ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => กระจู๋ขึ้นหิ้ง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: Layiji เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 18:06 น.

ชื่อเรื่อง: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 18:06 น.
http://www.wakeupwakeupwakeup.com/flvplayer.swf?file=http://www.wakeupwakeupwakeup.com/flv/punyothai.flv
พอดีว่าเพื่อนคงไปถ่ายรายการมา เห็นว่าน่าสนใจดีครับ
เหมือนว่าเราเคยคุยเรื่องการศึกษาไทยมาบ้าง แต่นี่มันเป็นจริงแล้วครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 18:09 น.
กำลังดูครับ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ooooo เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 18:31 น.
มีโรงเรียนแบบนี้อยู่ในประเทศที่ชื่อว่า "ไทย" ด้วยหรือนี่ !!!  :18:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 18:55 น.
ยิ่งกว่า ฮอกวอร์ต ในแฮรรี่พอตเตอร์ อีกนะเนี่ย

---------------------------------

"เด็กสอบตกแล้วไง ซ้ำชั้นไป หรือปล่อยให้มันโง่อยู่อย่างงี้ มันไม่ใช้เป้าหมายของการศึกษา"

ถ้าเจอลุงคนนี้ตัวเป็นๆจะหอมแก้มซักที แล้วบอกว่า ขอบคุณที่ช่วยเหลือประเทศไทยครับ 

เอาไป ห้าเยี่ยมครับ

:12: :12: :12: :12: :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 19:06 น.
ขอยกคำพูดของเพื่อนมาเลยแล้วกันครับ
อ้างอิง
จริงๆเรื่องโรงเรียนทางเลือกนี่ก็เริ่มมีแพร่หลายมากขึ้นแล้ว อย่างโรงเรียนปัญโญทัย


คือจริงๆแล้วเนี่ยเราไม่ต้องส่งลูกเข้าโรงเรียนก็ได้ พ่อแม่สามารถสอนลูกเองได้ตามกม.


จึง เกิดโรงเรียนทางเลือกขึ้นมากมาย จากพ่อแม่วิสัยทัศน์ไกลหลายคนที่เล็งเห็นว่า การปล่อยลูกเข้าระบบ เป็นการทำลายลูก ก็เลยรวมตัวกันสอนกันเองซะเลย ไม่ต้องจบครุด้วย (อันนั้นจำเป็นสำหรับโรงเรียนในระบบ)

และฟังดูดีกว่ามั้ยถ้าครูของเราจบมาทั้ง แพทย์ นิติ รัฐศาสตร์ วารสาร อักษร ฯลฯ


โรงเรียนปัญโญทัยไม่ต้องสอบ ครูบอกจะสอบทำไม เด็กในชั้นมีอยู่ 10 กว่าคน เค้ารู้หมดคนไหนเก่งอะไร คนไหนอ่อนอะไร

ทำไมต้องไปวัดผล ในเมื่อเด็กแต่ละคนควรได้รับการส่งเสริมที่ต่างกันไปตามความสนใจและความถนัด


แต่ สอนไปสอนมา จำนวนเด็กเยอะขึ้นถึงระดับนึง กระทรวงฯก็เข้ามายุ่ง มาตรวจสอบ (ส่วนนึงก็เ็้ป็นหน้าที่จริงๆ เพราะโรงเรียนทางเลือกบางแห่ง พอรุ่นแรกที่เป็นลูกของผู้ก่อตั้งจบ โรงเรียนแม่งก็ตั้งท่าจะปิดกิจการ  :16: )


ทีนี้พอเอาข้อสอบแบบมาตรฐานที่โรงเรียนทั่วไปใช้ (แน่นอนเน้นวิชาการ) มาสอบวัดเด็กที่เค้าสอนมาตามความถนัดและความสนใจเด็ก

ด้วยเหตุผลในการประเมินคุณภาพโรงเรียน


ซึ่งพอหาค่าเฉลี่ยออกมาแล้ว มันก็จะได้ค่าที่ดูไม่ดีนัก โรงเรียนก็ถูกเพ่งเล็ง

ทางไปต่อถูกบีบให้แคบลง ก็จำต้องเพิ่มวิชาการให้เด็กเรียนมากขึ้น









แม่งเอ้ย มือไม่พายเอาเท้าราน้ำจริงๆ ไอ้พวกบ้า!!!!! :07a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: icez เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 19:07 น.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


น่าเรียนโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
:25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โมเมย์ เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 19:24 น.
เป็นโรงเรียนที่น่าเรียนที่สุดเลย  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ต้น เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 19:28 น.
แบบนี้สิ โรงเรียนที่แท้จริง

คุณลุงหมอสุดยอดไปเลย



ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 19:33 น.
ดูจบก็หาเว็บกันเลย
มีลูกคงอยากให้่เรียนที่แบบนี้
จะแพงมั้ยน้า :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 19:42 น.

ทำไมตูรู้สึกว่าโรงเรียนที่ดีๆแบบนี้  ถ้ายิ่งดังเข้า หรือยิ่งเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่

ก็จะยิ่งโดนอำนาจมืดที่มองไม่เห็นขยี้ หรือแปรสภาพเข้าซักวัน .. แต่ก็ต้องถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีงาม

เผื่อไปกระทุ้งกะลาระบบการศึกษาไทยที่ล้าสมัยบางอย่างได้ สุดยอดจริงๆ คนพวกนี้  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 20:15 น.
ระบบการศึกษาปกติยัดเยียดอะไรไม่รู้ที่เราไม่ได้ใช้จริงๆ แล้วต้องติดตัวไปจนแก่เปลืองสมอง
จำคร่าวๆมาจากโน๊ตอุดม :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 20:19 น.
พึ่งดูจบ  :31:
นึกถึงคุณ มกร+หม่อมแมว ในรายการคุยกันถูกคอเลย
(ไม่รู้จัก ก็ไม่ต้องแปลกใจ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 20:19 น.
น่าชื่นชมจริง ๆ ครับ

ว่าแต่ว่า เด็กที่จบมา จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับประชาคมโลกภายนอกได้หรือเปล่าครับ
เพราะว่า รู้สึกว่าจะสอนถึงชั้น ม.3 แล้วหลังจากนั้นหล่ะ  :09:

เราโดนครอบด้วยกรอบของสังคมอยู่อีกชั้นนึงนะครับ  :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 20:22 น.
มีม. 4 ไม่ใช่เหรอครับ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 20:28 น.
นั้นสิเด็กที่นู้นจบมาแล้วจะเป็นที่ยอมรับของคนอื่นหรือป่าว  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชชช เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 22:06 น.
สุดยอดไปเลยครับ
เด็กสามารถที่จะเรียนและรู้ได้อย่างจริงๆ
ขอบคุณที่มีผู้ใหญ่ที่มองเห็นปัญหาและค้นหาทางออกกันอย่างจริงจังให้กับอนาคตของชาติแบบนี้ครับ :45:

เรื่องเข้ากับเด็กข้างนอกได้หรือไม่นั้นผมว่าไม่น่ามีปัญหานะครับ ในความคิดของผม หากเค้าได้เข้าใจถึงชีวิตผ่านโลกจริงๆ(เช่นพวกที่เค้าให้ออกไปฝึกงานต่างๆ)แล้ว น่าจะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างของตนเองกับสังคมได้เป็นอย่างดี และสามารถที่จะปรับตัวได้เป็นอย่างดี(เพราะว่าเค้าต้องปรับตัวให้เข้ากับผุ้คนอยู่ตลอดเวลา)

ผมว่าเราน่าจะนำมาปรับใช้กับลูกหลานเราได้เป็นอย่างดีนะครับ

สู้ๆครับประเทศไทย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 22:38 น.
ผมว่าการศึกษาไทยมันแยกสายช้าไปครับ

ม.ปลายเรียนสายวิทย์
แต่เป็นวิทย์แบบไหนล่ะ วิศวะ หรือ หมอ

คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์
ตอนเรียนไม่ได้้เกี่ยวกับเคมี ฟิสิกส์ ชีวะเลย แต่ว่าตอนสอบเข้าใช้ A-NET วิทยาศาสตร์ เพราะแค่มันอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์แค่นั้นเอง

/ ผมเห็นมาอีกหลายคณะครับ แค่นกตัวอย่าง
// กำลังดูอยู่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 22:43 น.
เจ๋งครับ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 23:25 น.
ใช่ครับ
นั่นแหละประเด็น

คือจบออกมาแล้วมาเจอโลกจริงๆ มันก็อยู่ลำบากล่ะครับ
เพราะนี่มันประเทศไทย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 29 ก.พ. 2008, 23:56 น.
แม้มันจะไม่ได้วิชาการเท่าเรียนตามหลักสูตรปกติก็จริง

แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าไอ้เนื้อหาวิชาการตามหลักสูตรปกติที่เรียนกันเนี่ยบางครั้งก็เกินความจำเป็นนะครับ

ถ้าคุณรู้เป้าหมายแล้วเลือกเรียนเฉพาะที่จำเป็นจะทำให้เรามีเวลาไปต่อยอดในเรื่องอื่นๆให้อัจฉริยะกว่าคนอื่นได้

ชอบคำคุณหมอจริงๆที่เข้าใจว่าแต่ละคนศักยภาพไม่เท่ากัน (ซึ่งหลายๆคนบอกว่าเข้าใจแต่ไม่ได้ลงมือแก้ไข)

ผมรู้สึกอยากมีชีวิตแบบนี้บ้างจัง "ฝึกงาน ไม่ใช่ดูงาน ดูงานแค่รับรู้ แต่ฝึกงานทำให้เข้าใจและสามารถแก้ปัญหาได้"

คำๆนี่น่าส่งให้ผู้บริการโรงเรียนหลายๆโรงเรียนเนอะครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:02 น.
ก็จริงนะ

แต่ว่ามันจะมีชีวิตอยู่ในสังคมที่ใช้ตัววัดความเก่งด้วยกระดาษ 1 ใบนึเปล่าล่ะ?

ถ้าบอกว่าถนัดอะไรก็ทำธุรกิจอันนั้นเลย โอกาสไม่ได้มีสำหรับทุกคนหรอกครับ

ฝีมือดีการตลาดไม่เก่ง เจ๊งได้เหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:06 น.
มันต้องหาทางล้มเลิกระบบเอนท์เอ๋อๆนี่ก่อนแหล่ะครับ

มันไม่ใช่เรื่องว่า จบไปแล้วจะได้งาน ทำงาน อะไรแบบนั้นหรอก
เพราะถ้าพูดกันถึงตรงนั้น มันก็วนกลับไปในการศึกษาแบบเดิมอยู่ดี

สิ่งที่ได้คือภูมิคุ้มที่ดี ความคิด อ่าน รวมทั้ง ความฝัน
ที่จะจริงได้ โดยรู้จักทำมันขึ้นมาด้วยตัวเอง รู้วิธี ไม่ใชฝันๆ ปั่นแปะ
ไปเหมือนเด็กส่วนมากในระบอบเดิม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:08 น.
ผมชอบแบบบอกไม่ถูกเลยครับ

ถ้าจะพูดเรื่องที่ว่าจบออกมาแล้วจะลำบากมั้ย
อยากถามพี่ๆ น้องๆ ในนี้ว่ามีใครบ้างครับ ที่เรียนมหาวิทยาลัยเพราะอยากเรียน ไม่ใช่เพราะต้องเรียน?
แต่ก็จริงอย่างว่า บ้านเราเนี่ยจะมีสักกี่คนที่ไม่ต้องจบมหาลัยแล้ว "เป็นที่ยอมรับ"

เพื่อนผมเรียนจบม.ปลายมาด้วยกัน มันเคยเรียนเก่งมากตอนม.ต้น แต่ก็จบม.ปลายมาแบบส่งๆ
เรียนมหาลัยได้สามเทอมก็ออก
ผ่านงานมาสารพัด เลี้ยงปลาขาย ขายรองเท้ามือสอง ฯ
จนตอนนี้เป็น "โฟร์แมน" ก็ไม่เห็นมันลำบากลำบนอะไร (ไม่เถียงว่าบ้านมันก็ไม่ได้ลำบาก แต่ก็ไม่ได้รวย)

ผมยังรู้สึกเลยว่าเออเนอะ ประสบการณ์เป็นโฟร์แมนของมันปีกว่าๆ นี่เจ๋งเหมือนกันว่ะ ตอนนี้ใครๆ ก็เรียกมันนายช่าง ทั้งที่ไม่ได้จบอะไรมาเลย มาจากประสบการณ์ที่มันเรียนรู้จากไซต์ก่อสร้างล้วนๆ แล้วผมล่ะ เรียนมาก็ปีที่หกแล้ว ยังอีกตั้งอย่างน้ิิอยสองปี ที่คนจะเรียนผมว่านายช่าง? แล้วตอนนี้ไอ้เพื่อนผมคนนั้นมันก็เริ่มรู้เรื่องในเรื่องที่ผมเรียนมากกว่าผมแล้ว (อาจจะยกเว้นเรื่องออกแบบ)

เหมือนบ่นนะ
แต่ผมว่าถ้าผมจะให้ลูกผมเรียน ผมไม่เห็นจะแคร์เลยว่าจบมาแล้วจะเป็นยังไง สนว่าจบมามันจะเป็นคนยังไงมากกว่า
หวังว่ามันจะ "เจ๋ง" ก็เท่านั้นน่ะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:26 น.
ถ้าเราอัจฉริยะกว่าคนอื่นจริงๆ โอกาสก็เป็นของเราครับผมว่า

สังคมเรา รู้มากได้เปรียบมาก รู้น้อยถูกเอาเปรียบ

ถ้าเรารู้มากเราประสปความสำเร็จได้ไม่ยากครับ (นอกจากมันจะขี้เกียจ ไร้ระเบียบวินัยซะเอง)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:36 น.
รู้มาก อาจถึงตายนะครับ... สมัยนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:38 น.
็และความคิดนั้น จะตามมาด้วย มีเงินมากได้เปรียบครับ

โดนตัดหน้า หมายถึงอันของเอิร์ทชี่นะ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:53 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 00:36 น.
รู้มาก อาจถึงตายนะครับ... สมัยนี้

:38:  อืม  ใช่ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชชช เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 01:01 น.
ผมเรียนจบสถาปัตย์ครับ
ตอนเลือกเรียนนั้นเรียนเพราะเป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่ตอนมอต้นแล้ว ตอนเอนท์คะแนนที่ได้มาควรจะไปเรียนสายภาษาอย่างแรงเลย แต่ก็ยังทู่ซี้เรียน ตอนนี้จบออกมาก็ไม่ได้ทำงานสายสถาปัตย์
ตอนนี้มาทำงานร้านอาหารอยู่ที่ญี่ปุ่นเพื่อสานฝันตัวเอง ตอนจะมาโดนอาจารย์บางคนที่คณะไซโคอย่างรุนแรง

พอมาทำงานที่ญี่ปุ่นแล้วพบว่าระบบมหาวิทยาลัยที่นี่ไม่ได้มีความสำคัญในเชิงสังคมทำงานเหมือนบ้านเรามากมายอะไร
ไปเน้นความสำคัญที่ใบประกอบวิชาชีพกันเสียมากกว่าประกอบกันกับการเป็นสังคมที่มีค่าครองชีพสูงแล้วทำให้งานอะไรก็ตามเงินเดือนเริ่มต้นก็เท่าๆกันต่างกันตามความรับผิดชอบที่ต้องรับไปมากกว่าครับ

สุดท้ายคนที่นี่เลยสามารถเลือกทำงานที่อยากทำได้อย่างอิสระไม่ต้องคำนึงว่าต้องเข้าม.ปลาย หรือเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหรือไม่
ความฝันของเด็กๆที่นี่ อยากเป็นพนักงานขับรถไฟก็ไปเรียนขับรถไฟ อยากเป็นพ่อครัวก็อาจจะไม่ต่อม.ปลายแต่ไปทำงานร้านอาหารเลย อยากเป็นช่างไม้ก็อาจจะไปเรียนสายก่อสร้าง อยากทำนาต่อจากพ่อก็อาจจะเข้าเรียนโรงเรียนเกษตรตั้งแต่ม.ปลาย อยากเป็นอะไรก็ได้ไม่มีใครดูถูก จะเรียนอะไรก็ได้ไม่มีใครดูถูก ความภูมิใจของอาชีพนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินที่ได้รับเหมือนบ้านเราเลยครับ อยู่ที่ความรับผิดชอบที่มีมากกว่า

ถ้าบ้านเราหาทางให้เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพต่างๆได้ตั้งแต่เป็นเด็กๆบางทีอาจจะเปลี่ยนอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 01:15 น.
ถามครับ

ถ้าผมเป็นเด็กญี่ปุ่นแล้วรู้ตัวเองว่าอยากเป็นพระเอกหนังชมพู ต้องทำยังไงครับ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 01:17 น.
ค่านิยมของไทยมันเดินมาผิดทางตั้งแต่แรกแล้วครับ เปลี่ยนยากนะผมว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชชช เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 01:31 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 01:15 น.
ถามครับ

ถ้าผมเป็นเด็กญี่ปุ่นแล้วรู้ตัวเองว่าอยากเป็นพระเอกหนังชมพู ต้องทำยังไงครับ :25:
ไม่ยากครับ
ไปหาผู้สร้างแล้วก็ขอสมัครครับ
ตอนแรกอาจได้เป็นเด็กจัดฉากอะไร เด็กถือไฟอะไรไปก่อน
รอเวลาเดบิวครับ
ถ้าแน่จริงก็เป็นพระเอกได้ไม่ยากครับ ผมว่า
นางเอกสิครับเป็นกันยากเพราะคนเดบิวกันเยอะ
ส่วนพระเอกถ้าไม่เจ๋งจริงก็เป็นยาก ถ้าเจ๋งจริงก็ไปสมัครถ้ามีแววก็ค่อยไต่เต้าไปโลด
แต่อาจจะต้องมีตรวจเช็คร่างกายก่อนนะ จะไหวไม๊ กรึ๋ย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 01:57 น.
ขนาดนี่มันใจครับว่าสู้ของผลิตในประเทศของเขาได้
รูปร่างนี่ก็ดูแล้วว่าเขาไม่ค่อนเน้นบึ้กเหมือนทางตะวันตก
ส่วนความฟิตคงต้องลองไปออดิชั่นดูแล้วล่ะ

ว่าแต่พี่ชาญพอจะรู้จักผู้สร้างมั้ยครับ ยกให้ในฐานะโมเดลลิ่ง แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Nichnan เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 02:27 น.
จากที่เรียนมา สัีงคมไทยเป็น high context
จะอธิบายไงดี มันไม่เชิงชอบอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่มีหลักฐาน คนยิ่งชอบ

บางที่การที่สมัครงานแล้วขอดู ใบรับรองว่าเราจบ แค่นั้นเค้าก็พอใจแล้ว

ยิ่งจบสูงมาก สังคมไทยชอบ

ทั้งๆ ที่มันวัดอะไรไม่ได้เลย ว่าคนสอบได้เกรดสูงๆ จะทำงานเก่ง มีความรู้มาก ไปซะทุกคน

การสอบแค่ ชั่วโมงครึ่ง หรือ สามชั่วโมง (แบบมหาลัยเรา)

มันไม่สามารถวัดอะไรได้เลย เพราะบางคน กดดันเวลาสอบ ทั้งๆที่รู้ แต่ตอบไม่ได้ ไม่รู้จะอธิบายยังไง

บลาบลาบลา จะวัดกันจริงๆ ก็ต้องดูที่ผลงานที่ทำดีกว่า ว่าเราสามารถนำไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด

เวลาสอบก็แค่ท่องๆๆๆ แล้วก็เอาไปสอบไปเขียน เอาไป apply กับเหตุการณ์ต่่างๆ

มันก็แค่นั้น ถ้าไม่ได้นำไปใช้ได้จริง


การศึกษาไทย ต้องพัฒนาอีกมาก ถ้ายังมีผู้ใหญ่ ที่มีความเชื่อผิดๆ แปลกๆ แบบปัจจุบัน
เีราไม่เคยชอบระบบของ สังคมณฑล เป็นข้อสอบที่ใช้กันหลายโรงเรียนและ
ตอนที่เราเรียนนั้นก็ได้ใช้ มันยากเกินไป และเนื้อหาก็ไม่เหมือนกับที่เราเรียนมากนัก

ตอนเรียนเข้าใจ รู้เรื่อง แต่พอมาทำสอบ การใช้ศัพท์ใช้คำ
ทำให้งง เกรดตก แต่ก็นะ ผ่านมาได้ก็บุญโขแล้ว

อย่างโรงเรียนพี่เราเค้าไม่ใช้ขอสอบสังฆมณฑล มาสอบ แต่เอามาให้นักเรียนฝึกแทน
นักเรียนก็เรียนดี สอบได้เกรดดีๆ สบายใจกว่าเยอะ

มาตรฐาน แบบแผน ของการเรียนการสอน มันไม่มีทางจะเหมือนกันเป๊ะๆ หรอก
ครู อาจารย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์

หนังสือที่เรียนก็ต่างกันแล้ว



รู้สึกว่า่จะนอกเรื่อง :46:

แต่สรุปก็คือ สงสารเด็กๆ ที่ต้องตกอยู่ในวังวน ที่ไม่มีที่สิ้นสุดๆ

เรียน ติว สอบ เรียน ติว เอนท์ เข้ามหาลัยก็ ไม่เรียน ติว สอบ

ถึงแม้เราจะเรียนไม่เก่ง แต่ก็ไม่เคยพึี่งการติว ที่เหมือนไปแข่งกันเรียน

เสียเวลาว่างที่จะทำอย่างอื่นได้ ไปนั่งเรียน ยันดึก เรียนมาทั้งวันยังไม่พออีกหรอ

นั่นแหละ ควรมีใครซักคน ทำอะไรซักอย่าง

ก่อนที่เด็กไทยจะทำอะไรเอง คิดอะไรเองไม่เป็น

เพราะมีแต่คนป้อนให้ แล้วก็นำไปใช้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 13:38 น.
คิดถึงโรงเรียนของโต๊ะโตะจัง  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 15:33 น.
การศึกษาเดี๋ยวนี้พัฒนาได้ตามต้องการนะครับ
จะเอาแบบไหน เท่าไหร่ ก็ทำหลักสูตรได้หมด
ใส่ปุ๋ยเร่งดอกแถวสยาม และงามวงศ์วานฉันใด

ดอกกล้วยไม้ก็โดนตัดต่อพันธุกรรมได้ฉันนั้น




ถ้าปลูกกันแบบธรรมชาติก็ขายไม่ออกครับ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 15:39 น.



พวกเธอเป็นผลิตผลที่สมบูรณ์ของระบบการศึกษาที่ผิดนะจ๊ะ  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 15:41 น.
อร๊างงงงส์มีแบบนี้ก็สร้างสีสันดีนะจ๊ะ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 16:06 น.
(อันนี้จริงจังนะ)

ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า โลกที่ทุกคนมีการศึกษา(ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม)
มันจะดีกว่าการไม่มีการศึกษาซะเลยมั้ย

ปัญหาหนึ่งของทุนนิยมคือเราป้อนคนได้เยอะๆ แต่มันก็ไม่ครบ
และมีคนถูกกดขี่ ชนชั้นที่ต่ำกว่าจะขึ้นมาสู่โลกของชนชั้นอันมีจะกินได้
ก็ด้วยการศึกษา (จริงมั้ยครับ) เมื่อทุกคนต้องการการศึกษา เพื่อจะได้มีกินๆ
การศึกษาก็เลยเปลี่ยนจากคุณภาพไปเป็นปริมาณเสียส่วนหนึ่ง
(เราจะเอาครูมาจากไหน?/เราจะเอาเงินจากไหนมาจ้างครู?)

สุดท้ายแล้วเราให้การศึกษากับทุกๆ คน เพื่อให้มีความรู้ เพื่อให้มีงานดีๆ เงินเยอะๆ ไม่ได้
เพราะเราละทิ้งรากของเราไปเกือบหมดแล้ว (ดูโหมโรงครับ แล้วจะสะเทือนใจ)
ในเมื่อรับทุกอย่างมาจากตะวันตก (ในสมัยพวกมันล่าอาณานิคม)
เพียงเพื่อไม่ให้เสียดินแดนไป แต่เราก็กลายเป็นอาณานิคมทางความคิดของเขาไปหมดแล้วนี่ไง
เรารับเค้ามาวางบนพื้นฐานของสังคมที่เข้ากันไม่ได้
เหมือน Antibody เลือดกรุ๊ป A จับกับ Antigen ของ B ตกตะกอน แล้วตาย

ที่ผมโพสอยู่นี่ก็ราก วิธีคิดแบบฝรั่งทั้งนั้น

ทุกคนอยากได้ อยากมี เชื่อในระบบ และการแข่งขันแบบทุนนิยม
การศึกษาก็ออกมารูปนี้แหละครับ ไ่ม่มีใครไปปฏิรูปมันได้หรอก










ผมว่าในฟอนต์ชอบมองว่าผมเป็นมากร์ซิส (สังเกตจากอวาตาร :30:)
จริงๆ แล้วผมไม่เชื่อในคอมมูนิสม์ หรือศรัทธาว่าทุนนิยมจะเลี้ยงทุกได้นะ
ถึงผมจะค่อนข้างงี่เง่า และไม่ได้ล้ำลึกขนาดไฮเด็กเกอร์ แดริดา พี่เก้อ หรือกำนันแม้น

แต่ผมเชื่อว่าแนวคิดที่มนุษย์จะอยู่กันได้โดยทุกข์น้อยที่สุด (หมายความว่าผมไม่เชื่อในยูโทเปียด้วย)
คือคิดแบบพุทธศาสนาครับ 
จริงๆ ผมน่าจะหัดอ่านพระไตรปิฎกตั้งนานแล้ว  :46:












ผมไม่น่าโพสยาวเลยให้ตายเหอะ :05:

แต่ผมรู้จักโรงเรียนแบบนี้อีกที่นึงนะ เค้ามีอะไรประมาณนี้แหละ
ให้เด็กทำอาหารเอง แล้วก็ไม่มีเครื่องแบบ อารมณ์ประมาณอันนี้เลย
เค้าเชิญพ่อไปสอนประวัติศาสตร์ให้เด็ก ม.ปลาย

ซึ่งผมว่ามันดูเป็นการศึกษาแบบที่เราฝันกันจริงๆ
แต่ก็ไม่แน่ใจครับ ว่าจบออกมาเจอโลกเฮงซวย คนเฮงซวยแล้วจะรับได้แค่ไหน

เป็นอีกคำถามนึงครับ เราควรจะให้เด็กๆ เผชิญกับความเฮงซวยตั้งแต่ตอนไหน
แรกเกิด?  อนุบาล? ประถม? มัธยม? มหาวิทยาลัย?
เจอเร็วก็ต้องมีคนดูแล ไม่งั้นก็เสียผู้เสียคน เจอช้าหน่อยก็อาจจะฆ่าตัวตาย










คิดแล้วอยากไปเปิดร้านตัดผม กรีดคอลูกค้าเล่น
แล้วเอาเนื้อไปทำพาย  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 16:24 น.
เอ๊ะ เต่านี่เอ็งเด็กมัธยมแน่เหรอ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 16:26 น.
เห็นเหมือนเต่า ทุกประการครับ แต่ขี้เกียจพิมพ์   :42:

+1
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 16:41 น.


ลอกเต่าครับ


แต่เพิ่มประโยคที่ว่า

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาครับอาจารย์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 18:29 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเต่า เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 15:33 น.
การศึกษาเดี๋ยวนี้พัฒนาได้ตามต้องการนะครับ
จะเอาแบบไหน เท่าไหร่ ก็ทำหลักสูตรได้หมด
ใส่ปุ๋ยเร่งดอกแถวสยาม และงามวงศ์วานฉันใด

ดอกกล้วยไม้ก็โดนตัดต่อพันธุกรรมได้ฉันนั้น




ถ้าปลูกกันแบบธรรมชาติก็ขายไม่ออกครับ  :30:
ผมเชื่อว่าต่อไปมันจะมีราคามากกว่าพวกสวยๆ งามๆ แต่ไม่ได้เป็นตามธรรมชาตินะครับ
นึกถึงแต่ก่อน ข้าวกล้องข้าวแดงไม่มีใครเขากินกัน มันไม่สวย ไหนจะว่าเอาไว้ให้หมูให้หมา ให้คนคุกกอน
ดูเดี๋ยวนี้ ทั้งๆ ที่ต้นทุนต่ำกว่า (ข้าวกล้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าด้วย) แต่แพงกว่าข้าวขาว ที่ขัดแล้ว สีแล้วเยอะเลย
เพราะคนเริ่มรู้แล้วว่า ถึงมันไม่สวย กินอาจจะไม่อร่อยเท่า แต่มันมีประโยชน์นะ
โอเค การกินของพวกนี้มันอาจจะเกิดมาจากแฟชั่นก่อน แต่ตอนนี้มันก็ยังขายได้นะ ถึงจะไม่บูมเหมือนใหม่ๆ
แต่อย่างน้อยไอ้กระแสแฟชั่นนั้น ก็ทำให้คนรู้จักของดีที่มันมีอยู่แล้ว และ "ยอมรับ" มันในที่สุด

เรื่องการศึกษานี้ก็เหมือนกัน ผมอยากให้มันเป็นแฟชั่น เป็นที่นิยมขึ้นมาในวงสังคมเลยด้วยซ้ำ
เอาแบบบูมๆ ฟุ้งๆ หน่อยก็ได้ ให้ราคาค่างวดมันแพงกว่าก็ได้
แต่ขอให้เป็นที่สนใจ และยอมรับ ว่ามันเป็น "ทางเลือก" ที่ดี มีคุณภาพเทียบเท่า หรือมากกว่าที่มีอยู่เสียที

พูดมายาว ไม่รู้เกี่ยวกันมั้ย :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 18:47 น.
ถ้ามันแพงมันก็จะเป็นหยั่งงี้พี่
การศึกษาดีๆ สำหรับคนมีกะตังค์   :49:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 18:53 น.
แพงแบบพยายามหน่อยได้ดิ
ไม่ใช่แบบเทอมละเป็นแสน
ถ้าหลักหมื่นก็ยังโอเคเหอะ

นึกถึงไอ้คำพูดประโยคสุดท้ายนั่นแล้วจี๊ดๆ เรื่องแบบเอะอะก็ว่าคนอื่นโอกาสดีกว่า
นึกถึงพวกมาเที่ยวประท้วงให้รัฐปลดหนี้ให้ (เงินคนอื่น)
นึกถึงพวกเงินเดือนหกพัน กระแดะทำบัตรเครดิต บลาๆๆ
คงไม่เกี่ยวหรอดเนอะ แต่หงุดหงิดเฉยๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 19:02 น.
มันคือระบบทุนนิยมครับ

ที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

/เปลี่ยนเรื่องเหอะตัวว เด๋ววจะกลายเป็นประเด็นการเมือง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 20:06 น.
ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องโรงเรียนครับ
มีใครรู้ที่มาของสำนวนนี้มั่งครับ

"เรียบร้อยโรงเรียนจีน"

ทำไมต้องโรงเรียน แล้วทำไมต้องจีนด้วยครับ  :08:
(เป๋แล่ว)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 20:13 น.


เพราะ ... เด็กจีนเรียบร้อยครับ จะขี้ทียังนั่งพับเพียบ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 20:26 น.
เคยได้ยินที่มาในสารคดีทีวีครับ แต่จำไม่ได้ :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 21:14 น.
เอามาฝากครับ

อ้างอิง

    เรียบร้อยโรงเรียนจีน ที่มาขอคำว่าเรียบร้อยโรงเรียนจีน เป็นสำนวนที่มีอายุประมาณเสี้ยวศตวรรษ เกิดขึ้นในสมัยที่มีกองโรงเรียนราษฎร์ อันเป็นส่วนราชการในกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการนี้มีหน้าที่ดูแลและควบคุมสถานศึกษาทั้งปวงที่เป็นของเอกชนใน( สมัยก่อน) เหตุที่เกิดสำนวนนี้ขึ้น ก็เพราะกองโรงเรียนราษฎร์ มีเจ้าหน้าที่ตรวจโรงเรียนดูแลเกี่ยวกับการเรียนการสอน อาคารสถานที่ รวมไปถึงการจัดสวัสดิการให้แก่ครูและนักเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด ผลการตรวจโรงเรียนที่เจ้าหน้าที่ของกองโรงเรียนราษฎร์รายงานนั้น เป็นเอกสารข้อมูลที่มีผลต่อโรงเรียนราษฎร์อย่างยิ่ง คือ อาจได้งบประมาณช่วยเหลือเพิ่มหรือลด หรืองดไปเลยก็ได้ บางทีก็อาจถึงสั่งปิดโรงเรียนเอาเลยทีเดียว เจ้าหน้าที่ตรวจโรงเรียนจึงเป็นที่เกรงอกเกรงใจ และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจำเป็นต้องเอาใจใส่ต้อนรับขับสู้เป็นพิเศษทุก ครั้งที่มีการไปตรวจโรงเรียน เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนที่เป็นคนจีนย่อมถนัดในเรื่องเช่นนี้ยิ่งกว่าเจ้า ของที่เป็นคนไทย และเป็นที่รู้จักในบรรดาเจ้าหน้าที่ว่าใครได้ไปตรวจโรงเรียนจีน คนนั้นย่อมเป็นคนของห้วหน้ากอง หรือไม่ก็เป็นที่ชอบพอเป็นพิเศษของผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไป ผมการตรวจก็จะต้องออกมาว่าเรียบร้อยทุกครั้งไป สำนวน "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" จึงเกิดขึ้น

ที่มา:วารสาร อบต.ลานข่อย นครศรีฯ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชชช เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 22:03 น.
เรียบร้อยโรงเรียนจีนจริงๆแล้วเป็นคนต่อนี่ครับ เช่นทำเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนจีน   โดนกำจัดเรียบร้อยโรงเรียนจีน เป็นต้น

ได้ยินมาจากอาม่าครับ
อาม่าผมเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่เรียนในโรงเรียนจีนครับ คือเมื่อก่อนโรงเรียนก็มีโรงเรียนวัด มีโรงเรียนจีน(ที่เรียนกันเป็นภาษาจีนเลยครับ สอนวิชาหลักกันเป็นภาษาจีน หัดเขียนตัวจีน)อาม่าเล่าว่าถึงขนาดที่ถ้าคุยภาษาไทยในโรงเรียนโดนตีโดนดุเลยครับ
พอถามอาม่าถึงสำนวนนี้(ตั้งนานแล้ว) อาม่าของผมก็ตอบว่า
"มียุคนึงที่ไทยเราล่าคอมมิวนิสต์กัน แล้วตอนนั้นจีนเป็นคอมมิวนิสต์เลยมีการกวาดล้างโรงเรียนจีน ไม่ให้มีการสอนภาษาจีน(ผมว่าคงเกี่ยวกันกับการประมาตรฐานการศึกษาที่ว่าคนไทยทุกคนต้องพูดอ่านเขียนภาษาไทยได้ด้วย) โรงเรียนจีนเลยโดยสั่งปิดไปที่ละโรงละโรง เลยมีสำนวนเวลาทำอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยต่อจากคำว่าเรียบร้อยด้วยคำว่าโรงเรียนจีน
ให้เหมือนกันกับที่โรงเรียนจีนโดนปิดไปแล้วเรียบร้อย
ก็เลยเรียบร้อยโรงเรียนจีน

จริงหรือเท็จประการใดก็มิอาจทราบได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 23:39 น.
นั่งให้สัมภาษณ์ในดงหนวดปลาหมึกเล็กนี่นะ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 08:54 น.
ขอใช้สิทธิ์พาดพิงครับเต่า :37:
(จริงๆแค่มีคำว่าแดริดาผมก็ร้อนตัวแล้ว
,คำอธิบายสำหรับคนอื่น นอกจากผมกับเต่า : ฌ๊าค แดริดา
นักปรัชญาซูเปอร์สตาร์ชาวฝรั่งเศส ต้นคิดทฤษฎีรื้อสร้าง
คือเอาของเดิมมารื้อมาชั่งตวงวัด แล้วสร้างใหม่ ซึ่งนั่นแหละผม
ก็เลยร้อนตัวมาก)


เอ้อ สงสัยอย่างหนึ่งครับ
ที่เราบ่นๆกันมาว่า การศึกษาไทยเราล้มเหลว
เรายอมรับไหมครับ ว่าเราคือผลผลิตที่ล้มเหลวนั่น
ผมเคยถามใครบ้างไม่รู้ ส่วนใหญ่ตอบประมาณว่าไม่ยอมรับ
คือตอบไปทางอื่นแหละ แต่รวมๆคือไม่ยอมรับ
และอธิบายเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
ผมคิดว่าเป็นเพราะเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
คงไม่มีใครอยากคิดว่าตัวเองเป็นผลผลิตที่ล้มเหลวหรอก

ไม่รู้จะยกตัวอย่างอะไร ผมมีเพื่อนคนนึง
เรียนมัธยมด้วยกันมา สุดท้ายก็มาอยู่ที่ลอนดอนนี่ด้วยกัน
ผมชวนไปดูพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ก็ไม่ไป บอกมีแต่รูปๆอะไรไม่รู้ กูไม่ไป
แถมบอกว่า เคยเดินเข้าไปทีนึง เดินออกแทบไม่ทัน
ทีวีตอนดึกมักจะมีหนังดีๆหลากหลายรูปแบบมาให้ดู หนังเก่า คลาสสิค นอกกระแส
ก็เปิดหนีไปช่องอื่น บอกว่าดูเป็นแต่หนังแอคชั่นของฮอลลีวู้ด
และอีกหลายอย่างทำนองนี้ น่าจะนึกออกกัน

แต่ครับ แต่ มันไม่ได้โง่ ก่อนมานี่มันทำงานเป็นวิศวกรโรงงานมิชลิน
เรียนเก่ง เข้าใจโลก และฉลาด มันยอมรับอย่างหน้าตาเฉยเลยว่า
มันนี่แหละ คือผลผลิตที่ล้มเหลวของสังคมไทย ของการศึกษาไทย
แถมวิจารณ์นิสัยถาวรเหล่านั้นที่ถูกหลอมมาโดยสังคมไทยได้อีก
ว่ามันผิดพลาดตรงไหนยังไง เอ้อ ยังงี้ก็เจ๋งดีแฮะ


อันนี้ผมไม่ได้คิดว่า ใครไม่ดูงานศิลปะ ดูหนังหลากหลาย
จะเป็นคนใช้ไม่ได้ไปนะ โลกเราคือพื้นที่ของผู้คนที่แตกต่างแหละ
แค่มันเป็นประเด็นที่ผมเห็นว่าเปรียบเทียบแล้วชัดเจนดี
(หรือเพราะเราเอาแต่จ้องเรื่องนี้ก็ไม่รู้ :30:)
อย่างที่นี่ ทุกครั้งที่ผมไปเดินหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์อะไรทั้งหลายพวกนั้น
ผมก็เจอคนทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ คนแก่เกษียรอายุ
ช่างกะหลั่วๆ เด็กวัยรุ่นแซ็บๆ เท่าที่จะนึกออกนั่นแหละ
งานศิลปะทางเลือกชนิดต่างๆ ก็มีการขายบัตรให้คนเข้าไปดู
มีลงหน้าหนึ่งหนังสืิอพิมพ์ มีชาวบ้านตลาดแตกทั่วไปไปต่อคิวดูกัน
นึกไม่ออกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะการปลูกฝังจากการศึกษา
มันจะมาจากอะไร

จนช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพื่อนผมมันบอกว่า เพลงอะไรที่นี่
ที่ว่าเจ๋งๆ ฮิตๆ เอาสักรอบสิบปีที่ผ่านมา วงร็อคดีๆมีอะไรบ้าง
ให้เล็กเชอร์ให้ฟังด้วย แล้วมันก็ลบบิ๊กแอส บอดี้แสลมทิ้งจากไอพ็อดไป
บอกว่าอยากลองทำความเข้าใจดู (อีกอย่างมันบอกว่ากูอาย
ถ้ากลับไทยแล้วร้องได้แต่บิ๊กแอส) แล้วก็ให้พาไปทัวร์พวกเนชั่นเน่ว แกลอรี่
พาไปดูแวนโก๊ะ ดาลี่ เออ ผมไม่รู้นะว่าการได้มาเห็นบรรยากาศ
ผู้คน เห็นการพัฒนา มันไปเปลี่ยนความนึกคิดยังไงไหม
ผมเลยขอเดาแบบเข้าข้างตัวเองแล้วกันว่า ศิลปะมันเปลี่ยนคงใจคนได้มั้ง

จริงๆแล้วมันก็มีสาเหตุแหละ คือมันมีกลุ่มเพื่อนที่เป็นฝรั่งรวมๆกันหลายชาติ
พอไปนั่งตั้งวงกินเหล้าคุยกัน เขาคุยกันเรื่องหนัง เพลง การเมือง ศิลปะ นี่นั่นนู่น
ซึ่งแต่ละคนก็ไม่ใช่ว่าจบศิลปะหรือการเมืองล้ำลึกอะไรตรงไหน
ก็คนทั่วๆไปเหมือนเรา มันรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดออกนอกวงสนทนาไปเลย
เขาคุยอะไรก็ไม่รู้เรื่อง เขาก็พยายามชวนคุยด้วยนะ แต่มันไม่รู้เรื่องน่ะ
ถึงเขาไม่ได้พูดหรือแสดงท่าทีอะไร แต่มันรู้สึกกดดันมาก
มันรู้สึกเหมือนเหมือนตัวเองหลุดออกมาจากประเทศหลังเขาโลกที่สามยังไงยังงั้นเลย
(ซึ่งจะว่าไปก็ใช่แฮะ) ลองนึกว่าเรามีแรงงานพม่ามาร่วมวงสนทนาดูสิ
มันว่า มันรู้สึกแบบนั้นเลย คือถ้าเราเป็นแรงงานไม่ได้เรียนหนังสือมา
ก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่นี่เรียนเก่ง ทำงานเลิศมาตลอด

ระบบการศึกษาและสังคมที่แตกต่างมันแสดงผลชัดอีตอนนี้นี่เอง



ฟังดูเหมือนพวกเห่อฝรั่งก็ขออภัยนะครับ
แต่มันเป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดแล้วในสายตาผม
ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง มันว่าก็มาจากการศึกษานั่นแหละ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 11:54 น.
ไม่รู้ดิพี่ ผมก็ไม่แน่ใจว่าการศึกษาที่ไม่ล้มเหลวมันเป็นยังไง  :30:
คืออย่างที่ผมบอกว่าเราให้ทุกคนฉลาด และมีเงินทุกคนไม่ได้
ยังไงมนุษย์มันก็เท่าเทียมกันในคุณค่าเชิงวัตถุไม่ได้อ่ะ ใช่มะ

คือ ในมุมมองผมการศึกษาน่าจะมุ่งทำให้คนใช้ชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างมีความสุข (อันนี้มองแบบอุดมคตินะ)
ประมาณว่า ถ้าชาวนา ก็เรียนเป็นชาวนาที่ดี มีคุณภาพ มีความรู้เชิงเกษตร สิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็นกวี (ทำนองนี้ :30:)
คือการศึกษาน่าจะทำให้คนพอใจกับชีวิตง่ายๆ และไม่ทะเยอทะยานเกินไป (ซึ่งมันก็ขัดแย้งกับความเป็นจริงอยู่ดีแหละ)

ถามว่าผมเป็นผลิตผลของการศึกษาที่ล้มเหลวไหม
ตอบงี้ได้มั้ย ถ้าตอบว่า "ไม่อ่ะพี่ การศึกษาผมเฟอร์เฟค" แบบนี้แหละล้มเหลว
ถ้าตอบว่า "เชี่ย กูนี่แหละผลผลิตจากความเฮงซวยของการศึกษา" แบบนี้แสดงว่าคิดได้  :30:

เดี๋ยวมาต่อ
ไปเที่ยวก่อน โดนเร่งแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 12:01 น.
ผิดพลาดก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กต้องโง่นิครับ

แต่มันผิดพลาดที่เอาความรู้้มายัดหัวกันมากเกินไป

ผิดที่เราวัดความเก่งกันด้วยกระดาษ ไม่่ใช่ความสามารถ

แต่สุดท้ายคนได้ดีก็คือคนมีความสามารถอยู่ดี

แต่ก่อนถึงตรงนั้นเค้าต้องมีกระดาษใบนึงที่เรียกว่าปริญญาไงครับ

อีกอย่างเหมือนเป็นค่านิยมผิดๆว่า

เก่งแล้วต้อง แพทย์ วิศวะ(ส่วนใหญ่)

คือไม่ได้ดูที่ตัวเองชอบเลยว่าชอบอะไรกัน

คนที่เจออะไรที่ตัวเองชอบก็โชคดีไป

แต่ถ้าทำงานนั้นเพราะเรียนมา มันก็คือ งานอยู่ดีแหละครับ ทำเิงินได้ อาจจะทำได้ดี แต่ไม่ใช่ตัวเอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 13:20 น.
สมมติว่าระบบการศึกษาไทยมันห่วย
แต่มันก็ยังมีคนแบบเต่า แบบเก้อ หลุดออกมาได้
นั่นหมายความว่า มันต้องมีอะไรอย่างอื่นที่มีผลด้วย

ผมไม่อยากจะโทษ ระบบการศึกษาอย่างเดียวนะ
เพราะการที่ระบบมันจะล้มเหลว นอกจากตัวระบบห่วยแล้ว
มันก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกตั้งหลายๆ อย่าง

สภาพทางสังคม ค่านิยม การเมือง สภาวะเศรษฐกิจ
ทุกอย่างมีผลต่อ สิ่งที่เราป้อนเข้าไปในระบบการศึกษาทั้งนั้น
มากไปกว่านั้น มันยังมีผลต่อ กลไกต่างๆ ในระบบด้วย
เพราะกลไกต่างๆ ที่ว่านั่น ส่วนใหญ่คือ คน ทั้งนั้นนะครับ

ก็ในเมื่อ ปัจจัยต่างๆ มันทำให้วัตถุดิบคุณภาพไม่ดี
ดังนั้นต่อให้ระบบถูกออกแบบมาดีแค่ไหน
ผลผลิตโดยรวม มันก็ออกมาห่วยอยู่ดีแหละ

สรุปก็คือ ถ้าจะใช้คำพูดว่า ตูเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตที่
ล้มเหลวของระบบการศึกษา
ตูขอเพิ่มประโยคนี้เข้าไปด้วย
"และระบบการศึกษาที่ว่า ก็เป็นส่วนหนึ่ง
ที่มาจากความล้มเหลวของ
โครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย"


ป.ล. ตูไม่ค่อยเชื่อดาริดา นะ
แต่ตูเชื่อ ฟรอยด์มากกว่า
ที่ว่า มนุษย์ทำสิ่งต่างๆ จากแรงพลักดันทางเพศ  :30:

ป.ฮ. หรือว่าเพราะคนไทย เซกส์ห่วย :37:
มันเลยกลายเป็นแบบนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 14:19 น.


...

ฟังไปฟังมา

คนไทยมีดีที่ยิ้มสยามอย่างเดียวเหรอเนี้ย  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 18:18 น.
พูดไปพูดมาก็คิดมากเปล่าๆ

ใช้ชีวิตไปวันๆ

ให้มีความสุข โดยที่ไม่เดือนร้อนคนอื่นก็พอแล้วนิครับ



มันก็แล้วแต่คนอยู่ดีไงว่าเค้้าต้องการอะไร

ความสุข?

เงิน?

ไม่ได้แปลว่าคนที่ต้องการเงินไม่มีความสุขนะ เค้ามีความสุขด้วยการมีเงินมากๆ(บางทีอาจจะไม่ได้ใช้เลยก็ได้)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: G27 เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 21:56 น.
นานาจิตตัง  :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 22:28 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 14:19 น.

...

ฟังไปฟังมา

คนไทยมีดีที่ยิ้มสยามอย่างเดียวเหรอเนี้ย  :52:
อาจจะมีดีที่มีทีมฟุตบอลของตัวเอง :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:19 น.
อ้างคำพูดจาก: อมยิ้้ม เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 18:18 น.
พูดไปพูดมาก็คิดมากเปล่าๆ
ใช้ชีวิตไปวันๆ
ให้มีความสุข โดยที่ไม่เดือนร้อนคนอื่นก็พอแล้วนิครับ
มันก็แล้วแต่คนอยู่ดีไงว่าเค้้าต้องการอะไร
ความสุข?
เงิน?
ไม่ได้แปลว่าคนที่ต้องการเงินไม่มีความสุขนะ เค้ามีความสุขด้วยการมีเงินมากๆ(บางทีอาจจะไม่ได้ใช้เลยก็ได้)

ขอเฉาะหน่อย คิดมากสิดี เพราะว่าสักวันเราก็จะเป็นผู้ใหญ่ครับ
เผื่อมันจะมีทาง ที่ไม่ให้ลูกหลานเราเป็นผลผลิตแห่งความล้มเหลวของการศึกษา เหมือนเราๆ

คนเราต้องการอะไรในชีวิต มันมาจากการตัวเองนี่แหล่ะ
แต่ตัวเองที่ว่ามันเกิดจากการหล่อหลอม ของสังคม ครอบครัว
และโรงเรียน หรือสังคมที่ล้มเหลวอยู่นี่แหล่ะ ที่มันก่อให้เกิด
วัตถุนิยม เงินนิยมกันอยู่ทุกวันนี้

สังคมเราคงไม่ได้แค่คิดว่า มีเงินแล้วมีความสุขเฉยๆ หรอกครับ
เรากำเงินเหนือชีวิตกันอยู่ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:28 น.
แล้วจะรู้ได้ไงล่ะว่าที่เค้ากำเงินเหนือชีวิตน่ะ เค้าไม่ได้ต้องการเอง

ไอ้ที่ไม่ต้องคิดมากนี่คือ คิดแทนคนอื่นครับ

ส่วนตัวเองก็ความคิดใครความคิดมัน ทำอะไรมีความสุขก็ทำไป

สำหรับผมมันไม่ใช่การมีเงินเยอะๆเหมือนกันครับ



/อีกที ที่บอกว่าไม่ต้องคิดมากนี่คือไม่ต้องคิดมากแทนคนอื่นครัย ที่เถียงๆกันอยู่นี่ก็คือเรื่องของครอบครัวเค้าไง เค้ายังไม่รู้จักคิดเองเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:33 น.
?


ผมอ่านแล้วเข้าใจว่า ประเด็นอยู่ที่ ระบบการศึกษา
หรือผมเข้าใจผิด เรากำลังพูดถึงครอบครัวใครกันอยู่เหรอครับ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:35 น.
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:19 น.
คนเราต้องการอะไรในชีวิต มันมาจากการตัวเองนี่แหล่ะ
แต่ตัวเองที่ว่ามันเกิดจากการหล่อหลอม ของสังคม ครอบครัว
และโรงเรียน หรือสังคมที่ล้มเหลวอยู่นี่แหล่ะ ที่มันก่อให้เกิด
วัตถุนิยม เงินนิยมกันอยู่ทุกวันนี้

สังคมเราคงไม่ได้แค่คิดว่า มีเงินแล้วมีความสุขเฉยๆ หรอกครับ
เรากำเงินเหนือชีวิตกันอยู่ครับ

ก็การศึกษาไม่ได้เกิดจากการเลือกของพ่อแม่ให้กับลูกๆรึไงเล่า  :11:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:35 น.


เพราะพ่อแม่ได้รับการศึกษามาอีกทีไงครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:39 น.
แหม่...

ผลผลิตจากการศึกษาล้มเหลวมันเป็นแบบนี้นี่เอง :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:53 น.


เราเป็นผลิตผลที่สมบูรณ์นะครับ











จากระบบการศึกาาที่ล้มเหลว  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:56 น.
ถ้าผมเป็นผลผลิตจากการศึกษาที่ล้มเหลว ผมไม่มาไกลขนาดนี้หรอกครับ
ผมโดนใส่ร้าย.... :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 00:00 น.
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 02 มี.ค. 2008, 23:56 น.
ถ้าผมเป็นผลผลิตจากการศึกษาที่ล้มเหลว ผมไม่มาไกลขนาดนี้หรอกครับ
ผมโดนใส่ร้าย.... :25:

ขี้โกง หนีไปเรียนที่ญี่ปุ่น  :11:


แน่จริงกลับมาไทยเด้  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 00:27 น.




:52: เป๋ ไปเรื่อยนะ ฮ่าๆ
ตลกดี


อ่านไปอ่านมาแล้วรู้สึกว่า กลายเป็น "ตลกร้าย" ยังไงก็ไม่รู้


:40: พูดถึงโรงเรียนในอุดมคติ ดีกว่า
โรงเรียนเจ๋งดีนะคะ ถ้าประเทศเรามีโรงเรียนแบบนี้เยอะๆ
ประเทศเราคงดี ดีขึ้นแน่ๆ



ปล. น้องเต่า ความคิดไม่เหมือนเด็กมัธยมเลยนะคะ
อ่านยังไงก็ไม่เหมือนเด็กมัธยม
เด็กเดี๋ยวนี้ความคิดเป็นผู้ใหญ่ไวดีนะ

แสดงว่า "ผลผลิตที่สมบูรณ์ของระบบการศึกษาที่ล้มเหลว" ก็ใช้ไม่ได้กับทุกคนน่ะสิ
เพราะมีคนคิดต่างแบบนี้



ปล.2 ฟ้าเองเป็น  "ผลผลิตที่สมบูรณ์ของระบบการศึกษาที่ล้มเหลว"  เต็มๆ เลยนะ
ฝืนใจเรียนตั้งแต่ มัธยมแล้ว ถามตัวเองตลอดเลยว่า "นี่เราไปโรงเรียนทำไม เราอยากรู้เรื่องที่เราต้องไปเรียนทุกวันนี่จริงๆเหรอ?"


มีใครเคยคิดแบบนี้ไหมคะ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 00:44 น.
กว่าจะคิดเรื่องอะไรแบบนี้ได้ ตูก็ผ่านปีหนึ่งไปแล้วครึ่งปี
ประเทศไทยเลยเสียงบประมาณไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้
เพื่อพยายามหลอมให้นักศึกษาคนหนึ่งจบมาเป็นสถาปนิก
แต่มันไม่อยากเป็นโดยเด็ดขาด ตั้งแต่รู้ว่ามันไม่เอาทางนี้แน่แล้ว
แล้วนักศึกษาคนนั้นก็จบมาเป็นทหาร :12:

บอกเล่าไปล้านรอบแล้ว ว่าตัวตูเองคงไม่คิดจะต่อโทหรือต่อเอกโดยเด็ดขาด
ศรัทธาในระบบการศึกษาแบบบ้านเรามันหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ไอ้ครั้นจะไปเรียนเมืองนอกเมืองนามันก็ไม่ใช่วิถีของเรา (แปลเป็นไทยว่าไม่มีตังค์)
เลยตั้งใจไว้ว่าเรียนรู้จากประสบการณ์ดีกว่า มันตรงตัวกว่าเยอะเลย

แล้ววันที่ 1 มีนาคม 2551 ตูก็เพิ่งมารู้นี่แหละครับ
ว่าไอ้สิ่งที่เราเป็นอยู่นี่ เด็กอนุบาลสมัยนี้เขาก็เป็นอยู่เหมือนกัน :30:

ฮ่วย กระจู๋นี้เป็นหนึ่งในไม่กี่จู๋ ที่กดเข้ามาแล้วต้องกด "เดี๋ยวค่อยมาอ่าน"
ไม่งั้นก็คงยาว งานไม่เสร็จแน่ๆ -- นี่เพิ่งเสร็จเลยมานั่งดู แล้วก็เสียเวลาจริงๆ ด้วยครับ

เรื่องหลักวิธีคิดของโรงเรียนนี้ มันน่าตื่นตาตื่นใจมาก
ดูคลิปนั้นไปก็พลันนึกถึงระบบอุตสาหกรรมการศึกษาของเรา
ที่มีโรงงานใหญ่ๆ หลายๆ โรง แข่งกันผลิตคนออกมา ปั๊มๆๆๆ ปึงปังๆ
แล้วก็เอากำไรจากการขายคนเหล่านั้นมาหล่อเลี้ยง
เพื่อเพิ่มผลประกอบการและขยายสาขาโรงงานตัวเอง

พอเจอไอ้อะไรแบบนี้
มันเหมือนเราเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนแบบหัตถกรรม..มาแนวแฮนด์เมดเลยเว้ย
ใครอ่านจู๋นี้มาจนถึงตรงนี้แล้วก็คงปรับเกลี่ยความคิดจนคล้ายกันแล้วนะครับ
จะได้ไม่ต้องสาธยายให้มันซ้ำอีก

แต่ที่เป็นคำถามค้างคายังไม่ได้รับคำตอบก็คือ
แล้วเด็กที่จบจากที่นี่มาเนี่ย มันจะไปต่อในระบบมหาลัยได้เหรอ
มันจะไปอยู่ในสังคมที่มีแต่บริษัท ที่รับสมัครงานโดยเลือกเอาจากวุฒิได้เหรอ
ถ้าเกิดได้ทำงานขึ้นมาจริงๆ มันจะคุยกะเพื่อนร่วมงานรู้เรื่องสักกี่เรื่องกันเหรอ
หรือเวลาเขาพูดกันเรื่องเด็กคณะนั้นนุ่งกระโปรงสั้น
ใส่เสื้อร่องดุมกว้างโชว์นมขาวจั๊วะ มันจะเก็ตเหรอ

แล้วก็พาลให้นึกถึงวงการคอมพิวเตอร์ครับ แม้เป็นอุปมาที่ออกจะไกลตัวไปหน่อย
แต่เหลือเชื่อที่แนวคิดมันสอดคล้องกันกับระบบการศึกษาเลยนะครับ
ผิดกันที่คอมพิวเตอร์มันเถียงไม่ได้ มันเกรียนไม่ได้
และมันไม่ใช่มนุษย์ผู้เปี่ยมไปด้วยข้อแม้ พอแตะหน่อยร้องแอ๊ แตะอีกก็ร้องแอ๊

คือก่อนหน้านี้เรามีแต่วินโดวส์กันครับ
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับสามัญชนในโลก ร้อยละร้อยใช้วินโดวส์ (ร้อยละแปดสิบนั้นเถื่อน)
เราไม่ได้สนใจอะไร เพราะมันดีอยู่แล้ว ถึงมันจะมีปัญหาส้นตีนสารพัดอย่างที่รู้ๆ กัน
คือเราเกิดมากับมัน เรียนรู้มัน โรงเรียนก็สอนเพาเวอร์พอยต์ กับโฟโต้ช็อปเป็นข้อบังคับ
เราก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกอะไำร แต่ปากก็พร่ำบ่นถึงความห่วยของระบบ มิเว้นวาย

จนวันหนึ่งมีลินุกซ์คลอดออกมา แล้วโลกก็เปลี่ยนไป
เราได้รู้ว่าตอนนี้มันมีอีกหลากหลายแมริกซ์ ที่เป็นคู่ขนานกับระบบที่เราสัมผัสอยู่
แล้วมันก็ดันปฏิวัติความมีอยู่ของระบบที่มี ที่ฝังรากลึกสุดหยั่งและเหิมเกริมมาโดยตลอด
ในหลายวงการ ในหลายประเทศ เริ่มแก้ปัญหาสารพัดสารพันด้วยการหันไปฝั่งโอเพนซอร์ส
บางประเทศตั้งลินุกซ์เป็นโอเอสแห่งชาติ และระดมนักพัฒนาหัวก้าวหน้ามาเล่นกะมันจริงจัง
ทำให้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งของโลกซอฟต์แวร์เริ่มหดลง

แต่ในบางประเทศ ที่บักอุ้ยบอกว่าเราเพิ่งอยู่ที่บันไดขั้นแรกตา่มทฤษฎีบันไดห้าขั้นของมาสโลว์ (http://www.chontech.ac.th/~abhichat/Edu_Theory/Edu_maslow.htm)
ในวงการการศึกษาและวงการไอทีระดับผู้กำหนดนโยบาย ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเรื่องแบบนี้
เรายังอยู่กับวินโดวส์ XP แบบเถื่อน (แก้ WGA เรียบร้อย) โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะผิด
เพราะคำว่าผิดยังไม่อยู่ในพจนานุกรมที่วางไว้ตรงขอบๆ บันไดขั้นแรกที่ว่านั่นสักหน่อย

แน่นอนว่าตูเองก็เป็นหนึ่งในผลผลิตที่สมบูรณ์ ของระบบการศึกษาที่ล้มเหลวด้วยเหมือนกัน

แต่กลุ่มฮีโร่กลุ่มเล็กๆ กลุ่มนั้นช่างน่าทึ่ง
เขาค้นพบประตูออกจากแมทริกซ์ และบอกใครๆ ว่าเฮ้ย
ไอ้โลกที่เราอยู่กันเนี่ย แม่งเละจนเกือบจะต้องฟอร์แมตกันใหม่แล้วนะเว้ย
มาสิ มากินยาเม็ดสามสี (แล้วยื่นโลโก้ของโรงเรียนมาให้ดู) แล้วมุ่งสู่โคชิเอ็งด้วยกัน!

ป.ล.
พี่เลย์เอามาโพสต์ที่นี่ก็เหมือนเป็นมอร์เฟียสเลยนะครับ

ป.อ.
ตกลง ค่าเทอมแพงไหมครับ
แล้วเราจะเห็นข้อมูลเกี่ยวกับบทสนทนาในห้องเรียนได้จากที่ไหนดี
บอกตรงๆ ว่าดูคลิปแล้ว กูเกิ้ลบก็แล้ว ก็ยังจินตนาการไม่ออกเลย
เพราะตูยังอยู่ในโลกแมทริกซ์อยู่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 00:49 น.


ถ้าเหมือนกับโรงเรียนของหนูดีละก็ โรงดรียนแฮนด์เมดโคตรแพงเลยครับ  :05:

ส่วนเต่าตอนนี้ยังคิดแบบนี้ ดีครับ อย่าโดนเบ้าหลอม ออกมาเป็นเครื่องถ่ายเอกสารนะครับ

ปรินท์ชี๊ต ออกมาตามที่อาจารย์บอกไปเดะๆ

ตอบตามที่อาจารย์บอกไปเดะๆ


แต่ตอบไม่ตรงอาจารย์ไม่ให้คะแนนนะเออ  :35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 01:17 น.
เอออยากบ่นอีกเรื่องน่ะครับ(ขอเป๋)
เรื่องโรงเรียนขายเฟรนไชน์นี่แหละเบื่อทีุ่สุด

อย่าง ศึกษานารี2 สตรีวิทย์2(สังเกตุได้ว่าจะพูดถึงแต่โรเรียนผู้หญิง :30:)

แต่เดี๋ยวก่อนอันนั้นมันยังไม่เท่าไหร่ เพราะ มันก็คือโรงเรียนไปเปิดสาขาเพิ่ม



แต่ีที่ไม่ชอบใจเลย คือ ประมาณว่า เตรียมอุดมภาคเหนือ(พิษณุโลกครับ) เตรียมอุดม เสร็จแล้วก็มี เตรียมน้อม เตรียมพัฒ แล้วก็ยังมีเตรียมน้อมไปเปิดสาขาย่อยของตัวเองอีก

ล่าสุดจังหวัดผมไปเอาเฟรนไชน์ของ เตรียมน้อมมาได้ไงไม่่รู้ครับ

ท้าวความ
จังหวัดผม มีโรงเรียนใหญ่ๆก็คือ โรงเรียนอุตรดิตถ์(โรงเรียนชาย) โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี(โรงเรียนหญิง)

ล่าสุด คือ โรงเรียนอุตรดิตถ์วิทยากลายเป็น เตรียมอุดมน้อมเกล้า อุตรดิตถ์วิทยา ไปแล้ว


คือผมก็ไม่เข้าใจวว่าทำไปเพื่ออะไรเหมือนกันครับ(ที่จริงก็เข้าใจว่าทำเพื่อเรียกเด็กที่อยากติดพระเกี้ยว)
แต่ทำแบบนี้ เดี๋ยวอีกหน่อยเมืองไทยมันจะไม่มีแต่ชื่อโรงเรียนใหญ่ๆ นำหน้าเหรอครับ?? อยากให้ชาตินิยมกันมากกว่านี้จัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 09:01 น.
ผมนึกถึงมหาลัยของรพินทรนารถ ฐากูร
รพินทรนารถ ฐากูร คือมหากวีอินเดียเป็นคนเอเชียคนแรก
ที่ได้รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ได้รับยศเซอร์จากราชินีอังกฤษ
(แต่ภายหลังถอดยศประท้วง)เหมือนตัวแทนในเชิงศิลปะวัฒนธรรม
ของอินเดียคู่กับคานธี ที่เป็นตัวแทนทางการเมืองและจิตวิญญาน

เรื่องของเรื่องคือ ผมชอบกลอนของแกมาก ตอนมัธยมนี่คือถือท่องเลย
(ฟังดูกระแดะไงไม่รู้) ชอบมานานนม แล้วชอบวิธีคิด
วิธีวิจารณ์สังคม ทุกอย่างเลย เอาจริงๆในวิธีคิดทั้งหลายในโลก
แดริด้า ฟรอยด์ ห่าเหวอะไรพวกนี้ที่อ่านมาตลอดชีวิต
คานธีกับฐากูรนี่แหละ ที่ยึดพื้นที่สมองผมไปเยอะสุด

เรื่องระบบสังคมการศึกษาเนี่ย พอแกคิดได้ว่าทุกอย่างมันเริ่มมาจากการศึกษาสินะ
แกก็รวบรวมเงินส่วนตัวก่อตั้งโรงเรียนขึ้นแล้วชวนเด็กๆ
ให้มานั่งเรียนหนังสือร่วมกันบริเวณใต้ต้นสาละ
เรียกว่า"โรงเรียนใต้ร่มไม้" ศานตินิเกตัน(สถานที่แห่งสันติ)
เป็นโรงเรียนที่ให้อิสรภาพทางการศึกษาและนำพาเด็กๆ
หวนคืนสู่ธรรมชาติ ทำนองนั้น

วิธีคิดหลักของแกคือ โรงเรียนไม่ใช่โรงงาน
ไม่ใช่ที่ผลิตคนป้อนระบบการทำงาน แต่เป็นการยกระดับ
ความเป็นมนุษย์ให้สูงขึ้น ให้เข้าใจตนเอง เข้าใจโลก
ไปๆมาๆจากโรงเรียน ก็ได้รับการยกระดับเป็น มหาวิทยาลัย
ชื่อ วิศวภารตี หมายถึงสถานอันเป็นที่พักพิงแห่งโลก

ผมประทับใจเรื่องนี้มาก เข้าใจว่าคนที่คิดจะสร้าง
โรงเรียนในอุดมคติทุกท่าน ก็คงมีสถาบันนี้เป็นแรงบันดาลใจเหมือนกัน
เห็นเขาว่าเป็นต้นแบบโรงเรียนทางเลือกของโลกด้วยน่ะนะ
หาลิ้งเล่าละเอียดๆเจอละ ของมหาลัยเที่ยงคืน(ไอ้เที่ยงคืนนี่ก็ทางเลือกนะเนี่ย)
http://midnightuniv.org/midnight2545/document95254.html (http://midnightuniv.org/midnight2545/document95254.html)
ลองอ่านเล่นๆครับ ผมว่านี่คือต้นแบบของโลกเลย
หวังไว้เหมือนกันว่าสักวันคงมีโอกาสไป



ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 09:44 น.
อ่านจู๋นี้สนุกมากๆ
แต่ไม่รู้จะตอบอะไรดี เพราะตัวเองก็เป็นผลผลิตที่สมบูรณ์จากการศึกษาที่ล้มเหลว  :30:/


ตอนนี้ก็เรียนมัธยมฆ่าเวลาอยู่  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 09:46 น.
รู้สึกว่าโรงเรียนนี้เยี่ยมมาก ผอ.ก็ดีมาก :25:

แต่กลัวว่าเด็กจากโรงเรียนนี้จะไม่ได้การยอมรับจากสังคมน่าเกลียดๆอย่างประเทศไทยนี้  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 09:55 น.
ผมนี่ทำธุกิจการศึกษาเลย
ไม่ทำเป็นธุกิจผมก็ไม่มีแรง

แต่ผมก็บูรณาการเรื่องราวทั้งหมดแหละ
เข้ากัน ให้หลมกล่อม
กล่อมแบบไหน กลมอย่างไร
มันเป็นพื้นฐาน

ฝันผมอยากทำโรงเรียน
ให้เป็นโรงเรียนแบบสอนเด็กเยอะๆ นี่แหละ

วัตถุประสงค์ตอนนี้ผมมีม็อตโต้ว่า
ปั้นดาว ไม่ให้ดาว

ถ้าโตกว่านี้ผมจะทำโมเดลใหญ่กว่านี้


หวังแค่
ถ้าเขาไปสู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจฉุกเฉิน
เขาจะตัดสินใจในทางที่ดี


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:00 น.
ผมเคยคิดเล่นๆ ว่า
ถ้าเราสามารถสอนให้เด็กๆ ซาบซึ้งในบทกวี มองเห็นความงามภายในมากกว่าภายนอก
และมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่เท่าที่มี (สันโดษ)
ประเทศเราจะเป็นประเทศที่รุ่มรวยวรรณกรรม และมีความสุขที่สุดในโลก  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:01 น.
เป็นได้แค่ฝันครับ

อาจารย์เองยังทำแบบนี้ไม่ได้เลย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:04 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเต่า เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:00 น.
ผมเคยคิดเล่นๆ ว่า
ถ้าเราสามารถสอนให้เด็กๆ ซาบซึ้งในบทกวี มองเห็นความงามภายในมากกว่าภายนอก
และมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่เท่าที่มี (สันโดษ)
ประเทศเราจะเป็นประเทศที่รุ่มรวยวรรณกรรม และมีความสุขที่สุดในโลก  :30:

ใครจะปลูกข้าวในกวีกิน  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:11 น.
กวีก็ต้องกินไก่ย่างส้มตำเหมือนกันนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:15 น.
ก็เป็นชาวนาที่เป็นกวีไงพี่ 555
ขนาดขายหมี่เป็ดยังเขียนกลอนได้เลย (มนตรี ศรียงค์)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:16 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเต่า เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:15 น.
ก็เป็นชาวนาที่เป็นกวีไงพี่ 555
ขนาดขายหมี่เป็ดยังเขียนกลอนได้เลย (มนตรี ศรียงค์)

มี ฮิ5 ด้วยนะ อีตาซีไรต์คนนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:20 น.
 :38:
ปีล่าสุดเหรอครับ ตกข่าวอย่างแรง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:21 น.


แล้วใครจะสอนวิธีการปลูกข้าว ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:22 น.

กว่าจะมีเวลาตั้งใจอ่านจู๋นี้จนครบ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:24 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:20 น.
:38:
ปีล่าสุดเหรอครับ ตกข่าวอย่างแรง

พี่หมี่เป็ด ได้ซีไรต์ครับ
ขายหมี่ไปเขียนกวีไป เล่นหลุดโลกไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:25 น.
ก็ถึงต้องพูดถึงระบบการศึกษาไงพี่

ทำไมเราไม่สอนให้เกษตรกรปลูกข้าวอย่างมืออาชีพ
มีความรู้เรื่องระบบนิเวศ และเทคโนโลยีการเกษตร
แทนที่จะเอาลูกชาวนามาเรียนอะไรก็ไม่รู้ ที่จบไปแล้วก็ไม่ได้ใช้
ไม่ก็เรียนไปทำงานในเมือง แล้วทิ้งนาให้คนแก่ทำ

(ที่พูดนี่พูดแบบมุมมองคนที่ชีวิตเกิดมาไม่ลำบากนะ)






พูดถึงหมี่เป็ด
ผมอ่านกลอนแกแล้วต้องใช้ความพยายามอย่างสูง ในการแบ่งวรรคตอนครับพี่
มีใครมีปัญหาแบบนี้มั่งมั้ย
แต่เนื้อหา และวิธีเล่นคำแกแหวก และเป็นเด็กแนวในวงการบทกลอนเลยนะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:27 น.



พูดแล้วอิจฉาที่คนเมืองนอกทำนารวยเนอะ   :11:

แต่ดีแล้วละ ไม่งั้นเราได้กินข้าวแพงอีก ลำบากพวกเกิดมาสบายๆ อย่างเราซะงั้น  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:28 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:24 น.
พี่หมี่เป็ด ได้ซีไรต์ครับ
ขายหมี่ไปเขียนกวีไป เล่นหลุดโลกไป


(กรี๊ดดดดด ตกใจ
พึ่งไปค้นข่าวจากกูเกิ้ล ลุงหมี่เป็ดสุดยอดดดด :25:)


ขออภัยครับ เสียจริตไปนิดหน่อย
กลับเข้าสู่เนื้อหาหลักได้




ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:28 น.
เออผมสงสัยเหมือนกันว่าต่อไปใครจะทำนา?

ลูกชาวนาก็อยากเป็นหมอ เป็นวิศวะเหมือนกัน(สงสัยอีกที ทำไมเวลาพูดถึงคนเก่งๆต้องหมอกับวิศวะ คณะอื่นน้อยใจ :11:)

ผมว่าคนอยากทำนาน้อยลงนะครับ

เช่นที่ที่ใช้ปลูกบ้านผมนี่แหละ เกิดจากการถ่มนาของปู่(ลุงก็็ยังทำอยู่นะแต่ลูกของลุงก็คงไม่ทำแล้ว)

// ตัดหน้าสอง  :23:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:34 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเต่า เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:25 น.
ก็ถึงต้องพูดถึงระบบการศึกษาไงพี่

ทำไมเราไม่สอนให้เกษตรกรปลูกข้าวอย่างมืออาชีพ
มีความรู้เรื่องระบบนิเวศ และเทคโนโลยีการเกษตร
แทนที่จะเอาลูกชาวนามาเรียนอะไรก็ไม่รู้ ที่จบไปแล้วก็ไม่ได้ใช้
ไม่ก็เรียนไปทำงานในเมือง แล้วทิ้งนาให้คนแก่ทำ

(ที่พูดนี่พูดแบบมุมมองคนที่ชีวิตเกิดมาไม่ลำบากนะ)






พูดถึงหมี่เป็ด
ผมอ่านกลอนแกแล้วต้องใช้ความพยายามอย่างสูง ในการแบ่งวรรคตอนครับพี่
มีใครมีปัญหาแบบนี้มั่งมั้ย
แต่เนื้อหา และวิธีเล่นคำแกแหวก และเป็นเด็กแนวในวงการบทกลอนเลยนะ  :30:

เรื่องการศึกษา ผมดีใจที่ตั้งคำถามกันเยอะๆ
คือผมก็ตอบไม่ได้ แต่เชื่อว่าสักวันจะมีคนตอบได้
และนำไปสู่การแก้ไข อาจจะไม่ใช่รุ่นเราหรือรุ่นลูกเรา

ผมเคยถามพ่อเรื่องเครื่องแบบนักเรียน
ว่าทำไมต้องแต่ง ทำไมต้องบังคับ
พ่อบอกว่า บ้านนอกต้องบังคับ
แต่ไม่ได้จริงจังหรอก เพราะ
ชุดนักเรียน สามารถทำให้ทุกคน
ในโรงเรียนเป็นนักเรียน ไม่ได้เป็นลูก
ชาวนาคนเก็บขยะหรือลูกพ่อค้าคหบดี
นี่พ่อพูดถึงโรงเรียนที่พ่อสอน
บางคนมีชุดนักเรียน 1 ชุดสลับกันใส่
ในบรรดาพี่น้อง


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:35 น.
รัฐบาล หรือคนใหญ่ๆ โตๆ คงไม่เห็นประโยชน์ของโรงเรียนนี้หรอกครับ
ผมเดาในแง่ลบนะ นี่ประเทศไทย มีหวังไม่กี่อย่างแล้ว ที่จะเกิดขึ้นได้
เดี๋ยวซักพักก็โดนงาบหายไปด้วยเงิน และคนบางจำพวก

น่าสนุกที่มีโรงเรียนแบบนี้ ดีใจแทนรุ่นหลานๆ
แต่เสียดายที่มันมาอยู่ในประเทศไทย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:38 น.
โรงเรียนแบบนี้ทยอยเกิดมาเรื่อยๆ นะเฮียโก้
ยิ่งระบบการศึกษาเรามีปัญหามากยิ่งเปิดเรื่อยๆ
แต่อาจจะแพงมากด้วย เพราะการจัดการเรียนการสอน
ไม่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ

เพื่อนผมมีสอนลูกเองกับบ้าน
ผมไม่แข็งแรงในทัศนคติพออย่างเขา
เลยไม่กล้า

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:51 น.
ย้อนไปเห็นด้วยกับณตนะ ว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องของระบบซะทั้งหมด

คนวางนโยบายกับคนเขียนหลักสูตรก็คนกลุ่มนึง อาจจะไม่ได้รู้ปัญหาของคนสอน (นโยบายมองจากมุมที่มองว่าสวยหรู ทำไม่ได้จริง หลักสูตรอัดเนื้อหาเยอะไป) บางครั้งนโยบายอย่างนึง แต่คนสอนยังคงทำตามความคุ้นเคย (สอนแบบบอกเล่าหน้าห้อง ไม่ให้ทำทดลอง ห้ามถามมาก เดี๋ยวตอบไม่ได้) งบประมาณ (ให้ทำทดลองมากเดี๋ยวเครื่องมือก็พัง จะเอาตังที่ไหนไปซื้อมาเปลี่ยน แค่เงินจ้างครูยังไม่ค่อยมี อย่าหวังเงินซื้ออุปกรณ์เลย) หรือถูกบีบด้วยเวลา การวัดผล เอ็นฯ หรืออะไรอื่นๆ (เวลาสอนมีนิดเดียว รร.​ก็มีกิจกรรมเพียบ ถ้าไม่รีบสอนให้ครบเนื้อหา  ก็โดนโวย นักเรียนเอ็นต์ไม่ติดอีก รร.เสียหน้า ก็ต้องรีบสอนกันหน้าชั้น)  ค่านิยมที่ไม่เปลี่ยน (เรียนเพื่อเอ็นท์ เรียนเพื่อให้ใบประกาศอะไรสักใบ ไม่ว่าจะจบไปทำอาชีพอะไร) คนสอนไม่มี ไม่พอหรือไม่มีคุณภาพ (ค่านิยมคนเก่งไม่นิยมเป็นครู ไม่ได้เป็นครูด้วยใจรัก ฯ )  จนอาจจะถึงเรื่องของการเลี้ยงดูด้วยซ้ำ (การเลี้ยงดูแบบตะวันออกที่จะอุ้มทะนุถนอมและป้อนกันแต่เกิด ขณะที่ตะวันตกจะปล่อยให้มันตะเกียกตะกายเล่นเอาเองบ้าง เป็นวิธีคิดที่มันไม่เหมือนกันแต่ต้น)

เราถูกสอนให้มองเป็นส่วนๆ นี้เป็นปัญหาการเมือง นี้เป็นปัญหาสังคม นี้เป็นปัญหาสาธารณสุข.. ฯ ขณะที่ปัญหามันไม่ได้เกิดจากส่วนใดส่วนหนึ่งเสมอไป แต่เป็นผลกระทบจากหลายๆ ส่วนประกอบกัน
คำว่า "ผลผลิตที่สมบูรณ์ของระบบการศึกษาที่ล้มเหลว" ยังรู้สึกว่ามองปัญหาแค่ส่วนเดียว
แต่ก็อีกแหละ การมองแบบเป็น holism หรือองค์รวม มองปัญหาว่าเกิดจากหลายๆ สาเหตุที่มากระทบ พอถึงเวลาหาทางแก้ ต้องไปขุดรากถอนโคนหลายระบบมันทำได้ยาก ไม่เหมือนมองแค่ส่วนเดียว ภาพด้านเดียว มันมองทางออกได้ง่าย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:53 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:38 น.
โรงเรียนแบบนี้ทยอยเกิดมาเรื่อยๆ นะเฮียโก้
ยิ่งระบบการศึกษาเรามีปัญหามากยิ่งเปิดเรื่อยๆ
แต่อาจจะแพงมากด้วย เพราะการจัดการเรียนการสอน
ไม่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ

เพื่อนผมมีสอนลูกเองกับบ้าน
ผมไม่แข็งแรงในทัศนคติพออย่างเขา
เลยไม่กล้า

ที่กลัวคือสีแดงๆ นั่นล่ะครับ คนในรัฐบาล
ตาบอด หูหนวก หางตกกันหมดล่ะ เรื่องไหนที่เป็นประโยชน์เฉยๆ
ไม่ได้ต่อตัวเองด้วย

ไอ้เรื่องไหนเป็นประโยชน์ต่อตัวเองล่ะวิ่งกันหางชี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 11:09 น.
ผมว่า การพัฒนาทั้งหลายของประเทศโลกที่สามอย่างเรา
มันก็คงไม่มีด้านไหน ล้ำหน้า ล้ำหลัง มากไปกว่ากัน
การศึกษา สังคม การเมือง ศิลปะ หรือแม้แต่การจราจร หรือเงินในกระเป๋า
คือมันก็แย่ไม่มากไม่น้อย และเท่าที่เห็นมันก็ค่อยๆดีขึ้นไม่เร็วไม่ช้าไปกว่ากัน
ก็คงตามที่ป้าหน่อยว่า ทุกอย่างมันเกาะเกี่ยวกันอยู่

ส่วนความหมายของคำว่าล้มเหลวอะไรยาวๆนั่น
คงเพราะผมนึกถึงทางออกมั้งครับ ทางออกของปัญหาทั้งหมดนี้
เผอิญผมนึกไม่ออกว่า เราจะลุล่วงปัญหาที่สั่งสมมายาวนาน
ทั้งหมดนี้ไปได้ด้วยวิธีไหนถ้าไม่ใช่การศึกษา ก็เลยฟันธงโชะไปซะยังงั้น
(แล้วก็เพราะพูดเรื่องการศึกษากัน เลยจำกัดไว้แค่นั้น)

แต่ก็อีกล่ะ ใครมันจะเข้ามาแก้ปัญหาได้ล่ะนะ
ในเมื่อคนแก้ก็คือตัวปัญหาซะเอง ปัญหาชิ้นโตซะด้วย
ผมหมายถึงคนที่จะมาจัดการบริหารการศึกษาเนี่ย
ก็พวกนักการเมืองที่เราเห็นหน้าในทีวีทุกวัน


คิดว่าคงมีหลายท่านเคยฟังเพลง
Another brick in the wall เพลงคลาสสิคของคณะพิ้งค์ฟลอยด์
ตอนนั่งเรียนในห้องเรียนสมัยมัธยม ฟังอาจารย์พูดๆ
ไปมาทีไร ผมก็นึกถึงมิวสิควิดีโอนี้แฮะ
แต่จะลุกขึ้นมาพังโต๊ะมันก็ยังไงๆอยู่  :30:

เออ เพลงนี้มีไรให้พูดถึงเยอะเลยแฮะ
เข้ากับจู๋นี้ด้วย เดียวหามาลงดีกว่า



ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 11:11 น.
อย่างที่เก้อพูดน่ะใช่เลย
ไอ้คนที่จะมาจัดระบบ รูปทรง
ของโรงเรียนดีๆ แบบที่จั่วหัวไว้

ไอ้นี่ล่ะตัวปัญหา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 11:11 น.

พี่เก้อพังโต๊ะเลย  :25:

เชื่อนะว่าถ้าพี่เก้อพังโต๊ะ จะมีเต่าวิ่งเข้ามาช่วย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 11:49 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเต่า เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 10:25 น.
ก็ถึงต้องพูดถึงระบบการศึกษาไงพี่

ทำไมเราไม่สอนให้เกษตรกรปลูกข้าวอย่างมืออาชีพ
มีความรู้เรื่องระบบนิเวศ และเทคโนโลยีการเกษตร
แทนที่จะเอาลูกชาวนามาเรียนอะไรก็ไม่รู้ ที่จบไปแล้วก็ไม่ได้ใช้
ไม่ก็เรียนไปทำงานในเมือง แล้วทิ้งนาให้คนแก่ทำ

(ที่พูดนี่พูดแบบมุมมองคนที่ชีวิตเกิดมาไม่ลำบากนะ)


พูดถึงหมี่เป็ด
ผมอ่านกลอนแกแล้วต้องใช้ความพยายามอย่างสูง ในการแบ่งวรรคตอนครับพี่
มีใครมีปัญหาแบบนี้มั่งมั้ย
แต่เนื้อหา และวิธีเล่นคำแกแหวก และเป็นเด็กแนวในวงการบทกลอนเลยนะ  :30:

ชาวนารุ่นพ่อของตาของตูเนี่ย
ปลูกข้าวอย่างมืออาชีพที่สุดแล้วล่ะ
แกไม่ได้เรียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวหรอก
แต่แกรู้่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว
ปุ๋ยก็ไม่เคยต้องใช้ปุ๋ยเคมี

เพียงแต่แกไม่เก่งเรื่องการตลาด
และแกเกรงใจ คนที่เรียนมาสูงๆ
พวกเกษตรอำเภอ หรืออะไรเทือกนี้
ที่มาคอยแนะนำแก ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้
เพราะแกคิดว่า พวกนี้เรียนมาสูง เลยเชื่อ

ต้องเข้าใจก่อนว่า ทำนา เนี่ยมันเหนื่อยนะครับ
ตากแดดหน้าดำ ใครลองไปดำนาดูสักชั่วโมงก็จะรู้
แต่ปัจจุบัน โฆษณาครีมหน้าขาว เต็มไปหมด
ใครที่ไหน มันจะอยากไปลงนาให้หน้าไหม้ (พี่จ๊อบ บรรจบ เคยพูดไว้)

.........................................

ส่วนเรื่องกวีหมี่เป็ด
เต่าต้องอ่านออกเสียงครับ
อ่านออกเสียงดังๆ
อ่านไปสักพัก เดียวจะรู้เองว่า
มันต้องแบ่งวรรคตอนยังไง

คือบทกวีเนี่ย ต้องฟังเสียงครับ
มันจะเป็นทำนองเพลงเลยด้วยซ้ำ
บทกวีที่ดี คือบทกวี
ที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะเสนาะหู
ลองดูนะครับ  :12:

....................................
สำหรับบักเก้อ และคนอื่นๆ
เอาเนื้อเพลงและรูปแผ่นเสียงมาฝาก

Another Brick in the wall part1

Daddy's flown across the ocean
Leaving just a memory
A snap shot in the family album
Daddy  what else did you leave for me
Daddy what d'ya leave behind for me
All in all it was just a brick in the wall
All in all it was all just brick in the wall

.......................................

Another Brick in the wall part2

We don't need no education
We dont need no thought control
No dark sarcasm in the classroom
Teachers leave the kids alone
Hey Teachers Leave us kids alone!
All in all it's just another brick in the wall.
All in all you're just another brick in the wall.

....................................

Another Brick in the wall part3

I don't need no arms around me
I don't need no drugs to clam me
I have seen the writing on the wall
Don't think I need anything at all
No don't think  I'll need anything at all
All in all it was all just bricks in the wall
All in all you were all just bricks in the wall

ปกหน้า
(http://img2.f0nt.com/03/db6a3915e6b5dbb3164618d42ec4ae2b.jpg)

พลิกดูด้านใน
(http://img2.f0nt.com/03/d9065960308b9d6f287af2f45d37208f.jpg)

แผ่นเสียงกับซองใส่ ที่มีลายมือเขียนเนื้อเพลง
ป.ล. ลายมืออ่านยากอิ๊บอ๋าย :41:
(http://img2.f0nt.com/03/8c8a5e571a8271c5698015339a549f58.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 11:53 น.
ชีวิตนี้ตูจะรอเก้อเป็นนายก  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 12:19 น.
MV สมัยที่ตูดู ก็อันนี้แหละ
ไม่รู้อันเดียวกับของบักเก้อหรือเปล่า

Another Brick in the wall part2
http://www.youtube.com/v/M_bvT-DGcWw

ก็สมัยที่อัลบั้มนี้ออกมา ก็ตอนปี 1979
เกือบสามสิบปีแล้ว ที่คนอังกฤษเค้าคิดเรื่องนี้กัน

ก็เป็นนิมิตหมายอันดี
ที่พวกเราตอนนี้ได้ตั้งคำถามกัน
ก็ต้องรอพวกเราคนใดคนนึง หรือหลายๆคน
มีโอกาสได้เข้าไปทำงานการเมืองที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้
แล้วก็อย่าลืมบวกไปอีกสามสิบปี

แต่ตูไม่ได้บอกว่า ระบบการศึกษาของอังกฤษมันดีนะ
ปัจจุบัน คนอังกฤษ แม่งไม่สนใจเรียนกันเท่าไหร่หรอก
เพราะเนื่องจากรัฐบาลเลี้ยงดู
แถมพวกถ่อยสถุล ไร้ความรับผิดชอบ ก็มีอยู่เยอะแยะ
ต่างจาก ป้าๆ ลุงๆ สมัยก่อน
ที่เป็นผู้ดี๊ ผู้ดี อังกฤษ สุภาพและฉลาด
ทั้งๆ ที่การศึกษาก็แค่มัธยมบ้านเรา เท่านั้นเอง
คือการศึกษาน้อย แต่เข้าใจโลก
และมีแนวคิดที่ดี รู้จักรับผิดชอบตัวเอง
มีส่วนร่วมกับสังคม

ก็ต้องดูกันต่อไป สำหรับประเทศไทย
แต่ตราบใด ที่ยังให้ไดโนเสาร์
มาบริหารประเทศอยู่ ก็อาจจะต้องบวกไปอีกร้อยล้านปี  :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 13:03 น.
อยากส่งลูกมาเรียนแบบนี้มั่ง
แต่ยังหาแม่ไม่ได้เลย  :35:

โรงเรียนอุดมคติ หรือ โรงเรียนอุดม อะคะติ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 16:04 น.
:30: แบบที่เราเรียนๆ กันนี่ไงครับ โรงเรียนอุดม/อคติ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: บิ๊กเล็ก เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 21:43 น.
เข้ามาตามลิงค์จากเว็บเฮียแอน

น่าเรียนมากครับ ...

เพิ่งได้มาปั่น .. พรุ่งนี้สอบแล้ว  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชชช เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 23:04 น.
เมื่อปี1999ตอนที่ไปเรียนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น
เคยไปทัศนศึกษาที่โรงเรียนการเกษตรอยู่วันสองวันครับ
จำได้ว่าเป็นโรงเรียนมัธยมปลาย
การเรียนแบ่งเป็นสองช่วง
ช่วงแรกเรียนวิชาสามัญต่างๆ เลข สังคม ประวัติศาสตร์ ฯลฯ
ช่วงหลังเรียนวิชาเกษตร ปลูกมัน ปลูกหญ้า เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ ฯลฯ

โรงเรียนมีเนื้อที่ใหญ่มากส่วนใหญ่เป็นเนื้อที่สำหรับการเพาะปลูกและทำฟาร์มครับ

นึกภาพเหมือนเกษตรกำแพงแสนหน่ะครับแต่ว่าเป็นมอปลายเรียนกัน

ผมละนึกอยากให้มีโรงเรียนแบบนี้ในบ้านเราเยอะๆจริงๆ
ไหนๆก็จะเป็นครัวของโลกกันทั้งที(ยังจะเป็นกันอยู่รึปล่านะ)

ปล.ตอนอยู่เมืองไทยต้องยอมรับว่าผมก็ไม่ได้ภูมิใจอะไรกับประเทศเราหนักหนา
อารมณ์ว่าหาข้อดีได้ยาก
แต่พอมาทำงานที่ญี่ปุ่นแล้ว
เจอคนญี่ปุ่นคลั่งไคล้เมืองไทย แล้วก็ทำให้น้ำตาซึม ด้วยความตื้นตันขึ้นมาเหมือนกันนะ
รักประเทศไทยจริงๆ






พูดถึงหมี่เป็ด
ผมอ่านกลอนแกแล้วต้องใช้ความพยายามอย่างสูง ในการแบ่งวรรคตอนครับพี่
มีใครมีปัญหาแบบนี้มั่งมั้ย
แต่เนื้อหา และวิธีเล่นคำแกแหวก และเป็นเด็กแนวในวงการบทกลอนเลยนะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: goommy เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 00:05 น.
ดูแล้วอยากกลับไปเรียนบ้างจัง...แก่แล้วยังรับมั๊ยนะ   :52:

อ่านแนวคิดเรื่องการศึกษาของหลายๆท่านแล้วก็อยากให้เข้าไปเป็นรัฐมนตรีกันจัง อนาคตลูกหลานผมคงสนุกกว่านี้แน่ๆ  :27:



ปล. ถ้าจะตั้งรัฐบาลกันมาเรียกด้วยนะครับ ผมก็มีอาวุธลับทางปัญญาที่อยากจะเอาไปกราดยิงใส่ประชาชนตาดำๆทั้งประเทศ
อยู่เยอะพอตัวเหมือนกัน  :35: รัฐบาลเงายังมีได้ เดี๋ยวเจอรัฐบาลฟ้อนบ้าง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 06:16 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 11:53 น.
ชีวิตนี้ตูจะรอเก้อเป็นนายก  :37:
อบต.เหรอครับ :37:

อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 03 มี.ค. 2008, 12:19 น.
MV สมัยที่ตูดู ก็อันนี้แหละ
ไม่รู้อันเดียวกับของบักเก้อหรือเปล่า

Another Brick in the wall part2
http://www.youtube.com/v/M_bvT-DGcWw

ก็สมัยที่อัลบั้มนี้ออกมา ก็ตอนปี 1979
เกือบสามสิบปีแล้ว ที่คนอังกฤษเค้าคิดเรื่องนี้กัน

ก็เป็นนิมิตหมายอันดี
ที่พวกเราตอนนี้ได้ตั้งคำถามกัน
ก็ต้องรอพวกเราคนใดคนนึง หรือหลายๆคน
มีโอกาสได้เข้าไปทำงานการเมืองที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้
แล้วก็อย่าลืมบวกไปอีกสามสิบปี

แต่ตูไม่ได้บอกว่า ระบบการศึกษาของอังกฤษมันดีนะ
ปัจจุบัน คนอังกฤษ แม่งไม่สนใจเรียนกันเท่าไหร่หรอก
เพราะเนื่องจากรัฐบาลเลี้ยงดู
แถมพวกถ่อยสถุล ไร้ความรับผิดชอบ ก็มีอยู่เยอะแยะ
ต่างจาก ป้าๆ ลุงๆ สมัยก่อน
ที่เป็นผู้ดี๊ ผู้ดี อังกฤษ สุภาพและฉลาด
ทั้งๆ ที่การศึกษาก็แค่มัธยมบ้านเรา เท่านั้นเอง
คือการศึกษาน้อย แต่เข้าใจโลก
และมีแนวคิดที่ดี รู้จักรับผิดชอบตัวเอง
มีส่วนร่วมกับสังคม

ก็ต้องดูกันต่อไป สำหรับประเทศไทย
แต่ตราบใด ที่ยังให้ไดโนเสาร์
มาบริหารประเทศอยู่ ก็อาจจะต้องบวกไปอีกร้อยล้านปี  :39:

อันนี้แหละครับที่ดู
ตอนม.4 เสิร์ชไปเจอในยูทูบ เลยได้ดูครั้งแรกครับ
ดูแล้วหลอนมาก ลองดูถึงตอนผลิตนักเรียน แบบว่าใช่เลย
เราถูกผลิตออกมาเป็นแค่อิฐก้อนหนึ่งบนกำแพง

ถ้าผมรู้จักเต่าตั้งแต่ตอนนั้น คงชวนกันไปพังโต๊ะแล้ว


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 10:29 น.
ตอนม.สี่สาบานได้ว่าตูยังไม่รู้จักยูตูบเลย

รู้จักแต่เว็บสนุก หรรษา ไอซีคิว เพิร์ช
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ichirin_no_hana เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 17:48 น.
โรงเรียนหรือว่ารีสอร์ตคะ สวยมากๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 17:50 น.
พี่เก้อ ม.4 มันมี youtube แล้วเหรอ  :09:
ตอนนั้นผมยังเตะบอลอยู่เลย 555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 18:29 น.
กำลังจะถามเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 21:36 น.
ผมรู้้จักคุณหลอดตอนมันถูกแบนนี่แหละครับ  :08:

เอ๊ะไม่ดิ ตอนที่กูเกิลซื้อตะหาก เพราะชอบตามข่าวกูเกิล

แต่ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:02 น.
สวัสดีค่ะสมาชิกทุกท่าน
ไงละ.. ขึ้นต้นให้โบราณ จะได้ไม่เสียภาพของครู(ที่หลายๆ คนนิยามไว้) -.-

เพื่อนส่งลิงค์มาให้ดู เห็นว่าถกเถียงกันน่าสนใจ(บ้างไม่น่าสนใจบ้าง) ก็เลยทำเครื่องหมายว่าต้องมาตอบกระทู้นี้เสียหน่อย เป็นกระทู้ที่ยาวมากๆ ใช้เวลาจริงๆ -.- ที่อยากจะมาร่วมแจมเพราะเป็นคนหนึ่ง ที่เคยเป็นครูในโรงเรียนลักษณะทางเลือกแบบนี้มาก่อนค่ะ (จริงๆ เรียกว่า "ทางเลือก" ก็ได้ แต่ถ้าเอาให้ตรงใจ ก็แค่โรงเรียนที่มีวิธีการเรียนการสอนไม่เหมือนเดิมก็เท่านั้น) เท่าที่อ่านดูก็มีคำให้จับประเด็นแจมอยู่ดังนี้

ความแตกต่างของเด็กๆ / วิธีการสอน / ผลผลิต / การปรับตัว / การเป็นที่ยอมรับ / การสอบ / การปลูกข้าว / ค่าเล่าเรียน / บทสนทนาในห้องเรียน

แค่คีย์เวิร์ดก็เล่นเอากุมขมับ เยอะจริง!
แต่ในเมื่ออยากจะมาคุยด้วยคน ก็คิดว่าจะเขียนแจมตอบให้ครบทุกเรื่องค่ะ

สำหรับตัวเอง ขอเกริ่นก่อนว่าแต่ดั้งเดิมไม่ได้เรียนครุศาสตร์ และทำงานมาหลายอย่างก่อนจะมาเป็นครู ที่เลือกไปเป็นครู เพราะอยากทำงานที่เราชอบจริงๆ ให้อะไรกับสังคมจริงๆ และเห็นว่าความถนัดของเรา น่าจะพอนำไปใช้กับการเป็นครูในโรงเรียนที่สมัครไปได้ โรงเรียนที่เคยสอนไม่ได้เน้นวุฒิครู (ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เท่าที่เห็น คิดว่าข้อดียังมากกว่า เพราะการรับคนที่มีใจจะทำงานครูนั้นสำคัญกว่ามาก) ลักษณะการเรียนการสอนของที่โรงเรียนจะเป็นการสอนโดยพุทธวิธี บวกกับเทคนิกอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้โลกของเด็กในยุคปัจจุบัน ถึงจะไม่เคยทำงานสอนเด็กมาก่อน แต่ก็ตัดความกังวลไปได้ส่วนหนึ่ง เพราะทางโรงเรียนจะมีการฝึกและพัฒนาครูอย่างสม่ำเสมอ (พัฒนาทุกด้าน ทั้งกายและใจ ละไว้ก่อน เดี๋ยวยาว -.-) ประสบการณ์การสอนไม่นานนักค่ะ ประมาณสองปี และก็ไม่ได้นิ่งอยู่ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งนานนัก(อีก) คือได้สอนทั้งในส่วนอนุบาล ประถมศึกษา และงานส่วนกลาง (ไปคำนวนกันเอาเองนะคะว่าจัดเวลาอย่างไรในการทำงานในระยะเวลาสองปี ตัวเองก็อึ้งนิดๆ พอมองย้อนไป ฮ่าๆ แต่มีความสุขกับงานพอสมควรค่ะ เรียกว่ามากที่สุดในทุกอาชีพที่เคยทำมาก็ได้) ตอนนี้เป็นช่วงขอพักการสอน มาทำกิจส่วนบุคคล เรียกว่าเกิดอุบัติเหตุทางอาชีพ เลยมีเวลามาตอบกระทู้ ;P

เวลาตอบขอไม่แยกประเด็นนะคะ เพราะว่าหลายๆ เรื่องมีความเชื่อมโยงกันอยู่ในตัว เห็นพูดถึงเรื่องการสอบกัน เรื่องนี้จากประสบการณ์(อันรวบรัด) คิดว่ามีความสำคัญอยู่บ้างค่ะ โดยเฉพาะเรื่องแรงจูงใจและการฝึกให้นักเรียนเข้าใจคำว่า "กติกา" "ความท้าทาย" "การตั้งเป้าหมาย" "การแข่งขัน(กับตัวเอง)" แต่เนื่องจากเด็กๆ มีความแตกต่าง ดังนั้นจึงควรเปิดให้การสอบมีหลายๆ แบบ กล่าวคือ ครูต้องหาวิธีวัดผลที่เหมาะกับเด็ก พูดให้ลึกเข้าไปอีก ก็เช่น แม้ว่าเด็กจะเป็นเด็กเรียนรู้ช้า เขียนไม่ได้ หรือเป็นดาวน์ซินโดรม ก็ควรจัดการวัดผลให้เหมาะกับเขา  ถ้าเขียนไม่ได้ก็ใช้วิธีถามคำถาม คุยกัน วาดภาพ เล่าเรื่อง หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้ว่านักเรียนคนนี้เข้าใจสิ่งที่เรียน การหักหารกำลังใจด้วยการสอบตก ไม่ใช่แนวทาง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องสอบผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน ต้องหาทางปรับปรุงแก้ไข เพราะโลกนี้ไม่ง่าย

เท่าที่เคยสอนมา ยังไม่เคยเจอนักเรียนที่ไม่เก่งเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนมีความสามารถ มีข้อเด่นในตัวเองทั้งนั้น อยู่ที่เราจะเอาอะไรไปวัดความเก่งของเด็ก คนที่เขียนหนังสือช้ามากสามารถเล่นฟุตบอลได้ดี (แบบสาวกรี๊ด) คนที่ไม่มั่นใจในตัวเองในการพูดสามารถร้องเพลงได้เพราะมาก คนที่พัฒนาการไม่สมวัย เป็นคนที่มีน้ำใจที่สุดและเป็นที่รักของเพื่อนๆ จัดเรียงเลขได้ดี ช่วยเหลือครูได้ดีกว่าเพื่อนๆ หลายๆ คน เด็กที่สอนยากที่สุด คือเด็กขาดกำลังใจ การขาดกำลังใจทำให้กระทบไปหลายเรื่อง ทำให้เป็นคนดื้อได้อย่างร้ายกาจ เป็นคนขี้งอนท้อแท้ ทั้งๆ ที่มีความสามารถอยู่ในตัวเยอะแยะไปหมด

การสอนในโรงเรียน เราจะสอนหลายๆ แบบ ห้องเรียนจะมีหลายแบบ คืออาจจะเรียนในห้อง นอกห้อง ในแปลงเกษตร ใต้ต้นไม้ ปูเสื่อ เลคเชอร์ ในโรงอาหาร ในห้องเรียนของน้องๆ อีกชั้นเรียนหนึ่ง จัดฐานกิจกรรม ให้รุ่นพี่มาสอน ฯลฯ ว่าไปคือทุกที่ทุกสถานการณ์สามารถนำมาใช้เรียนรู้ได้ทั้งนั้น เราจะเน้นเรียนเพื่อให้เด็กรู้จักการแก้ "ทุกข์" ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างให้เหมาะกับยุคนี้ ตอนนี้เรื่องภาวะโลกร้อน เป็น "ทุกข์" ก้อนใหญ่ที่เกิดในสังคม เราก็จะเรียนเลขเรื่องสถิติการใช้ไฟฟ้า เดินสำรวจการใช้ไฟในโรงเรียน ห้องไหนใช้ไฟเยอะ น้อย ใช้เปลือง ใช้ไม่คุ้มค่า จดบันทึกตามกระบวนการ(ที่ไม่ซีเรียสนัก) ให้เหมาะกับวัย และนำไปใช้ได้จริง เรียกว่า "วิชาชีวิตมาก่อนวิชาการ" จริงค่ะ ถ้าวิชาชีวิตไม่ผ่าน สอนวิชาการไปก็ใช้ไม่เป็น คงเคยได้ยินใช่ไหม "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"

พูดไปจะยาวมากๆ และคงไม่ละเอียดด้วย -.- ถ้าใครสนใจหลักสูตรที่เคยสอน เข้าไปอ่านได้ค่ะ ยุ่งยากหน่อยนะ พอดีโพสลิงค์ไม่ได้ เลยขอให้เข้าไปเสิร์จใน google กันเองนะคะ ใส่คีย์เวิร์ดว่า "หลักสูตร เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" จะเจอลิงค์หลักสูตรการสอนค่ะ (แหม่ .. อย่างกับเล่นเกมนักสืบ - -') จะเป็นไฟล์ PDF หลักสูตรของประถมฯ มีทั้งหมด ๑๒ บทเรียน ที่เรียงต่อกัน เรียนแล้วสนุก และครอบคลุมเนื้อหาของกระทรวงครบทุกสาระ เป็นการนำมาเรียงใหม่เท่านั้น (เหมือนดูหนังยาวๆ) ไม่ได้เรียนกระจัดกระจายเป็นบทๆ แบบตอนสมัยเราเด็กๆ ซึ่งเื้อื้อให้เรียนแล้วลืมได้ง่ายมาก -.-

อ่านจากหลายๆ ความเห็น สะดุดกับคำว่า "ผลผลิต" น่าเสียดายค่ะ หากเราจะมอง "มนุษย์" เป็นเพียงผลผลิตของสังคม เพราะหากมองกันให้ดี อีกหน้าที่หนึ่งของมนุษย์ คือ "การสร้างสังคม" ด้วย เนื่องจากโรงเรียนที่เคยสอนเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ คำถามที่ตัวเองได้ยินบ่อยที่สุดคือ "เรียนไปแล้ว เด็กจะไปแข่งขันได้หรือ? จะไม่โดนรังแกหรือ? จะปรับตัวเข้ากับสังคมได้หรือ? จะเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือ?" แต่ก็เข้าใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่มีคำถามแบบนี้ (คนเมืองไม่ถามแบบนี้สิแปลก) .. เรื่องนี้ขอตอบว่า.. หาก "มนุษย์" มีปัญญา ไม่ต้องกลัวว่าจะแข่งขันไม่ได้ เพราะ "คนดี" ไม่ได้แปลว่า "คนโง่" คนดีในความหมายที่แท้คือคนฉลาด เป็นคนเข้าใจโลก ปรับตัวได้ดี (เด็กหลายคนปรับตัวดีกว่าครูอีก -.-) เรื่องโดนรังแกนี้ไม่เคยกลัวเลย เพราะจากที่เห็นเอง เด็กๆ น่าจะเป็นที่รักของเพื่อนๆ มากกว่าเป็นที่น่ารังแก ส่วนเรื่องการแข่งขันกับการปรับตัวนั้น ขอยอมรับว่าหวังให้เป็นลักษณะ "แข่งเท่าที่ควรแข่ง ปรับตัวเท่าที่เหมาะสมจะปรับตัว" การเป็นคนในสังคม ไม่ได้หมายถึงการเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกับสังคมเสียทั้งหมด ไม่อย่างนั้นประเทศเราก็ไม่ต้องมีผู้นำกันแล้วค่ะ

คนในสังคมมีอยู่หลายกลุ่ม เราไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนทุกกลุ่ม แต่เราแค่เข้าใจทุกกลุ่มได้ในระดับหนึ่ง และรู้จัก "เลือก" ที่จะทำตัวในแบบของตนเอง ในแบบที่เหมาะสม หรือคบหากับกลุ่มที่เหมาะกับตนเอง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว คิดแบบนั้นไหมคะ? คนเราไม่ได้อยู่แบบเดียว มองเข้าไปในสภาก็ได้ (ส่วนตัวยังเชื่อว่า ยังมีนะ คนในสภาที่ไม่เหมือนคนอื่นน่ะ เพียงแต่เขาจะทำอย่างไรให้ไม่โดนกลืน)

เรื่องค่าเล่าเรียน.. นี่แหละ เมื่อในโลกนี้ยังต้องใช้เงินซื้อของ ต้นทุนการเรียนการสอนแบบนี้จึงไม่ต่ำนัก (เท่าที่ถาม บางคนบอกว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับโรงเรียนอินเตอร์ บางคนบอกว่าแพงถ้าเทียบกับโรงเรียนไทยทั่วไป) แต่สำหรับคนทำงานครูมาก่อน คิดว่า "อาจจะสูง แต่ไม่แพง" เพราะดูจากค่าใช้จ่ายแล้ว ค่อนข้างมากอยู่ ในระดับประถมฯ มีนักเรียนห้องละไม่เกิน ๓๐ คน ครูประจำชั้น ๒ คน และครูประจำวิชาต่างๆ มีการเรียนนอกสถานที่บ่อยมากๆ และมีรูปแบบการเรียนที่ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์ แต่ก็มีบ้างเหมือนกันค่ะ ที่โลกของเราไม่ต้องพึ่งเงิน บางกรณีจะมีผู้รู้ มีผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจ ปราชญ์ชาวบ้าน หรือคนที่อยากจะทำประโยชน์สละเวลามาให้ความรู้ มีผู้ปกครองมาช่วยสอน ซึ่งจุดนี้ ถือว่าเป็นความมีน้ำใจที่ส่งกันไปมาระหว่างโรงเรียนกับสังคม -/\-

เรื่องปลูกข้าวนี่อย่าพูดเป็นเล่นไป เด็กๆ จะเรียนเรื่องข้าวกันตั้งแต่ ป.๓ (หยั่งเชิงกันตั้งแต่อนุบาลก็มีนะคะ) ก็จะไปทำนากันที่ต่างจังหวัด เด็กๆ สนุกมาก และก็เข้าใจคำว่า "กระดูกสันหลังของชาติ" ได้เข้าเนื้อกว่าเรียนจากตำรา หากใครคิดว่าอยากให้ลูกมาอยู่สบาย เท้าไม่ติดดิน คงต้องย้ายโรงเรียน ฮ่าๆๆ เรื่องการใช้ชีวิต คิดว่าเด็กๆ ไม่แพ้ใคร เพราะในแต่ละวัน ต้องทำงานหลายอย่าง รวมถึงการดูแลเรื่องอาหารและล้างจานกันเองด้วย เด็กบางห้องมีหน้าที่ล้างจานและเสิร์ฟน้ำให้ครูในช่วงพักกลางวัน ในขณะที่เด็กจะได้เรียนรู้ทักษะบางอย่างที่มาจาก "ภูมิปัญญาชาวบ้าน" เช่น การนวดให้พ่อแม่ รู้จักสมุนไพร ผลิตน้ำหมักชีวภาพ การทำอาหาร ฯลฯ .. เรียกว่าเยอะแยะ จนครูอาย คิดว่าถ้าเกิดสงคราม ครูคนนี้คงตายก่อนเด็ก -.-

ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนจะเป็นแบบ "กัลยาณมิตร" (ใจจริงไม่อยากใช้คำแปลกๆ แต่ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร เพราะมันมากกว่าคำว่า "เพื่อนที่ดีต่อกัน" เสียอีก) เราก็ทำตัวให้เหมาะกับการเป็นครู พยายามเข้าใจและพูดคุยกันด้วยเหตุผล และที่สำคัญคือ เป็นตัวอย่าง เพราะเห็นมาเยอะเลยว่า นักเรียนในชั้นมักมีบุคลิกใกล้เคียงกับครูประจำชั้น ตอนสอนประถมฯ ช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างเครียด เพราะกลัวทำได้ไม่ดี อยู่ดีๆ ก็มีลูกตั้ง ๒๖ คน เวลาหลับก็ฝันเห็นหน้าลอยมาเต็มไปหมด ทั้งหน้าคุณพ่อคุณแม่ และหน้าเด็กๆ ก็ต้องปรับตัวระยะหนึ่ง ยอมรับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก หากเคลียร์หลายอย่างลงตัวและหาโอกาสได้ก็คงจะกลับไปสอนอีกค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ โลกนี้ไม่มี perfect dad, perfect mom, perfect teacher.. เช่นเดียวกัน เราทุกคนต้องเรียนรู้ ไม่ใช่แค่เด็ก ตัวครูเองก็ต้องเรียนรู้ ตัวพ่อแม่ และแม้แต่โรงเรียนเองก็ต้องเรียนรู้ สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือ "พวกเราเดินไปด้วยกัน" หากใครสนใจทำงานสอน บอกได้เลยค่ะ ยินดีต้อนรับเสมอ ถ้าถือศีล ๕ ได้พอไหว เดี๋ยวขอเสนอตัวพาไปสมัครเองเลย ;) ครูหายากมากๆ ค่ะ ขอย้ำ!!

แท้จริงแล้ว เรื่องการศึกษาของประเทศ ไม่ได้จำกัดความรับผิดชอบอยู่ที่ใครที่ไหนเลยค่ะ จริงอยู่ "หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก" (เอ๊ะ ยกตัวอย่างแบบนี้จะโดนไหมเนี่ยะ -.-) คือ โดยส่วนตัวก็ตำหนิรัฐนะ ตำหนิที่ทำหน้าที่ "นำ" ได้ไม่ดีพอ แต่ว่าอีกหลายๆ ส่วนก็อยากให้คนในสังคมมองให้กว้างกว่าคำว่า "กระทรวงศึกษาธิการ" เพราะเวลาในการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยส่วนใหญ่ไม่ใช่เรียนรู้จากกระทรวง แต่เขาเรียนรู้จาก "สังคม" ส่วนตัวก็เลยคิดว่า ในเมื่อกระทรวงฯ ทำได้ไม่ตรงใจ และเราไม่ได้ทำงานกระทรวงฯ เราจะทำอะไรได้บ้าง? .. คำตอบที่ได้สำหรับตัวเองคือ "ไปเป็นครู" "ไปลงมือส่วนที่เราทำได้"

พูดแบบนี้ ไม่ได้แปลว่า "ทุกคนต้องไปเป็นครู" แต่กำลังจะบอกว่า "เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด" และอย่าลืมว่า ถึงแม้คุณจะไม่ได้เป็นคุณครูในโรงเรียนของเขา แต่คุณทุกคนเป็นตัวอย่างที่เขาเห็น และอาจจะทำตามได้ง่ายที่สุด คุณเป็นตำรวจแบบไหน นักการเมืองแบบไหน นักธุรกิจแบบไหน นักวิพากษ์วิจารณ์แบบไหน เด็กๆ เขาก็เห็นกันทั้งนั้น คุณยกย่องอะไร เด็กๆ เขาก็ยกย่องแบบคุณ คุณชอบวัตถุนิยม เด็กๆ ก็ชอบได้เหมือนกัน คุณพูดว่า "ดีเนอะ ไปทำงานนี้แล้วดี รวย ได้เงินเยอะ สาวๆ รุมล้อม สาดดด.." เด็กๆ เขาก็ฟังแล้วเขาก็คิด ถ้าเขาคิดก็ดีไป แต่ถ้าเขาฟังมากๆ จน "เชื่อ" และ "ไม่คิดอีกต่อไป" ถ้าเขาไม่มีสติปัญญา ก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย อย่าลืมเรื่องพวกนี้นะคะ ส่วนตัวคิดว่าสำคัญมากๆ และคิดว่ามาพูดที่นี่น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

อ้อ อีกหนึ่งข้อ การสอนแบบฝรั่งก็ไม่ใช่ทางออกค่ะ
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ

เมื่อยมือมาก พิมพ์ซะยาว ขอขอบคุณ -/\-

ปล.๑ เคยรู้ความหมายของคำว่า "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" มาแบบที่คุณ ชชช บอกค่ะ เหมือนคุ้นๆ ว่าฟังทางวิทยุ และฟังจากคนรุ่นพ่อค่ะ
ปล.๒ ยังไม่ได้ไปงาน + iNDi แต่เคยเห็นภาพในแกลลอรี่ของคุณฉึ่ง เพิ่งรู้นะเนี่ยว่างานที่มีหน้าเยอะๆ คือผลงานของคุณแอนน์ ชอบงานค่ะ แจ่มดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:11 น.
กรี๊ดครับ :25:
แปลกใจทำไมไม่มีคนตอบ อ่านไปยิ้มไป อ่านจบก็ยังยิ้มอยู่

ยิ่งทำให้คิดว่าเป็นโรงเรียนในฝันจริงๆ ครับ :46:

ทำไมครูไม่สมัครสาวกเสียเลยครับ จะบวกให้แรงๆ เลย :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:15 น.
บอกตามตรง.. กลัวคำว่า "กระจู๋" ค่ะ
เฮ้อ -.-
ปล. พูดจริงนะ คำนี้ทำให้คิดอยู่นานว่าจะเข้ามาตอบดีหรือเปล่า -.-
เกรงใจนักเรียน เผื่อนักเรียนมาอ่านเจอ แต่เอาเถอะ รักจะเป็นครู จะไปกลัวทำไมกับคำว่า "สังคม" ๕๕๕
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:20 น.
"กระจู๋" ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:22 น.
อ้างคำพูดจาก: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:02 น.
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ โลกนี้ไม่มี perfect dad, perfect mom, perfect teacher.. เช่นเดียวกัน เราทุกคนต้องเรียนรู้ ไม่ใช่แค่เด็ก ตัวครูเองก็ต้องเรียนรู้ ตัวพ่อแม่ และแม้แต่โรงเรียนเองก็ต้องเรียนรู้ สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือ "พวกเราเดินไปด้วยกัน" หากใครสนใจทำงานสอน บอกได้เลยค่ะ ยินดีต้อนรับเสมอ ถ้าถือศีล ๕ ได้พอไหว เดี๋ยวขอเสนอตัวพาไปสมัครเองเลย ;) ครูหายากมากๆ ค่ะ ขอย้ำ!!
^
^
^
รอเรียนจบก่อนได้ไหมมมมมม อยากสอนศิลปะเด็ก  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:23 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:20 น.
"กระจู๋" ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
ูู
^
^
^
ตั้งแต่สมัครจนปัจจุบัน ไม่เคยพิมพ์คำนี้เลยล่ะ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: neokizza เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:25 น.
 :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:26 น.
 :22:  ลองอยู่ไปซักพัก จะรู้สึกว่า  คำบางคำก็เป็นได้แค่เพียงบัญญัติ   จะรู้สึกปล่อยวาง และไม่คิดถึงเรื่องความหมายที่รู้กันแม้จะมีสิ่งเร้า  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:27 น.
ช่วยแปลเป็นไทยด้วยครับจักรี :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:28 น.
แนวทางเหมือน รร. สัตยาไส ของ ดร.​อาจอง ชุมสาย เลย

พี่ก็ไม่ชอบคำว่า "กระ..​" นะ ถึงจะไม่ได้คิดอะไรก็เหอะ   :41:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:31 น.
ผมว่าป้าคิดนะ

เพราะถ้าไม่คิดอะไรจริงๆ ต้องพูดได้สิครับ ไม่เห็นมีอะไรเลย

กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:31 น.
สมมตินะครับสมมติ

  หนังสือโป๊ คือสิ่งเร้า ให้เกิดอารมณ์ทางเพศ
  คำบางคำสื่อความหมายว่ามันลามก โดยรู้ทั่วกัน
  แต่มาที่นี่แล้วผมรุ้สึกว่า มองข้ามความหมายที่ทุกคนรู้กันไปเพราะเราไม่คิดถึงมันจนรู้สึกว่ามันเป็นได้แค่เพียงบัญญัติที่เราตั้งขึ้น


จะงงกว่าเดิมหรือเปล่านะ  เอาเป็นว่า ประมาณนี้แหละ  คุยเรื่องโรงเรียนต่อเถอะ  ผมคือผลผลิตทางการศึกษาบ้างโดดบ้าง คนหนึ่งเท่านั้นเอง   :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:33 น.
เข้าใจแล้วครับ
ที่งงเพราะตอนแรกผมนึกว่าจักรีพูดถึง โรงเรียน น่ะ

ปล. โป๊ ใช้ไม่ตรีครับ ป. ปลา อักษรเสียงกลาง สะกดตรงตามเสียงนะ
เอาลองดู โป โป่ โป้ โป๊ โป๋
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:35 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:31 น.
ผมว่าป้าคิดนะ

เพราะถ้าไม่คิดอะไรจริงๆ ต้องพูดได้สิครับ ไม่เห็นมีอะไรเลย

กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋ กระจู๋  :52:

ไม่ว่าจะพูดหรือเขียนก็กระดากทั้งนั้นแหละ  :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:35 น.
เพราะป้าคิดไงครับ

กลับไปอ่านที่จักรีเขียนนะ :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:37 น.
เคยไปเยี่ยมชมโรงเรียนสัตยาไสยเหมือนกันค่ะ ก็รู้สึกว่าเจ๋งดี แต่อาจจะไม่อินกับเรื่องศาสนาที่ทางโรงเรียนสอนมากนัก (ไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติม) และเด็กๆ ที่นั่นมีชีวิตที่เรียกว่า "หิน" กว่าที่โรงเรียนที่เคยสอนมากๆ แต่ข้อดีที่เห็นชัดคือ เรื่องสิ่งแวดล้อม ที่เด็กใกล้ชิดธรรมชาติมาก

โรงเรียนปัญโญทัยก็เป็นโรงเรียนที่น่าสนใจค่ะ แต่ว่าก็ไม่รู้ัมากนัก(อีกนั่นแหละ) เคยรับข้อมูลมาบ้าง คิดว่าเป็นโรงเรียนที่ดี คาดเดาว่าค่าเรียนไม่น่าจะต่ำมากนัก คือพอสมควรกับค่าใช้จ่ายค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:37 น.
แต่ต้องยอมรับว่าเราคือสัตว์สังคม เหมือนกันนะ   :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:37 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:26 น.
:22:  ลองอยู่ไปซักพัก จะรู้สึกว่า  คำบางคำก็เป็นได้แค่เพียงบัญญัติ   จะรู้สึกปล่อยวาง และไม่คิดถึงเรื่องความหมายที่รู้กันแม้จะมีสิ่งเร้า  :22:
^
^
^
นึกถึงที่เคยคุยกับเพื่อนเลย เพราะ
ตอนเรียนแลกเปลี่ยนที่เบลเยี่ยมนะ
คนที่นั่นเค้าทักกันด้วยคำว่า "Hoi"
................................หอย!!!
ถึงรู้.... ก็ทำใจไม่ได้

แล้วคนฟินแลนด์ก็ทักกันว่า "Moi"
..........................หะ-ม๋อย!!!
ถึงรู้.... ก็ทำใจไม่ได้

*กรี๊ดดด* โลกเราช่างสับสนนนนนนนนนนนนนนนน
ปล่อยวางไม่ด๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย     :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:38 น.
บอกชื่อโรงเรียนที่เคยสอนได้มั้ยครับ (ไม่มีใครว่าโฆษณาหรอก)

ที่สำคัญอยากรู้ค่าใช้จ่ายจริงๆ ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:43 น.
๕๕ กลัวพอขำขำ ถ้ากลัวจริง หนูนอนอยู่บ้านแล้วฮะ

มาเพิ่มอีก พอดีไปอ่านที่หน้าบล็อกของคุณแอนน์มา (236 | โรงเรียนในอุดมคติ) เจอคำว่า "กระดาษ" "เกรด" กับประเด็น "การหางานทำ" เข้า ก็เลยมีเรื่องมาเล่าเพิ่ม..

มีเหมือนกันนะคะ การสมัครเข้าทำงานของนักศึกษาคณะหนึ่ง.. ที่ดูเหมือนว่าน่าจะได้งานยากมาก นั่นคือ คณะที่เรียนด้านศาสนา เคยคุยกับนัีกศึกษาที่จบด้านนี้จากมหิดล พบว่า "ทุกคนหางานได้ง่ายมาก" และหลากหลายด้วย ล้วนเป็นงานที่ดี มีทั้งแอร์โฮสเตส นักบัญชี ฯลฯ ซึ่งแน่นอน ไม่ได้เรียนมาตรงสายเลย แต่เหตุผลหลักที่ได้รับเข้าทำงานคือ "เราหาคนดีได้ยากกว่าคนเก่ง"

ปล. กลายเป็นว่าต้องตอบสองที่เลย -.-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:45 น.
ไม่ตอบที่ผมถาม :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:45 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณหนูอร เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:37 น.
^
^
^
นึกถึงที่เคยคุยกับเพื่อนเลย เพราะ
ตอนเรียนแลกเปลี่ยนที่เบลเยี่ยมนะ
คนที่นั่นเค้าทักกันด้วยคำว่า "Hoi"
................................หอย!!!
ถึงรู้.... ก็ทำใจไม่ได้

แล้วคนฟินแลนด์ก็ทักกันว่า "Moi"
..........................หะ-ม๋อย!!!
ถึงรู้.... ก็ทำใจไม่ได้

*กรี๊ดดด* โลกเราช่างสับสนนนนนนนนนนนนนนนน
ปล่อยวางไม่ด๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย     :05:


:30:  ผมถึงลองให้อยู่ที่นี่ไปซักพักไง   อ่านเยอะๆ เดี๋ยวจะรุ้สึกรับได้เอง  ครั้งแรกของทุกคนที่นี่
ผมแทบจะกล้ายืนยันว่า รับกันแทบไม่ได้เหมือนกันแหละ

อย่ากังวลไปเลยครับ คุณไม่ใช่คนแปลก  :22:  พวกเราต่างหากที่แปลก   :30:

เอาๆ เข้าประเด็นโรงเรียน :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:47 น.
ผมออกจะชอบ :37:

แต่คำถามผมล่ะ :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:49 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:38 น.
บอกชื่อโรงเรียนที่เคยสอนได้มั้ยครับ (ไม่มีใครว่าโฆษณาหรอก)

ที่สำคัญอยากรู้ค่าใช้จ่ายจริงๆ ครับ

บอกได้ค่ะ เคยสอนที่โรงเรียนทอสี อยู่เอกมัย ๒๒
ก็ไม่ได้เป็นความลับ แต่ไม่อยากเอ่ยถึงเพราะเกรงใจ ^^'
อีกอย่างคือ ที่มาตอบนี่ก็มาตอบในฐานะของครูที่เคยสอนด้วย ไม่ได้มาตอบในฐานะของโรงเรียน
เรื่องค่าใช้่จ่าย อันที่จริงแล้วครูจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเลยค่ะ ทุกครั้งครูจะรบกวนให้ผู้ปกครองไปสอบถามที่ธุรการ คงเพราะเราไม่รู้มากพอกับการปรับเปลี่ยนขึ้นลง เดี๋ยวตอบผิดจะเสียหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เป็นความลับ(อีก) โดยประมาณคือเทอมละ ๓-๕ หมื่น (ถ้าเข้าใจอะไรไม่ผิด) บวกลบเยอะๆ เลยนะคะ เพราะว่าเหมือนจะมีเรื่องการคืนและเรื่องปลีกย่อย ขอไม่กล่าวถึงแล้วกัน เดี๋ยวผิดค่ะ -/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:51 น.
ขอบคุณครับ :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:52 น.
แอบไปดูเว็บโรงเรียนมาแล้ว
http://www.thawsischool.com/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:53 น.
ที่นี่ตอบกันไวมาก ไม่ทันใจ มิได้เจตนา ขออภัย -/\-
ปล.๑ มารยาทดีมาก ไหว้แหลก ๕๕๕
ปล.๒ "กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย" เข้าใจยังว่าเป็นครูน่ะต้องเจอกับอะไรบ้าง -.-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:56 น.
มาเป็นสาวกเสียดีๆ :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 23:38 น.
ตามอ่านจู๋นี้มาตั้งแต่แรกเลยครับ ชอบมากๆ เหมือนได้เห็นโรงเรีัยนในฝัน
ผมเคยนั่งคิดบ่อยๆตอนเรียนวิทยาศาสตร์หรืออีกหลายๆวิชาว่า
ถ้าให้มาลองทำจริงๆนะ คงเรียนไม่มีเบื่อเลย
ทำไม่ต้องมาจดๆๆ จดผลการทดลอง ที่(ใครก็ไม่รู้)ทดลองไว้
จดไอ้นู่น จดไอ้นี่ ดูรูปส่งขยายเซลจากกระดาษ ทั้งๆที่มีกล้องจุลทัศน์ วางอยู่ข้างๆโต๊ะ
(ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวเครื่องพัง เลยไม่ให้ใช้) นั่งลอกเรื่องหนังสือสังคม ลงสมุด
จนคิดว่าถ้ามีใครเอาเรื่องพวกนี้มาเล่า ให้ฟัง เหมือนเรื่องเล่า หรือนิทาน คงจะสนุกและจำได้ดีเลย
:46: ขอบคุณทุกๆคนที่ตอบจู๋นี้เลยครับ ผมได้ความรู้และความอิ่มเอมใจยังไงไม่รู้
จริงๆอยากโพสนานแล้วแต่ยังไม่กล้าโพส เพราะรู้สึกว่าผมยังไม่มีความรู้เพียงพอ :52:

ป.ล.ครูวันดี สมัครสาวกเลยครับ :12:
ป.อ.ผมชอบคำว่ากระจู๋ตั้งแต่แรกเหมือนกันครับพี่บวบ :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 23:42 น.
ชอบก็ชอบของตัวเองพอนะครับ
เดี๋ยวนี้ผู้ชายที่ชอบของคนอืนมีมากพอแล้ว (เดี๋ยวแย่งตู)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 23:54 น.
งง..  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 23:55 น.
งง อะดีแล้วครับ  ถ้าเข้าใจเดี๋ยวจะรับไม่ได้  นี่ผมก็อยากจะงงเต็มทีแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 00:27 น.


ชอบจังครูโอนิซึกะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 08:31 น.
ผมอ่านที่ครู เขียน กะจะถามพอดี ว่า ใช่ที่ ทอสี หรือเปล่า
( จับทางเดาได้ตรงต้องนับถือศีล 5)
เลื่อนมาเจอคำตอบพอดี  :12: โรงเรียนนี้เป็นวิถีพุทธใช่ไหม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 09:16 น.
" ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน ต้องหาทางปรับปรุงแก้ไข เพราะโลกนี้ไม่ง่าย "
ชอบคำนี้ของคุณครูวันดี ครับ :46:
เหมือนตอน ม.ปลาย ผมสอบไล่กลางภาคตก แต่ผมก็ไม่ได้สอบซ่อมนะ ผมใช้วิธีทำงานส่งอาจารย์แทน เช่น ทำกล่องไม้ประดิษฐ์จากเลื่อยฉลุ
ที่ผมทำได้ดี ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับการที่ผมสอบตกเลย :08: อะไรแบบนี้เป็นต้น
ที่ผมเจอคือ ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน ต้องหาทางซ่อมให้ผ่าน เพราะโลกนี้ง่ายถ้าจะให้ผ่าน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 10:36 น.
แฮะๆ สวัสดีตอนเช้า
วกก็วกค่ะ เป็นสาวกก็ได้ (ที่ไม่อยากสมัครไม่ใช่อะไรมาก กลัวติด -.-)

เมื่อคืนขออภัย ไม่ทันตอบน้อง.. คุณหนูอร ที่เกริ่นว่าอยากสอนศิลปะ เดาว่าน้องนะคะ ยังเรียนอยู่คงไม่ใช่พี่ของข้าเจ้าหรอกมั๊ง - -' ก็ยินดีต้อนรับค่ะ (พูดแทนโรงเรียนเลย ;P) จบตอนไหนก็ไปสมัครตอนนั้นแล้วกันค่ะ ปกติทางโรงเรียนจะเปิดรับอยู่ตลอด จะยากก็ตรงที่คนที่มาสมัครจะใช่ "แนว" ไหม จากที่สอนมาเอง ขอเน้นเรื่อง "ความอดทน" เป็นอันดับ ๑ ครูเหนื่อยมากๆ ต้องทุ่มเทและสร้างกำลังใจให้ตัวเองได้ดี เป็นครูไม่ยาก แต่เป็นครูที่ดีนั้น.. ยากมากๆ

เช้านี้มีบทความมาฝาก นี่กะมาหาครูเต็มที่เลยนะเนี่ย ^^' เป็นบทความที่พี่ที่เป็นคนทำหลักสูตรเคยให้สัมภาษณ์ไ้ว้ (ภาพประกอบนั่นไม่ใช่นะคะื เขาใส่ผิดคน ในภาพนั่นคุณหนูดีค่ะ -.-) ลองอ่านดูก็ได้นะคะ ถ้าสมัครครูยุคพี่เขาก็จะสนุกขึ้นไปอีก ตอนนี้ไม่สนุกเท่านั้นแล้ว ๕๕ อ่านได้ที่นี่
http://www.bangkokbiznews.com/bodyheart/20070204/news.php?news=column_22868149.php

อ้อ ส่วนของหลักสูตร(ที่เมื่อวานไม่ได้ใส่ลิงค์ไว้เพราะไม่ได้เป็นสาวก) สามารถเข้าไปดูได้ที่
http://www.thawsischool.com/gift/primary-course-2549.pdf

ยังค่ะ ยังไม่หมด!
พอดีมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ.. คือในปีหน้า โรงเรียนมัธยมของทอสีจะเปิดแล้ว ทางโรงเรียนยังหาคุณครูอยู่ค่ะ โรงเรียนนี้อยู่ที่ปากช่อง (น่าไปมาก T.T) ถ้าใครสนใจส่งลูกหลานไปเรียนก็ลองดูได้นะคะ หรือจะไปสมัครเป็นครูก็จะยอดมาก ส่วนตัวเคยไปมาแล้ว และคิดว่า การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นน่าจะเป็นสวรรค์เลย แค่เรื่องพื้นที่นี่ก็แจ่มแล้ว เพราะว่าโล่งโปร่ง ไม่มีขอบเขตดี มองไปเห็นภูเขา กลางคืนเห็นดาว อากาศไม่ร้อนไม่หนาว เย็นๆ (นี่มายั่วกิเลส หรือมาหาครูกันแน่ -.-) เอาเป็นว่าลองพิจารณาดูแล้วกันค่ะ สำหรับคนที่อยากจะร่วม "รื้อ ปรับ พัฒนาการศึกษาไทย" แต่ขอบอกว่างานไม่สบาย ไม่ได้เป็นแบบครูในฝันในทีวีนะฮะพี่น้อง -.-

เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องมัธยมไว้นิดหน่อยที่นี่..
http://www.annefriday.com/index.php/white/comments/panyaprateep_soft_opening
เนื้อความในลิงค์จะล่าไปสักหน่อย เพราะงานเปิดตัวโรงเรียนผ่านไปแล้ว เอาเป็นว่าให้พอเห็นภาพแล้วกัน

หรือจะไปดูแผ่นพับที่นี่ก็ได้ (รายละเอียดไม่มากอีกแฮะ พอเข้าใจน่ะนะ)
เลย์เอาท์จะมึนๆ หน่อย เพราะทำไว้ให้พับสามตอน หนูทำเองแหละ สีก็แปร๋นมาก มึนๆ กับสีบนจอ ตอนเห็นของจริง ตกใจเลย -.-
http://wdgd.multiply.com/photos/hi-res/5/9?xurl=%2Fphotos%2Fphoto%2F5%2F9
http://wdgd.multiply.com/photos/hi-res/5/10?xurl=%2Fphotos%2Fphoto%2F5%2F10

เป็นสาวกแล้วดีอย่างนี้นี่เอง คล้ายๆ เก็บกดเลยแปะลิงค์เพียบเลย ๕๕
ขอขอบคุณคุณแอนน์ที่อนุญาตให้แปะโฆษณา -/\-
(ขอตอนไหนหว่า ^^')

ปล. ตอบคุณ โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ .. ใช่ค่ะ เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 10:37 น.
"ครูขา.. หนูเป็นเหา"
"อ้อจ้ะ คิดว่าไงดีจ๊ะ เป็นเหาแล้วทำไงดีหน๊อ?"
"ไม่ทำไงค่ะ ไม่เป็นไร คิดว่าคงจะเป็นไปอีกนาน"

๕๕๕
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 10:42 น.
สวัสดีครับ วันดี กู๊ดเดย์  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 10:46 น.
พอบอกราคาค่าเทอมของ ทอสีหน่อยไหม
ถือว่าเป็นวิทยาทาน คุยกันประสาชาวฟอนต์ :22:
(และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ปกครอบเช่นผม และอีกหลายคนในอนาคต)
แว่วว่าแพงเอาเรื่อง 50000+
โรงเรียนทางเลือก มักแพงเสมอเป็นเรื่องจริงแท้
วกไปวนมาก็เข้ายาโยงเข้าสู่ระบบ การทำงานของรัฐอีกตามเคย :11:

ทอสีผมชอบที่เป็นวิถีพุทธ นี่แหละ เท่มาก :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 10:47 น.
มีสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 1 คนแล้ว  :46:
มาเผยผิวซะดี ๆ คุณครูวันดี  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:00 น.
อ้างคำพูดจาก: วันดี เมื่อ 04 มี.ค. 2008, 22:49 น.
บอกได้ค่ะ เคยสอนที่โรงเรียนทอสี อยู่เอกมัย ๒๒
ก็ไม่ได้เป็นความลับ แต่ไม่อยากเอ่ยถึงเพราะเกรงใจ ^^'
อีกอย่างคือ ที่มาตอบนี่ก็มาตอบในฐานะของครูที่เคยสอนด้วย ไม่ได้มาตอบในฐานะของโรงเรียน
เรื่องค่าใช้่จ่าย อันที่จริงแล้วครูจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเลยค่ะ ทุกครั้งครูจะรบกวนให้ผู้ปกครองไปสอบถามที่ธุรการ คงเพราะเราไม่รู้มากพอกับการปรับเปลี่ยนขึ้นลง เดี๋ยวตอบผิดจะเสียหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เป็นความลับ(อีก) โดยประมาณคือเทอมละ ๓-๕ หมื่น (ถ้าเข้าใจอะไรไม่ผิด) บวกลบเยอะๆ เลยนะคะ เพราะว่าเหมือนจะมีเรื่องการคืนและเรื่องปลีกย่อย ขอไม่กล่าวถึงแล้วกัน เดี๋ยวผิดค่ะ -/\-

ตอบเรื่องค่าใช้จ่ายไปแล้วจ้า
ใจจริงคือจะกลับไป edit ใส่รวมไว้ในที่พิมพ์ยาวๆ อันแรก แต่มันทำบ่ได้ฮะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ -/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:02 น.
อ้างคำพูดจาก: ป้าชอย เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 10:47 น.
มีสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 1 คนแล้ว  :46:
มาเผยผิวซะดี ๆ คุณครูวันดี  :21:

นี่แหละ กำลังจะถามเลย
พอดีเข้าไปดูที่ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,1944.0.html
แล้วตกใจกับปริมาณคน ก็ว่าจะไปแนะนำตัวอยู่ค่ะ
แต่มีข้อสงสัยว่า คนเยอะขนาดนี้ จะรู้จักกันอย่างไรไหว เห็นมีตั้ง ๗๐๐ กว่าหน้า *0*
ลองคลิกดูระเบียนก็ไม่เห็นระเบียน ก็เลยงงอยู่ว่า.. เอ.. หรือเขาเลิกใช้กันไปแล้วหรือเปล่า

-/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:09 น.
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:02 น.
นี่แหละ กำลังจะถามเลย
พอดีเข้าไปดูที่ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,1944.0.html
แล้วตกใจกับปริมาณคน ก็ว่าจะไปแนะนำตัวอยู่ค่ะ
แต่มีข้อสงสัยว่า คนเยอะขนาดนี้ จะรู้จักกันอย่างไรไหว เห็นมีตั้ง ๗๐๐ กว่าหน้า *0*
ลองคลิกดูระเบียนก็ไม่เห็นระเบียน ก็เลยงงอยู่ว่า.. เอ.. หรือเขาเลิกใช้กันไปแล้วหรือเปล่า

-/\-

แนะนำตัวเลยๆ อยากรู้จัก
เห็นรูปที่ถ่ายแล้ว  :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:14 น.
ผมเคยถามพ่อผมซึ่งเป็นครู
เรื่องความต่างระหว่างโรงเรียนมัธยมของกรมสามัญ(เก่า)
และโรงเรียนขยายโอกาส สปช.(เก่า)
พ่อผมสอนขยายโอกาส ก็บอกว่า
ปรัชญาการก่อตั้งคนละแบบกัน
ขยายโอกาส เปิดเพื่อ ขยายให้เด็กๆ ที่ด้อยโอกาส
ได้มีที่เรียน แทนจะจบแค่ ป.6 ก็ได้ไปถึง ม.3 ได้ไปอีกถึง ม.6
ส่วนของกรมสามัญ คือเด็กที่ไปต่อได้แน่นอนส่วนใหญ่เรียน
มันเลยมีความต่างกันอยู่ แต่สังคมที่เราอยู่กัน
มันผสมกันจนมองแยกกันยาก
ต้องมานะพัฒนากันต่อไป พ่อมักบอกผมแบบนั้น

เด็กห้องนึง 30-40 ไปต่อได้ไกลไม่ถึง 2 คน
ส่วนที่เหลือให้อยู่ในสังคมได้อย่างดีที่สุด


ผมอยากเป็นครูเสมอมาและตลอดไป
เรียนครูมาก็อย่างตั้งใจเรียน คือมีแนวทางแน่นอน
ชีวิตนี้จะต้องเป็นครูให้ได้ อย่างไรแบบไหนก็ต้องเป็นให้ได้
กลับบ้านหนใดผมต้องไปสอน เด็กๆ โรงเรียนที่พ่อผมสอนตลอด

แหมเล่าไปเล่ามาก็ว่าไปเรื่อย ยาวเกินไปแล้ว
เท่านี้พอเนอะ :22:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:22 น.
ขอปรบมือให้คุณโอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ (ชื่อยาวมากฮะ) ในความตั้งใจ
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ เด้อ \o/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:23 น.
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:09 น.
แนะนำตัวเลยๆ อยากรู้จัก
เห็นรูปที่ถ่ายแล้ว  :25: :25:

เรียบร้อยโรงเรียนฟอนต์ไปแล้วค่ะ
ว่าแต่ ไปเห็นรูปถ่ายที่ไหนมาเหรอคะ รูปอะไรคะ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:23 น.
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:22 น.
ขอปรบมือให้คุณโอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ (ชื่อยาวมากฮะ) ในความตั้งใจ
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ เด้อ \o/

ขอบคุณครับผม + ครูครับ
บวกในฐานะครู นี่แหละ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 12:53 น.
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 11:23 น.
เรียบร้อยโรงเรียนฟอนต์ไปแล้วค่ะ
ว่าแต่ ไปเห็นรูปถ่ายที่ไหนมาเหรอคะ รูปอะไรคะ?

http://wdgd.multiply.com/photos/album/2
http://www.2how.com/gallery/index.php?memberid=2314
http://www.fotoaholic.com/

:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 13:23 น.
แอบแวะไปทักทายคุณครูใน MP   :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 13:31 น.
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 12:53 น.
http://wdgd.multiply.com/photos/album/2
http://www.2how.com/gallery/index.php?memberid=2314
http://www.fotoaholic.com/

:22:


โห แบกกบาลผมซะแล้ว ๕๕๕
ภาพถ่ายไม่ค่อยเพิ่มเลย เพราะไม่ค่อยได้ดูแลมัน คงจะดีขึ้นเร็วๆ นี้มั๊ง -.-
จะพยายามเน้นที่ fotoaholic ค่ะ ถ้าชอบดูก็ติดตามได้นะคะ -/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 13:36 น.

อ๊ากกกกกก  :07:

พี่โก้ครับ ครูวันดีถ่ายรูปเทพครับ ยิงเลยๆๆๆ  :07: :07: :07:

http://www.fotoaholic.com/members/wanwanat/

หลักฐานครับ  :07: :07: :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 13:38 น.
ถ่ายรูปเทพมาก :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 15:39 น.
รูปสวย  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Dew Susansaraly เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 18:47 น.
คิดกันได้เยอะจังเลยอ่ะ

ออกความคิดเห็นไม่ได้นะว่าระบบการศึกษาที่ผมผ่านมามันห่วย เพราะผมเองไม่ได้เป็นทุกข์กับระบบการศึกษาที่ผ่านมาของผมเลย แม้จะมีสภาพเหมือนกับที่ทุกคนได้กล่าวมา

ผมมีความสุขมากที่ไปโรงเรียน เจอเพื่อนๆ เล่นกันสนุกสนาน มีเครียดๆบ้างที่ต้องคิดอะไรยากๆแบบที่เราไม่น่าจะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่มันคือการท้าทายสมองผม เรื่องคณิตนี่ถึงกับจอดเลย แต่อย่างน้อยทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้ชอบคณิตศาสตร์ เรียนชีวะ เคมี ฟิสิกส์ แม้ผมจะไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่วันนี้ข้อสงสัยเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องรอบตัวผมได้รับคำตอบจากการเรียนวิชาเหล่านี้ครับ (แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อการเรียนกฎหมายผมก็มีความสุขที่ผมรู้เรื่องแทนที่จะนั่งสงสัย)

การเรียนหลักสูตรมัธยมไทยในสายตาผมก็คงเป็นการยัดเยียด แต่มันผ่านมาแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรมาก รู้แต่ว่ามันมากไปจริงๆแหละ คือว่าถ้าผมปล่อยวางไม่อยากได้เกรดสี่ ผมคงไม่ต้องไปเรียนพิเศษ ผมว่าเกรดสี่ในระดับมัธยมมันต้องมีความพยายามหน่อย ถ้าชิวๆไปเกรดสองเกรดสามก็น่าจะได้ไม่ยาก

แต่ถ้าคนเรียนทางอื่นคงรู้สึกว่ามันแย่ละนะเพราะต้องใช้เกรดเรียนต่อยิ่งเดี๋ยวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ผมนะโชคดีที่ตลอดชีวิตประถมผมไม่มีความกดดันอะไร ความสำเร็จในการเรียนประถมคืออ่านหนังสือไทยได้ เขียนกลอน เขียนเรียงความ ย่อความ อ่านจับใจความ อ่านทำนองเสนอ บวกลบคูณหาร คิดบัญญัติไตรยางค์ และรู้เรื่องวิทยาศาสตร์กระจึ๋งนึง แค่นี้ก็เพียงพอให้ผมผ่านเข้าเรียนมัธยมที่มีเพื่อนดีๆ และทำให้รู้ว่ายังไม่รู้อะไรอีกเยอะ ซึ่งภายหลังก็ได้รู้เพิ่มขึ้น ได้ฝึกฝนสิ่งที่รู้เพิ่มขึ้น และยิ่งโชคดีใหญ่ที่รู้ตัวว่าการเรียนแพทย์นั้นเฉยๆกับผมมาก กฎหมายซิสนุกกว่า และก็สอบตรงได้ ซึ่งการสอบตรงนี้แทบไม่ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เลย เอาความสามารถผมเข้าวัดกับข้อสอบล้วนๆแล้วก็ผ่านมาได้ (ซึ่งสมัยนี้ต้องติวกันแล้วเพราะกลัวสอบไม่ผ่าน)

พูดมายาวคือในสายตาทุกท่านระบบแบบนี้มันก็อาจจะผิดพลาดละนะ แต่้สำหรับหลายคนก็ผ่านมันมาได้ดังนั้นจะว่าร้ายระบบอย่างเดียวมันก็คงไม่ยุติธรรมนักนะครับ

(ต่างคนต่างความคิด ขณะพิมพ์อยู่เพื่อนผมมันก็หัวเราะว่าพิมพ์ไปจะได้อะไร แล้วก็ไปอ่านหนังสือต่อด้วยความสนุกสนานของมันไป แต่ผมกลับคิดว่ามันก็ดีนะได้ฝึกการแสดงความคิดเห็นในอีกช่องทางหนึ่ง หลังจากห่างหายไปหลายวันผมสังเกตตัวเองว่าสื่อผ่านความคิดทางตัวหนังสือได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 

เอาหล่ะ เรื่องการสื่อผ่านความคิดเห็นยังไม่เร่งรีบเท่าไหร่ ผมต้องไปอ่านหนังสือแล้วไม่งั้นจะไม่มีความรู้ไปสื่อผ่านให้อาจารย์เห็นในการสอบปลายภาคนี้  :30:)

ปล. ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่ข้อสอบให้เวลาสามชั่วโมง ทั้งที่ถ้าส่งเป็นรายงานผมจะได้มีเวลาพิจารณา ได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอันผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี และซึมซับความรู้ได้มากกว่าการอ่านหนังสือสอบ แต่ก็โทษไม่ได้นะ ตราบใดที่ยังมีพวกชอบทำนาบนหลังเพื่อนแอบลอกรายงานส่ง การวัดผลด้วยวิธีนี้กับนักศึกษาห้าร้อยคนต่อชั้นปีมันก็คงเป็นแค่ความฝันต่อไป  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 20:20 น.
แวะมาบอกว่า

พี่โอ๋ >> ชอบทอสี
พี่โอ๋ >> อยากเป็นครู
พี่โอ๋ >> (ผมเข้าใจเองว่า) อยากให้น้องวาดเขียนเรียน
ทอสี >> รับครู

สรุป พี่โอ๋ไปสมัครเลยครับ ไม่ต้องเอาเงินเดือน แลกกับน้องวาดเขียนเรียนฟรี ดีมั้ย?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 มี.ค. 2008, 21:53 น.
:25: กรี๊ด ครูหยกตัวจริงบุกฟ๐นต์ :25:

ยินดีต้อนรับครับครูวันดี
จะเรียกกี่ทีก็ขอเรียกครูนี่แหละนะครับ
เพราะเป็นครูของผมหลายเรื่องเหลือเกิน

อ่านความเห็นเรื่องการศึกษาทางเลือกแล้วก็พาให้นึกถึงลูกถึงหลาน
ว่ามันน่าพาไปเดินดูอะไรแบบนี้เยอะๆ จังเลย
จะได้รู้ว่าอนาคตของชาติไม่ได้มีแต่แนวมืดมนๆ อย่างเดียว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:01 น.
กรี๊ด.. พลทหารแอนน์ ๕๕ กลัวน้อยหน้า ขอกรี๊ดบ้าง
ขอบคุณที่อุตส่าห์เรียกว่าครู และขอบคุณสำหรับฟอนต์สวยๆ ด้วยค่ะ เอาแต่โหลดไม่เคยขอบคุณเลย น่าอายจริงๆ

แวะมาอ่าน คคห. ของพลตรีดิว ลันล้า (เว็บนี้มียศฐาบรรดาศักดิ์กันหลายคนนิ) แล้วก็สะท้อนอีกแง่หนึ่งค่ะ อ่านดูแล้วก็คิดว่าคงเป็นอีกคนหนึ่งที่โชคดี เพราะแนวการศึกษานั้นถูกทางพอดี (บางคนเรียกว่าแนววิชาการ) ก็เลยไม่ลำบาก หยกก็คล้ายๆ กัน จำได้ว่าตอนที่เรียน ตั้งแต่ประถม-มัธยมก็ไม่ได้ลำบากอะไร จะบอกว่าเป็นนักเรียนที่ถูกระเบียบ(มาก)และเรียนค่อนข้างดีมาตลอด และก็เข้าใจว่าการเรียนดีนั้นคือการได้เกรดสวยๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เกรดสวยๆ มาตลอดอีก.. เรื่องกฎ กติกา มารยาท ก็ใช้ได้  ติดกิ๊บ ผมสั้น แม้จะไม่เข้าใจนักว่าทำไมถุงเท้าจึงต้องพับสองทบ และกระโปรงต้องยาวกว่าเข่าเท่านั้นเท่านี้นิ้ว แต่ก็เต็มใจทำตามระเบียบ และก็ไม่คิดด้วยว่าทำไมต้องทำ แค่คิดว่ามันคงดีมั๊ง ก็เลยทำไป ไม่ได้ลำบากมาก และเท่าที่ทบทวนดู ก็เหมือนจะทำผิดไม่ขึ้นเท่าไหร่ เพราะเคยคิดจะไม่เข้าเรียนหนึ่งวิชาตอน ม.ปลาย แต่ว่าก็ไม่ได้โดด เพราะอาจารย์เปลี่ยนตารางเรียน เคยสอบตกเพราะลืมว่ามีสอบ แต่เป็นครั้งที่เกิดปรากฏการณ์พิเศษ อาจารย์ให้สอบใหม่ยกห้อง เลยได้เต็ม -.-

จากการวิเคราะห์ตัวเองในตอนนั้นพบว่า หนึ่งสาเหตุที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการเรียน (ตามที่สมัยนั้นเข้าใจ) คือ เป็นคน "ความจำดี" ที่สอบตกภาษาไทยครั้งนั้น จำได้ว่าพอออกมาจากห้องสอบ ก็สามารถเปิดหนังสือแล้วทำเครื่องหมายข้อที่ข้อสอบถามได้ครบทั้ง ๔๐ ข้อ (จำได้แม่น เพราะตอนสอบตก ได้แค่ ๑๔ จาก ๔๐ คะแนน ซึ่งช่วงนั้นโฆษณาที่ร้องว่า "สิบสี่ สี่สิบ" มันหลอนมากๆ ๕๕ โฆษณาทีวีหรืออะไรนี่แหละ) ในเมื่อจำข้อสอบได้ทั้งหมด จึงสบายมากที่จะสอบได้คะแนนเต็มในการสอบใหม่ และอีกเหตุหนึ่งที่เป็นนักเรียนที่ดี คือ เป็นคน "ซื่อ" ใครบอกอะไรก็เชื่อหมด เพราะคิดว่าผู้ใหญ่บอกแปลว่า "ถูกต้อง"

ที่พิมพ์มาเสียยาวข้างต้น ไม่รู้จะเรียนว่า "โม้" หรือ "แฉตัวเอง" กันแน่ เพราะแต่ละยุค ความน่าภูมิใจก็แปรไปได้ ที่ชัดเจนคือ จะสื่อให้เห็นว่า การเรียนดีนั้นหากขุดลงไปที่เหตุแล้ว บางครั้งไม่ได้เกิดจากความเก่งกาจกว่าคนอื่นๆ ในเชิงมวลรวม แต่เป็นการเก่งแบบจำเพาะลงไปที่วิธีการที่เราถนัด.. ถ้าพูดถึงเรื่องการทำข้อสอบ ขอบอกว่า สบม. (สงสัยชาติก่อนเกิดเป็นคนออกข้อสอบ เลยพอจะเดาทางได้ ๕๕) ขอบอกตามตรงว่าก็เป็นคนที่ตั้งใจเรียนมาก เพราะขี้เกียจอ่านหนังสือ จึงตั้งใจฟังทุกคำ เพื่อที่จะไม่ต้องอ่านมากๆ ถ้ามาเรียนกับนักเรียนที่เราสอนยุคนี้ อาจตายได้ เพราะว่าที่เราสอน เราไม่ป้อนให้เด็กอย่างเดียว เด็กต้องขวนขวายหาทางได้ความรู้เองเยอะมาก

แต่..

ไม่ได้บอกว่าการเรียนแบบเดิมนั้นมีแต่ข้อเสียโดยสมบูรณ์

การเรียนแบบเดิมยังน่าจะถูกหยิบมาใช้บ้างเหมือนกันค่ะ เอามาผสมกับแบบใหม่ ยกตัวอย่างเช่น การคัดไทยก็ดี การท่องสูตรคูณก็ดี แม้แต่เรื่องเครื่องแบบ ก็รู้สึกว่าดีค่ะ เป็นการฝึกระเบียบวินัย และให้เด็กได้รู้จักกติกากลุ่ม (ที่โรงเรียนทอสี จะมีเครื่องแบบบางวัน และชุดลำลองบางวัน) เรื่องแวดล้อมเหล่านี้เป็นการสอนแบบหนึ่ง จุดที่หยกเห็นว่าไม่เหมาะ คือครูไม่ได้สื่อสารให้เด็กรู้จักวิเคราะห์ว่า "ทำไมเราจึงต้องทำให้ถูกระเบียบ?" เด็กๆ รู้เพียงว่า "ต้องถูกระเบียบนะ!" เมื่อไม่รู้เหตุผล เด็กบางคนที่ไม่ใช่คนหัวอ่อนจะเกิดการต่อต้านโดยอัตโนมัติ และหากไม่มียุทธวิธีจูงใจให้ทำ เด็กก็จะเบื่อที่จะทำ เพราะมันไม่สนุกเลย!

ตามความเห็นส่วนตัว คนที่เติบโตมาประสบความสำเร็จหรือพอใจกับชีวิตของตัวเองได้ ไม่ได้เกิดจาก "การเรียนเก่ง" แต่เกิดจากคุณสมบัติภายใน เช่น ความเพียร ความอดทน ความซื่อสัตย์ มีสมาธิ มีสติ เข้าใจความเป็นไป ฯลฯ ซึ่งก็เป็นธรรมดา ที่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียนด้วยไม่ยากนัก ถ้าเราสังเกตดู เราจะพบว่า คุณสมบัติภายในที่บอกมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แก่นหลักของการเรียนการสอนในอดีต แต่เกิดขึ้นตาม "บุญ" และ "กรรม" ของเด็กแต่ละคน อาจเกิดจากประสบการณ์ส่วนตัว จากการอบรมเลี้ยงดูของทางบ้าน(ที่ไม่ละเลยจะสอน ต่างจากหลายบ้านที่เข้าใจผิดว่าเป็นหน้าที่ของโรงเรียน) หรือจากการเก็บเกี่ยวกลั่นกรองได้เองของเด็ก

ที่หยกอยากจะบอกก็คือ.. ทั้งที่บ้านและโรงเรียนควรเน้นเรื่อง "คุณสมบัติอันเป็นต้นตอของการเรียนรู้" มากว่า "ตัวความรู้" ยิ่งยุคนี้แล้ว เราจะไปสอนได้อย่างไรหมด ความรู้มีอยู่เยอะมาก ที่เราควรทำคือการ "กระตุ้น" ให้เขาใฝ่รู้ ให้เขาเห็นคุณค่าของคุณสมบัติภายใน ซึ่งทรัพย์ที่อยู่ในตัวเขานี้ จะไม่หมดหรือถูกลืมไปเหมือนกับเนื้อหาในหนังสือหรอก เขาจะมีติดตัวไปตลอด.. เพราะเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนรุ่นก่อนๆ เป็นคนที่เก่งได้โดยไม่ได้เรียนสูงนัก (สูงที่ว่าคือเรียนวิชาการสูง แต่วิชาชีวิตต่ำ)

ที่รุ่นเราผ่านมาได้ก็นับว่าโชคดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องทำแบบเดิม
เช่นเดียวกัน ส่วนของเดิมที่มีดีอยู่ เราก็ไม่ควรโยนทิ้งไป เพราะการพัฒนามักเกิดจากการต่อยอดของฐานเดิม ไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์

ยาว.. ยาวอีกแล้ว และคาดว่าถ้าคุยต่อไปก็คงจะไม่จบ
แฮะๆ ขอขอบคุณ ^^'

ปล. ตอนเด็กๆ ไม่เคยทำงานบ้านเลย เอาแต่เรียน แบบนี้น่าภูมิใจหรือเปล่า?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:15 น.
ขออนุญาตแก้ไขค่ะ

ที่บอกไว้ข้างบนว่า "คุณสมบัติภายในที่บอกมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แก่นหลักของการเรียนการสอนในอดีต"
จริงๆ ต้องพูดใหม่ว่า "ไม่ใช่แก่นหลักของการเรียนการสอนในโรงเรียนโดยทั่วไป ซึ่งเน้นการสอนวิชาการอย่างเดียว"
ถ้าบอกว่า "ในอดีต" หยกว่า การเรียนในวัดค่อนข้างตรงจุดทีเดียว และก็เน้นมากในเรื่องคุณสมบัติภายใน

-/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:17 น.
คุณสมบัติภายในที่เรียนจากวัดนี่ หมายถึงคุณธรรมหรือเปล่าครับคุณครู  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:28 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:17 น.
คุณสมบัติภายในที่เรียนจากวัดนี่ หมายถึงคุณธรรมหรือเปล่าครับคุณครู  :37:

จริงๆ หยกนึกคำไม่ออกน่ะีค่ะ แต่เป็นความหมายในทำนองนั้น
ถ้าให้หยกเลือกคำที่ตรงที่สุด หยกว่าคือคุณสมบัติต่างๆ ที่ทำให้เราเกิด "ปัญญา"

เรื่องการใช้คำนี่ยากจังนะ เพราะถ้าจะว่าไป "ความรู้" ก็เป็นฐานของปัญญาเหมือนกัน
แต่หยกว่าก่อนที่เราจะมีความรู้แตกฉาน เราต้องผ่านจุดหนึ่ง ซึ่งนั่นคือคำที่นึกไม่ออก ๕๕๕

หยกจำไม่ได้ว่ามันมีอะไรบ้าง m( _ _ )m

อย่างที่ฝรั่งเขาแยกเป็น IQ กับ EQ (แล้วเห็นเดี๋ยวนี้มี MQ อะไรQ หลายตัว) ถ้าเป็นทางพุทธ เรื่องของภายใน หรือ "จิต" นี้จะแบ่งย่อยไปอีกหลายทาง คือ ที่เราคุ้นๆ ก็จะเน้น "สุขภาพจิต" กันมาก คือให้เด็กฉลาดในตำราและ "มีความสุข" ไปด้วย แต่ในทางพุทธ จะแตกเรื่องของ "จิต" ออกไปอีก เช่น เรื่องคุณภาพจิต สมรรถภาพจิต (ที่หยกบอกว่า ความอดทน สมาธิ ฯลฯ นั้นละค่ะ) ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ครูประสบการณ์น้อย ยังไม่ค่อยแม่นนัก

คือไม่ใช่แค่มีความสุข แต่ต้องมีการสร้างสภาวะให้เหมาะกับการใช้่ชีวิตด้วย ซึ่งหยกว่าจำเป็นมากสำหรับยุคที่ใครๆ มักเชื่อว่า "ทำไปเถอะ ถ้าไม่เดือดร้อนใคร" จริงๆ แล้ว มนุษย์เราทำได้มากกว่านั้น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:29 น.
มันก็ต้องผสมๆ กันครับ
อะไรที่คนไทยขาดในตอนนี้ - นั่นคือวินัย (ชื่อพ่อผมๆ)
เด็กที่ผ่านการเรียน การปกครองในแบบของโรงเรียนที่เข้มงวดเรื่องวินัย
ก็ยังคงมีตรงนี้มาจนปัจจุบัน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าได้ผลในระดับหนึ่ง
แต่อีส่วนที่เสียๆ ของระบบโรงเรียนปัจจุบันเราก็เห็นๆ กันอยู่ครับ

ผมก็เลยเห็นด้วยกับการผสมที่ครูวันดีว่า
ซึ่งจะว่าไปตอนนี้ครูหัวก้าวหน้าในหลายๆ โรงเรียนก็พยายามอยู่
(โรงเรียนที่ผมจบมาก็แบบนี้แหละครับ)

แต่การอยู่ในระบบราชการมันทำอะไรแบบนี้ยากจังเลยครับ :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:30 น.
ช่วงที่หยกอธิบายอะไรยุ่งๆ อย่าไปฟังมากนะ หยกไม่ค่อยแม่น ฟังพอได้แนวก็พอ -/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:32 น.
ครูวันดีชี้นกผมก็เห็นเป็นนกครับ :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:33 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:29 น.การอยู่ในระบบราชการมันทำอะไรแบบนี้ยากจังเลยครับ :08:

:08: ด้วยคน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:40 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:32 น.
ครูวันดีชี้นกผมก็เห็นเป็นนกครับ :52:

ครับ ถ้าชี้แมวแล้วเห็นเป็นนกก็น่ากลัวแล้ว ๕๕
ปล. หนีไปนอนแล้วดีกว่า ไม่ดีเลยๆ ติดเน็ต เรื่องแนวนี้ล่อแล้วติดกับตลอด -.-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:44 น.
ผมเข้าใจคุณครูครับและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ตรงที่ว่าการส่งเสริม
ให้การศึกษาเป็นในแบบพัฒนาให้เกิดปัญญามากกว่าการยัดเยียดเนื้อหา
ซึ่งมันก็รวมถึงการให้เหตุผลของกฏระเบียบที่แน่ชัดลงไป  
อย่างที่ระบบเก่าที่คุณครูบอกไว้ว่า ระเบียบของโรงเรียนให้ทำแบบนู้นทำแบบนี้
เด็กนักเรียนก็ทำตามโดยไม่รู้ว่าทำไม บางที่ถามครูยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ  
แบบนี้ ผมมองว่าเป็นระบบการศึกษาที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดปัญญาเลยครับ
เพราะถ้าสิ่งที่ เรียกว่าเหตุผล และสมเหตุสมผลเป็นเรื่องที่ถูกต้องดีงาม
เด็กก็จะถูกปลูกฝังถึงเรีองเหตุผลที่สมเหตสมผลและถูกต้องดีงามตามไปด้วย
ผมมองว่า ถ้าระบบเก่าเป็นไปในแบบของการยัดเยียด
ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเนื้อหาการเรียนการสอนหรือแม้แต่กฏระเบียบ
โดยให้เหตุผลเพียงแค่ว่าทำแบบนี้ คือถูก ทำแบบนี้คือผิด ผมมองว่า
นี่คือการส่งเสริม ในเรื่องศรัทธามากกว่า  ซึ่งระบบเก่าที่คุณครูบอกว่าน่าจะเริ่มจากที่วัดนี่
มันใช้ได้ดีอยู่แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียน การชี้ให้เห็นแค่นี้ มันไม่พอแล้ว
ยิ่งปัจจุบันการศึกษาและรู้เพียงแค่เนื้อหา มันทำให้คนมีเหตุผลที่ควบคุมไม่ได้
บางทีกลายเป็นเหตุผลที่ดีบนพื้นฐานของการเห็นผิด ซึ่งเกิดจากการวางรากฐานของการเรียนรู้โดยขาด
ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 09:42 น.
ความจริง ในความเป็นจริงชีวิตนี้
ใครอยากประกอบวิชาชีพครูมั่ง ?
หันซ้ายหันขวา อาวไม่เจอ
เราเลยมีครูที่ขายตรงเป็นอาชีพ
ขายประกันเป็นงานเสริม
ขายน้ำที่กินแล้วอายุยืนไปอีกอย่าง
แล้วเอาสัมมาอาชีพเป็นงานอดิเรก

ระบบอะไรที่เราพูดว่ามันบกพร่อง
ก็อย่างหนึ่ง
แต่...
คนในระบบบกพร่องก็สำคัญ
ตอนนี้ผมอายุ 36 คนรุ่นผมตอนนี้แหละ
เป็นครูอยู่ทั่วประเทศเลย
เป็นรุ่นที่วิชาครูโดนดูถูกมากที่สุด
คือใครเรียนอะไรไม่ได้ เข้าวิทยาลัยครู
เดี๋ยวก็จบ ออกไปทำไรก็ค่อยว่ากัน
จับพลัดจับผลูครอบครัวมีบารมีหน่อย
ฝากเป็นครูไปเลย เอายังไงละทีนี้
ถ้าผมเป็นครู สอบครูได้(บังเอิญสอบบรรจุตก 7 หน)
ตอนนั้นผมน่าอายุ 23 สอนเด็ก 13 ปี
ผลิตผลจากยุค มานี-มานะ ใช้เรียนครั้งแรก
ก็ออกดอกออกผลเต็มเมืองยุคนี้แหละครับ
ไปเป็นหมอ ก็เป็นหมอไม่งาม
ได้เป็นครูก็เป็นครูขี้เหร่
ได้เป็นทหาร-ตำรวจยิ่งไปกันใหญ่
ไปเป็นนักการเมืองยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เรา-ท่าน โดยไม่มีใครรู้ตัว หรือรู้แต่ไม่เท่าทัน
หรือเท่าทันก็จำยอม เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเหลือเกิน

เวลาผมบอกผมเรียนวิทยาลัยครู เอกศิลปะด้วยนะ
จะจบไปเป็นครู ทุกคนงงเลย ว่าผมใช้ส้นตีนคิดหรือเปล่า
เป็นครูเหรอ แน่ใจเหรอ ผมก็เออครับแน่ใจ
จบมา พ่อ-แม่ก็เหมือนพ่อแม่คนอื่น รักลูก
เอาวะลูกอยากเป็นครู พ่อฝากให้เอาไหม
สบายเลยจะเอาโรงไหน จังหวัดไหน อำเภอไหน
ผมก็ลูกพ่อวะ ให้พ่อทนบากหน้าก้มงกๆ กะนักการเมือง(ลูกศิษย์) ได้ไง
สอบมันเอง อย่างแรงกล้าเลย จังหวัดไหนเปิดสอบก้ไปสอบ
กรมไหนสอบก็ไปสอบ สรุป 7 หนไม่ได้ๆ
น่าจะโง่เกินเหตุเลยพักความมานะและฝันไปยาวๆ

เมื่อเป็นครูในระบบไม่ได้ก็สอนมันนอกระบบ
เป็นครูในอุดมคติตัวเอง ทำโรงเรียนในอุดมคติตัวเอง

ครั้งนานแล้วผมก็ผิดหวังอย่างแรงในระบบในคน
แต่พอกรองออกมาแล้ว ผิดหวังไปก็เท่านั้น
ทำเท่าที่เราทำอย่างที่เราหวังก็จะีดีกว่า
ณ วินาทีนี้ผมได้คำตอบกับตัวเองแบบนี้
แต่อนาคตก็ไม่แน่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 10:03 น.
ต่ออีกหน่อย...

ผมถามพ่อว่า ทำไมไม่ไล่ออกไป
เมื่อครั้งรู้ว่าเด็กมัธยมสาม
ในโรงเรียนที่พ่อสอนบางคนเกเรขนาด
ใครมองว่าคงเหลือขอ เกินเยียวยาแล้ว
พ่อบอกว่า ไล่ออกแล้วเขาจะไปเรียนที่ไหน
ไล่เขาจากที่นี่ เขาก็ไปเกเรที่อื่นถ้ามีที่รับเขาเรียน
ถ้าไม่ได้เรียนก็ออกมาเป็นคนเกเรมากๆ อยู่ดี
เอาไว้อบรบบ่มนิสัยกันนี้แหละ

ที่โรงเรียนผม มีเด็กมัธยมสอง คนหนึ่ง
เรียนคอร์สไหนก็ไม่ไหว คือครูเอาไหว
แต่เพื่อนร่วมห้องพาลจะไม่ไหวไปกับเขา
สุดท้ายผมเลยขอมาเรียนกับผม
เรียนไปเรียนมาก็ดูว่าน่าสนุกดี
เขาไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย
กับเพื่อนร่วมชั้นก็ดูจะเข้ากันดีอีก
ผมก็เลยมองว่า จริงแท้แล้ว
เด็กนั่นพร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลา
พร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับสังคมอย่างดี


มีการพูดคุยกับเขาครั้งหนึ่ง
เด็กบอกว่า ครูรู้ไหมแม่เพิ่งบอกหนู
ว่าหนูเป็นสมาธิสั้น ครูอย่ารำคาญหนูนะ
ผมเงียบไปพักนึงแล้วก็บอกไปว่า
ไม่เห็นสั้นตรงไหน ก็เรียนดีนี่นา
ความจริงผมถามคุณแม่เขาไปตรงๆ แล้ว
เมื่อครั้งจะเอามาเรียนที่ห้องผม
ว่าคุณแม่มีอะไรต้องบอกผมเพิ่มอีกไหม
แม่เขาก็เล่าเรื่องราวกับเด็กให้ฟัง
ตอนนี้เด็กคนนี้ก็ยังเรียนกับผมอยู่
และดูทีท่าจะสนุกสนานมาก
และ วาดรูปได้อย่างเจ๋งอีกด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 10:57 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 01:44 น.
ยิ่งปัจจุบันการศึกษาและรู้เพียงแค่เนื้อหา มันทำให้คนมีเหตุผลที่ควบคุมไม่ได้
บางทีกลายเป็นเหตุผลที่ดีบนพื้นฐานของการเห็นผิด

เห็นด้วยค่ะ หยกว่า "การเห็นผิด" นี่แหละเป็นต้นกำเนิดของความบรรลัย มรรคมีองค์ ๘ ข้อที่หนึ่งคือ สัมมาทิฐิ หรือการเห็นชอบ
หยกว่าข้อนี้สำคัญ เพราะเป็นการนำทิศในเบื้องแรก

เรื่องการเห็นผิด กับ เรื่องเหตุและผล ถ้ายกตัวอย่างที่เห็นจากโฆษณาส่วนมาก ด้วยเนื้อด้วยตาก็เป็นเหตุผลที่ดีอยู่ แต่พอพิจารณาให้ดีแล้ว เหตุผลที่เขาบอกอาจจะไม่ได้เป็นเหตุและผลจริงๆ .. เป็นอะไรคงรู้กันดีอยู่

ในทางกลับกัน สิ่งที่ฟังดู "งมงาย" หลายๆ เรื่อง ถ้าลองพิจารณาดูให้เข้มข้น อาจแฝงไปด้วยเหตุและผลที่ลงตัวที่สุึดก็ได้ อย่างเรื่องนั่งสมาธิ หยกว่าเป็นเรื่องของเหตุและผลล้วนๆ ซึ่งหลายๆ คนมองว่า "งมงายจัง" ในฐานะที่เป็นครูอายุงานน้อย หยกได้มีโอกาสพูดนำสมาธิเ็้ด็กอยู่น้อยครั้งมาก ครั้งหนึ่งที่เคยนำสมาธิ (คือการพูดนำให้เด็กน้อมใจหลับตาทำสมาธิ) เราให้เด็กเทียบการนั่งสมาธิกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ลองดูซิว่า เช้าที่เรานั่งสมาธิกับเช้าที่เราไม่นั่งสมาธิ (เด็กบางคนนั่งเปิดตา คิดเรื่องโน้นเรื่องนี้) เช้าไหนเราสดชื่นและเรียนได้รู้เรื่องมากกว่า บอกว่าครูไม่บังคับ ให้่ทดลองดูผลเองได้

เรื่อง "ศรัทธา" กับ "ปัญญา" หยกเห็นว่าเป็นเรื่องที่เราต้องอ่านตัวเองให้ออก ว่าตัวเราชอบเแบบไหนมากกว่า
ถ้าชอบแบบไหน ก็ให้แบบนั้นนำ นำไปสู่ปัญญาที่แท้จริง เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบางทีคนเราก็ชอบโดนหลอก ในขณะที่บางคนก็ไม่ชอบที่จะรู้สึกว่าโดนหลอก ถ้ารู้ตัวว่าโดนหลอกจะไม่ยอมทำ

ถ้าครูจะหลอกใคร ก็หลอกไปเพราะรักนะจ๊ะ .. ฮิ้วววว
จบซะ  :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 10:58 น.
อ่านที่คุณโอ๋เขียน รู้สึกว่าเหมือนจะมีบทสรุปอยู่ในตัวนะคะ นับถือๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:09 น.
สะดุดกับคำว่าผลิตผลของมานีมานะ


คนกลุ่มนี้ คนที่สัมผัสกับการสะกดจิตด้วยบทเรียนหลักสูตรนี้
ตอนนี้จะมีช่วงอายุประมาณเท่าไหร่ครับ (เด็กสุดคงสัก 23-24)
พอดีสนใจว่าแบบเรียนหลักสูตรนั้นส่งอิทธิพลไม่มากก็น้อยให้กับคนยุคเราๆ ขนาดไหน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:13 น.


เด็กสุด  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:15 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:09 น.
สะดุดกับคำว่าผลิตผลของมานีมานะ


คนกลุ่มนี้ คนที่สัมผัสกับการสะกดจิตด้วยบทเรียนหลักสูตรนี้
ตอนนี้จะมีช่วงอายุประมาณเท่าไหร่ครับ (เด็กสุดคงสัก 23-24)
พอดีสนใจว่าแบบเรียนหลักสูตรนั้นส่งอิทธิพลไม่มากก็น้อยให้กับคนยุคเราๆ ขนาดไหน

อย่างน้อยส่งให้ผมคนนึงติดการอ่านหนังสือ เพราะสนุกกับเรื่องราวเลยอยากหาเรื่องอื่นๆมาอ่านต่อ
บางทีผมว่ามันก็น่าเบื่อเกินไปนะ ถ้าเราไม่มีเรื่องราวอะไรแทรกให้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับการใช้จินตนาการเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:16 น.


หนังสือมานีมานะ สอนให้สะกดค่ะ

ไม่ได้ให้จำเป็นคำๆ เหมือนสมัยนี้



:33: ตรงนี้แหล่ะสำคัญ


ปล.ฟ้าคนนึงที่ชอบอ่านหนังสือเพราะมานี มานะจริงๆแหล่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:36 น.


ยังสอนพระอภัยอยู่รึเปล่าครับ ซื้อพระอภัยมณีมาอ่านก็เพราะบทสอนในหนังสือนี่ละครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:40 น.
...ถ้าผมเป็นครู สอบครูได้(บังเอิญสอบบรรจุตก 7 หน)
ตอนนั้นผมน่าอายุ 23 สอนเด็ก 13 ปี
ผลิตผลจากยุค มานี-มานะ ใช้เรียนครั้งแรก
ก็ออกดอกออกผลเต็มเมืองยุคนี้แหละครับ

หมายถึงผมนะครับ
ผมเป็นรุ่นแรก ของหลักสูตรใหม่(สมัยนั้น)
เพราะรุ่นพี่ผมก่อนหน้ารุ่นนึงไม่ได้เรียน
และผมก็เป็น ป.6 รุ่นแรก
รุ่นก่อนผมเป็น ป.7 รุ่นสุดท้าย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 18:39 น.
อ้าว เรอะ ผมเป็นป.หกรุ่นที่สาม มอหกรุ่นที่สามนะ
ชักงงๆแล้วสิ
รึน้าโอ๋เป็นรุ่นพี่ผม

ตอนอยู่มอหนึ่งนี่ ปีพ.ศ. 2523 ผมอายุ 11 ขวบ
งั้นมอหนึ่งรุ่นแรกน่าจะปี 2521
ซึ่งเป็นปีที่มีทั้ง ม.ศ.1 และ ม.1 เรียนในโรงเรียนเดียวกัน

แต่ผมก็ไม่ได้เรียนมานะมานีปิติชูใจนะครับ เคยได้อ่านเพราะน้องสาวเรียน
น้องสาวผม น่าจะปอหกรุ่นหกมั้ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 18:46 น.
เอ่อ. . . .

ผมเกิด 33 ครับ ตอนนี้ พึ่งจบ ม.6

ทำไมเหมือนผมจะรู้สึกคุ้นๆชื่อ มานะ มานี ปิติ ชูใจ ด้วยเลยล่ะเนี่ย
แต่ก็เหมือนว่าผมได้เรียนกล้ากับแก้วเหมือนกัน

:09: :09: :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Dew Susansaraly เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 19:18 น.
ถึงพี่ระจัน
ผมกล้ายืนยันว่าแม่ผมเป็นครูเต็มตัวครับ เพราะเหตุนี้กระมังผมจึงเป็นคนที่ยอมรับความลำบากของครูในระบบการศึกษาไทยและไม่เคยตั้งคำถามอะไร รู้แค่ว่าทำแบบนี้แบ่งเบาภาระครูได้มั้ย ถ้าได้ก็จะทำ

ผมไม่อยากเป็นครู เพราะรู้แล้วว่าครูที่เป็นครูในสังคมแบบนี้มันลำบากขนาดไหน งานที่ว่าทำยากๆนะคงไม่มีงานไหนยากไปกว่าการเป็นครูที่ดีแล้วละครับ

สภาพสังคมทุกวันนี้มันก็บั่นทอนครูมากจริงๆละครับ สงสารครูในระบบที่ตั้งใจทำงาน

พูดมาถึงตรงนี้ผมก็คิดว่า ถ้าคิดจะพัฒนาคนโดยพึ่งระบบการศึกษาอย่างเดียว คือ ไม่สนใจหน้าที่พ่อแม่ ปล่อยให้ระบบการศึกษาพาลูกไป แบบนี้ระบบการศึกษาก็คงไม่อาจสร้างมนุษย์มาป้อนสังคมแน่นอน  แต่ถึงกระนั้นแม้พ่อแม่ทำหน้าที่อย่างดี แต่ระบบการศึกษาอย่างนี้ก็ไม่อาจเล็งผลเลิศในการสร้างมนุษย์เข้าสู่สังคมได้แน่ เพราะผมคิดว่าเด็กที่พ่อแม่เลี้ยงดูมาดีเขาจะมีภาวะที่แยกแยะและยอมรับสภาพบางอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเขาทนหรือไม่ทน มีความสุขกับสภาพกดดันอย่างนั้นได้แค่ไหน แต่ถ้าพ่อแม่ดี ระบบการศึกษาดี มันคงเป็นสวรรค์เลยทีเดียวครับ

ปล. คือผมไม่ได้เชื่อหรอกนะกับระเบียบในรั้วโรงเรียนประถม มัธยม การเรียนการสอนที่เน้นให้จำ แต่ผมก็ทำๆมันไปจนจบ ผมนะโชคดีที่แม้โดยภาพรวมระบบมันจะห่วยๆหน่อย แต่อาจารย์ที่สอนผมผมคิดว่าพวกท่านไม่ใช่คนที่ยอมจำนนต่อระบบ แต่สอนให้นักเรียนได้คิด เท่าที่ประมวลมาผมโชคดีตอน ป. ๓ โชคดีตอน ม. ๓ - ๖ ซึ่งใจผมคิดว่าช่วงเหล่านี้คือหัวเลี้ยวหัวต่อว่าเด็กจะสามารถประคองตัวให้มีความสุขในระบบการศึกษาไทยต่อไปได้  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 20:14 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 17:40 น.
...ถ้าผมเป็นครู สอบครูได้(บังเอิญสอบบรรจุตก 7 หน)
ตอนนั้นผมน่าอายุ 23 สอนเด็ก 13 ปี
ผลิตผลจากยุค มานี-มานะ ใช้เรียนครั้งแรก
ก็ออกดอกออกผลเต็มเมืองยุคนี้แหละครับ

หมายถึงผมนะครับ
ผมเป็นรุ่นแรก ของหลักสูตรใหม่(สมัยนั้น)
เพราะรุ่นพี่ผมก่อนหน้ารุ่นนึงไม่ได้เรียน
และผมก็เป็น ป.6 รุ่นแรก
รุ่นก่อนผมเป็น ป.7 รุ่นสุดท้าย

เรียนก่อนปีนึงสิเนี่ย เป็น ม.​1 รุ่นที่สอง  :09:
เข้าเตรียม ปี 2525 สองร้อยปีกรุงเทพพอดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 20:33 น.
รุ่นสุดท้ายที่ได้เรียน มานี มานะ  :21:  เด็กสุด สำหรับแบบเรียนสุดแครสสิก
ที่พอกลับมาอ่านทางช้างเผือก กลายเป็น ไม่อิน ไปซะแล่ว แล่ว แล่ว   
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 20:42 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 20:33 น.
รุ่นสุดท้ายที่ได้เรียน มานี มานะ  :21:  เด็กสุด สำหรับแบบเรียนสุดแครสสิก
ที่พอกลับมาอ่านทางช้างเผือก กลายเป็น ไม่อิน ไปซะแล่ว แล่ว แล่ว   


  :01: จักรีก็เหมือนกันเหรอ?
เรานึกว่าเราเป็นคนเดียว


:08: มันดูพยายามมากไปยังไงไม่รู้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 21:25 น.
ขอมาทำความเคารพค่ะ เท่าที่อ่านดู แต่ละท่านเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้นเลย -/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 21:27 น.
ใช่ครับที่นี่ มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้นเลยครับ  บางที่แยกไม่ค่อยออกระหว่างความเป็นผู้ใหญ่ กับ ความแก่  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 21:31 น.
โอ้ววว วาจาคมคายเสียจริงนะครับพี่จักรี
ผมนึกว่าพี่จะแก่แต่อายุซะอีก แต่ที่ไหนได้
หน้าก็แก่ 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 21:45 น.


พี่เช่เป็นแฟนหมีโหดเหรอครับ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 21:48 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 21:45 น.

พี่เช่เป็นแฟนหมีโหดเหรอครับ  :37:

ไม่ใช่  :05: ตอบรอบที่ล้านแปดสิบหกแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 22:46 น.


  :37: แต่ก็เหมือนแล้วแหล่ะ 555+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 22:49 น.
คู่สร้างคู่สม!!

:25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:05 น.
สรุปว่า นี่ผมร่วมสมัยกับลุงๆ ป้าๆ จากหน้าที่แล้วใช่ไหมครับ :46:
ดีใจจนน้ำตาเล็ดแล้วนี่ :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:08 น.
น้ำตาเมืองเพชร ของมีชื่อ :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:08 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:05 น.
สรุปว่า นี่ผมร่วมสมัยกับลุงๆ ป้าๆ จากหน้าที่แล้วใช่ไหมครับ :46:
ดีใจจนน้ำตาเล็ดแล้วนี่ :05:

สงสัยร่วมด้วยแล้วละเพื่อน

อ้างคำพูดจาก: ชวาลา  จันทร์แจ่ม เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:08 น.
น้ำตาเมืองเพชร ของมีชื่อ :42:

น้ำตาลครับ น้ำตาไม่ได้มีชื่อขนาดนั้น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:13 น.
ถ้าเป็นน้องตาล่ะโอเค :10:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:14 น.


:39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:14 น.
 :39: :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:15 น.
:52: แหม ไม่ต้องชมขนาดน้านนน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:16 น.
ยัง!!  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:17 น.
เมืองเพชรที่มีชื่อเนี่ย ก็ปรัชญาครับ 555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:19 น.
ปรัชญา  ปิ่นโต ที่แต่งเพลงเก่งๆใช่มั๊ยครับ   :06:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:20 น.
ไม่ใช่ครับ ปรัชญา ปิ่นแก้วครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:30 น.
วินัยน่าจะมีชื่อกว่าครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:34 น.
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 06 มี.ค. 2008, 23:30 น.
วินัยน่าจะมีชื่อกว่าครับ

อันนี้สงสัยว่าต้องถามแอนแล้วละครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 00:07 น.
นั่นพ่อตู๊ :07b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 00:13 น.
ตูไม่ได้เล่นนะ   :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 00:37 น.
แล้วประหยัดละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 00:38 น.
นั่นแม่กู ไอ้แสร๋ดดด :41:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 02:02 น.
 :14:


เล่นกันอย่างนี้เลยเหรออออออออออออออ
ไม่งามนะคะ ไม่งาม  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 02:03 น.
งามนั่น แม่ผมครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 04:03 น.
สำรวยๆๆๆๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: pang บู้ เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 04:06 น.
แหะยังอ่านไม่หมดง่า ไว้สมองรับรู้กว่านี้จะมาอ่านใหม่
แต่ทำให้ความทรงจำตอนเด็กกลับมา  :05:
ชอบนะแบบนี้ เจ๋ง กล้าคิดกล้าทำมากๆสำหรับเมืองไทย
อาศัยดูภาพในวิดีโอประกอบ
ขอเล่านะใครขี้เกียจอ่านข้ามไปเลย.....


แต่ว่าจำได้ว่าระบบโรงเรียนแบบนี้ที่ประเทศอเมริกาเค้าก็มีมานานแล้วเหมือนกันนะ รู้แต่ว่าที่นี่มีที่อื่นไม่รู้
- จะใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้
- มีกิจกรรมทำมือตลอดเวลา
- แล้วทุกๆหนึ่งวันในสัปดาห์ให้เอาของที่ทำเองที่บ้านมาโชว์หน้าชั้นเรียนอธิบายว่าทำมาจากอะไร เช่นเมนูอาหาร
- แล้วทุกๆเดือนจะต้องเอาหนังสือมาหนึ่งเล่มมาเล่ารีวิวให้เพื่อนๆฟังถึงความน่าอ่านของไอ้หนังสือเล่มนั้น
- เวลาครูสอบวัดไอคิวอีคิวเค้าจะให้เสื้อแจ็คเก็ตมาตัวนึงแล้วให้เราหาวิธีใส่ยังไงให้เร็วที่สุดได้
- ทุกๆเช้าครูจะแจกลูกอมที่เรียนว่าJelly bean หยิบได้คนละหนึ่งเม็ด ไม่เห็นมีใครขโมยหยิบเกิน
 กลเม็ดนี้มันทำให้เราอยากมาเรียนด้วย..ชอบอ่ะ
- ทุกอย่างที่เล่ามาครูจะมาเล่าให้แม่ฟังว่าลูกมีพฤติกรรมยังไง การเรียนเป็นไรบ้าง ไม่มีท่องสูตรคูณ
พอกลับมาเมืองไทย ท่องตามเพื่อนไม่ทันอ่ะ โดนครูดุประจำ ฮ่าๆๆ
ทั้งหมดที่เล่าเด็กมากประมาณจำความได้เลาๆนะ+แม่เล่าให้ฟัง
ปัจจุบันมีโรงเรียนแบบนี้เยอะมาก น้องที่รู้จักก็จบมาจากแสงอรุณ จำชื่อผิดขออภัย
แต่นึกได้ว่าวันไหนไม่รู้ ดูทีวีโรงเรียนนี้สอนแยกขยะได้เจ๋งมาก
เค้าบอกว่า "ทุกอย่างในโลกไม่ใช่ขยะ ถ้าเรารู้จักใช้" ประมาณนั้น

อุ้ยย..ยาว ไปและ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 04:11 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 02:03 น.
งามนั่น แม่ผมครับ
^
^
^
:08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 08:58 น.
ถ้าพูดถึงเรื่องแยกขยะ หยกเดาว่าที่คุณ pang บู้ พูดถึงน่าจะเป็นโรงเรียนรุ่งอรุณนะคะ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนต้นแบบในหลายๆ เรื่อง :45:
เป็นโรงเรียนที่ประกาศเป็นโรงเรียนวิถีพุทธในภายหลังเหมือนกันค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 10:29 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 04:03 น.
สำรวยๆๆๆๆ

เอ้า ยังอุตส่าห์จำได้  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 10:36 น.
วินัย ประหยัด สำรวย อืมจดไว้ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 20:35 น.
ชื่อแต่ละชื่อเนี่ย เป็นคำสอนให้เป็นคนดีทั้งนั้นเลย

(สำรวยเนี่ยแปลว่าอะไรเหรอครับ หุหุ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 20:39 น.
ปรียาๆๆๆ


(ตอนมัธยม ตูีความสามารถในการจำชื่อพ่อชื่อแม่คนสูงกว่าการเรียน)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 20:41 น.
แม่ผมชื่อจริงชื่อสำรวย ชื่อเล่นชื่อสวย  ชื่อเล่นๆ ว่า  งาม (พิมพ์ด้วยความเร็วสูง ดูซิยังจะอ่านทันมั้ย)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 21:13 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 20:41 น.
แม่ผมชื่อจริงชื่อสำรวย ชื่อเล่นชื่อสวย  ชื่อเล่นๆ ว่า  งาม (พิมพ์ด้วยความเร็วสูง ดูซิยังจะอ่านทันมั้ย)

ทันมั้ย อ่านแล้วครับ  :33:

การล้อชื่อ บุพการีเรานี่ มีตั้งแต่ยุคไหนเนี่ย ตอนผมเรียน เขาก็ล้อกันแล้วนะ เห็นชื่อพ่อแม่หน่อยเป็นไม่ได้ เพื่อนตามล้อไม่เลิก :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: icez เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 21:52 น.
ถ้าเรียกเฉยๆ ผมไม่เท่าไหร่นะ
(ปกติเพื่อนไม่ค่อยล้อผมอยู่ด้วย เพราะกลัวโมโหฟาดหัวฟาดหางพังไปทั้งโรงเรียน)
แต่ถ้าถึงขั้นด่านี่ผมมีต่อย :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: gaenoy เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 22:47 น.
โห :18:

ชั้นแกะก็มีล้อชื่อกันเหมือนกันค่ะ แต่แกะไม่ค่อยโดน  :17:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 22:49 น.
นึกถึงสมัยมหาลัยเลย...โอ๊วววว :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 01:59 น.
อ้างอิงนิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

คำขวัญวันเด็ก ปี 2529   :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 02:03 น.
:39b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 02:14 น.
เว๊อะ!!

:07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 02:32 น.
วินัย ประหยัด สำรวย ปรียา จดให้ครบ ๆ  :25:


อ้อ แม่ตูชื่ออะไรฟระเจ๊แกไปเปลี่ยนใหม่จนป่านนี้แม้แต่ตูยังไม่รู้เลย
แกรู้กับนายทะเบียน 2 คน  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 03:41 น.
บวกป้าหน่อย :30:

ถ้าบอกว่าเพราะเป็นพี่โรงเรียนจะเชื่อมั้ย :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: tak เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 09:21 น.
สารคดีทำดีมากเลย โรงเรียนน่าเรียน นักเรียนดูมีความสุขจัง :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 15:20 น.





ถามจริงจัง  :37: ถึงวิธี สร้างแรงจูงใจค่ะ

มีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง เรียนไม่เก่งค่ะ สมาธิสั้น ไม่ตั้งใจเรียน (เหมือนพี่มัน) :16:

ตอนนี้น้อง ได้เกรด 1.64 ค่ะ มช.ภาคพิเศษ รีไทร์ที่ 1.5  :44: หวุดหวิดมากๆ

ยอมรับว่าไม่เคยเคี่ยวเข็ญมันเลยค่ะ เคยแต่บ่นๆ

เพราะเข้าใจว่า มันคงเอาตัวรอดได้เหมือนเรา  :08:



ตอนนี้อยากให้น้อง ทำเรื่องย้ายคณะค่ะ

เพราะดูยังไงก็ไม่ไหวแน่ๆ กลัวมันต้องมานั่งรีไทร์ตอนปี 2 แล้วต้องเป็นเด็กปี 1 รอบที่สามแบบ เจ็บช้ำ

ไม่รู้จะพูดยังไงให้มัน ดู "ไม่เผด็จการ" จนเกินไป






ทำยังไงให้มัน ตั้งใจเรียนทีคะ

ไม่เคยช่วยเหลืออะไรมันเลยนอกจาก ค่าเทอม (บางส่วน)  :05:

เทอมซัมเมอร์นี่คง ต้องช่วยทำรายการ+การบ้านบ้าง

ยังกลุ้มอยู่ตลอดเลยค่ะเรื่องนี้





:46: ใครพบทางสว่างช่วย ชี้แนะด้วยค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 15:21 น.
ถามน้องก่อน อยากทำอะไร  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 15:23 น.



:01: มันอยากดื้อเรียน เศรษฐศาสตร์เหมือนเดิมค่ะ

ทั้งๆ ที่ ตัว Econ ตัวแรก ได้ D+ มา Econ II ได้ D เฉยๆด้วย  :07:




ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 15:26 น.
ถามมันเด่ะ ว่าที่เรียนน่ะเพราะชอบเศรษศาสตร์ หรือเพราะอะไร
ไม่อยากเอ็นท์ใหม่อายเด็ก
ไม่อยากเปลี่ยนกลุ่มเพื่อน
หรือ รักเศรษฐศาสตร์เดี้ยน
ฟ้าลองดูว่ามันทำอะไรได้ที ก็จับยัดเลย

บางอย่างต่อให้รักขนาดไหน แต่ถ้าทำได้ไม่ดีก็กลายเป็นเกลียดได้
แต่บางอย่างถ้าทำแล้วราบรื่นทีแรกอาจจะขัดใจ ทำไปๆ จะกลายเป็นภูมิใจ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 15:29 น.





เป็นปัญหามาตั้งแต่ประถม แล้วนะ


  :46: ขออนุญาต เล่า

เลขก็ บวกไม่ถูก ภาษาอังกฤษนี่ไม่ต้องพูดถึง  :28:

มันถนัดนอน เด็กบ้าอะไรหนังสือไม่อ่าน นอน นอน นอน + ขายของเก่ง

เอ่อ พี่ มันขายของเก่ง ให้มันไปเรียนตลาดดีไหม?

บริหารดูมันก็จะคล้ายคลึง  Econ อยู่ .. ดูแล้วก็สูสีนะ เป็นคณะน่าเรียน







ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ up to มันค่ะ

เรามีหน้าที่ช่วยจ่ายค่าเทอม.. ใจคนเรา มันยากแท้



ปล. อยากได้วิธีกล่อมนะคะ จับยัด กลัวมันไม่ไปเรียน น้องมันก็นิสัยเหมือนพี่มันเดี๊ย คือ ดื้อสุดๆ น่ะค่ะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 15:31 น.
ตามนั้น  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 19:44 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 มี.ค. 2008, 20:39 น.
ปรียาๆๆๆ


(ตอนมัธยม ตูีความสามารถในการจำชื่อพ่อชื่อแม่คนสูงกว่าการเรียน)
ยังจำได้อีก แล้วพ่อละ จำได้หรือเปล่า 555
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องแบบนี้ผมว่ามันขึ้นอยู่กับตัวน้องชายเองเลยละครับ

ถ้าเป็นเหมือนผม สำนึกได้ ก็จะตั้งใจเอง

แต่เหมือนกับว่า ต้องมีการคุยอย่างจริงจังให้มันเคลียร์ไปเลยซักครั้งครับ

แบบว่าเหมือนเปิดใจคุยกันอะไรแบบนั้น ไม่ใช่แบบเหมือนไปสอนเค้าอย่างเดียวครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 22:11 น.
เอ.. เรื่องน้อง คิดว่าเราน่าจะลองแนะนำแบบ "ชี้ช่อง" ให้เขาไปคิดต่อเองนะคะ
ชี้ช่องให้คิดนะคะ ไม่ใช่ "ชี้นำ" ๕๕

แต่เท่าที่ฟังดู เหมือนน้องจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองหรือเปล่่าคะ แบบนี้น่าจะเปิดโอกาสให้เขาได้คิดได้ตัดสินในเองให้มากขึ้น จะได้ไม่ติดไปเรื่อยๆ ว่ามีพี่อยู่ เราต้องลองวางเฉย ห้ามใจไม่ได้คิดแทนเขาดูบ้าง ถ้าน้องไม่ไหวจริงๆ ค่อยช่วยน้อง

ส่วนเรื่องที่คิดว่าน่าจะเน้นหนักมากที่สุด คือเรื่อง "กำลังใจ" ค่ะ จริงๆ ส่วนใหญ่จะสำคัญมากกว่า "วิธีการ" ด้วยซ้ำ เหมือนเติมน้ำมัน เราเติมไปเลยเต็มๆ ไม่ต้องยั้ง แล้วให้เขาไปติดเครื่องเองให้สำเร็จ ทำแบบนี้ชีวิตเขาจะไม่ยืืดเยื้อ และจะเจอทางเร็วขึ้นด้วย ไม่เป็นเรื่องซ้ำๆ วนๆ ที่ต้องมานั่งแก้บ่อยๆ

ตอบแบบกว้างๆ อันนี้ถึงเป็นครู แต่ก็ประสบการณ์น้อยนะคะ
ฝากไว้พิจารณา ^^

ปล. ถ้าตอบแบบความคิดเห็นส่วนตัว สมมติเป็นน้องของเราเอง (ที่เรารู้จักดีอยู่) คิดว่าถ้าน้องอยากลุยต่อก็จะเชียร์ให้ลุยไปเลย ถ้าเขาเลือกแล้ว เราไปห้ามก็ไม่ค่อยเห็นด้่วย นอกจากอธิบายเหตุผลจนเขาเข้าใจ เข้าใจเหตุและผลจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่คล้อยตาม การคล้อยตามนี่พอถึงจุดหนึ่ง ความเชื่อเขาจะจางลง แล้วทีนี้ก็ท้ออีก ให้เขาเลือกเองดีกว่า (ตอบไปตอบมา วนมาจบแบบเดิม ๕๕)

ตามความเห็นส่วนตัว เรียนจบช้าก็ไม่เป็นไรนะ อย่าไปฟังสังคมมาก เราต้องรู้จักตัวเองน่ะ
ว่าแต่พี่ส่งไหวไหม ^^'

ปัญหา ๑ ข้อ จะสืบสาวหาเหตุปัจจัยได้เยอะมากๆ เชื่อว่าคนแวดล้อมปัญหาจะรู้ดีที่สุดนะจ๊ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 22:25 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 19:44 น.
ยังจำได้อีก แล้วพ่อละ จำได้หรือเปล่า 555

ไพบูลย์หรือเปล่า เริ่มลืมละเดี๋ยวล้อไม่ถูก :35:






เรื่องของน้องน้องฟ้า
ลองถามดูครับว่าวิชาที่ทำได้ไม่ดี ทำไมถึงไม่ดี
ครูสอนไม่ดี? วิชาไม่สนุก? หรือห่วงเล่นเลยไม่ได้เรียน?
คือถ้าน้องอยากเรียนสาขาวิชานี้จริงๆ จะด้วยเพื่อนหรืออะไรก็เหอะ
ถ้าห้ามไม่ได้ ก็อาจจะสนับสนุนให้เรียนต่อ แต่ต้องเรียนให้รอด
แต่เราต้องช่วยกันคลำสาเหตุที่การวัดผลออกมาไม่ดี แล้วลองตะล่อมหาทางแก้ดูนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 08 มี.ค. 2008, 22:37 น.


:25: ขอบคุณค่ะ
เหมือนมีคนมาเปิดประตู หน้าต่าง หายใจสะดวกขึ้นนิดนึง

เรื่องฝ้าย คือตัวมันเอง สับสนมากๆ มันยังตอบไม่ได้เลยว่า ทำไมมันอยากเรียนเศรษฐศาสตร์  :23:
บอกแค่เพียงว่า "นึกภาพตัวเองไปเรียนอย่างอื่นไม่ออก"  :41:

ให้เวลาคิดอีก 1 summer ค่ะ จริงๆก็พอรู้ว่าน้องอยากเรียนเศรษฐศาสตร์
อยากอ่ะ อยาก อยากแบบ ให้เหตุผลไม่ได้  :08:


ฟ้าพยายามเข้าใจนะ (แต่ summer นี้ไม่ช่วยแล้ว --> ค่าเทอม)



ที่พี่แอนแนะนำว่าทำไมถึงทำคะแนนได้ไม่ดี
หมายถึงบางวิชาของเด็กปี 1 จะเป็นวิชามาตราฐานสากล คณะไหนๆก็ต้องเรียน
ฟ้าถามน้องว่า วิชานี้ พี่ได้ B ทำไมแกได้ D

น้องก็สารภาพว่า มันน่าเบื่อ
เรียนเปิด CD ให้ดู ครูก็ไม่อยู่ เลยไม่ไปเรียน
(โดนฟ้าโบกไปแล้ว 1 ที แรงสุดๆ) อ่านหนังสือเอง ผลออกมาแบบนี้แล

ส่วนวิชาอื่นๆ ฟ้าเข้าใจเลยว่า ยาก (เคยลงเอง+รู้ว่า ฝ้ายเรียนไม่เก่ง)
เกรดมันเกินจะทนจริงๆนะคะ (1.64) คือเกือบไทร์



สรุปคงลองให้เจ้าตัวคิดน่ะค่ะ
ว่าจะเอายังไง
เรียนปี 1 มาสองรอบแล้ว  :05:




ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 02:38 น.
ไม่เป็นไรหรอกครับ พยายามต่อไปครับ ผมเรียนปี 1 มา 3 รอบแล้ว กว่าจะคิดได้เกือบสายไป 555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 02:59 น.
กรณีศึกษาคุณกระต่ายดำนี่สุดยอดมากเลยนะครับ
เฮ้ยบิ๊ก มึงจะเล่าเป็นวิทยาทานให้น้องๆ อ่านดีไหมวะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 03:09 น.
ขนาดนั้นเลยเหรอ เอาเป็นว่าถ้ามีคนอยากฟัง ไว้ว่างๆจะมาโพสแล้วกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 04:03 น.
อยากฟังครับ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 07:35 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 04:03 น.
อยากฟังครับ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 09:08 น.
ไม่ยอมโตรึเปล่าครับ ปีหนึ่ง 3 รอบนี่  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 12:15 น.
ฉันก็ล่อไป 2 รอบเหมี้ยนกัน  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 12:19 น.


สองเหมือนกัน แต่รอบสองจบ สามครึ่ง  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 12:21 น.
โดนไทร์ตอนปีที่ 3 ซัมเมอร์  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 12:35 น.
เปล่า


ย้ายจาก มอ.ปัตตานี กลับบ้านน่ะ
แม่กลัวโดนระเบิด  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คาร์บอม... เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 12:49 น.
การศึกาาไทยจะได้โดนกระทุ้งกะลาวะทีนึง พวกแกๆที่นั่งโต๊ะ จะไปรู้ปัญหาอะไรในทุกวันนี้ในเมื่อ นั่งอยู่ที่โต๊ะ ทั้งวัน ปํญหาที่รู้ก็คงเป็นปัญหาที่ล้าหลัง ไปหลายสิบปีก่อน สมัยที่เรียนอยู่ประถมกระมัง

แล้วแบบนี้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมว่าถ้ามัวหวังพึ่งพวกเขาเหล่านั้น เราอาจจะต้องออดตายกันไปก่อนก็เป็นได้ (นี่ยังไม่รวมที่ย้ายกันไปย้ายกันมา จนไม่รุ้จะสานต่อโครงการของคนก่อนๆได้ยังไง)

ขอบคุณ คุณที่ตั้งโรงเรียน เพิ่งจุดประกายให้การศึกษาไทย ได้ก้าวไปอีกขั้น ขอบคุณจากใจครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: dogdoy เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 20:37 น.
เยี่ยมยอดเลยครับ ดูเหมือนระยะหลังๆจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับโรงเรียนแนวนี้เยอะขึ้นนะครับ (หรือว่าผมเพิ่งจะเห็นเองแหละ)

เห็นแล้วยังอยากสมัครไปเรียนด้วยอีกคน

ผมเพิ่งจะรู้สึกว่าการเป็นครูที่ดีนี่ยากจริงๆครับ ขอแสดงความนับถือคุณครูผู้ทุ่มเทเพื่อลูกศิษย์ทุกๆท่านครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 20:43 น.
ละ ละ ละ ลุงด๊อยยยยย :25:
(สาวกในตำนาน หมายเลข 60)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: dogdoy เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 20:49 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 20:43 น.
ละ ละ ละ ลุงด๊อยยยยย :25:
(สาวกในตำนาน หมายเลข 60)

สวัสดีครับยักษ์แอน :)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 20:52 น.
สวัสดีครับ ละ ละ ละ ลุงด๊อยยยยย :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:13 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 02:59 น.
กรณีศึกษาคุณกระต่ายดำนี่สุดยอดมากเลยนะครับ
เฮ้ยบิ๊ก มึงจะเล่าเป็นวิทยาทานให้น้องๆ อ่านดีไหมวะ

ว่างๆละ มาเล่าให้ฟัง เหมือนเผาตัวเองอย่างไงไม่รู้

ตอนแรกก็เหมือนเด็กม.ปลายทั่วไปละครับ ผมอาจจะดีหน่อย ที่สภาพแวดล้อมดี ทำให้ผมสามารถทำคะแนนเอนท์ได้ดี

ดีพอที่จะเข้าวิศวะคอมลาดกระบังได้ ก็นะเราไม่ได้รู้อะไรมากมายหรอก ว่าวิศวะคอมเป็นอย่างไง

รู้แต่ว่าอยากเรียนเกี่ยวกับคอม เนื่องจากการที่ได้จับคอมเล่นโน่นเล่นนี่มาตลอดตอนม.ปลาย

ไม่ได้เก่งอะไรมาก ออกไปทางหลงใหลมันมากกว่า เสร็จแล้วพอได้เข้ามาเรียน

ก็นะ คนที่มันเคยเหมือนโดนบังคับเรียน ในที่นี้คือการที่ต้องมาเรียน เพราะว่าถ้าไม่ไปเรียน

ที่โรงเรียนก็แจ้งไปทางบ้านอะไรแบบนั้น พอเรียนมหาลัยแล้ว มันอิสระวะ ก็เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง

ทำให้เกรดตอนปี 1 เทอม 1 ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่เท่าที่ควรดิ แย่เลยละ พอมาเทอม 2 ก็ถูๆไถๆไปรอด

แต่พอเข้าภาคตอนปี 2 ด้วยความที่ไม่ได้เข้าเรียนด้วยละ ทำให้ปฏิบัติเราแน่นแค่ไหน

แต่ทฤษฎีไม่ได้เรื่อง ทำให้เกรดมันห่วยสุดๆ จนเทอม 2 ไม่ไหวขอลาออกเองดีกว่า

(ยังไม่เล่าถึงทางบ้านแล้วกันนะครับ เดี๋ยวสรุปให้ตอนจบ)

ก็ออกมาเอนท์ เนื่องด้วยคะแนนที่เก็บไว้มันใช้ไม่ได้ละ มันหมดอายุ

ที่นี่ทางบ้านก็บอกมาว่า เนี่ยเอนท์เข้าบัญชีดิ คนเก่งเลขน่าจะเรียนบัญชีนะ

(พอดีตอนม.ปลาย ผมเป็นตัวแทนจังหวัด ตัวแทนเขตไปแข่งเลข)

เราก็อะ ทางบ้านเค้าบอกมาว่า ครั้งแรกเลือกตามใจตัวเองนิ ครั้งนี้ตามใจหน่อยแล้วกัน

ไอ้เราก็ได้ ต้องการเราจัดให้ ก็เข้าไปเรียนบัญชี จุฬา

อาจจะด้วยความที่เคยเรียนวิศวะมา เลยปรับตัวกับสภาพแวดล้อมบัญชีไม่ได้

ดังนั้นเพื่อนๆส่วนใหญ่ ก็เป็นพวกวิทยา วิศวะ แต่ครั้งนี้ตั้งใจกว่าครั้งแรกนะ

คิดว่าเราเรียนได้น่า เทอมแรกเกรดออกมาก็ไม่ได้ขี้เหร่ ใครๆก็บอกว่าพอลุ้นเกียรตินิยมได้

แต่พอเรียนๆไป มันไม่ใช่ง่า ไหนบอกเก่งเลขให้เรียนบัญชี เนี่ยอะไร ให้กดแต่เครื่องคิดเลข

อะไรๆก็ตัวเลข แต่มันแบบว่า ไม่ได้ดูถูกนะครับ แต่ไม่ต้องเก่งเลขก็ได้ เ้ป็นคนละเอียดรอบคอบมากกว่า

ที่เหมาะสมจะเรีียนแบบนี้ แล้วผมไม่ชอบวิชาท่องจำ ทำให้ผมพาลเกลียดการเรียนไปเลย

เหมือนเด็กๆที่ไม่ชอบอะไรก็ไม่ทำ ซึ่งตอนนี้ก็รู้ว่าแม่ง มึงคิดไปได้ไงวะ

อีกอย่างเหมือนที่ผมบอกว่าเพื่อนผมส่วนใหญ่เป็นคณะอื่น เลยทำให้ไม่สนิทกับเพื่อนที่คณะ

บางทีมีอะไรมันก็ไม่ได้บอกเรา ทำให้เกรดเราไม่ดีละ (ไม่ได้โทษคนอื่น แต่โทษตัวเอง)

สุดท้ายตอนปี 3 ก็มาถึงที่สุด ออกดีกว่า แม่งไม่ใช่แนวเราวะ กลับไปตามความฝันที่เราอยากเป็นดีกว่า

มาถึงตอนนี้จะเล่าถึงทางบ้าน จะบอกว่าทางบ้านเป็นอะไรที่สำคัญมาก

ผมบอกได้เลยว่า ผมมีพ่อ มีแม่ที่ดี เข้าใจผม ถึงแม้บางอย่างเค้าไม่เข้าใจ แต่เค้าก็ปรับแล้วก็พยายามเ้ข้าใจเรา

พ่อร้องไห้ แม่ร้องไห้ บอกว่า ทำไมมึงเป็นแบบนี้ แต่เค้าว่าวันเดียว หลังจากนั้นเป็นการปลอบ เป็นการปรับ

รู้สึกว่าโชคดีที่มีพ่อแม่ที่สุดยอดแบบนี้ ทำงานส่งลูกเหี้ยๆคนนึงให้ได้ทำตามใจตัวเองจนถึงที่สุด

(ตอนนี้น้ำตาเริ่มจะไหลแล้ว เหอะๆๆ)

จนล่าสุด ผมก็เอนท์เข้าวิศวะ ลาดกระบังเหมือนเดิม ด้วยสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย และอะไรหลายๆอย่าง

ถามว่า อายมั้ย อายครับ แต่ตอนนี้คิดไว้อย่างเดียว ถ้ามึงกลัวอาย มึงต้องไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก

ถ้ามึงอาย แล้วพ่อแม่มึงไม่อายกว่ามึงเหรอ ทุกวันนี้พ่อแม่ผมยังมาบอกเลยว่า

บางทีไม่อยากไปงานไหนเลยนะ กลัวเค้าถามถึงลูกชาย ลูกชายที่เคยทำให้เค้าภูมิใจ

ตอนนี้ไม่มีอะไรให้เค้าภูมิใจอีกแล้ว ตอนนี้ปลายทางของผม คือการที่จบ รับปริญญา เพื่อให้พ่อแม่ผม

ได้กลับมาภูมิใจไอ้ลูกชายคนนี้ีอีกครั้ง กลับมาเรียนคราวนี้ ไม่ได้เลือกวิศวะคอมแล้วนะ

ผมเลือกวิศวะ ระบบควบคุม เพราะอะไรเหรอ เพราะว่าเคยคุยกับพี่ๆหลายคน

(ครั้งนี้เก็บข้อมูลเยอะมากในการตัดสินใจเลือกภาค)

เหตุผลนึงคือ มึงอยากเก่งคอมเหรอ อ่านหนังสือเอาเองก็ได้ หนังสือเกี่ยวกับคอม ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

มีพื้นฐานแบบมึง อ่านเองก็เข้าใจ แล้วจะเรียนไปทำไม สู้มึงเก่งคอม แล้วไปเรียนอะไรที่มันมาเสริมเพิ่มเติมดีกว่า

อย่างระบบควบคุมมีหนังสือก็จริง แต่ถ้าไม่เรียน มันก็ยากที่จะทำความเข้าใจ

ดังนั้นมึงเลือกเอา จะเป็นวิศวะคอมที่เก่งคอมเหมือนคนอื่น หรือว่าเป็นวิศวะอย่างอื่นที่เก่งคอมไม่เหมือนคนอื่น

สุดท้ายตอนนี้ผมปี 3 ละ เกรดตอนนี้ก็ลุ้นเกรดนิยมได้ 555 แต่วิชาไหนที่มีเขียนโปรแกรม ผมซัด A มาทุกตัว

ด้วยความที่ตั้งใจมากกว่าเดิม และอะไรหลายอย่างๆ

ทุกวันนี้บอกได้เลยว่า เพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผม คำแนะนำดีๆ กำลังใจต่างๆ

มันทำให้ผมมีพลังในการสู้ต่อไป

และท้ายที่สุดบอกได้ว่า พ่อครับ แม่ครับ ผมรักพ่อแม่ครับ คงไม่มีพ่อแม่คนไหน ที่ให้โอกาสลูกเหี้ยๆแบบนี้ได้เท่านี้อีกแล้ว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

และจากการทำกิจกรรมอะไรหลายๆอย่าง ทำให้รู้ว่าการแนะแนวของโรงเรียนต่างๆ

ยังไม่ดีพอที่จะทำให้นักเรียนตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดได้

อาจารย์จะไม่สนอะไรมาก เอะอะอะไรก็จะให้เรียนหมอ วิศวะ

อย่างเพื่อนผมก็มีแบบว่าอยากเรียนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมมาก

แต่อาจารย์ก็ยุให้เรียนวิศวะ แต่มันก็เชื่อตัวเอง เลือกวิทยาศาสตร์

หลังจากนั้น อาจารย์คนนั้นมองเพื่อนผมแบบว่า เหยียดๆตลอด

เพื่อนผมว่า ซํกวันมันจะเอาเกียรตินิยมมาป้าหน้า สุดท้ายมันก็จบมาด้วย เกียรตินิยมอันดับ 1

จบดีกว่า ขอบคุณนะครับที่อ่านกันมา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: gaenoy เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:18 น.
โห สุดยอดเลยค่ะ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:18 น.
เฮ้ย รู้จักกันมาตั้งนานไม่รู้อะไรแบบนี้เลย :25: ++
อ่านแล้วขนลุกหลายรอบเลยเนี่ย
น่าพรินต์แจกเด็ก ม.ปลายทั่วประเทศ

(รู้แต่แม่มึงบอกตลอดเวลาที่เจอ ว่า ฝากดูไอ้บิ๊กด้วยนะ อย่าให้มันเถลไถล :30: )
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:51 น.
โอโห   เด็กๆ ฟังไว้นะครับ   อยากให้น้องสาวมาอ่านจริงๆ  ให้ตายเหอะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:56 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:18 น.
เฮ้ย รู้จักกันมาตั้งนานไม่รู้อะไรแบบนี้เลย :25: ++
อ่านแล้วขนลุกหลายรอบเลยเนี่ย
น่าพรินต์แจกเด็ก ม.ปลายทั่วประเทศ

(รู้แต่แม่มึงบอกตลอดเวลาที่เจอ ว่า ฝากดูไอ้บิ๊กด้วยนะ อย่าให้มันเถลไถล :30: )

โถ คุณแม่ฝากผิดคน  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:56 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:18 น.
เฮ้ย รู้จักกันมาตั้งนานไม่รู้อะไรแบบนี้เลย :25: ++
อ่านแล้วขนลุกหลายรอบเลยเนี่ย
น่าพรินต์แจกเด็ก ม.ปลายทั่วประเทศ

(รู้แต่แม่มึงบอกตลอดเวลาที่เจอ ว่า ฝากดูไอ้บิ๊กด้วยนะ อย่าให้มันเถลไถล :30: )

ใจเย็น กูแอบอายเหมือนกันนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:58 น.
 
print ไปให้น้องสาวอ่านได้ไหมคะ พี่บิ๊ก?  :37: + ค่ะ รู้สึกดีกับพี่อย่างบอกไม่ถูก  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 22:01 น.
ตามสบายครับ พิมพ์มาแล้วนิครับ ยินดีนะครับ ถ้ามันจะเป็นประโยชน์ให้กับหลายคน

ที่สำคัญผมว่า ผมโชคดีที่มีที่ปรึกษาที่ดี แล้วก็ค้นพบทางที่ตัวเองอยากเดิน แล้วอยากทำจริงๆครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 22:33 น.
สุดยอดเลยค่ะพี่บิ๊ก  :12: ขอบวกด้วยคน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 22:35 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 21:13 น.

อาจารย์จะไม่สนอะไรมาก เอะอะอะไรก็จะให้เรียนหมอ วิศวะ

อย่างเพื่อนผมก็มีแบบว่าอยากเรียนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมมาก

แต่อาจารย์ก็ยุให้เรียนวิศวะ แต่มันก็เชื่อตัวเอง เลือกวิทยาศาสตร์

ถูกใจมากเลยครับคำนี้ อะไรก็หมอ วิศวะ  :25:+

ตอนนี้อาจารย์แล้วก็เพื่อนๆก็ถามกันทั้งนั้น ว่าทำไมไม่เรียนวิศวะ เลือกวิทยาศาสตร์จบมาจะทำงานอะไร

ผมไม่สนครับ ผมชอบ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
มันเป็นอะไรที่ฝังใจมาแต่เด็กเลยครับ

ว่าทำไม ต้องหมอ-วิศวะ
ทำไมต้องสายสามัญ
ทำไมต้อง วิทย์-คณิต

ชอบ? ผมไม่ได้ว่าคนที่เลือกเพราะชอบจริงๆนะครับ
แต่ส่วนใหญ่จะเลือกเพราะค่านิยม หมอรวย วิศวะเท่ เลือกตามเพื่อน
คนเก่งต้อง แพทย์ มันฝังหัวคนไทยมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ?

อย่างผมเรียนสายสามัญมาเพราะผมคิดว่า ผมต่อทาง ปวช. ไม่ได้ ผมไม่มีฝีมือช่างขนาดนั้น แล้วผมก็ถนัดทฤษฎีมากกว่า

วิทย์-คณิตฯ ผมก็เรียนสายนี้ครับ และคิดว่าตัวเองก็ไม่เหมาะกับสายนี้ซักเท่าไหร่ แต่มันคงเป็นสายที่ผมถนัดที่สุดละมั้ง
เพราะผมไม่เก่งศิลป์เลยครับ วาดรูป(ให้เหมือน)ก็ไม่ดี คือมือมันไม่ไปตามที่จินตนาการน่ะครับ
ส่วน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ผมยอมรับเลยว่า ชีวะนี่ไม่ใช่แนวเลยครับ ผมไม่ชอบท่องจำ ส่วนฟิสิกส์ เคมีพอถูไถได้ ที่ทำได้จริงๆก็คือคณิต

แต่ผมเลือกสายวิทย์เพราะว่า เมืองไทยมันเน้นหนักสายวิทย์มากไปหน่อย ทุกอย่างเลยต้องเป็นวิทย์
สาขาที่ผมอยากเรียนมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับวิทย์ 3 ตัวซักเท่าไหร่นะแต่ว่า ชื่อคณะมันคือคณะวิทย์ศาสตร์ เลยต้องเรียนมา
คณะที่ผมอยากเรียนตั้งแต่แรกคือ วิทยศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ครับ

ตอนนี้ก็็กำลังจะได้เรียนแล้วล่ะครับ วิทยศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์(แตกมาจากคณิตฯนะสาขานี้)
คงต้องรอดูตอนต่อไปแหละครับ ว่าจะเป็็นยังไง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: icez เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:07 น.
หลังจากเรียนคอมมาสองปี ตอนนี้ผมได้แนวคิดมาแล้วครับ
(จริงๆ คิดได้ตั้งกะก่อนเลือกเรียนคอมแล้ว แต่ตอนเลือกคณะ สิ้นคิดไปหน่อยก็เลยหลับตากาเอา)
เหมือนพี่บิ๊กอะแหละ คนที่อยากเก่งคอม ไม่ต้องเรียนคอมก็ได้
ขอแค่มันอยู่หน้าคอมมันก็เรียนของมันได้แล้ว

เอาเข้าจริง อาจารย์แนะแนวโรงเรียนผมดีมากๆ เลยนะครับ
ไม่ได้เอะอะอะไรก็วิดวะหรือแพทย์
(เผอิญได้อาจารย์คนนี้มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย :25: )
เพื่อนๆ ผมมันเลยกระจายกันซะอลังการ
จบสายวิทย์ เกรดสูงซะด้วย ไปต่อ ถาปัตฯ :08: นิติ :08a: อะไรพวกนี้กันให้พรึบ :30:
สรุปเอ็งเรียนสายวิทย์เพื่อ?

ตอนนี้ผมก็เลยคิดว่า ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว ก็ขอพยายามดิ้นรนทำเรื่องปรับเนื้อหาวิชาเรียนในคณะ/สาขา
ให้เป็นไปตามที่เรา (และคนส่วนใหญ่) คาดหวังหน่อยละกัน
แบบว่า คณะเพิ่งเปิดใหม่น่ะครับ :08a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:12 น.
อ่านที่คุณ blackRabbit เล่าแล้ว โอ้ ดีเนอะ
(แต่พูดไม่เพราะ คุณครูขออนุญาตหักคะแนนได้ไหม  :43:)

รู้สึกว่าการค้นหาตัวเองนี่มันต้องใช้เวลาจริงๆ มองตัวเองตอนอยู่ ม.ปลายรู้สึกว่าเด็กมากๆ เป็นไปได้ยากมากที่จะรู้ว่าอยากเป็นอาชีพอะไรจริงๆ (เพราะไม่รู้ว่าหาข้อมูลอย่างไรดี ถ้าตอนนี้มีลูก จะให้ไปทำงานแหลกเลย จะได้รู้เรื่องเยอะๆ) ตอนนั้นเน้นแต่เข้าห้องครูแนะแนว เคยทำแบบทดสอบวัดแววอาชีพ จำได้ว่าคะแนนที่ออกมา คอมพ์กับศิลปะเท่ากันเป๊ะ พอดูผล เขาบอกว่าให้ไปเป็น "นายหน้าค้าโรงเรือน"

พูดไม่ออก ๕๕๕
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:22 น.
แล้วฉันเรียนเกษตรฯ
มาทำงานกราฟิคนี่ล่ะ

หรือแอนจบถาปัดไปเป็นทหาร

ไอ้รสเรียนวาริช(ประมง)
มาขายเครื่องสำอางค์

เราเรียนกันไปเพื่ออะไรเหรอ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: icez เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:28 น.
ให้รู้ว่าเราไม่ชอบอะไร เราจะได้เลี่ยงอันนั้นครับ :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:30 น.
 :05: พี่บิ๊ก
อ่านถึงตอนที่บอกพ่อแม่แล้วมัน :05:

จริงๆ ผมก็พอจะคิดได้ (บ้าง) แล้วนะเรื่องเรียนน่ะ :37:
แต่ไม่มีทางทำเกรดได้แบบนั้นชัวร์ๆ :30:

:27: บวกแรงๆ ให้เลย

ปล. จะเรียนถาปัดมันต้องเรียนสายวิทย์มาเฟ้ยไอซ์ :11:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:37 น.
ใช่เพราะถาปัดเอาคะแนนฟิสิกส์
ชั้นจำได้ คะแนนฟิสิกส์ 25
แต่ความถนัด 65  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: icez เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:59 น.
อ้าวหรอ :42: หน้าแตก ว้า แย่จัง

เอาเป็นว่าไอ้รุ่นนี้นี่ เลือกคณะกระจายเอามากๆ
สถิติที่ผ่านมาปกติแพทย์ 20 เภสัช 10 กว่า
ปีผมแพทย์เหลือไม่ถึงสิบ เภสัชอีกนิดๆ หน่อยๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: dogdoy เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 00:02 น.
อ่านประวัติของบิ๊ก(ขอเรียกชื่อเล่นเลยแล้วกันนะครับ ตีซี้.. :22:)แล้ว อึ้งครับ ชื่นชมตัวบิ๊กและครอบครัวจริงๆครับ  :45:

อ่านแล้วรู้สึกว่า ต่อให้เรื่องราวในชีวิตมันเลวร้ายซักแค่ไหน เราจะตัดสินใจทำอะไรผิดไปยังไง แต่ถ้าคนใกล้ตัวเรายังรักเราและพร้อมจะให้อภัยและเข้าใจเราเสมอๆแล้ว เรานั้นก็พร้อมที่จะกลับตัวและแก้ไขให้มันดีขึ้นเสมอ

จะว่าไปแล้ว ในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่เรียกว่า "ผิด" จริงๆหรือเปล่าอะครับ มันเหมือนกับว่าแค่ "พลาด" ไปหน่อยเท่านั้นเอง


ผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรหลายๆอย่างไปในชีวิตเหมือนกัน :05: 


นึกถึงสิ่งที่ไปอ่านเจอเมื่อวานนี้ครับ ไม่รู้จะเกี่ยวกันไหม แต่ผมว่าเกี่ยวนะ :52: เป็นบทสัมภาษณ์ Steve Jobs ครับ
http://money.cnn.com/galleries/2008/fortune/0803/gallery.jobsqna.fortune/10.html

อ้างอิง"At Pixar when we were making Toy Story, there came a time when we were forced to admit that the story wasn't great. It just wasn't great. We stopped production for five months.... We paid them all to twiddle their thumbs while the team perfected the story into what became Toy Story. And if they hadn't had the courage to stop, there would have never been a Toy Story the way it is, and there probably would have never been a Pixar.

"We called that the 'story crisis,' and we never expected to have another one. But you know what? There's been one on every film. We don't stop production for five months. We've gotten a little smarter about it. But there always seems to come a moment where it's just not working, and it's so easy to fool yourself - to convince yourself that it is when you know in your heart that it isn't.

ถ้าเรามองเห็นข้อผิดพลาดต่างๆ แล้วก็แก้ไขมัน ไม่ว่ามันจะต้องเสียเวลามากแค่ไหน แต่สุดท้าย ผลลัพท์มันน่าจะออกมาคุ้มค่านะครับ
แต่สำคัญอีตรงที่ว่า เราเข้มแข็งพอที่จะกลับไปแก้ไขมันหรือเปล่านี่สิ :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 00:17 น.
ก็น่าหรอกนะว่าพ่อแม่จะเข้าใจบิ๊ก
เพราะบิ๊กออกจะช่วยเหลือกิจการที่บ้านเป็นอย่างดี
เช่นหิ้วโทรโข่งจากบ้านที่เพชรขึ้นไปขายเพื่อนที่กทม.
:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 01:45 น.
แน่ะ ยังจำได้อีก อ๋อ ช่วยเราขนนี่หว่า 555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 02:09 น.
แล้วก็นึกย้อนไปถึงตอนมัธยม (หมายเหตุ-ตูเรียนโรงเรียนเดียวห้องเดียวกะคุณกระต่ายดำนะ)
ตอนนั้นพอบอกอาจารย์แนะแนวว่าจะเข้าถาปัด
เท่านั้นแหละ อ่านสายตาแกออกเลย
แล้วก็เลิกปรึกษาอาจารย์ท่านนี้อีกเป็นอันขาด

คือโรงงาน เอ๊ย โรงเรียนนี้เขาบัญชาให้เด็กห้องหนึ่งต้องเป็นหมอ เป็นวิศวะจริงๆ นะ
รู้สึกว่าไม่ใช่แล้วแหละ เราไม่ได้เกิดมาเป็นเครื่องมือของรัฐบาลหรือของใครที่ชี้นิ้วยังไงก็เดินไปยังงั้นแล้วแหละ
ว่าแล้วก็จบมาเป็นทหารซะเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 02:12 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 02:09 น.
แล้วก็นึกย้อนไปถึงตอนมัธยม (หมายเหตุ-ตูเรียนโรงเรียนเดียวห้องเดียวกะคุณกระต่ายดำนะ)
ตอนนั้นพอบอกอาจารย์แนะแนวว่าจะเข้าถาปัด
เท่านั้นแหละ อ่านสายตาแกออกเลย
แล้วก็เลิกปรึกษาอาจารย์ท่านนี้อีกเป็นอันขาด

คือโรงงาน เอ๊ย โรงเรียนนี้เขาบัญชาให้เด็กห้องหนึ่งต้องเป็นหมอ เป็นวิศวะจริงๆ นะ
รู้สึกว่าไม่ใช่แล้วแหละ เราไม่ได้เกิดมาเป็นเครื่องมือของรัฐบาลหรือของใครที่ชี้นิ้วยังไงก็เดินไปยังงั้นแล้วแหละ
ว่าแล้วก็จบมาเป็นทหารซะเลย


ชีวิตวัยรุ่นที่เจอแต่ขนหน้าแข้ง

:05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05:

น่าสงสารจังครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 11:21 น.
แต่ผมอยากเรียนหมอนะ แต่ดันไม่ได้อยู่สายวิทย์เลยอดเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 11:28 น.
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 09 มี.ค. 2008, 23:12 น.


รู้สึกว่าการค้นหาตัวเองนี่มันต้องใช้เวลาจริงๆ มองตัวเองตอนอยู่ ม.ปลายรู้สึกว่าเด็กมากๆ เป็นไปได้ยากมากที่จะรู้ว่าอยากเป็นอาชีพอะไรจริงๆ (เพราะไม่รู้ว่าหาข้อมูลอย่างไรดี ถ้าตอนนี้มีลูก จะให้ไปทำงานแหลกเลย จะได้รู้เรื่องเยอะๆ) ตอนนั้นเน้นแต่เข้าห้องครูแนะแนว เคยทำแบบทดสอบวัดแววอาชีพ จำได้ว่าคะแนนที่ออกมา คอมพ์กับศิลปะเท่ากันเป๊ะ พอดูผล เขาบอกว่าให้ไปเป็น "นายหน้าค้าโรงเรือน"

พูดไม่ออก ๕๕๕


คิดไม่ออกตอนนั้น ก็มีคนคิดให้เพียบเลยนะคะ
ทั้งนิติ รัฐศาสตร์ ..

นี่จบรัฐศาสตร์มาแบบ เรียนไปเกลียดไปเหมือนกัน  :23:


ถามคุณครู และน้องๆ
เด็กเดี๋ยวนี้ (ปล.ม.3 เดี๋ยวนี้ก็อายุน้อยกว่าฟ้า 10 ปีพอดี)
มีข้อมูลเยอะขึ้นไหมคะ? มีทางเลือกเยอะขึ้นไหม?
มีอะไรกระตุ้นให้เค้ารู้ว่า ชอบ/ไม่ชอบอะไรหรือยัง?
แล้วน้องๆ ม.ปลาย มีคนที่รู้เป้าหมายของตัวเองเยอะขึ้นกว่ารุ่นเราไหมคะ?


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 11:42 น.
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 11:21 น.
แต่ผมอยากเรียนหมอนะ แต่ดันไม่ได้อยู่สายวิทย์เลยอดเลย

อ้าว หมอแมวไม่ได้เรียนหมอแล้วจบมาเป็นหมอได้ไงง่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 13:15 น.
ผมก็อยากเรียนหมอนะครับ
คะแนนก็ถึง แต่หน้าไม่ให้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 13:29 น.
อ้างคำพูดจาก: seacrazy เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 11:28 น.
ถามคุณครู และน้องๆ
เด็กเดี๋ยวนี้(ปล.ม.3 เดี๋ยวนี้ก็อายุน้อยกว่าฟ้า 10 ปีพอดี)
มีข้อมูลเยอะขึ้นไหมคะ? มีทางเลือกเยอะขึ้นไหม?
มีอะไรกระตุ้นให้เค้ารู้ว่า ชอบ/ไม่ชอบอะไรหรือยัง?
แล้วน้องๆ ม.ปลาย มีคนที่รู้เป้าหมายของตัวเองเยอะขึ้นกว่ารุ่นเราไหมคะ?

ตอบในฐานะน้องๆ

นานาว่า ข้อมูล ทางเลือก สิ่งกระตุ้น ในปัจจุบันมันมีเยอะขึ้นจากเมื่อก่อนนะ

เมื่อก่อนนานาเป็นเด็กเนิร์ด
โลกในกะลาของนานามีแต่ บ้าน โรงเรียน
มีแค่นั้นจริงๆ ชอบวาดรูปแต่ไม่จริงจังอะไร
(พอดีเรื่องเีรียนเก่งมันข่มทับเอาไว้)

แล้วอยู่ดีๆ ก็มีหลายอย่างทำให้นานาเปลี่ยนไป  :30:
นานาอยากวาดรูป อยากทำหนัง อยากเขียนหนังสือ
ตอนนี้เบื่อวาดรูปนิดหน่อย (ขลุกกับหนังห้องช่วงนึง)

นานาว่าชีวิตในช่วงประมาณนี้ต้องลองทำอะไรใหม่ๆดู
เอาแต่เรียนอย่างเดียวจะรู้ได้ยังไงว่าชอบอะไร  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 13:33 น.
อ้างคำพูดจาก: สหายนานา เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 13:29 น.

ตอบในฐานะน้องๆ

นานาว่า ข้อมูล ทางเลือก สิ่งกระตุ้น ในปัจจุบันมันมีเยอะขึ้นจากเมื่อก่อนนะ

เมื่อก่อนนานาเป็นเด็กเนิร์ด
โลกในกะลาของนานามีแต่ บ้าน โรงเรียน
มีแค่นั้นจริงๆ ชอบวาดรูปแต่ไม่จริงจังอะไร
(พอดีเรื่องเีรียนเก่งมันข่มทับเอาไว้)

แล้วอยู่ดีๆ ก็มีหลายอย่างทำให้นานาเปลี่ยนไป  :30:
นานาอยากวาดรูป อยากทำหนัง อยากเขียนหนังสือ
ตอนนี้เบื่อวาดรูปนิดหน่อย (ขลุกกับหนังห้องช่วงนึง)

นานาว่าชีวิตในช่วงประมาณนี้ต้องลองทำอะไรใหม่ๆดู
เอาแต่เรียนอย่างเดียวจะรู้ได้ยังไงว่าชอบอะไร  :08:


+ ชอบประโยคสีแดงมากมาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 13:50 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 13:15 น.
ผมก็อยากเรียนหมอนะครับ
คะแนนก็ถึง แต่หน้าไม่ให้

จอยก็อยากเรียนหมอคะแต่คะแนนไม่ถึง  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 15:59 น.
อ้างคำพูดจาก: seacrazy เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 11:28 น.
ถามคุณครู และน้องๆ
เด็กเดี๋ยวนี้ (ปล.ม.3 เดี๋ยวนี้ก็อายุน้อยกว่าฟ้า 10 ปีพอดี)
มีข้อมูลเยอะขึ้นไหมคะ? มีทางเลือกเยอะขึ้นไหม?
มีอะไรกระตุ้นให้เค้ารู้ว่า ชอบ/ไม่ชอบอะไรหรือยัง?
แล้วน้องๆ ม.ปลาย มีคนที่รู้เป้าหมายของตัวเองเยอะขึ้นกว่ารุ่นเราไหมคะ?

เท่าที่เห็นก็เยอะขึ้นนะจ๊ะ ข้อมูลเยอะเกินไปด้วย T^T
ทางเลือกเยอะขึ้นไหม .. คิดว่าการส่งเสริมของครอบครัว โรงเรียน สังคม ล้วนมีส่วนค่ะ โดยเฉพาะทางบ้าน ค่อนข้างคิดว่าสำคัญ
สิ่งกระตุ้นมีเยอะ.. เกินไปหน่อย คิดว่านี่เป็นจุดที่อาจจะทำให้เกิดอาการ "ทำตาม" กัน หรืออยากเ็ป็นอาชีพคล้ายๆ กันหมด (สำหรับยุคนี้คิดว่า นอกจากอาชีพที่ได้รายได้ีดีที่นิยมกันทุกยุคแล้ว ก็มีนักร้อง ดารา นายแบบ นางแบบ งานที่เน้นความบันเทิง/ภาพ) สำหรับเด็ก ม.ปลาย ไม่ทราบเลยค่ะ -/\- แต่ถ้าเป็นเด็ก ป.๔ ที่เคยสอนก็รู้เป้าหมายบ้างไม่รู้บ้าง คือเด็กๆ ที่เคยสอน เขาบอกได้ว่าเขาอยากเป็นอะไร เท่าที่สังเกต ปัจจัยแวดล้อมมีส่วนเสริมวิธีคิดมากค่ะ แต่สำหรับนักเรียนประถมฯ ที่เห็นมา เขาจะรู้แบบไม่ลึก แต่เขาก็จะสนใจนะ ถ้าเขาชอบจริงๆ

หยกว่าถ้าพ่ิอแม่ช่วยสังเกต คอยกระตุ้น โดยมีทัศนะที่ไม่เอนเอียงตามแบบที่ตัวเองชอบ จะช่วยลูกได้มาก บางทีเด็กก็ไม่รู้่ศักยภาพตัวเองจริงๆ แต่ถ้าเอาที่เห็น เขาทำอะไรแล้วมีความสุข กระตือรือร้น มักจะเป็นในแนวอาชีพนั้นเลยค่ะ

สำหรับประถมฯ นี่รู้สึกว่ายังดูยาก เพราะบางศักยภาพยัีงไม่เบ่งบาน ^^
ตามความคิดส่วนตัว รู้สึกว่าการให้เด็กได้มี โอกาส และ ประสบการณ์ เกี่ยวกับอาชีพที่ตัวเองสนใจเป็นประจำและบ่อยๆ จะช่วยได้เยอะ ในการที่เขาจะคัดว่า เขาชอบอาชีพนี้จริงๆ หรือเปล่า ถ้าฝึกงานทำงานอะไรได้ ก็ควรจะรีบๆ ไปเลยค่ะ สนับสนุน :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 16:03 น.
 :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 16:11 น.
เล่าให้ฟังอีกหน่อย.. พอดีนึกถึงเด็กอนุบาลคนหนึ่งที่ชอบเรื่องแมลง ใบไม้ใบหญ้า (อนุบาลเชียว) บางทีผู้ใหญ่ไม่ต้องไปตีกรอบความชอบของเด็กตามอาชีพ ก็เป็นหนทางที่ดีค่ะ ให้เด็กรู้ความถนัดของตัวเอง แล้วเราก็เสริมเป็นประเด็นๆ ไปก็ได้ แบบนี้น่าจะได้แนว แล้วอาจจะเป็นผู้บุกเบิกอาชีพใหม่ๆ ด้วย

เด็กประถมต้นบางคนเขาอยากลองถ่ายภาพ (กล้อง DSLR เลยนะ -.-) คุณพ่อก็ให้เอาไปถือถ่ายเลย หยกว่าการไม่กลัวเสียของ นี่ก็ช่วยได้เหมือนกัน การเปิดโอกาสกับกระสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ เพราะถ้าให้เขา "นั่งแล้วคิด" เขาจะไปรู้ได้ไงว่าเขาเข้ากับอะไรไม่เข้ากับอะไร ต้อง "ทดลองทำ" มากๆ น้องคนเดียวกันที่เล่าว่าถือกล้องเดินไปเดินมานี้ ชอบเก็บก้อนหิน เก็บแมลงโน่นนี่เต็มไปหมด เอาไปใส่ในเล่ม อันนี้คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมมาตลอด เขาเลยทำได้อย่างสบาย

มีเด็ก ป.๔ อีก ๑ คน สามารถซ่อมโทรทัศน์ได้ และชอบเรื่องไฟฟ้ามาก อันนี้ออกเป็นลักษณะพิเศษกว่าปกติ แต่ก็น่าหนักใจ เพราะที่บ้านของพังประจำ คุณแม่ก็ต้องทำใจ เท่าที่เห็นก็ทำใจได้บ้างไม่ได้บ้าง :42:

เรื่องอาชีพนี้ บางทีเปิดกรอบออกไปกว้างๆ ก็ดีเหมือนกันเนอะ ได้เกิดนวัตกรรม เกิดอะไรใหม่ๆ ให้โลกต่อไปได้อีก
ปล. บรรทัดสุดท้่ายนี่บอกตัวเองในฐานะครู ๕๕
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 16:13 น.
หยกว่าถ้าพ่ิอแม่ช่วยสังเกต คอยกระตุ้น โดยมีทัศนะที่ไม่เอนเอียงตามแบบที่ตัวเองชอบ

ประเด็นนี้ยากที่สุด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 16:37 น.



ไม่ต้องขนาดพ่อแม่หรอกค่ะ
แค่ฐานะพี่สาว ก็อดไม่ได้จะขีดเส้นให้  :23:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 18:50 น.
ผมว่าม.ปลายเนี่ย มันยังไม่มีวิชาเลือกให้เลือกหลากหลาย เช่น ถ้าอยากรู้ว่าคณะนี้เรียนประมาณไหน ลองลงวิชานี้ดิ คณะนี้เรียนประมาณนี้ อะไรแบบนั้น

หรือว่าเดี๋ยวนี้มันมีกันแล้ว แก่แล้วไม่ได้ติดตาม หุหุ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 18:52 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 18:50 น.
ผมว่าม.ปลายเนี่ย มันยังไม่มีวิชาเลือกให้เลือกหลากหลาย เช่น ถ้าอยากรู้ว่าคณะนี้เรียนประมาณไหน ลองลงวิชานี้ดิ คณะนี้เรียนประมาณนี้ อะไรแบบนั้น

หรือว่าเดี๋ยวนี้มันมีกันแล้ว แก่แล้วไม่ได้ติดตาม หุหุ

ไม่มีค่ะ  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 19:27 น.
อ้างคำพูดจาก: เต่างิ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 11:42 น.
อ้าว หมอแมวไม่ได้เรียนหมอแล้วจบมาเป็นหมอได้ไงง่ะ

นั่นมันป๋าเลย!!  :08:


ตึ่งโป๊ะ!!


















ช่วยเต่านะ สงสารเงื้อค้างไม่มีคนเอาลง  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 19:28 น.
เด็ก(มัธยม) เดี๋ยวนี้ ตัวเลือกเยอะขึ้น ..มาก
มากจนไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องขวนขวาย
ทุกอย่างมีมารออยู่ที่ปายนิ้วอยู่แล้ว

เอฟเฟกต์ตรงความไม่ต้องขวนขายนี่ สาหัสมากนะครับ
ความชั่งใจ ความไตร่ตรอง และความมานะอุตสาหะพยายามนี่หายไปหมดเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 19:42 น.
แต่เรื่องเข้าค่ายนี่ก็ดีนะครับ อย่างน้่อยคนที่ไปค่ายก็สามารถที่จะทราบว่าคณะนั้นๆตรงกับที่เราอยากเรียนหรือเปล่า แต่มันยังไม่หลากหลาย ในที่นี้ ผมหมายถึงพวก ค่ายหมอ ค่ายวิศวะ ค่ายทันตะอะไรพวกนั้นครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 20:05 น.
แต่ค่ายพวกนี้ บางทีก็ทำให้เอนเอียงอยากเข้าไปซะทุกที่เลยน่ะสิครับ
ผมมีเพื่อนคนนึง ชื่อหยก ฉายา "หยกร้อยค่าย" มันไปมาทุกที่ทุกคณะ เมื่อวานจะเข้าวิศวะโยธา ถัดมาจะเข้าสถาปัตย์ กลับจากค่ายมา จะเข้าวณศาสตร์ สุดท้ายกลับไปเอาโยธา :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: บักอาร์มมมม เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 20:14 น.
อ้างคำพูดจาก: แทน เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 20:05 น.
แต่ค่ายพวกนี้ บางทีก็ทำให้เอนเอียงอยากเข้าไปซะทุกที่เลยน่ะสิครับ
ผมมีเพื่อนคนนึง ชื่อหยก ฉายา "หยกร้อยค่าย" มันไปมาทุกที่ทุกคณะ เมื่อวานจะเข้าวิศวะโยธา ถัดมาจะเข้าสถาปัตย์ กลับจากค่ายมา จะเข้าวณศาสตร์ สุดท้ายกลับไปเอาโยธา :08:

เหมือนเพื่อนผมเลย ตอนแรกจะเอาหมอ ซักพักวิศวะปิโต อีกซักแปปนิติ แล้วก็นิเทศ สรุปมันได้นิเทศครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 21:55 น.
อันนั้นเหมือน ไม่ได้ว่านะครับ แต่ไปแล้วไม่ได้คิดตามหรือเปล่า ไปสนุกอย่างเดียวอะไรแบบนั้นหรือเปล่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 22:16 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 19:28 น.
เด็ก(มัธยม) เดี๋ยวนี้ ตัวเลือกเยอะขึ้น ..มาก
มากจนไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องขวนขวาย
ทุกอย่างมีมารออยู่ที่ปายนิ้วอยู่แล้ว

เอฟเฟกต์ตรงความไม่ต้องขวนขายนี่ สาหัสมากนะครับ
ความชั่งใจ ความไตร่ตรอง และความมานะอุตสาหะพยายามนี่หายไปหมดเลย

ขออนุญาตนิดนึุง ครับ ผมมองว่าเด็กสมัยนี้ ลำบากขึ้นนะ อย่างสมัยผม ประถมก็ยังไม่มีเรียนพิเศษ

รร.ไม่มีเปิดภาค EP ให้พ่อแม่ขยัน แข่งกัน เอาลูกเข้า

รร.ตอ. อัตราส่วน คนสอบ ยังไม่มหาศาล ขนาดทุกวันนี้

ทุกวันนี้ ระยะห่างระหว่าง เด็กมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กที่มีโอกาศดี พ่อแม่พร้อมสนับสนุน ก็จะดีไปเลย (ไม่รวมพวก กเฬวราก นะ)

ส่วนเด็กที่ขาดโอกาศ ต้องขวนขวาย ก็จะถูกทิ้งไปเรื่อยๆ

ค่าเทอม ค่าเรียน ก็ถีบสูงเอาๆ

แต่ถ้าจะพูดถึงมุมมองของผมในประโยคของคุณแอน ผมว่า พ่อแม่ป้อนทุกอย่างให้ลูกหมด จนลูกแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

ผมเคยเจอเด็กที่ยังไม่เคยแม้ซ้อน มอไซค์ ม.1 แล้วยังข้ามถนนไม่เป็น ทุกอย่างพ่อแม่แทบประเคนใส่ในพานมาให้ ถ้าเคี้ยวข้าวแทนได้ก็คงทำไปแล้ว




ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 22:20 น.
เข้าค่ายนี่ผมชอบนะ

บางค่ายแม้จะดูสนุกไร้สาระ
แต่อย่างน้อยเราก็ได้เพื่อน
ได้รู้จักโลกกว้างขึ้น
ได้รู้จักแนวคิดใหม่ๆ

บางค่ายที่เป็นความรู้เราก็เต็มที่กับมัน
เรียนเอาอะไรๆกลับมาให้ได้มากที่สุด

บางค่ายที่เป็น โอเพ่นเฮาส์
ก็ทำให้เรารู้ว่าเราชอบอะไร
ไม่ชอบอะไร

ผมยังเสียดายเลยครับที่มีโอกาสเข้าค่าย ตอน ม.ปลายน้อยไป(ส่วนใหญ่จะเป็นค่ายความรู้อีกตะหาก)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 22:25 น.
ประมาณว่าถ้าไม่สบายไปเลยก็ต้องดิ้นรนสุดๆไปเลยรึเปล่าคะ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 22:31 น.
ผมก็ว่าเหมือนเมื่อก่อนอยู่ดีแหละครับ

เพียงแต่ จำนวนคนมันเยอะขึ้น

เราเลยเห็นคนสบายเยอะขึ้น
แล้้วก็คนลำบากเยอะขึ้น

คนไม่มีอะไรเลยสมัยนี้
กับคนที่เป็นลูกชาวบ้านยากจนสมัยก่อน

คุณหนูลูกคนรวยมีโอกาสสมัยนี้
กับลูกข้าราชการใหญ่โต คนในวัง

มันก็ไม่ต่างกันหรอกครับ

แค่โลกมันแคบลง(หมายถึงข้อมูลอะไรๆก็ถึงกันได้หมดเลยเห็นโลกได้กว้างขึ้น)
คนมันเยอะขึ้น เราเลยเห็นอะไรๆ ที่ไม่เคยเห็น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 22:42 น.
สมัยก่อนเรียน รร.ประชาบาล ยังสอบเข้า ตอ.ได้

เด็กวัดยังมีโอกาศได้เรียน ธรรมศาสตร์

ผมว่า point หลักมันอยู่ที่คนเยอะขึ้นนั่นแหละครับ

แต่จำนวนที่นั่งเรียน มันไม่ได้เยอะตาม ในสัดส่วนที่เท่ากับ จำนวนคนที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ หรือ

ฉะนั้นโอกาศในการเข้าถึง สำหรับคนทั่วไป หรือผู้ที่ด้อยโอกาศกว่า มันก็ต้องน้อยลงเป็นธรรมดา

เืทียบง่ายรุ่นผม เพื่อนผมพ่อเขาเล่นลิเก แต่ลูกเรียนเก่ง ก็สามารถสอบเข้า รร.ตท.ได้

หรือเพื่อนผมที่บ้านเป็นครูประชาบาล ก็ยังสามารถเข้า ตท.ได้

แต่ยุคหลังๆ มา ผมยังไม่เห็นเด็กคนไหนที่เป็นประเภทนี้สอบติด รร.ทหาร ซักคน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 23:44 น.
อันนั้นเพราะเด็กเยอะขึ้นแต่โรงเรียนยังรับเท่าเดิมไงครับ
ถ้ามองในมุมของการสอบเข้าที่ดังๆ อะไรงี้ก็เห็นด้วยเหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:16 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 10 มี.ค. 2008, 19:28 น.
เด็ก(มัธยม) เดี๋ยวนี้ ตัวเลือกเยอะขึ้น ..มาก
มากจนไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องขวนขวาย
ทุกอย่างมีมารออยู่ที่ปายนิ้วอยู่แล้ว

เอฟเฟกต์ตรงความไม่ต้องขวนขายนี่ สาหัสมากนะครับ
ความชั่งใจ ความไตร่ตรอง และความมานะอุตสาหะพยายามนี่หายไปหมดเลย

ตอนอ่านที่คุณแอนเขียนทีแรกนี่ นึกถึงคำว่า Generation Y ที่เคยคุยกับพี่ที่รู้จักกัน คือเป็นคนยุคที่มีความสะดวกสบายทางเทคโนโลยีมาก เรียกว่าจะเอาอะไร แป๊บเดียวก็ได้แล้ว ทั้งเรื่องการสื่อสาร การหาข้อมูล อยากรู้อะไรได้อะไร ก็อยู่แค่ปลายนิ้ว ถ้าเป็นประเด็นที่หยกก็มองว่าจริง ทำให้ขันติของคนลดลงไปมาก เพราะระบบการใช้ชีวิตที่ได้อะไรมาง่ายๆ เร็วๆ ทำให้ยากที่จะมีความอดทนในการทำงาน หรือการใช้ชีวิตที่ต้องให้เวลาและลงแรง ถ้าไม่มีการฝึกแบบควบคู่กัน เด็กจะเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อได้ง่ายเลย (หมายถึงเด็กที่ถูกเลี้ยงไปตามกระแสเทคโนโลยี)

ปล. เพิ่งรู้ตัวว่าสะกดชื่อ "แอน" ผิดมาตลอด ไปใส่ "น์" แบบชื่อพี่สาวคนหนึ่งที่รู้จักกัน ขออภัยค่ะ -/\-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:29 น.
ไปอ่านอันนี้มาค่ะ
http://www.positioningmag.com/Magazine/Details.aspx?id=60546
ได้อ่านหลายๆ แง่เกี่ยวกับ Generation Y ในมุมมองของฝรั่ง

รู้สึกว่าหลายๆ คนที่นี่ก็ยัง Y อยู่นะ (พูดสั้นไปไหมนะ ๕๕) :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:29 น.
เอาอะไรตัดสินใจดีละนี่
ใครลำบากกว่ากัน เพราะ ไอ้เด็กสมัยก่อน กับไอ้เด็กสมัยนี่
แหม สองคำข้างบนนี่แหละ อาจจะมีปัญหา
เด็กสมัยไหนก็เด็กครับ เขาเจออะไร เราเจออะไร
ต่างคนต่างเจอ ปัญหาและทางแก้ก็มีมุมมองที่แตกต่างกันไป

เด็กก็เหมือนผู้โดยสารเรือในทะเลมรสุม
ต้องประคับประคอง ให้ไปถึงฝั่ง
ทั้งประคองเรือ ทั้งประคองเด็ก

อาจจะมีมรสุมสมัยก่อนกับมรสุมสมัยนี้อีก (ฮา)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:30 น.


ยุคนี้ไม่ใช่ generation me เหรอครับ (อันนี้จริงจังนะ เพราะเหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาว่า พวกที่พึ่งจบหมาดๆ กับที่กำลังเรียนมหาลัยตอนนี้คือ y)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:36 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:30 น.

ยุคนี้ไม่ใช่ generation me เหรอครับ (อันนี้จริงจังนะ เพราะเหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาว่า พวกที่พึ่งจบหมาดๆ กับที่กำลังเรียนมหาลัยตอนนี้คือ y)

ขยายความคำว่า "ยุคนี้" ได้ไหมฮะ ๑_๑'
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:36 น.
ตอนแรก นึกกว่า Y ...  :27:
ที่แท้ ก็ Y นี่เอง  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:36 น.
ถามอีก แบ่งยุค ทำไม
ผมถามจริงจัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:41 น.
ยุคนี้ คือช่วงม ปลาย ลงไปอะครับ




มันเหมือนกับ ช่วงวัฒนธรรมที่เกิดมาอะครับ ลุงโอ๋ ไม่ได้แบ่งอะไรขนาดนั้น

เพียงแต่นักวิจัยการตลาดบลาๆ เค้าแบ่งไว้เพื่อเหตุผลทางการตลาด เพื่อวิเคราะห์ ความต้องการ รูปแบบการใช้ชีวิต

เหมือนช่วงหลังสงครามโลก ช่วงนั้น อุตสหกรรมกำลังพุ่ง คนเร่งปั๊มลูก เลยเรียกว่าเป็น ยุค baby boommer

เหมือนว่าจะเป็น สิ่งแวดล้อมที่อยู่กับเค้าในช่วงนั้นๆ อะครับ
คือเกิดมาก็มี internet ก็จะมี life style อีกแบบนึง
เกิดมาในยุคที่ยังไม่มีทีวีทำเกษตรกรรมเป็นหลักก็อีกแบบนึง อะครับ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:43 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:41 น.
ยุคนี้ คือช่วงม ปลาย ลงไปอะครับ




มันเหมือนกับ ช่วงวัฒนธรรมที่เกิดมาอะครับ ลุงโอ๋ ไม่ได้แบ่งอะไรขนาดนั้น

เพียงแต่นักวิจัยการตลาดบลาๆ เค้าแบ่งไว้เพื่อเหตุผลทางการตลาด เพื่อวิเคราะห์ ความต้องการ รูปแบบการใช้ชีวิต

เหมือนช่วงหลังสงครามโลก ช่วงนั้น อุตสหกรรมกำลังพุ่ง คนเร่งปั๊มลูก เลยเรียกว่าเป็น ยุค baby boommer

เหมือนว่าจะเป็น สิ่งแวดล้อมที่อยู่กับเค้าในช่วงนั้นๆ อะครับ
คือเกิดมาก็มี internet ก็จะมี life style อีกแบบนึง
เกิดมาในยุคที่ยังไม่มีทีวีทำเกษตรกรรมเป็นหลักก็อีกแบบนึง อะครับ



:21:
ยุคลูกผมที่กำลังโต คือ ยุคนาโนเทคฯ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:45 น.
ผมยุคนี้ มีสิ่งยั่วให้เด็กหลงทางได้เยอะกว่าแต่ก่อนนะครับ

เป็นเด็กดีในยุคนี้น่าจะลำบากกว่า

(ไม่ได้บอกว่าประสบความสำเร็จนะครับ เพราะว่าเด็กไม่ดีบางคนก็ประสบความสำเร็จได้

เหมือนผู้ใหญ่ไม่ดีบางคน)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:47 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:36 น.
ถามอีก แบ่งยุค ทำไม
ผมถามจริงจัง

อืม.. ถามแบบนี้ ให้ใครมาตอบดีนะ
หนูเดาว่าเขาอยากจะตั้งทฤษฎีให้คนอ่าน -..-

ที่ตอบนี่ล้อเล่นผสมจริงจังนะคะ ^^'
เพราะส่วนตัว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาตั้งยุคต่างๆ มาทำไม เีราเป็นผู้ดู เราก็ดู แค่นั้นเอง -.-

เรื่อง Generation Me หรืออีกหลายๆ ชื่อนี่ เท่าที่อ่านดู ก็รู้สึกว่าไม่ได้เป็นการแบ่งแยกยุคซะทีเดียว แต่เหมือนเป็นการจำกัดความคนในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งก็อาจจะคาบเกี่ยวกัน หรือมีนัยที่ไม่ได้เกี่ยวกับอายุก็ได้ เช่น Generation Me บางคนก็แปลว่า "ยุคตัวกู-ของกู"

เมื่อกี้ไปหาอ่าน เห็นมี Generation Y, Generation Z, Generation Einstein
เยอะแยะจริงๆ

อ่านแล้ว "วัยรุ่น" งงค่ะ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:50 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:45 น.
ผมยุคนี้ มีสิ่งยั่วให้เด็กหลงทางได้เยอะกว่าแต่ก่อนนะครับ

เป็นเด็กดีในยุคนี้น่าจะลำบากกว่า

(ไม่ได้บอกว่าประสบความสำเร็จนะครับ เพราะว่าเด็กไม่ดีบางคนก็ประสบความสำเร็จได้

เหมือนผู้ใหญ่ไม่ดีบางคน)

เอ๋.. เดาเอาว่า "ประสบความสำเร็จ" แบบที่บอกนี่ เขาไม่เรียก "ประสบความสำเร็จ" จริงๆ นะคะ -..-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:52 น.
ผมถามขำๆ ปนจริงจังนี่แหละ
เราตั้งยุคเพื่อเรียก ก็พอเข้าใจได้
แต่เริ่ม งง ว่า เด็กสมัยนี้ กับเด็กสมัยโน้น คนสมัยนั้น
ปูเดี๋ยวก็ เหมือน เพลงของเด็กสมัยนี้แหมมันฟังไม่ได้
อาจจะไม่มีคนเข้าใจผม เท่าไหร่เพราะอธิบายมากผมก็เริ่ม งง :22:

คือผม เชื่อ ว่าเมื่อมียุคสมัยขอบเขตการแบ่งนี่เริ่มชัดเจน
มองในมุมผู้คลุกคลีกับเด็ก แบบนี้เริ่มเข้าชิดยากแล้ว
โอกาสพัฒนาเด็กก็เริ่มยากตาม ผมใช้คำว่ายากนะครับ
ไม่ได้ใช้ว่าผิดถูก คือไม่ได้ชี้ว่าอะไรผิดอะไรถูก

ผมก็ยังคิดแบบนี้
เอามาให้อ่านอีกที

เอาอะไรตัดสินใจดีละนี่
ใครลำบากกว่ากัน เพราะ ไอ้เด็กสมัยก่อน กับไอ้เด็กสมัยนี่
แหม สองคำข้างบนนี่แหละ อาจจะมีปัญหา
เด็กสมัยไหนก็เด็กครับ เขาเจออะไร เราเจออะไร
ต่างคนต่างเจอ ปัญหาและทางแก้ก็มีมุมมองที่แตกต่างกันไป

เด็กก็เหมือนผู้โดยสารเรือในทะเลมรสุม
ต้องประคับประคอง ให้ไปถึงฝั่ง
ทั้งประคองเรือ ทั้งประคองเด็ก

อาจจะมีมรสุมสมัยก่อนกับมรสุมสมัยนี้อีก (ฮา)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:57 น.


เหมือนว่าเราเจอมรสุมคนละลูกไงครับ เลยอาจจะบอกไม่ถูก

เคยเจอมรสุมแบบนี้จำได้ว่าต้องกางใบเท่านี้ ลดใบลงเท่านี้

พอมาเด็กสมัยนี้เจอมรสุมป๊าบ พี่แกกดปุ่มดำน้ำซะงั้น

ดีไม่ดี บอกพ่อ โหไรอะพ่อ กางบงกางใบ นี่เรือดำน้ำปรมาณู  :11:


เพราะฉะนั้นพี่โอ๋ หัดขับเรือดำน้ำได้เลยครับ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 09:05 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 08:57 น.

เหมือนว่าเราเจอมรสุมคนละลูกไงครับ เลยอาจจะบอกไม่ถูก

เคยเจอมรสุมแบบนี้จำได้ว่าต้องกางใบเท่านี้ ลดใบลงเท่านี้

พอมาเด็กสมัยนี้เจอมรสุมป๊าบ พี่แกกดปุ่มดำน้ำซะงั้น

ดีไม่ดี บอกพ่อ โหไรอะพ่อ กางบงกางใบ นี่เรือดำน้ำปรมาณู  :11:


เพราะฉะนั้นพี่โอ๋ หัดขับเรือดำน้ำได้เลยครับ  :30:

ถ้าจำเป็นต้องหัดก็ต้องหัดครับ เอ

ผมถึงบอก เราเรียนกางใบเรือมา
พอเด็กกดปุ่มดำน้ำ ก็บอกเฮ้ย มึงทำนะผิด
ต้องกางใบก่อน ดิ เด็กก็งงชิปหายแล้ว
ใบอยู่ตรงไหนวะ ก็นี่มันเรือดำน้ำ  :21:

ทุกคนก็รู้ โลกมันหมุนทุกวัน ทุกอย่างก็หมุนตาม
เมื่อทุกสิ่งเปลี่ยน มันไม่มีอะไรเข้าใจไม่ได้หรอกครับ
ไอ้ยุคสมัยก็ส่วนหนึ่ง เมื่อมองผ่านก็มาตั้งยุคเรียกกัน
เพื่อเข้าใจง่าย แต่ต้องแยกดีดี เพราะถ้าไม่ดีเป็นการกั้นขังออกจากกัน

แต่ทิศทางการพัฒนานี่ครับ มันต้องเป็นไปในแนวทาง
ที่เหมาะควร มันถึงเริ่มมีทางเลือก โรงเรียนทางเลือกขึ้นมาไงครับ
เมื่อภาวะมาถึง เวลาเหมาะควร สิ่งจำเป็นก็แสดงตนออกมา

เหมือนว่า ใครทะลึ่งตั้งโรงเรียนทางเลือกเมื่อครั้ง จอมพล ป. เป็นนายก
ก็อาจจะโดนขังลืม เขาจะรวมชาติกัน มาล่งมาเลือกทำไม

หรือหลายเรื่องในปัจจุบันคนเริ่มตั้งคำถาม เช่น ยืนตรงทำไมตอน 8 โมงเช้า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 12:14 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 09:05 น.
ต้องกางใบก่อน ดิ เด็กก็งงชิปหายแล้ว
ใบอยู่ตรงไหนวะ ก็นี่มันเรือดำน้ำ  :21:

อันนี้ใช่เลยครับ เข้าใจเลย เมื่อแต่ก่อนเวลาพ่อแม่สอนเรา ก็คงมีคนเคยคิดแบบนี้เหมือนกัน

จะทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อมันไปแบบนั้นได้เลย อะไรประมาณนั้น

ถ้าเราไม่ตามเด็กให้ทัน ผมว่าจะสอนเด็กให้เข้าใจก็ยากพอสมควร
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:19 น.
ใครจะเหมือนลุงโอ๋ล่ะครับ
สอนเด็กวาดรูปโป๊
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:21 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:19 น.
ใครจะเหมือนลุงโอ๋ล่ะครับ
สอนเด็กวาดรูปโป๊

อ้าวซวย ไหมละ

แต่ติดเต็มโรงเรียนเลย  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:25 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:21 น.
แต่ติดเต็มโรงเรียนเลย  :21:

รูปโป๊เหรอครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:27 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:25 น.
รูปโป๊เหรอครับ

ปล๊าว!
อย่าไปเชื่อแอน
โรงเรียนผม ออกจะใสแจ๋ว
ว่าแล้วก็อวด

(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/149/1149/images/racapage.jpg)

(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/149/1149/images/ravepage.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:28 น.
เด็กๆน่ารักจังเลย ว่างๆไปให้สอนเด็กโข่งบ้างได้มั้ยครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เบียร์ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:29 น.
น้องๆ น่ารัก :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:34 น.
เก็บค่าโฆษณาเลยดีฝ่า :07:
(ครูหยกโชว์มั่งสิครับ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:42 น.
ถ้าเก็บก็ติดไว้ก่อน :21:

พูดถึงโรงเรียนทางเลือก
บ. ที่ผมทำงานก็มีโรงเรียนเหมือนกัน
ร่วมกับแปลน ชื่อโรงเรียน เพลินพัฒนา
แต่ ค่าเทอม อลังการงานสร้าง

ทางเลือก ตามชื่อและเป็นแบบนี้ทุกที่แหละครับ
เหยียบสามหมื่น+ ทุกโรง จริงๆ สามหมื่นไม่น่ามีแฮะ
เพราะโรงเรียนที่เป็น อีพี ปกติก็สี่ห้าหมื่นแล้ว
ผมคิดเล่นๆ คือทางเลือกสำหรับคนมีฐานะไง
เมื่อมีฐานะย่อมเลือกได้ มาถึงกรณีมีฐานะ
มันก็ลามไปว่า เราและสังคมเลือกคนดี หรือคนเก่ง

ที่ผมสอนนี่ไม่ถูกเหมือนกัน ตามภาวะปัจจัย
เลยต้องกลับไปสอนเด็กๆ ข้างบ้านด้วยเพื่อ
เสมอภาคในใจตัวเอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 15:58 น.
สูตรเดิมเลย ต้องรวยถึงจะมีทางเลือก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 16:11 น.
ก็เข้าสูตรว่าคนจน ส่วนมากเป็นคนที่ไม่ค่อยได้รับการศึกษา ไม่มีทางเลือก

(ไม่ว่า แต่เป็นความคิดจากความจริงนะครับ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 16:16 น.
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 16:11 น.
ก็เข้าสูตรว่าคนจน ส่วนมากเป็นคนที่ไม่ค่อยได้รับการศึกษา ไม่มีทางเลือก

(ไม่ว่า แต่เป็นความคิดจากความจริงนะครับ)

นี่ไงครับผม
ไม่รวยเลยเลือกไม่ได้
คนมันเลยต้องดิ้นรนรวย
พูดไปพูดมา ถกไปถกมาเข้าวกเข้าเรื่องเดิมๆ
มันคือชนชั้นผู้บริหาร

การจัดการเรียนการสอนการศึกษานี่
เป็นเรื่องอลังการงานสร้างมากครับ
เหมือนโรงเรียนขยายโอกาส ว่าไปก็เป็นโรงเรียนทางเลือก
ของคนจนๆ เลย แทนที่จะจบ 6 ก็ได้ จบ 9( ม3)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 11 มี.ค. 2008, 16:34 น.
ต่อนิดหน่อย

จะว่าไป เราทุกคนมีโอกาสเลือก
เพราะสิ่งที่ให้เลือกเปิดกว้างมากนะ
อยู่ที่เราต่างจะแข็งแกร่งพอไหม
เหมือนผม โคตรชอบเลยที่เพื่อนผม
สอนลูกแบบโฮมสคูลอยู่กับบ้าน
ถาม...ทำไมผมไม่เอาอย่างมั่ง
ผมกะเมีย มานั่งคิดสารตะแล้ว
ไม่สามารถจริงๆ ไม่แกร่งทั่วแผ่นแน่นตลอด
ก็ต้องยอมให้ลูกไปโรงเรียนในระบบ
ไปวันแรก ลูกร้องแบบโห พาแม่เหมือนจะร้องตามลูก
พอผ่านไป เจอครูตีมั่งหยิกมั่งอีก เอาไง ถ้าไม่ทน :11:
ก็ต้องรวย แล้วไปโรงเรียนแพงๆ (ก็ไอ้ทางเลือกนี่แหละ)

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 12 มี.ค. 2008, 22:02 น.
เรื่องค่าเรียนที่สูงกว่า ตามความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่าเพราะตอนนี้ทุกสิ่งอย่างโดนครอบด้วย "ทุนนิยม" การจะต้านกรอบที่ครอบนี้แบบแรงๆ ทำได้ยาก (นอกจากกรณีที่หยกเคยเล่า คือการมีส่วนร่วมของฝ่ายอื่นๆ ทำให้โรงเรียนได้รับน้ำใจ ไม่ต้องใช้เงินทุน) หยกว่า้ตามเป้่าหมายของการพัฒนาการศึกษา และตามจรรยาบรรณของครูที่แท้ คงไม่มีใครหวังให้ "โรงเรียนทางเลือกไม่มีทางเืลือก" หรือ "นักเรียนไม่มีทางเลือก" หยกคิดว่าถ้าหยกอยากจะทำงานโรงเรียนอย่างจริงจัง เรื่องค่าเล่าเรียนก็คงอยาำำกจะให้ต่ำที่สุด เพราะเป้าหมายอาชีพของเราไม่ใช่มาทำการค้า และเชื่อว่าคนที่คิดแบบนี้ก็มีื แต่พลังไม่มากพอ หรือติดข้อจำกัดบางอย่างตามประสาปุถุชน

แต่มีอยู่กรณีหนึ่ง คือโรงเรียนสัตยาไสย สัตยาไสยทำได้นะคะ หยกชื่นชม ดร.อาจอง ชุมสาย ในแง่การจัดการมากๆ เพราะเป็นโรงเรียนที่มีนโยบายให้เปล่า และมีคุณภาพในระดับที่ตอบโจทย์ได้ เท่าที่เห็นพลัง ค่อนข้างทึ่งค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 08:18 น.
ครูหยก ลองขยายความ โรงเรียน สัตยาไสย ให้ด้วยครับ
เช่น ที่ตั้ง ค่าเล่าเรียน และอะไรๆ ที่เนื่องกัน :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 11:55 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 08:18 น.
ครูหยก ลองขยายความ โรงเรียน สัตยาไสย ให้ด้วยครับ
เช่น ที่ตั้ง ค่าเล่าเรียน และอะไรๆ ที่เนื่องกัน :46:

อย่างที่หยกบอก ทางโรงเรียนใช้นโยบายให้เ้ปล่า
นักเรียนโรงเรียนสัตยาไสไม่เสียค่าเล่าเรียนค่ะ เป็นการจัดการด้วยการบริจาค โรงเรียนตั้งอยู่ที่ จ.ลพบุรี

ขออนุญาตแปะลิงค์เลยนะคะ ข้ิอมูลโรงเรียนสัตยาไสค่อนข้างเยอะมาก หยกเลือกมาสองอันแล้วกัน เพราะรู้สึกอินและใกล้เคัยงกับความรู้สึกส่วนตัวที่เคยไปดูงานมา
http://www.nationweekend.com/weekend/20050804/wei08.shtml
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=16419

เท่าที่หยกไปดูงานที่โีรงเรียน หยกว่าเวลาน้อยไปหน่อย (ไปเช้าเย็นกลับค่ะ) รู้สึกว่าโรงเรียนมีประเด็นน่าสนใจหลายอย่าง ถ้าอ่านจากในลิงค์ก็จะคล้ายๆ กับที่เห็น แต่มีจุดเดียวที่หยกยังไม่ชัดเจนนัก คือเรื่องความเชื่อ เคยศึกษาเรื่องไสบาบาแค่นิดหน่อย ยังไม่อินนัก เรื่องนี้เลยไม่ขอสรุปอะไร ยอมรับว่าไม่ค่อยคุ้นเคย แต่โดยรวมเป็นแนวคิดที่ดีเป็นประโยชน์ ทางโรงเรียนก็หลีกหนีจากเรื่องการแบ่งแยกพอสมควร ตอนที่ไปเยี่ยมชม ทางโรงเรียนจะเน้นให้เคารพทุกศาสนา ไม่ได้เน้นอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง (สังเกตจากบอร์ดที่จัดไว้มีสัญลักษณ์ของหลายศาสนาหลายลัทธิมาก) แต่สิ่งที่โรงเรียนนำมาใช้จะเป็นแนวไสบาบา เท่าที่หยกเห็นก็เช่นการไม่ทานเนื้อสัตว์ บทสวดก่อนรับประทาน เป็นต้น

ดูจากการตอบคำถามของเด็ก คิดว่าทำได้ในระดับหนึ่ง ไมถึงกับ .. โอ้โฮ (ความเห็นส่วนบุคคลนะคะ)
แต่โดยรวมหยกว่าแนวทางของโรงเรียนตอบโจทย์สังคมได้ค่อนข้่างเพียงพอค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 15:03 น.
ขอบคุณครูหยกมาก
:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 15:49 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 15:03 น.
ชอบคุณครูหยกมาก
:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 16:12 น.
รู้อะไรขึ้นเยอะเลยครับ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 21:05 น.
ด.ช.แอน ไม่ตกการอ่าน แต่ตกการเขียน :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นัฐ เมื่อ 22 พ.ค. 2008, 01:21 น.
จากการอ่านข้อความของคุณหยก แล้ว คุณหยกมีเวลาให้กับบทสรุปของโรงเรียนสัตยาไส น้อยมากๆ ถ้าคุณได้สัมผัสแล้วๆลุกคุณได้เรียนและจบออกมาและเด็กที่นี่เอ็นฯติดทุกคน ดิฉันเห็นตัวอย่างเช่นคนที่ดิฉันรู้จัก ที่มีลูกเกเรมากๆ เกือบจะน้องเอาไปไว้บ้านเมตตาแล้วเพราะควบคุมยาก
พอได้เข้าเรียนที่นี่ทางโรงเรียนค่อยๆขัดเกลา เด็กที่เกเร ก็เหมือนผ้าขาวที่เปื้อน  การที่ได้เข้าเรียนที่นี่ ดร. และครูก็ ช่วยกันซักผ้าผืนที่เปื้อนจนสะอาดหมดจด  และคุณหยกอย่ากังวลในเรื่องการนับถือศาสนาเลย เพราะทุกเช้า ดร. จะให้เด็กสวดมนต์ ในศาสนาของตน อยู่คนละโซนๆ
แนะนำแค่นี้แหละ อยู่ที่คุณจะตัดสินใจ :45: :43: :45: :43: :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 22 พ.ค. 2008, 01:24 น.
อ้างคำพูดจาก: นัฐ เมื่อ 22 พ.ค. 2008, 01:21 น.
จากการอ่านข้อความของคุณหยก แล้ว คุณหยกมีเวลาให้กับบทสรุปของโรงเรียนสัตยาไส น้อยมากๆ ถ้าคุณได้สัมผัสแล้วๆลุกคุณได้เรียนและจบออกมาและเด็กที่นี่เอ็นฯติดทุกคน ดิฉันเห็นตัวอย่างเช่นคนที่ดิฉันรู้จัก ที่มีลูกเกเรมากๆ เกือบจะน้องเอาไปไว้บ้านเมตตาแล้วเพราะควบคุมยาก
พอได้เข้าเรียนที่นี่ทางโรงเรียนค่อยๆขัดเกลา เด็กที่เกเร ก็เหมือนผ้าขาวที่เปื้อน  การที่ได้เข้าเรียนที่นี่ ดร. และครูก็ ช่วยกันซักผ้าผืนที่เปื้อนจนสะอาดหมดจด  และคุณหยกอย่ากังวลในเรื่องการนับถือศาสนาเลย เพราะทุกเช้า ดร. จะให้เด็กสวดมนต์ ในศาสนาของตน อยู่คนละโซนๆ
แนะนำแค่นี้แหละ อยู่ที่คุณจะตัดสินใจ :45: :43: :45: :43: :46:

เอ็นติดทุกคน บ่งบอก อะไรได้บ้างครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 22 พ.ค. 2008, 01:39 น.


สงสัยว่า มีความของเกี่ยวอะไรกับ สัตยา ไส บา บา รึเปล่าครับ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 22 พ.ค. 2008, 12:55 น.
สวัสดีฮะครูฮะ ครูหยก น้องวันดี
ผมรู้จักครูนะ ติดไว้ก่อน กระทู้นี้
..
โดยส่วนตัว ผมยังเชื่อในความหลากหลาย
และเชื่อในธรรมชาติของการเรียนรู้ในสังคม
ภูมิต้านทานดี พ่อแม่ดี ไม่ต้องมีฐานะมาก
จะเรียนที่ไหน แม้แต่วัดลิงขบ ก็เป็นคนดีคนเก่งได้เสมอ
ปัญหาคือการหาคนมารับผิดชอบแทนตัวเอง ซื้อหาความดีกันด้วยราคาสูงเกินเหตุ
ถ้ารวยก็ปล่อยตามรวยไม่ผิดแปลก แต่จนก็ไม่อับจนหนทาง
ถ้าผมมีลูก โรงเรียนไหนก็ได้ โรงเรียนแพงๆ ก็ไม่เกี่ยงไม่ต่อต้าน แต่ไม่ใช่ประเด็น ไม่ให้น้ำหนักมาก
ดีใจ เมื่อคนจนทำอะไรได้ดีกว่าคนรวย
ดีใจ เมื่อคนเรียนน้อยฉลาดกว่าคนเรียนสูง
การศึกษาส่วนที่อยู่นอกโรงเรียนนั้น สำคัญและมีค่ามากกว่าเสมอ
หลายคนมีแค่เกียรติบัตรใบปริญญาจากสถานศึกษา แต่ในชีวิตหยุดเรียนแค่ตรงนั้น
ถ้าไม่จ่ายค่าเทอม ถ้าไม่ได้หน่วยกิต มันเรียนกันไม่เป็นเลยหรืออย่างไร
..
คนแต่ละคน เหมาะกับสถานที่คนละแบบ
โรงเรียนที่ดี มีหลายแบบ เช่นเดียวกับความดี
สถานศึกษาทำได้แค่บางส่วน
กระจายความหวังไปให้ทั่วทั้งชีวิต
โรงเรียนไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการศึกษา
ในความดีเด่น ก็ยังคงมีความเลวซ่อนอยู่
ในความด้อย ก็ยังมีความดีงามรอฉายแวว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 03:54 น.
:12: กำนันพูดรู้เรื่องอีกแล้ว :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 08:29 น.
ครั้งแรก ที่ผมอ่านกำนันพูด รู้เรื่องและ เจ๋ง  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 11:11 น.






เปิดโลกอีกแล้วครับ :25:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: วันดี.ฮอลิเดย์ เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 20:59 น.
แวะมาอ่าน เห็นด้วยกับหลายๆ ความคิดค่ะ  :45:
ที่คุณนัฐพูดถึงในเรื่องการนับถือศาสนาในสัตยาไสย เท่าที่หยกทราบแนวทางก็ไม่เป็นกังวลเพราะไม่แบ่งแยก ทุกศาสนาอยู่ด้วยกันได้ดี หยกไม่กล้าแสดงความเห็นมาก เพราะหยกไม่คุ้นชิน และไปดูงานแค่แป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ

สวัสดีลุงแม้นด้วยค่ะ :46: หยกเห็นด้วยกับที่ลุงพูดนะคะ แต่มีจะเสิรมจิ๊ดหนึ่ง.. อันที่จริง จะว่าแก้ข่าวก็ได้ แฮ่.. หยกจะพูดถึงแค่เฉพาะโรงเรียนแนวที่หยกเคยสอนนะคะ ไม่กล้าครอบคลุมไปถึงแนวทางเลือกอื่นๆ ค่ะ .. ถ้าเป็นวิถีพุทธ เราให้เรียนจากสังคมค่ะ เอาทุกข์ในสังคมเป็นตัวตั้ง หลายคนมักเข้าใจว่าเรียนแบบนี้ จะมองไม่เห็นโลก ซึ่งไม่ใช่นะคะ ^^ ถ้าพูดเรื่องความหลากหลาย หยกเห็นว่าการเรียนในแง่พุทธ คือการเรียนให้เห็นตามจริง ไม่ได้ปิดกั้นหรือแบ่งแยก (ชื่อแนวทางเหมือนจะแบ่งนะอ้ะ - -') ถ้าพูดแบบสรุปสั้นที่สุด ก็คือ "ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือชีวิต" โรงเรียนไม่ใช่ทุึกสิ่ง เป็นแค่หน่วยที่ช่วยเสริมและชี้นำแนวทาง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกับเด็ก แต่รวมถึงครอบครัวของเด็กและครูด้วย ความงอกงามที่หยกเห็นชัดที่สุด คือที่ตัวหยกเองค่ะ และหลายๆ ครั้งก็เห็นที่พ่อแม่ของเด็กๆ

ที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้อนุมานว่าการเรียนแบบอื่นๆ ไม่ดี ไม่ประสบความสำเร็จ เหตุปัจจัยมีเยอะแยะ และการเรียนแบบใช้เงินน้อยก็ไม่ได้แปลว่าการศึกษาจะน้อยตามไปด้วย ข้อนี้หยกก็เห็นทิศทางเดียวกับลุงแม้นค่ะ

ปล. ตอบคุณ ^-FakE-^ .. เกี่ยวค่ะ ดร.อาจองนำแนวการสอนหลายอย่างมาจากท่านค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 21:17 น.
ผมก็ว่าไปเรื่อยเปื่อย
เพราะว่าที่สุดแล้ว
อุดมคติของคน ไม่เหมือนกัน
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันมากด้วย จึงเกิดทางเลือกแบบที่น้องหยกว่านั่นแหละดีแล้ว
จินตนาการเรื่องการศึกษาของผม บางทีก็ประหลาด
คือมักจะพบเจอคนที่มีการศึกษาสูง ๆ แต่ว่า
ตกอยู่ภายใต้อวิชชาล้วน ๆ
ผมเลยเทน้ำหนักไปที่
พวกที่ไร้สกุลไร้สกูล
แต่ทว่าปราดเปรื่องและเฉียบคม

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 12 พ.ย. 2008, 23:25 น.
ขุดครับ

ลองดูช่อง 9 ตอนนี้ ตาสว่าง ด่วนๆ
พาไปดูโรงเรียนของ ดร.อาจอง ชุมสาย ครับ
อยู่ที่ลพบุรี รับรุ่นละ 30 คน (จากผู้สมัครปีละ 700 ครอบครัว :55:)
คอนเซปต์คือให้เด็กเป็นเด็กดี ก่อนที่จะเป็นเด็กเก่ง???


เห็นแบบนี้แต่ก็เอนท์ติด 100% นะครับ (จบไปแล้ว 4 รุ่น)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 12 พ.ย. 2008, 23:34 น.
กำลังดูอยู่เหมือนกันเลยแอน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 12 พ.ย. 2008, 23:34 น.
อุ๊ย ใจตรงกัน :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 12 พ.ย. 2008, 23:37 น.
ดูอยู่เลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 12 พ.ย. 2008, 23:40 น.
รู้สึกว่าทั้ง 3 หน่อนี้เป็นคนมีครอบครัวแล้วทั้งสิ้น  :34:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 12 พ.ย. 2008, 23:41 น.
ตัวเองนั่นแหละมีก่อนเพื่อนเลย :11:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 12 พ.ย. 2008, 23:44 น.
ดูเสร็จแล้วต้องหาเวลาอ่านจู๋นี้ย้อนหลัง
เปิดจู๋นี้ดูหน้าสุดท้าย อ้าวเฮ้ย นี่เรื่องเดียวกับที่ออกรายการตอนนี้เลย :18:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 13 พ.ย. 2008, 00:29 น.
อ้างคำพูดจาก: เต่างิ เมื่อ 01 มี.ค. 2008, 16:06 น.
(อันนี้จริงจังนะ)

ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า โลกที่ทุกคนมีการศึกษา(ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม)
มันจะดีกว่าการไม่มีการศึกษาซะเลยมั้ย

ปัญหาหนึ่งของทุนนิยมคือเราป้อนคนได้เยอะๆ แต่มันก็ไม่ครบ
และมีคนถูกกดขี่ ชนชั้นที่ต่ำกว่าจะขึ้นมาสู่โลกของชนชั้นอันมีจะกินได้
ก็ด้วยการศึกษา (จริงมั้ยครับ) เมื่อทุกคนต้องการการศึกษา เพื่อจะได้มีกินๆ
การศึกษาก็เลยเปลี่ยนจากคุณภาพไปเป็นปริมาณเสียส่วนหนึ่ง
(เราจะเอาครูมาจากไหน?/เราจะเอาเงินจากไหนมาจ้างครู?)

สุดท้ายแล้วเราให้การศึกษากับทุกๆ คน เพื่อให้มีความรู้ เพื่อให้มีงานดีๆ เงินเยอะๆ ไม่ได้
เพราะเราละทิ้งรากของเราไปเกือบหมดแล้ว (ดูโหมโรงครับ แล้วจะสะเทือนใจ)
ในเมื่อรับทุกอย่างมาจากตะวันตก (ในสมัยพวกมันล่าอาณานิคม)
เพียงเพื่อไม่ให้เสียดินแดนไป แต่เราก็กลายเป็นอาณานิคมทางความคิดของเขาไปหมดแล้วนี่ไง
เรารับเค้ามาวางบนพื้นฐานของสังคมที่เข้ากันไม่ได้
เหมือน Antibody เลือดกรุ๊ป A จับกับ Antigen ของ B ตกตะกอน แล้วตาย

ที่ผมโพสอยู่นี่ก็ราก วิธีคิดแบบฝรั่งทั้งนั้น

ทุกคนอยากได้ อยากมี เชื่อในระบบ และการแข่งขันแบบทุนนิยม
การศึกษาก็ออกมารูปนี้แหละครับ ไ่ม่มีใครไปปฏิรูปมันได้หรอก

ผมว่าในฟอนต์ชอบมองว่าผมเป็นมากร์ซิส (สังเกตจากอวาตาร :30:)
จริงๆ แล้วผมไม่เชื่อในคอมมูนิสม์ หรือศรัทธาว่าทุนนิยมจะเลี้ยงทุกได้นะ
ถึงผมจะค่อนข้างงี่เง่า และไม่ได้ล้ำลึกขนาดไฮเด็กเกอร์ แดริดา พี่เก้อ หรือกำนันแม้น

แต่ผมเชื่อว่าแนวคิดที่มนุษย์จะอยู่กันได้โดยทุกข์น้อยที่สุด (หมายความว่าผมไม่เชื่อในยูโทเปียด้วย)
คือคิดแบบพุทธศาสนาครับ 
จริงๆ ผมน่าจะหัดอ่านพระไตรปิฎกตั้งนานแล้ว  :46:


ผมไม่น่าโพสยาวเลยให้ตายเหอะ :05:
แต่ผมรู้จักโรงเรียนแบบนี้อีกที่นึงนะ เค้ามีอะไรประมาณนี้แหละ
ให้เด็กทำอาหารเอง แล้วก็ไม่มีเครื่องแบบ อารมณ์ประมาณอันนี้เลย
เค้าเชิญพ่อไปสอนประวัติศาสตร์ให้เด็ก ม.ปลาย

ซึ่งผมว่ามันดูเป็นการศึกษาแบบที่เราฝันกันจริงๆ
แต่ก็ไม่แน่ใจครับ ว่าจบออกมาเจอโลกเฮงซวย คนเฮงซวยแล้วจะรับได้แค่ไหน

เป็นอีกคำถามนึงครับ เราควรจะให้เด็กๆ เผชิญกับความเฮงซวยตั้งแต่ตอนไหน
แรกเกิด?  อนุบาล? ประถม? มัธยม? มหาวิทยาลัย?
เจอเร็วก็ต้องมีคนดูแล ไม่งั้นก็เสียผู้เสียคน เจอช้าหน่อยก็อาจจะฆ่าตัวตาย

คิดแล้วอยากไปเปิดร้านตัดผม กรีดคอลูกค้าเล่น
แล้วเอาเนื้อไปทำพาย  :08:

เฉียบคม โดนใจ  :12:
โดยเฉพาะ 2 บรรทัดสุดท้าย น่าเอาเยี่ยงอย่างจริงๆ  :04:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 13 พ.ย. 2008, 01:01 น.
ตามความเห็นผมนะครับ  :46:

ผมชอบเรื่องแนวคิดเรื่องประสบการณ์ตรงทำให้จดจำได้ดี กว่าการมานั่งท่องจำแล้วก็ลืม

เป็นการสอนให้เข้าใจไม่ใช่จำได้

กับอีกเรื่องที่เคยสงสัยมาตั้งแต่เด็กว่า ทำไมเราต้องเรียนสิ่งที่เราไม่ได้ใช้ด้วย
สู้เราหาความถนัดแล้วมุ่งเน้นด้านนั้นไปเลย

อย่างผมเรียนด้านศิลป์ทำไมยังต้องมานั่งเรียน สูตรตรีโกณมิติ หรือ พวกฟังก์ชั่นด้วย เพราะตอนนี้จนถึงปี4แล้วก็ยังไม่ได้เอาใช้เลยซักอย่าง


ถ้าผู้ปกครองสามารถหาไ้ด้ว่าเด็กนั้นมีความถนัดด้านไหนบวกกับ
ได้ครูหรืออาจารย์ที่มีความสามารถด้านนั้นมาส่งเสริมผมว่าน่าจะดีกว่า
แล้วเสริมทักษะด้านอื่นๆเข้าไป

อย่างผมตอนเรียนม.ต้น-ม.ปลาายมานั้น แทบไม่เคยตั้งใจเรียนเลย
รู้สึกว่าอะไรๆที่เรียนช่างน่าเบื่อไปหมด

แต่พอมาเรียนมหาลัยตามคณะที่ตัวเองชอบกลับรู้สึกว่าทุกอย่างน่าตื่นเต้นไปหมด
ได้พูดคุยกับเพื่อนเหมือนๆกันโดยที่ความรู้ด้านอื่นๆมาเสริมเพิ่มเติมนิดหน่อยแลกเปลี่ยนความรู้กัน

ผมว่ามันดีกว่าการมาสอนแบบอัดทุกอย่างลงหัวแล้วไปแยกเอาเองว่าชอบอันไหน
ส่วนที่เรียนมาแล้วก็ทิ้งไม่ได้ เพราะตอนเรียนสอนจนข้าไปแล้ว

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 13 พ.ย. 2008, 01:16 น.
อ้างคำพูดจาก: Hideric เมื่อ 13 พ.ย. 2008, 01:01 น.
กับอีกเรื่องที่เคยสงสัยมาตั้งแต่เด็กว่า ทำไมเราต้องเรียนสิ่งที่เราไม่ได้ใช้ด้วย
สู้เราหาความถนัดแล้วมุ่งเน้นด้านนั้นไปเลย

แค่สี่พยางค์นี่แหละครับ
ที่เป็นเหตุผลให้เราต้องเรียนในช่วง "ทักษะ" ซะเป็นสิบๆ ปี กว่าจะได้ "มุ่ง"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 13 พ.ย. 2008, 04:56 น.
น่าสนใจลงชื่อไว้ก่อน จะได้เข้ามาอ่านวันหน้า  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 13 พ.ย. 2008, 09:34 น.
ผม สอนเด็กมาสองปี ครบถ้วนละ

เปิดโรงเรียนเอง สอนศิลปะ
แล้วก็รู้ว่้า อาชีพครู ไม่ง่าย
เป็นครูที่ดี ก็ไม่ง่าย สอนเด็กให้ดี
ก็ไม่ง่าย

แต่ ไม่ยากครับ
ถ้า เรามี จริยธรรม
และ สำนึกดี

ไม่มีรไเห็นโดนขุดขึ้นมา
ก็เอามาบอก


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 18 มี.ค. 2009, 22:02 น.
โรงเรียน ไม่ใช่ปัญหา
อุดมคติ นั่นแหละตัวปัญหาข้อแรก
อุดมคติ ไม่ใช่เรื่องจีรัง มันเปลี่ยนไปตามโลก
อุดมประหลาด บวกด้วย คติพิลึกกึกกือ
มันก็สะท้อนแพลมออกมา ตามระบบต่างๆ แบบนี้แหละ
จะเรียกว่า สร้างสรรค์ หรือ เสื่อมทราม
มันก็อยู่ที่ว่า โลกมันจะมุ่งไปทางไหน
มุ่งไปแล้ว แตกแยก ต่อยอด เอาตัวรอดได้ โลกก็ยังพออยู่
ดูยาวๆ เพราะผมเห็นว่าโรงเรียนในอุดมคติ
บางที..เหมือนเสต็มเซลล์ในหลอดแก้ว
การสำลักความสำเร็จ ในสภาวะปลอดเชื้อชั่ว
มีผลที่ต้องวิจัยกันในระยะยาวๆ
บางที ยิ่งอนามัยจัด ยิ่งอ่อนแอ
ภูมิคุ้มกันไม่บกพร่อง แต่อ่อนแอ
..
โลกเก่าสอนเรา
แล้วเราก็สอนโลกใหม่ อีกต่อหนึ่ง
โรงเรียนเป็นผลผลิตร่วมกัน ของสังคมที่หลากหลาย
แม่ปู พ่อปู ทั้งหลาย ความหยาบนั้นมีมากขึ้น ตามความเครียดในระบบ
ยากที่จะบงการให้โรงเรียนละเมียดละไมได้ ถ้าสังคมมันไม่ค่อยมีความประนีต
การศึกษาในส่วนสำคัญอยู่ที่พ่อแม่และผู้ใหญ่ อย่าโบ้ยให้สังคมเสนอ และเราแค่ซื้อหา
อุดมคติหาได้ยาก ในการค้าความรู้ คุณครูไม่ควรรับผิดเกินความเป็นจริง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 08:44 น.
คุณครู อาจจะต้องรับผิดมากกว่าจริง นิดนึงด้วย  :22:
ในฐานะ เอาเมล็ดพันธุ์ มาเพาะดูแล ก็ต้องทำให้ดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 22:33 น.
อ่านของกำนันแล้วเข้าใจว่าไม่เข้าใจว่าเข้าใจแล้วหรือยัง
แต่ผมก็รู้สึกอย่างนั้นว่าถ้าการศึกษาคือการพัฒนาคน มันก็ต้องเริ่มตั้งแต่เกิด
คือก่อนจะเข้ามาในระบบของรัฐ (ที่เวิร์คหรือไม่เวิร์คก็ตามแต่) มันต้องผ่านระบบ
ที่เป็นกลไกทางสังคมมาก่อน เช่น คติความเชื่อ ประเพณี มารยาท ซึ่งเดี๋ยวนี้มันมีปัญหาเพราะทุกคนหวังพึ่งโรงเรียนหมด



เมื่อวานนี้มีค่ายหุ่นยนต์ที่ สวทช (อุทยานวิทยาศาสตร์ใกล้บ้านผมนี่แหละ)
แฟนผมสมัครเป็นพี่เลี้ยง แต่ปรากฎว่าน้องๆ ที่มาค่ายนี่คือเด็กโครงการโอลิมปิก ที่รู้เืรื่องที่พี่ๆ จะสอนหมดแล้ว
ตามที่เค้าเล่ามา คือเด็กเก่งๆ ไอคิวเฉลี่ยซัก 140 เนี่ย ทุกคนมีปัญหาด้านอารมณ์หมดเลย
เช่นว่า พอจับคู่กันทำงาน ก็ทะเลาะกัน แย่งกันทำทันที  หรือถ้าพี่เลี้ยงติอะไรนิดหน่อยก็จะงอน ไม่กินข้าว ไม่ทำตาม ฯลฯ
ซึ่งนี่ก็ชี้ชัดว่าผู้ปกครองก็เน้นแต่พัฒนาการด้านสติปัญญาอย่างเดียว ไม่ได้เอาใจใส่เกี่ยวกับความคิด อารมณ์
ซึ่งผมรู้สึกเสียดายมาก ที่เราสูญเสียทรัพยากรของโลกไปแบบนี้ คนเก่งๆ ถ้าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก็ไม่ใช่ว่าจะต้อง EQ ต่ำไปทุกคนเนอะ


ปล. พ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังชมการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรแนะนำบุตรหลานของท่านด้วยนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 22:35 น.
คนจะดูตลกต้องแนะนำด้วยเรอะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 22:55 น.
เดี๋ยวบุตรหลายเลียนแบบเอาเป็นเยี่ยงอย่างจะเสียผู้เสียคนนะครับ  :11:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 14:08 น.
เลียนแบบได้สิ เพื่อความบันเทิง
เด็กๆ บางทีแยกแยะออกว่าอันไหนน่าเกลียด
มากกว่าผู้ใหญ่..ที่โดนครอบงำ
..
ผมเคยทำการทดลอง ปฎิกริยาเชิงชู้สาว
ดูจากผู้ชมละคอน เรื่องเดียวกัน
ผู้ใหญ่น่ะ อินไปกะเรื่องจนเสียจริต
เด็กๆ กลับสร้างภูมิได้ฉับไวกว่า
เด็กทำหน้ายี้ เวลาเห็นการผิดศีลธรรรม หรือดูผิดธรรมชาติ
ส่วนผู้ใหญ่ หน้าตามึนเมาไปกับคำ และมายานั้นๆ มากกว่า
อันนี้แค่ตัวอย่างกลุ่มเล็ก
ใช้เป็นการอ้างอิงไม่ได้ทุกเรื่อง
แต่ผมมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่า ..
เด็กเจ๋งกว่าในเรื่องการเรียนรู้และปรับตัว
และบางที รวมไปถึงการแยกแยกถูกผิด ด้วยสามัญสำนึก
ปล่อยเด็กให้ว่ายวนอย่างเสรี ในสภาวะที่มีทั้งดีชั่ว ในน้ำที่มีเมตตา ในอ่างที่สร้างขึ้นด้วยปัญญา
เอ่อ คล้ายเลี้ยงปลาหางนกยูง แฮะ นอกประเด็นอีกแล้วล่ะ ขออภัย :)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 21:23 น.
แต่ถ้่าบ่อมันไม่มีขอบ มันก็จะว่ายออกทะเลไปเลยนะครับ  :49:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 21 มี.ค. 2009, 04:41 น.
อ้างคำพูดจาก: ชายเต่า เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 21:23 น.
แต่ถ้่าบ่อมันไม่มีขอบ มันก็จะว่ายออกทะเลไปเลยนะครับ  :49:

(http://img3.f0nt.com/20/a7f4ba0ac247a64cdd17da519dd49dca.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ichico99 เมื่อ 15 พ.ค. 2009, 01:49 น.
ขอบคุณมากครับพี่ ผมกำลังถ่ายโฆษณาอยู่พอดีเลย  
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 15 พ.ค. 2009, 09:48 น.
เล่นอะไรกันเนี่ย  :48:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 28 ส.ค. 2009, 00:26 น.
ครูนอกกะลา..ผู้กล้าพับกระต่าย..ขณะที่ใคร ๆ เขาพับนกกัน (http://www.oknation.net/blog/chaiyospun/2009/08/26/entry-1)
เจ๋งดี เรียกเด็กว่าพี่ด้วย  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 28 ส.ค. 2009, 00:41 น.
อยากรวยจนมีตังสนับสนุนโรงเรียนแบบนี้ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 28 ส.ค. 2009, 11:21 น.
โรงเรียนทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้ฐานะร่ำรวยก็มีเหมือนกัน
ครูใหญ่คนนี้สุดยอด  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 28 ส.ค. 2009, 11:36 น.
อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 28 ส.ค. 2009, 11:21 น.
โรงเรียนทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้ฐานะร่ำรวยก็มีเหมือนกัน
ครูใหญ่คนนี้สุดยอด  :12:

รู้สึกอยากโพสตามนี้เป๊ะๆ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 17:07 น.
ขุด


http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2012/03/N11870558/N11870558.html (http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2012/03/N11870558/N11870558.html)
เห็นมิ้นท์ส่งลิงก์นี้ให้โบว์ในทวิตเตอร์
น่าสนใจดี เป็นมุมมองของครูจาก "โรงเรียนโลกสวย" (เขาว่ากันว่าแบบนี้)


เผลอๆ จะให้นิทานไม่ต้องเรียนมหาลัยมันละ เอาดีทางนี้เลย :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 20:41 น.
อ่านแล้วอยากตั้งโรงเรียนที่ตรงข้ามกัน

แบบตั้งหลักสูตรการเอาตัวรอดจากโลกที่โหดร้าย

สอนเสดาะกุญแจ พรางตัว ศิลปะการต่อสู้ จิตวิทยา  การอ่านท่าทางภาษากาย การหาอาหารดำรงชีพ

จบ ม.6 เอาไปทิ้งกลางทะเล  ทะเลทราย  ป่าดงดิบ
1 เดือนกับสำภาระนิดหน่อย เอาชีวิตรอดให้ได้

คัดเลือกนักเรียนที่มีผลงานดีเด่น ไปเป็นนาวิกโยธินอเมริกา หรือหน่วยงานอื่น
ใครไม่อยากไปต่างประเทศก็ เป็น ตำรวจทหาร อะไรก็ว่าไป

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 23:23 น.
โรงเรียนลูกผู้ชายไง :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 00:28 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 17:07 น.



เผลอๆ จะให้นิทานไม่ต้องเรียนมหาลัยมันละ เอาดีทางนี้เลย :30:

ถามนิทานหรือยัง ว่าน้องเขาชอบหรือเปล่า
บางทีนิทานอาจจะอยากเรียนมหาลัยก็ได้ :59:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 00:29 น.
ตั้งใจเตรียมคำตอบข้อนี้อยู่แล้วว่า เดี๋ยวไว้โตอีกหน่อยจะถามครับ
อย่างน้อยอีโรงเรียนธรรมดาๆ ที่เราเห็นๆ กันนี่ เด็กมันก็ไม่ชอบนักหรอก :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: เทอร์โบบูสเตอร์ เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 00:34 น.
นิทานอยากซ้อนมอไซต์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 00:45 น.
โตเป็นสก๊อยก็เท่นะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 01:57 น.
นิทานอยากแดนซ์บนท้ายสองแถว  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: papos เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 08:23 น.
มีลูก เลี้ยงลูก ยังไม่เหนื่อยเท่าคิดถึงอนาคตของเค้านะ  :30:


ยิ่งนานไป ยิ่งโคตรรักพ่อกะแม่มากขึ้นทุกวันที่เค้าเลี้ยงตูกะน้องๆ มาได้จนโต
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Vikz เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 08:25 น.
นิทานอยากใส่กางเกงสี ๆ ยี่ห้อ เจ. เจ.

:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 11:20 น.
อ้างคำพูดจาก: DAYLIGHT เมื่อ 23 ม.ค. 2013, 20:41 น.
อ่านแล้วอยากตั้งโรงเรียนที่ตรงข้ามกัน

แบบตั้งหลักสูตรการเอาตัวรอดจากโลกที่โหดร้าย

สอนเสดาะกุญแจ พรางตัว ศิลปะการต่อสู้ จิตวิทยา  การอ่านท่าทางภาษากาย การหาอาหารดำรงชีพ

จบ ม.6 เอาไปทิ้งกลางทะเล  ทะเลทราย  ป่าดงดิบ
1 เดือนกับสำภาระนิดหน่อย เอาชีวิตรอดให้ได้

คัดเลือกนักเรียนที่มีผลงานดีเด่น ไปเป็นนาวิกโยธินอเมริกา หรือหน่วยงานอื่น
ใครไม่อยากไปต่างประเทศก็ เป็น ตำรวจทหาร อะไรก็ว่าไป


ถ้าพี่ถลอกมา
ก็จะตอบประมาณว่า
อยากให้โรงเรียน free sex
มีวิชาการสอนนิดหน่อย พอเอาไปใช้สอบไล่ได้
มีวิชาปฏิบัติเกี่ยวกับการ treat ผู้หญิง
การเข้าสังคม สอนการวางตัว
อ้อ รู้ละ โรงเรียนสอนการเป็น host  :3005:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 22:00 น.
อ่านเรื่องโรงเรียนทางเลือกแล้วพบว่าโคตรเหมาะกะบ้านแบนและนิทานเลยอ่ะ แต่เท่าที่ดูค่าเทอมมันโหดมากอ่ะ ท่าทางไม่ไหว :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 23:44 น.
ขายเวปฟร้อนเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 23:51 น.
ถลอกต้องอ่านเรื่องนี้

โรงเรียนนี้สอนให้โจ๋เป็นโก๋พันธุ์แสบ !

ตามอุดมคติถลอกเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 ม.ค. 2013, 23:56 น.
มันเหี้ยมากเลยนะ :30: อ่านไม่จบเล่มแรก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 29 มี.ค. 2013, 19:59 น.
ญาติตูส่งไปส่งรูปไปเรียนโรงเรียนพวกนี้แหละ

ผลคือลูกอารมณ์ดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส่
แต่ความรู้ไม่มีติดตัวมาเลยนะ  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 29 มี.ค. 2013, 22:04 น.
น้องผึ้ง นางแบบร้านนลินฟ้าก็เรียนโรงเรียนรุ่งอรุณแฮะ
แถมยังเป็นรุ่นแรกด้วยนะ พ่อแม่มีวิสัยทัศน์มาก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: toeytoeytoey เมื่อ 30 มี.ค. 2013, 01:06 น.
เป็นลูกของสถาปนิกในนั้นรึเปล่า?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2013, 11:00 น.
เปล่าๆ พ่อแม่เป็นหมอ
เลยทึ่งว่าคนเป็นพ่อแม่นี่รู้ได้ไงว่าการเสี่ยงเอาชีวิตลูกไปเรียนที่นั่นจะเวิร์ก
เจ๋งจริงๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 30 มี.ค. 2013, 13:45 น.
เพราะด้านไอคิวสอนพ่อแม่เองได้ไง โหโคตรเวิร์ค
คงเตรียมส่งเรียนเมืองนอกต่อด้วยแล้วมั้ง

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: MintJi เมื่อ 31 มี.ค. 2013, 22:54 น.
เพื่อนที่จบโรงเรียนพวกนี้เล่าให้ฟังว่า
สมมติเรียนเรื่องกระดูก ครูก็จะเอากระดูกมาต้มให้ดูไข เอากระดูกวัวมาให้ดู อะไรแบบนี้
ม. 6 ต้องทำโปรเจ็คจบตามเรื่องที่สนใจ
ทีวีไม่ได้ดูถึง ม.3 เลย ชอบตรงนี้ 555

แต่เพื่อนมิ้นเรียนปัญโญทัยนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 02 เม.ย. 2013, 14:13 น.
แอบสงสัยว่าจะโดนแม่เลี้ยงมาแบบนี้ ถึงจะไม่ได้เรียนโรงเรียนแบบนี้ก็เหอะ
คือโตมาไม่ติดโทรทัศน์เลย หรือโทรทัศน์ไทยมันไม่น่าติดหว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 เม.ย. 2013, 20:55 น.
ตอนเด็ก แม่เลือกรายการให้ดู กำหนดปริมาณการดูด้วย
เป็นเด็กเนิร์ดเข้าห้องสมุด นั่งอ่านสารานุกรมด้วยล่ะ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 02 เม.ย. 2013, 21:00 น.
ตอนเด็กๆแม่ไม่ห้ามอะไรเลย เล่นเกมเล่นไป การ์ตูนอ่านไป
หนังสือไม่เคยอ่าน เรียนอะไรเรื่องของเอ็ง
แต่ให้นอนแต่สามทุ่ม

ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 02 เม.ย. 2013, 21:08 น.
แม่ไม่ห้ามอะไรเลยเหมือนกัน แต่นั่งดูด้วยตลอด
แล้วตั้งแต่เรียนมหาลัยก็ขี้เกียจไปดูโทรทัศน์ห้องกลาง
กลับบ้านทีนี่ไปไม่เป็น กดรีโมทไม่ถูกเบย :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: MintJi เมื่อ 02 เม.ย. 2013, 22:33 น.
ไม่ดูทีวีเหมือนกัน ที่บ้านเลี้ยงปล่อยมาก
แต่ติด internet นะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 04 เม.ย. 2013, 14:26 น.
ติดเน็ตเหมือนกัน

สารานุกรมนัดก็อ่านนะ แต่อ่านที่เป็นการ์ตูน
ชุดโหด มัน ฮา นี่มีเกือบครบ
แต่จำได้ว่าเคยอ่านประวัติศาสตร์ยุโรปมั้งอยากได้เก็บแต่หาซื้อไม่ได้ละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 05 เม.ย. 2013, 22:14 น.
ตอนเด็กทำอะไรที่บ้านแม่ไม่ห้ามเหมือนกัน
แม่ชอบให้นอน เคยตื่นเช้า แม่บอกตื่นมาทำไม ไปนอนไป
เลยการเป็นคนตื่นสายจนทุกวันนี้ (นี่มันดีเปล่าวะ)  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 07 เม.ย. 2013, 15:24 น.
นอนสามทุ่มเหมือนกันตอนเด็กๆ ดูละครด้วยนะเพราะยายติดละคร  :30:
ชอบหนังสือชุดโหดมันฮาเหมือนกัน  :25: อ่านวรรณกรรมเยาวชนอย่างบ้าคลั่ง
พอมีเน็ตเล่นแรคได้ ก็ติดแรค แล้วก็เปิดเซิฟเถื่อน :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 07 เม.ย. 2013, 16:43 น.
ติดแร็คเหมือนกัน เล่นเสียผู้เสียคนเลย  :30: แต่พอเก็บตังค์เลิกเลย งก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: papos เมื่อ 08 เม.ย. 2013, 10:28 น.
เมื่อก่อนดูการ์ตูนหลังข่าวเสร็จที่บ้านปิดทีวีปิดไฟนอน เลยไม่รู้จักละครหลังข่าวจน ม.ปลาย  :30:

เล่นเกมส์ไม่ห้ามนะ เครื่องอาตาริ แฟมิลี่นี่ซื้อมาให้เล่น แต่จำกัดเวลาเท่านั้นเอง บางทีแม่ก็มาเล่นด้วย ซึ่งทะเลาะกะแม่อีก แย่งกันเล่น  :30:
หนังสือนี่โดนจับหัดอ่านตั้งแต่เด็ก หนังสือการ์ตูนได้อ่านของพี่ชายที่พ่อแม่เค้าขนมาให้เพราะเต็มบ้าน
ส-อา พาไปน้ำตก ไปกางเต๊นท์นอนบ้างไรบ้าง ป.5-ป.6 โดนจับเข้าค่ายนู่นนี่
เพลงได้ฟังแต่พวกที่พ่อกะแม่เปิด ซึ่งก็หนีไม่พ้นเพลงยุค 60-70 ซึ่งเพื่อนมันไม่ฟังกัน จนเข้า ม.ต้นถึงรู้จัก อาเอส แกรมมี่  :30:

พอเลี้ยงลูกเองก็กะจะเอาแบบนี้บ้าง แต่ต้องควบคุมเรื่องการใช้ PC นี่แหละ เพราะงานเราก็อยู่กะหน้าจอตลอด

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 เม.ย. 2016, 21:44 น.
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
อีกหลายๆปี ผมจะทำโรงเรียน
วิถีศิลปะครับ น่าจะอยู่แถวๆถนน
345 ปทุมฯ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 04 เม.ย. 2016, 21:48 น.
:25: มีรายละเอียดอะไรเพิ่มไหมครับ ใกล้บ้านใหม่ผมเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 เม.ย. 2016, 21:53 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 เม.ย. 2016, 21:48 น.
:25: มีรายละเอียดอะไรเพิ่มไหมครับ ใกล้บ้านใหม่ผมเลย

ตอนนี้ยังคุยเรื่องจัดหลักสูตรเลยคนับแอน
เพิ่งได้แค่ที่จะทำ ไว้คืบหน้าจะมาเล่าเพิ่มนะครับ
แต่คงคืบช้าหน่อย เพราะทุนคงมหาศาล

เป็นงานในฝันของผมนะตรับ
เห็นเขามี วิถีพุทธ วิถีวิทย์
ถ้ามีวิถีอาร์ตบ้าง ต้องสุดยอดแน่ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 04 เม.ย. 2016, 22:00 น.
:12: รอลุ้นเลยครับ ใกล้มากๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 เม.ย. 2016, 23:11 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 เม.ย. 2016, 22:00 น.
:12: รอลุ้นเลยครับ ใกล้มากๆ

ถึงตอนนั้นคงต้องการครูสายอาร์ตเพียบแน่ๆ
แนวคิดคือกาะบวนการเรียนแทบทุกวิชาต้องมี
วิธีคิดในเชิงศิลปะไปผสม เหมือนสามารถทำรายงาน
เป็นมังงะคอมมิคได้ด้วย และต้องมีเรียนศิลปะทุกวัน
อะไรแบบนี้แหละ มีอะไรอีกเพียบ
แต่ความคิดมันฟุ้งกระจายอยู่ ต้องรวบรวม
ให้ตกผลึกก่อน  :35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 05 เม.ย. 2016, 00:53 น.
รอๆๆค่ะ ใกล้บ้านปทุมมากๆ ตื่นเต้นนนแทน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 05 เม.ย. 2016, 07:16 น.
อ้างคำพูดจาก: โบว์ เมื่อ 05 เม.ย. 2016, 00:53 น.
รอๆๆค่ะ ใกล้บ้านปทุมมากๆ ตื่นเต้นนนแทน

:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 07 เม.ย. 2016, 10:08 น.
 :12: ขอให้เป็นรูปเป็นร่างไวไวครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 07 เม.ย. 2016, 16:49 น.
หวาวววว :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 09 เม.ย. 2016, 09:33 น.
ถ้าเป็นจริงได้นะ
แหล่มแน่ๆ
:25:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 เม.ย. 2016, 10:10 น.
 :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 11 เม.ย. 2016, 17:31 น.
เปิดรับเด็กประจำด้วยนะครับ เดี๋ยวจะเอาธีมามาโยนไว้ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 11 เม.ย. 2016, 21:45 น.
โรงเรียนนะไม่ใช่เล้าไก่ชน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โรงเรียนในอุดมคติ
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 13 เม.ย. 2016, 08:44 น.
วันนี้มาอยู่ชุมพร
ยังคิดถึงว่า ติ๊กและครอบครัว
จะย้ายมาเมื่อไหร่

ชุมพรเจริญมากกว่าเดิมมากตอนนี้