ถามกันเล่นๆครับ พอดีๆไม่ได้ว่างนะ แต่ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ
มันก็แว๊บเข้าหัวมาเอง
เรื่องของเรื่องคือผมคิดไปเรื่อยๆว่า เออเกมสมัยนี้มันเหมือนจริงจังเลยนะ
วงการทรีดีก็ด้วย ซีจีไอสมัยนี้มันสมจริงมากซะจนแยกไม่ออก
แล้วในอีกสิบปี หรือยี่สิบปี (ถ้าโลกไม่บึ้มซะก่อน)
วงการนี้มันจะเป็นยังไงมั่งครับ
เพราะเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น จนทำอะไรออกมาได้เนียนเปรี๊ยะๆขนาดนี้
ตอนแรกผมคิดว่า แบบนี้เราก็สามารถสร้างไอด้อลออกมาได้ดั่งใจเลยสินะ
อยากได้พระเอกนางเอกหน้าตายงไงก็จัดให้ได้หมด
แต่มันก็ยังติดปัญหาเรื่องที่ว่า หนังหรือละครที่มันขายได้ ไม่ใช่แค่เพราะบทดี
แต่เป็นเพราะเรื่องของแฟนคลับนักแสดงมากกว่า
เมื่อถึงยุคที่ทุกอย่างเฟกหมด จะเกิดอะไรขึ้นบ้างครับ?
คนเราจะเปลี่ยนไปกรี๊ดกร๊าดไอด้อลกันเลยไหม?
หรือก่อนจะถึงตรงจุดนั้น ถ้ายังมีดาราที่เป้นคนจริงๆอยู่
แต่เทคโนโลยีมันทำเหมือนคนจริงได้แนบเนียนแล้ว
ปัญหาพวกแอบถ่ายดารา หรือคลิปหนัง :04: จะเป็นปัญหาลุกลามได้รึเปล่าครับ
ในเมื่อมีคนที่สามารถปลอมหน้าดาราคนนั้น มาทำเป้นคลิปปลอมปล่อยตามอินเตอร์เน็ทได้อีก
โอ้โห เทคโนโลยีมันน่ากลัวจังนะครับ
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีความเห็นยังไงบ้างครับ กับปรากฏการณ์ที่เราถูกเทคโนโลยีทำลายมนุษยชาติ
โดยที่ไม่ต้องรอให้หุ่นยนตร์ปัญญาประดิษฐ์คิดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์เองเลย
เทคโนโลยีธรรมดาๆนี่แหละ ที่ทนุษย์ใช้ไปในทางที่ผิด มันก็อาจเกิดปัญหาร้ายแรงได้พอๆกัน
ก็มีแล้วนะครับ ดาราที่เป็นดิจิตอลทั้งหมด
ที่ญี่ปุ่นเลยเจ้าตำรับ โอตาคุ งุงิ เต็มไปหมด :42:
เอาอีกซักสิบปีสิครับ
ให้มันไม่ใช่แค่ของใหม่
ถ้ามันเป็นชีวิตประจำวัน
ชีวิตคนเราจะเป็นยังไงกันบ้างครับ
ง่อยเปลียเสียขาครับ :42:
ตื่นมามีเครื่องจับแต่งตัว โครมๆ
จับไปนั่งกินข้าวเช้า ดีไม่ดี มีเครื่องป้อน
แล้วจับไปโยนเข้าแคปซูล บินไปที่ทำงาน
ไปถึงที่ทำงาน นั่งกดๆ จิ้มๆ คีย์บอร์ด
เอ๊ะ ดูการ์ตูนเนตเวิร์ค มากไปรึเปล่า :08:
มีไฮเปอร์ซุท ไว้ใส่ทั้งตัว พร้อมแว่น หูฟัง
เซนเซอร์กระตุ้นประสาทสัมผัสทุกอณูของร่างกาย
ในภาพเห็นว่าโดนเป่าหู ก็จะรู้สึกว่าโดนเป่าหู
รู้สึกทุกอย่าง และสามารถติดต่อกันผ่านทางไฮเปอร์ซุทนี่ได้
โอ้ว :04:
// ช่วยคิดต่อด้วยสิ :04:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง อ๋าห์ เมื่อ 12 มิ.ย. 2007, 00:49 น.
มีไฮเปอร์ซุท ไว้ใส่ทั้งตัว พร้อมแว่น หูฟัง
เซนเซอร์กระตุ้นประสาทสัมผัสทุกอณูของร่างกาย
ในภาพเห็นว่าโดนเป่าหู ก็จะรู้สึกว่าโดนเป่าหู
รู้สึกทุกอย่าง และสามารถติดต่อกันผ่านทางไฮเปอร์ซุทนี่ได้
โอ้ว :04:
// ช่วยคิดต่อด้วยสิ :04:
ลุงหมายถึงได้นอนหนุนตักแม่ผ่านไฮเปอร์ซุท ...มันจะสู้นอนหนุนตักแม่ตัวเป็นๆ อุ่นๆ ได้ยังไงล้า :25:
ทำให้เหมือน...มันก็ต้องมีต้นแบบ
ต้นแบบที่มีอารมณ์...ก็คือนักแสดง
เง็กว่านักแสดงไม่ใช่แค่หุ่นที่ถูกบังคับให้พยักหน้าได้ตามสคริปสไลต์นะ แต่เป็นคนที่มีหน้าที่และมีความสามารถเลือกสื่อสารอารมณ์ของบทได้...นั้นล่ะหน้าที่ของนักแสดง
บทเดียวกัน ต่างวาระ ต่างผู้กำกับ ต่างนักแสดง อรรถรสต่างกันฟ้ากับเหว
อะสรุปง่ายๆ นะ ต้นแบบของอารมณ์มันต้องมาจากนักแสดงค่ะ ถ้าเราคลั่งไอดอลปลอมๆ ตัวไหน เราก็คงตามกรี๊ดทีมงานนั้นๆ มั้ง 555
อย่างที่พระเจ้าตาว่าไว้ ใจคนยากแท้หยั่งถึง
ศิลปะกับเทคโนโลยีมันจะควบคู่กันไปเหมือนกับการพัฒนาของเชดสีโจตัน เดี๋ยวนี้ผสมได้เป็นล้านเชดสีแล้วนะ :33:
ไม่รู้เหมือนกันครับ
พอดีผมอยู่วงการไล้เวฟ
เรนเด้อกันไป
อ่านชื่อจู๋ตอนแรกนึกว่า Autodesk Maya เหมือนกัน :30:
จู๋เทคโนโลยีนะเนี่ย น่าไปโผล่ห้องคอม :12:
เคยอ่านมา ที่ญี่ปุ่นเขาก็มีแล้วนะครับไอ้แบบที่ว่า
ก็คือมีนางดิจิทัล เอาไว้เพื่อบำบัดราคะเลย
(แล้วก็นึกถึงตุ๊กตายางของญี่ปุ่นที่ตัวละแสน ตอนนี้ที่ตรงนั้นเริ่มพัฒนาให้ตอบสนองได้แล้ว อีกสิบปีคง..)
เฮ้ยๆ วนกลับมาวงการมายา
ต่อไปเราคงไม่ได้ดูกันบนจอแบนๆ แล้วมั้งครับ
ไอ้แบบโฮโลแกรมนี่ก็ใช่จะเกินเอื้อมแล้ว รอแค่เทคโนโลยีมันราคาถูกลงแค่นั้น
ต่อไปเราคงดูคอนเสิร์ตที่เป็นไอ้แท่นๆ มาตั้งไว้กลางห้องแล้วคนดูก็มุงกันอยู่ละมั้ง
ซื้อแท่นที่ว่ามาฉายจุงกิที่บ้าน :04:
อุ๊ย เอ่อ ต๊ายเผลอตัว :22:
จริง ๆ แล้วถ้าไปรุมดูไอ้แท่นนี่มันจะต่างอะไรกับดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน :08:
perfect thing is not attractive. digitaly is interesting but not impressed.
ถูก !! :12:
ถ้าพัฒนาดี ๆ บริหารดี ๆ มันก็ไปคู่กันได้คับ
ทั้ง Digital และ Analog เพราะต่างมีข้อดีไม่เหมือนกัน
ถึงเทคโนโลยีจะก้าวไกลไปขนาดไหน ยังๆ งานที่ทำด้วยมือก็ยังคงได้รับความสำคัญทุกยุคสมัยแหละครับ
พวกรูปวาด งานปั้น สถาปัตยกรรมสมัยก่อน ที่ดังๆ เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพันปี มันก็ยังมีคนรู้จักและสนใจอยู่เลย เพราะสิ่งเหล่านั้นคือต้นแบบทางความคิด และเทคโนโลยีในปัจจุบัน :12: