คืออยากจะโพสต์ว่า มีใครจบด้านสาขาวิชาอื่น แต่มาทำงานด้านออกแบบกราฟฟิคบ้างครับ?
(หัวข้อกระจู๋ตั้งได้ไม่ยาวเนอะ จู๋เลยชื่อสั้น แหะ..แหะ...)
แล้วเค้าต้องยากลำบากกันแค่ไหนน้อกว่าจะถึงวันที่ฝันเป็นจริง?
ผมยังไม่จบครับ
"ฝันเป็นจริง" ของพีแปลว่าอะไรล่ะครับ
คือ "ฝันว่าจะได้ทำงานที่เรารักไงครับ" (งานออกแบบอ่ะ)
ถ้างั้นก็ แค่เรียนกราฟฟิกเพิ่มเติม แล้วก็ไปสมัครงาน ก็เรียบร้อยแล้ว :42:
ส่วนผมกำลังเรียนกราฟฟิคเพื่อไปทำอย่างอื่นแทน... :31:
หันหัวเรือกลับไปเลยครับ
เสียเวลาไม่กี่ปี แลกกับสิ่งที่ชอบทั้งชีวิต
แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าจะทนอยู่กับมันได้น่ะ
เรียนอย่างอื่นแล้วรับงานพิเศษก็ได้นะ ไม่ต้องเรียน
เด็กๆ ในนี้ไม่เห็นต้องเรียน แต่เทพทั้งนั้น :42:
ตูเรียนออกแบบ แล้วก็มาทำงานออกแบบล่ะ
ไม่รู้จะดีใจไหม :31:
แต่ทุกทีที่มีคนถามว่าทำไมไม่เรียนต่อให้มันตรงสายไปเลยล่ะ
ก็จะได้คำตอบหล่อๆ กลับไปเสมอ ว่า "วินาทีนี้ก็กำลังเรียนอยู่"
แต่ส่วนมากในเว็บนี้ก็คนตรงแนวทั้งนั้นเลยนะครับ ผมไม่ได้เรียนด้านนี้มาน่ะครับ
อาศัยหนังสือเป็นอาจารย์ หัดฝึก หัดทำ จนทุกวันนี้ ยังไม่ค่อยอยากเรียกตัวเอง
ว่า นักออกแบบกราฟฟิคเลย มันดูหรูเกินไปรึเปล่า ใครถามก็บอกแค่ทำคอมอยู่โรงพิมพ์อ่ะครับ
ศิลปะมันมีอยู่ในทุกๆ อาชีพค่ะ :33:
ตอบแบบสวยๆบ้างว้อย :30: :30:
ตอบจู๋นี้ไม่ได้ แต่อยากตอบด้วย
เอ็นตรงสาย เรียนตรงสาย จบมาทำงานตรงเป๊ะครับ :30:
(แล้วผมว่า ถ้าเรียนออกแบบมา ไม่ว่าจะออกแบบสายไหน
ถาปัด อินทีเรีย นิเทศศิลป์ ปั้นหม้อ ฯลฯถ้ายังทำงานในเชิง
ความคิดส้รางสรรค์ทางศิลปะ ผมถือว่าตรงสายหมดด้วย
แม้แต่เขียนหนังสือผมก็เห็นว่าตรงอยู่ดี)
มีความคิดเห็นอย่างหนึ่งว่า ถ้าหากคนที่เรียนมาไม่ตรงสาย
คิดว่า เขาเหล่านั้น จะทำงานกราฟิกไปจนถึงอายุเท่าไหร่ครับ
หรือถามท่านที่ทำงานด้านนี้โดยตรงก็ได้ คนที่ทำงานออกแบบ
แก่แล้วจะไปอยู่ตรงไหน อยากรู้จริงๆนะเออ เพราะเท่าที่เห็นนะครับ
หลายๆปีผ่านไป ก็มักจะไปทำอย่างอื่นในที่สุดอยู่ดี
ถ้าคนที่เรียนมาตรง ก็เยอะน่ะนะครับ
ที่สุดท้ายไปทำอย่างอื่นที่รวยไวกว่า(เช่นเปิดร้านเหล้า :30:)
แต่มันจะมีปัจจัยหลายๆอย่าง ที่ทำให้ยังอยู่บนทางเส้นนี้ได้ต่อไป
แล้วถ้าคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างอื่นที่เรียนมาก่อนมาทำงาออกแบบ
เขาก็มักจะมีทางเลือกให้ไปทำ เมื่อต้องการความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น
เอ๊ะ ตกลงทำงานออกแบบ ชีวิตมันไม่มั่นคงใช่ไหมเนี่ย :08:
ผมจบศิลปะมาเพียวๆเลย
แต่มาแย่งงานคนที่จบออกแบบทำ :33:
ยังงงอยู่ว่าถ้าทำงานตรงสายที่เรียนมาจะทำงานอะไร?? :09:
พี่เก้อ...โดนว่ะพี่ :05:
ตอนนี้ชีวิตกำลังประสบปัญหาแนวๆ นี้พอดี กระทู้มันจี๊ดว้อยยยยย :07:
เปลี่ยนสีหน่อยไม่สุภาพ... :42:
อ้างอิงมีความคิดเห็นอย่างหนึ่งว่า ถ้าหากคนที่เรียนมาไม่ตรงสาย
คิดว่า เขาเหล่านั้น จะทำงานกราฟิกไปจนถึงอายุเท่าไหร่ครับ
อันนี้น่าสนใจมาก ผมก็เคยคิดว่าจะทำไปถึงตอนไหน ถ้าตามที่คุณเก้อถาม
ผมคงตอบว่า ทำไปเรื่อยๆ ตราบที่แรงยังมี สมองยังไม่ฝ่อ มั้งครับ แหะ..แหะ...
คงจะทำจนเป็นรุ่นหญ่ายยยย...ในโรงพิมพ์ไปเลย
(ตอนแรกทำงานที่หอบจากโรงพิมพ์กลับมาทำ ทำไปหน่อย ขึ้เกียจแล้วครับ )
ผมไม่ได้เรียนออกแบบมาแต่ทำงานด้านออกแบบแหละ
อาศัยลักจำเอา ไม่ก็หาตำราอ่านเยอะๆ แต่จริงๆแล้วมันชอบมาตั้งแต่เด็กน่ะครับ
แต่ก็อยากเรียนด้านบริหารอะไรอย่างนี้มากกว่า ก็เลยได้ทำงานแบบได้สองอย่าง
เน้นออกแบบเป็นหลัก บริหารเป็นรอง
สมัยเรียนตูถนัดบริหารมากกว่าออกแบบเยอะ :21: (อยู่คณะสโมศาสตร์)
ตัวอย่างของคนที่เรียนจบมาแล้วทำงานไม่ตรงสายโดยสิ้นเชิง
ก็อย่างป้าหน่อยไงครับ จบโบราณ แต่เป็นโปรแกรมเมอร์ :21:
เห็นบอกว่าเอกคอม
ทำงานเว็บคู่กับกราฟฟิกที่จบนิติอีกต่างหาก :30:
:30: :30: :30:
เข้ากั๊นเข้ากันครับ พี่ป้าหน่อย
ส่วนผมจบมาตรงสาย ทำงานตรงสาย
ตอนเอ็นท์นี่กะว่า ถาปัด แต่ดันไม่ติด เลยเปลี่ยนมานิเทศศิลป์แทน
หลังจากจบก็ทำงานตรงสายมาตลอดฮะ :42:
ป้าหน่อยจบโบราณ เรียนรูบี้ด้วยนะ :12:
แต่ตูทำงานสายตรงเปล่าวะ?
งงอยู่นะเนี่ย
เพราะเรียน นิเทศศิลป์แบบเป็ดง่อยไปหน่อย
วาดแต่การ์ตูน
ผมไม่ได้เรียนออกแบบหรอกครับ
แล้วก็ไม่ได้ทำงานออกแบบด้วย
เข้ามาปั่นอย่างเดียว
อาศัยจังหวะชุลมุนแบบนี้ล่ะครับ :30:
อาชีพแบบผมคนวงในจะเรียกว่า food architect ตูก็เพิ่งรู้ว่ามันมีคำนี้ด้วยเนอะ :22:
ผมออกแบบชีวิตผมเองครับ {หมีโหด}
รักออกแบบไม่ได้ครับ {หมีโหด}
พวกจบไม่ตรงสายเริ่มอาละวาดแล้วล่ะ :30:
ยังไม่จบค่ะ {หมีโหด}
แต่อยากทำ เท่าที่ความสามารถจะเอื้อ :46:
ผมจบวิศวะฯ คอมฯ แล้วก็ทำงานออกแบบเว็บ กะเกม
แต่ว่าตอนหลังก็เปลี่ยนมาต่อ โท สายศิลป์ แล้วก็ทำงานออกแบบอ่ะครับ
แต่ตอนนี้ก็เป็นลูกครึ่ง ทำส่วนเทคนิคด้วย
http://www.rookienet.com/home/detail.asp?cid=13&sid=&id=13817
ตาคนข้างบนส่งมาให้อ่าน
อ้างคำพูดจาก: แอน ปรัชญา เมื่อ 02 มิ.ย. 2007, 01:43 น.
http://www.rookienet.com/home/detail.asp?cid=13&sid=&id=13817
ตาคนข้างบนส่งมาให้อ่าน
มันเกี่ยวอะไรกับ จู๋ นี้ครับ :08:
:30:
แล้วมีถามโปรแกรมเมอร์มั้ยครับ ว่าฝั่งนู้นกี่ครั้ง :08:
:30:
จบศึกษาศาสตร์
ปัจจุบันทำงาน กราฟิก อิดิทเตอร์
จบ com sci
ปัจจุบันเป็น multifuntion designer
จบ Com Sci ตอนนี้อยู่แผนก เบ็ดเตร็ดสอง
ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ออกแบบเว็บเพจ ออกแบบโปสเตอร์ ออกแบบตัดสติ๊กเกอร์ คุมเครื่องเสียง ยกโต๊ะจัดสถานที่ ซ่อมห้องน้ำ ซ่อมคอม เปลี่ยนหลอดไฟและอีกจิปาถะ อ้อลืมไป ทำงานเอกสารด้วยนะ :42:
จบวิศวะ คอม
ทุกวันนี้เป็นพนักงานบริษัทครับ
ไม่เห็นจะได้สร้างยานอวกาศเลย {หมีโหด}
:30: :30:
จบตรงสายและทำตรงสายมาตลอดครับ
แต่เคยคิดว่า ถ้าจบหมอแล้วทำกราฟฟิกได้ด้วยจะเท่กว่า :30:
ทุกวันนี้ไม่ค่อยอยากทำงานเลยครับ
เห็นน้องๆในนี้ที่ไม่ได้เรียนตรงสายกลับขยัน และมีความสุขที่จะทำมากกว่าเสียอีก
ดูอย่างตาอู๋ก็ได้
เคยคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันเค้าเห็นงานอู๋แล้วบอกว่า ดูเค้ามีความสุขมากกว่าเราอีก
บางครั้งอะไรที่เราทำเป็นอาชีพปุ๊บเนี่ย ความสนุกมันอาจจะหายไปก็ได้ครับ
หรืออาจเป็นเพราะผมไม่ได้รักทางนี้จริงๆก็ไม่รู้ :31:
ตอนนี้อยากลองทำธุรกิจทำเสื้อที่ตัวเองออกแบบลายเองขายกะเค้ามั่ง
:25: จริงๆแล้วพี่ต้องรักทางสีม่วงชิมิเคอะ
จั๊วชอบงานพี่ต้องนะ :22:
ถูกเหลือหลาย :42:
อะไรที่พอทำแล้วรู้สึกว่าเฮ้ย มันเป็นงานปั๊บ จะน่าเบื่อทันที
ดังนั้นเราเลิกทำงานกันเถอะ
อ้างคำพูดจาก: จั๊ว(เฟิน).ภวยา เมื่อ 02 มิ.ย. 2007, 19:30 น.
:25: จริงๆแล้วพี่ต้องรักทางสีม่วงชิมิเคอะ
จั๊วชอบงานพี่ต้องนะ :22:
บร้า :27:
จริงๆไม่ชอบทำอะไรจริงๆจังๆซักกะอย่าง
มันขี้เกียจไปหมด
ซึ่งนั่นส่งผลไปถึงงานด้วย พยายามทำอะไรที่ง่ายที่สุด เร็วที่สุด ได้ผลพอรับได้ก็พอแล้ว :08:
อ้างคำพูดจาก: แอน ปรัชญา เมื่อ 02 มิ.ย. 2007, 19:31 น.
ถูกเหลือหลาย :42:
อะไรที่พอทำแล้วรู้สึกว่าเฮ้ย มันเป็นงานปั๊บ จะน่าเบื่อทันที
ดังนั้นเราเลิกทำงานกันเถอะ
นั่นสิ :27:
ทำสิ่งที่รักแล้วได้เงินด้วยนี่ มีความสุขที่สุดแล้วครับ
ชอบนอนครับ :27:
นอนแล้วได้ตังค์น่ะนะ :27b:
อันนี้ก็ช้อบบบบบครับ :25:
กลับลำไปเริ่มตัวเองใหม่ ศึกษาใหม่ ไม่ยากหรอก ....แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะมั่นใจว่าอยู่กับมันได้ในระยะยาวรึเปล่า เพราะเป้าหมายในชีวิตมันเปลี่ยนได้เรื่อยๆ ..... ไอ้สายงานนี้พอไปทำงานจริงๆนี่เอาตัวรอดยากเหมือนกัน รายได้ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ถ้าเทียบกับความเหนื่อยและความโหดหิน คือ ทำไม่ดี ทำไม่สวย ลอกมา ก็ดูได้ง่ายแล้ว ...บางทีทำไปเราคิดว่ามันสวยมันดี พอเอาไปให้เจ้านาย+ลูกค้าดู บางทีเขาก็ไม่ได้มองว่ามันสวยเหมือนที่เรามอง ....พอเอามาทำเป็นงานแล้วน่าเบื่ออย่างที่หลายๆคนบอก :26:
เรื่องงานที่ทำด้านออกแบบให้เจ้านาย+ลูกค้า มันไม่ได้รู้สึกสนุกและรู้สึกดีกับมันไปซะทุกงาน ...สิ่งที่ได้จากการทำงานศิลปะ-ออกแบบ มันคงเป็นอย่างอื่นมากกว่า ...... เท่าที่สังเกตุคนที่เรียนศิลปะ-ออกแบบมา จะคิดจะทำอะไรได้เยอะกว่าชาวบ้าน ... เขียนหนังสือ กำกับหนัง ตกแต่งบ้าน เลือกซื้อเลือกดูของสวยๆงามๆเป็นมากกว่าชาวบ้าน ถ่ายรูปได้ ...ส่วนใหญ่คนที่เข้าใจศิลปะ มักจะมีรสนิยมดี (โดยที่ไม่ต้องไปซื้อรสนิยมราคาแพงๆ)
เท่าที่สังเกตุคนทำงานด้านนี้จริงๆ นอกจากจะทำงานประจำ มักจะชอบหาเรื่องเหนื่อย ทำอะไรอย่างอื่นที่ใช้ความรู้ด้านศิลปะแสดงออก เช่น ทำโปสการ์ด ทำเสื้อขาย ทำโน่นทำนี่สนองตัณหาไปเรื่อยๆ ....
จักรีอ้างอิงทำสิ่งที่รักแล้วได้เงินด้วยนี่ มีความสุขที่สุดแล้วครับ
ถูกต้องครับพ้ม
ส่วนตัวผม เรียนด้านโปรแกรมเมอร์ (เกาะเพื่อนจบตอนโปรเจคด้วยแหละ แหะๆ)แต่หัวไปไม่ไหว เลยมาหาแนวนี้ แบบ...ว่า....รักงานออกแบบกราฟฟิคมากครับ ก็ต้องพัฒนาต่อไป
อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 02 มิ.ย. 2007, 22:11 น.
เพราะเป้าหมายในชีวิตมันเปลี่ยนได้เรื่อยๆ .....
ถูกครับ ผมเลยคิดว่าอย่ายึดติด ตอนนี้ชอบอะไร ก็ทำไป แต่ก็ยืดหยุ่นปรับตัวเองได้ตลอดเวลา
ตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกว่าเดินทางไปเรื่อยๆ แล้วก็ปรับเปลี่ยนไปตามเวลาที่เปลี่ยนไป
มันก็มีบ้างที่พอเป็นงานแล้วน่าเบื่อไปหมด... แต่บางทีก็หามุมดีๆ ของมัน
ก็ทำให้เป็นอะไรที่ท้าทาย และสนุกกับมันได้บ้างเหมือนกัน
พี่ 8e88 เด็ดมากครับ :12:
ฟังพี่ต้องพูดก็เอ้อ....ชีวิตจริงตอนทำงาน มันก็แบบนี้จริงๆ :05:
เด็ดมากๆ ระวังหลุดนะครับ
อ้างคำพูดจาก: พี เมื่อ 02 มิ.ย. 2007, 22:24 น.
จักรีถูกต้องครับพ้ม
ส่วนตัวผม เรียนด้านโปรแกรมเมอร์ (เกาะเพื่อนจบตอนโปรเจคด้วยแหละ แหะๆ)แต่หัวไปไม่ไหว เลยมาหาแนวนี้ แบบ...ว่า....รักงานออกแบบกราฟฟิคมากครับ ก็ต้องพัฒนาต่อไป
ดังนั้น ทำใจให้รักในสิ่งที่ทำง่ายกว่าตามหาสิ่งที่รักแล้วทำ..........
จบ ม.4 สายวิทย์ ทำงานสายศิลป์ :47:
:47:
แล้วงานสายศิลป์นี่ถึุงไหนแล้ว วะครับไอ้น้องสาม
แก้อยู๋คร้าบบบ :47:
:47: อ้ออ จ๋าจ่ะ มิสเตอร์ พรรษพงศ์
อ้างคำพูดจาก: Saa3 : พรรษพงศ์ เมื่อ 03 มิ.ย. 2007, 17:25 น.
จบ ม.4 สายวิทย์ ทำงานสายศิลป์ :47:
เช่นกัน :25:
(เพิ่งเห็น) เฮ้ยเหมือนพี่ต้องอีกต่างหาก :18:
โอ้ว มุมมืดน้องพี่ :27:
:25:
ป.ล.ถามพี่ต้องหน่อย เพราะพี่ต้องทำงานด้านนี้อยู่ และพี่ก็เรียนสายวิทย์มาเหมือนผม
ซึ่งตอนแรกเลย มันไม่ใช่แบบว่า รู้ตัวเองมาตั้งแต่แรกเลยว่าเราชอบศิลป์จริงๆ
ถ้าพี่ต้องมีโอกาสทำงานอื่นที่ไม่ใช่ดีไซน์ พี่ต้องจะไปทำไหมครับ
ผมก็สายวิทย์นะ :43:
แต่จะว่าไปสายศิลป์หรือสายวิทย์
ก็ไม่เห็นว่ามันเกี่ยวกับการเรียนออกแบบเลยนะครับเนี่ย
เพราะว่าเรียนออกแบบ มันไม่มีสายอะไรทั้งนั้น
จะมีได้ไง ก็ไม่เห็นมันจะเอาความรู้ที่เรียนตอน ม.ปลาย มาใช้เลยนี่
เรื่องอ่านออกเขียนได้ ก็เป็นความรู้ตอนประถม
ที่เรียนมาทั้งหมด ตอนม.ปลาย ได้ใช้อย่างมากก็ภาษาอังกฤษ
นอกนั้นคือ เรียนเอาเกรดสำหรับมาสอบเอ็นเข้าแค่นั้นเอง
สายศิลป์ก็ไม่ได้สอนให้วาดรูป ศิลปะสักหน่อย แต่ทำไมชื่อว่าศิลป์ก็ไม่รู้
แค่เพราะตอนสอบเข้า มันไม่ได้สอบเคมีชีวะเฉยๆ
เลยกลายเป็นสายศิลป์ซะงั้น ซึ่งผมว่าไม่ได้เกี่ยวกันเท่าไหร่
สังเกตได้จากเพื่อนๆ ก็สายวิทย์มาเกือบครึ่ง
ทั้งคนที่รู้ตัวแต่แรกว่าจะเรียนด้านออกแบบ(อย่างข้าพเจ้า)
และคนที่มาค้นพบเมื่อ ม.ปลาย ก็ไม่มีใครสักคนรู้สึกว่า
เลือกผิดหรืออะไร เพราะเรื่องของเรื่องคือ
โรงเรียนส่วนใหญ่ทั่วๆไปในประเทศไทย ห้องสายศิลป์
มักจะเป็นห้องสำหรับคนขี้เกียจเรียนฟิสิกส์ หรือห้องรวมกระเทย
(ไม่ได้ว่าที่ที่ดีๆนะครับ แต่โรงเรียนทั่วๆไปมันเป็นงี้)
อย่างเรา ก็รู้แหละว่าจะเรียนพวกเนี้ย แต่ไม่ยอมเอา
เวลาสามปีที่เหลือของมัธยม ไปอยู่ห้องรวมดาวกระเทยแน่ๆ :30:
พูดเล่นครับ เอาจริงๆคือ มันไม่ใช่เรื่องต้องตัดสินใจเลยแหละ
ว่าจะไปเรียนสายศิลป์ไหม ไม่มีในหัวเลย ก็มันไม่ด้สอน
วาดรูป ศิลปะเหมือนชื่อสักหน่อยนี่นา
เอ็งมันเป็นเด็กส่วนน้อยที่โชคดีเฟ้ยบักเก้อ
จริงๆแล้วตอนขึ้น ม.4 แล้วต้องเลือกสาย
ตอนนั้นรู้อยู่ประมาณนึงว่าอยากเรียนดด้านศิลปะ และสายศิลป์ที่โรงเรียนมีคาบว่างเยอะมาก
เลยว่าจะเลือกสายศิลป์คำนวณ...
แต่ด้วยเหตุหลายๆอย่าง ครอบครัวเองก็อยากให้เรียนวิทย์ เพราะมันสอบได้กว้าง
และเพื่อนๆที่สนิทก็เรียนสายวิทย์กัน สุดท้ายเลยเลือกสายวิทย์ ถึงแม้จะรู้ว่าอาจจะมีเวลาวาดรูปน้อยลง
ตอนนั้นไม่เคยคิดเลยครับว่าจะทำอย่างอื่นนอกจากวาดรูป และใช้ชีวิตกับเพื่อนๆให้หนุกที่สุด
พอตอน ม.6 เริ่มกังวลเหมือนกัน ตอนนั้นมีอะไรให้สอบ ตูไปสอบดะเลย
เคยไปสอบโควต้าวิศวะของมหิดล โครงการณ์จัดตั้งคณะถาปัดของธรรมศาสตร์ โควต้าศิลปกรรมของ มศว.
แม้แต่ตอนเอ็นรอบแรก ช่องที่ให้กรอกวิชาที่สอบยังไม่พอเลย ต้องเขียนช่องเพิ่มเอง
สอบไป 22 วิชามั้ง ทั้งสายวิทย์และศิลป์เลย ความถนัดก็สอบเกือบหมด ขนาดวัดแววความเป็นครูยังสอบเลย
ด้วยความที่ที่บ้านกลัวจะพลาด เลยสอบให้มันเลือกคณะได้กว้างที่สุด
สุดท้ายโชคดีที่ติดโควต้าศิลปากร ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าตอนนั้นไม่ติดโควต้า ป่านนี้อาจไปเรียนอย่างอื่นแล้วก็ได้ เพราะคะแนนมันโหดมาก ถ้ารอยื่นตอนเอ็นคงไม่ติด
ถ้าเลือกได้เหรอ คงไม่ไปทำอย่างอื่นที่ไกลตัวมากน่ะ ที่อยากมีก็คือ ทำเสื้อขาย แต่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็โอเคนะ ถึงจะดูน่าเบื่อสำหรับคนอื่น แต่ก็เหมาะกับพี่ดี
ที่สำคัญคือ พ่อแม่อุ่นใจ สงสารเค้าตอนที่ไม่ได้ทำงานประจำ บ้านพี่เค้าเป็นข้าราชการทั้งคู่น่ะ เค้าเลยอยากให้ทำงานที่มั่นคง
ถ้าตอนนั้นเอ็นติดอย่างอื่นคงฮามาก :30:
ปล.บ่นยืดยาว ขออภัยครับ :46:
เอ่อ เก้อจ๊ะ
คือว่าบางโรงเรียนอย่างเช่นโรงเรียนที่เราจบมาอ่ะนะ
สายศิลป์ เนี่ย เค้าก็มีสอน ศิลปะด้วย แต่มันจำแนกออกไปว่า เป็นศิลป์-คำนวน ศิลป์-ฝรั่เศส ศิลป์-ศิลปะ
(มีเพื่อนเรียนสายศิลปะ คนนึ่ง สอบติดโควต้า จิตรกรรมด้วย)
แล้วห้องสายศิลป์ ก็ไม่ได้รวมกระเทยด้วย (เราเรียนหญิงล้วนน่ะ)
ไม่ได้ว่าอะไรเก้อนะ เล่าให้ฟังว่าที่จริงมันมีแบบนี้เฉยๆจ๊ะ
ปล. มีคนตัดหน้า
ขอโทษครับที่ตัดหน้า :05:
แต่ที่สาธิตศิลปากรมีแค่สามอย่าง วิทย์ ศิลป์ภาษา ศิลป์คำนวณ
อยากเรียนวาดรูปต้องเลือกวิชาเลือกเอาเอง :05:
แต่ได้ยินว่าบางที่มีแยกเฉพาะขนาดว่า มีวิทย์ถาปัด เลยก็มีนะ :12:
แต่เก้อคงหมายความว่า ตอนเอ็นเราเลือกที่จะสอบได้ล่ะมั้ง
ถึงบอกไงครับ ว่าไม่ได้ว่าที่ดีๆ
ไม่ได้บอกว่าเป็นแบบนี้หมด
เข้าใจอยู่แล้วว่า เอาจริงๆมันก็มีทุกแบบนั่นแหละครับ
(อย่างที่ว่ามานั้นก็แบบนึง) แต่ไม่ใช่ส่วนมาก
อยากให้ที่โรงเรียนมีศิลป์ ศิลปะบ้าง :16:
(แค่เปิดเพิ่มคงไม่คุ้ม คนเรียนคงมีนานาคนเดียว :42:)
แต่โพสลุงปั๊กอ่านเพลินดีนะคะ :12:
เก้อเรียนชายล้วนเหรอ มีห้องรวมกระเทยด้วย
:30:
ปล่าวหรอกครับ สหทั่วไปเนี่ยแหละ
แต่ทำไมไม่รู้ ห้องสายภาษาจะเป็นที่รวมดาวกระเทย
คงจะเหมือนกับในมหาลัย คณะแนวๆอักษร โบราณ
คณะด้านภาษาทั้งหลายแหล่จะเป็นคณะรวมดาวสาวสยามล่ะมั้งครับ
อ๋อ งั้นคณะเราก็ด้วย สิ
เพื่อนร่วมรุ่นมีเพศชาย 30 กว่าคน แต่จนถึงบัดนี้ 6 ปีแล้ว ยังไม่แน่ใจเลยว่ามีกี่คนที่เป็นผู้ชาย
โรงเรียนผมก็เหมือนที่พี่เก้อว่ามาครับ คล้ายๆกัน
แต่มีทุกเพศนะครับอ๋อเขาเรียก สห นี่เองลืมไปแล้ว
สายศิลป์โรงเรียนผมจะถูกมองในแง่ "เหลือเดน" แล้วจึงไปอยู่ตรงนั้น
แต่มันมีตัวเลือกวิชาศิลปะและออกแบบครับ
อันนี้คือที่ผมเสียดาย แต่ผมก็ไม่อยากไปอยู่ห้องรวมดาว... "สารพัดจะดาว" ครับ
ไม่กล้าที่จะคิด ที่จะบอกพ่อแม่ บอกเพื่อนเลยด้วยว่าตัวเอง อยากไปเรียนศิลปะ
...มันจอร์ชมากกกก :05:
ตูเรียนสายเอลฟ์ :12:
ที่สายน้ำผิ้งสำหรับ ม.ปลายจะแบ่งเป็น
ห้อง1 ห้องศิลปะ คือเรื่องเกี่ยวกับวาดรูป ออกแบบ ปั้น เพ้นท์ ครึ่งวัน แล้วนอกนั้นจะเรียนวิชาสามัญ
ห้อง 2-3 เรียน วิชาสังคมเป็นส่วนใหญ่ ( ถือว่าเป็นห้องบ๊วย )
ห้อง 4-6 เรียนศิลป์ภาษาฝรั่งเศษ
ห้อง 7-10 เรียน ศิลป์คำนวณ
ห้อง 11-16 เรียนวิทย์ คณิต
ตูว่าสายเอลฟ์นี่ฮาแล้วนะ
เจอสายน้ำผึ้งนี่ ยอมแพ้เลย :39:
อ้าว พูดมาถึงโรงเรียนตอนม.ปลาย
กิ๊กอยู่รร.เดียวกับพี่เก้อค่ะ แต่เป็นรุ่นน้องหนึ่งปี
ที่รร. จะมีการแบ่งสายเรียน ( รุ่นพี่เก้อไม่มี )
จะให้เลือกก่อนเพื่อที่จะได้ทำการแยกห้องเรียนไปตามสายที่ตัวเองเลือก
กิ๊กเองก็เรียนวิทย์ แต่เรียนวิทย์ - วิชาเลือกทัศนศิลป์
ถ้าจะถามว่าทัศนศิลป์ที่กิ๊กเรียนไป เรียนวิชาอะไรมั่ง
- เรียนเกี่ยวกับการทำผ้าบาติก เพนท์ขวด แกะกระจก
ทำงานลงรักปิดทองส่ง ส่งงานเกี่ยวกับพวกออกแบบ ( วาดแมลงหน้าตาประหลาดส่ง )
เอาข้อสอบเตรียมสอบถาปัดมาให้ดูแล้วก็ลองทำ ... คือ ก็ทำๆส่งไป ทำช่วยเพื่อนด้วย..
แต่พอเอนท์ดันมาสอบเภสัช :16:
อยากเปลี่ยนไปทำงานออกแบบด้วยได้มั้ย :01:
เบื่องานเภสัชแล้ว
จะเรียนต่อให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ก กนิษฐา เมื่อ 04 มิ.ย. 2007, 00:00 น.
อ้าว พูดมาถึงโรงเรียนตอนม.ปลาย
แต่พอเอนท์ดันมาสอบเภสัช :16:
อยากเปลี่ยนไปทำงานออกแบบด้วยได้มั้ย :01:
เบื่องานเภสัชแล้ว
จะเรียนต่อให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ได้ ... ถ้าใจรัก
ไอ้วิชานั่น รุ่นเราก็มีนะ
แค่ไม่ได้แยกแต่ละห้องตามวิชาเลือกเฉยๆ
ในห้องวิทย์ห้องนึง ใครจะเลือกวิชาเลือกอะไรก็ตามสะดวก
แต่พอดีอยากเรียนภาษาอะไรอื่นสักภาษานึง เลยเลือกภาษาญี่ปุ่นซะ
เรียนตั้งสองปี ได้เกรดสี่หมดด้วยนะเออ
แต่ทุกวันนี้อ่านฮิรางานะออกก็เก่งแล้ว :30:
ตัดกลับเข้าเรื่องเรียนไม่ตรงสาย
ผมว่า คนที่เรียนอย่างอื่นมา ก็สามารถทำงานออกแบบได้หมด
ถ้าใจรัก คนที่เรียนมาโดยตรงนี่ดิ เสียเปรียบ
อย่างคนเรียนวิศวะ เรียนหมอมา จะอยากมาทำกราฟิกก็ทำได้
แต่พวกผม อยากไปคุมโรงงานอุตสาหกรรม
อยากไปรักษาผ่าตัดคนไข้บ้าง ทำไม่ได้นะครับ
ยกเว้นจะใจรักจริงๆก็ทำได้
อ้าว ใจรักก็ทำไม่ได้อยู่ดีนี่หว่า :08:
เรียนๆๆ
เพื่อสร้างโอกาสเท่านั้นเองครับ
คนที่คว้าก็คือเรา
สำหรับผม การเรียนตอนมัธยม ผมไม่ค่อยคิดมาก ที่เลือกเรียนสายวิทย์เพราะว่าผม
เคยอ่าน คุณสมบัติของนักศึกษาที่จะเข้าเรียน สถาบันอุดมศึกษา คนที่มีสิทธิ์เลือกได้มากกว่า
ผมรู้สึกว่า จะเป็นเด็กสายวิทย์ แต่พอผมเอาเข้าจริงๆเวลาเรียน ผมก็โดดบ้าง หนีบ้าง
เข้าเรียนก็ไม่ได้ตั้งใจมาก เป็นเพราะ ตอนมัธยมเกเรมาก ไม่ โดดไปต่อยตีกับใคร
ก็โดดไปหางานทำ หาเงินใช้ ก็เลย ไม่รุ้ว่าตัวเองแตกแต่งจากสายอื่นๆตรงไหน
เห็นจักรีเล่าแล้วเอามั่ง
จะว่าไป ตอน ม.ปลาย การเรียนสายวิทย์
ก็ทำให้ชีวิตเป็นปัญหาเล็กน้อยเหมือนกันนะครับ หรือมากนะ :08:
เช่น ฟิสิกส์และคณิต ได้เกรดหนึ่งรวดทุกตัวตลอดสามปี ไม่สิ
คณิตเทอมสุดท้าย ม.6 ติดศูนย์ ไม่เคยติดศูนย์จริงๆ
ถือว่าก่อนจบขอติดศูนย์สักตัวประดับบารมีหน่อย :30:
คิดขำๆแบบนั้น ตั้งแต่ตอนนั้นจริงๆเลยนะครับ(ประเดี๋ยวจะเฉลย ว่าทำไมขำ)
เพราะตั้งแต่ ม.4 เทอมสอง ก็เลิกฟังอาจารย์คณิตสอนแล้ว
ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าที่อาจารย์พูดๆ ขีดๆ บนกระดานนั่นมันภาษาดาวไหน
ฟิสิกส์ก็เหมือนกัน การบ้านไม่เคยทำเองเลย บวกเลขยังไม่ถูก
จะให้ไปถอดรูธนี่ เกินกำลังสมองจริงๆ ตอนสอบก็เหมือนกัน
ไม่มีเพื่อนนี่ตายแน่นอน ดีที่เพื่อนๆรอบตัวรักกันดีทุกคน เลยรอดมาตลอด
ต้องพยายามทำตัวให้ไม่เด่น ไม่ให้อาจารย์มองเห็น
ยังไง อ.คณิตก็มองว่าเราเด็กโง่ ขี้เกียจเรียนอยู่ดี ก็สมควรนะครับ
แต่ถึงจะโง่ขนาดนั้น ก็ไม่ได้เกรดแย่นะครับ งงไหมครับ เพราะสองวิชานั่น
หน่วยกิตก็ครึ่งนึงของทั้งหมดแล้ว เรื่องของเรื่องก็เพราะวิชานอกนั้น
อังกฤษหลัก-เสริม, ไทย, สังคม ได้เกรดสี่หมดตลอดสามปีเลย
(โม้เล็กน้อยถึงปานกลาง :42:)
พอตอนเอ็น เมื่อก่อนมันมีสอบสองรอบ แล้วบังเอิญ
สอบครั้งแรกรอบตุลา คะแนนเกินขั้นต่ำของปีที่แล้วมาแล้ว
(ปีที่แล้วคือปีพี่ต้อง ซึ่งเป็นปีนึงที่คะแนนสูงโหดมาก)
เวลาที่เหลือเลยเล่นกับทำกิจกรรมอย่างเดียว ผลคือติดศูนย์สมใจ
แต่ก็ไม่มีผลกะผมแล้วจารย์ เสียใจด้วย พอสอบรอบสองเดือนมีนา
คะแนนก็ดันเพิ่มมาจากไหนไม่รู้อีก ระบบสอบสองรอบดีจริงๆ
(คะแนนติดอักษร จุฬาได้เลยนะ วุ้ย โม้จริงตู :08:)
เลยรู้สึกเป็นช่วงชีวิตที่สนุกกับเพื่อน เต็มที่กับชีวิตมากๆครับ
มีทั้งโง่ทั้งฉลาดปนเปกันไป ครบทุกรสชาติของชีวิต
นึกแล้วก็อยากกลับไปอยู่ ม.6 อีกจริงๆ :05:
หน้าเอ็งเกิน ม.6 มาสองเท่าแล้ว เสียใจด้วยพี่เก้อ
ที่ออฟฟิสผมมีแต่คนไม่ตรงสาย
จบสิ่งแวดล้อม -> ทำงานโปรแกรมเมอร์
จบจิตวิทยา -> ทำงานออกแบบ
จบนิติ -> ทำงาน system support
จบวิทย์คอม -> ทำงานออกแบบ
จบวิทย์คอม -> ทำงานบัญชี
จบออกแบบนิเทศศิลป์
แต่ทำงานเป็นกรรมกรมหาลัย :05:
ผมจบถาปัด ทำงานถาปัด
เหมือนโดนจำกัดความสามารถตัวเองว่าต้องทำงานที่ตัวเองเรียนมายังไงก็ไม่รู้ มันม่ได้เมือนกับว่า งานที่ทำคืองานที่เป็นตัวเรา โดนจำกัดว่าต้องอยู่กับสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดยังไงก็ไม่รู้
อยากทำสวน กรงหมา หรือ ขายหมานั่นแหละ อยากอยู่กับความชอบจริงๆซะมากกว่า
เหมือนระบายอารมณ์ :09:
ผมไม่รู้จักเลย สายวิทย์-สายศิลป์
เรียน ปวช. ไทยวิจิตรศิลป์
ตอนแรกมาจากบ้านนอกมาสอบ ช่างศิลป์
แต่ไม่ขึ้นมาดูผล เพราะไม่อยากมากรุงเทพฯ (มาดูก็คงไม่ได้)
จบมอสามเกรด 1 หน่อยๆ
มาเรียน ไทยวิฯ ก็โดนกระทืบ เย็บไป เกือบ 100 เข็ม
อ่านมาถึงตอนนี้ ดูแล้วไม่มีอนาคตใช่ไหมครับ :22:
จบไทยวิฯ อยากไปเอ็นท์กะเขามั่ง
ก็ไปสมัครเอ็นฯ ทำไปทำมา อ่านข้อสอบอังกฤษไม่ออก
นั่งฝนเป็นรูปคนมั่ง ต้นไม้มั่ง แล้วไม่ไปสอบอีก
ทำงานไปเรียนๆ หลบๆ จบรอบค่ำ วค.จันทรเกษม
กว่าจะจบก็รอมมะร่อ เจียนอยู่เจียนไป
แต่ก็จบ ช้าไป 1 เทอม
เอกครู ศิลปะ
มีความภูมิใจในชีวิตคือ ห้องนึงตั้งหลายสิบคน
มีผมคนเดียว อยากประกอบวิชาชีพครูมากๆ
ตอนนี้ผมได้เป็นครู สมใจ
หลังจากไล่สอบรับราชการครูไปทั่วประเทศ
ไม่ได้ :05:
เอ้อเป๋ไปเยอะ
:21:
:12: พี่ระจัน เยี่ยมไปเลยครับ ขอให้สนุกกับการเป็นคุณครูครับ
อ้างคำพูดจาก: เอก เอกชัย เมื่อ 04 มิ.ย. 2007, 11:17 น.
อยากทำสวน กรงหมา หรือ ขายหมานั่นแหละ อยากอยู่กับความชอบจริงๆซะมากกว่า
ไว้หนวดเยอะๆ แล้วไปอยู่สกลสิครับ เป๊ะเลย
พี่เก้อ ตอนม.ปลาย คล้ายผมเลยอย่างแรง ไว้จะมาโม้ทีหลัง :25:
อย่างพี่ระจันนี่เยี่ยมครับ นับถือ :46: มีครูดีๆ จะเด็กมีคนดีๆมากขึ้น
ตามที่พี่ระจันว่า :12:
จบอะไรทำอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ตั้งใจทำให้ดี :12:
เง้อ จะกดแก้ไขแล้วดันกดแอบอ้างเฉยเลย :42:
จะแก้ว่าว่า "มีครูดีๆ จะได้มีเด็กดีๆมากขึ้นครับ"
แอบอ้างทำไมครับ :09:
ขอโทษครับ กดผิด :42:
แอบอ้างไว้ปั่นอีกแหง
ผมสมัครเรียน ป.ตรี ยังเป็น วค.จันทรเกษม
แต่ตอนจบ เป็น สถาบันราชภัฏจันทรเกษม(รุ่นแรก - - ผมว่าเท่นะ อิอิ)
ตอนนี้ ไม่มีทั้งสองที่ละ
กลายเป็น มหาลัยฯ ไปเรียบร้อย
ออกนอกระบบ ค่าเทอมแพงหูฉี่ :05:
โก้อ้างอิงจบออกแบบนิเทศศิลป์
แต่ทำงานเป็นกรรมกรมหาลัย
แหม่...น่าไปเป็นกรรมกรที่นั่นบ้างจัง โก้ :27:
ผมดิอยู่โรงพิมพ์ไม่มีไรน่าดูเล้ยย
ไม่ใช่อย่างนั้นพี่ :05:
เล่าๆ
อย่างที่บอกว่าคล้ายพี่เก้อ ม.ต้นเกรดดีมากๆ
พอขึ้นมอปลายอยากเรียนสายศืลป์เพราะมีศิลปะ แต่ไม่อยากไปรวมดาว
เลยเลือกไปวิทย์ เรียนไปเรียนมาเทอมแรกได้สองตัวแรกในชีวิต วิชาเลข และฟิสิกส์
จากนั้นหนึ่งก็ทยอยกันมา วิทย์ และเลขทั้งหมดได้เกินสองอยู่ตัวเดียวคือ ชีวะ (ชอบมากๆ)
นอกนั้นหนึ่งสอง แต่ผมไม่มีศูนย์นะ :42:
แต่เกรดก็ดี เพราะวิชาอื่นๆที่เหลือฉุด ไม่สามก็สี่หมดทุกตัว
จนถึงวันนี้ยังสงสัยว่าเลือกสายวิทย์ทำไมเนี่ยยยยยย
สายวิทย์ก็เพื่อนเยอะดี ทำกิจกรรมเยอะแยะ โดดเรียนกันบ่อยๆ (อ้างกิจกรรม)
แต่ตอนเอนท์ก็คะแนนโอเคไปในทางค่อนข้างดีด้วยซ้ำ (สายศิลป์นะ)
ชีวิตม.ปลาย เป็นอะไรที่สะใจมากๆ
ถ้าไปเรียนสายศิลป์คงไม่มันส์แบบนี้ คงรู้อะไรน้อยกว่านี้
ถ้าเลือกศิลป์เกรดคงจะดีมากๆ ได้โควต้านู่นนี่สบายๆ
อาจจะได้เรียนที่ๆ อยากเรียนไปแล้ว แต่ความคิดคงแคบกว่านี้
หลายๆครั้งไอ้เลขสองสามตัวนั่น มันช่างกดดันเหลือเกิน เหมือนกับจะตัดสินชีวิตเราทั้งชีวิต
ทั้งที่มันไม่ใช่ พอถึงตอนนี้ ปสก.ตอนม.ปลาย กับไอ้เลขสองตัวนั่นมันเทียบกันไม่ได้จริงๆ
เหมือนๆจะมั่ว จะไม่ดี แต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะเรื่องดีๆมันก็มีเยอะะะะ :40:
ตอนเรียนม.ต้นนี่ เห็น เรียนๆเล่นๆอย่างนี้ จบ เกรด 2.76 นะเนี่ย สูงที่สุดในห้อง.....แถมไม่เคยตกวิชาใดๆเลย :35:
แต่พอ ขึ้นม.ปลาย ตกฟิสิกส์ จนต้อง หนีออกจากบ้าน นับจากนั้น ก็ เหลวแหลก
เป็น เด็กวิทย์ คนเดียวที่เดิน กับเด็กอุตสาหกรรม ได้อย่างกลมกลืน :01:
มอปลายพี่จักกรี มีเด็กศิลป์แผนกช่างด้วยเหรอครับ หรืออย่างอื่น?
ตอนผมอยุ่ ม.ปลาย
-เด็ก วิทย์ - คณิตย์ 4 ห้อง (ผมอยุ่ห้องสี่ ไม่บอกก็รู้ว่า โง่สุด ในบรรดา สี่ห้อง)
-เด็ก ไทย-สังคม 2 ห้อง (เข้าใจว่า คงรวมถึง เด็กศิลป์ที่ชาวบ้านชาวเมืองเค้าเรียกกัน
เพราะมีหลายวิชาเรียนเกี่ยวกับ พื้นฐานสังคม ศิลปะ วัฒนธรรม)
-เด็กบัญชี 2 ห้อง (สองห้องนี้ แหล่งรวมดาว เพราะมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นที่เรียน และมี กระเทยบ้าง 1-2 คน )
-เด็ก อุตสาหกรรม 2 ห้อง (แหล่งรวมความชั่วร้ายทั้งหมดทั้งมวลทุกรุ่นมันต้อง มีกิติศักดิ์
ตำรวจมาตรวจฉี่ทีไร โดนทุกที )
- เด็ก เกษตร 1 ห้อง ครับ จริงๆ เด็กเกษตร ที่โรงเรียนผม หลายรุ่น เรียบร้อย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย
มีผู้หญิงบ้างเล็กน้อย ไม่เกิน 2 คน ต่อรุ่น แต่ เด็กเกษตรรุ่นเดียวกับผมนี่ หลุดโลก เรียกว่า
ชีวิต โสโหสุดฤทธิ์ เจอ กันกับพวกเด็ก อุตฯ ทีไร ตีกันทุกที พวกน้อยกว่า แต่อาศัยใจ....
ผมก็ มีเอี่ยวด้วยทุกทีซิน่าอย่าถามนะว่าผมอยุ่ฝ่ายไหน ฝ่ายไหนคนมากกว่า ตูก็อยู่ฝ่ายนั้นแหละ..... :30:
................
ไอ้เด็กศิลป์นี่เข้าใจว่า คงเป็น ไทย-สังคม
พอดีบ้านผมมันบ้านนอก อ่ะครับ :01:
อ้างคำพูดจาก: พี เมื่อ 04 มิ.ย. 2007, 21:54 น.
โก้แหม่...น่าไปเป็นกรรมกรที่นั่นบ้างจัง โก้ :27:
ผมดิอยู่โรงพิมพ์ไม่มีไรน่าดูเล้ยย
พี่พีครับ เวลาพี่จะเอาคำพูดของคำตอบก่อนหน้านี้มาด้วย
มันจะมีข้อความที่เขียนว่า แอบอ้างแล้วมีกรอบสี่เหลี่ยมจางๆครอบอยู่
เวลาพี่คลิกแล้ว มันจะมาหน้าเมือนกรอกข้อความเหมือนพี่ตอบกระทู้ปกติ
แต่จะมีtag ต่างๆหรือข้อความที่พี่ต้องการแอบอ้างเรียบร้อยแล้วครับ
ถ้าพี่รู้แล้ว ก็ขออภัยด้วยนะครับ
โรงเรียนผมไม่เห็นมีตำรวจมาตรวจฉี่เลย บ้านนอกเหมือนกันแปดริ้วแน่ะ
ของผมแบ่งไม่เหมือนพี่แฮะ
เด็กศิลป์
แล้วแยกออกเป็น ศิลปะ ศิลป์ภาษา ดนตรี งานฝีมือ(ช่าง)
เด็กวิทย์
แยกเป็น เกษตร วิทย์ คอมพิวเตอร์ คณิต
ผมวิทย์เกษตรนะ แต่ไม่ค่อยมียกพวกตี
เพราะมันอยู่ในสายวิทย์จัดว่าเป็นเด็กเรียนเลยแหล่ะ
ส่วนห้องเด็กช่างนี่เหมือนกัน...พัฒนาดีจริง การศึกษาไทย :31:
ช่าง นราต่างกับ เรียน ปวช. ยังไงเหรอ
หมายถึงช่างนักเรียนหรือครับ?
ก็เรียนพวกสังคมไทย ภาษาอังกฤษ เลขนิดหน่อย
นอกนั้นก็เป็นพวกวิชางานฝีมือ งานช่าง ประมาณนี้ครับ
ส่วนโรงเรียน ผม เด็กอุตสาหกรรม จบไปได้วุฒิ ปวช.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 05 มิ.ย. 2007, 22:29 น.
ส่วนโรงเรียน ผม เด็กอุตสาหกรรม จบไปได้วุฒิ ปวช.
อ้าว