บางครั้งผมกลับบ้านที่ไทยไป นัดพบกับเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันนาน บางคนที่เคยคบหากันอย่างสนิทสนมกลับรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะคุยด้วย
เพราะบางครั้งการที่สนิทสนมกันมากจนเกินไปก็ทำให้ความเกรงใจนั้นลดลง ...(บางคนบอกว่าความน่าตื่นเต้นก็ลดลงด้วย ฮ่าๆ) ทำให้รู้สึกแปลกๆ ในบางที
แต่วันนี้มีเรื่องนึงอยากจะเล่าให้ฟังครับ
เพื่อนผมคนนึงเจอกันตั้งแต่ ม ปลาย เราอยู่คนละห้อง ไม่เคยคุยกัน + ไม่ชอบขี้หน้ากัน
เราเรียนคณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ยังคงแทบจะไม่คุยกัน
ผมจบออกมา ได้ทุนเรียนต่อ เริ่มหางานอดิเรกทำ นั่นคือการถ่ายรูป และเล่นเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กัน
และแล้ว วันที่ทำให้คนสองคนที่แทบจะไม่เคยคุยกันกลับกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาจนถึงทุกวันนี้ก็มาถึง (ผ่านไปเจ็ดปีแล้วสิเนี่ย)
บรรยากาศที่สนุกสนานแม้แสงไฟในร้านจะขมุกขมัว ทำให้ความตึงเครียดของการจับคนที่ไม่รู้จักกันเลยมานั่งร่วมโต๊ะกันอยู่ในที่เดียวกัน คนที่รู้จักกันก็คุยกันสนุกสนานสุดๆ
แต่คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนี่สิ นั่งเก็กกันขาสั่น ไม่มีใครอยากจะทลายกำแพงน้ำแข็ง บางคนพยายามจะเริ่มชวนคุย ใช้ล๊อกอินอะไรคะ ถ่ายภาพมานานยังคะ จบ ... หมดเรื่องคุย กร่อย
(ผมไปสาย เลยไม่ค่อยกร่อย)
แต่พอไปถึง กลับต้องตกตะลึง นั่งอยู่กลางวง หนึ่งในกลุ่มคนที่เราจะมาเจอในวันนี้
เพื่อนผมเอง คนที่ไม่เคยคุยกัน (+ไม่ค่อยชอบขี้หน้ากัน)
เราเริ่มคุยกัน และพบว่าเราทั้งคู่สนใจในเรื่องคล้ายๆ กัน และนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้
ผมกับเขาคนนั้น ก็เป็นเพื่อนทีสนิทกันอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นได้ ...และผมเชื่อว่าเราจะเป็นเพื่อนกันต่อไปอีกนานแสนนาน
เรื่องนี้ทำให้ทำให้รู้สึกว่าคนบางคนที่ไม่ค่อยได้คุยกัน พอมีโอกาสได้คุยกลับคุยกันสนุกกว่า จนบางครั้งทำให้เสียดายเวลาว่าตอนที่อยู่ด้วยกันน่าจะเข้ามาคุยกันให้มากกว่านี้ เพราะคงจะได้พบเพื่อนที่รู้ใจไวกว่าเดิม ...
มิตรภาพ บางทีก็มาช้าเสียเหลือเกิน ...
เคยมีใครเป็นอย่างผมบ้างไหมครับ? :33:
ยังนึกไม่ออกนะครับ ขอนึกก่อนแล้วกัน
เคยครับ
ตอนที่ผมจบม.3 แล้วมาเรียนต่อที่กทม.
เพื่อนคนหนึ่งที่ก็สนิท นั่นแหละ แต่สนิทน้อยกว่าอีกคน
ปกติจะพูดจากวนตีนแซวแรงๆ กันบ่อย
ได้กลับบ้านนอกไปหามัน
ความรู้สึกที่ได้จากแววตาของมัน
มันเกินกว่าท่าทางดีใจที่เจอผมซะอีก
ก็นั่นแหละ หลังจากนั้นทุกครั้งที่กลับบ้านนอก
ก็มักจะไปหามันอยู่บ่อยๆ
สนิทมากกว่าเดิมตอนยังเรียนด้วยกันซะอีก
มีครับ
ตีกัน 3 ครั้งตอนม.4 1 ครั้งตอนม.5
ตอนนี้ดีกันแล้ว :30: ตอนไหนก็ไม่รู้
เพื่อนบางคนเรียนจบมานานมาก
แต่พอมาเจอกันอีกทีก็ไม่ต้องพูดอะไรมากมายครับ
ภาพตัวเองกับเพื่อนตอนหัวเกรียนๆ
หนีโรงเรียน ปีนเขาด้วยกันตอนอยู่โรงเรียน
มันฉาบทับภาพปัจจุบันอย่างแนบเนียน
จะสรุปได้ไหมว่าเพราะเราไม่มีกำแพงในวัยเด็ก
พอเพื่อนมันเข้ามาอยู่ในนี้แล้ว เจอกันอีกทีเลยต่อติดทันที
กรณีของแอนอาจจะเป็นไปได้นะครับ :56:
"เสียดาย" เป็นชื่อหนังไทย ของท่านมุ้ย
บริษัทละโว้ภาพยนตร์ เป็นของพ่อท่านนานมาแล้ว :20:
นี่ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง เพื่อน เพื่อนสนิท ช้างเพื่อนแก้ว หนังบอมเบย์ โอย ไกลเกิน ๆ
มีเสียดาย2ด้วยนะครับ
เพื่อนสมัยเรียนผมน้อยแฮะ :30:
แต่มีเพื่อนที่พอจะเหลือรอดอยู่มาแค่ไม่กี่คนที่ทนคบกัน ได้อยู่
มีเพื่อนคนนึง ตอนนั้นเกลียดขี้หน้ากันมาก แ้ล้วเพราะสาเหตุส่วนมากจะเป็นเรื่อง นินทาธิปไตย กันซะมากกว่า
จนมีเรื่องให้ได้ฟาดปากกัน
ก็เลยตกลงไป ชกกันหลังเลิกเรียนในโรงอาหาร คนมาเชียร์เต็มเลยครับ แล้วก็ฟาดปากกันเรียบร้อย
ปากแตกกันคนละแผล
หลังจากนั้น ก็เป็นเพื่อนที่คุยกันกินเหล้ากันสนุกสนาน :30:
ตอนนี้ไม่ค่อยได้ติดต่อกันเลยครับ เพราะอยู๋ไหนแล้วก็ไม่รู้
แต่รู้สึกดีที่ได้ฟาดปากกันวันนั้น ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีกัมในวันนี้ :56:
:55:
ตอนนั้นผมเยอะเว้ย
มันหายๆไปตามอายุ :50:
เหมือนเป็นกระทู้โรงเรียนลูกผู้ชายรึเปล่าคะ ไม่มีสาวๆ เข้ามาเลย.. :56:
ไม่ค่อยมีเรื่องเสียดายๆ ในชีวิตของแอ้ มากเท่าไหร่..
ก็คงมีเรื่องเดียวที่ไม่เคยเป็นคนที่ดีพอในเวลาที่เหมาะสม
ส่วนเรื่องเพื่อน จะไม่เจอนานแค่ไหนก็ต่อกันติดเสมอค่ะ
ทุกวันนี้เพื่อนเป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โลกของแอ้หมุนต่อไป
อ้างคำพูดจาก: กัมส์ ปี 1 เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 18:18 น.
แต่รู้สึกดีที่ได้ฟาดปากกันวันนั้น ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีกัมในวันนี้ :56:
:27: ปากฟาดปากกันจนมีวันนี้ :53:
:46:
อ้างคำพูดจาก: กำนม. };oO= เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 16:04 น.
"เสียดาย" เป็นชื่อหนังไทย ของท่านมุ้ย
บริษัทละโว้ภาพยนตร์ เป็นของพ่อท่านนานมาแล้ว :20:
นี่ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง เพื่อน เพื่อนสนิท ช้างเพื่อนแก้ว หนังบอมเบย์ โอย ไกลเกิน ๆ
ทำเอากวางอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเลยอ่ะ
ไปหาในเน็ตเจอแต่เสียดาย 2
เอาวะดีกว่าไม่มีให้ดู -*-"
อ้างคำพูดจาก: กัมส์ ปี 1 เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 18:18 น.
มีเพื่อนคนนึง ตอนนั้นเกลียดขี้หน้ากันมาก แ้ล้วเพราะสาเหตุส่วนมากจะเป็นเรื่อง นินทาธิปไตย กันซะมากกว่า
จนมีเรื่องให้ได้ฟาดปากกัน
ก็เลยตกลงไป ชกกันหลังเลิกเรียนในโรงอาหาร คนมาเชียร์เต็มเลยครับ แล้วก็ฟาดปากกันเรียบร้อย
ปากแตกกันคนละแผล กระชากผมหลุดออกมาคนละกระจุก สองกระจุก
:05:
เคยทะเลาะกับเพื่อนในกลุ่มจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรตอนม.4ปลายเทอม ไม่มองหน้าไม่พูดกัน จนมาเริ่มพูดกันตอนม.6หลังจากนั้นก็เล่นบาสด้วยกันมาตลอดเลย
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 23:08 น.
มีเพื่อนคนนึง ตอนนั้นเกลียดขี้หน้ากันมาก แ้ล้วเพราะสาเหตุส่วนมากจะเป็นเรื่อง นินทาธิปไตย กันซะมากกว่า
จนมีเรื่องให้ได้ฟาดปากกัน
ก็เลยตกลงไป ชกกันหลังเลิกเรียนในโรงอาหาร คนมาเชียร์เต็มเลยครับ แล้วก็ฟาดปากกันเรียบร้อย
ปากแตกกันคนละแผล กระชากผมหลุดออกมาคนละกระจุก สองกระจุก
แอบขำหมอแมว
ถึงว่าผมน้อย .... :30:
:30:
:50: ใครๆก็ไม่ร๊ากกกกก
:56: พี่กัมส์ ทำไมผมอ่านแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนสาวตบกันเลย
มีกระชากผมด้วย