เห็นว่า มันเป็นข่าว dvd น่ะครับ เลยไม่ได้เอาไปแจมกับกระจู๋"ช่วงนี้ดูหนังอะไรบ้าง"
(http://www.uppicz.com/image/free-image-hosting-a0a48d.jpg)
(http://images1.wikia.nocookie.net/marvel_dc/images/thumb/c/c7/Birds_of_Prey_93.jpg/300px-Birds_of_Prey_93.jpg)
BIRDS OF PREY เรื่องของ Helena Kyle(แสดงโดยAshley Scott) หรือ Huntess ลูกสาวของ batman กับ catwoman ที่่ออกกวาดล้างอธรรม
BIRDS OF PREY ถูกทำเป็น COMIC นานแล้วครับ เคยออกอากาศในปี 2002 มีจำนวนตอน 13 ตอน(ไม่รวมตอนPILOT)ตัวละครหลักในเรื่องส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงครับ เช่น BATGIRL หรือ ORACLE แสดงโดยDina Meyer ตัวร้ายDr. Harleen Quinzel/Harley Quinn และ Alfred แสดงโดย
Ian Abercrombie
เรื่องเริ่มที่ new gotham city ที่ ไม่มี BATMAN คอยปราบอธรรม Helena Kyleถูกเลี้ยงดูโดยแม่CATWOMAN แล้ว CATWOMAN ก็ถูกJOKERฆ่าตาย BABARA รับไปเลี้ยงและฝึกให้เป็น HUNTRESS ออกปราบอธรรม โดยมี ALFRED คอยช่วยเหลือในฐานะทายาทของตระกูล WAYNE HUNTRESS มีพลังพิเศษ เปลี่ยน MODE ตาได้ด้วย
SERIES ประสบความสำเร็จ RATING สูงมากๆถึง 7.6 ล้านคน แต่ก็ถูกCANCEL ไปเลยมีแค่ 13 ตอนครับ
WARNER BROS จะออก DVD COMPLETE SERIES 4 แผ่น วางจำหน่ายวันที่ 15 กรกกฎาให้ตรงกับช่วง BATMAN DARK KNIGHT ออกฉายอีกที
ใน DVD 4 แผ่นมีอะไรบ้าง
-EPISODE 1-13
-Unaired Pilot
-ANIMATION "Gotham_Girls" ( เรื่องของHarley Quinn, Poison Ivy, Batgirl, Catwoman and Zatanna)
(http://www.uppicz.com/image/free-image-hosting-b460ca.jpg)
4 SEASONS ..30 EPISODEครับ
นางเอก Ashley Scott หลังๆก็ไปเล่นเป็นตัวประกอบมากกว่า เช่นใน in to the blue เล่นเป็นแฟนเพื่อนพระเอกที่โดนฉลามกัดตาย(ซ้ายสุด)
(http://www.halcyon.net/images/halcyon/into-the-blue.jpg)
en.wikipedia
เป็นลูกของ Batman กับ Catwoman ในจักรวาลคู่ขนาน (Earth Two) นี่ครับ
เห็นพาดหัวแ้ล้วตกใจหมด :08:
อ้างคำพูดจาก: ปิติ เมื่อ 06 มิ.ย. 2008, 07:35 น.
เป็นลูกของ Batman กับ Catwoman ในจักรวาลคู่ขนาน (Earth Two) นี่ครับ
เห็นพาดหัวแ้ล้วตกใจหมด :08:
แหะ แหะ แก้หัวข้อแล้วนะครับ :02:
ลูกสาวหน้าตาพังก์มาก :42:
ไม่เห็นรู้เลยว่า catwoman ท้องแล้ว :05:
:05: มันไปได้กันท่าไหนนี่
ว่ากันจริงๆแล้ว ต้องเรียกว่าเป็นลูกของ Catwoman/Batman "คนที่พวกเราคงไม่รู้จัก" ครับ
เพราะเป็น Batman/Catwoman ในจักรวาลคู่ขนาน ซึ่งเนื้อเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับจักรวาลหลักของ DC :08:
ตามเนื้อเรื่องในจักรวาลหลัก 2 คนนี้มีแค่"เกือบๆจะได้กัน"เป็นบางตอนเท่านั้นเองครับ...
ผมถึงได้บอกว่าเห็นหัวข้อแล้วตกใจ... เพราะอีตาบรูซ เวย์นในจักรวาลหลักนี่ไม่น่าจะลงหลักปักฐานกับใครถึงขนาดมีลูกได้แน่ๆ :08:
(การ์ตูนฮีโร่อเมริกัน โดยเฉพาะฝั่ง DC นี่มีเรื่องจักรวาลคู่ขนานเยอะมากครับ...
แล้วเนื้อเรื่อง ตัวละครในแต่ละจักรวาลบางทีก็แยกกันไปแทบจะเป็นคนละเรื่อง
...มีกระทั่งโลกที่คนเลวเป็น"ฮีโร่" คนดีเป็น "ตััวร้าย"
ที่ดูไปดูมาโลกเราก็ชักจะใกล้เคียงเข้าไปทุกวันๆ :41:)
ปล. Birds of Prey เวอร์ชั่น comic เป็นเนื้อเรื่องคนละเรื่องกันกับเวอร์ชั่นซีรีย์อันนี้นะครับ แค่ชื่อเหมือนกันเฉยๆ
(Huntress ใน Birds of Prey เวอร์ชั่น Comic คือ Helena Bertinelli
เป็นลูกสาวเจ้า่พ่อมาเฟียของก็อธแฮม ไม่ได้มีพลังพิเศษ
และไม่ได้เป็นญาติอะไรกับแบทแมนหรือแคทวูแมนแต่อย่างใด)
ปกที่คุณ Loucipher ยกมานี่ก็คาดว่าไม่น่าจะใช่ทั้ง Helena Bertinelli หรือ Helena Kyle ครับ
เ่ท่าที่ลองค้นๆดูน่าจะเป็น Jade Canary (หรืออีกชื่อนึงคือ Lady Shiva) ซะมากกว่า
ปอ. ขออนุญาตแก้ไข-เรียบเรียงข้อมูลในข่าวหน่อยนะครับ เนื่องจากผมอ่านที่คุณ Loucipher เขียนแล้วงงๆ :08:
อ้างคำพูดจาก: Loucipher เมื่อ 06 มิ.ย. 2008, 07:17 น.
BIRDS OF PREY เป็นเรื่องของ Helena Kyle (รับบทโดยAshley Scott) หรือ Huntress
ลูกสาวของ batman กับ catwoman (ในจักรวาลคู่ขนาน) ที่่ออกกวาดล้างอธรรม
ซีรีย์ Birds of Prey สร้างขึ้นโดยได้แนวคิดจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกัน
ออกอากาศในปี 2002 มีจำนวนตอน 13 ตอน(ไม่รวมตอนทดลองฉาย (pilot episode) )
มีตัวละครหลักคนอื่นๆในเรื่อง(นอกจากนางเอก)ได้แก่:
ฺBarbara Gordon หรือ The Oracle รับบทโดย Dina Meyer
(อดีตเคยเป็นแบทเกิร์ล แต่ต้องเลิกเป็นแบทเกิร์ลเนื่องจากขาพิการเพราะโดน Joker ยิงที่เข่า)
Dr. Harleen Quinzel หรือ Harley Quinn (กิ๊กของ Joker) รับบทโดย Mia Sara
Alfred (พ่อบ้านตระกูลเวย์น) รับบทโดย Ian Abercrombie
ฉากของเรื่องนี้อยู่ที่ New Gotham City ในอนาคต เป็นเวลาหลายปีหลังจากที่แบทแมนทอดทิ้งเมืองไป (ทิ้งเมียทิ้งลูกอีกตะหาก :08:)
Helena Kyle ถูกเลี้ยงดูโดยแคทวูแมนผู้เป็นแม่ แต่แล้วแคทวูแมนก็ถูก Joker ฆ่าตาย
บาร์บาร่า กอร์ดอน (The Oracle) จึงรับเฮเลน่าไปเลี้ยงและฝึกให้เป็นนักปราบอธรรมในนาม "Huntress"
โดยมีอัลเฟรดคอยช่วยเหลือ ในฐานะที่เฮเลน่ามีศักดิ์เป็นทายาทของตระกูลเวย์น
Huntress มีความสามารถพิเศษคือ ความคล่องแคล่วและประสาทสัมผัสที่ว่องไวเหมือนแมว (เหมือนแม่)
และสามารถเปลี่ยนตาให้เป็นตาแมว ("the ability to shift her eyes to a feline form" แปลไทยแล้วตล๊กตลก... :08:)
ซึ่งทำให้เธอสามารถมองเห็นในที่มืดได้
เนื้อเรื่องหลักๆจะเป็นการพูดถึงกลุ่ม "กึ่งมนุษย์" (metahuman) ที่มีพลังพิเศษ
และการต่อสู้ระหว่างกลุ่ม Birds of prey ของ Huntress และ The Oracle
กับกลุ่มอาชญากรตัวร้ายที่มีพลังพิเศษเช่นกัน
ถึงแม้ซีรีย์นี้จะประสบความอย่างมาก (มีผู้ชมถึง 7.6 ล้านคนต่อสัปดาห์) แต่ก็ถูกยกเลิกไป เลยมีแค่ 13 ตอนครับ
ส่วนนางเอก Ashley Scott หลังๆก็ไปเล่นเป็นตัวประกอบมากกว่า
เช่นใน Into the Blue เล่นเป็นแฟนเพื่อนพระเอกที่โดนฉลามกัดตาย(ซ้ายสุด)
(http://www.halcyon.net/images/halcyon/into-the-blue.jpg)
Warner Brothers จะวางจำหน่าย DVD Complete Series (จำนวน 4 แผ่น DVD) ในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
้ตรงกับช่วงที่ Batman: The Dark Knight จะออกฉายพอดี
ใน DVD 4 แผ่นมีอะไรบ้าง:
-Episode 1-13
-Episode ทดลองที่ไม่เคยออกฉาย
-ANIMATION "Gotham_Girls" ( เรื่องของ Harley Quinn, Poison Ivy, Batgirl, Catwoman and Zatanna)
4 seasons รวม30 episodes
(http://www.uppicz.com/image/free-image-hosting-b460ca.jpg)
อ้างอิง: en.wikipedia
มันเป็นการ์ตูน อย่าไปคิดมากเลยค่ะ
แต่ว่ามันเก่ามากเลยนะไอเรื่องนี้
http://www.imdb.com/title/tt0312098/
การ์ตูน (และหนัง นิยาย วรรณกรรม ฯลฯ) ที่ดี ต้องสมเหตุสมผลในบริบทของมันครับ :52:
แต่ยอมรับว่าผมจริงจังไปหน่อยแฮะ ตอบไปได้ ยาวเป็นหน้่า :30:
ปล. ซีรีย์ปี 2002-2003 ก็ยังไม่เก่าเท่าไหร่นะครับ 5-6 ปีเอง
คิดว่าน่าจะเป็นทีวีซีรีย์เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแบทแมน ที่ใหม่ที่สุดแล้วล่ะครับ
WB ถึงได้ขุดเอามาขาย หวังเกาะกระแสหนังภาคใหม่ที่กำลังจะฉาย
(เนื้อเรื่องเกี่ยวกันนิดนึง ตรงที่มี joker แค่นั้นแหละ :38:)
เมื่อก่อนอย่างอินกับการ์ตูนเรื่อง Midnight Eye เลยครับ มีตาวิเศษดวงเดียว เปรี้ยวได้ทั่วโลก
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 06 มิ.ย. 2008, 12:52 น.
:05: มันไปได้กันท่าไหนนี่
อยากรู้จริงรึเปล่า :26:
จริงครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: ปิติ เมื่อ 06 มิ.ย. 2008, 14:18 น.
การ์ตูน (และหนัง นิยาย วรรณกรรม ฯลฯ) ที่ดี ต้องสมเหตุสมผลในบริบทของมันครับ :52:
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: ปิติ เมื่อ 06 มิ.ย. 2008, 14:18 น.
การ์ตูน (และหนัง นิยาย วรรณกรรม ฯลฯ) ที่ดี ต้องสมเหตุสมผลในบริบทของมันครับ :52:
ใช่ๆ
นี่แหละเป็นคำตอบที่เอาไว้เถียงคนที่ดูการ์ตูนหรือหนังตลกฝืด
แล้วก็บอกว่า หนังตลกนี่ จะไปคิดเรื่องสมจริงให้เครียดทำไม
ก็ดูซี่ การ์ตูนเหมือนกันอย่างดิสนีย์มันเลยอมตะไง เพราะความประณีตตรงนี้แหละ
และหนังไทยเราถึงดิ่งเหวลงทุกวันๆ เพราะคนหมดศรัทธากะพวกเผาๆ ไงก๊าบ
เอ็มเจอบ่อยๆ เวลาที่วิจารณ์หนังที่ดูแล้วมีมาพูดว่า
"จะเอาอะไรมากกับหนัง ก็มันแค่หนัง"
"เวอร์ๆ ถึงจะสนุก สมจริงก็ไม่มันสิ"
อ้างคำพูดจาก: ปิติ เมื่อ 06 มิ.ย. 2008, 14:18 น.
การ์ตูน (และหนัง นิยาย วรรณกรรม ฯลฯ) ที่ดี ต้องสมเหตุสมผลในบริบทของมันครับ :52:
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 06 มิ.ย. 2008, 22:57 น.
ใช่ๆ
นี่แหละเป็นคำตอบที่เอาไว้เถียงคนที่ดูการ์ตูนหรือหนังตลกฝืด
แล้วก็บอกว่า หนังตลกนี่ จะไปคิดเรื่องสมจริงให้เครียดทำไม
ก็ดูซี่ การ์ตูนเหมือนกันอย่างดิสนีย์มันเลยอมตะไง เพราะความประณีตตรงนี้แหละ
และหนังไทยเราถึงดิ่งเหวลงทุกวันๆ เพราะคนหมดศรัทธากะพวกเผาๆ ไงก๊าบ
:37:/
ว้าย ไม่ลงทุน
จ้ะ พ่อคนทุนหนา ไม่เคยแอบอ้างของใคร :49:
เหมือนที่คุณ HATA เพื่อนผม เปรียบไว้ โครงเรื่องเหมือนโครงกระดูก บทเหมือนเนื้อหนัง ภาพยนต์จะมีเรื่องสนุกก็เหมือนคนมีกระดูกแข็งแรง คนจะหล่อจะสวยขึ้นกับเนื้อหนังครับเหมือนภาพยนต์ จะดีอยู่ทีบทด้วย เอากรณีศึกษาของ IRONMAN THE MOVIE มาให้อ่านกันครับ
*****************************************************************************************
เอามาให้อ่านกันนะครบ จากบทวิจารณ์ของคุณหมื่นทิพย์ ผมคัดเฉพาะตรงที่เป็นประวัติ
แนวหนัง แอ็กชัน ซูเปอร์ฮีโร่
ตอนแรกว่าจะร่ายไม่ยาวนัก แต่นี่มีคนแว่บมาบอกว่าปูเสื่อรออ่านก็เลยต้องเอาซะหน่อยล่ะครับ ไม่ได้รีวิวหนังใหม่ยาวๆ มานานแล้ว (ด้วยงานเยอะหนึ่งและขี้เกียจอีกหนึ่ง) เตือนไว้ก่อนนะครับว่ามันยาวมาก ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ไปอ่านดาวตอนท้ายได้เลยครับ
ดูตั้งแต่มันเข้าวันแรกแล้วล่ะครับสำหรับพี่มนุษ ย์หุ่นเหล็กไอรอนแมน ซูเปอร์ฮีโร่รายล่าสุดของ Marvel Comics ที่ได้มีหนังเป็นของตัวเองซักทีหลังจากคั่วกันมานานมากๆ
เพราะจริงๆ หนังมีแผนจะสร้างตั้งแต่ปี 1990 แล้วนะครับ โดยทาง Universal Studios ซื้อสิทธิ์ไปกะจะทำให้มันยักษ์กันไปเลย (เพราะ Batman ภาค Tim Burton มาแรงจนผู้อำนวยการสร้างพากันซื้อสิทธิ์ซูเปอร์ฮีโรกันค่ายละเรื่องเลยล่ะมั้งตอนนั้
นน่ะ
กะว่าจะฮิตเหมือนพี่แบท แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่มีใครอาจหาญกล้าทำ จน Stuart Gordon (ผู้กำกับ Re-Animator หรือ คนเปลี่ยนหัวคนนั่นเอง) เสนอตัวว่าจะมาทำให้ ซ้ำยังเสนอว่าจะทำแบบเซฟทุนสุดๆ ตอนแรก Gordon นึกว่า Universal จะโอเคเพราะเห็นว่าเขาเสนอทุนสร้างไปไม่เยอะ แต่ผิดคาดเพราะทางค่ายต้องการสร้างหนังใหญ่จริงๆ
ไปชนกับแบทแมนเลย ทุนไม่เยอะแล้วมันจะใหญ่ได้ไง อีกทั้ง Gordon ก็มีชื่อในหนังสยองมากกว่า แต่นี่มันหนังฮีโร่ ทางค่ายเลยไม่ตกลง
แล้วเวลาก็ล่วงมาถึงปี 1997 สิทธิ์พี่มนุษย์เตารีดในมือ Universal ก็หลุดมาสู่มือของ 20th Century Fox
ทางค่างจิ้งจอกก็ไม่รอช้าประกาศทันทีแบบไม่กลัวแป้ก ซ้ำดาราที่ฮ็อตเยอะแต่ผมน้อยในตอนนั้นอย่าง Nicolas Cage ก็ประกาศตัวว่าสนใจเล่นบทนี้มากเพราะเป็นแฟนการ์ตูนอย่างเหนียวหนึบ
แต่ไปๆ มาๆ พี่ Cage ก็บอกศาลาตอนที่ Tim Burton มาเกริ่นๆ จะทำ Superman Returns เลยโยกไปเป็นมนุษย์กางเกงในอยู่ด้านนอกดีกว่า (แต่ก็ไม่ได้เล่นอยู่ดี)
ทีนี้พอเก้าอี้พี่เตารีดแมนว่า พ่อหนุ่มอารมณ์ดี Tom Cruise ก็เตรียมนั่งแทนพร้อมบอกว่าจะอำนวยการสร้างตามด้วยแสดงนำให้เสร็จสรรพเลย ตอนนั้นทาง Stan Lee ก็ร่ำๆ จะยอมลงมาร่วมด้วยเพราะตามเอา Jeffrey Caine คนเขียนบทเจมส์ บอนด์ 007 ตอน Goldeneye มาช่วยร่างบทแรกให้ที แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่กำเนิดเป็นรูปเป็นร่าง เพราะโจทย์ที่ยากสุดขีดคือ เรื่องราวพี่มนุษย์เตารีดคนนี้มันไม่ซับซ้อน
แต่ทางคนเขียนยังนึกไม่ออกว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อนนี่ให้ออกมาน่ าสนใจได้ อย่างไร จนพี่ Cruise แกไม่รอ ไปทำหนังภาคต่อ Mission: Impossible ดีกว่า
พอโปรเจคท์นี้นิ่งไปพักหนึ่งก็มีคนออกมากวนให้ดังอีก คนที่ออกตัวว่าขอเขียนบทและกำกับให้ก็ไม่ใช่ใคร พี่แกมีนามกรว่า Quentin Tarantino (แอบนึกในใจ มันจะกลายเป็น Grindhouse: Iron Man ไหมวะเนี่ย)
แต่ทางค่ายจิ้งจอกก็เหมือนจะสนใจ แต่เผอิญช่วงนั้นเฮีย Quentin แกนึกเฮี้ยนอะไรก็ไม่รู้ ประกาศจะทำหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้เยอะไปหมดไม่จริงจังซะที จนค่าย Fox เห็นว่าถือสิทธิ์ไว้ก็ไม่เข้าท่าเลยขายต่อให้ New Line Cinema ไปซะเลย
พอสิทธิ์มาอยู่ที่ New Line ก็เริ่มมีแววได้ดูขึ้นมาอีก เพราะทีมคนเขียนบท Ted Elliott, Terry Rossio และ Tim McCanlies โดยสองรายแรกคือคนเขียนหนังชุด Pirates of the Caribbean นั่นเอง
ส่วนรายหลังเคยทำหนังการ์ตูนฮีโร่ที่แสนจะน่ารักชื่อว่า The Iron Giant มาก่อน การผนึกกำลังของเขาได้บทที่น่าสนใจมากสำหรับแฟน Iron Man เพราะพวกเขากระซิบว่าจะมีการผูกเรื่องเชิญตัวละครที่ชื่อว่า นิค ฟิวรี่ ซูเปอร์ฮีโร่อีกหนึ่งรายมาใส่ในเรื่องด้วย
ตามด้วยการทำให้เรื่อง Iron Man ออกมาเรียบง่ายแต่น่าสนใจ อันปเนการแก้โจทย์ที่ก่อนหน้านี้คนอื่นตันมาตลอด
ถัดมาปี 2001 ก็มีเรื่องให้แฟนๆ ได้เฮอีก เพราะบทหนังเริ่มเป็นเรื่องแล้ว (จากสามคนนั้น) NL เลยใจชิ้นไปคุยจีบ Joss Whedon ผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์ Buffy, Angel ให้มาทำหนังเรื่องนี้ที
แต่พี่แกก็เซย์โนเพราะตอนนั้น Series สองอันนั้นกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อ (ใครเคยดูจะทราบครับ ตอนนั้นเรื่อง Buffy กำลังมันส์ ส่วน Angel นั้นก็แยะไปได้ไม่นาน) NL เลยย้ายป้ายไปติดต่อคนทำหนังที่งานไม่เยอะแต่ทำหนังได้ดีอย่าง Nick Cassavetes (She's So Lovely และ John Q) แล้วข่าวว่า Iron Man จะได้ฤกษ์เบิกโรงฉายในปี 2006 ก็กระหึ่มขึ้นมา
แต่ในที่สุดแนวทางที่ NL ต้องการ กับที่ Cassavetes อยากให้ทำก็สวนทางกัน เพราะค่ายหนังอยากให้มันออกมาอลังการแอ็กชันมันส์ล้วนๆ แต่ผู้กำกับอยากทำให้มันซึมลึก เป็นฮีโร่แนวชีวิตที่น่าประทับใจ
แต่เผอิญระยะนั้น หนังฮัโร่ที่ Ang Lee ทำอย่าง Hulk ซึ่งเน้นชีวิตมากเกินเหตุจนออกมาเจ๊ง ทาง NL เลยเหยียบเบรกตัวโก่งว่า อย่าทำให้มันออกมาชีวิตหนักเลยน่า แค่บู๊ก็พอ ลองว่าเป็นแบบนี้โปรเจคท์ก็เลยเข้ากรุอีกรอบ ตามระเบียบ
พอปัญหามากมายรุมล้อม New Line ก็ถอดใจ เอาสิทธิ์ Iron Man คืนให้ Marvel ไปในที่สุด ซึ่งทาง Marvel ก็ไม่ทำอะไรกับมันมาก พยายามปรับปรุงบทเหมือนกัน แต่ก็ออกมาแถลงแบบกึ่งๆ ถอดใจว่า Iron Man อาจจะเป็นตัวการ์ตูนฮีโร่คนเดียวของค่ายที่จะไม่มีการทำเป็นหนังคนแสดงจริง
< br>หลังจากแฟนๆ (และผมด้วย) ทำใจไปพักหนึ่ง ก็มีชายร่างท้วมนามว่า Jon Favreau ที่ดังเอาเรื่องไปกับ Elf และ Zathura: A Space Adventure ได้เสนอว่าเขาจะขอทำเรื่อง Captain America แต่ที่นี้พอคุยไปคุยมาก็เกิดเปลี่ยนใจ
เพราะเขาอยากทำซูเปอร์ฮีโร่ที่มีความหนักมีอารมณืดราม่ามากขึ้นอีกหน่อย เลยหันมาทำ Iron Man แทน ตอนนั้นผมฟังข่าวใจก็พาลนึกไปว่า "นี่พวกพี่เลิกเสนอตัวได้ไหม ทำมันออกมาเลย!" รอเกือบจะยี่สิบปี ทำเป็น Indiana Jones ไปได้
แต่งานนี้พี่แกเอาจริงครับ แกพกคนเขียนบท Arthur Marcum และ Matt Holloway (สองรายนี้ได้รับมอบหมายให้เขียนบทภาคต่อ Punisher ด้วย) และเพื่อความชัวร์ แกเลยจัดเอาอีกสองนักเขียนบท Mark Fergus และ Hawk Ostby เขียนบทอีกหนึ่งทีม
ซึ่งสองรายหลังนี่ได้รับความสนใจมากที่เขียนเรื่องราว Children of Men ได้อย่างน่าปรบมือ
เรียกว่า Favreau แกอยากทำหนังเรื่องนี้มากครับ เลยให้คนเขียนบทสองทีมเขียนแข่งไปพร้อมๆ กัน คู่ไหนเขียนดีกว่าก็เอาบทคู่นั้น หรือไม่ถ้าดีทั้งคู่ก็จัดการมาผสมกันซะเลย และผลก็เป็นอย่างหลังครับ บทมีดีด้วยกันทั้งคู่
Favreau เลยต้องไปใช้บริการ John August นักเกลาบทมือเยี่ยมที่ผ่านงานหนังอย่าง Charlie's Angels, Jurassic Park III, Minority Report, Big Fish, Charlie and the Chocolate Factory และ Corpse Bride มาแล้ว ว่ากันว่าเขาคือคนจับเอาส่วนเด่นของหนังมาชูเพื่อทำให้หนังโดยรวมดูดีขึ้น ปิดจุดบอดที่บกพร่องน่ะครับ แกจะเก่งยุทธวิธีเขียนบทแบบกึ่งๆ
ผักชีราดหน้ามาก (ยิ่งกว่าโรยเยอะ) ดังนั้นแม้แต่หนังอย่าง Charlie's Angels: Full Throttle ที่ไม่ใคร่จะเข้าแก๊บแกก็ยังพยายามเตะให้พอดูได้ขึ้นมาบ้าง
พอบทได้ที่ Favreau ก็จัดแจงเติมสไตล์ของเขาลงไป เขาเล็งเห็นครับว่าช่องโหว่สำคัญของหนัง Iron Man คือความที่เนื้อเรื่องของมันไม่ใคร่จะลึกซึ้งเท่าเรื่องอื่นๆ แต่อันที่จริงแม้ตัวเอกอย่างโทนี่
สตาร์กจะไม่ได้มีความลึกซึ้ง แต่เขาก็มีแรงดลใจที่ชัดเจนในการช่วยโลก พี่แกเลยเห็นว่าเขาควรสอดแทรกเรื่องราวเพิ่มความแน่น ด้วยเรื่องราวแนวกึ่งๆ สายลับบวกจารชนลงไป (Favreau จำกัดความว่าเขาเอาสไตล์แบบ Ton Clancy แห่งนิยายชุดแจ๊ค ไรอัน, เจมส์ บอนด์ 007 และ Robocop เข้าด้วยกัน)
เมื่อเอาสไตล์สายลับมาบวกกับฮีโร่อย่างพี่มนุษย์เตารีด แบบนี้หนังจะเด่นและน่าสนใจขึ้นมาก... โหย แกทำการบ้านเยอะน่าดูเลยนะครับนั่น
แล้วความตั้งใจเขาก็ได้ผลสำเร็จ บัดนี้ Iron Man เป็นหนังเรียบร้อย
และเป็นหนังที่ผมคาดว่าดังแน่ มีภาคต่อนอนมาแต่ไกลเลยทีเดียว
สำหรับ Iron Man นั้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1963 โดย Stan Lee ตาลุงแห่ง Marvel เกิดอยากสร้างสรรค์ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีภูมิหลังเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมารับมือกับเหล่าร้าย โดยอิงเอาลักษณะคาแร็คเตอร์มาจาก Howard Hughes
แล้วก็ไม่ต้องพูดถึงครับ พี่แกดังฮิตติดลมบนมาจนถึงปัจจุบัน
CREDIT:คุณหมื่นทิพย์
http://www.popcornmag.com/bbs/index.php?showtopic=4539
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=10000tip&group=1
*********************************************************************** *********
เท่าที่อ่านดูจะเห็นว่า JOHN Favreau เขาใส่ใจกับบทมากๆรวมทั้งรายละเอียดด้วยครับ หนังเลยประสปความสำเร็จ
ได้หนังมาแล้วหละ ครบเลย :40: