เคยฟังเพลงใครไม่รู้เรื่องบ้างไหมครับ
ผมฟังเพลย์กราวน์ กับโนมอร์เทีย ไม่ออกเลย
เค้าร้องอะไรเหรอ เพลงก็ดี ทำไมร้องซะฟังไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้
งึมงัมๆๆๆๆๆๆๆ
ถ้าไปเดินสยาม แล้วมีคนเดิมตามก็เซย์ฮายกันบ้างนะ เฮ้
งึมงัมๆๆๆ
อย่ามาขัด อย่ามาขัด อย่ามาถูๆ เฮ้
งึมงัมๆๆๆๆๆๆ
http://www.moderndog.biz
พี่ป๊อด มีเพลงใหม่ให้โหลดกันด้วยนะ
ต้องชัดๆแบบนี้ :12:
สรุป โฆษณษเพลงพี่ป๊อด :30:
:22: เอาน่า ไปฟังกัน
ตั้งกระทู้แล้วพึ่งมาเจอ แต่ไม่รู้จะไปโพสที่ไหนหน่ะ
:30: เหมือนโฆษณาเลย
สมัยก่อนมีเพลงนึงครับของแร็พเตอร์
ตรง..
"...แต่ในบางวัน ต้องซึมเมื่อเธอไม่มา..."
ฟังลำบากไม่รู้ว่าร้องว่าอะไร :43:
...คิดเอาไว้ว่าใช่ ต้องใช่แน่ๆ....
มันเป็นอะไรที่พูดยาก ไอเอ็ดแอ่ :47:
ตูฟังบักเอไม่รู้เรื่องเลยแม้จะพูดประโยคธรรมดา :31:
:48: xit,;]z]w,jmyovtfb
นี่เป็นไง :37:
เพลง break up ของ Blackhead
ก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหลายช่วง :42:
ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงแร๊พ แร๊พช้าๆพอฟังรู้อยู่ แต่ถ้ารัวลิ้นเมื่อไร ฟังไม่ค่อยจะออกจับใจความไม่ค่อยจะได้ครับ
แต่สองวงที่ยกตัวอย่าง มันไม่ได้ร้องเร็วเหมือนแรฟนะ มันเหมือนคนตั้งใจพูดไม่ชัดน่ะ
อึดอัด
เพลงภาษาอังกฤษครับ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
ฮ่าๆๆ
วันนี้พยายามฟังเพลง album ost.dreamgirl
เจ๊แต่ละคน แหกปากร้องซะ ฟังไม่รู้เรื่อง :05:
แต่เพราะนะ :25:
ผมพยายามตั้งใจฟังหมอลำภูไทอยู่หลายปี
เข้าใจเนื้อความอยู่บ้าง แต่เฉลี่ยแล้วเข้าใจไม่เกินห้าเปอร์เซนต์ของทั้งเพลง
ประมาณว่าทั้งเพลงจะเข้าใจประโยคนึง ประโยคที่เป็นชื่อเพลงนั่นแหละ :08:
ฟังยากมาก :05:
apartment คุณป้า ค่ะ... ฟังไม่รู้เรื่องเลยยยยย :48: :48:
"เธอทาลิปสติกอยู่บนลิปสติกกก" .... แล้วเสียงนักร้องแบบ ... เมาๆด้วยนะ
โอยยย เจ็บปวดดด
ฟังเพลงน้องมาย งงไปสามวัน
ไอ้ไรวะ กาแฟน้ำการาโต้
ไอ้เราก็คิดว่า เป็นกาแฟชนิดนึงของชาวเขาคล้ายๆ คาปูชิโน่
ที่ไหนได้ มันคือ กาแฟน้ำกำลังต้ม :55:
แหม!...ก็น้องมายเขาเป็นเด็กดอยพูดไทยไม่ค่อยชัด :43:
บี้ :31: มะเร็งในใจฉัน...
:49: ฟังเป็นแบบนี้ทุกที
อ้างคำพูดจาก: ฟ้ารุ่ง เมื่อ 08 ส.ค. 2008, 13:38 น.
บี้ :31: มะเร็งในใจฉัน...
:49: ฟังเป็นแบบนี้ทุกที
แล้วจริงๆ มันร้องว่าอะไรน่ะคะ ..คือได้ยินแบบนั้นเหมือนกันแหละ.. :06:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 08 ส.ค. 2008, 14:21 น.
แล้วจริงๆ มันร้องว่าอะไรน่ะคะ ..คือได้ยินแบบนั้นเหมือนกันแหละ.. :06:
:30: :30:
มาเล็ง มั๊งคะ :30: :30:
พักสายตาเถอะนะคนดี หลับลงตรงนี้ ที่ๆมีแต่เราสองคน
ผ่านเรื่องราวผ่านน้ำผ่านลม สับสนหลายความ :43:
เพลงง่ายๆ แต่อย่าเผลอร้องผิดนะ
มาเล่นในใจฉันเต้นแบบนี้ :35:
ได้ยินว่า มะเร็ง จริง ๆ นะ :48:
ส่วนใหญ่ฟังไม่รู้เรื่อง
เพลงสากลอ่ะ :48:
ฟังไปหมดเลย
แต่ชอบฟัง r and b ตามชื่อเลยครับ tommy ------rnb
ขุดขึ้นมาหน่อยครับ
สิ้นปี 2551 แล้ว ปีนี้ใครชอบฟังอัลบั้มไหนเพลงไหนของใครมั่งครับ เอามาแชร์ๆกันมั่ง :56:
ปีนี้ไม่ค่อยมีอะไรชอบเลยอะ :37: คือเพราะเยอะแต่ยังไม่ถึงขั้นขึ้นหิ้ง
the august band - radiodrome ครับ
คนที่ชอบเพลงแนว easy listening น่าจะชอบนะ
ส่วนตัวเริ่มเอียนกับบอยแบนด์เมืองไทยแล้ว
พักหลังๆ ฟังเพลงแล้วรู้สึกยังไงไม่รู้
ทำนองไม่เพราะติดหู ขายแต่ความเสี่ยวบ้าง อาศัยหน้าตานักร้อง+เปิดกรอกหู
นานๆจะมีเพชรในบ่อโคลนมาซักเม็ด
เพราะโดยส่วนมากการฟังเพลงของผมจะเริ่มฟังเพลงที่ทำนองหรือbeatเพลงก่อนอย่างแรก
แค่จังหวะของเครื่องดนตรีประทับใจก็กินขาดสำหรับผมแล้ว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าพูดถึงแร็ปตอนเด็กชอบโจอี้บอยมากจนถึงทุกวันนี้ยังประทับใจอยู่
เหมือนเคยคุยกับพี่่บวบว่า โจอี้บอยเป็นคนที่แต่เพลงผสมความเป็นไทยลงไป hip hop ได้ดีมาก
แต่ก้านคออัลบั้มหลังผมว่าเพราะสู้อัลบั้มแรกไม่ได้ ผมชอบอัลบั้มแรกมากกว่า
ตอนนี้ก็เลยหนีไปฟังอะไรที่มันdarkๆ หน่อยอย่างthaita,50cent,snoop dog
------------------------------------------------------------------------------------------------
ทุกวันนี้ผมฟังเพลงหลากหลายแนวมาก
เป็นพวกเน้นชอบเสียงพวก รีทกีต้าร์กับจังหวะกลองมันส์ๆ
มีวงมาแนะนำ คนที่ชอบแนวmetal วง403 ของญี่ปุ่นครับ รู้สึกจะเป็นวงnoname ไม่ดังมากครับ แต่มันส์
เพลงที่แนะนำ
403 - Southern Cross
403 - blaze of Life *แนะนำ
403 - northern_lights
---------ฟังเนื้อไม่ค่อยออกแต่เป็นมันร้องภาษาอังกฤษทุกเพลง ฟังซะนึกว่ามันร้องภาษาญี่ปุ่น------
กับเพลง
Hirano Aya (CV Suzumiya Haruhi) - God knows
อันนี้เพลงในตำนาน ไม่มีโอตาคุที่ไหนไม่รู้จัก เพราะเธอคือ "บร๊ะจ้าวววววว"
--------------------------------------------------------------------------------------------------
เบิร์ด ก้านคอฯ ชุดแรกที่ได้มาอะ พอไรต์ไปเปิดในรถ (แปลงเป็น mp3 ก่อนแล้ว เพราะเปิดในไอทูนไม่ได้)
มันไม่ดังเฉยเลยอะ -_-"
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 01 ม.ค. 2009, 17:05 น.
เบิร์ด ก้านคอฯ ชุดแรกที่ได้มาอะ พอไรต์ไปเปิดในรถ (แปลงเป็น mp3 ก่อนแล้ว เพราะเปิดในไอทูนไม่ได้)
มันไม่ดังเฉยเลยอะ -_-"
อ้าวหรอครับ เดี๋ยวลองแก้ให้ครับ
:27:
ปีที่ผ่านมาฟังเพลงลูกทุ่งผ่านคลื่นแทรกคลื่นแซบครับ
กับหมกมุ่นฟังพี่ปู แถมมาลีฮวนน่า กับคาราบาวบ้าง
Franz Ferdinand !!!
ชุด3จะออกแล้ว !!!
กรี๊ดๆๆ :53:
รู้สึกไม่ค่อยตื่นเต้นกับวงอังกฤษดังๆแล้วแฮะ
เพราะชอบวงอินดี้ป๊อบหน้าใหม่ๆในปี 2008 มากเลย :37:
franz ก็เลยรู้สึกเฉยๆ ถ้าเกิดว่าทำเพลงออกมาแนวทางเดิมๆ :16:
ฟังเพลย์กราวด์ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
กระแดะร้องไม่ชัดเลย :41:
อัลบั้มแรกๆก็พอชัดอยู่บ้าง
อ้างคำพูดจาก: Hideric เมื่อ 19 ม.ค. 2009, 22:06 น.
ตอนนี้กำลังบ้าวง The Black Mages
Maybe I'm a Lion - The Black Mages
http://www.youtube.com/v/MTKSpjanQQ4&hl=en&fs=1"%20type="application/x-shockwave-flash
แบบนี้แหละที่ผมชอบ รู้สึกว่าเพลงมันเท่มากอย่างบอกไม่ถูก
เอ๊...อย่างงี้เค้าเรียกได้ว่าเป็น progressive rock ได้รึเปล่าครับ
Progressive Rock มันคือนวนี้รึเปล่าครับ คาใจอยู่นานแล้ว
อ้างคำพูดจาก: แสนชื่น เมื่อ 02 ม.ค. 2009, 01:05 น.
Franz Ferdinand !!!
ชุด3จะออกแล้ว !!!
กรี๊ดๆๆ :53:
โคตรแห่งความไม่ปลื้มเลยครับ :48:
อ้างคำพูดจาก: แสนชื่น เมื่อ 02 ม.ค. 2009, 01:05 น.
Franz Ferdinand !!!
ชุด3จะออกแล้ว !!!
กรี๊ดๆๆ :53:
ฟังfallenอยู่เพลงเีดียว
เพราะฟังแวบแรกแล้วติดหูทันที
แต่พอฟังเพลงอื่นแล้วเฉยๆอ่า
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 03 ม.ค. 2009, 01:37 น.
ฟังเพลย์กราวด์ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
กระแดะร้องไม่ชัดเลย :41:
อัลบั้มแรกๆก็พอชัดอยู่บ้าง
ไม่ได้กระแดะร้องไม่ชัดนะ พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย
เรียนที่เดียวกันปีเดียวกันมา เคยเจอหลายครั้ง :30:
อ้างคำพูดจาก: Hideric เมื่อ 19 ม.ค. 2009, 22:16 น.
Progressive Rock มันคือนวนี้รึเปล่าครับ คาใจอยู่นานแล้ว
Black mage เป็น instrumental rock ครับ แต่จริงๆจะเรียกว่าเป็น progressive ก็ไม่แปลกครับเพราะใกล้เคียงกัน
ขอบคุณครับ :46:
แต่ Instrumental rock นี่มันมีข้อแตกต่างกันมากน้อยกับ Progressive Rock ยังไงอะครับ
อ้างคำพูดจาก: Hideric เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 10:31 น.
ขอบคุณครับ :46:
แต่ Instrumental rock นี่มันมีข้อแตกต่างกันมากน้อยกับ Progressive Rock ยังไงอะครับ
เอาจากความเข้าใจผมเองนะ :42:
จริงๆการจำแนกสาขาในเพลง ROCK ค่อนข้างทำได้ยากมาก เพราะแขนงมันเยอะแล้วก็ซ้อนทับกันมากจนแยกแทบไม่ออก
Progressive ยุคแรกๆ คือการทำ Rock ให้ก้าวหน้าขึ้น คือพยายามใส่พวกอุปกรณ์เทคนิค หรือการทำ Synthesizer เข้าไปประยุค
เน้นจังหวะและโครงสร้างของเพลง ออกไปในทางฟุ้งๆลอยๆ ถ้่าจะดูให้ละเอียดก็คงต้องดูพวกคีย์โน๊ต ไม่ก็โครงสร้างของเพลง ที่จะเอาโครง
สร้างเพลงคลาสสิคเก่าๆมาประยุคเข้ากับเพลงและคีย์ของ Rock ซึ่งผมไม่สันทัดขนาดนั้น ตัวอย่างชัดของ Prog คือ Pink floyd,King crimson, YES! หรือให้ง่ายหน่อยก็ DREAM THEATRE.. ถ้าจะเอาในระดับคนฟัง เป็นร๊อคเน้นเร็วช้าเป็นจังหวะ ตัวโน๊ตค่อนข้างชัด ใส่เทคนิคเข้าไปเยอะๆหน่อย
Instrumental Rock ชื่อก็บอกตรงๆแล้วว่า เน้นไปในทางการใช้เครื่องดนตรีเป็นหลัก จริงๆมันก็เป็นสาขาแตกมาจากพวก Instrument ทั้งหลายนั่นแหละครับ แต่ใส่ความเป็น ROCK เข้าไป พวกนี้จะหนักไปในทาง Guitar Hero นะครับ เช่น Joe Satriani, Steve Vai, Paul Gilbert(MR.BIG) ดังนั้น เสียงร้องจะน้อยมาก มีใส่ Synthesizer บ้างเหมือนกัน ดังนั้น เพลงก็จะไปในทำนองเดียวกับ Prog เลยซ้อนทับกันได้ง่าย เพราะมันก้ำกึ่งงานดนตรีก็จะข้ามไปข้ามมาได้ สำหรับในหลายๆวง อย่าง DRAM THEATRE หลายสำนักก็ว่าเป็น Instrumental Rock ได้เหมือนกันครับ
เอาเป้นว่า ลองฟังบ่อยๆแล้วกัน มันอธิบายลำบากน่ะ อยากรู้แต่ละสาขาละเอียดกว่านี้ ลองใน Wiki โลด
http://en.wikipedia.org/wiki/Instrumental_rock (http://en.wikipedia.org/wiki/Instrumental_rock) -Instrumental Rock-
http://en.wikipedia.org/wiki/Progressive_rock (http://en.wikipedia.org/wiki/Progressive_rock) - PROG(Progressive) Rock-
+ เลยครับ
ผมก็ฟังดรีมอยู่เหมือนกันแต่ยังไม่ได้หาวงอีืนมาลองฟัง
แต่ฟังครั้งแรกรู้่สึกดรีมนี่เป็นอะไรที่สุดยอดมาก...! แนวโคตรๆ
เคยฟังดรีมเหมือนกัน รู้แค่ว่าโซโล่นานมากๆ
ขาร๊อคเบื่อ เลยเปิดก๊อฟไมค์แทน :30:
ตอนฟังเพลงใหม่ๆเคยมีช่วงนึงคึกจัด+อยากโชว์สาว
เลยอยากจัดประเภทของ ROCK เป็นหมวดหมู่ดู นั่งฟังนั่งอ่าน
ตายสนิท :30: แมร่ง สาขายังกะรากฝอย ทับกันไปมาอีกต่างหาก
ขอแนะนำ Pink Floyd ครับผมฟังครั้งแรกๆยังชอบมากเลย เจ๋งมากสำหรับงานในยุคขนาดนั้น :12:
ผมชอบมือกลองมากๆ เห็นว่าติดอันดับ1ใน3ของโลกอยู่
แนว Prograssive Rock เปน Mike portnoy
แนว speed metel คือ Yoshiki
แนว ROCK คือ Ray luzier วง Hideous sun demon
ไม่แน่ใจว่าอันดับ1 ยังเป็นของโยชิกิแห่งX รึเปล่า
มือคีย์บอร์ดก็สุดยอด เคยดูDVD ที่สดงที่ NY. เป็นอะไรที่สุดยอดมาก
เพลงที่ชอบก็มี
Overture 1928
Strange Deja Vu
ในคอนเสริต เค้าเล่น2เพลงต่อกันเลย มันส์มาก
Ytse Jam
เป็นเพลงที่ผมชอบ เพราะเหมือนได้โชว์พลังกันเต็มที่ีดี
------------------------------------------------------------------------------------------------
ว่าแล้วขุดแผ่นมาดูอีกรอบ มันส์มาก
ว้าว สงสัยมานานแล้วครับพวกเพลงร็อคนี่ประเภทเพลงมันแยกกันแบบไหน
ป๋าโยชิกิ สังขารไม่ไหวแ้ล้ว :39:
อยากฟัง Prog Rock แบบล้ำๆ กว่านี้ก็ต้อง Muse นะครับ :53:
แตกออกไปเป็นแนว Neo Prog อีก
รางวัลมือกลอง speed metal ตกไปอยู่กับมือกลอง slipknot แล้วหนิครับ
อ้าว...ไอ้นี่มันของปีไหนกันหว่า :39:
-----------------------------------------------------
ใครมีผลของปีที่ผ่านมามั่งอะัครับ
อ้างคำพูดจาก: ถลอก เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 11:19 น.
ว้าว สงสัยมานานแล้วครับพวกเพลงร็อคนี่ประเภทเพลงมันแยกกันแบบไหน
บ้างก็แยกตามที่มา ตามแนวโครงสร้างดนตรี องค์ประกอบ ท่อน Riff
แต่สุดท้ายกลายพันธุ์กันก็เยอะครับ ไม่ก็แตกออกเป็นแนวใหม่ไปเลยก็มี
จริงๆเมื่อก่อนผมเป็นสาวกในสาย Hard Rock - Metal - Main Stream ซึ่งในแนวนี้
ก็มีสายย่อยของมันลงไปอีกเยอะมาก เช่นในสาย metal ก็จะมีทั้ง Trash - Speed - Glam - Gothic - Country - nu - Death - Black เป็นต้น
ซึ่งหลังๆมันแตกซะละเอียดและกลายพันธุ์จับขั้วกันเลย จัดลำบากมาก ลองดูใน Wiki ก็ได้ครับในแต่ละวง ส่วนมากจะเขียนไว้อย่างน้อย2 แนวเพลงสำหรับวงนั้นๆว่าเป้นอะไร บางอันเป็น 4-5 แนวเลยก็มี
ผมเองก็เล่นกลอง มือกลองที่ผมชอบคือ Rick Allen ของ Def Leppard ครับ
เพราะเค้าเป็นมือกลองแขนเดียว แล้วเล่นหนักด้วย สู้ชีวิตสุดๆ :12:
ถ้าเอาแบบละเอียดยิบแตกยับยิบย่อยฝอยทองสุดๆ
ต้องไปดูที่ Allmusic.com ครับ อธิบายแต่ละแนวแบบของแท้ๆไปเลย มีจัดอันดับอัลบั้มในแนวๆนั้นไปด้วย
อ่ะ อันนี้แนว Prog Metal http://www.allmusic.com/cg/amg.dll?p=amg&sql=77:2952
10 อันดับมือกลอง (ไม่รู้ขอปีไหน แต่ที่รู้คือ โจอี้ ได้ที่ 1 หลายปีแล้ว ได้ราวๆ ปี 2004)
_ttp://www.the-top-tens.com/lists/best-rock-drummers.asp
ผมว่ามันไม่มีอันดับของโลกจริงๆหรอกครับ
จัดกันเป็นสำนักๆมากกว่า
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 12:00 น.
ผมว่ามันไม่มีอันดับของโลกจริงๆหรอกครับ
จัดกันเป็นสำนักๆมากกว่า
จริงครับ แล้วแต่ Magazine หรือ เว๊บ หรือที่ไหนเป็นคนจัด
แต่ทุกคนก็สุดยอดทั้งนั้นจริงๆแหละครับ :12:
งั้น สำนัก f0nt ล่ะ ให้ใคร :47:
กันย์ แห่ง f0nt ให้ John Dolmayan แห่ง System of a Down ครับ :47:
เอ็ม แห่ง ฟoนต์ ให้ Nathan Jonas "Joey" Jordison แห่ง Slipknot ครับ :47:
โอดำ แห่ง f0nt ให้ Dave Lombardo ของ Slayer ครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: eMz Core.- เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 12:10 น.
เอ็ม แห่ง ฟoนต์ ให้ Nathan Jonas "Joey" Jordison แห่ง Slipknot ครับ :47:
เบิร์ด แห่ง ฟoนต์ ให้ มือกลองร่างลูกหมา Joey Jordison แห่ง Slipknot เช่นกันครับ
โหวตกันทั้งรุ่นดึก และรุ่นลูกหมา :12:
ผมให้มือกลองวงฟลัวครับ ชื่ออะไรไม่รู้
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 11:50 น.
บ้างก็แยกตามที่มา ตามแนวโครงสร้างดนตรี องค์ประกอบ ท่อน Riff
แต่สุดท้ายกลายพันธุ์กันก็เยอะครับ ไม่ก็แตกออกเป็นแนวใหม่ไปเลยก็มี
จริงๆเมื่อก่อนผมเป็นสาวกในสาย Hard Rock - Metal - Main Stream ซึ่งในแนวนี้
ก็มีสายย่อยของมันลงไปอีกเยอะมาก เช่นในสาย metal ก็จะมีทั้ง Trash - Speed - Glam - Gothic - Country - nu - Death - Black เป็นต้น
ซึ่งหลังๆมันแตกซะละเอียดและกลายพันธุ์จับขั้วกันเลย จัดลำบากมาก ลองดูใน Wiki ก็ได้ครับในแต่ละวง ส่วนมากจะเขียนไว้อย่างน้อย2 แนวเพลงสำหรับวงนั้นๆว่าเป้นอะไร บางอันเป็น 4-5 แนวเลยก็มี
ผมเองก็เล่นกลอง มือกลองที่ผมชอบคือ Rick Allen ของ Def Leppard ครับ
เพราะเค้าเป็นมือกลองแขนเดียว แล้วเล่นหนักด้วย สู้ชีวิตสุดๆ :12:
โอ้ว อ่านแล้วมึนตึ๊บบ
ผมเองก็ชอบเล่นนักร้องครับ หลังๆตังค์ในกระเป๋าไม่ถึง เลยหันมาเล่นเด็กเสิร์ฟแทนครับ
เคยมีใครสักคนนี่ล่ะเคยบอกไว้ว่า
ไม่มีวงดนตรีไหนในโลกหรอกที่เล่นแค่แนวเดียว
ถ้าคุณตั้งใจจะแยกจำแนกแนวออกมาจริงๆ ยังไงมันก็แยกย่อยได้อีก
อ้างคำพูดจาก: ถลอก เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 13:18 น.
โอ้ว อ่านแล้วมึนตึ๊บบ
ผมเองก็ชอบเล่นนักร้องครับ หลังๆตังค์ในกระเป๋าไม่ถึง เลยหันมาเล่นเด็กเสิร์ฟแทนครับ
:30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: ถลอก เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 13:18 น.
ผมให้มือกลองวงฟลัวครับ ชื่ออะไรไม่รู้
ไอ้เอิร์ธครับ เพื่อนผมเอง :30:/
ตีกลองเทพเจ้าเลยนะครับ ผมชอบมาก :27:
ออกชุดใหม่ ขอซีดีพร้อมลายเซนต์ให้อันหนึงนะครับ
ลายเซนต์ไม่ต้องก็ได้ขอซีดีไว้ก่อน
ผมยังไม่เคยซื้อเลยครับ :30:
เคยอุดหนุน ชุดก่อนชุดล่าสุดมาแผ่นหนึงนะ :26:
ฟลัวเคยได้ยินเพลงมาบ้าง
แต่บอกจริงๆ ว่าผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวงนี้เลย :42:
และวงไทยอีกหลายๆ วงก็เช่นกัน :39b:
ฟลัวกลองเจ๋งนะ โดดเด้งมาก
ชอบมาก :25:
พี่ถลอกออกนอกหน้ามาก :30:
ผมดันไม่ค่อยชอบพวกมือกลอง
ที่ตีดังออกมาจนโดดเด่นแฮะ
เพราะรู้สึกว่า กลองคือผู้ควบคุมจังหวะในวง
แต่ถ้าดันมาบ้าโซโล ตีตูมๆๆๆๆ เข้าไป
ก็จะกลายเป็น ตำแหน่งกลองนำเหมือนกับวงกลองยาวไปซะนี่
อย่างว่า วงร็อคก็พยายามหาอะไรที่แหวกๆ ออกไป
มีโซโลกีตาร์ มีโซโลเบสแล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ กูก็อยากดังด้วย
เลยโซโลกลองมันซะเลย
มือกลองที่เก่งๆ ในความเห็นผมคือ
มือกลองที่คุมจังหวะดีๆ แม่น สม่ำเสมอ
แล้วใช้ลูกเล่น ในการส่งจังหวะ้ให้กับผู้ร่่วมวงคนอื่นๆ ได้โดดเด่นออกมา
เหมือนกับการเอาสปอตไลต์ไปส่อง
ตามผู้ร่วมวงตรงตำแหน่งและเวลาที่เหมาะสม
สำหรับผมคือ Phil Selway ของ Radio Head ครับ :12:
ตอนนี้ฟังshoegazeกับpsychedelicเยอะมาก
โดยเฉพาะวงไทย
โซออนๆ
ชอบradioheadด้วยคนครับ
ผมว่าดนตรีลงตัวมากอ่ะ การarrangeเพลงเค้า
ส่วนประหลาดๆเยอะแยะ
ฟลัวนี้ชอบนะ แต่ฟังในซีดีจะไม่ปลื้มเท่าไหร่ ต้องฟังสดโคตรรรรมันส์ :30:
เรื่องมือกลองเด่นนี้ มันเป็นกระแสดนตรีที่เริ่มมาได้สองสามปีแล้วครับ :46:
ผมชอบนะ ที่กลองเริ่มมีบทบาท แต่ไม่ใช้ว่าแย้งซีน หมายถึงว่าเพิ่มรสชาติให้กับเพลงมากขึ้น มีการเปลี่ยนจังหวะ ส่วนไหนว่างก็เติมให้มันมีสีสันและน่าฟังมากขึ้น ฟังได้นานขึ้น
ถ้ามือกลองที่อึ้งทึ้งนี้เมื่อก่อนคงยกให้ฟลัว เพราะตีแต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย แต่ตอนนี้ยกให้มือกลองวง SAOSIN สุดยอด :30: รัวไม่ยั้งเลย
ถึงฝีมือจะไม่ได้ระดับเทพเจ้าแต่ชอบครับ :43:
เน๊อะอู๋เน๊อะ :27:
Saosin ก็ชอบนะ เพลงมันไม่เบา แต่ก็ไม่หนัก
อยู่กลางๆ ฟังไำด้เรื่อยๆ :12:
bodyslam ก็ลอกมา :30: พี่ชัชให้สัมภาษณ์เลยว่าได้แรงบรรดาลใจมาจากวงนี้
ฟลัวร์ ผมชอบเล่นสดนะ ทั้งวงเลย ได้อารมณ์กว่าฟัง ซีดี เยอะ
เคยดู พี่ยุ่น แบล๊กเฮด เล่น COVER เพลงของ X รู้สึกจะเป็น Silence Jealousy
แกฟาดซะเหมือนเลย เจ๋งโคตรเลย
แต่ถ้ามือกลองในดวงใจต้องนี่เลย พี่โต้ ชีริค ติ๊ก ชีโร่
เมพขิงๆเลยครับ ไอดอลตั้งแต่เ็ด็กๆเลย :27:
โอ้จิงด้วย แกได้รางวัลระดับประเทศเลยหนิครับ แต่ลุคไม่ให้ :43:
เคยเห็นแต่พี่ติ๊กตีกระป๋อง ฟาดเก้าอี้ ไม่เคยเห็นพี่แกตีกลองจริงๆเลย :44:
ถ้ายังไม่เคยเห็น คงจะหายากแล้วล่ะครับ
ผมเองก็เคยดูจากทีวีสมัยที่ยังไม่ประสีประสาเรื่องดนตรีเลย
http://www.youtube.com/v/ri2o4HFKaks&hl=en&fs=1
นี้ไง ถ้าฟังผ่านๆจะไม่รู้ว่าเพลงนี้ใช้มือกลองสองคน :12:
ชอบ Jamiroquai อะครับ
มากๆเลย เพลงมันสนุกดี
ไม่เคยชมว่าเพลงเพลงไหนสนุกนะ
มันแปลก
แต่ของตา Jason นี่เพลงมันเออนะ เพราะก็เพราะ
สนุกดี ไม่ถึงขั้นมันส์ แต่ถ้าเป็นคอนเสิร์ตละไม่แน่
ถ้าคอนเสิร์ตมันมาเมืองไทยจริงๆ ผมคนนึงละ จะไปชักดิ้นชักงออยู่ในนั้น
น่าเสียดายที่เมื่อก่อนมันไม่มาเมืองไทย
เพราะสาเหตุเรื่อง "ความปลอดภัย"
มันใส่โคว้ทแบบนี้ไว้ในเวบมันเลย
เลยเอ๊ะ มีฮิดเด้น อะเจนด่าอะไรรึเปล่า
แต่ยังไงก็จะรอ
เพราะเซิร์ชดูคอนเสิร์ตมันในยูตุ้บแล้ว โอ้โห มันส์สุดๆ
อีกวงนึงที่ชอบก็คือ Tahiti 80 ครับ
อัลบั้มวอลเปเอร์ฟอร์โซล เพราะนะ ลองหามาฟัง
อ้างคำพูดจาก: อู๋ดูอู๋ดูอู๋ดูอู๋ดู เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 20:21 น.
http://www.youtube.com/v/ri2o4HFKaks&hl=en&fs=1
นี้ไง ถ้าฟังผ่านๆจะไม่รู้ว่าเพลงนี้ใช้มือกลองสองคน :12:
โอ้แม่เจ้า เพลงนี้ชอบมากเลยนะ แต่พึ่งรู้ว่าตีกลองกันสองคน :06: ที่ใส่หมวกนั่นพี่ติ๊กเหรอนี่ :25: เท่สุดๆ
ปล. มือเบสใช่มือเบสวงซีลหรือเปล่าครับ หน้าคุ้นๆ
ปล. ชอบคริส หอวัง :25: :25:
ชอบ Jamiroquai เหมือนกันครับ
ชอบทั้งเพลงทั้งเอ็มวี ชอบเป็นพิเศษเวลาขับรถ ลมตีหน้า รู้สึกสบายใจดี :52:
:12:
Jamiroquai ฟังเวลาขับรถสนุก ไม่ง่วงดีครับ
ยิ่งเพลง Cosmic Girl นะ
บิ๊วว่าตัวเองขับรถสปอร์ตแบบในเอ็มวี :52:
:30:
http://www.youtube.com/watch?v=F2mr2yY5F3c (http://www.youtube.com/watch?v=F2mr2yY5F3c)
ลองไปดูในวิกิดิพี่ รถแต่ละคันที่เจเคสะสมนะ.. :25:
งั้นๆ แหละ ใน GT ผมมีเยอะกว่าอีก :26:
ยี่สิบกว่าคันนะพี่ มีแต่ Exotic ไม่ก็ Classic Car :08:
http://www.youtube.com/watch?v=rJZAg2KL_FY (http://www.youtube.com/watch?v=rJZAg2KL_FY)
ถ้าอยากเห็นพี่ติ๊กโชว์ตีกลองเต็มสูบ ต้องหายากแน่ๆครับสมัยนี้ :48:
JK ผมก็ชอบนะ เป็นตัวพ่อของงาน Electronic Acid Jazz เลย เริ่มชอบครั้งแรกเลยจาก
MV - Emergency on planet earth ที่ดูใน MTV สมัยชาติที่แล้วได้ รู้สึกว่าเพลงสนุกดีแฮะ
ขยับตัวตามได้ตลอดเลยตามติดเรื่อยมา ซึ่งก็มีของให้แปลกใจได้อยู่เสมอ ทั้งแนวเพลงและ MV
และที่สำคัญ ผมชอบหมวกพี่แกครับ เค้าเป็นคนชอบใส่หมวก สะสมหมวก และเอามาโชว์ใน MV ตลอด
คนอะไร เท่ชิบเป๋ง
งานคอนเสิร์ทตอนนั้นมีบัตรแล้วเหมือนกัน แต่เพราะความไม่ปลอดภัยซึ่งศิลปินระดับนี้ เค้าไม่เอาตัวมาเสี่ยงแน่
เค้าเลยเลื่อนไม่มีกำหนดแบบถาวร และยอมจ่ายค่าเสียหายตามสัญญาให้บริษัทจัดในไทยไปแทน เรียบร้อยแล้วด้วย
ช่วงนั้นหลายวงเลย ต้องถอนสัญญาแบบยังไม่โปรโมทก็มี เพราะมันไม่ปลอดภัยนี่แหละ
มีช่วงนึงสมัยมหาลัย ผมชอบเพลงแบบ Club Dance เพราะอิทธิพลมาจากการฟัง JK นี่แหละ แล้วอยากรู้เพิ่มว่ามันมีอะไรต่ออีกมั๊ย
ประกอบกับสมัยนั้น M.O.S. มาเปิดในไทยด้วย ด้วยค่าเข้าแพงมหาศาล(อาศัยบัตรฟรีที่ได้มาบ่อยเอา :30:)
เลยทำให้รู้ว่าเพลงแบบนี้มันมันส์มากเลย ถ้าบรรยากาศกับเครื่องเ้สียงถึง ไม่แปลกใจที่ดูคอนเสิร์ทแล้วมัน Dance กันลืมตายเลย
จนถึงช่วงนึงที่คิดจะเก็บตังเรียนเปิด Turn table (สมัยแผ่นไวนิลอยู่เลย) แต่ไม่สำเร็จ :30: เลยได้แต่ไล่เก็บฟังมาตลอด
และหลงติดงอมแงมกับเพลง Electronic :42: มีวงหัวหอกที่เริ่มฟังแรกๆ ก็มี
Basement Jaxx เป็น UK House อันนี้สนุกทุกชุด ฟังแล้วไม่อยาก Dance ตามผมให้เตะเลย :30:
Daft Punk เป็น Electronic House เพลงแบบ Robotic หน่อย ชอบความสร้างสรรค์ของแกมากๆ แก่กว่าผมไม่กี่ปีเองแต่ทำเพลงเจ๋งมาก :12:
แนะนำให้ลองหา คอนเสิร์ทมาดูครับ ไอหัวหุ่นยนต์สองตัวนี่มัน โคตรเท่เลยครับ
จากนั้นก็ยาวครับ ล่อไปทุกแนวเลย :30:
Tahiti80 วงจากฝรั่งเศส แต่ทำเพลงอังกฤษ
ชุดWallpaper of Soul ผมชอบที่สุดนะในบรรดาอัลบั้มของเค้าทั้งหมด โดยเฉพาะเพลง 1,000 Times :12:
ในแนวใกล้เคียงกัน ผมขอแนะนำ Architecture in Helsinki ครับ วงจากออสเตรเลีย ตอนนี้มีทั้งหมด 3 ชุด
สนุกแบบโคตรครีเอท ฟังง่ายๆสบายๆแต่แอบสนุกครับ เหมาะกับการเปิดให้สาวๆฟังมากๆด้วย เพราะมันน่ารักดี
ชุดแนะนำสำหรับสาวๆคือ Fingers Cross แต่สำหรับหนุ่มๆ ผมแนะนำ In case we die ครับ
ในคอนเสริต b-day ก็มีโชว์ ตีกลองคู่ระหว่าง มือกลองของ Venus butterfly กับ มือกลองของ ฟลัวว์ ฟังแล้วก็เหมือนเป็นตัวเดียวเหมือนกัน
------------------------------------------------------------------------------------------------
มีข้อสงสัยกับเพื่อนอยู่อย่างนึงครับ เพลง นี้อะครับ
Southern cross ของวง 403
http://media.imeem.com/m/735v-SgWLn/aus=false
กับเพลง
Kurenai ของ X-japan
http://media.imeem.com/m/CZl_m74_s_/aus=false
------------------------------------------------------------------------------------------------
speed กลองใกล้เคียงกันเลย
เลยอยากรู้ว่าเป็นไปได้มั๊ย ที่จะเร่งspeed กลองหลังบันทีึกเสียงของกลองเสร็จแล้วเอา
แล้วเราจะฟังออกมั๊ยครับว่าอันไหนเร่ง speedมาอันไหนตีปรกติ
ผมว่าถ้าวงระดับนั้น คงไม่เร่งครับ ตีของจริง มีเมโทรนอมในหัว ตีแบบเปะๆไม่มีพลาด
ถ้าอัดสดแล้วเอามาเร่งคงจะแปลกๆ แต่ถ้าทำในคอมมาแล้วเอามาเร่งคงแยกไม่ค่อยออก
อัดแล้วมาเร่งจังหวะเอง เสียงจะเพี้ยนครับ ปรับเพิ่มลดได้นิดหน่อยแค่ให้พอดูกล้อมแกล้ม
แต่เพิ่มให้ได้ทั้งเพลงยากครับ และเสียงคุณภาพจะไม่ดีด้วยเสียงคร่อม พล่าไม่หนักพอครับ
อย่างที่อู๋ว่า วงระดับนั้นคงไม่ต้องมานั่งปรับในคอมหรอกครับ สั่งอัดใหม่ง่ายกว่า
ของX ตีนี่ไม่สงสัยหรอกครับ เพราะดูในคอนเสริต มันก็เล่นสดได้เหมือนที่หรือดีกว่าด้วยซ้ำ
แต่วง403 ที่ผมฟังนี่มันค่อนข้างnoname มากๆ เลยไม่แ่น่ใจเท่าไหร่ว่ามันเล่นได้ขนาดนี้เพราะฝีมือจริงรึเปล่า
แต่สุดยอดมากๆสำหรับผม กลองตีมันส์โคตร
ใช้มือปืนรับจ้างป่าวครับ :47:
เห็นเว็บแล้วครับมี 3คนเอง
เป็นพวกเพี้ยนด้วย มีคลิปแบบว่าถ่าย rider kick เล่นกันเองเอามาลงด้วย
เห็นบอกว่า
อ้างอิง
403 -Forbiddena- <<<< Vocal & Music ถ้าจำไม่ผิด บางเพลงตานี่ทำกีต้าร์กับกลองทั้งหมดเองด้วย เอิกส์ ...ปีศาจ
ถ้าเรื่องกลองวงที่รัวกลองในเพลง แล้วลงตัวไม่รกเกิน ผมชอบ W.A.S.P.
อย่างชุด THE CRIMSON IDOL นี่มันเครดๆ
ชอบดนตรีและหัดเล่นดนตรีเหมือนกันครับตอนนี้...บ้าเล่นเบสอยู่
อันนี้วงผมครับ...แนะนำกันให้รู้จังครับ
http://www.youtube.com/watch?v=wbyxeWaQcAg&eurl=http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=165445024&feature=player_embedded (http://www.youtube.com/watch?v=wbyxeWaQcAg&eurl=http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=165445024&feature=player_embedded)
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 23:22 น.
ผมดันไม่ค่อยชอบพวกมือกลอง
ที่ตีดังออกมาจนโดดเด่นแฮะ
เพราะรู้สึกว่า กลองคือผู้ควบคุมจังหวะในวง
แต่ถ้าดันมาบ้าโซโล ตีตูมๆๆๆๆ เข้าไป
ก็จะกลายเป็น ตำแหน่งกลองนำเหมือนกับวงกลองยาวไปซะนี่
อย่างว่า วงร็อคก็พยายามหาอะไรที่แหวกๆ ออกไป
มีโซโลกีตาร์ มีโซโลเบสแล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ กูก็อยากดังด้วย
เลยโซโลกลองมันซะเลย
มือกลองที่เก่งๆ ในความเห็นผมคือ
มือกลองที่คุมจังหวะดีๆ แม่น สม่ำเสมอ
แล้วใช้ลูกเล่น ในการส่งจังหวะ้ให้กับผู้ร่่วมวงคนอื่นๆ ได้โดดเด่นออกมา
เหมือนกับการเอาสปอตไลต์ไปส่อง
ตามผู้ร่วมวงตรงตำแหน่งและเวลาที่เหมาะสม
สำหรับผมคือ Phil Selway ของ Radio Head ครับ :12:
ไม่ค่อยมีความรู้อะไรเกี่ยวกับมือกลอง
แต่เห็นด้วยกับพี่ณตครับ ผมว่าเรื่องของเรื่องคือ
พอคนที่แกนความคิดทางดนตรีไม่แน่น มันจะหลงไปกับเรื่องของเทคนิคมากไป
แต่คนที่ชอบแบบนั้นก็เยอะน่ะนะครับ ในยุคนึงมันถึงสดุดีกันแต่กีตาร์ฮีโร่
โซโล่กันวอดวายจนเกินความจำเป็น ก็ถือว่าเป็นกลุ่มวัฒนธรรมย่อย
ทางดนตรีกลุ่มนึงไป เช่น ดรีมเทียเต้อ ก็ถูกจัดอยู่ในดิวิชั่นนี้
แต่พอดีใจความทางศิลปะพวกเขาครบ จึงข้ามเขตนั้นมาได้
ส่วนเรดิโอเฮดนั้น เห็นด้วยอีกเช่นกัน
จริงๆใครชมอะไรวงนี้ ผมก็เห้นด้วยหมดนั่นแหละ
เอาบทความที่เขียนเกี่ยวกับพวกเขามาให้อ่านกัน
เขียนเล่น ร่วมกับไอ้กันย์ทำอะไรกันเมื่อไม่นานมานี้(แต่ล่ม :30:)
อ้างอิงเรดิโอเฮด
ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของโลก
ขณะที่สายตาเราจับจ้องไปยังอนาคต
มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงอดีต
กี่ร้อยคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อนหน้า
ก็ไม่อาจสร้างความเข้าใจแก่เรา
โลกก่อนการมาถึงของไฟฟ้าและเอดิสัน?
มนุษย์ก่อนหน้ายาเพนนิซิลิน?
เมืองไทยก่อนการปรากฏตัวของทักษิณ?
ชีวิตก่อนหน้าเดอะ ชาร์ลาทันต์ถึง เทร็นต์ เรชเนอร์
ผู้มาย่อยสลายรูปแบบของดนตรีที่แสนอึดอัดในยุคก่อนหน้า
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เรานึกไม่ออกเสียเลย
เช่นเดียวกัน โลกก่อนเรดิโอเฮด หน้าตาเป็นยังไง?
"อะไรนะ?"
เด็กๆจะถามเราในสักวันหนึ่ง
"พ่อหมายถึง พวกศิลปินต้องขายเพลงของพวกเขาให้บริษัท
เพื่อที่จะให้มันถึงหูคนฟังยังงั้นน่ะเหรอ
...ทำไมต้องทำอะไรยังงั้นด้วยล่ะ?"
วิธีคิดที่ศิลปิน"ส่งเสียง"มาถึงหูเราโดยตรง
โดยไม่ต้องผ่านบริษัทแผ่นเสียง หรือกลุ่มทุนใดเริ่มปรากฏ
มาก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ด้วยระบบไปรษณีย์และนิตยสาร
แต่ก็เป็นได้เพียงเสียงกระซิบที่ไม่มีใครได้ยิน
จนกระทั่งสัตว์ประหลาดที่ชื่ออินเตอร์เน็ตเริ่มขยับเท้า
ของมันมาสู่ห้องนอนเรา ไอเดียเหล่านั้นจึงปรากฏชัดขึ้น
ที่เราต้องการ ก็แค่ใครสักคนที่มีชื่อเสียงมากพอ(และกล้ามากพอ)
ที่จะเริ่มต้นก้าวย่างไปกับสัตว์ประหลาดอินเตอร์เน็ตตัวนั้น
ก็นั่นแหละ ที่เรากำลังพูดถึง...เรดิโอเฮด
พวกเขาเป็นก้าวๆนั้นของวงการดนตรีโลก!
ก่อนที่เราจะหลงไหลได้ปลื้มไปกับคำยกยอ
ระดับวีรชนนักปฏิวัติของเรดิโอเฮดที่ดังก้องมาตั้งแต่
วันที่ OK Computer วางขาย เราไม่ควรหลงลืมนวัตกรรมแสนซื่อ
ที่พวกเขาใส่เข้าไปใน In Rainbows เริ่มต้ังแต่กล่องซีดีกราฟิกสไตล์
ซองใส่แผ่นไวนิลโบร่ำโบราณพิมพ์สี่สีสุดหรู, การประกวดมิวสิควิดีโอแสนเฉิ่ม
สำหรับเพลง In Rainbows รวมไปถึงการสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์คของตนเอง
ย้อนกลับไปปี 2000 ทอมและชาวคณะ เริ่มต้นขบวนการปฏิวัติเล็กๆ
ของพวกเขามาก่อน กับอัลบั้ม Kid A อัลบั้มที่งดออกซิงเกิ้ล
และปล่อยเสียงเพียง 6 วินาทีเพื่อโปรโมทอัลบั้ม
"มันคือการฆ่าตัวตายโดยแท้เลย" ทอมว่า
ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อพวกเขาพบกับ นาโอมิ ไคลน์
และหนังสือปลอดโฆษณาที่โด่งดังอย่าง No Logo
ซึ่งส่งอิทธิพลต่อวงอย่างสูง และส่งผลให้การทัวร์คอนเสิร์ต Kid A
เป็นคอนเสิร์ตปลอดสปอนเซอร์ไปในที่สุด
อ๊ะ แล้วก็อย่าลืมบทบาทในการรณรงค์เขียว
พวกเขามุ่งมั่นประกาศมันไปทั่วก่อนที่มัน
จะกลายเป็นเทร็นด์โลกเสียอีก
ดูเหมือนว่า สิ่งที่เรดิโอเฮดทำ ช่างเปี่ยมด้วยความกล้าหาที่สิ้นสุดไม่ได้
พวกเขาเคยกังวลใจอะไรบ้างไหม ถ้าหากมันจะล้มเหลว?
พวกเขาดิ้นรนก้าวกระโดดไปข้างหน้าเพื่อฆ่าตัวตายทางยอดขาย
อย่างสม่ำเสมอทุกอัลบั้ม พวกเขาแสวงหาอะไร?
นับตั้งแต่ The Bends ที่กอบโกยความโด่งดังในฐานะวงหน้าใหม่
ถึงแลนด์มาร์คของดนตรีโลกอย่าง OK Computer
และเมื่อพวกเขาแทบจะฆ่ากันเอง กับอัลบั้มเจ้าปัญหา Kid A,
สู่ Amnesiac โลกของการหลงลืมที่แสนสุข ,
Hail to the thief การทดลองแห่งการทดลอง,
ก่อนจะสลัดคราบการทดลองที่แห้งแล้งทั้งหลายสู่ In Rainbows
ที่ถูกปล่อยให้โหลดทางอินเตอร์เน็ต ในราคาเท่าไหร่ก็ได้ที่ผู้ฟังพอใจจะจ่าย
จนเกิดโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกในศัพท์วิชาการว่า "Radiohead Model"
เป็นโมเดลที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยสัญชาติญาณทางศิลปะ
ไม่ใช่ด้วยทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ สร้างจากอุดมคติทางดนตรีที่ว่า
น้ำเสียงของพวกเขาควรตรงถึงหูของเราโดยไม่ผ่านกระบวนการบิดเบือนใดๆ
และด้วยวิธีการนี้ ทันทีที่ถูกปล่อยให้โหลด มันก็ถูกซัดสาดไปทั่วโลกในชั่วพริบตา
กลายเป็นเสียงที่ชำระล้างความทุกข์ของยุคสมัย สร้างวิธีการ
ที่เป็นต้นแบบในการเยียวยาบาดแผลของวงการเพลง-วงการที่ดูเหมือน
จะเป็นวงการสุดท้ายที่ยังก้าวตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก
เรดิโอเฮด นอกจากพวกเขาจะไม่เคยโอนเอนไปตามกระแส
ความเปลี่ยนแปลงใดๆของโลกแล้ว พวกเขายังอยู่ในฐานะผู้กำหนดความเปลี่ยนแปลงนั้น
คือก้าวย่างแรกในทุกๆมิติ เป็นสัญลักษณ์แห่งสติปัญญาทางดนตรีโลก
และความหวังหนึ่งเดียวของเรา...โลกทั้งใบ
:30:
เอามาปลุกกระแส RHCP เฉยๆครับ
http://www.youtube.com/watch?v=b2MWLhgT85s (http://www.youtube.com/watch?v=b2MWLhgT85s)
อ้างคำพูดจาก: Kun เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 17:29 น.
ชอบดนตรีและหัดเล่นดนตรีเหมือนกันครับตอนนี้...บ้าเล่นเบสอยู่
อันนี้วงผมครับ...แนะนำกันให้รู้จังครับ
http://www.youtube.com/watch?v=wbyxeWaQcAg&eurl=http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=165445024&feature=player_embedded (http://www.youtube.com/watch?v=wbyxeWaQcAg&eurl=http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=165445024&feature=player_embedded)
เพราะดีนะครับ :25:
Red hot chili peppers เล่นสดได้มันสุดๆ
...เป็นคอนเสิร์ตไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ได้ไปดู แล้วรู้สึกว่าคุ้มมาก
ช่วงท้ายๆที่แฟนๆใน Impact ขอให้เล่นต่ออีกสักเพลง ถ้าเป็นวงอื่นคงเปิดตูดกลับเข้าหลังม่านโดยไม่สนใจใยดี
แต่ RHCP นี่สปิริตสูงจริงๆเล่นต่อเอาใจแฟนเพลงอีกเกือบครึ่งชั่วโมง (แถมซะยาวเลย)
โอ้ว อิจฉาพี่ฉึ่ง..... :25:
อยากให้เรดิโอเฮดมาอีกจัง
ได้ข่าวว่าเคยมาแล้ว แต่แอบมาเล่นในผับกระจอกๆ
คนที่ฟังวันนั้นยังไม่รู้เลยว่าเป็นเรดิโอเฮด :05:
วงฝรั่งนี่ผมฟังอยู่ไม่กี่วงแฮะ
มีวงนึงที่ชอบฟังบ่อยๆ
the beautiful south
มีอยู่เกือบทุกชุดเลยมั้ง
อ้างคำพูดจาก: บักเต้ย เมื่อ 10 ก.พ. 2009, 23:36 น.
โอ้ว อิจฉาพี่ฉึ่ง..... :25:
อยากให้เรดิโอเฮดมาอีกจัง
ได้ข่าวว่าเคยมาแล้ว แต่แอบมาเล่นในผับกระจอกๆ
คนที่ฟังวันนั้นยังไม่รู้เลยว่าเป็นเรดิโอเฮด :05:
แนวสุดๆ ไปเลย :25:
เรดฮอท นี่มันจริงๆ :12:
แสดงสดที่ไหนนะนั่นจะหาซื้อมาดู
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Xsp3_a-PMTw&hl=en&fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Xsp3_a-PMTw&hl=en&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>
ลองฟังวง muse ดูครับ ผมชอบ หลอนดี
MV แนวมาก ชอบๆ :07:
แต่เพลงผมว่างั้นๆ แหล่ะ :46:
โหย muse เจ๋งจะตาย
นี่ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลที่ธรรมดาๆเพลงนึงของมิวส์เลยนะ
ต้องลองฟังเพลงอื่นๆ
ผมว่ามิวส์คืออีกหนึ่งความหวังของโลก
ในการขับเคลื่อนองค์รวมของดนตรีโลกไปข้างหน้าเลยนะ
ถ้าเรดิโอเฮดคือแม่ทัพของกองทัพ มิวส์ก็คืออัศวินที่ทุ่มเท
และสู้จนอาบเลือด และเพลงซูปเปอร์แมสสีฟ แบล็คโฮล
ผมว่าเป็นเพลงที่แสดงร่องรอยอะไรใหม่ๆทางความคิดสร้างสรรค์ไว้มาก
และหลังจากค้นหาทิศทางอะไรมาหลายอัลบั้ม เพลงนี้เหมือนหลักไมล์สำคัญ
ที่บอกเราว่า พวกเขาเจอหนทางของตัวเองแล้ว(ว่าต้องแต๋วๆ :30:)
และนับนิ้วได้เลย จากวันนี้พวกเขาจะกลายเป็นวงที่มหัศจรรย์ทางความคิดสร้างสรรค์
มากที่สุดของโลกวงหนึ่งต่อไป เออ ตอนนี้ก็เป็น แต่เวลาพวกเขายังมีอีกมาก
และสมรรถนะพวกเขายังเหลืออีกมหาศาล
ตอนนี้ พวกเขายังแรงดี ความคิดสร้างสรรค์มหัศจรรย์
สัญชาติญานทางศิลปะแม่นยำ รูปลักษณ์ก็ไม่น้อยหน้าใคร
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาก็เจ๋ง (หมายถึงคอนเสิร์ตอะไรๆพวกนั้น จัดเจ๋งที่สุดในสามโลก)
คนในวงก็ยังไม่ได้ทำไรชวนวงแตก สรุปว่าตอนนี้ผมหวังกับคนกลุ่มนี้มากครับ
อ้างคำพูดจาก: ขุนกันย์ เมื่อ 16 ก.พ. 2009, 02:12 น.
โหย muse เจ๋งจะตาย
นี่ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลที่ธรรมดาๆเพลงนึงของมิวส์เลยนะ
ต้องลองฟังเพลงอื่นๆ
มีมั้ย ใส่ ฟด หรือ ส่งลายแทงมาหน่อย :47:
มีทุกอัลบั้มแหละ :35:
แหล่ม :54a:
ขอด้วย :25:
มิวส์เป็นวงที่ผมต้องดูพวกเค้าเล่นสดตัวเป็นๆ ให้ได้ซักครั้งก่อนตายครับ :12:
แนะนำให้ไปซื้อดีวีดี HAARP มาดู เป็นโชว์ที่แหล่มแปร้มที่สุดที่เคยดูมาโชว์นึงเลยทีเดียว :12: :12: :12:
http://www.youtube.com/v/LViy46GeMe0&hl=en&fs=1 (http://www.youtube.com/v/LViy46GeMe0&hl=en&fs=1)
ลองดู muse อีกนะครับ แสดงสด วงนี้มันจะเก่งไปไหน
http://www.youtube.com/v/ZHKSrS8vJyI&hl=en&fs=1 (http://www.youtube.com/v/ZHKSrS8vJyI&hl=en&fs=1)
เพลงเมื่อกี๊ แต่เป็น MV ที่เอาการแสดงสดมาตัดต่อ
จะเทพกันไปไหน รอผมด้วย
mvนี่มัน :07:
ถ้าผมดังแล้ว ใครมาทำอย่างงี้ให้มั่งเสะ :43:
ขอคุยเรื่องเพลงหน่อยครับ
นอนดึกทุกคืน
ฟังเพลงลูกทุ่ง
ฟังเพลงจินตหรา แล้วรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนฟังเพลงโปงลางสะออน
ฟังเพลงแรก แล้วคิดว่าเป็นเพลงเดียว พอฟัง อีกเพลง รู้สึกผิดหวังอย่างแรง
มารู้ทีหลังว่า เปลี่ยนมาอยู่ค่าย อาร์เอส ทำไมเนื้อเพลงมันอ่อนด้อยกว่าเมื่อก่อนเยะเลยละ :05:
โธ่ แล้วงี้จะได้ฟังเพลงแบบรักสลายดอกฝ้ายบาน อีกมั้ยอ่ะ ไม่เอานะ ม๊อบหัวจง ม๊อบหัวใจ อะไรอ่ะ
แล้วยิ่งไอ้เพลงเปิดตัว ที่ร้องไทยคำอังกฤษคำอีก นี่มันอะไรกันเนี่ย ตอนอยุ่ค่ายเดิม ว่า แตงโมจินตหรา
ตามเทรนสุดแล้วนะ แต่ก็ยังดูดีกว่านี้เยอะเลยอะ :08:
จักรีลองมาฟังบางเบิดดูสิ
เพลงของจิน เหรอครับ :09:
สมัยนี้ผมว่าเพลงลูกทุ่งมันเปลี่ยนไป
เพราะคนทุ่งเข้ากรุงเยอะ ภาษามันเลยต้องเป็นไปตามสมัย
จะต้องมี งานเข้า กิ๊ก แหล่ม มิสคอล ประมาณเนี้ย เพราะคนฟังส่วนมากก็เข้ากรุงหมดแล้ว
ไม่เหมือนเมื่อก่อน เปิดทรานซิสเตอร์ฟังอยู่ใต้ต้นลำไย อยู่กลางทุ่งนา บนหลังควาย เป็นต้น
มันเป็นไปตามกลไกตลาดเสียส่วนมาก ฟังเพลงไทยต้องทำใจหน่อย ยังไงก็ "ฉันรักเธอ" อยู่วันยังค่ำ :22:
ผมว่าลูกทุ่งมันก็เปลี่ยนตลอดนะ
เพราะมันเกาะหนึบอยู่กับวิถีชีวิตของชาวบ้าน
อย่างช่วงมีแพคลิ้ง ก็มีเพลง ...วันไหนถูกทิ้ง แพ็คลิ้งมาบอก...
(เดี่ยวนี้แพ็คลิ้งคืออะไรใครรู้บ้างไหม :30:) เมื่อก่อนชีวิตมันอยู่
ในไร่นา มันก็เล่าแต่เรื่องไร่นา
อย่างต่อมาคนฮิตไทำงานซาอุฯมันก็เล่าเรื่อง ทิ้งนาไปซาอุฯ
หรือซาอุดร(มีเพลงนี้จริงๆ)และอีกสารพัดซาอุ
ก็สัก 20 ปีมาแล้วเหมือนกัน พอช่วงหลังเข้าเมืองมา
ก็เป็นเนื้อเพลงแบบ อ.สลา เริ่มตั้งแต่ยาใจคนจน(นี่ก็เกิน 10 ปีละ)
เข้าโหมดพี่น้องแรงงานในมืองกรุง จนปัจจุบัน หนาวแสงนีออน
และเพลงจำพวกโทรหาเติมแรงใจ คนบ้านเดียวกัน เจอกันในร้านลาบในกรุง
อย่าให้ถ่าดนหลาย ฮับสายแน(อย่าให้รอนนานนัก รับสายหน่อย)
ยิ่งเนื้อเพลงที่เล่าเรื่องคนใช้แรงงาน ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน
ต้องโทรหากันก่อนนอนแทน ก็เป็นเรื่องจริง ชีวิตของเขาจริงๆไม่ต่างจาก
เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ที่พวกเขาอยู่ที่บ้านในนา แต่ลองสังเกตเนื้อเพลงพวกนี้
ท่อนท้ายๆ มักจะพูดถึงอุดมคติหรือความหวังสุดท้ายของพวกเขา
คือ การได้กลับไปเยี่ยมยามบ้าน(คนบ้านเดียวกันก็มี) หวังว่าจะพาเจ้า
ซื้อข้าวของไปไหว้ย่ายายยามสงกรานต์ แนะนำให้พ่อแม่รู้จักสักที
สรุปแล้ว อย่างไร บ้านนอกท้องนาและพ่อแม่ญาติพี่น้องที่จักรีจากมา
ก็คือยูโทเปียในจินตนาการของเพลงลูกทุ่งอยู่ดี
มันจึงเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของชีวิตประชากรส่วนใหญ่ของไทย
ไว้ได้ไม่ผิดเพี้ยน จะเปลี่ยนยังไง มันก็เล่าเรื่องชีวิต
ส่วนเรื่องระบบตลาดนั้น ผมว่าเพลงลูกทุ่งตอนนี้ ดีกว่าเมื่อช่วง 10 ปีที่แล้วนะ
ช่วงนั้นมีแต่เนื้อเพลงโง่ๆ จำพวกตีหัวเข้าบ้านและเพลงให้นักร้องคาเพ่ร้อง
(หนีเมีย,เมียน้อย,อาเฮีย ฯลฯ) และเพลงแบบ อ.สลา นี่ล่ะ
คือคนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงมัน ให้อยู่ในร่องในรอย อยู่ในมุมมองที่เป็นบวก
เล่าเรื่องสะท้อนสังคม ในแบบที่เพลงป็อปไทยไม่เคยทำ และทำไม่เป็น
ทุกวันนี้ก็ยังหาวิธีไปถึงหนทางนั้นไม่เป็น เพราะถ้าทำอะไรพูดถึงสังคมเมือไหร่
ก็จะถูกมองเป็นเพื่อชีวิต หลุดโพสิชั่นป็อปร็อคทันที เราจึงยังต้องทนฟัง
เพลงที่ยังใช้เค้าโครงเดียวกับอัสนีย์วสันต์มาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
แต่มันก็เริ่มดีขึ้นแหละ
ไปอ่านเจอสัมภาษณ์ ปฐมพร ปฐมพร
ใครสนใจก็ลองอ่านดูนะครับ
http://www.marsmag.net/s1000_obj/front_page/page/112.html?content_id=3389 (http://www.marsmag.net/s1000_obj/front_page/page/112.html?content_id=3389)
กลับมาหนนี้ นุ่มลึกขึ้น
ประกาศว่าจะทำเพลงทีเดียวห้าชุด
(ตอนนี้เห็นว่าเหลือสามแล้ว)
ชอบที่เขาบอกว่า เพลงก่อน
ถ้าโมเดิร์นด็อกไม่เอาไปร้อง ก็คงไม่ดัง
แล้วทุกคนก็คงร้องเพลงนี้ไม่ได้กัน
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 00:11 น.
ขอคุยเรื่องเพลงหน่อยครับ
นอนดึกทุกคืน
ฟังเพลงลูกทุ่ง
ฟังเพลงจินตหรา แล้วรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนฟังเพลงโปงลางสะออน
ฟังเพลงแรก แล้วคิดว่าเป็นเพลงเดียว พอฟัง อีกเพลง รู้สึกผิดหวังอย่างแรง
มารู้ทีหลังว่า เปลี่ยนมาอยู่ค่าย อาร์เอส ทำไมเนื้อเพลงมันอ่อนด้อยกว่าเมื่อก่อนเยะเลยละ :05:
โธ่ แล้วงี้จะได้ฟังเพลงแบบรักสลายดอกฝ้ายบาน อีกมั้ยอ่ะ ไม่เอานะ ม๊อบหัวจง ม๊อบหัวใจ อะไรอ่ะ
แล้วยิ่งไอ้เพลงเปิดตัว ที่ร้องไทยคำอังกฤษคำอีก นี่มันอะไรกันเนี่ย ตอนอยุ่ค่ายเดิม ว่า แตงโมจินตหรา
ตามเทรนสุดแล้วนะ แต่ก็ยังดูดีกว่านี้เยอะเลยอะ :08:
มาสเตอร์เทป เหมือนจะล้มนะครับ เลยต้องชิ่งมา
รู้สึกเหมือนกันนะ พี่แก ดูเนื้อเพลงไม่เหมาะกะเธอเท่าไร
อ่ะ ขุดมาให้ใครที่อยากแตกหน่อเรื่องแนวเพลงในจู่เขาใหญ่มาก :30:
เริ่มเลยครับ :58:
วันก่อนครับ
ทำไมเหมือนไม่เคยเห็น กระทู้นี้มาก่อน :18:
ไม่เคยเห็น แล้วก็ไม่เคยรู้ว่าในนี้เค้าคุยกันเรื่องอะไร :3005:
เห็นพี่ติ๊กถามเรื่องดนตรี Trance กะ Electro มันต่างกันยังไง
ขอตอบตามประสบการณ์ที่เคยฟังๆมาละกันนะฮะ :56:
เพราะไม่ค่อยรู้ถึงประวัติศาสตร์ดนตรีแนวนี้เลย
ค่อยรอพี่เก้อ ป๋าณต หรือคุณพี่ phic_wc ที่ทำเพลงแนวนี้มาตอบเพิ่มละกัน
ความรู้ของผมคือแนว Electronic เนี่ยมันเป็นคำจำกัดความของดนตรีที่ใช้เสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์ ซินธ์ หรืออะไรก็ตามแต่
ให้บังเกิดมาเป็นเพลงที่สามารถเต้นได้ โยกหัวได้
Trance มันก็คือ Electronic นั่นแหละครับ แต่แตกย่อยออกมามั้ง
นอกจาก Trance มันก็มี Drum & Bass มี House มี Dance มีอะไรต่อมิอะไรออกมามากมาย
หลังๆก็ยิ่งมี Shoegazing, Electro-pop, 8-bit, Trip-Hop ฯลฯ ออกมาเยอะแยะไปหมด
และหลังๆนี้ ก็มักจะนิยมการรีมิกซ์เพลงชาวบ้าน
มีเพลงอิเล็คโทรป๊อบออกมาเพลงนึง ท่านๆดีเจทั้งหลายก็หยิบเอาไปมิกซืเป็นร๊อค เป็นทรานซ์ เป็นนั่นเป็นนี่มากมาย
จนผมคิดว่าคำว่า Electronic มันไม่ได้เป็นแนวดนตรีไปแล้วอ่ะ
มันเหมือนเป็นเครื่องดนตรี (เอ๊ะ หรือเรียกว่าส่วนประกอบของเพลงก็ได้มั้ง)
วงร๊อคอย่าง U2 ก็เอา electro มาใส่ในเพลง
ในไทยก็มีพวก Zeal ที่มีปนๆในเพลง
ไม่ว่าจะเพลงไหนวงไหน ถ้ามีเสียงที่มันเกิดขึ้นจากคอมพิวเตอร์หรือซินธ์ มันก็น่าจะเป็น electro ได้แล้วนะครับ ในสมัยนี้
ส่วน Trance นั้น ลักษณะของมันคือดนตรีซาวนด์ลอยๆ ไม่ได้ลอยสูงมากเหมือน Trip-Hop เพราะยังพอมีความง่ายในการฟังอยู่มาก
มีเสียงร้องบ้าง (ส่วนมากมักจะเป็นหญิง) เพื่อเพิ่มความหวานนุ่มละไม
ดนตรีก็จะมีเมโลดี้ที่คล้ายๆป๊อบเลยล่ะ มีความอลังการ ฟังแล้ว get high
ถ้าถามผมเรื่อง Trance ผมก็จะนึกถึง Dj Tiesto (ที่แกไปเปิดแผ่นในพิธีเปิดโอลิมปิกซิดนี่ย์ ให้ขบวนพาเหรดโยกกันมันส์นั่นแหละ)
แล้วก็ Paul Oakenfold
เหมาะกับไปเปิดในผับแบบนั่งชิวๆ แล้วค่อยเปิด Drum & Bass ที่มันจะต่างกับ Trance ตรงจังหวะและบีท กระทุ้งอารมณือีกที
ความรู้หมดแค่นี้ละครับ :05:
ลองเซิร์ชหาในยูตุ๊บดู
ส่วน Drum & Bass ก็แนะนำ The Prodigy (โดยเฉพาะช่วงมหายุค The Fat of the Land ของพวกมัน)
แล้วก็วง Pendulum ที่เป็นวงโปรดของผมครับ
โอ้ว ขอบใจมากๆ เลยกันย์ :25:
เดี๋ยวมาบวกให้อีกนะ :27:
เอ้อ นึกไปนึกมา ลืมวง Depeche Mode ไปได้ยังไง :37:
นิตยสาร Q นี่ยกให้วงนี้เป็นสุดยอดวงอิเล็คโทรนิคส์ที่โลกเคยมีมาเลยล่ะครับ
ตามความรู้ของผม รู้สึกว่าดนตรีแนวเนี้ย มันจะมาพร้อมกับดนตรีพังค์ในช่วงๆยุค 70
ผสมผสานปนเปกันจนบังเกิดเป็นคลื่นลูกใหม่ หรือ New Wave
คาดว่าสมัยนั้นก็คงคาดหวังกับดนตรีแนวนี้ เหมือนที่สมัยนี้คาดหวังกับแนว...(ไม่มีหรอก)
ก็มี Depeche Mode นี่ล่ะที่เป็นหนึ่งในนั้น
แต่กรรมของคลื่นลูกนี้ เพราะเจอกระแสบริทป๊อบจากอังกฤษกลบซะเกือบหายไปหมดเลย
จนกระทั่งช่วงๆปี 90-00 นี่แหละ ก็มี "คลื่นลูกใหม่ของคลื่นลูกใหม่" มาช่วยให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงนิวเวฟอีกครั้ง
ก็กลายเป็นวงพังค์โจ๊ะๆที่เราฟังกันพวก The Strokes, Franz Ferdinand, Arctic Monkeys นั่นล่ะฮะ
(ทั้งหมดนี่อย่าเชื่อผมมากนะครับ นี่เดา + อ่านผ่านๆทั้งนั้น :58:)
พยายามนึกที่พี่เก้อเคยโม้ให้ฟังอยู่ แต่ก็จำไม่ได้
ผมชอบ Prodigy กับ Fat boySlim
ของไทยที่เพื่อนเคยเอามาให้ฟังก็ Digital Punk (เป็นเหมือนเพลงที่ออกมาสนองความอยาก+ลองตลาดแนวเพลงนี้ของ สุหฤท สยามวาลา ในตอนนั้น)
แต่เรื่องของเรื่องคือมันฮาตรงที่ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าแกเป็นใคร
รู้แค่ว่าแกเป็น DJ ที่เก่งมากๆ รู้แค่ว่าชื่อ สุหฤท สยามวาลา แถมในปกแกทาหน้าขาว แต่ตัวแปลกๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ก็เจอรายการอะไรซักอย่าง สัมภาษณ์ 3พี่น้อง บอร์ดผู้บริหาร สินค้าในเครือตราช้าง ตะกูล สยามวาลา
ตอนแรกก็เฉยๆ พอถึงตอนสัมภาษณ์ สุหฤท สยามวาลา ใครฟะ ชื่อคุ้นๆ นึกได้ เลยวิ่งไปคุ้ยแผ่นมาเทียบหน้าแทบไม่ทัน
ภาพที่เห็นบนซีดี กับ มาดผู้บริหาร นี่อย่างกับคนละคนกันเลย :30:
(เคยเจอ DJ. spidermunkey ครั้งนึงมาเปิดแผ่นโชว์งานโรงเรียน)
เรื่อง Trance Techno Electro หรือช่างกล นี่ต้องบอกว่าแทบไม่ได้ฟังเลยครับ :30:
แต่เข้าใจว่า วงพวกนี้เกิดมาพร้อมกับสิ่งประดิษฐ์ทางดนตรี
ที่ชื่อว่า Synthesiser ซึ่งสามารถทำเสียงสังเคราะห์จากเครื่องดนตรีต่างๆ ได้
ข้อดีของมันคือ ใช้คนแค่คนเดียว เล่นแม่มได้ทุกอย่าง
แต่ข้อเสียของมันคือ Sound Stage
หรือตำแหน่งของเครื่องดนตรี ที่หายไป
ยิ่งถ้าฟังจาก MP3 ยิ่งแยกลำบาก
เพราะเสียงมันจะมากองรวมกันอยู่ที่เดียว
ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าเราได้ฟังวงดนตรีเล่นสดๆ บ่อยๆ
เราจะรับรู้ได้ถึงมิติของเสียง ที่มันดังหรือค่อยไม่เท่ากัน
ในเครื่องดนตรีแต่ละตำแหน่ง และทำนองที่คนแต่งเขาตั้งใจเน้น
เช่นเสียงกลองจะดังลึกมาจากด้านหลัง
หรือเบสที่ดังเยื้องมาจากเวทีด้านขวา เป็นต้น
แล้วยิ่งพวก Electro Techno หรือช่างกลพวกนี้
เราจะได้เสียงกลองเสียงเบส ดึบๆๆๆๆ ลึกๆ
ผสมกับเสียงสังเคราะห์ต่างๆ ที่ดูเหมือนว่ามันจะขี่คอเล่นกันอยู่
จริงๆ มันมีทฤษฎีดนตรีอยู่ มีมาตั้งแต่ยุคบาร็อค (สมัยบาค โน่น)
ที่บอกว่าถ้าต้องการสื่อเป็นเพลงรักอบอุ่น ให้เรียงคอร์ดแบบนี้
ถ้าเศร้าเสียใจ ก็เรียงคอร์ดแบบนั้น
แต่พวกอีเลคโทรนิก้าทั้งหลาย
บางทีตำแหน่งของเมโลดี้และคอร์ดที่ไม่ลงตัว
มันก็เอาบีทของเบสและกลองมากลบซะงั้น :41:
เอาเป็นว่า เพลงพวกนี้ ตูไม่ค่อยถูกชะตาด้วยสักเท่าไหร่
ไปฟังนาปาล์มเดธซะยังดีกว่า
:30: :30:
เดี๋ยวนี้เริ่มมีวงสครีมโม(แหกปากโวยวายทั้งเพลง) เอาเครื่องซินท์มาใช้แล้วนะครับ บางวงก็เอาบีทแบบแดนซ์ๆมาใส่ด้วยซะเลย
ตอนแรกก็ไม่ชอบนะ ฟังไปฟังมาก็ชอบซะงั้น มันแก้เลี่ยนดี :30:
วง asking alexandria :12: , attack attack เป็นต้น
ขอแจมนิดหน่อย ด้วยความรู้นิดๆตามประสาที่เคยหมกมุ่น
กับพวกดนตรี Syn พวกนี้อยู่พักนึง สมัยมหาวิทยาลัยตอนปลาย
Trance เป็นแขนงหนึ่งของงาน Electronic ครับ ซึ่งมันก็เป็นต้นกำเนิดสาขาอื่นๆตามมาอีกมากครับ :37:
เหมือนที่ป๋าณตว่าไว้ พอมีการคิดค้นเอาพวกอุปกรณ์สังเคราะห์เสียงมาใส่ในงานเพลงได้
รูปแบบของงานเพลงแนว Electro ก็แพร่แตกกระจายออกไปทั่วโลก
ซึ่งส่วนใหญ่หัวหาดที่สำคัญในการกระจาย คือตามแหล่ง Clubber ฮิตๆทั้งหลาย โดยเฉพาะในยุโรป
แขนงพวกนี้ เริ่มฮิตมากตั้งแต่ช่วงประมาณปี 80-90 ซึ่งรูปแบบที่แยกกันนั้น มักจะแยกจากองค์ประกอบเสียงและบีทเป็นหลัก
จากการเข้าใจของผมเอง รูปแบบของ Trance จะมีเมโลดี้มากกว่า House ซึ่งอยู่ในเครือข่าย Beat เดียวกัน
และจะไม่เน้นจังหวะหนักแน่น เหมือนพวก D&B หรือ Trip hop ไปจน Jungle แต่ก็จะหนักแน่นกว่า Funk
Trance เอาไปแดนซ์ได้สมูทกว่าเยอะครับ :27:
ซึ่งถ้านับต่อไปจริงๆ ในเกือบทุกแนวดนตรี จะมีซับเจนเดอร์ ของมันลงไปในลักษณะใกล้้ๆกันอีกเช่น
จะมี Psychedelic trance, Acid trance, แตกแขนงออกไปอีก เป็นต้น ทำให้ความเป็น Trance ค่อนข้างกว้างกว่าที่เคยเป็น
ยุคดังๆช่วงนั้น ผมจะมีหักหอกหลักๆ 3 หน่อเลยที่ฟังมากคือ Paul van Dyk นี่เจ้าพ่อทรานซ์เลยช่วงนั้นกรี๊ดมาก แล้วก็มี Dj Tiesto กับ Paul Oakenfold ที่ชอบมากๆเหมือนกัน ถ้าเป็นดนตรีจากคลับ ผมชอบ Gatecrasher จากอังกฤษครับ
ขอเบิ้ลจ๊ะ มาที่ House นะครับ
House เป็นต้นกำเนิดของ Trance และแขนงอื่นๆในดนตรีเต้นรำอีกมาก
เริ่มต้น House พัฒนามาจาก ดนตรีเต้นรำพวก Disco และ Funk ในปีช่วง 80
แต่ใส่ความเป็นบีทและSynที่มากขึ้น House ยุคแรกๆ จะไม่หนักและเร็วเท่าหลังๆ จะเรื่อยๆ แต่ก็หนักแน่นดี
House เริ่มจากฝรั่งอเมริกาก่อนแล้วค่อยลามเข้าไปฝั่ง ยุโรป โดยผ่านทางพวก Ibiza เกาะสวาทหาดสวรรค์ของเหล่านักเที่ยว
เค้าว่ากันมาว่า House จริงๆ มาจากชื่อคลับที่เล่นแนวนี้แรกๆในอเมริกา ชื่อว่า "Warehouse" ครับ
ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบ House ฝั่งยุโรปครับ ยิ่งพวก French house ยิ่งชอบเลย
คู่หูหัวเหล็กอย่าง Daftpunk ก็ French House นะ
ศิลปินที่ชอบก็มี เจ้าพ่ออย่าง Carl Cox, Groove armada, Paul oakenfold และ Dj Tiesto นี่ควบเลยกับ Trance,
Seamus Haji นี่ฟังจากซีดีผีเมื่อก่อนบ่อยๆครับ
เมื่อก่อนตอนมี M.O.S. มาเปิดที่กรุงเทพฯ การฟัง House ในคลับสดๆด้วยเครื่องเสียงตูมๆนี่ สุดยอดมากเลยนะครับ :37:
http://www.myspace.com/horsetheband (http://www.myspace.com/horsetheband)
ตอนแรกนึกว่า house จริงๆมัน horse
เป็นวงแนว nintendocore คือเอา sound แบบเกมส์ nintendo มาใส่เพิ่ม ฮาดี :30:
แนว trance นี้หาฟังได้ที่ slim rca รึเปล่าครับ เหมือนมีอยู่โซนนึง
ไม่รู้หรอกว่าแนวอะไรแต่เพลงประมาณนี้เพื่อนๆ เรียกว่า ผับอัพ
ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ ผมไม่รู้นะ
แต่เมื่อก่อน ที่ Slim จะเป็นวันๆที่จะมีเป็นคืนของ trance
แต่ส่วนใหญ่จะเป็น House ยืนพื้นหมด
ผับอัพ :30: (เมื่อก่อนต้อง นาซิซัสครับ ผับอัพ :42:)
ขอบคุณทุกคน บรวกกก :07:
Trance นี่ชอบ Schiller - Ruhe จริงจังแค่เพลงเดียว
ฟังต่อเนื่องยาวนาน 10 ปี ก็ยังชอบไม่เปลี่ยน
MP3 บางเสียงที่เคยได้ยินมันหายไปจริงด้วย :3005:
ถ้าไม่รังเกียจ ลองเอาไปฟังดูนะคะ มีที่ ฟด
ฟังแล้วถ้าทราบว่า ใครหรือเพลงไหนประมาณนี้ รบกวนแจ้งด้วยค่ะ
เล่นง่ายเลยนะตู ขอบคุณล่วงหน้านะคะ จุ๊บ จุ๊บ :30: :27: :46:
Groove armada, Paul oakenfold ก็ฟังบ้าง
ส่วน Daftpunk นี่ไม่ค่อยถูกจริต
พูดถึง Daft Punk
ไม่น่าเชื่อว่า ตูจะมีแผ่นเสียง single
ชุด Technology ของมันอยู่ด้วย :30:
แต่ตูชอบ Chemical Brothers นะ
ทั้งๆ ที่มันเป็น Electronica เหมือนกัน
(สองมาตรฐานชัดๆ :30:)
หรือไม่ก็ Jamiroquai
ตอนแรกที่คิดว่าเออ ตูชอบ
เพราะว่ามันเป็น acid jazz
(ดนตรีเรียงโครงสร้างคอร์ดแบบแจ๊ซ
แต่ผสมผสานเครื่องสังเคราะห์เสียงด้วย)
แต่ในที่สุดก็สรุปได้ว่า
ตูชอบ sound จากวงทางฝั่งอังกฤษนั่นแล
เพราะพอมาดูรายชื่อวงที่ตูชอบ
เกือบทั้งหมดมาจากอังกฤษ หรือได้อิทธิพล
มาจากฝั่งอังกฤษทั้งนั้นเลย :30:
Jamiroquai นี่ผมถึงกับคลั่งไคล้เลยนะครับ
ตอนเรียนซื้อเก็บหมดทุกสิ่งอย่าง
คนอะไร๊ เท่ก็เท่ เพลงก็แจ่ม :37:
Daft Punk นี่ผมมาติดจริงๆจังๆตอนดู ซีรีย์ ANIMATE MV.
จากชุด Discovery ชอบมาก เลยไล่ฟังมาตลอด
ผมชอบ Sound หุ่นยนต์ๆ แบบนี้แหละครับ :30:
Chem. Bro. นี่เจ๋งมากในการเรียบเีรียงจังหวะ
ผมชอบมากกว่า Fatboyslim อีกนะ
เดี๋ยวนี้รู้สึกรำคาญทรานซ์ตึ๊ดๆ มาก :01:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 18 ก.พ. 2010, 09:19 น.
Jamiroquai นี่ผมถึงกับคลั่งไคล้เลยนะครับ
ตอนเรียนซื้อเก็บหมดทุกสิ่งอย่าง
คนอะไร๊ เท่ก็เท่ เพลงก็แจ่ม :37:
มายไอดอล เลยโฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก :25:
ฟังเพลงแรกคือ virtual insanity พร้อมดูมิวสิค
แล้วก็ รักแรกพบเลย :25:
โดยเฉพาะ jk นักร้องนำ :56:
id ล็อกอินของผมทั้งเกมทั้งเว็บ คือ jamiroquais ทุกอัน :30:
คลั่งจัด :30:
ตอนนี้คลั่ง Florence and the Machine อยู่ครับ :30:
Jamiroquai นี้ไรต์ใส่รถไว้เปิดฟังตอนกลางคืน เปิดซันรูฟด้วยนะ เพลินมาก :52:
เพิ่งเห็นพี่กันย์พูดถึงผม เรื่อง Trance กับ Electro
ที่หลายๆคนอธิบายมาก็ประมานนั้นแหละครับ ผมไม่รู้จะบอกอะไรละ
ผมเป็นคนที่ฟังแล้วก็พอแยกได้ครับ แต่เวลาฟังบางครั้งก็ไม่ค่อยจะจำชื่อศิลปินเท่าไร(จำได้ไม่หมด ฟังเยอะ)
ด้าน Electronica ผมชอบวง Boy Noize, Daft Punk, Justice(อันนี้เป็นวงแรกที่ผมฟังแนวนี้ ชอบโคตร), Sebastian เป็นต้น
จริงๆ Trance ผมเพิ่งจะมาฟังไม่นาน ก่อนหน้านี้จะเป็น Electronica, IDM
วง Kraftwerk กับ Jean Michel Jarre ก็เป็นวงตำนานอีกวงที่ผมชอบ
ชอบเพลงตื๊ดๆ หรือแบบอิเล็กโทรนิกล้วนๆ หรือไม่มีเครื่องอคูสติก (หรือมีบ้างนิดหน่อยได้)
และก็ยังมีเพลงพวกอิเล็กโทรนิกแปลกๆอย่างพวก Glitch, Noise อันนี้ก็ชอบครับ
เพิ่งทำเพลงใหม่ส่งอาจารย์พอดี เอามาแปะให้ลองฟังกันครับ
House ผสม ทรานซ์
http://soundcloud.com/phil_wc/house-of-trance (http://soundcloud.com/phil_wc/house-of-trance)
ปรกติเพลงที่ผมเล่นสดจะเป็นพวก ทดลองๆ ไม่ก็นอยส์ๆ ครับ
มีอยู่ช่วงนึงก็บ้าฟังเหลือเกินนะ ทั้ง Tiesto, Paul Oakenfold, Prodify, Chemical Brothers ฯลฯ
แต่ฟังบ่อยๆก็ค้นพบว่าเพลงมันไม่ได้ไปไหนเล้ย :3005:
ก็เลยเอือมไปเลยในทันที
ยังดีที่ว่าวงป๊อบร๊อคใหม่ๆนี่ใส่อิเล็คโทรเจ๋งๆในเพลงเยอะแยะเลย
ตอนนี้ชอบ Delphic (วงนี้เจ๋งมาก)
แล้วก็วงจากค่าย Kitsune หลายๆวงนี่แหละ เจ๋งดี ฟังแล้วไม่เลี่ยน
ผมก็ว่ามันไม่ไปไหน :37:
พอดีได้อยู่ช่วงที่เขาเรียกว่า อิเล็กทรอนิก้า ช่วงรอยต่อของปี 2000 นั่นล่ะ
ตอนนั้น Generation Terrorists ลงแต่จำพวกนี้ และบก. คือพี่ซี้ด
เป็นจุดเริ่มต้นของการปลายมาเป็นดีเจของแก และติดหนึบกับเพลงเต้นรำพวกนี้
มีม้วนเทปพวกนั้นน่ะแหละ หลักๆก็มีค่อนข้างครบทีเดียว
(จะคุยทำไมวะ จะเอาม้วนเทปไปมัดแหนมหรือไง) ตอนนั้นก็รู้สึกถึง
ความรุ่งโรจน์ของมัน คิดว่ามันจะอยู่คงทน เพราะโลกขึ้นสหัสวรรษใหม่แล้วนี่
มันควรจะคู่กับความทันสมัย แต่มันก็กลายเป็นแค่รอยต่อสั้นๆ
เป็นเสียงเพลงคลอไปกับบรรยากาศของการข้ามยุคก็แค่นั้น
พี่ๆหลายคนที่ว่ามา ก็คงจะติดร่างแหยุคนั้นเหมือนกัน :30:
แต่ก็รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวงประวัติศาสตร์ อย่างเชมิคอลและดาฟท์พังค์นะครับ
อัลบั้มที่พวกเขาขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของโลก ก็ได้ซื้อตอนที่มันยังไม่เป็นที่รู้จัก
(และก็มีโอกาสได้ไปดูสด ด้วยความบังเอิญ ในคอนเสิร์ตฟรีที่ทราฟัลการ์สแควร์)
แต่สุดท้าย ผมก็มองไม่ออกว่า ดนตรีเต้นรำมันจะไปไหนต่อได้อีก
และที่สำคัญที่สุด คือผมไม่ได้ชอบดนตรีที่ทำจากแลปท็อปมากขนาดนั้น
ผมว่าดนตรีที่ดี ต้องข้ามผ่านข้อแม้ของเครื่องมือไปให้ได้
เครื่องมือมันคืออุปกรณ์ในการส่งสาร และผมรู้สึกว่าเสียงสังเคราะห์เหล่านั้น
มันส่งสารได้จำกัด และคนทำเพลงแนวนี้ ไม่พยายามจะส่งสารอะไรอื่น(ทั้งที่มันทำได้)
ก็มีแหละครับ แต่การที่เราเรียกมันว่าดนตรีอิเล็กทรอนิก มันก็บอกถึงเครื่องมือนำมาก่อนแล้ว
ผมก็คิดว่ามันคือกรอบของแนวเพลง ที่ทำให้มัน Repeat วนซ้ำไปมา
เหมือนบีทของแนวเพลงนี้น่ะแหละ
แฟตบอยสลิม ได้ดูตอนที่มาไทยด้วย แต่เล่นห่วย :37:
จริงๆเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะเล่นห่วยหรอก แต่พอดีวันนั้นมันคือการจัดคอนเสิร์ตที่ห่วย
เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ห่วยที่สุดที่ผมเคยดูมาเลย ห่วยแค่ไหนเหรอครับ
ก็ห่วยจนคุณพี่นอร์แมน คุ๊ก เลิกเล่นกระทันหัน แล้วเดินหนีลงเวที
จบคอนเสิร์ตกันดื้อๆเลยน่ะสิ นี่ต่อหน้าคนหลายพันในอิมแพ็คนะ :08:
ขอยาดเบิ้ล
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 10 ก.พ. 2010, 22:51 น.
เอ้อ นึกไปนึกมา ลืมวง Depeche Mode ไปได้ยังไง :37:
นิตยสาร Q นี่ยกให้วงนี้เป็นสุดยอดวงอิเล็คโทรนิคส์ที่โลกเคยมีมาเลยล่ะครับ
ตามความรู้ของผม รู้สึกว่าดนตรีแนวเนี้ย มันจะมาพร้อมกับดนตรีพังค์ในช่วงๆยุค 70
ผสมผสานปนเปกันจนบังเกิดเป็นคลื่นลูกใหม่ หรือ New Wave
คาดว่าสมัยนั้นก็คงคาดหวังกับดนตรีแนวนี้ เหมือนที่สมัยนี้คาดหวังกับแนว...(ไม่มีหรอก)
ก็มี Depeche Mode นี่ล่ะที่เป็นหนึ่งในนั้น
แต่กรรมของคลื่นลูกนี้ เพราะเจอกระแสบริทป๊อบจากอังกฤษกลบซะเกือบหายไปหมดเลย
จนกระทั่งช่วงๆปี 90-00 นี่แหละ ก็มี "คลื่นลูกใหม่ของคลื่นลูกใหม่" มาช่วยให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงนิวเวฟอีกครั้ง
ก็กลายเป็นวงพังค์โจ๊ะๆที่เราฟังกันพวก The Strokes, Franz Ferdinand, Arctic Monkeys นั่นล่ะฮะ
(ทั้งหมดนี่อย่าเชื่อผมมากนะครับ นี่เดา + อ่านผ่านๆทั้งนั้น :58:)
พยายามนึกที่พี่เก้อเคยโม้ให้ฟังอยู่ แต่ก็จำไม่ได้
ใช้สิทธิ์พาดพิง :37:
ถึงผมจะไม่ได้ถูกโรคอะไรกับดนตรีจากแลปทอปเหล่านั้น
แต่ยุคนึงที่ผมหลงไหลมาก คือยุคที่เรียกว่า แมดเชสเตอร์
เป็นส่วนหนึ่งต้นกำเนิดของพวกอิเล็กโทรนิคทั้งหลายล่ะครับ
ผมชอบเรื่องของคนกลุ่มนั้น ในแมนเชสเตอร์ยุคนั้น
มันโรแมนติกมาก เหมือนยุโทเปียของโลกดนตรีเลยล่ะ
ค่ายแฟคตอรี่ คลับฮาซิเอ็นด้า และเหล่ายอดวงพวกนั้น
เดอะ สมิธ, นิวออร์เดอร์, แฮปปี้ มันเดย์ ฯลฯ รวมไปถึง Depeche Mode
และอีกบานตะไท ที่ลามมาถึงช่วงยุค 80 ฟรอ์มรูปร่างกลายมาเป็นดนตรี
ที่ใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายแหล่
ผมชอบจิตวิญญานในการทดลองของพวกอิเล็กทรอนิคส์ยุคนั้นตรงที่
มันไร้เดียงสาดี คือนึกออกไหมครับ ทุกวันนี้เรามีแมคเครื่องนึง
เราก้ทำเสียงอะไรได้มหัศจรรย์พันล้านแล้ว ตัวอย่างก็มีให้ฟังเยอะแยะ
แต่ในช่วงเวลานั้น โลกยังไม่เคยมีใครได้ยินเสียงพวกนั้น
แล้วพวกเค้าก็เหมือนเด็กน้อย ที่ทดลองกับอุปกรณ์ที่ส่งเสียงประหลาดๆพวกนั้น
ที่พึ่งมีคนประดิษฐ์ขึ้นมา พวกเขาทำให้มันเรียกว่าเครื่องดนตรีขึ้นมาจนได้
สำหรับพวกเขา ผมว่าโลกก่อนหน้านั้น มันก็น่าเบื่อเหมือนกันนะครับ ที่มีเครื่องดนตรีหหลักๆไม่กี่ชิ้นเอง
สำหรับนักดนตรีที่ความคิดสร้างสรรค์ล้นสมอง คงแทบอกแตกตาย
จนมีไอ้พวกเครื่องซินธ์พวกนั้น สิ่งใหม่ๆหลายอย่างถึงเกิดขึ้นมาได้
จริงๆตอนนั้น พวกเขาแค่เรียกมันว่าโพสต์พังค์
เพราะแค่มันอยู่หลังยุคพังค์ และยังไม่รู้ว่ามันจะนำพาไปไหนต่อ
แต่ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่า มันกลายร่างเป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกสารพัดในปัจจุบัน
(จริงๆมีเครดิตของฝั่งอเมริกาอยู่น่ะนะ แต่เผอิญลำเอียง :30:)
เพลงมันเฉิ่ม ไร้เดียงสา แค่เพราะกรอบของเทคโนโลยีที่เปลี่ยน
แต่มีพลังในการแสดงออกสูงส่งมากครับ ตัวอย่างที่ชัดก็คง เดอแพชโหมดอย่างที่กันย์ว่า
ลองฟังสักเพลงเก่าๆก็จะเก็ตทันที(วงคิลเลอร์สช่วงหลังๆก็อยากเป็นเดอแพชโหมดแบบไม่ปิดบังเลยนะ)
ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ผมว่าขาดหายไปจากอิเล็กโทรนิคส์ปัจจุบัน เพราะเราเกิดมาพร้อมกับแลปท็อปข้างกาย
อะไรๆก็ง่าย สุดท้ายจึงเหลือแค่การทดลองทางเสียงกับผลลัพธ์ครึ่งๆกลางๆ
ผมชอบ นิว ออร์เดอร์นะ ถ้านับในแมนเชสเตอร์เลย
เสียงมันเชยระเบิดจนเท่ไปเลย โดยที่เนื้อในมันใหม่เหนือกาลเวลาเสมอ
กับมีอีกวงนึง ออกจะเชยระเบิดไม่แพ้กัน อันนี้ก็ของอีกตำนานคือค่าย 4AD
ชื่อคณะ โมเดิร์น อิงลิช เพลง I melt with you ที่เนื้อหาเฉิ่มบรมแต่โคตรเท่
(เป็นเพลงที่ยังเปิดทั่วไปในอังกฤษจนทุกวันนี้) ผมว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่ลงตัว
ของ 4AD และอะไรๆในช่วงนิวเวฟมากๆ มันก็ไม่ได้อิเล็กทรอนิกอะไรหรอก มีแต่คีย์บอร์ดนั่นล่ะ
แต่เห็นกันย์พูดเรื่องนิวเวฟ เลยเลยเถิด :30: ถ้าอิเล็กโทรนิคส์นิวเวฟที่ชอบ
ก็น่าจะหวยออกที่ เดอแพชโหมด เพลง I enjoy the silence ชอบเนื้อเพลงๆนี้ด้วย
มีวงเอาไปคัฟเวอร์เยอะ เนื้อร้องทำนองเพราะมากๆ จิตวิญญานยุคสมัยเต็มล้น
http://www.youtube.com/watch?v=1rdfFroO67g# (http://www.youtube.com/watch?v=1rdfFroO67g#)
เอาจริงๆแล้วชอบนิวออเดอร์มากกว่า และคงไม่ต้องเดา
ไม่มีอันไหนเกิน Blue monday อีกแล้ว(กับชาวบ้านคัฟเวอร์สามแสนเวอร์ชั่น)
http://www.youtube.com/watch?v=NJN_vgyx74M# (http://www.youtube.com/watch?v=NJN_vgyx74M#)
เวทีเต้นรำ ดูดสวีท ที่เขาใหญ่ล่าสุดก็เล่นเพลงนี้นะ กรี๊ดมาก :30:
และอีกชื่อนึงที่ลืมไม่ได้ เดวิด โบวี่จริงๆแกก็ไม่เคยตกรถไฟขบวนไหนอยู่แล้ว ยุคนี้ก็ด้วย
ผมว่ามีเพลงนึงเป็นวิญญานของยุคเปลี่ยนผ่าน 70 ไป 80 ชัดแจ๋วเหมือนบรรจุทุกอย่างไว้ในเพลงนี้เลย
ชื่อเพลงว่า Fashion (ที่เวทีแฟชั่นเจ๋งๆนำไปใช้อยูจนทุกวันนี้ มันเป็นเพลงที่มีภาพลักษณ์รสนิยมสูงส่ง
ติดตัวมาตลอด เหล่าเทร็นด์เซ็ตเตอร์แบรนด์แฟชั่นชั้นสูงมักจะนับถือเพลงนี้ว่าเป็นอะไรสักอย่างของพวกเขา
สาเหตุง่ายๆก็เพราะเดวิด โบวี่คือเทร็นเซตเตอร์ของเทร็นเซ็ตเตอร์อีกทีมาแต่ไหนแต่ไร)
http://www.youtube.com/watch?v=mvsQjprz1x4# (http://www.youtube.com/watch?v=mvsQjprz1x4#)
ฟังเสียงกีตาร์ชะเวิ้บชะว้าบพวกนั้นดูสิครับ ผมรู้สึกว่านั่นเป็นพลังที่เป็นสิทธิ์เฉพาะคนยุคนั้น
(คือก่อนหน้านั้น ไม่ค่อยมีใครเอากีตาร์มาทำเสียงแบบนี้)แถมด้วยเสียงปี๊บๆนั่นอีก ทั้งเฉิ่มทั้งห่วยจนบอกไม่ถูก :30:
ซาวนด์แบบนี้
ไม่พูดถึง Pet Shop Boys ได้ยังไง :07:
พอดีพวกนั้นเค้าไม่ได้อยู่แมนเชสเตอร์ :37:
(ลืมนั่นแหละครับ)
Delphic ก็แมนเชสเตอร์นะ :37:
ถ้าเป็นอิเล็กโทรนิกยุกแรกๆเลย ผมจะชอบงานของพวกคอมโพสเซอร์ครับ
อย่าง Steve Reich เป็นหนึ่งคอมโพสเซอร์มินิมอล และทำอิเล็กโทรอคูสติกด้วย สมัยที่ว่าต้องมานั่งตัดเทปแล้วปะกันอ่ะ
มันดูสดมากในยุคนั้น พอเอามาฟังแล้วรู้สึกมันดี
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 19 ก.พ. 2010, 08:35 น.
Delphic ก็แมนเชสเตอร์นะ :37:
ไม่บอกว่าโรนัลโด้ก็แมนเชสเตอร์เลยล่ะ
ไปหาอ่านและฟังคุณ Steve Reich เมื่อกี้
นึกไม่ออกว่าจะรู้จักได้ด้วยวิธีไหน คอมโพสเซอร์จริงๆ :37:
ที่สำคัญ ยังหาเหตุผลที่จะฟังไรงั้นไม่ได้
เออ สงสัยอยากถามฟิลมานาน(สองสามวัน) เวลาที่จะเลือกฟังอะไรอย่างนึง
อย่างผมนี่ มันก็คือศิลปินที่ทำเพลง เขียนเนื้อ ออกอัลบั้ม ออกซิงเกิ้ล จะยุคไหน
มันก็คือศิลปินที่อยู่ในรูปรอยนี้ พูดเป็นตุ๊กตาก็ได้ว่าคือ บีทเทิ่ล
อะไรที่ประมาณบีทเทิ่ล ผม(และผู้ขับเคลื่อนวงการดนตรีทั่วไป)ก็จะอยู่ในเส้นทางนี้
และนิตยสารทั้งหลาย ก็เป็นเข็มทิศให้เราติดตาม อย่าง GTในสมัยก่อน
หรือพวก Q, NME, MOJO อะไรงี้ แน่นอนว่าเพราะผมเติบโตมากับมัน
และผมก็โตมาในยุคที่ดนตรียังมีเจ้าภาพหลัก หมายถึง มีกระแสเพลงอะไรที่มันนำพาสังคมไป
เช่น ยุคอัลเตอร์ บริทพ็อพ กรันจ์ ผมก็มีเนอร์วาน่า, สเวด, เรดิโอเฮด, พัลพ์อะไรงี้ฟัง
แต่ตอนนี้ไม่มีใครตั้งชื่อยุคถูก ในช่วงเกือบ 10 ปีหลังมานี้นี่แหละ
ผมเลยสงสัยว่า คนที่เติบโตมาในบรรยากาศทางดนตรี(ที่ผมไม่คุ้นเคย)นี้
จะฟังอะไร และฟังได้ยังไง แล้วแกนความคิด มุมมองต่อดนตรีคืออะไร
ก็พยายามจะหาคำจำกัดความ ก็ได้แต่เดาจากคำสั้นๆว่า รุ่นนี้เป็น Digital Native
น่าจะได้รับทุกสิ่งมาจากเว็บต่างๆ และยังหาแกนหลักหรือเจ้าภาพทางความคิดไม่เจอ
ก็เหมือนที่ยุค 00's นี้เป็น ที่ไม่มีใครสามารถเป็นแกนอะไรนำใครได้
คำถามงงไหมครับแต่อยากรู้จริง
(ถ้าแถวนี้ถามกัน เขาเรียกว่ากำลังเช็ค
เหมือนเช็คหัวเข็มขัดของเด็กช่างน่ะครับ :30:)
K-pop ครับ :51:
ถ้าอย่างที่เก้อเกริ่น ตอนนี้ก็เป็นหมดไม่ว่าจะสถาปัตยกรรม แฟชั่น
คือมันไม่มีธีมหลักของยุค เพราะการสื่อสารกับเทคโนโลยีมันทำให้ได้อะไรๆมาง่ายขึ้น
สถาปัตยกรรมพอหมดยุคโมเดิร์น ก็ไม่มีชื่อเรียกต่อเรียกเหมือนแนวเพลงอ่ะ โพสต์ โมเดิร์น
ตอนนี้ก็ได้แต่จัดหมวดหมู่แยกประเภทไปตามสไตล์งานที่พอจะจัดได้เหมือนเพลง
minimalism ,maximalism ,exotic ,contemporary ,deconstruction และอีกเยอะแยะ :30:
ความรู้สึกแบบที่เก้อพูด จะมาในสมัยเรียนครับ
ที่เราต้องหาสไตล์เพื่อเป็นเข็มทิศงานเรา แต่เนื่องจากมันไม่มีเมนสตรีมมันก็เลยต้องเลือกเอาสักทางมั้ง :30:
ก็คงเลือกเอาแนวที่เราชอบที่สุด เพื่อนแต่ละคนรวมถึงตัวเองก็เลือกแนวที่คิดว่าตัวเองคิดว่าใช่มั้ง :30:
ปี 1 ถึงปี 5 ยังไม่ซ้ำกันสักแนวเลย :30:
ถ้าถามเรื่องเพลงก็ไม่มีแนวหลักในดวงใจ แล้วก็รวมไปถึงกระบวนการในการทำเพลง
ฟังเพลงอะไรแล้วรู้สึกเพราะก็ชอบ :30:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 19 ก.พ. 2010, 11:04 น.
ฟังเพลงอะไรแล้วรู้สึกเพราะก็ชอบ :30:
ผมก็เป็นแบบนี้แหละครับ แต่ฟังแล้วรู้สึกชอบ ก็ชอบ(ซึ่งจะไม่ไพเราะบ้าง :30:)
แรกๆผมจะได้รับอิทธิพลจากพ่อในพวกเพลงฝรั่งยุคเก่าๆครับ เลยเริ่งฟังมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วหลังๆมานี่ก็จะเริ่มหาฟังเองครับ
คือจะหาจากแนวที่ชอบก่อน หาวงอื่นๆ ทั้งดังและไม่ดัง หรือแบบแทบจะไม่มีคนรู้จักเลยก็ว่าได้ ซึ่งมาฟังเอาหลากหลายจริงๆก็ตอนม.ปลายแหละครับ
อาจจะเป็นเพราะว่าเล่นเปียโนคลาสสิกมา เลยทำให้ฟังเพลงคลาสสิกง่ายกว่าคนอื่นเขา จนมามินิมอล และงานคอนเทมป์
เว็บบอร์ดก็เป็นอีกหนึ่ง ที่ช่วยๆกันแนะนำเพลง แนะนำแนวแปลกๆมาให้ฟัง
เวลาผมฟังเพลง จะไม่ยึดตามกระแสยุคเท่าไรนะครับ คือจะยึดตามแนวที่ชอบมากกว่า อย่างยุค The Beatles ก็มี Steve Reich อยู่ด้วย ซึ่งผมก็ฟังมันทั้งคู่
บางครั้งฟังงานแปลก ก็ทำให้ผมประทับใจได้ และก็ชอบเพราะมันแปลกนี่แหละครับ
และเป็นเพราะเทคโนโลยีมันกว้างด้วย ทำให้หาอะไรฟังง่ายขึ้น :21:
(ผมก็หาฟังวงใหม่ๆอย่างน้อยสัปดาห์ละสองวง)
ผมจะเป็นนักฟังมากกว่า ไม่ค่อยจะได้ศึกษาประวัติวงอะไรมากมายนัก(ถ้าไม่ชอบจริงๆ)
บางครั้งการฟังเพลงก็ไม่ต้องคิดว่าจะฟังไปทำไม ขอเพียงแค่ชอบ หรือยอมรับเพลงในแนวนั้น ก็จะหามาฟังได้มากขึ้นครับ
(เอ๊ะ ตอบตรงป่าว :58:)
มีทีฟังง่ายกว่า Steve Reich คือ Philip Glass ครับ โคตรดังเลยคนนี้
ผมก็เรียนเปียโนคลาสสิค สอบเกรดของ ทรีนิตี้ คอลเลจ ด้วย
แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องเพลงเลย :3005:
ของพี่พลัมตอบชัดเจนครับ
ส่วนฟีลตอบไม่ตรง :37:
จริงๆคำแบบว่า ฟังเพราะชอบ อะไรเพราะก็ฟัง
อะไรแบบนั้น มันเหมือนคำว่าพรุ่งนี้ก็เช้าแล้วอะครับ
คือมันก็แหงอยู่แล้ว บ่ายนี้ก็บ่ายแล้ว
เลยอ่านแล้วจับต้องอะไรจากคำตอบไม่ค่อยได้
ที่ถามคาดคั้นกับฟิล เนื่องจากเห็นว่าเรียนด้านนี้
การเสพศิลปะมันก็มีหลายระดับ ระดับแรกคือทราบซึ้งแล้วแปรความ
หลังจากนั้นก็คือการ ประเมินค่า ไอ้ขั้นตอนหลังนี่ล่ะ
ที่บรรจุอยู่ในประโยค อะไรเพราะก็ฟัง น่ะครับ
แต่ถึงจะตอบไม่ตรง แต่อ่านแล้วก็เข้าใจนะ ว่าฟีลกำลังอยู่ในขั้นตอนไหนของชีวิตการฟังเพลง
ยุคนี้มันดีตรงความหลากหลายอย่างที่พี่พลัมว่า
สำหรับผม ในอดีตมันมีข้อดีตรงที่เราละเอียดกับมันมากกว่า
เช่น ม้วนเทปสิลปินต่างประเทศ 95 บาท การจะซื้อแต่อันต้องมีการศึกษา
และติดตามข้อมูลข่าวสาร ประวัติ คุณภาพ คิดตัดสินใจอะไรค่อนข้างมาก
ผมว่าขั้นตอนนั้นแหละ คือการฝึกประเมินค่าศิลปะ ทำให้เราละเอียดกับการฟัง
(กว่าจะได้มาแต่ละอันน่ะนะ)แต่ก็นั่นล่ะ ความหลากหลายมันก็ไม่มี :37:
ไม่รู้สิ ผมเน้นฟังอ่ะ ชอบฟัง ไม่มีเหตุผลอะไรเท่าไร
ไอที่ฟังก็จะมีวงที่ชอบ จึงจะเอามาศึกษาประวัติอีกที ประมานนี้น่ะ
เวลาไปเจอแนวใหม่ๆ หรือวงใหม่ๆที่ฟังแล้วรู้สึกชอบ หรือโดน ผมก็จะนำมาค้นหาประวัตินั้นดูนะ
ผมก็ฟังเพลงเพื่อความบันเทิงอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่ได้นำมาใช้ก็จะไม่ได้ลงรายละเอียดของมันเท่าไรนัก
เดี๋ยวพอผมได้เรียนการประพันธ์เพลง ผมก็จะลงลึกไปถึงเพลงคลาสสิก วิเคราะห์มันออกมาแบบละเอียด
ซึ่งตอนนี้ผมยังไม่ได้เรียนการแต่งเพลงเลย ต้องปีสองถึงจะมีวิชาลง
เพลงที่เคยๆทำมาก็มาจากหาข้อมูลเอง มั่วเอง เหอๆ
การเข้าถึงความลึกซึ้งในการเสพศิลป์
ของแต่ละคนมันไม่เท่ากันนะ
ตูว่ากว่าคนเราจะตกผลึกด้านความคิด
กว่าจะกลั่นกรอง มองความงามด้านศิลปะแขนงต่างๆ
ให้ออกมาเป็นรสนิยมของตัวเอง
มันมีขั้นตอนและกระบวนการของมันอยู่
ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี่ ตูว่าต้องใช้เวลานะ
และการใช้เวลาของแต่ละคน มันก็ไม่เท่ากัน
บางคนโน่น อายุเจ็ดสิบเกษียณไปแล้วสิบปี
เพิ่งจะมาตระหนักและเข้าใจถึงคุณค่าของศิลปะที่ตัวเองถูกจริต
นั่นอาจเป็นเพราะ หลังเกษียณเพิ่งเริ่มมีเวลา
ที่จะันั่งมองอะไรได้นิ่งๆ
ในขณะที่บางคนอาจจะใช้เวลาแค่ไม่กี่ปี
เพราะมีโอกาสได้เสพและเรียนรู้จากวัยเด็กๆ
หรือบางคนเป็นอัจฉริยะ เกิดมาได้ไม่กี่ขวบ
ก็สามารถเข้าถึงได้
(กรณีเด็กอัจฉริยะ อันนี้ความเชื่อส่วนตัวของตู
เชื่อว่า เป็นการเรียนรู้มาจากชาิติก่อน)
เห็นเก้อถามฟิลแล้ว ตูก็มานั่งนึกถึงตัวเองว่า
ตอนตูอายุสิบแปด ตูฟังเพลงอะไรอยู่วะ :30:
เริ่มฟังเพลงจริงจังตอนมอหนึ่งมอสอง
แต่กว่าจะหลุดจากกระแสชาวบ้านได้ ปาไปมอหก :30:
เราเห็นด้วยกับที่ป๋าณตว่ามา :12:
อายุ 18 เราฟัง The Corrs กับบริทนี่เว้ย :56: :30:
ช่วง ม.3 เราชอบเเพลงของ Blur ,Oasis ,Green Day ,Enya แล้วก็เพลงของ Han Simmer
หลังๆ มาก็ ไม่ติด ไม่ตาม ผลงานของใครเฉพาะเจาะจง รู้สึกเฉยๆ กับเหล่าศิลปิน
การที่ไม่ได้ฟังเพลงเพียงลำพังหลายๆ ครั้ง
และได้ฟังเพลงร่วมกับผู้คนที่มีรสนิยมแตกต่างกันบ่อยครั้ง
ทำให้รสนิยมการฟังเพลงเปลี่ยนไปมากพอสมควร
เปิดรับแนวเพลงหลากสไตล์มากขึ้น และเลิกเหยียดหยามว่าบางเพลงเป็นขยะ
มันเหมือนเราไปดูถูกคนที่ชอบเพลงนั้น คล้ายเหยียดสีผิว
ตั้งแต่เด็กเติบโตขึ้นมาท่ามกลางหมอลำฟังกับคนงานเย็บผ้าโหลที่บ้าน
เท่าที่จำไ้ด้ก็
น้ำตาหล่นบนขอบเตียง ของ ฮันนี่ ศรีอีสาน
รักสลายดอกฝ้ายบาน จินตหรา พูนลาภ
(ตอนนั้นเฉยๆเพราะตอนเด็กๆเห่อ โขน มาก)
พอเริ่มเข้าช่วงซักป.3-5 ไปอยู่กับอากู๋ เพราะม๊าไปฝาก
อากู๋คนโตคนนึงจะชอบพวกแนว Beatles,LOBO,Elvis,แล้วก็แนว Country
อากู๋คนรองอีกคนจะฟังพวก Michael Learns To Rock,Eagle,David Bolwie,Billy Joel
แกชอบจับผมมาสอนแปลเพลง จำได้เพลงแรกที่แกสอนคือ Hotel California- Eagle ตอน 8 ขวบ
พอช่วงม.ต้น ช่วงยุคมืดของชีวิต อย่าไปพูดถึงมันมากดีกว่า
ก็ติดกระแสเพื่อน ด้วยการฟัง คาราบาวและเพื่อชีวิตต่างๆเรื่อยไป
กลายเป็นพวกหัวรุนแรง แอนตี้ผู้ใหญ่กับสังคมไปพักนึง
ช่วงม.3 ตอนนั้นได้อิทธิพลอากู๋คนเล็กมาเต็มๆฟังเพลง Fatboy,Nirvana,JoeyBoy รองเท้า chappyหนังแก้ว ฟัง Fat Radio ฯลฯ
ม.ปลาย นี่เป็นยุคสำริดของชีวิตฟังเพลงมากๆตอนนั้น
ย้ายโรงเรียนเพราะม๊ากลัวลูกจะกลายเป็นหัวรุนแรงซะก่อน :30:
เพื่อนพันธมิตรเพลงแนะนำให้รู้จักกับ พาราด็อก,Prodigy,The Offspring,Ebola,Limp Bizkit,Cold Play,Oasis
ม.6 เพื่อนร่วมห้องได้หยิบยื่น Thaitaniam Eminem และ ลิงกินผัก ให้ฟัง(ตอนนี้ยังไม่ได้คืนแผ่นมันด้วย)
มหาลัย ยุคตกผลึก
เกิดความสิ้นหวังในวงการเพลงไทยไปพักนึง
เลยหันไปฟังเพลงสากล โดยไปถูกตาต้องใจกับ Rock และ Metal เลยฟังมันตั้งแต่ Prog Rock, Instrument Rock, Null Metal
แล้วได้เพื่อนคุยเพลง Rock ยุคเก่าถูกคออย่าง ไอ้ชื่น ที่ฟัง Red Zeppelin ,Queen ,Black Subbath,Nirvana
ได้รู้จัก Deam Theater,Nightwish,Skipnot,Korn จากรุ่นน้องและเพื่อน
ตามติดด้วย 50Cent, snoop dogg, Eminem
ฟัง Lighthouse Family กับ Bakery ควบไปด้วยโดยมีเพื่อนโม่ เป็นคู่ขา :27:
ปัจจุบันก็ฟังทั้งเพลงหวานๆปนๆกันไปกันกับRock Metal และ Hiphop
เหมือนจะสวนๆทางกับผมแฮะ :30:
ตั้งแต่สมัยยังเด็กๆเลย ซักปอหนึ่งปอสามได้
เพลง Lemon Tree ของ Fool's Garden คือเพลงแรกที่ผมร้องได้ตั้งแต่แรกจนจบ :30:
เพราะฟังจากเทปอัลบั้ม Now! ของพ่อ ที่มันจะรวมๆเพลงฮิตในตอนนั้นๆมา
ช่วงนั้นของผมเป็นช่วงที่ครอบครัวผมชอบเดินทางมาก
เช่นไปเที่ยวบ้าง ไปบ้านญาติบ้าง บ่อยครั้งมาก
แล้วก็ไปด้วยรถพ่อนี่แหละ
แน่นอนว่าเพลงที่กรอกหูไปตลอดทางก็จะมี MLTR, Eagles, Scorpions ฯลฯ (ทำไมมันแพทเทิร์นเดียวกันเลยเนี่ย)
จากนั้นก็วาร์ปมายังช่วงมอสอง
ช่วงนั้นติดเกมส์มากถึงมากที่สุด ติดจนเกรดหล่นแบบไม่เคยหล่นไปขนาดนั้นมาก่อน
แล้วเพราะวงที่ืชื่อ Linkin Park เนี่ย ทำให้ผมเลิกเล่นเกมไปโดยปริยาย (อ้าว)
คือเก็บตังค์ไปซื้อเทปครับ (นี่ เท่ไหม)
เทปม้วนแรกในชีวิตคืออัลบั้ม Meteora ของ LP นั่นแหละ
คือที่รู้สึกชอบ LP เนี่ย จำไม่ได้ว่าชอบจากไหน
แต่ไม่ใช่จากปากต่อปากแน่นอน น่าจะไปได้ยินมาจากเคเบิ้ลทีวีที่บ้านล่ะมั้ง
จากนั้นก็มีม้วนต่อๆมาครับ ย้อนไป Hybrid Theory, Reanimation แล้วก็ฟังมันจนยาน ฟังทุกคืน
ร้องได้ทุกเพลง ท่อนแร๊พไหนชาวบ้านร้องไม่ได้ กูร้องได้!
ไม่นานผมก็พบความจริงว่าอีวงลิงกินผักเนี่ยมันดังชิบหาย
ฟังกันทั้งบ้านทั้งเมือง เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เท่เลยครับ
เลยหาวงอื่นๆที่คิดว่าฟังแล้วเท่ ช่วงเวลาสามสี่ปีจนถึงมอห้ามอหก
ผมก็เลยฟังเพลงแบบ Mainstream คือเพลงอะไรดังๆออกมากูฟังหมด
แต่ไอ้ความห่วงเท่นี่มันยังไม่หมดไปครับ คือฟัง Mainstream ก็จริง แต่ก็ยังหลีกหนีกระแสมวลชนที่เค้าฟังกันเยอะๆออกไป
โดยปกติเนี่ย ไอ้กระแส Mainstream นี่มันก็มีแต่เพลงที่ฟังแป๊บเดียวแล้วก็เบื่อไปเลย
ซึ่งมันก็ช่วยถีบผมให้หลุดออกจากกระแสได้ตอนขึ้นปีหนึ่ง
พอมาถึง ณ ปัจจุบัน ผมกลายเป็นคนที่หาคนคุยเรื่องเพลงด้วยยากโคตรๆแล้วครับ
มีใครมั่งที่ชอบฟัง Delphic, Two Door Cinema Club, Jamie T, Miike Snow ฯลฯ
คือแค่พูดชื่อวงมันก็ส่ายหน้ากันหมดแล้ว
คิดว่าตัวเองเท่มั้ย ผมไม่คิดยังงั้นแล้วนะ
เพราะตอนนี้คิดแต่ว่า
เพลงที่มันขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดอยู่น่ะ มีแต่เพลงห่วยๆ
ฮิพฮอพเอย อาร์แอนด์บีเอย คันทรี่เอย มันฟังกันเข้าไปได้ยังไง เพลงเมื่อห้าหกปีที่แล้วเป็นยังไง
ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นอยู่ โอย อเมริกาเอย
ตอนไปหาเพื่อนคุย Red Zeppelin ,Queen ,Black Subbath,Nirvana ก็มีแต่คนไม่รู้จัก
ตอนนั้นรอบตัวมีแต่ J-pop K-pop เกย์-pop
เต็มที่ก็ Nirvana Queen แล้ว Deep Purple UFO Red Zeppelin Deam Theater หล่ะ!!!
ก็ไอ้ชื่นกับเพื่อนอีกคนชื่อ เติร์ก ซึ่งเป็นครอบครัวนักดนตรี มาร่วมแชร์
ลิงกินผัก ชอบตอนเห็น MV papercut กับ In the end ของ Reanimation กับคอนเสริต Live in Texus
คุณเบิร์ดได้เพื่อนฟังครบเลยแฮะ
แบบรวมแต่ละยุคอ่ะ
ผมนี่ตามแต่พ่อตลอดจนถึงม.ปลายแหละ
แล้วค่อยหาฟังเอง
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 21 ก.พ. 2010, 23:39 น.
เพลงที่มันขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดอยู่น่ะ มีแต่เพลงห่วยๆ
ฮิพฮอพเอย อาร์แอนด์บีเอย คันทรี่เอย มันฟังกันเข้าไปได้ยังไง เพลงเมื่อห้าหกปีที่แล้วเป็นยังไง
ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นอยู่ โอย อเมริกาเอย
ผมเห็นด้วยนิด ๆ นะ :58:
รู้สึกมันน่าเบื่อไงไม่รู้
วนอยู่กับ ฮิพฮอพไป อาร์แอนด์บีมา ป๊อปหายแล้วก็กลับมาอีก
ตอนนี้เลยฟังแต่ metal ตามเพื่อน :37:
ตอนเด็กๆ ก็ฟังพวกเพลงตลาดทั่วๆ ไปนี่แหล่ะ
ประมาณ ป.6 ถึงได้เริ่มฟังสากลบ้างนิดๆๆๆๆหน่อย
พอมัธยมเริ่มฟังหลายหลากขึ้น และเริ่มหันไปทางเพลงญี่ปุ่น พร้อมๆ กันเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น
พอถึงปัจจุบัน ใครถามก็ตอบไม่ได้แล้วว่าฟังเพลงแนวไหน เพราะฟังมันไปทั่วเลย
เด็กๆ จำความได้ ตูโดนย่าเปิดวิทยุกรอกหูตอนเช้าๆ
เพลงสุนทราภรณ์ที่ร้องโดยถนัดศรี(เป็นส่วนมาก)
ตอนเย็นๆ แม่ตูก็เปิดลูกทุ่งเก่าๆ ให้ฟังก่อนนอน
ไวพจน์ สุรพล ไปยันเพลิน พรหมแดน
ตอนประถม มัธยมต้นโตขึ้นมาหน่อย ฟังเพลงจากเทปพีค็อกของอาๆ
พวก Beegee, simon&garfunkel, The eagles, Chicago, air supply, The Beatles อะไรเทือกนี้
สมัยมัธยมปลาย มีวันนึงเพื่อนถามว่า เฮ้ยมึงฟังเพลงอะไรวะ
ก็ตอบมันไป มันก็ทำหน้างง แล้วด่าว่ามึงฟังเพลงเหี้ยอะไรเนี่ย
วัยรุ่นอย่างเรามันต้องฟัง คาราบาว ไมโคร อัสนี วสันต์
ข่วงนั้นพอเริ่มจีบหญิงด้วย ก็เลยตามกระแส
ฟังเฉลียง ฟังจุ้ย และเพลงเพื่อชีวิตอีกหลายๆ วงด้วย
แต่ทว่ามันมีเทปสองม้วนที่เปลี่ยนชีวิตตู
นั่นคือ Led Zeppelin IV กับ dark side of the moon ของ พิงค์ ฟลอยด์
เพราะทำให้ตูรู้จักท่วงทำนองที่มันเปลี่ยนไป
จากวิธีการทำเพลงที่ไม่เหมือนใครในความรู้สึกตูในตอนนั้น
หลังจากนั้นก็แกนร่างในการฟังเพลงตูก็แบ่งออกเป็นสองซีก
ซีกนึงก็จะตาม Led Zeppelin ไปเป็นเมทัลหนักขึ้นเรื่อยๆ เป็นสปีดเมทัล เป็น เฮวี่เมทัล
ไปอีกเรื่อยๆ จนสุดท้ายไปจบที่ Napalm death
อีกซีก ก็จะตาม พิงค์ ฟลอยด์ไป ไปเป็น Alan parson project, Mike old field, Dire Straits Queen, Elton John
Enya, clannad, Kitaro
ช่วงอินเทอร์เน็ตยังไม่มี
ก็อาศัยนิตยสารดนตรีในบ้านเราสองสามฉบับ
นั่นคือ สีสัน บันเทิงคดี และ Quiet Storm
จนวันนึงไปเจอ The air on the G string
ในเทป soundtrack หนังเรื่องอะไรซักเรื่องนี่แหละ
มึนงงมากว่า เฮ้ยทำไมคอร์ดไม่กี่คอร์ด
มันทำให้เพลงเพราะ คลี่คลาย และมีเรื่องมีราวได้ขนาดนี้
นึกถึงเด็กมัธยมปลายหัวไม่เกรียน(เพราะไม่ได้เรียน รด)
ที่เข้าใจว่าเพลงที่ดีคือ เพลงเมทัลคอร์ดซับซ้อน
หรือโปรเกรสซีฟร็อคที่มีเรื่องราว
และคีย์ดนตรีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
พอมาเจอ เพลงที่ใช้คอร์ดแค่ไม่กี่คอร์ด
เรียบง่าย แต่เพราะได้จับใจ เลยงง
(น้องตูบอกว่า สิ่งที่ตูได้ยิน
เขาเรียกกันว่า Harmonising Scale
เรียกง่ายๆ ว่าเป็นทฤษฎีในการวางท่วงทำนองของดนตรี )
อ่านปกเทป เห็นว่าคนแต่งคือ Bach
หลังจากนั้นก็เลยเข้าสู่ยุค บาร็อคแห่งดนตรีคลาสสิคเต็มตัว
ต่อจากนั้นมา ก็ตามฟังเพลงคลาสสิค
จากวิทยุจุฬา และก็ได้ไปดูซิมโฟนี คอนเสิร์ต
(ตอนนั้นตูอายุ 18 เรียนอยู่ปีสอง :05: )
ก็ฟังเพลงคลาสสิคเรื่อยมาครับ
บวกกับวงทางฝั่งอังกฤษด้วย อย่าง โอเอซิส ยูทู
เดอะเวิร์ฟ และอื่นๆ เท่าที่จะหาโอกาสฟังได้
ฟังแจ๊สบ้าง แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจมันนัก
จนมาอยู่อังกฤษ ได้ฟัง สุนทราภรณ์หลายๆ ชุด :30:
(เวลาคิดถึงบ้าน เปิดฟังมันได้อารมณ์มากๆ)
เลยเริ่มหยิบแผ่นเสียงเพลงแจ๊สที่เคยซื้อๆ ไว้ กลับมาฟัง
ค้นพบว่า ครูเอื้อของเรานี่ สุดยอดจริงๆ
เพลงของแกหลายๆ เพลง เป็นแจ๊สแบบซับซ้อน
ที่เพราะมากๆ ได้เลย :12:
ช่วงนี้ก็หยิบแต่เพลงเก่าๆ มาฟังน่ะครับ
วงใหม่ๆ ยังฟังไม่เข้าหูสักวงตอนนี้ :3005:
พ่อฟังลูกทุ่ง ลูกกรุง สากล ยันคลาสสิค เลยฟังมันได้ทุกแนว :30:
แถมชอบดูตลกคาเฟ่ เพลงลูกทุ่งเก่าๆ เลยรู้จักเยอะมาก
พอโตมาก็ฟังป๊อบตามตลาดไปนั่นแหละ พี่เบิร์ดเป็นหลัก
ตอนม.ต้นยังชอบ ทัชธันเดอร์อยู่เลย รองต๊ะแล่บแปร๊บน่ะ :30: จำได้ว่าออกมาพร้อมๆ กับเจ เจตริน กับติ๊ก ชิโร่
จนกระทั่งเพื่อนให้ยืมดิ โอฬาร โปรเจกมานั่นแหละ ชีวิตเปลี่ยนเลยคราวนี้
เลยฟังร๊อกทั้งไทยและเทศ ซึ่งสมัยนั้นเน้น แฮร์ ร๊อก ในใจก็ต้องกันส์แอนด์โรสเซส
แต่ก็ไล่ย้อนฟังรุ่นเก่า และมีป้าเฟรดดี้เป็นพระเจ้ามาถึงปัจจุบัน
แร็ป อาร์แอนด์บีก็ฟังนะ เพราะตอนนั้น เอ็มซีแฮมเมอร์ กับ วานิลลาไอซ์มาแรงมาก
อ้อ บอยซ์ทูเม็น โทนี่แบ๊กตัน อะไรทำนองนั้นด้วย
แต่เช่นเคยตูก็ไปย้อนหาพวกเพลงแนวคนดำเก่าๆ ฟัง และชอบที่สุดคือไลโอเนล ริชชี่
แถมไอ้เพื่อนซี้ก็ดันฟังเรกเก้ แน่นอนว่ามันมากับพวกอินเนอร์ เซอเคิ่ลอะไรแบบนี้
(และตูก็ไปไล่ฟังป๋าบ๊อบ มาเล่ย์ แถมไปตามฟังโตเกียว สกาก็ช่วงนี้)
ว่าไปอะไรที่ฮิตตูได้ฟังหมดแหละ แล้วก็ไปไล่ฟังต่ออย่างช่วงนึงที่ฮิตคีตาโร่ ยานนี่ เอนย่าก็ฟัง
แต่รู้สึกว่าฟังอะไรก็จะย้อนไปเก่าๆ ตลอดแฮะ :30: :30:
ฟังเพลงสากลมาจนยุคเนอร์วาน่านั่นแหละ พอพี่เคิร์ทแกตายไปก็ไม่ค่อยตามใครแล้ว
ก็เป็นสาวกเบเกอเรี่ยนอยู่หลายปี เรียกได้ว่าแฟนพันธุ์แท้เลยก็ว่าได้
จนเบเกอรี่เริ่มซาก็หันมาฟังแจ๊ซกับบอสซ่าซะงั้น :47:
ด้วยเผอิญไปอยู่ร้านเหล้าที่ท่านเจ้าของแกชอบทางนี้นี่แหละ
จวบจนปัจจุบันก็เลยยังฟังทุกอย่างเน้นแจ๊ซ บอสซ่านี่แล
ตอนม.ปลาย อัลบั้มที่เปลี่ยนชีวิตผมทันทีตอนนั้นคือ Pink Floyd The Wall ครับ (ก่อนหน้านั้นก็ฟังไปเรื่อยๆ กับฟังบิทเทิ่ลครับ แล้วก็พวกคลาสสิกธรรมดาๆ)
เริ่มจากการฟังเพลงสุดฮิตเลย Another Brick pt.2 แล้วชอบ เลยฟังทั้งหมด หาคอนเสิร์ต หาหนังมาดูครับ เป็นเรื่องราวที่ต่อกัน รู้สึกว่าเจ๋งดี เลยเริ่มหามาฟังเรื่อยๆ เพราะเพิ่งได้รู้ว่ามีดนตรีแบบนี้ด้วย
ที่บ้านผมเก็บ Pink Floyd Dark Side of The Moon เกือบทุกแบบเลยครับ (ซีดี เทป แผ่นเสียง ซีดี5.1 เบื้องหลัง...) ตังพ่อน่ะ :58:
จะบอกว่าชอบ Air on G String เหมือนกัน ชอบมากๆ :56: มีอีกเพลงคล้ายๆกันที่ชอบ เพลงMeditation จากโอเปร่าเรื่อง Thais เพราะมาก
ตอนนี้ก็ฟังเพลงเก่าๆกับพวกเพลงใหม่ๆที่ไม่ดังมากมายนัก
อนาเตอร์ บริก อิน เดอะ วอลล์ นี่ชอบหนังมาก :37:
โตมากับเจอาร์วอย, แร็บเตอร์, แฟนตาสติกโฟร์, เด็กระเบิดยืดแล้วยึด, หัวใจกระดาษ, มาลีฮวนน่า,
belter 1.0, porkeeper, breakfast in bed, saturday seiko, taxi, labanoon, KALA
เพลงฝรั่งที่ฟังแล้วจี๊ดเพลงแรกก็ Do you have the time to listen to me while (basket case: greenday ของเรานี้เอง)
แล้วก็ X-japan ทั้งเซท
นอกจากนั้นก็ไป Dream theater ที่ฟังแล้วรู้ว่ามันเล่นเก่งแต่เบื๊อเบื่อ :47:
หลังจากนั้นก็ไป maroon 5, robbie william, linkin park และเพลงดังๆ ที่ไม่รู้จักชื่อนักร้องอื่นๆ อีกมากมาย
ฟังได้ทุกแนวเพราะที่บ้านขายเพลง เปิดฟังวนทุกวันเลย ช่วงพีคๆ ก็เปิดมาลีฮวนน่าฟังวนๆ :53:
ไม่ชอบแนวเพลงเต้นๆ เนื้อเพลงน้อยๆ ขายบีท วนๆ ซ้ำๆ :58:
คือไม่ใช่ขาแดนซ์โดยสิ้นเชิง
โห เด็กระเบิด :30:
อะ คุ้มที่เป็นเด็กระเบิด :27:
:25:
(http://www.yopi.co.th/image/prod_pics/1975/f/1975097.jpg)
สเตปผมเหมือนพี่ณตเลยครับ
เด็กๆ ก็ฟังจากพ่อ แม่
อ้างอิง
พวก Beegee, simon&garfunkel, The eagles, Chicago, air supply, The Beatles อะไรเทือกนี้
แล้วก็ เอลวิส คาร์เพนเตอร์ แฟรงซินาต้า แนทคิง โคล ยุคนั้นอ่ะ :56:
พอโตมาก็ฟังตามพี่ชาย
อ้างอิง
อีกซีก ก็จะตาม พิงค์ ฟลอยด์ไป ไปเป็น Alan parson project, Mike old field, Dire Straits Queen, Elton John
Enya, clannad, Kitaro
แล้วก็พวก ดรีม เทียเตอร์ ชาโดวส์ แกลลอรี่ อิงวี่ แยนนี ทิวบ์
แต่ตลอดช่วงนั้นก็ฟังคลาสสิกด้วยครับ
เพราะโดนให้เรียนเปียโนคลาสสิคตั้งกะ 5 ขวบ :37:
พอมัธยมปลายก็ บริท ป๊อบ ตามกระแส จนถึงมหาลัย :30:
แต่ถ้าถามว่าชอบเพลงอะไรที่สุด
ชอบเพลงแบบของ โดโจ ซิตี้ ที่สด :30:
ขอเบี่ยงประเด็นหน่อย มาแนะนำเพลงครับ
ใครชอบฟังเพลงป๊อบสบายๆ ที่ไม่ได้สบายมากเหมือน Mraz เหมือน Kings of Convenience
มีเครื่องสายประกอบ มีเครื่องดนตรีประกอบเยอะๆ เมโลดี้เพราะๆ
มีกลิ่นร๊อคปนๆหน่อย
แนะนำ Lightspeed Champion ครับ เพิ่งฟังอัลบั้มที่สอง Life is Sweet! Nice to Meet You จบไปเมื่อกี๊
โคตรชอบเลยครับ คุณภาพมาก :12:
(http://ecx.images-amazon.com/images/I/51eYI339TbL._SL500_.jpg)
เพลงนี้เป็นซิงเิกิ้ลแรก ออกไปทางป๊อบร๊อคหน่อย
http://www.youtube.com/watch?v=WCo-U6war6c#ws (http://www.youtube.com/watch?v=WCo-U6war6c#ws)
ใครอยากได้ก็ไม่ต้องหาโหลดนะครับ เพราะมีใน ฟด เีรียบร้อยและ :58:
โคตรพลาดที่ไม่อ่านบรรทัดสุดท้าย :3005:
ถูกใจอย่างแรงนิ :45:
ชอบแบบมาแนะนำกันว่า ไอ้วงนี้ๆนะ เป็นเพลงแนวนี้ หาฟังได้ที่นี่ๆๆ
ไม่ได้มีความรู้เรื่องเพลงอย่าง ป๋าณต เก้อ กันย์ พี่พลัม ฯลฯ
แต่ฟังคุยกันแล้วสนุกดี ได้ไปตามหาฟัง อย่างที่คุยๆกันบ้าง รู้สึกได้เปิดหูเปิดตาดี :25:
ขอบคุณทุกคนเลย :46:
(http://www.youtube.com/watch?v=EdD8Igbgvjc#)
ไปเจอแนวนี้ฟังแล้วเพราะดีเป็น Violin Instrumental
หวานแหลมดี ไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่หวานแสบหูดี
อยากรู้จัก bossa เจ๋งๆ ใครมีแนะนำหน่อย
ถ้าแนว Bossa ผมฟัง แต่ Orilvia Ong กับ Lisa Ono ครับ
Jazon mraz นี้ใช่มะ :09:
คิดว่าไม่ใช่นะ แต่ก็ฟังเหมือนกัน
วง Kings of Convenience มาไทยปลายมีนานี้
บัตรหมดใน 3 วันแรกที่เปิดขาย เลยมีการเปลี่ยนสถานที่
แล้วขายบัตรเพิ่ม ตอนที่ผมรู้ว่าบัตรหมด หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม :05:
ดีที่มีขายรอบสอง แล้วที่ฮากว่านั้น เมื่อวานไปซื้อ
ผมถามเค้าว่า บัตรเหลือเยอะไหมครับ เจ้าหน้าที่บอก
ตัดที่น้องซื้อไปแล้ว ก็เหลือ 12 ใบ ค่ะ
โอกาสยังงี้ไม่ได้มีง่ายๆนะครับ ข่าวที่ว่าพวกเขาจะมาไทย
มีมาตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้ว มีหลายกลุ่มพยายามหาวิธีดึงพวกเขามาแสดงที่บ้านเรา
พึ่งสำเร็จปีนี้แหละ จริงๆสาเหตุที่บัตรมันหมด ไม่ใช่เพราะพวกเขาฮ็อตอะไรขนาดนั้นหรอกครับ
แต่เป็นเพราะ พวกเขามักจะแสดงคอนเสิร์ตในสถานที่ขนาดเล็กๆ
คนพอประมาณ ซึ่งจะสื่อสารดนตรีของพวกเขาได้ดีกว่า
บางคนจะอธิบาย Kings of Convenience ว่าประมาณพวก
บอสซ่า หรือ โฟล์ค แจ็ค จอห์นสัน, เจสัน มาร์ซ หรืออะไรแบบนั้น
แต่จริงๆแล้ว พวกเขาไม่สามารถและไม่มีทางจะเป็นอะไรแบบนั้นได้
เพราะพวกเขาคือชาวนอร์เวย์ และคนนอร์เวย์ทำอะไรทั่วไปแบบนั้นไม่ได้
พวกเขาเป็นวง 2 คน มาจากเมืองเล็กๆในนอร์เวย์ ประชากรประเทศที่น้อยอยู่แล้ว
ที่ๆพวกเขาอยู่ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ และการอยู่ในแอตแลนติกเหนือแบบนั้น
มันทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวจากโลกใบนี้ ดนตรีที่พวกเขาเล่นก็ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นเช่นกัน
พวกเขาทำดนตรีเพียงเพื่อให้ตัวเองมีความสุข หรืออย่างมากก็เพื่อนๆที่รู้จักกันฟัง
พูดง่ายๆว่ามีความเป็นส่วนตัวสูงเกินกว่าจะไปรวมกับดนตรีแนวชายทะเลสำหรับคนหมู่มาก
จริงๆมันก็มีชื่อเรียกของมันแหละ เรียกตามตัวเลยว่า ดนตรี Norwegian Folk ก็เท่านั้น
บางทีเขาก็จัดว่าอยู่ในหมวด Underground Pop เหมือน เบลล์ แอนด์ เซบาสเตียน
อะไรจำพวกนั้น ซึ่งผมก็ว่าเบลล์นี่ก็สุดยอดวงที่มาคู่กันเลย
นี่คือเพลงฮิตสุดของพวกเขา Homesick
และเป็น 1 ในเพลงที่เพราะติดอันดับในชีวิตผม
http://www.youtube.com/watch?v=gm8f7fZMucI# (http://www.youtube.com/watch?v=gm8f7fZMucI#)
เนื้อเพลงง่ายแต่หมดจดงดงามมาก
ผมชอบท่อนที่ว่า every day there's a boy in the mirror
asking me what are you doing here,
finding all my previous motives, growing increasingly unclear
โดยเฉพาะคำนี้ growing increasingly unclear มันมีความหมายอย่างประหลาด
เหมือนจะนึกออกว่ามันคืออะไร แม้จะเลือนลาง แต่ก็มีอยู่
และนั่นเป็นจุดเด่นของพวกเขาอย่างแรง คือการใช้คำง่าย แต่มีพลัง
ยกตัวอย่างชื่อเพลงก็ได้ Misread, Riot on an Empty street,
Gold in the air of summer, I Don't Know What I Can Save You From,
Power of Not Knowing ทำไมช่างคิดสรรหาคำที่ง่ายและมีความหมายได้ยังงี้ก็ไม่รู้พ่อคุณ
จริงๆก็มีอีกหลายเพลงที่ฟังแล้วน้ำตาไหลได้เลย
และคงจะน้ำตาไหลจริง ถ้าบัตรหมด :30:
เทียบกับกรีนเดย์ที่คอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ โปรดัคชั่นอลังการ
ผมยังไม่อยากดูเท่าเลยนะ กรีนเดย์มันเหมือนเป็นอะไรที่ต้องดูมากกว่า
(ซึ่งคอนเสิร์ตมันก็เจ๋งมากนั่นแหละ) จริงๆวงอะไรดีๆมาไทย ถึงจะไม่ได้ชอบมาก
ปกติก็ต้องไปดูไว้แหละ โอกาสพวกนี้มันไม่ได้มีบ่อยๆ
และก็เหลือผู้โชคดีอีกแค่ 12 คนเท่านั้น ที่จะได้ดู :37:
ตัวอย่างแสดงสด
http://www.youtube.com/watch?v=rC_pUoiBqJQ#ws (http://www.youtube.com/watch?v=rC_pUoiBqJQ#ws)
เหมือนกำลังฟังพระเทศน์ยังไงยังงั้น :30:
ซื้อตั๋วแล้วเหมือนกันพี่เก้อ :25:
ยังไม่ได้ฟังซักที โหลดมาดองเป็นชาติละ :05:
มันจะเหมือนกะโนอาห์ แอนด์ เดอะ เวลฮ์ อัลบั้มล่าสุดมั้ยอ่ะ :47:
โนอาห์จะสว่างสดใสกว่า จริงๆแล้วมันก็เหมือนวิถีชีวิตของคนทำ
พวกโนอาห์อยู่ลอนดอน บันเทิงเริงใจ เพลงมันออกมาสนุก สว่าง
สดใส มองโลกในแง่ดี ติดเพี้ยนเอ๋อนิดๆ
แต่คิงส์ออฟคอน จะสว่างแบบอุ่นๆ เหมือนฤดูร้อนในแถบเมืองหนาว
เหมือนเห็นความหวังอยู่ลิบๆ บางๆ เบาๆ แต่จริงๆแล้ว โนอาห์นี่ล่ะ
ได้รับอิทธิพลจากพวก คิงส์ออฟคอนและเบลล์แอนด์เซบาสเตียน
(อย่างน้อยก็ที่เค้าพูดๆกันน่ะนะ เคยอ่านเจอพวกโนอาห์บอกว่ามีเบลล์เป็นอิทธิพล)
ยังไงก็ตาม ชื่อทั้งหมดที่ว่ามา ผมว่าคือความหวังของดนตรีพ็อพ
ที่สะอาดซะจนเอาไว้ชำระหูของเราให้โล่งจากขยะทางเสียงทั้งหลายของโลก
เอ้ย ผมหมายถึงโนอาห์อัลบั้มสอง
อัลบั้มแรกกะอัลบั้มสองมันต่างกันลิบลับเลยนะ :3005:
เอ้อ
อ่านมาประมาณห้าหน้า
มึน :30:
กรี๊ดดดดดดดดด ไม่รู้เลยว่า Kings of Convenience จะมาไทย :05:
โฮกกกกกกกกกก ไม่นะ :07: :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 03 มี.ค. 2010, 23:18 น.
เอ้อ
อ่านมาประมาณห้าหน้า
มึน :30:
ป้าก็เริ่มจะมึนแล้วเหมือนกัน :3005:
เพิ่งได้คุ้ยหาดู muse จากยูทูป
วงนี้แสดงสดได้เจ๋งมาก :12:
แต่ละคนฝีมือดี ไม่ต้องห่วงใคร ต่างคนทำหน้าที่ไปแล้วรวมกัน... แน่นมาก
ตอนนี้ชอบฟังเพลงนี้มากค่ะ :27:
http://www.youtube.com/watch?v=psuRGfAaju4#ws (http://www.youtube.com/watch?v=psuRGfAaju4#ws)
เพลงนี้เป็นเพลงแนวไหนเหรอคะ ใครพอทราบบ้าง :25:
เป็นคนฟังเพลงไม่ลึกซึ้งเท่าไหร่
คล้ายๆ ฟิว คือฟังแล้ว เออ ชอบ ก็ฟัง
ไม่ค่อยชอบพวกเมททัล กระแทกๆ ยังไงไม่รู้ :31:
ชอบแนวเจสัน มาร์ซ เหมือนกัน
แล้วก็เพลง better together ของ jack johnson เพลงนี้ชอบมากๆ
แล้วก็เพลงอื่นๆ ของ jack ก็ชอบเหมือนกัน เพลงบานาน่าแพนเค้ก งี้
ฟังได้เรื่อยๆ ทั้งวัน ไม่เบื่อเลย
ดูท่าจะชอบทั้งแนวโฟล์ค แจ๊ส ป๊อป เพลงเบาๆ
อีกเพลงที่ชอบมาก
ของ ColbieCaillat ก็เพลง bubbly :22:
เพลง Alone again ของใครไม่รู้ :30: แต่ชอบจัง
แล้วก็เพลง Letting Me Down Gently - Tunde เพลงนี้ก็รื่นหูดี :52:
เพลงไทยชอบแต่เพลงเก่า แต่ฟังไปเรื่อยๆ ก็เบื่อ
ิ่เพลงสุนทราภรณ์ก็ชอบนะ :30:
ป๊อบธรรมดาแหละครับ
ฟังในวิทยุบ่อยมาก เพิ่งมารู้ว่าเป็นเพลงนี้จากวงนี้นี่เอง :30:
ยามร้อนเยี่ยงนี้ ป๊อบแบบนี้ก็ฟังรื่นหูดีนะ
ลิงที่มันตีอะไรสักอย่าง ตรงนาทีที่ 1.41 นี่บุ๋มมากๆ :30:
เห็นแล้วนึกถึงหน้าบุ๋ม หน้าทะเล้น น่ารัก+ตลก
อากาศช่วงนี้ ไม่มีอารมณ์จะเพลงอึกทึกตู้มต้ามเลย
ร้อนๆ อย่างนี้ขอเลือกฟังเพลงที่มันฟุ้งๆ เย็นๆ ล่องลอย
ให้มันได้ความรู้สึกเหมือนเป่าฟองอากาศบุ๋งๆ ในน้ำเย็นๆ :53:
ชอบเพลงที่มันให้อารมณ์เมาๆ ลอยๆ หลอนๆ
ไม่ว่าจะเพลงแนวไหน (ซึ่งตูมักแยกไม่ค่อยออก)
ถ้าฟังแล้วมันให้ความรู้สึกอย่างที่บอก ก็ชอบโดยไม่รังเกียจว่าเป็นแนวไหน
เพื่อนเคยลากไปฟัง Jazz สาวผิวหมึก ที่ รร โอเรียนทอล
เสียงร้องสดก็สะกดให้ฟังดีอยู่หรอก แต่ดนตรีฟังแล้วรู้สึกว่ามันโป้งเป้งยังไงไม่รู้
ตอนนั้นรู้สึกไม่ถูกจริตเลยจริงๆ ในขณะที่เพื่อนลูกครึ่งมันโยกย้ายกันสนุกสนาน :3005:
เค้าออกจะน่ารักเรียบร้อย ลิงๆ ที่ไหน๊ :47:
ได้ย้อนไปดูลิงตัวนั้นเลยอ่ะ :30:
อ้างคำพูดจาก: eThics เมื่อ 06 มี.ค. 2010, 20:16 น.
อากาศช่วงนี้ ไม่มีอารมณ์จะเพลงอึกทึกตู้มต้ามเลย
ร้อนๆ อย่างนี้ขอเลือกฟังเพลงที่มันฟุ้งๆ เย็นๆ ล่องลอย
ให้มันได้ความรู้สึกเหมือนเป่าฟองอากาศบุ๋งๆ ในน้ำเย็นๆ :53:
ชอบเพลงที่มันให้อารมณ์เมาๆ ลอยๆ หลอนๆ
ไม่ว่าจะเพลงแนวไหน (ซึ่งตูมักแยกไม่ค่อยออก)
ถ้าฟังแล้วมันให้ความรู้สึกอย่างที่บอก ก็ชอบโดยไม่รังเกียจว่าเป็นแนวไหน
ผมแนะนำ Everything but the girl นะครับ :12:
http://www.youtube.com/watch?v=l4oaU53EtoQ#ws (http://www.youtube.com/watch?v=l4oaU53EtoQ#ws)
+ เพลงนี้ฟังแล้วอยากไปนอนตากลมริมหาดเขี่ยเท้าเล่นกับสามีตอนตะวันลับฟ้า :53:
ป๋าณตแนะนำเครื่องดื่มเบาๆ ด้วยงี่ :25:
ชอบเวอร์ชันนี้มากกว่า :22:
http://www.youtube.com/watch?v=qgBAOP2ud38# (http://www.youtube.com/watch?v=qgBAOP2ud38#)
เวอร์ชั่นของบุ๋มเหมาะจะเปิดตอนขับรถออก ตจว ช่วงเช้า :53:
พอช่วงบ่ายหลังกินอิ่ม แต่ยังไม่ถึงจุดหมาย
ต้องจัดเลดี้กาก้า ปะทะ 2NE1 ตามด้วยปูนาขาเก :30:
ถ้าเมาๆ ลอยๆ เลื้อยๆ ต้องแบบของป๋าณตอ่ะ
บรรยากาศแบบ เลซี่ ลอง วีคเอ็น
เหมาะแก่การเปิดเพลงฟัง
แล้วนอนขี้เกียจเอาโล่มากมากกก :53:
ศิลปินอีกคน แนวๆ เดียวกัน คือฟังสบายๆ เรื่อยๆ
ก็ Ingrid Michaelson
เสียงดันคล้าย กับ Fascination อย่างบอกไม่ถูก :12:
ตูว่าเครื่องดื่มที่เข้ากับบรรยากาศเพลงแบบนี้
คงต้องเป็น จินโทนิค หรือไม่ก็ พิมส์รอยัล
ยิ่งเมืองไทยอากาศร้อนอบอ้าว
ได้สักสองสามจิบก็อารมณ์ดีล่ะ
ขอบคุณค่ะป๋า + :25:
ตกลงป๋าทำงานเกี่ยวกับคอมฯ จริงเหรอ :58:
ดูยูตุ๊บไม่ได้ :37:
ตอนนี้กำลังชอบ swing แหละ
อ้างคำพูดจาก: 0U! เมื่อ 08 มี.ค. 2010, 11:37 น.
ดูยูตุ๊บไม่ได้ :37:
ตอนนี้กำลังชอบ swing แหละ
Swing? :27:
แนะนำซักวงซิีพี่อุ้ย
swinging :27:
แนะนำ Swing Out Sister ครับ :56:
0ริงๆก็ไม่สวิงซักเท่าไหร่เนอะ ฟังก์มากกว่า ไม่รู้เหมือนกัน :30:
ชอบฟังเพลงตามอารมณ์ โดยที่อารมณ์นี้ ฟังเพลงนี้
http://www.youtube.com/watch?v=NDZxE0LJcUE# (http://www.youtube.com/watch?v=NDZxE0LJcUE#)
วันที่ 20 มี Placebo มากับงานไทเกอร์ทรานสเลท
ซึ่งจริงๆยังไงก็ต้องไปไอ้ไทเกอร์ทรานสเลทอยู่แล้ว
เลยทำให้ชาวไทยมีโอกาสได้ดูพลาซีโบ้ในราคาแค่ 500 บาทเท่านั้น
วันที่ 23 ก็คิงส์ออฟคอนวีเนี้ยนส์ ใครไปตามงานดังกล่าว ก็เจอกันนะครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: Longtime เมื่อ 08 มี.ค. 2010, 12:13 น.
Swing? :27:
แนะนำซักวงซิีพี่อุ้ย
ตามความชอบส่วนตัวนะ :58:
ตัวพ่อสมัยนู้นก็แฟรงค์ ซินาตร้า
ตัวพ่อสมัยนี้ก็ไมเคิล บูเบลฺ
จะเน้นดนตรีมันๆ เลยต้อง Tape Five
เป็น nu swing ที่เอาแนวอื่นนู่นี่นั่นมาผสมด้วย
อย่างอันนี้เอาเพลงหนังบอนด์มาทำใำหม่ เจ๋งดี
http://www.youtube.com/watch?v=Ok2BF4elybc# (http://www.youtube.com/watch?v=Ok2BF4elybc#)
ตอนนี้นั่งฟัง Gorillaz อัลบั้มใหม่อยู่ครับ
ถ้าใครไม่รู้จัก พวกมันคือวงที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง (เอ้างง) คือตั้งตัวตีแค่เฮียดาม่อน จากวง Blur แล้วก็เพื่อนฝูงมาทำเพลง
แต่มีตัวแทนเป็นตัวการ์ตูนหน้าตากวนตีนๆ 4 ตัว
แล้วดันมีคอนเสิร์ตกะเค้าด้วยนะ คือเอาตัวการ์ตูนเนี่ยมาเล่นในคอนเสิร์ตทั้งหมดเลย (แต่เป็นแค่เงาๆ)
อัลบั้มเจ๋งมากครับ เอาดนตรีฮิพฮอพไปผสานกับดนตรีหลากชนิด
เวิลด์มิวสิคเอย, อิเล็คโทรดิสโก้ยุค 70-80 เอย, เพลงอาหรับ เพลงแขก บางเพลงทำออกมาแนวบริทป๊อบให้หายคิดถึง Blur อีกต่างหาก
อะไรต่อมิอะไรมากมายไปหมด
เลยเริ่มเชื่อแล้วว่าเฮียดาม่อนแกทำอะไรไม่ค่อยจะธรรมดาเหมือนชาวบ้านทั่วไป
จับอะไรก็ขึ้น คนๆเดียวมีวงดนตรีเป็นของตัวเอง 5 วง :07:
หลังๆ นี่เริ่มเอนไปทางดนตรีจากเอเชียซะมาก เห็นได้ชัดจาก Blur ยุคหลังๆ ที่เพลงออกแขกๆ
และวง Monkeys ที่ทำเพลงเกี่ยวกะไซอิ๋ว :30:
เลยเริ่มลุ้นๆ ให้เฮียแกมาฟังดนตรีไทย เผื่อจะจับเอาดนตรีไทยไปใส่ใน Gorillaz อัลบั้มต่อไป
หรือไม่ก็ตั้งวงอีกซักวงมาแม่มเลย :30:
ป.ล.อัญเชิญพี่เก้อมาโม้เรื่องเฮียแกต่อด้วยครับ :58:
โยนซะงั้น
เดม่อนนี่ สื่อในอังกฤษเขาเรียกแกด้วยคำว่า
"จับอะไรก็กลายเป็นทอง" (อ่านมาจากนิตยสารคิวน่ะ)
แล้วไอ้กอริลลาส ที่มันออกมาอย่างลงตัวระหว่างคาแรคเตอร์
งานสร้างสรรค์ด้านภาพกับดนตรี ก็ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า
เดม่อนกับเจมี่ฮิวเล็ตต์เป็นเพื่อนสนิทกัน และจริงๆในช่วงหลายปีหลัง
จนถึงตอนนี้นี่แหละ พวกเขาแชร์แฟลตกัน เจอกันทุกวันนั่นเอง :30:
ไอ้มังกี้ส์ที่กันย์ว่า จริงๆมันไม่ใช่วงอะไรจริงจัง
มันคือละครเพลง สองคนนั่นร่วมมือกันทำละครเพลง
เดม่อนทำเพลงประกอบ มีฉากต่อสู้กันบนไหล่พระพุทธรูปด้วยนะ
นักแสดงก็ใช้นักแสดงจีนส่วนมาก เรื่องที่พวกเขาทำก็คือไซอิ๋วนั่นล่ะ
แต่ก็ออกมาในสไตล์เจมี่ ฮิวเล็ตต์ มันมีแสดงที่เมืองอะไรสักเมืองภาคเหนือ
ไม่ได้มีแสดงที่ลอนดอน แต่ก็มีโอกาสได้ดูสารคดีที่เขาเอามาออกทางทีวีอยู่
ดูวุ่นวายเลยเชียว เพราะนักแสดงที่คัดมาเป็นนักกายกรรมชาวจีนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย
ส่วนเดม่อนสำหรับผมนั้น ค่อนข้างจะมีส่วนร่วมในชีวิตผมอยู่เยอะถึงเยอะมาก
ไล่ตั้งแต่ช่วงที่ดังๆ ก็คู่ขนานมากับชีวีตมัธยมนั่นแหละ
จะว่าไปวงเบลอหลายต่อหลายเพลงมันมีความหมายแบบปางตายกับชีวิตมากๆ
หนึ่งในเพลงที่เศร้าที่สุดของชีวิตก็เพลงนึงของวงเบลอนี่ล่ะ
(คือได้ทำเหมือนสิ่งที่อยู่ในเพลงนี้ ในฤดูหนาวปีนึงในลอนดอนด้วย)
แต่นั่นแหละ มันส่วนตัวจนผมไม่บอกหรอกว่าเพลงอะไร (แต่ไอ้กันย์รู้นี่หน่า) :37:
สไตล์ของพี่เดม่อน ที่ชัดๆน่าจะเป็นกระบอกเสียงของคนจนในเมือง(Parklife)
การต่อสู้ของคนตัวเล็กๆในโลกของทุน(Modern Life is Rubbish) และชีวิตวัยรุ่น(อันนี้อื้อ)
แกชอบเล่าเรื่องไกล้ตัวง่ายๆ ผมว่าเหมือนจีทีเอชอะ เป็นอะไรที่ทุกคนแชร์ได้
แต่แกแค่เล่ามันด้วยสำเนียงค็อกนีย์ ซึ่งเป็นสำเนียงชาวกรุงแบบจนๆท้องถนน
ซึ่งมันได้ใจคนมากๆ จริงๆก็ไม่ใช่ค็อกนีย์จริงๆหรอก แต่เขาแค่ชอบล้อวงเบลอแบบนั้น
นอกนั้นเรื่องการทำเพลง ผมว่าพี่เดม่อนแกเด่นที่การเรียบเรียงคำง่ายๆ
และเสียงประสานได้ลงตัว ความคิดสร้างสรรค์ทางดนตรี สัญชาตญานทางศิลปะที่แม่นยำ
ที่สำคัญพวกเบลอทำอะไรที่เท่สุดๆได้โดยไม่ต้องเสแสร้งหรือปั้นตัวเองให้เป็นอะไร
แค่ทำอย่างที่อยากทำ แต่บังเอิญคนอื่นมองว่ามันเท่เองอะไรแบบนั้น
แต่มันก็โคตรเท่จริงๆนั่นแหละ
ว่าจะพิมพ์เสริมนิดเดียว ยาวอีกละ :08:
ความรู้เพิ่มอีกบาน ++++ :25:
:25: บวกด้วยๆๆ (ตอนนี้กำลังขุดเพลงเก่าๆ ของ Gorillaz มาฟัง รอกันย์ไปอัพเพลงเดือนหน้า :05: )
พูดถึง Gorillaz แล้วภาพ MV เพลง Dare ก็ลอยขึ้นมาบนหัวทันที
เพราะเห็นหน้าตาแว่นนั่นเป็นหม่ำในบอร์ดี้การ์ดหน้าเหลี่ยมทุกที :3005:
เพิ่งได้ฟัง Tape Five ชอบๆ :25:
พออ่านเรื่องการผสมแนวเพลงแล้วเพลงนี้ก็ปิ๊งเข้ามาในหัวปั๊บ
http://www.youtube.com/watch?v=amIHAxWx0tI#ws (http://www.youtube.com/watch?v=amIHAxWx0tI#ws)
เห็นนักร้องแล้วคิดถึงพี่อู๋ยังไงไม่รู้ :30:
เห็นเอ็มพูดถึง Dare
ไปหามาฟังมั่งดีกว่า :25:
+ กันย์ เก้อ(เสริมได้ละเอียดมาก :30b:)
นึกว่ามีแต่กันย์ที่สนใจวงเบลอ :25:
ฟัง Gorillaz ครั้งแรก ก็งง ที่เสียงคุ้นหู
ไม่นานก็ได้รู้ว่าหนึ่งในตัวประหลาดมันคือเดม่อน
ตอนมัธยมนี่คลั่งเบลอสุดๆ
มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ แล้วก็ถูกจริตตอนนั้นที่สุด
ยุคนั้นแถวๆ บ้านนอก เนื้อร้องหายากมาก หายากยิ่งกว่าหาเงินซื้อทองซักเส้น
อยากจะได้เนื้อเพลงครบทั้งอัลบัมต้องรอ year book ออกตอนปลายปี
แต่รอไม่เคยไหว เล่มไหนมีเนื้อเพลงของเบลอ ซื้อมันทุกเล่ม
ชอบ To The End กับ This is a low มากกกก ฟังทุกวันเป็นปีๆ
ของพี่เอ็มนี่โปรเจคต์อะไรอ่ะ :25:
Project E.A.R. (Project East Asian Revolution)
เป็นPROJECT ที่นำเอาศิลปินชั้นยอดของทั้ง 5 ประเทศแถบอาเซียนมารวมกันได้แก่
Pop Shuvit (Malaysia)
Slapshock (Philippines)
Saint Loco (Indonesia)
Ahli Fiqir (SIngapore)
Thaitanium (Thailand)
เพลงใหม่ของ MGMT พึ่งปล่อยสดๆร้อนๆไม่กี่วัน
ปล่อยให้โหลดกันฟรีๆด้วยนะ
http://www.youtube.com/watch?v=90-PfO46tPs#ws (http://www.youtube.com/watch?v=90-PfO46tPs#ws)
สำหรับเพลงนี้ สั้นๆเลย เจ๋งกว่าอัลบั้มที่แล้วอีก :12:
รออัลบั้มเต็ม :12:
เจ๋งมากๆวงนี้ หนึ่งในความหวังของโลก รวมกับรุ่นๆเดียวกันอย่างพวก Vampire Weekend, White Lies, Delphic อะไรพวกนี้ได้เลยนะเนี่ย :58:
พอดีไปเจอ เพลงนี้ใน youtube
http://www.youtube.com/watch?v=IyX_QHtfqA4#ws (http://www.youtube.com/watch?v=IyX_QHtfqA4#ws)
พรายกับเมธี มาทำอัลบั้มด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย :07:
เพลงนี้ ก็บอกถึงความรู้สึกของพี่แกได้เต็มๆ เลย
เพราะแกเลิกร้องเพลงมาหลายปี
จะทำยังไงให้ความรู้สึก แบบครั้งแรกมันกลับมาอีกหน
วงดนตรีหลายๆ วง ก็จะติดตรงนี้
คือออกมาหลายๆ อัลบั้ม มันก็แคบลง ลึกลงๆ ไปเรื่อย
เข้าหาความสมบูรณ์แบบมากขึ้นเรื่อยๆ
อัลบั้มแรกส่วนใหญ่ ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ
แต่สิ่งที่มีคือความสด ความตื่นเต้น
ซึ่งอัลบั้มต่อๆ มา มันก็มักจะขาดตรงนี้
แต่ไม่รู้สิ ทำไมผมฟังแล้วถึงได้กลิ่น REM ก็ไม่รู้แฮะ
ไหนๆก็ไหนๆขอปัดฝุ่นนิดนึง
จากข่าวการเสียมือกลองกระทันหัน jimmy (the rev) sullivan ของ Avenged
มือกลองคนใหม่ก็โผล่มาแล้ว จากข่าวลือที่ตอนแรกคิดว่าแทบจะไม่น่าเชื่อเลย
เค้าคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นใด พี่ Mike Portnoy แห่ง Dream Theater นั่นเอง
อ้างอิงวงเมทัลคอร์ Avenged Sevenfold (A7X) ออกมาประกาศว่า ทางวงได้ดึงตัว ไมค์ พอร์ตนอย มือกลองฝีมือเทพ จากวง ดรีม เธียเตอร์ (Dream Theater) มาร่วมบันทึกเสียงอัลบั้มชุดใหม่ของวง แทนที่ จิมมี่ "เดอะ เรฟ" ชัลลิแวน มือกลองแขนควง ที่เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา
"ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาปกติ ผมก็รู้สึกดีใจ ที่ได้มีส่วนช่วย น้องๆกลุ่มนี้ ผมคิดว่า Avenged Sevenfold เป็นวงที่ยิ่งใหญ่" ไมค์ กล่าว " แต่ยิ่งในช่วงที่วงกำลังอยู่ในภาวะเลวร้าย พบสถานการณ์ที่เศร้า เสียใจสุดๆแบบนี้ ผมยิ่งต้องบอกว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ถูกชวนให้มาเล่นกับพวกเขา และ ผมตอบตกลงทันที โดยที่พวกเขาไม่ต้องถามผมเป็นครั้งที่ 2 เลย"
วงดนตรี วงนี้ เหมือนครอบครัวจริงๆ และผมได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการมาเล่นร่วมกับพวกเขา ถึงแม้ว่า เขาเพิ่งจะสูญเสีย เดอะ เรฟ มือกลองที่เปรียบเสมือนน้องชายในวงไป แต่พวกเขาก็พร้อมอ้าแขนรับ ผมเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพวกเขา ครอบครัว Avenged Sevenfold และตอนนี้ พวกเราก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นที่จะบันทึกเสียงอัลบั้มใหม่ร่วมกัน
"ผมเรียนรู้ว่า การทำงานของผมในวงนี้ จะต้องยึดถือเจตนารมณ์ของ จิมมี่ เป็นหลัก ผมต้องการจะให้แฟนๆ ตระหนักว่า ผมไม่ได้พยายามที่จะมาแทนที่ ตำแหน่งของจิมมี่ แต่ผมต้องแค่ต้องการมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของวงเท่านั้น
ส่วนทางด้านแถลงการณ์ของวง ระบุว่า พวกเรา ได้ถามไมค์ เรื่องที่จะมาแทน จิมมี่ในวง ว่าสนใจหรือไม่ ในฐานะที่ ไมค์ คือ มือกลองในดวงใจของ จิมมี่ ซึ่งปรากฎว่า มือกลองของดรีม เธียเตอร์ รายนี้ ตอบตกลง ในทันที โดยไม่มีคำถามอะไรเลย โดยเขาให้เหตุผลว่า ถ้ามันเป็นความต้องการของจิมมี่ เขาก็พร้อมรับในทันที
"การได้คนอย่าง ไมค์ มา ทำให้พวกเรารู้สีกสบายใจมากขึ้น เพราะเรื่องฝีมือไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว ไมค์ แสดงให้เห็นว่า เขาคือ สุดยอดมือกลองระดับโลก ซึ่งการที่ได้เขามา ก็ถือว่า เป็นการให้เกียรติกับ จิมมี่ ที่หาคน ระดับนี้มาแทนที่เขา
http://www.dudeplace.com/news_detail.php?id=1233 (http://www.dudeplace.com/news_detail.php?id=1233)
แต่เห็นบอกว่าจะมาแค่ช่วงอัดอัลบั้มใหม่แล้วก็ช่วงทัวว์คอนเสิร์ต เท่านั้น
แก้นิดฮะ เอาซิงเกิ้ลใหม่มาให้ลอง
Avenged Sevenfold - Nightmare
Avenged Sevenfold - Nightmare (Lyric Video) (http://www.youtube.com/watch?v=B1Bi1c9LmhU&feature=player_embedded#ws)
ส่วนอีกข่าว
อ้างอิงสำนักข่าว สกาย รายงานว่า ออสซี่ ออสบอร์น ร็อคเกอร์รุ่นใหญ่ กำลังจะถูกนักวิทยาศาสตร์ขอตรวจสอบร่างกาย เพื่อพิสูจน์ว่า เพราะสาเหตุใด ที่ นักร้องรายนี้ สามารถมีชีวิตอยู่ได้ หลังจากที่ตัวเขาเคยใช้ยาเสพติด และดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก
ทั้งนี้อดีตนักร้องนำ วงแบล็ก ซับบาธ เธอเป็น คนมหัศจรรย์ เพียงไม่กี่คนในโลก ที่จะถูกนำยีน ไปวิเคราะห์โดยละเอียดที่สุด จากนักวิทยาศาสตร์
สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้ มีบริษัทของอเมริกาที่ชื่อว่า Knome ได้ขอนำเลือดของร็อคเกอร์รุ่นใหญ่รายนี้ไปวิเคราะห์ ซึ่งทางบริษัทหวังว่าจะได้รับคำตอบว่า ทำไมบางคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ในสภาวะการเสพสารเคมีเข้าร่างกายอย่างหนัก แล้วไม่เป็นอะไร ขณะที่ คนอื่นไม่สามารถอยู่ได้
ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการวิจัยครั้งนี้อยู่ที่ 27,000 ปอนด์ หรือเกือบประมาณ 1.3 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า จะสามารถสรุปผลชัดเจนได้ภายใน 3 เดือน
"การจัดลำดับและการวิเคราะห์บุคคล ในรายที่เคยมีประวัติใช้ยาอย่างหนัก จะมีส่วนช่วยอย่างมาก ที่จะหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์" ผู้อำนวยการวิจัย จาก Knome กล่าว
อย่างที่ทราบว่า อดีตนักร้องนำระดับตำนานรายนี้ ใช้ชีวิตแบบร็อค แอนด์ โรล เต็มพิกัด สุรา นารี ยาเสพติด เรียกได้ว่า ใช้ร่างกายอย่างหนัก ตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา
ป๋าออสซี่ เฮียแกเหนือมนุษย์ไปแล้ว :52:
เทคโนมาก ชอบ :27:
NOLOGO - INSANE "Not Loco Remix" feat. กอล์ฟ ฟ้กกลิ้ง ฮีโร่ (http://www.youtube.com/watch?v=0BFfv7oFoKs#ws)
:25a:
ยังกะ Waxdolls
พอดีได้แผ่นเสียงมาจากเมืองไทยชุดนึง
คิดว่าแผ่นเสียงชุดนี้น่าจะเป็นแผ่นเสียงชุดที่ดีที่สุดของเพลงไทยในยุคนี้
(แหงล่ะ แผ่นเสียงเพลงไทยชุดสุดท้ายที่ทำออกมา
คือ ทาทายังชุดแรก)
นั่นคือ อัลบั้ม เมื่อดอกซากุระบาน ของสุภัทรา อินทรภักดี
(http://img3.f0nt.com/26/580551a7318dd97b903e427570a82b08.jpg)
ก็ถือว่านี่เป็นแผ่นเสียงที่น่าเก็บสะสมเป็นอย่างมาก
วิธีการบันทึกเสียง ก็ต่างกับเพลงทั่วไปในปัจจุบัน
กล่าวคือ เพลงในปัจจุบัน จะบันทึกเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิด
เสียงร้อง เสียงประสาน แยกเป็นแทรคๆ แล้วค่อยมามิกซ์และปรุงแต่งกันทีหลัง
แต่แผ่นเสียงชุดนี้ บันทึกแบบแผ่นเสียงของวงออเครสตร้า
นั่นคือบันทึกพร้อมๆ กันทั้งวง
ดังนั้นเมื่อเรามาฟังกับเครื่องเล่นแผ่นเสียง
เราจะสามารถหลับตาและจินตนาการถึง
ตำแหน่งของเครื่องดนตรีและนักร้อง(Sound Stage) ได้อย่างชัดเจน
เหมือนกับ เราได้ดูวงเล่นอยู่ตรงหน้าสดๆ
(ปกติถ้าเป็น MP3 ก็ลืมคำว่า Sound Stage ไปได้เลย)
อันนี้เป็นตัวอย่างเพลงในอัลบั้มนี้ครับ
ฉันจะฝันถึงเธอ (http://www.youtube.com/watch?v=KtxXPnC7ANQ#)
อยากให้ไปลองหาฟังกันดู
หมั่นไส้ :11:
นั่นสินะ เด็กเดี๋ยวนี้ที่โตมากับเอ็มพีสามและการโหลด
เค้าจะมีหูเป็นยังไงนะ
ผมพอรู้นะว่าเสียงที่ดีเป็นยังไง :37:/
ถึงได้ยังตรากตรำเก็บตังซื้อแผ่นซีดีฟังอยู่ :05:
ตูพูดถึงเด็ก :47:
ว่าแต่จะฝากป๋าณตซื้อแผ่นเพลง ลืมไปเลย :07: :07: :07:
โทษที พอดีกลับไปหนนี้มันวุ่นๆ น่ะ
แล้วรีบกลับไปอย่างด่วนด้วย เลยไม่ได้บอกใคร
ไว้กลับไปคราวหน้าจะบอกนะ
ว่าแต่ว่ากันย์ เล่นแผ่นเสียงเลย :51:
เห็นบักเก้อก็กำลังมองหาเครื่องเล่นแผ่นเสียงอยู่
อัลบั้มชุดนี้นอกจากจะเพราะแล้ว
เนื้อร้องภาษาไทยที่ใช้ก็สวยจริงๆ นะ
ที่บ้านมีแผ่นไวนิลอยู่แผ่นนึง
ซิงเกิ้ล Viva La Vida ของโคลด์เพลย์ :30:
พี่เก้อซื้อ NME มาฝาก แล้วมันมีแผ่นนี้แปะมา เจ๋งมาก :30:
ได้แต่ตั้งโชว์ :3005:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 26 ต.ค. 2010, 22:09 น.
หมั่นไส้ :11:
นั่นสินะ เด็กเดี๋ยวนี้ที่โตมากับเอ็มพีสามและการโหลด
เค้าจะมีหูเป็นยังไงนะ
หูผมก็เป็นรีๆอ่ะ
ลุงร่มผวนแน่ๆ
ลุงร่มผวนรึเปล่าไม่รู้ แต่ตูผวนไปแล้ว :39:
:30: :30: ตอนโพสไม่มีเจตนานะ นึกได้หลังโพสไปแล้ว
ใครเค้าผวนกั๊น :47:
ว่าแต่เอ็งมี...เป็นรูๆ ด้วยเรอะถลอก :51:
แหม๊ มันน่าเอาทิชชี่ไปเช็ดหูเสียจริง :47:
เอาบุหรี่จู้หู
แต่ละคน :30:
พอดีในเวลาอันน้อยนิดที่พี่ณตกลับไทย
ก็เลยได้พาไปกินเห่าดงที่ร้าน Pathe (ก็พึ่งเคยกินเหมือนกันนี่แหละ ไอ้เห่าดงเนี่ย)
ตรงแยกลาดพร้าวข้างเซ็นต์จอห์นนั่นล่ะครับ สนทนากันพร้อมไฮเนเก้น
แล้วร้านนี้ดันเป็นร้านที่เปิืดแผ่นเสียงซะด้วย ใครเคยไปก็คงนึกออก
แผ่นเสียงเต็มร้าน เลยได้สนทนากันเรื่องแผ่นเสียง จริงๆไม่ใช่สนทนาหรอก
คือผมนั่งฟังความรู้จากกูรูพี่ณตมากกว่า :30:
อู้วววว น่าเสียดาย น่าไปด้วย :25:
ร้านโปรดดด :05:
น้าอ๋าห์น่าจะชอบมากๆ เลยครับ
แต่งร้านสไตล์ของเก่า
เปิดแผ่นเพลงสากลยุคตั้งแต่ยุค 50
กับแกล้มอร่อยมากกกกก
เบียร์เย็นแน่นอน แก้วใส่น้ำแช่แข็งติดตูดไว้เลย ละลายได้ที่เค้ามาเก็บไปเปลี่ยนให้
ระหว่างรอกับมียำถั่วน้ำใจ
กินเสร็จก่อนกลับบ้านมีชาร้อนให้สร่าง
คุณลุงเจ้าของร้านอัธยาศัยดี หน้าตากึ่มตลอดเวลา :30:
อยากเปิดร้านแบบนี้ :25:
มายืนยันว่าร้านปาเต๊ะ กับแกล้มอร่อยจริงจัง
เห่าดงอร่อยติดใจ กลับมาลอนดอนทำกินเองไปสองมื้อแล้ว
ส่วนต้มแซ่บเนื้อน่องลาย เนื้อนู้มนุ่ม รสชาติเด็ดขาดมาก
ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ร้านนี้มีเป็นสิบเครื่อง(รู้สึกว่าขายทุกเครื่องนะ)
มีแบบเป็นตู้ใหญ่ๆ มีลำโพงแบบปากแตร(Horn) เป็นทองเหลืองด้วย
ไม่รู้ว่าแผ่นเสียงที่ร้านนี้ขายด้วยหรือเปล่า
เห็นแผ่นครั่งที่อยู่ในกรอบแล้ว ก็น่าสะสมนะ
อ่านแล้วอยากไป :05:
ร้านโปรดเลยค่ะ ไปบ่อยมากจนตาลุงเจ้าของจำได้
ชอบกินราดหน้าปลาเต้าซี่อะ
อ้อ นี่มันจู๋เพลง
ชอบไปร้านนี้ตรงร้านดูเก่าๆ รกๆ เบียร์เย็นเจี๊ยบ แล้วก็มารอฟังแผ่นเสียงตกร่องด้วย
หาฟังที่ไหนไม่ได้ :30:
Mike Portnoy Drum Cam - Avenged Sevenfold - Welcome To The Family - Paris, France 11/14/10.mov (http://www.youtube.com/watch?v=e2ixiQSgpN8#)
ลุงMike กับบ้านหลังใหม่
รู้สึกลุงแก โคตรเท่เลย :53:
Avenged Sevenfold @ SWU - Welcome to the Family - Multishow (http://www.youtube.com/watch?v=uJd_FKfFwt4#)
กำลังบ้าเพลงนี้... :53: :53:
โอโห!!! Pop The Son SOLO 2002 (http://www.youtube.com/watch?v=Ek90gysW1v0#)
สุดยอดอะ :25: :25: :25: :25:
ใช้ตีนโซโล่ก็ยังเจ๋ง :30:
ปกติพี่แกเล่นกีตาร์วันละ 8 ชั่วโมงน่ะ :37:
เก่งชิบเป๋ง :05:
ไม่ชอบที่ใช้เท้าเหยียบ :37:
พอดีวันนี้เจอพี่โอ้เอ้ เห็นบอกอาร์เอส ก็จะเปิดเคเบิ้ลทีวี ทำเรื่องบอลสเปนไปแล้ว
ใครอยู่วงการเพลง ถามไรหน่อยดิ ตอนนี้วงการเพลงอยู่ได้ด้วยเงินจากไหนอะ
ยอดดาวน์โหลด ออกงาน คอนเสิร์ตแค่นี้เองเหรอ
บริษัทเล็กๆที่ไม่ได้ทำอะไรเสริมแบบแกรมมี่ อาร์เอส มันจะไม่ตายเหรอ
พวกสมอลรูม มิวสิคบั๊ก(ปิดไปยังหว่า)
พวกเพลงที่ดังสุดๆ ตอนนี้ยอดดาวน์โหลด มันทำให้รายได้เหมือนตอน ที่เทปซีดี ยังบูมๆสมัยก่อนไหมอะ ที่ฉลองล้านตลับอะ
ตอนนี้ตูจะซื้อซีดีที มันก็เป็นซีดีที่ออกมาจนเลิกดังแล้ว คือไม่ค่อยได้ตามข่าวสารเพลงแล้ว อยากฟังเพลงใหม่ๆ ก็จะกดๆไปดูในยูทูป ถ้าเจอเพลงไหนถูกใจ จะดูว่ามีซีดีเต็มขายไหม ถ้ามีก็จะซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่จะตกกระแสไปแล้ว
เงินที่ซื้อช้าๆแบบนี้ยังไปถึงศิลปินอยู่ไหมอะ
ซื้อ CD Twinkle รึยัง ได้การ์ดอะไร :47:
ห๊ะ มีขายแล้วเร๊อะ :07:
ตอนนี้สิ่งที่ทำเงินเยอะที่สุดคิดว่าเป็นคอนเสิร์ตนะ เพราะเพลงมันยูทูบหมดแล้ว
อ้างคำพูดจาก: เอาญาติเข้มข้น เมื่อ 22 พ.ค. 2012, 01:18 น.
ห๊ะ มีขายแล้วเร๊อะ :07:
มีทั้งแบบนำเข้าจากเกาหลี ทั้งแบบที่ประทับ SM True แล้ว :30: