บางครั้งผมกลับไปเมืองไทย โดนหาว่าดัดจริตติดพูดไทยคำอังกฤษคำ เนื่องมาจากหลายๆ คำผมนึกคำไทยไม่ออกแล้วคนอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกันมารวมทั้งเพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ รุ่นน้องที่เมืองไทยก็พูดแบบเดียวกันทั้งสิ้น
เช่น ผม assume ว่า.... หรือว่า สงสัยจะต้องมา discuss กันเรื่องนั้นเรื่องนี้
โดยส่วนตัว ผมชอบใช้คำไทยมากกว่าภาษาอังกฤษ และสนับสนุนการใช้ภาษาไทยให้ถูกหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาเขียน (พึ่งพลาดลงนิตยสารไปฉบับหนึ่ง เอาบาลีมาสมาสกับสันสกตโดยไม่ตั้งใจ แล้วมานึกหลักภาษาได้ตอนหลัง) ยิ่งถ้าเป็นการเขียนออกมาสู่สาธารณชน
แต่ไม่รู้สิครับ สำหรับภาษาพูดผมว่าบางครั้งไทยคำอังกฤษคำก็น่าจะพอรับได้นะครับ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าต่างสังคม ภาษาที่ใช้อาจจะไม่เหมือนกันหรือเปล่า?
ผมเคยอยู่ในสังคมนักเขียน ซึ่งทุกอย่างควรเป็นภาษาไทย (ในอดีต) แต่ตอนนี้ ภาษาที่วิวัฒน์ไปจนบางครั้งคำที่ยืมมาก็พอรับได้
ผมเคยอยู่ในวงการผู้ประกาศข่าวที่ใช้ภาษาไทยคำอังกฤษคำมาจนชินชา เพราะส่วนใหญ่จะชำนาญภาษาอังกฤษมากกว่าไทย
ผมเคยอยู่ในวงการนักวิชาการที่ทำงานวิจัยในระดับนานาชาติ ที่ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย และคนไทยก็มักจะใช้ภาษาไทยร่วมกับภาษาอังกฤษอยู่เสมอ
ถ้าจะให้พูดว่า พรุ่งนี้เรามาอภิปราย (discuss) เรื่องนี้กันต่อ มันฟังดูขัดหูยังไงไม่รู้ ยังไงผมก็คงจะใช้ดิสคัสอยู่ดี
หรือว่าจะให้พูดว่า ผมอนุมาน (assume) ว่าทุกคนคงจะทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ผมก็ยังเลือก (prefer-คำว่า "เลือก" ก็ไม่ได้ความหมายที่ต้องการอีก) ที่จะใช้แอสซูมอยู่ดีเพราะ อนุมานไม่สามารถจะสื่อความหมายที่ผมต้องการได้
เว็บฟอนต์สนับสนุนการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง พี่ๆน้องๆ ในฟอนต์คิดอย่างไรกันบ้างละครับ กับไทยคำอังกฤษคำ ...
:22:
ถ้ามันเป้นศัพท์ที่ใช้คำไทยได้ไม่ปะหลักปะเหลื่อ ไปนักก็น่าจะใช้คำไทยครับ
เพราะที่เห็นเขารำคาญๆ กันเพราะ
พี่แกเล่น speak ไทยคำ อังกฤษ คำ แบบไม่ได้สนใจ people ว่าเขาจะ confuse หรือมี participate ในการ discuss กันครั้งนี้หรือไม่
ซึ่งจริงๆ แล้ว social จะเป็นตัว manage เองว่า what will be, will be ครับ
โห :30: :30: :30:
:46: พี่เอ ชัดเจนไปเปล่าครับ :30:
เอาจริงๆ คือรำคาญหูครับ :30:
เข้าใจนะว่าเดี๋ยวนี้ก็ไม่ต่างจากเมื่อก่อนหรอก
ที่คนไทยตามียายแม้นไปรับภาษาเขมร ภาษาแขกเข้ามาปะปน
จนโดนรำคาญหูมาก่อนหน้าแล้ว
วันนี้โลกแคบลง ภาษาอังกฤษปนไทยจึงไม่ใช่เรื่องแปลก และน่าจะยอมรับได้
เพียงแต่มันควรจะไปยืนอยู่ในวงสนทนาที่ผู้ส่งสารและผู้รับสารนั้น มีพื้นทางภาษาและกลุ่มสังคมพอๆ กัน
เปรียบเทียบง่ายๆ กับการไปนั่งกรี๊ดเพลงโซคูลในสังคมไฮโซนั่นแหละครับ
ถ้าไม่เป็นพวกเซ้วจัดหรือเด็กแนว ก็ไอ้นี่แม่งไม่รู้จักโลกเลย
สำหรับผมยังไม่ชินกับการฟังไทยคำอังกฤษคำครับ
แต่ถ้าเพื่อนหรือคนที่พูดนั้นใช้จนชินปาก
และปรับระดับการสื่อสารของเราให้เข้าใจตรงกันแล้วก็จะไม่รำคาญ
//ตัดหน้าสาม เลยนึกถึงอี turtle เลย
คือเอาเข้าจริงๆ เพราะไอ้ไทยคำอังกฤษคำนี่แหละ ทำให้ผมได้งานมาหลายงานแล้วเพราะตอนพีเซ้น
นี่ใช้บ่อย ลูกค้าจะนั่งฟัง แบบ งงๆ แล้วก็ โอเคๆ ตกลงๆ แบบงงๆ ด้วย :30:
ต๊าย บ้านน๊อก บ้านนอก losociety กินแต่ whisky ขาว
โธ่ มีเมาเท้นสองเมาเท้น เขาเรียกควายใช่ไหม
แต่ผมไม่ชอบนะ แบบว่าจะว่าโง่ก็ได้
แต่ถ้าบางคำผมไม่เข้าใจละ
พูดแบบนั้นฟังยากอยู่แล้ว ยิ่งไม่เข้าใจยิ่งไปกันใหญ่
discuss แปลเป็นไทยได้หลากหลายมากมาย
ผม ก็ is with at ไม่ได้ go ไหน เลย :37:
is มันแปลได้ว่า เป็น อยุ่ คือ :39:
ก็ อยู่ กับ ที่ ไง :49:
ฮ่า
เคยเอาไปบ่นในบล็อกด้วย
:30:
อ้างอิงแต่ไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์ไทยบางคน ถึงต้องพูดไทยคำ อังกฤษคำ???
คือถ้าไอ้ศัพท์ที่จะพูดเนี่ย มันเป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ พวก Technical Term
หรือว่าคำที่มันหาภาษาไทยมาอธิบายยากนี่ก็พอจะเข้าใจนะ ทับศัพท์ไปเหอะ
แต่พวกที่คำภาษาไทยมันก็มีแต่...ขอโทษเถอะ...กระแดะจะพูดภาษาอังกฤษเนี่ย
มันก็ไม่ไหวนะ ==
คือถ้าคุณอยู่เมืองนอกเมืองนาประมาณสิบกว่าปีขึ้นไป โอเค พอรับได้
แต่ถ้าแค่ไปต่อเอกต่อโทมาไม่กี่ปี มันจะจำภาษาไทยที่พูดมาแต่อ้อนแต่ออกไม่ได้เชียวหรือ???
จำได้เลยว่ามีท่านผู้หนึ่งถามนักศึกษาปริญญาเอกที่กำลังเสนอผลงานว่า
"งานของคุณเนี่ย มันสามารถเอาไปใช้ในเคสอื่นได้หรือเปล่า?" (ไม่ครับ - นศ. คนนั้นตอบ)
"แล้วถ้าอย่างนั้นมันสามารถพรีดิกกรณีอื่นๆ ได้มั้ย? มันมีอ๊อพพอทูนิที่ ที่มันจะเกิดรึเปล่า?"
เอิ่ม....=="
ตอนฟังมันแปลกๆ จริงๆ นะ
เดือนไม่มีโอกาสไปนอกนานๆ แฮะ กลับมาจะพูดไทยไม่ได้เลยมั้ยนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันอ้ะ
บางครั้ง เราก็หาคำไทยมาแทนอารมณ์นั้นไม่ได้เหมือนกันนะ อย่างเช่น ดูหนังจบ บอกไม่อิน จะบอกว่าเข้าไม่ถึง ก็ไม่ค่อยถนัดปาก
แบบนี้ยังพอเข้าใจ
บัท เอ แฮล อะ ลิทเทิ้ล คอนฟิวส์ นะ
หลายใจ :37: ไทยคลำอังกฤษคลำ
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 14:03 น.
บางครั้งผมกลับไปเมืองไทย โดนหาว่าดัดจริตติดพูดไทยคำอังกฤษคำ เนื่องมาจากหลายๆ คำผมนึกคำไทยไม่ออกแล้วคนอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกันมารวมทั้งเพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ รุ่นน้องที่เมืองไทยก็พูดแบบเดียวกันทั้งสิ้น
เช่น ผม assume ว่า.... หรือว่า สงสัยจะต้องมา discuss กันเรื่องนั้นเรื่องนี้
โดยส่วนตัว ผมชอบใช้คำไทยมากกว่าภาษาอังกฤษ และสนับสนุนการใช้ภาษาไทยให้ถูกหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาเขียน (พึ่งพลาดลงนิตยสารไปฉบับหนึ่ง เอาบาลีมาสมาสกับสันสกตโดยไม่ตั้งใจ แล้วมานึกหลักภาษาได้ตอนหลัง) ยิ่งถ้าเป็นการเขียนออกมาสู่สาธารณชน
แต่ไม่รู้สิครับ สำหรับภาษาพูดผมว่าบางครั้งไทยคำอังกฤษคำก็น่าจะพอรับได้นะครับ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าต่างสังคม ภาษาที่ใช้อาจจะไม่เหมือนกันหรือเปล่า?
ผมเคยอยู่ในสังคมนักเขียน ซึ่งทุกอย่างควรเป็นภาษาไทย (ในอดีต) แต่ตอนนี้ ภาษาที่วิวัฒน์ไปจนบางครั้งคำที่ยืมมาก็พอรับได้
ผมเคยอยู่ในวงการผู้ประกาศข่าวที่ใช้ภาษาไทยคำอังกฤษคำมาจนชินชา เพราะส่วนใหญ่จะชำนาญภาษาอังกฤษมากกว่าไทย
ผมเคยอยู่ในวงการนักวิชาการที่ทำงานวิจัยในระดับนานาชาติ ที่ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย และคนไทยก็มักจะใช้ภาษาไทยร่วมกับภาษาอังกฤษอยู่เสมอ
ถ้าจะให้พูดว่า พรุ่งนี้เรามาอภิปราย (discuss) เรื่องนี้กันต่อ มันฟังดูขัดหูยังไงไม่รู้ ยังไงผมก็คงจะใช้ดิสคัสอยู่ดี
หรือว่าจะให้พูดว่า ผมอนุมาน (assume) ว่าทุกคนคงจะทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ผมก็ยังเลือก (prefer-คำว่า "เลือก" ก็ไม่ได้ความหมายที่ต้องการอีก) ที่จะใช้แอสซูมอยู่ดีเพราะ อนุมานไม่สามารถจะสื่อความหมายที่ผมต้องการได้
เว็บฟอนต์สนับสนุนการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง พี่ๆน้องๆ ในฟอนต์คิดอย่างไรกันบ้างละครับ กับไทยคำอังกฤษคำ ...
:22:
:46: สมาส บาลี+บาลี หรือ บาลี+สันสกฤต หรือ สันสกฤต+สันสกฤต
แต่คำภาษาอื่น เช่นภาษาไทย ไม่ได้ครับ :37:
กรณีน้องหลันยู่ (เดือน) น่าสนใจมากครับ
"งานของคุณเนี่ย มันสามารถเอาไปใช้ในเคสอื่นได้หรือเปล่า?" (ไม่ครับ - นศ. คนนั้นตอบ)
"แล้วถ้าอย่างนั้นมันสามารถพรีดิกกรณีอื่นๆ ได้มั้ย? มันมีอ๊อพพอทูนิที่ ที่มันจะเกิดรึเปล่า?"
อย่างคำนึงที่น่าสนใจนะครับ ก็คือ present
ผมว่าน้อยคนที่จะใช้คำว่าเสนอผลงานนะครับ ส่วนใหญ่จะใช้พรีเซนต์ทับศัพท์จริงป่าว?
คำว่า case ถ้าใช่ในทางการแพทย์ ผมว่าทับศัพท์ก็ไม่ผิด เพราะบางครั้งคำว่ากรณีศึกษา มันก็ไม่สื่อเท่าไร
แต่ในกรณีของเดือน ผมว่าอาจารย์ก็เกินไปนิดนะครับ ฮ่าๆๆ
เพราะว่าพรีดิก คำไทยว่าทำนายมันก็ฟังดูโอเค (OK) นี่ครับ
อีกอย่างแล้วมันมี opportunity ที่จะเกิดหรือเปล่า ฟังดูตลกมาก เพราะว่าถ้าเป็นฝรั่งจริงๆ คงบอกว่าแล้วมันมี possibility หรือ probability ที่จะเกิดขึ้นไหมมากกว่า ... ซึ่งถ้าเป็นคงจะถามว่ามันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นหรือเปล่าจะฟังดูดีกว่า...
แหม บางทีนักวิชาการนี่ก็พูดอะไรไม่เมคเซนซ์ (make sense) เลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ
สมาส บาลี+บาลี หรือ บาลี+สันสกฤต หรือ สันสกฤต+สันสกฤต แต่คำภาษาอื่น เช่นภาษาไทย ไม่ได้ครับ
งั้นผมก็ไม่ผิดน่ะสิครับ
โอวววว!! ขอบคุณมากครับบวบ ไม่งั้นผมคงเครียด (paranoid) ไปอีกนาน อิอิ :45:
เห็นด้วยกับจักรีครับ ไม่อิน หาคำอื่นมาแทนยากมากเลย... :44:
แต่ต้องแปลจากหลังมาหน้านะครับ บางคำที่อ่านแบบเสียงเนื่องกันก็อาจจะไม่ใช่สมาสเสมอไป
เช่น พลเมือง (พน-ละ-เมือง) เพราะคำว่าเมืองเป็นคำไทยครับ
คำบางคำ (บางคำจริงๆ) เราก็ยกเว้นไม่อ่านเสียงเนื่อง (เสียงอะ) นะครับ เช่น สุพรรณบุรี
เห็นมั้ยครับว่าแปลจากหลังมากหน้า คือ เมืองทอง
Anyway (ลองดูมั่ง) ไม่ได้เก่งอะไร แต่รู้สึกว่าพี่พูดแปลกๆ เลยโทรไปถามแม่มา :30:
เปล่าหรอกครับ ผมลืมหลักการไปค่อนข้างเยอะ และโทษตัวเองอยู่นานเหมือนกันว่าพลาดได้ยังไง
เรื่องของเรื่องก็คือผมพยายามเอาคำว่า "มนุษย์" ไปสมาสกับคำอื่น
แล้วคำอื่นที่ว่าเป็น "บาลี"
เลยออกมาเป็น มนุษย-คำนั้น
ซึ่งมาทราบในตอนหลังว่ามันควรจะเป็นคำว่า มนุสส- มากกว่า เพราะว่าคำที่เอามาต่อเป็นบาลี
แล้วคำว่า "มนุษย์" มีคำบาลีที่เทียบเท่ากัน คือ "มนุสส" เลยยังคงเดาว่าอาจจะผิดอยู่ดีครับ :44:
ต่อแล้วมันแปลหลังมาหน้าป่าวครับ (คำหลักต้องอยู่ข้างหลัง)
ถ้าไม่ใช่เนี่ยก็ไม่สม่งสมาสอะไรทั้งนั้นนะครับ
ปล. พี่เล่นเปลี่ยนสะกดแบบสันสกฤตเป็นบาลีเลยเหรอ :30:
เปล่าคือคำหลังมันเป็นบาลีไง ...
แล้วผมเอาคำสันสกฤตมาต่อเพราะว่าตอนนั้นลืมนึกเรื่องนี้ไปอ่ะครับ สนใจแต่เรื่องที่ต้องการจะสื่อมากกว่า
บวกต้องส่งต้นฉบับอีกสองสามคืนหลังจากนั้น และต้องไปประชุมในสัปดาห์ต่อมา (งานเละมาก เลยเผาไปนิ๊ด อิอิ)
พองานเริ่มน้อยลงกลับมาอ่านงานเขียนตัวเองอีกครั้ง เลยเจอว่าผิดหลักไปนิด
เพราะคำบาลีสมาสกับบาลี ถ้ามีคำบาลีควรใช้บาลี แต่ถ้าไม่มีหรือมีแล้วแต่สื่อในความหมายอื่น อาจจะอนุโลมให้ใช้สันสกฤตได้
แต่นี่มาจากความรู้สึกกับความจำที่เลือนลางเกี่ยวกับหลักภาษานะครับ เพราะว่าจริงๆ ลืมไปเกือบหมดแล้ว และยังคงไม่มีเวลาตามหาข้อมูลอยู่ดี
เพราะงั้นตอนนี้คงไม่คิดบัญญัติศัพท์อะไรใหม่ในบทความตัวเองอีกสักพักอ่ะครับ อิอิ..
ยังไงก็ขอบคุณบวบมากนะครับ :27:
:27: ไม่เป็นครับ คนไทยด้วยกัน เวลคั่มๆ
ประชุมกับนักธุรกิจ เป็น MD บ.ใหญ่ระดับประเทศ ก็ไทยคำอังกฤษหลายคำเหมือนกันครับ
รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แย้งก็ไม่ได้ :44:
ถ้ารู้แตกฉานหรือใช้ได้คล่องเป็นนายภาษาก็ว่าไปอย่าง
แต่อีแบบใช้ภาษาไม่เป็นแต่อยากใช้เนี่ย รับไม่ได้จริงๆ ครับ :08:
ตูเคยทำงานกะลูกค้าคนนึง ส่งอีเมลมาคุยเป็นภาษาติงลิชบ่อยๆ
แม่งพิมพ์ไทยแล้วนิ้วจะหักรึไงวะ :07:
(แต่ตูก็ตอบแบบไทยๆ ไปตลอด เชื่อในพลานุภาพของการสื่อสารแบบซื่อสัตย์มากกว่า)
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 15:23 น.
ถ้ารู้แตกฉานหรือใช้ได้คล่องเป็นนายภาษาก็ว่าไปอย่าง
แต่อีแบบใช้ภาษาไม่เป็นแต่อยากใช้เนี่ย รับไม่ได้จริงๆ ครับ :08:
ตูเคยทำงานกะลูกค้าคนนึง ส่งอีเมลมาคุยเป็นภาษาติงลิชบ่อยๆ
แม่งพิมพ์ไทยแล้วนิ้วจะหักรึไงวะ :07:
(แต่ตูก็ตอบแบบไทยๆ ไปตลอด เชื่อในพลานุภาพของการสื่อสารแบบซื่อสัตย์มากกว่า)
เคยเจอเหมือนกันครับ
มาในรูปของเอ็มเอสเอ็น ถามมาเป็นภาษาติงลิชแบบมั่วๆ และอ่านไม่รู้เรื่อง เหมือนเอาคำต่อคำ ไม่เป็นประโยค แล้วทำให้คำถามไม่เคลียร์ ...
ตอบเป็นไทยไป ก็ยังเขียนมาเป็นอังกฤษแบบอ่านไม่รู้เรื่องตลอด
เราก็คิดว่าไม่มีคีบอร์ดไทย เลยบอกไปว่าขอภาษาคาราโอเกะแล้วกัน เพราะผมอ่านภาษาอังกฤษคุณไม่รู้เรื่อง ...
อีกฝ่ายอึ้งไปพักนึงก่อนจะพิมพ์ถามมาเป็นไทย ...:08:
(แล้วจะถามอังกฤษมาทำไมเนี่ย???)
ผมไม่ติดคำ ไม่ติดความ ไม่ติดใจ
คำเวียนเปลี่ยนไป ใจหนอ
จีน ฝรั่ง แขก เขมร จาม สยาม มีคำพอ
อังกฤษรอแทรกสลับกับคำไทย
มาสิมาสิ มาได้ทุกภาษาในโลกและนอกโลกเลย
เดี๋ยวผมจะปริวรรตคำให้ดูปริ๊ดๆ
เลือกใช้อาวุธที่คว้าทันแม้มันจะทุลักทุเล
แต่ทว่า เมื่อเวลากาลผ่าน คำก็กร่อนกลาย
ในที่สุดมันก็ตกเป็นของเราแทบไม่เหลือซากเดน
รำคา่ญบ้าง แต่เรานิยมผสมสังเคราะห์และค้ดเฟ้น
ทุกคำ ทุกกริยามีเหตุที่เหมาะสม หมายฟามว่า เราเลือกมาใช้ได้อารมณ์ดี
มีประเทศไหนในโลกบ้าง ที่วัดส่วนสูงเป็นเมตริก วัดนมเป็นนิ้ว(สงสัยมันต้องจิ้มไปวัดไป)
ชั่งทองเป็นบาท ขายข้าวเป็นถัง ขายกาละมังเป็นลูก ขายถูกเป็นเซล ขายเปลวเทียนแถมแสงสว่างพันธุ์ปลา
วัดหน้าไม้เป็นนิ้วฟุต แต่เสือกตัดไม้ขายเป็นเมตร ชกมวยเป็นปอนด์ แต่ดันลดน้ำหนักเป็นกิโล
มีอีก มีอีก ช่วยนึกหน่อย.............
ข้อดีของการผสม คือเราสามารถต้านกระแสการครอบงำได้อย่างยืดหยุ่น
ข้อดีของการเลือกใช้ คือทำให้เราหัวไว และสมองสร้างภาพได้ชัด
ข้อเสีย มีข้อเดียว คือการใช้แบบมั่ว เป็นภัยร้ายแรงของการสื่อสาร
เลือกมาใช้ให้เหมาะ อย่าดูหมิ่นคำตลก ยึดมันมา้เป็นไทยให้หมด
ใช้คำที่มีอยู่อย่างสละสลวยได้ คำเราเก่าๆมีเหลือพอใช้ นอกจากจะไม่รู้
เราคือมหาอำนาจทางภาษา
แม่กล ไม่มี มีแต่แม่กน
ลัลลีย์วิลล์? จึงอ่านว่า ลัน-ลี่-วิว ได้ไม่ผิด เมื่อเราพูดกับคนไทยแท้ๆ
ไม่งั้นปลานิล ปลา-นิน ต้องออกเสียงกระแดะเป็น ปลานิลลล Pla-Neil Armstrong
ผมว่ามันอยู่ที่เจตนาว่ากระแดะที่จะใช้รึเปล่า บางคนนี่กระแดะใช้จนมันมั่วไปหมด
แล้วบางทีมั่วมากก็ฟังไม่รู้เรื่องนะ เพราะหลักไวยากรณ์ไทย-อังกฤษมันต่างกัน
พวกศัพท์เทคนิคต่างๆ ภาษาอังกฤษจะเรียกง่ายกว่า ใช้ง่ายกว่า เข้าใจกว่า
คำว่า เลย์เอาท์ โลโก้ มันเข้าใจกันหมดเป็นสากล ไปทะลึ่งประดิษฐ์เป็นภาษาไทย มันคงจะยืดยาวและไม่เหมาะ
เพียงแค่เอาคำศัพท์เขามาใช้แล้วให้มันเหมาะสม ถูกที่ทางก็พอแล้ว
คำอย่าง เช็ค (ตรวจตรา), มีทติ้ง (ประชุม), พรีวิว, โซน รวมไปถึงศัพท์ที่ใช้กันมานานอย่าง สัมนา (Seminar)
คนไทยใช้กันจนติดปากจนเป็นอันรู้กันหมด บางคำนึกว่าเป็นศัพท์ไทยๆด้วยซ้ำไป
ปัญหานี้ประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักก็เจอกันแทบทุกประเทศ จริงๆมันคือวิวัฒนาการของภาษา
ซึ่งบางคนพยายามให้วิวัฒนาการมากไปจนมันกลายพันธ์ไม่ได้เป็นไปแบบสมดุล และค่อนเป็นค่อยไป
แนวโน้มของภาษาทั่วโลกท้ายสุดมันคงจะรวมเป็นหนึ่งเดียว สำเนียงเดียว แต่คงจะอีกนานมากๆ
แต่ ผมเกลียดพวกพูดสลับ แบบอวดภูมิ
บางคนน่ะไม่ต้องพูดแบบนั้นก็ไม่มีใครว่า
แต่พวกฟอนต์ผมชอบมุกที่มันจิกกันกุ๊กๆดีจ้ะ
..
จงใช้ให้สนุก
สำนึกและเรียนรู้
อย่าดัดจอริด พิษสง
ใช้มากยากนาน จงอ่านใจ
เรื่องส่งเมลเป็นภาษาอังกฤษมาเนี่ย
บางที่ขึ้นอยู่กับ server เค้าด้วยครับ
อย่างเพื่อนผมทำงานอยู่ AIT เค้าส่งเมลเป็นภาษาไทยไม่ได้ มันจะยึกยือ
ความเห็นของลุงกำนันและคุณไก่ขันน่าสนใจมากครับ
แต่เห็นวิวัฒนาการของภาษาไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อและที่ใช้กันทั่วไปในสังคม ก็เศร้าใจแว้วววครับ
.....
ผมได้ไปอ่านเจอบล๊อกของอาจารย์ท่านนึง มีแบบทดสอบให้ทำเล่นขำๆ พิสูจน์ความรู้ตัวเอง
"คุณทราบไหมครับว่า ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติกำหนดให้เขียน คำไทยของคำภาษาอังกฤษเหล่านี้ไว้ว่าอย่างไร"
1. law, theory
A. กฎ, ทฤษฎี (ใช้ ฎ ชฎา สะกด) B. กฎ, ทฤษฏี (ใช้ ฏ ปฏัก สะกด)
2. gene
A. สิ่งสืบต่อพันธุกรรม B. ยีน C.จีน D. ถูกทุกข้อ
3. hypothesis
A. สมมติฐาน B. สมมุติฐาน
4. globalization หรือ globalization
A. โลกาภิวัตน์ B. โลกานุวัตร C. โลกสันนิวาส D. ถูกหมด
5. biotechnology
A. เทคโนโลยีชีวภาพ B. ชีวเทคโนโลยี
6. biochemistry
A. เคมีชีวภาพ B. ชีวเคมี
7. biomass
A. ชีวมวล B. มวลชีวภาพ
8. biosynthesis
A. ชีวสังเคราะห์ B. การสังเคราะห์ชีวภาพ
9. bionavigation
A. การนำร่องชีวภาพ B. ชีวสัญจรสำนึก
10. activation
A. การก่อกัมมันต์ B. การกระตุ้น C. ถูกทั้ง A และ B
11. cell
A. เซล B. เซลล์
12. cytoplasm
A. ไซโทพลาซึม B. ไซโตพลาสซึม
13. digital
A. ดิจิตอล B. ดิจิทัล
14. computer
A. คอมพิวเตอร์ B. คณิตกรณ์ C. ถูกทั้ง A และ B
15. icon
A. สัญรูป B. ไอคอน
16. joystick
A. ก้านควบคุม B. แท่งหรรษา
17. mouse
A. หนูคอมพิวเตอร์ B. เมาส์ C. มือจับ
18. isotope
A. สารกัมมันตรังสี B. ไอโซโทป C. ไอโซโถป
19. balance
A. ดุล, ทำให้ดุล B. ตาชั่ง, ตาชู C. สมดุล D. ถูกเฉพาะ A และ B
20. clinic
A. คลีนิก B. คลินิก
ลองเล่นกันสนุกๆ ครับ
แล้วจะอึ้งเมื่อได้เห็นเฉลย ฮ่าๆๆๆ :02:
ไปตามดูเฉลยกันได้เองที่เว็บอาจารย์เขานะครับ
http://www.vcharkarn.com/varticle/3008/416
สถิติโลกอยู่ที่ 18
เฉลยออกมาแล้วสิบตัว ผมผิดไปแล้ว 3 เหอ เหอ ...ทำลายสถิติไม่ได้เสียแล้ว ... :25:
ได้เท่าไรอย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันนะครับ ฮ่าๆๆ
1. ถูก
2. ผิด
3. ถูก
4. ถูก
5. ถูก
6. ถูก
7. ผิด
8. ถูก
9. ผิด
10. ผิด
:05:
ผมว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องเซ้นซิทีฟ ยากที่จะเข้าใจ ต่อให้อยุ่ในฟิวล์ไหนก็หา เวิร์ดดิ่งมาอธิบายได้ยาก
:32:
จักรีเป็น MD ต่อไปเวิร์คแล้ว
ข้ออื่นผิดยังพอทำใจได้
แต่ข้อเจ็ดเนี่ย
เพิ่งเรียนมาเลย biomass ชีวมวลอะ :37:>
เสริชในกูเกิ้ล ชีวมวลมีแปดหมื่นห้า
มวลชีวภาพ มีแค่หมื่นสี่เอง :37:
ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน
เท่าที่ไปเฉลยมา 10 ข้อ ถูกแค่ 3 ข้อ
ผิดไปแล้ว 6 ตัว :40:
ปกติไม่ใช้เลยค่ะ ไทยคำอังกฤษคำ แต่ไม่ได้ต่อต้านอะไร..
ตอนนี้เพิ่งทำงานบริษัทหัวนอก แทบทุกคนพูดไทยคำอังกฤษคำ
ถ้ามองข้ามความขัดหูนิดหน่อย ก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ ซึ่งอาจจะไม่ถูกเป๊ะๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็พอให้เอาตัวรอดได้ค่ะ
(เวลาต้องส่งอีเมลเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะนึกถึงคำที่เขาชอบพูดๆ กัน เอามาใช้ได้บ่อยๆ ทีเดียวค่ะ)
คิดว่าต่อไป ฟังๆ ไปทุกวันอาจจะติดค่านิยมนี้เข้าจนได้ จะพยายามไม่ให้ติดค่ะ :22:
vernal equinox = จุดวสันตวิษุวัต
อ. ต่างชาติที่คณะก็ชอบไทยคำอังกฤษสองคำ :11:
ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นมาได้จะปีแล้วครับ
ทุกวันนี้เวลาจะพูดกับคนไทยบางทีก็นึกคำไทยไม่ค่อยออก(แม้จะพูดภาษาไทยทุกวันก็เถอะ)
สำหรับผมแล้วถ้ามันสื่อสารได้ไม่น่ารำคาญ(แบบที่พี่แอนนนนนว่า)ก็ช่างมันเถอะครับ
ยังไงก็ยังเป็นภาษามนุษย์อยู่
ค่อนข้างเข้าใจเลยครับว่าเวลานึกภาษาไทยไม่ออกแล้วรู้สึกอย่างไร
แต่โดยพื้นฐาน
ถ้าคุยกับคนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็จะพูดภาษาไทยทั้งหมดนะครับ
เว้นแต่ว่าคุยกับคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ก็จะเป็นไทยคำญี่ปุ่นคำครับ
(ไม่ได้ตั้งใจจะพูดญี่ปุ่นคำไทยคำนะครับ มันเป็นไปเองจริง)
บางทีสำหรับคนที่ไปเจอสถานการณ์แบบเดียวกันที่เมืองนอกคุยกัน
การใช้ภาษาที่เคยใช้มันก็สื่อความหมายง่ายกว่าครับ
นอกเรื่อง
ที่ญี่ปุ่นนี่ภาษาญี่ปุ่นทุกวันนี้ก็ดึงเอาคำต่างประเทศมาใช้กันเป็นปกติครับ
ที่ผมว่ามันสุดยอดไปเลยก็คือ
เหตุการณ์มันไม่ใช่ว่าคนญี่ปุ่นพูดญี่ปุ่นคำอังกฤษคำ
แต่คนญี่ปุ่นพูดภาษาญี่ปุ่นล้วนๆครับ
ย้ำแต่ก็พูดคำต่างประเทศทับศัพท์กันเป็นปกติเลยนะครับ
จบการนอกเรื่อง
สรุป
ถ้าพูดไทยคำต่างประเทศคำเพราะว่าช่วยไม่ได้นึกคำไม่ออก
ก็ไม่เป็นไรครับ ให้รู้กาละเทศะและผู้ฟัง
เอาให้สื่อความหมายได้และไม่น่ารำคาญ
แต่ถ้าพูดเพราะอวดภูมิ คิดว่าดูดี ก็เลิกเถอะครับ
คนที่เค้าพูดได้แปดเก้าภาษาเค้ายังพยายามพูดไทยกันทุกคำเลย
ลองเทียบอภิสิทธิ์กับเฉลิมดูก็ได้ครับ
เปรียบเทียบโคตรขี้โกงอะ :30:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 13 ก.ค. 2008, 23:16 น.
ลองเทียบอภิสิทธิ์กับเฉลิมดูก็ได้ครับ
เปรียบเทียบไม่ถูกเลย :49:
:03:
เลือกไปแล้ว ตอนแรกๆก็ยังดีดีอยู่หรอก