กลับมาอีกครั้งนึง (หลังจากที่การงานเริ่มลงตัว ก็เริ่มเข้ามาปั่นฟอนต์ต่อได้อีกรอบ) :25:
พอดีพึ่งเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงในนิตยสารฉบับหนึ่งไปอ่ะครับ (ใช้นามแฝง แต่ยังคงสะท้อนเด้งกลับมาโดนตัวได้อยู่ดี)
เอาเป็นว่าผมเห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาเล่าสู่กันฟังแล้วกันครับ
ก่อนอื่น ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ผมไม่นิยมไม้ป่าเดียวกันนะครับ (เกย์ในที่นี้รวมถึงเลสเบี้ยนด้วยนะครับ)
ผมเอามาสรุปเล่าให้ฟังคร่าวๆ เพราะว่าเรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจ และอาจจะเกี่ยวข้องกับตัวเราโดยตรงก็เป็นได้ครับ (หลายๆ คนคงมีเพื่อนเป็นชนสีม่วงใช่ไหมล่ะครับ)
เรื่องนี้มันกลายเป็นประเด็นร้อน ฮอตฮิต ติดชาร์ต แถวนี้เพราะว่าโพลหลายๆ สำนักต่างก็ให้ข้อสรุปเหมือนๆ กันว่าชนส่วนใหญ่จะยอมรับเพศที่สามได้ถ้าพวกเขาไม่ได้เลือกที่จะเป็นแบบนั้น แต่นั่นก็หมายความว่าจะต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า
"เรื่องเกย์เป็นเรื่องธรรมชาติ" :26:
เรื่องมันเลยยาวครับ
นักวิทยาศาสตร์มากมายหลายแขนงต่างก็พยายามพิสูจน์ว่ายีนเกย์นั้นมีจริงหรือไม่
ซึ่งผมขอแบ่งออกเป็นสามพวกละกัน
1) พวกแรกจะพยายามศึกษา ขุด ค้น เจาะลึกเข้าไปในจีโนมของคน และสัตว์มากมาย (โดยมากจะเน้นแมลงหวี่ครับ) เพื่อที่จะหาว่ายีนเกย์มีจริงหรือเปล่า
แล้วก็เจอซะด้วย :26:
แต่อนิจจา สรุปได้แต่ในแมลงหวี่ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการรับกลิ่นหรือไม่ก็เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทในสมอง ที่เด่นๆ มีสองยีนครับ ยีนนึงชื่อเจนเดอร์บลาย และอีกยีนหนึ่งเรียกว่ายีนฟรุ๊ตเลส ซึ่งก็มีปัญหาการเมืองอีกตอนตั้งชื่อ)
ยีนสองตัวนี้น่าสนใจครับเพราะว่ามันสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศของแมลงหวี่ได้อย่างสิ้นเชิง เรียกว่าแปลงยีนเปลี่ยนเพศโดยไม่ต้องทำศัลยกรรมแต่อย่างใดครับ :02:
แต่สำหรับเรื่องยีนเกย์ในคนนั้นยังคงเป็นที่สับสนกันอยู่ครับ ว่ามีจริงหรือเปล่า เพราะว่ากลุ่มตัวอย่างเล็กเกินไป แล้วก็ยังควบคุมปัจจัยต่างๆ ในการทำวิจัยไม่ได้
อีกอย่างที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนก็คือ
"ถ้ายีนเกย์มีจริง แฝดร่วมไข่ หรือแฝดเหมือน หรือแฝดฝาเดียว (ชื่อเหมือนหอยฝาเดียวเลยแฮะ) ซึ่งมีพันธุกรรมเหมือนกันเปี๊ยบร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะถอดแบบกันมาจากพิมพ์เดียวกัน ถ้าเป็นเกย์ก็ต้องเป็นเกย์เหมือนกันหมด เป็นไปไม่ได้ที่คนนึงจะเป็นเกย์และอีกคนจะเป็น ช จริงหรือเป็น ญ แท้" แต่คอรีเลชั่น หรือเปอร์เซ็นต์ที่แฝดคู่นึงนั้นจะเป็นเกย์ทั้งคู่มีแค่ 5-7 % เท่านั้นเอง
นั่นหมายความว่า ในแฝดร้อยคู่จะมีแฝดที่เป็นคู่แฝดเกย์แค่ 5-7 คู่เท่านั้น
หรือนั่นจะหมายความว่าเกย์ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม ??
คำถามนี้ตอบยากครับ ดังนั้นจึงมีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มที่สองเกิดขึ้นมา
2) กลุ่มที่สอง ศึกษาสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการเป็นเกย์
กลุ่มนี้อธิบายหลายๆ อย่างครับ แต่เป็นในแง่ของพัฒนาการเสียส่วนมาก ซึ่งสามารถอธิบาย (บางคนบอกว่าข้างๆ คู) ของการเกิดเกย์ในแฝดร่วมไข่ ไว้ว่าจริงๆ แล้ว แฝดทั้งสอง แม้ว่าจะมีพันธุกรรมเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งคู่อาจจะได้รับฮอร์โมนสารอาหาร และ Growth factor ต่างๆ ในระดับที่แตกต่างกันไป ทำให้พัฒนาการของสมองของแฝดทั้งคู่ไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจส่งผลให้คนนึงเป็นเกย์ แต่อีกคนไม่ :26:
ซึ่งก็มีงานวิจัยออกมาสนับสนุนอีกว่าพัฒนาการทางสมองตอนที่อยู่ในครรภ์นั้น มีผลมาจากสิ่งแวดล้อม (เช่น ฮอร์โมน และอื่นๆ) ค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะเห็นได้จากการศึกษาที่พบว่าสมองของชายเกย์กับชายแท้จะไม่เหมือนกัน :18:
อีกตัวอย่างก็คือ กรณีที่ถ้าครอบครัวใดมีลูกชายมากกว่าหนึ่ง ลูกชายคนรองจะมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นเกย์มากกว่าคนโตถึง 33 %
ดังนั้น ถ้ามีลูกชายสามคน คนสุดท้องก็มีแนวโน้มที่จะเป็นเกย์ถึง 99% (ถ้าใครสนใจเรื่องนี้ ไว้คุยกันต่อได้ในภายหลังครับ) :21:
3) กลุ่มสุดท้าย ศึกษาพฤติกรรมเพื่อนร่วมโลกของเราว่ามีสัตว์อะไรเป็นเกย์หรือเปล่า
กลุ่มนี้พยายามจะลบคำครหาว่าเกย์เป็นเรื่องผิดธรรมชาติครับ
เพราะว่าหลายๆ คนกระแนะกระแหนว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศนั้นเกิดจากสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู และคนส่วนใหญ่จะโบ้ยข้อกล่าวหานี้ไปให้สื่อ (ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์) เป็นหลัก ที่เป็นต้นเหตุทำให้คนเป็นเกย์มากขึ้น ... :55:
และที่น่าสนใจก็คือ พฤติกรรมรักร่วมเพศในสัตว์มีจริงครับ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เป็นอันขาด ... ซึ่งเรื่องนี้ถ้าว่ากันตามจริงก็ยาวสุดๆ อีก
เอาเป็นว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศในสัตว์นั้นมีจริงและพบได้มากในสัตว์ชั้นสูงหลายๆ ประเภท เช่น วาฬ ยีราฟ ลิงบาบูนโบโนโบ นกหลายๆ ชนิดๆ กวาง และสัตว์อื่นๆ อีกมากมายกว่าห้าร้อยชาติพันธุ์ :08:
และที่ทำให้ผมเหวอที่สุดก็คือความจริงที่ว่า
"ในสังคมลิงบาบูนโบโนโบนั้น วานรชายร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นไบครับ !!!!"
เป็นไงบ้างครับ อ่านแล้วน่าสนใจไหมล่ะ แล้วพวกเราคิดว่ายังไงล่ะครับกับประเด็นนี้ ??
:55:
ยินดีต้อนรับกลับมาปั่นครับ
อ๋าห์ :26:
นึกว่าลุงหายไปทำอะไรมา :02:
ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ
น่าสนใจดีครับ
เดี๋ยวค่อยมาดิสคัสนะครับ
ผมติดตาม
เดี๋ยวจะมาช่วยถก
เพราะมันคือเรื่องที่ปรากฏชัดมานาน
เพียงแต่ว่ายังไม่ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กรรม
พันธุุกรรม
ข้อบ่งชี้ในการ "เลือก" อยู่ที่ระดับไหน
เคยมี ฆาตกร ที่พ้นผิด เพราะอ้างเรื่องทำนองนี้ด้วย
..
แต่ตอนนี้ โฟกัสที่เพศก่อน :)
คิดถึงตัวเองสมัยเลี้ยงแมงหวี่
:30: โถ่ นึกว่าลุงป๋วยหายไปทำอะไรมา
หายไปวิจัยเรื่องนี้เองเหรอเนี่ย
ลุงป๋วยกลับมาแล้ว :25:
สาวกเลขสองหลักรุ่นหายาก :25:
แถมมาถึงก็คุยเรื่องไม้ป่าเดียวกันอีก :25:
อื้อหือ
อ้างคำพูดจาก: น้องเดือน ม.6/1 เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:18 น.
:30: โถ่ นึกว่าลุงป๋วยหายไปทำอะไรมา
หายไปวิจัยเรื่องนี้เองเหรอเนี่ย
ไม่ใช่ว้อยยยย
ผมทำวิจัยเรื่องอื่น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เผลอตกปากรับคำเขามา แล้วเลยตกกระไดพลอยโจน
ต้องค้นคว้าเรื่องนี้ ตอนนี้เลยกลายเป็นเชี่ยวเรื่องนี้ไป (ต้องเขียนให้นิตยสารอีกสองเล่ม เรื่องแนวๆ นี้แหละ)
โอ้ว ถึงกับเชี่ยวเลยเหรอครับ
:25:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:19 น.
ลุงป๋วยกลับมาแล้ว :25:
สาวกเลขสองหลักรุ่นหายาก :25:
แถมมาถึงก็คุยเรื่องไม้ป่าเดียวกันอีก :25:
แหะๆ กลับมาตายรัง หลังจากงานเริ่มอยู่ตัวครับ อยากจะหาเรื่องมาโพสต์นานละแต่งานไม่เอื้ออำนวย :22:
ไม่นาน คงมีเวลากลับไปทำฟอนต์อีกรอบ ... ต้องรอให้อะไร ๆ มันลงตัวกว่านี้อีกนี๊ดดดดด :21:
(เอ !! น้าแอนนนนนไม่ได้นิยมไม้ป่าเดียวกันใช่ป่ะ? ฮ่าๆๆๆ :25:)
แล้วลุงป๋วยเกิดอาการเบี่ยงเบนอ้ะยังเอ่ย :49:
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:22 น.
โอ้ว ถึงกับเชี่ยวเลยเหรอครับ
:25:
นิดหน่อยครับบ
สำหรับเดือน
ยังครับ ยังนิยมเพศตรงข้ามอยู่ครับ ยังไม่เบี่ยงเบนเท่าที่ผมรู้นะ ฮ่าๆๆๆ :21:
อ๊ะ ลุงป๋วยเองหรอครับที่เขียน
เล่นเอาผมเกือบแย่ไป
ขึ้นปกซะม๊วงม่วงเลยนะลุง :26:
ในความคิดของผมนะครับ ยังไม่ได้พรูฟอะไรทั้งสิ้น เป็นความคิดล้วนๆ
คนเรามีฮอร์โมนเพศหญิงและชายอยู่ และฮอร์โมนนี้ก็ไม่ได้สร้างที่รังไข่ หรือ อัณฑะอย่างเดียว
ยังสร้างที่ต่อมอื่นๆ
ัดังนั้น วันดีคืนร้าย เกิดสิ่งเร้าทั้งจากอาหาร(เช่นไก่ที่ฉีดฮอร์โมนเร่งการเติบโต) เครื่องสำอาง สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู
แม้กระทั่งการได้รับประสบการณ์อันเลวร้าย
สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนทั้งสิ้นเลยนะครับ
"เป็นกระเทย เป็นเกย์ตั้งแต่เมื่อไรวะ"
นี่ืคำถามที่ผมคุยกับพวกเพื่อนๆที่เป็น
จะมีเกย์ สองประเภทเท่าที่ผมเจอ
คือเป็นตั้งแต่จำความได้ คือเป็นตั้งแต่เด็กๆเลย
กับ เพิ่งมาเป็นไม่นาน
คนที่เป็นไม่นานก็มีสาเหตุต่างๆกันไป เช่นอกหักอย่างรุนแรง หรือ ไม่มีสาเหตุก็มี
เพื่อนตอนสมัยประถมเป็นกระเทยตุ้งติ้ง พอเจออีกทีตอนเกณฑ์ทหาร หน้าเถื่อนไว้เครา สักเต็มตัว ยังกะโจรก็มี :55:
คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้นะตั้ง
:07:
หรือ ดอก เป็น เกย์ :09:
นี่ผมก็เปลี่ยนกลับไปกลับมาหลายรอบแล้วด้วยครับ
หน้าปก :33:
http://img.thzhost.com/show.php?id=2f8d501b8bc8597ff6c5357a064382d2
ยังดีนะเนี่ยที่มีเล่มด้านล่างๆ อยู่ :05:
ยังพออ้างได้ว่าเนี่ย ตามอ่านมาตลอด
เขียนลง อัพเดท เหรอ
น่าจะใช่นะครับ เนื้อหาเหมือนกัน :42:
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.วันหว่าง เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:44 น.
ในความคิดของผมนะครับ ยังไม่ได้พรูฟอะไรทั้งสิ้น เป็นความคิดล้วนๆ
คนเรามีฮอร์โมนเพศหญิงและชายอยู่ และฮอร์โมนนี้ก็ไม่ได้สร้างที่รังไข่ หรือ อัณฑะอย่างเดียว
ยังสร้างที่ต่อมอื่นๆ
ัดังนั้น วันดีคืนร้าย เกิดสิ่งเร้าทั้งจากอาหาร(เช่นไก่ที่ฉีดฮอร์โมนเร่งการเติบโต) เครื่องสำอาง สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู
แม้กระทั่งการได้รับประสบการณ์อันเลวร้าย
สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนทั้งสิ้นเลยนะครับ
"เป็นกระเทย เป็นเกย์ตั้งแต่เมื่อไรวะ"
นี่ืคำถามที่ผมคุยกับพวกเพื่อนๆที่เป็น
จะมีเกย์ สองประเภทเท่าที่ผมเจอ
คือเป็นตั้งแต่จำความได้ คือเป็นตั้งแต่เด็กๆเลย
กับ เพิ่งมาเป็นไม่นาน
คนที่เป็นไม่นานก็มีสาเหตุต่างๆกันไป เช่นอกหักอย่างรุนแรง หรือ ไม่มีสาเหตุก็มี
เพื่อนตอนสมัยประถมเป็นกระเทยตุ้งติ้ง พอเจออีกทีตอนเกณฑ์ทหาร หน้าเถื่อนไว้เครา สักเต็มตัว ยังกะโจรก็มี :55:
ประเด็นทางพันธุศาสตร์ ยังไม่มีการพิสูจน์อะไรได้มากนักครับ เพราะว่าการหามาร์คเกอร์ทางพันธุกรรม (Genetic marker) ยังทำได้ไม่ดีนัก เพราะว่ากลุ่มตัวอย่างเล็กเกินไป
แต่อย่างไรก็ตาม มีเปเปอร์ออกมาบอกว่ายีนเกย์อาจอยู่บนโครโมโซมเอ็กซ์ ซึ่งก็มีมาร์คเกอร์อยู่ตัวหนึ่งที่เขาเจอกัน เรียกว่า Xq28 แต่ยังทำซ้ำ (reproduce) ผลไม่ได้ แม้แต่ในกลุ่มวิจัยเดียวกัน เลยทำให้หลายๆ คนกลุ้ม และอึ้งไปไม่น้อย และทำให้งานนี้โดนโจมตีอย่างหนัก
นอกจากนี้ยังมีคนเสนอว่าสารพันธุกรรมที่อาจจะโยงกับความเป็นเกย์นั้นอาจจะอยู่ในโครโมโซมคู่ที่ 7, 8 และ 10 อีกด้วย
ประเด็นโต้แย้งที่สำคัญก็คือประเด็นแฝดเหมือนที่ผมบอกไปนั่นแหละครับ
ดังนั้น เรื่องการเป็นเกย์นั้นคงไม่ได้ขึ้นกับพันธุกรรมอย่างเดียวชัวร์ๆ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือมันเป็นเรื่องธรรมชาติหรือเปล่า? ภาษาอังกฤษเรียกว่ามันเป็น biological หรือว่าเป็น purely environmental ...
เอาเป็นว่าที่น่าสนใจที่สุด ที่ดูเหมือนว่าจะทำนายการเป็นเกย์ได้ตรงเป๊ะที่สุด และฟังดูเข้าเค้าว่ามันเป็น biological ก็คือ
กรณีลูกชายหลายคนครับ
กรณีนั้น บอกว่า ลูกชายคนแรกจะกระตุ้นให้แม่สร้างแอนติบอดี้ต่อต้านลูกชายขึ้นมา (H-Y antibody) เพราะแม่เป็นเพศหญิง แต่ว่ากว่าที่แม่จะสร้างเสร็จนั้น ลูกคนแรกก็อุแว้ออกมาแล้ว คนต่อมาถ้าเป็นชายเลยต้องรับกรรมไป
เชื่อกันว่า H-Y Ab นั้นจะยับยั้งพัฒนาการของสมองที่จะทำให้เด็กคนนั้นมีสมองเป็นเด็กชาย (หลายๆ คนเชื่อว่าอยู่ในสมองส่วนไฮโพทาลามัสครับ ซึ่งก็มีงานวิจัยออกมาพิสูจน์แล้วอีกว่าสมองส่วนนี้ของชายแท้และชายเทียมนั้นต่างกัน เพราะมีการตอบสนองต่างกันต่อเสื้อเหม็น (เสื้อใส่ค้างวัน ซับขี้เหงื่อผู้ชายที่เชื่อว่าเต็มไปด้วยฟีโรโมนของเพศชาย) ที่แตกต่างกันไป)
เพราะฉะนั้น มันจึงฟังดูเข้าท่าทีเดียว
และในกรณีที่ถ้ามีคนที่สาม ที่สี่ต่อมา ผลกรรมก็จะเบิ้ลเป็นหลายเท่าตัว เพราะงั้น ลูกชายคนที่สามที่สี่ก็จะมีแนวโน้มที่จะเป็นเกย์สูงมาก (ถ้าสนใจต้องไปดูกราฟระดับของแอนติบอดี้ที่ได้รับการ Boost หลายๆ ทีอ่ะครับ ระดับแอนติบอดี้มันเพิ่มทวีคูณได้อลังการมาก)
แต่กรณีนี้คือในกรณีชายล้วน ห้ามมีหญิงมาคั่นนะครับ ... ถึงจะแม่น ...
เพราะงั้นใครที่ฝันอยากมีลูกชายไว้ตั้งทีมฟุตบอล อย่าลืมเตรียมใจไว้ด้วยนะครับ ฮ่าๆๆๆ
อ้างคำพูดจาก: El Rajun เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:53 น.
หรือ ดอก เป็น เกย์ :09:
อันนี้ไม่ใช่แน่นอนครับลุง
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:55 น.
นี่ผมก็เปลี่ยนกลับไปกลับมาหลายรอบแล้วด้วยครับ
จริงเหรอครับเนี่ย มีความรู้สึกยังไงบ้างครับ ตอนเปลี่ยน ฮ่าๆๆ :27:
อ้างคำพูดจาก: El Rajun เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:58 น.
เขียนลง อัพเดท เหรอ
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:58 น.
น่าจะใช่นะครับ เนื้อหาเหมือนกัน :42:
ถูกต้องนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนรู้ว่าเป็นเล่มไหน (นอกจากลุงระจัน ที่ผมเดาว่ารู้อยู่แล้ว) ... แต่มีน้อง icez อีกคนที่รู้ เลยทำให้ผมอึ้งไม่ใช่น้อย
สวัสดีค่ะลุงป๋วย .. หัวข้อนี้กำลังสนใจอย่างมากค่ะ .. :25:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:43 น.
อ๊ะ ลุงป๋วยเองหรอครับที่เขียน
เล่นเอาผมเกือบแย่ไป
ขึ้นปกซะม๊วงม่วงเลยนะลุง :26:
ว่าแต่ว่าไอซ์ไปเกือบแย่ได้ไงอ่ะครับ ??
ผมแค่เขียนอ่ะครับ ปกกับอาร์ต ทาง บก เขาเป็นคนทำอ่ะครับ
ปกติอ่านอัพเดทบ่อยอยู่แล้วครับ อ่านเอาในห้องสมุดโรงเรียน
แต่พอขึ้นมหาลัยแล้วไม่ค่อยได้อ่าน เพราะห้องสมุดไม่มีอัพเดท เซ็ง
ตอนหลังเลยต้องซื้อเองนี่แหละครับ เพิ่งเริ่มสะสม :42:
ที่แน่ๆ เล่มอื่นปกเขียวๆ ฟ้าๆ ใสๆ มา เล่มนี้ม่วงกระจายเลย
วางบนชั้นเด่นมาก ตอนจะซื้อนี่ก็อ๊ายอายนะนี่ :53:
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 16:15 น.
ว่าแต่ว่าไอซ์ไปเกือบแย่ได้ไงอ่ะครับ ??
ผมแค่เขียนอ่ะครับ ปกกับอาร์ต ทาง บก เขาเป็นคนทำอ่ะครับ
วันก่อนน้อง (ที่ผมกะลังตามอยู่ -- แน่นอน ผู้ชาย) มาหาที่ห้อง ก็ดูชั้นหนังสือผมนี่แหละ
แล้วไอ้เล่มนี้มันอยู่บนสุดเลย :30: ตามรูปนั่นแหละครับ
(ชั้นล็อกนี้ไว้วาง update เป็นหลัก เรียงตามเก่า - ใหม่)
ยังดีได้เล่มด้านล่างช่วยชีวิตไว้ ไม่งั้นเดี๋ยวไก่ตื่นละแย่เลย :42:
อ้างคำพูดจาก: ด.ญ.แอ้ ม.๒/๑ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 16:11 น.
สวัสดีค่ะลุงป๋วย .. หัวข้อนี้กำลังสนใจอย่างมากค่ะ .. :25:
ลองมาดิสคัสกันดูสิครับ
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 16:16 น.
ปกติอ่านอัพเดทบ่อยอยู่แล้วครับ อ่านเอาในห้องสมุดโรงเรียน
แต่พอขึ้นมหาลัยแล้วไม่ค่อยได้อ่าน เพราะห้องสมุดไม่มีอัพเดท เซ็ง
ตอนหลังเลยต้องซื้อเองนี่แหละครับ เพิ่งเริ่มสะสม :42:
ที่แน่ๆ เล่มอื่นปกเขียวๆ ฟ้าๆ ใสๆ มา เล่มนี้ม่วงกระจายเลย
วางบนชั้นเด่นมาก ตอนจะซื้อนี่ก็อ๊ายอายนะนี่ :53:
วันก่อนน้อง (ที่ผมกะลังตามอยู่ -- แน่นอน ผู้ชาย) มาหาที่ห้อง ก็ดูชั้นหนังสือผมนี่แหละ
แล้วไอ้เล่มนี้มันอยู่บนสุดเลย :30: ตามรูปนั่นแหละครับ
(ชั้นล็อกนี้ไว้วาง update เป็นหลัก เรียงตามเก่า - ใหม่)
ยังดีได้เล่มด้านล่างช่วยชีวิตไว้ ไม่งั้นเดี๋ยวไก่ตื่นละแย่เลย :42:
ฮาๆๆๆ เกือบไป :)
อ้างอิง
จริงเหรอครับเนี่ย มีความรู้สึกยังไงบ้างครับ ตอนเปลี่ยน ฮ่าๆๆ :27:
แสบมากเลยครับ
:46:
เคยคุยๆ กับน้องที่รู้จัก แล้วก็ค่อนข้างเห็นด้วยที่ว่า "กัมมุนา วตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
พอพูดถึงเรื่องกรรม โดยส่วนตัวเชื่อว่ากรรมปัจจุบันสำคัญที่สุด ก็เลยคิดว่าแม้จะเกี่ยวกับพันธุกรรมหรือไม่ เราก็เลือกได้ว่าเราจะเป็นอะไร.. อาจจะออกทะเลไปหน่อย เพราะไม่ได้เข้าสู่เรื่องการค้นหาว่าทำไมเป็นเกย์ แต่หยกเองสนใจเรื่องที่ว่า "ตอนนี้จะเป็นอะไรทำอะไร" มากกว่า
จะบอกว่าตัวเองก็ไม่เคยเป็นเกย์ ก็ไม่เชิง ๕๕๕ ตอนมัธยมฯ ก็มีความรู้สึกว่าเราชอบผู้หญิงหรือเปล่า (หยกเป็นผู้หญิงค่ะ เีดี๋ยวจะงง แฮ่..) ก็พบว่ายิ่งไปคิด ก็ยิ่งจะเป็น เอิ้ก.. คงมีมั๊งที่เขาเป็นโดยทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าตามความเห็นส่วนตัว ก็คิดว่าเลือกได้นะคะ เพียงแต่ปัจจัยที่ทำให้เลือกได้ยากหรือง่ายคงหลากหลาย
ให้คนที่เป็นมาตอบดีกว่า จะได้เห็นมุึมมอง :45:
ปล. ส่วนตัวแล้วไม่ได้รังเกียจเกย์นะ แต่ว่าเดียดฉันท์พวกแอ๊บแมนหลอกผู้หญิงมาก ทำบาปทำกรรมเกิดชาิติหน้าจะเจอกรรม (แอบโกรธ ๕๕)
:25: :25: :25:
ป๋วยตื่นแล้วเรอะ
พอดีกลับมาทำกับข้าวกินที่บ้านอ่ะครับ อิอิ เลยมาแอบดูนิดหน่อย :02:
ลุงป๋วยเคยบอกไว้น้านนานแล้วครับว่าเขียนลงอัปเดต :22:
ต้อนรับกลับบ้านค่าลุงป๋วย
ตามอ่านๆ :25:
เคย อ่านๆ ผ่านๆ นะ ไม่แน่ใจว่าจิตวิเคราะห์ ซิกมัน ฟรอย ประยุค หรือ คาล จุง ประยุค
เขาว่ากันว่า ผู้ชายทุกคน(มนุษย์) เป็นเกย์หมดทุกคน จนกว่าจะมาพอใจคนอื่น นอกจากตัวเอง
(เลยมองไปที่ผู้หญิงน่ะว่างั้น)
ผู้ชายที่เป็นเกย์คิง นี่จะประมาณนี้ หลายๆคนจะหลงรักตัวเองมาก่อน
ส่วนเกย์ควีน บางคนนี่ ต่อมในสมองมาแบบผู้หญิงเลย เป็นเรื่องธรรมชาติ มนุษย์เป็นสัตว์หลายเพศ ไม่ใช่แค่2
ตามประสาสัตว์สังคม ที่ซับซ้อน ยิ่งสังคมซับซ้อนมากเท่าไหร่ก็มีเพศใหม่ๆ ขึ้นมามากเท่านั้น
ตามอำเภอใจ แหละ ดีแล้ว แต่อย่าไปล้ำความอำเภอใจคนอื่นก็พอ
ใครเป็นเกย์ไม่ได้แปลว่าไม่ดี ที่ว่าไม่ดีเพราะละเมิดคนอื่นและทำตัวตามกาลเทศะไหม ต่างหาก
รักกันน่ะดี ไม่ใช่ รักคือทุกข์ หรอก คนที่ทุกข์เพราะรักเพราะยังไม่รักจริงๆต่างหาก รักไม่สุขและไม่ทุกข์ เป็นการแบ่งปัน
กติกาสังคมเยอะเหลือเกิน เพศก็เป็นกติกาหนึ่งๆ สมมุติจำลองมา ใช่ว่าจริง
เรื่องเพศเป็นเรื่องอำเภอใจ ไม่ใช่สังคมครอบงำ (แต่อย่ามั่วนะ จิตใจดีก็ไม่มั่วหรอก ต้องพัฒนาจิตใจนิดนึง)
ปล. ผมชอบสาวๆที่สามารถให้ทายาทและครอบครัว ตามขนบเก่า น่ะครับ ชอบอย่างนั้นอยู่ :27:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 02:02 น.
เคย อ่านๆ ผ่านๆ นะ ไม่แน่ใจว่าจิตวิเคราะห์ ซิกมัน ฟรอย ประยุค หรือ คาล จุง ประยุค
เขาว่ากันว่า ผู้ชายทุกคน(มนุษย์) เป็นเกย์หมดทุกคน จนกว่าจะมาพอใจคนอื่น นอกจากตัวเอง
(เลยมองไปที่ผู้หญิงน่ะว่างั้น)
ผู้ชายที่เป็นเกย์คิง นี่จะประมาณนี้ หลายๆคนจะหลงรักตัวเองมาก่อน
ส่วนเกย์ควีน บางคนนี่ ต่อมในสมองมาแบบผู้หญิงเลย เป็นเรื่องธรรมชาติ มนุษย์เป็นสัตว์หลายเพศ ไม่ใช่แค่2
ตามประสาสัตว์สังคม ที่ซับซ้อน ยิ่งสังคมซับซ้อนมากเท่าไหร่ก็มีเพศใหม่ๆ ขึ้นมามากเท่านั้น
ตามอำเภอใจ แหละ ดีแล้ว แต่อย่าไปล้ำความอำเภอใจคนอื่นก็พอ
ใครเป็นเกย์ไม่ได้แปลว่าไม่ดี ที่ว่าไม่ดีเพราะละเมิดคนอื่นและทำตัวตามกาลเทศะไหม ต่างหาก
รักกันน่ะดี ไม่ใช่ รักคือทุกข์ หรอก คนที่ทุกข์เพราะรักเพราะยังไม่รักจริงๆต่างหาก รักไม่สุขและไม่ทุกข์ เป็นการแบ่งปัน
กติกาสังคมเยอะเหลือเกิน เพศก็เป็นกติกาหนึ่งๆ สมมุติจำลองมา ใช่ว่าจริง
เรื่องเพศเป็นเรื่องอำเภอใจ ไม่ใช่สังคมครอบงำ (แต่อย่ามั่วนะ จิตใจดีก็ไม่มั่วหรอก ต้องพัฒนาจิตใจนิดนึง)
ปล. ผมชอบสาวๆที่สามารถให้ทายาทและครอบครัว ตามขนบเก่า น่ะครับ ชอบอย่างนั้นอยู่ :27:
มนุษย์มีกี่เพศล่ะครับ ? อิอิ
จริงๆ น่าสนใจนะครับ เพราะก็มีแนวคิดขึ้นมาเหมือนกันครับ ว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศนั้น มันมากับสังคมของสัตว์ชั้นสูง
ยิ่งมีวิวัฒนาการสูงมากเพียงไร ก็มีแนวโน้มจะมีในสังคมก็จะมีพวกรักร่วมเพศมากขึ้นเท่านั้น
น่าสนใจนะครับ เพราะว่ามันขัดกับทฤษฎีวิวัฒนาการเลยครับ
คุณลักษณะการเป็นเกย์ไม่ใช่คุณลักษณะที่ดีในการสืบต่อเผ่าพันธุ์ ดังนั้นควรจะถูกคัดเลือกออกโดยวิวัฒนาการ แต่ว่าลักษณะการเป็นเกย์กลับพบมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการสูงขึ้นซะนี่ ...
ปล . ตอนตั้งกระจู๋นี้ รูปเจ้าเคนแว๊บขึ้นมาในหัว ... ว่าแต่ว่า เคนมันหายไปไหนล่ะครับ??? :26:
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:19 น.
มนุษย์มีกี่เพศล่ะครับ ? อิอิ
จริงๆ น่าสนใจนะครับ เพราะก็มีแนวคิดขึ้นมาเหมือนกันครับ ว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศนั้น มันมากับสังคมของสัตว์ชั้นสูง
ยิ่งมีวิวัฒนาการสูงมากเพียงไร ก็มีแนวโน้มจะมีในสังคมก็จะมีพวกรักร่วมเพศมากขึ้นเท่านั้น
น่าสนใจนะครับ เพราะว่ามันขัดกับทฤษฎีวิวัฒนาการเลยครับ
คุณลักษณะการเป็นเกย์ไม่ใช่คุณลักษณะที่ดีในการสืบต่อเผ่าพันธุ์ ดังนั้นควรจะถูกคัดเลือกออกโดยวิวัฒนาการ แต่ว่าลักษณะการเป็นเกย์กลับพบมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการสูงขึ้นซะนี่ ...
อ่านแล้วลองคิดเล่นๆ ดู.. "สัตว์ชั้นสูง" ที่มนุษย์จำแนกไว้ อาจจะไม่ได้แปลว่า "ชั้นสูง" จริงๆ ก็ได้หรือเปล่าคะ จริงๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะว่าสัตว์ชั้นต่ำเนี่ย ต่ำที่เรื่องอะไร ทักษะการใช้ชีวิตอาจจะล้ำกว่าคนอีก
เรื่องเกย์นี่ หยกไม่นึกถึงเรื่องสืบพันธุ์นะคะ การคัดออกอาจจะไม่ได้เป็นไปตามกฎเรื่องวิวัฒนาการกับการสืบพันธุ์ แต่นึกถึงแต่เรื่อง "รสนิยม" ซึ่งเป็นไปได้หรือเปล่า ว่าสัตว์(ที่เราเรียกว่า)ชั้นสูง มีเรื่องของรสนิยมอยู่ ทำให้ทำอะไรนอกกฎธรรมชาติ และการคัดออกก็เป็นไปตามกฎ "รสนิยม" ด้วย คือถ้าสังคมไม่นิยมก็โดนคัดออก ถ้าสังคมนิยมก็อยู่ได้
ปล. ที่ไหนมีให้สมัครแชมป์พิมพ์ผิดมั่งคะ ที่ตอบมาเกือบทุกข้อความ ต้องกดเข้ามาแก้ไขคำผิดเกือบครบเลย (- -')
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:38 น.
คือถ้าสังคมไม่นิยมก็โดนคัดออก ถ้าสังคมนิยมก็อยู่ได้
อ่านแล้วคล้ายๆ เรื่องการเมืองการปกครองแฮะ :34:
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:38 น.
อ่านแล้วลองคิดเล่นๆ ดู.. "สัตว์ชั้นสูง" ที่มนุษย์จำแนกไว้ อาจจะไม่ได้แปลว่า "ชั้นสูง" จริงๆ ก็ได้หรือเปล่าคะ จริงๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะว่าสัตว์ชั้นต่ำเนี่ย ต่ำที่เรื่องอะไร ทักษะการใช้ชีวิตอาจจะล้ำกว่าคนอีก
เรื่องเกย์นี่ หยกไม่นึกถึงเรื่องสืบพันธุ์นะคะ การคัดออกอาจจะไม่ได้เป็นไปตามกฎเรื่องวิวัฒนาการกับการสืบพันธุ์ แต่นึกถึงแต่เรื่อง "รสนิยม" ซึ่งเป็นไปได้หรือเปล่า ว่าสัตว์(ที่เราเรียนว่า)ชั้นสูง มีเรื่องของรสนิยมอยู่ ทำให้ทำอะไรนอกกฎธรรมชาติ และการคัดออกก็เป็นไปตามกฎ "รสนิยม" ด้วย คือถ้าสังคมไม่นิยมก็โดนคัดออก ถ้าสังคมนิยมก็อยู่ได้
อาจจะเป็นได้ครับ ในทางสังคม ถ้าสังคมไม่ยอมรับก็จะถูกอัปเปหิออกไปจากสังคม
แต่ว่าคำถามที่น่าสนใจก็คือลักษณะอะไรที่จะเป็นที่ยอมรับของสังคม
ชีวิต คืออะไร คำนิยามนี้มันให้ยากครับ
ถ้าบอกแค่ว่าชีวิตคือการ กิน :24: .. :47: .. และนอนแล้วล่ะก็
ไอ้ที่ผมเซ็นเซอร์ไว้ด้วย น้องเงาะป่า ( :47:) นั่นแหละที่เป็นลักษณะหนึ่งที่จะช่วยให้ชีวิตดำรงอยู่ต่อไปได้ไงครับ
ผมไม่ได้บอกว่าชีวิตคุณหรือผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าขาด เจ้าเงาะ
แต่ชีวิตในที่นี้ ผมหมายถึงชีวิตบนโลกครับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือสิ่งมีชีวิตนั่นแหละ
ถ้าชีวิตไม่มีการสานต่อ สืบต่อสายพันธุ์ หรือว่าพูดให้ตรงๆ หน่อยก็คือการสืบพันธุ์ ( :47:) จากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง
พอมีการตายชีวิตนั้นก็จะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ กลายเป็นอินทรียวัตถุที่ไร้ซึ่งชีวิต รอการเสื่อมสลายต่อไป
ท้ายที่สุด โลกของเราก็จะไม่มีชีวิตใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
ดังนั้น ดาร์วินจึงบอกว่าชีวิตคือ :47: เป็นสำคัญ
ถ้าไม่มีเจ้าเงาะ เผ่าพันธุ์ก็จะอยู่ไม่ได้ และชีวิตในที่สุดก็จะไม่เหลือ โลกของเราก็จะกลายเป็นดาวร้าง
ในทางกลับกัน ถ้าเจ้าเงาะน้อยของผมนั้นประสบความสำเร็จ เผ่าพันธุ์ก็จะดำรงอยู่ได้ และถ้ามีเผ่าพันธุ์ ก็มีชีวิต และก็มีสังคม ใช่ไหมครับ?
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:43 น.
อ่านแล้วคล้ายๆ เรื่องการเมืองการปกครองแฮะ :34:
ประเด็นสังคมนิยมน่าสนใจครับ
เพราะจริงๆ คำถามคือสังคมนิยมอะไร ฮ่าๆๆ
ในกรณีของลิงโบโนโบ บาบูนเพศเมีย จะรวมตัวกัน อยู่กันแบบเป็นกลุ่ม สวิงกิ้ง ดุ๊บดิ๊บกันเอง
เพื่อช่วยกระชับสัมพันธไมตรีในสังคม ตามหลักสมานฉันท์นั่นแหละครับ
ลิงตัวเมียแรงน้อย ถือหลัก รวมกันเราอยู่ แยกกันเราน่วม ...
รวมเป็นกลุ่มร่วมกันสู้ ต่อรองกับลิงตัวผู้เพื่อสิทธิและเสียงในสังคมโบโนโบไงครับ
(ไม่แน่นะ ถ้านักการเมืองปัจจุบันแปลงเพศกันหมด อาจจะทำให้สังคมเราสมานฉันท์กันในทางปฏิบัติมากกว่านี้ก็ได้นะครับ)
ไว้จะมาเม้าส์ต่อละกันครับ ตอนนี้ขออนุญาตแว๊บไปสัมผัสหมอนก่อน
ใครอยากดิสคัสอะไรเชิญเลยนะครับ รอฟังความเห็นอยู่นะครับ
:25:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 01:00 น.
ลุงป๋วยเคยบอกไว้น้านนานแล้วครับว่าเขียนลงอัปเดต :22:
ยังจำได้ด้วยเหรอครับ (แอบปลื้มนะเนี่ย) :40:
จริงๆ ผมมองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปรกตินะ (ออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เป็นเกย์นะ รักผู้หญิงตามปรกติจริงๆ :37:)
แรกเริ่มเดิมที การแปรผันทางเพศมันก็มีมาอยู่แล้ว ทั้งจากของมนุษย์หรือสัตว์
แต่แน่นอน มันคงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้..
ถ้าจะมองในแง่ของชีวะวิทยา ก็เป็นอย่างที่ลุงป๋วยยกมาแล้ว..
ถ้าเกิดวิกฤติทางการสืบพันธุ์ ธรรมชาติก็สร้างให้ตัวผู้กลายเป็นตัวเมีย ตัวเมียกลายเป้นตัวผู้
หรือมี 2 เพศในตัวเองไปเลย เพื่อแก้ปัญหาให้เผ่าพันธุ์สามารถดำรงค์อยู่รอดต่อไปได้
หันกลับมาดูในคนบ้าง ...
ปัญหาเรื่องการสืบพันธุ์ เราคงไม่มีถึงขนาดต้องกลับเพศเพื่อดำรงค์เผ่าพันธุ์กัน
ก็คงต้องมองให้ลึกลงไปในเรื่องของ จิตใจ
คนรู้จักผมหลายคนที่เป็นเกย์ หรือ เพศที่ 3
เค้าให้เหตุผลคล้ายๆกันว่าว่า เค้า "หลงไหล" ในสิ่งตรงข้ามกับที่เค้าเป็น
เค้ารู้สึกว่าเค้าขาด เค้าอยากได้อยากเป็น เค้าถึงเป็น
บางคนหลงไหลในความสวยงามของผู้หญิง หลงไหลในความอ่อนโยน
หรือแม้แต่แค่ หลงไหลในสภาพความเป็นชายที่สมบูรณ์ที่ตัวเองไม่มี เลยกลายสภาพเป็นเพศที่ 3 ไป
ผมว่าเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่ความผิดปรกติที่น่ารังเกียจนะ
มันก็เป็นการเติมเต็ม แรงขับอย่างหนึ่งในร่างกายเหมือนกันกับการอยากได้อยากเป็นแบบอื่น
ต่อไปเรื่องเพศที่ 3 จะไปถึงไหนนั้น ผมว่า มันคงต้องกลายเป็นบรรทัดฐานอย่างหนึ่ง
ทางสังคมหลักไปแน่นอน การทำอะไรต่อไป ต้องคำนึงถึงเพศที่ 3 เป็นหลักด้วยแน่ๆ
ผมว่า มันก็เป็นวิวัฒนาการอย่างหนึ่งของสังคมมนุษย์เหมือนกันนะ..
ส่วนเรื่องว่า ดีหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่ วิจารณญาณของแต่ละคนแล้วล่ะครับ
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:53 น.
คำถามที่น่าสนใจก็คือลักษณะอะไรที่จะเป็นที่ยอมรับของสังคม
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:53 น.
สังคมนิยมอะไร
ใจคนยากแท้หยั่งถึง แล้วทั้งสังคมจะใช้อะไรหยั่งได้
ขนาดหยั่งเสียงเลือกตั้งยังไม่แก้ปัญหาเลย (วกอีกละ) :08:
แบบนี้มั๊งคะ บางคนก็เลยเลือกจะไม่สนใจสังคมมากนัก เอาที่สบายใจ
เรื่องเกย์เนี่ย ก็เคยคิดว่าถ้าเรามีลูก แล้วลูกเป็นเกย์ เราจะมีปฏิกิริยายังไง
ก็คิดว่าแรกๆ ก็คงหาวิธีให้ไม่เป็นมั๊ง (พอดียังเชื่ออยู่ว่าอยู่ที่เหตุปัจจัยที่แก้ได้ก่อน) เหมือนกับเรื่องกิน คือเหมือนเตือนลูกว่า "อย่าตามใจปาก" ไม่ใช่ว่าอยากกินอะไรก็กินเลย ชิลเกินไปก็เหมือนตามกิเลสไปเรื่อย ไม่รู้จักฝืนบ้างผ่อนบ้าง แต่ถ้าลูกฝืนกินไม่ได้จริงๆ กินแล้วชีิวิตตกต่ำอับเฉา กินแล้วร่างกายไม่โต จิตใจเหี่ยวแห้ง ก็ค่อยปล่อยให้เขากินแบบที่เขาอยากกิน.. อัีนนี้หมายถึงตอนเ็ด็กๆ มีอาการนะ แต่ถ้าโตมาแล้ว เป็นอะไรก็บอกมาแล้วกัน ที่สำคัญแม่จะเคืองมากถ้าลูกไปแอ๊บแมนหลอกชาวบ้าน :37:
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 15:28 น.
เรื่องเกย์เนี่ย ก็เคยคิดว่าถ้าเรามีลูก แล้วลูกเป็นเกย์ เราจะมีปฏิกิริยายังไง
ก็คิดว่าแรกๆ ก็คงหาวิธีให้ไม่เป็นมั๊ง (พอดียังเชื่ออยู่ว่าอยู่ที่เหตุปัจจัยที่แก้ได้ก่อน) เหมือนกับเรื่องกิน คือเหมือนเตือนลูกว่า "อย่าตามใจปาก" ไม่ใช่ว่าอยากกินอะไรก็กินเลย ชิลเกินไปก็เหมือนตามกิเลสไปเรื่อย ไม่รู้จักฝืนบ้างผ่อนบ้าง แต่ถ้าลูกฝืนกินไม่ได้จริงๆ กินแล้วชีิวิตตกต่ำอับเฉา กินแล้วร่างกายไม่โต จิตใจเหี่ยวแห้ง ก็ค่อยปล่อยให้เขากินแบบที่เขาอยากกิน.. อัีนนี้หมายถึงตอนเ็ด็กๆ มีอาการนะ แต่ถ้าโตมาแล้ว เป็นอะไรก็บอกมาแล้วกัน ที่สำคัญแม่จะเคืองมากถ้าลูกไปแอ๊บแมนหลอกชาวบ้าน :37:
ผมว่าเป็นอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดีก็พอครับ
ที่เปิดประเด็นเรื่องเกย์และที่เรื่องเกย์มันเป็นประเด็นร้อนสุดๆ ในตอนนี้เพราะว่าสารพัดโพลน่ะครับ
ผลสำรวจบอกมาว่า คนส่วนใหญ่จะยอมรับเกย์และเลสเบี้ยนได้หากว่าพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้เลือกที่จะเป็นแบบนั้น แต่เพราะเขาเกิดมาเพื่อเป็นแบบนั้น
และมีการนำเอาประเด็นนี้ไปใช้ในศาลและการตัดสินคดีความหลายๆ เคสครับ ... เลยเอามาเล่าสู่กันฟังคร่าวๆ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างเกี่ยวกับประเด็นนี้
จริงๆ ผมไปอ่านกระจู๋ฟาสต์ฟู๊ดธุรกิจ ที่ลุงระจันตั้งขึ้นมา (ทำให้ผมคิดถึงบทความของคุณหนุ่มเมืองจันท์ นักเขียนที่ผมชอบคนหนึ่งขึ้นมาทันใด)
แต่หลังจากอ่านแล้ว มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในคลาสเอ็มบีเอ การตลาด (ชอบอ่านนะครับ อิอิ และชื่นชมคนโพสต์มากเลย) หลังจากอ่านคร่าวๆ ก็ทำให้นึกถึงว่าผมเคยอ่านเจอมีคนพยายามเอาหลักการการและกลยุทธิ์ทางคณิตศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ไปอธิบายเรื่องพฤติกรรมเกย์ด้วยครับ น่าสนใจมากเลย ฮ่าๆๆๆ
มีคนเคยถาม ถ้าผมมีลูกชายแล้วเป็นเกย์ หรือ กะเทย จะทำไง
ผมตอบ ว่า ผมจะไปทำอะไรได้ เขาเป็นเพราะเขาเป็น
ก็ส่งเสริมเขาไปตามใจเขาจะเป็น เขาเป็นอะไรไม่น่าสน เพราะเขาเป็นลูกของผม
เหมือนกัน ถ้า ลูกเป็น ทอม ดี้
ก็คิดเช่นเดียวกะกะเทย เกย์ :12:
อ่านที่ ดร. พูดเกี่ยวกับลิงที่ :47: กันเพื่อกระชับความห้าโอ
แล้วดุ๊กดิ๊กดีนะครับ :53:
รหัสลับเยอะแยะ .. :25:
เรื่องเกย์ แอ้ไม่รู้ว่าปริมาณประชากรมีเยอะอย่างนี้มาตลอดรึเปล่า เพราะสมัยก่อนค่อนข้างปิดบัง
ยังมีผู้ใหญ่ที่แอ้รู้จัก แต่งงานบังหน้า มีลูกด้วย .. แล้วก็มาสลับบทบาทกับภรรยาเอาตอนแก่ คือทำอาหาร ดูแลบ้าน
ให้ภรรยาขับรถไปส่งลูก คงทรมานกันทั้งสองฝ่ายน่าดู.. (คิดอีกทีก็ไม่รู้แฮะ เห็นเขาก็อยู่กันสงบดีกว่าบางบ้านซะอีก)
แอบสงสัยมานานแล้วค่ะ แต่ไม่รู้จะถามใคร
1) แฟนชั่นเจป๊อบ ที่ผู้ชายขาวหน้าใสกิ๊ง ผมยาวรุ่ยร่าย กันคิ้วโก่งสวยกว่าแอ้อีก .. พวกนี้มีผลต่อความรู้ึสึกอยากเป็นเกย์รึเปล่าคะ
2) สังคมที่เปิดเผยและยอมรับเกย์มากขึ้น (เรียกได้ว่าเฉยๆ กันเลยทีเดียว ถ้าหล่อก็.. แอบเสียดาย แต่ก็ไม่มีอะไร) ทำให้คนเป็นเกย์มากขึ้นรึเปล่า..
ทั้งนี้ แอ้ไม่ได้หมายถึงคนที่เขาเป็นอยู่แล้วแต่ไม่กล้าเปิดเผยนะ ..
ปล. คิดในหัวไว้เชื่อมโยงกันมากกว่านี้ แต่อธิบายไม่ถูกอ่ะค่ะ.. เอ้อ วันนี้มึนๆ มาจากที่ทำงานด้วย.. ขอเป็นหน่วยเคลื่อนพลเร็ว เก็บข้อมูลต่อไปแล้วกันนะคะ .. :22:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 19:28 น.
อ่านที่ ดร. พูดเกี่ยวกับลิงที่ :47: กันเพื่อกระชับความห้าโอ
แล้วดุ๊กดิ๊กดีนะครับ :53:
ว่าแต่ว่าน้องห้าโอเขาหายไปไหนล่ะครับ ไม่เห็นเลย ... :02:
อ้างคำพูดจาก: ด.ญ.แอ้ ม.๒/๑ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 20:16 น.
รหัสลับเยอะแยะ .. :25:
เรื่องเกย์ แอ้ไม่รู้ว่าปริมาณประชากรมีเยอะอย่างนี้มาตลอดรึเปล่า เพราะสมัยก่อนค่อนข้างปิดบัง
ยังมีผู้ใหญ่ที่แอ้รู้จัก แต่งงานบังหน้า มีลูกด้วย .. แล้วก็มาสลับบทบาทกับภรรยาเอาตอนแก่ คือทำอาหาร ดูแลบ้าน
ให้ภรรยาขับรถไปส่งลูก คงทรมานกันทั้งสองฝ่ายน่าดู.. (คิดอีกทีก็ไม่รู้แฮะ เห็นเขาก็อยู่กันสงบดีกว่าบางบ้านซะอีก)
แอบสงสัยมานานแล้วค่ะ แต่ไม่รู้จะถามใคร
1) แฟนชั่นเจป๊อบ ที่ผู้ชายขาวหน้าใสกิ๊ง ผมยาวรุ่ยร่าย กันคิ้วโก่งสวยกว่าแอ้อีก .. พวกนี้มีผลต่อความรู้ึสึกอยากเป็นเกย์รึเปล่าคะ
2) สังคมที่เปิดเผยและยอมรับเกย์มากขึ้น (เรียกได้ว่าเฉยๆ กันเลยทีเดียว ถ้าหล่อก็.. แอบเสียดาย แต่ก็ไม่มีอะไร) ทำให้คนเป็นเกย์มากขึ้นรึเปล่า..
ทั้งนี้ แอ้ไม่ได้หมายถึงคนที่เขาเป็นอยู่แล้วแต่ไม่กล้าเปิดเผยนะ ..
ปล. คิดในหัวไว้เชื่อมโยงกันมากกว่านี้ แต่อธิบายไม่ถูกอ่ะค่ะ.. เอ้อ วันนี้มึนๆ มาจากที่ทำงานด้วย.. ขอเป็นหน่วยเคลื่อนพลเร็ว เก็บข้อมูลต่อไปแล้วกันนะคะ .. :22:
ตอนนี้หัวไม่แล่นเหมือนกันครับ อิอิ อันนั้นผมไม่รู้เหมือนกันนะครับ เรื่องปัจจัยทางสังคม สงสัยต้องถามนักจิตวิทยา แหะๆ เรื่องจิตวิทยานี้ไม่ค่อยชำนาญอ่ะครับ สงสัยคงต้องถามแฟนดาราเกาหลี แถวๆ นี้กันซะแล้ว...
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 15:04 น.
จริงๆ ผมมองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปรกตินะ (ออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เป็นเกย์นะ รักผู้หญิงตามปรกติจริงๆ :37:)
ออกตัวไว้ด้วยว่ารักหญิง ( :37: ) โอ้ววววว
ในฐานะที่
เอ่อ
ผมว่า ไม่มีใครดีใจหรอกครับ ที่เป็นเกย์
เกย์เขาก็อยากมีครอบครัว อยากแก่ไปมี ลูกมีหลายมาคอยดูแล ไม่อยากมานั่งเดาว่าแฟนที่มีจะไปมีคนใหม่ รึเปล่า( เพระไม่มีข้อผูกพัน)
แต่มันแบบ
ทำไงได้ เราไม่สามารถปฐิเสธตัวเองได้ ก็เลยต้องเป็นตัวเอง อย่างที่เป็น
ซีเรียสไปไหม เรา
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 15:05 น.
อีกตัวอย่างก็คือ กรณีที่ถ้าครอบครัวใดมีลูกชายมากกว่าหนึ่ง ลูกชายคนรองจะมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นเกย์มากกว่าคนโตถึง 33 %
ดังนั้น ถ้ามีลูกชายสามคน คนสุดท้องก็มีแนวโน้มที่จะเป็นเกย์ถึง 99% (ถ้าใครสนใจเรื่องนี้ ไว้คุยกันต่อได้ในภายหลังครับ) :21:
งี๊ถ้าคนแรกเป็นเกย์ คนที่สี่ก็เกย์ชัวร์ (เว้นซะแต่เป็น 1% :30:)
อ่านตอนแรก นึกว่าเป็นเกย์แน่นอน 99% ก็ลังจะแย้งว่าแปลกๆ
อ้าว 99% เมื่อเทียบกับคนแรกนี่หว่า :42:
:38:
ไม่ชอบเกย์ที่มาเจาะแจะ :28:
แต่ถ้าเป็นแล้วไม่มาวุ่นวายกับเรา ก็โอ จะเป็นไรก็เป็นไปเหอะ
โดนเขาชอบแล้วมั๊ง :27:
ปล.
....... ทำไงดี :23:
ทำไมผู้ชายชอบเตะเกย์
สมัยมัธยม ตูมักจะเคยได้ยินบ่อยๆ ที่โรงเรียนชายล้วน
ซ้อมเกย์ในห้องน้ำอะไรแบบนี้อ่ะ
ไม่เคยเห็นคนเค้าซ้อมกันอะครับโรงเรียนผม
เจอแต่คน ชักว่าว
:30:
:55:
ขอโทษครับใช้คำตรงไปหน่อย :46:
แคบจะตายแล้วจะส่งว่าวยังไง
ลมก็ไม่มี เว๊ออออ สนามก็มีไม่ไปชัก :25:
:30: ไม่รู้ครับ
:05: มีแฟนเนื้อหอมในหมู่เพศเดียวกันค่ะ
อ้างคำพูดจาก: จั่วจั๊ว เมื่อ 15 ส.ค. 2008, 21:50 น.
:05: มีแฟนเนื้อหอมในหมู่เพศเดียวกันค่ะ
ใครกำลังคิดเหมือนผมบ้าง
ว่าจั๊วก็ผู้ชายไม่ใช่หรอ :30:
เป็นที่นิมในเพศเดียวกัน :30:
เพศไหนจั๊วะ :37:
:07: :07: :07: :07: หญิงแท้ร้อยเปอร์เซนต์ค่ะ
ต่างคนต่างมีแต่คนเพศเดียวกันมาจีบ เลยอยู่ด้วยกันได้ :30: :05:
ดีจัง :30:
ว้าว ~ ท๊อปปิค น่าสนจายยยยยยย อุว่ะห้าห้า :56: :55: :54: :54: :53: :53: :50: :50: :15: :49:
ู^
อยากจะถามว่า...
เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับนั่น?
เห็นมาป้วนๆเปี้ยนๆ จู๋เกี่ยวกับเกย์ ทั้ง 2 จู๋เลย
:30:
โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ได้รังเกียจ สาวประเภท 2 นะครับ
แต่ก็ไม่ได้ชอบนะเออ
และจะ กลัว - รำคาณมาก ถ้ามาแบบ พยายามเกาะแกะ และแต๊ะอั๋งตู...
บอกตามตรง ถ้ามาแบบนั้นนะ...
น่ากลัวพอๆกับเจอผีเลยครับพี่น้อง :55:
อ้างคำพูดจาก: princekun เมื่อ 19 ส.ค. 2008, 06:08 น.
ู^
อยากจะถามว่า...
เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับนั่น?
เห็นมาป้วนๆเปี้ยนๆ จู๋เกี่ยวกับเกย์ ทั้ง 2 จู๋เลย
:30:
อ๊ะ ~ ถาม ได้ ก็เป็น
เกย์ สิจ๊ะ :33:
อุว่ะห้าห้า :49:
อ้างคำพูดจาก: จั่วจั๊ว เมื่อ 15 ส.ค. 2008, 21:50 น.
:05: มีแฟนเนื้อหอมในหมู่เพศเดียวกันค่ะ
มีสเน่ห์กับเพศเดียวกัน พี่เข้าใจ พี่เข้าใจ :05:
อ้างคำพูดจาก: princekun เมื่อ 19 ส.ค. 2008, 06:08 น.
โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ได้รังเกียจ สาวประเภท 2 นะครับ
แต่ก็ไม่ได้ชอบนะเออ
และจะ กลัว - รำคาณมาก ถ้ามาแบบ พยายามเกาะแกะ และแต๊ะอั๋งตู...
บอกตามตรง ถ้ามาแบบนั้นนะ...
น่ากลัวพอๆกับเจอผีเลยครับพี่น้อง :55:
ผมไม่ปัดป้องนะ ตามสบาย ไม่หวง ของดีแบ่งกันชม :37:
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 19 ส.ค. 2008, 09:11 น.
ผมไม่ปัดป้องนะ ตามสบาย ไม่หวง ของดีแบ่งกันชม :37:
:26:
โอ้โห
สุดยอดอ่ะครับ
เพิ่งรู้ว่าลองบาบูนเป็นเกย์ร้อยละร้อย :38: