อรั๊ย เช้าแล้วเหรอเนี่ย
อ่านกระทู้เพลิน
http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q5476634/Q5476634.html
รู้สึกอย่างไรหากท่านจัดงานแต่งงานที่ รร.ดุสิตธานี แบบโต๊ะจีน แล้วเพื่อนใส่เงินช่วยงานแค่ 400 บาท แถมยังพาแฟนมาด้วย
:08:
ถ้าเพื่อนดาแต่งงานตอนนี้ก็คงช่วยไม่เกินห้าร้อยอะ
ไม่มีตังค์ ยังขอแม่เรียนอยู่เลย
มันจะอะไรกันนักหน๊าาาาา :08:
อย่าแต่งโรงแรมหรูกันนะคะคุณเพื่อน เดี๋ยวไม่กล้าไป :42:
เออ
มันควรให้กันทีละเท่าไหร่เหรอ
อยากรู้ไว้เป็นวิทยาทาน :31:
จากกระทู้นั้น
จขกท.เ้ค้าบอกว่าทุนตกหัวละ 900
กะจะให้จ่ายคนละพันเลยเหรอ
ค่าขนมเกือบครึ่งเดือนเลยนะน่ะ :05:
แล้วงานพวกนี้เค้าควรได้เท่าทุนหรือมากกว่าทุนง่ะ :31:
บางงานก็กำไรมั้ง ถ้าคนที่เชิญรวย :30:
แต่ส่วนใหญ่ก็น่าจะคิดขาดทุนไว้ก่อนเลย
(ตูจะคิดเรื่องนี้ไมเนี่ย หาแฟนยังไม่ได้เลย :08:)
ทีแรกก็จะโพสต์กระทู้ที่ดาอ่านไว้ในของฝากจากพันทิปเหมือนกันนะ
แต่เห็นแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยได้อะไรก็เลยไม่ได้โพสต์
คือตอนนี้ตูไปช่วยงานแต่งานชาวบ้านก็ใส่ซอง 400 เหมือนกัน :30:
ไม่รู้สิ รู้สึกว่าอายุขนาดนี้ รายได้ขนาดนี้ แล้วก็สนิทกันขนาดนี้
ไอ้การที่จะมาซีเรียสหยุมหยิมกับเรื่องซองนี่ คงใช่ที่
แต่เข้าใจเลยนะ เรื่องวัดมาตรฐานของคนจากจำนวนเงินในซองเนี่ย
ภาษีสังคมจากที่บ้านตูที่จะต้องจ่ายให้กับชาวบ้านในงานบุญงานแต่ง
ก็เลยมีเดือนๆ ตกไปหลายบาทอยู่ ..
ด่าๆ เขาไว้เยอะ ตอนนี้เริ่มวนกลับมาหาตัวแล้ว
เพื่อนทยอยแต่งงาน ทยอยบวชกันทีละคนสองคน
แตกหน่อเน้อ
อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าเราไปงานคนอื่น
ควรจะให้เท่าไหร่
แล้วมูลค่าของขวัญอะไรอีกล่ะ :31:
ไม่เคยมีประสบการณ์งานแบบนี้เลย
มีแต่งานศพ ซึ่งก็ไม่เคยคิดว่าต้องได้รับซองเท่าทุนที่เราเสียไป
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เค้ามีธรรมเนียมให้ซองกันด้วย :08:
ไปงานศพแม่เพื่อนเมื่ออาทิตย์นี้แหละจำวันไม่ได้
ใสไป 100 แบงค์ 20 ล้วนๆ มันจะได้ดูหนาๆ {หมีโหด}
จริงๆ แล้วไอ้ปิ๊กมันรับเป็นเจ้าภาพคืนนั้น
เลยไปช่วยเสิร์ฟน้ำแจกของว่าง
ไปแบบไม่รู้ใครเป็นใคร พ่อเพื่อนยังไม่รู้จักเลย ไปแจกผ้าเย็นพ่อเพื่อนซะอย่างนั้น :08:
น่าจะขึ้นอยู่กับความสนิทสนมระหว่างเรากับเจ้าของงานรึเปล่า
ลองสมมุติว่าถ้าเป็นตัวเอง ถ้าเพื่อนที่สนิทกันมาก แค่มันมางานเราก็คงดีใจแล้วล่ะ
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของขวัญหรือใส่ซองเท่าไร แต่ในเรื่องของธรรมเนียมปฏิบัติ
อันนี้ก็ไม่ทราบแน่นอนเหมือนกันครับว่าปกติต้องเท่าไร
วันแต่งงานพี่เอ็ม (พี่ที่เคยทำงานร่วมกัน สนิทกันมาก เรียกเขาเอ็มมี่ :21:)
ไปงานของเขาก็ไม่ได้ใส่ซองช่วยอะไรเลยนะ
แต่ซื้อของขวัญวันแต่งงานให้แทน
มันก็อยู่ที่ความสนิทอย่างที่ว่า อีกอย่างงานนี้ผมอาวุโสน้อยกว่า
เลยคิดว่าให้เป็นของขวัญแทนดีกว่า :42:
แตกหน่อมาก็ดี
พอจะโพสต์ยาวๆ ในระบายอารมณ์ มันรู้สึกเหมือนตะโกนแล้วไม่มีหุบเขาสะท้อนเสียงยังไงไม่รู้ :30:
ไอ้วัฒนธรรมแบบนี้แหละที่เราบ่นมาตลอดว่าทำไมโลกของผู้ใหญ่นี่ช่างไร้เหตุผลเสียจริง
แต่พอโตมา (หมายถึงจบมามีงานมีการทำ) เราก็จะค่อยๆ ไหลเข้าไปในยุทธจักรนี้โดยออโต้
ตอนงานบวชตูนี่ (เป็นงานบวชแบบที่เอะอะโวยวายและมีโคโยตี้ ไม่มีอารมณ์ซาบซึ้งในรสพระธรรมใดๆ)
จำได้ว่ามี 200 โต๊ะ แต่แน่ล่ะ ก็มีโต๊ะเหลือ แต่บวกลบดูแล้วก็เท่าทุนนะ
สิ่งที่พ่อกับแม่ (เจ้าภาพงาน) ได้รับจากการจัดอีเวนต์ที่ว่า
ก็คือถือว่าเป็นการประกาศตัวว่าลูกชายสามคนตอนนี้ไม่ได้เกกมะเหรกเกเรที่ไหน
แล้วก็เป็นการโชว์แสนยานุภาพของครอบครัวด้วย (มีซะที่ไหนเล่า)
ส่วนงานศพงานหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นของน้องที่สนิทกัน
งานนั้นเป็นงานศพแบบฉุกละหุก (แปลว่า ตายโหง) ก็เลยไปช่วยเขาแบบเต็มๆ เลย
ไม่ได้มีการเรียกซอง หรือพวงหรีดแต่อย่างใด
แต่ไม่รู้ทำไม ไอ้รุ่นน้องที่ทำสโมมาด้วยกันมันก็แถจะซื้อพวงหรีดมาประดับให้แขกเห็นให้ได้
กลายเป็นว่าทั้งศาลา (วัดต่างจังหวัดเขาศาลาใหญ่นะ ไม่ใช่เป็นล็อกๆ แบบในกรุง) มีแต่พวงหรีด
ส่วนเรื่องเงินช่วยนี่ก็แล้วแต่งาน อย่างงานศพของน้องที่ผ่านมานี่เขาไม่ได้รับเงินช่วย
แต่ใครจะให้ก็ไม่ขัดศรัทธา มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติแบบที่เดี๋ยวเราก็จะค่อยๆ เข้าใจไปเองน่ะ
ไม่อยากเข้าใจโลกแบบนี้เลย แต่อย่างว่าแหละ เราเป็นสัตว์สังคมพันธุ์ไทย :30:
//ตัดหน้า 3 คน :07:
สำหรับที่รัก จากที่อ่านๆในพันทิป
ส่วนใหญ่เค้าก็ใส่กัน400-500 สำหรับคนไม่สนิท
และ 1000+สำหรับคนที่สนิท
ถ้าไม่ไปก็500มั้ง
(ถ้าแต่งเดือนกันนึงหลายงานก็ทำเอาหมดตัวได้ :08:)
มีเรื่องใส่ซองอย่างงี้ก็ดี
จะได้มีข้ออ้างว่า
"ยังไม่แต่ง กลัวเพื่อนไม่มีตังค์ใส่ซอง" {หมีโหด}
ตาล.ว่า 500 มันก็ดูโอเคแล้วนะ
รึตูคิดผิดมาตลอด เพื่อนที่แต่งงานแก็แต่งเมืองนอก
ซึ่งไม่ซีเรียสเรื่องซอง (เพราะมันไม่มี) แค่เอาของขวัญไปให้ก็พอแล้ว
งานเมืองไทยนี่เริ่มหวั่นๆ รึตูต้องเก็บตังค์ใส่ซองงานแต่งเพื่อนตั้งแต่ตอนนี้? :31:
เรื่องใส่ซองนี่ไม่แน่ใจว่ามีมาตรฐานรึเปล่า และมันก็แล้วแต่ท้องถิ่น สถานะทางสังคมหรือหน้าที่การงานด้วย
อย่างถ้าแถวบ้านต่างจังหวัดก็ระดับหนึ่ง แถวที่ทำงานก็อีกระดับหนึ่ง เพื่อนที่เรียนด้วยกันก็อีกระดับ
เช่นแถวบ้าน บวช สนิท 300 ไม่สนิท 100 -200
แต่ง สนิท 500-1000 ไม่สนิท 200-300
งานศพ สนิท 200-500 ไม่สนิท 100
เดือนๆนึงช่วงเทศกาล แม่โดนหลายตังค์เลย แกเป็นกาชาด กรรมการหมู่บ้าน อสม กองทุนหมู่บ้านรู้จักคนเยอะก็เลยต้องจ่ายค่าทำความรู้จักเยอะหน่อย(ซึ่งตูไม่ชอบเลย) ตอนเด็กๆก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้พอมาเจอกับตัวเองบ้างก็เลยใส่ซองไม่ค่อยถูกเหมือนกันต้องคอยถามแม่ แกประสบการณ์สูง
อีกเรื่องก็ การใส่ซองเบิ้ลหนะ เช่นบ้านนี้เคยช่วยงานมา 200 เราไปงานเขาต้องใส่เท่าตัวหรือมากกว่า ใครกำหนดวะเนี่ย :08: ที่เคยเห็นนี่มีการแกะซองแล้วจดจำนวนเงินใ่ส่สมุดเก็บไว้เลยเอาไว้เป็นฐานข้อมูล เวลาช่วยงานกลับจะได้ใส่ถูก :39:
แล้วแต่สะดวกครับ
อันนี้หมายถึง เรื่องความสบายใจ และยินดีที่จะให้ด้วยนะ สำหรับผม แล้ว ใช้เกณฑ์ง่ายๆ
อย่างงี้ ครับ ตอนนี้ มีเงินที่จะใช้จ่ายเท่าไร ควักกระเป๋าเงินออกมา ดึงมาให้หมด ทั้งกระเป๋า
แต่ต้องใส่เงินไว้ มากกว่า 1 พัน นะ แล้วก็ค่อยๆ ทะยอยยัดใส่กระเป๋าไปทีละแบงค์ให้เหลือเท่าที่
สบายใจ แล้วถึงใส่ซอง
อะไรเป็นตัววัดว่าแค่ไหนสบายใจ มันก็อยุ่ที่ความรู้สึกของ คนที่เราจะให้ ว่าเป็นงานของใคร
สนิทมากน้อยแค่ไหน รวมถึงยอดเงินที่จะใช้จ่ายในเดือนนั้นๆด้วย
ผมเคยใส่ซองงานบวชเพื่อน 40 บาท และก็เคยใส่ 1000 บาท ทั้งที่สนิทเท่ากัน
แต่ความปัจจัยเรื่องงบ ในตอนนั้นมันต่างกัน........
งานพวกนี้ ผมว่ามันเป็นวัฒนธรรมเชิงช่วยเหลือกันมากกว่า
พูดง่ายๆคือเป็นการเล่นแชร์แบบนึง ถ้าทำนาก็เรียกลงแขกเกี่ยวข้าว
อย่างเกิดอยู่มาวันนึง แอนจะแต่งงาน ค่าใช้จ่ายอาจจะไม่พอ ก็ต้องขอค่าใช้จ่ายจากแขกที่มาร่วมงาน
พออีกสักปีสองปี ป๋าเลย์แต่งงานมั่ง แอนก็เอาไอ้ที่ป๋าเลย์ให้เมื่อสองปีก่อนไปใช้คืนให้
อันนี้สังคมเมืองครับ ที่บ้าน แม่จะมีบัญชีจดไว้ว่าตอนงานแต่งพี่ชายหรืองานไหนๆ ได้เงินมาเท่าใด หรืองานแต่งคนไหนเราให้อะไรไปเท่าไหร่
ถ้าหากแขกคนใด คิดแล้วเราขาดทุน(อย่างไปงานเขา เราให้2000 เค้ามางานเราให้1500) ก็ไม่เป็นไร
ถ้าแขกคนใด คิดแล้วเราได้กำไร และเค้าไม่เหลือลูกให้แต่งงานอีก แม่ก็จะส่งของขวัญขอบคุณเป็นมูลค่าประมาณนั้นให้กลับไป
ของผมเองใส่1000-2000ครับ
แต่เรื่องนี้อย่าไปหวังในงานต่างจังหวัด ลูกพี่ลูกน้องผมแต่งงาน มีบางบ้านให้มา100 มากัน8คน แถมแต่ละคนมาร่วมงานได้พักใหญ่ๆก็กลับบ้านโดยหยิบเบียร์ติดมือไปคนละขวดสองขวด :08:
คงขึ้นกับความสนิทและรายได้ส่วนตัวอย่างหลายๆ คนว่า
ของแบบนี้จะว่าไปเหมือนไร้สาระ แต่มันก็เป็นมารยาททางสังคม ที่ปฎิเสธไม่ได้ว่าต้องทำนะผมว่า
ตอนเพิ่งทำงานใหม่ๆ เคยไปงานแต่งพี่คนนึงที่เคยทำงานด้วยกัน ตอนนั้นยังไม่รู้อะไรผมใส่ไป 200 แต่เป็นซองแบบรวมๆ กันหลายๆ คน
4 ปีก่อน ทำงานแล้ว แล้วก็กลับไปเป็นนักเรียนไม่มีรายได้ ไปงานแต่งพี่คนนึงที่เคยช่วยเหลือผมไว้
พี่เค้าห้ามไม่ให้ผมซื้อของขวัญไป ผมเลยไม่ซื้ออะไรไป แต่ผมใส่ซองไป 2000 เพราะรู้สึกว่าพี่เค้าเคยช่วยผมไว้
ไม่เคยไปงานบวช (เพื่อนไม่ค่อยจะบวชกัน :08:) แต่ตอนงานบวชตัวเองบอกแม่ไม่ต้องจัดงาน งานบวชผมเลยเงียบๆ ไม่มีงานอะไร มีแต่ญาติกับเพื่อนแม่ไม่กี่คนนั่งกินข้าวกันนิดหน่อยที่โรงเพล เลยคิดว่าคงไม่มีการใส่ซอง... หรือใส่แล้วแม่ผมไม่ได้บอกก็ไม่รู้
เคยไปงานศพเพื่อน... ซึ่งผมไม่ได้ใส่ เพราะไปแบบน้ำตายังไม่แห้ง ยังมึนๆ งงๆ อยู่เลย ทำอะไรไม่ถูก... ส่วนงานศพผมเองคิดว่าคงจัดเงียบๆ แบบงานบวช.. ไม่ต้องใส่ซองก็ได้ครับ :46:
งานแต่งเพื่อนที่ไปมาล่าสุด เขียนมาในการ์ดว่า งดรับซอง และของขวัญ
แต่ผมดันไม่ได้อ่าน ไปถึงงานก็เอาซองให้น้องสาวมัน น้องสาวมันรับซองแล้วทำหน้า งงๆ
แต่ก็รับไป เพื่อนที่เห็นมันก็บอกว่า ไอ้ตั้มมันไม่เอาซองแล้วมึงให้ไปทำไม :31:
ให้ไปแล้วจะให้ไปทวงคืนก็ยังไงอยู่ เลยกลายเป็นให้ค่าขนมน้องมันไปเลย แถมลืมของชำร่วยอีก :05:
เพื่อนผมมันบอกว่าไม่ได้แต่งงานเพื่อเอากำไร มันมีปัญญาจัดงานได้ไม่ต้องไถใคร (ยกเว้นพ่อกับแม่มัน)
แค่เพื่อนๆมามันก็ดีใจแล้ว(แถมร้องไห้อีกต่างหาก)
เหมือนพี่แอน {หมีโหด}/
โดนไปงานแต่งงานพี่ที่บริษัท โทรถามแม่ว่าใส่เท่าไหร่ดี
ถามพี่ที่ทำงานอีกคนว่าใส่เท่าไหร่ดี
สรุปใส่ไป 400 (รู้สึกว่าเยอะแล้วนะ :16: )
หลังจากวันงานเห้นพี่แกมาบ่นว่าญาติผู้ใหญ่ฝั่งแม่ให้น้อยแค่คนละพันเอง :42:
...
ไซโคเอทางอ้อมรึเปล่า :21:
เฉยๆ นะ :21:
จริงๆ จะใส่สองร้อยด้วยซ้ำ :42:
ไม่รู้ดิ ถ้าเป็นงานเอคนที่เอเชิญมา แค่เค้ามาก็ดีใจแล้วล่ะ
ตอนนี้งานแต่งงานเหมือนแหล่งระดมทุนยังไงไม่รู้ :17:
ถ้าเอาตามบ้านที่ประจวบนะ
การใส่ซองช่วยงานเหมือนกับการเล่นแชร์
งานนี้ใส่ซองไปเท่าไหร่ ก็หวังจะกลับมาเท่านั้น
ในส่วนเจ้าของงาน
มีการจดลงสมุดว่า คนนั้นคนนี้ใส่ซองมาเท่าไหร่
เมื่อถึงคราวต้องไปงานคนอื่นบ้าง ก็จะมาเปิดสมุดดู
ว่าเขามาเท่าไหร่ ก็จะใส่ซองกลับคืนไปเท่านั้นหรือมากกว่า
ถ้าใส่น้อยกว่าจะถูกบ่นลับหลัง :42:
ธุรกิจ :01:
เพื่อนก็จะแต่งงานเหมือนกันนะ เพราะว่าจะเอาเงินที่ใส่ซองไปลงทุนทำธุรกิจ ครอบครัว :30:
แต่งงานซักสามครั้ง คงรวย :25:
เงินก้นถุง เอามาลงทุนกับใช้หนี้ ร๊วด เลย :30:
ควรใส่สักประมาณ 500 ค่ะ ดูไม่ค่อยจะน่าเกลียดเท่าไรค่ะ (ถ้าจัดในโรงแรม)
ดูเป็นธุรกิจดีจัง :31:
ถ้าจัดงานแต่งที่โรงแรมอ่ะ เป็นธุรกิจชัวร์ เพราะกำไรที่ได้อ่ะ โรงแรมได้เต็ม ๆ ค่ะ อีกอย่างธุรกิจอย่างนี้เป็นตัวทำเงินของโรงแรมเลยค่ะ :27:
:42: ไม่ได้หมายถึงโรงแรมแจ๊ะ
แต่เป็นจุดประสงคของการจัดงานแต่ง
เงินทอง ไม่สำคัญครับ รู้แต่ว่า งานใครไม่รุ้แต่เลี้ยงดี :17:
อ้างคำพูดจาก: เอ : ปิยะ เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 14:31 น.
:42: ไม่ได้หมายถึงโรงแรมแจ๊ะ
แต่เป็นจุดประสงคของการจัดงานแต่ง
โอ้ :31: :31: :31:
ถ้ายังงั้นก็แย่นะเนี่ย :31:
จัดงานแต่งแท้ๆ ไม่รู้จะไปยุกยิกกับกำไรขาดทุนทำไม :42:
จัดไม่ดีก็จัดใหม่ได้ไม่เห็นเป็นไรนิ
ไว้แก้ตัวใหม่ คนหน้า :42:
อ้างคำพูดจาก: นานา วิภาพรรณ เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 14:40 น.
โอ้ :31: :31: :31:
ถ้ายังงั้นก็แย่นะเนี่ย :31:
จัดงานแต่งแท้ๆ ไม่รู้จะไปยุกยิกกับกำไรขาดทุนทำไม :42:
ใช่ :45:
http://music.siamza.com/music.php?k=64K&id=3627
น่าสงสารเจ้าของกระทู้นั้น งานมงคลที่สุดงานหนึ่งในชีวิตทั้งทียังต้องมากังวลกับจุดคุ้มทุนอีก
เค้าคงคิดว่า เก็บหอมรอมริบเงินมาตั้งนาน แล้วมาถึงจุดที่ต้องจ่ายเงินที่สะสมมา
แล้วมันเสียดายมั้งคะ น่าจะเอาเงินส่วนนั้นไปทำประโยชน์อะไรได้ :42:
:17: แต่ถ้างั้นเอาจริงๆ ก็ไม่ต้องจัดหรูมากสิ ถ้ากลัวขาดทุนขนาดนี้
เกิดความบาดหมางใจกันเปล่าๆ เวลามาเปิดซองดู
พอเพียงกันไม่เป็นเนอะ
:27: ประสบการณจริงที่เจอมาค่ะ คือพี่ชายแต่งงาน โดยถูกพ่อแม่ทางฝ่ายเจ้าสาวบังคับให้แต่ง แม่ก็ต้องจัดการเรื่องงานแต่ง เสียค่าสินสอดให้ตามธรรมเนียมค่ะ แต่พอแต่งกันได้แค่ 4-5 เดือน ฝ่ายญิงก็มาบอกเลิก :16: โดยที่แม่ของฝ่ายหญิงโทรมาบอกว่าลูกสาวเขามีแฟนใหม่แล้ว ( คือในช่วงนั้นพี่ชายของตั๊กกลับมาอยู่ที่บ้านค่ะ ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพ ) ตอนนั้นแม่อึ้งนิดหน่อย แล้วก็ตอบไปง่าย ๆว่าเลิกก็เลิก แล้วก็บอกไปว่าฝ่ายเราไม่เสียหายนี้ค่ะ ลูกคุณต่างหากที่เป็นฝ่ายหน้าอาย ง่ายดีไมค่ะ เหตุการณ์อย่างนี้ถือว่าเป็นธุรกิจหรือเปล่าค่ะ {หมีโหด}
ปล. มารู้ทีหลังว่าแฟนเขาเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักค่ะ คงสามารถเลี้ยงครอบครัวเขาได้มั้งค่ะ :27:
ธุรกิจขายลูกนี้มีมาแต่โบราณนะครับ :27:
สิบหมื่น สิบหมื่น สิบมื้น~~~
แหมยิ้มระรื่นคงกลืนลงคอ :31:
:08: เหมือนขายลูกกินจริงๆด้วยเคสนี้
:25: คุณพ่อครับผมแย่ คุณแม่ครับผมจน
สิบหมื่นผมเหลือทน ไม่ขอดิ้นรน ให้คนขายลูกกิน
กราบลาแล้ว ขอแจวลาจร :31: ใช่มะ
ไม่ขออ้อนวอนง้องอนทั้งสิ้น...............
ขอโทษที่ทำให้เป๋ครับ :16:
ไปเถิดทั้งคู่ไปสู่ประตูสวรรค์
น้ำสังข์์จะหลั่งลงพลัน...
พี่อุ้ยคว้านท้องตัวเองเดี๋ยวนี้ :07:
เออ
ถ้าเกิดว่า เราถามเจ้าของงานเลย
ว่าจะเอาซองเท่าไหร่
แบบนี้น่าเกลียดป่าวคะ
คือถ้าเค้าเป็นเพื่อนเราอะไรแบบเนี้ย :31:
อ้างคำพูดจาก: เดือน รุ่งทิพย์ เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 15:07 น.
เออ
ถ้าเกิดว่า เราถามเจ้าของงานเลย
ว่าจะเอาซองเท่าไหร่
แบบนี้น่าเกลียดป่าวคะ
คือถ้าเค้าเป็นเพื่อนเราอะไรแบบเนี้ย :31:
แนนว่า มันคงดูไม่ดีเท่าไหร่นะ :08:
มันเหมือนไปถามเค้าว่า อยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามาอ่ะ
แต่ถ้าสนิทกันมากๆคงไม่เป็นไรมั้งคะ
ถึงสนิทก็ไม่ควรครับ
:08: อ้าวเหรอ ผมเคยถาม ง่ะ ว่า มึงจะเอาเท่าไร :39:
เอาเท่าไร ไม่อ้วนเอาเท่าไร ~ :33:
เพื่อนมันก็บอกว่า ไม่เป็นไร...เท่าไรก็ได้ ก็เลย ใส่ซองไป 50 บาท แล้ว พาน้องชายไปกินด้วย อีกคนหนึ่ง
ใส่ไปห้าร้อย พาไปทั้งบ้าน :30:
ทั้งบ้านมีสิบคน
สงสารเจ้าของงาน :27:
เห็นความแตกต่างนิดหน่อยระหว่างคำว่าต่างจังหวัด กับคำว่าในโรงแรม (ต่างจังหวัดก็มีโรงแรมนะ)
ที่บ้านก็มีเหมือนกันนะครับ แล้วก็คิืดว่าบ้านส่วนใหญ่ก็มักมีแบบนี้แหละ
เวลามีงานทีไรก็จะจดเอาไว้ว่าใครให้กี่บาท แล้วก็เก็บไว้เป็นบัญชีใช้หนี้ (เรื่องคืน 2 เท่านี่ไม่แน่ใจ)
ดังนั้นใครไม่อยากเสียตังค์ช่วยงานศพของชาวบ้านเยอะๆ ก็รีบตายซะนะครับ
ถ้าดาแต่งขอคนละพันอย่างต่ำนะคะ {หมีโหด}
เอ๊ะ รู้สึกว่าขั้นตอนก่อนแต่งงาน มัันต้องหาแฟนก่อนนี่ :09:
เดี๋ยวไปดักตีหัวหน้าตึกวิศวะ {หมีโหด}
เตะหาตามป่าเอาซิดา น่าจะมีวิ่งออกมาจากรูบ้างละน่า
:43:
ตอนไปงานแต่งในโรงแรมใหญ่ๆ ไปทั้งครอบครัว 4 คน
แม่หนิงใส่ประมาณ 2000 นะ :31:
ที่เค้าก็เขียนไว้ว่าไม่รับซองคงเพราะงานใหญ่
คงเหมือนเหมือนกับว่าจัดงานหวังเงินช่วยมั้ง แม่เคยบอก :31:
งานแต่งส่วนมากก็ใส่ ไป 500 (ถ้าไปคนเดียว)
แต่ถ้า 2 คน ก็ 1,000 นึง (แต่ถ้าช่วงนั้น บ่จี๊ ก็ 500 :30:)
งานอื่นก็แล้วแต่นะ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ต่ำกว่า 500
ส่วนเรื่องใส่เบิ้ล หรือต้องใส่มากกว่า ที่เค้าใส่ให้มา
นี่เคยคุยกับแม่ เหมือนกัน เถียงอยู่นานเลย
ว่าทำไม เค้าก็ตอบไม่ได้นะ แค่บอกว่ามันต้องใส่มากกว่า
คิดว่าคงแบบว่า เป็นหน้าเป็นตามั๊ง
ปล. มีการจดเป็นบัญชี ไว้แบบที่แอนบอกเลย :08:
ที่บ้านก็ทำท่าจะจด พอดีเค้าให้จอยเป็นคนทำ
เลยหอบไปทิ้งแล้วทำหน้าตาไปรู้ไม่ชี้ :22:
จริง ๆ แล้วขี้เกียจเขียนเป็นพัน ๆ ซอง ให้ตูเขียนคนเดียวฝันไปเหอะ :11:
ไม่สนิทใส่ 3-4 ร้อย
ถ้าสนิทๆกันก็ 500 ขึ้นไป
ถ้าเพื่อนกันแบบสนิทสนมสุดขีดก็ 1,000 ครับ
อย่าไปคิดเรื่องสถานที่ มันไม่ได้เปิดดูซองเราตอนนั้นหรอก
แต่การใส่ซองมันจะมีผลย้อนกลับเวลาถึงคิวเราจัดงานนะ :42:
แล้วเรื่องเรายังเรียนอยู่หาเงินเองไม่ได้ อันนี้เค้าคงเข้าใจครับ
2-300 ก็ไม่น่าขัดสนมาก(ขอแม่)
ถ้าเป็นเพื่อนๆนี่ ส่วนมากจะให้เป็นของขวัญมากกว่านะ เพราะคิดว่าดูดีกว่าให้เป็นเงินอีก อย่างน้อยเราก็ตั้งใจเลือกมาแล้วกัน แต่ถ้าจำเป็นต้องใส่ซองนี่ก็คงซัก 500 มั้งครับ ถ้าคนไม่สนิท หรือรู้จับแบบห่างๆก็คงไม่เกินไปกว่า 300 บาท
เอาแบบไม่ให้ตัวเองต้องเดือดร้อนครับ แต่ไม่ใช่เนียนว่าช่วงนี้ตูไม่มีตังนะ :42:
ปกติไปงานเพื่อนจะไม่มีซอง
ถ้ามีมักจะใช้วิธีซองรวม (เช่นเพื่อนๆ CUD36 เป็นต้น) {หมีโหด}
มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครให้ไม่ให้
ปล. ตูยังขอตังแม่อยู่เลย ไปเอากะคนอื่นเถอะนะ :42:
พอดีเมื่อตอนเย็นดูข่าวช่อง 3 ครับ ก็เกี่ยวกับการให้ซองอ้อม ๆ เหมือนกัน
คือ ที่จังหวัดหนึ่ง(จำไม่ได้ :05:) คุณตำรวจได้เชิญยายคนนึงมาให้ปากคำ เหตุเพราะหลานยาย 2 คนเสียชีวิตเพราะสารพิษ ตำรวจสงสัยยายจะเป็นคนวางยาเอง เพราะก่อนหน้านี้ ปี 47 กะ 50 สามียาย กะหลานอีกคนก็ตายไปก่อนหน้าแล้ว ด้วยยาพิษแบบเดียวกัน ทีนี้ตำรวจเค้าก็วิเคราะห์ถึงเหตุจูงใจ เค้าคิดว่าที่เป็นยายเพราะ ยายแกติดหนี้พนัน หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตร หนี้กองทุนหมู่บ้าน ประมาณแสนกว่า จึงเป็นไปได้ว่ายายแกเลยวางยาหลานเพื่อจะได้เงินจากงานศพ ซึ่งเค้าคาดว่าน่าจะได้ประมาณแสนบาท เพราะคราวก่อน(สามีแก กับหลาน) แกก็ได้ประมาณนั้น
ตอนนี้กำลังรอติดตามว่าผลจะเป็นยังไง ยายแกจะทำจริงมั๊ย ทำไมใจร้ายน่ากลัวจัง :38:
นึกถึงเรื่องสิบสาม (แบบในหนังสือการ์ตูน)
แต่ก่อนใส่ 300 นะ ตอนทำงานใหม่ๆ
ตอนนี้ด้วยตำแหน่ง ด้วยอะไรต่อมิอะไรต้องใส่อย่างต่ำ 500
งานล่าสุดล่อเข้าไป 800 เป็นน้องที่สนิท
ถ้าเป็นเพื่อนสนิทซึ่งมีไม่กี่คน อาจจะต้องเป็นหลักหลายพัน จนถึงทองคำรับขวัญหลาน :42:
ใส่ซองนี่ลำบากครับ...
เพื่อนไม่สนิทนี่ไม่ลำบากเท่าไร ...(ใส่เท่าไรก็ไม่เจอกันเท่าไรอยู่ดี :42:)
เพื่อนสนิทนี่ประเมินค่าไม่ได้เลย...ใส่มากเกินเดี๋ยวกลัวมันคิดมากว่าเราคิดว่า มันเห็นแก่เงิน ใส่น้อยไปก็น่าเกลียด
....ถ้าเอาให้ดีเลยนี่ เพื่อนสนิทนี่ควรให้เป็นของขวัญดีที่สุด...(หมายถึงงานแต่งอย่างเดียวนะครับ)....แต่สุดท้ายแล้วก็นึกไม่ออกอีกว่าจะเอาของขวัญอะไร....
....เอา....ดีที่สุดอีกทีคือการไปช่วยงานอย่างเต็มความสามารถ ...ถ้าผมเป็นเพื่อน(เจ้าภาพ)ก็ปลื้มมากแล้วล่ะครับ
----------------
ปล. เอาเป็นว่า
- จัดที่ บ้าน ไม่สนิท 2-400 ก็พอ
- จัดที่บ้าน สนิท 500-1000 ก็น่าจะได้
- จัดที่โรงแรม ไม่สนิท 500-1000 ก็พอ
- จัดที่โรงแรม สนิท 1000+ (ขึ้นกับความสนิท)