อยากแลกเปลี่ยน สร้างสังคมของคนที่สนใจ และ สนองหมวดกีฬาแห่งเว็บฟ้อนต์
ใครมีคำถามภาคทฤษฎี การดูแลและสิ่งคาใจ หรือ ค้นหาที่เรียน ดีๆ ต้องการคำแนะนำต่างๆ
ผมก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่ก็มีประสบการณ์ชีวิตในการตะลอนๆหาความรู้เทคนิคมา
เชิญครับ
ปล.กระจู๋เป็นหมันแหงๆ :05:
อยากเรียนครับ จะเปิดสอนที่ไหนไหมครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 12:42 น.
อยากเรียนครับ จะเปิดสอนที่ไหนไหมครับ :37:
เห็น เอ ว่าสนใจ ไอคิโด้ ผมไม่เคยเล่นเคยเรียนเลยสิครับ แนะนำให้ไปที่ ไทยญี่ปุ่น(อีกแล้ว) คนเก่งๆเยอะมากๆครับ
ส่วนเรื่องผมเปิดสอนเอง กำลังเล็งสปอตคลับแถวบ้านสร้างเสร็จอยู่แล้วจะลองคุยดูน่ะครับ ศิษย์รุ่นแรกๆหายไปไหนหมดแล้วไม่รู้จะเรียกมาช่วยออกทุน :05:
ขอรู้จักรายละเอียด สายต่างๆ ตระกูลต่างๆ ของศิลปะการต่อสู้ ที่พี่แน็ครุ้จักน่อยครับ ผมอยากเลือกมันก่อนก่อนที่มันจะเลือกผม :37: :46:
ผมเคยเรียนไทยุทธครับ
เรียนเตะต่อยศอกเข่า รวมถึงจับทุ่ม และหักข้อมือแบบไอคิโด้ แถมมีฟันดาบด้วย (ฟังดูมั่วๆแต่ก็สนุกดี)
แต่เรียนตอนประถมนะครับ เรียนอยู่สองสามปี ตอนนี้ไม่รู้ย้ายที่ไปเรียนกันที่ไหนแล้วก็ไม่รู้
เครื่องแบบสีดำอย่างเท่
:25: น่าเรียนมากเลยครับ ทุ่มทับจับหักเลยใช่มั้ยครับนั่น
ทุ่มทับจับหัก :25:
เหมือนมวยไชยาเลย
ทุ่มทับจับหยิก :25:
โถมทับทำท้อง :25:
http://www.thaiyuthcenter.com/thaiyuth/102007/#
ลองไปดุในนี้ล่ะกันครับ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 12:49 น.
ขอรู้จักรายละเอียด สายต่างๆ ตระกูลต่างๆ ของศิลปะการต่อสู้ ที่พี่แน็ครุ้จักน่อยครับ ผมอยากเลือกมันก่อนก่อนที่มันจะเลือกผม :37: :46:
โห ยาว ถึงยาวมาก เอาเป็นทีล่ะประเด็นๆไปสิ
ไทยยุทธ เมื่อก่อนก็ฝึกซ้อมอยู่ที่เดียวกับที่ๆผมเล่นคาราเต้แหละ อาจารย์(ลืมชื่อ)เก่งมาก เทคนิคของมวยไชยาท่า2ท่าก็ได้พี่แกสอนเนี้ยแหละ
เหมือนเคยไปดูฝึกที่ลุมพินีหรือที่ไหนเนี่ยล่ะค่ะ
จะว่าไปนี่ก็ไม่ได้แตะพวกนี้มาจะสองปีแล้ว
อย่างมากสุดก็กระโดดเตะแฟนเพื่อน :30:
เคยเรียนไอคิโด :37:/
ไม่มีความรู้อะไรเพิ่มเติมค่ะแค่อยากมีส่วนร่วม :05:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 12:49 น.
ขอรู้จักรายละเอียด สายต่างๆ ตระกูลต่างๆ ของศิลปะการต่อสู้ ที่พี่แน็ครุ้จักน่อยครับ ผมอยากเลือกมันก่อนก่อนที่มันจะเลือกผม :37: :46:
ขอแปะ ไว้ก่อน ดึกๆ ตี2ตี3 เด๋วค่อยพิมพ์ยาวๆ :42:
อ้างคำพูดจาก: น้องกั๊บกิ้ว เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 13:41 น.
เคยเรียนไอคิโด :37:/
ไม่มีความรู้อะไรเพิ่มเติมค่ะแค่อยากมีส่วนร่วม :05:
วิชาพลังแห่งความรัก (ไอคิโด้) เหมาะกับ กิ้ว ดี :40:
เคยเรียนมวยไทย
ตอนนั้นอายุ 11 เอง
เค้าให้ฝึก เตะต่อย คลุกวงใน แต่เน้นสร้างพละกำลังมากกว่า
แล้วก็เป็นเบ๊ในค่ายมวย :39:
แต่ชอบคำสอนของครูว่า "อย่าเอาวิชามวยไปอวดและข่มขู่ผู้อื่น เพราะอาจจะโดนลูกปืนได้"
"อย่าเอาวิชามวยไปอวดและข่มขู่ผู้อื่น เพราะอาจจะโดนลูกปืนได้"
จริงจ๊ะ แต่เราอยู่ในหมวดกีฬา ดังนั้นจึงคิดเป็นกีฬา เสริมสร้างสุขภาพ :42:
เรื่องท้าตีท้าต่อย อวดว่าตนดีฝีมือตีเปตอง เยี่ยม เค้าก็ยิงกัน
ไม่ใช่แค่วิชามวยหรอกครับ เตะบอลบางทียังยิงกันเลย อยู่ที่น้ำใจ
จำได้ สมัยมัธยม สมัยนั้น น้าซีกัล กำลังดัง
มีเพื่อนคนนึงไปเรียนไอคิโด้มา แล้วมันก็เอาท่ามาซ้อมกับเพื่อนๆ เพื่อเป็นการทบทวน
ผิดถูก แขนเดี้ยงไปหลายคน :08:
ไอคิโด้เนี้ย ท่ามันโหดนะครับ :08:
แต่ตอนใช้จริงเนี้ย ยังไม่เคยลอง จำไม่ได้แน่ๆ ว่าต้องวางมือยังไง :37:
ใช่ๅ :08:
หักๆ แขนหักจริงหล่ะเดือดร้อนเลย
เมื่อก่อน ตอนเด็กๆ เคยขึ้นเวทีต่อยมวยตามงานวัด
เปรียบมวยตามตลาดนัด เอามายืนดูว่าไหวไหมก็ ใช้ได้
ต่อยหนแรก ลงกลับมานั่งขี้ไม่ได้เลย
ตอนโดนต่อยจะร้องให้ หันมามองข้างล่าง
พ่อบอกอย่าร้อง ถ้าร้องไม่ให้กินข้าวเลยต่อยต่อ
ได้ค่าตัว 80 บาท
ฮ่าๆๆ เหมือนผมเลย ผมน้ำตาไหลพราก แต่กัดฟันสู้ มึ้งมึ้ง~~
โฮ้ย เหลือเชื่อ
วันก่อนว่าจะตั้งจู๋แนวนี้เหมือนกัน (หลังจากดูรายการจุดตรวจ)
แต่ตูไม่ได้สนใจจะไปเรียนหมัดเรียนมวยนะ แค่สนใจวิชาป้องกันตัวเล็กๆ น้อยๆ
เดี๋ยวมาแชร์ๆ
เค้าว่ากันว่า ศิลปะการต่อสู้ ที่ดีที่สุดคือ มวยไทย
ส่วนศิลปการป้องกันตัว ที่ดีที่สุดคือ ไอคิโด
เห็นหน้าตาผมอย่างงี้ ผมเป็นไอคิโดนะ :52: (แต่สายขาว ไม่ได้สอบเลื่อนสาย)
เคยรวมคลิป ศิลปะการต่อสู้-ป้องกันตัว ไว้ ลองไปดูเล่นๆครับ
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,4802.msg356486.html#msg356486
ที่ผมจำได้นะ
(http://img2.f0nt.com/25/a6d66cde274118d4c912d4bc52fac958.jpg)
การจับหักแบบนี้เจ๋งมากออกแรงน้อยแต่หักได้ เน้นเข้าถึงเร็วไม่ให้รู้ตัว
แบบนี้เลย :25:
เรียนมาเข้าหม้อหมด :05:
กะว่าถ้าเจอโจร ก็คงเป็นลมลูกเดียว :30:
เผลอลองทำกับตัวเอง
เจ็บเหมือนกันนะครับ :23:
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 15:16 น.
เค้าว่ากันว่า ศิลปะการต่อสู้ ที่ดีที่สุดคือ มวยไทย
ส่วนศิลปการป้องกันตัว ที่ดีที่สุดคือ ไอคิโด
เห็นหน้าตาผมอย่างงี้ ผมเป็นไอคิโดนะ :52: (แต่สายขาว ไม่ได้สอบเลื่อนสาย)
เคยรวมคลิป ศิลปะการต่อสู้-ป้องกันตัว ไว้ ลองไปดูเล่นๆครับ
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,4802.msg356486.html#msg356486
อาจจะอยู่ที่ไหวพริบผู้ใช้ด้วยครับ
มีพวก ยิตสุ ของพวก บราซิล น่ากลัวมาก
แต่ถ้ามวยไชยา ไปสู้ด้วยผมว่ามีลุ้น
ของ ยิตสุจับล็อกแล้วจัดการ คืออย่าให้มันล็อกได้
แต่ มวยไชยา หักหมดทุกข้อต่อ เน้น ฆ่าให้ตาย
ตอนมอต้นเคยไปเตะเพื่อนที่เป็นนักมวย
มันยกแข้งรับ แข้งชนแข้ง
ผมนอนน้ำตาไหลพราก โคตรเจ็บ :05:
(เหมือนกะปั่นจักรยานแล้ววืดข้างนึง บันไดอีกข้างมันกระแทกหน้าแข้ง :41:)
เพื่อนยืนเฉย แถมหัวเราะชอบใจ
เห็นว่าฝึกเตะต้นกล้วยทุกวัน
ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังฝึกเตะต้นกล้วยกันอยู่หรือเปล่า ไม่ค่อยเห็นแฮะ
เคยเรียนเทควันโดด้วยแหละ สมัยเรียนปี 1 เหนื่อยดี แต่เล่นแรกๆปวดขา เตะเยอะ
เตะมากจนเล็บนิ้วโป้งฉีกกันเลยทีเดียว ซื้อชุดแล้วเรียบร้อย ปัจจุบันลืมท่าไปหมดแล้ว
แต่เล่นไปซักพัก ก้ไม่สบายซี่โครงกระดูกอ่อนอักเสบ หมอสั่งห้ามเล่นกีฬาที่เคลื่อนไหวรุนแรง
จากนั้นมาก็ไม่ค่อยได้เล่นกีฬาอะไรเลย
ที่เล่นประจำทุกวันก็คงจะเป็น เพาะกาย ละมั้ง
:52:
:38:
ไม่่่น่าเชื่อ
ไปเผยกล้ามเลย :07:
ที่เค้าว่า เดินมา10คนจะเป็นคนเป็นมวยสัก9ครึ่ง นี่ท่าจะจริง :42:
เทควันโด้ นี่ก็สนุกนะครับ ถ้าเล่นสัก1เดือนก็อยู่ตัว ไม่เหนื่อยไม่ปวดแล้ว
เวลาซ้อมก็เน้นเตะอย่างเดียว ฝึกเอว ฝึกขา หน้าท้อง บางทีเหมือนกลับไปเล่นสนุกเหมือนตอนเด็กๆ
เข้าใจง่าย เป็นไว ใช้งานง่าย
และด้วยว่ามันใช้ขาเป็นหลักเลยให้ผลได้ดีกว่าการฝึกมือแขน ขายาวและมีความแรงในตัวอยู่แล้วเมื่อเทียบกับส่วนอื่น
หากการ์ดไม่ตก หรือติดกติกาแข่งมากๆ คงจะดีในทุกสถานการณ์ แล้วแต่บุคคลอีกล่ะครับเรื่องนี้
เจอคนเก่งๆที่เล่นบนเวทีอื่นแล้วชนะก็เยอะ แล้วแต่ความพร้อม
เคยลงแข่ง ตอนซ้อม เตะโดนคู่ต่อสู้ กลัวเขาเจ็บ เลยเตะไป ไหว้ไป :30:
อาจารย์ที่สอนบอกบุ๋มไม่ต้องไหว้ เตะก้เตะไปเลย จะไปไหว้ทำไม :30:
โดนเขาเตะสวนมาเหมือนกัน โดนแขน ช้ำกันเลยทีเดียว ผลออกมา เตะโดนเป้าจังๆ 3 ที เสมอซะงั้น :43:
ถึงจะมีเสื้อเกราะ ถ้าเตะแรงๆ ก็ซี่โครงเคลื่อนได้เลยนะเออ
บุ๋ม ไปเตะบอลกัน เตะให้บอลแตกไปข้าง
เว่อร์ละตั้ง :42:
เกิดบุ๋มตาลาย เห็นพุงตั้งเป็นลูกบอลล่ะแย่เลยนะ :35:
ไม่เป็ฯอะไรเลย รู้แค่จุดตายที่ถ้าจิ้มไปแล้วถ่วงเวลาได้ :30:
ส่วนไอคิโด มีเพื่อนสมัยม.ปลายเล่นอยู่คนนึง
ตั้งแต่ม.5-6 เค้าให้ผมลองเข้าชาร์ทวันละครั้งหลังเลิกเรียน
ผล ... โดนจับบิดแขนมั่ง จับทุ่มลงพื้นมั่ง .... ไม่เคยชาร์ทสำเร็จเลยสักครั้ง :31:
รู้แค่จุดตายที่ถ้าจิ้มไปแล้วถ่วงเวลาได้
ไอ้นี่แหละที่อยากรู้
จุดข้างหลังมั้งครับ โดนจิ้มแล้ว อ๊างงงงงง :04: นานเลย
ไอคิโด้ เป็นศิลปะการป้องกันตัว ที่ยอดเยี่ยมที่สุด หลักการคือเรื่องของการรักษาสมดุลร่างกาย การย่างก้าว
ท่าร่างกาย เงื่อนไขของการออกใช้แรงน้อยกำหราบแรงที่มากกว่า ด้วยแรงภายในตนเอง
ผมไม่เคยเล่นไอคิโด้เลย แต่เพื่อนเล่นมา มันชกมันเตะด้วย ไม่รอให้เราบุกตามทฤษฎี ร้ายมาก แต่ก็เปิดให้เราสวน
เพื่อนบอกว่า เรื่องทำจิตใจให้เข้าถึงเนี้ยยากมากๆ แล้วท่าร่างกายก็ค่อนข้างยาก
ส่วนตัวแล้ว จัดเป็นวิชาน่ากลัว1ใน3 ที่ผมเรียกได้ว่าเกร็งเวลาต้องซ้อมฟรีสแปริ่ง จะต้องเค้าว์เต้อร์ถึงมั่นใจ อ่านเกมกันนาน เหนื่อย :39:
ถ้าถามว่า อะไรที่สาวๆน่าจะรู้ไว้เพื่อป้องกันตัว ผมก็จะบอกว่า ไอคิโด้ นี่แหละเหมาะเลย
แต่สติและความกล้าเมื่อเจอสถานการณ์จริงนั้นคืออีกเรื่อง ไอคิโด้ไม่เคยถอย ต้องเจอถึงรู้ !!!
เออ หมอแมวครับ ช่วยถ่ายทอดวิชาจุดตายของหมอบ้างสิ :42:
//คงไม่ใช่ เป้ากุงเกง คอหอย ลูกตา นะ....
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 17:29 น.
ไอคิโด้ เป็นศิลปะการป้องกันตัว ที่ยอดเยี่ยมที่สุด หลักการคือเรื่องของการรักษาสมดุลร่างกาย การย่างก้าว
ท่าร่างกาย เงื่อนไขของการออกใช้แรงน้อยกำหราบแรงที่มากกว่า ด้วยแรงภายในตนเอง
ผมไม่เคยเล่นไอคิโด้เลย แต่เพื่อนเล่นมา มันชกมันเตะด้วย ไม่รอให้เราบุกตามทฤษฎี ร้ายมาก แต่ก็เปิดให้เราสวน
เพื่อนบอกว่า เรื่องทำจิตใจให้เข้าถึงเนี้ยยากมากๆ แล้วท่าร่างกายก็ค่อนข้างยาก
ส่วนตัวแล้ว จัดเป็นวิชาน่ากลัว1ใน3 ที่ผมเรียกได้ว่าเกร็งเวลาต้องซ้อมฟรีสแปริ่ง จะต้องเค้าว์เต้อร์ถึงมั่นใจ อ่านเกมกันนาน เหนื่อย :39:
ถ้าถามว่า อะไรที่สาวๆน่าจะรู้ไว้เพื่อป้องกันตัว ผมก็จะบอกว่า ไอคิโด้ นี่แหละเหมาะเลย
แต่สติและความกล้าเมื่อเจอสถานการณ์จริงนั้นคืออีกเรื่อง ไอคิโด้ไม่เคยถอย ต้องเจอถึงรู้ !!!
เออ หมอแมวครับ ช่วยถ่ายทอดวิชาจุดตายของหมอบ้างสิ :42:
//คงไม่ใช่ เป้ากุงเกง คอหอย ลูกตา นะ....
แล้วจะสอนมั๊ยคะ :25: อยากเรียนนะ
อ้างคำพูดจาก: ﺕ เดอะบุ๋ม เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 17:32 น.
แล้วจะสอนมั๊ยคะ :25: อยากเรียนนะ
กรรม พี่บอกแล้วไงว่า ไม่เคยเรียนไอคิได้มา
ให้ผมทำอะไรแนวไอคิโด้ บอกได้เลยว่า ไม่เป็น
ทุ่มทับจับหัก ด้วยวิชาอื่น
ไม่เป็นเลยซักอย่าง :52:
ผมเป็นไอคิโด นะ
ผมเป็นวิ่งเกียร์หมา นะ :52:
โอ๊ะอันนี้ทำเป็นครับ แต่เวลาผมวิ่งอย่าวิ่งตามนะ เหนื่อยเดี๋ยวเป็นลม :42:
พี่เช่ เป็น มวยหมี :25:
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 17:39 น.
ผมเป็นไอคิโด นะ
ตั้งจะสอนเหรอ ถ้าเทียบกับคนที่สอบสาย น่าจะได้สายไร :09:
สายๆ แหละ ตอนเช้าไม่ค่อยตื่น เล่นเกมส์ดึก
ถุ้ย!
แหม พ่อมุขฮากระจาย
:30: :30: :30:
ที่จริงก็ไม่ขำหรอก หาเรื่องปั่น :37:
Kungfu คับผม
อ้างคำพูดจาก: ﺕ เดอะบุ๋ม เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 17:43 น.
ตั้งจะสอนเหรอ ถ้าเทียบกับคนที่สอบสาย น่าจะได้สายไร :09:
สายขาว พวกที่อ่อนสุดหนะ :30:
(ไม่ได้สอบ ก็ไม่รู้ว่าเทียบได้สายอะไร แต่ละสายมันจะยากง่ายต่างกัน)
แล้วบุ๋มล่ะ เทควันโด สายไหนได้สอบอ๊ะป่าว
นัดเจอกันแล้วต่อยกันดีไหม แบบไฟท์คลับ :30:
ตัววิชาผมว่าเจ๋งหมดแหละครับ
ถ้าคนเรียนฉลาดเป็นกรดวิชาก็มีพลานุภาพ
แต่ถ้าคนเรียนเห็นหญ้าเป็นอาหาร
ต่อให้เรียนครบถ้วนกระบวนยุทธ
เจอมวยวัดหลับตาต่อย ก็สลบ
ใจปอดหรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง
สาวๆเรียน เทควนโด้แหละแหล่มละ ชุดสวย :21:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 17:29 น.
เออ หมอแมวครับ ช่วยถ่ายทอดวิชาจุดตายของหมอบ้างสิ :42:
//คงไม่ใช่ เป้ากุงเกง คอหอย ลูกตา นะ....
เป้ากุงเกง - ลูกตา จุดอ่อนที่ดีมาก แต่ว่าคงไม่มีใครยอมให้โดนตรงนั้นง่ายๆหรอกครับ ...
เพราะถ้ามือเราไปป้วนเปี้ยนแถวนั้น อีกฝ่ายคงรู้ว่าเราจะทำอะไร
จุดตายที่ว่า เป็นจุดตามวิชาสรีระวิทยา ... เรียกว่าจุดตายให้เท่ๆ เพราะเราคงไม่ต้องการให้ใครตายจริง :25:
ทั้งนี้ถือว่าอายุมากกว่า 15 ปีแล้วจึงจะเข้าดูภาพได้นะครับ เพราะเนื้อหาส่วนเหล่านี้ไม่สมควรให้เด็กๆดู
และที่ให้ดู จะได้ระวังๆอย่าให้ใครมาทำร้ายเราตรงจุดเหล่านี้
1. ข้างๆคอเหนือไหปลาร้า (ดูรูปประกอบ)
เป็นจุดที่รวมของเส้นประสาทBrachial plexus(วงแดงรูปซ้าย) ถ้ากดหรือทุบแรงๆจะปวดมาก การใช้จริงคงทำได้แค่ทุบลงไปที่ตำแหน่งนั้นแรงๆ
อาจจะใช้ในกรณีผู้หญิงที่ไม่รู้จะสู้ยังไงแล้ว ถ้าคิดจะทุบก็เล็งแถวๆนั้น จะได้ประโยชน์กว่าไปเล็งที่ไหล่หรือบ่า เพราะถ้าทุบแรงพอ อีกฝ่ายจะปวดจนกำลังแขนลดลง
ในกรณีวิชาการต่อสู้ เห็นว่าคนที่ชำนาญเข้าประชิดตัวแล้วเอานิ้วเดียวกด
ก็แรงพอที่จะกดคู่ต่อสู้ไม่ให้ลุกขึ้นได้
ตำแหน่งในคนจริงๆ ดูจากรูปทางด้านขวา ... ตรงจุดสี่เหลี่ยมสีแดง
http://img2.f0nt.com/25/c5fb225852040218b534ac012c41e52f.jpg
เคยเรียนไอคิโดตอนอยู่ม.5 ค่ะ สนุกดี :40:
ตอนเด็กๆก็เรียนเทควันโดด้วย สอบได้สายเขียว 2 แล้วก็เลิกเรียน เพราะที่เรียนมันปิด
ถึงตอนนี้ยังอยากกลับไปเรียนใหม่อยู่เลย
ฮารูปประกอบหมอแมว :30:
:30: :30: :30:
หมอแมวทำให้อยากลองกดนะเนี่ย
:25:
รูปนี่.. หลุดหัวข้อไปนิดนึงไหม?
:31:
ผมวิ่งเร็วครับ :52:
อีกอย่างคือทำตัวให้ไม่เป็นจุดสนใจ ธรรมดาๆ แล้วก็จะปลอดภัยเอง
หลักการล้ำลึกมั้ย :30:
ทั้งนี้ถือว่าอายุมากกว่า 15 ปีแล้วจึงจะเข้าดูภาพได้นะครับ เพราะเนื้อหาส่วนเหล่านี้ไม่สมควรให้เด็กๆดู
และที่ให้ดู จะได้ระวังๆอย่าให้ใครมาทำร้ายเราตรงจุดเหล่านี้
2. Kidney Punch
อันนี้ชื่อเท่ ได้ยินจากพี่ชายตั้งแต่สมัยบ้าเคนชิโร่ :42: แต่พอมาเรียนหมอแล้วงง ...
ไตมันอยู่ตั้งลึก จะไปต่อยโดนได้ยังไง ... :07: แต่ในรายการต่อสู้ ตำแหน่งนี้ก็เห็นคนชอบชกกัน
พอดูไปดูมาก็เลยรู้ว่าจริงๆ เป็นการต่อยส่วนที่เรียกว่า Floating rib หรือซี่โครงซี่ล่างๆ (วงแดงรูปกลาง)
ซึ่งเป็นส่วนที่มีกล้ามเนื้อที่ตรึงน้อยกว่าซี่โครงซี่อื่นๆ เวลาโดนต่อยจะปวดแล้วขยับตัวได้ช้าลง
ระวังอย่าทุบแรงเกินไปเพราะอาจจะทำให้กระดูกหักเป็นคดีอาญาได้
ในคนจริง สามารถต่อยหรือทุบได้จากด้านหน้า (รูปซ้าย สี่เหลี่ยมแดง)
หรือจะทุบจากด้านหลังก็ได้ (รูปขวาสี่เหลี่ยมแดง) .... แต่ถ้าเราคิดจะหนี จุดหลังคงไม่ได้ใช้
http://img2.f0nt.com/25/9a6faef5e688697fa12782fa705627a4.jpg
ขออีกสักเจ็ดแปดสิบจุดนะครับ
เพื่อเป็นวิทยาทาน :25:
3. Nipple punch คือ....... ไม่รู้ว่ะเฮียดูจุดแดงเองล่ะกัน
http://img.thzhost.com/i/8h/zsora.jpg
ที่เหลือกการใช้มือหรือนิ้ว จิก/ดัน ในระยะประชิดถ้าหากโดนกอดรัดใกล้ๆที่ต่อยเตะไม่ได้วิ่งหนีไม่ได้
็ปลายคาง
Temporal area
นิ้วโป้งเท้า
ลิ้นปี่ (ไม่ใช่ตุ๊ยท้องนะ แค่เอานิ้วโป้งดันแรงๆ)
ชายคลองโครง (เอานิ้วล้วงจกตับ)
.... คงไม่เอารูปประกอบมาเพิ่มแล้ว เดี๋ยวโดนสาป :25:
แอร๊ยะ ป๋าเลย์ตัดหน้า อ๊ะ :30: ป๋าาาาาาาา
:07c:
:30:
:07c:
(http://img2.f0nt.com/25/1f05ab714fb1cd6e882c316b4a635240.jpg)
ตูเรียนจนถึงเกือบถึงสายดำเลยนะนั่น ซ้าด
:30: มุมานะแทบตาย
:30: :30:
:30: :30: :30:
:30:
แต่สาวๆติดแทนนะ :25:
ขอเล่าช่วงที่ฝึกมวยไทย นิดนึง
ขอเรียกว่ามวยไทยละกัน เชื่อพ่อ
เมื่อก่อน พ่อผมจะเป็นนักมวยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากในอำเภอ คือล่าเงินรางวัลตามงานวัดต่างๆ นะ ปู่เป็นเจ้าของค่าย
แต่พอผมเกิดก็ไม่เคยเห็นค่ายมวยที่ว่านั่นแล้ว ได้ยินแต่เรื่องที่พ่อชอบโม้ให้ฟังทุกวัน
ตอนลงมาอาบน้ำ ที่บ้านไม่มีห้องน้ำ อาบน้ำกับโอ่ง ที่อยู่ เยื้องๆ ออกไปข้างหลังบ้านที่มีแต่ป่า กับลานกว้างๆ
ผมเป็นคนชอบอาบน้ำดึก พ่อชอบลงมาคุยเล่นด้วยก่อนผมจะอาบน้ำ แล้วแกก็ชอบคุยเรื่องมวยๆให้ผมฟังประจำ
ผมเป็นคนไม่ค่อยสู้คนแล้วประมาณว่าไม่มีความคิดอยากฝึกเล้ยมวย มาวันหนึ่งผมก็ตัดสินใจให้พ่อฝึกให้
ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรจำไม่ได้แล้ว หรือเพราะหมั่นไส้พ่อที่ชอบขี้โม้ให้ฟังก็ไม่รู้ :30:
ครั้งแรกที่พอจำได้ พ่อให้เตะพ่อ ไอ้เราก็ไม่กล้า จะเตะได้ไง พ่อก็เลยตั้งการ์ดแล้วเอามือตบหัวผม
เหมือนปล่อยหมัดอะแต่พอถึงหัวก็แบมืออกกลายเป็นตบ หัวผมสบัดอยุ่หลายที ตบฉาก ตบฉากอยู่หลายครั้ง
ผมก็เลยตัดสินใจสู้บ้าง สรุป ต่อย เตะ พ่อไม่โดนเลย เจอพ่อป้องกันได้หมด แต่เริ่มสนุก
แล้วจากนั้นก่อนอาบน้ำจะเป็นเวลาที่ผมกับพ่อเล่นกันทุกคืน เรียกว่าเล่นละกัน คือมันไม่ออกแนวจริงจังเท่าไร
โดนตบทีก็หัวเราะที โดนต่อยทีก็หัวเราะกันคิกคัก แต่มีหลายครั้งเหมือนกันที่โดนพ่อตบบ่อยๆ
จนโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็เลยร้องซะเลย
มาวันหนึ่งพ่อก็เอากระสอบที่ใส่ขี้เลื่อย แขวนไว้บนต้นมะขามหน้าบ้านให้ผมหัดเตะ ก็เลยสนุกแล้วนะตอนนั้น
มีลูกพี่ลูกน้องที่บ้านอยุ่ใกล้กันเขาเห็น เขาก็เลยอยากฝึกด้วย อีกสองคน ทีนี้พ่อก็เลยฝึกให้
พอถึงฤดูงานวัดกันก็ไปเปรียบมวยแล้วก็ไปชกกัน ตอนนั้นจำได้ว่าพ่อ สอนลูกเตะสามการ์ด ไม่รุ้พ่อคิดเองหรือเปล่า
แต่มันถือเป็นท่าไม้ตายของพวกเราเลยละ :30: คือจะรู้สึกว่ามีครูขึ้นเยอะเลย ถ้ามีท่าไม้ตายเป็นของตัวเอง
ผมเป็นมวยเตะที่ไม่ชอบเข้าประชิด เพราะกลัวเข่า ไม่ชอบการโดนเข่า ก็เลยชอบท้าไม้ตายนี้ที่สุดละ
แต่พอหมดหน้าฤดูงานวัด ไอ้อาการมวยฟีเวอร์ก็ค่อยๆ หายไป ลูกพี่ลูกน้องที่เคยฝึกด้วยกันก็
ไม่เรียนแล้วผมก็ไม่ฝึกแล้วเหมือนกัน กระสอบที่ผูกไว้ต้นมะขามหน้าบ้านนานๆที่จะลงไปเตะมันซักที
แต่พ่อกันยังคงคุยโม้อยุ่เหมือนเดิม แต่ผมไม่ได้รุ้สึกเหมือนเดิมแล้วนับตั้งแต่นั้นมาเพราะเรื่องของพ่อมันมีเค้าว่าน่าจะจริง :30:
เคยตามพ่อไปไหนต่อไหน คนแก่ๆ เขาก็เคยชมพ่อเราให้ได้ยิน ก็เลยคิดว่า เออ คงจริงแหละที่พ่อเราเป็นนักมวยดังอย่างที่แกโม้ให้ฟัง
พ่อใช้ชื่อว่า ยอดรัก ส. ดาวเรืองละ ผมก็เลยใช้ชื่อว่า ยอดรักน้อย ส. ดาวเรือง อีกสองคน ก็ใช้ชื่อนักร้องลุกทุ่งเหมือนกัน :30:
โอ้ว กระจู๋ไชยาถือกำเนิดขึ้นแล้ว
ชอบภาพประกอบของหมอแมวอะนะ :30: ดูเรื่องที่ออกจะโหดร้ายเป็นน่าพิศวาสขึ้นเชียว
เริ่มต้นจากตอนเด็กๆ ชอบแกล้งเพื่อน พอแกล้งเค้าได้ก็เริ่มลงมือลงไม้ วาดลวดลายยอดมนุษย์
แต่ทว่าได้แต่ทุบๆเอาหมัดทิ่มๆไม่เป็นมวยนึกตามอย่างหนัง ซึ่งรู้สึกตัวว่าไม่เห็นเหมือนในที่เคยเห็นเลย
เลยหาที่ฝึกจะได้ทำได้ดีๆ แล้วก็มารู้ตัวว่าวิชาว่ายน้ำไม่สามารถทำอะไรแม่นได้เลย เกิดความเลื่อมใส
คิดในกระบาลอย่างเดียว กูจะเก่งกูจะเท่ไอ้อ่อนๆมันต้องอยู่ใต้ทีนกรู ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า....( จำความ - 10ขวบ )
อารามว่าเห็นหน้าติ๋มเป็นลูกจ๊อกซ๊อกเก้อร์หมด ฮีโร่ฝังใจ ยังไงๆ ลูกจ๊อกซ๊อกเก้อร์พวกนี้โตขึ้นไปก็ต้องเป็นผู้ร้าย
กำจัดมันไว้เพื่ออนาคต และฝึกตัวเองไว้เผื่อวันหน้าเจอ...
ไม่ว่าใครจะมาด่าว่า ฟ้องพ่อฟ้องแม่มาเอาเรื่อง ข้าทำถูกแล้ว พวกมันโตขึ้นจะได้ไม่เป็นคนเลว
ยังไงๆ ข้าต้องปกป้องโลก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ....
สมัยประถม ยังยึดหลักนี้เรื่อยมา ฝึกก็ฝึกมั่วเอาเอง ของขึ้น ก็หาเรื่องพวกที่ดูแล้วอ่อนแอกว่า แต่เริ่มมีกระบวนท่ามากกว่าว่ายน้ำ
เวลาแหย่จนติ๋มตัวสั่นร้องไห้กำหมัดสู้ นี่ช่างสะใจ แต่กระไรข้าไม่มีทางถูกพวกแก ล้มได้หรอก ปกป้องโลก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เป็นอย่างนี้จนขึ้นมัธยมต้น มีติ๋มให้รังแก ทั้งตัวหลักตัวรอง ต่อด้วยเจอที่เรียนวิชาการต่อสู้ เลยฝึก เพื่อที่จะได้เท่กว่าเดิม
จุดพลิกในชีวิต เมื่อฝึกๆไป ท่าทางเริ่มสมบรูณ์ขึ้น จิตใจเริ่มนิ่ง และผ่านการแพ้ชนะในประลอง เริ่มเข้าใจว่าเราเพียงคนเดียวไม่ช่วเปลี่ยนอะไรได้
ในที่สุดวันนึง ขณะกลับบ้านหลังการฝึกเจอผู้หญิงคนนึงถูกทำร้าย ใส่ชุดนักศึกษา ผู้ชาย2 รุมจับและตบ ผู้หญิงคนนั้นร้องให้ช่วย
รุ่นพี่และเพื่อนในสำนัก ต่างกันพาหันหน้าหนี เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเห็นว่ามันไม่ถูกอยากเข้าไปช่วย เพราะไม่ว่ายังไง
ก็ไม่ควรใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง และมีหลายวิธีที่จะจัดการเรื่องนี้โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง
รุ่นพี่ และ เพื่อนๆ กลับบอกให้ "อย่าไปสนใจ" แล้วพาผมเดินจากจุดนั้นไปอย่างรวดเร็ว
กลับบ้านมา นอนไม่หลับ เรื่องนี้ติดค้างในสมองผมนานมาก ไม่รู้วันนั้นเค้าจะเป็นยังไงบ้าง
ใจนึงก็คิดว่า ไม่เป็นอะไรๆ แต่สลัดมันออกจากใจ ไม่ได้เลย
สรุปนี่ทำให้เราเห็นแก่ตัวมากขึ้น เรื่องไม่มาถึงตัว ก็ไม่ใช่เรื่องของตัว รึไง อะไรคือความเข้มแข็ง
นั้นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อแสวงหาตนเอง ตามที่ต่างๆ เลิกติดในสาย เลิกติดในท่า ชื่อวิชา
เพราะทั้งหมดนั้น ไม่ได้ทำให้เราเป็นคนดีได้เลย อะไรที่จะเป็นคำตอบให้ใจ ว่าอะไรทำให้เรา"ดี"ขึ้น
จะแค่ไม่ถูกรังแก จะแค่ไม่ต้องแพ้ใคร จะแค่ทำได้ดีเท่สวย อะไรที่ทำให้เราสบายใจมากกว่านั้น
จบ ม.ปลาย
เดี๋ยวมีอะไรขึ้นมาแล้วจะเล่าต่อ
พี่แน็กเลยออกตามหาดราก้อนบอลใช่มั้ยครับ :25:
อ่านของจักรี แล้วเหมือนส่องกระจก
:12:
ถามหมอแมวอีกทีครับ
เรื่องวิชาสกัดของหนังจีนหนะ มีจริงมั้ยครับ
โดยเฉพาะจิ้มแล้วนิ่งเป็นหุ่นหนะครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 25 มี.ค. 2008, 20:16 น.
สายขาว พวกที่อ่อนสุดหนะ :30:
(ไม่ได้สอบ ก็ไม่รู้ว่าเทียบได้สายอะไร แต่ละสายมันจะยากง่ายต่างกัน)
แล้วบุ๋มล่ะ เทควันโด สายไหนได้สอบอ๊ะป่าว
บุ๋มก็ยังไม่ได้สอบสายเหมือนกัน แต่ถ้าสอบคงได้ สายเหลืองดั้ง1 แหละ
ดันมาไม่สบายไปซะก่อน
// เอ และพี่จักรี
แหม พ่อดับเบิ้ลมุขฮากระจาย :25:
// ป๋าเลย์
ฮามากค่ะ :30:
เส้นทางคนละแนวกับผมเลย
ผมน่ะโดนแกล้งเลยต้องไปฝึกวิชา
เกลียดจริงเชียะไอ้พวกขี้แกล้ง :11:
หูยแต่ละคน มีความลับสุดยอดกันทั้งนั้นเลย
เหมือนอะไรซักอย่างในหนังเลย ที่ผู้เยี่ยมยุทธ ดูเหมือนเป็นคนธรรมดา
บุ๋ม เทควันโด
หมอแมว สกัดจุดตาย
ป๋าเลย์ ไทยุทธ
พี่จักรี มวยไทย (มีท่าไม้ตายประจำตระกูลด้วย)
พี่โอ๋ มวยไทย
คุณน้องต่อ มวยไทย
เต่า วิ่งเร็ว และอำพรางตัว(ไม่ทำให้เป็นจุดสนใจ)
พี่แน็ก สุดยอดแห่งวิชายุทธ ไทยยุทธ คาราเต้ และ เทคนิคของมวยไชยาท่า2ท่า (สุดยอดดดดด)
กิ้ว ไอคิโด
พี่เอ ไอคิโด-กำลังฝึกวิชา
พี่เช่ มวยหมี
มีจอมยุทธคนไหนจะเผยตัวอีกมั้ยครับ :27:
แต่ทุกคนจบลงด้วยการปั่นบอร์ด สุดท้ายได้กระดิกแค่นิ้ว
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 10:42 น.
แต่ทุกคนจบลงด้วยการปั่นบอร์ด สุดท้ายได้กระดิกแค่นิ้ว
แบบว่ามันโดนอ่ะครับ :30: :30: :30: :30: :30: :05:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 10:42 น.
แต่ทุกคนจบลงด้วยการปั่นบอร์ด สุดท้ายได้กระดิกแค่นิ้ว
สภาวะที่หนึ่ง ยอดกระบี่ อาจอยู่เหนือกระบี่นับเเสน
--เเต่หากมียอดกระบี่ที่ดีกว่าเกิดขึ้น ก็อาจพ่ายเเพ้
สภาวะที่สองของกระบี่ ไร้กระบี่ กระบี่อยู่ที่ใจ เเม้ในมือไม่มีกระบี่ เเต่หากใจต้องการ ทุกสิ่งรอบตัวล้วนเป็นกระบี่
--เเต่ไร้กระบี่ก็ยังอาจไม่ไร้เทียมทาน เพราะมีนักกระบี่มากมายที่เข้าถึงสภาวะไร้กระบี่
สภาวะที่สามของกระบี่ คือลืมกระบี่ เมื่อลืมกระบี่ลืมการฆ่าฟัน ลืมการเอาชนะ จิตจะคืนสู่ธรรมชาติ เเละ เฝ้าดูธรรมชาติเติบโตต่อไปอย่างชื่นชม เมื่อลืมทุกอย่าง เเม้เเต่อริศัตรูก็ถูกทำลายไปโดยปริยายกระบี่อยู่ที่ใจ ภาพยนตร์เรื่องฮีโร่ (http://www.china2learn.com/board/show.php?qID=4421)
นั่งเฉย ๆ ตะคริงยังกินเลยครับ นับประสาอะไรกับ การจับดาบ :39:
:30: :30: :30: :30:
สภาวะลืมกระบี่ ใช้เพียงคลิ๊กเดียวทำลายศัตรู ลบ ลบ ลบ ลบ ลบ ลบ ลบ
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 10:37 น.
พี่แน็ก สุดยอดแห่งวิชายุทธ ไทยยุทธ คาราเต้ และ เทคนิคของมวยไชยาท่า2ท่า (สุดยอดดดดด)
เอ้ยๆๆ ไม่ใช่ๆ แค่เคยฝึกๆ ไทยุทธนี่เค้าเรียนตอนสาย ต่อจาก ช.ม.ของ คาราเต้ วันเสาร์หรืออาทิตย์เนี้ยแหละจำไม่ได้แล้ว
นั่งดูเค้าพอหายเหนื่อยเฉยๆ ไม่เคยฝึก สมัยเด็กๆ พอดีรู้จากเพื่อนว่า คาราเต้โชโตกันเค้าฝึกกันเย็นๆ วันธรรมดาทุกวัน
เลิกเรียนแล้วนั่งรถเมล์ไปซ้อมต่อ เลิก2-3ทุ่ม เสาร์อาทิตย์ เช้า8โมง
แล้วเวลาฝึกคาราเต้ พื้นที่ข้างๆ เค้าซ้อมไอคิโด้ กัน เหล่ๆดู จำๆเอา ก็ไม่ได้เรียนอีกเช่นกัน
สรุป คือ ไทยุทธ และ ไอคิโด้ ไม่ได้เรียนครับ ช่วงที่เจออยู่กับ คาราเต้ อย่างเดียว
ปัจจุบัน นี้ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคาราเต้หรอก ฝึกมั่วไปหมด ไม่รู้เรียกอะไร
อย่าถ่อมตัวเลยท่านจอมยุทธ(เต๊ด) :27:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 10:42 น.
แต่ทุกคนจบลงด้วยการปั่นบอร์ด สุดท้ายได้กระดิกแค่นิ้ว
พลังกระดิกนิ้วนี่น่ากลัวมากนะ สมัยนี้ :21:
ขอเป็น "จอมยุทธมะเน็ด" จะดีกว่าครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 10:42 น.
แต่ทุกคนจบลงด้วยการปั่นบอร์ด สุดท้ายได้กระดิกแค่นิ้ว
:01: แหม แล้วทีฟุตบอล โบว์ลิ่ง บาส ล่ะ เค้ายังแลกเปลี่ยนกันได้เลย
แอโร่บิค โยคะ ก็น่าจะเกี่ยวกันนะเนี้ย เพื่อสุขภาพ
อ้างคำพูดจาก: Uncle Bugs เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 08:49 น.
ถามหมอแมวอีกทีครับ
เรื่องวิชาสกัดของหนังจีนหนะ มีจริงมั้ยครับ
โดยเฉพาะจิ้มแล้วนิ่งเป็นหุ่นหนะครับ :04:
ถ้าเป่าหูล่ะพอมี :04:
พรรคมารยังไม่มาเผยวิทยายุทธ์กันเลยครับ
อีสาม กิ๊ง บอส งี้ :27:
อย่าทำเป็นเล่นไป เหมือนในการ์ตูนเลยนะ เด๋วเค้าเปิดเผยมาจะหนาว
หมากรุก โกะ ห้องสมุด ถ่ายภาพ จิตรกรรม นาฎศิลป คหกรรม คอมพิวเต้อร์
แบบ พวกชมรมวัฒนธรรม เทคโนโลยี่ เก่งต่อสู้มากกว่า พวกศิลปการต่อสู้ อีก
ตอนอยู่ ม.5 ไปท้าแข่งกับพวกคหกรรม มันให้แข่งทำเค้กเนยสด ก็แพ้มันดิ ขอแข่งฟรีสแปริ่ง เค้าบอกว่า มีด หม้อ กระทะ คือความเป็นคหกรรม
ถ้ามันเอามีดมาเพราะความเป็น"วิชาคหกรรม" ใครจะไปเถียงมันได้ฟระ สาบานได้เรื่องจริง แต่เป็นการคุยเล่นกัน ที่เนื้อหาไม่เล่นๆเลย
ไอ้ทางเราเถียงจะเอา กระบองสองท่อนไปสู้ เค้าก็บอกว่า งั้นเค้าใช้น้ำเดือดเป็นอุปกรณ์เสริมบ้าง....ยอมมัน ปีนั้นเค้าได้ทำเลตั้งบูทไป
ถ้าตีกับวิชาคอมพิวเต้อร์ มันจะไม่ทำงานให้อีก แพ้มันโดยคุยสั้นสุด บารมีสูง
เรื่องจริงทั้งน้าน การ์ตูนมันเอาโครงเรื่องมาจากเรื่องจริง
เอาน้ำเดือดเป็นอุปกรณ์เสริม :30: :30:
:30:
:30: :30:
เคยเรียน ไอคิโด ครับ
ไปเรียนไปประมาณ 6 ครั้ง
โดดจับกดลงไป เจ็บไหล่ เลยเลิกครับ :37:
เสียดาดค่าชุดตั้งเกือบ 1000 :08:
--มวยไทย--
ต้นกำเนิดนับย้อนไปได้ถึง สมัยยุคหินในแถบอินเดีย(15000+ก่อนพุทธกาล)
เป็นศิลปการเต้นรำหน้าไฟ บูชายัญไก่ ต่อเทพแห่งไฟ ของเผ่าพื้นเมือง
เป็นการแสดงว่าวิญญาณของไก่ที่บูชายัญ ทางท่าทางการเต้นรอบกองไฟ
เป็นประเพณีรื่นเริง ต่างไปจากการบูชายัญ สัตว์อื่น
ต่อมา ชาวอารยัน ได้เข้ามาจากเปอร์เซีย ตาสีฟ้าผมสีทอง (8000+ก่อนพุทธกาล)
ใช้การขี่ม้าและยิงธนูเป็นหลัก ชนพื้นเมืองใช้ศิลปท่าเต้นและไม้กระบองต่อสู้
เป็นนัยว่า ศิลปนี้มีไว้ต่อกรกับผู้รุกรานด้วยมือเท้า ตั้งแต่นั้น
เมื่อสิ้นสุดสงครามนับพันปี ระหว่างอารยัน และทมิฬ กับอารยันและอารยันด้วยกันเอง
ศิลป วัฒนธรรมของอินเดีย แพร่เข้ามาถึง เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในรูปแบบการปกครอง ศาสนา
เขมรรับเอารูปแบบทั้งหมดจากอินเดีย รวมทั้งมวยด้วย ยุคนี้เป็นยุคมวยชนิดนี้แพร่หลายไปทั่วทุกชนชั้น
สิ้นยุคเขมร ไทยก็พัฒนาฝึกฝนกันต่อมา จนเรียกว่ามวยไทย โดยอาศัยแม่ฉบับเดิมจากเขมร ที่เขมรรับจากอินเดียอีกทอด
คนจีน เรียกว่า มวยไก่ เพราะลอกท่ามาจากไก่
คนอินเดียสมัยนึง เรียกว่า มวยกีราต มิใช่ คาลารีปายัตตุ ของเดิม ซึ่งผนวกมวยปล้ำของชาวอารยันเข้าไป ทำให้เราแยกตัวออกมาจากมวยอินเดีย
(กีราต พวกลิงป่าที่เป็นได้แค่ทาส)
คนเขมร เรียก ประดัญเสรี เป็นการนำ ประดั่ญมูย ของเดิมตามผสานเข้ากับแม่ไม้มวยไทย(เสรี ต่อท้าย) เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ชาวตะวันตก ดัดแปลงมวยไทยไปเป็น คิ๊กบ๊อกซิ่ง ซึ่งภายหลังหมดความนิยมไป เพราะมีแค่พื้นมวย
+ :12:
-ต่อๆ ค้นความจำอยู่
ปัจจุบัน "มวย" ซึ่งถือว่าเป็น ยุทธ์วิธีต่อสู้ด้วยมือเปล่าของเอเซียอาคเนย์
ถูกปัญหาทางสังคมบีบ ริดรอน ลงเหลือเพียงกีฬา เช่น มวยไทย ใส่นวม กติกา
และห้ามใช้"ไม้ตาย"เพื่อทำลายชีวิต เหลือเพียง แม่ไม้ ลูกไม้บางส่วน ไม้ตาย เหลือเป็นแค่คำเปรียบเปย
มวยขแมร์ ครูบาอาจารณ์ถูกภัยการเมือง และสถาพแร้นแค้นล้มหายตายจาก
จนเรียกได้ว่า สิ้นลม เหลือเพียงตำราบางส่วนและ มวยในประเทศเพื่อนบ้าน
มาต่อเติมเสริมสร้างให้กลับคืน ประดั่นมูย เป็น ประดั่ญเสรี เพื่อดึงวิชากลับสู่บ้านเกิด
มวยลายลาว เน้นหนักแรง ทีเดียวตาย มีอันตรายมาก รัฐไม่ส่งเสริมถือเป็นเรื่องป่าเถื่อน
การเรียนรู้เป็นเรื่องผิดกฎหมายในยุคนึง นานจน ลืมเลือนไปมาก
บันโด มวยพม่า มีการทุ่มหักจับรัด อิงมวยอินเดีย ปัจจุบันใช้มวยจากไทยเป็นแบบ
เคี่ยวมวยให้เน้นการใช้หมัดเท้าเข่าศอกมากขึ้น แต่ไม่ทิ้งการจับปล้ำ
ทางใต้ของไทยมีมวยไชยา ซึ่งเป็นมวยสายชวา มิได้ถอดมาจากเขมร อินเดีย
สืบได้จาก หมู่เกาะสุมาตรา ในปัจจุบัน มีการรำดาบสองมือ ปัดป้อง เดียวกัน
พัฒนามาจากปู การต่อสู้ปัดป้องของปู กลเม็ดของมวยไชยานับว่าต่างกับ มวยในอาคเนย์
ปัจจุบันมวยไชยาเริ่มได้รับความนิยมขึ้น ครูมวยเก่งมีมาก
ปัณจะสีลัต พัฒนามาจากมวยจีน ญี่ปุ่นและอินโด โดยปรมาจารณ์ ฝึกฝนทุกวิชาจนเชี่ยวชาญ
วันนึงเห็นดอกไม้หมุนในน้ำวน จึงบรรลุเพลงมวยใหม่ ใช้การหมุนและบานออกของดอกไม้
การโจมตีโดยการนั่งและท่านอน ผนวกกับการจับอวัยวะคู่ต่อสู้หมุนโยน รุนแรงและรับมือยาก
ลงไปถึงอินโดนีเซีย มวยของอินโดเน้นใช้อาวุธ กระบองสั้น ลักษณะเป็นการเต้นรำในประเพณี
ชนเผ่า ใช้มือเปล่าแทนมีด หรือดาบ เมื่ออาวุธไม่มี เคลื่อนไหวปัดป้องจำลองจากปู
อ่ะ ไล่จากอินเดียไปถึงอินโดนีเซียแล้ว
ที่ว่ามาทั้งหมดนั้นเป็นการวิเคราะห์ ฟัง มอง เอาเอง แต่มิได้ลงไปฝึกฝน
ไม่ต้องเชื่อนะ ลองมองวิเคราะห์เอาเองถ้ามีโอกาส
ผิดพลาดประการใดต้องกราบขออภัย
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน ทั้งความรู้ทั้งบันเทิง ประมาณว่า Edutainment มากค่ะ
สมัยอยู่มหาลัยเคยเรียนยูโดมาตัวนึง กะ ดาบสากล ชอบมาก สนุกมาก แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อแล้วแหละ
ส่วนไอคิโด้ อาจารย์ทำใหดู น่าเรียนมากๆ ..
ติดตามอ่านต่อปาย..
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 31 มี.ค. 2008, 22:50 น.
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน ทั้งความรู้ทั้งบันเทิง ประมาณว่า Edutainment มากค่ะ
สมัยอยู่มหาลัยเคยเรียนยูโดมาตัวนึง กะ ดาบสากล ชอบมาก สนุกมาก แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อแล้วแหละ
ส่วนไอคิโด้ อาจารย์ทำใหดู น่าเรียนมากๆ ..
ติดตามอ่านต่อปาย..
:42: ก็ กระจู๋ศิลปะที่ประยุคน์เป็นกีฬาได้นี่ครับ จะออกท่าออกทางลงบอร์ดก็คงไม่ได้ประโยชน์
เลยเป็นเรื่องเล่า เขาว่ากันมา ว่าไปตามที่การใช้บอร์ดจะเอื้อประโยชน์สูงสุด แก่ศิลปแขนงนี้ หรือคนที่ผ่านไปมาในบอร์ด
เวลาฝึกเวลาเรียนเรามองเป็น
ศิลปะ มีท่วงท่าขยับร่างกาย,หยุดนิ่ง มีนำนองช้า,เร็ว มีจังหวะหนักแน่น,ผ่อนเบา ผสมเป็นลีลาต่างออกไปหลายหลาก
เวลาใช้แข่งเรามองเป็น
กีฬา มีแพ้มีชนะ มีสมหวังผิดหวัง มีสู้มีถอย มีฮึดมีท้อ มีน้ำใจ มีเหนือกว่ามีต่ำกว่า
เวลาเกิดเรื่องเรามองเป็นไหวพริบ
การเอาตัวรอด จิตใต้สำนึกของการอยู่รอด ญานทัศนะ การหลุดพ้นจากสิ่งสมมุติ สัจธรรม
สุดท้าย ถ้าเอาแต่ฆ่าๆแข่งๆ แพ้หรือชนะ เราคงไม่เรียกว่าศิลป เราคงเรียกว่า วิชายุทธวิธี เป็น ศาสตร์
มองเป็นศิลปะ ก็ ต้องมีที่มามากกว่า แพ้ชนะ อยู่รอดหรือตายตก
ในศิลปแขนงนี้ เต็มไปด้วยวัฒนธรรม การเป็นอยู่ จริยธรรม กลิ่นไอแห่งชีวิตคนรุ่นก่อนที่ถ่ายทอดมา เรื่องราวต่างๆ ภาษาที่ไร้วาจา
ไม่ว่าจะกำเนิดจากไหน มีท่าทางแตกต่างกันอย่างไร แนวคิดแนวรู้สึกเป็นอย่างไหน สิ่งที่ทำให้มันเป็นมากกว่ากายบริหาร คือ
จิตวิญญานที่สู้กับสิ่งไม่เป็นธรรม นิ่งสงบในจิต อย่างเบิกบานใจ (แต่เบิกบานมาเกินไปจะกลายเป็นบ้ากระหายเลือดนะ...)
สวัสดีครับ พี่แอ้ :46:
แล้วมีใครสนใจเล่นคาโปเอร่าไหมคะ :35:
ถามไปงั้นล่ะ.. ไม่ได้เล่นมา 5 ปีแล้ว :30:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 00:02 น.
:42: ก็ กระจู๋ศิลปะที่ประยุคน์เป็นกีฬาได้นี่ครับ จะออกท่าออกทางลงบอร์ดก็คงไม่ได้ประโยชน์
เลยเป็นเรื่องเล่า เขาว่ากันมา ว่าไปตามที่การใช้บอร์ดจะเอื้อประโยชน์สูงสุด แก่ศิลปแขนงนี้ หรือคนที่ผ่านไปมาในบอร์ด
เวลาฝึกเวลาเรียนเรามองเป็นศิลปะ มีท่วงท่าขยับร่างกาย,หยุดนิ่ง มีนำนองช้า,เร็ว มีจังหวะหนักแน่น,ผ่อนเบา ผสมเป็นลีลาต่างออกไปหลายหลาก
เวลาใช้แข่งเรามองเป็นกีฬา มีแพ้มีชนะ มีสมหวังผิดหวัง มีสู้มีถอย มีฮึดมีท้อ มีน้ำใจ มีเหนือกว่ามีต่ำกว่า
เวลาเกิดเรื่องเรามองเป็นไหวพริบการเอาตัวรอด จิตใต้สำนึกของการอยู่รอด ญานทัศนะ การหลุดพ้นจากสิ่งสมมุติ สัจธรรม
สุดท้าย ถ้าเอาแต่ฆ่าๆแข่งๆ แพ้หรือชนะ เราคงไม่เรียกว่าศิลป เราคงเรียกว่า วิชายุทธวิธี เป็น ศาสตร์
มองเป็นศิลปะ ก็ ต้องมีที่มามากกว่า แพ้ชนะ อยู่รอดหรือตายตก
ในศิลปแขนงนี้ เต็มไปด้วยวัฒนธรรม การเป็นอยู่ จริยธรรม กลิ่นไอแห่งชีวิตคนรุ่นก่อนที่ถ่ายทอดมา เรื่องราวต่างๆ ภาษาที่ไร้วาจา
ไม่ว่าจะกำเนิดจากไหน มีท่าทางแตกต่างกันอย่างไร แนวคิดแนวรู้สึกเป็นอย่างไหน สิ่งที่ทำให้มันเป็นมากกว่ากายบริหาร คือ
จิตวิญญานที่สู้กับสิ่งไม่เป็นธรรม นิ่งสงบในจิต อย่างเบิกบานใจ (แต่เบิกบานมาเกินไปจะกลายเป็นบ้ากระหายเลือดนะ...)
สวัสดีครับ พี่แอ้ :46:
ซาบซึ้งค่ะ .. ชอบสำนวนจัง เหมือนหนังสือที่กำลังอ่านอยู่เลย (มังกรคู่สู้สิบทิศ)
และ สวัสดีเช่นกันค่ะ ลุงแน็ก :46:
:01: หน่า..... ป๋มอายุน้อยกว่าตั้ง1ปีนะ
ไม่เคยอ่านเลยครับนวนิยายกำลังภายใน อ่านพวกหนังสือพิมพ์เป็นหลัก :42:
ในนวนิยายกับความจริง คงคล้ายๆกันมั้งครับ เพราะมันเป็นเรื่องของจิตใจเหมือนกัน
แต่มันก็นานาจิตตัง น่ะครับ อะไรที่เป็นไปไม่ได้มักเป็นไปได้ เสมอ
โลกในนวนิยาย บางทีก็เป็นไปได้ ทุกอย่างล้วนไม่แน่นอน เกิดแก่เจ็บตาย เปลี่ยนแปลงเสมอ
สรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง บ่ายๆถึงออกไปกินข้าวได้ บ่าย2ต้องรีบกลับมาทำงาน เป็นวัฎสงสาร เช่นนั้นเอง (อมิตาพุทธ....)
อ่ะ ตามนั้นครับ พี่แอ้ เข้าใจแล้วนะ :46:
สวัสดีครับ :46: ลุงๆป้าๆ ความรู้อัดแน่นดีครับ น่าตื่นเต้นเข้าไปอีก
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 00:47 น.
สวัสดีครับ :46: ลุงๆป้าๆ ความรู้อัดแน่นดีครับ น่าตื่นเต้นเข้าไปอีก
มุกนี้ไม่ผ่านอะ จักรี :01:
จริงจังมากมายเลยครับ :37:
:46: รับทราบและเข้าใจ และจะติดตามต่อไปอย่างระทึกนะคะ ลุงแน็ก :46:
น้อยกว่าได้ไงคะ ดูจากกระจู๋อายุ ลุงแน็กไปอยู่พระรามสามแล้วไม่ใช่เหรอ.. หรือมีหลายแน็กหว่า.. :09:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 00:53 น.
จริงจังมากมายเลยครับ :37:
:01: ไม่แก่บ้างให้มันรู้ไป....
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 00:59 น.
:46: รับทราบและเข้าใจ และจะติดตามต่อไปอย่างระทึกนะคะ ลุงแน็ก :46:
น้อยกว่าได้ไงคะ ดูจากกระจู๋อายุ ลุงแน็กไปอยู่พระรามสามแล้วไม่ใช่เหรอ.. หรือมีหลายแน็กหว่า.. :09:
:07: ไม่ได้เล่าเรื่องสยิว มาระท้งระทึกอาราย
อ่าว... ไม่ใช่ แอ้ ที่อายุ 32 ปีเหรอ :05:
ก็ระทึกกะศิลปะการต่อสู้ไงคะ.. ตอนนี้กำลังสนใจอยู่พอดี อันเนื่องมาจากหนังสือ
จริงๆ อยากมีวิทยายุทธเหมือนในหนังจีนเลยแหละ แต่ตื่นขึ้นมาซะก่อนค่ะ
แล้วเรื่องสยิวจะเล่ามั่งมั้ยคะ :35:
:07: ม่ายช้ายยยยย... (เข้าข่ายภาษาวิบัติป่าวคะ)
อยากรู้เรื่อง วิทยายุทธต่อแล้วครับ
แต่ เรื่องสยิวก็โอเคนะครับ :04:
เรามานัดต่อยกันดีกว่า ที่นักบอลเค้ายังนัดนัดเตะบอลกันได้เลย :02:
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 01 เม.ย. 2008, 08:53 น.
เรามานัดต่อยกันดีกว่า ที่นักบอลเค้ายังนัดนัดเตะบอลกันได้เลย :02:
เอาสิ
:12:
คนละยก
เวรละบักตั้ง ท้าใครไม่ท้า
เดี๋ยวเป็นกรรมการให้แล้วกันนะคะ :37:
งานนี้ ผมขอตัวนะครับ :44:
เก็บหัวไปด้วยครับ
:44: :44: :44: :44: :44:
น่าสนใจดีครับ ว่าแต่ว่าจะเริ่มเมื่อไรที่ไหนใครสนใจจริงๆบ้างละครับ
เป็นแต่ยูโด แต่ตอนนี้ทุ่มไม่ขึ้นแล้วค่ะ สงสัยต้องหัดใหม่ :39:
นัดกันเองแล้วกัน ถ้าไม่ไกลจะไปแจมด้วย
เล่นแบบ UFC แต่เซฟกว่าตรงที่ให้เวลาแค่ 10วิยืน ห้ามเดินดูเชิง
หากล้มเข้าท่านอนเพิ่มเวลาให้อีก30วิ เล่นท่านอน ยืนทุ่มล้มคนเดียวถือว่าคนล้มแพ้
ถ้าไม่มีใครล้มเลย นับจำนวนเตะต่อยเข้า หากน๊อค หรือเจ็บสู้ไม่ไหวหรือหนี ก็แพ้ ภายใน10วิ
หรือ ถ้าจะซ้อมกัน ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย เฉยๆ ก็ต้องคิดต่อว่าจะซ้อมตามแผนการซ้อมของวิชาอะไร
//แต่ถ้าจะให้ผมวางแผนการซ้อม หรือ ฝึกเรียน ให้ผมขอใช้แบบที่เหมาะกับแต่ละคน
เพราะคนสูงเตี้ยอ้วนผอมหนาบางและทักษะโครงสร้างไม่เหมือนกัน
โดยแบ่งเป็น2พวกใหญ่ๆ คือ
1.ดูจากโครงสร้างร่างกาย
2.ดูจากอุปนิสัย และทักษะเดิมที่มีอยู่
สำหรับผม เทคนิคต่างๆ จะเกิดความสมบรูณ์ได้ก็ต่อเมื่อเข้ากันได้กับบุคคล มวยเลือกคนไม่ใช่คนเลือกมวย
อับเดท ภาคคนแก่ขี้บ่น
หลังสงกรานณ์ วันนึง ผมออกไปซื้อของที่ 7-11 ตอนตี1กว่า
ก็ไม่มีอะไรหรอกถ้าไม่มีวัยรุ่นขี้เมานั่งเรี่ยราดอยู่หน้า 7-11
ก็เป็นวัยรุ่นแถวบ้านผมเองนี่แหละ คงติดลมจากสงกรานเลยเมากันต่อ
ผมก็เดินเข้าไปซื้อของกินตามปรกติ
หัวโจกขาใหญ่พวกนั้นาวๆ20ต้นๆ ก็เข้าตามผมมา
"ว่าไง แว่น" อยู่ๆก็พูดขึ้นมา
ผมเลยมองไปตามเสียง ด้วยว่า ไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่ แล้วก็คิดว่าไม่สลักสำคัญอะไรเลยมองสินค้าต่อ
"ท่ามาก มาดเยอะ นักนะมึง" ชักแปร่งๆแล้วครับ นี่เขาต้องการอะไร รึว่าเมามาก ผมเลยเดินไปที่ตู้น้ำด้านหลัง พยายามเลี่ยงคนเมา
"อย่างที่พี่กูบอกเลย คนอย่างมึงมันคบไม่ได้" อ่าว? ชักไปกันใหญ่ เล่นตะโกนใน 7-11 เนี้ยนะ
"มึงเป็นใครกูไม่สนหรอก กูตีเลี้ยวหมดนะโว้ย" ตอนนี้ผมหยิบน้ำดื่มกับขนมได้แล้ว และคิดว่า มันจะเอาอะไร แล้ว
"อย่างที่พี่กูบอกเลย คนอย่างมึงมันคบไม่ได้ เป็นมวยแล้วคิดว่าเก๋าเหรอสัตว์ เจอกูนี่ เดี๋ยวกูตีเลี้ยวหมด"
ผมก็เดินไปที่เ้้ค้าเต้อร์จ่ายตังค์ ตรงที่เขายืนอยู่ ในใจคิดว่า ถ้ามันเอาจริงขอให้ลงมือมาก่อน กล้องวงจรปิดใน7-11เป็นหลักฐานได้ดี
"กูอยู่ข้างหน้าเซเว่น รอมึงนะ มีไรเจอกูได้" ว่าแล้วมันก็เดินออกไป ข้างนอกมีพวกมันอยู่อีก2คน รวมเป็น3
พนักงานเซเว่น ทำท่าแปลกๆ สายตาเหมือนมีกังวล ผมคิดว่าคงเป็นเวรเป็นกรรมของคนแบบผม สงบสุขไม่ได้
เมื่อเราสร้างศัตรูขึ้น1 จะมีศัตรูเพิ่มอีก3 พี่มัน น้องมัน
เมื่อคิดดังค์เสร็จ ผมก็หิ้วถุง เดินออกจากเซเว่น..............................................
เจ้าขี้เมาขาใหญ่กำลังซุบซิบกันเพื่อนๆในวงเหล้า ผมเห็นอย่างนั้น ก็เลยถอดแว่นออก เพราะมันอันตรายที่มีของแข็งแนบกับหน้าบริเวณตา
หากเกิดการปะทะจริง แว่นตา จะเป็นอันตรายต่อดวงตาเรา ความงุนงงเล็กน้อยหายไปแล้ว ถ้าลุยมา ก็คงพอไหว
ปรากฎว่า ไม่มีใครเอาด้วยกระมัง เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็เดินตามปรกติผ่านกลุ่มเขาไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เหตุการณ์นี้ทำให้ผมอยากเล่า เพราะ ความู้สึกที่ว่า หากผมไม่เคยทำให้คนอื่นรู้ว่าเป็นมวย หรือไม่เคยวิวาทกับพวกเขามาก่อน
เหตุการณ์ลองเชิงอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้น อีกทั้งเราคงใช้ชีวิตไปตามประสาโดยไม่เกี่ยวข้องกับพพวกนักเลง จริงๆแล้วก็ไม่เกี่ยวข้องนะ
แต่เรื่องราวที่ไปพูดกันลับหลังเรานี่สิ ผมไม่ทราบว่าไปพูดอะไรยังไงกัน แต่ที่แน่ๆ มันนำวามเดือดร้อนมาให้เาไม่ว่าวันใดวันนึงแน่ๆ
ไม่ต้องให้ใครรู้แหละดีที่สุด สังคมมองว่าศิลปการต่อสู้ เป็นเรื่องของวิวาท วิวาทเก่งย่อมเป็นนักเลง ไม่ใช่ศิลปิน :08:
โชคดีนะครับที่ไม่มีเรื่อง
พิมพ์ไม่ถูกครับ :47:
เพราะยังไม่รู็เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าโดนกับตัว
พวกนั้นคงฝ่อ ตอนเห็นพี่ถอดแว่นแสดงความพร้อมหน่ะครับ :42:
ถ้ามีเรื่องก็คงประมาณนี้ ฝุ่นตลบ แล้วตำรวจก็มาตอนจบ
(http://img2.f0nt.com/20/69d987890739fe2dbef1ae89a03f19cb.jpg)
(http://img2.f0nt.com/20/352b28ed2461ee6bd135b55089bc3956.jpg)
จริงๆ เจอคนที่มันหน้าปูด ปากเจ่อ หัวแตกด้วย
แต่ไม่กล้ายกกล้องถ่าย กลัวพวกมันมาหา :03:
สมัยเรียนอยู่แถวสวนลุม เรียนไอ'โด้ อยู่สองปีได้ อ.สอนเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่โหดอิ๊บ
พอย้ายมาเรีียนแถวดอนเมือง ก็เข้าชมรมยูโด ของ รร. เย็นๆ ก็เดินข้ามถนนไปเล่นที่ ชมรมของ ทหารอากาศ
ใบเฟิร์น เคยโดนโจรมันมา ขอมือถือ ต่อหน้าต่อตาเลยค่ะ
ที่สยามตอนดึกๆ อ่ะ
หนูไปสุ้มัน เอาเล็บจิกๆ กะให้มันไส้ทะลักเลยค่ะ
สรุป
มันหักนิ้วมือหนู เจ็บร้องไม่ออกเลยค่ะ
เจ็บมาก เจ็บจริงๆ
บัลเล่ย์สายดำที่เรียนมาไม่ได้ช่วยอะไรหนูเลย
มีท่าป้องกันตัวของผู้หญิงมาให้ดูครับ
http://damncoolpics.blogspot.com/2008/09/weird-japanese-self-defense.html (http://damncoolpics.blogspot.com/2008/09/weird-japanese-self-defense.html)
(http://1.bp.blogspot.com/_mmBw3uzPnJI/SNuImboWwAI/AAAAAAAATfE/vo0cNTON04c/s400/japan_01.jpg)
(http://1.bp.blogspot.com/_mmBw3uzPnJI/SNuIm3agvaI/AAAAAAAATfM/GvQhGk7qhWU/s400/japan_02.jpg)
(http://4.bp.blogspot.com/_mmBw3uzPnJI/SNuIeoJ4KUI/AAAAAAAATec/b-VUM4DYkLs/s400/japan_03.jpg)
(http://2.bp.blogspot.com/_mmBw3uzPnJI/SNuIei9q4OI/AAAAAAAATek/vbVJ4Hc1gFg/s400/japan_04.jpg)
(http://1.bp.blogspot.com/_mmBw3uzPnJI/SNuIe7wMmFI/AAAAAAAATes/Gzov4siTQfM/s400/japan_05.jpg)
(http://3.bp.blogspot.com/_mmBw3uzPnJI/SNuIfJzl5PI/AAAAAAAATe0/SHLDvcaE3Dg/s400/japan_06.jpg)
(http://2.bp.blogspot.com/_mmBw3uzPnJI/SNuIfWPTNUI/AAAAAAAATe8/zzleOxU9lBI/s400/japan_07.jpg)
ภาพขึ้นหรือเปล่าไม่รู้ (ถ้าไม่ขึ้นก็กดไปดูเอาเอง) แต่รู้ว่ามันวาดได้มันส์มาก
น่าจะสลบตั้งกะเบอร์สามแล้ว :08:
:12:
สุดยอดค่ะ ต้องไปฝึก.. :56:
สำหรับผู้หญิงเลยนะครับ
1. ศอก กับ เข่า เป็นอาวุธได้เสมอตามธรรมชาติ ไม่ต้องฝึก ทิ่มไปแรงๆก็ได้ผลแล้ว
แถมยังใช้ได้ดีถ้าคนร้ายมาประชิดตัวด้วย
2. กระเป๋าที่คุณๆถืออะ ใส่อะไรไว้ตั้งแยะ หนักนะ นั้นแหละ ลูกตุ้มสงคราม ดีๆนี่เอง
ไม่ต้องกลัวกระเป๋าราคาเจ็ดหมื่นเป็นรอย พาแรงๆได้เลย แถมยังใช้กันกระสุนได้ด้วยนะ
ถ้าคุณเป็นผู้หญิงทั่วไป(ที่มีสารพัดของจุกจิกรวม 2-5 กิโล) ผมรู้
3. ไม่มีใครว่าคุณโหดร้ายสักคน ถ้าคุณจะเอาเล็บจิกข่วนตาคนร้ายจนตาบอด
4. และไม่มีใครว่าคุณสักคน ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไร แต่ถ้าคุณเสร็จมัน หรือ ตาย จะมีคนดูถูกคุณแม้ไม่พูดออกมา
5. หัว อย่าไปโขกโดยไม่รู้จักใช้จริงๆ มีผู้หญิงสลบเพราะโขกหัวมาเยอะ(มันเข้ากลางกระหม่อมตัวเอง=จุดตาย)
6. อย่ามัวสะใจ ผู้หญิงที่เคยเจอแทบ100% จะดีใจที่อัดคนร้ายได้แค่ทีเดียว แล้วมันส์ เลยเสร็จมัน
7. แม้แต่ผู้ชายที่ฝึกมาอย่างดี ก็ตายเพราะคนร้ายที่ไม่เป็นอะไรเลยได้ ฉนั้น อย่าคิดว่าคุณผู้หญิงที่ฝึกมาแล้วจะมีเปอเซนรอดสูงขึ้น
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันอยู่ที่ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดแบบสัตว์ที่มีสติปัญญา ที่อยู่ในตัวคุณๆ แหละ
5 HIT COMBO :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 26 ก.ย. 2008, 00:27 น.
3. ไม่มีใครว่าคุณโหดร้ายสักคน ถ้าคุณจะเอาเล็บจิกข่วนตาคนร้ายจนตาบอด
(http://img2.f0nt.com/26/18b7125bcb3d36b215e876134a2e6204.jpg)
โหดร้ายยยยยยย :07:
ผมคนดีครับ :50:
(เก็บไว้ใช้ ตอนเทศกาลหน้าผี)