ไปดูกระทู้นี้มา http://hilight.kapook.com/view/19222/
เรื่องแบบพระเมรุทรงยอดปราสาท แล้วมีคนมาท้วงว่าน่าจะนำเงินที่ไปสร้างพระเมรุ เอาไปตั้งกองทุนเพื่อเด็ก คนชรา คนไร้บ้าน จะดีกว่า แถมอ้างว่าเงินที่ได้เพื่อการก่อสร้างมาจากภาษีอากรของเราๆ ท่านๆ
เหมือนเสียดายเงินของตัวเองอันน้อยนิดเพื่อสิ่งอันเป็นมหากุศล
อยากถามทุกคนค่ะว่า แต่ละคนคิดเห็นยังไงกันบ้างคะ (แต่สำหรับตัวเองยังเคืองกับเรื่องนี้ไม่หายเลย)
อยู่ที่แง่มุมการนำเสนอข่าวครับ
ถ้าพาดหัวด้วยตัวเลข คนก็จะวิจารณ์กันเรื่องตัวเลข
ถ้าพาดหัวเรื่องความสมพระเกียรติ คนก็จะไม่พูดถึงตัวเลขกัน
สงสัยนิดหน่อยเกี่ยวกับวิธีการพาดหัวของหนังสือพิมพ์ข่าวสดเหมือนกันครับ
คนใจต่ำก็คิดได้แค่นั้นมั้งคะ พาดหัวแรงๆ จะได้ดังๆ
ไม่สนผลลัพธ์ และ วิธีการ
เถียงกันเรื่องความเชื่อความศรัทธาเนี่ย มันเถียงยากนะครับ
ถ้าหากเจอความขัดแย้ง หรือว่าไม่สบอารมณ์ในเรื่องนี้ ผมจะใช้วิธีนิ่งเฉย ดีกว่าจะมานั่งอธิบาย ซึ่งเสียเวลาเปล่า ๆ
ผมก็ถือว่าทำให้สมพระเกียรติน่ะครับท่านเป็นถึงเจ้าฟ้า หาใช่พ่อค้าประชาชน :52:
อ้างคำพูดจาก: *~. gAAp .~* เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 15:45 น.
เถียงกันเรื่องความเชื่อความศรัทธาเนี่ย มันเถียงยากนะครับ
ถ้าหากเจอความขัดแย้ง หรือว่าไม่สบอารมณ์ในเรื่องนี้ ผมจะใช้วิธีนิ่งเฉย ดีกว่าจะมานั่งอธิบาย ซึ่งเสียเวลาเปล่า ๆ
ใช่~!
มันก็แล้วแต่คนอะนะ, และมันก็มองกันได้หลายแง่มุม เช่น...
ก: เป็นเจ้าฟ้าก็ต้องทำให้สมพระเกียรติเจ้าฟ้า.
ข: แต่นี่มันยุคที่เจ้าฟ้า ประชาชน มนตรี มีสถานะเท่าเทียมกันหมดนะ ไม่มีใครสูงส่งกว่าใครหรอก.
ก: ก็แล้วไงล่ะ ท่านก็ทำอะไรดี ๆ ไว้ให้บ้านเมืองมากมายนะ อย่างน้อยงานศพก็ควรจะยิ่งใหญ่หน่อย.
ข: มันก็แค่สิ่งที่หลงเหลือตกทอดมาจากยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องทำขนาดนั้น.
ก: เอ้า ก็บอกแล้วว่าท่านเป็นเจ้าฟ้า.
ข: ถ้าเราเป็นเจ้าฟ้าแล้วเกิดตายลงนะ จะให้เอาเงินซึ่งเป็นภาษีประชาชนที่จะมาใช้จัดงานศพไปช่วยคนยากคนจน
จะได้บุญยิ่งกว่ามาจัดสร้างและส่งเสริมวัตถุนิยมอีก, ศพก็จะบริจาคให้ศิริราชไปศึกษาหรือไปทำประโยชน์อย่างอื่น.
ก: แต่ส่วนหนึ่งมันก็เป็นศิลปะที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ดูกันนะ.
ข: อย่ายึดติดกับวัตถุสิ, มีแต่สิ้นเปลือง. ยังไงถ้าเอาไปช่วยเหลือคนก็ดูจะเป็นประโยชน์มากกว่าอีก.
ก: ก็บอกแล้วไงว่า นี่มันงานพระศพของเจ้าฟ้านะ.
ข: เอ่า เจ้าฟ้าแล้วไงอะ, นี่มันไม่ใช่ยุคของเจ้าฟ้าแล้วนะ.
ก: พูดไม่ฟัง.
ข: เถียงกูเหรอ.
ก: มามึงเข้ามา~!
ก&ข: ลงไปกลิ้งคลุกคลีตีโมงอยู่บนพื้นเลือดสาด~!
ดังนั้น คนที่ไม่เห็นด้วยในตอนนี้ก็ควรนิ่งเฉยดีกว่า.
และถึงแม้ว่าใจจริงเค้าจะไม่เห็นด้วยที่เอาเงินมาผลาญแบบนี้นะ,
แต่อีกใจหนึ่งก็อยากเห็นศิลปวัตถุเหมือนกันนะ.
แล้วก็คิดว่าคงไปเถียงคนส่วนใหญ่ที่อยากให้จัดไม่ได้ด้วยนะ...
แล้วก็ไม่อยากโดนตีนด้วยนะ...
อ้างคำพูดจาก: *~. gAAp .~* เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 15:45 น.
มันเถียงยากนะครับ
ก็เอาเงินเท่าราคาที่สร้างไปบริจาคด้วยซะเลยซิ :52:
สงสารคนที่คิดแบบนั้นจริงๆ..
บางคนก็คิดว่าตัวเองไม่นับถือศาสนาใดๆเลย
ไม่มีศรัทธา ไม่มีความเชื่อ ..
อืม :52:
มันเป็นเรื่องที่พูดยาก
-_-''
นานาจิตตังไง สีกา :22:
อุเบกขากันเถอะโยม :52:
สุรามาเป็นระยะๆ กันเถอะโยม :52:
เมานะโยม :52:
เค้าไม่ได้ใช้ภาษีประชาชนสร้างนะ ไปเถียงเลย
:37:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 16:56 น.
เมานะโยม :52:
ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน :43:
ตำรวจมา โกยกันเถอะโยม
อันเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน
อันรักอื่นหมื่นแสน ไม่แม้นเหมือน
เกียรติ นี่ มัน สูงต่ำตามการกระทำนะการกระทำนี่ถูกกำหนดโดยหน้าที่นะ ส่วนหน้าที่นี่ชนชั้นก็มีส่วนกำหนดมันนะ จะว่าระบบศักดินา เป็นเรื่องที่ ไม่ถูกต้องทั้งหมดก็คงไม่ใช่นะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ การเอาสิทธิและความเสมอภาคมาป่าวร้องเรียกความยุติธรรมให้กับตัวเองก็เถอะนะ คนที่มีหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์นั่นละนะคือคนที่มีเกียรติ ดังนั้นหน้าที่ในแต่ละชนชั้นก็หนักหนาสาหัสต่างกันไปละนะ โดยเฉพาะชนชั้น ที่ ประชาชนปัจจุบันยอมรับว่าไม่เคยละเลยในหน้าที่ปฏิบัติของตนเองอย่างชนชั้นกษัตริย์ อะนะ หนักหนาสาหัสอย่างไรคงรู้กันละนะ อันนั้นไม่ได้ชี้ไปที่บุคคลนะ เพราะต้องยอมรับว่าสถาบันนี้เป็นสถาบันที่สร้างอะไรให้กับบ้านเมืองเราเย้อะไม่ว่าจะสมัยไหน การให้เกียรติสถาบันที่เหนือหัวด้วยใจบริสุทธิของผู้ที่เห็นคุณตรงนี้เป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง แต่สำหรับคนที่ไม่เห็นค่าหรือวจะมองว่ามันเว่อร์ไปก็ไม่ว่ากันละนะ เพราะอย่างไรเหตุผลของเขาก็คงอ้างสิทธิความเสมอภาคและภาษีอากรที่เขาเสียให้แก่แผ่นดินนี้ ละนะ พวกเขาคงมองแต่สิ่งที่เขาเสียมากกว่าสิ่งที่ได้จากสถาบันนี้ละมั้งนะ อันนี้ ก็คงอ้างถึงความเสมอภาคกันต่อไปละนะไม่ว่ากัน.......เอย
อ้างคำพูดจาก: ปิ๊ก ซุปเปอร์เกิร์ล เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 16:59 น.
เค้าไม่ได้ใช้ภาษีประชาชนสร้างนะ ไปเถียงเลย
:37:
เค้าจะด่าสวนเราน่ะสิครับ 555
เพราะว่างบประมาณ 300 ล้านบาทเนี่ย เป็นงบที่รัฐบาลอนุมัติจ่าย ครับ :05: :05:
น่าจะเลือกเด็กกะคนชรา(น่าสงสาร :16:)
นี่ละนะ คำขวัญวันเด็กเขาถึงเอา คุณธรรมนำความรู้
เด็กๆ ตูเกลี๊ยดเกลียดคำว่าวัฒนธรรม
พอโตมาเพิ่งมารู้ว่านี่แหละคือสิ่งที่มันยังบอกความเป็นมนุษย์ ที่เป็นมนุษย์จริงๆ อยู่ได้
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 16:48 น.
นานาจิตตังไง สีกา :22:
ถ้าโกนคิ้วหน่อยนี่ใช่เลยนะครับ :46:
บวกให้จักรีอะนะ :27:
ีจะเอาความเท่าเทียม
จะเอาเสื้อเหลืองด้วย
ตกลงมันเอาไงแน่วะคนไทย :08:
ก็ดีกว่าเอาเงินภาษีประชาชนเป็นพันล้าน
ไปซื้อสโมสรฟุตบอลต่างชาติแหละวะ :37:
(โชคดีที่ตอนนั้นเขาไม่ขายให้
หรือโชคร้ายหว่า :09:
เพราะตอนนี้เลยเอาเงินจากไหนไม่รู้ไปซื้อ :08:)
พวกนักการเมืองใช้เงินภาษีประชาชนไปกับเรื่องเหี้ยๆตั้งมากมาย :13:
ทีตอนนี้ก็จะมาหาว่าสุรุ่ยสุร่ายใช้เงินไม่คุ้มค่า
อีกหน่อยศิลปวัฒนธรรมก็ไม่ต้องมีกันหล่ัะ
รากเหง้าทางวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามที่สืบทอดต่อกันมา
จะโดนศาสนาทุน(ยืมคำพูดแอนมาใช้)เข้ามาครอบงำ
อันนี้ตูว่าน่ากลัว น่ากลัวกว่าเยอะ
อยากเป็นแบบอเมริกากันหรือไง
ที่มีแต่ความเจริญด้านวัตถุ
แต่ไม่มีอะไรเลย ที่บ่งบอกถึงรากเหง้าวัฒนธรรม
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่น ถูกวัดคุณค่าด้วยเงิน :41:
.....................
วกกลับมาเรื่องความเท่าเทียม
ใช่ มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าในความเป็นมนุษย์เท่ากัน
แต่มันไม่มีอยู่จริงหรอก มันเป็นแค่คำพูดสวยหรูให้ดูเท่ห์เท่านั้นแหละ
ไม่ว่าจะประเทศไหนก็เหอะ เรื่องความแตกต่างของชนชั้นมันก็มีอยู่ดี
เพราะนี่มันเป็นสันดานของมนุษย์...... :39:
เอาจริงๆ เลยนะ ผมมักจะรู้สึกว่าคนที่เรียกร้องความเท่าเทียม มักจะเป็นคนที่ไม่เห็นคุณค่าตัวเอง แถมอิจฉาคนอื่นอีกต่างหาก
:12: +
อีเรื่องความเท่าเทียมนี่ตูเคยให้ความเห็นไปแล้วทีนึง (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,11856.msg764638.html#msg764638)
ก็คงมาแนวเดียวกันนี่แหละครับ มันไม่มีจริงซะยิ่งกว่าประชาธิปไตยบริสุทธิ์อีก
วิธีคิดของยูริ เหมาะกับสังคมศาสนาทุนมากครับ
แล้ววิธีคิดของเก้อล่ะครับ
เหมาะกับสังคมศาสนาไหน ???? :37:
ฉัน..มันไม่มี..ศาสนา
ฝืน..ดวงชะตา...ก็คงไม่ได้ :37:
(กรุณาร้องตามทำนอง)
:30:
ฉันมันไม่มีวาสนา... :30:
มันเป็นเรื่องของนานาจิตตัง
ผมว่า เรื่องแบบนี้อยู่ที่วั ฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ศาสนา ความเชื่อ และ อื่นๆ ที่หลอมรวมกันเลยเป็นคนไทย
คนไทย จะไม่เหมือนชาติใดในโลก เพราะมีความเชื่อที่แรงกล้า ความหยิ่งทรนงในศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจในความเป็นตัวตน
ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าคนส่วนใหญ่คิดอ่านกันอย่างไร และผู้ที่เป็นผู้นำทางความคิด คิดอ่านกันอย่างไร อย่างนั้นคือกระแสสังคม
ในเมื่อเราอยู่ในสังคมที่เป็นส่วนรวม เราส่วนน้อยที่เห็นชอบ ไม่เหมือนกระแสสังคม อาจจะต้องเคารพในการตัดสินใจของคนหมู่มาก มิใช่ว่าไม่ชอบใจก็ออกมาประกาศก้อง มิเช่นนั้นจะมีความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้อย่างไร
อาจฟังดูมั่วๆหน่อยนะ :30:
เหมาะสมแล้วค่ะ
แต่ว่าการก่อสร้าคิดว่าคงราคาไม่ถึงขนาดนั้น
คงจะมีระบบ.... อย่าที่มันมีในประเทศไทยมาเกี่ยวข้องมากกว่า
:07: :31:
โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าอยู่ที่มุมมองกับการ"ให้ค่า" ของแต่ละคน
คนทุกคนมีความคิด อารมณ์ ความรู้สึก และความเชื่อ..แตกต่างกัน
ดังนั้น ของที่คุ้มค่า สมราคา ของคนบางคน
ก็อาจเป็นของที่ไม่ควรค่าในสายตาของบางคนอีกเช่นกัน
แต่...มันน่ากลัวนะ ถ้าเราตีค่าทุกอย่างตามหลักเศรษฐศาสตร์ พร้อมกับคิดว่า คุ้มหรือไม่คุ้ม อยู่ร่ำไป
ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้อาจดูล้าสมัย
หากแต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราไม่เป็นแค่ "คอหยัก ๆ สักแต่ว่าคน"
เพราะเศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งความหดหู่
ไม่ใช่เงินตัวเอง ละก็ไปวุ่นกับเค้าจั๊งไอ้ตัววิจารณ์ตัวแรก
ยังกับไปขโมยตังตัวเองมาสร้าง
ที่สูงที่ต่ำก็ไม่เว้น :07:
ใจเย็นเจ๊เดี๋ยวคอเราเตอรอลพุ่ง :42:
เกี่ยวมะ :37:
คนไทยชอบคิดอะไรแยกส่วนนะ :08:
คือ ถ้าบอกว่าเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า
ก็หมายความว่า ไม่เข้าใจว่าศักดินา ฐานันดรมีไว้ทำไม
ถ้าจะพูดอย่างนี้ ก็ต้องพูดในฐานะประเทศที่ไม่มีสถาบันกษัตริย์ (ทุกคนเกิดมาเท่ากัน)
โชคดีที่เดี๋ยวนี้ใครอยากพูดอะไรก็พูด แสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ ไม่งั้นอาจหัวหลุด :49:
ก็ในเมื่อยังยอมรับ และชื่นชมยินดีกับการมีสถาบันฯ
กระดี๊กระด๊าเวลาได้เครื่องราชฯ สายสะพาย รับปริญญา ฯ
ก็ต้องทำเทิดพระเกียรติอย่างนั้นเอง
ผมว่าอีตาคนที่มาโพสก็คงไม่ได้มีสติปัญญาอุดมการ์ณขนาดที่จะไม่ยอมรับสถาบันฯ หรอก
คิดว่าคงมีเวลาว่างๆ ก็เลยพิมพ์ๆ เล่นๆ โพสๆ
ดังนั้นเราก็อย่าไปอะไรกะมันเลย :30:
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องมีผู้นำเช่นเดียวกับจ่าฝูง นางพญาผึ้ง ฯลฯ
สมัยที่มนุษย์ยังเป็นชนเผ่า ก็จำมีหัวหน้าเผ่า ต่อมารวมกลุ่มเป็น ประเทศก็มีking ขึ้นมา ในรูปแบบของผู้นำทางด้านสงคราม เพื่อขยายดินแดน
หัวหน้าเผ่าก็คงเหลืออยู่ในรูป ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้าน ฯลฯ
ต่อมา เมื่อking ลดบทบาทลง บทบาททางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ก็มีผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ ในรูปแบบของ นายกฯ ประธานาธิปดี ฯลฯ
.
.
.
ตอนนี้เรายังปกครองกึ่งระบอบกษัตริย์ ก็ ยอมรับในสังคมที่มันเป็นอยู่ ของแบบนี้เมื่อถึงเวลามันก็ถึงเวลา ถ้าเราไปเร่งมัน ก็จะมีผลที่รุนแรงกลับมา
(แอคชัน=รีแอคชัน) เหมือนในปฏิวัิติรัสเซีย
สิ่งที่สร้างขึ้น มันก็มีผลทางวัฒนธรรม ซึ่งส่งผลไปยังเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าในอนาคต ตามหลักบัญชี คือเราแค่เปลี่ยนเงินทุนเป็นสินทรัพย์
ก็เหมือนปิรามิด ที่จะยังคงอยู่ไปยังชั่วลูกชั่วหลาน ตราบกาลนานเทอญ.....
อ่านแล้วก็เซ็งจริงๆ ล่ะครับ
บางอย่างไปตีค่าเทียบกับเงินทองได้ยังไงหนอ
ชอบความคิดเต่า :22:
จะเกรียนไปไหนแซ๊ดด :07: ( ตู )
บักเต่านี่เด็กมอห้าจริงเหรอครับ
อ้างคำพูดจาก: น้าอ๋าห์ คาราบาน เมื่อ 14 ม.ค. 2008, 00:46 น.
บักเต่านี่เด็กมอห้าจริงเหรอครับ
จริงค่ะพี่อ๋าห์ ก็เหมือนพี่อ๋าเป็นสถาปนิคแหละ
สถาปนิกครับ :37:
555