ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:13 น.

ชื่อเรื่อง: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:13 น.
ตั้งขึ้นมาเฉยๆ เพื่อแสดงตรรกะของโลก
โดยยกตัวอย่างการพูดคุยระหว่างนายทองเหม็นกับพี่อูซี่   :27:

อ้างอิง
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
เคยสงสัยมั้ย
ว่าเคารพธงชาติทำไม
..Motion of Life... says:
ว่า?
ไม่เคยอะ 
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
ตื่นก็เก้าโมงกว่าแล้ว
..Motion of Life... says:
แปลกมั้ย
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
หกโมงเย็นก็ไม่ได้เคารพ
ใครบอกให้เราเคารพ
..Motion of Life... says:
แต่สงสัยว่า ทำไมต้อง 6 โง กับ แปดโมงเช้า ประมาณนั้น
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
แล้วเราเคารพทำไม
โลกเราจะดีขึ้นเหรอถ้าเราเคารพธงชาติ
gdp จะสูงขึ้นเหรอ
google ก็ไม่มีคำตอบ
นอกจากว่าเพื่อแสดงความเคารพชาติ
ชาติเป็นใคร
ชาติอื่นไม่เห็นมี
เราเคารพธงชาติเพื่อแสดงความเป็นผู้ถูกปกครอง
ในสมัยก่อน
เพราะเมื่อก่อนศัตรูเห็นตัวตนชัดเจน
ไม่เคารพธงชาติไทย
ร้องเพลงไม่ได้
คือชาติอื่น
ศัตรู!!
ในยุคที่ประเทศไม่เข็มแข็ง
..Motion of Life... says:
มันปลุกใจ
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
ตอนนี้เหมือนไม่มีอาณาเขตนั้นแล้ว
..Motion of Life... says:
จึงไม่จำเป็น
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
คุยกับคนที่อยู่ญี่ปุ่น
..Motion of Life... says:
?
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
อังกฤษ
เหมือนยืนคุยกัน
เราคือคนในโลกเดียวกัน
ประเทศไม่มีอาณาเขตที่ชัดเจนต่อไปแล้ว
ประมาณนั้น
อธิบายดูปรัชญามะ
..Motion of Life... says:
ดูพี่แอนดีนะ
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
อ่า
..Motion of Life... says:
เฮ้ย แต่เราไม่ได้คิดว่า การเคารพธงชาติรักชาติรักษาวัฒธรรมไว้ เพื่อประโยชน์อะไรมากมายนะ แค่ถ้าดำรงไว้ เหมือนกับการให้เกียรติคนโบราณ อะไรงี้ อย่างพวกวัฒนธรรม ก็เห้นว่ามันเฮ้ย ดีงามดีนะ อันที่ไม่ดีงาม ก็กรองทิ้งไปไม่ว่ากัน
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
คนโบราณเป็นใคร๊
ไม่เห็นจะมี hi5
*10
..Motion of Life... says:
นายทองเหม็นไง
เฮ้ย อันนี้พูดจริง นายทองเหม็นจริงๆนะ
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
รู้จกปะ มือถือน่ะ
..Motion of Life... says:
คิดดูซินายทองเหม็น ถ้าเป็นไปตามประวัติศาสตร์ที่เคยอ่านๆมานี่  เคยคิดมั้ยว่าเขาทำไปทำไมเพื่ออะไร เพื่อใคร แม้จะดูโง่หน่อย
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
แล้วไง๊
ก็ชั้นเกิดมาก็มีประเทศแล้ว
*10
ถึงยังไงชั้นก็เกิดมาอยู๋ดี
..Motion of Life... says:
อย่างน้อย นายทองเหม็นก็ทำเพื่อคนอื่นนะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง 
(F)      ^-FakE-^      " Rich Dad Poor Mom " says:
แม้ทองเหม็นจะไม่รักษาชาติ
ชั้นก็เกิดมาเป้นคนชาติอื่น
*10 แค่นั้นเอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:15 น.
:30: ขอบคุณแม่ไอ้เปอร์ที่ให้กำเนิดมุกนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:20 น.
 :48: ทองเหม็นมาจากไหน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:21 น.
ว้ายๆ ยังไม่ได้ดูล่ะสิ :26b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:23 น.
 :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:24 น.
ยังไม่ได้ดู หนังเรื่องไหนอีกล่ะเนี่ย

(หวังว่าคงไม่ใช่แบบผู้สร้างหลอดไฟนะ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:36 น.
ครับ อาเฉินนั่นแหละ
ใครอยากได้ให้ติดต่อที่ไอ้เอนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:39 น.


เราสิทธิเท่าเทียมกันนะครับ ขอที่พี่แอนก็ได้ พี่แกอัพเดตทุกวัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: HS-JEF เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:40 น.
 :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: icez เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:44 น.
:30:


อ่านของพี่เอยังไม่เท่าไหร่

แต่อ่านนี่
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:24 น.
ยังไม่ได้ดู หนังเรื่องไหนอีกล่ะเนี่ย

(หวังว่าคงไม่ใช่แบบผู้สร้างหลอดไฟนะ)
ขอโทษนะครับ





:30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: •หมูหมู•™ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:52 น.
ถ้าคุยกันกับผม ไอ้คนขี้สงสัยหน้าหงายตั้งแต่ (F) ที่4แล้ว  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:14 น.
งั้นเอางี้ครับ อยากรู้ว่า    คิดไงกับการเคารพธงชาติครับ   มันจำเป็นมั้ยอะสำหรับเดี๋ยวนี้  :37: 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ÐзέρŞήợẅŜ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:21 น.
ผมว่าธงชาติ เป็นสิ่งที่ควรเคารพนะครับ
แต่มันก็ไม่ได้จำเป็นเท่าใหร่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: •หมูหมู•™ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:26 น.
ธงชาติก็คือธงของชาติ ชาติคือประเทศที่เราอยู่ ก็ต้องเคารพน่ะสิ
เดี๋ยวนี้ก็จำเป็น แต่คนไม่ทำกัน ต้องให้บังคับ   :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: icez เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:27 น.
ผมกลับชอบภาพที่ พอเพลงชาติขึ้นปุ๊ป คนทุกคนก็ ยืนตรง เคารพธงชาตินะครับ
รู้สึกว่ามันน่ารักดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: HS-JEF เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:31 น.
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:27 น.
ผมกลับชอบภาพที่ พอเพลงชาติขึ้นปุ๊ป คนทุกคนก็ ยืนตรง เคารพธงชาตินะครับ
รู้สึกว่ามันน่ารักดี

รู้สึกคล้ายๆกันครับ ตอนที่อยู่ที่สถานีรถไฟ 8 โมงหรือ 6 โมงเย็น คนไทยพากันยืนตรง ส่วนชาวต่างชาติก็ตะลึงในความสามัคคี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:32 น.
ถ้าพูดถึงเรื่องเแบบนี้นะครับ  สามารถลิ้งค์ไปยัง "จำเป็นไหม ที่ต้องยืนเมื่อมีเพลงสรรเสริญในโรงหนัง"
ลิ้งค์ไปยัง "จำเป็นไหมที่ต้องยกมือไหว้ เวลาพระเดินผ่าน"
"จำเป็นไหมที่ต้องเดินก้มหลังเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จัก" และอื่นๆ

ก็จะแบ่งโลกออกเป็นสองฝ่าย

แต่...ที่นี่ฟร้อนดอทคอม อะไรก็เกิดขึ้นได้

ตอบ
จำเป็นครับ เพื่อให้แสดงถึงความรักชาติ ว่า อย่างน้อยกูก็เป็นคนไทยนะ ซึ่งมันมีไม่กี่อย่าง แทบจะหาไม่ได้เลยที่เราแสดงออกถึงความรักชาติ
(ในกระจู๋ของลุงอ๋าห์) แค่นี้คนไทยก็รักชาติน้อยอยู่แล้ว ถ้าไม่มีการยืนเคารพธงชาติ ความรักชาิติก็แทบจะหายไปเลย

เวลาไปในสถานที่หนึ่งๆ แล้วทุกคนพร้อมใจกันยืนตรงขึ้นมา แม้มันจะเป็นการกลัวการโดนมองจากสายตาจากคนรอบข้างว่าทำไมไม่ยืน
แต่มันก็ดูมีพลังยิ่งใหญ่อย่างบอกไม่ถูกนะครับ

ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละของบรรพบุรุษไทยยย

ติ่ว ติ่ว ติว ติวตะดะดิติ้วติวติวติวติวติ่ว ...  ติ๊ก ตอก ติ๊ก ตอก ...เวลาแปดนาฬิกา....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:38 น.
ผมเฉยๆนะ แต่ก็รู้สึกไปในทางบวกเมื่อเห็นการเคารพธงชาติ
อ้าว งั้นก็ไม่เฉยสิ :30:


การถกกันเรื่องการแสดงออกถึงการเคารพอะไรสักอย่าง บางครั้งนี่มันไม่เกิดประโยชน์
ยิ่งมันเกี่ยวลึกถึงวัฒนธรรม ประเพณี (อันนี้บางคนรู้เรื่องนะ แต่กลับไม่เข้าใจ ไม่รู้จะรู้ไปทำไมเหมือนกัน)
ประเทศชาติไม่ได้พัฒนาขึ้นเพราะเคารพธงชาติ หรือจะร่ำรวยเจริญขึ้นกับการเลิกเคารพธงชาติ

ยิ่งความรักใคร่ปรองดองแล้ว ยิ่งห่างไกลไปกันใหญ่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:41 น.
ผมก็รู้สึกภูมิใจนะ  ที่เห็นคนทำอะไรพร้อมกัน  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ต่อแต่นี้ไป เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 17:57 น.
แต่บางอย่างทำพร้อมกันไม่ได้นะครับ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:06 น.


เพราะรุ่นใหม่ที่ผลิตออกมาเป็นผลิตผลที่สมบูรณ์
จากความล้มเหลวของระบบรึเปล่าครับ


ชอบคำนี้ ไปจำมาจาก อ.เดฟ  (http://www.rawitat.com/)ที่พูดถึงระบบการศึกษาของไทย  :52:

จากการสังเกตแบ่งง่ายๆ เลยครับ คนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าและรุ่นก้ำกึ่งจะแบ่งช่วงอายุได้ตามแนวความรู้็สึกนึกคิด
(ในที่นี้หมายถึงโดยส่วนใหญ่นะครับ เพราะว่ามันต้องมีเด็กแนวเกิดขึ้นมาทุกรุ่นอยู่แล้ว)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:33 น.
เฉยๆ กับการเคารพธงชาติ 
ความรู้สึกไม่ต่างจากพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ประเด็นมันอยู่ตรงที่เป้าหมายของมันมากกว่า พิธีกรรมเป็นเครื่องช่วยให้บรรลุเป้าหมาย แต่อาจจะมีทางอื่นๆ ให้บรรลุเป้าหมายได้
ถ้าเรารักชาติ สำนึกถึงแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ ทำคุณประโยชน์เพื่อชาติอยู่แล้ว เปลือกตรงนั้นก็ไม่ได้สำคัญมาก
แต่การที่คนอื่นเคารพกันหมดทั้งโรงหนัง เราไม่ยืน เป็นคนละเรื่อง แบบนั้นถือว่าตั้งใจไม่ให้เกียรติ + ไม่มีมารยาท
ยังไงก็ยังรู้สึกดีที่เห็นคนเคารพธงชาติเหมือนอ๋าห์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:34 น.
ธงชาติมีไว้ให้เด็กนักเรียนมาก่อนแปดโมง ไม่งั้นจะสาย :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:42 น.
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:33 น.
เฉยๆ กับการเคารพธงชาติ 
ความรู้สึกไม่ต่างจากพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ประเด็นมันอยู่ตรงที่เป้าหมายของมันมากกว่า พิธีกรรมเป็นเครื่องช่วยให้บรรลุเป้าหมาย แต่อาจจะมีทางอื่นๆ ให้บรรลุเป้าหมายได้
ถ้าเรารักชาติ สำนึกถึงแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ ทำคุณประโยชน์เพื่อชาติอยู่แล้ว เปลือกตรงนั้นก็ไม่ได้สำคัญมาก
แต่การที่คนอื่นเคารพกันหมดทั้งโรงหนัง เราไม่ยืน เป็นคนละเรื่อง แบบนั้นถือว่าตั้งใจไม่ให้เกียรติ + ไม่มีมารยาท
ยังไงก็ยังรู้สึกดีที่เห็นคนเคารพธงชาติเหมือนอ๋าห์


ผมเห็นด้วยกับป้าพี่หน่อยนะครับตรงจุดนี้  ยิ่งถ้าเหตุผลประมาณว่า ไม่เห็นด้วยทำไมต้องยืนไม่มีเหตุผลในการยืนเคารพเลย   สู้ตะโกน ด่าพวกที่ยืน
ว่าโง่ ซะ ยังจะดูจริงใจกว่า   :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:48 น.
ปัจจุบันนี้มีคนที่สงสัยว่าประเทศให้อะไรกับเราหรือแม้กระทั่งสถาบันให้อะไรกับเราเยอะขึ้น
เท่าที่ผมมองส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่เกิดหลังยุคเข็ญที่เราต้องใช้ความสามัคคีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ของคนทั้งประเทศร่วมกันฟันฝ่า ยุคที่เราต้องการผู้มีความสามารถและตั้งตนอยู่ทศพิธราชธรรมเป็น
ผู้ชี้ทาง เพื่อนำพาผองเราให้รอดพ้นจากอันตราย  ซึ่งบุคคลที่มีความคิดเยี่ยงนี้มักจะนับถือศิลปินนักร้อง
เป็นประดุจโคตรเหง้าศักราชฝ่ายพ่อมัน ส่วนโคตรเหง้าศักราชฝ่ายแม่มันนั้นเล่าคงจะสถาปนาหนังสือดาราเดลี่
ขึ้นไว้เหนือหัวกบาล  เดี๋ยวมาเขียนต่อยังไม่จบ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:57 น.
รออ่านอยู่ครับพี่เช่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 19:04 น.


ต่อยังไม่จบ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 19:07 น.
อ้างอิง
ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละของบรรพบุรุษไทยยย


รู้สึกดีทุกครั้งนะครับที่ได้ยินเสียงนี้จากเครื่องกระจายเสียงของเทศบาล เพราะว่าเป็นเวลาตื่นนอนพอดี  :34:

เรื่องการยืนตรงเคารพธงชาติเนี่ย น่าจะจัดอยู่ในหมวดสิทธิอันพึงกระทำ  มากกว่าจะอยู่ในหมวดหน้าที่ที่ต้องกระทำ
รักชาติน่ะรักนะ ไม่ใช่ว่าไม่รักไม่เคารพ แต่บางทีจิตสำนึกมันอาจจะถามว่าทำไปเพื่ออะไร

อยู่นอกบ้านเวลาได้ยินเพลงชาติเพลงสรรเสริญฯ ใคร ๆ ที่มีจิตสำนึก ก็ต้องหยุดและยืนตรงอยู่แล้ว
แต่ถามว่า ถ้าอยู่ในบ้านตัวเองหล่ะ จำเป็นมั้ย
เวลาเปิดทีวีแล้วเพลงชาติขึ้น ... 
เรานั่งดูการ์ตูนอยู่ เราจะยืนตรงมั้ย
ยืนตรงเพื่ออะไร  ยืนหรือไม่ยืนใครจะมารู้กับเรา 
หรือถ้ายืนแล้ว พ่อแม่พี่น้องหัวเราะเยาะ เราจะมานั่งอธิบายมั้ย

บางคนที่เห็นอยู่ข้างนอก อาจจะไม่ได้ยืนตรงเพื่อเคารพธงชาติก็ได้ แต่อาจจะยืนตรงเพราะคนอื่นยืนตรง


ปล. งง   :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 19:12 น.


นี้ละครับ ที่ทำให้คนยุคนี้งงกัน

ไหนบอกให้รู้จักคิด แล้วยืนตรงทำไม
ไหนบอกให้นอกกรอบ แล้วยืนในโรงหนังทำไม

ยืนตรงเพื่อ ไม่ให้แตกแยกและแตกต่าง
ยืนไม่ตรงเพื่อเฉไฉ บ่ายเบี่ยง
ยืนทำไม ในเมื่อนั่งสบายกว่า

เอว่าน่าจะลองถามทหารดูนะครับว่า เวลาเพลงชาติขึ้นยืนตรงมั้ย แล้วรู้มั้ยว่าทำไมต้องยืนตรง  :25:
แล้วก็จะได้คำตอบแบบชาตินิยมมาเลยนะเอเดาว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 19:23 น.
ก็ทหาร ตำรวจ เค้าถูกปลูกฝังให้ยึดติดกับสัญลักษณ์มาตลอดนิครับ
ทำไมต้องดาว ทำไมต้องกระบี่
คิดว่าน่าจะเป็นการเอาวัตถุมาเป็นส่วนประกอบเพื่อยกระดับฐานะทางชนชั้นของตนเอง
ขนาดห้องน้ำ ยังมีห้องน้ำพลทหาร กับห้องน้ำนายพล นายพัน เลยครับ
อยากรู้จริงๆ ว่า ถ้าคุณนายพลคนนั้นปวดหนักมามาก ๆ
แล้วเผอิญห้องน้ำนายพลไม่ว่าง ว่างแต่ห้องน้ำพลทหารอย่างเดียว
เค้าจะยอมเสียเกียรติไปเข้าห้องน้ำพลทหารมั้ย
หรือว่าจะยอมขี้แตกใส่กางเกงเพื่อรักษาเกียรติตัวเอง

ค่ายอื่นไม่รู้จะมีแยกห้องน้ำหรือเปล่านะ แต่ มทบ.2x ติดป้ายไว้ชัดเจนเลย  :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 20:06 น.
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา  จันทร์แจ่ม เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 18:48 น.
ปัจจุบันนี้มีคนที่สงสัยว่าประเทศให้อะไรกับเราหรือแม้กระทั่งสถาบันให้อะไรกับเราเยอะขึ้น
เท่าที่ผมมองส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่เกิดหลังยุคเข็ญที่เราต้องใช้ความสามัคคีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ของคนทั้งประเทศร่วมกันฟันฝ่า ยุคที่เราต้องการผู้มีความสามารถและตั้งตนอยู่ทศพิธราชธรรมเป็น
ผู้ชี้ทาง เพื่อนำพาผองเราให้รอดพ้นจากอันตราย  ซึ่งบุคคลที่มีความคิดเยี่ยงนี้มักจะนับถือศิลปินนักร้อง
เป็นประดุจโคตรเหง้าศักราชฝ่ายพ่อมัน ส่วนโคตรเหง้าศักราชฝ่ายแม่มันนั้นเล่าคงจะสถาปนาหนังสือดาราเดลี่
ขึ้นไว้เหนือหัวกบาล  เดี๋ยวมาเขียนต่อยังไม่จบ  :37:


ส่วนอุปนิสัยของไอ้พวกเหี้ยนี่มักจะเป็นบุคคลที่เคารพในสิทธิของตนเองโดยไม่เคารพในสิทธิของผู้อื่น
ไม่เข้าใจถึงคำว่าเสียสละ ไม่รู้จักคำว่าน้ำใจ เอาแต่บอกว่ากูแว้น กูแนว กูเก่ง กูรวย  กูไม่ได้พึ่งใคร
ไม่ได้คิดซักนิดเลยว่าแผ่นดินที่มันเหยียบอยู่ใครเป็นผู้ปกปักรักษา เอาชีวิตเข้าแลกมา 

ผมมีเรื่องจะเล่าเรื่องนึงให้แก่ผู้ที่ไม่เห็นความสำคัญของการเป็นชาติไทย ความสำคัญของเพลงชาติไทยฟัง
ช่วงที่ผมขึ้นไปเชียงรายผมได้ไปเที่ยวที่ดอยหัวแม่คำซึ่งก็อยู่ลึกเข้าไปในป่าดงดอยติดชายแดนพม่า
เมื่อไปถึงเด็กๆก็วิ่งล้อมหน้าล้อมหลัง   เด็กน้อยชาวอีก้อคนหนึ่งปุจฉากับผมด้วยความไร้เดียงสาว่า
"พี่ชายมาจากข้างล่าง พี่ชายเป็นคนไทยรึเปล่า"
"เป็นสิ ถามทำไมหล่ะ เราก็เป็นคนไทยเหมือนกันเหมือนใช่เหรอ"
เด็กน้อยยิ้มดวงตาสดใสแล้วส่ายหน้า
"ผมไม่ใช่คนไทย ผมเป็นอีก้อ"
พูดจบก็ชี้นิ้วไปที่เพื่อนอีกสามสี่คน
"สองคนนั้นเป็นมูเซอ  คนนั้นเป็นว้า"
"พี่ชายเป็นคนไทยนี่ดีนะลงไปข้างล่างได้"

ผมรู้สึกเหมือนโดนเด็กน้อยตบหน้าอย่างแรง ผมยิ้มตอบ แต่ในใจผมเศร้า
คนไม่มีชาติไม่มีศักดิ์และสิทธิ์  ใครไม่อยากเป็นคนไทยไม่สำนึกในความ
เป็นชาติไทย ไม่อยากร้องเพลงชาติไทย  ไม่อยากยืนตรงทำความเคารพ
ช่วยเอามาแลกกับน้องเค้าหน่อยเถอะครับผมขอร้อง เพราะคนที่รอคอย
โอกาสที่จะได้ยืนตรงเคารพธงชาติยังมีอยู่ 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 20:23 น.
พี่เช่ครับ   สุดยอดครับ 
มันทำให้ผมนึกถึงกอลลั่มที่ผมเขียน  และที่ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์พี่คนนึง 
ว่าก่อนที่เขาจะได้สัญชาติไทยเนี่ยเขาลำบากมากมีแต่คนตามแนวชายแดนที่
อยากได้สัญชาติไทย ไม่ใช่เพราะโก้เก๋แต่ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
เพราะไทยเรามีในหลวง ครับ  เพราะอะไร คงไม่ต้องบอกเพราะเยอะเหลือเกิน

ผมเข้าใจ คนที่เกิดมาเพียบพร้อมนะครับมองเห็นจุดนี้ได้ยากมาก
แถมการศึกษาดีมีเงินใช้ไม่จำเป็นต้องมีชาติก็อยู่ได้
อ้างสิทธิอ้างความเสมอภาคเพื่อใช้เป็นเหตุผลในการแนว
และกระทำการที่คิดว่าตัวเองทำถูก

คนที่จะแสดงความเคารพต่ออะไรออกมาจากใจได้นั้น
จำเป็นจะต้องระลึกถึงคุณของสิ่งนั้นจากใจจริง
ซึ่งผมแน่ใจว่ามีหลายคนที่เล็งเห็นจุดนี้และทำมันออกมาจากใจ
รวมถึงเด็กๆและคนอื่นๆ ที่ได้รับโอกาสจากพระองค์ท่านด้วย :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 21:01 น.
แหม จู๋ดีๆ แบบนี้ ย้ายมาแตกฟองโลด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 21:02 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 16:15 น.
:30: ขอบคุณแม่ไอ้เปอร์ที่ให้กำเนิดมุกนี้

ไม่เข้าใจอันนี้ครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 21:03 น.
ก็มุกทองเหม็นมันมาจากไฟนอลสกอร์
ฉากที่ไอ้เปอร์เถียงกะแม่เรื่องโบราณ
นายทองดี นายทองเหม็น อะไรนี่ไง :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ÐзέρŞήợẅŜ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 21:40 น.
พี่เช่สุดยอดไปเลยครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 21:52 น.


ตรรกะ เรื่องต่อไปจากหนังสือเรื่อง as the future catch you ครับ

อาณาเขตของประเทศเราเหมือนไม่มีอีกแล้ว จากอินเตอร์เนต gdp ของบางประเทศน้อยกว่าบริษัทใหญ่ๆ บริษัทหนึ่งเสียอีก
คนเพียงคนเดียวหาเงินเข้าประเทศได้มากกว่าสิบประเทศรวมกันเสียอีก

ประเทศไม่มีความหมายอีกต่อไป มีแค่บริษัท และอื่นๆ อีกมากมาย

โลกเราเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 21:56 น.
อ๋อ หนังสือเล่มนี้คนมีตังค์เค้าซื้ออ่าน  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 22:04 น.
พวกที่ใช้เงินสูบฉีดโลหิตในร่างกายแทนหัวใจหน่ะเหรอแจ๊คกี้  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 22:32 น.


ตรรกะต่อไปครับ

ทรูจะปลูกฝังส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้  :25:

โดยเอาช่องดีๆ ตามเคเบิ้ลที่ให้ดูเถื่อนๆ ถูกๆ มาเป็นถูกกฎหมาย ราคาพอประมาณ  :25:

แล้วเอามาติดตั้งตามโรงเรียน เพื่อให้เด็กติด แล้วก็ไปบอกคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านให้ติดทรูวิชั่นด้วย

ดูบอลต้องติดเพิ่มด้วยนะ  :25:

เราจะกระจายความรู้ รู้ รู้  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: หลิว เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 22:41 น.
ทั้งคุณเช่ คุณจักรีครับ สุดยอดครับ แอบชื่นชมและชื่นชอบ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 22:41 น.
การเคารพธงชาติ เป็นสิทธิและหน้าที่อันมิอาจเลี่ยง ที่ติดตัวชายไทยมาแต่กำเนิดครับ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 23:10 น.
กรี๊ดกร๊าด พี่เช่ พี่จักรี สุดยอดเลยครับ ชอบมาก

// แล้วมันกลายเป็นว่า มันทำให้คนยุคนี้ แบบที่พี่เช่บอก รู้จักแต่สิทธิ ที่ควรได้ ที่ควรมี และใครจะล่วงไม่ได้เลย แต่ไม่รู้จักหน้าที่(ถึงบางอย่างมันจะไม่เชิงเป็นหน้าที่ก็เถอะ)หรือเปล่าครับ
(หรือคิดไปว่า เฮ้ยนี่มันก็ไม่ใช่หน้าที่ตูสักหน่อย)(ไม่ใช่เคารพธงชาติที่หมอแมวบอกนะครับ :27:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 23:18 น.
ในจังหวะหนึ่งของความเป็นชาติไทย
สมัยหนึ่ง เราเคยมีการแบ่งแยกสุโขทัย เชียงใหม่ อยุธยา พิษณุโลก
ครั้นต่อมามีการรบพุ่งอันเนื่องจากพม่า เราก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ .... (รวมจริงๆคงสมัยร.5)
สมัยรัชกาลที่4-5-6 ความเป็นชาตินิยม มีไว้เพื่อให้คนในชาติเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อสู้กับฝรั่งตาน้ำข้าวและตาแซฟไฟร์บลู
เมื่อมาถึงสมัยต้นรัชกาลที่9 โลกอยู่ในภาวะที่สงบขึ้นพอสมควร ชาตินิยมเริ่มจางหาย วัตถุนิยมเริ่มเข้ามา คนมองถึงปากท้องกันเด่นชัดขึ้น ช่องว่างทางสังคมที่เหลื่อมล้ำกันแพร่ขยายเข้าไปในชนบทมากขึ้น ... ความต้องการอยู่ดีกินดีมีมากขึ้นโดยที่ระบบราชการไม่สามารถอำนวยได้ทัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการในพระราชดำริหลายโครงการได้มีส่วนช่วยพัฒนาสถานที่ต่างๆ และทำให้คนมีอยู่มีกินเพิ่มมากขึ้น ความ"รัก"ในพระเจ้าอยู่หัวของชาวไทยจึงออกมาในรูปปัจจุบันซึ่งแสดงออกในคนที่มีอายุมากกว่ารุ่นหลังๆ
สมัยแรกๆ เชื่อว่าไม่มีอย่างนี้ ดูอย่างครั้งหนึ่งที่พระองค์ท่านพูดถึงโครงการเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาครั้งแรก(น่าจะเป็นโครงการแรกสุดของทุกโครงการ)ของท่านที่ไปสร้างบึงไว้ ... สร้างเสร็จเจอชาวบ้านในพื้นที่ด่า!
แต่หลังจากนั้นเมื่อมีโครงการหลากหลายออกมา สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความพัฒนา และหลายๆสิ่งเป็นรูปธรรมเข้าไปเชื่อมโยงความพัฒนาที่เกิดขึ้นกับการมาของพระองค์ท่าน
ดังนั้นความรักสถาบันกษัตริย์ จึงไปพร้อมๆกับรักพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี

หลังยุค6ตุลา ผมว่าเมืองไทยหมดสมัยความคิดชาตินิยมไปเรียบร้อยแล้ว แต่เรามีสถาบันนิยมเกิดขึ้นมา
และเมื่อถึงปัจจุบันงานหลายอย่างที่ท่านสร้างไว้ได้ออกดอกผลเต็มที่ จนคนรุ่นหลังๆไม่เห็นภาพของความลำบากในสมัยก่อน ก็เลยเกิดลักษณะแบบปัจุบันเพิ่มขึ้นคือความรู้สึกเทิดทูนท่านที่ลดถอยลง ... ก็เพราะว่าเราเกิดมาก็สบายกันแล้ว

ยกตัวอย่างตามความรู้สึกผมนะ
อย่างฝนหลวง แต่ก่อนมันคือ Miracle มันคือสิ่งอัศจรรย์ที่มีเพียงที่เดียวในโลกจริงๆ
สมัยก่อนแห้งแล้งกันดาร มีฝนหลวงไปนี่นับว่าเป็นบุญครั้งนึงในชีวิต
ปัจจุบันดูคล้ายๆกับเป็นงานประจำที่จะต้องทำของหน่วยงาน 'เฮ้ย ต้องทำให้ตกแถวนี้นา ไม่งั้นข้าวโพดแห้งตายขาดทุน' .... อะไรประมาณนั้น

หรือพระราชพิธีแรกนาขวัญ ในหนังสือเรียนมานีมานะ เห็นได้ชัดว่าการเก็บข้าว ดูเป็นเรื่องของสิริมงคลในชีวิต
ปัจจุบัน เก็บแล้วเอาเมล็ดมาขาย

ใกล้ตัวที่สุด เรื่องการถ่ายรูป
ถ้าไปรับเสด็จพระองค์ท่าน ... ผมไม่กล้าถ่ายรูปท่าน ... คล้ายๆในครอบครัวจะถือ ... ร้านกรอบรูปแต่ก่อนอย่างมากก็กล้าเอารูปนายกไปติดกรอบโชว์หน้าร้านกัน ... แต่ไม่มีร้านไหนกล้าเอารูปพระมหากษัตริย์ไปติดหน้าร้าน
ปัจจุบัน  :08: ขายที่ท่าพระจันทร์/วังหลัง ตรึม ... ส่วนร้านกรอบรูปก็ติดรูปพระเจ้าอยู่หัวขายกันเป็นธรรมดา

เห็นว่ายุคนี้คือยุคทุนนิยมเรียบร้อยแล้วครับ :45:
ดังนั้นคนที่เห็นว่าไม่เคารพธงชาติก็ได้ ก็คงเป็นธรรมดาของสังคมเราแล้ว
แต่เอาเป็นว่าผมยืนตรงเคารพธงชาติบ้าง อาจจะไม่ทุกครั้ง(ดูสถานการณ์)
ถ้าครึ้มๆ ก็ยืนตรงในห้องคนเดียวเหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 23:22 น.
เป็นเหมือนกันครับหมอแมว เปิดทีวีดูอยู่ในห้องพอเพลงชาติขึ้นก็ลุกขึ้นยืน
แต่ตอนนี้ผมชักกลัวว่าผมจะร้องเพลงชาติไม่ถูก สงสัยต้องหัดร้องประกอบ
ด้วยซักหน่อย   :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ... เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 23:41 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 22:41 น.
การเคารพธงชาติ เป็นสิทธิและหน้าที่อันมิอาจเลี่ยง ที่ติดตัวชายไทยมาแต่กำเนิดครับ  :37:

มุกนี้ฮาครับหมอแมว

:30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ross เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 23:50 น.
ทำไมเลี่ยงไม่ได้ล่ะ :09:


อ๋อ :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 00:12 น.
555 ไม่เฉพาะชายไทยหรอกมั้งครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 00:40 น.
ขอบคุณหมอแมวครับ :46:+
อ่านแล้วได้ดีแฟรกสมองดีชะมัดเลย
เผื่อใครถามทีนี้จะได้ตอบได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 01:42 น.


เอคิดแบบนี้ละแต่อธิบายไม่ได้ มันเป็นเรื่องลี้ลับ  :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 01:59 น.
ก็มันยากตรงเรียบเรียงออกมาเป็นฉากๆ นี่แหละ :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ahahohew เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 12:26 น.
อ่านดูแล้วเห็นด้วยมากๆ กับหลายๆ คนที่มาตอบครับ
แต่
ผมว่าการคิดแตกต่างมันไม่ผิด
แต่
คุณ เรา ผม เธอ ฉัน และคนอื่นๆ
ได้อะไรจากการคิดแตกต่างบ้าง
ความสุขส่วนตัว ความสุขส่วนรวม โทษ ประโยชน์ และอื่นๆ อีกมากมาย
ถ้าคิดต่างแล้วไม่เิกิดอะไรเลยแม้แต่กับตัวเอง
ถ้าเพียงแค่กรูเท่ห์ หรือ แหล่ม หรืออะไรก็ตาม(ตามภาษาวัยรุ่นสมัยนี้)
ก็เลิกคิดแล้วเปลี่ยนความคิดดูใหม่ดีกว่าไหม หรือมองในมุมมองอื่นดู
หยั่งกับที่มีคนตอบมาก่อนๆ นี้ว่า ชาวว้า ชาวดอย ที่ไม่มีสัญชาติเค้ายังอยากเป็นคนไทยเลย
คุณไม่อยากเป็นคนไทยหรือครับ
ไปลาออกที่อำเภอน่าจะได้มั้งครับ


ปล. (จะย่อมาจากอะไรหรือแปลว่าอะไรก็ช่าง ผมเห็นและใช้มาแต่เด็กแล้ว รู้แต่ว่ามันใช้ในความหมายนี้แหละ)
ของหยั่งงี้มันเป็นสิทธิส่วนตัวก็จริง
แต่
มันอยู่ที่สามัญสำนึกครับ

ขอบคุณครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 12:42 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 23:18 น.
ในจังหวะหนึ่งของความเป็นชาติไทย
สมัยหนึ่ง เราเคยมีการแบ่งแยกสุโขทัย เชียงใหม่ อยุธยา พิษณุโลก
ครั้นต่อมามีการรบพุ่งอันเนื่องจากพม่า เราก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ .... (รวมจริงๆคงสมัยร.5)
สมัยรัชกาลที่4-5-6 ความเป็นชาตินิยม มีไว้เพื่อให้คนในชาติเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อสู้กับฝรั่งตาน้ำข้าวและตาแซฟไฟร์บลู
เมื่อมาถึงสมัยต้นรัชกาลที่9 โลกอยู่ในภาวะที่สงบขึ้นพอสมควร ชาตินิยมเริ่มจางหาย วัตถุนิยมเริ่มเข้ามา คนมองถึงปากท้องกันเด่นชัดขึ้น ช่องว่างทางสังคมที่เหลื่อมล้ำกันแพร่ขยายเข้าไปในชนบทมากขึ้น ... ความต้องการอยู่ดีกินดีมีมากขึ้นโดยที่ระบบราชการไม่สามารถอำนวยได้ทัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการในพระราชดำริหลายโครงการได้มีส่วนช่วยพัฒนาสถานที่ต่างๆ และทำให้คนมีอยู่มีกินเพิ่มมากขึ้น ความ"รัก"ในพระเจ้าอยู่หัวของชาวไทยจึงออกมาในรูปปัจจุบันซึ่งแสดงออกในคนที่มีอายุมากกว่ารุ่นหลังๆ
สมัยแรกๆ เชื่อว่าไม่มีอย่างนี้ ดูอย่างครั้งหนึ่งที่พระองค์ท่านพูดถึงโครงการเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาครั้งแรก(น่าจะเป็นโครงการแรกสุดของทุกโครงการ)ของท่านที่ไปสร้างบึงไว้ ... สร้างเสร็จเจอชาวบ้านในพื้นที่ด่า!
แต่หลังจากนั้นเมื่อมีโครงการหลากหลายออกมา สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความพัฒนา และหลายๆสิ่งเป็นรูปธรรมเข้าไปเชื่อมโยงความพัฒนาที่เกิดขึ้นกับการมาของพระองค์ท่าน
ดังนั้นความรักสถาบันกษัตริย์ จึงไปพร้อมๆกับรักพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี

หลังยุค6ตุลา ผมว่าเมืองไทยหมดสมัยความคิดชาตินิยมไปเรียบร้อยแล้ว แต่เรามีสถาบันนิยมเกิดขึ้นมา
และเมื่อถึงปัจจุบันงานหลายอย่างที่ท่านสร้างไว้ได้ออกดอกผลเต็มที่ จนคนรุ่นหลังๆไม่เห็นภาพของความลำบากในสมัยก่อน ก็เลยเกิดลักษณะแบบปัจุบันเพิ่มขึ้นคือความรู้สึกเทิดทูนท่านที่ลดถอยลง ... ก็เพราะว่าเราเกิดมาก็สบายกันแล้ว

ยกตัวอย่างตามความรู้สึกผมนะ
อย่างฝนหลวง แต่ก่อนมันคือ Miracle มันคือสิ่งอัศจรรย์ที่มีเพียงที่เดียวในโลกจริงๆ
สมัยก่อนแห้งแล้งกันดาร มีฝนหลวงไปนี่นับว่าเป็นบุญครั้งนึงในชีวิต
ปัจจุบันดูคล้ายๆกับเป็นงานประจำที่จะต้องทำของหน่วยงาน 'เฮ้ย ต้องทำให้ตกแถวนี้นา ไม่งั้นข้าวโพดแห้งตายขาดทุน' .... อะไรประมาณนั้น

หรือพระราชพิธีแรกนาขวัญ ในหนังสือเรียนมานีมานะ เห็นได้ชัดว่าการเก็บข้าว ดูเป็นเรื่องของสิริมงคลในชีวิต
ปัจจุบัน เก็บแล้วเอาเมล็ดมาขาย

ใกล้ตัวที่สุด เรื่องการถ่ายรูป
ถ้าไปรับเสด็จพระองค์ท่าน ... ผมไม่กล้าถ่ายรูปท่าน ... คล้ายๆในครอบครัวจะถือ ... ร้านกรอบรูปแต่ก่อนอย่างมากก็กล้าเอารูปนายกไปติดกรอบโชว์หน้าร้านกัน ... แต่ไม่มีร้านไหนกล้าเอารูปพระมหากษัตริย์ไปติดหน้าร้าน
ปัจจุบัน  :08: ขายที่ท่าพระจันทร์/วังหลัง ตรึม ... ส่วนร้านกรอบรูปก็ติดรูปพระเจ้าอยู่หัวขายกันเป็นธรรมดา

เห็นว่ายุคนี้คือยุคทุนนิยมเรียบร้อยแล้วครับ :45:
ดังนั้นคนที่เห็นว่าไม่เคารพธงชาติก็ได้ ก็คงเป็นธรรมดาของสังคมเราแล้ว
แต่เอาเป็นว่าผมยืนตรงเคารพธงชาติบ้าง อาจจะไม่ทุกครั้ง(ดูสถานการณ์)
ถ้าครึ้มๆ ก็ยืนตรงในห้องคนเดียวเหมือนกัน

ไม่รู้สิ ผมอยากให้ได้อ่านความคิดเห็นของหมอแมว ซ้ำไปซ้ำมาซ้ำไปซ้ำมาซ้ำไปซ้ำมาซ้ำไปซ้ำมาซ้ำไปซ้ำมา โดยเฉพาะบางท่านซ้ำไปซ้ำมาซ้ำไปซ้ำมาซ้ำไปซ้ำมา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 12:47 น.
ตูเคารพนะ ได้ยินเพลงชาติที่ไหนตูนิ่งที่นั่น
ก็ไม่ถึงขนาดยืนตรงเป๊ะ แบบตอนฝึกทหาร
แต่ ยืนนิ่ง ประมาณสงบนิ่ง

วันก่อนไปกินข้าวที่ แบลคแคนยอน สาขาโลตัส หาดใหญ่
ไปช่วง 6 โมงพอดี นั่งรออาหารอยู่เพลงชาติขึ้น
จอยกับเพื่อนชื่อนิว ลุกขึ้นยืนตรงเคารพธงชาติกลางร้านเลย
คนทั้งร้านมองด้วยสายตาประมาณว่าไอ้ 2 คนนี่มันทำอะไรวะ
แต่ มองมาเจอตาตูมองกลับ ก็หลบไปก้มหน้าก้มตากินข้าวกันเป็นแถว
ไม่ได้จะกัดสักหน่อย  :39:
มีป้าอยู่ 1 คนแกคงรู้สึกขัดแย้งในตัวเองอยากยืนก็อยาก แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครยืน
แกเลยละล้าละลังอยู่ครึ่งเพลง
เพื่อนอีก 2 คน (ชื่อนุชกะปุ๋ม) พลอยยืนไปด้วยความตกกระไดพลอยโจน
ปุ๋มไม่เท่าไหร่ แต่นุชเป็นมนุษย์ที่ไม่ชอบการแปลกแยกกับสังคมมันเลยประหม่ามาก
เพลงจบ ตูกับนิวเดินไปเข้าห้องน้ำทิ้งนุชกับปุ๋มไว้เผชิญกับสายตาึคนในร้านต่อไป

คือ เดี๋ยวนี้การเคารพธงชาติมันกลายไปเป็นของแปลกไปแล้วเหรอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 12:47 น.
ความ"รู้"บางทีมันก็ไม่ได้ทำให้"เข้าใจ"นะ

รู้เยอะ แต่เข้าใจน้อย
ชาวบ้านตาสีตาสาไม่รู้อะไรเลย แต่เข้าใจ

อันนี้อธิบายไม่ได้
ลองไปอ่านที่พี่กำนันแม้นเขียนสิ ไม่รู้เรื่อง แต่เข้าใจได้
:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 12:56 น.
เหมือนการยกมือไหว้สวัสดีอะครับ  ตอนนี้เหลือแต่การสวัสดีสำหรับผู้ที่มี
อาวุโสเยอะกว่าเท่านั้น ทั้งที่เมื่อก่อน การยกมือไหว้สวัสดีคือการทักทายกันที่รวมไปถึงเพื่อนฝูงกันด้วยนะ   
รู้สึกมั้ยว่าเดี๋ยวนี้จะไม่เห็นวัฒนธรรมการยกมือไหว้สวัสดีเพื่อนฝูงแล้ว ถึงมีก็กลายเป็นเรื่องที่แปลกไปแล้ว
เหลือแต่การใช้พูดเอาเท่านั้น(เอาวะก็ยังดี) หัวนิ้วโป้งอยู่ระหว่างอกอ่ะ ก้มหัวนิดหน่อย
ผมว่ารู้สึกดีจังๆ เมื่อก่อนทำประจำเดี๋ยวนี้เริ่มอายๆแล้วเพราะไม่มีใครทำกัน ผมออนไหว และอายด้วย ฮ่าๆๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 13:03 น.
เปลี่ยนมาเป็นใช้ตูดชนกันแทนสิ น่ารักดี  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 13:04 น.
มีความรู้แต่ไม่เข้าใจ วิเคราะห์คิดเองไม่ได้ ก็ไม่ต่างจากรู้แบบนกแก้วนกขุนทอง อ่ะนะ
เป็นชาวบ้านที่รู้ไม่เยอะ แต่เข้าใจ ทำได้ คิดเองได้ ซะยังจะดีกว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 13:16 น.
สำหรับผม การยืนตรงเคารพเพลงชาติ ธงชาติ เป็นวินัยทหาร ที่ดัดแปลงมาใช้กับพลเรือน
เพื่อผลประโยชน์ในการรวมใจ สามัคคี
ไม่รู้ว่า คนในแผ่นดินไทยมีกี่เชื้อชาติ กี่เผ่ากอ แต่ถ้าสามัญสำนึกเป็นคนในชาติ ต้องเคารพธงชาติ

จากวินัยทหาร สู่ มารยาททางสังคม

อ่อนลงมาเยอะแล้วนะครับ เพราะ มารยาททางสังคม เปลี่ยนแปลงเร็วกว่า วินัยทหาร
ดูแนวโน้มว่า อนาคต การทำความเคารพเพลงชาติ จะค่อยๆลดความสำคัญลง
เพราะมันเป็นมารยาทสังคม ซึ่งเปลี่ยนตามยุคสมัยได้

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า จะมีมารยาท จะภูมิใจ ในความเป็นชาติ มากแค่ไหน ไม่สำคัญว่าเราทำอะไรเพื่อสังคม
ยืนตรงเคารพเพลงชาติ บ่งบอกว่าเราใช้ทหารปกครองมานาน ถึงมีวันนี้ ที่เรากล้าที่จะเป็นประชาธิปไตย
....ถึงกล้าที่จะขัดแย้ง เพราะเราเป็นประชาธิปไตย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 13:40 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 14 ก.พ. 2008, 23:18 น.
ในจังหวะหนึ่งของความเป็นชาติไทย
สมัยหนึ่ง เราเคยมีการแบ่งแยกสุโขทัย เชียงใหม่ อยุธยา พิษณุโลก
ครั้นต่อมามีการรบพุ่งอันเนื่องจากพม่า เราก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ .... (รวมจริงๆคงสมัยร.5)
สมัยรัชกาลที่4-5-6 ความเป็นชาตินิยม มีไว้เพื่อให้คนในชาติเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อสู้กับฝรั่งตาน้ำข้าวและตาแซฟไฟร์บลู
เมื่อมาถึงสมัยต้นรัชกาลที่9 โลกอยู่ในภาวะที่สงบขึ้นพอสมควร ชาตินิยมเริ่มจางหาย วัตถุนิยมเริ่มเข้ามา คนมองถึงปากท้องกันเด่นชัดขึ้น ช่องว่างทางสังคมที่เหลื่อมล้ำกันแพร่ขยายเข้าไปในชนบทมากขึ้น ... ความต้องการอยู่ดีกินดีมีมากขึ้นโดยที่ระบบราชการไม่สามารถอำนวยได้ทัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการในพระราชดำริหลายโครงการได้มีส่วนช่วยพัฒนาสถานที่ต่างๆ และทำให้คนมีอยู่มีกินเพิ่มมากขึ้น ความ"รัก"ในพระเจ้าอยู่หัวของชาวไทยจึงออกมาในรูปปัจจุบันซึ่งแสดงออกในคนที่มีอายุมากกว่ารุ่นหลังๆ
สมัยแรกๆ เชื่อว่าไม่มีอย่างนี้ ดูอย่างครั้งหนึ่งที่พระองค์ท่านพูดถึงโครงการเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาครั้งแรก(น่าจะเป็นโครงการแรกสุดของทุกโครงการ)ของท่านที่ไปสร้างบึงไว้ ... สร้างเสร็จเจอชาวบ้านในพื้นที่ด่า!
แต่หลังจากนั้นเมื่อมีโครงการหลากหลายออกมา สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความพัฒนา และหลายๆสิ่งเป็นรูปธรรมเข้าไปเชื่อมโยงความพัฒนาที่เกิดขึ้นกับการมาของพระองค์ท่าน
ดังนั้นความรักสถาบันกษัตริย์ จึงไปพร้อมๆกับรักพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี

หลังยุค6ตุลา ผมว่าเมืองไทยหมดสมัยความคิดชาตินิยมไปเรียบร้อยแล้ว แต่เรามีสถาบันนิยมเกิดขึ้นมา
และเมื่อถึงปัจจุบันงานหลายอย่างที่ท่านสร้างไว้ได้ออกดอกผลเต็มที่ จนคนรุ่นหลังๆไม่เห็นภาพของความลำบากในสมัยก่อน ก็เลยเกิดลักษณะแบบปัจุบันเพิ่มขึ้นคือความรู้สึกเทิดทูนท่านที่ลดถอยลง ... ก็เพราะว่าเราเกิดมาก็สบายกันแล้ว

ยกตัวอย่างตามความรู้สึกผมนะ
อย่างฝนหลวง แต่ก่อนมันคือ Miracle มันคือสิ่งอัศจรรย์ที่มีเพียงที่เดียวในโลกจริงๆ
สมัยก่อนแห้งแล้งกันดาร มีฝนหลวงไปนี่นับว่าเป็นบุญครั้งนึงในชีวิต
ปัจจุบันดูคล้ายๆกับเป็นงานประจำที่จะต้องทำของหน่วยงาน 'เฮ้ย ต้องทำให้ตกแถวนี้นา ไม่งั้นข้าวโพดแห้งตายขาดทุน' .... อะไรประมาณนั้น

หรือพระราชพิธีแรกนาขวัญ ในหนังสือเรียนมานีมานะ เห็นได้ชัดว่าการเก็บข้าว ดูเป็นเรื่องของสิริมงคลในชีวิต
ปัจจุบัน เก็บแล้วเอาเมล็ดมาขาย

ใกล้ตัวที่สุด เรื่องการถ่ายรูป
ถ้าไปรับเสด็จพระองค์ท่าน ... ผมไม่กล้าถ่ายรูปท่าน ... คล้ายๆในครอบครัวจะถือ ... ร้านกรอบรูปแต่ก่อนอย่างมากก็กล้าเอารูปนายกไปติดกรอบโชว์หน้าร้านกัน ... แต่ไม่มีร้านไหนกล้าเอารูปพระมหากษัตริย์ไปติดหน้าร้าน
ปัจจุบัน  :08: ขายที่ท่าพระจันทร์/วังหลัง ตรึม ... ส่วนร้านกรอบรูปก็ติดรูปพระเจ้าอยู่หัวขายกันเป็นธรรมดา

เห็นว่ายุคนี้คือยุคทุนนิยมเรียบร้อยแล้วครับ :45:
ดังนั้นคนที่เห็นว่าไม่เคารพธงชาติก็ได้ ก็คงเป็นธรรมดาของสังคมเราแล้ว
แต่เอาเป็นว่าผมยืนตรงเคารพธงชาติบ้าง อาจจะไม่ทุกครั้ง(ดูสถานการณ์)
ถ้าครึ้มๆ ก็ยืนตรงในห้องคนเดียวเหมือนกัน

เรื่องของเรื่องคือ

ปัจจุบัน มันมีคนหลายคน
ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อไงครับ
ได้รับข้อมูลมาเพียงบางส่วน
ที่กลุ่มคนบางคนจงใจให้เห็นแค่นั้น

ก็ทำให้เกิด อคติ จนกระทั่งไปถึงความเกลียดชัง
(ทั้งหมดนี่ มันเป็นกระบวนการน่ะครับ
ถ้าเคยได้ศึกษาลัทธิเหมามา ก็จะรู้ได้
ยิ่งเฉพาะวัยรุ่น ขาดประสบการณ์
จะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายมาก)

ผมพูดแบบนี้ ก็จะมีกลุ่มคนส่วนหนึ่งบอกว่า
เราก็ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อเหมือนกัน

โชคยังดีครับ ที่ชีวิตผม ไม่ได้มีอยู่แค่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กูเกิ้ลเสิร์ช
หรือ ฟอร์เวิร์ดเมล์ แต่ผมยังมีโอกาสได้เดินทางเยอะ
ได้สัมผัสกับชีวิตของคนจริงๆ ซึ่งถ้าไม่มีโครงการหลวงต่างๆ
ชีวิตพวกเขา จะแย่กว่านี้เยอะ
(หวังรอให้ระบอบการเมืองช่วยเหรอครับ
ถ้าไม่มีผลประโยชน์ ก็ฝันไปเถอะ)

ผมยอมรับครับ ว่าโครงการหลวงไม่ใช่จะประสบความสำเร็จ
ทุกโครงการ แต่ที่แน่ๆ เจตนาของทุกโครงการคือ

แก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยตรง

ป.ล. คุณจิรนันท์ พิตรปรีชา
เคยบอกไว้ว่า พอมาถึงปัจจุบัน
มองย้อนกลับไป ก็มานึกว่า
ทำไมต้องเป็นซ้าย หรือ ขวาตอนนั้น
ทั้งๆ ที่เราก็เลือกทางสายกลางได้  :42:

เรื่องความเป็นชาตินิยมนี่
ผมบอกตามตรงเลยว่า สำคัญ
ชาติมหาอำนาจทั้งหลาย
มีการปลูกฝังเรื่องชาตินิยมอย่างเต็มที่

ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน
มีทั้งนั้นครับ แต่ละประเทศจะมีสัญลักษณ์
ที่อุปโลกขึ้นมา เพื่อให้เป็นจุดศูนย์รวมของประเทศทั้งนั้น

ชาติใด รากหยั่งตื้น ก็ตกเป็นเหยื่อ
ของศาสนาทุนได้ง่ายๆ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 13:59 น.
เข้าใจว่ามันเป็นกระบวนการ เพราะเห็นเยอะมาก หลายๆ อันมากับตรรกะที่หาสาระไม่ได้  :39:

ปัญหาคือ ถ้าคนเรารู้จักอ่าน และใช้สมองกรองสื่อเหล่านั้น มีเหตุผลซักหน่อย จะไม่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการเหล่านั้นหรือไม่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 14:08 น.




พวกกระบวนการ โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ขอตัวอย่างหน่อยได้มั้ยครับ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 14:37 น.
อีเต่ามาตอบเร้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ross เมื่อ 15 ก.พ. 2008, 23:34 น.
ก็เริ่มที่ตัวเราก่อน บ้านเราก่อน เพราะไงยุคนี้การทำแบบนี้มันเป็นค่านิยมไปแล้ว


สิ่งเหล่านี้มันบอกไม่ได้หรอกว่าทำแบบนี้ผิด แบบนี้ถูก คุณเห็นว่าผิด แต่บางคนเห็นว่าถูกก็ได้


ความถูกต้องมันวัดกันตรงไหน ตรงความเห็นส่วนใหญ่ใช่หรือไม่


:44:ตรงประเด็นเปล่าอ่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 00:05 น.


โลกกูตรรกะครับ ตามใจชอบเลยครับ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ross เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 00:08 น.
เหรอๆ งั้นใส่เลยนะ ความคิดไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเค้า ประมาณอยู่ในกระดองแต่เจือกอวดเก่ง :25:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 00:46 น.


รออ่านด้วยใจจดๆ จ้องๆ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 00:51 น.
รออ่านอยู่เหมือนกันครับ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 02:41 น.
อ่านชื่อจู๋ตอนแรกนึกว่าโลกุตตระ (มันเขียนยังไงนะ :08:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 03:03 น.


:26:  โลกุตระ ครับ

จริงๆ ตั้งใจให้มันอ่านแล้วคล้ายๆ นั่นแหละครับ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ross เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 21:52 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 00:46 น.

รออ่านด้วยใจจดๆ จ้องๆ  :25:




รออะไรกัน รอด้วยคน :27:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 21:54 น.


:07: รอป้านั่นแหละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: บักอาร์มมมม เมื่อ 16 ก.พ. 2008, 22:19 น.
ขอบคุณครับที่เอาอะไรดีๆมาให้อ่าน :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 ธ.ค. 2008, 19:30 น.


ขุดเล่นๆ  :37:

รอเจ๊รสมาตอบอยู่นะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 24 ธ.ค. 2008, 00:57 น.
ได้ทั้งนั้น เอาหัวเดินต่างเท้าก็ได้
ถ้ามันจำเป็น และมีปัจจัยที่ต้องเป็นแบบนั้น
ทำอะไร ทำไป อย่าเฟค อย่าเอาโลกมึงตรรกะ มาสวมคราบเป็นโลกของกู
หรือพยายามแผ่อิทธิพลแห่งเหตุจิ๋วๆ ให้ครอบงำโลกส่วนอื่น แบบนั้นโลภมากไป
บนดาวตูด ยังโชว์ตูดกันได้อย่างสุภาพและจริงใจ โลกแต่ละเงื่อนไขย่อมแตกต่าง
ไม่เคารพบางสิ่ง แต่เคารพต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และมีเหตุผลจริงจังกว่านั้นก็ย่อมได้ ไม่ผิด
หากันเจอหรือยัง ถ้าเจอ ก็ไม่สมควรต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ในโลกเฉพาะตนแห่งนั้น
ความอร่อยของชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องปรุง แต่อยู่ที่ลิ้นที่จะชิม
ตรรกะหลายอัน ไร้รสชาติ และรสชาตินั้นเองคือเหตุผล ที่ทำให้โลกอร่อย
ธงชาติ มีรสชาติอย่างไร บอกผมที ผมเคยชิม มันเหนียวแน่น และมีรสประหลาดล้ำ
ถ้าไม่เคยกินธงชาติ อย่าเพิ่งสรุปว่าเรารักชาติ แบบนี้ตรรกะอยู่ใต้ลิ้นผมเองจ้ะ :)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 24 ธ.ค. 2008, 01:50 น.
ตอนแรกที่อ่านหน้าแรกก็มีความคิดดเรื่องคำว่า กุศโลบาย ขึ้นมาในหัว

โดยที่ว่าการคารพธงชาตินั้นเป็นการแสดงความเคารพผู้ปกครองประเทศนั้นๆในแต่ก่อน
ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นการแยกมิตรหรือศัตรูอย่างที่ว่า 
   
   เหมือนที่เคยดูในหนังเรื่องอะไรซักเรื่องนี่แหละครับ เป็นหนังจีนฉากที่ให้ทุกคนในหมู่บ้านมาเคารพศพที่ลาน
โดยที่นายกองจะเป็นผู้ตีฆ้องเพื่อให้จังหวะแก่ชาวเมือง ทุกคนก็จะทำพร้อมกัน (เหมือนกายบริหารตอนเช้า)
แล้วพอฆ้องดังขึ้นอีกครั้งทุกคนต่างคุกเข่าเหลือเพียงเด็กชายคนหนึ่ง ลูกธนูก็พุ่งไปเสียบร่างเด็กคนนั้นทันที

ตามความคิดผมนะ

   เพลงชาติกำเนิดในปี 2475 โดยที่เป็นช่วงยุคการเปลี่ยนการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ซึ่งจะใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีแต่เพียงอย่างเดียว  แต่พอเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาิธิไตย
ทำให้เกิดการลดทอนอำนาจของทางการปกครองพระมหากษัตริย์ และเป็นการเปิดประเทศเพื่อให้ต่างชาติมีการยอมรับ
คาดว่าจึงแต่งเพลงชาติเพื่อเป็นการสร้างความยอมรับแก่สากล การยืนตรงเคารพเพลงชาติ
อาจจะเป็น กุศโลบาย ที่แฝงมากับเพลงชาติเพื่อให้เห็นเด่นชัดว่้านี่คือการแสดงความเคารพผู้นำ ซึ่งคล้ายกับที่ระบบการทหารใช้
แสดงความเคารพผู้บังคับบัญชา โดยการลุกขึ้นยืนตรงซึ่งอาจจะเอาจากจุดนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
:46:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 24 ธ.ค. 2008, 01:54 น.
อ้างคำพูดจาก: Hideric เมื่อ 24 ธ.ค. 2008, 01:50 น.
   
   เหมือนที่เคยดูในหนังเรื่องอะไรซักเรื่องนี่แหละครับ เป็นหนังจีนฉากที่ให้ทุกคนในหมู่บ้านมาเคารพศพที่ลาน
โดยที่นายกองจะเป็นผู้ตีฆ้องเพื่อให้จังหวะแก่ชาวเมือง ทุกคนก็จะทำพร้อมกัน (เหมือนกายบริหารตอนเช้า)
แล้วพอฆ้องดังขึ้นอีกครั้งทุกคนต่างคุกเข่าเหลือเพียงเด็กชายคนหนึ่ง ลูกธนูก็พุ่งไปเสียบร่างเด็กคนนั้นทันที


เคยดูๆ พี่หลิวเป็นพระเอก แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 24 ธ.ค. 2008, 02:30 น.
ตามอ่านแล้ว อยากบวกพี่เช่สัก สามสิบ คนอะไร หล่อชะมัด (พี่หมอด้วยค่ะ)
เหมือนที่พี่แอนว่า อ่านแล้วได้ ดีเฟลกสมองจริงๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 24 ธ.ค. 2008, 02:47 น.
ตูเคยเขียนอะไรแบบนี้ด้วยแฮะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: โลกกูตรรรกะ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 11:19 น.

http://www.isriya.com/node/2418/no-lift-at-bts (http://www.isriya.com/node/2418/no-lift-at-bts)

อ้างอิงเล่าข่าว: กลุ่มคนพิการฟ้อง กทม/BTS ว่าในตัวรถไม่มีที่วางวีลแชร์ และไม่มีลิฟต์ขึ้นไปยังตัวสถานี

สถานการณ์ปัจจุบัน:

    * "ผู้ฟ้องได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าก่อสร้างโครงการเสร็จเมื่อปี 2535"
    * "พบว่ามีผู้พิการใช้บริการรถไฟฟ้ามากกว่าพันคน"
    * "ผู้ฟ้องได้เคยเจรจากับผู้ถูกฟ้องมาโดยตลอด แต่ผู้ถูกฟ้องทั้ง 4 ไม่มีความกระตือรือร้นจะดำเนินการ"
    * "ที่ผ่านมามีการจัดลิฟต์ และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้เพียง 5 สถานีหลัก ประกอบด้วย สถานีอโศก หมอชิต สยาม ช่องนนทรี และอ่อนนุช เท่านั้น"

คำตัดสิน: ศาลยกฟ้อง เพราะว่า BTS เซ็นสัญญาก่อสร้างก่อนที่กฎกระทรวงเกี่ยวกับคนพิการจะถูกบังคับใช้ และไม่มีเรื่องนี้ระบุไว้ในสัญญาสัมปทาน

ในลิงก์มีลิงก์ต่อไปยังแหล่งข่าวอื่นๆ