ต้องไปเป็นผู้บรรยายการทำฟอนต์ ของ อ.จูนจาก SIPA สั่งมา
วันที่ 6 ต้องเป็นผู้บรรยายการทำฟอนต์ค่ะ ให้เวลา 30 นาที มีใครแนะนำอะไรก็แนะๆ มาด้วยนะคะ
พูดวันงานม.อ.วิชาการ ที่ม.อ.ภูเก็ตค่ะ
...
ขอความกรุณาด้วย :05:
อ้างคำพูดจาก: Furozang เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 17:24 น.
ต้องไปเป็นผู้บรรยายการทำฟอนต์ ของ อ.จูนจาก SIPA สั่งมา
วันที่ 6 ต้องเป็นผู้บรรยายการทำฟอนต์ค่ะ ให้เวลา 30 นาที มีใครแนะนำอะไรก็แนะๆ มาด้วยนะคะ
พูดวันงานม.อ.วิชาการ ที่ม.อ.ภูเก็ตค่ะ
...
ขอความกรุณาด้วย :05:
อ้าวๆๆๆๆ
เดี๋ยวเจอกัน
บรรยายห้องไหนหรอครับ
อย่าลืมมองหาพ่อหนุ่มหน้าตาดี(น้อยไปหน่อย)หัวฟูๆ jacket แดงๆ นะครับ 555
มองหาเสาไฟง่ายกว่ามั้ง
บรรยายห้อง Anupas ค่ะ เหอๆๆๆ ตอนงาน Multimedia อ่ะ มีผลงานทำ 2D ของเราโชว์ด้วยแหละ แต่หาเอาเองนะ หึๆ
หุหุ
คิดถึง ม ภูเก็ต
พี่ไปแน่ พี่ไม่แพ้ ป สี่ :25:
บ้านญาติอยู่ภูเก็ตยังไงก็ไปได้แหละ แต่ยังไม่สบโอกาส :12:
อยู่เชียงใหม่ ไปไม่ไหว
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 17:58 น.
อ้าวๆๆๆๆ
เดี๋ยวเจอกัน
บรรยายห้องไหนหรอครับ
อย่าลืมมองหาพ่อหนุ่มหน้าตาดี(น้อยไปหน่อย)หัวฟูๆ jacket แดงๆ นะครับ 555
ว่าแต่เรียนอยู่ที่ม.อ.ภูเก็ตหรอคะ
แม่นแล่วครับ
นี่กะลังวุ่นวายกะงานกีฬาสีเลย
6-8 มอ.วิชาการ
10 กีฬาสี
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 05 ธ.ค. 2007, 00:04 น.
แม่นแล่วครับ
นี่กะลังวุ่นวายกะงานกีฬาสีเลย
6-8 มอ.วิชาการ
10 กีฬาสี
รู้แล้วใคร เหอๆๆ ใช่ที่เป็น Sysop ของเว็บ To be Bit แล้วก็เป็นเพื่อนกับแบงค์และบอสใช่มั้ย ( แฉซะงั้น )
แม่นอีกแล่วครับ :42:
รบกวนอีกหลายๆ รอบค่ะ
คืออยากรู้คำจำกัดความของคำว่า "ฟอนต์" น่ะค่ะ ว่าฟอนต์คือ...
แล้วถ้าใครว่างๆ ขอฝากไฟล์ลำดับการพูดด้วย เพราะไม่เคยพูดต่อหน้าคนมากๆ เลยคิดอะไรไม่ออก
( ส่วนที่เพิ่มเติมขอเป็นไฮไลท์สีแดงหน่อยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ )
ป.ล.ไม่รู้ว่าคนในนี้ใช้ MS2007 กันหรือยัง ว่าจะส่ง .docx แต่เป็นไฟล์ที่ไม่อนุญาติ เซ็งเลยอ่ะ
พูดต่อหน้าคนมากๆ
มากแค่ไหนล่ะ
แต่มากแค่ไหนผมก็ไม่เคยทั้งนั้นแหละ อันนี้ขอผ่าน
ส่วนนิยามของคำว่าฟร้อน
ฟร้อนก็คือรูปแบบ สไตล์ ของตัวอักษร
ภาษาไทยเรียกว่า สกุลช่าง(มั้ง)
ซึ่งก็ครีเอทประดิษฐ์ประดอยกันมานมนานแล้ว โดยสมัยก่อนก็จะสร้างสรรค์กันตามร้านทำป้าย
คัทเอ้าท์โรงหนัง
ฟร้อนสมัยก่อนใช้มือเขียนทั้งนั้น และไม่มีลิขสิทธิ์อะไร ใครมีฝีมือพอที่จะเขียนได้ก็เขียนไป(ใช้แปรงทาสีทากันเอาเอง)
ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้งานแต่งเขายังใช้มือเขียนกันอยู่รึเปล่า(ป้ายโฟมน่ะ)
ตะนี้ กาลเวลาก็เลยผ่านยุคมิลเลเนี่ยมเลยมาถึงยุคสามจี เตลิดมาจนถึงเดี๋ยวนี้เป็นยุคของบิ๊กโฟร์
ฟร้อนยังคงถูกสร้างสรรค์โดยร้านทำป้ายเหมือนเดิม
เพียงแต่ว่า ข้อมูลข่าวสารและวัตถุดิบทั้งหลายในยุคนี้ถูกแปรรูปเป็นข้อมูลดิจิทัลแล้วยัดลงในคอมพิวเตอร์
จากนั้นเรื่องราวพิลึกพิลั่นก็เกิดขึ้น
เพราะเราซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาเฉยๆมันทำอะไรไม่ได้ มันต้องมีซอฟแวร์ที่ช่วยให้การทำงานไหลลื่นมาคอยรองรับ
เหมือนซื้อศูนย์หน้าดาวยิงมาแล้ว ก็ต้องซื้อตัวจ่ายถวายพานทองแท้มาด้วย ไม่งั้นการทำงานก็จะเดินหน้าไม่ได้
ทีนี้ ไอ้เจ้าฟร้อนเนี่ย
แต่เดิมมันก็มีอยู่แล้ว วันหนึ่ง เกิดมีคนหัวใส นำเอารูปแบบฟร้อนที่มีอยู่แล้วนี่แหละ ไปแปลงรูปข้อมูลให้เป็นดิจิทัล เพื่อใช้งานบนคอมพิวเตอร์
แล้วไปจดสิทธิบัตร ว่าเป็น ซอฟแวร์ ของกู
ปั้ง
ตานี้ใครอยากได้ฟร้อนแบบนี้ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ ก็จะต้องไปซื้อเอาจากไอ้หมอนี่
จะเห็นได้ว่า มันมีความพิลึกพลั่นอยู่มาก แยกเป็นเคสฮิตๆได้ประมาณนี้
1. เป็นคนคิดสร้างสรรค์รูปแบบฟร้อน แต่ไม่ได้แปลงข้อมูลเป็นดิจิทัล
2. เป็นคนแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัล แต่เอารูปแบบฟร้อนที่มีมานานแล้วมาแปลงไม่ได้สร้างสรรค์เอง
3. เป็นทั้งคนคิดสร้างสรรค์รูปแบบฟร้อน และแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัล
หลังจากยุคดิจิทัลเป็นต้นมา เรื่องลิขสิทธิ์ฟร้อนก็เริ่มเป็นที่ถกเถียงกันตามสภากาเฟอีน
อย่าเพิ่งทำงง ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพื่อที่จะไม่ต้องมานั่งเถียงกัน ผมก็เลยจะฟันธงลงไปเลยว่า
ฟร้อนดิจิทัล
1.รูปแบบของฟร้อน
หมายความว่า ส่วนเว้า ส่วนโค้ง กระดกหน้า กระดกหลัง หรืออะไรก็แล้วแต่เท่าที่จะจินและทำกันไปได้
ไม่มีลิขสิทธิ์
หมายฟามว่า
สมมุติ ฟร้อนของนาย ก. รูปแบบสโลบใบไม้ร่วงยกชุด ทำออกมาแล้วเป็นที่นิยม
นาย ข. เห็นว่าเวิร์ค จะทำแข่งมั่ง โดยทำออกมาแบบสโลบใบไม้ร่วงเหมือนนาย ก.เด๊ะๆ และขายเป็นชื่อของนาย ข.
แบบนี้ ทำได้ ไม่ผิด แม้ว่านาย ก จะเป็นคนคิดค้น สร้างสรรค์ ฟร้อนนี้ขึ้นมาเป็นคนแรกก็ตาม
และถ้านาย ก. กับนาย ข. จะมีปัญหากันว่ากูคิดก่อน
แบบนี้ ก็ให้ไปเคลียร์กันเอาเอง เพราะผมไม่รับฟ้อง
2.ฟร้อนดิจิทัลจะได้คุ้มครองลิขสิทธิ์เหมือนซอฟแวร์ทั่วๆไปคือ ห้ามทำซ้ำเพื่อจำหน่าย และห้ามไปซื้อของที่คนอื่นทำซ้ำแล้วเอามาจำหน่าย(และฯลฯ เหมือนซอฟแวร์ตัวอื่น)
หมายความว่า คุณจะไปซื้อของนาย ก. หรือนาย ข. ก็ได้ แต่ซื้อของเถื่อนไม่ได้
ฯจบฯ
:12: ถ้าไปบรรยายพูดให้ได้แบบนี้นะครับ จะเยี่ยมมาก พอพูดเสร็จ บอกว่าจบแล้วเดินออกจากห้องไปเลย แบบนี้ยิ่งเยี่ยมใหญ่
ลองศึกษาจากตอนที่พี่แอนไปโชว์การทำฟอนต์ใน Blognone Tech Day 3.0 ดูสิครับ :52:
http://video.google.com/videoplay?docid=323377609359852799&hl=en
อันนี้นิยามของพี่แอนค่ะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 02 ธ.ค. 2007, 19:07 น.
ฟอนต์ แปลว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยเส้นตรงเส้นโค้งและชุดคำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในคอมน่ะครับ
แต่ถ้า "รูปลักษณ์" ของตัวอักษรนี่
ปัจจุบันฟอนต์ที่ออกแบบมาส่วนหนึ่งต่างก็แกะมาจากที่มีอยู่ทั้งนั้นแหละครับ
เว้นแต่ฟอนต์ที่ดีไซน์ใหม่เลย (ซึ่งก็มีอีกส่วนหนึ่งที่พัฒนามาจากรูปแบบที่มีอยู่เช่นกัน)
ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ
รักบอร์ดนี้จังเลย :33:
+2 บักนัท
อธิบายได้เยี่ยม อ่านแล้วเข้าใจเลยแหละ
แต่ขอเสริมนิดนึงว่าที่บอกว่า "รูปลักษณ์" ของฟอนต์ไม่มีลิขสิทธิ์นั้น
จริงๆ แล้วมีนะครับ คือใครคิดแบบขึ้นมาใหม่ก็สามารถเอาไปจดสิทธิบัตรได้
"เพียงแต่ว่า" กฎหมายในประเทศไทยยังไม่คุ้มครองในส่วนนี้
แต่คุ้มครองในนามของ "โปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์" (คือคุ้มครองเรื่องเทคนิค แต่ไม่ครอบเรื่องศิลปะ :08:)
นั่น แสดง ว่า
ถ้าจะทำฟอนต์ไทย ให้ไปจดที่ต่างประเทศ :12:
อ๋า
อันนี้ผมก็ไม่รู้นะครับ
แต่โดยส่วนตัว ผมว่า มันก็พูดลำบากเหมือนกันในเรื่องนี้
เหมือนกับผมนำก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กไปผสกับแกงเขียวหวานใส่น้ำแข็ง
ทำออกมาเป็นอาหาร เรียกว่า แกงเอ็กซ์ คนกินกันเอร็ดอร่อย
และผมทำออกมาเป็นคนแรก
แต่ว่าจะมานั่งจดทะเบียนห้ามไม่ให้คนอื่นทำแกงเอ็กซ์ขายแข่งกับผมเลยนี่
ผมว่ามันก็ยุ่งยากเกินไป(ทำได้หรือไม่ได้นี่ผมไม่รู้)
คือผมเข้าใจว่า คนอื่นทำให้เหมือนๆแล้วเอามาขายแข่ง แบบนี้ทำได้
แต่ต้องทำเอง กะเอาเอง ไม่ได้ไปขโมยสูตรมาลอกทุกตัว
นั่นแหละครับ
การมีอเมริกาโผล่ขึ้นมาในโลกและผลักดันกฎหมายนี้จนฮิตติดตลาด
ทำให้แกงเอ็กซ์มีสิทธิบัตรคุ้มครอง จนชาวบ้านจะทำมั่งก็ทำไม่ได้นี่แหละครับ
เดี๋ยวผมไปนอนคิดก่อน
ลิขสิทธิ์อะไรเนี่ยจะว่าดีก็ดีเนอะ จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี สรุปแล้ว มีลิขสิทธิ์ นี่ดีหรือปล่าวนะ
ลองอ่านที่กระจู๋นี้ซิครับ http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,7046.msg322793.html#msg322793 (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,7046.msg322793.html#msg322793)