อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 01 ธ.ค. 2007, 19:33 น.
เพราะเชียงใหม่เพิ่งมีโรงหนัง ตึ่งโป๊ะ!! :37:
ปล.
อ๊ะ เปลี่ยนใจ ไม่แสดงความเห็นเรื่องเดือนดีกว่า :37:
เมื่อใดที่จำนวนเงินเดือน ผกผันกับการบริการ
อาจจะช่วยให้มองและคุมอารมณ์ได้ดี
อ้าว
มีอะไรก็พูดมาสิคะ :08:
ไม่งั้นก็ไม่ต้องบอกว่าไม่พูดน่ะ ไม่ต้องบอกอะไรเลย
ไม่ชอบ มันคาใจ
อีกอย่าง เดือนเม้งกะพนักงานด้วยกันนะคะ
ไม่ใช่คนมาใช้บริการ
แล้วก็หายแล้วด้วย ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันขึ้น
ถือว่า ไม่ได้ล้ำเส้นมา ก็โอเค คุยได้
แต่พุงล้ำมาก่อนหน้าแล้วชิมิ :12:
ถ้าพุงพี่กัมน่ะใช่ค่ะ :12:
อ้างคำพูดจาก: เดือนบีม เมื่อ 02 ธ.ค. 2007, 00:22 น.
อ้าว
มีอะไรก็พูดมาสิคะ :08:
ไม่งั้นก็ไม่ต้องบอกว่าไม่พูดน่ะ ไม่ต้องบอกอะไรเลย
ไม่ชอบ มันคาใจ
อีกอย่าง เดือนเม้งกะพนักงานด้วยกันนะคะ
ไม่ใช่คนมาใช้บริการ
แล้วก็หายแล้วด้วย ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันขึ้น
ถือว่า ไม่ได้ล้ำเส้นมา ก็โอเค คุยได้
ของเดือนย้าวยาว อ่านแล้วงง กลัวไม่ตรงประเด็น :30:
ที่มีแก้ไขนั่น ก็คือการเพิ่ม ไอ้สามบรรทัดล่างนั่นแหละ
ของปกติเล่นมุกตึ่งโป๊ะ!! อย่างเดียว :43:
วันนี้ประกอบคอมอีกเครื่อง ได้งบมาเยอะ เลยจัดเคสไฮเทคให้
มีจอแบบดิจิตอล วัดรอบ วัดอุณหภูมิ แสดงการทำงานฮาร์ดดิสก์
ไฮเทคเกิน ต่อสายวงจรไม่ถูกเลย
กว่าจะประกอบเสร็จเกือบสองชั่วโมง
มัวงงอยู่กับระบบไฟ :30:
แถมซีดีมันอยู่แนวตั้งไม่มีรูให้ยึดน็อตอีก
เลยเอากาวสองหน้าติดมันซะเลย :08:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 01 ธ.ค. 2007, 19:33 น.
เมื่อใดที่จำนวนเงินเดือน ผกผันกับการบริการ
อาจจะช่วยให้มองและคุมอารมณ์ได้ดี
แล้วนี่หมายความว่าไงเหรอคะ :09:
ถ้าไม่เกี่ยวกะเดือนก็ขออภัยมณีศรีสุวรรณ
ก็บอกแล้วไง ว่าอ่านแล้ว งงๆ
ก็เลยรวมของอุ้ยมาด้วย สรุปงงๆ ได้แค่นั้น :31:
:05:
เมือ่กี้พิมพ์ขยายความกว่า 20 บรรทัดกดพลาดหายหมดเลย :05: :05:
ขอขยายความหน่อยละกัน เรื่องที่เดือนสงสัย :31:
คืองี้เข้าใจว่าเดือนไม่สบอารมณ์กับการที่มีคนมาถามกับสิ่งที่ขึ้นป้ายบอกไว้แล้ว แบบนี้ใช่มั้ย
อ่านของอุ้ยแล้วมันก็เหมือนว่าจะเป็นแนวนี้ เรื่องเซอร์วิสมายด์และการบริการ
ก็กลัวว่าจะเข้าใจผิด แล้วจะโกรธจะเคืองกันซะเปล่าๆ
เลยทิ้งประเด็นไว้สองบรรทัด
ให้เอาไปตีความเอง
เพราะถ้าวันหนึ่งได้เป็นเจ้าของกิจการงานบริการอะไรสักอย่าง
การรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ได้มากย่อมจะทำให้ยอดรายได้ที่เกิดจากการบริการนั้นๆ เพิ่มขึ้น
เพราะถ้าจะมองกันตามธรรมชาติแล้ว เรื่องข้างต้นมันไม่ได้มีอะไรที่จะต้องเก็บมาคิดเลย
เพราะเอาจริงๆเราจะเจอกับสิ่งแบบนี้จนเฉยๆเพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
อย่าร้านขายของข้างถนน ป้ายราคาก็มีเขียนติดอยู่
แต่เถื่อได้เลยว่าเราเองก็คงจะเคยทำบ้างล่ะที่หยิบของขึ้นมาแล้วถามว่า พี่นี่เท่าไหร่
มันก็ปกตินะที่จะถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
และเชื่อว่าคนขายไม่เบื่อหรอกที่จะบอกราคาว่ามันเท่าไหร่
เพราะว่าถ้ามีการถามโอกาสการขายได้มันก็มาจ่ออยู่แล้ว
ถ้ามองในฐานะที่เราไม่ใช่เจ้าของกิจการล่ะ
เราเป็นลูกจ้าง
เรื่องลูกจ้างมันก็จะมีอยู่ 2 แบบ
แบบที่เงินเดือนคงที่ กับเงินเดือนที่มีพิเศษมี incentive
แบบที่เงินเดือนคงที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะบริการไม่ดี บริการแย่
เพราะจะดีจะเลวรายได้มันก็คงตัวอยู่แล้วไม่มีอะไรดีขึ้น
แบบนี้ส่วนใหญ่พวกเช้าชามเย็นชาม พบเห็นได้บ่อย
กับแบบที่สอง ส่วนใหญ่หากเป็นงานบริการ มักจะได้ดั่งใจ
เพราะการบริการดี การตั้งใจทำงาน จะช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
พนักงานร้าน เด็กเสิร์ฟเด็กรับรถ พวกนี้ต่างมุ่งหวังรายได้จากการบริการ
บริหารดีโอกาสจะมีรายได้เพิ่มจากปหติมันก็มีสูง
จะมองด้านพนักงานขาย เซลล์ พี.ซี. ที่จะมีส่วนแบ่งรายได้จากยอดขาย
ก็หวังทำยอดขายให้ได้มากเพื่อที่รายได้ของตัวเองจะได้ขยับตามไปด้วย
ก็ประมาณนี้แหละ ไม่รู้ว่าตรงกับประเด็นเดือนระบายอารมณ์รึเปล่า
กลัวแสดงความเห็นแล้วปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่ออายเขาว่ะ :30:
พิมพ์ใหม่อีกรอบเหนื่อยว่ะ ปกติขี้เกียจปั่นสั้นๆ ก็พอ :41:
ดีแล้วครับ สอนนุ่งสอนน้อง :22:
(แต่ที่เดือนเล่านั่นมันมีปัญหากะเพื่อนที่ไม่ได้เป็นลูกค้านี่ครับ :31:)
:08: นั่นสิ
เดือนทะเลาะกะน้องที่ทำงานด้วยกันในร้านน่ะ
เดือนเข้าใจ (ไปเอง) ว่าคำพูดพี่อุ้ยที่ว่า
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 01 ธ.ค. 2007, 01:27 น.
รู้ละ
ปัญหาคือ Service Mind
นิยามของ Service Mind คือ "ณ ขณะนั้น" ไม่ต้องสนใจว่าใครถูกใครผิด ผู้ีหน้าที่ให้บริการต้องกล่าวขออภัยผู้รับริการอย่างสุภาพและมีจิตไมตรี ให้ผู้รับบริการรู้สึกพึงใจ จากนั้นค่อยชี้แจงกันตามครรลอง
หมายความว่า
เดือน - ผู้ให้บริการ
น้องคนนั้น - ผู้รับ
ในตอนนั้น
เดือน - รู้ตัวว่าพูดแรงไป เลยยอมขอโทษ
น้อง - ด่ากลับมา
ซึ่งถ้าตอนนั้นมันพูดว่า ไม่เป็นไร
แล้วค่อยพูดว่า แต่ว่ามันเพิ่งตื่น เดินเข้ามาก็ไม่ทันได้มอง เจ๊ไม่น่าพูดแรงขนาดนี้ บลาๆๆ
เดือนคงไม่รู้สึกแอนตี้เท่ากับตอนขอโทษไปแล้วมันด่ากลับมาน่ะ
เข้าใจถูกป่าวฟะ :08:
// เอ๊ะ อ่านอีกทีแล้ว ตูต้องตีความผิดแหงมๆ :30:
ว่าแล้ว เอ็กอีเอ็ก
ปล่อยไก่ตัวเบ่อเร้อเลย :05: :05:
:27:
เดือนไม่ค่อยวีนลูกค้าหรอก
ใจดีที่สุดในร้านแล้ว :33:
จริงๆ คนดุๆ ในร้านก็มีง่ะ :30:
คือจะบอกว่าร้านเดือนนี้ ให้เช่าการ์ตูนถูกสุดในหาดใหญ่แล้ว
เล่มละ 3 บาท เช่าได้ 2 วัน
นิยายเช่าวันละ 5 บาท
สมัครสมาชิกก็ฟรีแต่ขอให้วางบัตร
ดีจนไม่รู้จะดียังไงแล้ว :08:
แต่
มันก็ต้องมีระเบียบกันบ้าง
อย่างต้องวางบัตรไรเงี้ย :37:
ปัญหาก็เยอะด้วย
ร้านที่เดือนไปเช่าบ่อยๆ ยังไม่ค่อยมีปัญหาแบบนี้เลย
อันนี้ที่เจอเยอะที่สุดคือ เช่ามั่ว
เช่น นายไก่มานายหมามาเช่าการ์ตูนด้วยกัน
วันต่อมานายหมามาเช่าในชื่อของนายไก่
พอวันต่อมานายไก่มาเช่าการ์ตูน พนักงานบอกไปว่านายไก่ค้างการ์ตูนเรื่องเป็ดอยู่นะ
นายไก่จะโวยวายว่า อะไร อย่ามามั่วนะเฟ่ย ตูไม่ได้เช่าไรเงี้ย
ด่าร้านไว้ก่อน แล้วอีกสองวันค่อยมาเหนียมๆ ว่าเพื่อนยืมไป :37:
ไม่ก็เช่ามั่วแล้วหนังสือหาย อะไรพวกนี้แหละ
บางทีมันก็ต้องขู่ๆ กันนิดหน่อย เช่นแบบ อย่าเช่ามั่วนะคะน้อง พี่ไม่รับผิดชอบแล้วนะคะ :37:
อย่าทำหนังสือเปียกนะคะ :37: แบล็บๆๆ
ส่วนปัญหายอดขายตก
....ยาก :30:
ทำเลใต้หอพัก 2 หอพักในมหาลัย
ทำเลโคตรมหาดีเลย
เจ้าของแกเป็นมาเฟียการ์ตูนไปแล้วมั้ง ใครทำร้านการ์ตูนเจ๊ง ก็มาขายการ์ตูนต่อกะเจ๊แกนั่นแหละ :08:
ไม่รู้บรรยากาศมันเป็นยังไงเนอะ ตูก็ไม่เคยเช่าหนังสือซะด้วยสิ
นับว่าเป็นความโชคดีที่ไม่ติดการ์ตูน เอ๊ะแล้วมันมีหนังสือทั่วไปเช่ารึเปล่า
หรือว่าทั้งร้านก็มีแต่การ์ตูน :09:
ก็
หาร้านการ์ตูนในกรุงเทพดูก็ได้ค่ะ คล้ายๆ กัน
เหมือนห้องสมุดการ์ตูน
มีการ์ตูนเยอะแยะให้เช่า
มีมุมนิตยสาร มุมนิยาย อะไรแบบเงี้ย :37:
ที่กรุงเทพรายได้เป็นไงไม่รู้นะ (น่าจะโอเคแหละ เช่าเล่มนึงแพงตายชัก :11:)
แต่ที่ร้านที่เดือนทำอยู่นี่ ถ้าสาขานอกก็วันละพันกว่าๆ
แต่ถ้าในมหาลัย 2 สาขา สาขานึงก็เฉลี่ยวันละสองพันกว่าๆ
นี่คือเฉลี่ยทั้งเทอมแล้วนะ
เทอมนึง คนจะเช่ามากๆ ช่วงเปิดเทอม ไปเพลาๆ ช่วงสอบ
แล้วมาเช่ากันลืมตายตอนสอบเสร็จ
แล้วก็เข้าสู่สภาวะปกติ
แล้วก็เช่าหนาแน่นช่วงวันก่อนวันหยุด
แล้วก็ไปซาๆ ตอนสอบปลายภาค
แล้วก็เงียบ.. :30:
เคยได้มากสุดวันละหกพันมาแล้ว :21: (สาขาเดียวนะ)
ตูสนิทกะร้านเช่าหนังสือทุกย่านที่ไปอาศัยอยู่มาตลอดตั้งกะเรียนยันเป็นทหารเลย :25:
ทุกวันนี้เลิกเช่าแล้วเพราะแถวบ้านไม่มี แต่ร้านที่เคยสนิทกันที่ ม.รังสิตก็ย้ายมาเปิดที่เกษตร
วันก่อนเขายังเมลมาเลยว่าย้ายมาแล้วนะ มาเยี่ยมกันมั่ง :22:
พี่แอนเคยอ่านการ์ตูนที่มันมีหลายๆ เล่ม
แล้วโดนเช่าปาดหน้ามั้ย
เดือนเห็นเวลาลูกค้าบ่น โคตรฮาเลย :30:
เพื่อนเดือนนี่เคยโดนเช่าปาด แบบมันจะอ่านเล่มที่ 19 แล้วมันถูกลืมไป
มันเลยเช่าเล่ม 20 ดักหน้าไว้
วันต่อมาไอ้นั่นมาปาดเอาเล่ม 21 ไป อะไรแบบเนี้ย :30:
คุยกันแบบตูแทรกไม่ได้เลย ไม่เคยมีประสบการร้านเช่าการ์ตูน :31:
แล้วจู๋เกี่ยวกับการ์ตูนก็เยอะ เข้าเก็บดาวอย่างเดียว อ่านแล้วงง :47:
นั่นแหละ ประสบการณ์อันเจ็บปวดเลย :39:
เชื่อไหมว่าเรื่องแบบนี้มีการกล่าวถึงในการ์ตูนเรื่องโอ้พระเจ้าจอร์จด้วย :30:
(มันเป็นการ์ตูนที่เล่นมุกกับจิตใจคนได้เทพจริงๆ)
โฆษณาจริงจริ๊ง :41:
เดี๋ยวอ่านก็ได้ฟะ :23:
กัดหูเลยครับ
เอออ น้องเดือน พี่จะบอกอะไรให้ อย่าหาว่าอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนั้นเลยนะ
ทำไมเอดิสันมันถึงไม่จบเรื่องละ :05:
บทสนทนาเดือนกับพี่แอนอ่านสนุกดีนะครับ
โดยเฉพาะเรื่องแทรฟฟิกการเช่า
และการปาด เป็นรายละเอียดยิบย่อยที่คนทั่วไปไม่รู้จริงๆ
(น่าแตกเนาะ)
แตกแล้วจ้ะ
พูดถึงร้านเช่าหนังสือ
มีข้างๆรร.เลยครับ เพื่อนไปยืมบ่อยมาก
ซึ่งเมื่อเลิกเรียนประมาณ 5 นาที คนจะเบียดเสียดกันมาก
เวลาเพื่อนทำหนังสือหาย พอถึงเวลาคืนก็อาศัยช่วงเวลาเบียดเสียด แอบหยิบหนังสือเล่มที่เหมือนกับเล่มที่ทำหายจากในร้าน
แล้วก็คืน :30:
ชอบเช่าหนังสือมาอ่านนะ
แต่เบื่อเวลาต้องไปคืน
แบบ ตอนที่จะยืม มันมีแรงจูงใจให้ออกจากห้องไง
แต่ตอนคืน ขี้เกียจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วร้านหนังสือเชียงใหม่ และตามเมืองใหญ่ๆ ให้ยืมได้วันเดียวเอง
:03: แตกหน่อเลยเหรอคะ
ส่วนใหญ่ก็ให้เช่าวันเดียวแล้วนะเจ๊
ไม่ค่อยให้เช่ากันสองวันหรอก
เคยเห็นแว้บๆ แถวโชคชัย 4 ป่าวว้า
ที่เป็นร้านการ์ตูนติดแอร์
ถ้าอ่านในร้านครึ่งชั่วโมง 30 บาท :37:
ที่นี่อ่านในร้านเล่มละ 2 บาท ถึงจะไม่มีแอร์ก็เถอะ :11:
ตอนคืนนี่ประจำเลยครับ :08:
สมมติที่วังหลัง ร้านปิดสามทุ่ม
กว่าจะนึกได้ตอนอยู่หอ ก็สองทุ่มปลายๆ แล้ว
ต้องวิ่งกระเสือกกระสนไปคืน บางทีร้านปิดพอดีก็ต้องเพิ่มอีกวัน :08:
แต่บางร้านปิดวันนึงต่อสัปดาห์ เช่นที่วังหลังปิดวันเสาร์มั้ง
ดังนั้นวันศุกร์ก็จะเป็นโบนัสคือคิดค่าเช่าวันเดียวแต่ได้อ่านสองวัน
บรรดาชาวบ้านชาวช่องก็จะไปแห่ชิงหนังสือกันเหมือนได้ฟรี
ใครไปเอาวันนั้นแล้วจังหวะไม่ดีก็จะเซ็งกลับบ้านทุกทีไป เพราะเล่มเจ๋งๆ จะโดนปาดไปก่อนหมดแล้ว
ร้านเดียวกันอีกต่างหาก ชอบยืมวันศุกร์เหมือนกัน
ได้ฟรีหนึ่งวัน
สมัยก่อนนู้นนนน นานมาก ร้านหนังสือการ์ตูนจะมีการ์ตูนxxxให้เช่า
แต่ว่า เช่ามาทีไร ไอ้หน้าxxxมันหายไปทุกที
เวรจริงๆ
ตูคนนึงแหละ
แต่นั่นสมัย ม.1 นะ
เห็นไหมว่าการปิดกั้นสื่อลามกกับเยาวชนของรัฐบาลล้มเหลวจริงๆ
ตูเลยต้องช่วยเซนเซอร์ให้
เมื่อก่อนหนังสือพวกนี้นี่ทั้งหมู่บ้านมีเล่มเดียวนะ เรียกว่า เด็กประถม ทั้ง ป.1-6 นี่ จะดูต้องผลัดเวรกันดู แล้วเก็บใส่ใหเอาไว้ ใต้ต้นมะค่า ขาดแล้วขาดอีก :30:
:18: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 00:10 น.
ตูคนนึงแหละ
แต่นั่นสมัย ม.1 นะ
เห็นไหมว่าการปิดกั้นสื่อลามกกับเยาวชนของรัฐบาลล้มเหลวจริงๆ
ตูเลยต้องช่วยเซนเซอร์ให้
สารภาพออกมาแล้ว 555
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 01:52 น.
เมื่อก่อนหนังสือพวกนี้นี่ทั้งหมู่บ้านมีเล่มเดียวนะ เรียกว่า เด็กประถม ทั้ง ป.1-6 นี่ จะดูต้องผลัดเวรกันดู แล้วเก็บใส่ใหเอาไว้ ใต้ต้นมะค่า ขาดแล้วขาดอีก :30:
ขนาดนั้นเชียว :30:
ไม่ว่าตูจะย้ายไปอยู่ส่วนไหนของประเทศ
ที่แรกที่จะรู้จักเลยก็ร้านเช่าหนังสือนี่แหละ :12:
ไม่เช่าครับ ซื้อเลย :30:
พูดถึงเรื่องการ์ตูน
การ์ตูนผู้หญิงก็เอ็กซ์ใช่ย่อยนะ :21:
แต่เป็นบางเรื่องของบางสำนักพิมพ์แค่นั้นแหละ
ติดใจเรื่อง นางฟ้าราตรี หรืออะไรซักอย่างของ สนพ บันได (ป่าวหว่า) ที่มันเอ็กซ์ๆ ง่ะ
เป็นเรื่องนางเอกเป็นคนใสซื่อแต่ไปประกวดเป็นโฮสต์ ไม่ลามกเลย
ที่ร้านมีอยู่ 4 เล่มเอง ยังไม่จบเลย เสียดายมากๆ :05:
อุ๊ยยย ร้านหนังสือ อันนี้เป็นผลพวงมากจากห้องสมุด
ป้าเป็นคนที่ไม่ค่อยซื้อหนังสือ เพราะ พ่อกับพี่ชอบซื้อมากจนเต็มบ้านไปหมดไม่มีที่เก็บ
ป้าโตมากับห้องสมุดโรงเรียน ยืมอ่านเอาง่ายกว่าราคาย่อมเยาว์อ่านได้หลายเล่ม แถมชอบดูท้ายเล่มด้วยว่าใครบ้างที่ชอบอ่านเหมือนเรามีคนที่ชื่อคุ้นๆกันมั้ยนะ
เข้าเรื่องร้านหนังสือเช่า ร้านที่วังหลังที่แอนพูดถึงใช้ร้านใหญ่นั่นรึเปล่าเอ...ชื่อร้านอะไรนะ ต้นสนรึเปล่า? ป้าจำไม่ได้แระ นับวันก็ยิ่งเลือนลาง
จำได้ว่าเป็นร้านเช่าที่เจ๋งมากเท่าที่เคยเช่าหน้งสือมา คือมีทั้งการ์ตูน นิยาย เรื่องสั้น พ๊อกเก็ตบุ๊ค หนังสือได้รางวัล นิตยสารทั้งวัยรุ่น วัยสาว ชอบมากเลย
ส่วนร้านการ์ตูนปัจจุบันคือร้านระหว่างทางเดินกลับฟอร์จูน-หอพัก ซึ่งก็มีแต่การ์ตูนเท่านั้น แต่เยอะดีมีแทบจะทุกสำนักพิมพ์
ส่วนเรื่องปาดหน้าเนี่ย เจอบ่อย :08: เซ็งมาก
เมื่อก่อนถ้าสนิทกับร้านการ์ตูน ก็จะบอกพี่ที่เฝ้าร้านว่า เก็บเรื่องนั้นเรื่องนี้เล่มนั้นเล่มนี้ไว้ให้ด้วยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเอา
เค้าก็จะแอบเก็บไว้ให้เรา :25: ดีมากเลย
แต่กับร้านล่าสุดเนี่ย มีคนอื่นที่ตีสนิทได้เนียนกว่า..ก็เลยอดเลย
บางทีเคยถามหาการ์ตูนเล่มล่าสุดเค้าบอกว่าอ๋อมีคนยืมไปแล้ว แต่ขณะที่เรากำลังหันหลังเลือการ์ตูนเล่มอื่นนั่นเอง ก็จะมีคนอื่นเดินมาชาร์ตที่เคาท์เตอร์ถามหาการ์ตูนเล่มเดียวกับเรา ....แล้วเค้าก็ได้มันไป
เราก็ได้แต่ยืนตาปริบๆ ใช่เซ่ ร้านนี้ยังตีสนิทไม่ได้นี่หว่า :23: ฮึ่ยยย
ไม่ค่อยเช่าเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะซื้อมามากกว่า แต่ว่าการ์ตูนไม่กี่เรื่องที่มันหาซื้อยากแล้วอยากอ่านก็จะไปเช่าเอา
แต่ไม่ชอบเช่าเท่าไหร่นะ... เข้าไปในบางร้านแล้วจามไม่หยุดเลยง่ะ :08:
:27: จั๊วเพิ่งมาสัมผัสร้านการ์ตูนแบบจริงจังก็ตอนอยู่มหาลัยเนี่ยแหละค่ะ
เพราะต้องมาอยู่หอ แล้วไม่มีการ์ตูนอ่านเหมือนตอนอยู่บ้าน
ก็เลยเริ่มทำปฏิสัมพันธ์กับร้านการ์ตูนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ร้านการ์ตูนที่จั๊วยืม อยู่ใกล้หอพักในที่สุด
ลักษณะร้าน เป็นร้านขนาดประมาณ4*5เมตร เล็กๆ
ชั้นหนังสือติดผนังสี่ด้าน ประมาณ7-8ชั้น ตั้งแต่พื้นถึงเพดาน
การ์ตูนวางเรียงซ้อนกัน2ชั้น
มีบันไดเหล็ก และที่ต่อขาให้ใช้หยิบหนังสือได้
ตรงกลางร้านมีชั้นหนังสือวางขนานกับร้านอีก1ชั้น
อัตราค่ายืม ตามตัวเลขตรงสันปกหนังสือ เช่น 35 บาท
ก็ 3บาท/วัน สำหรับนิตยสารและการ์ตูน
ห้า้มยืมเกิน 10 เล่ม
( แต่เคยยืม15เล่ม ตอนยืมทเวนตี้ ป้าใจดี :22:)
:33:จั๊วค่อนข้างสนิทกับป้าเจ้าของร้าน เพราะเคยไปซื้อข้าวให้ตอนที่ร้านป้าคนเยอะ
จากนั้นป้าจะลดราคาค่ายืม และเก็บการ์ตูนที่จั๊วจะอ่าน หรือการ์ตูนออกใหม่ให้เสมอ
เรื่องไหนไม่มี ก็บอกให้ป้าไปซื้อมาได้
ได้อ่าน คลังสยองที่พี่แอนเคยให้อ่านที่บ้าน ก็ได้จากที่นี้แหละค่ะ อ่านคนแรกด้วย
จากนั้นมา เรื่องนี้ป๊อบมาก คนอ่านตรึม :27:
เป็นพวกติดการ์ตูนเหมือนกัน
อ่านตั้งแต่อยู่ประถมยันมหาลัย :22:
ช่วงประถมจะเช้าในร้านในซอยแถวบ้าน
เป็นร้านเดียวในซอย ชื่อร้าน "สนุกนึก"
สมัครสมาชิก 50 บาทตลอดชีวิต
แล้วตอนนี้เบอร์สมาชิกก็เหมือนเป็นเบอร์ของตระกูลไปแล้ว
น้อง พี่ ทุกคนที่มันอยากอ่านก็จะเอาเบอร์เราไปเช่า
จนมีปัญหาเช่าแล้วไม่ยอมคืน
(พวกน้องเด็กๆที่อ่านเสร็จแล้วก็ไม่รับผิดชอบไปคืน :08:)
แต่โชคดีที่เจ้าของร้าน(ตอนนี้) เป็นญาติกัน
เลยรู้จักหน้า รู้จักชื่อกัน เวลาใครยืมใช้เบอร์เรา
เค้าก็จะเขียนชื่อไปด้วยว่าใครมายืม ก็ดีไป
ไม่งั้นเจ้าของเบอร์คงซวย :39:
ร้านต่อมาเป็นร้านแถวที่ทำงานแม่ แถวพญาไท
ร้านแรกค่าสมัคร 80 บาท เปิดแปปนึงมันก็ปิดไป
ร้านสอง สมัคร 50บาท/ปี เขี้ยวมาก :41:
แต่เคยเนียนๆ เจ๊แกจำไม่ได้เอง เลยใช้50บาทนี่ไป 2 ปี 55+
แล้วพออยู่มหาลัยก็เป็นร้านแถวมออีก
ร้านนี้เจ้าของป้าเกาหลี จะมีพวกเด็กมัธยมซี้ๆมานั่งคุยด้วยทุกเย็น
ไม่เรื่องเรน ก็ลีจุนกิ ดงบัง อะไรพวกนั้น :01:
คุยกันโคดดัง แล้วชอบหัวเราะเสียงน่ารักๆ แต่ตัวจริงนี่.... :39:
แต่พี่แกก็ใจดี ร้านนี้มีโปรโมชั่นด้วย เช่าครบ 10 เล่ม จะลดให้ 3 บาท
แล้วตอนนี้ก็เข้าอีหรอบเดิมด้วย
คือเบอร์เรา = เบอร์สาธารณะไปแล้ว
เพื่อนที่ภาคที่สนิทๆกัน เวลามันยืมมันก็จะใช้เบอร์เรา :01:
แต่ไม่รู้เพราะเป็นดวงเจ้าของเบอร์หรืออะไร
เวลาครบ 10 เล่มแล้วจะได้ลดนี่ จะมาตรงกับตอนที่เราเช่าพอดี
ก็เลยได้ลดไป ฮ่าๆ :35:
ปกติค่าเช่าจะคิดเป็น 10% ของราคาหนังสืออ่ะ
ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เล่มละ 40 กันแล้ว ก็จะเป็นเล่มละ 4 บาท
แล้วร้านปิด 4 ทุ่ม เคยไปคืนตอน 4 ทุ่ม 5 นาที แล้วร้านปิดแล้ว
โคดแค้นนนน :41:
หนังสือยืมมาตรึม ต้องมาเสียค่าปรับอีก ซวยโคด!!
โอ๊ะ มีห้ามยืมเกินสิบเล่มด้วยรึ :18:
ส่วนมากจะเป็นงี้แหละ
เพราะบางที่มันออกจะเป็นชุมชนที่ตามตัวยากหน่อย
เช่นถ้ายืมแล้วยึดนี่จะคุ้มไหม อาจจะไม่คุ้ม ก็เลยตั้งกฎนี้ขึ้นมา
โดยค่าเช่าที่เห็นเป็นราคา 10% นั่นแหละคือระดับความคุ้มทุนถ้าเกิดหาย
แต่ถ้าหนังสือเก่าหายากก็ไม่คุ้มเด็ดขาด :08:
จำได้ว่าเพื่อนตอนมัธยมเคยไปเจอการ์ตูนในตำนาน ซึ่งไม่มีวางขายอีกแล้ว
ก็เลยไปเช่า (ร้านนี้ไม่ต้องทำบัตรสมาชิกนะ) โดยวางตังค์เท่าราคาปก
แล้วก็เชิด
อ้างคำพูดจาก: เดือนบีม เมื่อ 05 ธ.ค. 2007, 14:55 น.
โอ๊ะ มีห้ามยืมเกินสิบเล่มด้วยรึ :18:
:33: ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ป้าคุม ไม่ให้เกิน 10 เล่มเด็ดขาดค่ะ
จั๊วจองเบอร์ประจำตัวไว้แล้ว เบอร์ 33 จำง่ายดี จาก 600 เบอร์
ใช้มาสองปีละ ป้าเก็บเบอร์นี้ให้เสมอ ไปยืมไปคืนไม่ต้องบอกเบอร์ ป้าก็รู้ละ สบายแฮ :25:
่เป็นเบอร์สาธารณะเหมือนกันค่ะ
แต่ยังโอเค เพราะเพื่อนที่หอไม่ค่อยอ่านการ์ตูนกัน :52:
iร้านต้นสนที่วังหลังเป็ฯร้านที่เยี่ยมยอดมากๆ :25:
แต่น่าเสียดายมากๆที่ยืมจริงๆจังๆครั้งแรกตอนอยู่ปี6 :41: มีของดีใกล้ตัวแต่ไม่รู้จักยืม น่าเสียดาย
ตอนนั้นตูอยู่หอวังหลังเหมือนกันนะ
ไม่มาหากันมั่งเลย :27:
ขอทายนะคะคุณเดือน ร้านสวนหนังสือใช่ไหมคะ ที่ปัตตานีก็มีเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าเป็นสาขา หรือเผอิญชื่อซ้ำ
เช่าเอาแบบสม่ำเสมอครับ
ยกเป็นแผง
เรื่องหนังสือปกขาวเรื่องมันยาว เอาไว้มาเล่าวันหลัง
การ์ตูนนถ้าี่ส่วนใหญ่ผมก็จะซื้อเอา
ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง
เดี๋ยวนี้ตามอ่านวันพีชอยู่เรื่องเดียวเองมั้ง
อ้างคำพูดจาก: buabuabua เมื่อ 05 ธ.ค. 2007, 22:52 น.
ขอทายนะคะคุณเดือน ร้านสวนหนังสือใช่ไหมคะ ที่ปัตตานีก็มีเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าเป็นสาขา หรือเผอิญชื่อซ้ำ
ไม่ใช่ค่า :33:
ที่หาดใหญ่ก็มีร้านสวนหนังสือนะคะ
แต่ว่าคงไม่ใช่สาขาเดียวกันมั้ง
เดือนว่าชื่อสวนหนังสือนี่โหลออก :21:
ใช่ๆ อยากให้มีร้านหนังสือแบบร้านต้นสนอีกเยอะๆ หนังสือให้เลือกอ่านเยอะ+หลายแนวดี
เรื่องจำกัดจำนวนสำหรับร้านปัจจุบันที่เป็นสมาชิกเนี่ย ไม่มีแฮะ ไม่รู้ว่าเพราะเค้าคุ้นกับป้าระดับนึงจำหน้ากันได้(แต่ไม่เก็บการ์ตูนให้ :08:)
หรือว่านโยบายร้านไม่ได้จำกัดจำนวนเล่มก็ไม่รู้ แต่มักจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ
"เอาไปอีกซี เอาไปเยอะๆเลย พรุ่งนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ เอาไปเยอะๆก็ได้นะ เนี่ยๆ อันนี้ 20 เล่มจบไม่เอาไปอ่านให้หมดเหรอ"
เอ่อ :39: แหมมม ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ไม่ได้อ่านหนังสือสอบนะ :42:
ปล.ซื้อข้าวมาให้เวลาคนเยอะเหรอจั๊วะ...อืมมม เป็นวิธีที่น่าสนนะ จะหาจังหวะลองทำบ้าง :17:
อ้างคำพูดจาก: แป้งหวาน ปานน้ำผึ้ง เมื่อ 07 ธ.ค. 2007, 13:51 น.
ใช่ๆ อยากให้มีร้านหนังสือแบบร้านต้นสนอีกเยอะๆ หนังสือให้เลือกอ่านเยอะ+หลายแนวดี
วันนี้แอบไปด้อมๆมองๆหน้าร้านต้นสนมา :25:
บรรยากาศสมัยเก่า ไม้ๆดีค่ะ
หนังสือเต็มเลย :04:
ร้านเช่าหนังสือ ช่วยชีวิตได้ตอนย้ายมาอยู่เชียงใหม่ เพราะว่าจะมานั่งซื้อเก็บทุกเล่มเหมือนอยู๋กรุงเทพ ก็ไม่รู้จะเอาไปยัดไว้ตรงไหนของห้อง
ครั้นจะเลิกอ่านเลย ก็ลงแดงดิ้นพราดๆ ทุกวันเลยยังเดินเข้าเดินออกร้านเช่าอยู๋แทบทุกวัน หลังๆเพลาไปบ้างเพราะงานเยอะ
ปัจจุบันประสบปัญหาใหญ่กับร้านเช่าหนังสือ คือว่า...ไม่รู้จะอ่านอะไรแล้ว หมดแผง :05:
ก็เลยว่าจะเริ่มขุดคุ้ยการ์ตูนเก่าๆ มาอ่านอีกรอบ เสียตังค์ใหม่อีกรอบแล้ว :41:
ปล. ร้านต้นสนวังหลัง เคยตะลุยเช่า 3 ก๊กอ่านแล้วอ่านอีก เรียกว่าไปกันทุกวัน
แถวโรงเรียนผมมีอยู่ร้านนึง คนเช่าโคตรเยอะเลย ช่วงเช้ากับช่วงเลิกเรียน เด็กนักเรียนอัดเข้าอยู๋อยู่ในร้านเพียบ ตึกแถว 1 ห้อง ยัดข้างในไม่พอมีล้นออกมานอกร้าน อีก
แต่พี่เจ้าของร้านจำหน้าลูกค้าได้เกือบทุกคน อย่างผมเนี่ย หายไป 6 เดือนเค้ายังจำได้เลย แต่ตอนนี้ใช้บริการมา 6 ปีแล้วตั้งแต่ม.1 รู้สึกว่าจะหมดตังค่าเช่าการ์ตูน นิยายไปทั้งหมด 6 ปีประมาณ ครึ่งหมื่นแล้วมั้ง ยังไม่นับค่าเกมอีก รวมกันคงได้มอไซค์คันครึ่งแล้ว
ตอนนี้ประสบปัญหากับการ์ตูนอยู่ แขนกลคนแปลธาตุ เด็กบ้าที่ไหนเช่าตัดหน้าผมไปตลอดเลย เมื่อวันอาทิตย์อุตส่าห์ถ่อเดินมาเป็นกิโล
เพื่อมาอ่าน เจอตัดหน้าเซงโคตร ค่าเช่าไม่รู้ต่างจากที่อยู่อย่างไง คือราคาหน้าปก 25-35 คิด 3 บาท/1วัน 40 คิด 4บาท/1วัน 45-55 คิด 5บาท/1วัน
นิยายราคาหน้าปก ไม่เกิน 189 คิด 10บาท/วัน เกิน 189ขึ้นไป คิด 20 บาทวันแรก วันต่อไป 10 บาท (อย่างกะโปรโมชั่นมือถือ)
เคยมีร้านเช่าหนังสือมาเปิดใหม่แถวที่ผมอยู่ แค่สองเดือนก็ปิดตัวไปเลยครับ ส่วนร้านเก่าที่เช่าอยู่ ป้าเจ้าของร้านอัพหนังสือช้ามากครับ
การ์ตูนเก่าก็ฝุ่นเยอะมาก เลือกการ์ตูนทีมือดำเลย แต่ป้าใจดีชอบปิดร้านแบบไม่บอกล่วงหน้าบ่อยๆ แถมหนังสือหายก็ไม่หามาปะให้ครบ
ชุด ถามทีไรก็บอกว่ามีคนมายืมไปแล้ว :39:
ก็ ถ้าวิธีผูกมิตรกะเจ้าของร้าน (หรือพวกทำงานร้านการ์ตูนนะคะ)
- วิธีจั๊ว ก็คือซื้อข้าว ซื้อของให้
จริงๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้หรอก
อย่างถ้าจะแวะไปโรงอาหารแล้วโฉบมาถามว่าจะเอาอะไรมั้ย แค่นี้ก็ซึ้งหลายแล้ว
(แต่วิธีนี้ใช้กะเดือนไม่ได้ :30:)
- ยืมบ่อย คืนตรงเวลา
นิสัยดี ทำตัวไม่มีปัญหา
บางทีก็ช่วยเก็บหนังสือ
อะไรแบบเนี้ย
ซึ่งทั้งสองกรณี เดือนเคยได้รับและให้ ก็เลยทั้งได้และให้กลับไปเหมือนกัน :33:
อย่างไปเป็นลูกค้าที่ร้านนึง เดือนก็ชอบยืมนิยายเป็นส่วนใหญ่
แล้วก็เป็นพวกที่รักษาหนังสือ ไม่พับมุมหนังสือ คืนหนังสือตรงเวลา
เจ้าของร้านเค้าก็จะเก็บนิยายใหม่ให้นะ ถามว่าจะเอามั้ยอะไรแบบเนี้ย
คือถ้าหนังสือมาแรกๆ เค้าจะกั๊กให้ลูกค้าดีๆ ก่อน
ส่วนพี่ตี๋นี่ ได้บูมกะซีคิดส์กลับบ้านตลอดเลย เจ้าของร้านเก็บไว้ให้ :37:
ส่วนในฐานะที่เป็นคนทำงานร้านการ์ตูน
ลูกค้าดีๆ ที่ช่วยเก็บหนังสือ มาถามว่าจะเอาขนมอะไรมั้ย หรือไม่ก็ซื้อขนมมาฝาก
ก็มีจริงๆ ค่ะ
เราก็เก็บนิยายไว้ให้ เก็บการ์ตูนไว้ให้อะไรแบบเนี้ย
:37:
อ้างคำพูดจาก: 藿月 (lán yuè) เมื่อ 08 ธ.ค. 2007, 00:15 น.
ก็ ถ้าวิธีผูกมิตรกะเจ้าของร้าน (หรือพวกทำงานร้านการ์ตูนนะคะ)
- วิธีจั๊ว ก็คือซื้อข้าว ซื้อของให้
จริงๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้หรอก
อย่างถ้าจะแวะไปโรงอาหารแล้วโฉบมาถามว่าจะเอาอะไรมั้ย แค่นี้ก็ซึ้งหลายแล้ว
(แต่วิธีนี้ใช้กะเดือนไม่ได้ :30:)
:44: พอดีป้าเค้าบ่นกลางร้านเลยค่ะ จั๊วก็ว่างอยู่เลยบอกว่าไปซื้อให้เอามั้ยคะ
สงสารป้าเค้าด้วยอ้ะ ไม่ได้ทา่นข้าวเพราะลูกค้ามาตลอด
จั๊วไม่เคยซื้อของไปฝากป้าเค้าเลยน้า แค่จะทักทาย ขอบคุณป้าตลอด :22:
ร้านแถวๆโรงเรียนผม เค้ามีโปรโมชั่นด้วยอ่ะครับ แบบว่าช่วงปีใหม่ สงกรานต์ เค้าจะให้ยืมตั้งแต่ก่อนวันที่จะหยุดวันแรกจนถึงวันทำการของราชการครับ ก็เหมือนปีนี้อ่ะ ให้ยืมตั้งแต่วันที่ 28 คืนวันที่ 2 ค่าเช่าวันเดียว ซึ่งผมจองนิยายไว้ 8 เล่ม การ์ตูนอีก 20 เล่ม รวมเงินก็ 165 บาท เยอะขนาดนี้ผมคิดว่าผมอ่านทัน แต่ไม่รู้จะขนมาบ้านอย่างไง
มีเหมือนกันจ้ะ
ยืมวันที่ 25 คืนวันที่ 3 โดยไม่เสียค่าปรับ :52:
ดีอ่ะตั้ง 1 อาทิตย์ อยากไปเช่ามั่งจัง :35: