วันนี้ผมไปขึ้นศาลมา
นี่เป็นการขึ้นศาลครั้งที่สองของผมครับ โดยทั้งสองครั้งไปในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์
แม้ว่าตอนที่เรียนจะมีการซักซ้อมไว้แล้วว่าตอนจบออกมา หมอๆทั้งหลายต้องได้่ขึ้นศาลแน่ๆ แต่เมื่อไปแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้ครับ
เช้านี้ ตื่นมา ก็ไปดูคนไข้ในแต่เช้า จากนั้นก็ไปหาคนขับรถของโรงพยาบาล แล้วก็นั่งรถเข้าตัวจังหวัด
ไปถึงที่ศาลตอนเวลา 8.30 น. (นัดเปิดบัลลังค์9.00) จากนั้นแลกบัตรประชาชนเข้าไปข้างใน ผ่านประตูตรวจอาวุธ
เข้าไปแล้วก็ไปดูบอร์ดว่าผมต้องไปอยู่รอที่ห้องไหน ... ห้องเบอร์5
ขึ้นไปนั่งรอข้างบนอยู่ชั่วโมงนึง นั่งดูจำเลยและโจทก์ในคดีต่างๆนั่งรอหน้าห้องพิจารณาความ ทนายทยอยกันมาทีละคนสองคน พร้อมทั้งอัยการ
นั่งดูทนายโจทก์และจำเลยคุยกันกระหนุงกระหนิง เพราะว่าทั้งจังหวัด กลุ่มนี้ก็เพื่อนๆกันทั้งนั้น :01: ไม่ใช่แบบในหนังที่คอยทะเลาะกัน
แล้วก็โดนเรียกเข้าห้อง ให้ไปรอผู้พิพากษา ผมโดนให้ไปนั่งอ่านข้อมูลว่าต้องพูดอะไรบ้างที่มุมห้อง ... จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พานักโทษวัยกลางคนหน้ากร้านที่ตีตรวนคนนึงเอามานั่งข้างๆ ...
เป็นจำเลยคนที่ผมต้องมาให้ความเห็นเอาเขาเข้าตาราง :08: .... นั่งมองหน้ากันพักนึง ทนายจำเลยก็บอกขึ้น
"ตกลงจะยอมรับหรือเปล่า...... เห็นข้างๆนั่นไหม คุณหมอน่ะเขามาเป็นพยานว่าคุณผิดจริง" (อ้าว เฮ้ยๆ :08: ตูไม่เกี่ยวนะ)
จำเลยหันมองหน้าทีนึง ไม่ตอบอะไร
"หมอเค้าเป็นพยานสำคัญเลยนะ ทุกอย่างขึ้นกับหมอคนเดียวเลยนะ" (เฮ้ย ตูไม่เกี่ยวจริงๆนะ :05: แค่ตรวจผู้เสียหายเท่านั้น)
จำเลยยิ่งจ้องหน้าใหญ่ คราวนี้จ้องคา .... ก่อนจะหันกลับไปพยักหน้า
อัยการโจทก์ก็เดินเข้ามาพอดี ทนายจำเลยก็บอกว่าเรียบร้อยแล้ว
(สังเกตได้ว่าทนายจำเลย เป็นคนพยายามชวนให้จำเลยยอมรับสารภาพตลอด ... อัยการโจทก์ ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย) :42:
แล้วผู้พิพากษาก็มา นั่งพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว ใช้เวลา10นาทีพิจารณา2คดีแรก
อัยการเชิญหมอกลับโรงพยาบาลได้
เสียเวลาทำงานไป2ชั่วโมง :37:
ใช้เวลาตัดสินไม่ถึง 10 นาทีเองเหรอ
แล้วหมอแมวได้ให้ปากคำนานกี่วินาทีอะคะ :08:
ครั้งนี้ไม่ได้ให้การเลยครับ :08: มาเสียเที่ยวมากๆ (แต่ดีแล้วแหละ จำเลยจะได้ไปโมโหทนาย ไม่ต้องมาโมโหผม :42:)
ดาเคยขึ้นศาลเยาวชน เค้าไม่ได้มีผู้พิพากษามานั่งบัลลังค์ ตัดสิน
แค่ไปเข้าห้องที่มีกล้องถ่ายวีดีโอ แล้วก็จิตแพทย์หรืออะไรเยาวชนๆซักอย่างอยู่ในห้อง
มีตำรวจอยู่อีกห้องนึง สัมภาษณ์กันผ่านไมค์
อารมณ์เดียวกับจัดรายการวิทยุ :40:
แต่มีอยู่อย่างนึงที่เหมือนกับที่หมอแมวเจอ
ก็คือ เสียเวลารอตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อะไรซักอย่าง
นานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สัมภาษณ์แค่ไม่กี่นาที :08:
อรไม่เคยขึ้นศาล
แต่พ่ออรโดนขึ้นศาลบ่อยๆ :37:
ปวดอึ เดี๋ยวค่อยกลับมาอ่าน
หมอแมวเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องบอดี้ ศพ#19 เลยครับ :25:
คดีหรือกรณีอะไรครับหมอแมว
อ้างคำพูดจาก: ดา หน้ามั๊นมัน เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 22:06 น.
ดาเคยขึ้นศาลเยาวชน เค้าไม่ได้มีผู้พิพากษามานั่งบัลลังค์ ตัดสิน
แค่ไปเข้าห้องที่มีกล้องถ่ายวีดีโอ แล้วก็จิตแพทย์หรืออะไรเยาวชนๆซักอย่างอยู่ในห้อง
มีตำรวจอยู่อีกห้องนึง สัมภาษณ์กันผ่านไมค์
อารมณ์เดียวกับจัดรายการวิทยุ :40:
แต่มีอยู่อย่างนึงที่เหมือนกับที่หมอแมวเจอ
ก็คือ เสียเวลารอตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อะไรซักอย่าง
นานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สัมภาษณ์แค่ไม่กี่นาที :08:
ไปเนื่องในโอกาสพิเศษอะไรเหรอดา
ตอบพี่เอ้
น้องทำรถหาย (วันที่ทำหาย มันอายุสิบเจ็ดปีกับเก้าเดือน :08:เลยต้องขึ้นศาลเยาวชน)
// อ้าวโดนตัดหน้า
กำลังจะถามอยู่พอดีเลยว่าคดีอะไรคะ
พรากผู้เยาว์เหรอ :25:
ปล.แล้วยัยดาไปขึ้นคดีอะไรกะเค้าน่ะ
อ้างคำพูดจาก: ดา หน้ามั๊นมัน เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 23:01 น.
ตอบพี่เอ้
น้องทำรถหาย (วันที่ทำหาย มันอายุสิบเจ็ดปีกับเก้าเดือน :08:เลยต้องขึ้นศาลเยาวชน)
อ้อ ถึงว่า
อย่างดาคงพ้นวัย เยาวชนแล้วล่ะมั้ง :49:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมวยาว ชีวิตสั้น เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 21:41 น.
จำเลยยิ่งจ้องหน้าใหญ่ คราวนี้จ้องคา .... ก่อนจะหันกลับไปพยักหน้า
อัยการโจทก์ก็เดินเข้ามาพอดี ทนายจำเลยก็บอกว่าเรียบร้อยแล้ว
ผมว่าจำเลยอาจจะแสบตา
แล้วเผลอก้มหน้าหลบก็ได้ครับ
ซวยไป :08:
ไม่เคยครับ
ไม่เคยค่ะ เคยแต่ส่งสาร :37:
เคยค่ะ ศาลอาญากรุงเทพฯ แต่ไม่ขอบอกนะคะว่าคดีอะไร เป็นคดีของญาติน่ะค่ะ
ตอนนี้อยู่ในขั้นฎีกาอยู่เลย คดีตั้งแต่ปี 2546 ยังไม่จบเลยค่ะ :08:
เหมือนกันคือ รอนานมากกกกกกก :01:
เคยแต่เอาของไปไหว้ครับ
ไม่เคยไปเลยครับใกล้สุดคือนั่งรถผ่านกับขึ้นรถเมล์ที่สนามหลวง
คือที่ถือว่าเข้าใกล้ที่สุดแล้วครับ :27:
แต่ดูบรรยากาศน่าตื่นเต้นดีนะคะ :27:
เคยครับ
ครั้งนั้น ไม่ยอมไปรับหมายเรียก "ทหาร" เพราะคิดว่าเค้าจะส่งมาที่บ้าน
ทางสัสดี เค้าบอกว่าต้องไปเปรียบเทียบปรับในชั้นศาล ซึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 300.- (สามร้อยบาทถ้วน)
ยืนเถียงกะสัสดี ว่าปรับตรงนี้(อำเภอ) โรงพัก ป้อมยาม หรือ ร้านโอเลี้ยงเฮียกวง ทำไมต้องไปศาล....
เค้าบอกว่ามันเป็นระบบระเบียบทางราชการ ซึ่งกว่าจะได้ไปจริงๆก็สองเดือนกว่า เพราะ ว่าเรื่องจะส่งไปถึงศาล (ในระหว่างนี้ผมขึ้น-ลงกรุงเทพเพื่อเช็คว่า จะให้ไปขึ้นศาลยัง เสียค่ารถไป หลายพัน แพงกว่าค่าปรับศาล อีกนะเนี่ย)
.....สองเดือนผ่านไป..... มีโทรศัพท์มาบอกว่าให้ไป ศาลวันนั้นวันนี้
ผมก็ใส่ชุดนิสิตไปเลย เอาหล่อเข้าข่ม พอไปถึงศาล คิดว่าจ่ายเงินแล้วจะจบๆไปนะครับ
เข้าบอกว่ารอคดีข้างบนแป๊บนึง แล้วเค้าก็เปิดประตูห้องขัง ครับ!!! ห้องขังหรือคุกหรือตารางแล้วแต่ใครจะเรียกแหละครับ
"เข้าไปรอในนี้" โหย.....ผมเถียงสุดใจครับ บอกว่ารอข้างนอกไม่ได้เหรอ ผมแค่มาเสียค่าปรับนะเว้ย ไม่ได้ฆ่าใครตาย จะเข้าห้องขังทำไม
ผมไม่วิ่งหนีไปหรอก !@#$!!!@#...
เค้าบอกว่า มันเป็นระบบระเบียบของราชการ(อีกและ โครตเกลียดเลยคำนี้) ในระหว่างรอพิจรณา ต้องรอในห้องนี้ เป็นนักศึกษา อย่ามีปัญหาได้ป่ะ
ผมก็เดินเข้าไป บรรยากาศโคตรอึดอัดครับ มีส้วมในห้องขังด้วยนะ ถ้านั่งยองๆ หัวโผล่มามองโลกภายนอกได้ด้วย
มีคนอยู่ในนั้น รวมผมเป็นหกคน จับกลุ่มสามคน ใส่ชุดนักโทษสีน้ำตาล มีโซ่ล่ามขาไว้ด้วย ไม่รู้คดีอะไร
แล้วก็อีกสองคน ใส่ชุดอยู่บ้านธรรมดา แล้วก็ผมไปนั่งหลบมุมอยู่คนเดียว
สองคนนั่นนั่งคุยกัน ฟังได้ความว่า คนนึงเป็นเจ้าของโรงงานน้ำดื่ม แต่ ตรวจพบสิ่งปลอมปนในน้ำ มาศาลเป็นครั้งที่สามแล้ว อีกคน เป็นเจ้ามือหวย โดนจับได้
สองชั่วโมงผ่านไป ใจผมจะขาดรอนๆ (เรียกว่าอกจะแตกก็ได้ ใครไม่เคยเข้าห้องขังแนะนำให้ลองดู ว่ามันอึดอัดแค่ไหน)
และแล้ว เจ้าหน้าที่ก็มาไขห้องขัง เรียก ผม แล้ว ก็อีกสองคนออกไป เดชะบุญ!! กุญแจมือเจ้าหน้าที่มีอันเดียว
ตอนแรกจะจับผมล๊อกกุญแจมือ ไว้กะ อีตาเจ้าของโรงงานน้ำดื่ม ผมแกล้งทำเป็นก้มลงไปขยับรองเท้า เจ้าหน้าที่เลยล๊อกกุญแจมือเจ้าของโรงงานน้ำ กะ เจ้ามือหวยแทน
.
.
แล้ว ทั้งสามชีวิต ก็เดินขึ้นไปบนศาล
ผู้พิพากษา ก็อ่าน คำภิพากษา นาย.......เป็นเจ้าของโรงงานนน้ำ บลาๆๆๆ เสียเงิยค่าปรับ หนึ่งแสนบาทแต่ จำเลยยอมรับลดโทษให้กึ่งนึ่ง เหลือ
ห้าหมื่นบาท ตรวจพบอีกครั้งจะปิดโรงงาน
นาย.....รับเป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน บลาๆๆๆๆ เสียเงิยค่าปรับ หกพันบาท จำเลยยอมรับลดโทษให้กึ่งนึ่ง เหลือ สามพันบาท
และผม คนสุดท้าย นายวันสว่าง ปิยะมงคล (ผมก็ยืนขึ้น) ไม่มารับหมายเรียกทหารกองเกิน เสียเงินค่าปรับ สามร้อยบาท จำเลยยอมรับลดโทษให้กึ่งนึ่ง เหลือ ค่าปรับ "หนึ่งร้อยห้าสิบบาท"
โทษผมดูขี้หมูขี้หมามากเลย ก็เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตครับที่ได้เข้าห้องขัง แล้วก็ขึ้นศาล
โหยยย มีแบบนี้ด้วยเหรอเพิ่งรู้ :25:
นายตั้ง กับ นาย ต้อง ปล้นร้านนาย ตั้ม เสียค่าปรับจำนวน 25 สตางค์ แต่เนื่องจากยอมรับผิด
เลยลดโทษให้กึ่งนึง เหลือ 12.5 สตางค์ ถ้าหากยังไม่ยอมจ่ายตามจำนวนห้ามขาดห้ามเกิน
ต้องโดนจำคุกตลอดชีวิต
:30: ต๊ายเจ๊
จะจับผิดตัวไหนนั่น :08:
เจอคดีเดียวกันกับตั้งเลยครับ 5555
หมายจับเลขที่ 277/2544
ส่งฟ้องปี 2547
เลขคดี 824/2547
ที่จำเลขคดี กับหมายจับได้ ไม่ใช่อะไรหรอก พอดีอาทิตย์ก่อนไปทำหนังสือเดินทาง
แล้วคราวนี้กองหนังสือเดินทางเค้าบอกว่าไม่สามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้ใจขณะนี้ เพราะติดคดี หมายเลขนี้อยู่
ก็เลยงง เอ๊ะ ปิดคดีไปตั้งแต่ปี 2547 แล้ว ทำไมทางตำรวจยังไม่ทำเรื่องถอนคดีให้อีก
ต้องยุ่งยากไปทำเรื่องถอนคดีอีก เสียเวล่ำเวลาจริง ๆ
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้หนังสือเดินทางเลย
วันจันทร์ตำรวจบอกให้ไปเอาเอกสารถอนคดีไปส่งให้ฝ่ายตรวจสอบประวัติของกองหนังสือเดินทาง :42:
ราชการไทย -*-