนี่หว่า
ไหนๆก็...แล้ว
ใครสงสัยเรื่องอะไร ขอบเขตตั้งแต่ เอกภพอันกว้างใหญ่ ยันอณุภาคที่แทบไม่มีอะไรเลย
อะไรที่อยู่ระหว่างนั้น สงสัยอะไรลองถามมาได้ครับ (ขี้ไม่ออก แฟนไม่รัก ชักโครกไม่ดี ของฟรีไม่คุ้ม)
อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องฟิสิกส์เลย เพราะฟิสิกส์ ต้องสรุปหาคำตอบด้วยสูตรคณิตศาสตร์ด้วย
แต่คำตอบที่จะถกกัน จะเป็นเน้นทางวิทยาศาสตร์ ทั้งน้าน :30:
เบิ้ล
ทำความเข้าใจก่อน
เรื่องหัวข้อกระจู๋ นี้
เกิดมาจาก ในวัฒนธรรมของไทย มีสูตรที่เรียกว่า อจินไตย 4
ผมใช้คำว่าวัฒนธรรมจริง แต่ อจินไตย4 มาจากการตีความของท่อนนึงในพุทธศาสนา
*ขอย้ำว่าไม่มีเจตนา ในการลบหลู่พระศาสนาใดๆ เพียงแต่ว่า หากไม่มีการวิเคราะห์ สิ่งที่บัญญัติไว้ใน อจินไตย4
เทคโนโลยีจะหยุดค้าง (สาเหตุเพราะยึดติดกับ สูตรอจินไตย ทั้งๆที่พระศาสดา มิได้ให้ยึดติดงมงายในสิ่งใดเลย)
ขอยกสูตรอจินไตย4 ขึ้นมาอธิบาย
อจินไตย4 สิ่งที่ไม่ควรสนใจ 4 อย่าง
1.พุทธะ - การตื่น(ขึ้นมารับ)รู้ พุทธวิสัยไม่ควรสนใจ(ตื่นยังไง) ไม่ต้องเอามาคิดว่าพุทธคืออะไร(ตื่นคืออะไร)
รวมถึงความเป็นมาของพระพุทธเจ้า และสภาวะทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการตื่นของความรู้ อันสว่างไสว
2.ฌานะ - การเพ่งพิจพินิจพิเคราะห์ การวิเคราะห์อย่างเต็มที่ ตั้งใจ โดยสนใจอย่างยิ่ง จดจ่อ การทดลองทางวิทยาศาสตร์
(เพราะต้องสนใจ พินิจพิเคราะห์) คือสิ่งไม่ควรสนใจ
3.กรรมะ - การที่สรรพสิ่งกระทำต่อกัน (อันนี้คล้ายฟิสิกส์อย่างยิ่ง) สิ่งใดกระทำกับสิ่งใด ใครกระทำกับใคร ไม่ควรสนใจ
4.โลก - สรรพสิ่ง ไม่ควรสนใจ คำว่าโลกครอบรวมถึงทุกอย่างในสากลจักรวาล เรียกรวม เอกภพทั้งหลายว่า โลกธาตุ ไม่ควรสนใจ
ถ้ามีการตีความแค่นี้ รับรอง ไม่มีคนไทย(ที่เชื่อแค่นี้) สนใจวิทยาศาสตร์เลย เพราะคลุมหมดถึงทุกอย่างที่มนุษย์ควรค้นคว้า ปฏิบัติ
มีบางกลุ่มไม่ใส่ใจอะไรเลย พอมีการค้นคว้าค้นพบอะไรใหม่ที่จะขับดันความเป็นอยู่ได้ ก็จะบอกว่า "อจินไตยๆ"
ผมไม่อยากให้คิดเป็นในแง่ศาสนา นะครับ ผมเชื่อว่า คำสอนพระพุทธองค์ ไม่สามารถนำสูตรใดสูตรนึง เป็นสำเร็จรูป(มาม่า)
ได้ แต่ก็มีคนเชื่ออย่างนั้น และปฏิเสธวิทยาการ อยู่จริงๆ แต่ก็ไม่เอาเรื่อง ธรรมะ ด้วย(ธรรมะ-พื้นฐานของสรรพสิ่ง)
ผมเลยเรียกมันว่า(ประชด) 4อย่างที่คนไทยไม่เอา ความตื่นรู้,ความรู้ของผู้รู้,ฟิสิกส์,สรรพสิ่ง ไม่เน้น ไม่ค่อยสนใจ
ด้วยการแปลความหมายแค่ อจินไตย4 แล้วสรุป เชื่อตามๆกัน อย่างงมงาย กลายเป็นพื้นฐานสังคม
มาว่าเรื่อง ทฤษฏีสัมพัทธภาพ กันบ้าง (Theory of Relativity)
ก่อนอื่น เรามักจะเรียกชื่อกันผิดๆ เป็น สัมพันธภาพ(สำพันทะพาบ) จริงๆแล้วคือ สัมพัทธภาพ(สำพัดทะพาบ)
มันต่างกันนะครับ เพราะจะออกทะเลได้เลยถ้าเข้าใจชื่อผิด
คือ การวัดผลอะไรก็ตามต้องวัดผลด้วยอะไรเทียบเคียงเสมอ
เช่น เราวัดความสูงด้วยไม้เมตร ถนนยาวด้วยหลักกิโลเมตร ที่1ได้เพราะมีที่2
เราไม่สามารถวัดผลอะไรด้วยการเอาตัวเองมาเป็นมาตราวัด(เพราะสุดท้ายตัวเราก็ต้องเอาสักอย่างที่เข้าใจมาวัด)
ทฤษฏีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Theory of Relativity)
เป็น ตัวเสริม ของ ทฤษฏีสัมพัทธภาพ ที่ออกตามมาภายหลัง (คล้ายๆ แพทเสริมของเกม)
1.กฎต้องอ้างอิงในสมการทุกกรอบ ในลักษณะเดียว (รูปเดิม)
2.ความเร็วของแสงมีค่าคงที่
นึกไม่ออกแล้ว ใครอยากเสริมอยากแก้อะไรว่ามา :37:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 19:49 น.
ขอโทษนะครับ จะแก้ข้างบนอีกทีก็กระไรอยู่
แรงมี3ชนิดนะครับ ที่มีผลการทดลองและ ยืนยันแล้ว
1.แรงโน้มถ่วง (Gravity)
2.แรงเข้ม (Strong)
3.แรงไฟฟ้าอ่อน (Erectroweak)
เขาว่า มี 4 นะครับ
อ้างคำพูดจาก: ศิษย์มีครู เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 20:56 น.
เขาว่า มี 4 นะครับ
แรงแม่เหล็กไฟฟ้า กับ แรงนิวเครียแบบอ่อน สามารถรวมกันได้แล้วครับ
โนเบล ปี 1999
แต่ด้วยดีเลย์เรื่องข่าว(10บวกลบไม่เกิน5 ปี กว่าจะมีหนังสือนิยาย หรือ บทความทางการศึกษา) เราเลยเรียนรู้ว่ามี 4 แรง
อะไรที่ไม่ชัวร์ขอไม่เถียงด้วยละกันนะคะ มิกล้ามิบังอาจ :47:
แต่เห็นด้วยกะพี่หมอแมวในโพสต์หน้าแรกอ้ะ
คือเรื่องแบบนี้มันพูดยากพอๆ กะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยเลยนะในความรู้สึก
ส่วนเรื่องศูนย์ซิงโครตรอน...จริงๆ ทำอะไรได้มากกว่านี้เยอะแยะเลยค่ะ
แต่มันมีเรื่องเบื้องลึกเบื้องหลัง ที่ทำให้ศูนย์ซิงโครตรอนมันมาได้ แค่เนี้ยๆ :33:
ขอข้อมูลเรื่อง ชิงโครตรอน ในไทย หน่อยสิ :09:
ยิ่งได้เรื่องที่ เบื้องลึกเบื้องหลัง ยิ่งดีเลย
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 19:12 น.
ก่อนอื่น เรามักจะเรียกชื่อกันผิดๆ เป็น สัมพันธภาพ(สำพันทะพาบ) จริงๆแล้วคือ สัมพัทธภาพ(สำพัดทะพาบ)
มันต่างกันนะครับ เพราะจะออกทะเลได้เลยถ้าเข้าใจชื่อผิด
คือ การวัดผลอะไรก็ตามต้องวัดผลด้วยอะไรเทียบเคียงเสมอ
เช่น เราวัดความสูงด้วยไม้เมตร ถนนยาวด้วยหลักกิโลเมตร ที่1ได้เพราะมีที่2
เราไม่สามารถวัดผลอะไรด้วยการเอาตัวเองมาเป็นมาตราวัด(เพราะสุดท้ายตัวเราก็ต้องเอาสักอย่างที่เข้าใจมาวัด)
เสริมตรงนี้ให้อีกนิดครับ
สัมพันธภาพ => สัมพันธ์ => สัมพันธ์คือเกี่ยวข้องกันครับ
สัมพัทธภาพ => สัมพัทธ์ => สัมพัทธ์คือการเปรียบเทียบครับ
สัมพัทธภาพจะเป็นการอธิบายโดยนำมา
เปรียบเทียบกัน เช่นความเร็วรถของเรา กับความเร็วรถที่สวนไป เป็นต้น
ซึ่งที่พี่แน็คบอกว่าเรียกชื่อผิด ความหมายก็ผิดเพราะ เรามาเอาเปรียบเทียบ ไม่ได้ บอกว่ามันเกี่ยวข้องกันเลยครับ
ทีนี้ เมื่อมีการเปรียบเทียบเช่น
สมมติเราขับรถอยู่ด้วยความเร็ว 80 km/hr และรถอีกเลน วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว 50 km/hr
เราจะเห็นรถที่สวนมาวิ่งด้วยความเร็วเท่าไหร่?
ความเร็วที่เราเห็นต้องเท่ากับ ความเร็วรถเรา + ความเร็วรถที่สวนมา ถูกมั๊ยครับ คือ 80+50 = 130 km/hr
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราอยู่เฉยๆ เราจะวัดความเร็วแสงได้ประมาณ 299,700 km/s (สองแสนเก้าหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยกิโลเมตรต่อวินาที)
ถ้าเราขับยานสวนทิศทางของแสงด้วยความเร็ว 1,000 km/hr
เราควรจะวัดความเร็วของแสงได้เท่ากับ 299,700+1,000 = 300,700 km/hr
แต่ปัญหาคือ มันไม่ใช่ แสงกลับมีความเร็วเท่าเดิมเสมอ ไม่ว่ากรณีใดๆ :07: ได้ไงเนี่ย
จึงมีคนพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย และมีทฤษฎีหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับ
นั่นคือ การยืด-หด ของเวลา และ ขนาดวัตถุ ซึ่งกล่าวไว้ว่า
ถ้าวัตถุมีความเร็วมาก วัตถุก็จะยิ่งมีขนาดหดลง และเวลาของวัตถุนั้นก็ยืดออก เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
(นี่ไง เปรียบเทียบแล้ว เกิดการสัมพัทธ์กันแล้ว) <= เริ่มเห็นไอเดียของสัมพัทธภาพหรือยังครับ
//เล่าไม่จบ
คือ เวลาจะยืดออกไป และขนาดหดลง อย่างสัมพันธ์กัน(อันนี้สัมพัมธ์จริงๆ)
สัมพันธ์กันแบบไหน?
สัมพันธ์กันแบบที่จะทำให้ความเร็วแสงเท่าเดิมในทุกรณี
เคยเขียนอธิบายสัมพัทธภาพเชิงนามธรรมไปด้วยที่บล็อก (http://bluemoon.f0nt.com/138)ล่ะ :37:
:25: พี่เดือนเขียนเข้าใจง่ายมากมายเลยครับ โหวตๆ
เย่ เย่ ฟิสิกส์
เดี๋ยวมาคุยด้วยคนครับ :22:
ขอตามอ่าน+รื้อสมองก่อน :42:
อ้างคำพูดจาก: MoonShines เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 00:10 น.
เคยเขียนอธิบายสัมพัทธภาพเชิงนามธรรมไปด้วยที่บล็อก (http://bluemoon.f0nt.com/138)ล่ะ :37:
เขาเรียกว่า เชิงปรัชญา นะผมว่า (ไม่เกี่ยวกับสิงห์โต)
เป็นเรื่องปรกติที่เราจะเอาทฤาฏีทางฟิสิกส์มาปรับให้เข้ากับระบบความคิดครับ
ฟิสิกส์ก็เป็น วิชาๆ นึงซึ่งต้องนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน(แต่ที่เรียนๆมาดันเป็นหลักการเพื่อไปต่อยอดซะงั้น ล้มเหลวครับการศึกษา)
ไม่แปลก ๆ (ผมจบรัฐศาสตร์ นะ ไม่เกี่ยวฟิสิกส์เล้ย :08:)
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 23:46 น.
แสงกลับมีความเร็วเท่าเดิมเสมอ ไม่ว่ากรณีใดๆ
เพราะแสงเป็นคลื่น และ อณุภาค ในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่เขาว่าไว้อย่างนี้
แต่ที่เคยอ่าน เขาว่า ถ้างั้นแสงก็ไม่ใช่ คลื่น ไม่ใช่อณุภาค ด้วย
กลับเป็นอย่างอื่นที่เรายังไม่มีอะไรมารองรับสมเหตุสมผลมากกว่า
เราแค่เอา คลื่น และ อณุภาค ไปเปรียบเทียบกับมันเท่านั้น เป็นคิดจะให้เป็นคลื่นก็เป็น เป็นอณุภาคก็เป็น
ว่ากันว่าถ้าเราไขความลับว่าแสงคืออะไรกันแน่ได้ ประตูสู่การเดินทางแบบวาร์ปก็ไม่ไกลเกิน
เพราะเหมือนกับว่า แสงคือร่องรอยของมิติที่เหลือทั้ง7
เคยมีคนคิดว่าแสงคือมิติอีกมิตินึงในตัวด้วยซ้ำ เหมือนเวลา แต่ทว่าความลึกลับยังมีตามมามากมาย
แสง
เหมือนจะเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ทว่าเมื่อนิยามลงไปจริงๆ กลับติดปัญหาว่า
แสงนั้นจะนับที่เรามองเห็นด้วยอย่างเดียวหรือไม่ มีรังสีแม่เหล็กไฟฟ้ามากมายที่เรามองไม่เห็น
จะระบุว่าเป็นแสงหรือ ดูเหมือนว่าแสงที่เรามองไม่เห็นนี้เมื่อเอามาชี้ให้ชัดว่าแสงคืออะไร
กลับพบว่าอาจเป็นอย่างอื่นได้มากกว่ารังสีแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงอาจเป็นตัวที่เชื่อมต่อและตัดขาดระหว่างเรากับมิติอื่นๆ เป็นรอยเลื่อนของมิติ
http://www.youtube.com/watch?v=oRWwI61so5Q (http://www.youtube.com/watch?v=oRWwI61so5Q)
อีกหนึ่ง ไทม์ แมชชีน
แสงคืออะไร?(ไม่เกี่ยวกับ แสงหนึ่งคือรุ้งงาม นะ อย่าตอบงั้นเชียว)
แสงมีพฤติกรรมเหมือนทั้งคลื่นและอนุภาค แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นพวกไหน
เพราะมีคุณสมบัติบางอย่างยังขัดแย้งกัน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นที่เรายังไม่รู้
เดิมที ไอแซก นิวตัน บอกว่าแสงเป็นอนุภาค (แต่ผมยังหาไม่เจอว่า เค้าใช้การทดลองอะไรมาอ้าง)
ต่อมา โธมัส ยัง บอกว่าแสงเป็นคลื่น เพราะการทดลองที่ให้แสงผ่านสลิตคู่
แล้วเกิดการแทรกสอด ซึ่งตรงกับคลื่นที่มีคุณสมบัติเรื่องนี้เหมือนกัน
แต่ ไอน์สไตน์ ก็ทำการทดลองเรื่องโฟโตอิเล็กตริกขึ้นมา
พบว่าแสงเป็นก้อนพลังงานโฟตอน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นอนุภาคอีก
สรุปว่าแสงคือ?
:08:
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 00:47 น.
:25: พี่เดือนเขียนเข้าใจง่ายมากมายเลยครับ โหวตๆ
พี่มีความรู้สึกว่า ถ้าอธิบายว่าสัมพัทธภาพคือในกรณีความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง
จะมีการยืดหดแบล็บๆ ของความยาวเอย มวลเอย เวลาเอย
อันเนื่องมาจากการเทกลิมิตเข้าสู่ศูนย์ของพจน์นี้แบล็บๆ
มันดูน่ายี้อ้ะ คิดเอาเองนะ :37:
ตอนเรียนโมเดิร์นก็เจออาจารย์อธิบายแบบนี้แหละ :05:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 00:59 น.
ว่ากันว่าถ้าเราไขความลับว่าแสงคืออะไรกันแน่ได้ ประตูสู่การเดินทางแบบวาร์ปก็ไม่ไกลเกิน
เพราะเหมือนกับว่า แสงคือร่องรอยของมิติที่เหลือทั้ง7
เคยมีคนคิดว่าแสงคือมิติอีกมิตินึงในตัวด้วยซ้ำ เหมือนเวลา แต่ทว่าความลึกลับยังมีตามมามากมาย
แสงเหมือนจะเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ทว่าเมื่อนิยามลงไปจริงๆ กลับติดปัญหาว่า
แสงนั้นจะนับที่เรามองเห็นด้วยอย่างเดียวหรือไม่ มีรังสีแม่เหล็กไฟฟ้ามากมายที่เรามองไม่เห็น
จะระบุว่าเป็นแสงหรือ ดูเหมือนว่าแสงที่เรามองไม่เห็นนี้เมื่อเอามาชี้ให้ชัดว่าแสงคืออะไร
กลับพบว่าอาจเป็นอย่างอื่นได้มากกว่ารังสีแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงอาจเป็นตัวที่เชื่อมต่อและตัดขาดระหว่างเรากับมิติอื่นๆ เป็นรอยเลื่อนของมิติ
ผมเคยได้ยินทฤษฎีนึง เค้าสมมติฐานว่าตัวกลางที่แสงใช้ในการเคลื่อนที่ อยู่ในมิติอื่น
น่าคิดดีครับ
อ้างคำพูดจาก: หนุ่มน้อย เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 01:30 น.
แสงมีพฤติกรรมเหมือนทั้งคลื่นและอนุภาค แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นพวกไหน
เพราะมีคุณสมบัติบางอย่างยังขัดแย้งกัน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นที่เรายังไม่รู้
เดิมที ไอแซก นิวตัน บอกว่าแสงเป็นอนุภาค (แต่ผมยังหาไม่เจอว่า เค้าใช้การทดลองอะไรมาอ้าง)
ต่อมา โธมัส ยัง บอกว่าแสงเป็นคลื่น เพราะการทดลองที่ให้แสงผ่านสลิตคู่
แล้วเกิดการแทรกสอด ซึ่งตรงกับคลื่นที่มีคุณสมบัติเรื่องนี้เหมือนกัน
แต่ ไอน์สไตน์ ก็ทำการทดลองเรื่องโฟโตอิเล็กตริกขึ้นมา
พบว่าแสงเป็นก้อนพลังงานโฟตอน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นอนุภาคอีก
สรุปว่าแสงคือ?
:08:
นิวตันไม่ได้ฟันธงครับว่าแสงเ็ป็นอะไร แต่เหมือนเค้าจะเอนไปทางอนุภาคครับ
คนที่บอกว่าแสงเป็นอนุภาค
น่าจะเป็นไอสไตน์(ใช่มั๊ยเอ่ย) จากเรื่องโฟโตอิเลกทริค
คือเค้า
สมมติให้แสงเป็นโฟตอนจะได้อธิบายได้ง่ายหน่อยครับ
สรุปว่าแสงที่ยอมรับตอนนี้เป็นไปได้ทั้งอนุภาคและคลื่นครับ แล้วแต่จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป
เมื่อ10ปี ที่แล้ว (ดีเลย์ข่าวฟิสิกส์อีกแล้ว)
มีการทดลองนึง ให้อะตอมปล่อยแสงออกมา ไปทางตรงข้ามกัน
ไม่ว่าเราทดลองอย่างไรกับตัวนึง อีกตัวนึงจะเป็นไปตามนั้นด้วย
เหมือนกับว่ามันมี "สัมพันธ์" กันมากกว่าความเร็วของมัน
อีกกรณีนึง
นำอะตอมคู่มา อะตอมเมื่อสลายจะปล่อยแสง
ปรากฎว่าเมื่อตัวนึงสลาย อีกตัวก็สลายตาม
ก่อนที่แสงจะไปถึงเสียอีก "สัมพันธ์" กันไวกว่าแสง
แสดงว่า มี "อะไร" ที่เร็วกว่าแสง
เราเข้าใจแบบชาวบ้านๆว่า "ความผูกพัน" :25:
ใครจะไปแปลเป็นปรัชญาชีวิตก็เอาเลยจ้า อะไรที่มีขึ้นมาแล้วย่อมถูกทั้งหมด(กฎฟิสิกส์)
โอ๊ะ นี่แตกหน่อมารึเปล่าเนี่ย :55:
ครับ
คุยอะไรกันต่อดี :30:
พันธ์ทิพก็คุยเรื่องหลุมดำกันนะครับ (เหรอ) :07:
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6982247/X6982247.html (http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6982247/X6982247.html)
:31: อ่าว กรรม เราสรุปกันเองก็ได้ว่า แสงคืออะไร ไม่มีถูกไม่มีผิด
แต่ต้องสมเหตุสมผล (เรื่องเอาไปพิสูจน์ทดลองน่ะ เกินกำลัง)
เพราะว่าประเด็นหัวใจหลักคือ เราไม่ได้มาเรียน แต่เราจะมาจินตนาการอย่างมีเหตุผล
คุยไรงั้นรึ
แสงคืออะไร?
ควอซ่าร์คืออะไร?
หลุมดำ ดำจริงเหรอ?
หลุมดำดู แน่ใจได้ยังไงว่ามีหลุมออก?
พี่แน็กหล่อไหม?
อะไรที่จะตามมาหลังการทดลอง LHC ?
ทำไมต้องรู้สึกว่า ฟิสิกส์ เป็นส่วนนึงของชีวิตประจำวันเรา?
เล็กกว่า อนุภาคฮิกก์ มีไหม?
เขาจะรักหนูหรือเปล่า?
เอิรธ์เป็นหล่อหรือไม่ ? จงอธิบายตามหลักฟิสิกส์
ทำไมเราถึงไม่หลุดลอยไปหาดวงอาทิตย์ ดาวหางยังโคจรไกลแสนไกลยังโดนเลย ?
รู้ไปทำไรให้ดีขึ้น ?
ยักษ์ในบอร์ด อาศัยกฎฟิสิกส์ข้อใด ?
ฯลฯ
ส่วนผมถ้านึกออกก็เล่าเลย ไม่ต้องห่วง นี่ก็ยังนึกๆอยู่ :37:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 04:18 น.
เอิรธ์เป็นหล่อหรือไม่ ? จงอธิบายตามหลักฟิสิกส์
จากการทดลองที่พื้นผิวหน้าของเอิร์ธแล้ว การวิเคราะห์ทิศทางการหักเหของรังสีตกกระทบ
สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้สัดส่วนตามอัตราส่วนทองคำ (http://en.wikipedia.org/wiki/Golden_ratio) ซึ่งได้มีการทำวิจัยแล้วว่า เป็นโครงสร้างรูปหน้าที่มีความหล่อเหลาเป็นอันดับต้นๆ
(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9e/Divina_proportione.png/180px-Divina_proportione.png)
ภาพโครงสร้างหน้าและความสัมพันธ์แบบอัตราส่วนทองคำ
ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ด้วยสมการเดอะวิทรูเวียนแมน (http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/22/Da_Vinci_Vitruve_Luc_Viatour.jpg/441px-Da_Vinci_Vitruve_Luc_Viatour.jpg)ของเลโอนาโด ดาวินชี (http://www.google.co.th/url?sa=t&source=web&ct=res&cd=1&url=http%3A%2F%2Fth.wikipedia.org%2Fwiki%2F%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2594_%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B2_%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B5&ei=jOHKSMqEIIvO6gOM7-28Dw&usg=AFQjCNFDj2nf6MGAkKx9Piv76y0cMsZHXw&sig2=-s0bWPxlp9up7kGYhWbplQ) นักฟิสิกส์ นักจิตรกรรม และนักปรัชญาทียิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 15
และเมื่อพิสูจน์หาค่าหักเหของกาลอวกาศแล้ว พบว่าอันที่จริง อวกาศได้มีความโค้ง 1.783%
จึงได้มีการคำนวณโดยใช้ทฤษฏีสัมพัทธภาพ (http://www.google.co.th/url?sa=t&source=web&ct=res&cd=1&url=http%3A%2F%2Fth.wikipedia.org%2Fwiki%2F%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A4%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%258E%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E&ei=reLKSO6FGoKS6gPlv8TJDw&usg=AFQjCNExam2VuhEMShexjU1Jd-52D-WDrw&sig2=0gCimsjpv0C8o23O4f6ZLg) เพื่อค้นหาโครงสร้างของหน้าที่แท้จริง
ซึ่งผลที่ได้ออกมาอย่างน่าตกตะลึงว่า อันที่จริง ใบหน้าของเอิร์ธไม่เพียงหล่อเหลาเป็นอันดับต้นๆ แต่นับได้ว่าหล่อเหล่าที่สุดเลยก็ว่าได้ :56:
^
^
:01: ....
หมอแมว - "ไอ้แอนพูดจริง"
ไอ้แอน - "หมอแมวพูดโกหก"
หมอแมวพูดจริง - ไอ้แอนพูดโกหก - หมอแมวพูดไม่จริง หรือ หมอแมวโกหก
หมอแมวพูดจริง - หมอแมวพูดโกหก
หมอแมวพูดโกหก - ไอ้แอนพูดจริง - หมอแมวพูดจริง
หมอแมวพูดโกหก - หมอแมวพูดจริง
หมอแมวพูดจริง = หมอแมวพูดโกหก
ไม่รู้จะเขียนอะไรมันไม่มีประเด็นน่ะ
เอาเป็นให้ใครที่หลงเข้ามาตอนนี้ลองคิดหาประเด็นขึ้นมาแล้วกัน
ไม่ต้องยึดติดว่าต้องชัวร์ต้องใช่ (มันชัวร์มันใช่ อยู่แล้ว)
เล่าให้ฟังแล้วกัน
หลังจากนี้ในปี 2012 มนุษย์ชาติอาจได้ตื่นเต้นอีกครั้งหลังจาก CERN
LISA (Laser Interferometer Space Antenna)
คือ เครื่องตรวจแรงโน้มถ่วง จะถูกส่งขึ้นไปสู่อวกาศ เพื่อตรวจแรงโน้มถ่วงอวกาศ
สำหรับบางคนคง งง มีแรงโน้มถ่วงด้วยเหรอในอวกาศ?
เห็นนักบินอวกาศในทีวี สารคดี ลอยตุ๊บป่องๆ นี่น่า
แถมยังเรียกว่า สถาพไร้น้ำหนัก อีก จะมีได้ไง
เออ นั้นแหละ มันมี แต่มีน้อยมากๆ ก่อนอื่นทำความเข้าใจก่อนว่า
ในเอกภพเราเนี้ยแทบไม่มีที่ๆ มัน "ว่าง" อยู่เลย
อวกาศ แค่ไม่มีบรรยากาศแบบโลกเราเท่านั้น
แต่เป็น "บรรยากาศ" อีกแบบนึง นอกดาว
เราต้องเปรียบว่า โลกเราน่ะเป็นฟองสบู่หุ้มหิน ข้างนอกโน้นถึงจะเรียกว่าของจริง
ดาวเทียมตรวจแรงโน้มถ่วง เกิดมาจากที่ความตริงที่ว่า เราแทบไม่รู้อะไรเลยเรื่องแรงโน้มถ่วง
ในทั้งหมด 4 แรง (โน้มถ่วง,แม่เหล็กไฟฟ้า,นิวเครียเข้ม,นิวเครียอ่อน)
ดาวเทียมจะมี 3 ดวง ส่งขึ้นไปให้อยู่ห่างกัน 5 ล้านกิโลเมตร
ความสามารถของมัน สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงได้ถึง ระดับอะตอมลงไป10เท่า
มันโคจรรอบดวงอาทิตย์
หลักๆ คือตรวจหาเศษเสี้ยวของบิ๊กแบง
แล้วเราจะได้อะไรจาก LISA
แน่นอนล่ะชาวเน็ต ย่อมได้เทคโนโลยี่อินเตอร์เน็ตใหม่ๆ ที่เร็วแรงขึ้นกว่าเดิม
โดยการพัฒนา LISA นี้ช่วยให้การประมวลผลต่างๆในคอมพ์ดีขึ้น และจะได้นำมาใช้กัน
อาจจะ เกิด คอมพ์พิวเต้อร์ เร็วกว่านี้ ช่วยให้คุณส่งภาพโฮโลแกรมไปยังอีกซีกโลกด้วย
ความเร็วสูงจนไม่ต่างจากตัวคุณที่นั่งที่บ้าน อีกทั้งการจุข้อมูลที่กระโดดข้ามไปกว่าปัจจุบัน บางเล็ก
และอีกมากมาย ซึ่งมาจากความเป้นไปได้ในการทดลอง LISA
แน่นอนว่า คนไทยก็ต้องซื้อเทคโนโลยี่นี้ในราคาแพง ต่อไป (เห็นใจเขาเถอะกว่าจะได้ต้องลำบากขนาดไหน)
คอมพ์รุ่นล่าสุดวันนี้ จะถูกมองเป็นขวานหินของลิง2ขา ทันที
จริงๆแล้วโครงการระดับโลกทุกอย่างมักให้ผลพัฒนาแก่ทุกเทคโนโลยี่ (ทุกอย่างว่างั้น)
หมดมุกแล้วว่ะ เริ่มเล่าอนาคตแล้ว อีกหน่อยคงเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ลงบอร์ด :30: :39: :39:
โต้รุ่ง เห็นแสงแล้ว ถึงเวลานอนแล้วสิ :01:
ไอ่คนชวนอ่านหนังสือโต้รุ่งหลับกันหมด :08:
(เวิ่นเว้อ - ปั่นอำลา ดึกๆเจอกันครับ)
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 15:35 น.
มนตด ก็ อจินไตย ซะเยอะ พี่ :07:
แรงหลักมี 4อย่าง เด้อ
1. แรงโน้มถ่วง (หรือแรงดึงดูดฟะ งง กะ 2อย่างนี้จัง)
2.แรงแม่เหล็กไฟฟ้า
3.แรงเข้ม
4.แรงอ่อน
จริงๆ ถ้าเราถูกดูดกันจริง ไม่ฉีกหรอกแว่บเดียว แหละ พอดีคุยถึงว่า สมมุติว่าสโลโมชั่นกันได้
งั้นผม ขอบอกว่า ภายในเวลาเศษเสี้ยวของแว่บเดียว(เร็วแสง) ทั้งเอิร์ธ และผม คงตายไม่ต่างกันแน่ๆ(เวลา) :30:
ไอ้แรง4อย่างข้างต้นนั้นแหละ พอดีไม่มีอย่างใดอย่างนึงกระทำอย่างเดียวนี่น่า เวลาถูกดูด จริงมะ :37:
4แรงหลัก เนี้ยแหละ จะตั้งนิยาม1เดียวว่าอะไร ปัจจุบันเขาพยายามหาคำตอบอยู่ นะเออ
เปลี่ยนชื่อกระจู๋เป็น อจินไตย ซะเลย ดีมะ ครบทั้ง UFO+เอกภพ ความตื่นรู้ กฎฟิสิกส์ ความรู้ของผู้รู้ ไปเลย
และ
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 19:12 น.
เบิ้ล
ทำความเข้าใจก่อน
เรื่องหัวข้อกระจู๋ นี้
เกิดมาจาก ในวัฒนธรรมของไทย มีสูตรที่เรียกว่า อจินไตย 4
ผมใช้คำว่าวัฒนธรรมจริง แต่ อจินไตย4 มาจากการตีความของท่อนนึงในพุทธศาสนา
*ขอย้ำว่าไม่มีเจตนา ในการลบหลู่พระศาสนาใดๆ เพียงแต่ว่า หากไม่มีการวิเคราะห์ สิ่งที่บัญญัติไว้ใน อจินไตย4
เทคโนโลยีจะหยุดค้าง (สาเหตุเพราะยึดติดกับ สูตรอจินไตย ทั้งๆที่พระศาสดา มิได้ให้ยึดติดงมงายในสิ่งใดเลย)
ขอยกสูตรอจินไตย4 ขึ้นมาอธิบาย
อจินไตย4 สิ่งที่ไม่ควรสนใจ 4 อย่าง
1.พุทธะ - การตื่น(ขึ้นมารับ)รู้ พุทธวิสัยไม่ควรสนใจ(ตื่นยังไง) ไม่ต้องเอามาคิดว่าพุทธคืออะไร(ตื่นคืออะไร)
รวมถึงความเป็นมาของพระพุทธเจ้า และสภาวะทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการตื่นของความรู้ อันสว่างไสว
2.ฌานะ - การเพ่งพิจพินิจพิเคราะห์ การวิเคราะห์อย่างเต็มที่ ตั้งใจ โดยสนใจอย่างยิ่ง จดจ่อ การทดลองทางวิทยาศาสตร์
(เพราะต้องสนใจ พินิจพิเคราะห์) คือสิ่งไม่ควรสนใจ
3.กรรมะ - การที่สรรพสิ่งกระทำต่อกัน (อันนี้คล้ายฟิสิกส์อย่างยิ่ง) สิ่งใดกระทำกับสิ่งใด ใครกระทำกับใคร ไม่ควรสนใจ
4.โลก - สรรพสิ่ง ไม่ควรสนใจ คำว่าโลกครอบรวมถึงทุกอย่างในสากลจักรวาล เรียกรวม เอกภพทั้งหลายว่า โลกธาตุ ไม่ควรสนใจ
ถ้ามีการตีความแค่นี้ รับรอง ไม่มีคนไทย(ที่เชื่อแค่นี้) สนใจวิทยาศาสตร์เลย เพราะคลุมหมดถึงทุกอย่างที่มนุษย์ควรค้นคว้า ปฏิบัติ
มีบางกลุ่มไม่ใส่ใจอะไรเลย พอมีการค้นคว้าค้นพบอะไรใหม่ที่จะขับดันความเป็นอยู่ได้ ก็จะบอกว่า "อจินไตยๆ"
ผมไม่อยากให้คิดเป็นในแง่ศาสนา นะครับ ผมเชื่อว่า คำสอนพระพุทธองค์ ไม่สามารถนำสูตรใดสูตรนึง เป็นสำเร็จรูป(มาม่า)
ได้ แต่ก็มีคนเชื่ออย่างนั้น และปฏิเสธวิทยาการ อยู่จริงๆ แต่ก็ไม่เอาเรื่อง ธรรมะ ด้วย(ธรรมะ-พื้นฐานของสรรพสิ่ง)
ผมเลยเรียกมันว่า(ประชด) 4อย่างที่คนไทยไม่เอา ความตื่นรู้,ความรู้ของผู้รู้,ฟิสิกส์,สรรพสิ่ง ไม่เน้น ไม่ค่อยสนใจ
ด้วยการแปลความหมายแค่ อจินไตย4 แล้วสรุป เชื่อตามๆกัน อย่างงมงาย กลายเป็นพื้นฐานสังคม
มาว่าเรื่อง ทฤษฏีสัมพัทธภาพ กันบ้าง (Theory of Relativity)
ก่อนอื่น เรามักจะเรียกชื่อกันผิดๆ เป็น สัมพันธภาพ(สำพันทะพาบ) จริงๆแล้วคือ สัมพัทธภาพ(สำพัดทะพาบ)
มันต่างกันนะครับ เพราะจะออกทะเลได้เลยถ้าเข้าใจชื่อผิด
คือ การวัดผลอะไรก็ตามต้องวัดผลด้วยอะไรเทียบเคียงเสมอ
เช่น เราวัดความสูงด้วยไม้เมตร ถนนยาวด้วยหลักกิโลเมตร ที่1ได้เพราะมีที่2
เราไม่สามารถวัดผลอะไรด้วยการเอาตัวเองมาเป็นมาตราวัด(เพราะสุดท้ายตัวเราก็ต้องเอาสักอย่างที่เข้าใจมาวัด)
ทฤษฏีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Theory of Relativity)
เป็น ตัวเสริม ของ ทฤษฏีสัมพัทธภาพ ที่ออกตามมาภายหลัง (คล้ายๆ แพทเสริมของเกม)
1.กฎต้องอ้างอิงในสมการทุกกรอบ ในลักษณะเดียว (รูปเดิม)
2.ความเร็วของแสงมีค่าคงที่
นึกไม่ออกแล้ว ใครอยากเสริมอยากแก้อะไรว่ามา :37:
ดังนั้น
เรื่องนึงที่อยากจะขอให้ช่วยนะครับ
อยากให้ ชื่อของกระจู่นี้ เป็น จินไตย มากกว่า
เพราะชื่อนี้ในปัจจุบัน เป็นคำที่ลงไปได้ไม่ครบ
เรื่องน่าสนใจ จินไตย-จินตนาการและความรู้
ดีกว่านะครับ ขอร้องเถอะ
ส่วนมันจะร่วงไปก็ยังดีกว่าปล่อยไม่เสร็จ
ขอแก้เพิ่มเติมนิดนึงครับ เรื่องการปล่อยดาวเทียมออกจากโลก
อ่านเจอหน้าแรกๆ แล้วมันติดใจอยู่นิดหน่อย
โลกเรามีความเร่งที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงกระทำต่อวัตถุที่ค่าประมาณคือ 9.9 กว่าๆ เมตร ต่อวินาทีกำลังสอง
เพราะฉะนั้น การจะปล่อยดาวเทียมให้พ้นวงโคจรของโลก ต้องใช้ความเร่งมากกว่าค่าดังกล่าว
คือประมาณ 11 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง
ย้ำนะครับ ความเร่ง ไม่ใช่ความเร็ว
ก็คือว่า ควาเร็ว(สมมุติเป็นไอพ่น)จะเท่าไรก็ได้ คือว่าถ้ามันไปของมันได้เรื่อยๆ สุดท้ายมันกจะ็ออกมาพ้นโลก ใช่ไหมครับ
แต่ถ้ายิงหนังสะติ๊ก ก็ต้องประมาณ 11 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง
ใช่ไหมครับผม
งงแฮะ :48:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 10:56 น.
ขอแก้เพิ่มเติมนิดนึงครับ เรื่องการปล่อยดาวเทียมออกจากโลก
อ่านเจอหน้าแรกๆ แล้วมันติดใจอยู่นิดหน่อย
โลกเรามีความเร่งที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงกระทำต่อวัตถุที่ค่าประมาณคือ 9.9 กว่าๆ เมตร ต่อวินาทีกำลังสอง
เพราะฉะนั้น การจะปล่อยดาวเทียมให้พ้นวงโคจรของโลก ต้องใช้ความเร่งมากกว่าค่าดังกล่าว
คือประมาณ 11 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง
ย้ำนะครับ ความเร่ง ไม่ใช่ความเร็ว
11 กิโลเมตรต่อวินาที ครับ :33:
กล่าวคือ ถ้าใครสักคนเบื่อโลก แล้วสามารถกระโดดได้ด้วยอัตราความเร่ง
11 กิโลเมตรต่อวินาที ก็หนีพ้นโลกแล้ว
ส่วนดาวเทียม นี่คือการปาของไปในวงโคจรค้างฟ้า
ระยะที่ทำให้ดาวเทียมที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม
เท่ากันกับการหมุนของโลกแล้วทำให้เกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง
มีค่าพอดีกับค่าแรงดึงดูดของโลกพอดี
เป็นผลให้ดาวเทียมดูเหมือนคงอยู่กับที่ โคจรไปรอบโลก
เดี๋ยวนี้ใช้ความสูงจากพื้นโลกต่ำกว่านั้นแล้วครับ จะได้ไม่เป็นขยะเมื่อหมดอายุการใช้งาน
40,320 km/h หรือ 11.2 km/s ตั้งฉากกับพื้น เราเรียกว่า
ความเร็วหลุดพ้น
งงน่ะครับ แบบว่า ตอนเริ่มต้น จรวดมันจะวิ่งช้าๆก่อนใช่ไหม
แล้วจรวดมันก็ไม่เร็วถึง 11 กิโลต่อวินาทีด้วยนี่ครับ
คือว่าไอ้ความเร่งนี่มันวัดยังไงเหรอครับผม
ความเร็ว = ระยะทาง/ เวลา หน่วยเป็น เมตรต่อวินาที อะไรประมาณนี้
ความเร่ง = ความเร็ว/ เวลา หน่วยเป็น เมตรต่อวินาที2 ครับ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 14:48 น.
ความเร็ว = ระยะทาง/ เวลา หน่วยเป็น เมตรต่อวินาที อะไรประมาณนี้
ความเร่ง = ความเร็ว/ เวลา หน่วยเป็น เมตรต่อวินาที2 ครับ
ยังงงอยู่ครับ
เข้าใจว่าเราหาความเร่งได้จากการคำนวณนะคะ
ความเร่งคือผลต่างของความเร็วต่อผลต่างของความเร่ง
เอ เท่ากับ เดลต้าวีส่วนเดลต้าที
รู้เดลต้าวี เดลต้าที ก็คำนวณหา accelerator ออกมาได้
ใช่แล้วครับ เอ พูดถูกเลย
งั้นผมขอเสริมแบบบ้านๆให้ เผื่อใครจินตนาการไม่ออก
ความเร็วของจรวด อาจไม่ถึง 11.2 km/s
แต่อัตราความเร่งต่อเวลาที่ผ่านไป มีค่า 11.2km/s^2 ครับ
เสียวคนเอาสมการคณิตศาสตร์มาโพสจัง
อย่าลืมนะครับ ไอสไตล์บอกไว้ว่า
"จินตนาการอยู่เหนือความรู้" และ "คนส่วนใหญ่พยายามบิดเบือนฟิสิกส์ด้วยคณิตศาสตร์"
การอธิบายฟิสิกส์จริงๆต้องอยู่ในภาษาที่ง่ายเพื่อให้เห็นภาพในจินตนาการชัดเจนที่สุด
:37:
ยังงี้พวก pure Math แย้งตายเลยครับ
ว่าฟิสิกส์นะมาจาก Math
ครับ เอ แต่เราไม่ได้มาเรียนเพื่อต่อยอดให้แก่เยาชนรุ่นต่อไป
เราเอาความเข้าใจมาแสดงต่อกัน
คณิตศาสตร์ ในฟิสิกส์มีไว้ทดสอบสมมุติฐานที่ได้จากจินตนาการ
แต่ถ้าเข้าใจแล้ว ก็เล่าสู่กันฟังง่ายๆได้เลย
ตอนเรียนเราเรียนเพื่อให้เข้าใจครับ ไม่ใช่เพื่อเอาไปถ่ายทอดว่าเรียนอะไรมา
ทำให้เข้าใจง่ายๆ คือหัวใจหลัก
ความเร่งมันก็คือความเร็วที่เพิ่มขึ้นใช่ไหมครับผม
แหม เร่ง กับ เร็ว นะเหรอ
ลองนึกถึงรถยนต์แล้วกัน เราอยากให้เร็วสัก100km/h มันไม่ทันทีทันใดไง
เราก็ต้องเหยียบคันเร่งใช่มะ และรถก็ไม่ได้เป็น100km/h ทันที
นั้นแหละ เร่ง เราต้องเร่งมันก่อน
เร่ง นี่เป็น เร็วและเวลา เกี่ยวเนื่องกัน ขึ้นลงได้
ความเร่งคือความเร็วที่เปลี่ยนไปในเวลา 1 วินาที
ถูกมั้ยครับ :09:
เช่น รถตอนแรกวิ่งความเร็ว 20 m/s คงที่ไปเรื่อยๆ ความเร่งจะเป็น 0 ครับ (ความเร็วไม่ได้เปลี่ยนไปเลย)
แต่ถ้าจะวิ่งจาก 20 เป็น 30 จะต้องมีความเร่งครับ (เพราะความเร็วต้องเปลี่ยน)
ความเร่ง คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วของวัตถุในช่วงเวลาหนึ่ง
อ่านแล้วรู้สึกว่าถ้าระบุว่ามันเปลี่ยนใน 1 วิ มันดูเจาะจงไปน่ะ :37:
อ้างคำพูดจาก: แมค เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 17:18 น.
ความเร่งคือความเร็วที่เปลี่ยนไปในเวลา 1 วินาที
ถูกมั้ยครับ :09:
เช่น รถตอนแรกวิ่งความเร็ว 20 m/s คงที่ไปเรื่อยๆ ความเร่งจะเป็น 0 ครับ (ความเร็วไม่ได้เปลี่ยนไปเลย)
แต่ถ้าจะวิ่งจาก 20 เป็น 30 จะต้องมีความเร่งครับ (เพราะความเร็วต้องเปลี่ยน)
ถูก :42:/
เพราะอะไรล่ะครับถึงเป็นเช่นนั้น? :09:
ครับมันจะบอกว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ต่อหน่วยเวลา
เช่น 10m/s
2 แสดงว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้น 10m/s ทุกๆ 1 วินาที
-5 m/s
2 แสดงว่าความเร็วจะลดลง 5m/s ทุกๆ 1 วินาที
100 m/hr
2 แสดงว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้น 100m/hr ทุกๆชั่วโมง
อันนี้ตอบพี่ไอซ์ครับ
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 10:56 น.
ขอแก้เพิ่มเติมนิดนึงครับ เรื่องการปล่อยดาวเทียมออกจากโลก
อ่านเจอหน้าแรกๆ แล้วมันติดใจอยู่นิดหน่อย
โลกเรามีความเร่งที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงกระทำต่อวัตถุที่ค่าประมาณคือ 9.9 กว่าๆ เมตร ต่อวินาทีกำลังสอง
เพราะฉะนั้น การจะปล่อยดาวเทียมให้พ้นวงโคจรของโลก ต้องใช้ความเร่งมากกว่าค่าดังกล่าว
คือประมาณ 11 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง
ย้ำนะครับ ความเร่ง ไม่ใช่ความเร็ว
http://www.doodaw.com/article2/index.php?topic=humanuniver213 (http://www.doodaw.com/article2/index.php?topic=humanuniver213)
:11: แหล่งข้อมูล ตัดแปะ ผมเลยนะ เอิร์ธ
อ่าวจริ๊ง :30: :46:
ไม่ได้อ่านครับ :35:
ต่อมาไปที่การบิดเบี้ยวของกาลอวกาศ (เรื่องนี้อธิบายให้เข้าใจได้ยากมาก ขออภัยถ้ายิ่งอ่านยิ่งงง :30:)
ลองนึกภาพดูว่าเส้นขนานสองเส้นเนี่ย มีทางตัดกันหรือเปล่า
ไม่มีใช่มั๊ยครับ มันไม่มีทางตัดกันได้แน่นอน
แต่ถ้าเราดันพบว่า ในบางครั้ง เส้นขนาดสองเส้นมันตัดกันได้ล่ะ?
แสดงว่ามีพื้นผิวไม่เรียบใช่มั๊ยครับ เช่น ลายแตงโม ที่ตัดกันตรงจุก
บางคนอาจเถียงว่า นี่ ก็ลายบนลูกแตงโมไม่เป็นเส้นตรงนี่หน่า ก็ใช่ครับ
แต่ลองจินตนาการว่าเป็นโลกเราสิครับ โลกเราใหญ่มากนะ
จำเรื่องเส้นกุหลาบในดาวินชีโค้ดได้มั๊ยครับ ตรงเด๊ะเลยใช่มะ ถ้าเราลากเส้นกุหลาบที่สอง สาม สี่ ออกมาข้างๆ ให้ขนานกัน
มันจะขนานกัน แต่ไม่ว่ายังไง สุดท้ายมันจะไปตัดกันที่ขั้วโลกอยู่ดี
กลับมาเข้าเรื่อง บางครั้งอวกาศก็บิดเบี้ยวไป เพราะเราไปพบว่า เส้นขนานของเรา เมื่อเข้าไปในบริเวณนั้น มันดันตัดกันได้ครับ
ทุกสิ่งทุกอยู่ที่เข้าไปในบริเวณนั้น จะบิดเบี้ยว เส้นขนาน ตัวเรา หรือแม้กระทั่งแสง
แต่เราจะไม่รู้สึกตัวเลยนะครับว่าเราบิดเบี้ยวไป
ขอจบก่อน เดี๋ยวพาลจะปวดหัวกันไปใหญ่ พี่แน็คช่วยเกลาคำให้หน่อยครับ ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าอธิบายได้ถูกต้องหรือเปล่า
ขอเบิล แยกเรื่องกัน
การเดินทางข้ามเวลาเป็นไปได้หรือไม่? โดยสตีเฟน ฮอว์กิง
http://webstory.netfirms.com/story/Timemachine/main.html (http://webstory.netfirms.com/story/Timemachine/main.html)
เป็นภาษาไทยจ๊ะ
เรื่องคู่ขนานที่เอิร์ธว่าก็โอเคนะ
คือ
1. เป็นทรงกลม แต่เส้นขนาน2เส้นไปบรรจบกันที่จุดปลาย ดังนั้นสันนิฐานได้ว่า
1.1 แตงโมกลมเพราะเส้นลายของมันไปบรรจบกันที่ปลายจุกแตงโม
1.2 โลกกลมเพราะ ถนน2เส้นขนานกันไปบรรจบที่ปลายฟ้า (เรารู้ว่าโลกกลมอยู่แล้ว)
ดังนั้นสันนิฐานได้ว่า เอกภพ กลม เพราะแสง2เส้นไปบรรจบกันที่ปลายสุดสายตาเช่นกัน
เพราะฉนั้น
ถ้าเรามีเครื่องเร่งอนุภาคที่มีพลังงานมากพอ เราจะยิงแสง เส้นเดียวไปตามมุมของขอบโค้งเอกภพ
แสงจะกลับมาที่จุดที่เรายิง (ถ้าเรามีเวลารอนะ)
ถ้าจักรวาลแบน เราจะเห็นถนนเส้นขนานกันไม่บรรจบกันเลย
ถ้าจักรวาลเรากลมเว้า เราจะเห็นถนนบานออก
//เพิ่มเติม แต่เรื่องแปลกอย่างนึง กาลอวกาศ(พื้นที่+เวลา) กลับมีลักษณะแบนราบ//
(http://img2.f0nt.com/14/a5a99596a0fced476fe77f528e453a25.gif)
อ่าว ดูยังไงก็แบนนี่?
แบนครับ จุดหนาแน่นของดาวมันทำให้เราเห็นอย่างนั้น (ไม่ว่างเปล่านะ ยังมดาวฤกษ์ดาวเคราะห์ แต่น้อย)
จริิงๆแล้ว มันเป็นอย่างนี้
(http://img2.f0nt.com/14/1347d2a2f80c5ee098516ac9272addf2.jpg)
ดูดีๆมันกลม (ที่รีออกเพราะใจกลางหมุนด้วยโปรตรอน2ตัวแนวนั้น หลุมดำหมุน น่ะแหละ)
ใครบอกว่า จักรวาลทางช้างเผือกแบน ไหนว่ามา :37:
อะ จบเรื่องว่ามันกลมจริงไหมจริงตามผมคิด
ส่วนเรื่องการเดินทางข้ามมิติคู่ขนาน ย้อนกลับไปอ่านที่ผมแปลบ้านๆ แล้วกัน
มีเรื่องของความเป็นไปไม่ได้ของจิ๊กซอร์ด้วย(มีขึ้นได้ แต่เมื่อไหร่ที่ไม่เข้าพวกกับชิ้นอื่นจะไม่สามารถเป็นจริง)
ดังนั้น พาราด๊อก เช่น ย้อนกลับไปฆ่าปู่ตัวเอง พอกลับมา ตัวเราและพ่อเราก็ยังอยู่ แถมปู่เราก็ยังอยู่
การเดินทางไปเจอตัวเราเองก็ไม่ได้เพราะ อาจเป็นการเอา สสาร และ ปฎิสสาร มาเจอกัน(ระเบิด)
แต่มันมีคู่ขนานที่ไม่เคยมีเราอยู่ และพร้อมที่จะเพิ่มเราเข้าไปโดยไม่ขัดต่อเหตุผล แน่นอน
แล้วจะระบุพิกัดยังไง RISA อาจหาคำตอบให้เราได้ :40:
อ้างอิงครับมันจะบอกว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ต่อหน่วยเวลา
เช่น 10m/s2 แสดงว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้น 10m/s ทุกๆ 1 วินาที
หมายถึง มันจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหรอครับ จาก 10 เป็น 20 30 40 50...
ไม่เพิ่มเมื่อไร ความเร่งมันก็จะเป็น 0
ใช่แล้วครับ
แล้วตกลง ไอ้ความเร็วหลุดพ้น 11 กม ต่อวินาที นี่มัน ความเร่ง หรือมัน ความเร็ว ละครับ
ถ้ามันเร่ง มันก็ต้อง 11 22 33 44 55 66 ไปเรื่อยๆเหรอครับ
หรือว่าเป็นความเร็วที่เขาคำนวณมาแล้ว 11 กม. ต่อวิ เป็นอย่างน้อยครับ
ความเร็วหลุดพ้น คือ 11 km/s ครับ
ถ้าเป็นความเร่งให้ได้ความเร็วขนาดนั้นต้อง 11 km/s^2
ปัญหาจริงๆสำหรับการหลุดพ้นคือ เราต้องตั้งฉากกับพื้นโลก
และมีกำลังมากพอที่จะเร่งให้ได้ตามนั้น เพื่อไม่ตกลงมา
สมมุติว่ามีใครแข็งแรงพอกระโดดได้ วินาทีเดียวไปถึง11กิโลเมตรตั้งฉากกับพื้น ย่อมหลุดพ้น
แต่มันไม่มีไง(หรือมีผมก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจ ตามกฎความไม่แน่นอน ของไฮเซนเบิร์ก :30:)
เรามีจรวดน้ำหนัก 1หมื่นตัน(สมมุติ) ดังนั้นเราต้องให้ 1หมื่นตัน มีความเร่งให้ได้ ตามนั้น
มันไม่ได้กระโดดแต่มันใช้ไอพ่นเชื้อเพลิงค่อยๆเร็วขึ้นไป เร่งตามสูตร(แก้นะ)
จนไม่กลับมาพื้นโลกอีก ต่างจากการกระโดดนะครับ
ซึ่งต้องออกแรงทีเดียวให้เป็น ความเร็วหลุดพ้น(เพราะคงไม่มีเครื่องยนต์อะไรที่ขา)
อ้างคำพูดจาก: ศิษย์มีครู เมื่อ 15 ก.ย. 2008, 01:39 น.
แล้วตกลง ไอ้ความเร็วหลุดพ้น 11 กม ต่อวินาที นี่มัน ความเร่ง หรือมัน ความเร็ว ละครับ
ถ้ามันเร่ง มันก็ต้อง 11 22 33 44 55 66 ไปเรื่อยๆเหรอครับ
หรือว่าเป็นความเร็วที่เขาคำนวณมาแล้ว 11 กม. ต่อวิ เป็นอย่างน้อยครับ
ความเร็วหลุดพ้น คือ
ความเร็วครับ
สมมติว่าไม่ได้พูดถึงเรื่องความเร็วหลุดพ้นนะครับ
ที่พูดว่า 11 กม
ต่อวินาที ก็แสดงว่าพูดถึงความเร็วแล้วครับ (ดูจากหน่วย)
เพราะความเร่งมีหน่วยเป็นระยะทางต่อเวลา
กำลังสอง
เรื่องความเร็วหลุดพ้นนี่คำนวณจากทฤษฎีออกมาได้เป็นหน่วยความเร็วเลยครับ
แต่ความเป็นจริงแล้วเนี่ย เราก็ต้องเริ่มเคลื่อนที่จากความเร็วเป็น 0 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือต้องมีความเร่งอยู่ดี จะเท่าไหร่้ก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายต้องเร่งจนมีความเร็วอย่างน้อย เท่ากับความเร็วหลุดพ้น ถึงจะหลุดออกไปได้ครับ
นาฬิกา คอร์ปัส
(ตัดข้อความ)
จำลองรูปแบบของจักรวาลมาไว้ในนาฬิกา อีกทั้งเวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ตามคำกล่าวของไอน์สไตน์ในทฤษฎีสัมพัทธภาพ ดังนั้นแสงไฟที่นาฬิกาของเขา
จึงมีทั้งเร็วและช้าสลับต่างกันไป...
http://www.youtube.com/watch?v=pHO1JTNPPOU (http://www.youtube.com/watch?v=pHO1JTNPPOU)
แล้ว เวลา ของคุณล่ะ มีลักษณะอย่างไร
(คิดๆ กันหน่อย)