Ruby ได้ยินชื่อมาก็นานแล้วแต่ไม่เคยหาข้อมูลเลย :31:
ขอรวบลัดฉบับขี้เกียจหน่อยครับ เห็นว่าบักเอเป็นภาษานี้
ขอถามผู้รู้หรือเคยผ่านมันมาก่อน
1. มันคืออะไรครับ
2. มันดียังไง
3. ถ้าเจาะจงนำมาใช้งานด้าน web application
ระหว่าง Ruby on Rails เปรียบเทียบกับ php
- ความยากง่าย
- ความต้องการของระบบ
- ความคุ้มค่าต่อการศึกษา (กรณีที่สิ่งที่ต้องการ php ก็ทำได้อยู่แล้ว)
หรือจะบอกกล่าวเกี่ยวกับ Ruby อะไรก็ได้ครับ
ตอนนี้ความรู้จักตัวนี้ของผม เท่ากับศูนย์เลยครับ :44:
อยากรู้เหมือนกันครับ
ปลั๊กอินของ sketchup ก็เขียนด้วย ruby นะ
http://www.sketchup.com/?sid=79
http://www.caddplus.net/forums/showthread.php?t=1573
http://en.wikipedia.org/wiki/SketchUp_Ruby
เข้ามานั่งรอคำตอบด้วยคนครับ :42:
มารอความรู้ด้วยคนครับ
ขอตอบในเบื้องต้นนะครับ เพราะตอนนี้ผมก็กำลังศึกษาอยู่เหมือนกัน
Ruby เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายกับ Perl, Python เวลาเขียนจะรู้สึกได้ถึงความเรียบง่าย
กระชับและสะอาดตามากๆ ส่วน Ruby on Rails (RoRs) เป็น Web Application Framework ครับ
ซึ่งในตอนนี้ก็เรียกได้ว่ามาแรงมากๆ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมลองศึกษาจาก Links นะครับ
ต้องลองด้วยตัวเองครับถึงจะรู้ว่าดียังไง
Nectec
http://wiki.nectec.or.th/giti/Knowledge/RubyOnRails
Top 12 Ruby on Rails Tutorials
http://www.digitalmediaminute.com/article/1816/top-ruby-on-rails-tutorials
Codenone
http://www.codenone.com/
Blog ของคุณ PunNeng
http://weblog.punneng.com/
พรุ่งนี้มีจัดอบรม-สัมมนารูบี้บนรางพอดีเลยครับ
เดี๋ญวรอป้าหน่อยกับไอ้เอมาแถลงไขแบบละเอียดๆ :22:
เหมือนพี่ต้นครับ
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 18 พ.ค. 2007, 23:20 น.
Ruby ได้ยินชื่อมาก็นานแล้วแต่ไม่เคยหาข้อมูลเลย :31:
ขอรวบลัดฉบับขี้เกียจหน่อยครับ เห็นว่าบักเอเป็นภาษานี้
ขอถามผู้รู้หรือเคยผ่านมันมาก่อน
1. มันคืออะไรครับ
มันคือ Programming Language ภาษานึงครับ
โดยที่ระดับของภาษาเปรียบเทียบได้ว่า
ถ้า Assembly คือระดับหนึ่ง (ภาษาที่อ่านยาก เหมือนภาษาคอมพิวเตอร์จริงๆ )
java, c#.net,php คือภาษาระดับสอง (เริ่มอ่านรู้เรื่องละ)
ruby จะเป็นภาษาระดับสาม (คือสามารถอ่านโค๊ดทีละบรรทัดแล้วเข้าใจทันทีว่ามันทำอะไร)
2. มันดียังไง
มันดีโดยเอาข้อดีของภาษาต่างๆ มารวมกันครับ
OOP จากจาวา
Script Language แบบ Python
สนับสนุนการพัฒนาแบบ Extreme Programming และ Agile Programming
ทำให้ลูปการพัฒนาจะรวดเร็วและสั้นมาก
ที่สำคัญคือมันเป็นภาษาระดับสามครับ :25:
3. ถ้าเจาะจงนำมาใช้งานด้าน web application
ระหว่าง Ruby on Rails เปรียบเทียบกับ php
- ความยากง่าย
อันนี้ไม่ชัวร์เพราะเอไม่เคย เขียน php แบบเน้นๆ และเห็นว่าหลังๆ php เป็น object orient แล้ว
- ความต้องการของระบบ
อันนี้ในแง่ server หรือว่าอย่างไร (ถึงยังไงก็ไม่รู้อะ :42:)
- ความคุ้มค่าต่อการศึกษา (กรณีที่สิ่งที่ต้องการ php ก็ทำได้อยู่แล้ว)
ต่างชาติตอนนี้กำลังว่าจ้างแรงงาน ruby เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเข้ามาในไทยแล้วบ้าง
คุ้มค่าในแง่ของผู้บุกเบิก เราจะเป็นแรงงานกลุ่มต้นๆ
และในระยะยาวคือ ขั้นตอนการพัฒนาของเราจะง่ายขึ้น
หรือจะบอกกล่าวเกี่ยวกับ Ruby อะไรก็ได้ครับ
ตอนนี้ความรู้จักตัวนี้ของผม เท่ากับศูนย์เลยครับ :44:
อยากรู้จัก Ruby รึเปล่าครับ try ruby (http://tryruby.hobix.com/) เลยครับ
ภายใน 15 นาที เขียนโปรแกรมภาษา ruby เป็นทันที :22:
ข้อมูลเพิ่มเติมถามต่อเลยนะครับ นึกไม่ออก
+1 เอ ครับ เดี๋ยวผมจะมาหัดเขียนไอ้โปรแกรมรูบี้ ไรเนี่ย ซํกหน่อย
1. มันคืออะไรครับ
Ruby=ทับทิม
Rails=รางรถไฟ
เปิดจาก MyBuddy นะเนี่ย :35:
อ้าว ไม่ได้ถามคำแปลเหรอ?
ok .. ok .ok
Ruby เป็นภาษาคอมฯที่ถูกปรับสมดุลจาก Perl, Smalltalk, Eiffel, Ada และ Lisp (http://www.ruby-lang.org/en/about/) คนญี่ปุ่นเป็นคนคิด(click link เอาเองนะ) เพราะมันถูกปรับสมดุลมาจากหลากหลายภาษาและโครงสร้างเป็นลักษณะของ OOP ทำให้เป็นภาษาที่มีความแข็งแกร่ง เทียบกับลูกพี่ทั้งหลายได้ (http://www.approximity.com/ruby/Comparison_rb_st_m_java.html) [ในตารางจะเห็นว่าเทียบๆเคียงๆได้กับจาวา(แต่ Ruby เป็น Script ซึ่งน่าจะเทียบกับ JSP มากกว่า) แต่ยังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่าได้ เพราะพี่จาวาโตมานานมากแล้ว)
ดูคุณสมบัติของ Ruby ได้จากที่นี่ (http://www2.ruby-lang.org/en/20020101.html)
ส่วน Ruby on Rails มันเป็น web application framework (http://en.wikipedia.org/wiki/Comparison_of_web_application_frameworks) [คำนิยาม web application framework อ่านจาก link ด้วนล่างของ link นี้]
มันไม่ใช่แค่ภาษา เราจึงเปรียบเทียบกับภาษาอื่นๆไม่ค่อยได้
2. มันดียังไง
ด้วยการเกิดของ Ruby on Rails ในจังหวะที่ web 2.0 กำลังถูกกล่าวถึง ทำให้ Ruby โตกับ AJAX ได้ทันที(เกาะกระแสได้ดี คนที่ตกกระแสกลับเป็น .Net ออก atlas ที่เป็น AJAX ช้ากว่าชาวบ้าน) เนื่ืองจากมันเป็น web application framework จึงทำให้การพัฒนา web application เป็นไปอย่างง่ายดาย(แถมทันสมัยอีกต่างหาก) ลองดูตัวอย่าง Putting Flickr on Rails (http://www.rubyonrails.org/screencasts) ที่เว็บของ Ruby on Rails บอกว่าใช้เวลาแค่ 5 นาที :08:
(http://www.rubyonrails.org/assets/2007/2/20/flickr.png)
3. ถ้าเจาะจงนำมาใช้งานด้าน web application
ระหว่าง Ruby on Rails เปรียบเทียบกับ php
- ความยากง่าย
- ความต้องการของระบบ
- ความคุ้มค่าต่อการศึกษา (กรณีที่สิ่งที่ต้องการ php ก็ทำได้อยู่แล้ว)
ถ้า PHP ทำได้อยู่แล้วก็ใช้ PHP :35: (ก็จะเขียนใหม่ทำไม)
ความยากง่าย ตอนนี้ ruby คงได้เปรียบสำหรับการเริ่มต้น(ทำได้เร็ว) แต่ปลายกับแพ้ PHP (ก็ source code ของ PHP มันมหาศาล)
ถ้าเริ่มใหม่ก็คุ้มค่าต่อการศึกษาแน่นอน
ความต้องการของระบบก็เหมือนๆกัน(ต้องการ resource , Hardware และ ใช้ได้หลาย OS คล้ายๆกัน แต่อย่าลืมว่า Ruby on Rails ไม่ใช่ Ruby เลยเทียบ PHP หมัดต่อหมัดไม่ได้)
หรือจะบอกกล่าวเกี่ยวกับ Ruby อะไรก็ได้ครับ
อันนี้สงสัยต้องไปถามสาวๆแถวร้านเครื่องประดับ ถามเขานะครับว่า ทับทิมมีกี่ชนิด กี่สี ดูอย่างไร ประดับแล้วได้โชคอย่างไร เหมาะกับราศีไหน
ได้ข้อมูลแล้วอย่าลืมมาบอกกันบ้างนะครับ :43:
แหมเดี๋ยวนี้อาจารย์มุกเยอะนะครับ
แต่โห่ต้องขอบคุณมากๆ อะบวกให้
จะไปโห่จานเขาทำไมล่ะครับ :41:
(+2) ทั้งลุงซันทั้งไอ้เอครับ
ไอ้ที่บอกว่าหัดให้ได้ภายใน 15 นาที จนบัดนี้ตูอ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วเพิ่งจบบทที่ 4 ครับ :41:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 19 พ.ค. 2007, 03:26 น.
แหมเดี๋ยวนี้อาจารย์มุกเยอะนะครับ
มุกเยอะอย่าลืมเอาไปขายนะครับ
แต่ถ้ามุขเยอะเอามามาปล่อยๆแถวนี้นะครับ
บังเอิญพึ่งจบปริญญาโทวันนี้(ส่งเล่ม)เลยดีใจไปหน่อย(แต่ยังเหลือเขียนบทความอีกหน่อย)
-------------
คุณแอนนนน บทความผมไม่ใช่หัดนะ เพราะหัดนะคงนาน(ผมเคยเปิดอบรมคนที่ไม่เคยจับคอมฯมาเลย แค่ให้จับ mouse ถนัดๆก็เรื่องยาวซะแล้ว) ในบทความอ้างถึงเขียนแบบ Flick แค่ 5 นาที(ไม่ใช่ 15) ถ้า weblog จะเป็น 15 :42:
(อ้อ เขาไม่ได้พูดถึงเรานี่หว่า ของเรา 5 นาที มี try 15 นาที ..หน้าแตก)
:25: ยินดีด้วยครับ ไปเกะกันไหม
งั้นมาทำ Mybuddy ต่อเลยครับ ลูกหลานรออยู่เต็มบ้านเต็มเมือง :30: :46:
ป.ล.ไอ้แบบฝึกรูบี้นั่นทำไปๆ มัน Error แฮะ เลยไปต่อไม่ได้ เซ็งเลย
ถ้าไปเกะจะชอบคลอมากกว่า(เพราะร้องไม่เป็น) :43:
เรื่อง MyBuddy ขอพักแป็บ(กะจะนอนดู DVD ให้ชุ่มปอดก่อน) :35:
จริงๆ ผมล่อเป้าลุงซันนะครับจู๋นี้ :21:
ไม่ผิดหวังจริงๆ ด้วย ขอบคุณทุกความเห็นครับ
อ้างอิงความต้องการของระบบก็เหมือนๆกัน(ต้องการ resource , Hardware และ ใช้ได้หลาย OS คล้ายๆกัน แต่อย่าลืมว่า Ruby on Rails ไม่ใช่ Ruby เลยเทียบ PHP หมัดต่อหมัดไม่ได้)
อันนี้ที่อยากรู้มากที่สุด หมายความว่า หมัดต่อหมัดสำหรับ web app
php ได้เปรียบ ใช่มั้ยครับ ?
เรื่อง resource เห็นว่า java โดย tomcat กินจุ
เลยอยากรู้ว่ากับ ruby มันหนักหรือเบากว่ากันกับ php ครับ ?
อันนี้ที่อยากรู้มากที่สุด หมายความว่า หมัดต่อหมัดสำหรับ web app
php ได้เปรียบ ใช่มั้ยครับ ?
หมัดต่อหมัด PHP ได้เปรียบ Ruby (เกิดก่อน มี apps เยอะ)
แต่เสียเปรียบ Ruby on Rails :35:
Ruby ไม่ใช่ Ruby on Rails
Ruby on Rails ไม่ใช่ Ruby
่มันคนละเรื่องเดียวกัน(งงไหม? ถ้าไม่งงก็แปลกละ)
-----
เรื่อง JAVA ไม่ขอออกความเห็นครับ(เพราะเห็นตีกันหลายเว็บแล้ว ตั้งแต่พันทิพ blognone ..etc)
ส่วนตัวผมยังชอบ native compiler
ถ้า่ web app จะดูเครื่องมือ/source code/apps ที่มีอยู่แล้ว
ตอนนี้กำลังสนใจ C# ส่วน Python(google ใช้เป็นภาษาหลักอันหนึ่ง) กับ Ruby ค่อยศึกษาตอนมีแรง thesis มีการเขียน PHP ด้วย(ผมสอน ASP.net) รวมๆกันหลายภาษา เวลาเขียนโปรแกรมบางที งง :07:
http://www.blognone.com/topics/ruby (http://www.blognone.com/topics/ruby)
------------
ตกไปข้อ
หนักเบา สำหรับความคิดผม น่าจะพอๆกัน (แต่ PHP คงเริ่มหนักมากกว่า)
แต่ถ้าเทียบกับ Ruby on Rails ต้องหา Web Application Frame Work ของ PHP มาเทียบ (เช่น PEAR,Horde.. หรือ ตาม link ที่กล่าวด้านบน)
ทางฝั่ง Python ก็น่าสนใจนะครับมี Django กับ Turbogears ให้เล่น
โดยส่วนตัวผมชอบ Django มากกว่า
http://www.djangoproject.com
หลายภาษาไปแล้ว จะ :28:
ตามความเข้าใจคือ Ruby on Rails เป็น frameworks จึงทำสามารถพัฒนาได้เร็วกว่า php
รวมถึง php frameworks ค่ายต่างๆ ด้วย ถูกม้ยครับเนี่ย
งั้นถ้าว่างมาก ก็ลอง Ruby on Rails ก็ไม่เสียหลายสิครับเนี่ย
ขอบคุณครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 19 พ.ค. 2007, 04:16 น.
หลายภาษาไปแล้ว จะ :28:
ตามความเข้าใจคือ Ruby on Rails เป็น frameworks จึงทำสามารถพัฒนาได้เร็วกว่า php
รวมถึง php frameworks ค่ายต่างๆ ด้วย ถูกม้ยครับเนี่ย
งั้นถ้าว่างมาก ก็ลอง Ruby on Rails ก็ไม่เสียหลายสิครับเนี่ย
ขอบคุณครับ :46:
ดูอันนี้เพื่อเป็นแรงกระตุ้น http://www.rubyonrails.org/screencasts
เรื่องคำว่า web application framework ก็สับสนกันหลายๆคนแหละครับ(รวมผมด้วย) เพราะจริงๆ PHP ก็ถูกพูดว่าเป็น web application framework
แต่กล่าวโดยสรุปก็คือต้องเทียบคุณสมบัติ(Feature) ต่อ Feature... ซึ่งทำให้ PHP เทียบกับ Ruby on Rails ไม่ค่อยจะไ้ด้
สรุปก็ตามคุณโอ้เอ้ว่าละครับ (เอามาประกอบปรับแต่งก็ได้ใช้แล้ว)
รู ... บี้.... :04: เอิ๊กๆ...
:05:
อยูู่๋ในห้องเรียนอยู่ครับ :04:
ตอนนี้ได้ความรู้คือ Lauchy ใช้กับ windows QuickSilver ใช้กับ Mac :25:
โคตรชอบ เป็นโปรแกรมที่ ใครขี้เกียจลากเมาส์หาโปรแกรม เพราะส่วนใหญ่เราๆ จะจำชื่อโปรแกรมกันได้อยู่แล้ว ก็แค่พิมพ์ๆ แล้ว enter โปรแกรมก็มา :04: :04: :04:
ใช้อยู่เหมือนกันครับ ชอบตรงที่มันจะทำ index ของไฟล์ .lnk ในเครื่องเราไว้ทั้งหมด
สามารถเพิ่มเองได้ กรณีที่เป็นโปรแกรม .exe เลย ทีนี้ปัญหาเรื่องหา shortcut โปรแกรมไม่เจอก็จะหมดไป
เวลาเรียก firefox ก็พิมพ์แค่ fi เรียก foobar ก็ fo
ชอบ Enso Launcher เหมือนกันแต่ไม่ฟรี :16:
http://www.humanized.com/products/enso/launcher/
อ้างคำพูดจาก: เอ เฟค เมื่อ 19 พ.ค. 2007, 13:00 น.
อยูู่๋ในห้องเรียนอยู่ครับ :04:
ตอนนี้ได้ความรู้คือ Lauchy ใช้กับ windows QuickSilver ใช้กับ Mac :25:
โคตรชอบ เป็นโปรแกรมที่ ใครขี้เกียจลากเมาส์หาโปรแกรม เพราะส่วนใหญ่เราๆ จะจำชื่อโปรแกรมกันได้อยู่แล้ว ก็แค่พิมพ์ๆ แล้ว enter โปรแกรมก็มา :04: :04: :04:
เอแอบเล่นเอ็มตอบบอร์ดในห้อง :07:
ไม่ตอบเรื่อง ruby ละกัน เพราะลองแล้วก็ยังไม่คุ้นกับ idiom มันเท่าไหร่
ถ้าสนใจ จะมีคอร์สต่อเนื่องจาก Ruby Before Rails
http://www.thaimacdev.com/node/445
ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ครั้งหน้าจะเป็น Ruby on Rails สอนโดย อจ. เดฟ (รวิทัต ภู่หลำ) เหมือนเดิม
ยังไม่ได้กำหนดวันและสถานที่
ไม่ได้แอบนะ เล่นกันต่อหน้าเลย :04:
ขอโทษทีผิดกระทู้ :46:
อ้างคำพูดจาก: ThaiBuddy เมื่อ 21 พ.ค. 2007, 14:47 น.
เทคนิคที่ใช้กันประจำๆก็ Exploit http://en.wikipedia.org/wiki/Exploit_(computer_security)
แหล่งข้อมูลที่ใช้กันเป็นหลัก ก็เว็บทีบอกว่า จุดมุ่งหมายของเราก็คือให้ทุกคนสามารถมีบัญชีผู้ใช้บนเครื่องให้บริการจริง(ถ้าแปลตรงๆก็คือเป็นระดับ root)..
เว็บเรื่อง secuirty มีเยอะมากๆ ..
เรื่องการโจมตีแบบใช้ dictionary/brucforce มักเลิกใช้ไปแล้ว(เพราะโดนป้องกันหมด)
การใช้ john the ripperเราต้องได้ /etc/password มาก่อน(ต้องไม่ใช่อันที่เป็น shadow เพราะไม่งั้นต้องเอา shadow files มาด้วย) ...
แต่เชื่อไหมว่าส่วนมาก เป็นเพราะคนที่อยู่ในระบบเป็นหลัก windows source code ก็ถูก hack เพราะคน(โดนหลอกให้อ่าน email ที่มี spyware ที่ขโมย password ที่สามารถ access file server ได้)
เรื่องอันดับ 3 ไม่เชื่อเด็ดขาด เพราะเท่าที่ผมอยู่ในแก็ง มีคนที่เก่งกว่าเขามากๆๆๆๆๆๆๆๆ พูดถึงมูลค่าก็ยังถือว่าน้อยมากๆ.และไม่น่าโดนจับง่ายขนาดนี้.. ผมเคยโดนลองของ โดนเข้ามา hack ระบบ delete harddisk ทั้งหมด แล้ว email มาหาผมว่า you lost! ผลก็คือไล่ตามจับจนเขาพักการศึกษาไป 1 เทอม (อ้อมไป มหาวิทยาลัยต่างๆในไทย ไปอเมริกา แต่ก็ไม่พ้น) ผมขอบอกว่าให้คน hack เอาเครื่องที่ hack ไปเผาก็ยังจับได้
(ตอนนี้ผมวางมือไปแล้วนะ และ ตามไม่ทันกับเทคโนโลยีจริงๆ)
ตอบผิดจู๋ :02: :30:
แหม ยุคสมาร์ตเพิร์สนี่ครับ
แต่ทำไมคาดตากันหมด? หนีคดีอะไรกันเหรอ? นายโอ้เอ้ทำได้น่าเกียดดี :43:
เทรนด์ใหม่ครับ
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=10024.0
:43:
ขุดมาถามอีกที :08:
ณ วันนี้ก็ยังไม่ได้ลองหรอกนะ แต่สงสัยว่า เวลาการใช้งานจริงๆ
จะเหมือนกับ php มั้ย
อย่าง php เป็นไฟล์ที่มี extension .php
เวลาใช้งานก็เรียกใช้ได้ตามชื่อเลย
เวลาเก็บไฟล์ ไว้ใน root ของ html document
ก็เรียกมันได้เลย
php framework อย่าง PEAR ก็ใช้ include path จาก config ได้
แล้ว RoR ล่ะ เป็นแบบไหน :09:
จากที่ดูจากหลายๆ เว็บที่บอกว่าเป็น RoR มันใช้ url แบบ part
เช่น ror.com/page/content/
ก็เลยงงๆ ว่ามันยังไง แล้วจะเอามาใช้กับ virtual host ได้มั้ย
คือกำลังคิดจะทำโฮสที่ใช้ RoR นี่ได้แหละ
แต่ปัญหาคือผมไม่รู้จัก RoR แบบเข้าใจ :08:
อ้างคำพูดจาก: เอ้ เจษฎาวุฒิ เมื่อ 30 พ.ค. 2007, 21:51 น.
อย่าง php เป็นไฟล์ที่มี extension .php
จากที่ดูจากหลายๆ เว็บที่บอกว่าเป็น RoR มันใช้ url แบบ part
เช่น ror.com/page/content/
ก็เลยงงๆ ว่ามันยังไง แล้วจะเอามาใช้กับ virtual host ได้มั้ย
ตอบรวมๆแล้วกันนะครับ
หลักการของ script engine ของ web server จะประกอบด้วย 3 ส่วน
1. web server (virtual host ทำที่ web server)
2. ส่วนเชื่อมต่อ script engine กับ web server ซึ่งอาจเป็น CGI,FastCGI หรือ เป็น Server Extension เช่น ISAPI..
3. ตัว engine เช่น php.exe asp.dll ..etc
ถ้าส่วนที่สามเขียนเป็น extension ของ web ก็จะไม่มีส่วนที่ 2 (2 กับ 3 รวมกัน)
สำหรับคำถามผมตอบดังนี้ครับ
1. ruby มี นามสกลุล .rb เหมือนกับ PHP (ที่มีนามสกุล php)
2. การ include ก็เหมือนกัน (ขึ้นอยู่กับ syntax ของภาษา)
3. การอ้างตำแหน่งเว็บที่ไม่มีนามสกุล ใน PHP ก็ทำได้เช่นกัน (ขึ้นอยู่กับ config ในเว็บ server เช่นให้หา .htm ก่อน .html และ ก่อน .php .. ถ้าไม่มี index.htm(l) หรือ default.htm(l)
สรุป Ruby นิยมใช้แบบ auto (ไม่แสดงนามสกุล)ก็แค่นั้น
4.เรื่อง Ruby บน Virtual Host ทำได้แน่นอน(Virtual Host ทำบน web เรื่องไม่เกี่ยวข้องกับ Ruby ถ้า *Nix ขอให้ run CGI/FastCGI ก็สบายๆครับ)
-----------
ใช้เวลาตอบนานเพราะกำลังดูศาลตัดสิน :35:
ขอบคุณครับ :46:
แต่เหมือนจะยังไม่ใช่ที่ผมอยากรู้แฮะ :08:
เหมือนผมถามไม่ถูก งงตัวเองแฮะ สงสัยต้องลองของจริงก่อนซะแล้ว
พี่เอ้ไปดูบล็อกผมดิ / ของห้าโอก็ได้
ไม่รู้เกี่ยวกันไหมนะ แต่มันแสดง url เป็น path เหมือนกัน
(จะมีประโยชน์ไหมเนี่ย)
ไำม่ใช้อย่างนั้น นั่นมัน rewrite :08:
เอาเป็นว่าหยุดไว้ก่อนดีกว่า รู้สึกว่าสื่อไม่ถูก :01:
ถ้าหมายถึง ruby web hosting (เพราะคำว่า virtual host มันคลุมเคลือ) ก็ทำได้แน่นอนเช่นกัน(ลอง search คำว่า ruby web hosting จะมีตูม)
เรื่องติดตั้งบน webhost ก็ดูๆ อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ดู control panel ตัวอื่นนอกจาก ensim
http://forums.theplanet.com/index.php?showtopic=64927
คราวที่แล้วเดฟลงให้ ไม่ได้ทำเอง
http://www.softwaredeveloper.com/features/best-ruby-on-rails-061307/
Rails in Action: The 56 Best RoR Driven Sites
ขุดๆๆ
นาน ๆ ไอ้กวางจะโพสอะไรมีสาระซักที
ใครยังอยากเขียน Ruby on Rails อยู่บ้างเอ่ย
ตอนนี้ดุกเพิ่งได้ tutorial ของ Michael Hartl เรียนเรื่อง Ruby on Rails ค่ะ
เจ้านายให้มาเป็นคลิปวิดีโอ (มีคลิปสอน Ruby on Rails จาก Lynda.com แนบมาให้ด้วย)
แต่จริง ๆ หนังสือก็มีค่ะตาม link เลย
http://ruby.railstutorial.org/ruby-on-rails-tutorial-book (http://ruby.railstutorial.org/ruby-on-rails-tutorial-book)
ประมาณว่า ใน link นั่นมันสอนเขียน twitter ว่างั้น
ขอไปลองก่อนนะคะ ในเล่มมันใช้ textmate
ของดุกตอนนี้ใช้ framework ของ RubyMine 3.1.1 ค่ะ
ปล. rails เวอร์ชั่น 3.1.x ขึ้นไปมันสั่งให้ install gem coffee script ด้วยอะ ถ้าไม่ได้ใช้แนะนำให้ลงเวอร์ชั่น 3.0.x นะคะ
(coffee script (http://jashkenas.github.com/coffee-script/) เป็นการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา javascript
แต่เขียนสั้นลง มีประโยชน์ตรงที่มันตัด syntax ภาษา javascript ที่มันจะเยิ่นเย้อ วงเล็บเยอะมาก ใช้คำซ้ำซ้อน ให้เขียนง่ายยิ่งขึ้น)
:25:+
:47: ขุด
Setup Ruby http://37signals.com/svn/posts/2998-setting-up-a-new-machine-for-ruby-development (http://37signals.com/svn/posts/2998-setting-up-a-new-machine-for-ruby-development)
อ้างอิงIt used to be a jarring experience to setup a new machine for development, but progress has paved the dirt road into a silky smooth autobahn. These are the tools we use today:
Homebrew: Remember how painful it used to be to get imagemagick installed? Now it takes about a minute. "brew install imagemagick". Same story for git and other Linux dependencies.
rbenv/ruby-build: We have some apps running on Ruby 1.8.7, some on 1.9.2, and some on 1.9.3. ruby-build makes it easy to compile all three, rbenv makes it easy to switch between them on a per-project basis. We run rbenv in production as well, so all you need to do to change the Ruby version there is alter .rbenv-version—development and production is always on the same page.
Bundler: Not everyone at 37signals loved Bundler at first, but now that it's stable, they've been won over. I now curse whenever I have to use an old application that hasn't been setup with Bundler. Manually tracing down dependencies?! How prehistoric!
rake setup: All our apps has a rake setup task that'll run bundler, create the databases, import seeds, and install any auxiliary software (little these days) or do any other setup. So when you git clone a new app, you know that "rake setup" will take care of you.
Pow: No more messing with Apache or nginx for local development. All it takes for Pow to add another app is a symlink. All the apps are always configured and available at basecamp.dev, highrise.dev, etc without messing with the hosts file either.
Thanks to Max Howell for Homebrew, Sam Stephenson for rbenv/ruby-build and Pow, and Carl Lerche/Yehuda Katz for Bundler. Thanks to them, starting from scratch has never been easier.
แล้วก็ข่าวของอาจารย์ที่มอ เอาเว็บ Gotoknow ขึ้น Cloud ของ Amazon
http://www.gotoknow.org/blog/averageline/451861 (http://www.gotoknow.org/blog/averageline/451861)
อ้างอิงส่วนบริการเว็บและส่วนบริการการประมวลผลนั้น เนื่องจากซอฟต์แวร์ของ GotoKnow พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี Ruby on Rails ซึ่งมีผู้ให้บริการ "ทับทิมใส่รางบนก้อนเมฆ" (Cloud Computing for Ruby on Rails Applications) รายใหญ่ๆ อยู่สองรายคือ Heroku กับ EngineYard ซึ่งผมตัดสินใจเลือกใช้บริการจาก Heroku ซึ่งมีบริการที่ครบวงจรและสะดวกกว่า ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเพราะปัจจุบัน Heroku เติบโตและมีบริการใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกมาก อีกทั้งยังสะดวกในการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ
การย้ายมายัง Heroku นั้นง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก จนไม่มีอะไรเป็นประเด็นให้เล่า ของเขาดีจริงๆ ขอบอก และหลังจากย้ายมา Heroku แล้วก็เหมือนยกภูเขาออกจากอกผม (แล้วเอาก้อนเมฆมาใส่แทน) ในตอนนี้ไม่ว่า GotoKnow จะมีการใช้งานมากแค่ไหนผมก็ไม่หวั่น ผมเพิ่มและลด "dyno" (หรือหน่วยให้บริการการประมวลผลเปรียบเสมือนเครื่องแม่ขายหนึ่งเครื่อง) ได้เพียงเสี้ยววินาที
นอกนั้นบริการเสริมอื่นๆ ของ Heroku (และบริษัทพาร์ทเนอร์ของเขา) ก็สะดวกมาก อาทิเช่นระบบการส่งอีเมล ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องดูแลเครื่องแม่ข่ายสำหรับส่งเอง ปัจจุบันใช้บริการของบริษัท SendGrid ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเจาะระบบอีเมลเพื่อส่ง spams อีกแล้ว
ตอนนี้การใช้งาน GotoKnow จะมากแค่ไหนผมก็ไม่น่าห่วงอีกต่อไป ไม่มีต้องตื่นมากลางคืนเพื่อ tune up เครื่องแม่ข่ายอีกแล้ว
แต่สิ่งที่น่าหวั่นคือค่าบริการ แม้เราจะจ่ายตามการใช้งานจริงเป็นรายชั่วโมง แต่การใช้งานรายชั่วโมงของเราก็ไม่ได้น้อย อย่างเดือนที่แล้วเราต้องจ่าย Heroku ประมาณ $3,500 ดอลลาร์
เมื่อคิดเป็นเงินแล้วดูจะปริมาณมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มาก หากคิดในทางเลือกอื่นที่เราต้องซื้อเครื่องแม่ข่ายเองและต้องจ้าง network engineer ที่มาติดตั้งดูแลระบบให้ได้เหมือนของ Heroku ต้นทุนต้องแพงกว่านี้ไม่น้อยกว่าสองสามเท่าแน่ๆ
แหม มันอ่านรู้เรื่องดีจริงๆ
อันล่างรู้เรื่องนะอ่านที่ลิงก์ซิ :05a:
แต่ตัดมาเฉพาะส่วนที่พี่โอ้เอ้เคยสงสัยเรื่อง virtual host น่ะ