ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => ห้องศิลป์ => โพสต์ถูกเริ่มโดย: G27 เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 13:22 น.

ชื่อเรื่อง: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: G27 เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 13:22 น.
อยู่ในโครงการ : ไทยจะตาย (THAI Style Project)

Zoom Out
(http://img30.picoodle.com/img/img30/4/4/28/f_Paak001m_5aa6379.jpg) (http://www.picoodle.com/view.php?img=/4/4/28/f_Paak001m_5aa6379.jpg&srv=img30)

Zoom In
(http://img33.picoodle.com/img/img33/4/4/28/f_Paak002m_078f6ac.jpg) (http://www.picoodle.com/view.php?img=/4/4/28/f_Paak002m_078f6ac.jpg&srv=img33)

โครงการ : ไทยจะตาย (THAI Style Project) ไม่ได้มีหน้าที่เป็นตัวกำหนดกรอบเกณฑ์ของงานนออกแบบไทยในแขนงต่างๆ หากเป็นการส่งเสริม ผลักดัน ให้มีความชัดเจน มีความเป็นไทยขึ้นทุกขณะ ชาตินิยม เสียมากกว่า ไม่ได้มุ่งเน้นแสวงหากำไร แต่อยากจะสร้างจิตสำนึก หรือตัวตนแห่งชาติ ในเมื่อเรามีความเป็นไทย เราเป็นไท แล้วทำไมเราไม่แสดงให้ชาวโลกเห็น ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีนักออกแบบไทยจริงๆ ที่ใช้แนวไทยๆ ซึ่งถ้าคิดเป็นร้อยละเทียบไม่ได้กับนักออกแบบไทย ที่ใช้แนวทางสากล...

สนใจโครงการ : ไทยจะตาย (THAI Style Project) ไปที่ http://g27plugcula.blogspot.com/  :10: :10: :10: :35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 16:09 น.

น่าสนใจมาก ถ้าย้ายไปห้องศิลป์  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 16:11 น.
ใช่ทีมเดียวกะของพี่ฉึ่งไหมนี่



เอ้อ อย่าว่าผมนะ
ผมไม่เห็นความเป็นไท เลยแฮะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 23:18 น.
เฮ้ย ผมชอบชื่อแฮะครับ
ไทยจะตาย-ไทยสไตล์เหรอ เท่ๆ

เอาไว้เถียงลุงโอ๋ได้ด้วย ว่า "ใครว่าล่ะ นี่แหละ ไทยจะตาย" :30:


แต่ผมมองงานด้านบนออกญี่ปุ่นแฮะ ทำไมหนอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 23:29 น.
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 23:18 น.
เฮ้ย ผมชอบชื่อแฮะครับ
ไทยจะตาย-ไทยสไตล์เหรอ เท่ๆ

เอาไว้เถียงลุงโอ๋ได้ด้วย ว่า "ใครว่าล่ะ นี่แหละ ไทยจะตาย" :30:


แต่ผมมองงานด้านบนออกญี่ปุ่นแฮะ ทำไมหนอ

ชื่อผมก็ชอบเลยไม่เถียง
แต่ ไทจะตาย นี่คือ คนทำจะพยายามให้มันตาย
หรือ ไทกะลังจะตาย หรือ คิดว่า ไทจะตายเลยต้องพยายามเป็นไทย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 00:16 น.
ก็นี่แหละครับ มันเลยลึกลับซับซ้อนไง
ยิ่งดูยิ่งเจ๋ง แล้วก็ยิ่งพาออกจากคำว่าไทยไปเรื่อยๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 00:24 น.


ก็เนี้ย ไทยจะตายแล้ว แหม๋น  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 03:22 น.
เออแฮะ ชื่อมันน่าสนใจนั่นแหละ ไทยจะตาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 08:36 น.
อ้างคำพูดจาก: (ส)ฟิ้งซ์™ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 03:22 น.
เออแฮะ ชื่อมันน่าสนใจนั่นแหละ ไทยจะตาย

แล้วงานเขาละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 10:53 น.
รูปทรงของลายเปลว ลายกนก ยังไม่ใช่จังหวะของมันซะทีเดียวครับ :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: llsคตาซoย เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 10:55 น.
 :05: ภาพอะไรเนี่ย :09:  ดูไม่เป็น :38:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 10:59 น.
 :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:01 น.
ผมว่ามันก็สวยดีแหละน่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:10 น.
สำหรับคนที่ไม่รู้ศิลปะแบบผม ถ้าดูรูป ก็วิจารณ์ว่า นี่มันไทยตรงไหนหว่า?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:21 น.
วิจารณ์แบบนั้นฟังดูไม่ดีเลยเนอะ  :01:

ผมว่าชื่อดีออกนะ ไทยจะตายไป
ทำไมไทยต้องแบบเดิม รูปเดิมๆจัดองค์ประกอบเดิมๆ  :25:
คิดใหม่ ทำใหม่ ดูไทยแถมยังร่วมสมัยออกนะ  :25:

ศิลปะมันต้องพัฒนาให้มันอยู่ได้ ใช่แต่จะเก็บของเก่าแล้วปล่อยให้มันแห้งตาย 
เหมือนของญี่ปุ่นหรือของตะวันตก เค้าไม่ย่ำอยู่กับที่แต่ทำให้มันสากลเป็นที่นิยม
ผมชอบนะ คนที่พัฒนา เหมือนประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ถ้ารูปแบบเป็นไทยเดิม แล้วแค่จัดองค์ประกอบใหม่
สวยมากมายแค่ไหน ใช่ว่าจะชนะ แต่อยู่ที่ว่าเอามาพัฒนา ความคิดสร้างสรรค์การนำเสนอ
ศิลปไทยคือการนำของเก่ามาประยุคให้ร่วมสมัย ใจจริงผมคิดแบบนั้นนะ

:46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:22 น.
ไม่เห็นไม่ดีตรงไหน

ผมก็ว่า มันไทยตรงไหนหว่า เหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:29 น.
เห็นเค้าบอกว่า  "​ไม่​ได้​มีหน้าที่​เป็น​ตัวกำ​หนดกรอบเกณฑ์ของงานนออกแบบไทย​ใน​แขนงต่างๆ​ ​หาก​เป็น​การส่งเสริม​ ​ผลักดัน​ ​ให้​มี​ความ​ชัดเจน​ ​มี​ความ​เป็น​ไทยขึ้นทุกขณะ"


อยากถามว่าผมมองรูปแล้วผมไม่เห็นความเป็นไทยตามที่เค้าโฆษณาไว้นี่ผมผิดหรือเปล่าครับ?
มันดูออกสากลมากกว่า ตัวหนังสือยังไม่ใช่อักษรไทยเลยนี่นา


เรื่องสวยผมไม่เถียงครับ เพราะครั้งแรกที่ผมเปิดจู๋นี้มา ผมประทับใจรูปมาก มันสวย มันอาร์ต มันทำให้เราสุขใจ
แต่พออ่านคำอธิบาย ผมไปต่อกับความเป็นไทยไม่ถูกเลย

คิดว่าคนไม่เข้าใจก็น่าจะเยอะพอควรแหละถ้าเอาไปบอกใครว่านี่รูปสไตล์ไทย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:34 น.
ผมเข้าไปอ่านมาแล้วเข้าใจว่า ต้องการพัฒนาความเป็นไทยให้เป็นสากลน่ะครับ 
เพื่อนกำหนดแนวทางศิลปะในงานออกแบบที่มองแล้วรู้ว่าไท้ยไทย ซึ่งผมก็มองว่าอืม มันก็ใช่แฮะ  :05:
อย่างที่ผมตอบไว้ก่อนหน้านั้นเลย ถ้ามุมมองไม่ตรงกับคนอื่นก็ขอโทษด้วยนะครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:35 น.
การมองไม่ตรงนี่แหละทำให้เราพัฒนา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:47 น.
อ่านมุมมองของเบลก็พอเข้าใจมุมมองครับ :12:


แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็ขอแสดงจุดที่ผมมองนะ


ผมเข้าใจว่าศิลปะ มีคนสามประเภท สามคน เหมือนที่โน้สอุดมเคยเขียนไว้ใน GU ว่าเคยไปดูละครที่ว่ากันด้วยเรื่องนี้

คนแรกชอบเรื่องศิลปะมาก ชอบแบบมีหลักการเหตุผลอะไรก็แล้วแต่
แต่ไปซื้อภาพที่เป็นเส้นสีขาวสองสามเส้นทแยงบนผ้าใบสีขาวไว้รูปหนึ่ง

คนที่สองมาเห็นก็ไม่ชอบ รูปอะไรของมันวะ ก็ไปเถียงกับคนที่หนึ่งว่าซื้อมาทำไม แพง

คนที่สาม เฉยๆ ไม่ชอบรูปเหมือนกัน แต่ยังไงก็ได้ แค่ไม่อยากให้สองคนแรกขัดแย้งกัน


ผมเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เอาไว้มองศิลปะและทุกๆ อย่างว่ามันมีหลายมุม


แต่คำโปรย หรือคำโฆษณาของงานนี้คือ พัฒนาจากความเป็นไทย ก็น่าจะมีเอกลักษณ์ของไทยเป็นจุดยืนก่อนครับ
คือพัฒนาจากลายกนกไปเป็นลายกนกแบบมีความสากลอะไรทำนองนั้นน่ะครับ

แต่นี่เห็นบอกว่า ให้มีความชัดเจนในความเป็นไทยขึ้นทุกขณะ ก็น่าจะเอางานสากลมา
แล้วทำให้รูปแบบให้ออกไทยมากขึ้น จากไทยร่วมสมัยอันก่อน ก็มาเป็นร่วมสมัยไทยอันนี้

รูปน่ะชอบ ไม่เถียงเรื่องความสวยงาม ร่วมสมัย โมเดิร์นอะไรเลย
แต่จุดที่ผมสงสัยก็คือ ผมมองหาจุดยืนของความเป็นไทยในรูปยังไม่เจอครับ

หวังว่าคงพอเข้าใจ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 23:16 น.
+ พี่สฟิงค์

ชอบคำพูดพี่มาก มีจุดยืนที่แน่นอน

และอธิบายเข้าใจง่ายดีครับ

ผมก็ดูไม่ไทยนะแว้บแรก (เห็นไอ่ปากคาบบุหรี่อ่ะแล่ะ)

ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามองว่าเป็นไทย หรือ ผมอ่านว่าไทยเลยมองเป็นไทย ก็ไม่รู้

แต่ไม่ค่อยประทับใจรูปนี้นะ (เฉพาะรูปนี้) ไม่ชอบที่ทำไมต้องคาบบุหรี่

ผมว่ามันดูไม่สร้างสรรค์อ่ะครับ (โดนปลูกฝังมาว่าบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี : สลิดว่ะ) ติดแค่นี้แล่ะ


ว่าแต่ใครมีวอลเปเปอร์แบบลายไทยบ้างครับ อยากได้ หามานานละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 23:45 น.
นานาว่ามันไม่ค่อยไทยนะ
นึกถึงญี่ปุ่นกับจีนมากกว่า
แต่เกือบจะไทยแล้ว  :25:
ชอบตรงปาก ไม่รู้ทำไม  :30:
แต่ที่แน่ๆ คือสวย  :25:

เหมือนเคยเห็นจู๋ที่คุยเรื่อง อะไรไทย ไปแล้ว
อะไรที่ไทยแล้วไม่ใช่ลายกนก :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 23:55 น.
โอ้โห สวยนะครับเนี่ย
แต่อย่างว่าครับ ชื่องาน มันแรง เลยทำให้ตัวงานดูดร๊อปๆไปนิดๆ (ไม่ไทยจะตายเท่าที่ควร)
แต่ถ้าตัดชื่องานออก โชว์ชิ้นงานเพียวๆผมว่าดีเลย


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 01 พ.ค. 2008, 02:56 น.
:30: เห็นด้วยครับ

นี่อารมณ์เดียวกะน้องสวรรค์เบี่ยงเลยนะ
คือชื่อแย่งความเด่นของงานไปแล้ว ทีนี้แหละ ไทยจะตายเอา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: G27 เมื่อ 03 พ.ค. 2008, 23:07 น.
อ้างคำพูดจาก: ความฝันอันเสียวสุด เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 10:53 น.
รูปทรงของลายเปลว ลายกนก ยังไม่ใช่จังหวะของมันซะทีเดียวครับ :52:

อ้างคำพูดจาก: (ส)ฟิ้งซ์™ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:10 น.
สำหรับคนที่ไม่รู้ศิลปะแบบผม ถ้าดูรูป ก็วิจารณ์ว่า นี่มันไทยตรงไหนหว่า?

อ้างคำพูดจาก: โอ๋ (ระจัน) เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:22 น.
ไม่เห็นไม่ดีตรงไหน

ผมก็ว่า มันไทยตรงไหนหว่า เหมือนกัน

"โครงการ : ไทยจะตาย (THAI Style Project) ไม่ได้มีหน้าที่เป็นตัวกำหนดกรอบเกณฑ์ของงานนออกแบบไทยในแขนงต่างๆ หากเป็นการส่งเสริม ผลักดัน ให้มีความชัดเจน มีความเป็นไทยขึ้นทุกขณะ ชาตินิยม เสียมากกว่า"

ผมอยากให้มันกลิ่นอายของความเป็นไทย ไม่ใช่ไทยทั้งดุ้น ถ้าชื่อของโครงการไม่ได้ตีความหมาย หรือความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆออกมา ผมก็คงเขียนลายไทยส่งให้ชมกันแล้วครับ


อ้างคำพูดจาก: เบลเยี่ยม เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:21 น.
วิจารณ์แบบนั้นฟังดูไม่ดีเลยเนอะ  :01:

ผมว่าชื่อดีออกนะ ไทยจะตายไป
ทำไมไทยต้องแบบเดิม รูปเดิมๆจัดองค์ประกอบเดิมๆ  :25:
คิดใหม่ ทำใหม่ ดูไทยแถมยังร่วมสมัยออกนะ  :25:

ศิลปะมันต้องพัฒนาให้มันอยู่ได้ ใช่แต่จะเก็บของเก่าแล้วปล่อยให้มันแห้งตาย 
เหมือนของญี่ปุ่นหรือของตะวันตก เค้าไม่ย่ำอยู่กับที่แต่ทำให้มันสากลเป็นที่นิยม
ผมชอบนะ คนที่พัฒนา เหมือนประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ถ้ารูปแบบเป็นไทยเดิม แล้วแค่จัดองค์ประกอบใหม่
สวยมากมายแค่ไหน ใช่ว่าจะชนะ แต่อยู่ที่ว่าเอามาพัฒนา ความคิดสร้างสรรค์การนำเสนอ
ศิลปไทยคือการนำของเก่ามาประยุคให้ร่วมสมัย ใจจริงผมคิดแบบนั้นนะ

:46:

อ้างคำพูดจาก: โอ๋ (ระจัน) เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 11:35 น.
การมองไม่ตรงนี่แหละทำให้เราพัฒนา

ผมคิดว่ามุมมองนี้ รู้สึกดีนะครับ ผมไม่ได้เข้าข้าง หรือเห็นด้วยเพราะว่ามันเป็นงานของผม เนี่ยล่ะครับต้องมีการพัฒนา ทั้งการพูด การจา ฯลฯ ถึงได้มีวิชาที่เกี่ยวกับการสื่อสารออกมาให้ชนชาวโลกได้อ่านกันเยอะแยะมากมาย

ส่วนหลายๆความคิดนั้นก็ออกไปทำนองเดียวกับด้านบน

จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากมาชี้แจงรายละเอียดปลีกย่อยมากมายหรอกครับ แต่ว่าถ้าชี้แจงแล้วเกิดความสบายใจก็น่าจะดี เอาเลยละกัน

Key Visual เรื่องของไทย (ที่ผมคิดนะ...ย้ำที่ผมคิด)
     1. ความแออัดยัดเยียด คือ ผมมองว่าคนไทยชอบอะไรที่มันแออัดหรือแน่นๆ เช่น
         - ชุมแออัด (อันนี้คงเลือกไม่ได้)
         - หนังสือพิมพ์ที่ไม่มี Space
         - ลายจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง
     2. เรื่องของการใช้สี
         - สีสันที่ค่อนข้างทมึนๆ เพราะว่าจิตรกรรมไทยส่วนมากใช้สีฝุ่น หรือไม่ก็ปิดทอง
     3. การประดิษฐ์ประดอย
         - สถาปัตยกรรม
         - จิตรกรรม
         - ประติมากรรม
         - อาหารไทย ทั้งคาวหวาน
อ่านดูแล้วทะแม่งๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับงานของผม ก็ผมได้แนวความคิดมาจากข้างต้นนี้นะครับ เรื่องของความไทยๆ ไม่เชื่อลองหาดูได้เลย 555+
         
Main iDea
     ผมมองว่า ผมยังไม่เคยทำงานเขียนภาพประกอบประเภทนี้มาก่อนเลย ที่ออกไทยๆ (ที่ผมรู้สึกคนเดียวก็ได้) ผมเลยอยากให้มันเป็นสากลอย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้น อยากให้คนต่างชาติเป็น แล้วรู้สึกนิดๆว่ามันเป็นไทย แต่ในความเป็นไทยนั้นน่ะที่เขาเคยเจอมันไม่ใช่แบบนี้...เข้าใจมั๊ยครับ เพราะว่ามันเป็นลายไทยๆ ที่ผมค่อยๆพัฒนามาเป็นของผมเอง!
     แล้วเรื่องภาพประกอบเนี่ย ผมเป็นคนสูบบุหรี่ แล้วจะเห็นบุหรี่ใช่มั๊ยครับ ผมยังอยากใส่ยี่ห้อกรองทิพย์ลงไปเลย แต่ไม่อยาก เด๋วโดนด่า โดนว่า ว่าโฆษณาให้กับบุหรี่ 555+ แล้วควันที่พ่นออกมาน่ะมันคือ G27 ก็ชื่อผมนั่นเอง

ยังไงขอบคุณทุกท่านจริงๆนะครับ แต่ละคนมีมุมมองที่น่าขบคิดมากๆ เยี่ยมครับ เว็บนี้ ผมล่ะชอบจริงๆ 555+

ถ้ายังไงช่วยร่วมโปรเจ็กกันสนุกๆด้วยนะครับ ถือว่าคนไทย ถือว่าอาชีพเดียวกันก็ได้

ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำครับ เรื่องพรรณนี้

ด้วยความเคารพ ^_^  :33: :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: G27 เมื่อ 03 พ.ค. 2008, 23:27 น.
อ้อผมได้ Reference มาจากกลุ่ม 8e88 นะครับ  :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 00:54 น.
แหม ถ้าอธิบายกันซื่อๆ ตั้งแต่แรกแบบนี้ก็คงเป็นที่น่ารักแล้วแหละครับ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 08:15 น.
อืม คิดอะไรได้หลายอย่างเหมือนกัน
เคยเอางานไปให้คนสอนภาพประกอบที่วิทยาลัยศิลปะแห่งนึงดู
เขาสงสัยว่า ทำไมทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนในโลก
ทำงานออกมาเหมือนกันหมดเลย

มันเป็นไปไม่ได้ แต่ละคนเกิดมาจากแต่ละประเทศ
เติบโต หล่อหลอมมาโดยวิถีชีวิตคนละแบบ ศาสนาคนละศาสนา
เพลงคนละเพลง รสนิยมทางความงามคนละอัน
ประสบการณ์ชีวิตแต่ละคนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่เหมือนกันแน่ๆ
ทำไมถึงได้ทำงานกราฟิก ภาพประกอบ ออกแบบออกมาเหมือนกันหมดเลย

อืม เป็นคำถามที่น่าหาคำตอบเหมือนกันนะครับว่าทำไม

เขาไม่อยากได้คนที่ทำงานแบบอังกฤษๆโหลๆเพิ่มขึ้นมาสักคนหรอก
แค่นี้ก็ล้นประเทศเค้าแล้ว ฟังแล้วก็ตอบไปเท่าที่คิดได้ตอนนั้น
ก็กลับมาคิดดูหลายตลบเหมือนกัน (พอจะนึกคำอธิบายออกบ้างแหละนะ
แต่มันยังตีๆกันอยู่)


ส่วนงานของคุณจี ได้อ่านวิธีคิดแล้วก็เข้าใจยิ่งขึ้น
จริงๆที่เห็นงานผมก็เข้าใจว่านี่คือวิธีการตีความ
ในแบบของคุณจีนะครับ ก็คิดว่ามันดูแล้วเป็นไทยแหละ
เรื่องสวยนั้นไม่ต้องพูดถึง สุดยอดอยู่แล้ว
แล้วผมก็มองว่าเป็นไทยแต่แรกนะ แต่ก็คิดอยู่ว่าการเอาลายไทยมาดัดแปลง
เป็นวิธีการที่ตรงไปตรงมาไปสักนิด รู้สึกเหมือนมันเป็น
วิธีการในเชิงทัศนะอย่างเดียว คือใช้อะไรที่สามารถย้ำชัดได้ว่าคือไทย
ซึ่งก็คือลายไทยหรือศิลปะไทยดั้งเดิมมาดัดแปลง
วิธีคิดที่คุณจีอธิบาย ก็เข้าใจชัดนะครับ ว่าเน้นในแง่ของทัศนะ
เพื่อกำหนดขอบเขต-บอกข้อความของงานให้ชัดเจนตรงไปตรงมาที่สุด

คิดว่าในงานนี้คงจะมีงานมากมายหลายแบบ
ทั้งการตีความในระดับทัศนะ หรือเลยไปถึงชุดความคิดให้ดูกันแหละ
ไอ้ระดับชุดความคิดที่ว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันมีอยู่ไหม :30:
เราไม่ใช่ญี่ปุ่น ไม่ใช่สวิส ไม่ใช่บาวเฮาส์นี่นา
แต่คงมีสักท่านเสนอมุมมองมาแหละผมว่า


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: แมวเงียบ เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 11:28 น.
ขอคิดด้วยคนนะคะ
กิ๊พรู้สึกว่า ของแบบน้ีมันต้องใช้ปริมาณค่ะ
เพราะคิดว่า ความเป็นไทย
มันเป็นจิตวิญาณรูปแบบหนึ่งค่ะ
แต่ความเป็นไทยนี่ น่าจะต้องเกิดจาก จิตวิญญาณของคนไทย
คือต้องประกอบด้วยประชาชนกลุ่มหนึ่ง ที่มีบริบททางสังคมร่วมกันแบบหนึ่ง ที่เรียกว่าความเป็นไทย
แล้วแต่ละคนก็เอาบริบทรอบตัว หรือประสบการณ์ หรือคำบอกเล่าในสังคม นั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

กิ๊พจึงไม่เชื่อว่า ถ้ามีชาว นาอูรู(ยืมชื่อมาใช้นะ กิ๊พชอบนะประเทศนี้)
หนึ่งคน ทำงานศิลปะ ที่เค้าบอกว่า นี่แหละคือความเป็นนาอูรู
ถึงแม้มันจะแสดงความเป้นนาอูรูแค่ไหน เราก็ไม่อาจตัดสินได้ จริงไหมคะ?
เพราะเขาเล่ามันจากมุมมองวิถีชีวิตของเขา ที่กลั่นกรองมาจาก วิถีชีวิตของคนอื่นๆในสังคมที่ทับซ้อนกันมากมาย

ในแง่ภาพประกอบที่ดูไทยนี่ก็เหมือนกันค่ะ
กิ๊พไม่เชื่อว่า จะมีสูตรสำเร็จบางประการ ที่เราเอามาใช้บอกว่า นี่ไทย นี่ไม่ไทย
แต่มันขึ้นกับบุคคลมากกว่า

จึงย้อนกลับมาที่ปริมาณอีกครั้ง

ถ้าเกิดมีงานที่มุ่งเน้นจะสะท้อนวิถีชีวิต หรือสะท้อนความเป็นไทยออกมาจำนวนมากขึ้น
ความเป็นไทยซึ่งอาจจะเป็นจุดร่วมของหลายงาน หรือเป็นจุดเด่นของบางงาน
ก็จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในที่สุด

เพราะทุกคนต่างพยายามสะท้อนความเป็นไทยในแง่มุมของตนเอง
คนละชิ้นสองชิ้น ความเป็นไทยที่เป็นภาพรวมก็น่าจะชัดเจนขึ้นเอง ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกค่ะ

มันมีเศษเสี้ยวในตัวพวกเราทุกคนอยู่แล้ว :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: G27 เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 12:42 น.
อืม...ก็น่าจะใช่ ในแง่ของหลักการนะครับ

แล้วกีอาจจะมีส่วนจริงที่สามารถจะเป็นอย่างนั้นได้
ก็เลยอยากให้เข้าใจในตรงนี้ ถ้าเกี่ยวกับเรื่องของ "ปริมาณเนี่ย"

"โครงการ : ไทยจะตาย (THAI Style Project) ไม่ได้มีหน้าที่เป็นตัวกำหนดกรอบเกณฑ์ของงานนออกแบบไทยในแขนงต่างๆ หากเป็นการส่งเสริม ผลักดัน ให้มีความชัดเจน มีความเป็นไทยขึ้นทุกขณะ ชาตินิยม เสียมากกว่า"

ผมถึงต้องชวนหลายๆคนมาร่วมทำไงครับ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 12:47 น.
พูดตามความรู้สึกแว่บแรกที่เห็นภาพของ โพสแรกสุดนะครับ

มองแล้ว เป็น กลิ่นไอของญี่ปุ่น และ กราฟฟิตี้ รวมกันมากกว่า

ยังไงต้องลอง เอาไป ขึ้นเว็บพวกตาถึงอีกทีน่ะครับ เช่น deviantart

ผมตาไม่ถึงเองหรือเปล่าก็ไม่ทราบ  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 14:23 น.
นั่นสิครับ ความเห็นแรกของผมคือ
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 23:18 น.
..............

แต่ผมมองงานด้านบนออกญี่ปุ่นแฮะ ทำไมหนอ

แต่ถ้าจะว่ากันตามจริง วันนี้วัฒนธรรมไทยร่วมสมัย
ก็คือการมีความเป็นญี่ปุ่นปนอยู่ในความคิด ก็ถูกแล้วครับ :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: 8e88 เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 21:38 น.
ดูแล้วมีความตั้งใจเริ่มต้นที่ดีครับ แต่อ่านบรรทัดข้างล่างแล้วก็อย่าพึ่งหมดไฟก็แล้วกัน

ก่อนอื่นเลยอย่าพึ่งไปคาดหวังขนาดว่าโปรเจคที่กำลังจะทำต้องมีชาวโลกมาเหลียวมอง ทำให้ฝรั่งต่างชาติมันอึ้งกับงานในโปรเจคนี้ .....การที่จะทำอะไรขนาดนั้นอย่างน้อยๆไม่ควรจะไปหลบมุมเขียนอยู่แต่ใน Blog ของตัวเอง น่าจะมีเว็บไซต์ที่มีโดเมนเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าไม่มีเลยมันขาดความน่าเชื่อถือและความอยากมีส่วนร่วม ....ซึ่งไปๆมาๆมันจะกลายเป็นการทำกันเอง ดูกันเอง อวยกันเอง ฮากันเอง ....ซึ่งอย่าว่าแต่ชาวต่างชาติเลย แม้แต่คนไทยในวงการนี้จะมีคนรู้จักหรือสนใจโปรเจคนี้สักกี่คน

มีคนที่รู้จักอยู่หลายคนที่พยายามจะทำสิ่งที่เจ้าของกระจู๋ทำอยู่ บางคนก็แค่วาดฝันกลางอากาศ บางคนก็ทำแบบกล้าๆกลัวๆ บางคนทำแบบไม่ดูตัวเอง แต่กลับวาดฝันสูง อยากเป็นที่รู้จักในวงการบ้าง อยากให้คนอื่นๆยอมรับบ้าง (ความคิดเหล่านี้ไม่ผิด แต่ถ้ามีมันมากเกินกว่าพลังและฝีมือของเรา มันจะกลายเป็นสิ่งที่กลับมาคุกคามเรา คุกคามแบบแรงบ้าง หรือค่อยๆกัดกินก็มี) ...แน่นอนว่างานทำนองที่ว่ามันวืดเป้าหมายกลายเป็นโปรเจคที่เงียบหายไป เพราะทำไปโดยกำลังที่มีอยู่น้อยเกินไป ...เพราะความตั้งใจมันน้อยกว่าสิ่งที่เราคาดหวัง

มีโปรเจคหรือนิทรรศการอยู่หลายๆงานที่วูบดับชนิดไร้ความหมาย หวังว่าจะเป็นงานแจ้งเกิด แต่กลับเป็นสิ่งที่ละลายเงินทองและเวลาไปเพื่อสร้างความฝันที่ไม่มีพลัง มีอยู่เยอะทีเดียว

ส่วนบางคนก็ทุ่มสุดตัวแบบบ้าพลัง ลงทุน ลงแรง หาสปอนเซอร์ ทำโน่นทำนี่ หาสถานที่ ติดต่อหาพาร์ตเนอร์ จัดออกมาได้แบบน่าชมเชย ประมาณว่ากูอยากทำให้มันเกิด มากกว่าทำเพราะอยากเป็นที่รู้จัก (อยากดังนั่นแหล่ะ) แต่ตัวโปรเจคมันก็ออกมาได้ในระดับนึงซึ่งก็น่าชมเชยแล้ว (เอาแค่นี้ก็พอ ถ้าเป็นครั้งแรกๆ) ......ส่วนใหญ่แล้วคนประเภทนี้ในบ้านเรามีน้อยมาก ทำให้เป็นจุดบอด วงการมันไม่เจริญสักที พูดง่ายๆคือโดยมากแล้วเหมือนจะทำอะไรเพื่อส่วนรวม เพื่อกระตุ้นวงการ แต่ลึกๆแล้วมันเหมือนไม่จริงใจ หวังผลทางอ้อมแบบบอกไม่ถูก .....พูดสั้นๆง่ายๆก็คือ ถ้าจะทำอะไรเพื่อส่วนรวมสักอย่างมันต้องมีอะไรหลายๆอย่างที่เสียสละ ต้องใจกว้าง คิดถึงเพื่อนร่วมวงการพอๆกับคิดถึงตัวเองหรือกลุ่มตัวเอง มุมมองก็ต้องกว้างกว่าสิ่งที่กำลังจะทำ  ...อย่างถ้าจะทำอะไรในระดับประเทศก็ต้องรู้ว่าต่างประเทศระดับเอเเชีย ระดับอินเตอร์ มันไปกันถึงไหนแล้ว .....ยิ่งถ้าคิดจะทำอะไรให้ระดับโลกมันมอง ก็ต้องรู้เดาทะลุไปถึงว่าอนาคตมันจะมีทิศทางแบบไหน อะไรคือสิ่งที่คนอื่นทำไปแล้วต้องหนีที่จะไม่ทำซ้ำกับเขา

คนในวงการบ้านเราโดยมาก เมื่อประสบความสำเร็จในระดับนึงมักอยากจะได้มันเพิ่มขึ้นอีก ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักถอยมาดูงานของตัวเองแบบชัดๆ เพราะขีดจำกัดของตัวเองที่ภูมิใจนักหนาไปได้ไม่พ้นขอบเขตของชายเดนประเทศไทย ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่หลายต่อหลายคน พยายาม แลัวก็พยายาม .....ไม่ใช่พยายามฝึกตัวเอง หรือค้นหาสิ่งใหม่ๆ แต่พยายามที่จะนำเสนองานตัวเองเกินไป เช่นส่งงานไปให้พวกสื่อทางด้านออกแบบทั้งในและนอกประเทศดู หวังว่างานตัวเองมีดีพอที่จะโดนเบ้าตาเขา และเอาไปลงให้ แต่เขาก็เงียบ ..... บ้างก็ไปโพสงานโชว์ในพื้นที่เปิดที่มีคนที่เรียกว่าเหล่าเทพสิงสถิตอยู่  แล้วก็ถามชาวบ้านประมาณ cool มั๊ยครับพี่น้อง, งานนี้พึ่งทำเสร็จ แนวความคิดมาจาก บลาๆๆๆ หรือที่แอ๊บแบ้วสุดก็คงเป็น เม้นหน่อยนะ  :27: เทือกๆนั้น สิ่งพวกนี้มันมีทั้งแบบที่ฆ่าตัวตายกับแจ้งเกิด ...... แต่คนที่มั่นใจผลงานของตัวเองมากๆ แต่ผลงานมันตรงกันข้าม มักจะโดนถล่มเละ .....แต่ถ้ามันแย่มากๆ ชาวบ้านอาจจะไม่สนใจเลย

ไอ้ที่สำคัญสุดคือควรเริ่มจากจุดเล็กๆ เป้าหมายเล็กๆ รู้จักรอเวลาและจังหวะที่จะเติบโต ไม่ได้คิดและคาดหวังแต่แรกว่าจะต้องสร้างชื่อจากสิ่งที่ทำขึ้นมา ทำแบบเงียบๆ แต่ตั้งใจ ใส่พลังลงไปในสิ่งที่ทำ .....สิ่งที่มันออกมามันจะบอกกับผู้คนรอบข้างได้เองว่ามันดีหรือไม่ดี ประสบความสำเร็จหรือวืดเป้า พูดง่ายๆคือทำอะไรแบบ Low profile แต่ผลงานคุณภาพสูง จะเหมาะกว่า ....หลายๆคนที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน เป็นที่ยอมรับมักจะเดินด้วยวิธีแบบนี้ เนื่องจากค่อยๆก้าวแบบช้าๆ มั่นคง พอคนอื่นยอมรับแล้วก็จะไม่เหลิงและมองตัวเองออก (ส่วนคนอื่นจะมองยังไง ก็ช่างเขา สนใจมากประสาทกินตาย)

......ยกตัวอย่างก็คงเอาเว็บ f0nt ที่ไอ้แอนทำมานี่แหล่ะ แรกๆรู้สึกว่าจะมีคนด่าด้วยว่าไอ้แอนเป็นเด็กเห่อ ฮะมอย อะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้สิผมว่ามันช่วยให้คนออกแบบ font ไทยมากขึ้น มี font เจ๋งๆออกมาให้ใช้ก็แจ่มแล้ว

อีกตัวอย่างก็คงเป็นกราฟิกกลุ่มเชียงใหม่ ที่ทำ E-mag โฮ๊ะ ขึ้นมา ....แรกๆผมเองก็ได้ยินเสียงวิพากษ์จากคนทำงานกราฟิกบางกลุ่มเหมือนกันว่า มันจะแยกเป็นประเทศเชียงใหม่รึไง หรือไม่ก็บอกว่างานแต่ละงานก๊อปคนโน้นคนนี้มา (ซึ่งบางส่วนก็คล้ายจริงๆ) แต่อย่างน้อยโปรเจคนี้ก็ทำให้คนเชียงใหม่ที่ทำงานด้านนี้มารวมตัวกันได้ เหมือนกับกลุ่มคนทำงานด้านนี้ในเมืองกรุงสักที จากแต่ก่อนแต่ละคนทำงานกันแบบอยู่ในมุมมืด เมื่อออกมาสู่ที่สว่างมันก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเอง  จากบางคนที่เคยเอาความประทับใจในผลงานคนงานคนนั้นคนนี้มาอยู่ในตัวงาน ก็เริ่มค้นหาตัวเองได้มากขึ้น ไม่งั้นก็ตกเป็นเป้าขี้ปากของคนที่แอบมองอยู่

มันก็เป็นความตั้งใจที่ดีในการทำงานทดลองหรือโปรเจคส่วนตัวที่อยากให้คนมาร่วม ซึ่งปัจจุบันไอ้กระแสงานกราฟิกในบ้านเรากำลังบูมบนพื้นฐานความเข้าใจที่ผิดเพี้ยน  สาเหตุที่ผมทึกทักเอาเองก็คงเป็นเพราะ ระบบพื้นฐานความเข้าใจศิลปะของบ้านเรามันยังน้อย เติบโตมากันในแบบรากไม่แข็งแรง แต่อยากจะให้ลำต้นของตัวเองใหญ่ชูก้านใบออกดอกออกผลกันมาเร็วๆ อ่านแล้วอาจจะงงๆในสิ่งที่ผมพยายามจะบอก ขอเปรียบเทียบง่ายๆโดยยกตัวอย่างก็แล้วกัน

งานด้านศิลปะ-ออกแบบในประเทศญี่ปุ่น

- มีดินดีอุดมสมบูรณ์ (รากเหง้าทางศิลปะวัฒนธรรมแข็งแรงและเป็นตัวของตัวเองสูง)

- ปลูกพืชหว่านเมล็ดได้ถูกชนิด (สร้างบุคลากรมาได้แบบถูกต้อง และรู้จักใช้สิ่งที่ตัวเองมี มาทำให้เกิดประโยชน์)

- การเลี้ยงให้เจริญเติบโต ให้ปุ๋ย ให้น้ำ ทำกันแบบค่อยเป็นค่อยไป รากจึงฝังลึกแข็งแรง (ญึ่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่ถ่อมตัว ขยัน เลยเติบโตได้แบบแข็งแรง รัฐบาลให้การสนับสนุน บุคลากรของเขาแต่ละคนในสายงานนี้ติดอยู่ในระดับอินเตอร์หลายคนมาก)

===================================================

งานด้านศิลปะ-ออกแบบในประเทศสิงคโปร์

- ดินไม่ดี ปลูกอะไรก็ขึ้นยาก (รากเหง้าทางวัฒนธรรมไม่มี ส่วนมากประชากรจะเป็นชาวจีนอพยพ งานด้านนี้เลยติดวัฒนธรรมเป็นแบบจีนที่ fake-fake พยายามให้เป็นแนวสิงคโปร์ แต่มันก็ยังไม่ชัดเจน)

- แต่เขาเลือกปลูกพืช หว่านเมล็ด ที่สามารถจะเติบโตในในข้อจำกัด (บุคลากรของเขาเติบโตและเรียนรู้ในแบบที่ใช้สิ่งที่ตัวเองมีให้ก่อเกิดประโยชน์ที่สุด)

- การเลี้ยงให้เจริญเติบโต ให้ปุ๋ย ให้น้ำ ให้ยา ทำกันแบบเร่งสีเร่งโต รากไม่แข็งแรงก็ใช้ไม้ค้ำยันที่แข็งแรงประคองต้นเอาไว้ เดี๋ยวรากมันก็ค่อยๆโตไปด้วยได้เอง (น่าอิจฉาที่รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนงานด้านออกแบบสูงมาก และบุคลากรของเขาที่ทำงานได้ในระดับนึง ทำ Self Promotion ได้เก่งมาก ทำงานทดลองเยอะ เลยโตได้เร็ว)

===================================================

งานด้านศิลปะ-ออกแบบในประเทศไทย

- มีดินดีอุดมสมบูรณ์ (รากเหง้าทางศิลปะวัฒนธรรมแข็งแรงและเป็นตัวของตัวเองสูง)

- แต่ปลูกพืชหว่านเมล็ดกันยังไม่เป็น เช่น ควรปลูกข้าว แต่ดันเอาต้นยูคาลิปตัสมาปลูก แถมภูมิใจกับมันมากกว่าพืชพื้นบ้านของเราซะอีก ....ส่วนไอ้พวกที่พยายามปลูกข้าวโดยมากก็ทำกันแบบไม่ศึกษาให้ถ่องแท้ เช่น ควรดำนาฤดูไหน ดินในภาคนี้ควรปลูกพันธุ์อะไร ขอให้ได้ปลูกข้าวก็พอเพราะข้าวราคาดี (บ้านเราสร้างบุคลากรกันมาแบบผิดๆ ไม่เข้าใจรากเหง้า ไม่เข้าใจสิ่งที่เรามี เติบโตกันมาในแบบดูแล้วลอกเลียน รวมสิ่งที่มีอยู่ให้เป็นองค์ประกอบเดียวและคัดแยกสิ่งที่ดีกับไม่ดีไม่เป็น และมักจะแห่แหนกันไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในขณะที่มันบูม เช่น ยุคนึงหนังสั้นดัง หนังสือทำมือดัง ก็แห่กันไปทำจนวงการมันแย่ ...ปัจจุบันที่อยู่ในกระแสก็คืองานกราฟิก)

- การเลี้ยงก็เลี้ยงแบบไม่ถูกต้อง ให้ปุ๋ย ให้น้ำ ไม่ถูกเวล่ำเวลา โตกันแบบล้มยืนต้น เพราะรากมันไม่แข็งแรง และไม่มีอะไรมาค้ำต้นให้ประคองตัวอยู่ได้ (รัฐบาลและสื่อบ้านเราไม่ค่อยสนับสนุนงานด้านนี้แบบถูกต้อง แต่จะทำกันแบบเป็นแฟชั่นเป็นกระแส แม้กระทั่งตัวคนที่ทำงานด้านนี้เองก็หนักไปทางโปรโมทตัวเองจนมันนำหน้าผลงานที่ตัวเองมีเพราะอยากดังเร็วๆ สังเกตุได้ง่ายๆจากวงการอินดี้ที่มีตัวจริงน้อยกว่าพวกตามกระแส คล้ายๆกับวงการกราฟิกปัจจุบันฉันใดฉันนั้น)

อีกเรื่องที่บ้านเราเป็นกันหนักๆก็คือ การนำเอาระบบอุปถัมป์มาใช้ในทุกๆเรื่อง แม้แต่ในวงการสมัยใหม่อย่างกราฟิก
สื่อบางสื่อพยายามจะดันพวกพ้องคนรู้จักในสายงานนี้ ดันกันเข้าไปแบบไม่ลืมหูลืมตา จนกลายเป็นเทพในสายตาบางคนที่ดูงานไม่ออกว่าลอกใครมา เอา inspire มาจากต้นแบบของใครซึ่งดันกันให้ตาย สื่อต่างประเทศมันก็ไม่เหลียวมามอง เพราะเล่นไปก๊อปของเขามา เพียงแต่สื่อไทยมันสมองนิ่มไปหน่อยที่มองไม่ออกว่าของจริงหรือของปลอม เล่ามาแบบนี้ อาจจะมีคนเกลียดขี้หน้ามากขึ้น แต่ก็เลยตามเลย มันคือความจริงในสังคม ....

เล่าซะยาวเลย ที่เล่ามามันอาจจะไม่เกี่ยวกันซะทีเดียว แต่บอกไว้อ้อมๆแล้วครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 22:01 น.
 :12: ยอดเยี่ยมมากครับ เขียนได้ดีมากๆ ครบคำตอบของคำถามในใจได้อย่างดีเลยทีเดียว

+ให้นะครับ  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 22:10 น.
 :25: สุดยอดค่ะ อย่างเคลียร์
เจ้าของโปรเจกก็พยายามเข้านะคะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 22:22 น.
:12:+

สุดยอดครับ
11 นี้ไปเตะบอลกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 22:28 น.


อ่านยาว แต่สนุกมากครับ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 00:29 น.
ผมว่าชื่อมันเหมือนจะไปตายวันตายพรุ่งเลยนะ 555
เรื่องศิลปะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัว แบบข้ามาคนเดียว
เรื่องแบบนี้ คนไทยเราเก่งครับ
ประเทศนี้ยังมีมือกระบี่ดีๆอยู่อีกเยอะแยะ ไม่ตายหรอก
งุมๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: IM เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 04:53 น.
ผมเห็นชื่อครั้งแรกเข้าใจว่ามันสื่อคำว่า "จะตาย"
เหมือนกับภาษาพุดที่แทนความหมายว่า "มากๆ"
เช่น สวยจะตาย อะไรประมาณนั้นนะครับ

ส่วนภาพที่เห็นผมว่ามันคงคล้ายๆ การเต้น Modern Dance
ที่เห็นในโทรทัศน์บ่อยๆ ที่เขาเอาการรำแบบไทยไปผสมการเต้นแบบสากล
ภาพนี้ก็คงคล้ายๆ กัน คือเอาลายเปลว ลายกนก ไปผสมกับความเป็นสากล

ถ้าคิดแบบนี้ภาพที่เห็นความเป็นไทยบ้างไม่เป็นบ้าง ก็ไม่ผิดอะไร ใช่ไหม?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: 8e88 เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 16:15 น.
อ้างคำพูดจาก: ความฝันอันเสียวสุด เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 00:29 น.
ผมว่าชื่อมันเหมือนจะไปตายวันตายพรุ่งเลยนะ 555
เรื่องศิลปะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัว แบบข้ามาคนเดียว
เรื่องแบบนี้ คนไทยเราเก่งครับ
ประเทศนี้ยังมีมือกระบี่ดีๆอยู่อีกเยอะแยะ ไม่ตายหรอก
งุมๆ

อ่านแล้วใช่เลย หาเรื่องมาต่อภาค 2 อีกสัก 1 ยาวก็แล้วกัน

เห็นด้วยสุดๆคนไทยมีเก่งๆเยอะ ...แต่ดันต้องมาไล่ตามหลังประเทศอื่นในงานด้านนี้ โคตรน่าเสียดาย เราดึงเอาสิ่งที่มีมาใช้กันไม่เป็น
งานของหลายๆคน ถ้าไม่ติดเรื่องคล้ายกับงานคนนั้นคนนี้ เรื่องไอเดียที่ชอบทำตาม ตัวงานมันจะพัฒนาไปทางด้านที่ดีได้
แต่โดยมากอะไรที่ได้มาง่ายๆ มักจะเหมือนสิ่งเสพติด หอมหวล .... ลอกเพื่อศึกษา เอาไอเดียเขามาทำเพื่อเรียนรู้เนี่ยมันโอเค ควรจะทำเพราะมันเป็นทางลัดที่จะเรียนรู้ แต่ถ้าเอามายึดมั่นถือมั่นหลังจากที่ได้มันมาแล้ว มันเป็นการขุดหลุมให้กับตัวเอง

เทรนด์อีกอย่างในระยะนี้ก็คือการรวมตัวกันเป็นกลุ่มคนทำงาน graphic .....ซึ่งมันเยอะจริงๆ (เยอะชิบผายเลยนะ) ความเห็นส่วนตัวล้วนๆก็คือมันเป็นแฟชั่นไปแล้วจริงๆ ..... ตรงนี้แปลกอยู่เหมือนกันว่าไอ้งานกราฟิกเนี่ยในต่างประเทศเขาทำกันแบบวันแมนโชว์ พัฒนาตัวเองไปจนเติบโตมีชื่อเสียง จะมีบ้างที่ทำเป็นกลุ่มแต่มีน้อย ....และส่วนใหญ่เวลาเขารวมกลุ่มกัน เช่น WeWorkForThem ที่ Mike Young, Joshou David มารวมตัวกัน แต่ละคนเขาก็สร้างชื่อด้วยตัวเองมาก่อน แต่มีจุดประสงค์ที่มารวมตัวกันก็คือเอาจุดเด่นของแต่ละคนมาสร้างเป็นงานใหม่ๆที่ดูแล้วอึ้งและทึ่ง สร้างอะไรใหม่ๆให้กับวงการกราฟิกโลก ไอ้เรื่องหวังอยากจะมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นคงจะมีบ้าง แต่จุดประสงค์ใหญ่มันคือการทำอะไรมันส์ๆที่มันอาจจะเป็นไปไม่ได้มากกว่า

....แต่ไหนแต่ไรมาคนไทยไม่ถนัดในการทำงานเป็นทีม อย่างกีฬาที่คนไทยประสบความสำเร็จระดับโลกมักจะเป็นอะไรที่เล่นกันแบบ 1-1 อย่าง มวย เราก็มีแชมป์โลกหลายคน, เจ๊ทสกี, ส่วนตะกร้อไม่น่าจะนับเพราะเป็นกีฬาประจำชาติ ....ฟุตซอล อาจจะเข้าข่ายมากสุด ซึ่งเด็กไทยเล่นบอลในซอย พื้นปูน ที่แคบๆมาตั้งแต่เด็ก พอมีกีฬาฟุตซอลได้ไม่นานก็เลยพัฒนาได้เร็วเพราะเข้าทาง (ส่วนฟุตบอลสนามใหญ่ไม่ต้องพูดหรอก กว่าจะไปบอลโลกได้ เราคงหงำเหงือก)

มาที่งานกราฟิกต่อ ถ้ากลับมาย้อนถามฝั่งเมืองไทยเราว่า รวมตัวกันทำงานเป็นกลุ่มเพื่ออะไร ....อยากพัฒนาผลงาน? อยากพัฒนาวงการเหรอ? แต่ถ้าดูจากงานแล้วยังเอาแนวคนอื่นมาใช้อยู่ทั้งแบบทางตรงและแบบแอบๆ รวมไปถึงพลังในการทำงานก็คงจะใช้ข้ออ้างนี้ไม่ได้ ...... โมเดลในลักษณะนี้ (จริงๆใช้ได้ทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว)

> 1.) รวมตัวกันมาหวังสร้างชื่อ,สร้างผลงาน> 2.) ทำงานจริงจะคุยฟุ้งกันมากกว่าที่จะทำอะไรออกมาเป็นรูปร่าง> 3.) พอทำออกมาจริงๆก็เอา inspire จากงานคนอื่นมาใส่ในงาน > 4.) ทำ Self Promotion บางกลุ่มอาจจะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงเล็กๆ > 5.) เริ่มเกิดความมั่นใจ ประมาณตรูดังแล้ว พอกตัวเป็น Ego ที่แกะออกยาก (แต่ตัวงานจริงๆยังอยู่ในวังวนข่ายที่ลอกเลียนคนอื่น) > 6.) อาจจะเริ่มมีคนขุดคุ้ยและมาแฉว่าลอกไอ้นั่นไอ้นี่มาด้วยความหมั่นไส้ เวลาคนอื่นจับได้ก็มักจะปฎิเสธความจริง > 7.) เริ่มตันและหาทางออกให้กับงานไม่ได้เพราะติดนิสัยในการทำงานแบบเดิมๆจนแกะไม่ออก > 8.) วงแตก แยกทาง

สูตรอันนี้ไม่ตายตัว แต่เป็นการยกตัวอย่างที่มีค่อนข้างเยอะ พวกที่เขาประสบความสำเร็จก็มี ....มองไปก็คล้ายวงบอยแบนด์หรือวงป๊อปร๊อคในวงการเพลง (อะไรจะน้ำเน่าขนาดนั้น) วงแตกแล้วแยกทางออกอัลบั้มเดี่ยว แต่โดยมากแยกมาออกเดี่ยวแล้วมักจะเจ๊งทุกที .... หลายๆคนมักจะมองแค่ผลของคนที่ประสบความสำเร็จ มากกว่าที่จะไปศึกษาเส้นทางและการต่อสู้ที่เขาเดินมา ..... พูดง่ายๆคือทำตามโมเดลที่เขาประสบความสำเร็จ แต่ตามธรรมชาติ ยุคสมัยเปลี่ยน ปัจจัยเปลี่ยน เช่น ถ้าใครคิดจะทำหนังสือแบบ a day ในยุคนี้ กะจะเป็นโหน่ง วงศ์ทนง คนที่2 มันก็ใช้โมเดลแบบเดิมไม่ได้ .....ซึ่งก็แปลกที่ยังมีพวกที่คิดง่ายๆทำแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แล้วมันก็แป่กนั่นแหล่ะ มีเหมือนกันทุกๆวงการ .....โดยเฉพาะบ้านเมืองเรานิยมกันเหลือเกินในการเลียนแบบโมเดล แทนที่จะสร้างโมเดลกันขึ้นมาเอง .....อะไรที่เมืองนอกมี แต่เมืองไทยยังไม่มี ก็มักจะแย่งกันทำแล้วก็มาประกาศว่าตรูเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย (น่าจะบอกแถมไปด้วยว่าลอกเมืองนอกมา) ....แต่น้อยมากๆที่บ้านเราจะทำเป็นเจ้าแรกของโลก จะมีอยู่บ่อยๆก็ประมาณ ผัดไทกระทะใหญ่ที่สุดในโลก, ธูปดอกใหญ่ที่สุดในโลก .....มักจะหาเรื่องเป็นที่สุดในโลกกันแบบมักง่ายๆ

วัฒนธรรมการรวมกลุ่มพวกมากลากกันไปแบบไทยๆ มันขัดแย้งอยู่ลึกๆกับสิ่งที่คนไทยถนัด คือการทำงานในลักษณะเฉพาะตัวคนเดียว
มันก็น่าแปลกกับค่านิยมทำนองนี้ แล้วมันก็ปนแบบแยกไม่ออกซะด้วยนี่สิ มันน่ากลุ้ม ..... วัฒนธรรมอีกอย่างในวงการกราฟิกที่มันเฟ้อคือ การพยายามทำตัวเป็นดาราและชิงดีชิงเด่น ลึกๆแล้วมันมี ส่วนนึงคือไอ้แฟชั่นการทำ Self Promotion ชนิดเกินกว่าเหตุ แล้วเดี๋ยวนี้มันทำกันง่าย เพราะสื่อในการแสดงออกมันมีเยอะ ลู่ทางมีเยอะกว่าช่วงก่อนๆ แต่มันก็ยากตรงที่คู่แข่งเขาก็มีเหมือนกันหมด สุดท้ายคือดูกันที่งานอยู่ดี

.... วงการบ้านเรามันแปลกอย่างนึงเป็นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รุ่นเล็กชอบเสนอหน้าเกินกว่าเหตุ อยากดังเร็วๆแต่ไม่ขยันฝึกแบบถูกวิธี ใช้วิธีตีสนิทรุ่นใหญ่หาลู่ทางเอา ส่วนรุ่นใหญ่บางคนก็ชอบกั๊ก ขโมยไอเดียเด็กมันมั่งก็มี (ให้เด็กมันทำ แต่ใช้ชื่อตัวเอง) ไม่ยอมเบี่ยงตัวเองไปเป็นผู้สนับสนุน อยากจะเป็นดาราค้างฟ้าตลอดไป ....เจอหน้ากันคุยอวด คุยทับ หยามและเขม่นกันอยู่ลึกๆ คิดในใจว่าตรูเจ๋งกว่ามรึงเว่ยไม่ยุ่งด้วยหรอก รวมไปถึงกีดกันและกั๊กคนนอกกลุ่มตัวเอง ก็อย่างที่ว่ามาแล้วมีน้อยคนที่มันใจกว้างและเปิดรับ .....ผิดกับต่างชาติในหลายประเทศ มันทำงานแข่งกันก็จริงแต่เวลามีงานอะไรมันช่วยกัน สนับสนุนกัน ..... ส่วนบ้านเรามีงานอะไรสักงาน ยังไงก็ต้องกั๊กเอาไว้ให้พวกตัวเองก่อน ไอ้นั่นไม่ต้องชวนนะ มันคนนอก, จะเอางานไอ้นี่มาเพิ่มเหรอ แค่พวกเราก็เยอะแล้ว ไม่ต้องเอามาหรอก .....และไปๆมาๆก็อยู่ในวังวนเดิมๆ ไอ้รุ่นใหญ่ก็แก่หายจากวงการไป โดยไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ ....พอเด็กรุ่นใหม่มันขึ้นมาก็ทำตัวเหมือนรุ่นก่อน .....วงจรอุบาศก์อันนี้มันได้รับผลเต็มๆมาจากวัฒนธรรมวงการโฆษณา ยังหวังอยู่ลึกๆว่ามันอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะวงการกราฟิกบ้านเรามันน่าจะพึ่งเข้าสู่ยุค Generation ที่ 3 .....ยุคแรก เป็นยุคที่คนจากวงการโฆษณามาทำงานกราฟิก ....ยุค 2 ก็เป็นยุคที่คนปัจจุบันกำลังทำงานกัน ส่วนยุคที่ 3 อาจจะนับได้ว่าเป็นเด็กๆที่กำลังเรียนอยู่หรือพึ่งจบ ......

ชักยาวแล้ว พอดีกว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 16:18 น.
... วงการบ้านเรามันแปลกอย่างนึงเป็นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่
รุ่นเล็กชอบเสนอหน้าเกินกว่าเหตุ อยากดังเร็วๆแต่ไม่ขยันฝึกแบบถูกวิธี
ใช้วิธีตีสนิทรุ่นใหญ่หาลู่ทางเอา ส่วนรุ่นใหญ่บางคนก็ชอบกั๊ก
ขโมยไอเดียเด็กมันมั่งก็มี (ให้เด็กมันทำ แต่ใช้ชื่อตัวเอง)
ไม่ยอมเบี่ยงตัวเองไปเป็นผู้สนับสนุน อยากจะเป็นดาราค้างฟ้าตลอดไป ....
เจอหน้ากันคุยอวด คุยทับ หยามและเขม่นกันอยู่ลึกๆ
คิดในใจว่าตรูเจ๋งกว่ามรึงเว่ยไม่ยุ่งด้วยหรอก
รวมไปถึงกีดกันและกั๊กคนนอกกลุ่มตัวเอง
ก็อย่างที่ว่ามาแล้วมีน้อยคนที่มันใจกว้างและเปิดรับ ...



อันนี้ น่าจะทุกวงการเลย  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: ooooo เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 19:53 น.
อ่านแล้วถึงแก่นจริงๆ :12:+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 19:55 น.
+ ให้อีกที เขียนได้ดีมากครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 19:55 น.
ผมเกาะลุงๆ กินดีกว่าครับ ไม่ต้องออกตังค์เอง :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: saa3 เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 23:10 น.
ขอบคุณมากครับ
เป้นบุญมากครับ ที่พี่ฉึ่งได้สละเวลามาเขียนความจริงยาวๆให้ได้อ่าน

ขอบคุณมากครับ :46: +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โครงการ : ไทยจะตาย
โพสต์โดย: Loucipher เมื่อ 21 พ.ค. 2008, 06:32 น.
ดูแล้วนึกถึงานยุค 60 อะไรทำนองนั้นจ้า :40: