สำหรับทุกท่านที่มีข้อสงสัยปัญหาค้างคาใจหรืออยากศึกษาเกี่ยวกับกฏกติกามารยาทและวิธีการเล่นกีฬาชนิดต่างๆได้เข้ามาแลกเปลี่ยน ประสปการณ์ความรู้ ความถนัด เพราะตอนนี้ใกล้จะถึงกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติแล้วนั่นคือ : โอลิมปิคเกม : เราจะได้ทำความเข้าใจและร่วมเชียร์ ทัพนักกีฬาไทยด้วยกันนะครับ
ทุกท่านคงจะเคยเกิดปัญหาว่าทำไมดูกีฬาประเภทนั้นแล้วไม่สนุก ทุกๆเรื่องมีคำตอบเสมอครับ
:46: :46: :46: :46:
วงการฟุตบอลไทย ทำไมแพ้ญี่ปุ่นครับ ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยไล่ยำญี่ปุ่นมาแล้ว
เกิดอะไรขึ้นครับ
โอลิมปิคคราวนี้ มีฟุตซอลมั้ยครับ
เมื่อไหร่ไทยจะเลิกบ้าบอลตามฤดูกาลครับ
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.วันหว่าง เมื่อ 20 ก.ค. 2008, 10:23 น.
วงการฟุตบอลไทย ทำไมแพ้ญี่ปุ่นครับ ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยไล่ยำญี่ปุ่นมาแล้ว
เกิดอะไรขึ้นครับ
ครั้งนึงเราเคยเป็นเจ้ามหาอำนาจในวงการลูกหนังระดับเอเชีย เราเคยได้สิทธ์ได้ไปโอลิมปิคที่ประเทศเม็กซิโกซึ่งเราเคยถล่มญี่ปุ่นอย่างขาดลอยมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นได้ก่อตั้ง "เจ-ลีค" และนำเข้าโค้ชจากต่างชาติและมุ่งมั่นพัฒนานักเตะของตัวเองโดยจ้างนักเตะต่างชาติมาโอนสัญชาติ ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันในประเทศ ซึ่งเราจะรู้จักกันดีเช่นผู้จัดการทีมชั้นนำอย่าง อาแซน เวนเกอร์ (ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมสโมสรอาเซน่อล) ซิโก้, เชอร์รา อูลิเย่ ซึ่งทางสมาคมญี่ปุ่นยอมเสียค่าจ้างเป็นเงินหลานล้านเหรียญให้พวกเขาเหล่านี้มาพัฒนาวงการลูกหนังในญี่ปุ่น
ข้อสำคัญ ด้วยนิสัยคนญี่ปุ่น เป็นคนมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทำให้พวกเขายกระดับตัวเองขึ้นมาและถือได้ว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย
หันมาดูทางฝั่งฟุตบอลไทยกันบ้าง เรามีนักเตะเยาวชนที่ฝีเท้าโด่งดังในระดับโลก เราเคยไปแข่งฟุตบอลเยาวชนโลกทุกปี ตั้งแต่อายุ 12-18 ปี ทุกคนเคยสงสัยว่าทำไมนักเตะเยาวชนของไทยถึงขึ้นชุดใหญ่ไม่ได้ เนื่องจากทางภาครัฐไม่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ สังคมและครอบครัวไม่ค่อยให้การสนับสนุนเพราะคิดว่าการเล่นกีฬาไม่สามารถเป็นอาชีพได้ ทำให้เด็กเหล่านั้นต้องกลับไปเรียนหนังสือซึ่งทำให้เด็กไม่ได้พัฒนาฝีเท้าเพราะหมดโอกาสในการซ้อมอย่างเต็มที่
ไทย-ลีคที่ล้มเหลว เนื่องจากทางภาครัฐใช้นโยบายแบบปีต่อปี พอหมดรัฐบาลในยุคนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงนโยบายทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่องแล้วการของบประมาณต้องทำแบบปีต่อปี ซึ่งต่างกับญี่ปุ่นเพราะสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นมีงบประมาณเป็นของตัวเองและไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงานอื่น
ทีมชาติชุดใหญ่ ทางเรายังใช้ระบบเด็กเส้นและพรรคพวกตัวเองอยู่ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ารายชื่อทีมชาติชุดใหญ่ล้วนแต่เป็นคนที่เราคุ้นเคยกันดี ถึงแม้เขาคนนั้นจะเล่นแย่แค่ไหนก็ตาม นักกีฬาก็แทบไม่มีการเปลี่ยนตัวเลย และเราจะมีประเพณีเสมอว่าถ้าเราล้มเหลว เราก็ไล่โค้ชออก แต่เราไม่เคยผ่าตัดเปลี่ยนแปลงทั้งสมาคม ซึ่งทำให้วงจรการเล่นพรรคเล่นพวกยังมีอยู่เสมอ เราเคยมีผู้บริหารท่านหนึ่งออกมาขอรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ แต่เราก็ยังเห็นเขาคนนี้ ยังคุมสมาคมฟุตบอลอยู่..... คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเขาคนนั้นคือใคร เพราะเราทุกคนรู้จักเขากันดี
:08: :28:
นักกีฬา ทุกท่านคงเคยผ่านสายตามาแล้วจากข่าวคาวของพวกเขาเหล่านั้น เช่น หนีซ้อม, กินเหล้า, หนีเที่ยวนี่ล่ะครับ นักเตะไทยก่อนแข่ง (เดี๋ยวจะหาว่าผมยกเมฆ.. ผมต้องทำความเข้าใจกับทุกท่านก่อนว่าผมเองก็เป็นนักกีฬา ชีวิตผมก็วนเวียนในแวดวงกีฬาระดับชาติ ซึ่งทำให้ผมมีโอกาสประสบพบเจอเขาาเหล่านั้น ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ) ทั้งนี้ ผมไม่ได้เหมารวมนักกีฬาทั้งหมดนะครับ แค่บางคนเท่านั้น... เพราะผมเองก็เคยเป็นนักกีฬาที่หนีซ้อมเป็นครั้งคราว ทำให้เวลาเราดูฟุตบอลไทยแข่ง เราได้ด่านักเตะ ว่าทำไมไม่วิ่งไล่บอล มัวแต่ยืนเฉย เค้าจะทำได้อย่างไรล่ะครับ..
:55:
ในเมื่อเค้ายังแฮงค์อยู่
:28:
พูดแค่นี้แล้วกันนะครับ ต้องขอโทษนักกีฬาที่ประพฤติตัวดีแล้ว และขอสมน้ำหน้านักกีฬาที่ทำตัวแบบที่ผมว่านะครับ
อ้างคำพูดจาก: ลุงบักซ์ รักษาประตู เมื่อ 20 ก.ค. 2008, 11:25 น.
โอลิมปิคคราวนี้ มีฟุตซอลมั้ยครับ
ไม่มีนะครับ.. เนื่องจากจำนวนเหรียญมีจำกัด
ทางโอลิมปิกสากลให้เหรียญทองรวมมาประมาณ 300 กว่าเหรียญ ทางเจ้าภาพจะเป็นผู้จัดการบริหารว่าเหรียญเหล่านี้จะแบ่งไปในกีฬาชนิดใดบ้าง ซึ่งหลักๆก็จะเป็นกีฬาที่มีระบุในกีฬาโอลิมปิกสากล เราจะเห็นได้ว่าทำไมว่ายน้ำ (มี 30 กว่าเหรียญ) ยิมนาสติก (มี 10 กว่าเหรียญ) มีกีฬาแปลกๆอย่างจักรยาน BMX, พายเรือคายัค, พายเรือแคนู ฯลฯ เพราะทางเจ้าภาพเห็นว่ากีฬาชนิดนั้นๆมีโอกาสได้เหรียญสูง ซึ่งจะทำให้เจ้าภาพได้เปรียบและโกยเหรียญได้เยอะครับ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 20 ก.ค. 2008, 12:53 น.
เมื่อไหร่ไทยจะเลิกบ้าบอลตามฤดูกาลครับ
อันนี้ยากครับ เพราะคนไทยปลูกฝังในสายเลือดเรียบร้อยแล้วว่าเรามาจากยุโรป :30:
หรือถ้าไม่บ้าดูบอลก็บ้าเล่นพนันบอล อันนี้เป็นฤดูทำมาหากินของหลายท่านครับ
เราต้องค่อยๆแก้ปัญหาจากลีคเล็กๆของไทยซะก่อน ทำให้ภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในสโมสรนั้นๆ แล้วเราจะหันมาบ้าบอลไทยแทนบ้าบอลยุโรปครับ บอลยุโรปแค่หลงใหล แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือดครับ
อ้างคำพูดจาก: ลุงบักซ์ รักษาประตู เมื่อ 20 ก.ค. 2008, 11:25 น.
โอลิมปิคคราวนี้ มีฟุตซอลมั้ยครับ
ปีนี้มี bike เข้ามาด้วย :25: (เกี่ยวมั้ย)
ทีนี้เวลาใครมาถามว่าคนเล่นฟ๐นต์มีใครมั่ง
ตูจะได้ตอบ(ยืดอกด้วยนะ)ว่า มีนักกีฬาทีมชาติด้วยนะ :25:
ไปยิง ปืน ในโอลิมปิคด้วยไหม :09:
อธิบาย กีฬาเบสบอล ให้เข้าใจง่ายๆ หน่อยสิครับ
ผมจะเข้าใจเฉพาะ ตอนอ่านการ์ตูนแล้วก็ลืม
อ้อ คริกเก็ต ด้วย :12:
ซอฟต์บอล กับ เบสบอล ต่างกันตรงไหนครับคุณเนส :31:
อย่าบอกผมว่ามันเขียนต่างกันนะครับ :30:
:30: เหมือนเป็นครูพละมาสอนเด็กๆ เลย
การเล่น แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายรุก และผ่ายรับ และขณะที่ทำการแข่งขัน ใน 1 ทีม จะมีผู้เล่นทีมละ 9 คน
ฝ่ายรุก :56:
เป็นฝ่ายทำคะแนน โดยจะต้องกำหนดลำดับคนตีไว้ล่วงหน้า โดยไม่สามารถเปลี่ยนลำดับคนตีได้ แต่สามารถเปลี่ยนผู้เล่นสำรองเข้ามาตีแทนได้ รวมทั้งผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนออกไปแล้ว ไม่สามารถกลับเข้ามาเล่นใหม่ได้อีก ขณะที่ทำการแข่งขันฝ่ายรุกจะเข้าไปเป็นผู้ตีในสนามครั้งละ 1 คน ฝ่ายรุกจะทำคะแนนได้ก็ต่อเมื่อสามารถตีลูกบอลที่ฝ่ายรับขว้างมาได้ และเมื่อตีลูกออกไปแล้วผู้ตีจะต้องวิ่งเข้าเบส 1, 2, 3 และสุดท้ายวิ่งเข้า Home Plate ตามลำดับ กรณีเช่นนี้จะทำให้ทีมฝ่ายรุกได้ 1 คะแนน หรือ 1 Run
1. Hit : :25:
การตีลูกได้เรียกว่า Hit หมายถึงลูกที่อยู่ในเขตพื้นที่เล่น ( Fair) และถ้าตีแล้วลูกลอยออก นอกสนามในแนวเขตพื้นที่เล่น ( Fair) เรียกว่า Home Run
2. Out : :02:
ถ้าผู้ตีตีไม่โดนลูก ผู้ตัดสินขานว่า Stike 3 ครั้ง ผู้ตีจะต้องออกจากสนาม ซึ่งเรียกว่า Out ฝ่ายรุกจะต้องเปลี่ยนผู้ตี หรือ ถ้าฝ่ายรุกตีลูกไปแล้ว ฝ่ายรับสามารถรับลูกได้โดยที่ลูกบอลไม่ตกพื้นเรียกว่า Fly Ball ผู้ตีก็ต้องออกจากสนาม เรียกว่า Out เช่นกัน ซึ่งฝ่ายรุกก็ต้องเปลี่ยนผู้ตี และถ้าหากฝ่ายรุก ที่เป็นผู้ตี (Batter) ออกจากสนาม (out) ครบ 3 คน ถือว่าจบบทบาทของการเป็นฝ่ายรุก ต้องเปลี่ยนมาเล่นเป็นฝ่ายรับทันที
ฝ่ายรับ :07:
มีหน้าที่ยับยั้งการทำคะแนนของฝ่ายรุก ซึ่งมีผู้เล่นอยู่ในสนามทั้ง 9 คน 9 ตำแหน่ง ตามลำดับ
1. พิทเชอร์ (pitcher) 2. แคชเชอร์ (catcher) 3. เบส 1 ( base 1) 4. เบส 2 ( base 2) 5. เบส 3 (base 3)
6. ชอร์ทสตอป ( Short Stop ) 7. เลฟฟิลด์ ( Left Out Fielder ) 8. เซนเตอร์ฟิลด์ ( Center Out Fielder )
9. ไรท์ฟิลด์ ( Right Out Fielder )
พิชเชอร์ ของฝ่ายรับจะต้องขว้างลูกเข้าหาผู้ตีของฝ่ายรุก ถ้าฝ่ายรับขว้างไม่เข้า Strike Zone เป็นจำนวน 4 ครั้ง ฝ่ายรุกซึ่งได้แก่ผู้ตีจะได้เดินไป 1 เบส และเช่นกันถ้าหากฝ่ายรับขว้างลูกบอลโดนตัวผู้ตี ผู้ตีก็จะได้เดินไป 1 เบส ซึ่งถ้าหากฝ่ายรุกตีลูกได้ ฝ่ายรุกจะวิ่งไปไปแตะที่เบส 1,2,3 เพื่อเข้าไปแตะที่ Home Plate ตามลำดับ ฝ่ายรับต้องพยายามยับยั้งฝ่ายรุกให้ได้ โดยการรับลูก Ball ที่ผู้ตีของฝ่ายรุก ตีออกมา หรือขว้างบอล ที่รับได้จากฝ่ายเดียวกันไปยังตำแหน่งอื่นๆ เพื่อดักฝ่ายรุกที่กำลังวิ่งไปยังเบสถัดไป ถ้าขว้างบอลไปก่อนที่ฝ่ายรุกจะวิ่งไปแตะเบสได้ ฝ่ายรุกผู้นั้นก็จะต้องออกจากสนามทันที ซึ่งถ้าหากฝ่ายรับสามารถทำให้ผู้เล่น ของฝ่ายรุกออกจากสนาม ( out ) ครบ 3 คน ฝ่ายรับจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นฝ่ายรุก เพื่อทำคะแนนให้กับทีมตัวเอง
TIPS
1. เกมจะสิ้นสุดลงเมื่อการเล่นกันของทั้ง 2 ฝ่าย ครบ 9 อินนิ่ง ( โดย 1 ทีมจะทำหน้าที่เป็นทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับ ซึ่งนับเป็น 1 อินนิ่ง ) หรือถ้าหากคะแนนทิ้งห่าง กันมากๆ ผู้ตัดสินสามารถพิจารณาจบเกมการแข่งขันได้ที่อินนิ่งที่ 5 หรือ อินนิ่งที่ 7
2. พิชเชอร์ เก่งๆ จะสามารถยับยั้งการทำคะแนนของฝ่ายรุกได้ และทีมจะเปลี่ยนบทบาทจากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก เพื่อมาเป็นฝ่ายทำคะแนนบ้าง
:55: :55: :55: :55: :55:
ความรู้เน้นๆ :25:
(+1)
เล่นซอฟท์บอลตอนมอหกเนี่ยแหละ ป่วยเลย กระดูกเดี้ยง เหวี่ยงแรงไปหน่อย :33:
แต่สนุกมากๆ :12:
ตอนกระดื๊บๆ เปลี่ยนตำแหน่งนี่ อย่างลุ้น :56:
อ้างคำพูดจาก: 953=2-8-2 เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 09:42 น.
ซอฟต์บอล กับ เบสบอล ต่างกันตรงไหนครับคุณเนส :31:
อย่าบอกผมว่ามันเขียนต่างกันนะครับ :30:
คุ้นๆ ว่าต่างกันตรงวิธีขว้างของพิชเชอร์ นะเจฟ
ซอฟบอล มันต้องหมุนแขนแล้วหงายมือขว้างมัง
ส่วนเบสบอล ก็ขว้างปกติ น่าจะประมาณนี้รึเปล่าหว่า :44:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โอ๋ววววว เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 09:39 น.
ไปยิง ปืน ในโอลิมปิคด้วยไหม :09:
อธิบาย กีฬาเบสบอล ให้เข้าใจง่ายๆ หน่อยสิครับ
ผมจะเข้าใจเฉพาะ ตอนอ่านการ์ตูนแล้วก็ลืม
อ้อ คริกเก็ต ด้วย :12:
ส่วนเบสบอลที่พี่โอ๋ถาม
เบสบอลจะเล่นกัน 9 อินนิ่ง (รับและรุก = 1 อินนิ่ง)
แข่งไปเรือ่ยๆ ผลัดกันขว้างและตี
ฝ่ายรับ จะต้อง ทำ out ให้ได้ 3 ครั้ง ถึงจะได้เปลี่ยนเป็นฝ่ายรุก
มีวิธี หลักๆ อยู่ 3 วิธี
1. โดยการขว้างทำ 3 สไตรค์ เท่ากับ 1 เอาท์
2. การนำบอลไปแตะตัวฝ่ายรุก (ที่ไม่ได้ยืนอยู่บนเบส) แตะได้ 1 คนก็เท่ากับ 1 เอาท์
3. รับบอลที่ฝ่ายรุกตีลอยมาโดยไม่ตกพื้น เท่ากับ 1 เอาท์
ฝ่ายรุก ต้องตีลูกไปให้ฝ่ายรับรับไม่ได้ ให้ไกลที่สุด หรือจะพันช์บอล ให้ตกใกล้ๆ เผื่อลักไก่ วิ่งไปเบสก็ได้
ใน สนาม จะมี 4 เบส ด้วยกัน เรียงกันไป ตามเลขบนหน้าปัดนาฬิกาที่เลข 3, 12, 9, และ 6
วิ่งให้ครบทั้ง 4 เบส จะได้ 1 คะแนน (ผู้เล่นห้ามอยู่เบสเดียวกัน 1 เบสยืนได้ 1 คน)
การตี ถ้าตีออกนอกสนาม ก็จะเรียกโฮมรัน แต่ถ้าตีออกนอกสนามแต่ไม่เลยเสาด้านข้าง ก็จะเป็นการฟาวล์ ถือเป็น 1 สไตร์ท
การขว้าง ถ้าพิชเชอร์ (คนขว้าง) ขว้างบอลโดน แบตเตอร์ (คนตี) ก็จะถือเป็น เดทบอล ได้ ฟรี 1 เบส
ถ้าขว้างไม่เข้ากลางเป้า ก็จะเรียกบอล บอลครบ 4 ครั้ง ก็จะได้ 1 เบส ฟรี เหมือนกัน
ประมาณนี้ล่ะครับ ความรู้จาก ทัช และ เอชทู ผสมกัน :42:
อ้ะเนส พิมพ์มาแล้ว เอาไปดูเล่นๆ แล้วกันฮะ :16:
softball ลูกใหญ่กว่าด้วย
เอ้อรู้สึกว่าจะเล่นกันน้อยอินนิ่งกว่าของเบสบอลด้วยมัง
เจอแหล่งรวมข้อมูลซอฟต์บอลและเบสบอลมาครับ
_www.soft-best.net :56:
กีฬาคริกเก็ตเป็นกีฬาที่ไม่ค่อยนิยมในไทยมากครับ เป็นกีฬาที่ไม่ค่อยจะสากล และในประเทศไทยไม่ค่อยได้รับความนิยม ส่วนมากจะป็นที่นิยมในประเทศแถบอินเดีย ออสเตรเลียและเครือจักรภพมากกว่า
กติกาคริกเก็ตจริงๆผมเองก็รู้แค่คร่าวๆครับ ไม่ทราบลงในรายละเอียดมากนัก :32:
จริงๆแล้วมันก็คล้ายกับกีฬาเบสบอล ที่มีอินนิ่ง มีผู้ตี ผู้รับ เพียงแต่อุปกรณ์ก็แตกต่างกันออกไป และห้ามตีลูกสูงกว่ามือครับ (และมีกติกายิบย่อยเยอะพอดู) ในกีฬานี้ แต่ละทีมจะมีผู้เล่นอยู่ทีมละ 11 คน มีตัวเล่นหลักๆในทีมคือผู้ตี กับ โบวเลอร์หรือคนโยนลูก.. เล่นทีนึงก็ลงไปหมดทีมละ 11 คนนั่นละครับ
สำหรับทีมที่เป็นฝ่ายตีลูก
ลำดับผู้ตีที่จัดนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแต่ห้ามตีเกินคนละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ ทีมต้องพยายามทำคะแนนให้ได้"รัน"เยอะที่สุด ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ตีทั้งสองคนวิ่งไปทางอีกฝั่งนึงของสนาม (โดยจะวิ่งหลังตีลูกหรือวิ่งตอนอีกฝ่ายเพิ่งโยนลูกมาก็ได้) หรือเมื่อตีลูกออกสนาม (ถ้าตีออกสนามโดยลูกไม่แตะพื้นจะได้ 4-6 คะแนน) หรือในกรณีที่ผู้โยนลูกโยนลูกไกลเกินกว่าจะตีได้
สำหรับทีมที่เป็นฝ่ายโยนลูก
จะต้องพยายามทำให้ผู้ตีของอีกฝ่ายหนึ่งออก (out) การทำให้อีกฝ่าย out นั้นมีเป็นสิบวิธีให้เลือกสรรครับ หลักๆคือการขว้างลูกไปยังเสาสามต้นที่เรียกว่า "วิกเก็ต" โดยไม่ให้อีกฝ่ายตีได้ (หรือจะโดนตัวอีกฝ่ายเป็น L.B.W. ก่อนเด้งเข้าก็ไม่ผิด) หรือรับลูกให้ได้ก่อนลูกตกถึงพื้น... เมื่อจบอินนิ่ง (ฝ่ายตี out ไป 10 คน) ทั้งสองทีมจะสลับตำแหน่งการเล่นกันครับ
ส่วนความแตกต่างระหว่างซอฟบอลกับเบสบอล แตกต่างกันที่อุปกรณ์ เครื่องแบบ และกติกาย่อยอย่างวิธีขว้างลูกครับ แล้วสนามนี่แทบจะเล่นด้วยกันได้เลยครับ อ่อ.. อีกอย่างที่ต่างกันคือผู้หญิงจะนิยมเล่นซอฟบอลมากกว่าเบสบอลครับ :56:
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 5 คนแน่ะ :15:
อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 11:03 น.
เล่นซอฟท์บอลตอนมอหกเนี่ยแหละ ป่วยเลย กระดูกเดี้ยง เหวี่ยงแรงไปหน่อย :33:
แต่สนุกมากๆ :12:
ตอนกระดื๊บๆ เปลี่ยนตำแหน่งนี่ อย่างลุ้น :56:
น้องบุ๋มเล่นซอฟบอลหรือขึ้นกินยอดชาเขียวครับ
:30: แหม ดูพี่เนสเปรียบเทียบ
เล่นซอฟท์บอลค่า ตอนวิ่งเปลี่ยนจุด นั่น เคย home run ด้วย :02:
ไม่ได้วิ่งเร็วแต่อย่างใด เพราะเพื่อนตีลูกไปไกล :30:
ขอบคุณครับ + :25:
แหม.. เดี๋ยวนี้ป๊อปจังนะเราน่ะ... :26:
แหม อิ๊ควายยย :47: :30:
:30: มาแล้ว เจ้าของเสียง
ตอนแรกงงว่ารู้ได้ไง... เจอที่มาละ
ด้วยกดหาคำว่า "อิควาย"
:30:
หนูอร คัมแบ็ค แล้ว :25:
ขอบคุณสำหรับคำตอบของทุกท่าน
หาอะไรยากๆมาถาม เนส ดีกว่า
ฟุตวอลเลย์เล่น แบบไหน
และ ตะกร้อแบบสองคนมีกติกา ต่างกับสามคนอย่างไร
ยิงปืนไซส์โค้ง ทำได้จริงมั้ยครับ
ถ้าอยากเข้าชมรมแม่นปืนบ้าง
มีค่าใช้จ่ายยังไงบ้างคะพี่เนส :25:
สนใจมากๆ :46:
มาตอบแทนพี่เนสเรื่องการยิงวิถีโค้งกับเรื่องสมัครสมาชิกละกันเนอะ
ตอบตั้งก่อน... ตั้งหมายถึงแบบในหนังเรื่อง Wanted ใช่ไหม?
ถ้าไซสส์โค้งแบบนั้นทำไม่ได้นะจ๊ะ แค่โค้งทางเดียวยังยากเลย
เพราะปืนทั่วไปถูกออกแบบมาให้ยิงออกไปเป็นเส้นตรง
เพื่อความแม่นยำในการเล็งเป้าหมาย มากสุดก็มีแต่แฉลบ
(วิถีกระสุนเบี้ยวเพราะแรงลม หรือคุณภาพของกระสุน
หรือลำกล้องปืนไม่ดี ทำให้ทิศทางการยิงและกลุ่มกระสุนไม่ดี)
แต่ถ้าโค้งแบบขึ้นแล้วลง..
ปืนใหญ่กับปืนครกทำได้ไม่มีปัญหา :30:
ส่วนที่บุ๋มถาม.. อรรู้เฉพาะของกกท.น่ะจ๊ะ
แต่คิดว่าระบบการสมัครของที่อื่นน่าจะคล้ายกันอยู่ล่ะ
คือกรอกใบสมัคร แนบพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาบัตรประชาชน กับรูปถ่ายหนึ่งนิ้ว 2 ใบ
ส่วนค่าสมัคร.. สมาชิกสามัญ 1200 บาท ต่อปี
บัตรหมดอายุก็มีค่าต่อสมาชิก 500 บาท
ค่อนข้างแพงกว่าที่อื่น แต่สภาพสนามจะดีกว่า
// ถ้าสนใจยิงปืนอัดลม มีพี่เนสสอน คิดไม่แพง :27:
น่าสนใจจังค่ะน้องอร .. :25:
ปกติมีแต่ปาเป้ากับเล่นเปตอง จะถือว่ามีพื้นฐานได้ไหมเนี่ย.. :44:
แซ้งกิ้วหนูอร
ตอนนี้เล่นปืนอัดลม แล้วเหวี่ยงแขนแบบในหนัง ฮ่าๆๆ
อ้างคำพูดจาก: nooOn เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 13:45 น.
มาตอบแทนพี่เนสเรื่องการยิงวิถีโค้งกับเรื่องสมัครสมาชิกละกันเนอะ
ตอบตั้งก่อน... ตั้งหมายถึงแบบในหนังเรื่อง Wanted ใช่ไหม?
ถ้าไซสส์โค้งแบบนั้นทำไม่ได้นะจ๊ะ แค่โค้งทางเดียวยังยากเลย
เพราะปืนทั่วไปถูกออกแบบมาให้ยิงออกไปเป็นเส้นตรง
เพื่อความแม่นยำในการเล็งเป้าหมาย มากสุดก็มีแต่แฉลบ
(วิถีกระสุนเบี้ยวเพราะแรงลม หรือคุณภาพของกระสุน
หรือลำกล้องปืนไม่ดี ทำให้ทิศทางการยิงและกลุ่มกระสุนไม่ดี)
แต่ถ้าโค้งแบบขึ้นแล้วลง..
ปืนใหญ่กับปืนครกทำได้ไม่มีปัญหา :30:
ส่วนที่บุ๋มถาม.. อรรู้เฉพาะของกกท.น่ะจ๊ะ
แต่คิดว่าระบบการสมัครของที่อื่นน่าจะคล้ายกันอยู่ล่ะ
คือกรอกใบสมัคร แนบพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาบัตรประชาชน กับรูปถ่ายหนึ่งนิ้ว 2 ใบ
ส่วนค่าสมัคร.. สมาชิกสามัญ 1200 บาท ต่อปี
บัตรหมดอายุก็มีค่าต่อสมาชิก 500 บาท
ค่อนข้างแพงกว่าที่อื่น แต่สภาพสนามจะดีกว่า
// ถ้าสนใจยิงปืนอัดลม มีพี่เนสสอน คิดไม่แพง :27:
:25: ถูกกว่าไปเล่น บีบีกันอีก
สนใจค่ะ แล้วถ้าพี่เนสสอน จะไปใช้สนามที่ไหนอ่ะ
จริงจังนะ :37:>
อ่อ แล้วถ้าเรายิงไปซักพักแล้วอยากมีสิทธิพกพาอาวุธไว้ป้องกันตัว
แบบถูกกฏหมาย
นี่มันต้องทำยังไงบ้างเหรอคะ :09:
เดี๋ยวซักพักได้แตกหน่อเป็นคลังสรรพาวุธแน่เลย :25:
พี่เนสสอนที่สนามกีฬากกท. (ตรงหัวหมาก) จ๊ะบุ๋ม
ส่วนเรื่องการขอพกอาวุธปืน.. ถ้าบอกคร่าวๆก็คือ
ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นและไม่มีเส้น อรว่าก็ขอยากอยู่ :30:
เพราะเค้าจะสอบถามเหตุผลเราด้วย ว่าเอาไปทำไม
ความจำเป็นในการพกพาคืออะไร (เช่นปกป้องทรัพย์สิน)
กรณีของอรก็ไม่มีให้พกพานะ.. เพราะว่ามีแค่เพื่อการกีฬา
โดยปกติจะมีเอกสารให้กรอกรายละเอียดส่วนตัว
อย่างนิสัยเป็นยังไง จำนวน+มูลค่าทรัพย์สินที่มีอยู่
ต้องไม่เคยมีคดี และมีคนเซ็นรับรองความประพฤติ
(ซึ่งปกติผู้รับรองต้องเป็นข้าราาชการระดับ ซี7 ขึ้นไป)
หรือถ้าสงสัยก็สามารถติดต่อถามที่กรมการปกครองได้จ๊ะ
อ้างคำพูดจาก: nooOn เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 13:45 น.
แต่ถ้าโค้งแบบขึ้นแล้วลง..
ปืนใหญ่กับปืนครกทำได้ไม่มีปัญหา :30:
แอบขำตรงนี้ :30:
อ้างคำพูดจาก: nooOn เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 18:56 น.
เดี๋ยวซักพักได้แตกหน่อเป็นคลังสรรพาวุธแน่เลย :25:
พี่เนสสอนที่สนามกีฬากกท. (ตรงหัวหมาก) จ๊ะบุ๋ม
ส่วนเรื่องการขอพกอาวุธปืน.. ถ้าบอกคร่าวๆก็คือ
ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นและไม่มีเส้น อรว่าก็ขอยากอยู่ :30:
เพราะเค้าจะสอบถามเหตุผลเราด้วย ว่าเอาไปทำไม
ความจำเป็นในการพกพาคืออะไร (เช่นปกป้องทรัพย์สิน)
กรณีของอรก็ไม่มีให้พกพานะ.. เพราะว่ามีแค่เพื่อการกีฬา
โดยปกติจะมีเอกสารให้กรอกรายละเอียดส่วนตัว
อย่างนิสัยเป็นยังไง จำนวน+มูลค่าทรัพย์สินที่มีอยู่
ต้องไม่เคยมีคดี และมีคนเซ็นรับรองความประพฤติ
(ซึ่งปกติผู้รับรองต้องเป็นข้าราาชการระดับ ซี7 ขึ้นไป)
หรือถ้าสงสัยก็สามารถติดต่อถามที่กรมการปกครองได้จ๊ะ
ขอบคุณค่ะ :25:
หัวหมาก ไม่ไกลนัก เดี๋ยวจะติดต่อหลังไมค์อีกทีจ้ะ :25:
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 15:36 น.
ขอบคุณสำหรับคำตอบของทุกท่าน
หาอะไรยากๆมาถาม เนส ดีกว่า
ฟุตวอลเลย์เล่น แบบไหน
และ ตะกร้อแบบสองคนมีกติกา ต่างกับสามคนอย่างไร
พี่เนสฝากบอกว่ารายละเอียดไว้จะมาบอกค่ะ
ให้บอกไว้ก่อนแค่ว่า นัดชิงอันดับสามของฟุตวอลเล่ย์
ไทยแพ้ฝรั่งเศส... ตอนนี้ไทยเป็นอันดับสี่ของโลกค่ะ
:19:
เอามาให้อ่านจ๊ะ :27:
ทะเบียนอาวุธปืน
ความหมาย
อาวุธปืน หมายรวมตลอดถึง อาวุธทุกชนิด ซึ่งใช้เครื่องส่งกระสุนโดยวิธีระเบิด หรือกำลังดันของแก๊ส
หรืออัดลม หรือเครื่องกลไกอย่างใด ซึ่งต้องอาศัยอำนาจของพลังงานและส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธนั้น
ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญ และ ได้ระบุไว้ในกฏกระทรวง
ผู้มีอำนาจอนุญาต
1. ผู้อนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนให้มีและใช้อาวุธปืน คือนายทะเบียนท้องที่
- เขตกรุงเทพฯ ได้แก่ ผู้บังคับการกองทะเบียน รองผู้บังคับการกองทะเบียน,กองบัญชาการตำรวจ
สอบสวนกลาง หรือผู้รักษาราชการแทน
- จังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
2. เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (พกพา)
- เขตกรุงเทพฯ และทั่วราชอาณาจักร ได้แก่ อธิบดีกรมตำรวจ
- จังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด อนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวเฉพาะในเขตจังหวัด
และเฉพาะผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในเขตจังหวัดนั้น
3. การตั้งร้านค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจอนุมัติให้นายทะเบียนท้องที่ออกใบอนุญาต
4. การขออนุญาตตั้งร้านค้าวัตถุระเบิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจอนุมัติให้นายทะเบียนท้องที่ออกใบอนุญาต
5. การขออนุญาตมีและใช้วัตถุระเบิดในราชอาณาจักร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจอนุมัติให้นายทะเบียนท้องที่ออกใบอนุญาต
6. การตั้งร้านค้า ทำ/สั่ง นำเข้าดอกไม้เพลิง
นายทะเบียนท้องที่ มีอำนาจออกใบอนุญาต (ยกเว้นดอกไม้เพลิงชนิดประทัดไฟต้องขอความเห็นชอบ
จาก รมว.มท. ก่อน)
อาวุธปืนที่อนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง เพื่อ
1. มีไว้ใช้
2. มีไว้เพื่อเก็บ
การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน
หลักการพิจารณาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน
การพิจารณาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนให้แก่บุคคลสำหรับใช้ในการป้องกันตัว
และทรัพย์สิน ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้.
ข้อ 1 คุณสมบัตติของผู้ขอมีและใช้อาวุธปืน ต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ขัดต่อมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติ
อาวุธปืนฯ คือ
(1) บุคคลซื่งต้องโทษจำคุก สำหรับความผิดตามระมวลกฏหมายอาญาดังต่อไปนี้.
ก. มาตรา 57 ถึงมาตรา111 มาตรา 120 มาตรา 177 ถึงมาตรา 183 มาตรา 249 มาตรา 250 หรือ
มาตรา 298 ถึงมาตรา 303
ข. มาตรา 254 ถึงมาตรา 257 และพ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษถึงวันที่ยื่นคำขออนุญาต เว้นแต่
ในกรณีความผิดที่กระทำโดยความจำเป็น หรือเพื่อป้องกัน หรือโดยถูกยั่วโทษะ
(2) บุคคลซึ่งต้องโทษจำคุก สำหรับความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่อง กระสุนปืน
วัตถุระเบิด และดอกไม้เพลิง พุทธศักราช 2477 มาตรา 7 มาตรา 11 ถึงมาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 29
มาตรา 33 หรือมาตรา38
(3 ) บุคคลซึ่งต้องโทษจำคุก ตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป ในระหว่างห้าปีนับย้อนหลังขึ้นไปจากวันที่ยื่นคำขอสำหรับ
ความผิดอย่างอื่น นอกจากบัญญัติไว้ใน (1)(2) เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดละหุโทษ
(4) บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
(5) บุคคลซึ่งไม่สามารถจะใช้ปืนได้โดยกายพิการ หรือทุพพลภาพ เว้นแต่จะมีไว้เพื่อเก็บตาม มาตรา 11 แห่ง
พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
(6) บุคคลซื่งเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือปรากฏว่าเป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(7) บุคคลซึ่งไม่มีอาชีพและรายได้
(8) บุคคลซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
(9) บุคคลซึ่งมีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง อันอาจกระทบกระเทือนถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(10) ภูมิลำเนาของผู้ขอมีและใช้อาวุธปืนต้องเป็นบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฏหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฏร
และมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ที่บุคคลนั้นขออนุญาตไม่น้อยกว่าหกเดือน
ข้อ2 การสอบสวนคุณสมบัติและความจำเป็น ต้องทำการสอบสวนพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่หรือสิ่งแวดล้อม
ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 ข้อ 12
และระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดีลักษณะที่ 47 บทที่ 3 ข้อ 16 ดังนี้
(1) ผู้ขออนุญาตมีอายุเท่าใด เป็นหัวหน้าครอบครัว หรืออาศัยผู้ใดอยู่
(2) บ้านอยู่ในที่เปลี่ยวหรือไม่ และในบ้านนั้นมีผู้ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนอย่างใดอยู่บ้างแล้วหรือไม่
(3) บ้านที่อยู่เป็นนของผู้รับใบอนุญาตเอง หรือเช่าเขาอยู่
(4) ความประพฤติตามปกติเป็นอย่างไร
(5) เคยต้องโทษทางอาญาอย่างใดบ้างหรือไม่
(6) เกี่ยวข้องกับพวกคนพาลหรือพวกนักเลงหรือไม่
(7) มีหลักทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง ประมาณราคามากน้อยเท่าใด
(8) ประกอบอาชีพทางใด
(9) การขอมีอาวุธปืน เพื่อประโยชน์อย่างใด
(10) มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเงิน หรือทรัพย์สมบัติเป็นพิเศษอย่างใด
(11) เคยถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์และร่างกาย หรือถูกขู่เข็ญว่าจะทำร้ายอย่างใดบ้างหรือไม่
(12) เป็นคนมีสติไม่ปกติเป็นบางครั้งคราวหรือไม่
(13) เป็นคนมีนิสัยฉุนเฉียว หรือเกะกะระรานเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือผู้อื่นบ้างหรือไม่
(14) เคยได้รับอนุญาตมีอาวุธปืนมาแล้วหรือเปล่า ถ้าเคยมีแล้ว เหตุใดจึงบขออนุญาตอีก
(15) เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ใกล้ชิด เช่น สารวัตรตำรวจนครบาล ตำรวจภูธร หัวหน้าสถานี กำนันผู้ใหญ่บ้าน
เห็นสมควรอนุญาตหรือไม่
(16) ถ้าเป็นบุคคลต่างด้าว ต้องสอบให้ทราบว่า
ก.มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยนานเท่าใด
ข.พูดภาษาไทยได้หรือไม่
ค. มีครอบครัวเป็นคนต่างด้าวหรือคนไทยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่
ง. เป็นผู้มีจิตใจใฝ่ลัทธิใดลัทธิหนึ่ง อันเป็นภัยต่อประเทศหรือไม่
(17) ถ้าเป็นการขอรับมรดก ต้องสอบให้ได้ความว่าได้มีทายาทคนใดคัดค้านการขอรับโอนบ้างหรือไม่ หากมีการ
คัดค้านก็ให้ระงับการออกใบอนุญาตไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ข้อ 3 การสอบสวนผู้ขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน เพื่อให้นายทะเบียนท้องที่ออกใบอนุญาตได้พิจารณากลั่นกรอง
ที่จะอนุญาตให้บุคคลมีและใช้อาวุธปืนได้ถูกต้อง ให้ดำเนินการดังนี้
ก. ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้สารวัตรใหญ่หรือสารวัตรสถานีตำรวจนครบาลท้องที่
ดำเนินการดังนี้
(1) พิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ขออนุญาตเพื่อตรวจสอบประวัติประกอบการพิจารณาด้วย เว้นแต่ผู้ขอเป็นข้าราชการ
ประจำการไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบ
(2) ทำการสอบสวนคุณสมบัติและเหตุผลความจำเป็น รายงานเสนอถึงผู้กำกับการตำรวจนครบาล เพื่อพิจารณาแล้ว
ส่งเรื่องไปยังนายทะเบียนฯดำเนินการต่อไป
การสอบสวนคุณสมบัติ และเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น ให้อยู่ในความรับผิดชอบของสารวัตรใหญ่
หรือสารวัตรสถานีตำรวจท้องที่หรือผู้รักษาการแทนที่จะต้องดำเนินการโดยรอบคอบและตรงต่อความเป็นจริง
ข. ในจังหวัดอื่นให้ถือปฏิบัติตามความคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490
เรื่องระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
พ.ศ. 2490 และคำสั่งที่ 759/2494 เรื่องระเบียบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน
วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ 2490 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 798/2501
ลงวันที่ 13 พฤศจิกายนน 2501 เรื่องการอนุญาตให้บุคคลมีอาวุธปืนและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณา
ออกใบอนุญาตมีอาวุธปืน ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนท้องที่ประจำจังหวัด และนายอำเภอ
เป็นนายทะเบียนท้องที่ประจำอำเภอ การสอบสวนผู้ขออนุญาตให้มีอาวุธเป็นเครื่องกระสุนปืน ก่อนที่จะพิจารณา
อนุญาตตามความในข้อ 2 ด้วย
ข้อ4 ชนิดและขนาดอาวุธปืน ซึ่งจะอนุญาตให้พิจารณาถึงฐานะ และความจำเป็นของผู้อนุญาตเป็นราย ๆ ไป
โดยระลึกว่าการอนุญาตให้เอกชนมีอาวุธปืนนั้นเป็นการอนุญาตตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ 2490
มาตรา 9 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้มีไว้เพื่อป้องกันตัวหรือทรัพย์สินหรือในการกีฬา หรือในการยิงสัตว์
การพิจารณาอนุญาตดังกล่าวข้างต้นนี้ มีหลักเกณฑ์ในการอนุญาตสำหรับชนิดและขนาดอาวุธปืนตามคำสั่ง
กระทรวงมหาดไทยที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2490 ข้อ 13 และหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ที่ 0515/13548 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2515 ที่ 0313/ว8583 ลงวันที่ 25 กรกฏาคม 2517 และที่
0515/ว686 ลงวันที่ 30 ธ.ค. 2517 ดังนี้
ก. ถ้าผู้ขออนุญาตเป็นข้าราชการ ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามตามกฏหมาย หรือมีหน้าที่ ปฏิบัติงานเขตพื้นที่ที่เสี่ยง
อันตรายต่อชีวิตและผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไป รับรองหน้าที่การงานมาเป็นที่เชื่อถือได้
หรือผู้ขออนุญาตเพื่อการกีฬาโดยมีหนังสือรับรองเป็นนักกีฬายิงปืน และมาฝึกซ้อมยิงปืนเป็นประจำจากเลขาธิการ
สมาคมยิงปืน หรือนายสนามยิงปืนนั้น ๆ ในการพิจารณาอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนพกให้อนุญาตขนาดลำกล้อง
ไม่เกิน .45 หรือ 11 มม.ได้
ข.สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืนพก อนุญาตให้มีได้ลำกล้องไม่เกินขนาด .38 หรือ 9 มม.
สำหรับบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ขัดกับมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อ
กฏกระทรวงที่ใช้บังคับอยู่ตามที่ระบุไว้ในข้ออื่น ๆ ด้วย
สำหรับอาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงแม้ขนาดลำกล้องไม่เกิน .38 หรือ 9 มม. เช่นอาวุธปืนขนาด .357
ก็ไม่ควรอนุญาตเว้นแต่ผู้ขออนุญาตเป็นข้าราชการตำรวจ ทหารหรือข้าราชการอื่นซึ่มีหน้าที่ปราบปรามตามกฏหมาย
หรือเป็นข้าราชการในท้องที่กันดาร และผู้บังคับบัญชาตั้งแต่หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไปรับรองหน้าที่การงาน
มาเป็นที่เชื่อถือได้ก็ให้พิจารณาอนุญาตได้ สำหรับในต่างจังหวัดให้นายทะเบียนฯ เสนอขอรับความเห็นชอบจาก
ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
ข้อ 5 การอนุญาตให้มีอาวุธปืน ตามปกติควรมีได้เพียงคนละ 2 กระบอก คือ สั้นและยาว แต่ในการพิจารณา
อนุญาตมากน้อยเพียงใดแล้วแต่หลักฐานความจำเป็นของแต่ละบุคคล และควรเข้มงวดกวดขันอย่าให้มีมากเกิน
ความจำเป็นไม่ซ้ำขนาดกันให้วงเล็บวัตถุประสงค์มีและใช้อาวุธปืนในใบอนุญาต (ป.4) ให้ชัดเจน
ข้อ 6 การพิจารณาอนุญาตสำหรับข้าราชการ ตำรวจ ทหารประจำการ ให้มีอาวุธปืนให้ถือปฏิบัติดังนี้
ก. ข้าราชการตั้งแต่สัญญาบัตรขึ้นไป ไม่ต้องดำเนินการตามข้อ 3 แต่ต้องให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นหัวหน้ากอง
หรือเทียบเท่าหรือผู้กำกับการตำรวจ หรือผู้บังคับกองพันทหารรับรองความประพฤติและตำแหน่งหน้าที่การงาน
เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
ข. ข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ แต่ต้องสอบสวนตามข้อ 3 เว้นแต่กรณีผู้มีหน้าที่สืบสวน
และปราบปรามโจรผู้ร้ายเป็นประจำ หรือมีหน้าที่ต้องปฏิบัติในพื้นที่ที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต หรือมีหน้าที่ควบคุมเงิน
ไม่ต้องสอบสวนแต่ต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติและตำแหน่งหน้าที่การงานจากผู้บังคับบัญชาตามข้อ ก.
ข้อ 7 การขอรับโอนอาวุธปืน
ก.การรับโอนอาวุธปืนระหว่างบุคคลทั่วไป พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น
ข. การรับโอนปืนมรดก ถ้าผู้รับโอนมีคุณสมบัติครบถ้วน และเป็นทายาทโดยตรงต้องการรับโอนไว้ก็อนุญาตได้
ข้อ 8 นักเรียน นักศึกษา ที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา ซึ่งทางการนับเวลาการศึกษานั้นเป็นวันรับราชการ เช่น นักเรียน
นายร้อย นายเรืออากาศ นายร้อยตำรวจ ควรมีสิทธิได้รับอนุมัติให้มีอาวุธปืนได้ แต่ควรพิจารณาให้เฉพาะเป็นกีฬา
หรือในกรณีรับโอนมรดกซึ่งไม่มีทายาทผู้อื่นที่จะรับโอนไว้ได้ หรือผู้ที่ได้รับปริญญาแล้วยังไม่ประกอบอาชีพแต่
กำลังศึกษาต่ออีกควรพิจารณาให้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น
ข้อ 9 การพิจารณาออกใบอนุญาตสำหรับเครื่องกระสุนปืนของบุคคลนั้น ต้องสอบให้ทราบว่าผู้ขออนุญาตมี
อาวุธปืน ซึ่งใช้กับอาวุธปืนที่ขออนุญาตหรือไม่ หากไม่มีห้ามออกใบอนุญาตให้ ถ้ามีและจะขออนุญาตต้องเสนอว่ามี
เหตุผลจำเป็นเพียงใดสำหรับอัตราที่จะต้องขออนุญาตให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 759/2494
ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2494 ข้อ 14ตามกำหนดและอัตราอย่างสูงต่อไป
(1) กระสุนโดด ปืนยาวทุกชนิด อนุญาตให้สั่งหรือนำเข้ามา ได้ไม่เกินปีละ 100 นัด แต่การสั่งหรือนำเข้ามานี้จะขอ
อนุญาตได้ไม่เกิน 50 นัด สำหรับกระสุนปืนชนิดนั้น ๆ
ถ้าขอซื้อภายในราชอาณาจักรให้อนุญาตได้ไม่เกินปีละ 60 นัด แต่การอนุญาตให้อนุญาตได้ไม่เกินคราวละ 15 นัด
สำหรับกระสุนปืนชนิดหนึ่ง ๆ
(2)กระสุนปืนพกทุกชนิดอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้ามาได้ไม่เกิน 50 นัด แต่การสั่งหรือนำเข้ามานี้จะอนุญาตได้ไม่เกิน
คราวละ25 นัด สำหรับกระสุนปืนชนิดหนึ่ง ๆ
ถ้าขอซื้อภายในราชอาณาจักร ให้อนุญาตได้ไม่เกินปีละ 36 นัด แต่การขออนุญาตนี้ ให้อนุญาตได้ไม่เกินคราวละ 12 นัด
สำหรับกระสุนปืนชนิดหนึ่ง ๆ
(3) กระสุนลูกซองชนิดต่าง ๆ แบ่งเป็น 4 ขนาด ตามรายการในนบัญชีเทียบขนาดกระสุนต่าง ๆ ต่อไปนี้
ขนาดที่ 1 อนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าไม่เกินปีละ 100 นัด แต่การสั่งหรือนำเข้ามานี้จะอนุญาตได้ไม่เกินคราวละ 25 นัด
สำหรับกระสุนปืนชนิดหนึ่ง ๆ
ขนาดที่ 2 อนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าไม่เกินปีละ 200 นัด แต่การสั่งหรือนำเข้ามานี้จะอนุญาตได้ไม่เกินคราวละ 50 นัด
สำหรับกระสุนปืนลูกซองชนิดหนึ่ง ๆ
ขนาดที่ 3 อนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าไม่เกินปีละ 300 นัด แต่การสั่งหรือนำเข้ามานี้จะขออนุญาตได้ไม่เกินคราวละ 75 นัด
สำหรับกระสุนปืนลูกซองชนิดหนึ่ง ๆ
ขนาดที่ 4 อนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าไม่เกินปีละ 400 นัด แต่การสั่งหรือนำเข้ามานี้จะอนุญาตได้ไม่เกินคราวละ 100 นัด
สำหรับกระสุนปืนลูกซองชนิดหนึ่ง ๆ
แต่ทั้งนี้ขอรวมกันคราวเดียวทุกขนาดให้อนุญาตไม่เกินปีละ 1,000 นัด แต่การอนุญาตนี้จะอนุญาตไม่เกินคราวละ 250 นัด
สำหรับกระสุนปืนลูกซองชนิดหนึ่ง ๆ
จำนวนที่กำหนดนี้เป็นอันตรายอย่างสูงที่จะอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ
ส่วนการขอซื้อภายในราชอาณาจักรให้อนุญาตได้ไม่เกินปีละ 500 นัด แต่ในการอนุญาตครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน 25 นัด
เฉพาะกระสุนปืนลูกซองตามบัญชีเทียบขนาดที่ 1 กรมตำรวจได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นกระสุนปืนที่โดยปกติใช้ล่า
สัตว์ใหญ่ จึงให้อนุญาตปีละไม่เกิน 100 นัด แต่ในการอนุญาตครั้งหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกิน 10 นัด ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้อง
กับนโยบายในการสงวนพันธ์สัตว์ป่า
(4) กระสุนอัดลมอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้า หรือซื้อภายในราชอาราจักรได้ไม่เกินคราวละ 1,000 สำหรับกระสุนปืน
อัดลมชนิดหนึ่ง ๆ
(5) กระสุนลูกกรดทุกชนิดให้อนุญาตสั่งได้ไม่เกินปีละ 100 นัด ถ้าเป็นการซื้อในราชอาณาจักรให้อนุญาตได้ไม่เกิน
คราวละ 200 นัด แต่ต้องไม่เกินปีละ 1,000 นัด
การอนุญาตกระสุนปืนตามคำสั่งนี้ ได้กำหนดอัตราขึ้นไว้ เพื่อให้เป็นระดับเดียวกันในการอนุญาตตามปกติ แต่ถ้ามี
กรณีซึ่งจะต้องผ่อนผันการออกอนุญาตเป็นพิเศษ เช่น ในกรณีที่คนต่างด้าว หรือข้าราชการสถานฑูตอันมีสัมพันธไมตรี
ต่อประเทศไทยนำติดตัวเข้ามา ก็ให้พิจารณาผ่อนผันได้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายไปแล้วแจ้งให้กรมศุลกากรทราบ
ถ้าเป็นกรณีซื้อภายในราชอาณาจักร เมื่อได้ผ่อนผันไปแล้วให้รายงานเหตุที่ผ่อนผันให้กระทรวงทราบเฉพาะคนต่างด้าว
ที่ได้รับการผ่อนผันข้างต้นต้องเป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิคุ้มกัน เช่นเจ้าหน้าทื่องค์การระหว่างประเทศ
ข้อ 10 ในกรณีพิเศษต่าง ๆ นอกจากนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของนายทะเบียนเฉพาะเรื่องเฉพาะรายที่จะพิจารณาสั่งการ
ข้อ 11 ถ้าเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจท้องที่ มีความสงสัยพฤติการณ์ไม่นาไว้วางใจว่าผู้รับใบอนุญาต
คนใดจะเป็นผู้ต้องห้ามในการออกใบอนุญาตตามาตรา 13 (7)(8) หรือ(9) ก็ให้พนักงานสอบสวนท้องที่รายงาน
พฤติการณ์ไปยังนายทะเบียนท้องที่ เพื่อเรียกตัวผู้รับอนุญาตมาทำประกันทัณฑ์บน หรือพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต
เป็นราย ๆ ไป การทำประกันทัณฑ์บน ให้นายทะเบียนท้องที่เรียกตัวผู้รับอนุญาตมาดำเนินการดังนี้
ก. ให้นำหลักฐาน การประกอบอาชีพ และรายได้มาแสดง
ข. ให้นำหลักฐาน ภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่ และบัตรประจำตัวมาแสดง
ค. ให้นำบุคคลที่เชื่อถือได้มารับรองทำสัญญาประกันและให้ผู้ได้รับอนุญาตทำทัณฑ์บนต่อนายทะเบียนท้องที่ โดย
กำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน และไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันทำประกันทัณฑ์บน
ถ้าผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวหาประกันที่เชื่อถือไม่ได้ หรือไม่ยอมทำทัณฑ์บนภายในเวลาอันสมควรตามที่นายทะเบียน
ได้กำนดให้ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นเป็นผู้ซึ่งจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ให้นายทะเบียน
ท้องที่เพิกถอนใบอนุญาตทุกรายไป
เมื่อนายทะเบียนท้องที่ได้ทำสัญญาประกันทัณฑ์บนแล้ว ให้แจ้งสารวัตรใหญ่หรือ สารวัตรสถานีตำรวจท้องที่โดย
มิชักช้า เพื่อสอดส่องพฤติการณ์ และหากปรากฏว่าผู้ทำสัญญาประกันหรือทัณฑ์บนผิดสัญญาประกัน หรือทัณฑ์บน
ก็ให้สารวัตรใหญ่หรือสารวัตรสถานีตำรวจท้องที่ แจ้งให้นายทะเบียนท้องที่ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อ 12 การเพิกถอนใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานตำรวจท้องที่เอาใจใส่ตรวจสอบบุคคลซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและ
ใช้อาวุธปืนหากสงสัยพฤติการณ์ของผู้รับใบอนุญาตหรือปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ออก
ใบอนุญาตก็รวบรวมหลักฐานรายงานนายทะเบียนท้องที่โดยมิชักช้า เพื่อดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป
การสอบสวนคดีอาญา ในคดีความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490
ให้พนักงานสอบสวน สอบสวนผู้ต้องหาให้ปรากฏ ว่าเป็นผู้ใด้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนหรือไม่ หากปรากฏว่า
ผู้ต้องหาเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ออกใบอนุญาต ก็ให้รวบรวม
หลักฐานรายงานนายทะเบียนท้องที่โดยมิชักช้า และเมื่อผลคดีถึงที่สุดเป็นประการใด ให้รายงานนายทะเบียนทราบ
เพื่อดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวข้างต้นต่อไป
เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนผู้ใดเป็นผู้จะต้องดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต นายทะเบียนอาวุธปืน
ท้องที่กรุงเทพมหานคร รายงานพฤติการณ์ข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐาน เสนอขอความเห็นชอบจากกรมตำรวจก่อน
หากกรมตำรวจเห็นชอบแล้วให้ทำคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แล้วจัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับตำรวจท้องที่ที่ผู้รับอนุญาตมี
ภูมิลำเนาอยู่ แจ้งคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้ความคุมดูแลทราบ เพื่อขอ
รับอาวุธปืนและใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืนมาดำเนินการต่อไป และให้เจ้าพนักงานตำรวจท้องที่นั้น ๆ ลงประจำวันไว้
เป็นหลักฐาน ในกรณีที่ไม่สามารถติดตามผู้รับใบอนุญาตได้ หรือไม่มีผู้อนุบาล หรือควบคุมดูแล ให้นายทะเบียนอาวุธปืน
ท้องที่ประกาศคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไว้ ณ ที่ทำการของนายทะเบียนอาวุธปืนท้องที่ และที่อยู่ของผู้ได้รับอนุญาต
ภายในกำหนด 30 วัน เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวให้นายทะเบียนอาวุธปืนท้องที่ แจ้งสถานีตำรวจดำเนินคดีกับผู้ถูกสั่ง
เพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ในกรณีที่ย้ายทะเบียนอาวุธปืน ผู้สั่งเพิกถอนแจ้งให้นายทะเบียนผู้ออกใบอนุญาตทราบเพื่อ
หมายเหตุในทะเบียนคุมต่อไป
ข้อ 13 หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาต ให้บุคคลมีและใช้อาวุธปืนนี้เป็นหลักเกณฑ์โดยทั่วไป สำหรับใช้เป็น
แนวทางพิจารณาของนายทะเบียนอาวุธปืนเท่านั้น หากรายใดนายทะเบียนมีเหตุผลอันสมควรว่าผู้ขอมีพฤติการณ์
ไม่เหมาะสม หรือมีเหตุผลความจำเป็นไม่เพียงพอ แม้จะเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ขัดต่อมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติ
อาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 ก็ตาม นายทะเบียนจะไม่อนุญาตก็ได้
มีขั้นตอนปฏิบัติ ดังนี้
1. ยื่นคำขอ ตามแบบ ป.1 ระบุ ชนิด ประเภท จำนวน พร้อมทั้งแหล่งที่จะขอซื้อพร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวและ
ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชากรณีเป็นข้าราชการ หรือหนังสือรับรองของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรณีเป็น
ราษฏรทั่ว ๆ ไป
2. สอบสวนคุณสมบัติ
- สอบสวนในประเด็นเกี่ยวกับการต้องโทษคดีอาญา อาชีพ ความสามารถและความประพฤติ ได้แก่ ( พ.ร.บ.อาวุธปืน
พ.ศ. 2490 ม.13 )
- สอบสวนสภาพความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการพิจารณาด้วย
- ถ้าเป็นเขตกรุงเทพมหานคร กรณีเป็นบุคคลที่ไม่เคยมีอาวุธปืนมาก่อน ต้องส่งเรื่องราวคำร้องให้ตำรวจท้องที่
สอบสวนคุณสมบัติ และหลักทรัพย์(ยกเว้นผู้ขอเป็นผู้ใหญ่บ้าน)
- สำหรับต่างจังหวัด ให้นายทะเบียนท้องที่พิจารณาสอบสวนคุณสมบัติอย่างรอบคอบ และรวดเร็ว โดยราษฏรให้
สอบสวนจากเจ้าพนักงานปกครองที่ใกล้ชิดเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฉพาะกรณีสงสัยให้นายทะเบียนพิจารณาตรวจสอบ
คุณสมบัติร่วมกับผู้บังคับกอง หรือ หัวหน้าสถานีตำรวจ
3. ถ้านายทะเบียนอนุญาตก็ให้ออก ป.3 ให้ไปซื้ออาวุธปืน
4. เมื่อได้รับ ป.3 แล้วจะต้องซื้ออาวุธปืน ณ ท้องที่ หรือ บุคคลที่ระบุไว้ใน ป.3 เท่านั้น เมื่อซื้อแล้วให้นำอาวุธปืนและ
ใบคู่มือประจำปืนไปขอ ออกใบอนุญาต ป.4
5. เมื่อออก ป.4 แล้ว นายทะเบียนต้องเพิ่มรายการลงในทะเบียนอาวุธปืนประจำรายตำบลและประเภทอาวุธปืน
การขอรับโอนมรดกอาวุธปืน
เมื่อเจ้าของอาวุธปืนตาย ให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนแจ้งนายทะเบียนท้องที่ ดังต่อไปนี้
- ท้องที่ที่ผู้นั้นตาย หรือ
- ท้องที่ที่อาวุธปืน ขึ้นทะเบียนอยู่ หรือ
- ท้องที่ที่ผู้ครอบครองอยู่
ขั้นตอนการขอรับโอนมรดกอาวุธปืน
1. ถ้ามีพินัยกรรมให้ดำเนินการตามพินัยกรรม ถ้ามีผู้จัดการมรดกให้ดำเนินการให้เป็นไปตามที่มีผู้จัดการ หากไม่มี
ให้สอบปากคำทายาท และให้ได้สาระสำคัญว่าไม่มีทายาทผู้อื่นคัดค้าน จึงจะดำเนินการต่อไปได้ เว้นมีการโต้เถียง
ให้รอไว้จนคดีถึงที่สุด
2. ทายาท ยื่นคำขอตามแบบ ป.1 ขอรับโอนมรดกอาวุธปืน
3. เรียก ป.4 เก่าคืน ออกใบ ป.4 ให้ใหม่ แก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนอาวุธปืนประจำตำบล
การแจ้งย้ายอาวุธปืน
เมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้มี และใช้อาวุธปืนย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งการย้ายอาวุธปืนต่อนายทะเบียนท้องที่ด้วย โดยแจ้งแก่
นายทะเบียนท้องที่ภายใน 15 วัน นับแต่วันย้ายออกและ ถ้าย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่
ใหม่ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันย้ายไปถึง
กฏหมายและระเบียบเกี่ยวกับการทะเบียนอาวุธปืน
1.พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490
2. คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519
3. กฏกระทรวง ฯ (พ.ศ.2490)
4. หนังสือสั่งการ
5. คำสั่งกระทรวงมหาดไทย
บทความนี้มาจาก สำนักบริหารการทะเบียน
http://www.borathailand.org
ขอบคุณค่ะพี่เจฟ :25:
ถามครับ
ยูโดนับแต้มยังไงเหรอครับ
เวลาดู เห็นทุ่มไป เหวี่ยงมา แล้วอ้าว ทำไมคนนั้นเค้ายกมือดีใจล่ะ งง :09:
อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 23 ก.ค. 2008, 10:16 น.
ขอบคุณค่ะพี่เจฟ :25:
ไม่เป็นครับ ตอบเท่าที่หามาได้ :27:
อ้างคำพูดจาก: iwetone เมื่อ 23 ก.ค. 2008, 17:44 น.
ถามครับ
ยูโดนับแต้มยังไงเหรอครับ
เวลาดู เห็นทุ่มไป เหวี่ยงมา แล้วอ้าว ทำไมคนนั้นเค้ายกมือดีใจล่ะ งง :09:
เดี๋ยวจะมาบอกให้นะครับรอหน่อย :46: :46:
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 21 ก.ค. 2008, 15:36 น.
ขอบคุณสำหรับคำตอบของทุกท่าน
หาอะไรยากๆมาถาม เนส ดีกว่า
ฟุตวอลเลย์เล่น แบบไหน
และ ตะกร้อแบบสองคนมีกติกา ต่างกับสามคนอย่างไร
ตอบฟุตวอลเล่ย์ก่อนนะครับพี่โอ๋ เดี๋ยวผมมาตอบเกี่ยวกับตะกร้อทีหลังครับ ขอไปถามผู้รู้ก่อน :47:
สำหรับสนามของฟุตวอลเล่ย์ใช่สนามเดียวกับวอลเลย์บอลชายหาด ลูกบอลนั้นใช้ขนาดเบอร์ 5 การแข่งใช้ผู้เล่นสองคน โดยแข่งกันสองแบบคือ แบบเซ็ทเดี่ยว และแบบสามเซ็ท
ในการแข่งแบบสามเซ็ท การนับแต้มนั้น ทีมที่ทำลูกลงฝั่งของอีกฝ่ายจะได้แต้ม ทีมที่ทำได้ 18 คะแนนก่อน จะเป็นฝ่ายชนะในเซ็ทนั้น กรณีไทด์เบรคอยู่ที่ 17:17 และทีมที่ทำแต้มนำมากกว่าอีกฝ่ายสองแต้ม (ได้ 19:17 หรือ 20:18) จะเป็นฝ่ายชนะในเซทนั้น หรือถ้าแต้มเสมอกันที่ 20:20 ทีมที่ได้แต้มที่ 21 จะชนะในเซ็ทนั้นทันที
สรุปแบบงงนิดๆคือ การเล่นตะกร้อ บนสนามวอลเลย์บอลชายหาดโดยใช้กฎเดียวกับวอลลเลย์บอลชายหาดครับ :30:
สรุปได้เข้าใจเลยครับ :30:
+ :12:
โอ้ว แจ่มครับ
อ้างคำพูดจาก: iwetone เมื่อ 23 ก.ค. 2008, 17:44 น.
ถามครับ
ยูโดนับแต้มยังไงเหรอครับ
เวลาดู เห็นทุ่มไป เหวี่ยงมา แล้วอ้าว ทำไมคนนั้นเค้ายกมือดีใจล่ะ งง :09:
ยูโด จะมีแต้มอยู่ 1 แต้มครับใครได้หนึ่งแต้มชนะครับ
อิบป้ง : 1 แต้มถ้าทุ่มคู่ต่อสู้ได้โดยคู่ต่อสู้เอาหลังลงเต็มๆ หรือ จับกดได้ 25 วิ หรือ จับล็อคแล้วคู่ต่อสุ้ยอมแพ้หรือตบเบาะก็ได้ครับ เราก็จะได้ อิบป้งครับก็ชนะเลย :12:
วะสาอะริ : ครึ่งแต้ม คือถ้าทุ่มแล้วไม่โดนเต็มๆหรือจับกดน้อยกว่า 25 วิ แต่มากกว่า 20 วิ คือเป็นอิบป้งที่ไม่สมบูรณ์แบบแล้วแต่กรรมการผู้ตัดสินครับ แต่ถ้าได้ 2 วะสาอะริก็คืออิบป้งครับ
ยูโกะ :ไม่ว่าจะได้ ยูโกะ มากเท่าไรก็ตามก็ไม่สามารถสู้ วะสาอะริ ได้ครับ คือเป็นแต้มสำหรับตอนหมดเวลาครับถ้าเวลาหมดแล้วยังทำอิบป้งกันไม่ได้ หรือ คะแนน วะสาอะริ เท่ากันก็จะมานับครับใครได้มากกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ ยูโกะ ก็คือการทุ่มหรือการจับกดที่ไม่สมบูรณ์ครับ
ชิโด้ : คือบทลงโทษครับเหมือนตัดคะแนน ถ้าได้สามชิโด้ ก็เสีย วะสาอะริ ให้คู่ต่อสู้ครับ ถ้า สองชิโด้ เสีย ยูโกะ ครับ
เอาแบบคร่าวๆแล้วกันนะครับเดี๋ยวจะงงเปล่าๆ :05: :05: :05:เอาง่ายๆครับถ้ากรรมการขานอะไรก็สามารถรู้ได้ครับว่าได้แต้มอะไร
อ่านแล้วนึกถึง โคทาโร่ ภาค ยูโด :25:
คิดถึงเหมือนศักดิ์ ดูยูโดรู้เรื่องเพราะโคทาโร่เลย มันอธิบายละเอียดมากเลยนะ
อ้างคำพูดจาก: เนส เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 14:16 น.
ยูโด จะมีแต้มอยู่ 1 แต้มครับใครได้หนึ่งแต้มชนะครับ
อิบป้ง : 1 แต้มถ้าทุ่มคู่ต่อสู้ได้โดยคู่ต่อสู้เอาหลังลงเต็มๆ หรือ จับกดได้ 25 วิ หรือ จับล็อคแล้วคู่ต่อสุ้ยอมแพ้หรือตบเบาะก็ได้ครับ เราก็จะได้ อิบป้งครับก็ชนะเลย :12:
วะสาอะริ : ครึ่งแต้ม คือถ้าทุ่มแล้วไม่โดนเต็มๆหรือจับกดน้อยกว่า 25 วิ แต่มากกว่า 20 วิ คือเป็นอิบป้งที่ไม่สมบูรณ์แบบแล้วแต่กรรมการผู้ตัดสินครับ แต่ถ้าได้ 2 วะสาอะริก็คืออิบป้งครับ
ยูโกะ :ไม่ว่าจะได้ ยูโกะ มากเท่าไรก็ตามก็ไม่สามารถสู้ วะสาอะริ ได้ครับ คือเป็นแต้มสำหรับตอนหมดเวลาครับถ้าเวลาหมดแล้วยังทำอิบป้งกันไม่ได้ หรือ คะแนน วะสาอะริ เท่ากันก็จะมานับครับใครได้มากกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ ยูโกะ ก็คือการทุ่มหรือการจับกดที่ไม่สมบูรณ์ครับ
ชิโด้ : คือบทลงโทษครับเหมือนตัดคะแนน ถ้าได้สามชิโด้ ก็เสีย วะสาอะริ ให้คู่ต่อสู้ครับ ถ้า สองชิโด้ เสีย ยูโกะ ครับ
เอาแบบคร่าวๆแล้วกันนะครับเดี๋ยวจะงงเปล่าๆ :05: :05: :05:เอาง่ายๆครับถ้ากรรมการขานอะไรก็สามารถรู้ได้ครับว่าได้แต้มอะไร
กระจ่างเลยครับ สงสัยมาตั้งนานแล้ว :12:
อ้างคำพูดจาก: บิ๊ก + เม้ง เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 14:37 น.
คิดถึงเหมือนศักดิ์ ดูยูโดรู้เรื่องเพราะโคทาโร่เลย มันอธิบายละเอียดมากเลยนะ
ท่าทุ่มยามาอาราชิ
เจอท่าแมวหยอกสน หน่อยเป็นไง
ว่าแล้วก็กลับไปอ่านดีกว่า :25:
มันทำกันได้จริงๆ เหรอ แมวหยอกสนเนี่ย กลับตัวกลางอากาศ
ตอนที่เรียนมีเพื่อนทำมาแล้ว..........................ไหล่หลุด :55: :55: :55:
โอ๊ะ :55:
:07: แล้วท่าไม้ตายที่มันทุ่มเหมือนพายุละ
มันก็แค่การ์ตูนครับ คิดมากเดี๊ยวแก่ไว :27:
อ้างคำพูดจาก: บิ๊ก + เม้ง เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 15:30 น.
:07: แล้วท่าไม้ตายที่มันทุ่มเหมือนพายุละ
ยามาอาราชิไง จริงๆมันก็ชื่อท่า มีจริงด้วยมัง
แต่ก็นะ โคทาโร่ เอามาเขียนให้มันเว่อร์ๆ หน่อย
เป็นท่าไม้ตายของ ท่าน ไซโก ชิโร่ ครับผู้เป็นตำนาน4เสือแห่งโคโดกันยูโดครับ :33:
ท่านี้ไม่เคยมีใครทำได้ครับ :35:
ไทยเรามีเสือสิบเอ็ดตัวนะครับ
งั้นอยากรู้ว่า 4 เสือญี่ปุ่นมีความเป็นมายังไงเหรอครับ
เอานี่ไปก่อนครับตำนานของ จิโกโร คาโน
กำเนิดยูโด
หลังจากที่ญี่ปุ่นได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการต่อสู้ และทำให้วิชายูยิตสูเสื่อมความนิยมลงจนหมดนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2403 ได้มีชาวญี่ปุ่นชื่อ จิโกโร คาโน (Jigoro Kano) ชาวเมืองชิโรโกะ ได้อพยพครอบครัวมาอยู่ในกรุงโตเกียว เมื่อปี พ.ศ. 2414 อายุ 18 ปี ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ในสาขาปรัชญาศาสตร์ (Philosophy) จนสำเร็จการศึกษา เมื่ออายุ 23 ปี ท่านจิโกโร คาโน เป็นบุคคลที่มีความเห็นว่าวิชายูยิตสูนอกจากจะเป็นกีฬาสำหรับร่างกายและจิตใจแล้ว ยังมีหลักปรัชญาที่ว่าด้วยหลักแห่งความเป็นจริง อีกทั้งท่านเป็นคนที่มีรูปร่างเล็กผอมบาง มีนิสัยไม่เกรงกลัวใคร
เมื่อได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวิชายูยิตสูอย่างละเอียด ก็พบว่าผู้ฝึกวิชายูยิตสูจนมีความชำนาญดีแล้ว จะสามารถสู้กับคนที่รูปร่างใหญ่โตได้ หรือสู้กับความที่มีอาวุธด้วยมือเปล่าได้ จากการค้นพบทำให้บังเกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า ท่านจึงได้เข้าศึกษายูยิตสูอย่างจริงจังจากอาจารย์ผู้สอนวิชายูยิตสูหลายท่านจากโรงเรียนเทนจิ ซิโย (Tenjin Shinyo) และโรงเรียนคิโต (Kito)
ปี พ.ศ. 2425 ท่านจิโกโร คาโน อายุได้ 29 ปี ได้ก่อตั้งโรงเรียนสำหรับวิชายูโดขึ้นเป็นครั้งแรกในบริเวณวัดพุทธศาสนา ชื่อวัดอิโชจิ (Eishoji) โดยตั้งชื่อสถาบันนี้ว่า โคโดกัน ยูโด โดยได้นำเอาศิลปะของการต่อสู้ด้วยการทุ่มจากสำนักเทนจิ ซิโย และการต่อสู้จากสำนักคิโตเข้ามาผสมผสานเป็นวิชายูโดและได้ปรับปรุงวิธีการยูโดให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเปลี่ยแปลงในระบอบการปกครองและสังคมในขณะนั้น ได้สอดแทรกวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ คณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จิตศาสตร์ และจริยศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยได้ตัดทอนยูยิตสู ซึ่งไม่เหมาะสมออก แล้วพยายามรวบรวมวิชายูยิตสูให้เป็นหมวดหมู่มีมาตรฐานเดียวกันตามความคิดของท่าน และได้ตั้งระบบใหม่เรียกว่า ยูโด (Judo)
ในเริ่มแรก ท่านจิโกโร คาโน ต้องต่อสู้กับอุปสรรคจากบุคคลหลายๆ ฝ่ายเพื่อให้เกิดการยอมรับในวิชายูโด โดยเฉพาะจากบุคคลที่นิยมอารยธรรมตะวันตกบุคคลพวกนี้ไม่ยอมรับว่ายูโดเป็นสิ่งที่เกิดใหม่ และดีกว่ายูยิตสู ในปี พ.ศ. 2429 กรมตำรวจญี่ปุ่นได้จัดการแข่งขันระหว่างยูโดกับยูยิตสูขึ้น โดยแบ่งเป็นฝ่ายละ 15 คน ผลการแข่งขันปรากฏว่ายูโดชนะ 13 คน เสมอ 2 คน เมื่อผลปรากฏเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มสนใจยูโดมากขึ้น ทำให้สถานที่สอนเดิมคับแคบจึงต้องมีการขยายห้องเรียน เพื่อต้อนรับผู้ที่สนใจ จนปี พ.ศ. 2476 จึงได้ย้ายสถานที่ฝึกไปที่ซูอิโดบาชิ (Suidobashi) และสถานที่นี้เองที่เป็นศูนย์กลางของนักยูโดในโลกปัจจุบัน
ยูโดดำเนินการไปด้วยดีและเริ่มมีมาตรฐานอันสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2465 ได้ตั้ง The Kodokun Cultural Xociety ขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2455 ได้ก่อตั้งสหพันธ์ยูโดระหว่างประเทศขึ้น โดยมีประเทศต่างๆ ที่ร่วมก่อตั้งครั้งแรกประมาณ 20 ประเทศ
ในปี พ.ศ. 2499 สหพันธ์ยูโดระหว่างชาติได้จัดให้มีการแข่งขันเพื่อความชนะเลิศยูโดระหว่างชาติขึ้น โดยอยู่ในการอำนวยการของสหพันธ์ยูโดระหว่างประเทศโดโดกัน และหนังสือพิมพ์อาซาอิซัมบุน ซึ่งทั้ง 2 องค์กรช่วยกันจัดการแข่งขันขึ้นมา
เสือตัวที่ 1 ละ ตัวต่อไปเลย :22:
(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/0/0c/Kano_Jigoro.jpg)
ปรมาจารย์จิโกโร
ประวัติท่านจากวิกิ http://en.wikipedia.org/wiki/Kano_Jigoro
พี่เนสงานเข้า :30:
พี่เนสมาถามป๊าเค้าไหม ป๊าเค้าก็เคยเล่นยูโดนะ
มาให้ป๊าอรทุ่ม เล่นกีฬาเพื่อความสมานฉันท์ : :56:
เห็น ตอยยูโด
งั้นถามพวก ยิสซุ
บ้าง กำเนอดจากไหน อย่างไร
ผมชอบตาสตีเว่น ซีเกิล ก็เพราะแกเป็นยูยิตซูนี่แหละ เล่นหนังเรื่องไหนพี่แกก็เอามาโชว์ตลอด
เป็นไอดอลตอนเด็กเลยนะครับ :25:
เหมือนกันเลยครับ ดูเสร็จต้องลองเอามาเล่นกับเพื่อน :40:
ส่งเพื่อนเข้ารพ. ไปกี่คนละครับพี่ :43:
เข้าเองเลยครับ โดนเพื่อนรุม :42:
ธรรมะแพ้คน(หมา)หมู่มาก
อ่านเรื่องยูโดแล้วอยากกลับไปอ่านโคทาโร่เลยอ่ะ :56:
วันนี้ที่สนามยิงปืนมีเรื่องกันด้วย.......... :03:
เริ่มต้นด้วยมีด :05:
เก้าอี้ :05:
ขวาน :05:
11 ม.ม :03:
:16: นักกีฬา
อยากรู้เรื่อง :02:
เสียดายไม่ได้ไปด้วย ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
ตอนรู้เรื่องนะ... #$*@>//-@><" !!!
อารมณ์เสีย ด่าไม่ถูก :23:
อ้างคำพูดจาก: เนส เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 19:14 น.
วันนี้ที่สนามยิงปืนมีเรื่องกันด้วย.......... :03:
เริ่มต้นด้วยมีด :05:
เก้าอี้ :05:
ขวาน :05:
11 ม.ม :03:
สนามหัวหมากเหรอครับ :47:
คงไม่ใช่ผมหรอก วันนี้อยู่แต่แถวๆจตุจักรกับชุมทางบางซื่อ
อันอื่นพอเข้าใจ แต่ขวานเนี่ย มาได้ไง :55:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 27 ก.ค. 2008, 02:15 น.
อันอื่นพอเข้าใจ แต่ขวานเนี่ย มาได้ไง :55:
สงสัยรามสูรมายิงปืนที่นั้นด้วยน่ะพี่ :47:
มาเป็นไทยมุง
เล่าให้ฟังหน่อยสิครับ :02:
ขอรายละเอียดหน่อยดิเนส
วันนี้ดูข่าวช่อง 3 เห็นว่าเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติเลยนิ
ข่าวบอกว่าพกมีดไว้กับตัว
เดินไปหยิบขวานที่รถ
แล้วก็เดินไปหยิบปืนที่รถอีก :08:
อ้างคำพูดจาก: บิ๊ก + เม้ง เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 08:34 น.
ขอรายละเอียดหน่อยดิเนส
วันนี้ดูข่าวช่อง 3 เห็นว่าเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติเลยนิ
ข่าวบอกว่าพกมีดไว้กับตัว
เดินไปหยิบขวานที่รถ
แล้วก็เดินไปหยิบปืนที่รถอีก :08:
นั่นแหละ ระวังตัวมั่งเวลา บัลดาลโทสะ :30:
ถ้าเขาพก ขวานกับปืนมา จะลำบาก :21:
:50: ผมทำอะไรยัง :30:
ต้องหยุดยืนคิดอยู่ไง :49:
หมั่นไส้คนมีแฟนน่ารัก :11:
ลาก 870 มายิงดีกว่า :27:
ผมมี m79 อยู่หนึ่งกระบอก พอช่วยได้นะ :52:
รายละเอียดข่าวก็หาดูได้ตามเวปน่ะค่ะ
http://www.siamdara.com/hotnews/00012891.html
ถ้ามีลงข่าวหนังสือพิมพ์คงหาตัดเก็บเป็นที่ระลึกด้วย :56:
♪เครื่องยิงลูกระเบิดM79มหาโหด ปราบคนโฉดอภิบาลคนดี♫
อ่านไม่เห็นได้เลย
ขอเซ็นเซอร์ชื่อนิดนึงแล้วกันนะคะ
.....
พระเอกหนังเรื่องหมากเตะรีเทิร์นส และนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ***** ฉาวไม่เลิก สวมบทโหดคว้าทั้งมีด และขวาน ไล่ฟันเพื่อนนักแม่นปืนด้วยกัน แถมยังคว้าปืนเตรียมไล่ยิงซ้ำ โชคดีตร.ห้ามทัน เหตุแค่มองตาแล้วไม่สบอารมณ์เท่านั้น มือปืนผู้โชคร้ายรับผวาเรื่องบานปลาย ยันไม่เอาความ ขณะที่ มานพ พณิชย์ผาติกรรม ''พ่อมือปืนทีมชาติ'' ดอดโทรศัพท์ขอโทษแทนลูกแล้ว พร้อมนัดให้ทั้งคู่เคลียร์ปัญหาเรียบร้อย ***** บอกเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดแต่ก็ไม่มีหลุดคำ ''ขอโทษ'' ออกจากปากสักคำ เหตุฉาวพระเอกหนังเรื่องหมากเตะรีเทิร์นส และเป็นนักยิงปืนทีมชาติไทยก่อเหตุทะเลาะวิวาท และลุกลามจนขนาดนำขวานมาไล่ฟันนักกีฬาด้วยกันจนเกือบเสียชีวิต ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.ค. เมื่อผู้สื่อข่าว พ.ต.ท.บุญเชิด ศรีกอง ร้อยเวร สน.หัวหมาก ที่รับแจ้งเหตุเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย นายธีรยุทธ บูรณะเกียรติศักดิ์ นักกีฬายิงปืนชมรม ม.รามคำแหง พร้อมทนายได้เดินทางมาเพื่อเตรียมแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นาย***** นักกีฬายิงปืนทีมชาติชุดโอลิมปิกเกมส์ เนื่องจากนาย***** ใช้ขวานพยายามเข้าทำร้ายร่างกาย นายธีรยุทธ จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการฝึกซ้อมที่สนามกีฬายิงปืน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก โดยก่อนเกิดเหตุ นายธีรยุทธ และนาย*****ได้มีปากเสียงกันถึงขั้นลงไม้ลงมือ ก่อนที่นาย***** จะนำขวานมาฟันใส่นายธีรยุทธ แต่นายธีรยุทธใช้แขนกันไว้ จากนั้นเพื่อนนักกีฬา และผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาห้ามไว้ทันก่อนที่เหตุจะลุกลามไปมากกว่านี้
พ.ต.ท.บุญเชิด เผยอีกว่า หลังนายธีรยุทธได้เดินทางมาที่ สน.หัวหมาก เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับนาย***** อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังไม่มีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากมีผู้ใหญ่ในสมาคมยิงปืนฯ ขอร้องไม่ให้ นายธีรยุทธ แจ้งความดำเนินคดีกับนาย*****ในช่วงนี้ เพราะเกรงว่าจะกระทบกับการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ โดยรอให้นาย*****เสร็จสิ้นการแข่งขันก่อนแล้วจึงดำเนินคดี ซึ่งนายธีรยุทธก็ยินยอม
ด้าน ธีรยุทธ เล่าเหตุการณ์ ให้ฟังว่า วันดังกล่าวขณะที่ตนกำลังพูดคุยอยู่กับเพื่อนนักยิงปืนด้วยกัน ที่สนามยิงปืน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ซึ่ง ***** ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้เข้ามามอง และสบตากับตน แล้วถามตนว่า มองหน้าเป็นนักเลงอยากมีเรื่องหรือ ซึ่งตนก็บอกไปว่าไม่ได้เป็นนักเลง และไม่อยากมีเรื่อง แต่ถ้าจะมีเรื่องก็พร้อม จากนั้นก็มีการพูดจาตอบโต้ เสียดสี และแขวะกลับมาตลอด ซึ่งตนก็ได้ตอบโต้กลับไปด้วยวาจาเหมือนกัน จากนั้น ***** ได้ล้วงมีดออกจากกระเป๋าเข้าจ้วงแทงตน ขณะที่ตนใช้เก้าอี้นั่งเข้าปัดเพื่อป้องกันตัว หลังจากที่ไม่สามารถทำร้ายตนได้ ***** ได้วิ่งไปที่รถแล้วหยิบขวานมาฟันตนถึง 2 ครั้ง ก่อนที่ตนจะยื้อแย่งขวานจนเสียหลักล้มลงทั้งคู่ ก่อนที่ ***** จะวิ่งไปที่รถและเตรียมนำปืนมายิงตนอีก ยังดีที่คุณพ่อของ*****ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยเข้ามาห้าม และให้ตนหลบไป ขณะเดียวกันประกอบกับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมาจึงห้ามไว้ได้ทัน
นายธีรยุทธ เล่าให้ฟังอีกว่าหลังจากเกิดเหตุตนได้ปรึกษากับเพื่อนว่าจะไปแจ้งความดำเนินดีที่ สน.หัวหมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นทาง ศาสตราจารย์คลินิก เอาชัย กาญจนพิทักษ์ รองประธาน คณะอนุกรรมการฝ่ายนักกีฬาและผู้ฝึกสอน ได้เข้ามาไกล่เกลี่ย และ ขอให้ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายและไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน สำหรับตนหลังจากรับปากผู้ใหญ่แล้วก็คงไม่ติดใจเอาความอีก อยากให้เรื่องนี้จบลงไป และไม่เข้าแจ้งความอีก แต่ถ้าผมโดนทำร้ายอีก หรือโดนข่มขู่ก็ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ยอมรับว่าตอนนี้ก็กลัวๆ เหมือนกัน
''*****เขาจะพกมีดติดตัวไว้เป็นประจำอยู่แล้ว ผมคิดว่าเขาคงจะเครียดอะไรสักอย่างพอมาเจอหน้าผม ซึ่งเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อนแต่ก็ไม่เคยมีอะไรรุนแรง ซึ่งก็คงจะช่วงหันหน้ามาปะทะกันแล้วเขาก็มีอารมณ์ค้างก็เลยมาแขวะกับผมเข้าเต็มๆ ปกติ*****ก็จะเป็นคนที่อารมณ์ร้อน และพูดจาไม่เข้าหูคนอยู่แล้ว ซึ่งก็รู้กันดีในวงการยิงปืนว่า เอ๊กซ์เป็นอย่างนี้ห่างกันได้ก็จะห่างกันไปเลย แต่มาวันนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ แล้ว*****น่าจะไปซ้อมที่ห้องไฟนัลเพื่อเตรียมโอลิมปิกเกมส์มากกว่า แต่วันนั้นเขาก็เข้ามาที่สนาม 50 ม. และพอมาเจอผมก็เลยเกิดอารมณ์โมโหยิ่งมีการต่อปากต่อคำกันก็ทำให้เขาโมโหมากจนถึงได้ดึงมีดขึ้นมาจะทำร้ายผม ผมก็ต้องหยิบเก้าอี้ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาป้องกันตัว ซึ่งก็ตกใจเหมือนกันกับเหตุการณ์นี้'' ธีรยุทธ เล่าให้ฟัง
พร้อมกันนี้ นายธีรยุทธ เปิดเผยอีกว่าในวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม บิดาของ ''*****'' ได้โทรศัพท์มาขอโทษ และนัดให้ผมพบกับ ***** ที่สนามยิงปืน เพื่อเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งตนได้ไปพบตามนัด ซึ่งเขาก็ได้เข้ามาจับมือ และ พูดว่าเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นการเข้าใจผิด ไม่ได้ตั้งใจ แต่*****ก็ไม่ได้เอ่ยปากขอโทษตนออกมาแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์สอบถามไปยัง นาย***** แต่ไม่สามารถติดต่อได้อย่างแต่ใด
(http://www.siamdara.com/images/logo120.gif)
:12:
ขอบคุณคนสวย
ขอบใจจ๊ะอร :25:
ชื่อเอ็กซ์ :25:
เป็นคนนี้นี่เอง... เป็นข่าวออกจะบ่อย สไตล์หาวๆ มิกลัวใคร :07:
คนๆนี้เขาเก่งขนาดไหนครับ เห็นติดทีมชาติตลอด แต่หลังๆก็เห็นว่าผลงานไม่ดีเท่าไหร่
แถมยังมีเรื่องราวออกบ่อยในด้านไม่ดี
นักกีฬา ต่อให้เก่งแค่ไหน ถ้านิสัยไม่ดีก็ไม่น่าสนับสนุนนะ
(สงสัยเส้นใหญ่รึเปล่า)
เยี่ยมเลยลุงบักซ์ :12:
อ้างคำพูดจาก: ลุงบักซ์ รักษาประตู เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 13:51 น.
คนๆนี้เขาเก่งขนาดไหนครับ เห็นติดทีมชาติตลอด แต่หลังๆก็เห็นว่าผลงานไม่ดีเท่าไหร่
แถมยังมีเรื่องราวออกบ่อยในด้านไม่ดี
นักกีฬา ต่อให้เก่งแค่ไหน ถ้านิสัยไม่ดีก็ไม่น่าสนับสนุนนะ
(สงสัยเส้นใหญ่รึเปล่า)
จำไว้นะบิ๊ก :21:
เขาเป็นพระเอกเหรอ ไม่เห็นรู้
เล่นเป็นโค๊ชมั๊ง
อ่า ใช่จริงด้วย :25:
คุยหลังไมค์ได้ไหม อรยังต้องเจอบ่อย กลัวเค้ามาอ่าน :30:
oops! เอ๊า รู้กันแล้วเหรอเนี่ย ว๊า แย่จัง :56:
อ้างคำพูดจาก: เนส เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 15:24 น.
oops! เอ๊า รู้กันแล้วเหรอเนี่ย ว๊า แย่จัง :56:
ก็เซ็นเซอร์หลุดมาตัวนึงนินา :30:
เอ็กซ์ไหนเหรอครับ ไม่รู้จริงๆ :26:
เหรอ? :49:
จริงๆ นะครับ :22:
รอให้น้องเม้งมายืนยัน :27:
เหมือนลุงหมักเลย
แกก็บอกว่า ผมไม่ใช่คนเลว
ทำนองเดียวกับพี่บิีก
พี่บิ๊กเป็นคนดีครับ
:07: บุ๋ม กิม :07:
อ๋อ บุ๋มบอกว่า ผมจะได้เป็นใหญ่เป็นโตในอนาคต
กิมบอกว่า ผมมีเสน่ห์ :22:
คิดแล้วมีความสุขก็ทำเถอะค่ะ :30:
ครับถ้าเจ้าชู้แล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะครับ :12:
:22: มีความสุข :49:
คลินิกกีฬานะครับ คุยเรื่องกีฬากันหน่อย เริ่มเป๋แล้ว :30:
ผมเจ้าชู้แล้วไม่มีความสุขนะครับ :03:
แต่การเจ้าชู้แล้วจับไม่ได้มีความสุขกว่าเย้ออออออออออะ
:26:
ว่าแต่หนูอรอยุ่แถวนี้หรือเปล่าครับ
ค่ะ :22:
:39:
:30: :30:
อร :25:
ตัดเลยๆ
พี่เนสหนีไปแล้ว... ศุกร์นี้เจอกันที่สนามยิงปืนนะคะ.. :22:
(http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/39b.gif)
:02: โดนตัดแน่
แล้วคว้านลึกๆ :14:
แล้วก็เหมือนพี่บิ๊ก :21:
คนนะครับไม่ใช่ต้นมะม่วง :07:
จะมาตอนง่ายๆไม่มีวัน :49:
เดี๋ยวว่างๆจะเอากติกากีฬาแปลกๆใหม่ๆมาให้อ่านครับ
สี่เสือ :07:
งั้นถามกติกา ของ กาบั๊ดดี้
และ ปัจจะสีลัต ด้วย
ส่วนนี่ถาม
ผมดูเคเบิ้ลช่อง ยูโรสปอร์ต
เห็นการแข่งขันแบบหนึ่ง
คล้ายแชร์บอล แต่ไม่ใช่
ละม้ายบาส ก็ไม่ใช่อีก
แบ่งข้างกันเล่นฝั่งละกี่คนไม่ทราบ
มีห่วงเหมือนบาสแต่เตี้ยกว่า
มีเขตการยิงห้ามเข้าไปยิงใต้แป้น
ตอนจะยิงทำคะแนนฝ่ายป้องกัน
ป้องกันได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ
เพราะ เวลาฝ่ายรุกจะยิง อีกฝ่าย
ก็ยืนมองกันเฉยๆ
เหมือนว่ากีฬาแบบนี้แพร่หลายในยุโรป
ผู้หญิงจะเล่นเยอะเลย
อยากได้กติการควิชดิชครับ
:30:
ขอถามเนสครับ รองเท้าสตั้ด แบบปุ่มกลม กับ ปุ่มแบน ต่างกันอย่างไร
อย่างไหนเหมาะกับสภาพสนามในไทยมากกว่ากันครับ
คือกำลังจะซื้อคู่ใหม่ครับ
:40:
อ้างคำพูดจาก: กิมนะจ๊ะ เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 13:30 น.
:30:
ขอถามเนสครับ รองเท้าสตั้ด แบบปุ่มกลม กับ ปุ่มแบน ต่างกันอย่างไร
อย่างไหนเหมาะกับสภาพสนามในไทยมากกว่ากันครับ
คือกำลังจะซื้อคู่ใหม่ครับ
:40:
สนามของไทยเป็นแบบหญ้าแข็ง ใบใหญ่ แล้วพื้นสนามเป็นดินอัดแข็งครับ :33:
ถ้าเป็นสนามแข่งขันระดับชาติจะเป็นหญ้าอีกอย่างนึงจะเป็นหญ้าใบเล็กแล้วนุ่มครับผมเคยไปเหยียบที่สนามราชมังคลารองเท้าธรรมดานี่จมเท้าเลยครับ แต่สนามที่เวียดนามนี่สุดยอดครับ เพราะนุ่มสุดๆ เหมือนเตะบนพรม สนามเค้าดีครับ การดูแลระดับมืออาชีพทีเดียว :54:
กลับเข้าสู่เรื่องรองเท้า ผมจะแบ่งยังงี้นะครับ
- ถ้าจะเล่นสนามแบบที่มีหญ้ายาวๆและนุ่มพื้นทราย หรือ ตอนฝนตก แนะนำ
ปุ่มกลมหกปุ่ม เพราะมันเกาะสนามดีกว่า แลไม่ลื่น
- สำหรับ
ปุ่มแบนจะเป็นรองเท้าสำหรับใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ข้อเสียของมันคือมันจะหักและบิ่น ถ้ามันเริ่มบิ่นนิดนึงก็ไม่สามารถซื้อปุ่มมาเปลี่ยนได้
แต่ถ้าจะเล่นสนามธรรมดาแนะนำปุ่มยางหล่อครับ
สรุปคือแล้วแต่ผู้ซื้อว่าปกติสไตล์การเล่นตัวเองเป็นอย่างไร เล่นที่สนามไหน ส่วนตัวผมผมจะซื้อแกรนด์สปอร์ตโคป้าปุ่มยางหล่อครับ เพราะเล่นได้หลายสนามและทนเท้า ผมเคยใช้แล้วอยู่กันนานดีครับ :12:
:46: ขอบคุณครับ + ให้
เดี๋ยวไปดูปุ่มยางหล่อมั่งดีกว่า
โดยมากรองเท้าเท่ห์ๆ มันมักจะทำแบบบุ่มแบนด้วยสิเนี่ย :08:
ว่าแต่ ทำไมต้องแกรนสปอร์ตด้วยครับ :26:
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:37 น.
งั้นถามกติกา ของ กาบั๊ดดี้
และ ปัจจะสีลัต ด้วย
ส่วนนี่ถาม
ผมดูเคเบิ้ลช่อง ยูโรสปอร์ต
เห็นการแข่งขันแบบหนึ่ง
คล้ายแชร์บอล แต่ไม่ใช่
ละม้ายบาส ก็ไม่ใช่อีก
แบ่งข้างกันเล่นฝั่งละกี่คนไม่ทราบ
มีห่วงเหมือนบาสแต่เตี้ยกว่า
มีเขตการยิงห้ามเข้าไปยิงใต้แป้น
ตอนจะยิงทำคะแนนฝ่ายป้องกัน
ป้องกันได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ
เพราะ เวลาฝ่ายรุกจะยิง อีกฝ่าย
ก็ยืนมองกันเฉยๆ
เหมือนว่ากีฬาแบบนี้แพร่หลายในยุโรป
ผู้หญิงจะเล่นเยอะเลย
ผมเคยไปออสเตรเลียครับ เห็นสนามแบบที่ว่ามาเปี๊ยบเลย
สาวๆกำลังเล่นด้วยสิ :04:
แต่ก็จำไม่ได้เหมือนกันน่ะครับว่าเรียกว่าอะไร
แต่คิดว่าน่าจะมีคำว่า Ball :52:
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 09:37 น.
งั้นถามกติกา ของ กาบั๊ดดี้
และ ปัจจะสีลัต ด้วย
ส่วนนี่ถาม
ผมดูเคเบิ้ลช่อง ยูโรสปอร์ต
เห็นการแข่งขันแบบหนึ่ง
คล้ายแชร์บอล แต่ไม่ใช่
ละม้ายบาส ก็ไม่ใช่อีก
แบ่งข้างกันเล่นฝั่งละกี่คนไม่ทราบ
มีห่วงเหมือนบาสแต่เตี้ยกว่า
มีเขตการยิงห้ามเข้าไปยิงใต้แป้น
ตอนจะยิงทำคะแนนฝ่ายป้องกัน
ป้องกันได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ
เพราะ เวลาฝ่ายรุกจะยิง อีกฝ่าย
ก็ยืนมองกันเฉยๆ
เหมือนว่ากีฬาแบบนี้แพร่หลายในยุโรป
ผู้หญิงจะเล่นเยอะเลย
หนูขอตอบศิลปะป้องกันตัวนะคะพี่โอ๋ :53:
กาบัดดี้รู้แค่เป็นตี่จับผสมกับการแท็คของรักบี้ :30:
ปันจักสีลัตก็คือมวยจีนเวอร์ชั่นอิสลามค่ะพี่โอ๋
แบ่งออกเป็นประเภทต่อสู้กับประเภทรำ
ถ้าต่อสู้ก็นับแต้มว่าใครชก/เตะโดนตัวอีกฝ่าย
นับเฉพาะโจมตีโดนส่วนอก ท้อง เอว หลัง
ทำคะแนนคอมโบ(รุก)ได้ไม่เกินสี่ท่ามวย
ทำท่าซ้ำได้ไม่เกินสองครั้ง วิธีนับคะแนนจำไม่ได้
เดี๋ยวให้พี่เนสมาเพิ่มเติม :42:
+ สองคนข้างบนก่อนครับ
มาตอบเรื่องคะแนนปันจักสีลัตครับ :33:
1 แต้ม สำหรับการโต้ตอบ ป้องกัน หรือหลบหลีกจากการเข้าทำของคู่ต่อสู้อย่างได้ผลและตามด้วยการเข้าทำถูกเป้าหมายด้วยการใช้มือโดยทันที
2 แต้ม สำหรับการโต้ตอบ ป้องกัน หรือหลบหลีกจากการเข้าทำของคู่ต่อสู้อย่างได้ผลตามด้วยการเข้าทำถูกเป้าหมายด้วยการใช้เท้าโดยทันที
3 แต้ม สำหรับการโต้ตอบ ป้องกัน หรือหลบหลีกจากการเข้าทำของคู่ต่อสู้อย่างได้ผล และตามด้วยการใช้เทคนิคทำให้ล้ม มีผลให้คู่ต่อสุ้ล้มลงโดยทันที
- การชนะคะแนน
การตัดสินการชนะโดยคะแนนคือ
1 เมื่อคะแนนรวมที่ตัดสินโดยผู้ตัดสินให้ผู้แข่งขันคนหนึ่งมากกว่าผู้แข่งขันอีกคนหนึ่ง
2 ในกรณีที่คะแนนรวมเท่ากัน ผู้ชนะคือ ผู้แข่งขันที่ได้รับการเตือนหรือตำหนิโทษน้อยที่สุด
3 ถ้าในกรณีที่ยังมีการเสมอกันอีกหลังจากการพิจารณาในข้อ ข.แล้ว ให้พิจารณาผู้แข่งขันที่ได้รับคะแนนเกี่ยวกับการใช้เทคนิคการต่อสู้
4 ถ้ายังมีการเสมอกันอีกหลังจากการพิจารณาในข้อ ค. แล้ว ให้ผู้ตัดสินหาผู้ชนะด้วยการจับฉลาก โดยประธานการแข่งขัน ซึ่งในขณะจับฉลากนั้น หัวหน้าทีมของผู้แข่งขันทั้งสองคนเป็นสักขีพยาน
5 ผู้ตัดสินแต่ละคนจะเป็นผู้กำหนดผู้ชนะ :12:
กาบัดดี้ครับตามที่สัญญากันไว้ครับ :46: :46:
1. สนามที่ใช้แข่งขัน พื้นทราย หรือหญ้า หรือดินนุ่ม ( ดินปนขี้เถ้า หรือขี้เลื่อย ) มี 2 ประเภท คือ
1.1 ประเภทชาย น้ำหนักไม่เกิน 80 กก.ขึ้นไป สนามยาว 12.50 เมตร กว้าง 10 เมตร
1.2 ประเภทหญิง และชาย น้ำหนักน้อยกว่า 50 กก. สนามยาว 11 เมตร กว้าง 8 เมตร
2. จำนวนผู้เล่น ส่งชื่อร่วมแข่งขัน 10 คน ส่งชื่อลงแข่งขัน 7 คน สำรอง 3 คน เปลี่ยนตัวได้ไม่เกิน 3 คน ที่บาดเจ็บมากเท่านั้น เปลี่ยนออกแล้วจะลงเล่นอีกไม่ได้ ทีมใดจะลงแข่งขันไมครบ 7 คนก็ได้ แต่เมื่อยอมแพ้หรือแพ้ในระหว่างการแข่งขัน จะต้องนับคะแนนจาก 7 คน
3. เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน มี 2 ประเภทดังนี้
3.1 ชายน้ำหนักไม่เกิน 80 กก. ขึ้นไป 40 นาที แบ่งเป็น 2 ตอนๆ ละ 20 นาที พักระหว่างตอน 5 นาที
3.2 หญิงและชายที่น้ำหนักน้อยกว่า 50 กก. 30 นาที แบ่งเป็น 2 ตอนๆ ละ 15 นาที พักระหว่างตอน 15 นาที
4. การแข่งขัน เริ่มด้วยการเสี่ยงหัวก้อย ผู้ชนะในการเสี่ยงจะเป็นผู้เลือกแดนหรือเลือกบุกรุก
5. การนับคะแนน ทีมที่ได้คะแนนจากการตายของฝ่ายคู่ต่อสู้บวกคะแนนโบนัสบวกคะแนนอื่นๆ ที่ผู้ตัดสินให้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ
6. การตายของผู้เล่น จะตายได้ดังนี้
6.1 ถูกผู้บุกรุกเข้ามาแตะ แล้วเขากลับสู่แดนของเขาอย่างปลอดภัยโดยส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเตะหรือแตะเส้นแบ่งแดนของตน
6.2 ออกนอกเขตตน
6.3 การสิ้นเสียงพูดว่ากาบัดดี้ก่อนกลับเข้าแตะสู่แดนของตนอย่างปลอดภัย
6.4 การเล่นผิดกติกาอื่นๆ ที่ผู้ตัดสินเป็นผู้บอกผู้เล่นที่ตายจะต้องไปนั่งในที่นั่งที่จัดไว้ตามลำดับการตาย
7. การเกิดของผู้เล่น ผู้เล่นที่ตายจะได้เกิดตามจำนวนที่ฝ่ายตรงข้ามตาย เกิดตามลำดับการตายของทีมของตน
8. การรุก ผู้เล่นเป็นฝ่ายบุกรุก จะต้องเปล่งเสียง " กาบัดดี้ " ทันทีที่เข้าไปแดนคู่ต่อสู้ ถ้าเสียงดังค่อยหยุดหายใจหรือหุบปาก ผู้ตัดสินจะบอกว่าตาย
9. การกลับเข้าสู่แดนของตน มี 2 ประการ
9.1 เมื่อแตะคู่ต่อสู้แล้วเสียงกาบัดดี้ยังไม่ขาดได้ใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายแตะเส้นแบ่งแดนถือว่ากลับอย่างปลอดภัย คู่ต่อสู้ที่ถูกเขาแตะหรือที่จับตัวเขาอยู่จะตายหมดทุกคน
9.2 เมื่อเข้าไปในแดนของคู่ต่อสู้กลัวเสียงขาดรีบไปเหยียบแดนบอล์คแล้วกลับมาเหยียบเส้นแบ่งแดนอย่าปลอดภัย ถ้าไม่เหยียบแดนบอล์คแล้วกลับแดนของตนก็จะตาย
10. การขอเวลานอก จะต้องขอเมื่อมีการตายเกิดขึ้นขอได้ครั้งละ 2 นาที
11. เจ้าหน้าที่ในการแข่งขัน มี 6 คน
11.1 กรรมการตัดสินในสนาม 2 คน
11.2 กรรมการผู้ชี้ขาด 1 คน
11.3 ผู้จดบันทึกคะแนน 1 คน
11.4 ผู้ช่วยจดคะแนน 2 คน
12. การนับคะแนน
12.1 ได้คะแนนจากการตาย คนละ 1 คะแนน
12.2 เมื่อผู้จัดการทีมยอมแพ้ในขณะนั้นเพื่อจะได้เล่นใหม่อย่างเต็มทีมอีก 2 คะแนน (โบนัส) บวกด้วยจำนวนผู้เล่นที่เหลืออยู่ตอนยอมแพ้หรือไม่ลงแข่งอีก ถ้าการแข่งขันเสมอกันอยู่ทีมที่เป็นผู้รุกหรือเป็นผู้จับครั้งแรกได้คะแนนมากกว่า ถือว่าเป็นผู้ชนะ ถ้ามีการแข่งขันกันใหม่ (Replay) ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน เปลี่ยนแปลงได้
13. เครื่องแต่งกาย กางเกงขาสั้น เสื้อกล้ามรองเท้าผ้าใบ (ถุงเท้าไม่จำเป็น) กระจับสำหรับชาย หญิงสวม เสื้อมีแขน กางเกงวอร์มได้
(ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์สยามสปอร์ตเอื้อเฟื้อข้อมูลครับ) :45: :45: :45: :46: :46:
ขอบคุณครับ สำหรับความรู้และกติกา :22:
บวกครับ
กาบั๊ดคี้ คือ ตี่จับธรรมดานี่เอง :21:
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 06 ส.ค. 2008, 08:47 น.
บวกครับ
กาบั๊ดคี้ คือ ตี่จับธรรมดานี่เอง :21:
แต่มันรุนแรงกว่าเยอะครับ :56:เพื่อนเคยเล่นครับ มันเป็นนักรักบี้ทั้งทีมเลยครับ แทคกันมันเลยปฐมพยาบาลแทบไม่ทัน :08:
มันเรื่องบากิหรือไงเนี่ย :07:
ตี่จับภาค หฤโหด :21:
เอาประวัติบริดจ์มาฝากครับ :56:
บริดจ์เริ่มจากประเทศใดไม่มีหลักฐานระบุไว้แน่ชัด แต่คงจะเล่นกันครั้งแรกที่ยุโรปประมาณปี ค.ศ.1860 (พ.ศ.2403) รัสเซียอ้างว่าเป็นต้นคิด ตุรกีระบุว่าเล่นที่กรุงคอนสแตนโนเปิ้ล ฝรั่งเศสเล่นเกมชื่อ " เคดีฟ " ที่ริเวียร่า
ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ กำหนดให้มือที่แจกไพ่เป็นผู้กำหนดหน้าทรั้มพ์ และเพิ่มการเล่นแบบไม่มีทรั้มพ์ขึ้น นักประวัติศาสตร์บริดจ์เรียกว่า บริดจ์วิสท์
วีสท์ (Whist) คือเกมชนิดหนึ่งที่ใช้ไพ่เป็นองค์ประกอบในการเล่น และถือกันว่าเป็นต้นกำเนิดของบริดจ์ วิสท์เริ่มเล่นกันมานานมาก คาดว่าเล่นกันครั้งแรกในปี 1500 (พ.ศ.2043) หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ต่อมาเริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่พลเมืองที่พูดภาษาอังกฤษ ประมาณปี ค.ศ.1700 หรือ 200 ปีผ่านมาแล้ว และในปัจจุบันก็ยังคงนิยมเล่นกันอยู่เสมอๆ ทั้งนี้เนื่องจาก การเล่นวิสท์เป็นการเล่นที่ง่ายมาก กล่าวคือ แจกไพ่ทั้งสำรับให้ผู้เล่น 4 คน คนละ 13 ใบ โดยแจกใบแรกให้ผู้ที่อยู่ทางซ้ายมือของผู้แจกและเปิดไพ่ใบสุดท้ายของผู้แจก ซึ่งจะกำหนดให้เป็นชุดทรั้มพ์ เช่น เปิดชุดโพดำ ใครถือโพดำไว้ก็เป็นทรั้มพ์ได้หมด เล่นทีละใบใครเล่นตัวใหญ่สุดก็ได้กิน และถ้าไม่มีชุดที่กำลังเล่นกันอยู่ก็จะใช้ไพ่ที่กำหนดว่าเป็นชุดทรั้มพ์ออกมาเล่นได้ ถือว่าใหญ่กว่าชุดที่กำลังเล่นอยู่ เล่นต่อไปจนครบทั้ง 13 ใบ แล้วก็นับไพ่ที่กินได้และไพ่ที่เสีย ฝ่ายใดได้กินไพ่มากกว่า 6 ครั้ง (ภาษาไพ่เรียกว่าตอง แม้จะมีไพ่ 4 ใบก็ตาม) ถือว่าได้แต้มแต้มที่เพิ่มจาก 6 เริ่มนับหนึ่งไปจนครบ 13 ใบ ถือว่ากินได้ 13 ตอง ได้ 7 แต้ม ใครได้ครบ 7 แต้ม ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายแพ้จะเสียแต้มเท่าไรให้หักออกจาก 7 เท่านั้น บางครั้งฝ่ายชนะอาจได้แต้มรวมมากกว่า 7 แต้ม แต่ฝ่ายเสียแต้มจะเสียน้อยกว่า 7 แต้มได้
ในประเทศอังกฤษ การคิดคะแนนสำหรับวีสท์เกมก็แตกต่างกันออกไป ผู้สนใจอาจจะหาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ The Pocket Book of Game เขียนโดย Albert H. Morehead เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ.1845 (พ.ศ.2388)
ในปี 1894 (พ.ศ.2437) บริดจ์แพร่หลายเข้าไปในประเทศอังกฤษ โดยลอร์ด บราฮัม กลับจากเล่นบริดจ์ที่ริเวียร่าแล้วไปเล่นวีสท์ที่สโมสรปอร์ตแลนด์ที่กรุงลอนดอน ปรากฏว่าลืมไปคิดว่ากำลังเล่นบริดจ์ เลยแจกไพ่หมดทุกใบไม่ได้หงายไพ่ใบสุดท้าย ดังนั้น จึงถือโอกาสสอนวิธีการเล่นบริดจ์ให้แก่สมาชิกสโมสร ตั้งแต่นั้นสโมสรนี้มีการเล่นทั้งบริดจ์และวีสท์
การเล่นบริดจ์เริ่มพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ ในปี ค.ศ.1903 (พ.ศ.2446) เกิดอ๊อกชั่นบริดจ์ (Auction Bridge) ขึ้น คือ แทนที่ผู้แจกไพ่ (dealer) จะกำหนดหน้าทรั้มพ์เองก็มีการประมูลหน้าทรั้มพ์กันขึ้น มีการกำหนดศักดิ์ใหญ่ (Major) ศักดิ์เล็ก (Minor) และปรับปรุงระบบการให้แต้มใหม่ อ๊อกชั่นบริดจ์ เป็นที่นิยมเล่นกันมากกว่าบริดจ์วิทส์เสียอีก นับตั้งแต่ปี ค.ศ .1907 เป็นต้นมาจนถึงปี ค.ศ.1930 มีผู้นิยมเล่นเกมนี้มาก โดยเฉพาะในประเทศที่พลเมืองพูดอังกฤษ แม้ต่อมาจะมีการคิดค้นการเล่นแบบคอนแทรคบริดจ์แล้วก็ตาม อ๊อกชั่นบริดจ์ก็ยังไม่เสื่อมความนิยมลง
การเล่นคอนแทรคบริดจ์เริ่มแพร่หลายเมื่อปี ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) ต่อมาในปี ค.ศ.1926 (พ.ศ.2469) ฮาร์โรล์ด เอส แวนเดอบิลท์ (Harolde S.Vanderbilt) ได้ท่องเที่ยวทางเรือจากลอสแองเจลีสไปฮาวานา เขาใช้เวลาว่าง วางกฎเกณฑ์การเล่นบริดจ์ขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ว่าเขาเป็นผู้ให้กำเนิน คอนแทรคบริดจ์ในปัจจุบันและต่อมาในปี ค.ศ.1929 (พ.ศ.2472) คัลเบิตสัน (Ely Culbertson) ได้วางมาตรฐานการเล่นคอนแทรคบริดจ์ ส่วนผู้เขียนตำราคนอื่นๆ เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนแก้ไข
(ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์สยามสปอร์ตเอื้อเฟื้อข้อมูลครับ) :46: :46: :46:
ตอนแรกจะไปค้นเรื่อง 4 เสือมาครับแต่เจอเรื่องที่น่าสนใจครับ
*ไซโกะ ทากาโมริ ซามูไรคนสุดท้าย*มาครับ
เรื่องย่อ
ไซโกะ ทากาโมริ เป็นหัวหน้าซามูไรผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น มีชีวิตอยู่ระหว่างในสมัยเอโดะตอนปลายและตอนต้นของสมัยเมจิ ผู้เคยเป็นถึงที่ปรึกษาของรัฐบาลและเป็นนายพลของกองทัพของสมเด็จพระจักรพรรดิ แต่แล้วเขาก็ลาออกจากตาแหน่งเหล่านี้เนื่องจากคัดค้านแผนการเปิดประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่และกลับบ้านเกิดไป จนกระทั่งได้ก่อกบฏซามูไรขึ้นในปี ค.ศ. 1877 จนถูกกองทัพสมัยใหม่ของรัฐบาลที่ตีแตกพ่ายแพ้ไป สุดท้ายก็ปลิดชีพของตัวเองลงตามวิถีแห่งซามูไร
ถ้าสนใจจะเอามาเล่าให้ฟังนะครับ :25:
สนใจค่ะ.. :25:
ตอนที่ 1 ครับ
ประวัติ
ไซโกะ ทากาโมริ เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1827 ที่คาโกชิม่า ในหัวเมืองซัทซึมะ ซึ่งปัจจุบันก็คือจังหวัดคาโกชิม่าบนเกาะคิวชู ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น เขาเป็นบุตรชายคนโตสุดของซามูไรที่จัดอยู่ในตระกูลซามูไรระดับล่าง ที่ต้องรับใช้ไดเมียวหรือเจ้าเมือง ตระกูลของไซโกะอยู่ภายใต้สังกัดของเจ้าเมืองซัทซึมะ ในฐานะที่เป็นซามูไร ไซโกะต้องผ่านการฝึกฝนด้านต่างๆ ของการเป็นซามูไร และกลายเป็นคนสนิทของไดเมียวชิมะสุ นะริอะคิระ
ยุคที่ไซโกะเกิดมานั้นเป็นยุคเอโดะตอนปลาย ในสมัยที่โชกุนตระกูลโตกุกาว่า ยังเรืองอำนาจบริหารประเทศอยู่ หากซามูไรคือทหารของญี่ปุ่นแล้ว โชกุนก็คือผู้บัญชาการกองกาลังทหารของประเทศ เพียงแต่อำนาจของโชกุนในเวลานั้นมีมากกว่าองค์จักรพรรดิเสียอีกโชกุนตระกูลโตกุกาว่าก้าวขึ้นสู่อานาจมาจากการทางสงครามกลางเมืองกับคู่แข่งอำนาจ เมื่อรวบอำนาจได้แล้วจึงปกครองประเทศอย่างเข้มงวด และเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ ทางการปิดประเทศไม่ติดต่อกับต่างชาติเป็นเวลานานถึง 250 ปี การที่โชกุนเป็นผู้บัญชาการกองกาลังทหารของประเทศจึงมีกองทัพซามูไรที่อยู่ภายใต้สังกัดเป็นฐานอานาจสาคัญ ส่วนองค์จักรพรรดินั้นเป็นแค่เพียงหุ่นเชิดเพราะไม่มีกำลังทหารอยู่ในมือ โชกุนจะให้เจ้าเมืองหรือไดเมียวเป็นผู้ควบคุมหัวเมือง และเจ้าเมืองเหล่านี้ก็จะมีซามูไรอยู่ภายใต้สังกัด โชกุนจะใช้การปกครองแบบรวมศูนย์ โดยให้ไดเมียวหรือเจ้าเมืองต่างๆ เข้ามาผลัดเวรอยู่ในเอโดะ และยึดลูกเมียของไดเมียวเหล่านี้ไว้ในเมืองหลวงเพื่อป้องกันการแข็งข้อ
ไซโกะเป็นคนร่างกายใหญ่โตและแข็งแรง มีความสูงถึง 180 เซนติเมตร ซึ่งเป็นความสูงเกินมาตรฐานคนญี่ปุ่นในเวลานั้น ดังนั้นภาพลักษณ์ของไซโกะจึงเป็นซามูไรร่างยักษ์ มีการพรรณนาถึงรูปร่างของไซโกะว่าเป็นซามูไรร่างยักษ์ ศีรษะโต และมีลาคอเหมือนหมี นอกจากนั้นไซโกยังเป็นคนที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมมาก เขาสนใจใฝ่หาความรู้สมัยใหม่ จึงเป็นที่โปรดปรานและไว้วางใจจากเจ้าเมืองซัทซึมะให้เป็นซามูไรประจาตัวท่านเจ้าเมืองตั้งแต่ที่ไซโกะมีอายุได้ 26 ปี ไซโกะมีความเกลียดชังในตัวโชกุนที่กุมอานาจอยู่ และปรารถนาที่จะคืนอำนาจให้กับองค์จักรพรรดิ
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ญี่ปุ่นตกอยู่ภายใต้ความกดดันให้เปิดประเทศสู่โลกภายนอก ทาให้ชาวญี่ปุ่นมีความรู้สึกว่าถูกกดขี่ปิดกั้นเสรีภาพ มิหนำซ้ายังเกิดความตื่นตระหนกในหมู่ชาวญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1853 เมื่อพลเรือจัตวาแมทธิว เพอร์รี แห่งสหรัฐอเมริกา นากองเรือ 4 ลำเข้ามาในอ่าวโตเกียวบีบบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ ทำให้โชกุนตระกูลโตกุกาว่าเสียเกียรติภูมิ และเป็นดั่งเชื้อเพลิงให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารประเทศของโชกุนตระกูลโตกุกาว่า ทำให้เหล่าซามูไรเตรียมการที่จะล้มล้างโชกุนตระกูลโตกุกาว่า
เดี๋ยวนี้ติดบอร์ด.. มิน่า............... :34:
ลืมบอก.. พี่ชายอรเล่นบริดจ์เก่งมากเลย
แต่ไม่สามารถสอนให้อรเล่นได้
:53:
มาเล่นบริดจ์กันเถอะ :53:
มีเรื่องบริดจ์ด้วย
งั้นถามบ้าง บอร์ดเกม ที่มันมีลูกเต๋าให้สองลูกผลัดกันทอย
ลงกระดาน สี่เหลี่ยม มีรูป สามเหลี่ยมมุมแหลมวาดอยู่ในกระดาน
แล้วพอทอยเสร็จ ก็เอาตัวเบี้ยมาวางเรียงกันเป็น แถวๆ ทับสามเหลี่ยมไว้ คนละฝั่ง
มันเรียกว่าอะไร ทีวิธีเล่นยังไงเหรอฮะ
(นึกออกกันมั้ยเนี่ย พอดีดูมาจากในซีรี่ย์ LOST เห็นมันเล่นกันในเรื่อง แต่ก็งงไม่รู้มันคืออะไร)
เรียกว่า Backgammon (แบ็คแกมมอน) ครับ แต่ผมก็เล่นไม่เป็นครับ
ส่วนนี่ถาม
ผมดูเคเบิ้ลช่อง ยูโรสปอร์ต
เห็นการแข่งขันแบบหนึ่ง
คล้ายแชร์บอล แต่ไม่ใช่
ละม้ายบาส ก็ไม่ใช่อีก
แบ่งข้างกันเล่นฝั่งละกี่คนไม่ทราบ
มีห่วงเหมือนบาสแต่เตี้ยกว่า
มีเขตการยิงห้ามเข้าไปยิงใต้แป้น
ตอนจะยิงทำคะแนนฝ่ายป้องกัน
ป้องกันได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ
เพราะ เวลาฝ่ายรุกจะยิง อีกฝ่าย
ก็ยืนมองกันเฉยๆ
เหมือนว่ากีฬาแบบนี้แพร่หลายในยุโรป
ผู้หญิงจะเล่นเยอะเลย
............................
ถามอีก
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 08 ส.ค. 2008, 15:26 น.
ส่วนนี่ถาม
ผมดูเคเบิ้ลช่อง ยูโรสปอร์ต
เห็นการแข่งขันแบบหนึ่ง
คล้ายแชร์บอล แต่ไม่ใช่
ละม้ายบาส ก็ไม่ใช่อีก
แบ่งข้างกันเล่นฝั่งละกี่คนไม่ทราบ
มีห่วงเหมือนบาสแต่เตี้ยกว่า
มีเขตการยิงห้ามเข้าไปยิงใต้แป้น
ตอนจะยิงทำคะแนนฝ่ายป้องกัน
ป้องกันได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ
เพราะ เวลาฝ่ายรุกจะยิง อีกฝ่าย
ก็ยืนมองกันเฉยๆ
เหมือนว่ากีฬาแบบนี้แพร่หลายในยุโรป
ผู้หญิงจะเล่นเยอะเลย
............................
ถามอีก
ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับพี่โอ๋ วิธีการเล่นนี่หายากมาก
เขาเรียกว่า
เนตบอล ครับ
กติกาคร่าวๆครับ
มีผู้เล่นทีมล่ะ 7 คน การเล่นใช้การส่งและการรับเพื่อไปยิงในเขตทำประตูที่กำหนดให้ ให้ลูกลงห่วงซึ่งติดกับเสาสูง(3.05เมตร)
ลูกใช้ลูกฟุตบอลเบอร์ 5
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ช่วงล่ะ 15 นาที ครับ
ตำแหน่ง
ผู้ยิงประตู ผู้ป้องกันทางปีก
ผู้รุกประตู ผู้ป้องกันประตู
ผู้รุกทางปีก ผู้รักษาประตู
ผู้เล่นเซนเตอร์
จะมีตำแหน่งและจุดเล่นเฉพาะห้ามล้ำแดนของแต่ละตำแหน่งเด็ดขาดไม่ว่าจะมีบอลหรือไม่มีครับคนที่จะทำประตูได้มี 2 ตำแหน่งครับ
1 ผู้ยิงประตู 2 ผู้รุกประตู ที่เหลือห้ามยิงครับ
อธิบายสั้นๆแค่นี้ครับ ผมก็เริ่มงงแล้ว :09:
โอ้ววว กูรูด้านกีฬา
การจะเป็น น้ักกีฬาทีมชาติ มีปัจจัยอะไรบ้างคะ
จะเป็นได้มันยากลำบากสาหัสเลยหรือไม่
แล้วไม่จำเป็นต้องเรียนโรงเรียนพละก็ได้กระมัง
มีกำหนดวาระไหม
เฟิร์น... :27:
ต้องอดทนและพยายามอย่างสูง ขยันซ้อมพัฒนาฝีมือ
ลงสนามแข่งเยอะๆ หรือถ้ามีเส้นในสมาคมก็จะง่ายขึ้น
การแข่งขันค่อนข้างสูง ต้องแข่งทั้งกับอดีตทีมชาติรุ่นเก่า
กับเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงที่ฝีมือดี และอัพเดทมาเรื่อยๆ
ส่วนต้องจบรร.พละไหม.. อรว่าไม่เกี่ยวเท่าไหร่นะ
มันช่วยในเรื่องของ skill กับพื้นฐานร่างกายเฉยๆจ๊ะ
ส่วนกำหนดวาระการเป็นนักกีฬาทีมชาติคือหมดวาระแข่ง
ก็เป็นอดีตทีมชาติ (อย่างตอนนี้พี่เนสก็เป็นอดีตทีมชาติ)
ก็ต้องรอมีแมทช์แข่งคัดตัวอีกรอบ ถ้าติดก็เป็นทีมชาติอีก
แล้วอรได้เป็นทีมชาติไทยเหรอ
มาตอบแทนพี่เนส พี่เนสไม่มีเน็ตเล่น :30:
อ๋อ ฐานะที่คลุกคลี :26:
คลุกเฉพาะยิงปืนนะ นักกีฬาประเภทอื่นไม่รู้จักเลย :30:
เฟิร์นสนใจมามั่งไหมจ๊ะ :27:
บ้านจนหน่ะ
เส้นสายก็ไม่มี
น่าสงสารเห็นๆ :56:
http://www.grandsport.com/web/popup_product.php?Pid=00923&product_id=33-052&group_id=B1 (http://www.grandsport.com/web/popup_product.php?Pid=00923&product_id=33-052&group_id=B1)
คู่นี้สวยมากครับ ราคาสมเหตุสมผล
http://www.grandsport.com/web/popup_product.php?Pid=00924&product_id=33-049&group_id=B1 (http://www.grandsport.com/web/popup_product.php?Pid=00924&product_id=33-049&group_id=B1)
ส่วนคู่นี้ถูกมากครับเทียบกับคุณภาพ
โอว คู่ที่สองสวยหงะ ราคากำลังดีเลย
ถ้าฝากซื้อนี่ ลดอีกกี่เปอร์เซนต์ครับ :17:
อันนี้ต้องถาม หนูอร ครับ :56:
ถามพี่ๆมังกรทั้งหลายว่า
กีฬารักบี้ฟุตบอล ที่มีการแทคเกิ้ลนั้น
แล้วที่เขาเรียกว่า แทค-ยก คืออย่างไรครับ
จะเป็นการแทคเกิ้ล แล้วจับผู้ถูกแทคยกขึ้นให้พ้นจากพื้น เพื่อให้ล้มลงมา ใช่ไหม
แทค-ยก จะเป็นการทำผิดกติกา/มารยาทการเล่นหรือไม่
แทค-ยก จัดเป็นเทคนิคการเล่นเฉพาะตัวแบบหนึ่งหรือไม่
ผมได้ดูรักบี้ฟุตบอลเห็นผู้เล่น แทค-ยก รู้สึกรุนแรงมาก แต่ผู้เล่นที่ถูกแทค-ยก ไม่เป็นอันตรายยังลุกมาเล่นต่อ
ดูรักบี้ฟุตบอลแล้วมันส์มากครับ แต่ยังสงสัยว่ามีการ แทค-ยก ได้ด้วยหรือ
รักบี้นี่เหมือนเมกันฟุตบอลมั้ยครับ
ถ้ามีส่วนคล้าย ที่นี่เรามี เซียนเมกันฟุตบอลอยู่นะครับ
เดี๋ยวไปเรียกให้
แท็ค-ยก ไม่มีศํพท์บัญญัติไว้นะครับ แค่ผู้เล่นเค้าเรียกกันเฉยๆ
เพราะการแท็ค คือการทำให้เข่าผู้ถือบอลแตะพื้นหรือทำให้ล้มลงก็พอ
แต่การแท็ค-ยก เป็นการแท็คปรกติ แต่มีการจับขาผู้ที่ถูกแท็คขึ้น
ทำให้การทรงตัวไม่อยู่ ออกแรงต้านไม่ได้ เสียโมเมนตัม ทำให้ถูกยกหรือผลักได้โดยง่าย
สามารถทำได้ครับ ไม่มีกฏห้ามในกติกา
แต่อาจจะดูผิดมารยาทในการแข่งนิดๆ เรียกว่าถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่ควรทำ
ส่วนตัวอธิบายไม่ได้ว่า เสียมารยาทยังไง
อาจเป็นเพราะว่า ผู้ถูกแท็คจะถูกยกตัวขึ้นแล้วผลักลงในลักษณะหงายท้อง
เหมือนกับว่าเป็นการหยามกัน(มั้ง)
หรืออาจทำให้ฝ่ายถูกแท็คเสียเปรียบ เพราะมือต้องถือลูก ทำให้ไม่สามารถป้องกันการยกนี้ได้
:05: รอผู้รู้มาตอบอีกทีนะครับ
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว จากที่เคยเล่นมา
ขอบคุณครับ
แต่เท่าที่เห็นการแท็ค-ยก เป็นการแท็คเกิ้ลที่น่าจะรุนแรงที่สุดเท่าที่ไม่ผิดกติกาใช่ไหมครับ
ส่วนการเข้าจับ แบบล็อคขาคู่ต่อสู้ข้างหนึ่งยกขึ้นมา แล้วให้เขายืนขาเดียว จากนั้นก็จะดันไถ่กลับไปหรือทำให้ล้มลง
การเข้าจับแบบนี้ก็ทำได้ใช่ไหมครับ
ที่ถามมาเนี่ย ผมโดนมาหมด ทุกดอกเลยครับ :08: