(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_logo.jpg)
พอดีไปเจอข่าวเกี่ยวกับหอศิลป์แห่งใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จช่วงต้นปีหน้า ตอนนี้โครงสร้างทั้งหมดสร้างเสร็จแทบจะหมดแล้วเหลือแค่การตกแต่งภายใน อาจจะมาโพสล่าช้าหน่อย แต่ก็เป็นข่าวดีครับ :25:
-------------------------------------------------------------
กทม.อู้ฟู่ตั้งงบ 20 ล้านจัดโปรโมตหอศิลป์ ธ.ค.นี้
Dailynews 30/10/2007
งานสร้างเสร็จ 100% เหลือแค่ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ 30 พ.ย.
รายงานข่าวแจ้งว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยผลงานการก่อสร้าง ณ วันที่ 23 ต.ค. 2550 มี 89.10% ช้ากว่าแผน 9.47% จากที่วางไว้ 98.57% เนื่องจากมีการปรับรูปแบบการก่อสร้าง ซึ่ง กทม. ได้ขยายสัญญาเป็นครั้งที่ 2 กำหนดเสร็จวันที่ 30 พ.ย. นี้ จากเดิมที่ขยายสัญญาครั้งที่ 1 ครบกำหนดวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ในการบริหารหอศิลป์ฯ กทม. ได้จัดตั้งมูลนิธิหอศิลป์ ซึ่งได้รับใบ อนุญาตจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒน ธรรมแห่งชาติ (สวช.) แล้วและกระทรวงมหาดไทย ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วเช่นกัน ซึ่ง กทม.ใช้เงินทุน 200,000 บาท สำหรับคณะกรรมการมูลนิธิฯ มีตำแหน่งคราวละ 2 ปี แยกเป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานและตัวแทนหน่วยงาน ใน กทม.นอกจากนี้ยังมีกรรมการจากการสรรหาอีก 12 คน ที่มาจากกลุ่มต่าง ๆ ซึ่ง กทม. เตรียมสรรหาเร็ว ๆ นี้ และกรรมการมูลนิธิมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหอศิลป์ ไม่เกิน 10 คน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ได้ตั้งงบประมาณโครงการจัดกิจกรรมสนับสนุนหอศิลป์ ปี 2551 วงเงิน 20 ล้านบาท แยกเป็นงานซอฟท์ โอเพนนิ่ง 1 ล้านบาท ที่จัดกิจกรรมและการประชาสัมพันธ์เปิดตัวหอศิลป์ ราว เดือน ธ.ค. นี้ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของหอศิลป์ งานแกรนด์ โอเพนนิ่ง 5 ล้านบาท ที่จัดพิธีเปิดหอศิลป์ 1 วัน ราวเดือน ก.พ.-มี.ค. รวมทั้งการจัดนิทรรศการภาพฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวระหว่างเดือน ก.พ.-เม.ย. และกิจกรรมสนับสนุนหอศิลป์ ตลอดปี 2551 อีก 14 ล้านบาท เช่น การจัดนิทรรศการดนตรี ละคร ภาพยนตร์ โครงการศิลปะเพื่อเยาวชนและประชาชน.
(http://www.pohchang.org/webboard/index.php?action=dlattach;topic=723.0;attach=7285;image)
ประวัติความเป็นมา หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ (BMA Contemporary Art Museum)
ภาพแบบร่างหอศิลป์กรุงเทพฯ แยกปทุมวันหอศิลป์กรุงเทพฯ มีชื่อเต็มว่า หอศิลปะวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นเป็นโครงการ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2537 โดยกลุ่มศิลปินร่วมสมัยแห่งประเทศไทยนับพันคนได้จัดแสดงผลงานที่ ศุนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหวังให้สังคมเห็นว่า มีศิลปินมากพอที่ควรจะมี หอศิลป์ มาเป็นพื้นที่รองรับในการแสดงออกผลงาน และเก็บรักษาผลงานในอดีตและประวัติศาสตร์ เป็นที่รวมกลุ่มศิลปิน เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนความคิด แนวการทำงาน ผลก็การผลักดันให้เกิดการพัฒนาของวงการศิลปะในบ้านเมืองนี้ :12:
โครงการดูจะมีอนาคตที่สดใสและรุ่งเรืองเมื่อคราวสมัยของ ดร.พิจิตต รัตตกุลได้รับตำแหน่งเป็นผู้ว่า กทม. โดยมีการผลักดันจนกระทั่ง กทม มีนโยบายที่จะสร้างหอศิลป์ขึ้น มีการกำหนดพื้นที่ตั้งหอศิลป์ที่บริเวณสีแยก ปทุมวัน และผู้ชนะจากการประกวดแบบ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้แก่ บริษัท Robert G. Boughey & Associates (RGB Architects)ความพร้อมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในปี พศ.2539 ในสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช :44: ผู้ว่า กทม.คนต่อมา โครงการหอศิลป์กรุงเทพมหานคร ถูกรื้อถอนโครงการความคืบหน้าเดิม ทิ้งทั้งหมด เปลี่ยนหน้าตามาเป็นพื้นที่การค้า ตามรูปแบบการใช้พื้นที่แถบนั้น และมีส่วนแสดงศิลปะไว้นิดหน่อย :07: ซึ่งบรรดาศิลปินและคนทำงานศิลปะในหลายแขนงต่างไม่พอใจในการยุบโครงการนี้เป็นอย่างมาก และได้เคลื่อนไหวเรียกร้องมาตลอดสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช :13:
จากการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อสู้เพื่อให้มีหอศิลป์โดยเครือข่ายประชาชนและกลุ่มศิลปินที่ยาวนาน จนกระทั่งกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการฯ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิลปวัฒนธรรม และได้วางนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นนโยบายหลัก โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ของเด็ก เยาวชน และประชาชนในสังคม ให้ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม สภาแห่งกรุงเทพมหานครจึงได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กว่า 60,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม ซึ่งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร Bangkok Art and Culture Centre ได้เริ่มก่อสร้างในที่ดินของกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน และได้มีการเปิดโครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2548 :22:
ในกำหนดการเดิม หอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะสร้างเสร็จช่วงปลายปี 2549 แต่การก่อสร้างได้ล่าช้าออกไปจากเดิม ซึ่งคาดการณ์กันว่าน่าจะก่อสร้างเสร็จราวๆปลายปี 2550 หรือต้นปี 2551
(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/a/aa/BMTart.jpg)
พื้นที่ใช้สอยและตัวอาคาร
ตัวอาคารสูง 9 ชั้น (บวกอีก 2 ชั้นใต้ดิน) โดยในตัวอาคารถูกออกแบบมาให้เป็นทรงกระบอก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระหว่างอาคารได้ด้วยทางเดินวน เป็นแนวเอียงขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้คนที่เข้ามาชมผลงาน สามารถชมได้ต่อเนื่องในแต่ละชั้น นอกจากนี้ตัวอาคารยังออกแบบมาให้สามารถรับแสงสว่างจากภายนอกได้ โดยที่แสงไม่แรงพอจะที่เข้ามาถึงขนาดทำลายผลงานศิลปะที่แสดงอยู่ข้างในได้ นอกจากห้องนิทรรศการที่มีอยู่หลายส่วนแล้ว ภายในยังมีส่วนที่เป็นห้องสมุดประชาชน, ห้องปฏิบัติการศิลปะ, ห้องเอนกประสงค์ 300 ที่นั่ง, ร้านค้า รวมไปถึงโรงภาพยนตร์-โรงละครขนาด 222 ที่นั่ง
สถานที่ตั้ง:
บริเวณแยกปทุมวัน ตรงข้าม MBK center และ Siam Discovery, สถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลองมาดูพัฒนาการก่อสร้างหอศิลป์แต่ละย่างก้าวกันตั้งแต่เริ่มก่อสร้างกันดีกว่า :27:
ช่วงปี 2004: พื้นที่ตรงแยกปทุมวันยังถูกทิ้งให้รกร้าง หลังจากโครงการหอศิลป์ที่ยังคาราคาซังในสมัยของนาย สมัคร สุนทรเวช ซึ่งกลุ่มคนที่อยากให้มีหอศิลป์ได้ชุมนุมกันครั้งใหญ่บริเวณนี้ เพื่อเรียกร้องให้ปัดฝุ่นโครงการหอศิลป์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งผู้ว่าคนต่อมาคือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้รับปากว่าจะปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้ง :46:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2004.jpg)
ช่วงต้นปี 2005: การก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โอ้เย~ :25:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2005.jpg)
ช่วงปลายปี 2005: การปรับหน้าดินได้เสร็จขั้นตอน และได้เริ่มตอกเสาเข็ม :40:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2005-dec.jpg)
ช่วงกลางปี 2006: ทำการก่อสร้างชั้นใต้ดินและปูพื้นที่สำหรับขึ้นโครงอาคาร :45:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2006-june.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2006-sep.jpg)
ช่วงปลายปี 2006: เริ่มเห็นตัวอาคารที่กำลังก่อสร้างอย่างรวดเร็ว :12:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2006-dec.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2006-nov.jpg)
ช่วงกลางปี 2007 ราวเดือนเมษายน: อาคารเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ดูยิ่งใหญ่สมกับเป็นหอศิลป์แห่งชาติแห่งใหม่จริงๆ :18:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-apr01.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-apr02.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-apr03.jpg)
ช่วงปี 2007 เดือนสิงหาคม: ใกล้ความจริงเข้าไปเรื่อยๆ
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-aug.jpg)
ช่วงปี 2007 เดือนตุลาคม: ตัวอาคารเสร็จสมบูรณ์เกือบทุกจุด ยังเหลือการตกแต่งภายนอกและภายใน สังเกตุดูดีๆในภาพด้านล่าง เขาเริ่มเรียกน้ำย่อยโดยการนำผลงานของศิลปินและนักออกแบบในไทยมาแปะโชว์ไว้ด้วย เพื่อให้คนผ่านไปผ่านมาได้รู้ว่าที่นี่คือหอศิลป์แห่งใหม่ที่หลากหลาย ....แน่นอนว่าเมื่อหอศิลป์สร้างเสร็จ มันจะไม่ได้มีแค่งานศิลปะอย่างเดียวที่นำมาหมุนเวียนแสดง แต่มันรวมไปถึง ภาพยนตร์ไทย, ดนตรี, วรรณกรรม, งานออกแบบหลากหลายสาขา ทั้งงานผลิตภัณฑ์ งานกราฟิก, ภาพถ่าย :52:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-sep.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-oct.jpg)
หอศิลปงานของคุณจีบุยงานนี้สวยมากๆครับ
เห็นตอนประกาศผลประกวดแบบแล้ว สุดยอดจริงๆ
งานนี้ตอนนั้นได้ช่วยเจ้านายทำประกวดกับเขาเหมือนกัน
เซ็งตอนคุณสมัครเป็นผู้ว่าแล้วล้มโครงการเหมือนกัน
ทำหอศิลป์นี่ ความปลอดภัยยิ่งกว่าธนาคารอีกนะ
ทั้งเรื่องขโมย และเรื่องของการควบคุมสภาพ (ความชื้น, แสงที่จะทำให้ผิวงานเสีย ฯลฯ)
เงินหายนี่ หาใหม่ได้
แต่งานหาย หาไม่ได้แล้วนะ
อู้วๆๆๆ ใกล้บ้านมากๆๆๆ :25:
นั่งรถผ่านตอนแรกนึกว่าคอนโดอะไรหว่า :21:
ช่วงปี 2007 เดือนพฤศจิกายน: เริ่มเห็นความคืบหน้าการตกแต่งอาคาร รวมไปถึงการสร้างจุดต่อเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ถึงจะเสร็จช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย แต่เห็นแค่นี้ก็ใจชื้นแล้ว อย่าสร้างกันแบบสุกเอาเผากินนะคร๊าบ :48: มันเป็นหน้าเป็นตาประเทศ เสร็จช้าลงเล็กน้อยแต่งานเนี๊ยบหน่อยก็ยอมล่ะ ภาพนี้น่าจะอัพเดทค่อนข้างล่าสุดล่ะครับ :27:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-nov01.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-nov02.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_2007-nov03.jpg)
:25:
ใกล้ความจริง :25:
แต่พอไปดูของดูไบในกระจู๋คลองไทยแล้ว :16:
มันคนละสายกัยครับ ช่างดูไบปะไร :25:
ไช้~ โย้ว!! :25:
สวยจัง :25: หายสงสัยซะทีว่าเค้าสร้างอะไรตรงนั้น (ตอนแรกนึกว่าจะสร้างห้างเพิ่มซะอีก)
ไหนๆ ก็มีคนยังไม่รู้อีกเพียบ
เลยขอนำลิงก์ไปแปะหน้าแรกเลยละกันครับ :46:
เราเคยซื้อเสื้อเรียกร้องหอศิลป์นี่ด้วยล่ะ
ถ้าหาเจอ จะใส่ไปเดินวันเปิด :22:
อ้างคำพูดจาก: Heath เมื่อ 21 พ.ย. 2007, 22:00 น.
เราเคยซื้อเสื้อเรียกร้องหอศิลป์นี่ด้วยล่ะ
ถ้าหาเจอ จะใส่ไปเดินวันเปิด :22:
ซื้อมาเหมือนกัน .... แต่ตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว กลายเป็นทรงพุงปลิ้นแทน :30:
อ้างคำพูดจาก: อ๋าห์ พาเพลิน เมื่อ 21 พ.ย. 2007, 20:48 น.
หอศิลปงานของคุณจีบุยงานนี้สวยมากๆครับ
เห็นตอนประกาศผลประกวดแบบแล้ว สุดยอดจริงๆ
จำได้ว่าตอนเรียนอาจารย์เอาแบบที่เข้ารอบมาให้ดูหลายอันเลย :25:
ดีใจที่เป็นรูปเป็นร่างและทำตามแบบของ จีบุย จริงๆ
เพราะตอนแรกได้ยินมาว่าจะสร้างแต่ขอเปลี่ยนแบบเพราะแพงไป
แล้วไปเอาไอ้ภาพสันดานกาอะไรนี่นะ มาติดไว้
จะได้แวะไปดู 555
:25: ประเทศไทย
ฮูเร่ :25:
เยๆๆ :25:
อ้างคำพูดจาก: Annkemon ^o^ เมื่อ 21 พ.ย. 2007, 21:27 น.
สวยจัง :25: หายสงสัยซะทีว่าเค้าสร้างอะไรตรงนั้น (ตอนแรกนึกว่าจะสร้างห้างเพิ่มซะอีก)
เพิ่งรู้เหมือนกัน ไปมาบุญครองแล้วงงทุกทีว่าตึกอะไร :25:
ดีใจจัง
โอยย อยากไปครับ ปลื้มใจ :52:
ตอนนั้นอยู่ปีหนึ่งปีสอง แบบว่าเขามาชวนไปประท้วงกัน
ประชุมกันตรงลานจานศิลป์ มีพวกหนังสืออาร์ตเรคอร์ดอะไรยังงั้น
พิมพ์การ์ด โปสเตอร์ประท้วง ถึงวันก็ไปรวมตัวกันที่ลานตรงนั้น
มีอ่านกลอน ทำงานศิลปะด่าสมัคร ศิลปินแห่งชาติหลายๆท่าน
จำได้ว่าท่านอังคารก็มีบทกวี"บริภาษ"ชนผู้ไร้ศิลปะ ว่าจิตใจต่ำช้าสัตว์สถุล ฯลฯ
คืนนั้นดูข่าว สมัครออกมาบอกว่า โฮ้ย ไอ้พวกศิลปินบ้าๆบอๆ
ญี่ปุ่นเขามาออกตังค์ให้สร้างฟรีๆทำไมจะไม่เอา(หมายถึงสร้างเป็นลานจอดรถ)
ด่าศิลปินแห่งชาตินี่ล่ะครับ เท่มากๆ เป็นคนอยู่บนหลักการเสมอต้นเสมอปลาย
ไม่ว่าจะพูดกับใครปัญญาชนแค่ไหน ก็รักษาระดับวาจาได้ไม่หลุดคอนเซ็ปต์
ปกติมนุษย์ทุกคนต้องมีศิลปะอยู่ในหัวใจ
ตั้งแต่วันนั้น นอกจากเขาไม่มีแล้วยังทำลาย
ผมเลยนับเขาเป็นสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่ง
คงเท่ดีถ้าเรามีนายกเป็นสัตว์ประหลาด :37:
เห็นจู๋นี้แล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ร้ายๆมืดมน
เหมือนมีแสงเริ่มทอให้เรามีความหวังกับประเทศขอเราขึ้นมาอีกเฮือก
อยากไปดูตอนวันเปิดเหมือนกันนะครับเนี่ย :44:
เกิด (ไอ้) หมัก ได้เป็นนายกฯงวดนี้ก็น่าคิด เสียวๆชะตากรรมหอศิลป์ที่พึ่งเสร็จเหมือนกัน เพราะโครงการนี้เป็นหนึ่งในยาขมช่วงที่แกเป็นผู้ว่าฯ โดนชาวบ้านตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ดมาไม่รู้กี่ครั้งกับไอ้การคิดยุบโครงการนี้ ...เกิดอยู่ๆได้เป็นนายก พี่แกคลุ้มคลั่งเอาพื้นที่หอศิลป์ไปทำอะไรมั่วซั่วอย่างเป็นพื้นที่เลี้ยงแมวจรจัด, ทำเป็นห้างให้เช่า หรือทำเป็นสวนอาหาร จะทำยังไงกันดีเนี่ย :38:
ชนผู้ไร้ศิลปะ ว่าจิตใจต่ำช้าสัตว์สถุล ฯลฯ
ดูเหมือนคำนี้จะเป็นจริง ถ้าดูจากพฤติกรรมทุกวันนี้ .... ไล่ด่านักข่าว ปากไม่มีหูรูดไปเรื่อย .... เหมือนกับที่ อ.อังคาร บอกไว้ว่า จิตใจต่ำช้าสัตว์สถุล ไม่ผิดเพี้ยน (การเมืองไปมั๊ยเนี่ย นึกแล้วมันจี๊ดกับพฤติกรรมคนเยี่ยงนี้จริงๆ)
ถ้าจะให้เด็ด ต้องเชิญสมัครไปร่วมในพิธีเปิดครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 พ.ย. 2007, 19:57 น.
ถ้าจะให้เด็ด ต้องเชิญสมัครไปร่วมในพิธีเปิดครับ
ให้ไปตัดริบบิ้นเลยมั้ยพี่ :30:
คงไม่มีวาสนาบารมีถึงขนาดนั้นหรอก :21:
นี่หอศิลป์นี่เกือบเสร็จแล้วนี่ ตามความรู้สึกแล้ว เอามาอัดในเขตรถติดทำไม
มันก็ดีที่จะได้ดึงคนเข้าไปมาก เดี๋ยวดูนะช่วงเปิดนะ รถจะติดมากๆ (ตูเดือดร้อนโคตรๆ :12:)
แล้วพอผ่านไปพักนึงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เงียบๆ เหี่ยวๆ แต่ก็ดีต่อเยาวชนที่มีอะไรนิดๆหน่อยๆให้ศึกษา
แต่จะดีต่อสตาร์บั๊คมากกว่ามาก :12: ส่วนตัวแล้วตรงนั้นสีเขียวน้อยอยู่แล้ว แล้วก็ยังเอาสีเขียวออกไปอีก :16:
ไม่ได้เห็นด้วยตั้งแต่จะทำอยู่แล้ว :05:
เป็นถึงนายกนะครับ
ยังไไงก็ต้องมาเป็นเกียรติในพิธีเปิดอยู่แล้ว
จริงๆไอ้บริเวณแถบแยกราชปรารถ-ปทุมวันนี่ห้างกับตึกสูงๆมันก็เยอะจริงๆนั่นแหล่ะ :42: เป็นย่านธุรกิจ+ย่านแฟชั่น คงจะหลีกเลี่ยงได้ยาก
ซึ่งมันก็พอจะมีพื้นที่สีเขียวนะก็คือบริเวณของจุฬาฯ แต่ถ้าเป็นคนนอกคงไม่ค่อยกล้าเดินเข้าไปสักเท่าไหร่ .... จริงๆถ้าจะทำพิ้นที่สีเขียว รอบนอกบางส่วนของสนามศุภฯดูจะเหมาะสมกว่า เอาต้นไม้มาลงสักหน่อย ให้คนที่เข้าไปออกกำลังกายรู้สึกสดชื่นมั่ง ไม่ใช่เข้าไปมีแต่สนามเก่าๆ ออกกำลังกายกันร้อนๆไม่มีร่มต้นไม้ให้นั่งพัก ดูมันไม่สดชื่นเลย (ชอบแบบสวนลุม ได้ฟิลลิ่งกว่า)
... แต่ยังไงคิดว่าหอศิลป์คงมีต้นไม้ประดับบ้างต้นสองต้นนั่นแหล่ะ ประมาณว่าเอามาตกแต่งเล็กๆน้อยๆตามเทรนด์ มีน้ำพุตามฮวงจุ๊ย เพราะสังเกตุพวกอาคารใหม่ๆที่สร้างขึ้นมาเพื่อชุมชน เดี๋ยวนี้มันก็จะทำกันแนวๆนี้ อย่าง J-avenue นี่ชอบนะ มีต้นไม้ใหญ่ๆ แล้วก็มีร้านกาแฟ หรือร้านที่เป็นที่ให้คนนั่งพัก :52: .... ไอ้หอศิลป์นี่มันมีบริเวณร้านค้าด้วย ยังไงก็เลือกร้านที่มาเช่าให้เข้ากับสถานที่หน่อยก็แล้วกัน อยากได้ ร้านกาแฟดอยตุง หรือ สตาร์บักส์ (ซึ่งคงจะมีแน่ๆ) , ร้านหนังสือที่มันมีหนังสือหายากๆแปลกๆ แต่ราคาย่อมเยา (เหมือนที่ร้าน Bashsheer ตึก H1 ทองหล่อ), ส่วนถ้ามีศูนย์อาหารหรือร้านเครื่องดื่มที่ให้นั่งเล่นได้โดยราคาไม่แพงมากเหมือนร้านกาแฟก็คงจะดี ไม่งั้นพวกเด็กที่เรียนๆอยู่มาดูงานที่นี่คงเปลืองเงินน่าดู
พื้นที่ปลูกต้นไม้ดีๆ สักต้นตรงนั้น
ราคาแพงพอๆ กับสร้างบ้านชานเมืองได้เป็นหลังๆ เลยนะครับ
ขอสารภาพว่าไม่ได้ผ่านตรงนั้นเป็นปีแล้ว ฮู้ว :25:
มีตติ้งวันเปืดหอศิลป์ฯมั้ย :25:
อัพเดทความคืบหน้าในการก่อสร้าง
ภาพของต้นเดือนธันวาคม 2007 (2550)
ภายนอกเอาโครงเหล็กออกแล้ว เริ่มตกแต่งภายนอกและภายใน ถ้าสังเกตุดูดีๆจะเริ่มติดกระจกไปบางส่วน
ส่วนบันไดของสะพาน BTS ที่เชื่อมตอนนี้อาจจะลำบากคนสัญจรหน่อย เพราะกำลังปรับปรุง
งานตกแต่งทั้งหมดจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมีนาคม และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum09_dec2007-2.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum09_dec2007-1.jpg)
บนทางเดินลอยฟ้านั่นเขาห้ามนั่งขายของหรือเปล่าครับ
จำได้ว่าเมื่นานมาแล้วไปเดินเล่นมันมีของขาย แต่ตอนหลังไม่เห็นอีกเลย
พอดีเมื่อวาน (30 พย.) พึ่งจะรู้ข่าวสดๆร้อนว่ามันมีงาน Pre-open ที่หน้าหอศิลป์ช่วงเย็นๆ-หัวค่ำ เลยแว่บไปดูสักหน่อย
ตัวงานก็จัดกันแบบขำๆ ไม่ทางการมาก ก็มีน้ำเก๊กฮวย กระเจี๊ยบ แจกให้คนที่มางานกินกัน , มีอาหาร (แต่ไม่กล้าตักกิน เพราะไม่ค่อยมีคนตัก :30:) นอกนั้นก็มีตั๊งบู๊ทตลาดนัดศิลปะ ขายโปสการ์ดเล็กๆน้อยๆ , มีวง jazz นักเรียนขึ้นไปเล่นบนเวที แต่เด็ดสุดก็คือน้าวสันต์ สิทธิเขต ขึ้นไปบนเวทีด้นกลอน+กีตาร์ ด่านักการเมืองกับอดีตผู้ว่าฯ (หลักๆก็ไอ้คุณหมักนั่นแหล่ะ) แล้วก็มีผู้ว่าฯคนปัจจุบัน คือ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ขึ้นไปเล่าคร่าวๆว่าโครงการหอศิลป์มีประวัติความเป็นมายังไง แล้วจะหลังจากสร้างเสร็จแล้วประชาชนธรรมดาจะได้อะไร มีอะไรให้ดู และคนทำงานด้านนี้จะใช้ประโยชน์หอศิลป์ในรูปแบบไหนได้บ้าง ...แต่ที่แน่ๆ มีนาคม ปีหน้าน่าจะแล้วเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการได้
อ่ออ ถ้าใครเดินดุ่ยๆเข้าไปดูเฉยๆ น่าเสียดายน่าดู เพราะถ้าเดินไปที่บู๊ทแล้วลงทะเบียนจะได้ของแจกเล็กๆน้อยๆ ก็คือถุงผ้าที่มีตราโลโก้ของหอศิลป์เป็นที่ระลึกด้วยนะเอ้า :26:
ถ่ายรูปงานมาด้วยกล้องมือถือ ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum09_nov2007_preopen.jpg)
โอ้
อยากเห็นโลโก้จังเลยครับ
มีรูปอีกไหมครับ
ยัีงนึกไม่ออกเลยว่าอะไรจะหน้าตาเป็นยังไง
:25: น่าไปมากๆ
ผมได้ไปนั่งขายเสื้อยืดกับหนังสั้นแบบงงๆ ด้วยนะ :43:
จริงๆอยากเห็นโคออปะเหรทของทั้งองค์กรเลย
คาดหวังไว้สูงมากกกกอีกต่างหาก
(มันน่าจะปรากฏมากับของที่ระลึกหรือเปล่าครับ)
มาแล้วตามคำเรียกร้อง :27: ภาพข้างล่างคือถุงผ้าที่แจกให้กับคนที่ไปลงทะบียนในงาน pre-open วันที่ 30 พย. ไม่ได้สวยงามอะไรมาก
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_bag.jpg)
กลมๆ นั่นคือโลโก้เลยเหรอครับ
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum_logo.jpg)
มาดูตัวตราสัญลักษณ์หรือ logo ของหอศิลป์กันแบบชัดๆ ...พึ่งจะเห็น logo ตัวนี้ครั้งแรกตอนงาน FAT 7 เพราะหอศิลป์ฯเป็นสปอนเซอร์หลักจัดงานศิลปะเพื่อแรงบันดาลใจข้างในงาน FAT นั่นแหล่ะ ....เห็นครั้งแรกแล้วค่อนข้างชอบมันดูง่ายๆและสมัยใหม่ดี ใช้วงกลมเรียบๆมาเรียงตัวกันแบบกระจายๆ ดูๆไปจะคล้ายๆมันเรียงตัวกันเป็นรูปเจดีฐนะ ไม่รู้ว่าจะเห็นตรงกันกับคนที่ออกแบบรึเปล่า
เพิ่มเติม ตัวสัญลักษณ์หรือ logo ของหอศิลป์ฯ ได้จัดประกวดการออกแบบเมื่อช่วงปลายปี พศ. 2548 โดยผู้ชนะเลิศได้แก่ นายภาคภูมิ ลมูลพันธ์ ได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท
น่าจะยังงั้นครับ
เหมือนแสงไฟจากวัดวา (วัดพระแก้วด้วยมั้ง) ตอนกลางคืนเวลาเราหรี่ตามอง
เท่ดี แต่เอาไปลงสื่ออะไรคงกระจัดกระจายไปหน่อย
อันนี้เป็นข่าวเก่า แต่น่าจะมีประโยชน์เลยเอามาให้อ่านกัน :27:
จากเว็บ: http://www.thaingo.org/story/artvote.htm (http://www.thaingo.org/story/artvote.htm)
(http://www.thaingo.org/images2/art006.jpg)
|
| ชาว กทม. ต้องการ 'หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร'
โครงการจัดสร้าง "หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร" ริเริ่มขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๙ จนถึงปัจจุบันโครงการนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ 8 ปีผ่านไป ความหวังและความต้องการของพวกเราชาว กทม. ยังไม่เคยหมด เพราะวันนี้กรุงเทพมหานครเติบโตเป็นอย่างมากในทุกด้าน แต่ยังคงขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านศิลปวัฒนธรรมที่จำเป็น นั่นคือ "หอศิลปวัฒนธรรม" ที่เป็นพื้นที่ของการแสดงออกและแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ และเป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต, จิตใจ และจิตวิญญาณของชาว กทม. ยุคใหม่
ชาว กทม. กำลังจะต้องเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครฯ คนใหม่เร็วๆ แต่เราจะเห็นได้ว่าจากการหาเสียง เราก็แทบจะไม่เห็นเลยว่าผู้เสนอประเด็นหรือนโยบายทางด้านศิลปวัฒนธรรม เครือข่ายประชาชนเพื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (People's Network for Bangkok Art & Culture Centre) จึงเกิดขึ้น เครือข่ายนี้ เกิดจากการรวมตัวของประชาชนชาว กทม. ที่มีความต้องการเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ได้แก่ เครือข่ายศิลปินรณรงค์เพื่อหอศิลปะร่วมสมัยเฉลิมพระเกียรติแห่งกรุงเทพมหานคร, กลุ่ม We Think, กลุ่มศิลปินเจน อาร์ต, อาจารย์และนักศึกษาศิลปะ, กลุ่มพันธมิตรมะขามป้อม, นักวิชาการ และกลุ่มประชาสังคมกรุงเทพ ได้ร่วมกันแสดงจุดยืนในการ ทวงถาม ถึง "หอศิลปวัฒนธรรม" ที่เริ่มต้นในสมัยผู้ว่าฯ พิจิตร รัตกุล กลางสมัย จนมาถึงผู้ว่าฯ สมัคร สุนทรเวช และกำลังจะมีผู้ว่าฯ คนใหม่ รวมเวลากว่า 8 ปี มีการวางศิลาฤกษ์ไปแล้ว แต่ไม่มีการลงมือสร้าง ทั้งๆ ที่งบประมาณ 160 ล้านบาทก็ออกมาแล้ว เป็นงานที่คาราคาซังอยู่ ออกแบบเรีบยร้อยแล้ว มีการประกวดแบบแล้ว แต่ด้วยสาเหตุเรื่องขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ที่ต้องการให้สร้างเป็นศูนย์การค้าแทน โดยให้หอศิลปฯ เป็นส่วนหนึ่งในศูนย์การค้านั้น นั้นคือการให้คุณค่ากับศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เหมาะสมแล้วหรือ ?
คงถึงเวลาที่ประชาชน....จะทวง 'หอศิลปฯ' คืน....
|
-----------------------------------------------------------------------
ถ้าเราไม่มีตรงนี้ อาศัยการเรียนรู้จากแค่ วัง กับ วัด คงไม่พอ.... และผมอยากให้มีหลายๆ ที่ มีทุกเมือง มุกจังหวัด ในรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้แล้ว ในมาตรา 46/2540 "บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิ อนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรม อันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการการบำรุง รักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ" มันเขียนในกฎหมาย แต่มันเหมือนเราพนมมือ แล้วก็ฟังพระเทศน์ รับศีล 5 รับๆไปแล้วไม่ปฎิบัติ มันไม่มีประโยชน์อะไรขึ้น ฉันใดก็ฉันนั้น
หอศิลปวัฒนธรรม จำเป็นต้องมีเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ทางศิลปะ ทุกสาขา และประเด็นที่สำคัญอื่นประัเด็นคือ หอศิลปวัฒนธรรมเป็นแหล่งบูรณาการกับชุมชน ใน กทม. มีแหล่งศิลปวัฒนธรรมหลายที่ต่างคนต่างทำ ไม่มี Center ที่เป็นระบบ มันไม่มีทิศทางรวมของประเทศ สมมติว่าผู้นำประเทศเราจะสร้างสินค้า OTOP มาตัวหนึ่งแล้วจะให้มีรูปแบบสวยๆ เราสั่งวันนี้ให้เป็นมันวันนี้มันเป็นไปได้ไหม...มันเป็นไปไม่ได้เลย อย่าง อิตาลี เขามี เฟอร์รารี่ (Ferrari) มี กุดชี่ (Gucchi) มีผลิตภัณฑ์ดีไซน์ดี เขามี ไมเคิล แองเจอโล (Michel Angelo) มีดาวินชี่ (daVinci) มาก่อน มันถึงมี เฟอร์รารี่ (Ferrari) มาได้ วันนี้เราสั่งให้ OTOP สวยๆ มี Bangkok เมืองแฟชั่น เราจิกหัวให้เกิดในวันสองวัน...มันจัดฉาก...ถ้าฐานราก องค์ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมเราไม่ดูแล ไม่มีระบบ ไม่มีการสืบสานต่อ ไม่ถ่ายต่อสู่คนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ไม่สามารถศึกษาคนรุ่นเก่าได้ เราจะสร้างศิลปะที่มันร่วมสมัย หรือเป็นตัวเราได้อย่างไร...
นี่แค่ก้าวแรกเฉยๆ ที่ผมมองลึกกว่านั้นคือต้องปฏิรูปการศึกษา เราให้ความสำคัญกับวิชากลุ่มสมองฉีกซ้าย คือ พวกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คำนวณต่างๆ มากกว่าองค์ความรู้วิชากลุ่มสมองฉีกขวา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ผมว่าอันตราย... แล้วตรงกลางก็คือ พวกพลานามัย มนุษย์คนมันก็มี 3 กลุ่มวิชาเป็นฐาน มันต้องสมดุลย์กัน
อ.ปรีชา เถาทอง (อดีตคณบดีคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร)
| (http://www.thaingo.org/images2/art001.jpg)
|
-----------------------------------------------------------------------
(http://www.thaingo.org/images2/art002.jpg)
| อย่างน้่อย หอศิลปฯ เป็นเชื้อของความคิดของสุนทรีย์เบื้องต้นที่เราต้องมีเอาไว้ เป็นจุดนัดพบของเรื่องสุนทรีย์ มันถูกต้องแล้ว สำหรับสถานที่ตั้งของหอศิลป ไปก็ได้สะดวก มีรถไฟฟ้า มีอะไรสารพัด อยู่กลางเมือง ไม่ใช่ไปอยู่แถว 'ตาตุ่ม' เมือง
อ.ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที (มูลนิธิศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร)
|
-----------------------------------------------------------------------
หลายเมืองเขาพยายาม 'สร้าง' วัฒนธรรมของเก่าที่ลืมไปแล้ว แต่กรุงเทพฯ มันยังมีและดำรงอยู่ และผมเชื่อว่าทุกจังหวัดก็ควรจะมีหอศิลป์ของจังหวัด
คน กทม. อยากเห็นบางสิ่งบางอย่างขัดเกลาจิตใจลูกหลาน และสิ่งที่ผมภูมิใจก็คือ เด็กๆ ที่บ้านครัวจะได้มีเวทีทางวัฒนธรรม ที่เขาสามารถมาใช้ประกอบกิจกรรมของเขา ไม่ใช่เอาเวลาไปห้างใหญ่ๆ วึ่งเกิดขึ้นแทบทุกจุด
กรุงเทพฯ มีชุมชนประมาณ 1 พันต้นๆ มีเขต 50 เขต ซึ่งตรงนี้ยังขาดศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมของเขาเอง ถ้า กทม. เป็นตัวเริ่มให้เกิดขึ้นได้ อีก 75 จังหวัดก็จะมีตาม ประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยเงินตรา แต่มันเกิดจากวัฒนธรรมที่สั่งสมกันมา กว่า 200 ปี ถ้าเราลืมตรงนี้ไป เราไม่สามารถสร้างมันชึ้นได้อีก วัฒนธรรมไม่สามารถสร้างขึ้นได้ มันต้องดำรงอยู่และสืบทอดด้วยคน
หลายคนอาจจะมองไม่เห็นคุณค่าว่า มันจะมีผลผลิตอะไรจากตัวหอศิลปฯ แต่มันมีคุณค่าที่วัดไม่ได้ด้วยเงินตรา จะมาวัดด้วย GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวม คงไม่ใช่... แต่ศิลปวัฒนธรรมมันวัดด้วยสำนึกและจิดใจมากกว่า ซึ่งผมเชื่อว่า กทม ยังมีชุมชนที่ยังไม่ล่มสลายอีกเยอะและยังดำรงอยู่
สาโรจน์ เผือกสาลี (ตัวแทนชุมชน)
| (http://www.thaingo.org/images2/art003.jpg)
|
-----------------------------------------------------------------------
(http://www.thaingo.org/images2/art004.jpg)
| การเคลื่อนไหวเรื่องหอศิลปฯ เป็นเรื่องเล็กๆ แต่อยู่ในคำถามใหญ่ของชาติ ที่กำลังเกิดขึ้นและจะหนักขึ้นใน 5-10 ปีข้างหน้า สิ่งที่มันพัฒนาไปและไม่มีใครควบคุมได้คือ เทคโนโลยี แต่สิ่งที่ควบคุมเทคโนโลยีคือ มนุษย์ และสิ่งที่ควบคุมมนุษย์คือ สภาวะแห่งจิตใจ ซึ่งมันขาดอย่างมากในสังคมไทย
เรื่องหอศิลป เป็นเรื่องของอนาคตของชาติ เกี่ยวกับเยาวชน ด้วย เพราะเขาเติบโตภายใต้สิ่งเร้าอื่นๆ ต่างๆ มากมาย แต่เขาไม่มีโอกาสปฎิเสธสิ่งเหล่านี้ เราต้องหาทางผลักดันเรื่องของเยาวชนและศิลปวัฒนธรรมให้เป็นเรื่องเดียวกัน ให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ สส. กทม. ก็ต้องพูดเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ว่าฯ อย่างเดียว เพราะหลายเรื่องผู้ว่าฯ จัดการไม่ได้ ต้องพูดเรื่องนี้ แล้วเมืองต่างๆ ในประเทศไทยต้องพูดเรื่องนี้ การขยายตัวของเมืองทุกเมืองต้องพูดเรื่องนี้ด้วย ทำให้ Imagination ให้เป็น Movement ให้ได้
อ. ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์
|
-----------------------------------------------------------------------
หอศิลปฯ มันสร้างแล้ว เพราะผมไปช่วยเขาวางศิลาฤกษ์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มันควรจะเสร็จไปแล้วแต่มันไม่เสร็จ มันไม่ใช่ปัญหาของเรา มันเป็นปัญของผู้ว่าฯ เพราะฉนั้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นการขยายตัวโตขึ้น แต่ก่อนมีแค่เครือข่ายศิลปินฯ ตอนนี้เป็นเครือข่ายประชาชนฯ หรือเขาจะรอคอยให้เราโตกว่านี้ ???
นี่เป็นการทดสอบระดับภูมิปัญญา ระดับวัฒนธรรม ของผู้ว่าฯ กทม คนใหม่ว่าเขารู้เรื่องนี่แค่ไหน ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนต้องการหอศิลปฯ ประชาชนทุกคนหอศิลปฯ ยกเว้นผู้ว่าฯ เพราะัฉนั้นเราจะมาถามผู้ว่าฯ 'จะเอาไหม??'
เราจะไปทุกๆ ที่ที่มีการหาเสียงผู้ว่าฯ เราจะหาเสียงหอศิลปฯ แล้วจะให้ผู้สมัครรับเลือกผู้ว่าฯ Vote ให้หอศิลปฯ ด้วย จะได้รู้ว่าใครเอาใครไม่เอา
จุมพล อภิสุข (ศิลปินบ้านตึก , เลขาฯ เครือข่ายประชาชนเพื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร)
| (http://www.thaingo.org/images2/art005.jpg)
|
-----------------------------------------------------------------------
(http://www.thaingo.org/images2/art007.jpg)
| ผมก็เคยเรียนศิลปะ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็น 'คาราวาน' สนุกกว่า มีการเคลื่อนไหวกว่า Active กว่า มีประโยชน์กว่า พอตอนนี้อายุ 50 กว่าแล้ว เวลาเหลือน้อยละ สมองเราก็ยังเหลือก็เขียนรูปดีกว่า เออ...เพื่อนๆ ก็ช่วยซื้ออยู่ แต่ว่าแสดงตาม 'ร้านเหล้า' เท่านั้น ก็เป็นที่อับอายนะว่า ประเทศไทย - ศิลปินแสดงรูปตามร้านเหล้าเท่านั้น
เมื่อต้นปีผมไปสวีเดนบ้าง ไปเดนมาร์กบ้าง ไปญี่ปุ่น ก็ไปหาดูงานศิลปะ อยากดูงาน 'โกแกง' จริงๆ เป็นยังไง ได้เห็นงานจริงมันอบอุ่น มาเมืองไทยผมอยากงาน 'อ.เฟื้อ' ผมไม่รู้ไปดูที่ไหน.... ดูในหนังสือก็รู้สึกมีความสุขแล้ว แต่งานจริงๆ ไม่รู้อยู่ไหน....อยากดู ก็ไม่ได้ดู
เพราะฉนั้น... เห็นด้วยกับหอศิลปฯ ผมยินดีที่จะร่วมเรียกร้อง
มงคล อุทก (หว่อง คาราวาน)
|
-----------------------------------------------------------------------
ในสถานภาพของการเป็นคนทำงานทางด้านศิลปะ ด้านการทำรายการโทรทัศน์ ทำกิจกรรมให้กับเด็กๆ และเยาวชน และในสถาภาพของการเป็นพ่อ... เป็นครอบครัว เราห่วงใยต่อความเป็นไปในประเทศเฮงซวยประเทศนี้ แต่มันไม่ใช่สร้างขึ้นมาจากความเฮงซวย แต่ปัจจุบันมันสร้างให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ผ่านมากว่าเราจะเป็นสยาม เป็นไทย เรามีวัฒนธรรม เรามีศิลปะ ประเทศนี้ทั้งประเทศ ชาตินี้ทั้งชาติสร้างมาด้วยศิลปและวัฒนธรรม นั้นคือ 'ราก'
สิ่งที่เราเรียกร้อง เราต้องการหาจุดๆ หนึ่งของ กทม. ซึ่งเป็นจุดแรกที่แทบจะเป็นการสร้างชาติขึ้นมาใหม่ รวมตัวกับสิ่งที่มีขบวนรูปแห่งความงามของศิลปะ
ศิลปวัฒนธรรมนี่ไำม่ใช่แค่อิ่มทางด้านจิตใจอย่างเดียว มันสามารถเอาไปใช้งานได้สารพัด เราทำงานกับเด็กและเยาวชนก็ใช้ศิลปวัฒนธรรม ในการปลูกฝังสำนึกต่อสังคมให้กับเด็กๆ สร้างวิธีคิดดีๆ ให้กับเด็กๆ
กิตติพงศ์ ขันธกาญจน์ (น้าต้อม 2วัย)
| (http://www.thaingo.org/images2/art008.jpg) |
คุณค่าของหอศิลป์
1 . เปิดโลกทัศน์สู่ความงาม-ความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ยุคโลกาภิวัตน์ 'หอศิลปฯ' คือพื้นที่ของการเรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆทางด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งจากท้องถิ่นทั่วไทยจนถึงทั่วโลก
2.. พัฒนาอารมณ์ และจิตใจ ให้ละเอียดอ่อน เพราะชีวิตเรามิได้ต้องการแต่เพียงอาหารเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต้องการ "อาหารสมอง" และ "อาหารเพื่อจิตใจ" ไปพร้อมๆกัน, จิตแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่า ผลงานศิลปะที่สวยงามมีผลดีต่อจิตใจผู้ป่วยเป็นอย่างมาก 'หอศิลปฯ' จึงเป็นสถานที่เพื่อพัฒนาจิตใจของเราอีกด้วย
3 . การแสดงออกและแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ 'หอศิลปฯ' คือ "เวทีของการแสดงออก" ทางความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆด้านศิลปวัฒนธรรม ที่ตอบสนองกับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ และวัย
4. สัญลักษณ์ของการเห็นคุณค่าศิลปวัฒนธรรม การสร้าง 'หอศิลปฯ' ถือเป็นองค์ประกอบชี้วัดความเจริญทางสังคมอย่างหนึ่งว่า สังคมนั้นๆมีความรัก มีความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของตนเองเพียงใด
5 . พักผ่อนหย่อนใจ ทุกวันนี้ กทม. นอกจากห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์เอกชนแล้ว ชาว กทม.ยังขาดสถานที่พักผ่อนในยามว่าง หรือวันหยุด 'หอศิลปฯ' จึงเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ที่คนทั่วไป ทั้งครอบครัว และวัยรุ่นหนุ่มสาว สามารถเลือกใช้บริการได้ยามว่างอย่างมีประโยชน์ โดยปลอดจากเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ
6 . แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ปัจจุบัน กทม.ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก และกำลังกลายเป็นศูนย์การประชุมนานาชาติ และศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความจำเป็นที่จะต้องมี 'หอศิลปฯ' ไว้บริการต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจต่อศิลปวัฒนธรรมไทยทั้งเก่า-ใหม่ ที่หลากหลายจึงมีความจำเป็นยิ่ง
ทำไมต้องสร้างที่สี่แยกปทุมวัน?
เพราะบริเวณนี้เป็นแหล่งรวมของวัยรุ่น แหล่งรวมศูนย์การค้ามากมาย ติดโรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะ และมหาวิทยาลัย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างหอศิลป์ทันสมัยตรงนี้ เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่เยาวชน คนหนุ่มสาว อนาคตของสังคมไทยให้มีสถานที่พบปะสังสรรค์เชิงสร้างสรรค์แห่งใหม่ ช่วยให้พวกเขามิต้องตกเป็น "เหยื่อของธุรกิจบริโภคนิยม" ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสังคม เช่น ยาเสพย์ติด, นักศึกษาขายตัว, นักเรียนตีกัน และปัญหาเด็กไทยไอคิวตก
ทำไม กทม. ต้องลงทุนเอง?
เพราะ 'หอศิลปฯ' คือโครงการ 'ลงทุนทางวัฒนธรรม' เช่นเดียวกับสวนสาธารณะที่เป็นโครงการทางสังคม เพราะผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาสู่ประชาชนชาว กทม. ในหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาสมอง อารมณ์ จิตใจและจิตวิญญาณ สร้างความรู้และความเข้าใจต่อศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและสากลแก่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ หากให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ต่างไปจากการสร้างศูนย์การค้าที่หวังเพียงผลกำไรเชิงพานิชย์ซึ่งมีอยู่แล้วมากมาย
:46:+ ขอบคุณครับ
ตัวแดงย่อหน้าสุดท้ายนี่ถูกใจจัง
ขอบคุณพี่ฉึ่งครับ :46:
เป็นโลโก้ที่กล้าหาญมาก
เอาไปใช้ลำบากอีกนะนั่น
แต่ระดับนี้แล้ว เขาคงจงใจแหกกฏโลโก้ใช่ไหมครับ
เหมือนอย่างโลโก้ของเทท พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับสุดยอดของโลก
เมื่อตอนที่จัดองค์กรณ์ทุกอย่างใหม่และเปิดตัวเททโมเดิร์น
ทุกคนก็คาดหวังโล้โก้และโคออปเรทกันทั้งบ้านทั้งเมือง
แล้วที่มันทำออกมาน่าตกใจมาก ทำโลโก้ให้เบลอ :38:
แหกโค้งสุดๆ เอาชนะความคาดหวังและการคาดเดาของทุกคนบนโลกไปเลย
แต่อันนี้ก็ชอบนะครับ คอนเซ็ปเหนือดี
รอดูพวกเวบไซต์และอื่นๆ
วันนี้ไปโฉบมาแล้วครับ
(http://farm3.static.flickr.com/2093/2083528109_9541f78265_o.jpg)
ใกล้เสร็จแล้ว ยิ่งใหญ่มากๆ :12:
เบิ้ลอีกที
(http://img2.f0nt.com/04/71281892ec35e151f70494df98f9af22.jpg)
รูปสุดท้ายถ่ายหลายๆ ทีเอามาต่อกันนะ มันเลยไม่เนียน :41:
เสียดายไม่ได้ลงไปถ่าย พอดีวันนี้ขนเสื้อ(โมนา)ไปเต็มไม้เต็มมือ
ไว้โอกาสหน้าจะลงไปรีวิวมั่งครับ
หอศิลป์ มีรถ สามล้อสีเขียวด้วย :25: :25:
จักรี ทักเลยมองรถดีๆ เห้ยทำไมมีมิติสวยขนาดนั้นละนั่น :25:
ผมว่า สี บรรยากาศอะไรเหมือนโมเดลเลย ถนนสายนี้ มันสบายตาแบบนี้เลยเหรอ
ปกติก็ลมเย็นดีออก
แค่ไม่มีต้นไม้เลยเท่านั้นแหละ
ใหญ่โตขนาดนี้เลยเหรอ สุดยอด :18:
ไม่ได้เข้ากรุงนาน เมื่อก่อนนึกว่าสร้างคอนโดจริงๆนะเนี่ย :25:
อยากไปห็นง่ะ :18:
ไอ้หมัก หมูกหมู
:30:
:30:
แรงนะนั่น :30:
:02: และแล้วความฝันก็เป็นจริง สาธุ ! :46: ขอให้เสร็จก่อนทีสิสนะคะ จะได้เข้าไปดูได้.................
ตอนนี้ตึ้บ :08: !!!!!! ทำทีสิสหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร :25:
อ้างคำพูดจาก: tor เมื่อ 09 ธ.ค. 2007, 11:26 น.
ไอ้หมัก หมูกหมู
:30: สงสัยจะแค้นมาก
ระวังนะ หมักกลับมาคราวนี้ใหญ่โตกว่าเดิมอีก 555
....เค้าพึ่งมีงานไปเมื่อเร็วๆนี้นิ....เราไปมา.....ดีมากเลย.....
:25:
งานที่จัดเมื่อเย็นวันที่ 19 ที่ผ่านมาเป็นงานแถลงข่าวดนตรีในสวนปี 2551 ครับ
คนเยอะแยะเลย :22:
ขึ้นโครงไว้เสร็จพอดีเลย
ซอยเป็นบล็อกๆเลย ประมูลแผง 555
:41:
นายกคนใหม่จะตามมาหลอน
มาล้มโครงการอีกหรือเปล่าครับเนี่ย ชักหวั่น
ถ้าไม่ล้ม อยากให้เขาเชิญแกมาเป็นประธานในวันเปิดเหมือนกันนะ
เอ๊ะ ทำไมคำตอบเก้อ เหมือนเดจาวูเลยอ่ะ เหมือนเคยอ่านมาก่อน :09:
ตอนนั้นแค่มุกไงครับ
แต่ตอนนี้... :08:
ก็มุก ใช่มั้ยครับ
ชั้นล่างสุดอาจจะกลายเป็นที่แสดงแมวไทย :37:
รถติดมากเลยช่วงนั้นน่ะ น่าจะไปสร้างชานเมืองมากกว่านะ แต่อย่างว่าแหละ สร้างชานเมืองการสัญจรก็ไม่สะดวก เออๆๆ สร้าง ๆๆ ไปเถอะ อันไหนเห็นว่ามีประโยชน์ต่อประชาชนก็รีบ ๆ สร้างไป ประเดี๋ยวก็หมดวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว :45:
จริงๆสร้างตรงไหนใน กทม. มันก็สัญจรไม่ค่อยสะดวกทั้งนั้นแหละครับ :37:
เพิ่งเข้ามาอ่านโดยบังเอิญ และเพิ่งสมัครเป็นสาวก
เลยมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงมีภาพหอศิลป์ฯ ทุกขั้นตอนความคืบหน้าคะ
อ้อ เรื่องโลโก้ ผู้ออกแบบ สื่อถึงวัดจริงๆ และประทับใจคณะกรรมการผู้ตัดสิน จากความเรียบง่ายของรูปทรงกลมๆ นี่ล่ะค่ะ
แต่ก็มีข้อติติงเรื่องการนำมาใช้งานเช่นกัน
เรื่องภาพถ่าย จะมีปนๆกันครับ ทั้งถ่ายเองและก็เอามาจากเว็บการก่อสร้างที่ชื่อ http://www.skyscrapercity.com (http://www.skyscrapercity.com)
เว็บนี้จะรวบรวมอัพเดทสิ่งก่อสร้างที่มีทั่วโลก ของไทยก็มีหลายที่ อย่างโครงการ Airport link ก็มีอัพเดทนะครับ
มาอัพเดทภาพหน่อย ณ.ค่ำคืนวันที่ 10 มกราคม 2551
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum10_2008-10jan.jpg)
อันนี้อัพเดทล่าสุดเมื่อวาน วันที่ 14 มค. 2551 :27:
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum10_2008-15jan_3.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum10_2008-15jan_2.jpg)
(http://www.pohchang.org/images/bkkmuseum/BKKmuseum10_2008-15jan_1.jpg)
ไม่ชอบไอ้ครีบๆ ตรงด้านหน้าที่เหมือนหลังคาเล็กๆ ตรงปากทางเข้าเลยครับ
รู้สึกมันดูหักๆ ไม่สมส่วนไงไม่รู้
แต่ยังไม่เสร็จนี่เนาะ เดี๋ยวอาจจะสวยก็ได้ งั้นยังไม่ไม่ชอบละกัน
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 16:02 น.
ไม่ชอบไอ้ครีบๆ ตรงด้านหน้าที่เหมือนหลังคาเล็กๆ ตรงปากทางเข้าเลยครับ
รู้สึกมันดูหักๆ ไม่สมส่วนไงไม่รู้
แต่ยังไม่เสร็จนี่เนาะ เดี๋ยวอาจจะสวยก็ได้ งั้นยังไม่ไม่ชอบละกัน
เหมือนกันเลย แต่ชอบบันไดลงที่ทำใหม่ให้โค้งตามตึกนะ
ที่เห็นครีบ ๆ บนหลังคา ก็คือลักษณะการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตก และตะวันออกไง ถ้าดูดี ๆ จะเหมือนศาลาทรงไทยนะ เห็นป่ะ แล้วพฤษภาคม นี้เปิดแน่นอน ขอบอก
ยังไงครับ หลังคาทรงไทยก็เป็น curve แบบหงายนะ
ที่เห็นทางเชื่อมนั่นโค้งคว่ำ แบบส่วนนึงของวงกลม (หลังคาไทยไม่กลมนะ)
ยังยืนยันว่าตรงนั้นขี้เหร่ครับ
ตกลงเลื่อนเปิดไปอีกเหรอเนี่ย เห็นตอนแรกบอกว่าจะเปิดเดือนมีนานี้ ....เดี๋ยวติดสงกรานต์เข้าไปอีก คนงานมันจะทำเสร็จตามกำหนดใหม่รึเปล่าหว่า :07:
ผมเคยได้ยินว่าจะเปิดเมษานะครับ :09:
จริงๆ ผมว่าเอาพื้นที่ที่เป็นพารากอน+เซนทรัลเวิร์ล มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ดีๆ ได้เลยนะ ไม่รู้จะทำไปทำไมห้างเนี่ย???
ตรงนั้นไม่ใช่ที่ดินของทาง กทม ครับเป็นเอ่อ ของเจ้าของเค้าน่ะครับ เดอะมอลล์กรุ๊ปเช่าที่ดินเฉยๆ :52:
แต่ผมว่าเป็นห้างก็ดีแล้วนะ ได้เดินดูสาวๆ
ไอ้พวกศิลปินมันเคยรวมหัวกันที่ไหนล่ะ ต่างคนต่างอยู่ทั้งนั้น กัดกันอย่างกับลิง
ฮิๆๆ
โอ สุดยอด จะไปกันเมื่อไหร่ จะนัดกันไปรึเปล่า อยากไปอ่ะ
อ้าว แอนย้ายหนีอ่ะ ไปตอบใหม่ดีกว่า :23:
ขุดจ้ะ
http://trust501.exteen.com/20080626/bmoca
เสร็จแล้วครับ สวยเสียด้วย
เดี๋ยวได้ไปเที่ยวกันอีกแน่ๆ เลย :25:
(ชอบตรงที่เขาบอกว่าเป็นหอศิลป์ราคาถูก)
ไปเมื่อไหร่บอกนะ ไปด้วยๆ :25:
บอกแล้วจะไปเร้อ
ไปสิ :05: คราวนี้ไม่พลาดแน่ๆ ไปง่ายด้วย จริงๆนะ :05:
เริ่มเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้วันอาทิตย์นี้ :25:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 15:49 น.
ขุดจ้ะ
http://trust501.exteen.com/20080626/bmoca
เสร็จแล้วครับ สวยเสียด้วย
เดี๋ยวได้ไปเที่ยวกันอีกแน่ๆ เลย :25:
(ชอบตรงที่เขาบอกว่าเป็นหอศิลป์ราคาถูก)
เค้าพูดก่อน :11: ถึงมันจะจู๋ซ้ำก็เหอะ :05:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 23:01 น.
เริ่มเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้วันอาทิตย์นี้ :25:
อึ๊ยยย อยากไป :07:
เห็นมีคนขึ้นไปเดินเล่นตั้งกะอาทิตย์ก่อนแล้วอ่ะ ยังงงอยู่เลย
วันที่ม็อบมาที่สนามศุภฯอ่ะ :53:
วันนี้มีโอกาสไปสยามเลยไปแวะถ่ายภาพตัวหอศิลป์ที่เสร็จแล้วมาฝากจ้ะ
พรุ่งนี้เปิดให้ชมวันแรก แต่ตูไม่ได้ไปแหงๆ :05:
ขอบคุณครับ จัดไปเมื่อไรวานบอกด้วยครับ อยากไปเป็นหมู่คณะ :52:
ช่วงนี้ได้ไปแถวนั้นสยามเกือบทุกวัน แต่ไม่ได้พกกล้องไปเลยไม่ได้ถ่ายรูปเลย
ตอนนี้ถึงจะเปิดให้เข้าไปดูได้แล้ว แต่คงยังไม่ค่อยมีอะไรให้ดูหรอก คงจะอยู่ในช่วงที่หาผลงานมาแสดงมากกว่า
พื้นที่ใหญ่ขนาดนั้น น่าจะมีงานแสดงหมุนเวียนได้ตลอด และน่าจะมีงานหลากหลายสาขามากกว่างานประเภทวิจิตรศิลป์อย่างเดียว
ตอนนี้ถ้าทางฝ่ายบริหารหอศิลป์หาผลงานมาลงได้จำนวนนึง น่าจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการสักที :25:
เรียนเชิญท่านนายกไปร่วมพิธีด้วยนะครับ :25:
มันท่านรู้หรือยังเหอะว่านี่เป็นหอศิลป์ ไม่ใช่ลานจอดรถ
อ้าว เกิดทันด้วยเหรอ ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่
กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะไป
:30: มันมาจากคลิปที่พี่เลย์โพสไว้นิ
อ้างคำพูดจาก: ฺบวบ [๒๕ บริบูรณ์] เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:48 น.
พูดซะไม่น่าไปเลย
:30: ประชดนายกน่ะพี่บวบ
อยากไปมากไง แบบว่า ม๊าก มาก :30:
ต้องบอกว่า
กระเหี้ยนกระหือรือจะไปกันให้ได้
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:56 น.
ต้องบอกว่า
กระเหี้ยนกระหือรือจะไปกันให้ได้
นั่นแหละ หน้าแม่มลอยมาเลย..
ตอนนี้มันเป็นหอศิลป์เปล่าๆใช่มั้ยครับ :27:
ต่อไปอาจจะเป็นหอศิลป์ ดลูดๆ
กระทู้นี้เป็นอ้างอิงในวิกิพีเดียเรื่องหอศิลป์ฯ ด้วยแหละ
ดูมีสาระขนาดอ้างอิงได้เลย :12: :43:
จริงด้วย :25:
:25: กระจู๋ตะหากล่ะ แอบไปแก้ดีมั้ย
:25: กรี๊ดดดดดดด
ทำเสร็จแล้วรึนี่
ด้วยความบังเอิญครับ
ค้นกูเกิลด้วยคำว่า "หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร"
พบว่ากระทู็นี้อยู่อันดับที่ 2 :12:
และอันดับที่ 1 เป็น วิกิพีเดีย
http://th.wikipedia.org/wiki/หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3)
แล้วในวิกิก็มีอ้างอิงกระทู้นี้อีกที :12:
พอดีเจอข่าวนี้มาหน่ะ
http://thai.tourismthailand.org/marketplace/content-134.html
อ้างอิงนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ "ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง" ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จัดแสดงวันที่ 29 กรกฎาคม – 24 สิงหาคม 2551 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 – 21.00 น.
ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน
ไปกันมั้ย
////
อ้าว เพิ่งเห็นว่าละโว้ :30:
สงสัยมันขึ้นอันดับเพราะเคยเอาขึ้นไปไว้เป็นข่าวหน้าหนึ่งละมั้งครับ :12:
นิทรรศการแรก :25:
ขอนำไปเป็นข่าวหน้าหนึ่งเลยละกันครับ :46:
:25: กรี๊ด
อยากไป
ไปดิ ไปเที่ยวกัน :52:
จัดงานซะที :22:
หอศิลปฯเปิดจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ตั้งแต่วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2551นะคะ ที่ชั้น 9 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 21.00 น. หยุดวันจันทร์
ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 27 นี้เป็นพิธีเปิดซึ่งเป็นงานพิธีการ และส่วนใหญ่เป็นแขกของพระองค์ ดังนั้นเพื่อการรักษาความปลอดภัยในพระองค์ท่าน จึงไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมค่ะ
อาจมีเห็นบางคนเข้าไปชมหอศิลปฯได้ในช่วงก่อนหน้านี้เป็นเพราะมีการติดต่อเข้ามาผ่านสถาบันการศึกษาค่ะ
หลังที่ทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ฯ แล้ว ในเดือนกันยายน ก็จะมีนิทรรศการรอยยิ้มสยาม ในชั้นที่ 7-9
ช่วงรอยต่อนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ฯ และนิทรรศการรอยยิ้มสยาม ก็จะมีโครงการหนังสั้นครั้งที่ 12 ค่ะ
เพิ่มเติมค่ะ การเปิดให้เข้าชมในวันที่ 29 นี้ ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบนะคะ
วันอาทิตย์จะมีถ่ายทอดสดมั้ยครับ :25:
อยากเห็นหน้านายก :30:
อ้างคำพูดจาก: บวบ เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 01:20 น.
วันอาทิตย์จะมีถ่ายทอดสดมั้ยครับ :25:
อยากเห็นหน้านายก :30:
วันอาทิตย์นี้ชมได้ตามข่าวในพระราชสำนักค่ะ แต่ประชาชนทั่วไปอาจเฝ้ารับเสด็จได้ภายนอกหอศิลปฯ
และคิดว่าคนที่คุณอยากเห็นหน้าคงติดภารกิจไม่ได้มา หรืออาจไม่ได้รับเชิญ (ขอไปสืบก่อนนะคะ)
ขอให้มันต้องไปเถ๊อะ :30:
โอ้ ขอบคุณครับ แจ๋วจริงจริง :25:
เพิ่มเติมเวปไซต์หอศิลปฯซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการค่ะ www.bacc.or.th
อ้างคำพูดจาก: jaewjingjing เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 01:32 น.
เพิ่มเติมเวปไซต์หอศิลปฯซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการค่ะ www.bacc.or.th
กำลังรับสมัครงาน :25:
รออีกไม่นานจะมีการประกาศลงเวปไซต์ สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ค่ะ
มีใบสมัครให้โหลดแล้วครับ แต่ไม่บอกว่ารับตำแหน่งอะไรบ้าง
อ้างคำพูดจาก: บวบ เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 01:43 น.
มีใบสมัครให้โหลดแล้วครับ แต่ไม่บอกว่ารับตำแหน่งอะไรบ้าง
รับสมัครทุกตำแหน่งค่ะ เหมือนองค์กรทั่วๆ ไปที่ต้องมีฝ่ายบริหาร ฝ่ายบุคคล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายนิทรรศการ
ปัญหาคือ..
ผมยังเรียนไม่จบครับ :37:
โอ้ มีคนจากหอศิลป์มาเองเลย สวัสดีครับ :25:
my logo re-design
http://sorry061.wordpress.com/2008/07/26/my-logo-re-design/
อ่านแล้วสงสัยครับ
คุณเจ้าของบล็อกนี่เขาเป็นคนออกแบบโลโก้เหรอ
แล้วมีคนเอาไปพัฒนาต่อ(โดยไม่ได้คุยกัน?)เหรอ
สวัสดีค่ะ logoแรกเริ่มเป็นแบบของคุณภาคภูมิผู้ชนะการประกวดแบบค่ะ
ในการประกวดหอศิลปฯ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการการมีส่วนร่วมของทุกๆ ฝ่าย
เพราะหอศิลปฯจะสร้างมาเพื่อทุกๆ คน
ส่วน logo ที่ใช้ในปัจจุบัน พัฒนาแบบโดย คุณ สันติ ลอรัชวี คิดว่าหลายๆ คนอาจรู้จักดีแล้วนะคะ
(แต่หากไม่รู้จักและต้องการทำความรู้จัก ช่วงนี้คุณสันติ ลอรัชวี กำลังจัดแสดงงานอยู่ที่หอศิลปฯมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 นี้ค่ะ)
เป็นการทำให้เหมาะกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปฯ และคณะกรรมการบริหารหอศิลปฯ ค่ะ
ผู้ออกแบบทั้งสองท่านไม่ได้สื่อสารถึงกัน เพราะผู้ชนะแบบกำลังศึกษาต่อต่างประเทศ และหอศิลปฯกำลังเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อม
ให้ทันกับงานพิธีนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีค่ะ
เพิ่มเติมว่า ปลายเดือนนี้ คุณภาคภูมิจะกลับไทย ทางหอศิลปฯจะได้นัดสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเริ่มแรก
และทางหอศิลปฯ จะได้นัดสัมภาษณ์คุณสันติ ลอรัชวี ผู้พัฒนาแบบ และจัดทำเป็นข้อมูลเผยแพร่ในเวปไซต์ของหอศิลปฯ ต่อไปค่ะ
หากสนใจเชิญติดตามนะคะ
จะตีกันมั้ยครับเนี่ย?
ที่ว่าdownloadใบสมัครงานของหอศิลป์ฯได้แล้ว..ไม่ทราบว่า dowloadได้ที่ไหนคะ??
..แบบว่าอยากสมัครบ้าง :46:
http://www.bacc.or.th/applicationform.pdf
นี่เลยครับ :52:
:46: :46: :46:..ขอบคุณอย่างแรงค่าาาาาสำหรับlinkใบสมัคร
ตอนแรกก้อเข้าไปดูที่เว็บหอศิลปฯ แต่ดันหาไม่เจอซ้าาานี่..แหะๆ :56:
อ้างคำพูดจาก: บวบ เมื่อ 27 ก.ค. 2008, 16:06 น.
จะตีกันมั้ยครับเนี่ย?
ไม่ตีกันหรอกค่ะ เพราะงานประกวดคืองานประกวด
การใช้งานจริงก็ต้องพัฒนาแบบให้เหมาะกับการใช้งาน
นักออกแบบทั้งสองท่านย่อมเข้าใจดีค่ะ
โลโก้นี่มัน !!!
.....
สวัสดีค่ะ ขอเป็นสาวกด้วยคนนะ
เมื่อวานเราไปดูหอศิลป มา ไหงมันไม่สวยเลยอ่ะ
แต่ในเรื่องของ function ก็คิดเยอะเหมือนกันนะ
แต่พอเรีบบเรียงออกมาแล้ว มันเหมือนกับอาคารโล่ง ๆ
ที่มีลิฟอึดอัด
บันไดหินอ่อนที่น่ากลัว
และที่สำคัญ เราหาความเป็นไทยไม่เจออ่ะ(แล้วอะไรคือไทย)
เลยคิดว่าใครเป็นคนออกแบบนี่
(ถ้าเราเข้าใจไปเองคนเดียวก็ขอโทษไว้ทีนะ)
มาช่วยอธิบายให้เราหน่อย
ปล. เด็กรักศิลป์
เดาว่าในนั้นแหละครับคือความเป็นไทย :47:
ไทยไม่ไทยอยู่ที่ใจเราเอง
แหม๊ ไทยแบบเซนๆ
ยังไม่ได้เข้าครับ แต่พอเสร็จแล้วเท่าที่เห็นก็ยืนยันเหมือนเดิมว่า หลังคาทางเชื่อมไม่สวยเลย :30:
ว่าจะลองไปเดินดูอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้กระดิกตัวไม่ได้ งานกำลังทับถม :42:
อยากไปเหมือนกันครับ :16:
เข้ากรุงตะกี้ก็ไม่มีเวลาแวะไป
เห็นเพื่อนบอกว่าน่าเสียดายที่งานก่อสร้างไม่เนี๊ยบ
มีinteriorมาฝากครับ ข้างในสวยดี
ภาพนนี้ลงทุนนอนถ่ายจากชั้นล่างสุดเลย
(http://farm4.static.flickr.com/3150/2779963357_bed368ac1b.jpg)
รวมมิตรบันไดเลื่อน ก็สวยดีแฮะ
(http://farm4.static.flickr.com/3256/2780823600_13bc3a2ecf.jpg)
ด้านล่างเค้ามีห้องสมุดอาร์ตด้วยนะครับ ข้างในก็สวย แต่ไม่มีเวลาไปเก็บภาพมาฝาก
(http://farm4.static.flickr.com/3202/2779967963_bba682c8d0.jpg)
นี่หละครับที่ด้านในเป็นก้นหอย อาจจะดูไม่ออก แหะๆ ก็เลนส์คิทนี่นา ไม่รู้จะถ่ายยังไงด้วย :56: :56:
(http://farm4.static.flickr.com/3213/2780828954_3a8c68bbee.jpg)
ชอบครับ บันไดเลื่อนรวมมิตรกระจุกกันตรงกลาง แบบว่าชั้นต่อชั้น มันก็สวยดีนะ
(http://farm4.static.flickr.com/3210/2779973283_2f2bffb786.jpg)
ชั้นบนของเขานี่ยังไม่เปิดใช่ไหมครับ
ตอนผมไปนี่บางส่วนเหมือนยังทำไม่เสร็จเลยครับ ออกแนวร้างๆ :56: :56:
ตอนนั้นผมไปงาน Always Roaming with a Hungry Heart: Photographs by H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn ก็เลยถ่ายinteriorมาให้ดู
งานนี้จัดที่ชั้น 9 ครับ ไม่รู้ว่าเป็นชั้นบนสุดหรือยัง :56:
เผลอเข้าไปโดยบังเอิญ :37: ยังสร้างไม่เสร็จดีรึเปล่าครับ ดูแล้วมันยังแปลกๆ ไปยืนดูรูปเด็กวาด ทำไมที่หนึ่งมันห่วยกว่ารางวัลชมเชยราวฟ้ากับดินอะ ข้องใจ :07: :07: :07:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 16:42 น.
เผลอเข้าไปโดยบังเอิญ :37: ยังสร้างไม่เสร็จดีรึเปล่าครับ ดูแล้วมันยังแปลกๆ ไปยืนดูรูปเด็กวาด ทำไมที่หนึ่งมันห่วยกว่ารางวัลชมเชยราวฟ้ากับดินอะ ข้องใจ :07: :07: :07:
ได้ถ่ายตัวอย่างมาโชว์ไหม
ใช่ครับ ก็คิดเหมือนกัน หรือว่ายังไม่เสร็จดีกันแน่ :09: :09:
ชอบรูปบันไดรูปแรก :25:
ตูจำคอนเซ็ปต์ ของ จี บุย ไม่ได้แล้วอ่ะ คุ้นๆว่าเป็นเรือ
ตั้งกะสมัยเรียน :30:
แต่ไอ้วนๆ นี่มันกุเกนไฮม์ นะ :37:
เค้าวิจัยแล้วว่ามันเป็น ลูป การชมงานที่เยี่ยมยอด :30:
อ้างคำพูดจาก: rajun เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 17:19 น.
ได้ถ่ายตัวอย่างมาโชว์ไหม
ไม่ได้เอากล้องไปครับ :05: สารภาพว่าตอนแรกนึกว่ามันคือห้างใหม่ ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นหอศิลป์ :05:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 23:38 น.
ตูจำคอนเซ็ปต์ ของ จี บุย ไม่ได้แล้วอ่ะ คุ้นๆว่าเป็นเรือ
ตั้งกะสมัยเรียน :30:
ถ้าจำไม่ผิด
ไอคอนเซปที่ว่าเป็นเรือสำเภา
มันแบบของบริษัท อาจารย์อัฏ เค้าไม่ใช่หรือครับน้องพลัม
ตอนประกวดแบบ จำได้ว่าแก ส่งคอนเซปท์ เป็นกลอน ด้วย
ส่วนของจีบุย ไม่รู้ :30:
อยากได้แบบฟอร์มจดหมายขอใช้สถานที่จัดงานนิทรรศการค่ะ
ใครมี ตัวอย่างบ้างคะ ช่วยส่งให้ทางอีเมล์ได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ
อีเมล์ ruthaiwan@th.grayling.com
:45: :45: :45: :45: :45:
(http://img2.f0nt.com/12/2636ce6104d52d3d3516ee36fee33be2.jpg)
(http://img2.f0nt.com/12/b207c28cc94815acce22bccbea7c9d4b.jpg)
เป็นหอศิลป์ที่หล่อจริงๆ
ขออนุญาติเบิ้ลล
(http://img2.f0nt.com/12/bd5b1d68bee504859841c6c9b7f996ce.jpg)
(http://img2.f0nt.com/12/21953c683859ab84d9828bbdabeaa4ce.jpg)
ภาพจากพี่ก็อด art4d ครับ
ติดตามบทความเรื่องหอศิลปแห่งกทม.ได้ใน art4d เล่มที่กำลังจะออกนี่นะครับ
มีบทความแนะนำนักออกแบบที่น่าจับตามองชื่อไอ้แอนนนนนด้วย
ส่วนใครชอบงานดีไซน์ เล่มนี้ก็จะมีข้อมูลของงาน Bangkok Design Festival 08 ที่จะเกิดในเดือนตุลาคมนี้ครับ
ดูภาพล่างสุด
เหมือนเราเป็นตัวโลนที่เงยหน้ามองอัณฑะยักษ์เลยครับ
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 18:15 น.
ดูภาพล่างสุด
เหมือนเราเป็นตัวโลนที่เงยหน้ามองอัณฑะยักษ์เลยครับ
แล้วก็ทำหน้าเหมือนรูปในอวตารพี่แอนด้วยนะ :30:
:10: :10: ว้าวๆ ภาพสวยดีครับ
หล่อมากๆ :25:
แวะมาดูภาพหอศิลปฯ ค่ะ
วันนี้มีงานใหม่
"รอยยิ้มสยาม: ศิลปะ+ศรัทธา+การเมือง +ความรัก"
วันที่ 23 กันยายน – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ไปแถวนั้นบ่อยๆ แวะไปดูมั่งดีกว่า ว่าแต่ที่นั่นปิดกี่โมง :09:
อ่า เวลาดี
แล้วจะแวะไปครับ :02:
ตอนนั้นไปนิทรรศการภาพถ่ายของพระเทพ เค้าเปิด 10 โมงถึงสามทุ่มอ่ะครับ
ไม่รู้ว่านี่เป็นเวลาเปิดแบบปรกติรึเปล่านะ :56:
ไปดูมาแล้วน่าสนใจดี
เค้าปิดวันจันทร์นะครับ
ไปเจอข่าวนี้มา ยาวหน่อย แต่น่าอ่าน..
หรือ กทม. จะฮุบหอศิลป์กรุงเทพฯ?19 มีนาคม 2552
เรื่อง-กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล
ภาพ-พงศ์ศักดิ์ ขวัญเนตร
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000031146 (http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000031146)
(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338101.JPEG)
อาจมีไม่กี่ประเทศในโลกที่การก่อกำเนิดพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลปะในเมืองหลวงเป็นเรื่องยากแค้นลำเค็ญ ครั้นพอสร้างขึ้นมาให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาได้บ้างก็กลายเป็นว่าการเข็นไปให้รอดกลับหนักหนาเสียยิ่งกว่า
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มูลค่า 563 ล้านบาท บริเวณสี่แยกปทุมวัน ควรจัดอยู่ในประเภทของหอศิลป์ตามย่อหน้าข้างบน เพราะเปิดใช้ตั้งแต่มิถุนายน 2551 ยังไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ ก็เริ่มออกอาการว่าจะยืนระยะอยู่ไม่ได้ ต้องยอมรับว่าหอศิลป์กรุงเทพฯ เปิดแสดงงานศิลปะดีๆ อย่างรอยยิ้มสยามหรือกรุงเทพ 226 และสร้างเสียงตอบรับได้ในระดับหนึ่ง
(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338102.JPEG)
แล้วเกิดอะไรขึ้น? แหล่งข่าวคนหนึ่งบอกกับเราว่า ขณะนี้หอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นหนี้เป็นสินอันเกิดจากการแสดงงานครั้งที่ผ่านๆ มาถึง 20 ล้าน
เราหอบคำถามนี้ไปให้ ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ช่วยไขความกระจ่าง เขาตอบว่าตอนนี้หอศิลป์เป็นหนี้อยู่ 20 ล้านจริง แน่นอนว่าฉัตรวิชัยซึ่งเป็นคนอยู่ตรงกลางที่ต้องคอยรับแรงกระแทกทั้งจากฝั่งกรุงเทพมหานครและฝั่งเครือข่ายศิลปินเพื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ย่อมมีคำอธิบาย
(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338103.JPEG)
แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราไปดูรายละเอียดอื่นๆ ที่ก่อความปริวิตกว่า
'หรือ กทม. จะฮุบหอศิลป์?'อันว่าหอศิลป์กรุงเทพฯ นั้น เป็นแนวคิดที่เกิดในปี 2537 สมัย ดร.พิจิตต รัตตกุล เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่องรุดหน้าถึงขั้นเลือกพื้นที่บริเวณสี่แยกปทุมวันและประกวดแบบกันเรียบร้อย แต่พอถึงยุคสมัยของ สมัคร สุนทรเวช เขาผู้นี้กลับจะเปลี่ยนแนวคิดของโครงการเสียอย่างนั้น โดยให้หอศิลป์เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ของพื้นที่อาคาร นั่นย่อมเท่ากับเปิดศึกกับบรรดาศิลปินและประชาชนอยู่กลายๆ การต่อสู้เรียกร้องระหว่างเครือข่ายศิลปินกับพ่อเมืองกรุงเทพฯ ดำเนินเรื่อยมา กระทั่งถึงยุคผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน หอศิลป์กรุงเทพฯ จึงถูกเข็นออกมาให้ยลยิน เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2548 และใช้งานได้ในปี 2551
แต่กว่าจะได้ข้อยุติอันเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ก็ต้องฝ่าฟันการระดมสมอง แสดงความคิดเห็นอย่างเข้มข้น และได้ข้อสรุปในการจัดการหอศิลป์กรุงเทพฯ ว่าควรจัดเป็นรูปมูลนิธิ โดยเป็นแนวคิดที่ผู้ว่าฯ อภิรักษ์เป็นผู้เสนอเอง เนื่องจากถ้าให้อยู่ในความดูแลของ กทม. ซึ่งติดกับระบบราชการ อาจทำให้การบริหารงานไม่คล่องตัว และเมื่อการก่อสร้างเสร็จแล้วก็จะทำการโอนกรรมสิทธิ์จาก กทม. ให้แก่มูลนิธิต่อไป
เรื่องน่าจะจบอย่างมีความสุขทุกฝ่าย แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะถึงบัดนี้การโอนยังไม่เกิดขึ้น ทำให้การบริหารจัดการหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ และแปลงสภาพเป็นระบบราชการไปโดยปริยาย
โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวออกมาจาก กทม. ว่า ที่ยังไม่สามารถโอนให้ทางหอศิลป์กรุงเทพฯ ดูแลได้ เนื่องจากมีข้อขัดแย้งในทางกฎหมายว่าการดำเนินการในรูปแบบมูลนิธิสามารถทำได้หรือไม่ ถึงแม้ตัวผู้ว่าฯ จะสามารถตั้งมูลนิธิขึ้นมาบริหารทรัพย์สินได้ แต่การโอนทรัพย์สินนี้อาจจะขัดกับมาตรา 96 ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ.2528 ซึ่งระบุว่าการจะนำทรัพย์สินของ กทม. ไปเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทน จะต้องเสนอเข้าสภา กทม. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เห็นชอบเสียก่อน นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตจากทาง กทม. ด้วยว่า การบริหารหอศิลป์กรุงเทพฯ ดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส
(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338104.JPEG)
ในประเด็นเรื่องการหารายได้ พบว่ามีการสรุปไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะแบ่งพื้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับให้เอกชนเช่าพื้นที่เพื่อจุนเจือค่าใช้จ่ายของหอศิลป์กรุงเทพฯ ไม่ให้ทาง กทม. ต้องรับภาระเพียงฝ่ายเดียว มุมมองของฝั่งเครือข่ายศิลปินฯ ที่ร่วมกันผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจึงตั้งข้อสังเกตว่า ข้อกฎหมายคือสาเหตุจริงหรือไม่ที่ทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้า ในเอกสารรายงานการประชุมวันที่ 2 มิถุนายน 2548 มีการพูดถึงรูปแบบบริหารหอศิลป์กรุงเทพฯ ไว้ ซึ่งมีผู้ว่าฯ อภิรักษ์, รองปลัด กทม. และเครือข่ายศิลปินเข้าร่วมนั้น มีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า 'กรุงเทพมหานครสามารถที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ไม่มีลักษณะเป็นการจำหน่ายตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการพัสดุ การจัดหาประโยชน์ หรือการใช้สิทธิ์อื่นๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน เว้นแต่การเช่า ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าฯ กทม. กล่าวคือทรัพย์สินสร้างโดย กทม. แต่โอนทรัพย์สินไปให้แก่บุคคลอื่นซึ่งไม่นำไปหาประโยชน์ โดยพิจารณาจากระเบียบกรุงเทพมหานครที่ออกตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการทรัพย์สิน ที่กล่าวว่ากรุงเทพมหานครสามารถโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่สมาคม มูลนิธิ หรือสาธารณกุศลที่ได้ปฏิบัติสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและเป็นประโยชน์แก่กรุงเทพมหานคร ด้วยเหตุนี้กรุงเทพมหานครจึงได้โอนพิพิธภัณฑ์เด็กให้แก่มูลนิธิกรุงเทพมหานครที่กรุงเทพมหานครจัดตั้งขึ้น แต่การโอนนั้นให้อยู่ในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งถ้า 10 ปีบริหารได้ดีก็โอนต่อ เพราะฉะนั้นทรัพย์สินของมูลนิธิจึงยังไม่ขาดจากกรุงเทพมหานคร'
(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338105.JPEG)
คำถามจึงมีอยู่ว่า ทำไมเมื่อการประชุมปี 2548 ไม่มีปัญหาข้อกฎหมาย แต่พอปี 2552 กลับมีปัญหาข้อกฎหมาย"ขณะนี้ตัวตึกยังเป็นทรัพย์สินของ กทม. มูลนิธิจะเข้ามาบริหาร ทาง กทม. ต้องโอนให้มูลนิธิเพื่อบริหารจัดการ เพราะว่าเรื่องหนึ่งที่อยู่ในการบริหารจัดการคือการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ แบ่งไว้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อแบ่งเบาภาระด้านงบประมาณของทาง กทม. พื้นที่เชิงพาณิชย์จึงเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะสิทธิการใช้พื้นที่ทาง กทม. ยังไม่โอนให้มูลนิธิ เท่ากับขณะนี้สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ยังเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ การอนุมัติการใช้พื้นที่ยังขึ้นอยู่กับสำนัก มูลนิธิไม่มีอำนาจอะไรเลย การจัดสรรการใช้ประโยชน์จึงยังทำไม่ได้"
"ปัญหาที่ผ่านมาคือโครงการต่างๆ ที่มีการอนุมัติไปแล้ว พบว่าขั้นตอนในการเบิกจ่ายงบประมาณติดขัด ซึ่งฝ่ายเลขานุการและเหรัญญิกของมูลนิธิจะต้องดำเนินการ แต่ผู้ที่ดูแลตรงนี้คือฝ่ายข้าราชการประจำของ กทม. ขั้นตอนจึงถูกดึงเข้าไปสู่ระบบราชการ ทั้งที่เรื่องควรจบที่หอศิลป์ แต่ด้วยโครงสร้างแบบนี้มันกลับไปอยู่ที่ กทม. ซึ่งทางสำนักวัฒนธรรมฯ เป็นผู้ดูเรื่องบัญชี ทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ "แม้ว่า กทม. ก็ให้เงินสนับสนุนก้อนหนึ่งแก่หอศิลป์ แต่การเบิกจ่ายทำไม่ได้ เพราะแม้ว่าเงินจะเข้าบัญชีมูลนิธิ แต่คนที่คุมบัญชีมูลนิธิคือข้าราชการประจำ และเขาไม่เซ็น โครงการที่ผ่านมามีงบประมาณค้างจ่ายประมาณ 20 ล้าน ยังไม่มีการเบิกจ่าย ฝ่ายที่เดือดร้อนคือผู้จัดงาน คนที่เข้ามาดำเนินงาน" แหล่งข่าวอธิบาย
ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ กทม. ถูกตอกย้ำมากขึ้น โดยเมื่อไม่นานมานี้มีการส่งจดหมายจากทางสำนักวัฒนธรรมฯ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับหอศิลป์กรุงเทพฯ เพื่อร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ แต่ก็มีการทักท้วงจากฝ่ายการเมือง จึงทำให้ฝ่ายข้าราชการต้องยกเลิกการประชุมดังกล่าว แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า "คำถามคือแล้วที่ศึกษามาก่อนจนสรุปว่าให้ทำเป็นมูลนิธิมันถูกโยนทิ้งไปไหน มีวาระซ่อนเร้นอะไร ได้ข่าวว่ามีการยกเลิกไป เพราะฝ่ายการเมืองทักท้วง ฝ่ายข้าราชการประจำก็หยุดไป แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะหยุด เรื่องนี้ข้าราชการประจำเป็นคนนำเสนอเรื่องขึ้นโดยที่ผู้ว่าฯ ยังไม่ได้เห็นชอบ ผู้ว่าฯ จึงให้หยุดไว้ก่อน" ถามฉัตรวิชัย เขาก็ว่ามีการส่งหนังสือจริง
"ผมก็ได้รับเชิญ แต่ในที่สุดการประชุมนี้ก็หายไป ไม่ใช่ว่าผมไม่งง แต่คิดว่าคำตอบนี้ต้องให้ผู้ว่าฯ ฝ่ายบริหารของ กทม. เป็นผู้ตอบว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนจะทบทวน ผมเองก็ไม่ทราบเรื่องนี้"
องค์ประกอบแห่งความหวาดระแวงมีอะไรบ้าง เรารู้ๆ กันอยู่ว่าที่ตั้งหอศิลป์กรุงเทพฯ ถูกเรียกเป็นพื้นที่ทองคำ ความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณและความพยายามที่จะทบทวนการจัดการบริหารพื้นที่ของฝ่าย กทม. จึงไม่อาจทำให้ฝ่ายที่สนับสนุนหอศิลป์กรุงเทพฯ คิดเห็นเป็นอื่นได้
(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338106.JPEG)
จุมพล อภิสุข เลขาธิการเครือข่ายศิลปินเพื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พูดกับเราว่า
"ผมไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่ข่าวที่ออกมาที่ทาง กทม. บอกว่ามีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายในการให้มูลนิธิหารายได้ ก็เห็นอยู่แค่นั้น อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เป็นข่าวแต่รู้จากเพื่อนฝูงว่า กิจกรรมที่หอศิลป์ฯ จัดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว กิจกรรมทั้งหมดยังไม่ได้รับงบประมาณเลย สังเกตดูว่าตลอดเดือนกุมภาพันธ์ถึงขณะนี้ก็ยังเป็นตึกร้างอยู่ เรื่องข้อกฎหมายต่างๆ มันคุยกันมาตั้งแต่แรกแล้ว ผมก็ไม่เห็นว่า กทม. จะทำอะไร ได้แต่พูด สิ่งหนึ่งที่ข้าราชการ กทม. พยายามคุยกับเราตลอดคือทำนั่นไม่ได้ ทำนี่ไม่ได้ พวกเราก็ไม่รู้จะสร้างมาทำไม ก็อยู่ไปแบบนี้"
"ที่ลงหนังสือพิมพ์บอกว่าถ้าเป็นโครงการที่สนับสนุนโดย กทม. แล้วจะเอาไปหาผลกำไรไม่ได้ แล้วก็พูดอยู่แค่นี้ กี่ปีก็พูดแค่นี้ ผมไม่เห็นว่ากฎหมายจะเป็นปัญหาอะไร มันไม่ดีก็แก้ใหม่ซะสิ ปัญหามันอยู่ที่มีอะไรอยู่ในใจของ กทม. ต่างหาก" "มีคนสงสัยว่า กทม. กำลังจะฮุบหอศิลป์กรุงเทพฯ เพื่อหาประโยชน์ในรูปแบบอื่น""มันก็ไม่ชัดเจน ผมคิดว่า กทม. ก็อยากเห็นหอศิลป์ฯ แต่เขาก็ไม่ไว้ใจพวกเรา เขากลัวว่าพวกเขาจะไม่ได้ประโยชน์ กลัว กทม. จะไม่ได้เครดิต กลัวพวกเราทำอะไรมากเกินกว่าที่พวกเขาจะควบคุมได้ เพราะระบบราชการไทยเป็นระบบควบคุม ในขณะที่วงการศิลปะมันเดินหน้าไปเรื่อยๆ"
คราวนี้ก็ถึงทีของฉัตรวิชัยที่จะให้คำตอบเรื่องงบประมาณและหนี้สิน 20 ล้าน ซึ่งเขามองว่ามันเกิดจากภาวะสุญญากาศทางการเมือง ดังนี้"โดยข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณสนับสนุน เพราะสภา กทม. ได้อนุมัติมา 2 งวดแล้วทั้งของปีที่แล้วและปีนี้ ดังนั้น โดยทฤษฎีแล้วไม่มีปัญหา แต่มันมีตรงที่ว่ามีสุญญากาศทางการเมือง เพราะเมื่อหอศิลป์ฯ เปิดมาก็มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ พอคุณอภิรักษ์ โกษะโยธินได้รับเลือกกลับมา ก็หายตัวไปอีก มีการเลือกตั้งใหม่ ผู้ว่าฯ คนใหม่ก็ได้เอาเดือนมกราคม ทำให้ตลอดช่วงเวลาที่เราเปิดต้องเจอสุญญากาศ ไม่มีประธานคณะกรรมการมูลนิธิ มันจึงไม่ใช่ปัญหาด้านงบประมาณ แต่เป็นเพราะงบประมาณที่ได้มามันใช้ไม่ได้ กลายเป็นว่าเราก่อหนี้ไว้ประมาณ 20 ล้าน จากงานรอยยิ้มสยามและงานกรุงเทพ 226 ซึ่งโครงการเหล่านี้ได้รับการอนุมัติหมดแล้ว คำถามคือทำไมล่ะ ไม่มีใครเซ็นเช็คเหรอ จริงๆ แล้ว มันก็เป็นอย่างนั้นเพราะเจอสุญญากาศทางการเมือง"
แหล่งข่าวบอกกับเราว่า ถึงขณะนี้ รายชื่อประธานมูลนิธิหอศิลป์กรุงเทพฯ ยังเป็นชื่ออภิรักษ์ โกษะโยธิน อยู่เลย ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยน จุมพลเสนอทางออกที่น่าสนใจว่า
"ก็เลิกซะ แล้วเอามาเปิดตลาดขายเสื้อผ้า เพราะกรุงเทพฯ ยังมีตลาดนัดอยู่น้อยเกินไป" ?!?!?
แน่นอนว่าเราพยายามติดต่อกับทางผู้ว่าฯ กทม. และสำนักวัฒนธรรมฯ เพื่อเปิดพื้นที่ให้อธิบายข้อเท็จจริงต่างๆ เราเองก็ไม่อยากจะฟังความข้างเดียว แต่ดูเหมือนผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะงานล้นมือเสียจนไม่สามารถปลีกเวลามาตอบคำถามใดๆ ได้เลยแม้แต่ครึ่งชั่วโมง ส่วนทางผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมฯ ก็คงจะยังเหน็ดเหนื่อยจากการไปดูงานต่างประเทศทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบคำถาม โดยเลี่ยงว่ากรณีดังกล่าวกำลังอยู่ในกระบวนการทางราชการจึงไม่สะดวกที่จะเปิดเผย
(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338107.JPEG)
คงมีทั้งฝั่งฝ่ายที่ระแวง กทม. และไม่ไว้ใจกลุ่มศิลปิน ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะนั่นจะนำมาซึ่งการตรวจสอบที่เข้มข้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ กทม. ควรจะมีคำอธิบายที่ชัดเจนออกมาสู่สาธารณชนคนกรุงเทพฯ ว่าพวกท่านกำลังคิดอะไร ผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ควรจะแสดงจุดยืนเสียที อย่าปล่อยให้มีเสียงครหาว่าเอาข้าราชการ กทม. ไม่อยู่
ขณะที่มหานครเอกของโลกหลายแห่ง หอศิลป์คือสิ่งบ่งบอกความอารยะและชั้นเชิงในการบริหารเมืองหลวง แต่สำหรับกรุงเทพฯ ลองมองโลกในแง่ดี ความยากลำบากของหอศิลป์กรุงเทพฯ ทั้งการก่อตั้งและการบริหาร อาจเป็นงานศิลปะอันน่าทึ่งในตัวมันเองอย่างหนึ่ง ที่แสดงถึงความแปลกแยกทางความคิด ความใกล้-ไกลของวิสัยทัศน์ ความมืดบอดในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม และบลา บลา บลา ทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่า
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมจริงๆ ดังที่นักการเมืองชอบพูด(http://pics.manager.co.th/Images/552000003338108.JPEG)
:18:
สารภาพว่าอยู่ใกล้แค่นี้แต่ยังไม่เคยเดินเข้าไปซักรอบเลย
โห ศิลปินไส้แห้งของจริงเลย
วันนี้ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ จะมีงาน
(http://3.bp.blogspot.com/_47MY2ASmfBI/Sd4fx4d7mgI/AAAAAAAAACs/2dl0bvIkHz8/s1600/Banana-Banana.gif)
http://www.bangkok-bananas.blogspot.com (http://www.bangkok-bananas.blogspot.com)
งานจะเริ่มเย็นๆ (มั้ง)
เมื่อวานแอบเแว้บไปดูมา
เพราะสนใจไอ้เจ้าีนี่ของพี่วิชญ์ พิมพ์ :25:
(http://farm4.static.flickr.com/3388/3488268272_3e114f1c13.jpg)
(อันนี้ถ่ายมาเอง)
ลิ้งไปดูต่อที่ http://www.flickr.com/photos/witpim (http://www.flickr.com/photos/witpim)
มันคืออะไร ขอดีเทลยาวๆ หน่อย :25:
"บางกอก...กล๊วย...กล้วย!!" :56:
จะมีวงกล้วยไทยไปด้วยมั้ย :47:
อ้างอิงจุมพลเสนอทางออกที่น่าสนใจว่า "ก็เลิกซะ แล้วเอามาเปิดตลาดขายเสื้อผ้า เพราะกรุงเทพฯ ยังมีตลาดนัดอยู่น้อยเกินไป" ?!?!?
อ่านแล้วเจ็บ :41:
เวลาเข้ากรุง จะไปหอศิลป์สักครั้ง
แต่ชอบไปช่วงที่ไม่มีนิทรรศการ :3005:
โอ้ว เอาข่าวไปแปะหน้าแรกแล้วจ้ะ
(เพิ่งเห็นว่ามีภาพและลิงก์งานข้างบนด้วย)
ไปงานกล้วยๆมาเมื่อวานอะ ไม่สนุกเลยครับ :37:
ไปมาเหมือนกัน แอบผิดหวังนิดหน่อย
:27:ใครไปวันเสาร์อย่าลืมมาอุดหนุนร้านพวกกุญแจและกระเป๋าหน้าหอศิลป์บ้างนะครับ
ไปดูมาแล้วสวยครับ..ใกล้แหล่งที่เที่ยวอีกด้วย