หลายๆ สำนักมักพูดว่า โปรแกรมเมอร์อินเดียเก่งที่สุดในโลก แต่ก็มีคนค้านว่า คนไทยก็เก่งระดับโลกนะ แต่ไม่แสดงออก มักจะโดนซื้อตัว หรือไปงานที่ต่างประเทศ หรือทำงานอยู่เบื้องหลังโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ เสียมากกว่า เลยทำให้ "โปรแกรมเมอร์ไทย ไม่เก่ง"
ทำไม... ? ฟังดูแล้วมันคันที่หัวใจจังวุ้ย..
เห็นด้วยเรื่องคนไทยเก่งครับ :37:
เรื่องเก่งไม่เก่ง ไม่รู้จะวัดยังไงนะครับ
ผมรู้แต่ว่าอุตสาหกรรมซอฟแวร์ในอินเดียนั้นเขาได้รับการส่งเสริม
และพัฒนาโปรแกรมเมอร์กันอย่างจริงจังมานานแล้ว
จริงครับที่โปรแกรมเมอร์อินเดียเก่งมากครับ แต่ไม่รู้ว่าที่สุดในโลกหรือเปล่า
ส่วนโปรแกรมเมอร์ไทยอย่าถอยครับ วันข้างหน้าเราจะสู้เขาได้แน่ครับ
อุตสาหรรมซอฟต์แวร์ไทย อย่าง SIPA เขาก็มีทิศทางที่ดีนะครับ มีโปรเจ็กต์สดใสมาทุกปี
แต่สิ่งที่ปิดกั้นคนไทยในบางครั้ง
ก็คือ สิ่งที่เด็กๆ ได้รับการสอนมาแบบไม่ต้องคิดเอง จับอัดความรู้เข้าไป
นั่นแสดงว่า ระบบการเรียนการสอน ต้องปรับปรุง
คงต้องปรับปรุงบุคลากรด้วย :37:
กระทู้น่าสนอีกอันแล้ว
(กะลังเรียน Computer prog. พอดี)
อืมม์... ตรงเป้าหมายครับเลย
มีอะไรระบายออกมาเลยในฐานะนักศึกษาใหม่ ไฟแรง :52:
SIPA โครงการดี แต่ไม่มีคนต่อยอดครับ
หมดโปรเจค หมดเงิน หมดกันครับ
ผมว่าเรื่องภาษามีส่วนครับ เพื่อนผมก็มากที่จะกลัวภาษาอังกฤษกัน (จะค้นกูเกิ้ล ยังใช้กันไม่ค่อยจะเป็น)
ขุมทรัพย์ด้านนี้ เป็นภาษาอังกฤษซะเป็นส่วนใหญ่ หากไม่ขวนขวาย รอแต่จะอ่านของไทย ไม่ทันกินครับ
การทำงานเป็นทีมก็มีผล ว่ากันว่า คนไทยทำงาน 2 คน แทนที่จะได้งาน 2 เท่า กลับเหลือ 0.5
SIPA เป็นองค์การมหาชน ภายใต้กำกับของกระทรวงเทคโนฯ ก็ของรัฐกลายๆ
ความหวังของโปรแกรมมเมอร์หรือ Developer ไทย ก็อยู่ที่นี้แหละครับ ถ้ารัฐเขาใจปล้ำ ทุ่มงบให้นะ ผมว่าไปรุ่งแน่โปรแกรมมเมอร์ไทย
จะว่าไปแล้วมันก็เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเหมือนกันเน๊าะ... ทั้งสถาบันการสอน, ผู้สอน, ผู้เรียน
อยากเห็นคนไทยเก่งขึ้นในเวทีโลกแห่งการแข่งซอฟต์แวร์...
ผมว่าคนไทยเก่งนะ แต่ขาดแคลนเรื่องเงินและการสนับสนุนหลายๆด้าน
เลยเอาความเก่งหาเงินเข้าตัวเอง จ่ายค่าน้ำมันดีกว่า :52:
ไม่เถียงเรื่องโปรแกรมเมอร์ไทยเก่ง
แต่อย่าลืมว่า ไทยมีซิป้าอย่างเดียวที่เป็นความหวังครับ
หน่วยงานอื่น องค์กรอื่นไม่ได้บูรณาการตามเลย
หรือแม้แต่ในห้องเรียนก็ไม่ได้ส่งเสริมให้เด็กมันแตกหน่อต่อยอด
ในขณะที่อินเดียนอกจากเขาจะมีซิป้าแล้ว เขายังมีซิลุง ซิปู่ ซิยาย ซิพี่ ซิป๋าด้วยนะครับ
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของเขาเลยโตแบบเขย่งก้าวกระโดด
อ้อ โปรแกรมเมอร์ของเขาจะท้อในการหากินในประเทศ
จนต้องออกไปขายแรงงานยังต่างประเทศแบบที่เราเป็น
เพราะห้างประตูน้ำหรือเว็บบิตแบบของไทยด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้
ใครเคยอ่านหนังสือชื่อ "ใครว่าโลกกลม" ก็คงจะทราบว่า ขนาดอเมริกาเจ้าเทคโนโลยีแท้ๆ ยังมาเอาต์ซอร์สอินเดียเป็นว่าเล่น โปรเจ็กต์ใหญ่ๆ บางโปรเจ็กต์มักจะมีคนไทยร่วมทีมอยู่ด้วย ราคาค่าตัวแพงมาก... ถ้ารับโปรเจ็กต์ไทย ถูกแสนถูก แถมแก้งานไม่ยั้ง :15:
ที่สำคัญครับพี่น้องครับ... หนังสือตำราของอินเดียมีมากมาย ราคาถูกโครตๆ แต่คุณภาพงานพิมพ์แย่มั๊ก มาก ค่าแรงถูก สำนักพิมพ์ชั้นนำทางฝั่งอเมริกา อังกฤษ มาพิมพ์ที่อินเดียเยอะมาก แถมตั้งให้บริษัทในอินเดียเป็นตัวแทนจำหน่ายในภาคพื้นเอเชียอีกต่างหาก โปรแกรมเมอร์เขาเลยมีซอร์สให้ศึกษาเยอะ... เขาถึงเก่งเองนี้เอง :12:
ดังนั้นพี่สมต้นต้องผลิตตำราออกมาเยอะๆ นะครับ
:30: :30:
งานเข้าเลย :44:
อาจไม่เกี่ยว แต่เห็นมาจากเว็บซิป้าครับ :37:
อ้างอิงเว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับ IE ที่ความละเอียด 1024*768
ใช่ พี่สมต้นออกมาสู้เลย :49:
ถามยังงี้ สงสัยไม่เคยไปพันทิฟ
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 19:12 น.
ไม่เถียงเรื่องโปรแกรมเมอร์ไทยเก่ง
แต่อย่าลืมว่า ไทยมีซิป้าอย่างเดียวที่เป็นความหวังครับ
หน่วยงานอื่น องค์กรอื่นไม่ได้บูรณาการตามเลย
หรือแม้แต่ในห้องเรียนก็ไม่ได้ส่งเสริมให้เด็กมันแตกหน่อต่อยอด
ถ้าคน SIPA เข้ามาอ่าน
ผมขอเรียกร้องข้อแรกเลย
ลิขสิทธิ์ประเภทต่างๆ เช่น GPL,Apache,BSD,MIT,Mozilla,Opensource...etc
แปลออกมาเป็นภาษาไทยหน่อยเถอะ เพราะหลายหน่วยงาน(บริษัท)ไม่กล้าใช้หรือนำไปพัฒนาเพราะไม่มั่นใจเรื่องลิขสิทธิ์(นอกจากเรื่องการสนับสนุน การติดตั้ง ..ฯลฯ)
อ้างอิง
ในขณะที่อินเดียนอกจากเขาจะมีซิป้าแล้ว เขายังมีซิลุง ซิปู่ ซิยาย ซิพี่ ซิป๋าด้วยนะครับ
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของเขาเลยโตแบบเขย่งก้าวกระโดด
คิดได้ไงเนี่ย ซิลุง ซิปู่ ซิยาย ซิพี่ ซิป๋า..
เข้าใจเล่น
แต่ก็เป็นจริงที่มีหน่วยงานสนับเยอะกว่าเรามาก
อ้างอิง
อ้อ โปรแกรมเมอร์ของเขาจะท้อในการหากินในประเทศ
จนต้องออกไปขายแรงงานยังต่างประเทศแบบที่เราเป็น
เพราะห้างประตูน้ำหรือเว็บบิตแบบของไทยด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้
ประเด็นหลักน่าจะค่าแรง กับ สภาวะการครองชีพในอินเดีย(เมื่อเทียบกับต่างประเทศ)
จริงๆประเ็ทศอินเดียไม่ควรเทียบกับไทย ก็ลองนึกถึงจำนวนประชากรซิ(เหมือนทำไมจีนจึงมีคนเก่งกีฬาจำนวนมาก ปัจจัยสำคัญอันหนึ่งก็คือจำนวนประชากรของประเทศ)
โปรแกรมเมอร์ในจีนเก่งๆมีจำนวนมาก แต่อเมริกาซึ่งเป็นประเทศหลักของ software คงเลือกอินเดียมากกว่าจีน(ไม่รวมญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวั่น..)
สำหรับไทย สาเหตุที่หาโปรแกรมเมอร์เก่งๆยาก เพราะความคิดของคนไทยส่วนใหญ่ที่ติดกับ software free (ไม่ว่าจะฟรีจริงหรือ commercial)
ผมเองเคยเป็น freelance อยู่หลายปี ยอมรับว่าเหนื่อยมาก ...
โดยเฉพาะบางกรณี มีคำถามออกมาว่า "ทำไมแพงจัง software ที่ขายตามพันธ์ทิพก็คล้ายๆกัน ราคาไม่กี่ร้อย"..
ผมมาหยุดโครงการ freelance หลังจากทำงานให้บริษัท Lintas (บริษัทโฆษณา) เสนองานเขาไป 7.5 หมื่น(เขียนไม่ยาก แต่เขียนบน mini computer) เขารับทันทีโดยไม่มีการต่อรอง(มารู้ทีหลังว่าถ้าจ้างบริษัทต้องหลายแสนขึ้นไป).. ทำงานเสร็จภายในไม่กี่วัน บอกเขาว่าถ้ายังใช้ mini ไปเรื่อยๆค่าใช้จ่ายจะบานปลายเพราะ harddisk กำลังจะเต็ม เปลี่ยนทีเป็นแสน งานเป็นระบบสมาชิกเลยบอกเขาว่าน่าจะใช้ PC แทน เขาก็บอกว่าทำอย่างไร ผมก็เลยเขียนโปรแกรม port จาก mini computer(COBOL) มาเป็น database (Paradox-เพราะมี query by example ซึ่งเขาจะทำ report ด้วยตัวเองได้) ทำเสร็จแป็บเดียว เขาเซ็นต์เช็คให้อีก 7.5 พัน(งานเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว)..
มาเลิกจริงๆก็ตอนรับงานองค์การสหประชาชาติ(เพื่อนที่ NECTEC แนะนำให้)เขาทำงานเป็นระบบมากและเงินดี ทำ EDI Training เขาให้ 2 แสน(เขามี material ให้หมด ข้อความ รูปภาพ ..ฯลฯ เราแค่ใช้ authoring tools ในการจัดบทเรียน)
แล้วต่อด้วย project เขียนโปรแกรมเพื่อรองรับเอกสารการค้าแบบ electronic ให้เงินดี ไม่ต้องรับภาะเรื่องการวิเคราะห์/ออกแบบ ทำตามที่เขาออกแบบมาก็พอ(เขาจ้างบริษัทที่สิงคโปรวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรม)...
ที่เล่ามาเพียงอยากบอกว่า ถ้าเป็นแบบไทยๆก็คือช่วยโน้นนิด ช่วยนี่หน่อย ไม่จบ project ง่ายๆแถมค่างานก็แสนถูก ..เป็นหัวใจหลักที่คนเก่งๆหายไปจากวงการ(เหลือแต่คนที่พูดเก่งๆขาย project เก่ง ร่ำรวยไป)
...คงต้องอีกพักใหญ่ๆเมื่อคนไทยเห็นคุณค่าของ software หรือ ทำ software บนเวปแล้วเก็บค่าโฆษณา ค่าการตลาด ค่าบริการแทน...
:45: กระจ่างเลยครับ
โอ้ว :18:
เจ๋งดีครับ :12:
คำว่าเจ๋งนี่เอามาชมผู้ใหญ่แล้วรู้สึกแปลกๆ แต่ผมรู้สึกว่าลุงซันเจ๋งดีครับ
อ้างคำพูดจาก: บิ๊ก + เม้ง เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 15:57 น.
แต่สิ่งที่ปิดกั้นคนไทยในบางครั้ง
ก็คือ สิ่งที่เด็กๆ ได้รับการสอนมาแบบไม่ต้องคิดเอง จับอัดความรู้เข้าไป
เจอมากใน ThaiFlashDev.com ครับ พวกสมาชิกใหม่ๆ ที่กะสมัครมา แล้วเอาโค้ดไปใช้งานทันที
แล้วป๋าๆ ในบอร์ด มักจะให้ความเอนดู :08: อยู่เสมอ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 17:21 น.
SIPA โครงการดี แต่ไม่มีคนต่อยอดครับ
หมดโปรเจค หมดเงิน หมดกันครับ
ใช่ครับพี่เอ ตามนั้นเลยครับ เกิดขึ้นกับ SIPA เชียงใหม่มาแล้ว :07:
กระแสตอบรับดี แต่ผลงานจากการสอนมันยังไม่ค่อยได้ผลนักครับ เลยโดนตัดงบ
ผมว่าเอาเข้าจริงๆโปรแกรมเมอร์ไทยยังสู้เขาไม่ได้ในระยะเวลาอันใกล้แน่นอน
อันนี้เอาเท่าที่เจอมาโดยมากเลยนะ โปรแกรมเมอร์บ้านเราเจออะไรที่นอกกรอบ ต้องคิดเองหน่อยจะเป๋แล้ว
ชอบที่จะให้คนอื่นคิดให้แล้วลงมือทำอย่างเดียว ทำงานตามสั่งเกินไป และอยู่ในกรอบเดิมๆเกินไป
โดยมากที่มีจะเป็นโปรแกรมเมอร์แบบต่อยอดจากของเดิม โม Source แต่ถ้าให้ทำแต่เริ่ม
คิด concept อะไรใหม่เอง มักจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
...แล้วก็มักหลีกเลี่ยงงานยาก ไม่ค่อยสร้างความท้าทายใหม่ๆให้ตัวเอง
ก็เลยมีคนเก่งๆในบ้านเราน้อยที่จะออกไปแข่งกับต่างประเทศได้
ส่วนนึงมันก็เป็นเรื่องค่าตอบแทน แต่ส่วนนึงมันก็ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังความคิดของบุคลากรเราด้วย
อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 05 ก.ค. 2008, 23:58 น.
ผมว่าเอาเข้าจริงๆโปรแกรมเมอร์ไทยยังสู้เขาไม่ได้ในระยะเวลาอันใกล้แน่นอน
อันนี้เอาเท่าที่เจอมาโดยมากเลยนะ โปรแกรมเมอร์บ้านเราเจออะไรที่นอกกรอบ ต้องคิดเองหน่อยจะเป๋แล้ว
ชอบที่จะให้คนอื่นคิดให้แล้วลงมือทำอย่างเดียว ทำงานตามสั่งเกินไป และอยู่ในกรอบเดิมๆเกินไป
เห็นด้วยครับ
สังเกตุว่าเพื่อนบ้านเรา(เวียดนาม)สามารถไปได้ไกลกว่าเรา
บังเอิญหัวข้อเป็นอินเดีย ซึ่งเขามีตัวเลือกเยอะกว่าเรามากๆๆๆๆ ไม่แน่ถ้าเรามีประชากรมากเท่าเขาอาจมีโปรแกรมเมอร์เก่งๆมากกว่านี้เยอะ
อ้างอิง
โดยมากที่มีจะเป็นโปรแกรมเมอร์แบบต่อยอดจากของเดิม โม Source แต่ถ้าให้ทำแต่เริ่ม
คิด concept อะไรใหม่เอง มักจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
...แล้วก็มักหลีกเลี่ยงงานยาก ไม่ค่อยสร้างความท้าทายใหม่ๆให้ตัวเอง
ก็เลยมีคนเก่งๆในบ้านเราน้อยที่จะออกไปแข่งกับต่างประเทศได้
ส่วนนึงมันก็เป็นเรื่องค่าตอบแทน แต่ส่วนนึงมันก็ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังความคิดของบุคลากรเราด้วย
อันนี้เท่าที่สัมผัสกับวงการการศึกษาน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
หลายครั้งที่แทบจะเรียกว่าป้อน ก็ไม่ได้ทำ
ข้อมูลที่มีอย่มากมายในโลก ก็ไม่ค่อยหา
หรือสังเกตุจากเวปบอร์ดมักจะถามเฉลย ไม่ถามหลักการหรือแนวทาง(ซึ่งนำไปใช้กับโปรแกรมอื่นๆได้) เหมือนที่คุณ korstudioXD พูดถึง..
ปัจจัยหลายอย่างโดยเฉพาะคนไทยด่า/ว่ากันเอง ไปๆมาๆก็เหมือนที่คุณหมูบอก เอามาจ่ายค่าน้ำมันดีกว่า..
โปรแกรมเมอร์เก่งๆมีเยอะมากๆแต่ส่วนมากอยู่ในซอกเหลือบที่คนมองไม่เห็น รวมถึงเขาเองก็ไม่อยากแสดงตัวมากนัก(ส่วนมากเพราะยิ่งแสดงตัว งานก็ยิ่งหนัก แต่ค่าตอบแทนในแรงกายแรงใจเท่าเดิม ขณะที่คนรอบข้างอยู่อย่างสบายๆ เพราะอาจทำอะไรไม่เป็น)
อ้างคำพูดจาก: สมต้น เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 17:05 น.
อืมม์... ตรงเป้าหมายครับเลย
มีอะไรระบายออกมาเลยในฐานะนักศึกษาใหม่ ไฟแรง :52:
ถ้าจะมีให้ระบายคือ
เรียนมาได้เดือนกว่าๆ ยังสอนภาษา C เรื่อง scanf อยู่เลย :07:
ซึ่งผมอ่านเองวันแรกก็เลยบทนั้นไปแล้ว :08: ทั้งๆที่ไม่เคยจับเลยภาษา C เนี่ย
แล้วอาจารย์ก็จะมี แลบชีทมาให้ทำ ซึ่งหากใครดัดแปลงให้มันแปลกแหวกไปกว่าคนอื่น
มีลูกเล่นเยอะกว่าในใบงานสั่งนิดๆหน่อยๆก็ไม่ได้ (เช่นใน %f ใส่ %.2f เข้าไป) อาจารย์ก็จะมองเราแปลกๆ แล้วจะพูดดังๆให้เพื่อนได้ยิน
ทำเหมือนเราเลี่ยมเกินหน้าเกินตาครับ ทั้งๆที่พูดปกติไม่พูดดัง แต่เหตุการณ์อย่างงี๊เป็นแบบนี้ทุกที แปลกมั๊ย
แล้วงี๊ใครมันจะอยากต่อยอดล่ะครับ อาจ๊ารย์ :07:
อ้างคำพูดจาก: ด.ช. เบียร์ ม.1/2 เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 17:26 น.
ผมว่าเรื่องภาษามีส่วนครับ เพื่อนผมก็มากที่จะกลัวภาษาอังกฤษกัน (จะค้นกูเกิ้ล ยังใช้กันไม่ค่อยจะเป็น)
ถ้าอยากเรียน ถึงเวลาเรียนจริงๆก็ภาษาอังกฤษเต็มเลยครับ หนีไม่พ้นอยู่ดี
อ้างคำพูดจาก: สมต้น เมื่อ 04 ก.ค. 2008, 19:49 น.
ที่สำคัญครับพี่น้องครับ... หนังสือตำราของอินเดียมีมากมาย ราคาถูกโครตๆ แต่คุณภาพงานพิมพ์แย่มั๊ก มาก ค่าแรงถูก สำนักพิมพ์ชั้นนำทางฝั่งอเมริกา อังกฤษ มาพิมพ์ที่อินเดียเยอะมาก แถมตั้งให้บริษัทในอินเดียเป็นตัวแทนจำหน่ายในภาคพื้นเอเชียอีกต่างหาก โปรแกรมเมอร์เขาเลยมีซอร์สให้ศึกษาเยอะ... เขาถึงเก่งเองนี้เอง :12:
หนังสือเรียน cal ผม (เขียนโดยอ.Anthon) ถ้าฉบับพิมพ์ USA ราคา 1600 กว่าบาท
ถ้าพิมพ์ในอินเดีย ราคา 450 (แต่ปกอ่อนนะข้างในเหมือนกันหมด) :08:
เข้าใจว่าไอ้ที่เรียนอยู่เนี่ยคือวิชาปูพื้นนะ
พื้นแต่ละคนไม่เท่ากัน พื้นของเราอาจจะสูงกว่าชาวบ้าน
ก็รอๆ กันหน่อย เดี๋ยวพอถึงเวลาจะชะเวิ้บชะว้าบยังไง ระบบคงเตรียมรอไว้ให้
หรือเปล่าครับ
แต่นี่ก็ครั้งแรกของผมน๊า :22:
แล้วก็ไม่มีใครฟังอาจารย์สอนกันละ
นั่งเล่น Hi5 กันทั้งห้อง :30:
รอสั่งงานอย่างเดียวเลย
ตอนปีหนึ่งตูก็เรียน C นะเอิร์ธ แต่ 2 เดือนแรกเขียนแต่ Pseudo Code :01:
ไม่รู้จักครับ Pseudo Code :39:
อ่าว
ไม่รู้จักจริง ๆ หรอ ซูโด โค้ดอ่ะ
ตอนเรียน เรียกมันว่า "โค้ดกลาง" เพราะจะเอาไปเขียนเป็นภาษาอะไรก็แล้วแต่ถนัด (ถ้า อ. ไม่บังคับ)
รายละเอียด
http://www.elecnet.chandra.ac.th/learn/courses/ELTC1401/design/p%5B1%5D.pdf
http://en.wikipedia.org/wiki/Pseudocode
ลุงซัน ให้ข้อคิดเยี่ยมจริงๆ เดี๋ยวก๊อบบปี้ข้อความส่งให้ SIPA เลยดีกว่า :30:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 06 ก.ค. 2008, 13:32 น.
เข้าใจว่าไอ้ที่เรียนอยู่เนี่ยคือวิชาปูพื้นนะ
พื้นแต่ละคนไม่เท่ากัน พื้นของเราอาจจะสูงกว่าชาวบ้าน
ก็รอๆ กันหน่อย เดี๋ยวพอถึงเวลาจะชะเวิ้บชะว้าบยังไง ระบบคงเตรียมรอไว้ให้
หรือเปล่าครับ
นึกถึงตัวเองเป็นนักเรียนก็อยากไปไกลๆ
แต่พอมาเป็นอาจารย์เอง ถึงรู้ซึ้ง
แรกๆก็ไฟแรง ใส่ซะเต็มที่ ปรากฏว่าเด็กตายกันเป็นแถบๆ(course แรกที่สอนเป็น ภาษา assembly การบ้านคือ 1 page editor,ลูกศิษย์ซึ่งตอนนี้มาเป็นอาจารย์ ยังบ่นกันไม่เลิก ว่ามีคนทำได้คนเดียว นอกนั้นลอกกันหมด)
พออ่านที่เอิร์ธบ่นก็เข้าใจ
แต่หลังๆบอกตรงๆว่า ผมให้นศ.แบบมีอะไรติดตัวไปทำมาหากินหรือมีความรู้(บ้าง)ไปเรียนต่อ ผมก็ ok แล้ว ประเภท advance หายหมด(เพราะเด็กส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ และ ทำให้งงไปหมดจนไม่ได้อะไรติดตัวไป)
อ้างคำพูดจาก: สมต้น เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 09:47 น.
ลุงซัน ให้ข้อคิดเยี่ยมจริงๆ เดี๋ยวก๊อบบปี้ข้อความส่งให้ SIPA เลยดีกว่า :30:
เอาเลยครับ เพราะบางอย่างก็เป็นภาษากฏหมาย ซึ่งถ้าได้ผู้เชี่ยวชาญก็จะดีไม่น้อย..
--------
ืnote: กำลังหาว่าทำไม http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13443.msg971550.html#msg971550 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13443.msg971550.html#msg971550) ถึงกลายเป็นตัวหนังสือล่องหน
อ้างคำพูดจาก: ลุงซัน เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 12:23 น.
ืnote: กำลังหาว่าทำไม http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13443.msg971550.html#msg971550 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13443.msg971550.html#msg971550) ถึงกลายเป็นตัวหนังสือล่องหน
ผมก็งงว่าทำไมมันล่องหนได้ ต้องแอบอ้างมาอ่านเอา
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13443.msg971550.html#msg971550
แก้ให้แล้วครับ
งงเหมือนกัน คงเพราะมี [ ] แทรกมาข้างในข้อความเลยเพี้ยน ลบออกก็ใช้ได้
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 19:36 น.
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,13443.msg971550.html#msg971550
แก้ให้แล้วครับ
งงเหมือนกัน คงเพราะมี [ ] แทรกมาข้างในข้อความเลยเพี้ยน ลบออกก็ใช้ได้
ขอบคุณครับ
ปกติผมจะ preview ก่อน แล้วค่อย submit
ตอน preview นะเห็น พอกลับมาอ่านไม่เห็นซะงั้น
ได้ข้อคิดดีๆ และความคิดเห็นหลายๆ คนพอสมควร ก็ขอให้กำลังใจโปรแกรมเมอร์และชาว DEV ไทยทั้งหลายให้สู้ๆๆ นะครับ :45:
คุณรู้กันไหมว่าโครงการ IT ที่ทางอินเดียเค้าใช้สร้างมูลค่ามหาศาล สร้างคนมากมาย
ต้นฉบับมาจากไหน
ไทยเป็น1 ในต้นฉบับนั้น ทำเขียนแผนโครงการ software park ไว้แต่ไม่รัฐบาลแต่ละยุคที่ไม่มีใครสนใจเทคโนโลยีดองไว้
อินเดียในสมัยที่ยังมีIT นิดๆหน่อยๆ ก็มาดูโครงการของไทยครับเสร็จแล้วหลังจากนั้นจากที่อินเดียดูโครงการหลายๆที่ก็ได้ผสมผสานแล้วก็ทำทันทีหลังจากมาดูของไทยได้ 2 ปี
แต่ของไทยค่อยเริ่มหลังจากอินเดียทำไปได้ 6 ปี
สรุป นับๆรวมกันแล้วของไทยดองไปนานมาก
พอได้ทำจริงๆก็ไม่ได้ปรับแก้อะไร เลยเอาโครงการที่ล้าหลังมาใช้เมื่อสายแล้ว
ภาษาอังกฤษสำคัญมากครับ
หลายคนที่ผมรู้จัก เค้าไม่เก่งอังกฤษเลย แต่ว่าเน้นว่าอ่านโครงสร้างภาษาอื่นๆใหม่ๆได้คือเดาเก่งแล้วลองเอาเอง แต่เรื่อง text นี่อ่านไม่รู้เรื่อง
เค้าทำของเค้าได้ครับ นี่ถ้าอ่าน text ได้คล่อง ผมว่าเค้าก็กวาดความรู้เข้าหัวและทำได้ดีกว่านี้อีกครับ
ส่วนคนอินเดียก็เหมือนคนอื่นทั่วโลกนะแหละ ไม่ใช่ว่าเก่งนะ เจอมาแล้วเหมือนกัน เขียนโปรแกรมสั่วกว่าคนไทยอีก
แต่่ว่าการเรียนการสอนของเค้าค่อนข้างเป็นหลักการที่ดี ถึงแม้จะเขียนไม่ได้เขียนไม่เป็น แต่เค้าก็พูดเรื่องงานได้
รู้จัก google มั้ยครับ ceo asia ของบ.นั้นคือคนไทยครับ
ส่วนเรื่องหนังสือ text นั้นก็จริงครับ
เค้าไม่มีหนังสือก๊อปผิดกฏหมายหรอก พวกพิมพ์แย่ๆนั่น เค้าก็หนังสือลิขสิทธิ์นะครับ ซื้อสิทธิ์มาพิมพ์ครับ
อ้างคำพูดจาก: แบงก์ [19] เมื่อ 06 ก.ค. 2008, 20:29 น.
ตอนเรียน เรียกมันว่า "โค้ดกลาง" เพราะจะเอาไปเขียนเป็นภาษาอะไรก็แล้วแต่ถนัด (ถ้า อ. ไม่บังคับ)
รายละเอียด
http://www.elecnet.chandra.ac.th/learn/courses/ELTC1401/design/p%5B1%5D.pdf
http://en.wikipedia.org/wiki/Pseudocode
เข้าใจละครับ
อยากบอกว่าไม่เคยอ่านเจอเลยคำนี้ เพิ่งเจอที่นี่แล่ะ :30: +
(ได้ยินจากอาจารย์มั๊ย ไม่ต้องถาม เป็นนานาชาติ บ่นได้ไม่น่าฟังที่สุด :39:)
ดีจังครับ ได้มีโอกาศเรียนด้านนี้กับผู้ที่นำนาญจริงๆ
ผมไม่มีโอกาศแบบนั้นเลย
ต้องอ่านหนังสือศึกษาเอาเอง
ต้อง ทำความเข้าใจเอา เอง ยากมากมายครับ
ไม่วิธี ที่ทำให้เรียนได้ต่อเนื่องนานๆ แบบสนุกๆ ใหม่นะ ?
ผมว่าอะไรที่สนใจ แล้วเราเข้าใจด้วย
เรียนรู้ยังไงก็สนุกกับมันนะ
// ใช้ภาษาไทยให้ถูกก็จะดีกว่านี้นะ
-ค่าจ้างโปรแกรมเมอร์ชาวสิงคโปร์ 1 คน สามารถจ้างโปรแกรมเมอร์ชาวไทยได้ 2 คน
-ในขณะที่ค่าจ้างโปรแกรมเมอร์ชาวไทย 2 คน สามารถจ้างโปรแกรมเมอร์ชาวอินเดียได้ 3 คน ...ฮา!
http://www.blognone.com/node/8338 (http://www.blognone.com/node/8338)
ข้อมูลแน่นปึ๊กเลยครับลุงซัน
ขอบคุณมากๆ เลย :45:
อินเดียเขามีระบบการศึกษาที่ดีครับ(เท่าที่อ่านมานะ) :03:
จาก อุดมศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของอินเดีย
http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document9642.html
http://www.gumara.com/node/864
อ้างอิงSipa พาซอฟต์แวร์ไทย ไปปรโลก
* Sipa
* work
Submitted by gumara on Thu, 07/03/2008 - 08:43
วันก่อนตั้งชื่อใน gTalk ว่า "Sipa พาซอฟต์แวร์ไทย ไปปรโลก" เจอ Someone ที่ Sipa เชียงใหม่ทักมา
Someone: สุดยอดน้อง ปรโลก.... พี่หัวเราะทั้งน้ำตาอยู่เนี่ย
ฉัน: ฮ่ะๆ ครับ
ไม่รู้ว่าต้องการจะสื่ออะไรกับผม แต่พอดีไม่ได้ว่างตอบ และผมอยากจะบอกว่า ผมไม่ได้ตั้งชื่อเกินจริง
* ม.สุรนารีขอการสนับสนุนค่าจัดกิจกรรมงานโอเพนซอร์สเข้ามา เราอนุมัติ ถึงเวลาเสร็จงาน ไม่จ่าย
* จูบลาเดย์ ครั้งไหนไม่รู้ ขอสนับสนุนเข้ามา ถึงเวลา ไม่จ่าย
* วานคุณแอปเปิ้ลทำ Appserv Addons ถึงเวลาจ่าย ขอเอกสารมากมาย จนสุดท้าย ไม่ได้จ่าย
* บริษัทไอทีบริษัทหนึ่ง เสนอหนังสือเข้ามาขอสนับสนุนตามโครงการที่เปิดรับ ไม่อนุมัติ แล้วพิมพ์ขายไปแล้วด้วย
* ที่นึกไม่ออกยังมีอีก แต่ช่างมันเหอะ
ไม่อยากเอาเรื่องภายในมาขายนะ แต่ผมยืนยัน "Sipa พาซอฟต์แวร์ไทย ไปปรโลก" แล้วก็ ผมเบื่อกับการที่เวลาใครถามแล้วจะต้องพูดให้ สนง. ดูดี เพื่อรักษาภาพลักษณ์ ผมไม่ชอบประเภท ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง ทำไมเราถึงไม่พูดกันตามจริง ก็ถ้ามันไม่ดี ก็บอกสินว่ามันไม่ดี
คือ ผมไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของใครนะ คือมันเป็นเรื่องของระบน่ะ
ไปเร็ว สะพานมัฆวาน
อูยยย คนในมาเอง :38:
ลุงซันสุดยอด
ผมก็อยากเป็นโปรแกรมเมอร์นะครับ
แต่ปัจจัยหลายอย่างไม่เอื้ออำนวย
อาทิ ไม่เก่งลอจิก ไม่เก่งคำนวณ และไฟไหม้ฟาง
แต่ถึงยังไง ก็ยังเอาใจช่วยนะครับ SIPA
สวนเรื่องค่าแรงถูก และแก้งานเบ้อระเห้อนั้น มันจริงครับ
แก้แบบว่าตะบันแก้แบบ unlimited untill satisfied.
เข้ามาฟัง
อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ไทยอีกคนที่้เก่งพอหางานทำได้
ได้ความรู้มาเลยจากพี่หลายท่านและลุงซัน
ถ้ามีบทความหรือความรู้อยากให้เอามาลงให้อ่านอีกครับ
ข้อสงสัยของผม
อินเดียมันเคยเป็นเมืองขึ้นปะอังกฤษมันจึงวางระบบไว้ดีให้มันดูดทรัพยากรเข้าตัวเอง
เหมือนแถบประเทศแอฟริกาใต้ ชื่อนี้มั้งถ้าจำไม่ผิด พวกยุโรปมันครอบครองจึงทำให้ดูดีกว่าเพื่อนบ้านข้างๆ
ช่างก่อสร้างไทยก็ไปทำงานที่นั้นเยอะ แล้วก็ฝีมือดีกว่าทั่วไปด้วย
พี่คร้าบบ โปรแกรมเมอร์ไทย ได้เงินเดือนตกเดือนละกี่บาท ครับพี่
ตั้งแต่หลักพันยันหลักแสน อะครับ :30:
พี่ ถ้าเรียนสายอาชีพเปงโปรแกรมเมอร์ได้ปะพี่
ถ้าเขียนโปแกมเปงก็เปงได้คัฟ
เป็นได้หมดคัฟ จบหมอเป็นโปรแกรมเมอร์ก็มี เรียนไม่จบเป็นโปรแกรมเมอร์ก็มี :56:
พี่คร้าบ โปรแกรมเมอร์อะ เรียนยากมะคร้าบ
ผมเรียนสายอาชีพ แล้วผมควรสาขาไหนที่เรียนตรงไปเปง โปรแกรมเมอร์ อะครับ
ซื้อหนังสือมาอ่าน แล้วหัดเขียนเลย ไม่ต้องเรียน
เรียนภาษาไทยเพิ่มเติมก่อนเลยจ้ะ :12:
:30:
อ้างคำพูดจาก: สหายเบลห์ เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 17:28 น.
เป็นได้หมดคัฟ จบหมอเป็นโปรแกรมเมอร์ก็มี เรียนไม่จบเป็นโปรแกรมเมอร์ก็มี :56:
:56a:
หน้าไม่อาย :47:
พี่คร้าบ โปรแกรมเมอร์ อะ เรียนหนักมากมะพี่
มันไม่มีอาชีพไหนเรียนเบาหรอก
ถ้าชอบซะอย่าง งานหนักแค่ไหนก็สนุกครับ
แต่ก่อนจะตัดสินใจว่าชอบไม่ชอบ อย่าเพิ่งเอาความรู้สึกมาวัดครับ
ของแบบนี้ต้องลอง
หัดเขียนโปรแกรมก่อน ภาษาอะไรก็ได้ ลองดู
ลองหนักๆ แล้วจะได้คำตอบเอง ว่าเราชอบมันจริงรึเปล่า
แนะนำเริ่มจาก c ไม่ก็ java จบแล้วหัดทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ oop
ทำได้หมดก็น่าจะตัดสินใจได้แล้วว่าไปต่อดีมั้ย
เพราะโปรแกรมเมอร์ ไม่ได้เรียนแค่เขียนโปรแกรมอย่างเดียว
ถ้าแค่เขียนโปรแกรม เราสู้ไม่ไหว ก็ไปต่อลำบาก
หัดเขียนเลยครับ :12:
ขอบคุณครับพี่ๆ ผมจะตั้งใจทำมัน
พี่ครับ ภาษา C มันเปงยังไงอะครับพี่
กวนตีนแล้วล่ะ :42:
มันเบสิคที่สุดแล้วนะ อยากเป็นโปรแกรมเมอร์จริงรึเปล่า ถ้าอยากเป็นก็ศึกษาด้วยตัวเองดู :48:
บอกไว้เลย อาชีพนี้ พึ่งพามันสมองตัวเองเท่านั้น จะมารอให้คนอื่นป้อนให้ ไม่ประสบความสำเร็จ
เริ่มจากการ google เลยน้อง
ลองเริ่มหัดตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ
กติกาของโปรแกรมเมอร์คือ สงสัยอะไร หาคำตอบมาให้ได้ ถ้าจนปัญญาค่อยโพสต์ถาม
อ้ะลองดูนะ หาความหมายของภาษา C มาส่ง
คร้าบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่ๆทุกคน
ผม เรียนอยู่ ม.3 ครับ
เท่าผมเลยครับ
แล้วนาย เก่งคอมพิวเตอร์มากมะ
พี่คร้าบบบ
อย่าโพสเรื่อยเปื่อยนะครับ อย่างแรกถ้าหัดจะเรียนคอมคือ รู้ว่ามารยาทบนเน็ตเค้าทำยังไง หัดหาอะไรใส่หัวด้วยตัวเอง :25:
ไม่รุว่าจะถูกอ๊ะเปล่านะ
การพัฒนาโปรแกรมในภาษา C
มีทั้งหมด 8 ตอนด้วยกันได้แก่
1. พื้นฐานโปรแกรมภาษา C (Introduction to C Programming)
2. การเขียนโปรแกรมทางเลือก (Selection Structures)
3. การเขียนโปรแกรมแบบ วนซ้ำ (Repetition & Loop)
4. ฟังก์ชัน และการเขียนโปรแกรมแยกเป็นโมดูล (Functions & Modular Programming)
5. ตารางอาเรย์ (Arrays)
6. ตัวแปรพอยเตอร์ (Pointers)
7. ตัวแปรสตริง (String)
8. โครงสร้างสตักเจอร์ (Structure)
พี่ึึครับถ้่าผิดก็ขอโทษด้วยครับ ผมง่วง
เริ่มจากลองซื้อหนังสือ แล้วเขียนโปรแกรมเองก็ได้นะคะ
ภาษาซีพื้นฐานไม่ยากหรอก
มีปัญหาอะไรก็ค่อยโพสถามพี่ๆ ก็ได้
เริ่มจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน
พี่ว่าแบบนั้นน่าจะดีกว่านะคะ
ครับผม ขอบคุณครับ ผมขอตัวไปนอนก่อนเดียวแม่ว่าครับพี่
ภาษาซีนี่ถือว่าเป็นภาษาพื้นฐานที่ทำให้เรามองการเขียนโปรแกรมอื่นๆ ได้ด้วยครับ
หลักการณ์ง่ายๆ ก็คือ พยายามสร้างตรรกะในการทำอะไรให้สมเหตุสมผล
แล้วคุณจะเขียนโปรแกรมทุกโปรแกรมทั่วโลกได้
แต่ถ้าให้แนะนำจริงๆ ถ้าแบบว่าไม่มีพื้นหรือหัวไม่ไปทางนี้จริงๆ
แนะนำให้ไปศึกษาธรรมะ ครับ แล้วถ้าเข้าใจกฏแห่งกรรม
ก็จะเข้าใจ logic ของการเขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้นครับ
เพราะสิ่งนั้นเกิด สิ่งนี้จึงเกิด เชื่อ ผ้ม!!~
อ้างคำพูดจาก: nookkykun เมื่อ 06 เม.ย. 2011, 00:32 น.
ไม่รุว่าจะถูกอ๊ะเปล่านะ
การพัฒนาโปรแกรมในภาษา C
มีทั้งหมด 8 ตอนด้วยกันได้แก่
1. พื้นฐานโปรแกรมภาษา C (Introduction to C Programming)
2. การเขียนโปรแกรมทางเลือก (Selection Structures)
3. การเขียนโปรแกรมแบบ วนซ้ำ (Repetition & Loop)
4. ฟังก์ชัน และการเขียนโปรแกรมแยกเป็นโมดูล (Functions & Modular Programming)
5. ตารางอาเรย์ (Arrays)
6. ตัวแปรพอยเตอร์ (Pointers)
7. ตัวแปรสตริง (String)
8. โครงสร้างสตักเจอร์ (Structure)
พี่ึึครับถ้่าผิดก็ขอโทษด้วยครับ ผมง่วง
ก็อปกูเกิลมาจริงๆ ด้วย :08:
การบ้านต่อไป เขียนโปรแกรม Hello world เลยครับ :12:
เอิ่ม... ยินดีต้อนรับนะครับสาวกใหม่
อ่านก่อนนะครับ จะได้ไม่ซวย (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,2048.0.html)
โปรแกรมเมอร์ ต้องฉลาดครับ
คำถามง่ายๆ ไม่ถามกัน ไม่ถามพร่ำเพร้อ
google อ่านเอา
พวกคำถามที่ว่า ยากมั้ย เหนื่อยมั้ย หนักมั้ย ไม่ต้องถามครับ
ลองทำ ลองดู ลองอ่านดู แล้วจะรู้
เป็นผมถ้าอยู่ม.3 เจอแบบนี้จะไม่เข้ามาบอร์ดนี้อีกเลย :05:
:30:
การบ้านต่อไปไม่ใช่เขียน Hello World นะ
ที่ยากกว่าคือลงโปรแกรมที่ใช้เขียน= ='
อะลอง
http://ruby.railstutorial.org/ruby-on-rails-tutorial-book#sec:comments_for_various_readers (http://ruby.railstutorial.org/ruby-on-rails-tutorial-book#sec:comments_for_various_readers)