ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: slaveofann เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:08 น.

ชื่อเรื่อง: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:08 น.
จู๋นี้สร้างขึ้นมา เพื่อ สืบค้น คุ้ยเขี่ย หาประวัติของคำต่างๆ
ว่ามันมาจากไหนกันนะ

ฝูงบินกามิกาเซ่ รู้กันอยู่แล้วล่ะนะ ว่ามาจากเครื่องบินสมัยสงครามโลก
ที่ยอมเสี่ยงชีวิต เข้าแลกกับการทำลายล้างเหล่าศัตรู
ว่าแต่ ทำไมถึงต้องใช้คำว่ากามิกาเซ่

กามิกาเซ่ มาจากคำว่า ลมเทพเจ้า
ที่เกิดจาก สมัยกุบไลข่านเกือบครองโลกได้
แล้วบุกขึ้นไปที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อแปดร้อยปีที่แล้ว

สมัยนั้น ความเจริญทางด้านข้อมูลข่าวสาร ถือว่าติดลบมาก
ขนาดเรื่องของประเทศตัวเอง ในพื้นที่ห่างไกล เรียกได้ว่ายัง
ไม่รู้เลย ว่ามีอะไรบ้าง มีเหตุวิกฤติอะไร หรือ คนบนเขาทำอะไรกัน
เพราะฉะนั้น นอกพื้นที่เกาะกลางทะเลแบบญี่ปุ่นด้วยแล้ว
จะไปหาทราบได้ ว่าโลกเค้าไปถึงไหน กุบไลข่าน ยึดเอเซียได้แล้ว
ส่งทูตมาเจรจา ขอเครื่องบรรณาการ พี่ยุ่นไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ไล่ทูตกลับไปหน้าตาเฉย ไม่ได้รู้เลย ภัยร้ายจะมาเยือน

ทีนี้ กุบไลข่านซามะ ก็บุกญี่ปุ่นทันที แต่แหมก็นะ
ให้ขี่ม้าตะลุยทั่วแผ่นดินใต้ฟ้า จะให้ไปไหนบอกเท้อะ
นี่ให้เหล่าอาชา ลงเรือ ก็เมากันดิ้น แถมมีพายุไต้ฝุ่น
มาพังเรือของท่านกุบไลข่านอีก กว่าจะถึงเกาะญี่ปุ่น
ทหารหาญ ก็กลายเป็น อาหารปลาไปเสียหมด

ผ่านไปเจ็ดปี พี่กุบไลข่าน ขอทวงบรรลังค์อีกรอบ
แต่ก็นะ เล่นบุกแบบไม่ต่อเนื่อง พี่ยุ่นสุดฉลาดก็สร้างฐานทัพ
ไว้สู้รอแล้ว แต่ท่านกุ๊บ ยังไม่ทันจะเหยียบแผ่นดินดี
สงสัยมาเดือนเดิมหรือไงไม่ทราบ ก็เจอไต้ฝุ่น
พังกองทัพ เสียพินาศสิ้น

พี่ยุ่นเลยกราบไหว้สดุดี พายุแห่งเทพเจ้าที่ช่วยเหลือ
พวกเค้าให้รอดจากกองทัพกองกุบไลข่าน เลยเรียก
พายุไต้ฝุ่นนี่ว่า กามิกาเซ่ และทำให้ ท่านกามิกาเซ่
มาเยี่ยมเยียน ชาวญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องทุกปี
และตายกันเป็นเบือทุกปีเช่นกัน

สรุป ฝูงบินกามิกาเซ่น ก็แปลได้ว่า
ฝูงบินแห่งลมพายุแห่งเทพเจ้า
ไปแวะเยียนที่ไหน ที่นั่นชิบหายวายวอดสิ้นนั้นแล

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ม๊อบ เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:11 น.
จู๋ความรู้มาอีกแล้ว  :25:+

แล้ว Kamikaze ณ RS นี่ความหมายเดียวกันเปล่าครับ  :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:21 น.
ค่ายเพลงที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อทำลายล้างศัตรู  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:28 น.
เปิดเพลงที่ไหนฉิบหายวายวอดที่นั่น  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:29 น.
สาะระเยอะไป ไม่เข้าแล้วกันกระทู้นี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:33 น.
แล้วเครื่องเล่นกามิกาเซ่ในงานโค้กล่ะครับ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:40 น.
จะเขียนเรื่อง ฮาราคีรี เขียนต่อไม่ถูกเลย เจอมุกกามิกาเซ่ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:41 น.
เขียนเลยๆ รออ่าน  :25:

รอหว่างรอ + เล่นๆ ก่อนสักหนึ่ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 16:52 น.
ฮาราคีรี หรือ การคว้านท้อง ของทหารเลือดบูชิโดนั้น
มีมาแต่ช้านาน ในสังคมที่อยู่ด้วย เกียรติและศักดิ์ศรี
การกระทำผิด ที่ก่อให้เกิดความอับอายแก่วงศ์ตระกูล
จนถูกแบน จากสังคม สำหรับคนญี่ปุ่นเปรียบได้เหมือนตายทั้งเป็น
เพราะงั้น ไอ้พวกเด็กมัธยมที่กลั่นแกล้ง กันจนอับอายอยู่ไม่ได้
มันก็มีรากฐานสันดานเดือดมาตั้งแต่โบร่ำ โบร่าห์แล้ว
ทีนี้ พอซามูไร หรือ ชนชั้นนักรบ กระทำผิดรุนแรง
จึงต้องทำการคว้านท้อง เพื่อชดเชยความผิด
ด้วยการตายตกไปตามกัน และเมื่อตายแล้ว
ญี่ปุ่นจะถือว่า ความผิดนั้นได้จบกันไป
เหมือนการลาออกจากตำแหน่งใหญ่โต เมื่อมีความผิด
เค้าจะเชื่อในเรื่องเกียรติมาก เพราะคนเค้ามีเกียรติ
ไม่อยากจะกัดไปหาคนไทยนะ :30:
ว่าแต่ แล้วทำไม ต้องเรียกว่า ฮาระ ซึ่งแปลว่าท้อง
คีรี แปลว่า ตัด หรือ คว้าน(กิจกรรมโดยมีดที่เป็นที่โปรดปราณของชาวศรีราชา)
ก็เนื่องจากว่า สมัยก่อน พี่ยุ่นเชื่อว่า หัวใจและอวัยวะสำคัญ
อยู่ในท้อง พอทำผิด ก็ต้องคว้านท้องไปหาหัวใจ
หรือเปรียบเปรยอะไร ก็ต้องลากมาหาท้อง
เช่นคนท้องดำ คือ คนใจดำ โกรธจนท้องป่อง
ก็แปลว่า โกรธมาก จนหัวใจเป่งจนคับพุง
ฮาราคีรี ก็เลยมาจากคำนี้นั่นเอง

อ่านแล้ว สรุปมาจากหนังสือ ใต้เสื่อตาตามิ
เขียนโดย คุณสมพงษ์ งามแสงรัตน์
เขียนดี๊ ดี

คำอื่นมีอีกเยอะแยะเลยนะ ชอบประวัติคำพวกนี้มากๆ
อ่านแล้ว ได้เกร็ดประวัติศาสตร์ดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: REROYD เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 17:35 น.
จู๋ความรู้ + พี่ปุก  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 17:44 น.
โอ้  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 17:48 น.
ให้ตูเขียนอยู่คนเดียวเลยเรอะ :30:
เดี๋ยวจะหามาลงเรื่อยๆนะ เพราะชอบมากเลยเรื่องแบบนี้
แต่ก็อยากฟังจากปากคนอื่นบ้าง เล่ากัน เล่ากัน :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 17:48 น.
 :30:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 18:30 น.
 :25: ชอบเหมือกันๆๆ เจ้ปุกเล่าอีก

ชอบอ่านเทพนิยาย แล้วก็พวกที่มาของเทพเจ้าล่ะ เกี่ยวกันด้วยมั้ย  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: เบย์ เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 18:38 น.
โบร่าห์ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 19:11 น.
โรม ชื่อเมืองหลวงของประเทศอิตาลี
และอาณาจักรเก่าแก่ โรมันอันแสนศิวิไลซ์ในอดีต
รูปปั้นหมาป่าที่ให้นมเด็กสองคน ที่ร่ำลือว่า
เป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรโรมขึ้นมา เมื่อหลายร้อยปีก่อน
คริสตกาล

เด็กฝาแฝดสองผู้นี้ เป็นบุตรที่เกิดจากความชอกช้ำ
จากแม่ชีนามว่า เรอา ซิลิเวีย หญิงพรมจรรย์
ผู้เป็นคนบูชาสดุดีเทพเวสต้า ซึ่งเป็นเทพแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ทีนี้ เมือเทพแห่งสงคราม พระนามว่ามาร์ส
ได้มาเดินเล่นชมนกชมไม้หรือไงก็ไม่ทราบได้
เห็นชีซิลิเวีย ผู้มีโฉมงดงาม สะอาดผุดผ่อง
จึงไม่อาจสะกดอารมณ์ที่เก็บกดมา ก็นะ
เล่นเจอแต่ผู้ชายในสงคราม มาเจอแม่นางสาวสวย
กลางป่า เพียงสองคน จะไปเหลือเร้อะ
ก็ตามตำนานโบร่าห์ ขืนใจทีเดียว ได้ลูกออกมา
ถึงสองหน่อ

ทีนี้ ผู้เป็นลุงของนางซิลิเวีย และเป็นถึงกษัตริย์ก็กลัว
อาเพธที่จะเกิดขึ้นกับเมืองของตัวเอง ตายห่าแล้ว
เอาหญิงไม่บริสุทธิ์ ไปทำพิธีเช่นนี้ เทพเวสต้า
จะโกรธกริ้ว ทำให้เมืองของตนชิบหายหมดสิ้นก็เป็นได้
เลยฝังนางซิลิเวียทั้งเป็น ให้ตายดับไป คล้ายบูชายันให้แก่
ผองเทพ :07:

ฟ้ายังมีตา ถึงลุงจะโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ แต่คนใช้ประจำตัวของ
นางซิลิเวีย เห็นหน้าฝาแฝด ช่างน่ารัก และน่าสงสารก็เลย
พาหนีก็เลย เอาฝาแฝดใส่ตะกร้าลอยน้ำไทเบอร์ซะ อูย ตำนานสีดาชะมัด
พอเทพแห่งแม่น้ำ ไทเบอรินุส เห็นเข้่า ก็เลยบันดาลใจให้
หมาป่าสาวชื่อ ลูป้า ซึ่งเพื่งเสียลูกไป เลี้ยงดูจนเติบโต
แต่บางตำราก็ว่า เทพไทเบอรินุส หลงรักนางซิลิเวีย
ก็เลยแต่งงานกับนาง และแต่งตั้งฝาแฝดทั้งสองให้
เป็นกษัตริย์แห่งอัลบ้า ลองก้า

(http://img2.f0nt.com/27/837c7c697d02ad1e8bae65ac77f4d8ca.jpg)
ภาพของเรมุส โรมุลุส และนมจากเต้าของลูป้า

โรมุลุส และ เรมุส ฉลาดหลักแหลม และทัดเทียมกัน
แต่ก็นะ อำนาจอยู่ในมือ มีหรือจะไม่ห้ำหั่นกัน
เสือสองตัวถ้ำเดียวกันเห็นจะไม่เวิร์ค
โรมุลุสต้องการสถาปนาตนเองขึ้นเป็นใหญ่เพียงคนเดียว
ก็เลยสังหารเรมุส เสี้ยนหนามเพียงชิ้นโตทิ้งซะ
บ้างก็ว่า โรมุลุสฆ่าเรมุส เพียงเพราะขัดแย้งในเรื่อง
ของการตั้งชื่อเมือง หลายตำนานมาจบที่บทสรุปเดียว
คือความตายของเรมุส

และนี่ก็คือที่มาของชื่อเมืองโรม หรือ โรม่าหมาป่าขาว
เมืองหลวงแสนสวยของอิตาลี

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 19:48 น.

อันนี้สงสัยมีคนรู้กันเยอะแล้วแน่เลย


ถ้าจะพูดถึงร้าน "โทแท่ม สโตร์" หรือร้าน "สปีดี้ มาร์ต"
เราคงนึกไม่ออกกันว่ามันคือร้านอะไร
แต่ถ้าบอกว่าชื่อทั้งสองนั้น คือชื่อเก่าของ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
ซึ่งเพิ่งจะมาเปลี่ยนในปี 1946 หลายคนคงรู้จักกัน

ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่เรารู้จักกันดี ถือกำเนิดขึ้นมา
ในดัลลัสเคานท์ตีี้ มลรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ชื่อร้านนี้มาจากการที่แต่เดิมนั้น ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
เปิดทำการในช่วงเวลา 7 am - 11 pm (เจ็ดโมงถึงห้าทุ่ม)
ก่อนจะมาทำการเปลี่ยนแปลงเป็นร้านที่เปิด 24 ชม.ดังปัจจุบัน

(http://tbn0.google.com/images?q=tbn:38bp2rGxPnm41M:http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/thumb/d/d4/7-eleven-brand.svg/300px-7-eleven-brand.svg.png)


แต่เรื่องที่หลายคนไม่ได้สังเกต
หรืออาจจะสงสัยแต่ไม่ได้ใส่ใจ
คือตัว n ในชื่อร้านนั้น เป็นตัวพิมพ์เล็ก
ในขณะที่อักษรตัวอื่นเป็นตัวพิมพ์ใหญ่
ว่ากันว่า.. ที่มาของตัว n เล็กนี้มีที่มา
จากหลักการดูตัวเลข ในฮวงจุ้ย
ซึ่งตัว n เล็ก มีลักษณะคล้ายแม่เหล็ก
ซึ่งจะช่วยดูดโชคลาภและเงินทองจ๊ะ


:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 19:56 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณหนูอร เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 19:48 น.
อันนี้สงสัยมีคนรู้กันเยอะแล้วแน่เลย


ถ้าจะพูดถึงร้าน "โทแท่ม สโตร์" หรือร้าน "สปีดี้ มาร์ต"
เราคงนึกไม่ออกกันว่ามันคือร้านอะไร
แต่ถ้าบอกว่าชื่อทั้งสองนั้น คือชื่อเก่าของ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
ซึ่งเพิ่งจะมาเปลี่ยนในปี 1946 หลายคนคงรู้จักกัน

ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่เรารู้จักกันดี ถือกำเนิดขึ้นมา
ในดัลลัสเคานท์ตีี้ มลรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ชื่อร้านนี้มาจากการที่แต่เดิมนั้น ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
เปิดทำการในช่วงเวลา 7 am - 11 pm (เจ็ดโมงถึงห้าทุ่ม)
ก่อนจะมาทำการเปลี่ยนแปลงเป็นร้านที่เปิด 24 ชม.ดังปัจจุบัน

(http://tbn0.google.com/images?q=tbn:38bp2rGxPnm41M:http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/thumb/d/d4/7-eleven-brand.svg/300px-7-eleven-brand.svg.png)


แต่เรื่องที่หลายคนไม่ได้สังเกต
หรืออาจจะสงสัยแต่ไม่ได้ใส่ใจ
คือตัว n ในชื่อร้านนั้น เป็นตัวพิมพ์เล็ก
ในขณะที่อักษรตัวอื่นเป็นตัวพิมพ์ใหญ่
ว่ากันว่า.. ที่มาของตัว n เล็กนี้มีที่มา
จากหลักการดูตัวเลข ในฮวงจุ้ย
ซึ่งตัว n เล็ก มีลักษณะคล้ายแม่เหล็ก
ซึ่งจะช่วยดูดโชคลาภและเงินทองจ๊ะ


:22:

เฮ้ย เจ๋งๆๆ ชอบ บวกให้นะ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 19:58 น.
ไม่เคยสังเกตตัว n มาก่อนในชีวิต :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 20:45 น.
เรื่องตัวn นี่รู้
แต่สาเหตุที่ชื่อ 7-11 เพิ่งรู้นี่แหละ
สงสัยมานานแล้ว
+ 1ฟอด  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 20:51 น.
สาระเยอะดีครับ เรื่อง ฝูงบิน กามิคาเซ่ ก็เคยได้ยินมาว่าเป้นช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังจะรบแพ้กองเรือของสหรัฐ เพราะไม่สามารถต้านกองเรือได้ เหล่าทหารหาญจึงเลือกวิธีพลีชีพเพื่อองค์จักพรรดิ์

ส่วนมากผมก็อ่านเรื่องพวกนี้อยู่บ้างหาอะไรแปลกๆอ่าน

ไว้ผมจะเอาเรื่อง ดาบปีศาจในตำนานมาลง มุรามาสะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 21:32 น.
เสริมนิดนึงครับ

ฮาราคิริ มันแปลว่า เชือดท้อง เป็นคำหยาบคาย สำหรับซามูไรในสมัยนั้น
แต่สมัยนี้เราได้ยินแต่คำนี้เพราะต้องการดูถูกการกระทำ อัตวินิบาท

เซ็ปปุคุ ครับ เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบสูงสุดด้วยชีวิต
โดยคิดว่าความตายที่ตนเลือกจะล้างความอับอาย อย่างมีเกียรติ
ดีกว่าให้ศัตรูฆ่า หรือ ถูกจับ เป็นการการสำนึกผิดในสิ่งที่ทำ
หรือรักษาเกียรติยศไว้ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามย่ำยี
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ คำสั่งเจ้านายด้วย ไม่ได้ทำได้เพล่ำเพลื่อ หรือไร้เหตุผล
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 22:02 น.
 :25: ไม่รู้เรื่อง n แต่รู้เรื่อง 711
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 22:11 น.
ชอบค่ะ  :25:

สรรหามาเล่ากันเรื่อยๆนะคะ จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูลเล่าให้เด็กฟัง :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 22:18 น.
มีสองจู๋ที่คุยกันเรื่องนี้เหมือนกันครับ
ไม่เป็นไรๆ เรามาต่อกันที่นี่เลย :37:
จริงๆ มีอีกจู๋นึงที่แว้บๆ เล่าที่มาของชื่อเมืองชื่อนคร เลยขอเอามาแปะนี่ด้วย


อ้างคำพูดจาก: กำนันแม้น };oO= เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 14:33 น.
ชื่อเมือง สะท้อนความในใจ ชื่ออะไรขึ้นอยู่ที่ปากเรียก
เดิมชื่อ เสียมราฐ แปลว่า สยามชนะ เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย
พอฝรั่งเศสมาบังคับเอาแดนไป เขมรจึงเรียกใหม่เป็น เสียมราบ
เสียมราบ แปลว่า สยามแพ้ แพ้ราบคาบเสียม
ตกลงม้าลายน่ะ ตัวดำลายขาว หรือตัวขาวลายดำ
ทัศนะนั้นสำคัญกว่าคำตอบ
..
ผมไม่เรียกบางกอกว่า เวนิชตะวันออก
แต่ผมเรียกเมืองในอิแทลี่ว่า บางกอกตะวันตก
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 14:57 น.
ส่วนพนมเปญนั้นชาวเขมรขออุทิศแด่ฝรั่งเศส
ที่บุกมายึดเป็นที่สำเร็จ
จนชาวบ้านต้องไหว้ด้วยแชมเปญ
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 15:07 น.
ถ้าคิดว่าผมล้อเล่น งั้นเอานี่อีกเรื่องครับ


เมื่อก่อนคนสยามเรียกดินแดนตรงข้างๆ ที่เพิ่งถูกยึดไปว่า "เขมร"
แต่พอมาถึงยุคล่าอาณานิคมแล้วฝรั่งเศสเข้ามาเบ่งกล้าม จะยึดและเผาทำลายเมืองให้หมด
ชาวบ้านแถบเขมรเดือดร้อนกันมาก ต่างหมดอาลัยตายอยากไม่เป็นทำอะไร
จนมีสตรีผิวขาวผมยาวนางหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
และใช้เรือนกายเป็นเครื่องต่อรองกับทูตฝรั่งเศสคนนั้น (ก็คือยอมพลีกายแลกบ้านแลกเมืองนั่นแล)
จากที่ตอนแรกจะเผายึดเมือง เลยลดหย่อนลงจนกลายเป็นแค่ยึดเป็นเมืองขึ้นเท่านั้น
ชาวเขมรซึ้งใจมากๆ จนเอาชื่อของสตรีนางนั้นมาเป็นชื่อประเทศ
















ว่า กัมส์บูชา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 22:56 น.
จริงไหมไม่รู้ แต่ ฮา  :30:  :30:  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 23:53 น.
 :30:

ตกลงเรื่องจริงใช่มั้ยครับ
นัดจะเชื่อแล้วนะ

:44:

ctrl+s
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 19:41 น.
 :30: เฮ้ยฮาอ่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: บิ๊กเล็ก เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 21:15 น.
เพิ่งรู้นะนี่ ว่า n เป็นตัวเล็ก ไม่เคยสังเกต  :08:

:30: พนม(แชม)เปญ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: PiiiM เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 21:23 น.
ความรู้ๆ  :12:

แต่...
เรื่องจริงรึเปล่าคะเนี่ย  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: saa3 เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 21:27 น.
กัมส์บูชา :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 21:51 น.
ชอบมากๆเลยพี่ปุก  :25:

กรี๊ดกรี๊ด +  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 21:57 น.
น้องเฟิร์น  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 22:03 น.

ขา  :25:







ทำไมคะ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 22:04 น.
อ่าว ไม่มีตำนานเหรอ  หุ่นยนต์เหล็กพิทักษ์โลกอะไรเทือกเนี้ย  :06:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 22:51 น.
พี่เช่ครับ

ระวังนะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 10:53 น.
  เทพศาสตราที่ชาวญี่ปุ่นยกขึ้นเป็นถึงพระแสงศาสตราวุธ คู่แผ่นดินก็คือ "ดาบตัดหญ้า" หรือที่เรียกขานว่า "ดาบคุซานางิ" ครับผม

   ดาบคุซานางิเป็นหนึ่งในเครื่องไตรกกุธภัณฑ์แห่งพระจักรพรรดิญี่ปุ่น
อันประกอบด้วยลูกปัดเขี้ยวยาซาคานิ และคันฉ่องยาตะ
ซึ่งตามตำนานเล่าขานว่ามันเป็นดาบที่วายุเทพนามว่า "สุซาโนโอะ โนมิโกโตะ" พบอยู่ในร่างของพญานาค ๘ เศียรนาม "ยามาตาโนะ โอโรจิ"
และวายุเทพท่านก็มอบดาบนี้ให้กับตำหนักเทพ และทางตำหนักเทพก็มอบให้กับจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น และดาบนี้ก็ตกทอดสืบต่อมาทุกรัชสมัย
   

        เมื่อสงครามไทระ – มินาโมโตะปะทุขึ้น เหล่าตระกูลไทระพ่ายแพ้และได้นำดาบคุซานางิไปด้วย
ทัพมินาโมโตะจึงเร่งยกทัพตามล่าเหล่าขุนนางและพระราชวงศ์ที่กำเนิดในตระกูลไทระไปจนถึงทะเลสาบอิสึโมะ
พระชายาและรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ญี่ปุ่นที่สืบมาแต่ตระกูลไทระก็กอดดาบคุซานางิโดดน้ำจมหายไป...
ดาบคุซานางิก็หายสาบสูญไปนับแต่บัดนั้น

หากแต่ดาบคุซานางิก็ถูกทำขึ้นมาใหม่ และถูกตั้งประดิษฐานไว้ยังพระตำหนักศาลเจ้าอัตสึตะ นาโงย่าขอรับ

  แม้นมันจะเป็นพระแสงดาบอันเกรียงไกรของสถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่น ดาบเล่มนี้ก็ยังวีรกรรมอันคละเคล้ากับเรื่องเศร้าอันแสนเศร้าไปทั่วแผ่นดินญี่ปุ่นมาแล้ว
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า...
   
ในรัชกาลจักรพรรดิเคโกะ พระจักรพรรดิลำดับที่ ๒ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น
พระองค์ทรงมีพระโอรสคู่แฝดนามว่า "ยามาโตะ" ทั้งคู่ หากแต่เจ้าชายยามาโตะ
ทาเกรุผู้น้องได้กระทำการบาปหนาอันเลวร้ายด้วยการสังหารพระเชษฐาของพระองค์ด้วยวัยเพียง ๑๕ ชันษา

   พระบิดาทรงกริ้วพระโอรสยิ่งสิ่งใด หากแต่จะประหารชีวิตก็ผิว่าจะสิ้นองค์รัชทายาทสืบราชวงศ์
พระองค์จึงส่งโอรสใจหยาบผู้นี้ไปปราบกบฏเผ่าคูมาโซ่ที่อยู่ทางทิศใต้สุดของอาณาจักร
   เจ้าชายยามาโต้ได้เสด็จไปทำการคารวะและขอคำอวยพรเจ้าป้าที่บวชเป็นนางชีที่เมืองอิเซ
และเจ้าป้าก็ได้ทูลถวายดาบ ๑ เล่ม เสื้อคุลม ๒ ชุด และผ้านุ่ง ๑ ผืนเผื่อไว้เป็นอาวุธกับเครื่องห่มกายในยามทำศึก

   หลังจากเจ้าชายยามาโต้ยกทัพไปปราบพวกคูมาโซ่ได้สิ้นซากแล้ว พระองค์ก็ได้ทรงเสด็จนิวัติคืนยังพระนคร
หากแต่พระบิดาก็ยังไม่สร่างฤทธิ์โทสะ จึงบัญชาให้เจ้าชายยามาโต้เผ่าเอมิชิทางทิศตะวันออกในทันที!

   เจ้าชายยามาโต้ผู้น้อง ผู้ซึ่งแสนจะเจ็บปวดและเหนื่อยล้าจากการศึกก็จำยอมออกศึกตามพระบิดา
แต่ยังดีที่พระจักรพรรดิทรงพระราชทานพระแสงหอกอาญาสิทธิ์ในการบัญชาแม่ทัพนายกองทั้งปวง

   ในระหว่างออกเดินทาง พระองค์ได้เสด็จไปทำการคารวะเจ้าป้าอีกครั้ง
พร้อมกับระบายความคับแค้นในใจให้ได้ทราบว่า พระบิดาคงต้องการกำจัดตนเองเป็นแน่
ถึงได้ให้ออกเดินทางไปศึกยังแดนไกลเช่นนี้

   เจ้าป้าผู้ซึ่งห่วงใยและอภัยในบาปกรรมที่นัดดาได้ก่อไว้ก็ทำได้แค่เพียงเอ่ยคำปลอบประโลมใจ
พร้อมกับมอบเทพศาสตราแห่งแผ่นดินแก่องค์ชายยามาโต้ เทพศาสตราชิ้นนั้นก็คือ "ดาบคุซานางิ" นั่นเอง

     หลังจากที่ได้รับดาบคุซานางิแล้ว องค์ชายจึงเร่งทัพไปจนถึงแคว้นซากามิ
หากแต่เจ้าหัวหน้าเผ่าตัวแสบออกแผนลวงว่าในทุ่งหญ้ารอบๆหมู่บ้านมีอสูรร้ายซ่อนตัวอยู่
ขอได้ทรงโปรดไปพวกมันเพื่อเห็นแก่ประชาชนตาดำๆ

   เจ้าชายหนุ่มก็หลงในคำลวงนั้น พระองค์จึงได้เสด็จแต่เพียงลำพังไปยังทุ่งหญ้า
พวกคนโฉดลิ้นสองแฉกจึงสั่งพรรคพวกให้จุดไฟเผาเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ชายในทันที!

   เคราะห์ดีที่เจ้าชายได้สติ พระองค์ทรงชักพระแสงดาบคุซานางิออกจากฟัก และในฉับพลันนั้น
พลังเทพศาสตราแห่งแผ่นดินจึงได้ประจักษ์แก่ตาทุกผู้นาม!

   พลังปราณดาบคุซานางิแผ่ออกเป็นวงรัศมีกว้างตัดต้นไม้ทุกต้นที่ขวางทางของมันจนเหี้ยนราบ
เจ้าชายยามาโต้จึงรีบแก้กลด้วย "ไฟตัดไฟ" ด้วยทรงจุดหินชนวนเผาต้นหญ้าเหล่านั้นให้กลายเป็นเถ้า
เพื่อมิให้เป็นเชื้อไฟมาเผาผลาญพระองค์นั่นเองหลังจากที่ทรงปราบพวกซากามิผู้คิดคดและพวกเอชิมิได้แล้ว
เทพแห่งภูเขาก็ดลบันดาลให้เกิดเหตุลูกเห็บตกหนัก หิมะกระหน่ำหนักหน่วง แถมหินถล่ม เส้นทางทรุดยวบ
เพราะมีการโกงงบประมาณกรมโยธา เอ๊ย! เพราะเหตุอันโกรธเคืองในองค์ชายยามาโต้มาจากเรื่องอะไรก็บ่ทราบได้
ทำให้พระองค์ชายต้องประสบพบเจอกับโพยภัยอันตรายอันแสนสาหัสสารพัดแบบ ซ้ำยังต้องทนทุกข์อยู่ในท้องทุ่งอันแสนทุรกันดารนานนับสิบปี
ในที่สุด พระองค์ชายก็ฝ่าออกมาจากภูเขานรกได้ หากแต่พระองค์ก็บอบช้ำเหลือทน ซ้ำกับพระทัยที่แหลกสลาย
พระองค์จึงต้องเสด็จสวรรคตลงด้วยพระชนมายุเพียง ๓๐ พรรษาเท่านั้น...

     บางตำราก็ว่าหลังจากเจ้าชายยามาโต้ทรงพ่ายแพ้สงครามครั้งสุดท้ายในพระชนม์ชีพอย่างย่อยยับ
ความอับอาย ท้อแท้ ผิดหวัง และความสำนึกในบาปกรรมที่ตนได้กระทำไว้กับพระเชษฐาได้ถาโถมทับท่วมดวงพระหทัย
ทำให้พระองค์ทรงตรอมพระทัยจนสิ้นพระชนม์อย่างเพียงเดียวดาย พร้อมกับรจนาบทกลอนอันแสนสุดจะทุกระทมให้คนรุ่นหลัง
ได้ยลยินถึงความเจ็บปวดที่พระองค์ได้ประสบมาทั้งชีวิต...

    หลังจากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายยามาโต้ เรื่องราวของพระองค์ได้ขจรขจายไปทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น
ชนทุกผู้นามที่ได้ยินเรื่องราวของพระองค์ล้วนเห็นพระทัยและโศกตรมกับสิ่งที่พระองค์ได้ประสบมายิ่งนัก
หากแต่ก็มิมีผู้ใดได้ยื่นโอกาสให้กับพระองค์กลับเนื้อกลับตัว...แม้นแต่กับพระบิดาของพระองค์เอง...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 11:04 น.
ดาบในตำนาน ดาบตัดหญ้า !!!
อานุภาพสามารถตัดหญ้าได้อย่างรวดเร็ว

เท่จริงๆ

ตอนเรียนเกษตรชั้นประถม ก็มี มีดดายหญ้า คงสู้ไม่ไหว  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 11:16 น.
      หลังจากที่เราว่าเรื่องของดาบคุซานางิไปแล้ว คราวนี้เราจะกระเถิบเข้ามาในเรื่องของดาบ
ชั้นยอดที่มีอยู่จริงและยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันนี้
เพราะยอดดาบที่ผมว่านั้นก็คือดาบอาถรรพ์แห่งตระกูลมาซามุเนะ ตระกูลมุรามาสะและตระกูลโยชิมัทสึ!

   พอได้ยินแล้วแตกตื่นตกใจกันถ้วนหน้าล่ะสิท่า...
   ใช่ครับ ดาบพวกนี้มีอยู่จริงและยังคงหลงเหลือจนถึงปัจจุบันนี้เสียด้วย
   แต่ก่อนอื่น ท่านทั้งหลายคงสงสัยกับคำว่า "อาถรรพ์" ว่ามันคือสิ่งใดกันหนอ

    คำว่า "อาถรรพ์" นั้นมิได้หมายถึงคำสาปแช่งหรือฤทธิ์มนต์ในทางชั่วร้ายอย่างที่เรามักเข้าใจกัน
หากแต่ "อาถรรพ์" นั้นคือฤทธิ์มนตราที่มีพลังอำนาจลึกลับที่มีทั้งพลังแห่งความสว่างและความมืดครับผม
    สำหรับดาบแห่งสามตระกูลนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เพราะตามคำร่ำลือที่ผมได้ยินมานานปี
นอกจากดาบพวกนี้จะถูกสร้างให้มีความคมแกร่งชนิดยากหาผู้ใดเสมอเหมือนแล้ว...

   ตระกูลมาซามุเนะนั้นเป็นช่างดาบที่มีชื่อมาแต่ยุคคามาคุระ ( สมัยรัฐบาลโชกุนตระกูลโฮโจ )
แต่ต่อมาก็มีการแยกตัวออกไปอีกสำนักคือสำนักช่างดาบตระกูลมุรามาสะ ซึ่งเป็นเมื่อใดนั้น ผู้เขียนก็บ่ทราบได้
เหตุของการแยกสำนักนั้นมีตำนานเล่าขานว่า ลูกศิษย์ของสำนักดาบมาซามูเนะคือ "มุรามาสะ"
ได้กระทำการวัดรอยเท้าครูด้วยท้าประลองสร้างดาบขึ้นมาแข่งกันว่า

"ดาบของไผมันจะแน่กว่ากัน!"

ในการประลองสร้างดาบครั้งนั้น ช่างดาบทั้งสองได้สร้างดาบที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดแห่งยุคขึ้นมาสองเล่มคือ
"หัตถาละมุน" (Tender hands) ของตระกูลมาซามูเนะ และ
"หมื่นเหมันต์" ( 10,000 winters) แห่งตระกูลมุรามาสะ
ซึ่งว่ากันว่าดาบทั้งสองเล่มนั้นคือเทพศาสตราที่สามารถคมจนสามารถตัดอากาศและสายน้ำให้ขาดสะบั้นได้!

แต่ปัจจุบันทั้ง2เล่มก็หายสาปสูญไปแล้ว

นับจากนั้นเป็นต้น ตระกูลช่างดาบมูรามาสะและมาซามุเนะก็เป็นที่เลื่องลือไปทั้งแผ่นดิน
โดยผู้ที่จะได้ดาบจากสองตระกูลนี้จะต้องเป็นถึงชนชั้นสูงอย่างจักรพรรดิ เชื้อพระวงศ์ โชกุน
หรือต่ำสุดก็ต้องเป็นไดเมียวตระกูลใหญ่เท่านั้นพวกผู้ครองเมืองหรือซามูไรธรรมดาๆอย่าได้หวังเลยเชียว
หากแต่ทว่า...ดาบของสองตระกูลนี้กลับมีพลังอาถรรพ์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ด้วยมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาว่า

ผู้ใดที่ได้จับหรือครอบครองดาบของตระกูลมุรามาสะและมาซามุเนะนั้น
จะรู้สึกว่าในขณะที่ใบดาบอยู่ในฝักนั้นมันมีอาการสั่นเร่าๆพร้อมกับเสียงร้องหวีดแหลมเล็กเบาๆในหูประหนึ่งว่ามันมีชีวิต!
เปรียบได้ว่าเจ้าดาบอาถรรพ์นี้กำลังร่ำร้องให้ผู้เป็นนายของตนปลดมันจากฝักดาบ
อันเป็นพันธนาการให้จะพุ่งออกจากฝักเพื่อวาดลวดลายล้างผลาญชีวิตศัตรูหรือแม้กระทั่งเจ้านายของมันเอง!

ใช่ครับ ดาบของสองตระกูลนี้คือดาบอาถรรพ์ที่กระหายเลือดอย่างแท้จริง
เพราะใครก็ตามที่ได้ครอบครองมันก็ต้องได้หลั่งเลือดหมู่ศัตรูหรือแม้แต่เลือดของตนเองแทบทุกคน!


ไดเมียวหนุ่มแห่งไดมัตสึคือ "โตกุกาว่า โมโตยาสุ" หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า "อิเอยาสุ" ผู้ซึ่งต่อมาจะเป็นเจ้าแผ่นดินญี่ปุ่นนั้น
อาวุธคู่กายของเขาก็คือหอกยาริ ซึ่งผู้ที่ทำใบหอกยารินั้นก็คือตระกูลมุรามาสะ!

  ยามใดที่ไดเมียวหนุ่มเอาเจ้าหอกอาถรรพ์นี้ออกฝึกวิชายุทธ เจ้าหอกนี้ก็มักจะทิ่มแทงตัวของเขาเอง
หรือหาไม่ก็คนใกล้เคียงเป็นได้เลือดอยู่เสียร่ำไป ดังนั้น เหล่าลูกหลานแห่งตระกูลโตกุกาว่าจึงจำขึ้นใจไว้มั่นว่า
จะไม่พกดาบหรืออาวุธที่ทำจากตระกูลมุรามาสะโดยไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาด
หากแต่ทว่า ดาบแห่งตระกูลโยชิมัทสึกลับมีแรงอาถรรพ์ในทางกลับกันกับดาบแห่งตระกูลมาซามุเนะและมุรามาสะโดยสิ้นเชิง!
เพราะดาบแห่งโยชิมัทสึคือดาบผู้พิทักษ์ชีพ หาใช่ดาบกระหายเลือดไม่

เรื่องราวมีอยู่ว่า ในการยุทธที่ริมแม่น้ำเทนริน อันเป็นศึกระหว่างตระกูลโตกุกาว่า อันมีผู้นำคือ "อิเอยาสุ"
และตระกูลพลม้ารบที่เหี้ยมหาญที่สุดแห่งญี่ปุ่นคือทาเคดะ อันมีผู้นำคือ "คัตสึโยริ" ซึ่งฝ่ายของโตกุกาว่า
อิเอยาสุนั้นพ่ายแพ้อย่างย่อยยับจนต้องรีบหลบหนีกลางสมรภูมิไปยังหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง

ด้วยความอับอายอย่างสุดแสนอัปยศที่ได้พบ ไดเมียวหนุ่มได้หลบไปยังบ้านของหมอชาวบ้านรายหนึ่ง
แล้วจึงเตรียมดาบวากิซากิเล่มน้อย อันเป็นดาบคู่กับดาบตาชิ ซึ่งดาบทั้งสองเล่มก็ทำจากฝีมือช่างดาบแห่งตระกูลโยชิมัทสึ
เพื่อกระทำการเซปปุกุเพื่อปลิดชีพของตนเอง
ตามธรรมเนียมแล้ว ในการทำเซปปุกุนั้นจะต้องมีนักรบผู้ไว้ใจได้อีกนายหนึ่งอยู่ร่วมพิธีด้วย
เพราะเมื่อผู้กระทำเซปปุกุลงดาบที่ท้องของตนเองแล้ว นักรบผู้ช่วยนั้นจะต้องลงมีดตัดหัวของนายหรือสหายตน
เพื่อให้สิ้นทรมานในฉับพลัน

หากแต่ในคราวนี้ อิเอยาสุเลือกที่จะปลิดชีพของตนเองเพียงลำพัง...
หลังจากสะกดกลั้นและรวบรวมความกล้าได้มั่นแล้ว อิเอยาสุจึงจ้วงดาบสั้นเข้าใส่ท้องน้อยของตนในทันที!
ช้าก่อน! อย่าเพิ่งหลับตาหรือร้องกรี๊ดเลยท่านทั้งหลาย มันพลันเกิดเหตุอัศจรรย์แล้ว!
เพราะเจ้าดาบวากิซากิเล่มนั้นใบดาบของกลับพลิกในบัดดล!
อิเอยาสุสงสัยใจว่าตัวแกนด้ามดาบนี้คงหลวมเป็นแน่ ก็เลยบิดใบดาบกลับให้เข้าที่แล้วก็ลากเอาครกเหล็ก
บดยามาลองดาบยกหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่าเจ้าดาบน้อยกลับแทงทะลุยันก้นครกนั้นประหนึ่งแทงดินเหนียวก็ไม่ปาน
เอ ดาบก็ปรกตินี่หว่า...อิเอยาสุรำพันในใจแล้วดึงเจ้าดาบน้อยนั่นออกจากครก แต่ปรากฏว่าเจ้าดาบนั่นกลับติดกับ
ครกเหล็กชะงักแน่นหนานัก เพราะดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก!   

ในขณะที่อิเอยาสุกำลังปล้ำกับดาบเจ้ากรรมที่ติดกับครกเหล็กอยู่นั้น
พวกขุนศึกและหมู่องครักษ์ที่ออกตามหามานานก็ทะลึ่งโผล่พรวดเข้ามาพอดี
ไม่ต้องถามว่าเจ้านายกำลังทำอะไร พวกขุนศึกผู้ภักดีต่างตะโกนโหวกเหวกโวยวายห้ามปราม
อิเอยาสุจึงยิ่งโหมแรงดึงดาบออกจากครกเหล็กนั้นให้จงได้ พวกขุนศึกทั้งหลายต่างถลันก็เข้าไปกลุ้มรุม
ยื้ดยุดเจ้านายเพื่อมิให้คิดสั้นฆ่าตัวตายในขณะที่กำลังพันตูอยู่นั้น
มีทหารองครักษ์ผู้หนึ่งเข้าไปดึงดาบออกจากครกเหล็กนั้น
ปรากฏว่าเจ้าดาบน้อยกลับหลุดออกมาจากครกอย่างง่ายดาบซะนี่?!
อิเอยาสุที่พลันเห็นก็ต้องแปลกใจกับสิ่งที่เห็น แต่ยังไม่ทันจะถาม เหล่าขุนศึกต่างผูกม้ารอท่าให้พร้อม
และจึงให้นายของตนควบม้าหนีไป เพราะพวกศัตรูกำลังจะตามมาทันอยู่แล้ว
ตัวกูจะเป็นอะไรก็ช่าง จะอยู่หรือตายกูไม่สน นายกูต้องไม่เป็นอะไรทั้งนั้น!
ขุนศึกหนุ่มซึ้งน้ำใจเหล่าข้าบ่าวผู้ภักดียิ่งนัก หากแต่น้ำใจและความภักดีของพวกเขาก็มิอาจขัดได้
อิเอยาสุจึงกลั้นใจชักม้าหนีกลับไปยังดินแดนของตนในทันที
ระหว่างที่ตนควบม้าหนีไปนั้น ในใจก็ครุ่นคิดถึงเจ้าดาบคู่กายว่าทำไมมันถึงเกิดเหตุเช่นนี้ได้หนอ...

หลังจากศึกแม่น้ำเทนริน โตกุกาว่าก็พกดาบคู่แห่งตระกูลโยชิมัตสึไม่ห่างกาย
ซึ่งไม่ว่าจะออกศึกครั้งใดเขาสามารถปราบศัตรูทั้งผองได้จนราบคาบสิ้น จนเขาสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็น
"จอมพลปราบอนารายชน" หรือโชกุน ผู้เป็นเจ้าแผ่นดินแห่งประเทศญี่ปุ่นในที่สุด
นับแต่นั้นเป็นต้นมา เหล่าขุนศึกและสมาชิกแห่งตระกูลโตกุกาว่าทุกคนล้วนพกดาบตระกูลโยชิมัทสึกันสิ้นทุกคน
เพราะคุณความดีงามที่อิเอยาสุกระทำไว้ หรือเพราะแรงอาถรรพ์แห่งการพิทักษ์รักษาของดาบ
ตระกูลโยชิมัทสึจึงทำให้ตระกูลโตกุกาว่าปกครองแผ่นดินญี่ปุ่นอย่างยาวนานถึง ๒๕๐ ปีเลยทีเดียว

ว่ากันว่าเมื่อเอาดาบทั้งสองเล่มนี้จุ่มลงในแม่น้ำที่มีใบไม้ไหลตามกระแสน้ำ
             ดาบมุรามาสะจะดูดรวมเอาใบไม้เข้าสู้คมดาบแล้วเมื่อผ่านไปใบไม้ทุกใบได้แยกเป็นสองท่อน(ดาบนี้คมมากๆผมขอยืนยัน)แล้วเมื่อนำดาบขึ้นจากแม่น้ำแม่น้ำจะเย็นจัดแล้วก็เหือดแห้งไป
            ดาบมาซามุเนะ ดาบนี้เมื่อจุ่มลงไปในแม่น้ำ จะผลักไปไม้ที่ไหลออกไปให้ผ้นได้อย่างสบาย ไม่มีใบใดไหลมาชนคมดาบ เปรียบเสมือนว่า ดาบเล่มนี้มีไว้สำหรับหยุด โดยไม่ต้องฆ่า จะตรงข้ามกับมุรามาสะที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำลาย


อาจจะยาวไปนิด แต่ทั้ง 2 อันก็ต้องขอบคุณ อัศวินอโยธยา จากเว็บ Dak-D ที่เอามาลงให้อ่าน อาจะไม่เกี่ยวกับหัวกระทู้เลย แต่ก็มิได้ประสงค์ร้ายแต่อย่างใด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: พันเอก เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 14:21 น.
พูดถึงกามิกาเซแล้วญี่ปุ่นสมัยนั้นเค้าสร้างตอร์ปิโดมนุษย์ขึ้นมาด้วยนะ รู้สึกว่าจะชื่อ Kaiten แปลว่าเปลี่ยนโลกหรือเปล่ยนชะตากรรมนีัแหละ (ไม่รุ็ว่าหนังเรื่อง L change the world ภาคต้นฉบับจะใช้คำนี้หรือเปล่า)ถูกผลิตขึ้นมาตอนญี่ปุ่นใกล้จะแพ้สงครามโดยกองทัพเรือญี่ปุ่นโดยติดเข้ากับเรือดำน้ำพอจะใช้งานก็ให้ทหารคลานเข้าไป
แล้วก็ปล่อยจรวด คนขับก็แค่บังคับทิศทางให้กระทบเรือข้าศึกแล้ว ระเบิด หนัก 3000 ปอนด์ก็จะทำหน้าที่ต่อเอง(ไอ้คนออกแบบเคยคึดจะลองใช่เองมั้งมั้ยเนี่ย) รู้สึกมีแผ่นดีวีดีหนังญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งเอาเรื่องนี้มาทำด้วยนะ แต่เสนอภาพในเชิงลบนะ ไม่ใช่ยกย่องทหารเหล่านี้เหมือนหนังญี่ปุ่นที่พูดเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่2
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 18:25 น.
ที่มาของ SOS

หลายคนทรายเพียงว่ามันคือรหัสขอความช่วยเหลือ
บางคนก็เข้าใจว่ารหัสนี้เป็นคำย่อ
มาจากคำว่า "Save Our Ship" "Save Our Souls"
หรือ "Send Out Succour" เพื่อให้ส่งได้เร็วขึ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้ว SOS นั้น
มีที่มาจากรหัสมอร์ส (Morse Code)
ซึ่งใช้ในช่วงมีสัญญาณวิทยุสื่อสาร(ไร้เสียง)
รหัสการส่ง SOS นั้นถูกนำมาใช้เพราะเสียงมีความชัดเจน
โดยหากแปลงจากรหัสมอร์ส ...---...
เป็นรหัสเสียง ก็จะได้เสียงสั้นสาม ยาวสาม สั้นสาม
"ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปี๊บบบ ปี๊บบบ ปี๊บบบ ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป"


แต่ก่อนจะมาใช้ SOS นั้น
สัญญาณขอความช่วยเหลือดั้งเดิม
คือตัวย่อว่า CQD โดย D ย่อมากจาก Distress
(บางคนก็บอก Danger) และ CQ คือการเรียกฐาน
แปลตรงๆคือ "All stations, distress"
ซึ่งเมื่อแปลงเป็นมอร์สแล้วจะได้รหัสดังนี้
-.-.  --.-  -.. ซึ่งด้วยความเยอะนี้
ทำให้ยากต่อการเข้าใจในครั้งแรกมาก 
และแปลผิดได้ง่าย..
นำมาสู่การเปลี่ยนมาใช้ SOS แทนในปี 1908

ว่ากันว่าสัญญาณที่เรือไททานิกใช้ส่ง
เพื่อขอความช่วยเหลือในขณะที่เรือกำลังจะล่มนั้น
คือสัญญาณ CQD.. ตามด้วยรหัส MGY
(เป็นรหัสย่อสำหรับเรียกเรือไททานิก)
ซึ่งรหัสยาวๆนี้ถูกส่งไปหกครั้งด้วยกัน
ก่อนที่เรือแถบนั้นจะแปลออกแล้วเข้าช่วยเหลือ
ซึ่งก็สายเกินไป (ด้วยระยะทาง + เวลา)


สรุปว่า SOS ไม่ได้เป็นตัวย่อของคำใดๆ
และถูกเอามาใช้ เพราะง่ายต่อการส่งกว่าจ่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 18:52 น.
หูยย ความรู้ล้วนๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 19:44 น.
หนูอรเก่ง  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 22:16 น.
เหม.. พี่เช่ก็.....

:35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 02 พ.ค. 2008, 22:47 น.
ระวังหมีมาเจอนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 03 พ.ค. 2008, 00:36 น.
ได้ความรู้ๆ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ชื่อนี้ท่านได้ แต่ใดมา
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 03 พ.ค. 2008, 00:56 น.
พึ่งรู้จริงๆครับ +